Page 1

บทที่ 1 คุ ณ ไ ด้ ยิ น มั น ใ ช่ ไ ห ม “แม่ คนนั้น” กับศิรา

ศิราเกลียด “แม่คนนั้น” แทบขาดใจ “แม่คนนั้น” ตามติดเธอทุกวัน คอยส่งเสียงหยัน “ยายโง่เอ๊ย!” เมื่อศิราเผลอลบอีเมล์ สำคัญบนจอคอมพิวเตอร์ “ไม่ได้เรื่องเลย” หล่อนร้อง เมื่อศิราเสนองานตะกุกตะกักในที่ประชุม “ชาตินี้จะมีทางผอมไหมนี่!” หล่อนแหว เมื่อศิราเผลอสั่งของหวานที่ตั้งใจมาเป็นปีๆ

ว่าจะเลิก “ใครเขาจะสนคนอย่างเธอ” หล่อนกรีดใส่ เมื่อศิราแอบมองเพื่อนชายในสำนักงานที่

เธอชื่นชอบ “แม่คนนัน้ ” ดูเหมือนจะตัง้ ใจตามติดชีวติ ศิรา เพียงเพือ่ ย้ำว่าสิง่ ทีศ่ ริ าทำ ไม่เคยถูกต้อง หล่อนถนัดเหลือเกินในการตำหนิติเตียนทุกการกระทำ ตอกย้ำให้ท้อแท้ ชี้ให้เห็นแต่ ความเป็นไปไม่ได้ ยิ่งหนุนให้ถอดใจนั้นถนัดมาก หล่อนไม่เคยชื่นชม ไม่เคยให้กำลังใจ ไม่เคยทำให้รู้สึกดี แต่ศิรากลับไม่สลัดหล่อนให้หลุดจากชีวิตเสียที แปลกจริงๆ! 

1-57.indd 8-9



6/28/09 7:01:43 PM


คนเดี ย วที่ เ ราเชื่ อ

ไม่เพียงเชื่อ “แม่คนนั้น” ที่คอยคุกคามตามติด บั่นทอนพลังชีวิตด้วยคำพูดร้ายๆ ทว่าเมื่อเพื่อนรักและเพื่อนร่วมงานให้กำลังใจ คอยชื่นชมเมื่อเธอใส่ชุดใหม่ สนับสนุนว่า เธอสร้างความประทับใจในการเสนองาน ศิราผู้ว่าง่ายกลับไม่เคยเชื่อฟัง “เขาก็พูดกันเกินไป ฉันไม่ได้ดีขนาดนั้น” แปลกแต่จริง คำพูดดีๆ ของใครต่อใครก็ไม่อาจทำให้เธอคล้อยตามได้ แต่คำพูดที่เธอ เชื่อสนิทใจ คือคำพูดร้ายๆ ของ “แม่คนนั้น” หล่อนสิใช่ เป็นคนเดียวที่จริงใจ เป็นคนเดียวที่ศิราควรรับฟัง รู้ทั้งรู้ว่าหล่อนตัดสินด้วยอคติ ตำหนิอย่างไม่ยุติธรรม ชี้นำให้เห็นแต่อุปสรรค ตอกย้ำ แน่นหนักทุกครั้งที่ล้มเหลว ศิราก็ยังฟังแต่คำของหล่อนอย่างไม่ลืมหูลืมตา คุณคงเริ่มๆ เดาได้แล้วสินะว่า “แม่คนนั้น” เป็นใคร ใช่แล้ว “แม่คนนั้น” คือ “เสียงในหัว” ของตัวศิราเอง

เสี ย งในหั ว ของตั ว เรา

คุณล่ะ มี “แม่คนนั้น” หรือ “พ่อคนนั้น” คอยบงการในหัวคุณบ้างไหม ไม่ต้องอับอายที่จะตอบว่าใช่ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวในโลกที่พูดกับตัวเอง คนปกติธรรมดา (ไม่ต้องบ้า) ต่างก็มี “เสียงในหัว” กันถ้วนทั่วทุกคน เสียงในหัว (Inner Voice) คือการสนทนาระหว่างเรากับตัวเราในสมองของเรา “เสียงในหัว” ของเราไม่ได้มีแต่เสียงร้าย เสียงดีในหัวของเราก็มีอยู่มากมาย โดยทั่วไป มันปรากฏในรูปของคำเตือนที่เป็นประโยชน์ และทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น 10

1-57.indd 10-11

“ฉันน่าจะปิดทีวีแล้วเริ่มท่องหนังสือ” “หมอจะฉีดยาเราแล้ว ต้องเจ็บแน่ๆ เลย ทนเอาหน่อย” “เฮ้ย ไปไม่ทันแน่ ไฟแดงแล้ว เบรคดีกว่าเดี๋ยวรถชน” คนปกติพูดกับตัวเองตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนจนกลับถึงเตียงอีกครั้ง ขณะที่ขับรถ

ยืนรอคิว นั่งอยู่ในห้องน้ำ ทั้งเวลาที่อยู่กับคนอื่นและตามลำพัง ซึ่งถ้า “เสียงในหัว” มีแต่ คำพูดดีๆ เราคงไม่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมทำมาจากชาติไหน “เสียงในหัว” ส่วนใหญ่ กลับทำให้เรารู้สึกแย่ “ใส่ชุดนี้แล้วเหมือนมัดแหนม” “ทำไมหนอเราถึงฉลาดไม่ได้สักครึ่งของเขา” “เกิดมาจนแล้วยังไม่เจียม” “สายไปแล้วที่จะหัด” “แก่ไปแล้วที่จะเรียนต่อ” “เรามันซวยตลอดศก”

ชีวิตเดียร์ ไม่มีทางเลือก

เดียร์เริ่มงานแรกในชีวิตของเธอในฐานะผู้ช่วยสมุห์บัญชี ทำงานผิดๆ พลาดๆ อยู่ได้ไม่ ถึงปี เธอก็บอกกับตัวเองว่างานนี้ “ไม่ใช่ตัวฉันเลย” “เสียงในหัว” พร่ำร้องบอกเธอว่า “ลาออกเถอะ งานนี้ไม่ใช่ ฉันทำมันไม่ได้ ฉันไม่ถนัดเรื่องตัวเลข” เพื่อนดึงเดียร์ไปทำงานใหม่เป็นเซลล์ขายรถยนต์ แค่เดือนแรกเดียร์ก็ปวดหัวแทบจะ

บ้าตาย รถแต่ละคันมีรายละเอียดที่ต้องจำมากมายจนสมองแทบแตก 11

6/28/09 7:01:44 PM


ลูกค้าเรื่องมากแต่ละคนก็ชอบถามอะไรยากๆ ทุกครั้งที่เดียร์เจอคำถามที่ตอบไม่ได้ ใบหน้าของเธอจะเริ่ม “เอ๋อ” ให้ลูกค้าเห็น เมื่อเซลล์ยังไม่มั่นใจ ข้อมูลที่ให้ไปก็ยิ่งมั่ว ยิ่งมั่ว ตอบคำถามไปมากเท่าไหร่ ลูกค้าก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจในผลิตภัณฑ์มากเท่านั้น โลกนี้คงมีคนกล้าน้อยเกินไป เมื่อคนขายยังไม่มั่นใจ คนซื้อที่ไหนก็คงไม่กล้าพอ ผ่าน ไปสองเดือน เดียร์จึงยังขายรถไม่ได้แม้แต่คันเดียว! “เสียงในหัว” ของเธอเริ่มกรีดใหม่ “ลาออกเถอะ งานนี้ไม่ใช่ ฉันเป็นเซลล์ที่ใช้ไม่ได้

ฉันไม่ถนัดงานขายเลยแม้แต่นิดเดียว” มันตอกย้ำใส่หัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่าทุกครั้งที่ผู้จัดการเรียกเธอไปเทศนา และเมื่อได้ ครองตำแหน่งเซลล์ยอดขายต่ำที่สุดติดกันครบสี่เดือน เดียร์ก็เริ่มหมดกำลังใจ เธอต้องหางานใหม่ แน่นอนมันต้องไม่ใช่งานขาย และมันต้องไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลข แต่งานหาไม่ง่าย ยิ่งไม่ใช่งานขายและไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลขก็ยิ่งมีน้อย หางานด้วยความเหนื่อยยากอยู่หลายเดือน สุดท้ายเดียร์ก็หมดหนทาง ต้องกลับไปช่วย แม่เย็บเสื้อที่ร้าน ซึ่งเป็นงานที่เธอเกลียดจับใจ ทุกเช้าที่ตื่นมาเริ่มวันใหม่ “เสียงในหัว” ของเดียร์จึงเริ่มกรีดประโยคใหม่ จาก “ฉันโง่ เรื่องตัวเลข” “ฉันเป็นเซลล์ที่แย่ที่สุดในโลก” เป็น “ทำไมชีวิตฉันไม่มีทางเลือกเลย” คุณว่าโศกนาฏกรรมในชีวิตของเดียร์ เกิดขึ้นจากอะไร เพราะเธอไร้ความสามารถที่จะทำงานได้ หรือเธอ “เชื่อ” ว่าตัวเองไร้ความสามารถ! ชีวิตเดียร์ไม่มีทางเลือกจริงๆ ใช่ไหม หรือเธอ “เลือก” ที่จะทำให้ตัวเองไม่มี!

ทำไมเราเป็ น อย่ า งที่ เ ราเป็น

คุณเคยสงสัยบ้างหรือไม่ ว่าทำไมคุณถึงเป็นอย่างที่คุณเป็นวันนี้ เพราะอะไรคุณจึงไม่ก้าวหน้าเสียที ผ่านไปกี่ปีคุณก็ยังไปไม่ถึงไหน ขณะที่มองดูคนอื่นกำลังไปถึงจุดหมาย แต่เหตุใดคุณจึงยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มต้น! 12

1-57.indd 12-13

คำตอบนั้นง่ายแสนง่าย ที่คุณ “เป็นอย่างที่เป็น” ทุกวันนี้ เพราะคุณเลือกที่จะเป็น ชีวิตของคุณมาถึงวันนี้ เพราะคุณเลือกทางเดินนี้ให้ตัวเอง! ชะตากรรมของชีวิตทั้งชีวิตไม่ได้ถูกลิขิตด้วยเทพเจ้าองค์ใด มันดำเนินมาจนถึงวันนี้ได้ ด้วยสิ่งที่ตัวเราเองบอกตัวเราเอง! ทุกคำพูดที่คุณพูดกับตัวคุณเอง ทรงพลังอำนาจต่อการตัดสินใจของคุณมากกว่าที่

คุณคาดคิด มั น เป็ น ได้ ทั้ ง “ลมแรง” ที่ ผ ลั ก ดั น ชี วิ ต เราให้ บิ น สู่ จุ ด หมายข้ า งหน้ า และอาจเป็ น

“ลมต้าน” ดันเราให้อ่อนล้าไปไม่ถึงไหน ชีวิตเรามาถึงวันนี้ได้ เพราะเราเลือกทิศทางลมให้ตัวเราเอง

ผลลัพธ์ของชีวิต

สิ่งที่คุณเป็นในวันนี้ คือบทสรุปรวมของ “พฤติกรรม” ที่คุณลงมือทำตลอดชีวิตที่ผ่านมา นักจิตวิทยาโยงใยให้เราเห็นได้ชัดๆ ว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออกกับสิ่งที่คุณ พูดกับตัวเอง อย่าเพิ่งส่ายหน้าไม่อยากเข้าใจ โปรดพิจารณาความสัมพันธ์ข้างล่างนี้ก่อน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา มาจากพฤติกรรมของเรา พฤติกรรมในชีวิตของเรา มาจากความรู้สึกของเรา ความรู้สึกของเรา มาจากทัศนคติของเรา ทัศนคติของเรา มาจากความเชื่อของเรา ความเชื่อของเรา มาจากข้อมูลที่อยู่ในสมองของเรา ข้อมูลที่อยู่ในสมองของเรา (ส่วนใหญ่) มาจากสิ่งที่เราโปรแกรมเข้าไปเอง 13

6/28/09 7:01:44 PM


ถ้าชีวิตเราเป็นผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายของข้อมูลที่ถูกโปรแกรมไว้ในสมองของเรา และเราต้องการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในชีวิตใหม่ สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนให้ได้ ก็ต้องเป็นวิธีพูด (มอง คิด ตัดสิน) ที่เรามีต่อตัวเอง

น้ อ งกำลั ง ทำอะไร

คุณเดินผ่านไซท์กอ่ สร้างขนาดใหญ่ใกล้ทที่ ำงานของคุณ คุณเห็นคนงานสามคนกำลังเรียง อิฐโบกปูน ด้วยความสงสัย คุณเดินเข้าไปถามคำถามกับคนงานคนแรก “น้องๆ น้องกำลังทำอะไร” คนแรกหันมาตอบคุณอย่างเสียไม่ได้ “ก็ก่อปูนซิพี่ ถามได้” คุณไม่ได้คำตอบที่พอใจ จึงเดินต่อไปถามคนที่สองด้วยคำถามเดิม “น้องๆ น้องกำลังทำอะไร” คนที่สองหันมาตอบคุณอย่างเซ็งหัวใจ “ทำงานแลกค่าแรงขั้นต่ำไงพี่” คุณยังคงไม่ได้คำตอบที่พอใจ จึงเดินไปถามคนที่สาม “น้องๆ น้องกำลังทำอะไร” คนงานคนที่สามซึง่ กำลังทำงานอย่างมุง่ มัน่ เงยหน้าขึน้ ยิม้ กว้าง ปาดเหงือ่ แล้วพูดกับคุณ อย่างภูมิใจ “ผมกำลังก่อสร้างศูนย์โรคหัวใจแห่งใหม่ ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียครับ”

แต่สิ่งเดียวที่คุณรู้และมั่นใจ คนงานคนสุดท้าย จะไม่เป็นคนงานก่อสร้างไปชั่วชีวิตแน่นอน! แล้วคุณล่ะ ในชีวิตประจำวันของคุณ ถ้าใครสักคนถามคุณถึงสิ่งที่คุณทำ คุณจะบอก เขาว่าคุณกำลัง “ก่อสร้าง” “ทำงานแลกค่าแรงขั้นต่ำ” หรือกำลัง “ก่อสร้างศูนย์โรคหัวใจ แห่งใหม่ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชีย” เมื่อใครสักคนถามว่าคุณทำอะไร โปรดอย่า “ประเมินต่ำเกินไป” ด้วยการอธิบายสิ่งที่ คุณกำลังทำเหมือนที่เคยเป็นมา “พนักงานบัญชีต๊อกต๋อย” “นักเขียนไส้แห้ง” “ข้าราชการชั้นผู้น้อย” “นักแสดงกระจอกๆ” “ขายของไปวันๆ” “หาเช้ากินค่ำ” หยุด!!! โปรดจำไว้ สิ่งที่คุณพูดกับตัวเองทุกคำ ทรงพลังอำนาจเกินกว่าที่คิด สิ่งที่คุณบอกกับตัวเอง ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มีผลเชื่อมโยงต่อพฤติกรรมในอนาคต ของคุณ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือล้มเหลวของชีวิตคุณ!

อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ

เรื่องนี้บอกอะไรคุณ? ถูกต้อง! คุณไม่อาจล่วงรู้ได้หรอกว่า อนาคตของคนงานสามคนจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อหนังสือเล่มล่าสุดของธาวินทร์ขายดีถล่มทลาย แทนที่จะคิดว่าเป็นเพราะเขาเขียนหนังสือโดนใจมหาชนหรือจับจุดตลาดได้ ธาวินทร์ กลับถ่อมตัวอายๆ ว่า “มันคงฟลุ้คน่ะครับ” อือม์...คิดผิดคิดใหม่นะธาวินทร์ แน่ใจหรือว่าความสำเร็จในชีวิตที่คุณได้รับมา เป็นแค่ เรื่องบังเอิญ ชีวติ ไม่มเี รือ่ งบังเอิญ! ความสำเร็จและความล้มเหลวใดๆ ไม่ได้มาถึงชีวติ เราได้เพราะอุบัติเหตุ

14

15

โปรดอย่ า ประเมิ น ตั ว เองต่ำ

1-57.indd 14-15

6/28/09 7:01:44 PM


ปรากฏการณ์เขียนหนังสือขายดีเกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่เพราะ “ฟลุ้ค” สิง่ ดีๆ ในชีวติ ธาวินทร์ เกิดจากการลงมือทำ อันนำมาจากความรูส้ กึ ทีไ่ ด้มาจากทัศนคติ ซึ่งพัฒนาจากความเชื่อ และก่อกำเนิดจากสิ่งที่เขาโปรแกรมเข้าไปในสมอง ดูซิว่ามีความบังเอิญเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นตอนไหน! แล้วคุณล่ะ ลองนึกถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตของคุณขึ้นมาสักเรื่อง จะเป็นเรื่องที่เกิดวันนี้หรือปี ที่แล้ว เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เรื่องธรรมดาที่คุณเคยมองผ่าน หรือเรื่องเล่าขานที่ยากจะลืม เรื่องดีๆ ที่คุณนึกได้ ตรวจสอบดูให้แน่ใจ ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ “ความบังเอิญ” หรือไม่ หรือเกิดจาก “ตัวคุณเอง” ล้วนๆ

คุ ณ เป็ น สาเหตุ ข องทุ ก สิ่ง

คุณตระหนักแล้วใช่ไหม ความสำเร็จหรือความล้มเหลวใดๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณนั้น ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นได้ด้วยตัวคุณเองทั้งนั้นจริงๆ ลูกไปถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพเมื่อเช้านี้ เพราะคุณขับรถอย่างดีและระมัดระวัง คุณมาถึงที่ทำงานตรงเวลา เพราะคุณตื่นตามนาฬิกาปลุกอย่างมีความรับผิดชอบ ผลงานที่เสร็จเมื่อคืนนี้และเจ้านายก็รับไว้โดยไม่ได้ติ ไม่ใช่เพราะเจ้านายอารมณ์ดี

แต่เพราะฝีมือของคุณ คุณมาทำงานในวันนี้ งานที่คุณทำมานานสิบสองปี ยังไม่เคยถูกไล่ออกเลยจนถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะบังเอิญ แต่เพราะคุณ! ในทางตรงกันข้าม สิ่งใดที่คุณอยากให้เกิด แต่ไม่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ ก็เป็นเพราะคุณ ไม่ได้ทำมัน คุณไม่มีเงินเก็บ ไม่ใช่เพราะบังเอิญมีเรื่องให้ต้องใช้อยู่เรื่อย แต่เพราะคุณนั่นแหละที่ไม่ เก็บมัน 16

1-57.indd 16-17

คุณไม่เปลีย่ นงานเสียที ไม่ใช่เพราะหางานใหม่ทดี่ กี ว่านีไ้ ม่ได้ แต่เพราะคุณไม่เปลีย่ นมัน คุณไม่มีกิจการของตัวเองเสียที ไม่ใช่เพราะจังหวะชีวิตไม่เคยลงตัวสักที แต่เพราะคุณ นั่นแหละไม่เริ่มมัน

ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้

พฤติกรรมในชีวิตของเรา มาจากความรู้สึกของเรา ความรู้สึกของเรา มาจากทัศนคติของเรา ทัศนคติของเรา มาจากความเชื่อของเรา ความเชื่อของเรา มาจากข้อมูลที่อยู่ในสมองของเรา ข้อมูลที่อยู่ในสมองของเรา (ส่วนใหญ่) มาจากสิ่งที่เราโปรแกรมเข้าไปเอง ลองมองดูให้ดีๆ แล้วยอมรับว่าชีวิตคุณเป็นอย่างทุกวันนี้ มีโชคชะตา อุบัติเหตุ หรือ ความบังเอิญ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจริงๆ หรือ ไม่เลย! แล้วคุณจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของชีวิตได้ไหม ได้แน่! วิธีเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของชีวิตได้ คุณจำเป็นต้องจัดการกับ “เสียงข้างใน” ของตัวคุณเอง สรุปอีกครั้ง : ชี วิ ต เราเป็ น ผลลั พ ธ์ ขั้ น สุ ด ท้ า ยของข้ อ มู ล ที่ ถู ก โปรแกรมไว้ ใ นสมอง ของเรา ถ้าเราต้องการเปลีย่ นแปลงผลลัพธ์ในชีวติ เราต้องเปลีย่ นแปลง วิธีคิดที่เรามีต่อตัวเอง คำถามใหม่ : เราจะทำอย่างไรเพื่อเปลี่ยนแปลงมัน

17

6/28/09 7:01:44 PM

คุณได้ยินมันใช่มั้ย  

“แม่คนนั้น” ดูเหมือนจะตั้งใจตามติดชีวิตศิรา เพียงเพื่อย้ำว่าสิ่งที่ศิราทำ ไม่เคยถูกต้อง แต่ศิรากลับไม่สลัดหล่อนให้หลุดจากชีวิตเสียที แปลกจร...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you