Issuu on Google+

สถานทีท ่องเทีย ว อําเภอเมืองจันทบุรี

จัดทําโดย นางสาวเสาวลักษณ์ ชาวนาโก่น

เสนอ อาจารย์ สุรินทร์ สุ รรัตนากร

รายงานเล่ นนี"เป็ นส่ วนหนึงของนายวิชา ง40207 โรงเรียนเบญจมานุสรณ์ จังหวัดจันทบุรี


คํานํา ในจังหวัดจันทบุรีมีแหล่งท่องเทียวมากมายทังแหล่งท่องเทียวเชิงธรรมชาติ โบราณสถาน ส่วนผลไม้และถนนสายอัญมณี ทีสมบูรณ์ ดังนันรายงานเล่นนีจดั ทําขึนเพือบอกความเป็ นมาและทีต งั ของสถานทีท่องเทียวใน อําเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี นําเสนอไว้ในรายงานเล่มนี หวังว่าผูอ้ ่านจะได้รับความรู้และ ประโยชน์ในรายงานเล่มนี

ผูจ้ ดั ทํา นางสาวเสาวลักษณ์ ชาวนาโก่น


สารบัญ รายการ

หน้ า

คํานํา

สารบัญ

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิ น

1

โบสถ์คาทอลิก

2

นําตกคลองนารายณ์

3

ศาลหลักเมืองจันทบุรีและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช

4

วัดเขตร์ นาบุญญาราม

5

วัดไผ่ลอ้ ม (พระอารามหลวง)

6

ถนนสายอัญมณี

7

วัดทองทัว

8

โบราณสถานเมืองเพนียด

9

วัดพลับบางกะจะ

10

ค่ายเนินวง

11


1

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้ าตากสิน

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิ น สภาพภูมิทศั น์โดยรอบร่ มรื นสวยงาม มีการขุดบึงล้อมรอบซึ งใช้ เป็ นทีพายเรื อเล่น และยังใช้เป็ นทีเพาะพันธุ์ปลาของประมงจังหวัดอีกด้วย เกาะกลางบึงประดิษฐานพระ บรมราชานุสาวรี ยส์ มเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงม้า พร้อมทหารคู่พระทัยทังสี คือพระเชียงเงิน หลวง พิชยั อาสา หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสน่หา เพือเป็ นอนุสรณ์สถานสําหรับการกูเ้ อกราชของสมเด็จพระเจ้า ตากสิ นมหาราช ทีทรงเลือกจังหวัดจันทบุรีเป็ นทีรวบรวมกําลังพลในการกอบกูก้ รุ งศรี อยุธยา การเดินทาง : ตังอยูบ่ นถนนท่าหลวง เยืองกับศาลากลาง จังหวัด ริ มถนนเลียบเนิน การเดินทางเริ มจากสี แยก ถ.ท่าหลวง ตัดกับ ถ.พระยาตรัง ขับตรงมาประมาณ 200 เมตร เข้าถนนเลียบเมือง สวนสาธารณะฯ จะอยู่ ทางซ้ายมือ


2

นํา" ตกคลองนารายณ์

นําตกคลองนารายณ์ ตังอยูท่ างตอนเหนื อของนําตกพลิว และมีชือเรี ยกอีกอย่างหนึงว่า "นําตกเขา สระบาป" เป็ นนําตกขนาดกลาง มีลาํ ธารใส สลับกับอ่างนําเป็ นช่วงๆ ได้แก่ อ่างอานนท์ อ่างอมร และอ่าง ศาล มีน าํ ไหลตลอดปี สภาพธรรมชาติสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ลักษณะนําตกเป็ นหน้าผา มี นําสายเดียวไหลตกลงมาสู่ อ่างทีรองรับอยูเ่ บื องล่าง ความสูงประมาณ 25 เมตร อีกทังยังมี "เส้นทางเดินเท้า ศึกษาธรรมชาติ" ซึ งมีจาํ นวนทังหมด 18 สถานี


3

ศาลหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้ าตากสินมหาราช

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิ นฯ เป็ นสถานทีสาํ คัญอีกแห่งหนึ งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพัน ของชาวเมืองนีทีมีต่อพระเจ้าตาก โดยมีคาํ กล่าวว่า ถ้าไม่ได้มาสักการะพระเจ้าตาก ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเมือง จันท์ ประวัติ : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิ นฯ เดิมเป็ นศาลไม้อยูข่ า้ งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่อมาในปี 2463 สมัย ม.จ. สฤษดิเดชชยางกูร เป็ นสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ได้สร้างศาลขึนใม่บรเวณด้านหน้าค่าย ทหาร กองพันนาวิกโยธิ น คนละฝังถนนกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยอาศัยอาคารเป็ นศาลาคอนกรี ตสี เหลียม จัตุรมุตข มีบนั ไดด้านหน้าและด้านข้างรวม 3 ด้าน กรมศิลปากรเป็ นผูอ้ อกแบบ ภายในเป็ นทีประดิษฐาน เทวรู ปซึ งเป็ นเทพเจ้าประจําพระองค์พระเจ้าตาก


4

วัดเขตร์ นาบุญญาราม

สมัยกรุ งศรี อยุธยาเสี ยแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชเมือครังยังเป็ นพระยาวชิรปราการ ได้ นํากําลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิ ศตะวันออกและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็ นเวลา 5 เดือน เพือเป็ นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี พล จากนันจึ งนํากําลังพลทังไทย-จีน จํานวน 5,000 คน กลับไปกอบ กูก้ รุ งศรี อยุธยา ในปี พ.ศ. 2310 ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนัง เกล้าเจ้าอยู่หวั ได้ยา้ ยเมืองไปตังทีบา้ นเนินวงซึ งอยูใ่ นทีสูงเพือเป็ นทีมนั ในการ ป้ องกันการถูกรุ กรานของญวณ จนกระทัง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั เมืองจันทบุรีได้ ย้ายกลับมาตังทีบา้ นลุ่มตามเดิมเนื องจากบ้านเนิ นวงอยูไ่ กลจากแหล่งนําในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณี พิพาท ระหว่างไทยกับฝรังเศส และฝรังเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยก ดินแดนฝังซ้ายแม่น าํ โขงให้กบั ฝรังเศสเพือแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา


5

วัดไผ่ ล้อม (พระอารามหลวง)

เป็ นวัดเก่าของเมืองจันทบุรี สิ งก่อสร้างต่าง ๆ ทีเหลืออยู่ภายในวัด เช่น กุฏิพระและศาลาการเปรี ยญ มีไม้ฉลุแบบขนมปังขิงประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ล้วนแล้วแต่เป็ นของเก่าอายุเกือบร้อยปี ทังนัน ทีไม่ควร พลาดชมเห็นจะเป็ น พระอุโบสถ ซึ งสร้างมาตังแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็ นอย่างน้อย ทังนีจะเห็นได้จาก ฐานโบสถ์ทีโค้งอย่างทีเรี ยกว่า "ตกท้องช้างหรื อท้องเชือก" อันเป็ นสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาตอนปลาย และภายในพระอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมโบราณ เรื องทศชาติและพุทธประวัติทียงั คงสภาพสมบูรณ์อยู่ ซึ ง เขียนขึนโดยช่างสมัยอยุธยา นอกจากนียงั มีพระพุทธรู ปปางไสยาสน์ทีมีขนาดใหญ่ทีสุดในภาคตะวันออก ประดิษฐานอยูภ่ ายในวิหารอีกด้วย


6

ถนนสายอัญมณี

ตังอยูใ่ นตัวเมืองบริ เวณถนนศรี จนั ท์และตรอกกระจ่าง ซึ งตังอยู่ใกล้เคียงกันนับเป็ นถนนสาย เศรษฐกิจของจังหวัด ทีผปู้ ระกอบธุรกิจด้านอัญมณี จะมาซื อขายพลอยและอัญมณี ต่างๆ เป็ นประจําทุกวัน นับเป็ นตลาดพลอยเจียระไนทีใหญ่ทีสุดแห่ งหนึงของประเทศไทย นอกจากนี ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีการค้าขายพลอยดิบอีกด้วย โดยเปิ ดตลาดในช่วงเช้าเวลา 08.00 น. จนถึงประมาณ 15.00 น. มีนายหน้า หรื อตัวแทนซื อขายพลอยมาชุมนุ มต่อรองราคากันอย่างคึกคัก นับเป็ นเสน่ห์อย่างหนึงของเมืองจันทบุรี


7

โบสถ์คาทอลิก

เป็ นโบสถ์คริ สต์นิกายคาทอลิก ตังอยู่ในบริ เวณโรงเรี ยนสตรี มารดาพิทกั ษ์ ตําบลจันทนิ มิตร สามารถเข้าทางเดียวกับวัดไผ่ลอ้ ม เมือถึงวัดไผ่ลอ้ มแล้วเดินทางต่อไปอีกราว 1 กม. หรื อจากตัวเมืองเดินทาง ข้ามสะพานวัดจันท์ไปตามถนนจันนิ มิตรจะพบทางแยกขวาไปโบสถ์คาทอลิก สถานทีแห่ งนี มีชือเรี ยกอีก อย่างหนึงว่า วัดแม่พระปฏิสนธิ นิรมล ได้ชือว่าเป็ นโบสถ์คาทอลิกทีใหญ่ทีสุดในประเทศไทย มีรูปทรงทาง สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกทีเรี ยกว่า ศิลปะแบบโกธิ ค ตบแต่งด้วยกระจกสี ติดผนังเป็ นภาพทางคริ สต์ ศาสนา สวยงามมาก


8

วัดทองทัว

ตําแหน่งทีต งั วัดซึ งไม่ห่างจากโบราณสถานเมืองเพนียดมากนัก วัดทองทัว มีโบสถ์หลังเก่าซึ งเป็ น สถาปัตยกรรมแบบต้นรัตนโกสิ นทร์ สร้างทับไปบนศาสนสถานแบบขอม ทางทิศตะวันออก หน้าโบสถ์มี สิ งห์นงั แกะสลักด้วยหิ นทรายสี แดง สู ง 90 ซม. หน้าประตูมีชินส่ วนธรณี ประตู หิ นทรายสี ขาวในโบสถ์เก่า หลังนี ปั จจุบนั เป็ นทีเก็บทับหลังหิ นทรายสี ขาวและสลักเป็ นศิลปแบบถาลาบริ วตั รต่อสมโบรไพรกุก (พ.ศ. 1150) อีกชิน คือ ทับหลังหิ นทรายสี ขาวเช่นเดียวกัน และสลักเป็ นรู ปลายพันธุ์พฤกษาและพวงมาลัย ลักษณะศิลปแบบไพรกเมง (พ.ศ.1180-1250) และยังมีเสาประดับกรอบประตูเทวสถาน ลักษณะศิลปสครวัด มีโกลนพระคเณศแกะไม่เสร็ จ ยังกําหนดรู ปแบบศิลปะไม่ได้แต่ร่องรอยด้านหลังทีเป็ นรอยเศียรนาค คือ การดัดแปลงพระ���ุทธรู ปนาคปรกให้เป็ นเทวรู ป แสดงให้เห็นถึงลักษณะศิลปะทวารวดีทีปะปนกับขอมซึ ง ขึนอยูก่ บั ผูค้ รองนคร จะเลือมใสศาสนาใดมากกว่ากัน ลักษณะแบบนีพบในเมืองโบราณหลายแห่ งทางภาค ตะวันออกนี เช่น เมืองพระรถ เมือง-ศรี มโหสถเมืองดงละครและโคกกระโดนอยู่ริมถนนสุ ขมุ วิท ห่ างจาก ตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร


9

โบราณสถานเมืองเพนียด

ซากโบราณสถานเมืองเพนียด หรื อทีเรี ยกกันว่าปราสาทหิ นจันทบูร ปั จจุบนั เหลือเพียงแนวกําแพง ศิลาแลงและคันดิน กว้าง 16 ม. ยาว 26 ม. สู ง 3 ม. มีอายุกว่าพันปี เนื องจากชินส่ วนที เคยเป็ นปราสาทหิ นถูก ขนย้ายออกจากพืนทีไปเป็ นจํานวนมาก จึงเหลือไว้ ณ ทีน ี เพียงส่ วนน้อย นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า บริ เวณเมืองเพนี ยดน่าจะมีปราสาทหิ นสองสามหลัง รวมทังส่ วนทีเป็ นบาราย หรื ออ่างเก็บนํารู ปสี เหลียมผืนผ้าขนาดใหญ่กรุ ดว้ ยศิลาแลง และเชื อว่าเมืองเพนียดน่าจะเก่ากว่านครวัด นคร ธมของเขมร เนืองจากมีการพบทับหลังศิลปะแบบถาลาบริ วตั ซึ งเป็ นรู ปแบบศิลปะทีเก่าแก่กว่า นครวัด นคร ธมนับร้อยปี


10

วัดพลับบางกะจะ

ตังอยูท่ ี ตําบลบางกะจะ ห่างจากค่ายเนิ นวงประมาณ 1 กิโลเมตร สังเกตป้ ายบอกทางเข้าทางซ้าย ตามหลักฐานทางโบราณคดี สันนิ ษฐานว่าพืนทีชุมชนวัดพลับและบ้านบางกะจะคงมีอายุในราว พ.ศ. 2300 เป็ นบริ เวณทีกองทั พของพระเจ้าตากสิ นมหาราชได้ใช้พกั ไพร่ พล สิ งก่อสร้างในวัดมีดว้ ยกันหลายสมัย ตู ้ พระไตรปิ ฎกไม้ลงรักปิ ดทองเขียนลายรดนําศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย เจดียท์ รงปรางค์สร้างเมือ พ.ศ. 2441 หอไตรกลางนําเป็ นอาคารไม้ เสารองรับหลังคาเป็ นของเดิมมีเขียนลายรดนําปิ ดทอง อายุเก่ากว่า สมัยก่อนอยุธยา ได้รับการซ่ อมครังล่าสุ ด เมือพ.ศ. 2518 เจดียก์ ลางนําเป็ นเจดียท์ รงระฆัง รู ปแบบ รัตนโกสิ นทร์ วิหารไม้หลังคาทรงจตุรมุขที มีอายุนบั ร้อยปี ภายในประดิษฐานพระประธานปางทุกรกิริยา สร้างขึนในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิ น เมือครังเสด็จเมืองจัน ทบุรี และพระอุโบสถแห่ งนี ยงั เคยใช้เป็ น สถานทีปลุกเสกมุรธาภิเษกในสมัยต้นราชวงศ์จกั รี (มุรธาภิเษก คือ นํารดพระเศียรในงานราชาภิเษก หรื อ พระราชพิธีอืนๆ –พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) ด้านหลังวัดเคยมี “สําซ่ าง” ซึ งเชือว่า เหลืออยูท่ ีวดั นี เพียงแห่ งเดียวเท่านัน เป็ นทีเผาศพแบบโบราณ มีลกั ษณะเป็ นหลังคาลดชัน 5 ชัน ยอดแหลม มุงด้วยกระเบืองเกล็ดเต่า (กระเบืองดินเผาปลายตัดเป็ นมุมแหลม ผิวด้านสี แดงตามเนือดิน ใช้มุงหลังคา โบสถ์ วิหาร : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) แต่ปัจจุบนั พังทลายลงไปแล้ว


11

ค่ ายเนินวง

กระแจะ บนทางหลวงหมายเลข 3147 หากเริ มจากหน้าโรงแรมอีสเทอร์น ไปตามถนนท่าแฉลบอีก 6 กิโลเมตร มีทางแยกเลียวขวาไปประมาณ 400 เมตร พระบาทสมเด็จพระนัง เกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที 3 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังสร้างขึนเมือวันที 9 มกราคม พ.ศ. 2377 โดยรื อศิลาแลงและอิฐของ กําแพงจากเมืองเก่าจันทบุรีไปสร้าง เพือป้ องกันการรุ กรานของพวกญวน บนกําแพงค่ายวางปื นใหญ่เรี ยงราย อยูโ่ ดยรอบ ภายในบริ เวณค่ายมีศาลหลักเมืองสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช และวัดโยธานิ มิตรซึ งสร้างขึน เพือเป็ นวัดประจําเมืองตังอยู่ ปัจจุบนั เป็ นทีต งั ของหน่วยโบราณคดีใต้น าํ กรมศิลปากร ซึ งเป็ นสถานทีเก็บ รักษาโบราณวัตถุและเครื องปันดินเผาทียึดได้จากเรื อออสเตรเลียนไทด์ทีละเมิดน่านนําอ่าวไทย เพือลักลอบ นําโบราณวัตถุออกไปยังต่างประเทศ หน่วยโบราณคดีแห่งนี เปิ ดให้นกั ท่องเทียวเข้าชมทุกวัน โดยไม่เสี ยค่า เข้าชม


แหล่ งอ้างอิง http://www.thai-tour.com http://www.watkhet.com http://www.coloroftheeast.com


ผู้จัดทํา นางสาวเสาวลักษณ์ ชาวนาโก่น เลขที 25 ม.6/1 โรงเรี ยนเบญจมานุสรณ์


สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี