Page 1

พระประวั ต ิ สมเด็ จ พระญาณสั ง วร สมเด็ จ พระสั ง ฆราช สกลมหาสั ง ฆปริ น ายก ( สุ ว ั ฑ ฒ น ม หา เ ถร ะ ) ว ั ด บ ว ร น ิ เ ว ศน  ว ิ หา ร กร ุ ง เ ทพฯ

w w w. a n a l a y a . c o m


พ ระนาม พระนามตามพระประสู ต ิ ก าล เจริ ญ พระสกุ ล คชวั ตร พระฉายา "สุวัฑฒโน" พระนามโดยปรกติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ ปรินายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) พระนามตามสุพรรณบัฏ สมเด็จพระญาณสังวรบรมนริศรธรรมนีติภิบาล อริ ยวงศาคตญาณวิมลสกลมหาสังฆปริณายก ตรีปฎกปริยัตติธาดา วิสุทธจริยา ธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสงฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร สุขุมธรรมวิธานธำรง วชิร ญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัท คารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจาร วัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร สรรพคณิศรมหาปธานาธิบดี คามวาสีอรัณยวาสี สมเด็จพระสังฆราช พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก มี ประสูติที่บานเลขที่ 367 ต.บานเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันศุกร ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปฉลู ตรงกับวันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖ โยมบิดาชื่อ นายนอย คชวัตร โยมมารดาชื่อ นา งกิมนอย คชวัตร มีนองชาย ๒ คน คือ นายจำเนียร คชวัตร และนายสมุทร คชวัตร พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 2


บรรพบุรุษ บรรชนของสมเด็จมาจาก ๔ ทิศ บิดามาจากสายกรุงเกาทางหนึ่ง จากปกษไต ทางหนึ่ง สวนมารดามีเชื้อสายญวนทางหนึ่ง และจีนทางหนึ่ง บิดาคือนายนอย คชวัตร เปนบุตรนายเล็กและนางแดงอิ่ม เปนหลานปูพระยา หลานยาของ หลวงพิพิธภักดี และนางจีน เปนชาวกรุงเกามารับราชการในกรุงเทพ ไดออก ไปเปนผูชวยราชการอยูเ มืองไชยาคราวหนึ่ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกลาฯ รัชกาลที่ ๓ ไดเปนผูหนึ่งที่ไปคุมเชลยที่เมืองพระตะบอง ไดภริยาชาว เมืองไชยา ๒ คน ชื่อทับ กับชื่อนุน และไดภริยาชาวเมืองพุมเรียง ๑ คน ชื่อ แตมตอมาเมื่อไดรับคำสั่งใหไปราชการปราบแขกที่มาตีเ มืองตรังเมืองสงขลา จึงไปไดภรรยาซึ่งเปนพระธิดาของพระปลัดเมืองตะกั่วทุง (สน) และไดพา ภริยามาตั้งครอบครัวอยูที่กรุงเทพ ฯ เวลานั้นพี่ชายของหลวงพิพิธภักดีเปนที่ พระพิชัยสงคราม เจาเมืองศรีสวัสดิ์และพระยาประสิทธิสงคราม (ขำ) เจา เมื อ งกาญจนบุ ร ี เ ปน อาของหลวงพิ พ ิ ธ ภั กดี จ ึ ง พาภรรยาไปตั ้ ง ครอบครั ว อยู  ท ี ่ จังหวัดกาญจนบุรี และลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนา ตระกูลคช วัตร นายเล็กกับนางแดงอิ่ม มีบุตร ๓ คน ๑.นายนอย คชวัตร พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 3


๒.นายวร คชวัตร ๓.นายบุญรอด คชวัตร นายนอย กับนางกิมนอย คชวัตร มีบุตร ๓ คนดังนี้ ๑.สมเด็จพระญาณสังวรฯ (เจริญ คชวัตร) ๒.นายจำเนียร คชวัตร ๓.นายสมุทร คชวัตร

โยมบิดา และโยมมารดา นายนอย คชวัตร โยมบิดาประกอบอาชีพเปนเสมียนตราอำเภอเมืองกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕ จนเปนผูรั้งปลัดขวา เมื่อ พ.ศ.๔๕๑ ตอมาไปตรวจราชการ เกิ ดอาการป ว ยมากจึ ง ต อ งลาออกจากราชการเมื ่ อ หายดี แ ล ว ก็ ไ ด ก ลั บ เข า รั บ ราชการใหม จนป พ.ศ.๒๔๕๖ จึงไดบุตรชายคนโตคือ สมเด็จพระญาณสังวรฯและไดยาย ตำแหนงเปนปลัดขวาอำเภอวังขนาย (ทามวง) เมื่อป พ.ศ.๒๔๕๘ ไดสมัคร พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 4


เปน สมาชิกเสือปาไดมีโอกาสซอมรบเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา รัชกาลที่ ๖ เสด็จฯ ซอมรบเสือปาที่บานโปงและนครปฐม เมื่อสมเด็จฯ กรม พระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จฯ เมืองกาญจนบุรีนายนอยไดนำสมเด็จพระญาณ สังวรฯ ขณะนั้นอายุเพียง ๒ ขวบ เขาเฝาดวยตอมาไดไปรับราชการที่จังหวัด สมุทรสงคราม เกิดเจ็บปวยจึงเดินทางกลับเมืองกาญจนบุรีเพื่อพักรักษาตัว และถึงแกกรรมเมื่อมีอายุไดเพียง ๓๘ ป สมเด็จพระญาณสังวรฯ ไดนางเฮง ผูเปนปาเลี้ยงดูมาตั้งแตเล็กเมื่อโยมบิดามารดายายไปสมุทรสงครามก็ไมได ตามไปดวย อาศัยอยูกับปาที่เมืองกาญจนบุรี

การศึกษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ ไดเขาศึกษาชั้นประถมศึกษาเมื่อมีอายุได ๗ ขวบที่ โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆารามซึ่งอยูใกลบาน ทรงเรียนที่ศาลาวัดจนจบ ชั้นสูงสุด คือประถม ๓ ถาจะเรียนตอระดับมัธยมตองยายโรงเรียนไปเรียนที่ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดไต) ซึ่งเปนโรงเรียนประจำจังหวัดแตครูที่ โรงเรียนวัดเทวสังฆารามชวนใหเรียนตอที่โรงเรียนเพราะเปดชั้นระดับประถมป ที่ ๔ (เทากับชั้น ม.๑) จึงทรงเรียนที่โรงเรียนเดิม พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 5


พ.ศ.๒๔๖๘ ทรงสอบไดเปน ลูกเสือเอก ตองฝกซอมอยางหนักเพื่อเตรียมการ เขาซอมรวมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎฯ ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาซอมรบ เสือปาที่นครปฐม แตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎฯ ทรงสวรรคตกอน ขณะเรียนที่โรงเรียนเคยรับเสด็จฯ เจานายหลายครั้ง เชน สมเด็จพระปตุลา บรมพงศาภิมุข เจาฟาภาณุรังษีสวางวงศ กรมพระยาภาณุพันธวรเดช สมเด็จพระญาณสังวรฯ เรียนจนถึงชั้นประถม ๕ (ปจจุบันเทียบขั้นมัธยม ๒) ก็ทรงถึงทางตัน เพราะเมื่อจบแลวก็ไมทราบวาจะไปเรียนตอที่ไ หน จึงออกจาก โรงเรียน

บรรพชาเปนสามเณร ปพ.ศ. ๒๔๖๙ มีนาของทานอุปสมบทเปนพระภิกษุที่วัดเทวสังฆาราม โยมปา จึงชักชวนใหทานบวชเณรแกบน จึงบรรชาเปนสามเณรเมื่อมีอายุได ๑๔ ปมี พระครูอดุลสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เจาอาวาสวัดเหนือเปนพระอุปชฌาย ทรง จำพรรษาอยูที่วัดเทวสังฆารามดวยทรงคุนเคยกับหลวงพอและพระเณร เพราะ ทรงเรียนหนังสืออยูในวัดมาตั้งแตเล็ก ทรงศึกษาธรรมสวดมนต จนเมื่อออก พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 6


พรรษาหลวงพอชวนใหไปเรียนภาษาบาลีที่วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม เพื่อตอ ไปจะไดกลับไปชวยสอนที่วัดเทวสังฆาราม ในป พ.ศ.๒๔๗๐ ทรงศึกษาไวยากรณที่วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม โดยมีพระ สั ง วรวิ น ั ย (อาจ) เจ าอาวาสขณะนั ้ น และมี อ าจารย ถ วายการสอนเปน พระ เปรียญมาจากวัดมกุฏกษัตริยาราม ไดทรงเรียนแปลธรรมบท ใน พ.ศ.๒๔๗๒ อีกพรรษาหนึ่งแลวเสด็จกลับไปประทับที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อเสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนาในงานพระราชทานเพลิงศพพระครูสังวรวินัย หลวงพ อ วั ด เหนื อ ได น ำสมเด็ จ ฯ มาฝากเจ า พระคุ ณ สมเด็ จ พระสั ง ฆราชเจ า กรมหลวงวชิรญาณวงศ โดยไดอยูในความดูแลของพระครูพุทธมนตปรีชา ได รับประทานฉายาจากเจาพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจาวา "สุวัฑฒโน" ไดทรง ปฏิบัติตามระเบียบของวัด สวดมนต ศึกษาพระปริยัติธรรม ทรงสามารถสอบ ไดดังนี้ พ.ศ.๒๔๗๒ พระชนมายุ ๑๗ ป สอบไดนักธรรมตรี พ.ศ.๒๔๗๓ พระชนมายุ ๑๘ ป ทรงสอบไดนักธรรมโท และเปรียญ ๓ ประโยค พ.ศ.๒๔๗๕ พระชนมายุ ๒๐ ป ทรงสอบไดนักธรรมเอก และเปรียญ ๔ ประโยค พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 7


พ.ศ.๒๔๗๔ ทรงเป น สามเณรองค เ ดี ย วที ่ ไ ด ร ั บ พระราชทานผ าไตรจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว ครั้งที่เสด็จพระราชดำเนิน มาทอด กฐิน ณ วัดบวรนิเวศฯ

อุปสมบทเปนพระภิกษุ เมื่อมีพระชนมายุครบอุปสมบท จึงเสด็จฯ มาอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อ วันที่ ๑๒ มิถุนายนพ.ศ.๒๔๗๖ โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เจาอาวาสวัดเทวสังฆารามเปนพระอุปชฌาย พระครูวินฐสมาจารย (เหรียญ) เจาอาวาสวัดศรีอุปราราม (วัดหนองบัว) เปนพระกรรมวาจาจารย พระปลัดห รุง เจาอาวาสวัดทุงสมอ เปนพระอนุสาวนาจารย เมื ่ อ ทรงอุ ป สมบทแล ว จำพรรษาอยู  ท ี ่ ว ั ด เทวสั ง ฆารามจนออกพรรษาจึ ง เสด็ จ กลับวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอุปสมบทซ้ำเปนพระธรรมยุต ณ พระอุโบสถวัด บวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระสังฆราชเจากรมหลวงวชิรญาณวงศ ทรงเปน พระอุปชฌาย พระเทพเมธี เปนพะรกรรมวาจาจารย และเสด็จกลับมาอยูวัด เหนืออีก ๒ ป ตอมาไดประทับจำพรรษา และศึกษา ณ โรงเรียนพระปริยัติ ธรรม วัดบวรนิเวศวิหาร

กระทั่งสอบไดเปรียญธรรม ๙ ประโยค เมื่อป

๒๔๘๔ ดังนี้ พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 8


พ.ศ.๒๔๗๖ พระชนมายุ ๒๑ ป สอบไดเปรียญ ๕ ประโยค พ.ศ.๒๔๗๗ พระชนมายุ ๒๒ ป สอบไดเปรียญ ๖ ประโยค พ.ศ.๒๔๗๘ พระชนมายุ ๒๓ ป สอบไดเปรียญ ๗ ประโยค พ.ศ.๒๔๗๙ พระชนมายุ ๒๖ ป สอบไดเปรียญ ๘ ประโยค พ.ศ.๒๔๘๔ พระชนมายุ ๒๙ ป สอบไดเปรียญ ๙ ประโยค ทรงไดรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันการศึกษาหลายแหง อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาจุฬาลงกรณราช วิ ท ยาลั ย มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร มหาวิ ท ยาลั ย ศรี น คริ น ทรวิ โ รฒ มหาวิทยาลัยขอนแกน มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฯลฯ

พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 9


สมณศักดิ์ พ.ศ.๒๔๘๔ เปนสมาชิกสังฆสภาโดยตำแหนง เปนกรรมการสังคายนาพระ ธรรมวินัย และเปนผูอำนวยการศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ.๒๔๘๙ เปนพระวินัยธรชั้นอุทธรณ และเปนกรรมการสภาการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัย และเปนเลขานุการในพระองค สมเด็จพระสังฆราช เจา กรมหลวงวชิรญาณวงศ พ.ศ.๒๔๙๐ ไดรับพระราชทานสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะสามัญที่พระ โสภณคณาภรณ พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 10


พ..ศ.๒๔๙๓ เปนกรรมการเถรสมาคม คณะธรรมยุต ประเภทชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๔ เปนกรรมการอำนวยการมหามงกุฎราชวิทยาลัย และเปน กรรมการแผนกตำราของมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๔๙๕ ไดรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะชั้นราชใน ราชทินนามเดิม พ.ศ.๒๔๙๖ เปนกรรมการตรวจชำระ คัมภีรฎีกา พ.ศ.๒๔๙๗ เปนกรรมการเถรสมาคมคณะธรรมยุตประเภทถาวร พ.ศ.๒๔๙๘ ไดรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะชั้นเทพใน ราชทินนามเดิม พ.ศ.๒๔๙๙ ไดรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ และรักษาการวินัยธรชั้นฎีกา พ.ศ.๒๕๐๑ เปนกรรมการคณะธรรมยุติ และเปนกรรมการมูลนิธิสงเสริม กิจการพระศาสนา และมนุษยธรรม (ก.ศ.ม.) พ.ศ.๒๕๐๓ เปน สั ง ฆมนตรี ช  ว ยว า การองค ก ารปกครองสั ่ ง การองค ก าร ปกครองฝายธรรมยุติ พ.ศ.๒๕๐๔ ได ร ั บ พระราชทานเลื ่ อนสมณศั กดิ ์ เ ปน พระราชาคณะชั ้ น เจ า คณะรองที่พระศาสนโสภณ เปนเจาอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เปนผูอำนวย พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 11


การมหามกุฏราชวิทยาลัย เปนประธานกรรมการสภาการศึกษามหามกุฏ ราชวิทยาลัย เปนผูรักษาการณเจาคณะธรรมยุตภาคทุกภาค และเปนพระ อุปชฌาย พ.ศ.๒๕๐๖ เปนกรรมการเถรสมาคม ซึ่งเปนกรรมการชุดแรก ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ.๒๕๑๕ เปน เจาคณะกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ และไดรับ โปรดเกล า ฯ สถาปนาเปน สมเด็ จ พระราชาคณะที ่ ส มเด็ จ พระญาณสั ง วร สมเด็จพระราชาคณะในพระราชทินนามนี้ มีขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟาฯ เปนฝายวิปสสนาธุระ พระอาจารยสุก วัดทาหอย พระนครศรีอยุธยา ไดรับพระราชทานสมศักดิ์นี้เปนองคแรก และตอมาก็ มิ ไ ด พ ระราชทานสมณศั กดิ ์ น ี ้ แ ก พ ระเถระรู ป ใดอี ก เลย ตั ้ ง แต ป  พ.ศ. ๒๓๖๓ ถึงป พ.ศ. ๒๕๑๕ เปนเวลาถึง ๑๕๒ ป พ.ศ. ๒๕๑๗ เปนประธานกรรมการคณะธรรมยุต พ.ศ.๒๕๒๘ เปนรองประธานกรรมการสังคีติการสงฆ ในการสังคายนาพร ะธรรมวินัย ตรวจชำระพระไตรปฎก และเปนสังฆปาโมกขปาลิวิโสธกะพระ วินัยปฎก เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ พระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัว พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 12


พ.ศ. ๒๕๓๑ รักษาการเจาคณะใหญธรรมยุต เปนนายกกรรมการมหามกุฏ ราชวิทยาลัย และเปนนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๒ วันศุกรที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๒ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรด เกลาฯ สถาปนาขึ้นดำรงตำแหนง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระ สังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เปน ลำดับที่ ๑๙ แหงกรุงรัตนโกสินทร

พระศาสนกิจที่สำคัญ พระกรณี ยกิจของพระองคตลอดหวงระยะเวลาที่ผานมามีอยูเปนอเนกอนันต ได ท รงอุ ท ิ ศ ตนเพื ่ อ งานพระศาสนาโดยไม เ ห็ น แก เ หน็ ด เหนื ่ อ ย ทรงมี ภ าร ทางการงาน และการศึกษาตั้งแตยังเปนพระเปรียญตรี เปรียญโท และเมื่อมี วิทยฐานะเขาเกณฑเปนกรรมการตรวจขอสอบ นักธรรมและบาลี ก็ไดรับการ แตงตั้งเปนกรรมการตรวจธรรมและบาลีสนามหลวงเรื่อยมา คือตั้งแตนักธรรม ตรี โท เอก ประโยค ป.ธ.๓ - ป.ธ.๙ ทรงกอตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา แหงแรกของไทย คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจา กรมหลวงวชิรญาณวงศ ทรงเลือกให เปนพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม หาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ในระหวางทรงผนวช พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 13


เปนพระภิกษุและเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหวาง วันที่ ๒๒ ตค.- ๕ พย. พ.ศ. ๒๔๙๙ พ.ศ. ๒๕๒๑ เปนพระราชกรรมวาจาจารย ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฏราชกุมาร ที่ทรงผนวช ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเปนพระอาจารยถวายการอบรมพระธรรม วินัย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

พระกรณียกิจดานการพระศาสนาในตางประเทศ ทรงเปน พระมหาเถระไทยรู ป แรก ที ่ ด ำเนิ น งานพระธรรมทู ต ในต า งประเทศ อย า งเปน รู ป ธรรม พระองค ท รงปน กำลั ง สำคั ญด า นพระพุ ท ธศานานในต า ง ประเทศมาโดยตลอดตามลำดับ ดังนี้ พ.ศ. ๒๕๐๙ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการฝกอบรมพระธรรมทูตใน ตางประเทศ ไดเสด็จไปเปนประธานสงฆ ในพิธีเปดวัดพุทธประทีป ณ กรุง ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และดูกิจการพระธรรมทูตในประเทศอังกฤษและ อิตาลี พ.ศ. ๒๕๑๑ เสด็จไปดูการพระศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาใน ประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และฟลิปปนส เปนผลใหตอมาไดมีการ พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 14


วางแผนร ว มกั บ ชาวพุ ท ธอิ น โดนี เ ซี ย ในอั น ที ่ จ ะฟ  น ฟู พ ระพุ ท ธศาสนาใน ประเทศนั้น และไดสงพระธรรมทูตชุดแรกไปยังอินโดนีเซี ยในป พ.ศ. ๒๕๑๒ ไดสงพระภิกษุจากวัดบวรนิเวศออกไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศ ออสเตรเลียเมื่อป พ.ศ.๒๕๑๖ และตั้งสำนักสงฆในป พ.ศ. ๒๕๑๘ พ.ศ. ๒๕๑๔ เสด็จไปดูการพระศาสนา และการศึกษาในประเทศเนปาล และอิน เดีย ปากีสถาน ตะวันออก (บังคลาเทศ) ทำใหเ กิดงานฟนฟู พระพุทธศาสนาในเนปาล ในขั้นแรกไดใหทุนภิกษุ สามเณรชาวเนปาลมา ศึกษาพระพุทธศาสนาในไทย ที่วัดบวรนิเวศ ฯ พ.ศ. ๒๕๒๐ เสด็จไปบรรพชาชาวอินโดนีเซีย จำนวน ๔๓ คน ที่เมืองสมา รัง ตามคำอาราธนาของคณะสงฆเถรวาทอินโดนีเซีย พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงเปนประธานคณะสงฆ ไปประกอบพิธีผูกพัทธสีมาอุโบสถ วัดจาการตาธรรมจักรชัย ณ ประเทศอินโดนีเซีย นับเปนการผูกพันธสีมา อุโบสถวัดพระพุทธศาสนาเถรวาทเปนครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซีย และ ในปเดียวกันนี้ ไดเสด็จไปเปนประธานบรรพชากุลบุตรศากย แหงเนปาล จำนวน ๗๓ คน ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล พ.ศ. ๒๕๓๖ เสด็จไปเจริญศาสนาสัมพันธระหวางไทย-จีน เปนครั้งแรก ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำกราบทูลอาราธนาของรัฐบาลจีน พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 15


พ.ศ. ๒๕๓๘ เสด็จไปเปนประธาน วางศิลาฤกษวัดไทย ณ ลุมพินี ประเทศ เนปาล ซึ่งรัฐบาลไทยจัดสรางถวายเปนพุทธบูชา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ป

พระนิพนธ ทรงรอบรูภาษาตางประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเปนอยางดี ทรงนิพนธ หนังสือพระพุทธศาสนาจำนวนมาก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษกวา ๑๐๐ เรื่อง ทรงนิพนธผลงานทางวิชาการ เอกสาร และตำราดานพุทธศาสนา ซึ่ง ลวนแตทรงคุณคาอยางยิ่งไวมากมาย พอประมวลไดดังนี้ ประเภทตำรา ทรงเรียบเรียงวากยสัมพันธ ภาค ๑-๒ สำหรับใชเปนหนังสือประกอบการ ศึกษาของนักเรียนบาลี และทรงอำนวยการจัดทำปทานุกรม บาลี ไทย อังกฤษ สันสกฤต ฉบับพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระจันทรบุรีนฤนาถ ประเภทพระธรรมเทศนา มีอยูเปนจำนวนมาก เทาที่พิมพเปนเลมแลวเชน พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 16


ปญจคุณ 5 กัณฑ ทศพลญาณ 10 กัณฑ มงคลเทศนา โอวาทปาฏิโมกข 3 กัณฑ และ สังฆคุณ 9 กัณฑ เปนตน ประเภทงานแปลเปนภาษาตางประเทศ ทรงริเริ่มและดำเนินการใหแปลตำราทางพุทธศาสนาจากภาษาไทย เปนภาษา อังกฤษ เพื่อใชในการศึกษาพระพุทธศาสนา เชน นวโกวาท วินัยมุข พุทธประวัติ ภิกขุปาติโมกข อุปสมบทวิธี และ ทำวัตรสวดมนต เปนตน ประเภททั่วไป มีอยูเปนจำนวนมาก เชน พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 17


การนับถือพระพุทธศาสนา หลักพระพุทธศาสนา พระพุทธเจาของเรานั้นทานล้ำเลิศ 45 พรรษาพระพุทธเจา พระพุทธเจาสั่งสอนอะไร (ไทย-อังกฤษ) วิธีปฏิบัติตนใหถูกตองทางธรรมะ พระพุทธศาสนากับสังคมไทย เรื่องกรรม ศีล (ไทย-อังกฤษ) แนวปฏิบัติในสติปฎ ฐาน อาหุเณยโย อวิชชา สันโดษ หลักธรรมสำหรับการปฏิบัติอบรมจิต การบริหารจิตสำหรับผูใหญ บัณฑิตกับโลกธรรม แนวความเชื่อ บวชดี พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 18


บุพการี-กตัญูกตเวที คำกลอนนิราศสังขาร และ ตำนานวัดบวรนิเวศ เปนตน ดานสาธารณูปการ ทรงสรางวัด โรงเรียน และโรงพยาบาล หลายแหง ทั้งในประเทศและตาง ประเทศ ได ท รงบู ร ณะซ อ มสร า งเสนาสนะ และถาวรวั ต ถุ อ ั น เป น สาธารณประโยชนเปนจำนวนมาก กลาวคือ ปูชนียสถาน ไดแก มณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง พระเจดียวัดบวรนิเวศวิหาร พระบรมธาตุเจดียศรีนครินทรมหาสันติคีรี ดอยแมสลอง พระอาราม ไดแก วัดสันติคีรี ดอยแมสลอง เชียงราย วัดรัชดาภิเศก อำเภอบอพลอย กาญจนบุรี วัดลานนาสังวราราม อำเภอจอมทอง เชียงใหม วัดพุมุด อำเภอ ไทรโยค กาญจนบุรี วัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง ชลบุรี นอกจากนั้น ยังทรงอุปถัมภวัดไทยในตางประเทศอีกหลายแหงคือ วัดพุทธรังสี นครซิดนีย ออสเตรเลีย วัดจาการตาธรรมจักรชัย กรุงจาการตาอินโดนีเซีย วัดนคร มณฑปศรีกีรติวิหาร เมืองกิรติปูร เนปาล พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 19


โรงเรียน ไดแก โรงเรียนสมเด็จพระญาณสังวร ยโสธร โรงเรียนสมเด็จพระปยมหาราช รมณียเขต กาญจนบุรี โรงพยาบาล ไดแก การสรางตึกวชิรญาณวงศ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล และตึก ภปร. โรงพยาบาลจุ ฬ าลงกรณ โรงพยาบาลสมเด็ จ พระป ย มหาราชรมณี ย เขต จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี และโรง พยาบาลสกลมหาสังฆปรินายก เพื่อถวายเปนอนุสรณ แดสมเด็จพระสังฆราช แหงกรุงรัตนโกสินทรทุกพระองค รวม ๑๙ แหง โดยไดเริ่มกอสรางไปแลว หลายแหง พระโอวาท "คำสั่งสอนของพระพุทธเจานั้นสั่งสอนอยูในภายใน ปฏิบัติได อยูในภายใน รู ยิ่งเห็นจริงไดเองทุก ๆ คน มีเหตุตรองตามใหเห็นไดจริงทุก ๆ คน ปฏิบัติ ก็ไดผลจริงทุก ๆ คน เพราะไมไดสอนในภายนอก แตวาสอนในภายใน แลว ก็เปนเหตุเปนผลที่ตรองตามใหเห็นได ปฏิบัติได "

พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 20


ชีวิตแบบอยาง คุณธรรมโดดเดน อดทน

เอาชนะอุปสรรคทามกลางความออนแอ

ใฝรู

แสวงหาความรูอยูเสมอทั้งไทยและอังกฤษ

กตัญญู

สนองคุณตอผูมีพระคุณ

ถอมตน

y สงบเสงี่ยม สำรวม ระวัง ตรัสนอย

คารวธรรม

y เคารพตอผูที่ควรเคารพ

ปฏิปทาแบบอยางของพระสงฆ ๑. ความเปนผูทรงปริยัติและไมทิ้งการปฏิบัติ ๒. ความเปนผูสำรวมระวังในพระวินัย ๓. ความเปนผูมักนอยสันโดษ เรียบเรียงจาก OKnation

วันที่ เสาร ตุลาคม ๒๕๕๒

http://www.akefuture.com/know_detail.asp?id=30 http://www.dhammathai.org/thailand/sangkharaja19.phplivepage.apple.com

ขอใหทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน............ พระประวั ต ิ ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ญ า ณ ส ั ง ว ร ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ส ั ง ฆ ร า ช ส ก ล ม ห า ส ั ง ฆ ป ร ิ น า ย ก 21

Sangkaraja Biology  

Sangkaraja Biology

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you