Page 1

ปรับตัว รับมือ

การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ปีที่ 3 ฉบับที่ 13

กรกฎาคม- กันยายน 56

M-BRACE www.thaicity-climate.org

เรือ่ งเด่นในฉบับ

• คูม่ อื เสริมสร้างการรับมือต่อการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ • โครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

V I S I T

F R E E B I E S :

D E S I G N

G R A P H I C

M O R E

F O R

สารบัญ

City Focus...

3

คู่มือเสริมสร้างการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

5

โครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี

รอบรั้วกิจกรรม 7 9

กิจกรรมในงานมหกรรมโลกร้อนกับการปรับตัว ของคนไทย “ตั้งรับ ปรับตัว ไม่กลัวโลกร้อน” เมืองเชียงรายร่วมจัดกิจกรรม “พื้นที่ตัวอย่าง การปลูกผักบนพื้นที่แคบ”

11 สารพัดจัดมาเล่า 12

“การท่องเที่ยวภูเก็ตกับการลดก๊าซเรือนกระจก” โดย ผศ.ดร.นัยนา ศรีชยั Did U Know? รายงานเรื่องโลกร้อนฉบับที่ 5 : การรับมือและปรับตัวกับความเสี่ยงที่มากขึ้น

สารปรับตัว...รับมือ...การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปีที่ 3 ฉบับที่ 13 ประจำ�เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2556 ที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ

ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา กิรณา คำ�สิงห์นอก กรองจิต กิติกาศ วรรโณบล ควรอาจ สุวรรณภา หอมชื่น ณัฏฐิกา จันทรนา รจนา นิลมานนท์ อำ�มาตย์ ไชยทวีวงศ์ ศิริลักษณ์ บ่อสร้าง ขวัญเรือน ยอดคำ� กนกวรรณ พาลุกา วราภรณ์ บุรีรักษ์ ปาริสุทธ สีทองดี เปรมกมล สมใจ อนุสรา โพธิ์ศรี จิตลัดดา ศรีพล

จัดทำ�โดย โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชียเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network - ACCCRN) โครงการเสริมสร้างการรัับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mekong Building Climate Resilient Asian Cities - M-BRACE)

โดยความร่วมมือระหว่าง 2สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครอุดรธานี ISET

ปรับตัว รับมือ

การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขอต้อนรับท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งใน ฉบับที่ 13 ประจำ�เดือน กรกฎาคม – กันยายน 2556 ซึ่งฉบับที่ทีมงานทั้งโครงการ ACCCRN และ M-BRACE สรรหาสาระด้านการปรับตัว รับมือ ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้ และความเพลิดเพลินอัดแน่นเต็มฉบับ ใน City Focus ฉบับนี้ แจ้งข่าวกิจกรรมใหม่ภายใต้ โครงการ ACCCRN กับ การจัดทำ�คู่มือการเสริมสร้างการรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำ�หรับบุคลากรและ ผู้ปฏิบัติงานของเมืองให้มีศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อสามารถรับมือต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ และ รายงานความคืบหน้าโครงการ Intervention – เมืองอุดรธานี จากโครงการ M-BRACE สำ�หรับ รอบรั้วกิจกรรม มีเรื่องเล่าข่าวความเคลื่อนไหว การจัดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ทั้ง 4 เมือง ได้แก่ เชียงราย หาดใหญ่ อุดรธานี และภูเก็ต มาให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามเช่นเคย และสารพัดจัดมาเล่า ฉบับนีน้ �ำ เสนอบทความ การท่องเทีย่ ว ภูเก็ตกับการลดก๊าซเรือนกระจก โดย ผศ.ดร.นัยนา ศรีชัย และเกาะติดสถานการณ์โลกร้อนกับ รายงานเรือ่ งโลกร้อนฉบับที่ 5 จาก IPCC โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ใน Did you know? และท้ายสุดหากท่านผูอ้ า่ นมีขอ้ เสนอแนะ และข้อติชมใดๆ สามารถ ติดต่อมาที่เราได้ที่ thaicityclimate@hotmail.com หรือ /UrbanClimateResilienceThailand พบกันใหม่ฉบับหน้า นะคะ สวัสดีค่ะ


City Focus... คู่มือเสริมสร้างการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คู่มือเสริมสร้างการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชียเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network-ACCCRN)

F O R

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

โครงการ ACCCRN – ประเทศไทย ได้เล็งเห็น ความสำ�คัญในการเสริมสร้างศักยภาพกับเจ้าหน้าที่/ ผู้ปฏิบัติงาน จึงวางแผนเพื่อพัฒนา “คู่มือเสริมสร้าง การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ขึ้น

F R E E B I E S :

ในปัจจุบันการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีเจริญรุดหน้าไปมาก เมืองต่างๆ ใน ประเทศไทยจึงควรจะต้องเตรียมพร้อมกับการขยายตัว ของเมืองทีเ่ กิดขึน้ อย่างรวดเร็ว ทัง้ นีก้ ระบวนการกลาย เป็นเมืองที่เกิดขึ้นนี้หากเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง จะส่ง ผลกระทบต่างๆ ตามมาเช่น การเปลี่ยนแปลงทาง สิ่งแวดล้อม การเพิ่มขึ้นของมลพิษการเปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึง เมืองมีความเสี่ยง ที่จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความ รุนแรงขึ้นและไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งจะก่อให้ เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

ทั้งนี้ การลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของเมือง ต้องมี ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทักษะที่พร้อมจะนำ� มาปฏิบตั แิ ละพัฒนาเพือ่ ลดความเสีย่ ง/ความเปราะบาง สร้ า งความพร้ อ มเพื่ อ รั บ มื อ และเสริ ม สร้ า งความ สามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ต่อเมืองได้

โดยมีจดุ มุง่ หมายเพือ่ ให้บคุ ลากรของเมือง มีความรู้ และความสามารถในการเสริมสร้างการรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการฝึกอบรมและ สามารถนำ�ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้

3 3

เมืองในอดีต

เมืองในปัจจุบัน


กระบวนการการจัดทำ�คู่มือเสริมสร้างการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

คัดเลือกเทศบาลนำ�ร่องที่จะเข้าอบรม รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของเมือง/ข้อเสนอแนะ เช่น ทรัพยากรนำ�้ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ผังเมือง อุณหภูมิ ปัญหาของเมือง และเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผน ออกแบบและทดลองทำ� Workshop การอบรบเพื่อให้ได้คู่มือที่สามารถนำ�ไปประยุกต์ใช้ได้จริง เหมาะสมกับบริบทของเมือง

กิจกรรมที่ผ่านมา ทางโครงการฯ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นให้กับบุคลากรของเมือง โดยนำ�ข้อมูลที่ได้มารวบรวมและสังเคราะห์ ในการจัดทำ�คู่มือต่อไป

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

การประชุม “เมืองกับการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ” เพือ่ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในเบือ้ งต้น เกีย่ วกับ กระบวนการกลายเป็นเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้ง การแนะนำ�หลักสูตรในเบื้องต้น

ณ โรงแรมพูลแมน ราชา ออร์คิด ขอนแก่น

F O R

M O R E

G R A P H I C

• การประชุมเชิงปฏิบัติการ “อนาคตทิศทางการพัฒนาเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงของเมือง ในอนาคต รวมถึงความเชื่อมโยงของการพัฒนาเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ณ ห้องประชุมนครเป็งจาล เทศบาลนครขอนแก่น

44

อย่างไรก็ตาม โครงการ ACCCRN มีการวางแผนดำ�เนินการขยายผลและเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าวไปสู่เมืองต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคนิคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกด้วย


City Focus...

โครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี

โครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี

F O R

ปัจจุบันการดำ�เนินโครงการ M-BRACE ใน พื้ น ที่ เ มื อ งอุ ด รธานี อ ยู่ ร ะหว่ า งการจั ด ทำ � กิ จ กรรม เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ (Intervention Project) ซึ่งเป็นกิจกรรม หลักของเมืองโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดโครงการ ต้ น แบบในการเริ่ ม ต้ น เสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพและ เตรียมความพร้อมในการวางแผนการรับมือของ เมืองอุดรธานีกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

จากการประเมินความเปราะบางของเมือง อุดรธานี (Vulnerability Assessment: VA) ทำ�ให้ พบ 3 ประเด็นสำ�คัญ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การบริหารจัดการนำ�้ บทเรียนจากสถานการณ์ปัญหา นำ�้ ท่วม ที่มีจุดอ่อนสำ�คัญคือ ด้านข้อมูล ซึ่งขาดการ เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นสาธารณะ การเข้าถึงข้อมูลของ ภาคประชาชน รวมทั้งการประเมินสถานการณ์และ การวางแผนสำ�หรับอนาคตของเมืองไม่ได้นำ�ประเด็น เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาใช้ และ ขาดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

F R E E B I E S :

ที่มาของดำ�เนินโครงการ Intervention ในเมืองอุดรธานี

คณะกรรมการทำ � งานและทุ ก ภาคส่ ว นของเมื อ ง อุดรธานีจึงเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อหาวิธีการลดผลกระทบจาก ความเปราะบางของเมืองอุดรธานีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ และหาข้อสรุปประเด็นในการจัดทำ�โครงการ Intervention คือ สำ�รวจ และรวบรวมข้อมูล เพือ่ ลดจุดอ่อน ด้านข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้เมืองมีการรับมือต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ รวมทั้งมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระตุ้นให้เกิดความตระหนักและเรียนรู้ร่วมกัน จากทุกภาคส่วนของเมืองและผลักดันไปสู่แผน นโยบาย กฎหมาย ระดับชุมชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำ�คัญในสร้างจิตสำ�นึกให้แก่ เยาวชนคนรุ่นใหม่ในการเรียนรู้และซึมซับถึงความเป็นเจ้าของ เมือง เนื่องจากจะเป็นคนที่จะพัฒนาเมืองต่อไปในอนาคต 5


ประเด็นสำ�คัญโครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

การดำ�เนินกิจกรรม Intervention ของเมืองอุดรธานีนั้น ได้เปิดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนักวิชาการ และ ผู้เชี่ยวชาญของเมืองเขียนข้อเสนอโครงการ และแผนการดำ�เนินงานมาเสนอเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม (เทศบาลนครอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นฯ (สกว.) โดยมีทั้งสิ้น 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการเตรียมความพร้อมของเมืองและชุมชน รอบเขตเมื อ งในการรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมอิ ากาศ เพือ่ สำ�รวจและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับการเตรียม ความพร้อมของเมืองอุดรธานีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมอิ ากาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ทัง้ ในและรอบเขต เมือง อีกทั้งสร้างเครือข่ายชุมชนและ อปท.รับมือกับความ เสี่ยงภัยด้านการจัดการน้ำ�และการพัฒนาเมืองที่จะเกิดขึ้น

3) โครงการเยาวชนรักษ์สายน้ำ�เมืองอุดรธานี กั บ การวางแผนรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศ รุ่น 1 เพื่อให้เยาวชนของเมืองอุดรธานีทราบ แหล่งที่มา การใช้ประโยชน์และการบริหารจัดการน้ำ� ของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตอาสาอย่างยั่งยืน

F R E E B I E S :

V I S I T

F O R

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

2) โครงการอุดรธานีเมืองแห่งอนาคตเพื่อการ รับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน เพื่ อ เผยแพร่ ข้ อ มู ล จากผลการประเมิ น ความเปราะบาง (Vulnerability Assessment: VA) ของเมืองอุดรธานีสู่ สาธารณะ สร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศและเตรียมความพร้อมให้กับประชาชน และนำ� ไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการศึกษาติดตาม สถานการณ์ การวางแผน การเฝ้าระวัง การป้องกัน การ กำ�หนดนโยบาย และการบริหารจัดการเมืองในการรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

6

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ Intervention ของเมืองอุดรธานี เมืองอุดรธานี จะได้แนวทางและวิธีการ เบื้ อ งต้ น ในการเสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพและ เตรียมความพร้อมในการวางแผนการรับมือ ของเมื อ งต่ อ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อากาศ และนำ�ไปเป็นแนวทางในขยายผล สู่โครงการอื่นๆ ต่อไป รวมทั้งทุกภาคส่วน ในเมืองจะร่วมกันผลักดันนโยบายและแผน การรับมือของเมืองอุดรธานี ต่อการเปลีย่ นแปลง สภาพภูมิอากาศเข้าสู่แผนนโยบาย กฎหมาย ระดับเมืองและท้องถิ่น


รอบรั้วกิจกรรม ACCCRN และ M-BRACE ร่วมจัดกิจกรรมในงาน มหกรรมโลกร้อนกับการปรับตัวของคนไทย “ตั้งรับ ปรับตัว ไม่กลัวโลกร้อน”

M O R E

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

เมือ่ วันที่ 9-12 กันยายน 2556 ตัวแทนระดับผูบ้ ริหาร ของเมืองเครือข่าย และ NGOs จากประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย เดินทางมาประเทศไทยเพือ่ แลกเปลีย่ น ด้านการบริหารจัดการนำ้�เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมอิ ากาศ ภายใต้กจิ กรรมแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ะหว่างเมือง ของโครงการ ACCCRN โดยลงพืน้ ทีเ่ มืองหาดใหญ่และตรัง สำ�หรับเมืองหาดใหญ่คณะทำ�งานโครงการฯ นำ�โดย ประธานสมพร สิริโปราณานนท์ และตัวแทนคณะทำ�งาน ได้น�ำ เสนอบริบทของเมืองตลอดจนผลสำ�เร็จจากการดำ�เนิน โครงการ ACCCRN ที่ผ่านมา ทำ�ให้เกิดเครือข่ายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการแลกเปลี่ยนข้อมูล อาทิ ข้อมูลปริมาณ นำ�้ ฝนจากศูนย์อุตุนิยมวิทยา ภาคใต้ฝั่งตะวันออก อัตราและ ทิศทางการไหลของนำ�้ จากสำ�นักทรัพยากรน้ำ�ภาค 8 และ โครงการชลประทานสงขลา การจัดการอุทกภัยในระดับเมือง โดยเทศบาลนครหาดใหญ่ จนเกิดการบูรณาการของข้อมูล ในการวางแผนการตัดสินใจให้กับผู้บริหารของเมืองในการ รับมือกับสถานการณ์น�ำ้ ท่วม และพัฒนาให้เมืองมีการรับมือ ที่ดีขึ้นตามเป้าหมายที่เมืองช่วยกันคิดว่า “ตั้งรับ อยู่รอด ปลอดภัย” พร้อมเยีย่ มชมพืน้ ที่ “ชุมชนคูเต่า” ทีน่ �ำ เสนอการจัด ทำ�แผนชุมชนร่วมกับชาวบ้าน การทำ�งานทีช่ มุ ชนมีสว่ นร่วม นอกจากนี้เมืองเครือข่ายยังลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการป่าชายเลน ณ “บ้านทุ่ง ตาเซะ” อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ชุมชนตัวอย่างที่รูปแบบความ ร่วมมือเกิดจากความเข้มแข็งของชุมชน และภูมิปัญญา ชาวบ้ า น รวมทั ้ ง การเห็ น ความสำ � คั ญ ของป่ า ชายเลน จากหน่วยงานบริหารระดับพืน้ ที่ ซึง่ เป็นปัจจัยสำ�คัญทีจ่ ะส่งผล ให้การบริหารจัดการป่าชายเลนเกิดความยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ะหว่าง เมืองในครั้งนี้ นอกจากเมืองเครือข่ายจะได้รับประสบการณ์ ต่างๆ ยังชืน่ ชมความเข้มแข็งของชุมชนเปราะบาง และพร้อม ที่จะนำ�บทเรียนที่ได้ในพื้นที่ไปปรับให้สอดคล้องกับบริบท ของเมืองตนเอง

G R A P H I C

ทางโครงการฯ ได้ไปร่วมจัดนิทรรศการเพือ่ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่อง “การรับมือของเมือง กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย” (Urban Climate Resilience - Thailand) ภายใต้กิจกรรมของ โครงการ ACCCRN และ M-BRACE ใน 4 เมืองนำ�ร่อง ได้แก่ เชียงราย หาดใหญ่ อุดรธานี และภูเก็ต เพือ่ ให้ผทู้ ม่ี าร่วม ได้รบั ความรู้ และเพิม่ ความเข้าใจในเรือ่ งการรับมือต่อผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระบวนการกลายเป็น เมืองที่พัฒนาอย่างไร้ทิศทาง ซึ่งจะทำ�ให้เมืองประสบปัญหา ในอนาคต ผ่านเอกสารต่างๆ และกิจกรรมการร่วมสนุก ที่ให้ทั้งสาระ ความรู้และความเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการและ กิจกรรมการออกร้านจำ�หน่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขององค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชา สังคมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาและอภิปรายในหัวข้อ “ชุมชนไทยกับการตั้งรับและปรับตัวสู้โลกร้อน” “การพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของไทย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาโลกร้อน” เพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศระหว่างผู้ฟังและผู้ร่วมเสวนาอีกด้วย

F O R

เมื่อวันที่ 26 - 28 กันยายน 2556 มูลนิธิสถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย โดยโครงการ ACCCRN และ M-BRACE ร่วมจัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมโลกร้อนกับการปรับตัว ของคนไทย” (Thailand’s Climate Change Adaptation Expo) ซึง่ สำ�นักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้ดำ�เนินการหลักในการจัดงาน ณ บริเวณลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเมือง (Climate Resilience Learning Exchange)

7


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

ACCCRN - เมืองหาดใหญ่ แถลงข่าว เปิดตัวโครงการ Flood Plan Intervention

บูรณาการเครือข่ายวิทยุสื่อสาร เพื่อรับมืออุทกภัยเมืองหาดใหญ่

เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการ ACCCRN – เมืองหาดใหญ่ ร่วมกับ เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้จดั แถลงข่าวเปิดตัว “โครงการเสริมสร้าง ความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อการเกิดอุทกภัย เมืองหาดใหญ่ในระยะยาว” ซึ่งเป็นโครงการ Intervention ที่มุ่งพัฒนาให้หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรับมือกับ อุทกภัยอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมและองค์ความรู้ต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำ�ท่วมโดยการใช้แบบจำ�ลองทาง คณิตศาสตร์ (Flood Model) เป็นต้น โดยได้เชิญหน่วยงาน หลักที่เกี่ยวข้องจากกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา ฯลฯ รวมทัง้ ตัวแทนจากสือ่ ต่างๆ เพือ่ มาร่วมดำ�เนินการและบูรณาการ ความร่วมมือต่อไป

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2556 คณะทำ�งาน ACCCRN – เมืองหาดใหญ่ และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้จัด “การประชุมการบูรณาการวิทยุสื่อสาร เพื่อ การแจ้งเตือนอุทกภัยเมืองหาดใหญ่” ณ ศูนย์เรียนรู้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมือง หาดใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมวิทยุสมัครเล่นสมิหลาสงขลา สถานีวิทยุกองทัพภาคที่ 4 ศูนย์มนโฑ ศูนย์วิทยุ อินทรีย์ สายด่วน 1559 คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลา นครินทร์ เทศบาลหาดใหญ่ และมูลนิธิชุมชนสงขลา เพื่อถอดบทเรียนการทำ�งานของแต่ละศูนย์ฯ และ บูรณาการความร่วมมือระหว่างวิทยุสื่อสารศูนย์ต่าง ๆ ในการแจ้งเตือนอุทกภัยในพื้นที่เมืองหาดใหญ่เพื่อ ความรวดเร็ว และลดความซ�ำ้ ซ้อนของภารกิจช่วยเหลือ อุทกภัยต่อไป

F R E E B I E S :

V I S I T

ACCCRN - เมืองหาดใหญ่ ร่วมพูดคุย กับผู้บริหารหอการค้าไทยและร่วมงานเลี้ยง 30 ปี สถาปนาหอการค้าสงขลา

D E S I G N

ขอแสดงความยินดีกับ นายสมโชติ พุทธชาติ กับรางวัลเกียรติคุณข้าราชการผู้ถือปฏิบัติฯ และรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น

F O R

M O R E

G R A P H I C

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำ�งาน ACCCRN นำ�โดย คุ ณ สมพร สิ ร ิ โ ปราณานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าจังหวัดสงขลา (ประธานคณะทำ�งาน ACCCRN) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้บริหารหอการค้าแห่ง ประเทศไทย กรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ณ ศูนย์เรียนรู้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ - เมือง หาดใหญ่ ซึ่งจากการร่วมพูดคุยในครั้งนี้คณะทำ�งานได้ นำ�เสนอการดำ�เนินโครงการฯ สำ�หรับผลักดันในเชิง นโยบายต่อไปและในช่วงคำ�่ ของวันเดียวกัน คณะทำ�งาน ACCCRN ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง “กรรมการหอการค้า และ วันครบรอบ 30 ปี สถาปนาหอการค้าจังหวัดสงขลา” จัดขึ้น ณ โรงแรม Lee Garden Plaza ชั้น 8 หาดใหญ่ โดยภายในงานได้มีการปาฐกถาพิเศษ จาก คุณวราเทพ รัต นากร รั ฐ มนตรีประจำ�สำ �นัก นายกรัฐมนตรี แ ละ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 88

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำ�นักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน จังหวัดนนทบุรี ได้จดั งาน “วันคุณธรรม จริยธรรม และ ความโปร่งใส ประจำ�ปี 2556” ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ์ สำ�นักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี โดย นายสมโชติ พุทธชาติ วิศวกรโยธาชำ�นาญการ (รักษาการ) ผู้อำ�นวยการส่วน วิชาการสำ�นักงานทรัพยากรน้ำ� ภาค 8 หนึ่งในคณะ ทำ�งาน ACCCRN - เมืองหาดใหญ่ได้รับการคัดเลือกให้ เข้ารับมอบรางวัล “ประกาศเกียติคุณข้าราชการผู้ถือ ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน” ในงานดังกล่าวด้วย โดยก่อนหน้านี้ในวันที่ 9 เมษายน 2556 นายสมโชติ พุทธชาติ ยังได้รับรางวัลข้าราชการ พลเรือนดีเด่น ประจำ�ปี 55 จากกรมทรัพยากรน�ำ้ อีกด้วย


อบรมเชิงปฎิบัติการการสร้างองค์ความรู้ สู่หลักสูตรท้องถิ่นเพื่อรับมือภัยพิบัติ ลุ่มน้ำ�คลองอู่ตะเภา

F O R

M O R E

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

สำ � นั ก งานเกษตรอำ � เภอเมื อ งเชี ย งรายและ เทศบาลนครเชียงราย ร่วมจัดกิจกรรม “พื้นที่ตัวอย่าง การปลูกผักบนพื้นที่แคบ” เพื่อเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ และแนวทางการเพาะปลูกพืชในพื้นที่จำ�กัด เพื่อปรับตัว กับการพัฒนาเมืองเชียงรายในปัจจุบนั ทีพ่ น้ื ทีใ่ นการเพาะปลูก และพืน้ ทีส่ เี ขียวลดจำ�นวนลง ทัง้ ยังตอบสนองความต้องการ ของคนเมืองที่ต้องการทานผักปลอดสารพิษแต่มีพื้นที่ การเพาะปลูกจำ�กัด และเป็นการนำ�วัสดุเหลือใช้มาใช้ ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ซึ่งกิจกรรม ดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรม “การส่งเสริมการเกษตร แบบยัง่ ยืนแก่ผมู้ รี ายได้นอ้ ยแต่ไร้ทด่ี นิ ทำ�กินในเขตเมือง” ดำ�เนินการโดย สำ�นักงานเกษตรอำ�เภอเมืองเชียงราย พื้นที่สาธิตจัดขึ้นที่บริเวณชั้นดาดฟ้าสำ�นักงานเทศบาล นครเชียงราย โดยมีการสาธิตการเพาะ ปลูกพืชผักสวนครัว ปลอดสารพิษ และสาธิตการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

F R E E B I E S :

คณะทำ�งานโครงการ ACCCRN ร่วมจัดกิจกรรม “พื้นที่ตัวอย่างการปลูกผักบนพื้นที่แคบ”

D E S I G N

เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรม ดุสิต รีสอร์ท เชียงราย ได้เชิญ ผู้แทนจากศูนย์เรียนรู้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศเมืองเชียงราย ให้เข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการ พื้นที่ติดริมแม่นำ้�กกและการบริหารจัดการน้ำ�ภายในโรงแรม ในการนีค้ ณะทำ�งาน ACCCRN - เชียงราย นำ�โดย ปลัดสุรนิตย์ อ่องฬะ ประธานคณะทำ�งานได้เข้าเยีย่ มชมการจัดการพืน้ ที่ ในส่ ว นที่ ติ ด ริ ม แม่ นำ้ � กกที่ มี ก ารเพาะปลู ก พื ช ผั ก ปลอด สารพิษการคัดแยกขยะและจำ�กัดของเสีย รวมทัง้ การให้ขอ้ มูล การใช้นำ�้ ด้านอุปโภคบริโภค ภายในโรงแรม ซึ่งทำ�ให้ทราบ ถึงการเก็ บ ข้ อ มู ล การใช้ น้ำ � ของโรงแรมในพื้ น ที่ เขตเมื อ ง โดยศูนย์เรียนรู้ฯ จะเป็นแหล่งให้ข้อมูลในส่วนนี้ต่อไป

G R A P H I C

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2556 โครงการ ACCCRN ได้จดั กิจกรรม “อบรมเชิงปฎิบตั กิ ารการสร้าง องค์ความรู้ สู่หลักสูตรท้องถิ่นรับมือภัยพิบัติลุ่มน้ำ� คลองอู่ตะเภา” ณ ห้องประชุมสภาเทศบาล เทศบาล นครหาดใหญ่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก คณะครูโรงเรียนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โรงเรียน หาดใหญ่วิทยาลัย โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ โรงเรียนบ้านปริก โรงเรียนบ้านไร่ โรงเรียนคูเต่าวิทยา และโรงเรียนส่งเสริมวิทยามูลนิธิ โดยมี คุณสมโชติ พุทธชาติ วิศวกรโยธา ชำ�นาญการ สำ�นักงานทรัพยากรน้ำ� ภาค 8 พร้อมทั้ง คณะทำ�งานโครงการ ACCCRN ร่วมกันเป็นวิทยากร ในการเสนอข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านความรู้ในการ ประเมินสถานการณ์อุทกภัยด้วยตนเอง โดยอาศัย ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลทางกายภาพของลุ่มนำ�้ อู่ตะเภา เว็บไซต์ hatyaicityclimate.org แล้วนำ� ความรู้ที่ได้มาเขียนเป็นหลักสูตรการสอน และแผน กิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป

ACCCRN – เชียงราย เข้าเยี่ยมชม การจัดการพื้นที่ติดริมแม่น้ำ�กก

99


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

V I S I T

F R E E B I E S :

D E S I G N

M-BRACE อุดรธานีร่วมหารือถึง ความคืบหน้าโครงการ Intervention

M-BRACE อุดรธานีมอบรางวัล ประกวดเรียงความทางสิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการ M-BRACE ร่วมกับเทศบาลเมือง อุดรธานี นักวิชาการ นักวิจัย ได้จัดการประชุม ณ สำ�นักงาน เขื่อนห้วยหลวง อำ�เภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อร่วมหารือ ถึงการจัดทำ�โครงการ Intervention ที่เป็นโครงการต้นแบบ ในการเตรียมความพร้อมของเมืองและชุมชนในการรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สื่อสารข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ อากาศ ปริมาณ น้ำ�ฝน การจัดการน้ำ�ของเขื่อนห้วยหลวง การจัดการน้ำ�ของ ประปาส่วนภูมิภาค และการจัดการน้ำ�ในเขตเทศบาลนคร อุดรธานี และนำ�ข้อมูลที่ได้ไปสู่การวางแผนชุมชนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนกิจกรรม เพื่อเสริมสร้าง ป้องกัน รับมือและ ปรับตัวให้สามารถตั้งรับในสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศในปัจจุบันและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

เมื่อเร็วๆ นี้ ในงานวันวิทยาศาสตร์ - ราชภัฎอุดรธานี วิชาการ ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้มีการมอบรางวัลในกิจกรรมการประกวดเรียงความทาง สิ่งแวดล้อมในหัวข้อ “อุดรธานีเมืองแห่งอนาคตเพื่อการ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน” โดย กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Intervention ซึ่งจัดขึ้น เพื่อมุ่งสร้างจิตสำ�นึกให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตระหนั ก ถึ ง ปั ญ หาการ เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ แ ล ะ ก า ร เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร้ อ ม รั บ มื อ ผลกระทบที่ อ าจ จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งได้การ ตอบรับเป็นจากสถาบัน การศึ ก ษาเป็ น อย่ า งดี โ ด ย ผู้ ที่ ไ ด้ รั บ ร า ง วั ล ชนะเลิศ คือ นายเจนภพ ด่านไธสง นักศึกษาจาก มหาวิ ท ยาลั ย ราชภั ฏ อุดรธานี

F O R

M O R E

G R A P H I C

เทศบาลเมืองป่าตอง จับมือนักวิชาการร่วมกำ�หนด แนวทางโครงการ Intervention

10

เมือ่ เร็วๆ นี้ เทศบาลเมืองป่าตอง นำ�โดย ผอ.ศิวรัชพณ บุญแก้ว (ผู้อำ�นวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม) ได้ดำ�เนินโครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการมีส่วนร่วม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมืองป่าตอง ภายใต้โครงการ M-BRACE โดยจัดเสวนาหัวข้อ “ความเปราะบาง ของเมือง จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยมี ผศ.ดร.นัยนา ศรีชัย จากคณะเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (มอ.) และ คุณสิริพร ตันบุตร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำ�นาญการ พิเศษ (สสภ. ที่ 15 ภูเก็ต) เป็นวิทยากรรับเชิญ อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้จากการประชุมดังกล่าว ได้แก่ การกำ�หนดเป้าหมายและแนวทางในการดำ�เนินศูนย์ประชาคม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมืองป่าตอง และการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำ�เนินงานของศูนย์ประชาคม

สิ่งแวดล้อม ทางคณะทำ�งานจะนำ�ไปเป็นแนวทางใน การดำ�เนินโครงการ Intervention ของเมืองเพื่อให้ เมื อ งภู เ ก็ ต เป็ น เมื อ งที่ มี ก ารพั ฒ นาอย่ า งยั่ ง ยื น แบบ “Green Island” หรือ “Green City” ต่อไป


สารพัดจัดมาเล่า “การท่องเที่ยวภูเก็ต กับการลดก๊าซเรือนกระจก ”

M O R E

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

และรถทัวร์ เป็นต้น ผูท้ ม่ี บี ทบาทหลักคือผูป้ ระกอบการท่องเทีย่ ว เพราะเป็ น ผู้ คั ด สรรและเสนอแพ๊ ก เกจท่ อ งเที่ ย วที่ ป ล่ อ ย ก๊าซเรือนกระจกที่ต่ำ�ลง เช่น การเพิ่มระยะเวลาการพักและ เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงเพื่อลดการเดินทาง เป็นต้น การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานต้องอาศัยการพัฒนา เทคโนโลยีที่สามารถลดความต้องการพลังงาน และการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกของเครื่องบิน ซึ่งคาดว่าจะลดลง 32% ภายในปี 2035 ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการท่องเที่ยว ได้ 7% และการรณรงค์ ความร่วมมือในส่วนโรงแรมและที่พัก จะช่วยลดได้ 14% พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ สามารถ นำ�มาใช้ได้ในโรงแรมและที่พัก และมีระยะเวลาคืนทุนไม่นาน การเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น นำ�้ มันก๊าซโซฮอล์ ก็มีส่วนช่วย ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง ฟอสซิลได้เช่นกัน การปลูกป่าเพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ กิจกรรมการอนุรักษ์ป่าไม้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถ ให้นกั ท่องเทีย่ วมีสว่ นร่วมเป็นส่วนหนึง่ ของกิจกรรมการท่องเทีย่ ว และการลดรอยเท้าคาร์บอนจากการเดินทางของนักท่องเที่ยว ได้ หรือ เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของสถานประกอบการโรงแรม และที่พัก การเปลีย่ นแปลงฤดูกาลทีท่ �ำ ให้ฤดูกาลท่องเทีย่ วสัน้ ลง การเกิดภัยธรรมชาติ เช่น นำ�้ ท่วม ฝนแล้ง คลื่นลมแรง พายุที่ เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น รวมถึงระดับน้ำ�ทะเลที่เพิ่ม สูงขึ้นและส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ล้วนแล้วแต่เป็นผล กระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทุกภาคส่วน ของเมือง ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคม ต้องให้ความสำ�คัญและตื่นตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่งผล กระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเทีย่ วของภูเก็ต ซึง่ ถือเป็นรายได้ หลักของจังหวัด ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้มี การออกแบบผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สนับสนุนการลดก๊าซ เรือนกระจกแล้ว ในขั้นต่อไปจำ�เป็นต้องมีการวางแผนเพื่อ เตรี ย มพร้ อ มรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศใน ระยะยาวอย่างยั่งยืน เพื่อในอนาคตเมืองภูเก็ตจะยังคงเป็น เมืองที่เป็นจุดหมายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่อไป

G R A P H I C

น�ำ้ ท่วมขังหลายพืน้ ทีใ่ นเมืองภูเก็ต และป่าตองทีเ่ ป็นข่าว ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ทำ�ให้ชาวภูเก็ต และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวนั้น เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ และเตรียมพร้อมทีจ่ ะเผชิญอย่างต่อเนือ่ ง เพราะข่าวน�ำ้ ท่วมภูเก็ต มีเป็นระยะๆ ในฤดูฝนปีนี้ แต่เป็นข่าวท้องถิ่นเล็กๆ เมื่อเทียบกับ หลายจังหวัดในภาคตะวันออกที่กำ�ลังเผชิญปัญหาน้ำ�ท่วมหนัก ข้อคิดเห็นของนักวิชาการที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศที่จะทำ�ให้พายุหมุนในเขตร้อน มีจำ�นวนและขนาด ใหญ่ขึ้น ตลอดจนแปรปรวนมากขึ้นนั้น มีประจักษ์พยานจากข่าว พายุลูกแล้วลูกเล่า ที่กระหน่ำ�เพื่อนบ้านและทำ�ให้หลายจังหวัด ของประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหานำ�้ ท่วมหนักในขณะนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะมีผล ต่อการท่องเทีย่ วโดยตรง ปัจจัยหลักทีน่ กั ท่องเทีย่ วเลือกทีจ่ ะมาพัก ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ (Climate) ความงามตามธรรมชาติ (Natural Environment) และความปลอดภัย (Personal Safety) นอกจากนี้มลภาวะจากการเดินทางโดยเฉพาะทาง เครื่องบินที่มีผลต่อสภาวะเรือนกระจกนั้นกำ�ลังมีการรณรงค์ใน ประเทศพัฒนาแล้ว จะทำ�ให้ประเทศที่ไม่มีความรับผิดชอบ ต่อสิ่งแวดล้อมไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ในระดับโลกภาคการท่องเที่ยวมีส่วนปล่อยก๊าซเรือน กระจกประมาณ 4.9% (ปี 2005) จากการเดินทาง (Transport) การเข้าพัก (Accommodation) และกิจกรรมท่องเที่ยว (Activities) สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยการ เดินทางสูงถึง 75% (ทางเครื่องบิน 40% ทางรถยนต์ 32%) รองลงมาคือการเข้าพัก 21% และกิจกรรมท่องเที่ยวเพียง 4% การรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคการท่องเที่ยวต้องอาศัย ความร่ วมมื อและกลยุท ธ์ หลายรูป แบบ ทั้ง แบบสมัค รใจ กฎระเบียบข้อบังคับและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ จากทัง้ นักท่องเทีย่ ว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าของกิจการที่พัก สายการบิน ผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องบิน การลดก๊ า ซเรื อ นกระจกจากภาคการท่ อ งเที่ ย ว ประกอบด้วย การลดการใช้พลังงาน การปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน การเพิม่ การใช้พลังงานทางเลือก และการปลูกป่า เพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Sequestering Carbon Through Sink) การลดการใช้พลังงานจากภาคการท่องเทีย่ วนัน้ สำ�คัญที่สุด ซึ่งทำ�ได้โดยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและทำ�การ ตลาดโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยว (Tour Operator) และการ เลือกสถานที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ตลอดจนการปรับ เปลี่ยนวิธีเดินทางจากรถยนต์ส่วนตัวและเครื่องบินเป็นรถไฟ

F O R

ผศ.ดร.นัยนา ศรีชยั รองคณบดีฝา่ ยบัณฑิตศึกษา คณะเทคโนโลยีและสิง่ แวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

11


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

V I S I T

F R E E B I E S :

D E S I G N

G R A P H I C

รายงานเรื่องโลกร้อนฉบับที่ 5 : การรับมือและปรับตัวกับความเสี่ยงที่มากขึ้น เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ รายงานฉบับที่ 5 ของ “คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “IPCC” (Intergovernmental Panel on Climate Change) รายงานฉบับนี้เป็นรายงานด้านภูมิอากาศเชิงวิทยาศาสตร์ ที่บ่งชี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ทำ�งานร่วมกันภายใต้ IPCC มีความ เชือ่ มัน่ ในระดับมากกว่า 95% ว่าปัญหาภาวะโลกร้อนทีเ่ กิดขึน้ อยู่ในขณะนี้มีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ เพิ่มขึ้นจาก รายงานฉบับที่ 4 ที่เผยแพร่ออกมาในปี ค.ศ. 2007 ซึ่งมีระดับ ความเชื่อมั่นมากกว่า 90 % ในรายงานยังกล่าวถึงข้อมูลสำ�คัญทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ระดับน้ำ�ทะเลเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น 0.19 เมตร รายงาน ข้อมูลการเพิ่มของปริมาณก๊าซเรือนกระจกกว่า 40 % จาก ระดับการปล่อยก๊าซก่อนช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม การ คาดการณ์ระดับอุณหภูมิที่อาจสูงขึ้นกว่า 2 องศาเซลเซียส ภายในปี ค.ศ. 2100 ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและ ผลกระทบที่จะตามมา เช่น คลื่นความร้อนที่จะเกิดถี่ขึ้นและ ยาวนานขึ้น ฝนตกหนักมากขึ้น ความแห้งแล้งที่ยาวนานขึ้น ในพื้นที่ต่างๆ ข้ อ มู ล ทางวิ ท ยาศาสตร์ เ หล่ า นี้ นำ � ไปสู่ ข้ อ เสนอใน รายงานว่า มีความจำ�เป็นอย่างยิง่ ทีต่ อ้ งลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกในปริมาณที่มากเพียงพอ และต้องทำ�อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้วา่ จะสามารถหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ แต่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจะยังคงเกิดขึ้น เนื่องจาก ก๊ า ซเรื อ นกระจกที่ ป ล่ อยสะสมอยู่ ใ นชั้ น บรรยากาศโลกใน ปัจจุบันมีปริมาณสูง และก๊าซเรือนกระจกหลายชนิดมีอายุ อยู่ในชั้นบรรยากาศหลายปี เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 200 - 450 ปี ก๊าซไนตรัสออกไซด์ 120 ปี IPCC จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1998 จุดประสงค์เพื่อ ค้นคว้าและจัดทำ�รายงานผลการศึกษา เกีย่ วกับการเปลีย่ นแปลง ภูมิอากาศของโลกอย่างเป็นกลางและรอบคอบ เพื่อก่อให้เกิด

ความเข้าใจและความตระหนักทีถ่ กู ต้อง เกีย่ วกับการเปลีย่ นแปลง ภูมอิ ากาศโลกและนำ�ไปสูก่ ารร่วมมือกัน แก้ปญ ั หาในระดับโลก อย่างจริงจัง IPCC ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ที่ทำ�หน้าที่รวบรวม ศึกษาวิจัย และสังเคราะห์ความก้าวหน้า ทางวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพิมพ์ เผยแพร่รายงานในเชิงวิชาการและเชิงนโยบายทุก 4 ปี IPCC จึ ง เป็ น แหล่ ง ข้ อ มู ล ทางวิ ช าการที่ เ ป็ น กลางและเชื่ อ ถื อ ได้ รัฐบาลแต่ละประเทศสามารถนำ�ข้อมูลเหล่านี้มาช่วยประกอบ การตัดสินใจกำ�หนดนโยบายในการทำ�งานและจากการเผยแพร่ รายงาน IPCC ที่ออกมาแต่ละครั้ง ก่อให้เกิดความตื่นตัวและ ความเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางทั้งในระดับโลกและระดับ ประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำ�คัญต่อการรับมือกับ ปัญหาโลกร้อนในเวลานี้ คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm) ของการพัฒนาไปสูแ่ นวคิดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถเกิดขึ้นควบคู่กันได้ เป็นประโยชน์ร่วมกัน (Decoupling) และต้องหาทางแก้ไข ปัญหาความล้มเหลวของระบบตลาดโดยการทำ�ให้การปล่อย ก๊าซเรือนกระจกมีราคา ซึ่งต้องใช้เครื่องมือและมาตรการทาง เศรษฐศาสตร์ ห ลากหลายรู ป แบบให้ เ หมาะสมกั บ กลุ่ ม เป้าหมายที่แตกต่างกัน รายงาน IPCC ฉบับล่าสุดทีอ่ อกมานีไ้ ด้สอ่ื ความหมาย ชัดเจนว่า โจทย์เรื่องโลกร้อนในวันนี้ไม่ใช่การถกเถียง ว่าเรื่องโลกร้อนเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่เป็นโจทย์ว่าจะมีแผน และแนวทางจัดการความเสี่ยงเพื่อรองรับผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างไร และมีแนวทางเลือก อย่ า งไรเพื่ อ การปรั บ ตั ว ทั้ ง ในด้ า นลดผลกระทบและการ รักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เรียบเรียงจาก: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ คอลัมน์ Trade watch วันที่ 13-16 ตุลาคม 2556 โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้ประสานงานชุดโครงการ MEAs Think Tank

F O R

M O R E

Did You Know

สถาบันสิง่ แวดล้อมไทย 16/151 เมืองทองธานี ถ.บอนด์สตรีท ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทร. (66 2) 503 3333 ต่อ 304 แฟกซ์ (66 2) 504 4826-8 http://www.tei.or.th http://www.thaicity-climate.org http://www.acccrn.org http://www.facebook.com/UrbanClimateResilienceThailand

Newsletter Issue 13  

The latest edition of the ACCCRN/M-BRACE newsletter has been published and can be downloaded here.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you