Page 1

วัดก้�ำ ก่อ

อ.เม อื ง จ.แม่ฮอ่ งสอน อช ริ ญาณ์ อ นิ ต ะ๊ แสน


แม่ฮ่องสอน...... แม่ฮอ่ งสอน หร อื เม อื งสามหมอก ตั ้งอย ู่ในพ ื น้ ท ีส่ ดุ เขต ชายแดนในภาคเหน อื ของประเทศไทย เป น็ ด นิ แดนท ีถ่ กู ล อ้ มรอบ ไปด ว้ ยภ เู ขาทำ�ให ม้ คี วามโดดเด่นในด า้ นของสภาพภ มู ปิ ระเทศ และ ทำ�ให ม้ คี วามหลายหลายของพันธุ์ ไม ้ เน ือ่ งจากความอุดมสมบรู ณ์ ของสภาพภ มู อิ ากาศและภ มู ิประเทศทำ�ให เ้ ป น็ ท ี อ่ ย อู่ าศัยของ ประชาการหลายหลายชาต พิ นั ธุแ์ ต่ประชากรท ี อ่ าศัยอย ู่ในจังหวัด แม่ฮ อ่ งสอนส่วนใหญ่แล ว้ เป น็ ชาวไทใหญ่หร อื ชาวไตซ ึง่ อพยพมา จากรัฐฉานของประเทศพม่าเข า้ มาใช พ้ ื น้ ท ี ่ ในการทำ�การเพาะปล กู หาเล ี ้ยงช พี สร า้ งครอบครัว สร า้ งท ีอ่ ย อู่ าศัย รวมทั ้งการ สร า้ ง วัดวาอารามในร ปู แบบท ี เ่ ป น็ เอกลักษณ์เฉพาะของชาวไทใหญ่ โดย ม กี ารใช เ้ ทคน คิ การตกแต่งท ี เ่ ก ดิ จากความค ดิ สร า้ งสรรค์ ในการ ออกแบบลวดลายประดับและการใช ว้ สั ดุ รวมทั ้งการใช เ้ ทคน คิ ใน การสร า้ งสรรค์ผลงานงานของช่างชาวไทใหญ่ ทำ�ให ม้ คี วามงดงาม และเก ดิ ผลงานท ีม่ รี ปู แบบเป น็ เอกลักษณ์เฉพาะตัว จ งึ ได ม้ กี าร ส บื ทอดรปู แบบการตกแต่งต่อๆ กันมาจากอด ตี จนถ งึ ป ัจจุบนั โดย จะเห น็ ได จ้ ากการประดับตกแต่งว หิ ารในวัดซ ึง่ จะปรากฏชัดเจนทั ้ง ด า้ นของรปู แบบทางสถาป ัตยกรรมและรปู แบบของงานศ ลิ ปกรรม ท ี ่ ใช ้ ในการตกแต่งให เ้ ก ดิ ความสวยงาม.


วัดก ้ �ำ ก่อ อำ�เภอเม อื ง จังหวัดแม่ฮอ่ งสอนถ อื ว่าเป น็ วัดหน งึ ่ ท ีป่ รากฏลักษณะของงานตกแต่งในรปู แบบเฉพาะของ ชาวไทใหญ่ต ั ้งแต่อด ตี ได ช้ ดั เจนโดยเทคน คิ ท ี ช่ า่ งชาวไทใหญ่ ใช ้ ในการสร า้ งสรรค์ผลงานได แ้ ก่ 1. งานลายคำ� 2. งานแกะสลักไม ้ 3. งานฉลุโลหะ (สังกะส )ี 4. งานประดับกระจก วัสดุท ีช่ า่ งไทใหญ่น ยิ มใช ้ ในการนำ�มาทำ�เป น็ ลวดลาย เพ ือ่ ประดับตกแต่งอาคารว หิ ารได แ้ ก่สงั กะส ี หร อื แผ่นโลหะ โดย และไม ้


ความเป น็ เอกลัก ษณ์เ ฉพาะตัว ของลวดลายท ี เ่ ป น็ งานศ ิล ปะแบบไท ใหญ่ ในแม่ฮ อ่ งสอนเก ดิ จากการรับเอาอ ทิ ธ พิ ลจากพม่าและล า้ นนารวมทั ้งการ รับวัฒนธรรมต่างๆท ี ่ ได แ้ พร่กระจายเข า้ ส ่ทู อ้ งถ ิ น่ มาผสมผสานกันเพ ื อ่ สร า้ ง ลวดลายให ม้ คี วามสวยงามและเป น็ ลักษณะเฉพาะของตนเอง ซ งึ ่ ลวดลายท ีจ่ ดั ว่าเป น็ เอกลักษณ์แบบไทใหญ่สว่ นมากจะเป น็ ลวดลายเก ีย่ วกับพันธุพ์ ฤกษา เช่น ลายกระหนก ลายเคร อื เถา ลายก า้ นขดแบบต่างๆ ซ งึ ่ จะเห น็ ได จ้ ากงานท ี พ่ บ เป น็ งานประดับตกแต่งซ งึ ่ ปรากฏอย ภู่ ายในว หิ ารในส่วนต่างๆ ทั ้งเสากลม คาน และเพดาน ซ งึ ่ รปู แบบของลวดลายม ลี กั ษณะคล า้ ยคล งึ กับลวดลายท ี น่ ยิ มใช ้ ในล า้ นนาและลวดลายท ีร่ บั เอาอ ทิ ธ พิ ลจากพม่าเข า้ มา และม กี ารใช ล้ วดลาย ของดอกไม ้ รวมทั ้งการใช ล้ วดลายประด ษิ ฐ์มาประกอบการประดับตกแต่งด ว้ ย นอกจากน ี ้แล ว้ ยังม ลี วดลายท ีเ่ ป น็ ลวดลายท ี พ่ บในเป น็ งานประดับตกแต่งเฉพาะ ตัวของงานศ ลิ ปะแบบชาวไทใหญ่ ค อื ลวดลายท ีเ่ ก ดิ จาการความค ดิ สร า้ งสรรค์ ของชาวไทใหญ่ท ีค่ ดิ ประด ษิ ฐ์ข ึ น้ เพ ือ่ ใช ป้ ระดับหลังคาจนกลายเป น็ เอกลักษณ์ ของงานประดับตกแต่ง และก่อให เ้ ก ดิ ความสวยงามกับอาคารศาสนสถาน หร อื ว หิ าร ซ งึ ่ เป น็ สถานท ี ท่ ีเ่ ป น็ ศ นู ย์รวมทางจ ติ ใจของทุกคนจ งึ ม กี ารประดับตกแต่ง ให ม้ คี วามพ เิ ศษ ลวดลายท ี พ่ บเช่น ลายพอง ปานซอย ลายกระรุง่ ต่อง เป น็ ต น้ ลวดลายท ี ่พ บในการใช ้ ในงานประดับ ตกแต่ง งานของชาวไทใหญ่จ งึ สามารถแบ่งได ้ 2 ประเภท ได แ้ ก่ ลวดลายพ ื น้ ฐาน และลวดลายไทใหญ่


ลวดลายพื้นฐาน

กระหนก หมายถ งึ ลายไทยแบบหน งึ ่ บางท กี เ็ ร ยี ก “ลายกระหนก” ซ งึ ่ แปลว่า ลายทอง เป น็ ลวดลายท ี น่ �ำ เอาส่วนท ีเ่ ป น็ ดอกไม ป้ ระด ิษฐ์แบบท ี ม่ ปี ลายสะบัดหร อื ไม่สะบัด และช่อใบซ งึ ่ ผ กู เข ยี นประกอบเข า้ กับลายเถาซ งึ ่ ม กี ารผ กู เข ยี นให เ้ ล ื ้อยพันกัน หร อื ขดเป น็ ขดขนดต่อเน ื อ่ งกันในลักษณะ ต่างๆ ในงานลวดลายไทยแม่ลายกระหนก จะเป น็ แบบของลวดลายท ี ผ่ กู เข ยี นอย ู่ ใน ร ปู ฉากสามเหล ี ย่ มมุมฉากและเม ื อ่ ม กี าร ดัดแปลงประกอบเป น็ ลายลักษณะต่างๆ กัน จ งึ ทำ�ให แ้ ตกลายเป น็ หลายลัก ษณะและ ม ชี ือ่ เร ยี กลายต่างๆ กัน ลายกระหนกล า้ นนา โดยทั ว่ ไปนั น้ จะม ีลกั ษณะเป น็ กระหนกร ปู วงโค ง้ หร ือ หัวขมวดม ว้ นโค ้งปลายแหลม ลักษณะของ ปลายเป น็ ลายขมวดหัวม ว้ นโคง้ เก อื บเป น็ วงกลมคล า้ ยเลขหน ึง่ ไทยและต่อด ว้ ยยอด แหลม โดยม รี อยบากท ี ห่ วั กระหนกและวง โค ้ง


ลายพันธุพ์ ฤกษาท ี พ่ บปรากฏอย ่มู กั จะเป น็ ลวดลายประเภทลายเคร อื เถา ลายช่อ ดอกไม ้ ท ี ่ ใช ป้ ระกอบร่วมกับลวดลายอ ื น่ ๆ ลายพันธุพ์ ฤกษาน ี ้จะม ลี ายดอกไม แ้ ละใบไม ้ เป น็ องค์ประกอบสำ�คัญ แต่ลกั ษณะของลาย ดอกไม แ้ ละใบไม อ้ าจจะม กี ารแตกต่างกันใน รปู แบบท ีช่ า่ งสร า้ งสรรค์ออกมา ลายพันธุ์ พฤกษาท ี พ่ บส่วนมากแล ว้ เป น็ ลายดอกบัว บาน ลายเคร อื เถาพันกัน และลายดอกไม ้ ประด ษิ ฐ์ นอกจากน ี ้ยังพบลายบัวคว่ �ำ ซ งึ ่ ม ลี กั ษณะเหม อื นลายกรวยเช งิ ท ี ่ ใช เ้ ป น็ ลาย ในการประดับตกแต่งด ว้ ย


ลายสัตว์ ลวดลายภาพสัตว์ท ี ่ ใช ้ ในการประดับ ตกแต่งว ิห ารนั น้ ส่ว นมาก จะเป น็ สัตว์ท ี อ่ ย ู่ ในชาดกท ี ม่ กั จะม เี ร ื อ่ ง เล่า หร อื เป น็ ภาพสัตว์ท ีอ่ ย ู่ในความเช ือ่ ซ ึง่ จะม รี ปู ร่างท ีแ่ ปลกและต่างไปจากสัตว์ สามัญทั ว่ ๆไป เพ ือ่ ให เ้ ก ดิ ความพ เิ ศษและ สวยงาม


ลายกล บี บัว ม ลี กั ษณะของกล บี บัว ท ี ป่ า้ นก่อนเร ยี วปลายแหลมหร อื กล ีบบัว ท ีเ่ ป น็ รปู สามเหล ีย่ ม ในงานประดับตกแต่ง อาคารศาสนสถานกล ีบบัวมักจะพบใช ้ ใน การประดับอย ู่ในตำ�แหน่งสำ�คัญต่างๆ แต่ ในงานประดับตกแต่งท ี ่ ไดศ้ กึ ษามาพบเป น็ งานประดับตกแต่งท ี ป่ รากฏเป น็ ส่วนหน ึง่ ของลายเช งิ เสา


ลายดอกลอย เป น็ ลวดลายชน ดิ หน งึ ่ ท ี ่ ม ีลกั ษณะเป น็ ดอกประด ิษ ฐ์ ใช ้ ในงานประดับ พ ื น้ ท ีว่ า่ งต่างๆ ทำ�ให เ้ ก ดิ ความสวยงาม ลวดลาย ส่วนใหญ่จะเป น็ ลายดอกส ีก่ ล บี แบบง่ายๆ ไม่ซ บั ซ อ้ นและเป น็ ลายดอกกลม

ลายหน า้ กระดาน เป น็ ลวดลายท ีป่ ระดับ ตามแนวนอน และเป น็ ลวดลายท ี ่ ใช ส้ บื ทอด ต่อกันมา พบว่าใช ้ ในการประดับอย ตู่ ามบร เิ วณ ตัวไม ้ โครงสร า้ งเคร ือ่ งบน เช่น ข ือ่ ดั ้ง แป กลอน กรอบของคอสอง และกรอบช่องล กู ฟ ักแบ่งได ้ 4 รปู แบบ -แบบท ี ห่ น งึ ่ ลายประจำ�ยามล กู โซ่ เป น็ ลวดลายดอกส ี ก่ ล ีบท ี ม่ เี ส น้ โคง้ เช ื อ่ มหร อื สลับ ไว ้ คล า้ ยประจำ�ยามล กู โซ่ -แบบท ีส่ อง ลายก า้ นขดวงโค ้ง ม ลี กั ษณะ เป น็ ลายกระหนกขมวดม ว้ นโคง้ ปลายแหลมวาง สลับอย ู่ในช่องว่างของเส น้ ก า้ นท ี ่ โคง้ ข ึ น้ ลงอย ู่ ในกรอบ -แบบท ีส่ าม ลายก า้ นขดพันธุพ์ ฤกษา ลักษณะของลวดลายจะม ลี วดลายพันธุพ์ ฤกษา ดอกไม ้ ใบไม ป้ ระกอบอย หู่ ลายแบบ ดอกไม ้ ใบไม ้ ท ีป่ ระกอบอย ู่ในลายก า้ นขดจะเน น้ ใช ล้ ายดอกบัว บานกับลายยอดเคร อื เถา ซ งึ ่ จะได แ้ ก่ลายก า้ นขด พันธุพ์ ฤกษาท ีม่ ดี อกไม ้ ใบไม ป้ ระกอบ และ ลาย ก า้ นขดพันธุพ์ ฤกษาท ีเ่ ป น็ ใบไม อ้ ย่างเด ยี ว -แบบท ีส่ ี ่ ลายประจำ�ยามก า้ มป ู ลักษณะ ของลายดอกไม ท้ ี ส่ ลับด ว้ ยส ี เ่ หล ี ย่ มขนมเป ยี ก ป นู และอาจม กี ารทำ�ลายประจำ�ยามให อ้ ย ู่ใน กรอบส ีเ่ หล ีย่ ม เพ ือ่ เพ ิม่ ความสวยงามมากข ึ น้


ลวดลายไทใหญ่

ลว ดล า ย ท ี ่ ป ร า ก ฏ เป ็น ลว ดล า ย เอกลักษณ์ของงานแบบศ ลิ ปะไทใหญ่สว่ นมาก แล ว้ เป น็ ลวดลายท ีจ่ ะเน น้ เอกลักษณ์งานเพ ือ่ ใช ้ ในการประดับหลังคา ลวดลายท ี พ่ บได แ้ ก่


ลายมุขหน า้ เป น็ ลายท ีม่ คี วามสวยงาม ม คี วามละเอ ยี ดมากท ีส่ ดุ ในลวดลายของ ไทใหญ่ ลวดลายส่วนมากเป น็ ลายเคร อื เถา ลายก า้ นขด น ยิ มประดับท ี ห่ น า้ วัดเป น็ มุขให ้ เห น็ ความสวยงามของวัดนั น้ หร อื อาจดัดแปลงเพ ิม่ ได ้

ลายกระรุง่ ต่อง เป น็ ลวดลายท ี น่ ยิ มประดับมุข ม คี วามสอดคล อ้ งกับส่วนป ดิ ตรง พระกรรณของกษัตร ยิ พ์ ม่า นำ�มาใช ก้ บั สถาป ัตยกรรม เช่นตัวอาคาร ว หิ าร โบสถ์


ลายดอกสะเจ ะ๊ เป น็ ลวดลายท ี ่ ใช ค้ วบค กู่ บั ลายหระรุง่ ต่อง ม ลี กั ษณะเป น็ ลวดลาย ดอกไม แ้ ละลายเคร อื เถาก า้ นขดแบบศ ลิ ปะพม่าผสมไทใหญ่ ลายจ่ากะหราด เป น็ ลวดลายท ีผ่ สมระหว่างลายกระรุง่ ต่องกับลวดลายดอกสะเจ ะ๊ น ยิ มทำ�รปู ดอกไม ต้ วั ลายเป น็ เคร อื เถาวัลย์ หร อื ม ลี ายอ ื น่ ๆ ไดต้ ามความค ดิ สร า้ งสรรค์ ของช่าง ลายหม่านกาง เป น็ ลวดลายประด ษิ ฐ์ท ีด่ ดั แปลงจากลายต่างๆ ส่วนมากใช ป้ ระดับ ตกแต่งยอดเจด ยี ์ ลายหมอกโกง ลักษณะของลายเป น็ การทำ�ให เ้ ก ดิ ในรปู แบบของผ า้ ม่าน ลวดลายท ี ่ ใช ส้ ว่ นใหญ่เป น็ ลายก า้ นขด และลายดอกรังผ ึ ้ง ลายจ งิ ่ พ ู เป น็ ลวดลายประด ษิ ฐ์ตา่ งๆ เช่น ลายดอกไม ้ ลายเพชร น ยิ มต ดิ ตาม เพดาน


ลายปานซอย ลักษณะลวดลายเป น็ ลักษณะของลายประกอบท ี ่ ใช ้ ได ห้ ลาย แบบทั ้งต ดิ เสาว หิ าร ทำ�หน า้ มุข เป น็ ต น้ ลายพอง เป น็ ลวดลายหน า้ กระดาน ลายพองส่วนมากม ลี กั ษณะท ีแ่ ตกต่างกัน ออกไปตามความค ดิ สร า้ งสรรค์ของช่าง ลวดลายท ี ่ ใช เ้ ป น็ ลายดอกไม ้ ลายก า้ นขด ประกอบด ว้ ยผ นื ท ีเ่ หล ีย่ มผ นื ผ า้ หร อื ลวดลายอ ื น่ ๆ เช่น รปู สัตว์ จุดไข่ปลา เป น็ ต น้ ลายมุขอ่า ลานมุขอ่าสามารถเร ยี กได อ้ กี ช ือ่ ค อื ลายมุขรอง เป น็ ลวดลายท ี ่ ต อ้ งกระดาษข ึ น้ มาโดดๆ ใช ป้ ระกอบเข า้ กับส่วนต่างๆ ให เ้ ก ดิ ความสวยงาม ลายดอกประดับมุก และลายดอกประดับเสา ลักษณะของลวดลายม คี วามแตก ต่างกันออกไป น ยิ มทำ�เป น็ ฉลุลายแม่พ มิ พ์แล ว้ ใช ส้ ปี าดเป น็ ลวดลายผสมแบบพม่า กับไทใหญ่


จากความค ิด สร า้ งสรรค์แ ละความสามารถของ ช่างชาวไทใหญ่ ในอด ตี ท ี ่ ได ม้ กี ารสร า้ งสรรค์ผลงานทาง ด า้ นศ ลิ ปกรรมท ี ่ ใช ้ ในการตกแต่งอาคารว ิหารทำ�ให เ้ รา ตระหนักถ งึ ความสามารถของคนในอด ตี ท ีส่ ามารถทำ�งาน ได จ้ ากความค ดิ จ นิ ตนาการแล ว้ ถ่ายทอดออกมาให เ้ ก ดิ เป น็ งานโดยการใช เ้ ทคน คิ และวัสดุท ี ม่ อี ย รู่ อบตัวซ ึง่ ไม่ ได ผ้ า่ นการเร ยี น การสอนเหม อื นดั ง่ เช่นในป ัจจุบนั เราจ งึ ควรช่วยกันอนุรกั ษ์งานศ ลิ ปกรรม รวมทั ้งว ธิ กี ารเทคน คิ ต่างๆท ี ่ ได ร้ บั การถ่ายทอดจากอด ตี ให ค้ งอย กู่ อ่ นท ีง่ าน เหล่าน ี ้จะส ญ ู หาย และสลายไปตามกาลเวลา


วัดก้ำก่อ  

วัดก้ำก่อ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you