Issuu on Google+

รอบรู ้เรื่ องการอ่าน

อลิสา วารี รหัสนักศึกษา5315881046 เอกภาษาไทย หมู่ 1

รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู (1032101) ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี


คำนำ รายงานนี้จดั ทาขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า การอ่านเป็ นสิ่ งสาคัญสาหรับมนุษย์เพราะมนุษย์ จะไม่สามารถเป็ นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบหากปราศจากการอ่าน ซึ่ งเป็ นหนึ่งในสี่ ของทักษะทางภาษา ที่จาเป็ นต้องฝึ กฝนอยูส่ ม่าเสมอและสามารถฝึ กฝนได้เรื่ อยๆ ตามวัย และประสบการณ์อย่างไม่มีวนั สิ้ นสุ ด เป็ นสิ่ งสาคัญที่จะช่วยให้มนุ ษย์ได้รับความคิด ความรู ้และความบันเทิง มีผลต่อชีวติ และจิตใจของมนุษย์ให้ เจริ ญยิง่ ขึ้น

อลิสา วารี


สำรบัญ เรื่อง ควำมหมำยของกำรอ่ำน

หน้ ำ 1

ควำมสำคัญของกำรอ่ำน

1

จุดมุ่งหมำยของกำรอ่ ำน

2

ระดับของกำรอ่ำน

3

กำรฝึ กอ่ำนให้ เป็ น

4

วิธีอ่ำนหนังสื อ

5

อ้ำงอิง

8


1 ควำมหมำยของกำรอ่ำน การอ่านคือ การรับรู ้ขอ้ ความในการเขียนของตนเองหรื อของผูอ้ ื่น รวมถึงการรับรู ้ความหมายจาก เครื่ องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญลักษณ์จราจร เครื่ องหมายที่แสดงบนแผนที่ เป็ นต้น การรับรู้ ข้อความ เข้าใจเรื่ องราวหรื อได้รับรสความบันเทิงใจตรงตามจุดประสงค์ของผูเ้ ขียน เป็ นการอ่านที่ดีและ ได้ประโยชน์อย่างแท้จริ ง ควำมสำคัญของกำรอ่ำน ชีวติ ของแต่ละคนย่อมต้องเกี่ยวข้องผูกพันกับสังคม คือ กลุ่มคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีใครที่จะ อยูไ่ ด้โดยปราศจากสังคมและการอยูร่ ่ วมกับคนอื่น ซึ่ งจะต้องมีความเข้าใจซึ่ งกันและกัน มีการแลกเปลี่ยน ความรู ้ ความคิด ความสนใจ เพื่อให้สังคมเกิดความสงบสุ ขและพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแท้จริ ง ดังนั้นการ ติดต่อสื่ อสารจึงเข้ามาเป็ นส่ วนสาคัญในการเชื่อมโยงมนุษย์ทุกคนเข้าด้วยกัน สามารถทาทั้งการพบปะ สื่ อสารกันด้วยการสนทนาและอ่านข้อเขียนของกันและกัน สาหรับสังคมปั จจุบนั ซึ่ งเป็ นสังคมใหญ่ที่ เจริ ญเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ ว การติดต่อกันโดยวิธีพบปะสนทนาย่อมเป็ นไปได้ในวงจากัด ดังนั้นการสื่ อสารกันโดยการอ่านจึงมีความสาคัญมาก นอกจากนั้นผูอ้ ่านจานวนมากยังต้องการอ่านเพื่อ แสวงหาความรู้และความบันเทิงจากหนังสื ออีกด้วย


2 จุดมุ่งหมำยของกำรอ่ ำน 1. การอ่านเพื่อการศึกษาค้นคว้า คือ ต้องการได้รับความรู ้ จากเนื้ อเรื่ องที่อ่าน เช่ น การอ่านหนังสื อประเภทตารา สารคดี หรื อ หนัง สื ออ่ านเพิ่ม เติ ม ของนัก เรี ยนและนักศึ กษา เพื่อรู ้ และเข้าใจเรื่ องราวตามหลัก สู ตร และอ่ านวารสาร หนังสื อพิมพ์และข้อความต่างๆเพื่อให้ทราบเรื่ องราวอันเป็ นความรู ้ หรื อเหตุ การณ์ บา้ นเมื อง ผูป้ ระกอบ อาชี พต่างๆก็ตอ้ งอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู ้ ในสาขาอาชี พของตน หรื อเพื่อทาความเข้าใจวิทยาการใหม่ๆอัน เป็ นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า แม้แต่ในหนังสื อประเภทบันเทิ งคดี สาหรั บบุ คคลทัว่ ไป ก็ยงั ให้ความรู ้ ควบคู่ไปกับความบันเทิง เพราะบุคคลทัว่ ไปอ่านหนังสื อต่างๆเพื่อขยายความรู ้ ความสนใจ ให้กว้างขวาง 2. การอ่านเพื่อความบันเทิง บุคคลบางประเภทมี ความชอบที่จะอ่านเพื่อความบันเทิงมากกว่าอ่านเพื่อความรู ้ เนื่ องจากว่า ความบันเทิงเป็ นอาหารทางใจซึ่ งมีความจาเป็ นต่อชี วิตของมนุ ษย์เช่ นเดี ยวกันกับอาหารและอากาศจึงมัก จะเลือกอ่านแต่หนังสื อที่ส่งเสริ มสุ ขภาพจิตให้แจ่มใส มีความสุ ข คนไทยเรานั้นใช้การอ่านเป็ นเครื่ องให้ ความบันเทิงใจมาเป็ นเวลาติดต่อกันนานหลายปี แล้ว เห็นได้จากนิ ทานร้อยแก้ว และนิ ทานคากลอนสาหรับ อ่าน กลอนเพลงยาว นิราศ ตลอดจนวรรณกรรมอื่นๆที่ถูกแต่งขึ้นอย่างมากมายและหลากหลายในสมัยก่อน ล้วนแต่มีส่วนให้ความบันเทิงใจแก่ผอู ้ ่านทั้งสิ้ น จวบจนปั จจุบนั นี้ก็ยงั มี นวนิยาย เรื่ องสั้น สารคดี การ์ ตูนที่มี ภาพประกอบต่างๆมากมายเพื่อสร้ างรอยยิม้ ความสนุ กสนานเพลิดเพลิ นให้กบั ผูอ้ ่านโดยวิธีการอ่านง่ายๆ และสามารถทาได้หลายโอกาส เช่ น ระหว่างที่คอยบุคคลที่นดั หมาย คอยเวลารถไฟออก เป็ นต้น หรื ออ่าน หนังสื อประเภทบันเทิงคดีในเวลาว่าง


3 3. การอ่านเพื่อความคิดหรื อเพื่อสนองความต้องการอื่นๆ นอกจากความต้องการในการหาความรู้และความบันเทิงแล้ว คนบางคนยังแสวงหาคาตอบอื่นๆ ให้กบั ตนเอง ไม่วา่ จะเป็ นแนวความคิดทางปรัชญา วัฒนธรรม จริ ยธรรม และความคิดเห็นทัว่ ไปที่มกั จะ แทรกอยูใ่ นหนังสื อแทบทุกประเภท การศึกษาแนวคิดของผูอ้ ื่นเพื่อเป็ นแนวทางความคิดของตนเองและ อาจนามาเป็ นแนวปฏิบตั ิในการดาเนินชีวติ หรื อแก้ปัญหาต่างๆหรื ออ่านเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ กล่าวคือการ อ่านหนังสื อมากๆจะช่วยให้ผอู ้ ่านสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี รู ้จกั การวางตัวให้เหมาะสม มีความคิด กว้างขวางทันสมัย สามารถแก้ปัญหาและตัดสิ นใจได้อย่างถูกต้อง โดยอาจเรี ยนรู ้จากเรื่ องราวในหนังสื อที่ เป็ นคติสอนใจหรื อเป็ นอุทาหรณ์ ระดับของกำรอ่ำน ระดับของการอ่าน แบ่งเป็ น 2 ระดับ คือ 1. อ่านออก การที่ผอู ้ ่านรู ้จกั พยัญชนะ สระและเครื่ องหมายต่างๆ สามารถอ่านออกเสี ยงออกมาเป็ นคาได้ อย่างถูกต้อง 2. อ่านเป็ น เป็ นการอ่านที่แตกต่างจากระดับแรกโดยสิ้ นเชิง เพราะการอ่านเป็ นนั้นหมายความว่าผูอ้ ่าน จะต้องอ่านได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว จับใจความได้ตรงตามที่ผเู ้ ขียนต้องการ ทราบความหมายของข้อความทุก อย่างรวมถึงความหมายที่ผเู ้ ขียนเจตนาแฝงเร้นไว้ สามารถเข้าใจเจตนาและอารมณ์ของผูเ้ ขียนตลอดจน สามารถประเมินคุณค่าและเลือกรับสิ่ งดีๆจากงานเขียนนั้นได้ จึงจาเป็ นอย่างยิง่ ที่จะต้องฝึ กฝนทักษะในการ อ่านของตนเองให้มาก เพื่อที่จะได้อ่านเป็ น ซึ่ งต้องอาศัยเวลาในการฝึ กฝนค่อนข้างนาน


4 กำรฝึ กอ่ำนให้ เป็ น 1. รู้หลักภาษา ต้องให้ความสาคัญกับการศึกษาหลักไวยากรณ์ การออกเสี ยง อักขรวิธี จนคุน้ ชินสามารถอ่าน ออกเสี ยงได้ถูกต้องแล้วจึงฝึ กฝนตนเองให้เป็ นคนอ่านเร็ ว สามารถเข้าใจใจความของข้อความได้เมื่อกวาด สายตาไปตามตัวอักษรที่เรี ยงกันเป็ นคา เป็ นประโยคโดยที่ไม่ตอ้ งสะกด หรื ออ่านออกเสี ยงใดๆเลย หรื อที่ เราเรี ยกกันว่า การอ่านในใจนัน่ เอง 2. รู้หนังสื อ ต้องรู ้จกั ประเภทของหนังสื อ สามารถแยกแยะประเภทและความแตกต่างของจุดมุ่งหมายใน หนังสื อแต่ละประเภทได้ รวมทั้งจะต้องรู ้ส่วนประกอบต่างๆของหนังสื อว่ามีอะไรบ้าง แต่ละส่ วนเป็ น อย่างไร 3. รู้จกั เลือก จะทาให้สามารถเลือกหนังสื อได้ตรงตามความต้องการของตนเอง ช่วยประหยัดเวลาในการ เลือกมากขึ้น 4. รู ้วธิ ี อ่าน นอกจากต้องรู ้หนังสื อและรู ้จกั วิธีเลือกแล้ว จะต้องรู ้วธิ ี อ่าน ต้องใจกว้างพยายามอ่านหนังสื อ หลายๆประเภทไม่อ่านแต่หนังสื อที่ชอบ ฝึ กให้มีความเป็ นกลางในการอ่าน ยอมรับความคิดที่แตกต่าง ต้อง ไม่เป็ นทาสของหนังสื อ อ่านเล่มใดก็คล้อยตามเล่มนั้น ฝึ กตนเองให้เป็ นคนที่วิเคราะห์ดว้ ยเหตุผล ความเป็ น จริ งและความถูกต้อง 5. รู ้คุณค่า เมื่อทาได้ท้ งั 4 ข้อในข้างต้นแล้ว สิ่ งสาคัญที่ตามมาก็คือจะต้องอ่านแล้วคิดตามตลอดเวลา ฝึ ก จับใจความสิ่ งที่ผเู ้ ขียนต้องการจ���สื่ อทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เข้าใจอารมณ์และความรู ้สึกผูเ้ ขียน ประเมินค่า และแยกแยะสิ่ งที่เป็ นประโยชน์ออกจากเนื้ อเรื่ องได้ เมื่ออ่านจบสามารถบอกคุณค่าของหนังสื อและสาระที่ ได้จากการอ่าน หากทาได้ท้ งั 5 ข้อจะช่วยให้เข้าถึงคุณประโยชน์ของหนังสื อได้อย่างแท้จริ ง


5 วิธีอ่ำนหนังสื อ เนื่องจากการอ่านของแต่ละบุคคลมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน มีท้ งั ที่อ่านเพื่อความบันเทิง ความรู ้ และสนองความต้องการอย่างอื่น ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์จากการอ่านอย่างแท้จริ งเราควรจะรู ้วธิ ี การอ่าน ในแต่ละจุดมุ่งหมาย 1. วิธีอ่านเพื่อความบันเทิง ความบันเทิง หมายถึง ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน รื่ นรมย์ และความเป็ นสุ ขใจ ผูอ้ ่านแต่ละคน ต้องการความบันเทิงในแบบที่ต่างกัน บ้างก็เพลิดเพลินกับการอ่านนิทาน นวนิยายที่ตอ้ งใช้จินตนาการ มี ความสุ ขกับจินตนาการที่ตนสร้าง บ้างก็สนุกสนานเรื่ องตลกขบขัน บ้างก็สุขใจกับการอ่านธรรมะ ปรัชญา คติธรรมที่ให้ความสงบสุ ขทางใจ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสุ ขในการอ่านเราควรจะต้องรู ้วธิ ี อ่านดังนี้ 1.1 เลือกหนังสื อให้ตรงกับความต้องการ โดยดูจากประเภทของหนังสื อว่าเป็ นความบันเทิงด้านใด เช่น เรื่ องสั้น สารคดีเบาๆ เรื่ องตลกขบขัน เป็ นต้น 1.2 อ่านคานาหรื อคาปรารภ เพื่อให้เข้าใจจุดมุ่งหมายในการแต่งและผูแ้ ต่งมากขึ้น 1.3 อ่านอย่างไม่มีอคติหรื อจับผิด ปล่อยใจไปกับเรื่ องราวเพื่อรับรสความบันเทิงอย่างเต็มที่ 1.4 พิจารณาว่าได้อะไรจากการอ่าน ได้แนวคิดอะไร หรื อได้ความบันเทิงใจอย่างไร เช่น ปลื้มปิ ติ สนุกสนาน หรื ออิ่มเอมใจ เป็ นต้น


6 2. วิธีการอ่านเพื่อต้องการศึกษาค้นคว้า จะต้องรู ้วา่ ต้องการศึกษาเรื่ องอะไร แล้วจึงเลือกหาหนังสื อที่จะศึกษาค้นคว้าโดยการพิจารณาจาก ประเภทของหนังสื อ เมื่อได้หนังสื อที่ตอ้ งการแล้วจะต้องพิจารณาจากส่ วนประกอบที่สาคัญของหนังสื อ เพื่อให้ประโยชน์ทางการศึกษาโดยตรง คือ 2.1 คานา จะเป็ นส่ วนที่ผแู ้ ต่งหนังสื อจะบอกถึงจุดมุ่งหมายในการแต่ง สาระสาคัญของเรื่ องและ บางครั้งยังบอกวิธีการใช้หนังสื อไว้ในคานา จึงทาให้เรารู ้จกั ผูแ้ ต่งมากขึ้น 2.2 สารบัญ จะเป็ นตัวบอกขอบเขตของเนื้อหาว่ากล่าวถึงเรื่ องอะไรบ้าง ลาดับก่อนหลังของเนื้ อหา และส่ วนประกอบของหนังสื อ เช่น ภาคผนวก ดัชนี เป็ นต้น ดังนั้นหน้าสารบัญที่ละเอียดจึงมีส่วนช่วย อานวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าแก่ผอู ้ ่าน หนังสื อไม่จาเป็ นจะต้องมีสารบัญทุกเล่ม สารบัญ จาเป็ นต้องมีในหนังสื อประเภทที่มีหวั ข้อเนื้ อหาหลากหลายเรื่ องรวมอยูใ่ นเล่มเดียว เช่น นิตยสาร วารสาร หรื อหนังสื อเพื่อการค้นคว้า เป็ นต้น หนังสื อที่ไม่จาเป็ นต้องมีสารบัญ เช่น นวนิยาย นิ ทาน บทละคร เป็ นต้น 2.3 บัญชีตารางและบัญชีภาพ มีในหนังสื อบางประเภท เช่น รายงานการวิจยั ตาราและเอกสารทาง วิชาการ เพื่อบอกให้ผอู ้ ่านทราบว่า ตารางแสดงสถิติตวั เลข แผนภูมิหรื อแผนภาพประกอบอยูใ่ นหน้าใดของ หนังสื อ จะช่วยให้ศึกษาได้สะดวกยิง่ ขึ้น 2.4 เนื้อเรื่ อง สาหรับการอ่านเพื่อศึกษาค้นคว้า ผูศ้ ึกษาจะต้องรู ้วา่ ตนเองต้องการจะค้นคว้าอย่าง ละเอียดทั้งเรื่ อง หรื อค้นคว้าเฉพาะเรื่ อง หากต้องการจะค้นคว้าทั้งเรื่ อง ผูอ้ ่านต้องพยายามจับใจความในแต่ ละย่อหน้าและแต่ละบทให้ได้ เมื่ออ่านจบต้องสามารถสรุ ปเนื้อหา.ในแต่ละย่อหน้าเรี ยบเรี ยงเป็ นหนึ่งบท และสามารถเรี ยบเรี ยงแต่ละบท มาสรุ ปเป็ นเรื่ องเดียวกันได้ ส่ วนการอ่านที่ตอ้ งการค้นคว้าเฉพาะเรื่ อง หมายถึงเรื่ องย่อยๆที่กล่าวในบางตอนของหนังสื อหรื อวารสาร ผูอ้ ่านจะต้องเลือกเนื้ อหาโดยอาศัยสารบัญ เป็ นสาคัญ สิ่ งที่ควรจะฝึ กให้เป็ นนิสัยก็คือ อ่านให้ตลอดทีละย่อหน้า จับใจความของย่อหน้านั้นๆให้ได้ เมื่อ อ่านจบแล้วจึงค่อยสรุ ปใจความออกมาเป็ นหนึ่งบทเช่นเดียวกันกับการค้นคว้าทั้งเรื่ อง การค้นคว้าทั้งสองแบบนั้น ควรจะใช้การบันทึกประกอบด้วยเพื่อให้เกิดการศึกษาที่เป็ นระบบ จะช่วยอานวยความสะดวกแก่การลาดับความสาคัญและการจดจา 2.5 ภาคผนวก รวบรวมเรื่ องที่อา้ งอิงและข้อเขียนที่หาอ่านได้ยากไว้ทา้ ยเล่ม แม้ไม่ใช่เนื้อหาโดย ตรงที่แท้จริ งแต่จะช่วยขยายความรู ้ ความเข้าใจและความคิดเกี่ยวกับเนื้ อหาได้มาก


7 2.6 บรรณานุกรม คือหนังสื ออ้างอิงที่ผแู ้ ต่งใช้ประกอบในการเขียนหนังสื อเรื่ องนั้น เรี ยงลาดับไว้ ตามอักษรชื่ อผูแ้ ต่ง ผูศ้ ึกษาค้นคว้าควรดูรายละเอียดในส่ วนนี้ดว้ ย เพราะบางครั้งจะต้องติดตามเรื่ องที่อา้ งอิง ในหนังสื อเล่มนั้น 2.7 ดัชนี คือส่ วนสุ ดท้ายของหนังสื อ ช่วยในการหาเนื้ อหาที่ตอ้ งการศึกษา สาหรับผูศ้ ึกษาที่มีเวลา น้อย จะรวบรวมเอาชื่ อและคาต่างๆที่มีในหนังสื อ พร้อมกับบอกหมายเลขหน้าเอาไว้ 3. วิธีอ่านเพื่อความคิดหรื อเพื่อสนองความต้องการอื่นๆ คือความต้องการที่จะหาข้อคิด คาแนะนาในการดารงชี วติ ในการแก้ปัญหาต่างๆเช่น การเสริ ม สร้างบุคลิกภาพของตนเอง ส่ งเสริ มหน้าที่การงาน หรื อยกระดับจิตใจ เป็ นต้น ซึ่ งควรจะต้องอ่านให้ เหมาะสมคือ 3.1 สารวจตนเองว่าขณะนี้ ตอ้ งการอะไรและเลือกหนังสื อให้ตรงกับความต้องการของตนเอง เช่น มี ความสามารถต้องการสมัครงานแต่รู้วา่ ตนเองมีบุคลิกที่ไม่ดี ก็ควรหาหนังสื อประเภทส่ งเสริ มบุคลิกภาพให้ ดูน่าเชื่ อถือ น่าไว้วางใจ เป็ นต้น 3.2 อ่านอย่างช้าๆ ตีความหมายในเนื้อเรื่ องแจ่มแจ้ง เมื่ออ่านจบแล้วจะต้องรู ้วา่ สิ่ งที่อ่านมาทั้งหมด นั้นสนองความต้องการของตัวเองแล้วหรื อไม่ มีส่วนใดที่น่าพึงใจและประทับใจ การอ่านแบบนี้เป็ นการ อ่านที่เน้นประโยชน์จากการอ่านเป็ นสาคัญ ไม่วา่ ผิอ่านจะเป็ นคนระดับไหนก็ตามแต่สามารถที่จะเข้าใจ ตนเอง พัฒนาตนเอง มีความสุ ขจากการได้อ่านหนังสื ออย่างเข้าใจถ่องแท้ ประโยชน์ก็จะเกิดแก่เขาผูน้ ้ นั


8 อ้ำงอิง -http://e-learning.mfu.ac.th/mflu/1001103/chapter5/chapter5_1.htm


รอบรู้เรื่องการอ่าน