Page 1

ปีที่ 6 ฉบับที่ 080 ประจ�ำเดือน เมษายน 2561

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” นั่งเก้าอี้ประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2561-2563 ชู “Industry Transformation” พร้อม ประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ส.อ.ท.

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตขึ้น ร้อยละ 7 ในไตรมาสแรก ของปี 2561 การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2561 มาจากการลงทุน โดยตรงจากต่างชาติทมี่ มี ลู ค่าสูงถึง 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในปี 2560

สีเขียวครองโลก แต่เดิมนั้น สีเขียว (Green) หมายถึง “ความปลอดภัย” โดยเฉพาะความปลอดภัยใน การท�ำงานในโรงงาน โดยใช้ “กากบาทสีเขียว” ตลอดมา วั น นี้ เราใช้ สี เ ขี ย วกั บ อี ก มากมาย โรงเรียนสีเขียว การตลาดสีเขียว ฉลากเขียว โดย เฉพาะอุตสาหกรรม สีเขียว (Green Industry) นโยบายการบริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “อุตสาหกรรมไทยสู่สากล นวัตกรรมก้าวหน้า รักษ์สิ่งแวดล้อม” และเพื่อให้การด�ำเนินงานของสภาอุตสาหกรรมฯ ในวาระนี้ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีการก�ำหนดกรอบแนวทางของยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน 5 แนวทาง

ผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต�่ำ (2) มี สู ต รในการค� ำ นวณเพื่ อ ปรั บ เงิ น เดื อ นตาม ผลกระทบหลายสูตร ในการปฏิบัติจริงท่านอาจต้องใช้ หลายสูตร สูตรผสม หรือหลายวิธเี พือ่ ปรับเงินเดือนให้เป็น ทีย่ อมรับของคนส่วนใหญ่ในองค์การให้ได้ และคงไม่ตอ้ ง คาดหวังว่าจะถูกใจทุกคนในองค์การ

“โจรขโมยเวลา” ตอนที่ 1 (The Time Thief : 1) เคยรู้สึกไหมว่า เวลาของเราหายไปไหน ทั้งที่เราแต่ละคน มีเวลาเท่ากัน บางคนมี เ วลาเยอะแยะมากมายในการท� ำ สิ่ ง ที่ น ่ า ประทับใจหลายอย่าง แต่ในขณะที่เวลาของบางคนหายไปไหน อย่างไร้ร่องรอย


Focus

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

“สุพันธุ์ มงคลสุธี”

นั่งเก้าอี้ประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2561-2563 ชู “Industry Transformation” พร้อมประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ส.อ.ท.

นายสุพนั ธุ์ มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิแ์ ละอดีตประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2557-2559 ได้รับการ คัดเลือกให้กลับมารับต�ำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2561-2563

2


การกลับมารับต�ำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมฯ 2. เพิ่ ม ขี ด ความสามารถการแข่ ง ขั น ของ อีกครั้งในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังผลักดันให้เกิด Industry อุตสาหกรรมไทย • ฐานข้อมูลอุตสาหกรรม Transformation เนื่ อ งจากการเปลี่ ย นแปลงอย่ า ง • มาตรฐานอุตสาหกรรม รวดเร็วทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาคอุตสาหกรรม • เครือข่ายหลักสูตรต่าง ๆ และผู ้ ป ระกอบการ SMEs จะต้ อ งเตรี ย มพร้ อ มสู ่ • เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0 โลกอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และโลกธุรกิจยุคใหม่ • เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้อุตสาหกรรมและธุรกิจสามารถเติบโตอยู่รอด • บุคลากรภาคอุตสาหกรรม อย่างยั่งยืนในอนาคต และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง • ส่งเสริมนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตอบโจทย์สิ่งใหม่ ๆ ที่ก�ำลัง • ความสะดวกในการดาเนินธุรกิจ จะเกิ ด ขึ้ น ตามมา และสอดรั บ กั บ นโยบายปฏิ รู ป ประเทศไทย สู่ยุค 4.0 โดยนโยบายการบริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ ทีว่ า่ “อุ ต สาหกรรมไทยสู ่ ส ากล นวั ต กรรมก้ า วหน้ า รั ก ษ์ สิ่ ง แวดล้ อ ม” และเพื่ อ ให้ ก ารด� ำ เนินงานของ สภาอุ ต สาหกรรมฯในวาระนี้ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึ ง มี ก ารก� ำ หนดกรอบแนวทางของยุ ท ธศาสตร์ ขับเคลื่อน 5 แนวทาง ดังนี้ 1.เสริ ม สร้ า งความเข้ ม แข็ ง เครื อ ข่ า ยสภาอุตสาหกรรมฯ 2.เพิ่ ม ขี ด ความสามารถการแข่ ง ขั น ของ อุตสาหกรรมไทย 3. ส่งเสริม Startup และยกระดับวิสาหกิจ 3. ส่งเสริม Startup และยกระดับวิสาหกิจขนาด ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) • Business Matching กลางและขนาดย่อม (SMEs) • Incubation & Coaching 4.สร้างเสริมธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อ • Technology Transformation สังคมและสิ่งแวดล้อม • One Stop Service Center 5.ยกระดับองค์กรและพัฒนาบุคลากร ส.อ.ท. • International Standard & Value-added ส� ำ หรั บ ยุ ท ธศาสตร์ ขั บ เคลื่ อ นทั้ ง 5 ข้ อ นั้ น • Digital Marketing มีรายละเอียด ดังนี้ • New Generation 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสภาอุตสาห กรรมฯ • เชื่อมโยงเครือข่ายทุกภาคส่วน • จัดหาสถานที่ส�ำนักงานแห่งใหม่ • แก้ไข พ.ร.บ. และข้อบังคับสภาอุตสาห กรรมฯ • เพิ่มความแข็งแกร่งสมาชิก ส.อ.ท. • การหารายได้อย่างยั่งยืน • สื่อสารข้อมูลและภาพลักษณ์องค์กร • ความร่วมมือกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาจังหวัด 4. สร้างเสริมธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม • CSR เพื่อสังคมคุณภาพ • ต่อต้านคอร์รัปชัน • รักษาสิ่งแวดล้อม • ระบบบัญชีเดียว

ส.อ.ท.

5. ยกระดั บ องค์ ก รและพั ฒ นาบุ ค ลากร

• • • • • • •

สวัสดิการและระเบียบปฏิบัติเจ้าหน้าที่ การคัดสรรบุคลากร Career Path จัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ระบบประเมินผล องค์กรแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ Fast Track Program

นอกจากนี้ ยังได้มกี ารจัดตัง้ Industry Excellent Center เพือ่ ท�ำหน้าทีเ่ ป็นศูนย์เชือ่ มโยงสูค่ วามสามารถ การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม (The FTI-Bridge) ทุ ก ระดั บ อย่ า งยั่ ง ยื น โดยท� ำ งานร่ ว มกั บ หน่ ว ยงาน พันธมิตร เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใน ทุกมิติ นายสุพันธุ์กล่าวเสมอว่า ขณะนี้อุตสาหกรรม เปลีย่ น การบริโภคเปลีย่ น ผูผ้ ลิตต้องรับมือกับเทคโนโลยี ใหม่ เอกชนต้องท�ำงานร่วมกับภาครัฐให้ได้ ร่วมกัน ช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคที่เคยมี ภาครัฐรับฟังปัญหาสิ่ง ที่เอกชนต้องการเพื่อก�ำหนดแนวทางการท�ำงานใน อนาคต และช่วยกันขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ให้เป็นรูปธรรม

3


Update

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ มีนาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ ในประเทศและต่างประเทศ การเร่งผลิตสินค้าก่อนวันหยุด สงกรานต์, SME ยังกังวลค่าจ้างขั้นต�่ำ และค่าเงินบาท นายสุพนั ธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่ ง ประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิ ด เผยผลการส� ำ รวจ ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจ�ำเดือนมีนาคม 2561 จ�ำนวน 1,044 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม ของ ส.อ.ท. แยกเป็ นกลุ ่ม อุ ต สาหกรรมขนาดย่ อ ม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ร้อยละ 31.5, 36.8, 31.7 ของกลุ ่ ม ตั ว อย่ า งทั้ ง หมด ตามล� ำ ดั บ แบ่ ง เป็ น กลุ ่ ม อุตสาหกรรมในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ ภาคตะวั น ออก และภาคใต้ ร้อยละ 37.5, 16.4, 17.7, 13.5 และ 14.9 ตามล�ำดับ และ แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ และกลุ ่ ม อุ ต สาหกรรมที่ เ น้ น ตลาดต่ า งประเทศ ร้อยละ 79.5 และ 20.5 ตามล�ำดับ โดยผลการส�ำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคม 2561 อยูท่ รี่ ะดับ 90.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 89.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ค่าดัชนีฯ ที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก องค์ ประกอบยอดค�ำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ จากการส�ำรวจ พบว่า ในเดือนมีนาคม ผูป้ ระกอบ การเร่งผลิตสินค้าเพื่อชดเชยในช่วงเดือนเมษายน ที่มี วันท�ำงานน้อยกว่าปกติ เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องใน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนจากดัชนีฯ ปริมาณการ ผลิต และอัตราการใช้ก�ำลังการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดื อ นก่ อ นหน้ า ประกอบกั บ มี ก ารจั ด กิ จ กรรม ส่งเสริมการขาย จากอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ อาหาร รองเท้า และ การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อยอด ค�ำสั่งซื้อ และยอดขายในประเทศ ขณะเดียวกันค�ำสั่ง ซื้อจากต่างประเทศยังขยายตัวดีต่อเนื่อง อย่ า งไรก็ ต าม ผู ้ ป ระกอบการยั ง มี ค วาม กั ง วลต่ อ การปรั บ ขึ้ น อั ต ราค่ า จ้ า งขั้ น ต�่ ำ ปั ญ หา ขาดสภาพคล่ อ ง โดยเฉพาะผู ้ ป ระกอบการ SMEs รวมทั้ ง ปั ญ หาการแข็ ง ค่ า ของเงิ น บาทที่ ส ่ ง ผล กระทบต่ อ การบริ ห ารต้ น ทุ น ของผู ้ ป ระกอบการ ส่ ง ออก

4

—— อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พบว่า ดัชนีความ เชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 105.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 104.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส�ำหรับอุตสาหกรรม ที่ค่า ดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ ผู้ผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน�้ำมันปิโตรเลียม เป็นต้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 101.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 103.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ผลส�ำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ รายภูมิภาค ประจ�ำเดือนมีนาคม 2561 จากการส�ำรวจพบว่า ค่าดัชนี ความเชื่อมั่นฯ ของภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือน ออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ข้างหน้า อยูร่ ะดับ 100.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 102.2 เดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของ ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากผู้ประกอบการส่งออกมี ภาคใต้ ปรั บ ตั ว ลดลงจากเดื อ นกุ ม ภาพั น ธ์ โดยมี ความกังวลต่อมาตรการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รายละเอียด ดังนี้ —— ภาคกลาง ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการ 93.2 ปรับตัวเพิม่ ขึน้ จากระดับ 91.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งออกของไทยในระยะต่อไป ดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ น ฯ จ� ำ แนกตามขนาดของ อุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านลบต่อค่าดัชนีฯ ได้ แ ก่ ก๊ า ซ กิจการในเดือนมีนาคม 2561 จากการส�ำรวจ พบว่า (ก๊ า ซออกซิ เ จนที่ ใ ช้ ท างการแพทย์ มี ค� ำ สั่งซื้อใน ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของทุกขนาดอุตสาหกรรมปรับตัว ประเทศลดลง ก๊าซอาร์กอนที่ใช้ในโรงงานมีค�ำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยมีรายละเอียด ลดลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิต เพิ่มขึ้น) ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านบวกต่อค่าดัชนีฯ ดังนี้ —— อุตสาหกรรมขนาดย่อม พบว่า ดัชนีความ ได้แก่ พลาสติก (บรรจุภัณฑ์พลาสติก ประเภทขวด เชือ่ มัน่ ฯ อยูท่ รี่ ะดับ 74.7 ปรับตัวเพิม่ ขึน้ จากระดับ 74.0 และภาชนะใส่อาหาร ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ส�ำหรับอุตสาหกรรมที่ค ่ า ดั ช นี ฯ ก่อสร้าง เช่น ท่อพีวีซี สายยาง มียอดขายในประเทศ ั ฑ์พลาสติก มีคำ� สัง่ ซือ้ ปรั บ ตั ว เพิ่ ม ขึ้ น ได้ แ ก่ แก้ ว และกระจก หล่ อ โลหะ เพิม่ ขึน้ ด้านการส่งออกบรรจุภณ แกรนิตและหินอ่อน เป็นต้น เพิ่มขึ้นจากประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ)... ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือน อลูมิเนียม (ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม มีค�ำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจาก ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 95.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 96.2 อุตสาหกรรมยานยนต์ และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้า ประเภทกระป๋อง ขวด อลูมิเนียม มีค�ำสั่งซื้อในประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ —— อุตสาหกรรมขนาดกลาง พบว่า ดัชนีความ เพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เชือ่ มัน่ ฯ อยูท่ รี่ ะดับ 91.6 ปรับตัวเพิม่ ขึน้ จากระดับ 90.8 และเครื่องดื่ม)...อาหาร (ผลิตภัณฑ์น�้ำอัดลม น�้ำหวาน ในเดือนกุมภาพันธ์ ส�ำหรับอุตสาหกรรมที่ ค ่ า ดั ช นี ฯ เครือ่ งดืม่ ชูกำ� ลัง มีคำ� สัง่ ซือ้ ในประเทศเพิม่ ขึน้ เนือ่ งจาก ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ หนังและผลิตภัณฑ์หนัง ผู้ผลิต สภาพอากาศทีร่ อ้ นท�ำให้ความต้องการเครือ่ งดืม่ เพิม่ ขึน้ เครื่องมือแพทย์และสุขภาพ รองเท้า เป็นต้น การส่งออกอาหารส�ำเร็จรูปและเครือ่ งปรุงรส มีคำ� สัง่ ซือ้ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือน เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อาหารทะเลแช่แข็งมีค�ำ ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 105.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ สั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ) 106.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีความเชือ่ มัน่ ฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า


ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐ 1. แก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำให้กับผู้ประกอบการ SMEs 2. สนับสนุนการหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ 3. ส่งเสริมการฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย 4. สนับสนุนการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในการด�ำเนินธุรกิจผ่าน E-Commerce

อยู่ที่ระดับ 104.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 105.7 ใน เดือนกุมภาพันธ์ —— ภาคเหนือ ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 85.1 ปรับตัวเพิม่ ขึน้ จากระดับ 83.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ อุ ต สาหกรรมที่ ส ่ ง ผลด้ า นบวกต่ อ ค่ า ดั ช นี ฯ ได้ แ ก่ สิ่งทอ (สินค้าประเภทเส้นด้าย เส้นใยสิ่งทอและผ้าผืน มียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น ด้านการส่งออกเส้นใย สังเคราะห์และผ้าผืน มีค�ำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม)...เยื่อและกระดาษ (ผลิตภัณฑ์ กระดาษทิชชู กระดาษอนามัย มียอดขายในประเทศ เพิ่ ม ขึ้ น ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ก ระดาษสา กระดาษคราฟต์ ส่งออกไปตลาดจีน และเวียดนามเพิ่มขึ้น)...สมุนไพร (ยาสมุ น ไพร เครื่ อ งดื่ ม สมุ น ไพร มี ค� ำ สั่ ง ซื้ อ และ ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น ด้านการส่งออก สินค้า สมุ น ไพรส� ำ หรั บ ท� ำ สปา น�้ ำ มั น มะพร้ า ว น�้ ำ มั น งา มี ค� ำ สั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากตลาด CLMV เนื่องจากสินค้า สมุ น ไพรของไทยเป็ น ที่ ต ้ อ งการ และนิ ย มในตลาด CLMV...แกรนิตและหินอ่อน (อิฐมวลเบาและอิฐโปร่ง หินที่ใช้ในการก่อสร้าง มียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการซ่อมแซมบ้านเรือนเพิ่มขึ้น) ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านลบต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ เฟอร์นเิ จอร์ (เฟอร์นเิ จอร์สำ� เร็จรูปประเภทไม้และ เหล็ก มียอดขายในประเทศลดลง ผลิตภัณฑ์เฟอร์นเิ จอร์ แต่ ง บ้ า นส� ำ เร็ จ รู ป มี ก ารส่ ง ออกไปตลาดอาเซี ย น ลดลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการประสบปัญหาการ ขาดแคลนแรงงาน) ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 93.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 93.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ —— ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดัชนีความเชือ่ มั่นฯ อยูท่ รี่ ะดับ 88.3 ปรับตัวเพิม่ ขึน้ จากระดับ 86.7 ในเดือน กุมภาพันธ์ อุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านบวกต่อค่ า ดั ช นี ฯ ได้ แ ก่ ไฟฟ้ า อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ แ ละโทรคมนาคม (เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีค�ำสั่ง ซื้อเพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ จีน และ CLMV สินค้าประเภท เครือ่ งท�ำน�ำ้ อุน่ ส่งออกไปตลาดเอเชียเพิม่ ขึน้ แกนเหล็ก หม้อแปลงไฟฟ้า มียอดขายในประเทศเพิม่ ขึน้ )...น�้ ำ ตาล (น�้ำตาลทรายขาว มียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น จาก ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และเครือ่ งดืม่ )... เครื่องจักรกลและโลหะการ (เครื่องจักรกลและส่วน ประกอบของเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม มี ยอดขายในประเทศเพิม่ ขึน้ และส่งออกไปตลาดอาเซียน และญีป่ นุ่ เพิม่ ขึน้ ) ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านลบต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ เซรามิก (กระเบือ้ งเซรามิก กระเบือ้ งปูพนื้ และบุผนัง มีค�ำสั่งซื้อและยอดขายในประเทศลดลง เนื่องจาก ลูกค้ามีสต๊อกสินค้าในปริมาณสูง ท�ำให้ชะลอค�ำสั่งซื้อ

ด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง มีค�ำสั่งซื้อลดลงจากจีน และตลาด CLMV) ขณะทีด่ ชั นีความเชือ่ มัน่ ฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยูท่ รี่ ะดับ 98.5 ปรับตัวลดลงจากระดับ 99.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ —— ภาคตะวั น ออก ดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ น ฯ อยู่ท่ีระดับ 104.1 เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.4 ในเดือน กุมภาพันธ์ อุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านบวกต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและท�ำความเย็น (เครื่องปรับ อากาศ และตูแ้ ช่เย็นมียอดขายในประเทศเพิม่ ขึน้ เนือ่ งจาก เป็นช่วงฤดูรอ้ น ท�ำให้ผบู้ ริโภคมีความต้องการใช้สนิ ค้า เพิ่มขึ้น สินค้าคอมเพรสเซอร์ มีค�ำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจาก ตลาดตะวันออกกลาง)...เหล็ก (สินค้าประเภทเหล็ ก เส้น เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กแผ่นรีดร้อน มียอดขาย ในประเทศเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม ยานยนต์ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และโครงการก่อสร้าง ของภาครัฐ ด้านการส่งออกเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ มีค�ำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากตลาดอาเซียน)...ชิ้นส่วนและ อะไหล่ยานยนต์ (อะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ มียอดขายในประเทศเพิ่ ม ขึ้น ประกอบกับผู้บริโภค มี ก ารซ่ อ มแซมรถยนต์ เ พื่ อ เตรี ย มเดิ น ทางในช่ ว ง เทศกาลสงกรานต์ ด้านการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ ประเภทอะไหล่และล้อยาง รวมถึงวิทยุติดรถยนต์และ อุปกรณ์เสริม มีคำ� สัง่ ซือ้ เพิม่ ขึน้ จากตลาดเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ) ส่วนอุตสาหกรรมทีส่ ง่ ผลด้านลบต่อค่าดัชนีฯ ได้ แ ก่ หลั ง คาและอุ ป กรณ์ (หลั ง คาเมทั ล ชี ท และ กระเบื้องลอนคู่ มียอดขายในประเทศลดลง สินค้า ประเภทกระเบื้องไฟเบอร์ กระเบื้องลอนคู่ มีค�ำสั่งซื้อ ลดลงจากประเทศพม่า กัมพูชา และลาว) ขณะทีด่ ชั นีความเชือ่ มัน่ ฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 105.4 ลดลงจากระดับ 106.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ —— ภาคใต้ ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 81.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 82.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ อุ ต สาหกรรมที่ ส ่ ง ผลด้ า นลบต่ อ ค่ า ดั ช นี ฯ ได้ แ ก่ ผลิตภัณฑ์ยาง (ยางแผ่นรมควัน มีค�ำสั่งซื้อลดลงจาก ประเทศจี น เนื่ อ งจากผู ้ ป ระกอบการจี น ชะลอการ สั่งซื้อ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ยางมีค�ำสั่งซื้อจากประเทศจีน และสหรัฐฯ ลดลง)...ไม้อดั ไม้บาง และวัสดุแผ่น (ไม้อดั ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด ไม้ส�ำหรับท�ำเฟอร์นิเจอร์ มียอดใน ประเทศลดลง ด้านการส่งออก ไม้อัด ไม้บาง มีค�ำสั่ง ซื้อลดลงจากประเทศเกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินเดีย เนื่ อ งจากความต้ อ งการสิ น ค้ า ลดลง)...โรงเลื่ อ ย และโรงอบไม้ (ไม้ยางพาราแปรรูป มียอดขายใน ประเทศลดลง และมีค�ำสั่งซื้อจากประเทศจีนลดลง ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตทีเ่ พิม่ ขึน้ ท�ำให้ผปู้ ระกอบ

การต้องปรับขึ้นราคาสินค้า) ส� ำ หรั บ อุ ต สาหกรรมที่ ส ่ ง ผลด้ า นบวกต่ อ ค่าดัชนีฯ ได้แก่ น�้ำมันปาล์ม (น�้ำมันปาล์มขวดมียอด ค�ำสัง่ ซือ้ และยอดขายในประเทศเพิม่ ขึน้ และส่งออกไป ยังประเทศมาเลเซียและอินเดียเพิ่มขึ้น) ขณะทีด่ ชั นีความเชือ่ มัน่ ฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยูท่ รี่ ะดับ 98.6 ปรับตัวลดลงจากระดับ 99.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ ดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ น ภาคอุ ต สาหกรรม จ�ำแนกตามการส่งออก จ�ำแนกตามร้อยละของการ ส่งออกต่อยอดขายในเดือนมีนาคม 2561 จากการ ส�ำรวจพบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ กลุ่มที่เน้นตลาด ในประเทศ และกลุ่มที่เน้นตลาดต่างประเทศ ปรับตัว เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ทั้ง 2 กลุ่ม โดยมี รายละเอียด ดังนี้ —— กลุ่มที่มีการส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 50 ของยอดขาย (เน้นตลาดในประเทศ) ดัชนีความเชื่อ มั่นฯ อยู่ที่ระดับ 87.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส�ำหรับอุตสาหกรรมที่ค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ยา เครื่องส�ำอาง เป็นต้น —— กลุม่ ทีม่ กี ารส่งออกตัง้ แต่รอ้ ยละ 50 ของ ยอดขายขึน้ ไป (เน้นตลาดในต่างประเทศ) ดัชนีความ เชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 101.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 101.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส� ำ หรั บ อุ ต สาหกรรม ที่ ค ่ า ดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ชิ้นส่วนและอะไหล่ ยานยนต์ ไฟฟ้ า อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ แ ละโทรคมนาคม ปิโตรเคมี เป็นต้น ขณะทีด่ ชั นีความเชือ่ มัน่ ฯ คาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 101.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ 1. แก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ สนั บ สนุ น สิ น เชื่ อ ดอกเบี้ ย ต�่ ำ ให้ กั บ ผู ้ ป ระกอบการ SMEs เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในการด�ำเนินกิจการ 2. สนับสนุนการหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ เพื่อ ขยายการค้าการลงทุน และป้องกันความเสี่ยงจาก สงครามการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ของไทย 3. ส่งเสริมการฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ อ พั ฒ นาศั ก ยภาพแรงงาน และลดต้ น ทุ น ให้ กั บ ผู้ประกอบการ 4. สนับสนุนการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในการด� ำ เนิ น ธุ ร กิ จ ผ่ า น E-Commerce เพื่อเพิ่มช่องทางการค้า

5


Update

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนมีนาคม 2560 – มีนาคม 2561 ปี เดือน TISI TISI(E)

2560 2561 มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. 87.5 86.4 85.5 84.7 83.9 85.0 86.7 85.9 87.0 89.1 91.0 89.9 90.7 99.0 100.0 99.6 100.7 101.6 101.9 102.9 103.3 102.0 102.8 101.1 102.2 100.9

หมายเหตุ : TISI (E) หมายถึง ดัชนีความเชื่อมัน่ ฯ คาดการณ์ใน 3 เดือนข้ างหน้ า

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ จ�ำแนกตามขนาดของกิจการ ขนาด อุตสาหกรรม มี.ค. ขนาดย่ อม 74.6 ขนาดกลาง 84.0 ขนาดใหญ่ 100.5

เม.ย. 73.4 83.2 100.8

พ.ค. 71.3 81.0 101.3

มิ.ย. 70.9 81.7 97.8

ก.ค. 69.8 84.7 94.6

ส.ค. 68.8 86.5 96.0

ก.ย. 70.6 89.1 98.5

ต.ค. 69.9 88.3 99.8

พ.ย. 70.7 88.7 101.7

ธ.ค. 73.0 90.0 102.8

ม.ค. 75.6 91.4 103.4

2561 ก.พ. 74.0 90.8 104.9

มี.ค. 74.7 91.6 105.5

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ จ�ำแนกตามภูมิภาค ภาค

มี.ค. เม.ย. พ.ค. กลาง 89.7 85.4 86.5 เหนือ 72.9 71.9 70.7 ตะวันออกเฉียงเหนือ 82.4 86.4 85.5 ตะวันออก 104.1 105.0 100.4 ใต้

85.1

81.3

80.3

มิ.ย. 87.7 69.3 83.4 96.3

ก.ค. 87.0 71.1 79.2 94.9

ส.ค. 87.3 73.1 77.8 96.4

ก.ย. 89.4 75.2 80.3 97.7

ต.ค. พ.ย. 87.9 88.7 78.8 80.8 79.0 81.9 99.8 101.0

2561 ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. 90.2 93.0 91.6 93.2 83.7 86.2 83.8 85.1 84.1 85.3 86.7 88.3 102.6 101.9 102.4 104.1

79.5

83.2

83.7

85.7

84.3

82.5

83.7

84.9

82.4

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ จ�ำแนกตามร้อยละของการส่งออกต่อยอดขาย สัดส่ วนการส่ งออก 2561 ต่ อยอดขาย มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เน้ นตลาดในประเทศ 85.0 84.0 81.4 80.8 80.3 81.8 83.8 81.6 82.9 85.5 88.6 87.2 87.8 (ส่ งออกไม่ เกิน 50%) เน้ นตลาดต่างประเทศ 95.2 96.2 99.6 97.4 96.6 96.9 98.1 103.2 101.6 100.7 99.3 101.0 101.9 (ส่ งออกตัง้ แต่ 50%)

6

81.2


“ส.อ.ท. แนะผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”

อ้างถึงแหล่งข่าวจากสือ่ ต่าง ๆ ตามทีเ่ จ้าหน้าที่ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ ตํารวจกองบังคับการปราบปรามการกระท�ำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ปฏิบัติ การจับกุมผู้ประกอบการชื่อดังที่ผลิตผลิตภัณฑ์เสริม อาหารผิดกฎหมาย โดยลักลอบใส่สารอันตรายต่าง ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์ เช่น ไซบูทรามีน (สารตัง้ ต้นยาบ้า) เพือ่ ลดน�ำ้ หนัก หรือใส่สารปรอทเพือ่ ท�ำให้ผวิ ขาวอีกทั้ง ยังมีการจ้างนักแสดงที่มีชื่อเสียงร่วมโฆษณาสินค้า จ�ำนวนมาก จนเป็นกระแสข่าวที่สังคมให้ความสนใจ

นายนาคาญ์ ทวิ ช าวั ฒ น์ ประธานกลุ ่ ม อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพื่อป้องกันมิให้ประชาชน ได้รบั อันตรายจากผลิตภัณฑ์ทไี่ ม่มคี ณ ุ ภาพ จึงขอความ ร่วมมือผู้ประกอบการ ให้การด�ำเนินการขออนุญาต ผลิ ต สินค้าเสริมอาหารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้มาตรฐานตามที่ก�ำหนด รวมถึงขอให้ผู้บริโภค มีการตรวจสอบเลขทะเบียน อย. ก่อนการซื้อสินค้า โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการที่มีการ ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองจาก อย. ได้ที่เว็บไซต์ของสภาอุตสาหกรรมฯ www.fti.or.th

นอกจากนี้ ก ลุ ่ ม อุ ต สาหกรรมผลิ ต ภั ณ ฑ์ เสริมอาหาร มีพันธกิจและกิจกรรมในการส่งเสริมให้ ผูบ้ ริโภคได้เลือกซือ้ ผลิตภัณฑ์ทมี่ คี ณ ุ ภาพ และสามารถ ตรวจสอบก่อนการเลือกซื้อได้ กลุ่มฯ ซึ่งร่วมมือกับ GS1 Thailand ได้เตรียมการจัดท�ำตราสัญลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยี Dragon Code เพือ่ ให้ผบู้ ริโภคสามารถ แยกแยะผลิ ต ภั ณ ฑ์ ป ลอมจากท้ อ งตลาดได้ และ มีการผลักดันข้อเสนอไปยังภาครัฐ ให้มีการทบทวน บทลงโทษผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นอันตราย

7


ASEAN

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

ประกาศพระราชกฤษฎีการับรอง มาตรฐานส�ำหรับอาหารฮาลาล

กระทรวงพาณิ ช ย์ กั ม พู ช าออกประกาศ พ ร ะ ร า ช กฤษฎีการับรองมาตรฐานส�ำหรับอาหาร ฮาลาล ในกั ม พู ช าโดยการออกกฎระเบี ย บฉบั บ นี้ จะท�ำให้นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมและประชากรมุสลิม ในกัมพูชามั่นใจได้วา่ อาหารฮาลาลทีไ่ ด้รบั การรับรองฯ เป็ น อาหารที่ ไ ด้ ม าตรฐานตามหลั ก การของศาสนา อิสลามทีบ่ ญ ั ญัตไิ ว้ และพร้อมทีจ่ ะปฏิบตั ติ ามค�ำสัง่ ของ คณะกรรมการบริหารผลิตภัณฑ์ฮาลาล และผูต้ รวจสอบ คุณภาพอาหารฮาลาล ซึ่งหากสามารถด� ำ เนิ น การ ปฏิบตั ไิ ด้อย่างมีประสิทธิภาพจะส่งผลดีตอ่ ภาพลักษณ์ ด้านการท่องเที่ยวและจ�ำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ในกัมพูชาที่เพิ่มขึ้น การมีตรารับรองคุณภาพสินค้า

ฮาลาลเป็ น สิ่ ง ส� ำ คั ญ ส� ำ หรั บ การส่ ง ออกสิ น ค้ า ไปสู ่ ตลาดส�ำคัญต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลี และ อีกหลาย ๆ ประเทศทีต่ อ้ งการการรับรองคุณภาพฮาลาล ทีไ่ ด้มาตรฐานและเชือ่ ถือได้ ความเห็นส�ำนักงานฯ มีความเห็นว่า การประกาศ พระราชกฤษฎีการับรองมาตรฐานส�ำหรับอาหารฮาลาล ในกัมพูชา จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพของอาหาร และสินค้าฮาลาลในกัมพูชามากขึน้ เนือ่ งจากเครือ่ งหมาย ฮาลาลเป็นทีย่ อมรับในกลุม่ ผูบ้ ริโภคอิสลาม โดยกัมพูชา มีการน�ำเข้าผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากไทยเป็นจ�ำนวนมาก และสินค้าดังกล่าวได้ผา่ นการรับรองมาตรฐาน ฮาลาล จากไทยแล้ว ซึง่ ในปัจจุบนั อาหารฮาลาล มีสว่ นแบ่งทาง

การตลาดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประชากรมุสลิมก�ำลัง ขยายตัว ขณะทีผ่ ผ้ ู ลิตอาหารตามหลักฮาลาล ยังมีอยูน่ อ้ ย ท�ำให้ตลาดเศรษฐกิจฮาลาลเป็นตลาดเกิดใหม่ทมี่ อี ตั รา การเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบ การสินค้าฮาลาลในประเทศไทยที่ ต ้ อ งการขยาย ตลาดการส่งออกสินค้าฮาลาลมายังกัมพูชา อย่างไร ก็ตาม นอกจากมาตรฐานฮาลาลและคุณภาพสินค้า แล้วต้องใส่ใจเรือ่ งรสนิยมการบริโภคในแต่ละพืน้ ทีด่ ว้ ย เนื่องจากชาวมุสลิมแต่ละพื้นที่มีรสนิยมที่แตกต่างกัน เพือ่ ให้สนิ ค้ามีจดุ เด่นเมือ่ เทียบกับคูแ่ ข่ง และเป็นโอกาส ในการขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

พระราชบัญญัติบริษัทฉบับใหม่ของเมียนมา ท�ำให้การจัดตั้งบริษัทผ่านระบบออนไลน์ Directorate of Investments and Companies Administration หรือ DICA เป็นหน่วยงาน ราชการที่ก�ำกับดูแลเรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ได้ ใ ห้ ข ้ อ มู ล ว่ า “พระราชบัญญัติบริษัทฉบับใหม่” ทีจ่ ะมีผลบังคับใช้เดือนสิงหาคม 2561 จะท�ำให้การ ลงทะเบี ย นออนไลน์ ส� ำ หรั บ บริ ษั ท ใหม่ ง ่ า ยขึ้ น โดยกระบวนการในการยื่นข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท รับ ข้อมูลกฎระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับบริษัทรวดเร็ว ขึน้ ทัง้ นี้ เมือ่ พระราชบัญญัตมิ ผี ลบังคับใช้แล้วนักธุรกิจ

8

สามารถจดทะเบียนจากทีบ่ า้ นได้เลยโดยไม่จ�ำเป็นต้อง เข้ามาในส�ำนักงาน DICA ได้จัดท�ำตัวอย่างระเบียบ และข้อบังคับของบริษัทโดยเผยแพร่ทางเว็บไซต์ เมื่อ เดือนมกราคม 2561 และก� ำ ลั ง ด� ำ เนิ น การเกี่ ย วกั บ เอกสารที่ จ� ำ เป็ น อื่ น ๆ ในการจดทะเบียนบริษัท เช่น แบบฟอร์มการจดทะเบียนและร่างกฎระเบียบทั้งหมด ซึง่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้


เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตขึ้นร้อยละ 7 ในไตรมาสแรกของปี 2561

นาย Rabboni Arjonillo ประธานบริษัทลงทุน ในกลุ ่ ม Metro กล่ า วว่ า การเติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ในปี 2561 มาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ที่มีมูลค่าสูงถึง 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และการ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในปี 2560 ชี้ให้ เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของภาค

การผลิต การน�ำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 และภาค อุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 21.9 ส่งผลให้ GDP เติบโต สูงกว่าร้อยละ 7 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ซึง่ การจ้างงาน ตัง้ แต่เดือนมกราคม 2560-มกราคม 2561 มีมากกว่า 2.4 ล้านต�ำแหน่ง รวมทัง้ การใช้จา่ ยด้านสาธารณูปโภค ที่เติบโตช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศให้ดีขึ้น ในช่ ว งเดื อ นธั น วาคมปี 2560 ชาวฟิ ลิ ป ปิ น ส์ ใ น ต่ า งประเทศส่ ง เงิ น กลั บ เข้ า ประเทศ โดยมี มู ล ค่ า กว่ า 3 พั น ล้ า นเหรี ย ญสหรั ฐ ฯ ซึ่ ง เป็ น สถิ ติ ใ หม่ แต่ อั ต ราเงิ น เฟ้ อ หรื อ ความผั น ผวนของราคาสิ น ค้ า พื้ น ฐานและบริ ก ารยั ง คงเป็ น ที่ น ่ า กั ง วล หลั ง จาก ที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดย 6 ใน 11 ของ กลุ ่ ม ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ร าคาสู ง ขึ้ น ในเดื อ นกุ ม ภาพั น ธ์ ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ รวมทั้ง ดัชนีด้านอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่ม

ขึ้นร้อยละ 4.7 และ 0.4 ตามล�ำดับ เป็นผลมาจากภาษี สรรพสามิตของบุหรีส่ งู ขึน้ และภาษีสรรพสามิต ส�ำหรับ เครื่องดื่มรสหวาน และดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามมา โดยใช้ชุด ข้อมูลปี 2549 เงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ที่ ระดับร้อยละ 4.5

สคต. มะนิลา ให้ความเห็นว่า

การเติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ที่ สู ง ขึ้ น ส่ ง ผลให้ ฟิ ลิ ป ปิ น ส์ เ ป็ น ตลาดที่ มี ศั ก ยภาพยิ่ ง ขึ้ น อี ก ทั้ ง ชี้ ใ ห้ เห็ น ความพร้ อ มด้ า นต่ า ง ๆ การจ้ า งงานที่ ม ากขึ้ น ส่งผลให้ ฟ ิ ลิ ป ปิ น ส์ มี ร ายได้ สู ง ขึ้ น ผู ้ บ ริ โ ภคมี ก� ำ ลั ง ซื้ อ สู ง ขึ้น อย่ า งไรก็ ต าม ผู ้ ป ระกอบการไทยควร ค� ำ นึ ง ถึ ง ผลกระทบจากการปฏิ รู ป ภาษี (TRAIN) ของฟิลิปปินส์เพื่อป้องกันภาวะต้นทุนสูงผิดปกติ

ผู้เชี่ยวชาญร่วมอภิปรายเพื่อหา แนวทางการส่งเสริมยาสมุนไพร ผูเ้ ชีย่ วชาญด้าน Phytological speciality คณะ เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮานอย กล่าวว่า สมุนไพร ในท้องถิ่นยังไม่มีศักยภาพตามที่คาดหวัง จึงท�ำให้ไม่ สามารถแข่งขันกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่น�ำ เข้ามา ในตลาดเวียดนามได้ โดยเวียดนามได้ค้นพบ แหล่งวัตถุดบิ สมุนไพรทีม่ ขี นาดใหญ่ราวกับเหมือง และ มีการด�ำเนินการขุดหาวัตถุดบิ ยา ซึ่ ง คาดว่ า จะขุ ด หา ไปเรื่ อ ย ๆ จนกว่ า จะหมด ซึ่ ง สถานการณ์ เ ช่ น นี้ จะท� ำ ให้ เ วี ย ดนามสิ้ น เปลื อ งทรั พ ยากรธรรมชาติ เป็นอย่างมาก อีกทั้งการให้ความส�ำคัญกับสมุนไพร เป็นเพียงวัตถุดบิ ยาอย่างเดียว นับว่าพลาดโอกาสที่จะ เชือ่ มโยงการพัฒนาวัตถุดบิ สมุนไพรกับการท่องเที่ยวที่ มีมูลค่าเป็น พันล้านเหรียญสหรัฐ อุตสาหกรรมยา สมุนไพรควรคัดสรรพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาเพียง 3-5 ชนิด เพื่อยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีส�ำคัญในการส่งเสริม การพั ฒ นายาและบู ร ณาการระหว่ า งประเทศ ดั ง เช่ น เกาหลี ใ ต้ ที่ ใ ห้ ค วามส� ำ คั ญ กั บ พื ช เพี ย ง 2 ชนิ ด

นั้นคือ โสม (Ginseng) และเห็ดหลินจือ (Lingzhi) แต่กลับสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าได้นับ พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เวียดนามจึงควรสนับสนุน พื ช ที่ มี คุ ณ ประโยชน์ อ ย่ า งเช่ น โสม Ngọc Linh และ Ba Kích (Morinda officinalis How) และ ควรน� ำ เทคโนโลยี ขั้ น สู ง มาใช้ ส� ำ หรั บ การพั ฒ นา ยาสมุ น ไพร นั บ ตั้ ง แต่ ก ารคัดเลื อ กกล้ า ไม้ ไ ปจนถึ ง การรั บ ประกั น ผลิตภัณฑ์ และการกระจายสินค้าให้ เป็นไปตามห่วงโซ่คุณค่า ซึ่ ง แนวโน้ ม ของยาแผน โบราณในปั จ จุ บั น ไม่ ได้จ�ำกัดเฉพาะการผลิตยา สมุ น ไพรด้ ว ยวิ ธี ก ารดั้ ง เดิ ม เท่ า นั้ น แต่ ยั ง ได้ น� ำ เอา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ใน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดูแลพืช ไปจนถึงการเก็บเกีย่ ว รวมทั้งการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ โดยในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา ระบบการพัฒนาสมุนไพรในชุมชนได้สร้าง รูปแบบธุรกิจที่ดีและห่วงโซ่คุณค่าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้สร้างเป็นรูปแบบสวนสมุนไพรที่ควบคู่กับการ

ท่องเทีย่ วและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน โดยมีการจัดตัง้ สวน สมุนไพร 2 แห่ง ในเขต Yên Tử (จังหวัด Quảng Ninh) และเขต Bái Đính (จังหวัด Ninh Binh) อีกทั้งยังได้ เสนอให้จดั ตัง้ สวนสมุนไพรในเขต Quản Bạ (จังหวัด Hà Giang) อีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำ�นัก พัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 1 (สพต.1) กระทรวงพาณิชย์

9


Green

INDUSTRY FOCUS | No.0 Vol.080 | April 2018

สีเขียวครองโลก

วันนีธ้ รุ กิจอุตสาหกรรม หรือกิจการห้างร้าน ต่าง ๆ ต่างให้ความส�ำคัญกับเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” (การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) มากขึ้นทุกที เพราะ “สิ่งแวดล้อม” คือมรดกร่วม หรือปัญหาร่วมกันของโลก ใบนี้ทั้งใบ รวมทั้งมนุษย์และสัตว์โลกทุกตัวตนด้วย กรณี ค วามร้ อ นที่ สู ง ขึ้ น จากปั ญ หาก๊ า ซ เรื อ นกระจกก็จะท�ำให้น�้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือละลาย ซึ่งจะส่งผลต่อไปให้อุณหภูมิของโลกและปริมาณน�้ำ ในทะเลและแม่น�้ำจนน�้ำอาจจะท่วมโลกได้ เขม่าควันจากไฟป่าที่อินโดนีเซียก็ฟุ้งกระจายไปสิงคโปร์ มาเลเซีย และมาถึงไทยได้ เป็นต้น จึงมีผู้กล่าวอ้างว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็น “อนาคตร่ ว มกั น ของมนุ ษ ยชาติ ” (Our Common Future) ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงให้ความ ส�ำคัญกับการก�ำหนดมาตรฐานสากลด้วยสิ่งแวดล้อม ทั้ ง ระดั บ มหภาค (Macro) และจุ ล ภาค (Micro) ในการประชุมระดับประเทศ เพือ่ จะให้รฐั บาลของแต่ละ ประเทศไปก�ำหนดเป็นนโยบายด้านการบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมเพื่อจะได้ปฏิบัติให้สอดคล้องกันต่อไป เรื่ อ งนี้ จึ ง ส่ ง ผลถึ ง ธุ ร กิ จ อุ ต สาหกรรมและ กิ จ การห้ า งร้ า นต่ า ง ๆ ที่ จ ะต้ อ งประกอบกิ จ การ ให้ เ ป็ น มิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนที่เป็น พลเมืองโลกอย่างเรา ๆ ที่จะต้องช่วยกันสงวนรักษา ไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่ออนุชนรุ่นหลังด้วย

10

ในวันนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า “สีเขียวครองโลก” เพราะเราใช้ค�ำว่า “Green” (สีเขียว) และใช้สีเขียว แทน “สิ่งแวดล้อม” จนเป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวาง ในทุกระดับ ยิ่ ง เป็ น “โรงงานอุ ต สาหกรรม” ด้ ว ยแล้ ว ยิ่งจะต้องประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไม่สร้างปัญหามลพิษ ไม่ว่าจะเป็นน�้ำเสีย น�้ำทิ้ง เขม่าควัน ฝุ่นละออง การคายรังสีความร้อน เสียงดัง กลิ่นเหม็น ขยะ เป็นต้น ปัญหามลพิษต่าง ๆ ข้างต้น จะต้องถูกจัดการ แก้ไขให้ถกู ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และหรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เพราะหากไม่เช่นนั้นโรงงานก็จะถูกสังคม หรือชุมชนโดยรอบไม่ยอมรับหรือคัดค้าน และร้องเรียน จนเป็นเรื่องเป็นราวกันมากมาย การผลิ ต ที่ ค� ำ นึ ง ถึ ง สิ่ ง แวดล้ อ มและสั ง คม จะต้ อ งเริ่ ม ด้ ว ยการพั ฒ นากระบวนการผลิ ต โดย ค� ำ นึ ง ถึ ง สภาพแวดล้ อ มและความสะอาดเป็ น หลั ก (Environmental Friendly – Green and Clean) ซึ่งในปัจจุบันได้มีการค�ำนึงถึงประเด็นเหล่านี้อย่าง กว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสังคมและ โรงงานอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอน ต�่ำ (Low Carbon Society) การสร้างสังคมให้มีความ พร้ อ มในการรองรั บ การเปลี่ ย นแปลงของสภาพภู มิ อากาศ (Climate Resilience Society) และโรงงาน อุตสาหกรรมที่เติบโตด้วยการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

(Green Growth Industry) อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท�ำได้ โดยการปรับปรุงเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 3Rs (Reuse, Reduce, Recycle) ประหยัดทรัพยากร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Efficiency) โดยอุตสาหกรรมในอนาคตต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ น�ำไปสู่สังคมคาร์บอนต�่ำ ซึ่งอาจต้องตั้งอยู่ในนิคม อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industry) โดยอุตสาหกรรม ที่เป็นเอกเทศหรือที่อยู่เดี่ยว ๆ อาจจะเกิดยากขึ้นทุกที โรงงานอุตสาหกรรมจะต้องประกอบกิจการ ภายใต้หลักความคิดที่ว่า อุตสาหกรรมต้องมีจิตส�ำนึก ในความรั บ ผิ ด ชอบต่ อ สั ง คม อุ ต สาหกรรมต้ อ งรั ก ชุมชนและพื้นที่ที่อยู่ ประชาชนถึงจะรักอุตสาหกรรม โดยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและต้องสื่อสาร กั น ให้ เ ข้ า ใจ โดยต้ อ งพยายามสร้ า งให้ เ กิ ด ระบบ ธรรมาภิบาล ให้อุตสาหกรรมและชุมชนเข้าถึงข้อมูล มีความรักความเข้าใจที่ดีต่อกัน เพื่อให้ประชาชนไว้ วางใจอุตสาหกรรม แต่เดิมนั้น สีเขียว (Green) หมายถึง “ความปลอดภัย” โดยเฉพาะความปลอดภัยในการท�ำงานใน โรงงาน โดยใช้ “กากบาทสีเขียว” ตลอดมา วันนี้ เราใช้สีเขียวกับอีกมากมาย โรงเรียน สี เ ขี ย ว การตลาดสี เ ขี ย ว ฉลากเขี ย ว โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของกระทรวง อุตสาหกรรม ทั้งหมดทั้งปวงนี้ จึงพูดได้อย่างเหมาโหลว่า สีเขียว (ก�ำลัง) ครองโลก ครับผม !


Tech & Inno

เครื่องเจาะผิวผลไม้

ในการผลิ ต ผลไม้ แ ช่ อิ่ ม จะต้ อ งใช้ วั ต ถุ ดิ บ ทางธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศ มะขามป้อม พุทรา องุ่น หรือ ตะลิงปลิง เป็นต้น ใส่ลงไปในน�ำ้ เชือ่ ม เพือ่ ต้องการ ให้น�้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อผลไม้ แต่ผลไม้ดังกล่าวมี เปลือกทีเ่ ป็นผิวมัน น�ำ้ เชือ่ มจึงซึมเข้าสูเ่ นือ้ ผลไม้ได้ยาก การแก้ปัญหาโดยวิธีการดั้งเดิมคือ การเจาะผิวผลไม้ โดยการใช้สอ้ มจิม้ ลงบนผิวผลไม้ทลี ะผลโดยตรง ต่อมา ได้มีการดัดแปลงโดยการใช้ตะเข้จีนซึ่งมีลักษณะเป็น แผ่นไม้ขนาดประมาณ 12 x 30 เซนติเมตร โดยมีลวด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1 เซนติเมตร วางเรียงตัวห่างกันประมาณ 0.5 เซนติเมตร ด้วยการ ตอกเส้นลวดดังกล่าวลงไปในเนื้อไม้ให้สูงพ้นพื้นผิว

แผ่นไม้ประมาณ 0.5 เซนติเมตร โดยกระจายเส้นลวด ดั ง กล่ า วให้ ทั่ ว แผ่ น ไม้ การเจาะผิ ว ผลไม้ ท� ำ โดย การน� ำ ผลไม้วางบนลวดแล้วใช้มือกดแล้วกลิ้งให้ลวด เจาะทะลุรอบผลไม้ การใช้เครือ่ งมือทัง้ 2 แบบนี้ เสีย่ ง ต่อการบาดเจ็บและได้ผลผลิตน้อย ก่อให้เกิดความ ไม่สะดวกในการใช้งาน จากปัญหาดังกล่าวนี้ ท�ำให้ เกิดแนวคิด ที่จะประดิษฐ์เครื่องเจาะผิวผลไม้เพื่อช่วย ในการท�ำงาน ลดความเสีย่ งต่ออาการบาดเจ็บ ลดระยะ เวลาในการท�ำงาน และไม่ต้องพึ่งพาความช�ำนาญ ส่วนบุคคลในการเจาะผิวผลไม้ การประดิษฐ์นี้เป็นการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องเจาะผิวผลไม้ ซึ่งมีลักษณะที่ประกอบด้วย

นักวิจัย : นายนนทวัจน์ เจนภูมิศาสตร์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ชุดเจาะท�ำเป็นทรงกระบอกมีลวดยื่นออกมาจากผิว หมุนรอบแกนได้ โดยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ท�ำหน้าที่เจาะผิววัตถุจากทางเข้าไปสู่ทางออก โดยมี ชุดเจาะตามประกอบด้วย แผ่นโค้งที่มีลวดยื่นออกมา จากส่วนโค้งซึ่งแผ่นโค้งหมุนรอบแกนด้วยแรงดึงของ สปริงและมีจดุ พักทีเ่ พลา ท�ำหน้าทีเ่ จาะและดันวัตถุเข้า ชุดเจาะน�ำจากทางเข้าไปสู่ทางออก การพัฒนาเครือ่ งเจาะผิวผลไม้สามารถท�ำงาน ได้รวดเร็ว ไม่ต้องอาศัยความช�ำนาญเฉพาะบุคคล ลดอันตรายและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการใช้ เครื่องมือ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

แผ่นแปะแก้ปวดจากสารสกัด จากไพลที่ใช้สารเมือกจาก เมล็ดแมงลักเป็นสารก่อฟิล์ม ไพล (Zingiber Cassumunar) เป็นหนึ่งใน สมุนไพรไทยที่ได้รับความนิยมน�ำมาใช้ในการรักษา โรค ในประเทศไทยมี ต� ำ รั บ ยาที่ เ ตรี ย มจากน�้ ำ มั น ไพลในรูปแบบยาครีมและยาขี้ผึ้ง ซึ่งยาจากสมุนไพร ทีไ่ ด้รบั การรั บ รองให้ ใ ช้ ใ นการรั ก ษาโรคตามบั ญ ชี ยาหลักแห่งชาติฉบับปัจจุบัน (บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ. 2559) โดยมีข้อบ่งใช้ในการบรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอกกล้ามเนื้อ และมีข้อก�ำหนดปริมาณตัวยา ส�ำคัญ ในครีมไพลว่า ต้องมีน�้ำมันหอมระเหย (volatile oil) ในปริ ม าณร้ อ ยละ 14 (ปริ ม าตรโดยน�้ ำ หนั ก )

ของต� ำ รั บ ยาครีม โดยหากปริมาณน�้ำมันหอมระเหย ในต�ำรับยามีมากกว่าร้อยละ 14 (ปริมาตรโดยน�้ำหนัก) จะท�ำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังมากขึน้ และหาก ปริมาณน�้ำมันหอมระเหยในต�ำรับยามีน้อยกว่าร้อยละ 14 (ปริมาตรโดยน�้ำหนัก) จะท�ำให้ประสิทธิภาพในการ รักษาต�่ำลง สารดีเอ็มพีบีดี สามารถลดการบวมของหูหนู ที่เกิดการอักเสบได้ดี โดยพบว่า สารดีเอ็มพีบีดีมีฤทธิ์ ต้านการอักเสบได้ดีกว่ายาไดโคลฟีแนค (diclofenac) ออกซีเฟนบิวทาโซน (oxyphenbutazone) และฟีนโิ ดน

รศ.ดร.ภก. ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์ นิติมา บินดุเหล็ม อาพาภรณ์ แก้วชูทอง สถานวิจัยความเป็นเลิศยาสมุนไพรและ เทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

(phenidone) นอกจากนีส้ ารดีเอ็มพีบดี ยี งั มีฤทธิล์ ดการ บวมของอุง้ เท้าหนูทเี่ กิดการอักเสบได้ดี เทียบเท่ากับยา ไดโคลฟีแนคด้วย และพบว่า สารดีเอ็มพีบดี มี ฤี ทธิย์ บั ยัง้ เอนไซม์ไซโคลออกซิเจนเนส-2 (COX-2) อย่างจ�ำเพาะ เจาะจง โดยมีค่าความเข้มข้นที่มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบ ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 20.7 ไมโครโมลาร์ (µM) จากผลการศึกษาเหล่านีแ้ สดงให้เห็นว่า สารดีเอ็มพีบดี ี มี ฤ ทธิ์ ต ้ า นการอั ก เสบได้ ดี ม าก โดยมี ฤ ทธิ์ ล ดการ อักเสบผ่านกลไกการยับยั้งกระบวนการไซโคลออก ซิเจนเนส หรื อ คอกซ์ (cyclooxygenase or COX)

11


Tech & Inn และไลปอกซิ เจนเนส (lipoxygenase) สารคอมพาวด์ ดี เป็ น สารที่ มี ฤ ทธิ์ ต ้ า น การอักเสบได้ดีเช่นเดียวกับยาแอสไพริน (aspirin), อินโดเมธาซิน (indomethacin) และเพรดนิโซโลน (prednisolone) เมือ่ ทดสอบในสัตว์ทดลอง โดยพบว่า การให้สารคอมพาวด์ ดี ในขนาด 300 มิลลิกรัมต่อ น�้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้ผลในการลดอาการบวมของ อุ้งเท้าหนูได้ร้อยละ 84 ขณะที่หนูที่ได้รับยาแอสไพริน ในขนาด 300 มิ ล ลิ ก รั ม ต่ อ น�้ ำ หนั ก ตั ว 1 กิ โ ลกรั ม ให้ผลในการลดอาการบวมที่อุ้งเท้าหนูได้เพียงร้อยละ 58 แสดงว่าสารคอมพาวด์ ดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แบบเฉียบพลันอย่างเด่นชัด นอกจากนี้เมื่อทดสอบใน สัตว์ทดลองยังพบว่าสารคอมพาวด์ ดี ในขนาด 300 มิลลิกรัมต่อน�้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ยังมีฤทธิ์แก้ปวด ได้ดีเช่นเดียวกับยาแอสไพรินในขนาด 300 มิลลิกรัม ต่อน�้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ด้วย มีรายงานว่าน�้ำมันหอมระเหยจากเหง้าไพล มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเฉพาะที่ (topical anti-inflammatory effect) เมื่อทดสอบในหนูที่เกิดการบวมของ อุ้งเท้า อย่ า งไรก็ ต าม พบว่ า สารดี เ อ็ ม พี บี ดี มี ฤ ทธิ์ ยับยั้งการบวม ของอุง้ เท้าหนูได้ดกี ว่าน�ำ้ มันหอมระเหย และยาไดโคลฟีแนค มีรายงานว่าสารสกัดจากเหง้าไพล ด้วยเฮกเซนก็มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเฉพาะที่ได้เช่นกัน โดยการทดสอบในหนูทดลอง และเมือ่ แยกสารออกฤทธิ์ จากสารสกัดเหง้าไพลด้วยเฮกเซน ท�ำให้ได้สารทีม่ ฤี ทธิ์ ต้านการอักเสบ ได้แก่ คอมพาวด์ ดี และคอมพาวด์ ดี อะซิเทรต โดยคอมพาวด์ ดี มีฤทธิย์ บั ยัง้ การอักเสบได้ดี กว่ายาไดโคลฟีแนค ส่วนคอมพาวด์ ดี อะซิเทรต มีฤทธิ์ ยับยั้งการอักเสบได้เทียบเท่ายาไดโคลฟีแนค และยัง พบว่ า สารสกั ด จากเหง้ า ไพลด้ ว ยเฮกเซนยั ง มี ฤ ทธิ์ ต้านการอักเสบได้ดกี ว่าน�ำ้ มันหอมระเหยจากเหง้าไพล เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบผ่านการยับยั้งการหลั่ง สารไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) จากเซลล์เม็ดเลือดขาว

12

มีรายงานว่าน�้ำมันหอมระเหยของไพลมีสาร กลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์เพียงชนิดเดียวคือ ดีเอ็มพีบีดี โดยในทางการค้าน�้ำมันหอมระเหยจากไพลจะมีสารดี เอ็มพีบีดีในปริมาณที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ร้อยละ 3 ถึง 8 โดยน�้ำหนัก และมีรายงานว่าตัวท�ำละลายที่ดีที่สุด ในการสกัดสารกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์จากเหง้าไพลคือ เฮกเซน (hexane) โดยพบว่า สารสกัดจากไพลด้วยเฮก เซนมีสารกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์หลายชนิด เช่น ดีเอ็ม พีบีดี, คอมพาวด์ ดี และคอมพาวด์ ดี อะซิเทรต โดยมี ในปริมาณเท่ากับร้อยละ 15, 9 และ 4 โดยน�้ำหนัก ตามล�ำดับ ดังนั้น การใช้น�้ำมันหอมระเหยจากเหง้าไพล เป็นตัวยาส�ำคัญในการเตรียมต�ำรับยาครีมไพล ท�ำให้ มีสารส�ำคัญกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ในปริมาณที่ต�่ำกว่า การใช้สารสกัดจากเหง้าไพลด้วยด้วยเฮกเซนเป็นตัวยา ส�ำคัญ นอกจากนี้น�้ำมันหอมระเหยจากเหง้าไพลที่มี จ�ำหน่ายอยูต่ ามท้องตลาด ยังมีปริมาณสารดีเอ็มพีบดี ที ี่ แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ปริมาณร้อยละ 3 ถึง 8 (น�้ำหนัก โดยน�้ำหนัก) ดังนั้น การใช้สารสกัดไพลด้วยเฮกเซนใน การเตรียมยาจะสามารถลดปริมาณสารสกัดที่ต้องใช้ ในสูตรต�ำรับลงได้ และช่วยลดอาการระคายเคืองจาก การใช้ยาทีเ่ กิดจากน�ำ้ มันหอมระเหยจากเหง้าไพลได้ดว้ ย อย่างไรก็ตาม การใช้เฮกเซนเป็นตัวท�ำละลายในการ สกัดอาจก่อให้เกิดมลพิษจากการใช้เฮกเซน และอาจ ตกค้างในสารสกัดซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยา เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และหากสั ม ผั ส ผิ ว หนั ง อาจท� ำ ให้ เ กิ ด การบวมแดง มี ตุ ่ ม ใส เป็ น ต้ น นอกจากยาทาแก้ปวดในรูปแบบครีมแล้ว ในปัจจุบัน ยาเตรียมในรูปแผ่นแปะแก้ปวดก็เป็นยาใน อีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้รักษาอาการ ปวดอักเสบกล้ามเนือ้ และในกรรมวิธกี ารเตรียมแผ่นแปะ หากใช้สารก่อแผ่นฟิล์มจากธรรมชาติ เช่น สารเมือก (mucilage) จากเมล็ ด แมงลั ก ก็ เ ป็ น อี ก ทางเลื อ ก

หนึ่งในการเตรียมแผ่นแปะได้ โดยการใช้สารเมือก จากเมล็ดแมงลักเป็นสารก่อแผ่นฟิล์มในแผ่นแปะจะ ช่วยการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่มี ในประเทศและผลิตได้ง่าย นอกจากนี้การใช้สารเมือก จากเมล็ดแมงลักยังเป็นมิตรต่อผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิด อาการแพ้หรืออาการระคายเคืองผิวหนังด้วย อย่างไร ก็ตาม ในการเตรียมแผ่นแก้ปวดจากสารสกัดไพลโดย ใช้ ส ารเมื อ กจากเมล็ ด แมงลั ก เป็ น สารก่ อ ฟิ ล ์ ม นั้ น สารสกัดจากไพลต้องละลายเข้ากับน�้ำได้ดี จึงจ�ำเป็น ต้องศึกษาตัวท�ำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสาร กลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ และพบว่าสารที่ใช้เป็นสารเพิ่ม ความยืดหยุ่นในต�ำรับแผ่นแปะสามารถสกัดสารกลุ่ม ฟีนิลบิวทานอยด์จากไพลได้ดี การประดิษฐ์นเี้ กีย่ วข้องกับกรรมวิธกี ารเตรี ยม สารสกัดไพลที่มีสารกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ โดยใช้วิธี การสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสูตรแผ่นแปะ แก้ปวดจากสารสกัดจากไพลที่ใช้สารเมือกจากเมล็ด แมงลักเป็นสารก่อฟิล์ม โดยเตรียมสารสกัดจากเหง้า ไพลที่มีสารกลุ่มฟีนิลบิวทานอยด์ ได้แก่ ดีเอ็มพีบดี ,ี คอมพาวด์ ดี และคอมพาวด์ ดี อะซิเทรต โดยสารเพิ่ม ความยื ด หยุ ่ น ในต� ำ รั บ แผ่ น แปะเป็ น ตั ว ท�ำละลาย ในการสกัด และสามารถควบคุมคุณภาพสารสกัดไพล และแผ่นแปะทีไ่ ด้ดว้ ยวิธไี ฮเพอร์ฟอร์แมน ลิควิดโครมา โตกราฟี (high performance liquid chromatography, HPLC) จึงท�ำให้ผลิตภัณฑ์ทเี่ ตรียมได้มคี ณ ุ ภาพเหมือน กันทุกครั้งที่ผลิต โดยกรรมวิธีการดังกล่าวสามารถ ลดการใช้ตัวท�ำละลายอินทรีย์ในการสกัดสารจากไพล และการน�ำสารเมือกจากเมล็ดแมงลักมาใช้เป็นสาร ก่อแผ่นฟิล์มในการเตรียมแผ่นแปะแก้ปวด ยังช่วยลด การก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังจากการ ใช้ ส ารเคมี ช นิ ด อื่ น ในการเตรียมแผ่นแปะ และเป็น นวัตกรรมแรกในโลกที่น�ำสารเมือกจากเมล็ดแมงลัก มาใช้ เ ป็ น สารก่ อ แผ่ น ฟิ ล ์ ม ในการเตรี ย มแผ่ น แปะ รวมถึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการ เกษตรด้วย


no

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

ซีเมนต์กระดูกแบบฉีด ส�ำหรับการทดแทนกระดูก

ซีเมนต์เชื่อมกระดูกแบบฉีดได้มีการใช้งาน ในส่วนที่ใช้เชื่อมหรือรองรับในการส่งผ่านแรงที่กระท�ำ ระหว่างวัสดุฝังใน (Implant) เช่น ข้อเข่าเทียมหรือ สะโพกเทียมกับกระดูกของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีการ ใช้งานในส่วนที่ซ่อมแซมและทดแทนกระดูกที่ได้รับ ความเสียหายจากการบาดเจ็บหรือจากโรคที่เกี่ยวกับ กระดูกด้วย ซีเมนต์เชื่อมกระดูกที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นชนิดพอลิเมอร์ (Poly Methyl Meth Acrylate: PMMA) ที่พบว่ายังมีข้อเสียหลายประการ เช่ น ขณะ เซ็ตตัวจะมีความร้อนเกิดขึ้น และอาจส่งผลให้เซลล์ หรือเนือ้ เยือ่ โดยรอบถูกท�ำลาย ท�ำให้เกิดการหลวมหรือ เกิดการสลายตัวของโมโนเมอร์ทอี่ าจเป็นพิษได้ ส�ำหรับ ส่วนผสมของซีเมนต์เชือ่ มกระดูกใหม่นสี้ ามารถควบคุม การฉีดผ่านเข็มฉีดยาและมีสมบัติด้านต่าง ๆ ที่แพทย์ ต้องการ เมื่อเซ็ตตัวจะได้วัฎภาคที่สามารถควบคุม การสลายตัวได้ในร่างกาย และเกิดการสร้างกระดูก ขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็วเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการ ทดแทนกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์เชื่อมกระดูกที่มีความแตก ต่างจากเดิมที่มีอยู่ เป็นซีเมนต์กระดูกที่มีส่วนผสมใน การให้เกิดปฏิกริ ยิ าในการเซ็ตตัว และได้องค์ประกอบที่ สามารถสลายตัวได้ในร่างกาย และช่วยส่งเสริมการ เกาะของเซลล์กระดูกในการเร่งการเกิดของกระดูกใหม่ได้

โดยการสลายตัวจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และให้รูพรุนที่ เป็นโครงร่าง (scaffold) ในการให้เซลล์กระดูก เลือด และของเหลวในร่างกายเข้าไปภายใน และสามารถเกิด เนือ้ เยือ่ กระดูกใหม่เจริญเติบโตเข้ามาแทนทีไ่ ด้ โดยสาร ที่สลายตัวไม่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต นอกจากนี้ส่วนผสม ประกอบด้ ว ยส่ ว นเสริ ม แรงคื อ เส้ น ใยพอลิ เ มอร์ ธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ (Biodegradation) เพื่อให้เกิดความแข็งแรงเพียงพอในขณะที่เนื้อซีเมนต์ บางส่วนสลายตัวไป ซีเมนต์กระดูกนี้เป็นต้นแบบที่ได้ ผ่านการทดสอบความเป็นพิษ (Cytotoxicity) การเจริญ เติบโตและการเกาะของเซลล์กระดูก จุดเด่นของเทคโนโลยี —— สามารถเข้ากับร่างกายได้ดี ไม่เป็นพิษ และก่อให้ เกิดการสร้างการยึดเกาะของกระดูกตามธรรมชาติ —— ซีเมนต์สามารถเซ็ตตัวได้เองในสภาวะของร่างกาย และไม่เกิดความร้อนในขณะเซ็ตตัว ท�ำให้สามารถ ขึ้นรูปเป็นรูปร่างใด ๆ ก็ได้ตามความต้องการ ใช้งาน แม้กระทั่งส่วนที่มีความซับซ้อน —— ซี เ มนต์ ส ามารถฉี ด ผ่ า นเข็ ม ฉี ด ยาเข้ า ไปรั ก ษา ในบริ เ วณที่ เ ป็ น โพรงหรื อ บริ เ วณที่ แ คบ ท� ำ ให้ การผ่าตัดใช้เวลาสั้นและผู้ป่วยพักฟื้นได้อย่าง รวดเร็ว ซีเมนต์กระดูกแบบฉีดส�ำหรับการทดแทน กระดูก 20

นักวิจัย : ผศ.ดร. ศิริรัตน์ ทับสูงเนิน รัตนจันทร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก ส�ำนักวิชา วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

—— มีความแข็งแรงเพียงพอหลังจากเซ็ตตัว และเซ็ตตัว ได้ในเวลาที่เหมาะสมกับการผ่าตัด โดยไม่ละลาย ออกไปในของเหลวในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไป จะเกิดการสลายตัวอย่างช้า ๆ เพื่อให้เกิดช่องว่าง ในการท�ำให้เนื้อเยื่อกระดูกสามารถเข้าไปเจริญ เติบโตและการยึดเกาะกับกระดูกตามธรรมชาติ ได้ดี —— ซี เ มนต์ ก ระดู ก นี้ มี แ นวโน้ ม ในการน� ำ มาใช้ ใ น ทางการแพทย์มากขึ้น เนื่องจากมีผู้สูงอายุเพิ่ม มากขึ้นในอนาคต ซีเมนต์กระดูกจัดว่าเป็นวัสดุที่ น�ำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูงมาก ท�ำให้ ผู้ป่วยขาดโอกาสในการได้รับการรักษา —— ส่วนผสมของซีเมนต์สามารถผลิตขึน้ ได้เองทัง้ หมด ในประเทศไทย ลดการน�ำเข้าจากต่างประเทศ และ มีต้นทุนต�่ำ —— สามารถเซ็ ต ตั ว ได้ ที่ อุ ณ หภู มิ ห ้ อ ง จึ ง สามารถ พัฒนาต่ อ ยอดน� ำ มาขึ้ น รู ป ที่ ซั บ ซ้ อ นแบบสาม มิ ติ ( 3D printing) โดยการใช้ โ ปรแกรมทาง คอมพิ ว เตอร์ ม าช่ ว ยออกแบบ จึ ง เหมาะสม ส�ำหรับการท�ำกระดูกที่มีความซับซ้อนของผู้ป่วย แต่ละรายได้

13


Manageme INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

ผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต�่ำ (2) อนันต์ มุขยวงศา ผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์ anant.mukayavongsa@gmail.com

สูตรที่ 2 ปรับในอัตราเท่ากัน (Flat Rate)

ในบทความก่อน ผมได้เขียนถึงผลกระทบจาก การปรับค่าแรงขั้นต�่ำให้ท่านพิจารณาว่าทุกครั้งที่มี การปรับค่าแรงขั้นต�่ำ ท่านต้องค�ำนึงถึงผลกระทบที่ จะเกิดขึ้นกับเงินเดือนของทุกคนในองค์การ ท่านต้อง จัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง (หรือหลายอย่าง) กับการ จ้างงาน การปรับเงินเดือน และโครงสร้างเงินเดือนใน องค์การของท่าน ตลอดจนต้องสื่อสารกับทุกคนใน องค์ ก ารให้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพว่ า ท่ า นได้ พิ จ ารณา ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ท่านอาจจะสงสัยว่ามี วิธีลดผลกระทบอย่างไรเฉพาะในเรื่องการปรับหรือไม่ ปรับเงินเดือนให้กับบุคลากรอื่น ๆ ของท่านในองค์การ ผมขอเรียนว่ามีสูตรในการค�ำนวณเพื่อปรับเงินเดือน ตามผลกระทบหลายสูตร แต่ทกุ สูตรไม่สามารถประกันได้ 100 % ว่าเมื่อน�ำไปใช้แล้วจะไม่มีปัญหาและทุกคนใน องค์การจะยอมรับ ในการปฏิบัติจริงท่านอาจต้องใช้ หลายสูตร สูตรผสม หรือหลายวิธีเพื่อปรับเงินเดือนให้ เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในองค์การให้ได้ และ คงไม่ต้องคาดหวังว่าจะถูกใจทุกคนในองค์การ

สูตรที่ 1 ปรับตามกฎหมาย (Legal Rate)

สูตรนี้เป็นการปรับเนื่องจากกฎหมายบังคับ นายจ้างจะจ่ายต�่ำกว่าค่าแรงขั้นต�่ำไม่ได้ อย่าลืมนะ ครับค่าแรงขั้นต�่ำเป็นค่าแรงรายวัน วันไหนท�ำงานก็ได้ ค่าแรง แต่วนั ไหนไม่ทำ� งานก็ไม่ได้คา่ แรง เมือ่ กฎหมาย

14

ก�ำหนดอัตราค่าแรงขั้นต�่ำที่ 315 บาท นายจ้างต้อง จ่ายไม่น้อยกว่า 315 บาท (จ่ายเกินได้ครับ) ถ้าค่าแรง ที่จ่ายอยู่นอ้ ยกว่า นายจ้างต้องปรับให้เท่ากับ 315 บาท เป็นอย่างต�่ำ ดังนั้น ในอดีตที่ผ่านมา นายจ้างส่วน ใหญ่ จึ ง มั ก จะปรั บ เพิ่ ม ให้ เ ท่ า กั บ อั ต ราค่ า แรงขั้ น ต�่ำเท่านั้น บางทีเรียกการปรับแบบนี้ว่าเป็นการปรับ แบบดั้งเดิม ลูกจ้างคนใดได้รับค่าจ้างน้อยกว่าอัตรา ค่าแรงขั้นต�่ำจะได้รับการปรับให้ขึ้นมาเท่ากับค่าแรง ขั้นต�่ำ ที่น่าสังเกตคือ ลูกจ้างจะได้รับการปรับค่าแรง เพิ่มขึน้ ไม่เท่ากัน ขึน้ อยูก่ บั ค่าแรงทีไ่ ด้รบั ก่อนปรับ เช่น เดิมได้รบั 300 บาท จะได้รบั การปรับเพิม่ อีก 15 บาท รวมเป็น 315 บาท แต่ถา้ ค่าแรงเดิม 305 บาท ก็จะได้รบั การปรับเพิม่ เพียง 10 บาท เท่านัน้ และลูกจ้างทีไ่ ด้รบั ค่าแรง 315 บาท หรือสูงกว่าอยู่แล้วก็จะไม่ได้รับการ ปรับเลย เอาละสิครับ ท่านคิดว่าคนที่ได้ปรับน้อยกว่า หรือไม่ได้รับการปรับจะอยากได้เท่ากันบ้างไหมครับ ปัญหาต่อมาคือ ส�ำหรับลูกจ้างรายเดือน นายจ้างต้อง จ่ายเงินเดือนอย่างต�ำ่ เท่าไรครับ ค�ำตอบคือ 315 x 30 = 9,450 บาท เพราะลูกจ้างรายเดือนมีสิทธิได้รับ ค่าจ้าง ในวันหยุดด้วย นายจ้างจะอ้างเหตุจ่าย 315 x 22 วัน ที่เป็นวันมาท�ำงานจริงไม่ได้ ถ้าจะจ่ายอัตรารายวันก็ ต้องเป็นลูกจ้างรายวันเท่านัน้ ซึง่ กฎหมายไม่ได้ห้ามจ้าง ลูกจ้างรายวัน แต่ลูกจ้างโดยทั่วไปไม่มีใครอยากเป็น ลูกจ้างรายวันหรอกครับ ถ้าท่านจ้างรายวัน ลูกจ้าง ก็คงไม่มีก�ำลังใจจะท�ำงานอยู่กับท่านนานนัก และ พร้อมที่จะไปหางานอื่นเป็นลูกจ้างรา ยเดื อ นดี ก ว่ า

จากปั ญ หาในสู ต รที่ 1 ที่ ลู ก จ้ า งเฉพาะที่ ได้ รั บ ค่ า แรงต�่ ำ กว่ า กฎหมายก� ำ หนดเท่ า นั้ น ที่ จะได้ ป รั บ ค่ า จ้ า ง แต่ สู ต รที่ 2 นี้ ป รั บ ให้ ทุ ก คนใน องค์ ก ารโดยทุ ก คนจะได้ รั บ การปรั บ เงิ น เดื อ น เ พิ่ ม ขึ้ น เ ท ่ า กั น ห ม ด ดู เ ห มื อ น ง ่ า ย น ะ ค รั บ ส� ำ หรั บ ลู ก จ้ า งรายวั น สู ต รนี้ จ ะปรั บ ให้ ลู ก จ้ า งราย วันทุ ก คนโดยใช้ จ� ำ นวนเงิ น ที่ ป รั บ ให้ ลู ก จ้ า งที่ ไ ด้ รั บ ค่าแรงรายวันน้อยทีส่ ดุ บวกเพิม่ ให้ลกู จ้างรายวันทุกคน ลูกจ้างรายวันที่ได้รับค่าแรง 300 บาท ต้องได้ปรับ เพิ่มขึ้น 15 บาท ตามที่กฎหมายก�ำหนดอัตราค่าจ้าง ขั้ น ต�่ ำ 315 บาท นายจ้ า งก็ จ ะปรั บ เพิ่ ม 15 บาท ให้ พ นั ก งานรายวั น ทุ ก คนเท่ า กั น ดั ง นั้ น บางคนที่ ได้ รับค่าแรงเดิมมากกว่า 300 บาท เช่น ค่าจ้างเดิม 310 บาท ก็จะได้รบั ค่าแรงหลังเพิม่ ขึน้ 15 บาท รวมเป็น 325 บาท การใช้สูตรนี้ส�ำหรับลูกจ้างรายวันดูเหมือน จะไม่คอ่ ยมีปญ ั หา เพราะยอมรับกันได้ทลี่ กู จ้างรายวัน ที่ค่าจ้างมากกว่าอยู่ก่อนแล้วจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้น เท่ากับลูกจ้างที่ได้รับค่าแรงตามกฎหมาย ไม่ค่อยมี ผลกระทบกั บ โครงสร้ า งเงิ น เดื อ นและระบบบริ ห าร ค่าตอบแทนขององค์การทีโ่ ดยปกติเป็นค่าจ้างรายเดือน ส�ำหรับลูกจ้างรายเดือน ถ้าการปรับค่าแรงขั้นต�่ำท�ำให้ ลูกจ้างรายวันมีเงินเพิ่มขึ้นต่อเดือนเท่าใดก็ปรับเงิน เดื อ นทุ ก คนขึ้ น เท่ า กั บ จ� ำ นวนนั้ น ตามตั ว อย่ า งใน บทความก่อน ค่าแรงขั้นต�ำ่ เพิ่มขึ้น 330 บาทต่อเดือน (15 บาท x 22 วัน) ทุกคนในองค์การตั้งแต่ภารโรง ยันผู้จัดการก็จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้นเดือนละ 330 บาท เท่ากันหมด ไม่ว่าเงินเดือนเดิมของแต่ละ คนจะเป็นเท่าใด ถ้าพิจารณาเฉพาะจ�ำนวนเงินที่เพิ่ม คนละ 330 บาท บางองค์การหรือบางท่านอาจจะ คิดว่าน่าจะยอมรับได้ แต่ถ้าจ�ำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2,0003,000 บาท เหมือนการปรับครั้งก่อน ท่านยังจะคิดว่า ท่านจะยอมรับผลกระทบนี้ได้อยู่หรือไม่ และถ้าครั้ง ต่อ ๆ ไป ค่าแรงขั้นต�่ำปรับขึ้นเป็น 500-600 บาท ท่านจะท�ำอย่างไร ท่านจะมีงบประมาณเพียงพอที่ จะรับภาระค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นอย่างไร เพราะการ ปรับเงินเดือนย่อมมีผลให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการ


ment

องค์การจะท�ำอย่างไรเพื่อจัดการอัตราเงินเดือนและโครงสร้างเงินเดือน ทั้งระบบขององค์การ ขอให้พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจริงกับเรื่อง “ความอยาก” ออกจากกัน

อื่น ๆ ที่มักผูกอยู่กับอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การปรับด้วยสูตรนี้ไม่ยุ่งยากและดูเหมือนเป็นทางออก ที่คนในสังคมไทยจ�ำนวนมากยอมรับการปรับในอัตรา เท่า ๆ กันได้งา่ ย ไม่ตอ้ งคิดมาก ไม่ต้องค�ำนวณหาผลก ระทบที่ แ ท้ จ ริ ง ที่ จ ะเกิ ด กั บ คนในองค์ ก ารซึ่ ง ปกติ อาจจะไม่ เ ท่ า กั น ยกตั ว อย่ า งเช่ น คนที่ มี เ งิ น เดื อ น น้อยและมีภาระค่าใช้จา่ ยมาก การปรับเงินเดือนเพิม่ ขึน้ 330 บาท มีความหมายมาก แต่คนที่มีเงินเดือนหลาย หมื่นบาท เงินที่เพิ่มขึ้น 330 บาท อาจจะไม่ท�ำให้อะไร เปลี่ยนแปลงไป เพราะเงินเดือนเดิมก็สามารถด�ำรงชีพ ตามปกติ และเกือบจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก จากสภาวะค่ า ครองชี พ ที่ อ าจจะเปลี่ ย นแปลงเพี ย ง เล็กน้อยจากการปรับค่าแรงขัน้ ต�ำ่ นอกจากนีโ้ ครงสร้าง เงินเดือนขององค์การก็อาจไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ เป็นการปรับเพิ่มให้ทุกคนเท่ากันหมด ช่วงห่างของเงิน เดือนพนักงานยังคงเหมือนเดิม แต่แน่นอนมีผลกระทบ กับค่าใช้จา่ ยและสวัสดิการอืน่ ทีเ่ ป็นตัวเงินผูกอยูก่ บั เงินเดือน เช่น ค่าท�ำงานล่วงเวลา ค่ากะ โบนัส และอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านเลือกใช้สูตรนี้แล้ว ครั้งต่อ ๆ ไป ท่ า นจะพบปั ญ หาดั ง เช่ น ที่ ก ล่ า วแล้ ว ว่ า เมื่ อ มี ก าร ปรับค่าแรงขั้นต�่ำขึ้นมากในอนาคต ท่านจะยังคงใช้ สูตรนี้ซึ่งจะกระทบกับต้นทุนค่าแรงงานสูงมาก และ ท่านจะบริหารเพื่อให้คุ้มอย่างไร นอกจากนี้ถ้าท่าน อยากจะเปลี่ ย นไปใช้ สู ต รอื่ น บ้ า ง ท่ า นต้ อ งเหนื่ อ ย แน่ น อนในการสือ่ สารกับคนในองค์การ เพราะสูตร อืน่ ๆ ที่จะกล่าวต่อไปจะพยายามปรับเงินเดือนตามแนว ความคิดว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกคนในองค์การ ที่มีเงินเดือนต่างกันน่าจะไม่เท่ากัน การปรับเงินเดือน ขึ้ น ส� ำ หรั บ พนั ก งานแต่ ล ะคนจึ ง ควรไม่ เ ท่ า กั น ด้ ว ย

สู ต รที่ 3 การปรั บ แบบ ผลกระทบหรื อ แบบลดหลั่ น (Compression) สูตรนี้ค่อนข้างยุ่งยากกว่าทั้ง 2 สูตรที่กล่าวมา ก่อนหน้า และตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเป็นการพยายาม ค�ำนวณเงินที่จะปรับให้ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง กั บ พนั ก งานรายเดื อ น แต่ ใ ครจะทราบล่ ะ ครั บ ว่ า ผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ จริงต่อพนักงานแต่ละคนเป็นเท่าไร กันแน่ บทความนี้ จ ะอธิ บ ายวิ ธี ก ารปรั บ ค่ า จ้ า ง ตามสูตรนี้โดยย่อ ๆ เท่านั้น ท่านที่สนใจการค�ำนวณ จริงสามารถศึกษาเพิ่มเติมต่อไปได้จากต�ำราเกี่ยวกับ การบริหารค่าจ้าง เริ่ ม ต้ น จากโครงสร้ า งเงิ น เดื อ นขององค์ ก าร ตั้งแต่ตำ�่ สุดจนถึงสูงสุด เมื่อท่านน�ำเงินเดือนทุกคนมา เรียงต่อกันท่านจะพบช่วงห่างของเงินเดือนแต่ละคนซึง่ จะไม่เท่ากัน เช่น เริม่ ต้นจากเงินเดือนต�ำ่ สุด 9,450 บาท จนถึง 60,000 บาท ดังนี้ อัตราเงินเดือนของพนักงาน (บาท) เริ่มจาก 9,450 9,500 9,800 9,900 10,000 12,000 13,000 ... 30,000 ... 35,000 ... จนถึง 60,000 ตามสู ต รนี้ ผู ้ ที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบมากที่ สุ ด คื อ พนักงานเงินเดือน 9,450 บาท ได้รบั ผลกระทบ 100 % จะได้รับการปรับมากที่สุดคือ 330 บาท ส่วนพนักงาน ที่เงินเดือน 60,000 บาท จะได้รับการปรับน้อยที่สุด ส�ำหรับพนักงานทีเ่ หลือทัง้ หมดได้รบั ผลกระทบลดหลัน่ กันไปตามสัดส่วนของเงินเดือน ซึ่งท่านอาจสามารถ ใช้ บัญญัติไตรยางค์ค�ำนวณเงินที่จะปรับเพิ่มได้เลย ยกตัวอย่าง การค�ำนวณพนักงานที่เงินเดือนต่าง ๆ ตามตารางต่อไปนี้

สู ต รการคิ ด แบบลดหลั่ น นี้ ยั ง มี วิ ธี คิ ด ที่ สลั บ ซั บ ซ้อนมากกว่านี้หลายวิธี แต่ขออนุญาตไม่ กล่าวถึง เพราะจะต้องอธิบายกันยืดยาวมาก แต่ไม่วา่ จะใช้วธิ คี ำ� นวณแบบไหนก็อยูบ่ นสมมติฐานเดียวกันคือ พยายามค�ำนวณเงินทีจ่ ะปรับให้ตามผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ บางวิธพี ยายามก�ำหนดระดับเงินเดือนทีจ่ ะไม่ได้รับการ ปรับขึ้นเลยไว้ด้วย โดยถือว่าไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เช่น ก�ำหนดว่าพนักงานที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 40,000 บาท ขึ้นไป จะไม่ได้รบั การปรับขึน้ เรียกระดับเงินเดือน นี้ว่า “จุดตัด (Cutting Point)” และจุดนี้แหละที่ท�ำให้ พนักงานสงสัยว่าก�ำหนดมาได้อย่างไร ใช้อ ะไรมา ตัดสินว่าคนที่เงินเดือนที่จุดตัดนี้ไม่ได้รับผลกระทบ และไม่มีสิทธิได้รับการปรับเลย หลายองค์การเจอ ปัญหานี้มาแล้ว เมื่อตอบไม่ได้หรือไม่มีวิธีเยียวยา อื่น ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน องค์การจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งอาจต้อง ผสมผสานหลายสูตรหรือหลายวิธีเพื่อปรับเงินเพิ่มให้ พนักงานทุกคนพอที่จะยอมรับได้ว่า องค์การพยายาม ค�ำนึงถึงผลกระทบกับทุกคน บางทีต้องเยียวยาโดย วิธีอื่นเพื่อให้พนักงานรู้สึกดีขึ้น ไม่มีสูตรตายตัวว่า ท่านต้องปรับเพิ่มวิธีใด อาจใช้สูตรของท่านเองก็ได้ แต่ต้องสื่อสารให้ดีว่าท่านมีวิธีคิดที่ให้ความส�ำคัญกับ พนักงานทุกคน

เงินเดือนก่ อนปรั บ

ค�ำนวณเงินปรั บ

เงินเดือนหลังปรั บ

9,450 9,500 9,800 9,900 30,000 35,000 60,000

330 328 318 315 103 89 51

9,780 9,828 10,118 10,215 30,103 35,089 60,051

15


Manageme INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

นพพล นพรัตน์ ผู้ก่อตั้งสถาบัน HIGH noppol.noparat@gmail.com

“โจรขโมยเวลา” ตอนที่ 1 ท่านเคยรู้สึกไหมว่า เวลาของเราหายไปไหน ทั้งที่เราแต่ละคนมีเวลาเท่ากัน แต่ท�ำไมบางคนถึง ท� ำ ให้ เ รารู ้ สึ ก ว่ า เขามี เ วลาเยอะแยะมากมายใน การท�ำสิง่ ทีน่ า่ ประทับใจหลายอย่าง ในขณะทีเ่ วลาของ เราหายไปไหนอย่างไร้ร่องรอย นับตั้งแต่ผมท�ำงานมา 10 กว่าปี ผมเพิ่งมารู้สึก เอามาก ๆ ช่วงนี้ว่า ท�ำไมเวลาของผมดูเหมือนมันลด น้อยลง มันหายไปไหน หรือใครบังอาจขโมยเวลาของ ผมไป ผมเคยเป็นคนที่ท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิผล (Effectiveness) และประสิทธิภาพ (Efficiency) แต่ ทุกวันนี้ผมกลายเป็นคนที่ท�ำงานไม่ทันเวลาได้อย่างไร แล้วแบบนี้ผมจะมีหน้าไปสอนใครได้ สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นกังวลก็คือ ผมแทบไม่รู้ตัวเลย ว่าใครหรือสิ่งใดที่เป็นเจ้าโจรขโมยเวลาของผม ผมไม่รู้ เลยว่ามันมาเยือนชีวติ ผมตอนไหน มันน่าแปลกใจจริง ๆ นะครับว่า เวลาก็เวลาของเรา ท�ำไมเราถึงไม่รเู้ ลยล่ะว่ามัน เข้ามาในชีวติ เราเสียแล้ว มารูต้ วั อีกที มันก็ได้ขโมยเวลาที่ ผมแสนหวงแหนไปต่อหน้าต่อตา ถ้าท่านผู้อ่านเคยเจอสถานการณ์เดียวกับผมที่ ไม่รวู้ า่ เวลาของตนเองถูกใครขโมยไป ผมคิดว่าวันนี้เป็น เวลาเหมาะสมทีส่ ดุ แล้วครับทีท่ า่ นกับผมต้องมาช่วยกัน

16

จับเจ้าหัวขโมยรายนี้ แล้วเรามาลองดูสวิ า่ จอมโจรขโมย เวลาพวกนี้มันเป็นพวกเดียวกับโจรขโมยเวลาในชีวิต ของท่านผู้อ่านหรือไม่ ผมใช้เวลากว่า 1 เดือน นัง่ จดบันทึกว่าในแต่ละวัน เจ้าโจรขโมยเวลาของผมมันเป็นใครกันแน่ วันนี้ผมจับ มันได้แล้วครับ ต่อจากนี้ไปผมจะพาเจ้าพวกนี้มาพบ กับท่านผูอ้ า่ นเพือ่ พิจารณาโทษของพวกมันกันครับ พบ กับโฉมหน้าของเจ้าจอมโจรขโมยเวลาทั้ง 8 ราย ดังนี้ 1. การตื่นขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย โจรตัวแรกทีผ่ มจับได้ในตอนเช้า มันแอบเข้ามา อย่างเงียบ ๆ ตอนหลับ และเริม่ สร้างวีรกรรมตอนเช้าตรู่ ของทุกวัน มันคือจอมโจรทีเ่ รียกว่า “การตืน่ ขึน้ มาอย่างไร้ จุดหมาย” มีอทิ ธิฤทธิค์ อื ท�ำให้เราไม่รสู้ กึ กระตือรือร้นใน การท�ำอะไรเลย ไม่มแี รงจูงใจในการลุกออกจากทีน่ อน หรือหากเมือ่ สามารถฝืนลุกจากทีน่ อนได้แล้ว นอกจาก ท�ำกิจวัตรประจ�ำวัน เช่น อาบน�้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ทานข้าว เราก็จะท�ำได้เพียงนั่งแช่อีกเป็นชั่วโมง ๆ กับการนัง่ คิดว่าวันนีเ้ ราจะท�ำอะไรดี บางครัง้ คิดไม่ออก ก็ลงไปนอนเหมือนเดิม สลับไปสลับมาแบบนี้จนหมด เวลาไปครึ่งค่อนวัน “การตื่นขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย” สามารถแอบ

เข้ า มาในชี วิ ต เราได้ ใ นทุ ก ช่ ว งวั ย บ่ อ ยครั้ ง ที่ เ ราจะ พบเห็นว่าหลายคนนัง่ เหม่อลอยในตอนเช้า แม้ในขณะที่ อยูใ่ นเวลาท�ำงาน นัน่ แปลว่า คนเหล่านัน้ อาจถูกเจ้าโจร ตัวนีเ้ ข้ามาสิงในชีวติ และเริม่ ท�ำการขโมยเวลาของเขา คนนัน้ ไปเรียบร้อยแล้ว จากประสบการณ์ของผม กล้าพูดได้อย่างเต็ม ปากเลยว่า เจ้าโจรตัวนี้ถ้ามันเข้ามาในชีวิตท่านวันไหน วันนัน้ ทัง้ วันของท่านแทบจะเป็นวันทีไ่ ร้ประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพไปในทันที ท่านจะไม่มแี รงท�ำงานให้เสร็จ จะไม่รวู้ า่ เป้าหมายของการท�ำงานในวันนีค้ อื อะไร ท่าน จะนั่งท�ำอะไรไปเรื่อย ๆ จนหมดวันเพื่อพบกับผลลัพธ์ ที่ว่าท่านไม่ได้ท�ำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง 2. ผัดวันประกันพรุ่ง โจรขโมยเวลาตัวนี้ มีอิทธิฤทธิ์ไม่ยิ่งหย่อนกว่า รายแรก เพราะอะไรทราบไหมครับ ด้วยมายาของมัน ท�ำให้แม้ว่าการปรากฏตัวต่อหน้าเรา เห็นชัด ๆ ว่า ได้เข้ามาในชีวิตของเราแล้ว แต่หลายครั้งเราในฐานะ เจ้าของเวลากลับรูส้ กึ ว่าไม่เป็นไร ช่างมันเถิด และปล่อย ให้มันขโมยเวลาไปต่อหน้าต่อตา ผมจับมันได้หลายครั้งในรอบเดือนนี้ เมื่อผม ตั้งเป้าหมายว่าจะท�ำอะไรสักอย่างให้สำ� เร็จ เช่น จะต้อง อ่านเพื่อท�ำความเข้าใจกับเรื่อง Bitcoin และ Blockchain ให้รู้เรื่องภายในเดือนนี้ ผมตั้งเป้าหมายตามวิธี การทีไ่ ด้เรียนมาจากหลักสูตรของต่างประเทศเลยว่า ต้อง ย่อยเป้าหมายให้เล็กทีส่ ดุ โดยผมตัง้ เป้าหมายในแต่ละวัน อย่างชัดเจน ผมจะอ่านเรือ่ งดังกล่าวในหัวข้อใดบ้าง จาก เว็บไซต์ใดบ้าง และจากการค�ำนวณตอนวางแผน พบว่า ไม่ใช่เรื่องยากเลยในการท�ำสิ่งเหล่านี้ให้ส�ำเร็จ เพราะ แผนทีว่ างมานัน่ ถูกต้องตามหลักวิชาการทัง้ สิน้ แต่โลกแห่งความจริงมันโหดร้ายครับ เจ้าโจร “ผัดวันประกันพรุ่ง” มันมาอีกแล้วตอนที่ผมก�ำลังตั้งใจ จะท�ำอะไร “อย่าเพิ่งอ่านเลย ไปท�ำอย่างอื่นที่สนุก ๆ ก่อนเถอะ ยังมีเวลาอีกตัง้ เยอะให้อา่ น เดีย๋ วเย็น ๆ ค�ำ่ ๆ ค่อยกลับมาอ่านก็ได้ ทันแน่นอน ไม่ผิดจากแผนที่วาง ไว้หรอก” ตั้งแต่วันแรกที่ผมตั้งใจจะลงมือท�ำ จนถึงวันนี้ วันที่ผมได้รู้ซึ้งถึงฤทธิ์เดชของมันแล้วว่า จะครบเดือน แล้วผมยังไม่ได้อ่านทั้ง 2 เรื่องนั้นเลย


ment 3. รับทุกอย่างเข้ามาในชีวิต ไม่กล้าปฏิเสธ ถ้านับเรือ่ งความแนบเนียนในการหลอกล่อเจ้าของ เวลา ผมกล้าพูดไว้ตรงนีเ้ ลยว่า เจ้าโจรรายนี้ปลอมตัวได้ อย่างไร้ที่ติ เพราะภายนอกท่านผู้อ่านแทบไม่รู้เลยว่า มันคือหัวขโมยจอมเจ้าเล่ห์ มันอ�ำพรางตัวเอง ภายใต้ หน้ากากของคนดี คนทีพ่ ร้อมจะช่วยเหลือคนอืน่ ใครให้ ท�ำอะไรก็พร้อมที่จะรับปากท�ำให้กบั ทุกคน ใครใช้หรือ ไหว้วานให้เราท�ำโน่นนี่ แม้เป็นเรื่องที่ไร้สาระ เรื่องที่ ไม่ส�ำคัญ เรื่องที่ตนเองไม่ชอบ เจ้าโจรรายนี้ก็จะแกล้ง ยิ้ ม รั บ อาจมี แ กล้ ง ท� ำ อึ ก อั ก บ้ า งแต่ ก็ รั บ ปากท� ำ ให้ แม้ ตัวเองจะไม่ถนัด จะมีภารกิจที่ส�ำคัญก�ำลังรออยู่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากปฏิเสธออกไป ดูเป็นคนดีมาก จากที่รับปากคนอื่นเขา และให้สัญญาเขาไป หลายอย่าง แต่พอถึงเวลาที่ต้องส่งงานให้เขาก็พบว่า งานไม่เสร็จ ทั้งงานที่รับปากเขามา และงานของตนเอง หรือถ้าเสร็จ ก็เรียกได้ว่าเสร็จแบบลวก ๆ ไม่เรียบร้อย เป็นที่เบื่อหน่ายของคนที่ต้องท�ำงานด้วย จนหลายคน พูดลับหลังว่า ถ้ารู้ว่าท�ำไม่ได้หรือท�ำให้ไม่ทัน ท�ำไม ไม่บอกเสียตั้งแต่ต้น ปล่อยให้เขารอแบบนี้เสียเวลา

ผลที่ ต ามมาคื อ แทนที่ ค นอื่ น จะรู ้ สึ ก ว่ า เราเป็ น คน มี น�้ำใจ แต่เมื่อผลงานที่เขาขอให้เราช่วยออกมาแบบ ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่เขาต้องการ เขาจะกลับมาต�ำหนิได้ ว่าท่านเป็นคนที่ใช้ไม่ได้และเป็นคนที่ไม่รักษาสัญญา การที่เราปล่อยให้โจรแสบที่เรียกว่า “รับทุก อย่ า งเข้ า มาในชี วิ ต ไม่ ก ล้ า ปฏิ เ สธ” เข้ า มาขโมย เวลาของเรา จึงไม่ได้ช่วยให้เราเป็นคนที่น่านับถือใน สายตาของคนอื่น แต่จากที่ได้กล่าวมาแล้วมันกลับ ให้ผลที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และยังขโมยเวลา ที่ เ ราควรหวงแหนรั ก ษาไว้ เ พื่ อ มาใช้ ท� ำ สิ่ ง ที่ เ ราตั้ ง เป้าหมายไว้ สิ่งที่เราให้ความส�ำคัญ กลับถูกขโมย เวลาอันมีค่าของเราไปท�ำงานของคนอื่น ซึ่งส่วนมาก เป็นงานที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่อยากท�ำเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ผมไม่ได้หมายความขนาดที่ว่า ให้ปฏิเสธ ทุกคนทุกครั้งที่คนอื่นมาขอให้ท่านช่วยเหลือท�ำอะไร บางอย่างให้เขา ถ้าท�ำขนาดนั้นก็เกินไปครับ เพราะ เท่ า กั บ ว่ า คนที่ ท� ำ แบบนี้ เ ป็ น คนที่ แ ยกแยะอะไร ไม่เป็น การกล้าที่จะปฏิเสธในที่นี้คือ การวิเคราะห์

แล้ ว ว่ า สิ่งที่ปฏิเสธเป็นสิ่งที่ไม่ส�ำคัญ และหรือเป็น สิ่งที่อาจจะมีความส�ำคัญแต่ยังไม่เร่งด่วนก็เป็นได้ การที่ จ ะปฏิ เ สธใครแล้ ว ยั ง ท� ำ ให้ เ ขารู ้ สึ ก ดี กับเรา เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ เราเป็นคนที่ไม่ชอบการถูกปฏิเสธ เพราะท�ำให้เรารู้สึก ต�่ำต้อย ไร้ค่า ไร้ความหมาย เพราะฉะนั้น การที่ท่าน ผู้อ่านจะสามารถปฏิเสธใครก็ตามจึงไม่ได้อาศัยแค่ ความกล้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ ความ เข้ า ใจ และมี ทั ก ษะในการพู ด ปฏิ เ สธอย่ า งแยบยล ซึ่งหากมีโอกาสเหมาะ ๆ ในคราวหน้า ผมอาจขอเรียน รับใช้ท่านผู้อ่านเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวนี้ เพราะ เป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย ท�ำความเข้าใจกันพอสมควร เห็ น ไหมครั บ ท่ า นผู ้ อ ่ า น เพี ย งแค่ โ จรขโมย เวลา 3 รายนี้ ก็ เ ล่ น เอาพวกเราหั ว ปั ่ น ไปแล้ ว ใช่ ไ หมครั บ ยั ง เหลื อ อี ก ตั้ ง 5 วายร้ า ยที่ ผ มอาจ ต้ อ งขออนุ ญ าตทุ ก ท่ า นน� ำ พวกมั น มาตี แ ผ่ อี ก ครั้ ง ในบทความหน้า เพราะวีรกรรมของพวกนั้นก็สร้าง ความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับพวกเรามาเป็นเวลานาน

17


Z-One

INDUSTRY FOCUS | No.07 Vol.080 | April 2018

สรุปผลการดำ�เนินงาน เดือนมีนาคม 2561

การด�ำเนินงานของ ส.อ.ท. ในวาระปี 25592561 นี้ สามารถจ�ำแนกการด�ำเนินงานได้ตาม กลไกหลักของ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการ ขับเคลื่อนการด�ำเนินงานของ ส.อ.ท. ประกอบไป ด้วย กลุ่มเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน กลุม่ สัมพันธ์สมาชิก กลุม่ ปัจจัยพืน้ ฐาน กลุม่ สือ่ สาร นายเจน น�ำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. (วาระปี สาธารณะ โดยมีการด�ำเนินงานเดือนมีนาคม 2561 2559-2561) ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาและเป็นประธาน สรุปได้ ดังนี้

เปิดงานแสดงเทคโนโลยีด้านระบบการผลิตอัตโนมัติ AUTOMACH 2018 เมือ่ วันที่ 28 มีนาคม 2561 ณ Hall กลุ่มเสริมสร้างความ C ศูนย์ประชุม PEACH โรงแรมรอยัลคลิฟ โฮเต็ล กรุป๊ สามารถในการแข่งขัน พัทยา โดยมีคุณสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อ�ำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ ส�ำนักงานส่งเสริมการ การพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิด Industry 4.0 จัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ร่วมแถลงถึง เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 นายเจน น�ำชัยศิริ การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) ร่วมแถลงข่าว การจัดงานสัมมนาและแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยี การผลิตอัตโนมัติ Automach 2018 ร่วมกับนายธีระ กิตติธีรพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีน เวิลด์ พับลิเคชั่น จ�ำกัด และนายเกรียงไกร กาญจนโภคิน ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหารกลุม่ บริษทั อินเด็กซ์ครีเอทีฟ วิลเลจ จ�ำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2561 ณ Pattaya Exhibition and Convention Hall (PEACH) จ. ชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ การด�ำเนินงานด้านระบบมาตรฐานรหัสสากล อุตสาหกรรมให้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่ม ส.อ.ท เข้าร่วมการประชุม GS1 Global Forum ความสามารถในการแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีระบบ 2018 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2561 อัตโนมัติ กลุม่ เป้าหมายคืออุตสาหกรรมในเขตระเบียง ณ SQUARE-BRUSSELS MEETING CENTRE เศรษฐกิจภาคตะวันออก กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นการประชุม ใหญ่สามัญประจ�ำปีระหว่างองค์กรสมาชิก GS1 ใน 96 ประเทศทัว่ โลก จากทัง้ 4 ภูมภิ าค ได้แก่ เอเชียแปซิฟกิ ยุโรป ลาตินอเมริกา และกลุม่ ประเทศใน MEMA (กลุม่ ประเทศในตะวันออกกลาง เมดิเตอร์เรเนียน และ แอฟริกา) เพือ่ ร่วมกันก�ำหนดมาตรฐานและวางกลยุทธ์ ในอนาคต วางแผนการพัฒนามาตรฐาน GS1 ให้ตรง ตามความต้องการของผู้ใช้งาน รวมทั้งติดตามผลการ ด�ำเนินงานที่ผ่านมาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ โครงการต่าง ๆ ในระดับภูมิภาคทั่วโลก โดยในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 836 คน

18

ECR Thailand ได้จัดงาน ECR Dinner Talk 2018: Blockchain in Supply Chain Management: Dream or Reality? เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ณ The Conservatory Room, The House on Sathorn (W Hotel) โดยได้รบั เกียรติจากผูเ้ ชีย่ วชาญจากองค์กร ชั้นน�ำในแวดวง Blockchain ได้แก่ Accenture JP Insurance และ IBM ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และ กรณีศึกษาต่าง ๆ ท�ำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจภาพรวม ของสภาวะปัจจุบันด้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน ระบบ Supply Chain และเทคโนโลยี Blockchain ที่ จะช่วยอ�ำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพใน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ โดยมีผเู้ ข้าร่วมงานกว่า 50 คน


เมื่ อ วั น ที่ 28-31 มี น าคม 2561 ส.อ.ท. เข้ า ร่ ว มศึ ก ษาดู ง านด้ า นการสาธารณสุ ข ร่ ว มกั บ คณะผู้บริหารงานโรงพยาบาลที่เข้าศึกษาในหลักสูตร ประกาศนียบัตร สาขาการบริหารระบบสารสนเทศ ทางการแพทย์ (Healthservice Chief Information Officer: CIO) รุ่นที่ 8 ของโรงเรียนการบริหารงาน โรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จ�ำนวนรวม 15 คน ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศที่ออกกฎหมายบังคับใช้ในเรื่องการ ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประเภทยา ด้วยระบบบาร์โค้ดและอาร์เอฟไอดี ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงาน ได้เห็นการประยุกต์ใช้บาร์โค้ดและอาร์เอฟไอดีตาม ระบบมาตรฐานสากล GS1 ที่สอดคล้องกับกฎหมาย ดั ง กล่ า ว และการบริ ห ารจั ด การระบบสารสนเทศ ภายในโรงพยาบาล โรงงานผลิต และหน่วยงานภาค รั ฐ บาลที่ มี บ ทบาทในเรื่ อ งการประกั น สุ ข ภาพแห่ ง ชาติ เพือ่ เป็นแนวทางในการน�ำมาปรับใช้และเผยแพร่

เมื่อวันที่ 28-31 มีนาคม 2561 ส.อ.ท. เข้า ร่ ว มศึ ก ษาดู ง านด้ า นการสาธารณสุ ข ร่ ว มกั บ คณะ ผู ้ บ ริ ห ารงานโรงพยาบาลที่ เ ข้ า ศึ ก ษาในหลั ก สู ต ร ประกาศนียบัตร สาขาการบริหารระบบสารสนเทศ ทางการแพทย์ (Healthservice Chief Information Officer: CIO) รุ่นที่ 8 ของโรงเรียนการบริหารงานโรง พยาบาล คณะแพทยศาสตร์ กลุ่มสัมพันธ์โรงพยาบาลรามาธิ สมาชิก บดี จ�ำนวนรวม 15 คน ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็ำนเนิ ประเทศที ่ออกกฎหมายบั งคับใช้งหวั ในเรื การด� นงานของสภาอุ ตสาหกรรมจั ด ่องการ ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประเภทยา ด้วยระบบบาร์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมดุสิต โค้ดและอาร์เอฟไอดี ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงาน ธานี หัวหิน จ. เพชรบุรี นายธีรยุทธ พิทักษ์สิทธิ์ ได้เห็นการประยุกต์ใช้บาร์โค้ดและอาร์เอฟไอดีตาม ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี ระบบมาตรฐานสากล GS1 ทีส่ อดคล้องกับกฎหมายดัง เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและ กล่าว และการบริหารจัดการระบบสารสนเทศภายใน สังคมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (สมุทรสาคร สมุ ท รสงคราม เพชรบุ รี และประจวบคี รี ขั น ธ์ ) โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็ น ประธานการประชุม ภาคเอกชนได้มีข้อเสนอ จ�ำนวน 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการน�้ำ ด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ด้านการท่องเทีย่ ว เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ Long stay ด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน

3. ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาค (อ.ก.บ.ภ.) ภาคเหนือ ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ณ ตึกบัญชาการ ท�ำเนียบ รั ฐ บาล นายวี ร ะยุ ท ธ สุ ข วั ฑ ฒโก ประธานสภา อุตสาหกรรมภาคเหนือ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม 4. ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคตะวันออก ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 29 มี น าคม 2561 ณ ตึ ก บั ญ ชาการ ท� ำ เนี ย บรั ฐ บาล นางสุมลวรรณ แย้มพราย ผู้อ�ำนวยการฝ่ายกิจการ สภาจังหวัด เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม 5. ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคกลาง ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ท�ำเนียบรัฐบาล นายสมภพ ธีระสานต์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม ภาคกลาง เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม ตามที่ นายกรัฐมนตรี เป็น ประธานคณะ กรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) เพือ่ ก�ำหนดหลักการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ และเพื่อขับเคลื่อนในการสร้างความเจริญให้กับทุก ภูมิภาคทั่วประเทศเกิดผลเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน การด�ำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างจริงจังไปสู่ เป้าหมายที่ก�ำหนด ในเดือนมีนาคม 2561 ได้มีผู้แทน ส.อ.ท. เข้าร่วมประชุมจ�ำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ 1. ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ครั้งที่ 3/2561 เมื่ อ วั น ที่ 20 มี น าคม 2561 ณ ท� ำ เนี ย บรั ฐ บาล นางสุมลวรรณ แย้มพราย ผู้อ�ำนวยการฝ่ายกิจการ สภาจังหวัด เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม 2. ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 3/2561 เมื่อ วันที่ 23 มีนาคม 2561 ณ ตึกบัญชาการ ท�ำเนียบ รัฐบาล นางสุมลวรรณ แย้มพราย ผู้อ�ำนวยการฝ่าย กิจการสภาจังหวัด เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม

19


กลุ่มปัจจัยพื้นฐาน ด้านแรงงาน

ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า และการลงทุน

เมือ่ วันที่ 14 มีนาคม 2561 นายเจน น�ำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) ร่วมพิธีเปิด งานสัมมนาฐานเศรษฐกิจ Go Thailand ลงทุนเพื่อ อนาคต และร่วมเป็นวิทยากรเสวนาเรื่อง อุตสาหกรรม ใหม่ในระเบียงเศรษฐกิจ โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เปิดงานสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “โฉมหน้า อุตสาหกรรมไทย 2022” ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกภาค ส่วนมีส่วนร่วมและเสนอความคิดเห็นในการขับเคลื่อน EEC ไปสู่เป้าหมายและความส�ำเร็จ

นายเจน น�ำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 25592561) เข้าร่วมพิธเี ปิดงานสัมมนา Thailand–Belgium Innovation Partnership for the Future เนือ่ งในโอกาส 150 ปี ความสัมพันธ์ไทย พ.ศ. 2411-2561 เมือ่ วันที่ 28 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมพลูแมน แกรนด์ สุขุมวิท และ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ Innovation Driver Economy : Business Perspective เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิ จ ไทยผ่ า นความร่ ว มมื อ ด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึง่ จะเป็นการน�ำเสนอข้อมูล ทางวิชาการ อภิปรายแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็น ระหว่างผู้เชี่ยวชาญไทยและเบลเยียมเกี่ยวกับการ วิจัยและพัฒนาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมุ่ง เน้นใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรม อาหารแห่ ง อนาคต รวมถึ ง กระบวนการถ่ า ยทอด เทคโนโลยี สู ่ ภ าคเอกชน เพื่ อ สร้ า งความร่ ว มมื อ ที่ เ ป็ น รู ป ธรรมระหว่ า งภาครั ฐ ภาคเอกชน และ ภาควิชาการของทั้ง 2 ประเทศ ตามแนวทางของแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถใน การแข่งขันอย่างมีทิศทาง

20

งานระหว่างประเทศ

นายสมยศ ตั้ ง มี ล าภ รองประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม 2nd AMEN Steering Committee Meeting and Related Events ระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2561 ณ กรุง มะนิลา ประเทศฟิลปิ ปินส์ ซึง่ ท�ำหน้าที่ AMEN country champion ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนา ศักยภาพของ ผู้ประกอบการ MSMEs ผ่านกรอบ การท�ำงาน 3Ms ซึ่งประกอบด้วย mentorship money และ market และ มีการชี้แจงถึง Theme หลัก ของ AMEN ที่จะขับเคลื่อนตลอดทั้งปีผ่านเครือข่าย ของ ASEAM mentor และมีหวั ข้อหลักของการประชุม ดังนี้ Mentorship Forum: Big Brother Mentors Money Forum: Financial Inclusivity in the Age of Digital Economy และ Market Forum: Offline and Online Convergence in Growing Market Access นายอรินทร์ จิรา รองประธาน ส.อ.ท. (วาระ ปี 2559-2561) เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ASEAN BAC ครั้งที่ 74 และ ASEAN-Australia Special Summit ระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคม 2561 ณ นคร ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีประเด็นส�ำคัญคือ การส่ ง เสริ ม ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งอาเซี ย นและ ออสเตรเลี ย ในส่วนของภาคธุรกิจมีการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยให้ความส�ำคัญกับประเด็น agri-business supply chain, infrastructure, digital transformation, future energy, tourism destination, SME และ aviation โดยกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นแนวทางส�ำหรับ policy recommendation ที่จะถูกส่งมอบให้กับผู้น�ำต่อไป เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 นายอรินทร์ จิรา รองประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) เป็นผู้แทน เข้าร่วมการประชุม AEM retreat engagement with ASEAN-BAC ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยมีประเด็นส�ำคัญ คือ การรายงานต่อรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนถึงการ ด�ำเนินงานของ ASEAN—BAC และเป้าหมายส�ำคัญ ของ ASEAN-BAC ที่ต้องการได้รับภายใต้วาระการ เป็นประธานของสิงคโปร์ ซึ่งมี Theme ในการด�ำเนิน งานคือ Resilience & Innovation, Smart Cities และ มี legacy project คือ SG Connect (Smart Growth Connect) เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ให้แก่อาเซียน

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 ณ ทัณฑสถาน บ�ำบัดพิเศษ จ. ปทุมธานี นายพากร วังศิราบัตร รองเลขาธิการ ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) ร่วม ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วม มือโครงการประชารัฐ ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพผู้ต้อง ขัง ระหว่างกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมอื แรงงาน กรมราชทัณฑ์ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมี พ ลอากาศเอก ประจิ น จั่ น ตอง รองนายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขัง ผ่านกระบวนการฝึกอบรมวิชาชีพ สามารถประกอบ อาชีพอิสระ เพื่อหารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ภายหลังจากพ้นโทษ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แรงงานในบางสาขาอาชีพ รวมทั้งส่งเสริมคนดีคืนสู่ สังคม และเปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับมาใช้ ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง

ด้านกฎหมาย

คณะกรรมการอ�ำนวยการด้านกฎหมาย กกร. ได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ....” เมือ่ วันที่ 6 มีนาคม 2561 ณ ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการภาค เอกชนได้ศึกษาและเข้าใจร่างพระราชบัญญัติทั้งสอง ฉบับดังกล่าว โดยมีคุณทักษอร สมบูรณ์ทรัพย์ นิติกร ช�ำนาญการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นวิทยากร ในการบรรยายพิเศษดังกล่าว และได้รับเกียรติจาก คุณดิเรก บุญแท้ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าร่วมการบรรยายพิเศษในครั้งนี้


กลุ่มสื่อสารสาธารณะ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและน�้ำ

ในเดือนมีนาคม 2561 ส.อ.ท. ได้จัดกิจกรรม อบรมให้กบั ผูป้ ระกอบการและผูส้ นใจทัว่ ไป 5 หลักสูตร รวม 6 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมรวม 197 คน ได้แก่ 1) หลักสูตรผู้ควบคุมระบบบ�ำบัดมลพิษอากาศ 2) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานประจ�ำระบบการจัดการมลพิษ กากอุตสาหกรรม 3) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานประจ�ำ ระบบบ�ำบัดมลพิษน�ำ ้ 4) หลักสูตรผูจ้ ดั การสิง่ แวดล้อม และ 5) หลักสูตรบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบความ ปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตราย ซึ่งผู้ประกอบ การอุตสาหกรรมสามารถน�ำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์แก่สถานประกอบการต่อไป

งานประชาสัมพันธ์ข่าวสาร

การจั ด ท� ำ สื่ อ เผยแพร่ ข ้ อ มู ล ข่ า วสารและ กิจกรรมต่าง ๆ ของ ส.อ.ท. และภาคอุตสาหกรรม ผ่าน สือ่ สารมวลชนและสือ่ อืน่ ๆ ดังนี้ วารสาร E-INDUSTRY FOCUS จดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์รายสัปดาห์ฉบับ ภาษาไทยและอังกฤษ เว็บไซต์ www.fti.or.th www. ftikm.com แอปพลิเคชัน F.T.I. Mobile และ Line@ ของ ส.อ.ท.

ด้านอื่น ๆ กิจกรรมเพื่อสังคม

ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2561 สถาบัน การจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม จัดกิจกรรมให้ค�ำปรึกษาโครงการส่ง เสริมและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรื อ Eco-Packaging ขึ้ น ซึ่ ง ครั้ ง นี้ เ ป็ น การให้ ค�ำปรึกษาในครั้งที่ 3 โดยให้ค�ำปรึกษาผู้ประกอบการ รายย่อย (SME) ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว หรือยังไม่มีบรรจุภัณฑ์ พัฒนาขึ้นเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ทีเ่ ป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อมมากขึน้ โดยการให้คำ� ปรึกษา เกี่ยวกับรายละเอียดบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งวาดแบบ ตัวอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมลงรายละเอียดในกิจกรรม ให้ค�ำปรึกษาในครั้งที่ 4 ต่อไป

ในเดื อ นมี น าคม 2561 ส.อ.ท. ได้ ด� ำ เนิ น โครงการ “50 ปี ส.อ.ท. มอบจักรยาน 7,000 คัน ปันรัก...สูโ่ รงเรียนขาดแคลน” ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม จังหวัดระนอง ส่งมอบจักรยานให้กบั โรงเรียนในจังหวัด ดังกล่าว เมือ่ วันที่ 11 มีนาคม 2561 นายเจน น�ำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. (วาระปี 2559-2561) พร้อมด้วยคณะ กรรมการบริหาร ส.อ.ท. จัดกิจกรรมงานวิ่งการกุศล วิ่งสู่อนาคต 50 ปี ส.อ.ท. ณ ศูนย์การประชุมแห่ง ชาติสิริกิต์ิ เพือ่ ส่งต่อรายได้ทงั้ หมดกว่า 650,000 บาท โดยไม่หกั ค่าใช้จา่ ยให้กบั โครงการเปลีย่ นประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดเนื้อหาฉบับเต็ม ด้วยการศึกษา (Learn Education) ปี 2 เพื่อสร้าง ผ่านช่องทางการสแกน QR Code ด้านล่าง ต้นแบบการเรียนการสอนด้วยสื่อดิจิทัล และยกระดับ การศึกษา นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมได้รับเสื้อที่ผลิตพิเศษ จากโครงการ Upcycling Plastic Waste ที่แปลงขวด น�้ำ PET ที่เป็นส่วนหนึ่งจากการเก็บขยะต่าง ๆ จาก ทะเล เป็นเสื้อวิ่งที่มีคุณภาพดี เพื่อลดปัญหาขยะของ ประเทศ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร และประเภทฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 3.6 กิโลเมตร

21


22

INDUSTRY FOCUS VOL.080 เมษายน 2561  
INDUSTRY FOCUS VOL.080 เมษายน 2561  
Advertisement