Page 1

ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการ ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห

ของนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห ศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ภาคการศึกษาที่ 2/2553 วิชา สค312 การวิจัยทางสังคมสงเคราะห2


•  วิกฤตการณของปญหาสังคมกับความไมสอดคลองกันของจำนวนนัก สังคมสงเคราะหผูมีหนาที่จัดการกับปญหาสังคมตางๆF •  มีสถานบันการศึกษาเพียง2แหงที่สามารถผลิตบัณฑิตดานสังคมสงเคราะห ซึ่งเมื่อ เทียบกับปริมาณงานดานสังคมสงเคราะหที่เพิ่มมากขึ้นและซับซอนขึ้น เปน จำนวนบัณฑิตที่นอยกวาปญหาดังกลาวมากF •  ดังนั้นบัณฑิตสังคมสงเคราะหจึงเปนบุคคลากรที่มีคุณคาในการปฏิบัติงานในฐานะ นักวิชาชีพสังคมสงเคราะหในอนาคตF •  และจำนวนบัณฑิตเหลานั้นถูกลดทอนไปในสายงานอื่นๆเมื่อจบออกไปสูการ ทำงานในสังคม จึงนำไปสูการศึกษาในประเด็นดังกลาว เพื่อหาคำตอบวาอะไร เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเลือกประกอบวิชาสังคมสงเคราะห ของนักศึกษา สังคมสงเคราะหF F

ที่มา F


ขอมูลสวนตัวF -เพศF -ลำดับที่การเปนบุตรF -จำนวนพี่นองF -ภูมิลำเนาF -ระดับการศึกษาของผูปกครองF -อาชีพของผูปกครองF -รายไดรวมของครอบครัวตอเดือนF -ทัศนคติของครอบครัวตอการประกอบ วิชาชีพสังคมสงเคราะหF

กรอบแนวคิด

ขอมูลดานการศึกษาF - ระบบที่นักศึกษาเขาสูคณะสังคมสง เคราะหฯF - ระดับชั้นปการศึกษา - ผลการศึกษาเฉลี่ย F - ผลการฝกภาคปฏิบัติ 1 F -ความพึงพอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ 1F - ผลการฝกภาคปฏิบัติ 2 F - ความพึงพอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ 2 F - ความพึ่งพอใจในหลักสูตรวิชาโทที่คณะ เปดสอนF

การตัดสินใจ ประกอบวิชาชีพ สังคมสงเคราะหของ นักศึกษา สังคมสงเคราะห>

ขอมูลดานงานสังคมสงเคราะหF -ความเขาใจในวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF -ทัศนคติตอการปฏิบัติงาน สังคมสงเคราะหF -ใบประกอบวิชาชีพF -ความคาดหวังตอคาตอบแทนที่จะ ไดรับจากใบประกอบวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF -โอกาสความกาวหนาในวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF -คานิยมตองานสังคมสงเคราะหF -อิทธิพลจากสภาพแวดลอม/สิ่ง แวดลอมF


•  เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการศึกษา F •  ประชากรในการศึกษา คือ นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะหศาสตร ชั้นปที่ 1-4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2553 นักศึกษาทั้งหมดมีจำนวน 968 คน (ขอมูลจาก ฝายทะเบียน คณะสังคมสงเคราะหศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร รังสิต อัพเดตขอมูลวันที่ 11 ธันวาคม 2553) F •  ไดกลุมตัวอยางจำนวน 340 คน โดยแบงออกเปนแตละชั้นป ดังนี้F cชั้นปที่ 1 ไดกลุมตัวอยาง 86 คน จากประชากร 246 คนF cชั้นปที่ 2 ไดกลุมตัวอยาง 80 คน จากประชากร 228 คนF cชั้นปที่ 3 ไดกลุมตัวอยาง 83 คน จากประชากร 235 คนF cชั้นปที่ 4 ไดกลุมตัวอยาง 91 คน จากประชากร 259 คนF

กลุมประชากร


กลุมประชากร1 (n)

missing 2%

ชาย 30%

ชาย หญิง missing

หญิง 68%

1แบงตามเพศ


กลุมประชากร2 (n) 25%

25%

ชั้นปที่ 1 26%

24%

ชั้นปที่ 2 ชั้นปที่ 3 ชั้นปที่ 4

2แบงตามชั้นป


Chi-Square Test


Chi-Square Test


ผลการทดสอบสมมติฐาน

เพศ ลำดับการเปนบุตร จำนวนพี่นอง ภูมิลำเนา การศึกษาของบิดา การศึกษาของมารดา อาชีพของบิดา อาชีพของมารดา อาชีพของผูปกครอง รายไดเฉลี่ยครอบครัว ทัศนคติโดยรวม ระบบการเขาเรียนคณะสังคมสงเคราะหฯ ชั้นป GPAC ผลการศึกษาฝก1 ความพึงพอใจฝก1 ผลการศึกษาฝก2 ความพึงพอใจฝก2 ความพึงพอใจตอวิชาโทฯ ✓ ยอมรับสมมติฐาน

✗ ปฏิเสธสมมติฐาน

✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✓ ✗ ✓ ✗ ✓ ✗ ✗ ✓ ✓


•  แบบสอบถาม(เครื่องมือ)แบงออกเปน 4 ตอน ดังนี้F cตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไปF cตอนที่ 2 ขอมูลดานการศึกษาF cตอนที่ 3 ขอมูลดานงานสังคมสงเคราะหF cตอนที่ 4 ขอมูลดานการตัดสินใจประกอบวิชาชีพ สังคมสงเคราะห F

แบบสอบถาม


ระดับการศึกษาของบิดา

ระดับการศึกษาของบิดา>

มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะหF ระดับการศึกษาของบิดา>

ไมทำ>

ทำ>

รวม>

ปวชF

2.4F

1.5F

3.8F

ปวสF

6.5F

3.8F

10.3F

มัธยมศึกษาF

8.8F

11.5F

20.4F

ปริญญาตรีF

26.5F

20.9F

47.5F

ปริญญาโทF

3.2F

4.1F

7.4F

ปริญญาเอกF

0.3F

0.3F

0.6F

อื่นๆ....(ป.6)F

3.2F

6.8F

10.0F

รวมF

51F

49F

100F

X2=10.87 df=6 p=0.09>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา ระดับการศึกษาของบิดาไมมี อิทธิพลตอการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะห ระดับการศึกษา ของบิดดาและระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.09F


60 50

อื่นๆ

40

ปริญญาเอก ปริญญาโท

30

ปริญญาตรี มัธยม

20

ปวส

10 0

ปวช ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง การศึกษาของบิดาและการ ตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


30 25 20 15 10 5 0

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง การศึกษาของบิดาและการ ตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ

ไมทำ ทำ


ระดับการศึกษาของมารดา

ระดับการศึกษาของมารดา>

มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะหF ระดับการศึกษาของมารดา>

ไมทำ>

ทำ>

รวม>

ปวชF

2.7F

3.2F

5.9F

ปวสF

6.2F

5.9F

12.1F

มัธยมศึกษาF

11.2F

9.7F

20.9F

ปริญญาตรีF

22.1F

21.5F

43.7F

ปริญญาโทF

6.2F

1.8F

4.4F

อื่นๆ....(ป.6)F

51F

6.8F

13.0F

รวมF

51F

49F

100F

X2=1.15 df=5 p=0.95>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา ระดับการศึกษาของมารดา ไมมีอิทธิพลตอการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะห ระดับการ ศึกษาของบิดดาและระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.09F


60 50

อื่นๆ

40

ปริญญาโท ปริญญาตรี

30

มัธยม

20

ปวส ปวช

10 0

ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง การศึกษาของมารดาและการ ตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


25 20 15 10

ไมทำ ทำ

5 0

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง การศึกษาของมารดาและการ ตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


รายไดเฉลี่ยรวมของบิดา/มารดา/ผูปกครอง

รายไดเฉลี่ยรวมของบิดา/มารดา/ผูปกครอง>

มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะหF รายไดเฉลี่ยครอบครัว>

ไมทำ>

ทำ>

รวม>

ต่ำกวา 10,000 บาทF

3.8F

4.4F

8.3F

10,001-20,001 บาทF

4.4F

8.6F

13.0F

20,001-30,000 บาทF

9.4F

7.1F

16.5F

30,001-40000 บาทF

8.8F

7.7F

16.5F

40,001-50,000 บาทF

8.8F

10.3F

19.2F

มากกวา 50,000 บาทF

15.6F

10.9F

26.5F

51F

49F

100F

รวมF X2=9.11 df=5 p=0.10>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา รายไดเฉลี่ยรวมของบิดา/ มารดา/ผูปกครองไมมีอิทธิพลตอการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษา สังคมสงเคราะห โดยรายไดฯและระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.09F


60 50

มากกวา 50,001

40

40,001-50,000 30,001-40,000

30

20,001-30,000

20

10,001-20,000 ต่ำกวา 10,000

10 0

ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง รายไดเฉลี่ยรวมของบิดา/ มารดา/ผูปกครองและการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


18 16 14 12 10 8 6 4 2 0

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง รายไดเฉลี่ยรวมของบิดา/ มารดา/ผูปกครองและการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ

ไมทำ ทำ


วิธีการเขาสูคณะสังคมสงเคราะหศาสตร

วิธีการเขาสูคณะสังคมสงเคราะหศาสตร>

มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาสังคมสงเคราะหF

วิธีการเขาสูคณะฯ> สอบตรงF แอดมิดชั่นF โครงการพิเศษF รวมF

ไมทำ> 21.1F 24.5F 4.4F 51F

ทำ> 20.6F 20.9F 7.4F 49F

รวม> 42.8F 45.4F 11.8F 100F

X2=3.46 df=2 p=0.17>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา วิธีการเขาสูคณะ สังคมสงเคราะหศาสตร ไมมีอิทธิพลตอการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษา สังคมสงเคราะห ระดับการศึกษาของบิดดาและระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.09F


60 50 40 โครงการพิเศษ

30

แอดมิดชั่น สอบตรง

20 10 0

ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง วิธีการเขาสูคณะ สังคมสงเคราะหศาสตรและการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


30 25 20 ไมทำ

15

ทำ

10 5 0

สอบตรง

แอดมิดชั่น

โครงการพิเศษ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง วิธีการเขาสูคณะ สังคมสงเคราะหศาสตรและการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


•  รายไดการศึกษาและอาชีพองผูปกครอง การเขาสูระบบการศึกษาF •  ทฤษฎีอาชีพของ GinzbergF •  การเลือกประกอบอาชีพเปนกระบวนการที่ตอเนื่องไมไดเปนการตัดสินใจเพียง ครั้งเดียว F •  บุคคลที่ไดรับการศึกษาจะมีโอกาสเลือกอาชีพไดกวางขวาง ขึ้นในปจจุบันการ เลือกอาชีพ เปนการแสวงหามอาชีพที่เหมาะสมที่สุดอยางตอเนื่องF •  โดยมีการเลือกอาชีพที่เปดโอกาสใหตอบสนองความตองการที่สำคัญ ของตนเอง มากที่สุด ขอจำกัดในการเลือกอาชีพที่ควรพิจารณา ไดแก สภาพครอบครัว ทัศนคติและคานิยม ของบิดา มารดา สถานศึกษา การเปนชนกลุมนอย ความ เชื่อมโยงตอเนื่องของโรงเรียนระดับตางๆ ระหวางโรงเรียนและงาน สถาบันใน ชุมชน การเลือกอาชีพจะเนนโอกาสในโลกของการทำงานมากขึ้น การเลือกอาชีพ เนนคานิยมของบุคคลมากขึ้นF

อภิปรายผลการศึกษา


ความพึงพอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ1

ความพึงพอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ1> มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะหF ความพึงพอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ1>

ไมทำ>

ทำ>

รวม>

นอยที่สุดF

2.9F

2.3F

5.2F

นอยF

1.7F

0F

1.7F

ปานกลางF

12.2F

9.9F

22.1F

มากF

22.1F

14.0F

36.0F

มากที่สุดF

16.9F

18.0F

34.9F

รวมF

55.8F

44.2F

100F

X2=4.49 df=4 p=0.34>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา ความพึงพอใจตอการฝกภาค ปฏิบัติ1 ไมมีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษา ความพึง พอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ1และระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.34F


60 50 มากที่สุด

40

มาก

30

ปานกลาง นอย

20

นอยที่สุด

10 0

ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง ความพึงพอใจตอการฝก ภาคปฏิบัติ1และการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


25 20 15

ไมทำ ทำ

10 5 0

นอยที่สุด

นอย

ปานกลาง

มาก

มากที่สุด

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง ความพึงพอใจตอการฝก ภาคปฏิบัติ1และการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


ผลการฝกภาคปฏิบัติ2

ระดับผลการศึกษาการฝกภาคปฏิบัติ2> มีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะหF ระดับผลการศึกษาการฝกภาคปฏิบัติ2>

ไมทำ>

ทำ>

รวม>

AF

51.7F

28.1F

79.8F

B+F

10.1F

6.7F

16.9F

BF

1.1F

1.1F

2.2F

C+F

1.1F

0F

1.1F

รวมF

64F

36F

100F

X2=0.85 df=3 p=0.83>

สรุป จากการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติแบบChi-Squareพบวา ระดับผลการศึกษาการฝกภาค ปฏิบัติ2 ไมมีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหของนักศึกษา ความพึง พอใจตอการฝกภาคปฏิบัติ1และระดับความคิดเห็นมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.83F


70 60 50

C+

40

B

30

B+

20

A

10 0

ไมทำ

ทำ

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง ระดับผลการฝกภาค ปฏิบัติ2และการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


60 50 40 ไมทำ

30

ทำ

20 10 0

A

B+

B

C+

แผนภูมิแสดงความสัมพันธระหวาง ระดับผลการฝกภาค ปฏิบัติ2และการตัดสินใจประกอบวิชาชีพฯ


•  ความพึ่งพอใจ ฝก 1 และ คะแนนฝก 2 ไมมีอิทธิพลตอการตัดสินใจประกอบวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF •  ทฤษฎีแหงความคาดหวัง (Expectancy Theory) ของ Vroom F •  บุคคล มีความตองการและมีความคาดหวังในหลายสิ่งหลายอยาง ดังนั้นจึงตองพยายาม กระทำการดวยวิธีใดวิธีหนึ่ง  เพื่อตอบสนองความตองการหรือสิ่งที่คาดหวังเอาไว  ซึ่งเมื่อได รับการตอบสนองแลวตามที่ตั้งความหวัง หรือคาดหวังเอาไวนั้น บุคคลก็จะไดรับความพึง พอใจ และขณะเดียวกันก็จะคาดหวังในสิ่งที่สูงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆF •  ทฤษฎีการตัดสินใจ (decision theory) คือ วิธีการเชิงวิเคราะหและเชิงระบบที่ใชในการแก ปญหาและชวยทำใหไดการตัดสินใจทีดีคำวา การตัดสินใจที่ด(ี good decision)F •  การตัดสินใจภายใตความไมแนนอนนั้น ผูตัดสินใจจะตัดสินใจตามผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่มี บวกกับทัศนคติสวนตัวของผูตัดสินใจ ดังนั้น เกณฑการตัดสินใจภายใตความไมแนนอน จึง สามารถเกณฑการตัดสินใจแบงออกเปนหาเกณฑดังนี้ เกณฑมองโลกแงดี เกณฑมองโลกแง ราย เกณฑนาจะเปนเทากัน เกณฑความจริงนิยม และ เกณฑคาเสียโอกาสF

อภิปรายผลการศึกษา


เริ่มพฤติกรรม

เกิดเสริมแรงของความตองการ

การกระ ทำ

Goal

สิ่งจูงใจ

Behavior

แรงขับ

Motivation

ความ ตองการ

Drive

Need or Desire

•  ทฤษฏีความพึงพอใจ F •  ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานเปนเรื่องของความรูสึกที่มีความสึกของบุคคลที่มี ตอ งานที่ปฏิบัติอยูและความพึงพอใจจะสงผลตอขวัญในการปฏิบัติงาน อยางไรก็ดีความ พึงพอใจของแตละบุคคลไมมีวันสิ้นสุด เปลี่ยนแปลงไดเสมอ ตามกาลเวลาและสภาพ แวดลอมบุคคลจึงมีโอกาสที่จะไมพึงพอใจในสิ่งที่เคยพึงพอ F

เปา หมาย

ทำใหเกิดความพึงพอใจ

อภิปรายผลการศึกษา (ตอ)


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

20.ความเขาใจในวิชาชีพ สังคมสงเคราะห> ก) เนื้อหางาน ลักษณะงานF

มาก ที่สุดF

มากF

F

F

ปาน นอยF กลางF F

F

นอย ที่สุดF F

F

S.D.F

แปลผล**F

F

F

F 6.5F (22)F

F F 62.6F 30.0F (213)F (102)F

F 0.9F (3)F

F 0F

F 3.75F

F 0.58F

F มากF

ข) การปฏิบัติงานF

7.9F (27)F

54.7F 34.1F (186)F (116)F

2.6F (9)F

0.3F (1)F

3.68F

0.67F

มากF

ฃ) หนวยงาน, องคกรF

5.6F (19)F

45.6F 45.6F (155)F (155)F

2.6F (9)F

0.3F (1)F

3.54F

0.66F

มากF

ค) จรรยาบรรณวิชาชีพF

20.6F (70)F

58.2F 20.0F (98)F (68)F

0.9F (3)F

0.3F (1)F

3.98F

0.69F

มากF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

มาก ที่สุดF

มากF

ปาน นอยF กลางF

นอย ที่สุดF

S.D.F

แปลผล**F

21.ทัศนคติตอการปฏิบัติงานสังคมฯ> ค) งานสังคมสงเคราะหมีความ จำเปนสำหรับสังคมไทยในปจบ.F

F F F 45.6F 43.8F 10.0F (155)F (149)F (34)F

F 0.3F (1)F

F 0.3F (1)F

F 4.34F

F 0.70F

F มากท่ีสุดF

ฆ) ในปจบ.งานสค.ชวยแกปญหา สังคมไดจริงF

24.1F 48.2F 23.5F (82)F (164)F (80)F

3.8F (13)F

0.3F (1)F

3.92F

0.81F

มากF

ง) วิชาชีพสค.มีบทบาทสำคัญใน สังคมไทยในปจบ.F

21.8F 43.2F 27.6F (74)F (147)F (94)F

7.1F (24)F

0.3F (1)F

3.79F

0.87F

มากF

จ) วิชาชีพสค.ในสังคมไทยปจบ.มี การพัฒนาวิชาชีพอยางตอเนื่องF

14.4F 47.4F 31.2F 6.8F (49)F (161)F (106)F (23)F

0.3F (1)F

3.69F

0.81F

มากF

ฉ) งานของวิชาชีพสค.มีความนา สนใจF

21.2F 50.0F 24.7F (72)F (170)F (84)F

3.5F (12)F

0.6F (2)F

3.88F

0.80F

มากF

ช) วิชาชีพสค.ตองการความ ชำนาญเฉพาะดานF

33.5F 50.6F 13.2F (114)F (172)F (45)F

2.1F (7)F

0.6F (2)F

4.14F

0.76F

มากF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

มาก ที่สุดF 22.ใบประกอบวิชาชีพ> ซ) ใบประกอบฯมีอิทธิพลตอการ ตัดสินใจประกอบวิชาชีพสค.F

มากF

ปาน นอยF กลางF

นอย ที่สุดF

S.D.F

แปลผล**F

F F F 37.4F 40.6F 18.5F (127)F (138)F (63)F

F 2.6F (9)F

F 0.9F (3)F

F 4.11F

F 0.86F

F มากF

ฌ) ใบประกอบฯมีผลตอค.นาเชื่อ 51.2F 37.1F 10.0F ถือในการปฏิบัติงานของนักสค.F (174)F (126)F (34)F

1.8F (6)F

0F

4.38F

0.74F

มากที่สุดF

ญ) ใบประกอบฯสามารถสราง การยอมรับจากวิชาชีพอื่นๆไดF

53.2F 36.8F (181)F (125)F

8.5F (29)F

1.5F (5)F

0F

4.42F

0.71F

มากที่สุดF

ฎ) ผลตอบแทนจากการมีใบประ กอบฯมีอิทธิพล...วิชาชีพสค.F

38.5F 41.8F 16.2F (131)F (142)F (55)F

2.4F (8)F

1.2F (4)F

4.14F

0.85F

มากF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

23.ค.คาดหวังตอคาตอบแทนที่ไดรับ จากการมีใบประกอบวิชาชีพสค.> ฏ) ผลตอบแทนที่เปนตัวเงินF

มาก ที่สุดF

มากF

F

F

ปาน นอยF กลางF F

F

นอย ที่สุดF F

F

S.D.F

แปลผล**F

F

F

F F F 23.2F 46.5F 24.1F (79)F (158)F (82)F

F 4.7F (16)F

F 1.5F (5)F

F 3.85F

F 0.88F

F มากF

ฐ) ผลตอบแทนจากสวัสดิการ ตามกฎหมายF

28.5F 51.2F 16.2F (97)F (174)F (55)F

2.9F (10)F

1.2F (4)F

4.03F

0.82F

มากF

ฑ) ผลตอบแทนจากสวัสดิการ นอกเหนือกฎหมายF

22.4F 44.0F 28.2F (76)F (151)F (96)F

3.5F (12)F

0.9F (3)F

3.84F

0.85F

มากF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

24.โอกาสความกาวหนาในวิชาชีพ สค.ในอนาคต> ฒ) ไดรับการยอมรับเปนวิชาชีพ ในสังคมF

มาก ที่สุดF

มากF

F

F

ปาน นอยF กลางF F

F

นอย ที่สุดF F

F

S.D.F

แปลผล**F

F

F

F F F 33.2F 44.7F 18.8F (113)F (152)F (64)F

F 2.9F (10)F

F 0.3F (1)F

F 4.08F

F 0.81F

F มากF

ณ) มีทางเลือกในการทำงานได หลายสายงานF

33.5F 43.8F 20.9F (114)F (149)F (71)F

1.8F (6)F

0F F

4.09F

0.78F

มากF

ด) วิชาชีพสค.มีการเลื่อน ตำแหนงอยางเปนธรรมF

29.1F 40.0F 26.8F (99)F (136)F (91)F

3.8F (13)F

0.3F (1)F

3.94F

0.86F

มากF

ต) รัฐบาลใหการสนับสนุนในวิชา ชีพสค.F

33.5F 33.5F 20.9F (114)F (114)F (71)F

9.7F (33)F

2.4F (8)F

3.86F

1.06F

มากF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

มาก ที่สุดF

มากF

ปาน นอยF กลางF

นอย ที่สุดF

F 5.9F (20)F

F F F 24.4F 34.1F 26.8F (83)F (116)F (91)F

F 8.5F (29)F

ท) ทานคิดวาสังคมมีความเขาใจ ตอวิชาชีพสังคมสงเคราะหF

5.6F (19)F

17.4F 35.0F 30.6F (59)F (119)F (104)F

ธ) งานสังคมสงเคราะหเปนงานที่ มีเกียรติเทียบเทาวิชาชีพอื่นๆF

33.2F 31.2F 23.2F (113)F (106)F (79)F

น) สังคมเขาใจการปฏิบัติงานของ นักสังคมสงเคราะหF บ) สังคมใหการสนับสนุนวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF

25.คานิยมตองานสังคมสงเคราะห> ถ) ทานคิดวาสังคมรูจักวิชาชีพ สังคมสงเคราะหF

S.D.F

แปลผล**F

F 2.92F

F 1.05F

F ปานกลางF

10.0F (34)F

2.78F

1.04F

ปานกลางF

9.7F (33)F

1.2F (4)F

3.87F

1.03F

มากF

5.3F (18)F

20.0F 33.8F 31.5F (68)F (115)F (107)F

7.9F (27)F

2.83F

1.02F

ปานกลางF

4.1F (14)F

20.6F 40.3F 30.3F (70)F (137)F (103)F

3.2F (11)F

2.92F

0.90F

ปานกลางF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

25. คานิยมตองานสังคมสงเคราะห (ตอ)> ป) ภาครัฐสนับสนุนงานของ วิชาชีพสังคมสงเคราะหF

มาก ที่สุดF

มากF

F

F

ปาน นอยF กลางF F

F

นอย ที่สุดF F

F

S.D.F

แปลผล**F

F

F

F 5.3F (18)F

F F F 22.9F 43.8F 22.9F (78)F (149)F (78)F

F 3.5F (12)F

F 3.04F

F 0.91F

F ปานกลางF

ผ) ภาคเอกชนสนับสนุนงานของ วิชาชีพสังคมสงเคราะหF

5.6F (19)F

28.5F 40.6F 21.2F (97)F (138)F (72)F

2.6F (9)F

3.13F

0.91F

ปานกลางF

ฝ) วิชาชีพอื่นใหการยอมรับ วิชาชีพสังคมสงเคราะหF

3.8F (13)F

20.9F 43.5F 26.5F (71)F (154)F (90)F

2.1F (7)F

2.98F

0.85F

ปานกลางF


ความคิดเห็น (รอยละ/จำนวน)>

มาก ที่สุดF

มากF

F

F

ปาน นอยF กลางF F

F

นอย ที่สุดF F

F

S.D.F

แปลผล**F

F

F

26. อิทธิพลจากบุคคล/สังคม/สภาพ แวดลอม> พ) ครอบครัวมีผลตอการตัดสินใจ ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหF

F 9.4F (32)F

F F F 42.1F 38.8F 5.9F (143)F (132)F (20)F

F 2.4F (8)F

F 3.51F

F 0.84F

F มากF

ฟ) เพื่อนมีผลตอการตัดสินใจ ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหF

3.2F (11)F

24.1F 43.5F 20.0F (82)F (148)F (68)F

7.6F (26)F

2.95F

0.95F

ปานกลางF

ภ) สภาพสังคมปจจุบันมีผลตอ การตัดสินใจประกอบวิชาชีพสค.F

17.1F 47.4F 28.8F (58)F (161)F (98)F

4.4F (15)F

0.9F (3)F

3.76F

0.82F

มากF

ม) นศ.สามารถตัดสินใจประกอบ วิชาชีพสค.ไดเองF

31.8F 45.9F 18.5F (108)F (156)F (63)F

1.8F (6)F

0.6F (2)F

4.08F

0.80F

มากF


Group A

ระดับความคิดเห็น> นอยที่สุดF นอยF ปานกลางF มากF มากที่สุดF

Frequency> 67F 67F 73F 71F 62F

Percent> 19.7F 19.7F 21.5F 20.9F 18.2F

= 2.98 S.D.= 1.39 Min= 1.00 Max= 5.00 Value : 16.486 df : 4 P : 0.002a

การแบงขนาดของกลุม>

กลุม1   นอยกวาหรือเทากับ 110 cกลุม2   111 - 118F กลม3   119 – 126 c cกลุม4   127 - 134F กลุม5   มากกวาหรือเทากับ 135F


74 72 70 68

ระดับความคิดเห็น

66

ระดับความ คิดเห็น

Frequency

Percent

64

นอยที่สุด

67

19.7%

นอย

67

19.7%

ปานกลาง

73

21.5%

มาก

71

20.9%

มากที่สุด

62

18.2%

62 60 58 56

แผนภูมิแสดงกลุมระดับความคิดเห็น


สวนที่ 4 จำนวนรอยละของขอมูลการตัดสินใจ/เหตุผลการตัดสินใจF ขอมูลการตัดสินใจF •  ตั้งใจประกอบวิชาชีพF •  ไมมีความตั้งใจที่จะประกอบวิชาชีพF •  Missing sys.F

จำนวน(n=340)> F 116F 173F 1F

Percent(%)> F 48.8F 50.9F 0.3F

เหตุผลการตัดสินใจF •  ไมไดรับการยอมรับจากสังคมF •  ค.รูที่ไดสามารถนับไปประยุกตใชกับ งานสาขาอื่นไดF •  ผลตอบแทน/เงินเดือนไมเปนธรรมF •  อื่นๆ เชน ศึกษาตอF

F 4F 92F F 29F 28F

F 12F 27.1F F 8.5F 8.2F


แผนภูมิแสดงขอมูลการตัดใจ อื่นๆ เชน ศึกษาตอ, 28 ผลตอบแทนไมเปน ธรรม, 29 ความรูที่ไดรับ สามารถประยุกตใช กับงานอื่นได, 92

ตั้งใจจะทำ 40% ไมทำ 60% Missing sys. 0%

ไมไดรับการยอมรับ จากสังคม, 4


•  ระยะเวลาของการศึกษาไมสอดคลองกับภาคการศึกษาของนักศึกษาชั้นปที่4 จำนวนมากซึ่งสำเร็จการศึกษาตั้งแตภาคการศึกษาที่1 ทำใหยากตอการเก็บขอมูลF •  ควรขยายกลุมประชากรใหครอบคลุมกวานี้เพื่อความรอบดานของขอมูลที่ไดF F

ขอเสนอแนะ

Research Presentation  

SW312 social work research

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you