Page 1

ปรับตัว รับมือ

การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ปีที่ 3 ฉบับที่ 12

เมษายน - มิถุนายน 56

M-BRACE www.thaicity-climate.org

เรือ่ งเด่นในฉบับ • โครงการพัฒนาแผนการรับมือและแผนเศรษฐกิจ-เชียงราย • โครงการ Intervention-ภูเก็ตและอุดรธานี


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

V I S I T

F R E E B I E S :

D E S I G N

G R A P H I C

M O R E

F O R

สารบัญ

City Focus...

3

การพัฒนาแผนการรับมือและแผนพัฒนา เศรษฐกิจของเมืองเชียงรายภายใต้บริบท การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

5

โครงการ Intervention ภูเก็ต-อุดรธานี

7 8

รอบรั้วกิจกรรม ACCCRN จับมือหน่วยงานระดับนโยบาย จัดเวทีถกประเด็นการกลายเป็นเมืองและ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หาดใหญ่ ร่วมประชุมเครือข่ายเพื่อเตรียม ความพร้อมรับมือภัยพิบัติในงาน Health Fair ครั้งที่ 3

11 สารพัดจัดมาเล่า

“สถานการณ์น้ำ�เมืองเชียงราย (ต่อ)” โดย ดร.อังกูร ว่องตระกูล 12 Did U Know? ไขปม! “เกาะความร้อน”

สารปรับตัว...รับมือ...การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปีที่ 3 ฉบับที่ 12 ประจำ�เดือนเมษายน - มิถุนายน 2556 ที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ

ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา

กิรณา คำ�สิงห์นอก กรองจิต กิติกาศ วรรโณบล ควรอาจ สุวรรณภา หอมชื่น รจนา นิลมานนท์ อำ�มาตย์ ไชยทวีวงศ์ ศิริลักษณ์ บ่อสร้าง ขวัญเรือน ยอดคำ� กนกวรรณ พาลุกา วราภรณ์ บุรีรักษ์ ปาริสุทธิ์ สีทองดี เปรมกมล สมใจ อนุสรา โพธิ์ศรี อิศเรศ ศรีขำ� จิตลัดดา ศรีพล จัดทำ�โดย โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชียเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network - ACCCRN) โครงการเสริมสร้างการรัับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mekong Building Climate Resilient Asian Cities - M-BRACE)

โดยความร่วมมือระหว่าง 2สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครอุดรธานี ISET

ปรับตัว รับมือ

การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน “สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมอิ ากาศ” กลับมาทำ�หน้าทีเ่ กาะติดและจับกระแสความตืน่ ตัว ด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกครั้ง จะเห็ น ได้ ว่ า ตั้ ง แต่ อ ดี ต จนถึ ง ปั จ จุ บั น สภาพภู มิ อ ากาศของโลก มีความแปรปรวนที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น การตระหนัก ถึงความเปลี่ยนแปลง การติดตามรับทราบข่าวสารดังกล่าวและ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ทจ่ี ะเกิดขึน้ จะทำ�ให้เมืองมีความพร้อม และสามารถผ่านสถานการณ์และวิกฤติต่างๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ “สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับแนวทางการเสริมสร้างการรับมือของ เมืองผ่านโครงการย่อยโครงการใหม่ – พืน้ ทีเ่ มืองเชียงราย ใน City Focus รอบรั้วกิจกรรม รายงานความคืบหน้าจากเวทีถกประเด็นด้าน กระบวนการกลายเมื อ งและการเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศ ระดับนโยบาย และกิจกรรมทั้ง 4 พื้นที่ภายใต้โครงการ ACCCRN และ M-BRACE และเพลิ ด เพลิ น กั บ สาระต่ อ เนื่ อ งในบทความสะท้ อ น สถานการณ์น้ำ�เมืองเชียงรายโดย ดร.อังกูร ว่องตระกูล อาจารย์ ประจำ�สาขาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา คอลัมนิสต์พิเศษที่ปรึกษาโครงการ ACCCRN เมืองเชียงราย ใน สารพัดจัดมาเล่า และส่งท้ายกับการร่วมสนุก ลุ้นรางวัลท้ายเล่มอีกเช่นเคย แต่ฉบับนี้ขอเว้นวรรคเกมไว้ชั่วคราว ด้วยแบบสอบถามสำ�รวจความคิดเห็นต่อ “สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อทีมงานจะนำ�ข้อเสนอแนะ ทีไ่ ด้มาปรับปรุงสารฯ ให้น่าอ่าน และเพิ่มสาระความรู้แก่ท่านผู้อ่าน ได้มากยิ่งขึ้น ร่ ว มส่ ง ข้ อ เสนอแนะมาตามที ่ อ ยู ่ ท ี ่ แจ้ ง ไว้ ท ้ า ยเล่ ม หรื อ thaicityclimate@hotmail.com, www.facebook.com/ ACCCRNTHAILAND และ www.facebook.com/M-BRACE และท้ายสุดนี้ทีมบรรณาธิการขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาโดยตลอด พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ สวัสดีค่ะ


City Focus... “พัฒนาแผนการรับมือและแผนเศรษฐกิจ - เชียงราย” โครงการ “การพัฒนาแผนการรับมือและ แผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองเชียงราย ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

กิจกรรมที่ดำ�เนินงานแล้วเบื้องต้น

M O R E

เมืองเชียงรายภายใต้โครงการ ACCCRN ปัจจุบัน การดำ�เนินงานอยู่ในระยะที่ 3 เพื่อเสริมสร้างการรับมือ ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการ “การพัฒนาแผนการรับมือและแผนพัฒนา

F O R

ศูนย์เรียนรู้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ การเสริมสร้างความรู้เชื่อมโยงการพัฒนาเมือง กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกิจกรรมการ ประสานงานเครือข่ายความหลากหลายการเรียนรู้

G R A P H I C

เศรษฐกิจของเมืองเชียงรายภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ” นี้เป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการ

เป้าหมาย

D E S I G N

ACCCRN ที่เกิดขึ้นจากการระดมสมองของคณะทำ�งาน ACCCRN - เมืองเชียงราย ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพเมือง ด้วยการคำ�นึงถึงบริบทของพืน้ ทีเ่ พือ่ ให้โครงการฯ ทีจ่ ดั ทำ�ขึน้ เกิดประโยชน์ต่อเมืองมากที่สุด

F R E E B I E S :

ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยุ ท ธศาสตร์ ฯ ดั ง กล่ า วได้ จ ากการส่ ง เสริ ม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยการวางแผนและพัฒนา ยุ ท ธศาสตร์ ก ารท่ อ งเที่ ย วแบบบู ร ณาการที่ ร วม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เพื่ อ เพิ่ ม การรั บ มื อ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศของเมืองเชียงรายผ่านการพัฒนาและดำ�เนิน งานด้านการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ และแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยบูรณาการร่วมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีระยะเวลาการดำ�เนินกิจกรรมในพื้นที่ 2 ปี

V I S I T

หลากหลายกิจกรรม...ภายใต้โครงการ

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

ด้วยความพยายามที่จะให้เมืองมีความตระหนักและ เกิดการขับเคลื่อนด้านการรับมือต่อผลกระทบจากการ เปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศไปพร้อมๆ กันในทุกภาคส่วน การดำ�เนินกิจกรรมในพื้นที่ จึงมีหลายกิจกรรมที่ให้ ความสำ � คั ญ ในทุ ก ด้ า นโดยมุ่ ง ประเด็ น ที่ คิ ด ว่ า จะเป็ น ปัญหาจะส่งผลกระทบต่อเมืองเชียงรายในอนาคตและ มีภาคีที่เข้าร่วมจากทุกภาคส่วนของเมือง ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย สำ�นักงานเกษตร อำ�เภอเมืองเชียงราย สำ�นักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อมจังหวัดเชียงราย (ทสจ.ชร.) ภาคการศึกษา ด้วยการระดมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่และ ใกล้เคียงเข้าร่วมดำ�เนินกิจกรรม ภาคธุรกิจ มีสมาคม ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายเป็นผู้ด�ำ เนินงานหลัก

คู่มือการทำ�การเกษตรแบบบูรณาการ สภาพภูมิอากาศ การเกษตรในเมืองแบบยั่งยืนแก่ผู้มีรายได้น้อย ไร้ที่ดินทำ�กินเพื่อลดความเปราะบางด้านภูมิอากาศ ของเมื อ งเชี ย งรายด้ ว ยการทำ � เกษตรในเมื อ งและ ส่งเสริมพื้นที่สีเขียว

3 3


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

แบบจำ�ลองเหตุการณ์การพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยง กับสภาพภูมิอากาศ การจำ�ลองเหตุการณ์พัฒนาเมือง เชื่อมโยงน้ำ� เมือง สภาพภูมอิ ากาศและข้อเสนอแนะในการพัฒนา พื้นที่สีเขียว เพื่อบูรณาการการรับมือต่อสภาพ ภู มิ อ ากาศเข้ า ไปอยู่ ใ นกระบวนการจั ด ทำ � แผน ของท้องถิ่น

นอกจากนี้ยังมีในส่วนกิจกรรมด้านทรัพยากรนำ้� ที่จะทำ�ให้เมืองรับรู้และเห็นความเชื่อมโยงของปัญหา สถานการณ์น้ำ�ของเมือง ทั้งปัจจุบันและอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้จากการดำ�เนินกิจกรรม ทั้งหมดจะต้องนำ�มาบูรณาการในภาพรวม เพราะ แต่ละกิจกรรมล้วนมีความสัมพันธ์เชือ่ มโยงกันและมีผล ต่อการพัฒนาเมือง ซึ่งการสร้างการรับมือที่เข้มแข็ง จะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และบูรณาการผล การศึกษาร่วมกัน ส่วนความคืบหน้า และผลสำ�เร็จจาก การดำ�เนินงานนัน้ สารปรับตัว รับมือ...การเปลีย่ นแปลง สภาพภูมิอากาศ จะนำ�มารายงานอย่างต่อเนื่อง

F O R

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

การประเมินโครงการภาครัฐที่อาจมีความเสี่ยง จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้ กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการบูรณาการสภาพภูมิอากาศในการ ประเมิ น ผลกระทบของเมื อ ง เพื ่ อ ประเมิ น และ ทบทวนแผนและโครงการการพัฒนาเมืองในอนาคต ด้ ว ยการทบทวนข้ อ มู ล ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การพั ฒ นา โครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบถนนและระบบ ระบายน้ำ� รวมถึงผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม จากการขยายตัวของเมือง

4

ทั้งนี้ จากการดำ�เนินโครงการนี้ยังหวังให้เกิด การเพิ่มภาคีเครือข่าย โดยให้หน่วยงานอื่นๆ ในเมือง ตระหนั ก ถึ ง ความสำ � คั ญ ของการเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศ พร้อมนำ�หลักการหรือการปฏิบัติที่ดีไปปรับ และวางแผนในการสร้างความตระหนัก การเตือนภัย ปรับปรุงระบบและการจัดการทีด่ ี เพือ่ ตอบสนองต่อปัญหา ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมอิ ากาศ เพือ่ ให้เมืองเชียงรายเป็นเมืองทีส่ ามารถรับมือ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศในระยะยาว ได้อย่างยั่งยืน


City Focus... โครงการ Intervention ในพื้นที่เมืองภูเก็ตและอุดรธานี โครงการ Intervention ในพื้นที่เมืองภูเก็ตและอุดรธานี

F O R

การดำ � เนิ น กิ จ กรรมเพื่ อ รั บ มื อ กั บ ผล กระทบจากการเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศ หรือ โครงการ Intervention (โครงการย่อย) นั้น เป็นหนึง่ ในกิจกรรมหลักของโครงการ M-BRACE โดยมี วัตถุประสงค์เพือ่ ให้เป็นโครงการต้นแบบในการเริม่ ต้น เสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพและเตรี ย มความพร้ อ มใน การวางแผนการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

M O R E

G R A P H I C

F R E E B I E S :

ขอบเขตโครงการ Intervention ของเมืองภูเก็ตและอุดรธานี

V I S I T

จากการที่เมืองภูเก็ตและอุดรธานี เป็นเมืองที่มี การพั ฒ นาและขยายตั ว ทางด้ า นเศรษฐกิ จ อย่ า งรวดเร็ ว ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการใช้ ประโยชน์ ท ี ่ ด ิ น และการขาดแคลนน ้ ำ � ประกอบกั บ ใน ปั จ จุ บั น เมื อ งได้ รั บ ผลกระทบจากการเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศ เช่น ฤดูกาลคลาดเคลื่อน พายุที่มีความถี่และ รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองเป็น อย่างมาก ทุกภาคส่วนของเมืองจึงร่วมกันหาแนวทางใน การดำ�เนินโครงการ Intervention เพื่อเสริมสร้างให้เมือง เป็ น เมื อ งที่ รั บ มื อ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศ อย่างยั่งยืน

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

จากการดำ�เนินการประเมินความเปราะบาง ของเมืองภูเก็ตและอุดรธานี พบว่ามีจุดอ่อนที่สำ�คัญ คล้ายกัน คือ ด้านข้อมูล เนื่องจากการประเมิน สถานการณ์ แ ละการวางแผนอนาคตเมื อ งไม่ ไ ด้ นำ � ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมอิ ากาศมาใช้ รวมไปถึงการขาดการมีสว่ นร่วม ของทุกภาคส่วน เช่น การบริหารและจัดสรรน้ำ� การร่วมวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมสำ�หรับรับมือ กับน้ำ�ท่วม เป็นต้น อีกทั้งการเผยแพร่ข้อมูลไม่เป็น สาธารณะทีภ่ าคประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำ�ให้เกิด ปัญหาต่างๆ เช่น นำ�้ ท่วม และการขาดแคลนน้ำ� ฯลฯ โครงการ Intervention ของทั้ง 2 เมือง ภายใต้โครงการ M-BRACE จะทำ�ให้ทุกภาคส่วนของ เมื อ งได้ เข้ า มามี ส่ ว นร่ ว มในการหาวิ ธี ก ารเพื่ อ ลด จุดอ่อนดังกล่าว รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง แนวทางให้เมืองเกิดความสนใจ และตระหนักใน การดำ � เนิ น การจัดการเพื่อรับมือกับผลกระทบจาก การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศในปั จ จุ บั น และ อนาคตก่อนที่จะมีการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ให้เข้าสู่ การปฏิบัติในระดับเมืองและท้องถิ่นต่อไป

D E S I G N

ทำ�ไมต้องมี...โครงการ Intervention ?

เมืองภูเก็ต

แนวทางในการดำ � เนิ น โครงการ Intervention เมืองภูเก็ต คือ มุ่งสู่การเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน แบบ “Green Island” หรือ “Green City” รวมทั้ง สามารถเสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพและเตรี ย มความพร้ อ มใน การวางแผนรั บ มื อ ของเมื อ งต่ อ การเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม

5


เมืองอุดรธานี

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

ในส่วนของเมืองอุดรธานีนั้น เริ่มจากการลด จุดอ่อนของเมืองในด้านข้อมูล ด้วยการสร้างการมีสว่ นร่วม ของทุกภาคส่วนของเมืองในการทำ�ความเข้าใจ กระตุ้น ความตระหนัก และวางแผนการเตรียมความพร้อมรับมือ ของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่าง เหมาะสมกับบริบทของเมือง อนึ่ง การที่จะทำ�ให้เมืองภูเก็ตและอุดรธานี เป็นเมืองทีส่ ามารถลดจุดอ่อนและรับมือกับการเปลีย่ นแปลง สภาพภูมอิ ากาศได้นน้ั การดำ�เนินโครงการ Intervention จะเน้นให้ทกุ ภาคส่วนของเมืองร่วมกัน ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจและวางแผนการดำ�เนินงาน โดยผ่านกิจกรรม และกระบวนการต่างๆ

F O R

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

การจัดเวทีเสวนา/เวทีสาธารณะ เพื่อการสำ�รวจ รวบรวม และขยายผลการประเมินความเปราะบาง ของเมืองสู่สาธารณะ รวมทั้งร่วมกันวางแผนการเตรียม ความพร้ อ มรั บ มื อ ของเมื อ งต่ อ การเปลี่ ย นแปลง สภาพภูมิอากาศในระดับชุมชนและเมือง การคัดเลือกพื้นที่นำ�ร่องเพื่อทดลองใช้แนวทาง และแผนการรับมือของเมืองฯ เพิ ่ ม ช่ อ งทางการเผยแพร่ ข ้ อ มู ล ในการเตรี ย ม ความพร้อมของเมืองสู่สาธารณะ เช่น การจัดตั้งศูนย์ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และศูนย์แจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับอุทกภัย เป็นต้น กิจกรรมทดลองจัดการประกวด/แข่งขัน ให้แก่ เยาวชนเมือง เช่น การวาดภาพ การทำ� Application ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการสร้างความตระหนักและจิตสำ�นึก แก่คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมวางแผนเมืองในอนาคต เพื่อให้ เรียนรู้และซึมซับถึงความเป็นเจ้าของเมือง

6

ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากโครงการ Intervention

เมื อ งภู เ ก็ ต และอุ ด รธานี จ ะมี แ นวทางและ วิธีการเบื้องต้นในการเสริมสร้างศักยภาพและเตรียม ความพร้อมในการวางแผนการรับมือของเมืองต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำ�ไปเป็นแนวทาง ในขยายผลสู่โครงการอื่นๆ ต่อไปได้ รวมทั้ ง สามารถผลั ก ดั น ไปสู่ น โยบายและ แผนยุทธศาสตร์การรับมือของเมืองอุดรธานีต่อการ เปลี ่ ย นแปลงสภาพภู ม ิ อ ากาศเข้ า สู ่ แ ผนนโยบาย กฎหมายระดับเมืองและท้องถิ่น


รอบรั้วกิจกรรม มูลนิธสิ ถาบันสิง่ แวดล้อมไทยจับมือหน่วยงานระดับนโยบาย จัดเวทีถกประเด็นด้านกระบวนการกลายเป็นเมือง และการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

F O R

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย โครงการ ACCCRN และ M-BRACE ภายใต้ความร่วมมือ กับองค์กร ISET จัดเวทีระดมความคิดเห็นระหว่างผู้มีส่วน เกี่ยวข้องจากหน่วยงานรัฐระดับนโยบายภายใต้การประชุม หารือด้านนโยบาย ครั้งที่ 1 (The 1st National Local

M O R E

Stakeholders Consultation for Policy Dialogues)

G R A P H I C

D E S I G N

คณะทำ�งาน ACCCRN-ประเทศไทย เดินทางแลกเปลี่ยน ณ เมืองกวีเญิน เวียดนาม

F R E E B I E S :

เมื่อวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2556 คณะผู้แทนจาก คณะทำ�งานโครงการ ACCCRN เมืองหาดใหญ่และเชียงราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เดินทางไปยัง เมืองกวีเญิน ประเทศเวียดนาม เพือ่ เข้าร่วมกิจกรรม“Climate Resilience Learning Exchange Visit to Quy Nhon City” ซึ่งองค์กร ISET และ ศูนย์ประสานงานการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศเมืองกวีเญิน เป็นเจ้าภาพ กิจกรรมนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และบทเรี ย นจากการดำ � เนิ น งานด้ า นการรั บ มื อ กั บ การ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ระหว่างคณะทำ�งานของแต่ละเมืองในเครือข่าย และนำ � สิ่ ง ที่ ไ ด้ ม าปรั บ ใช้ ใ ห้ เ หมาะสมกั บ เมื อ งของตน นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาดูงานในพื้นที่สำ�คัญต่างๆ ของเมือง เช่น เขตนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่ฟื้นฟูป่าชายเลน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

ในประเด็ น เกี่ ย วกั บ กระบวนการกลายเป็ น เมื อ งและ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อหาแนวทางร่วมกัน ในการสนับสนุน เผยแพร่ และขยายผลบทเรียนการรับมือ ของเมืองต่อการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ณ ห้องประชุม ธี ร ะพั น ธุ ม วนิ ช อาคารมู ล นิ ธ ิ ส ถาบั น สิ ่ ง แวดล้ อ มไทย โดย ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำ�นวยการสถาบันฯ เป็นประธานเปิดการประชุม ทัง้ นีม้ ผี แู้ ทนจากหน่วยงานภาครัฐทีม่ อี �ำ นาจตัดสินใจ เข้าร่วม นำ�โดย นายรัชทิน ศยามานนท์ อดีตคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ� (กยน.) ดร.ธงชั ย โรจนกนั น ท์ กรมโยธาธิ ก ารและผั ง เมื อ ง นางพรทิพย์ จัยสิน ผอ.สำ�นักฯ สำ�นักนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) ร่วมด้วยนักวิเคราะห์นโยบายฯ จากสำ�นักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนท้องถิ่น จาก 4 เมือง ได้แก่ เชียงราย หาดใหญ่ อุดรธานี ภูเก็ต และ 2 เมืองเครือข่าย ได้แก่ ทุ่งสง และขอนแก่น ในที่ประชุมร่วมถกประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการ กลายเป็นเมือง หรือ Urbanisation ของประเทศไทยใน ปัจจุบันที่มีรูปแบบการขยายตัวแบบไร้ทิศทาง ขาดแผน การรองรับทีด่ ี โดยเฉพาะการวางผังเมือง ส่งผลให้เมืองมีความ ล่อแหลมและมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับภัยต่างๆ และหากมี ผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศเข้ามาเกีย่ วข้อง จะทำ�ให้ภัยที่ได้รับทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนัน้ การประชุมในครัง้ นีน้ บั เป็นโอกาสทีด่ ี เพือ่ เป็น เวทีส่ือกลางให้ผู้แทนจากภาครัฐระดับนโยบายและระดับ ท้ อ งถิ่ น ได้ มี ก ารแลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็ น เพื่ อ ร่ ว มหา แนวทางส่งเสริมกิจกรรมด้านการรับมือของเมืองต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Urban Climate Resilience ที่ท้องถิ่นดำ�เนินงานอยู่ นำ�ไปสู่การมีส่วนร่วม วงกว้างในระดับชาติและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในระดับนโยบาย เพื่อให้เมืองในประเทศไทยมีการพัฒนา ที่ควบคู่กับการคำ�นึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเมืองและ เมื อ งมี ค วามสามารถในการรั บ มื อ ต่ อ การเปลี่ ย นแปลง สภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

7


ACCCRN – หาดใหญ่ ร่วมประชุมเครือข่าย อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ในงาน HEALTH FAIR ครั้งที่ 3

F O R

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

เมือ่ เร็วๆ นี้ ACCCRN - หาดใหญ่ ได้เข้าร่วมประชุม เครือข่ายรับมือกับภัยพิบตั ใิ นงาน สงขลา เฮลธ์ แฟร์ 2556 (Songkla Health Fair 2013) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ม.สงขลานครินทร์ ภายใต้แนวคิด “การเชื่อมโยง เครือข่ายรับมือภัยพิบัติจังหวัดสงขลา” เป็ น การประชุ ม เพื่ อ ร่ ว มหารื อ ในการเตรี ย ม ความพร้ อ มรั บ มื อ กั บ ภั ย พิ บั ติ ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ในทุ ก ๆ ช่วงสิ้นปีในเดือนตุลาคม - ธันวาคม ของทุกปี โดยมี ผู้แทนจากคณะทำ�งานโครงการ ACCCRN - หาดใหญ่ ที่มาจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล นายสมภพ วิสุทธิศิริ ผู้แทนศูนย์อุตุนิยมวิทยา ภาคใต้ฝั่งตะวันออก และ ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ ทีมประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์จังหวัด ร่วมกัน นำ�เสนอ “ระบบการเตือนภัยจังหวัดสงขลา” ที่มี หลั ก การและขั้ น ตอนในการประเมิ น สถานการณ์ น้ำ�ท่วม เพื่อนำ�เสนอให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในการประกาศเตือนภัยต่อไป นอกจากนี้ นายสมโชติ พุทธชาติ ยังเพิ่มเติม ในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการไหลของนำ้�ของ พื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 5 ลุ่มนำ�้ เพื่อให้หน่วยงานที่มาเข้าร่วม ได้รับรู้ พร้อมทั้งยังช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อรับมือ และมีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการวางระบบเตือนภัย ในจุดสำ�คัญต่างๆ อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง เครือข่ายในเวทีเสวนาครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงเครือข่าย ในช่วงวิกฤติโดยให้เกิดการสือ่ สารทีห่ ลากหลายและทัว่ ถึง เพื่อให้เมืองสงขลาสามารถรับมือกับอุทกภัยได้ทันท่วงที

88

LDI เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ฯ หาดใหญ่ พร้อมศึกษาดูงานพื้นที่ชุมชนวัดหาดใหญ่ใน

คณะทำ�งาน ACCCRN-หาดใหญ่ นำ�โดย นายสมพร สิริโปราณานนท์ ให้การต้อนรับคณะ เครือข่ายจัดการภัยพิบัติชุมชน สถาบันชุมชนท้องถิ่น พั ฒ นา (LDI) ณ ศู น ย์ เรี ย นรู ้ เ พื ่ อ รั บ มื อ กั บ การ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมืองหาดใหญ่ โดยร่วม พู ด คุ ย แลกเปลี่ ย นประสบการณ์ ก ารดำ � เนิ น งานของ ศูนย์เรียนรู้ฯ รวมทั้งลงพื้นที่ชุมชนวัดหาดใหญ่ในเพื่อ ศึกษาดูงานการดำ�เนินโครงการ ACCCRN ในพื้นที่ด้วย


ACCCRN – เชียงราย เปิดบ้านต้อนรับคณะดูงาน จาก UN-ESCAP และ UN-HABITAT

F O R

ACCCRN - เชียงราย ร่างแผนแม่บท ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายใต้โครงการ “การพัฒนาแผนการรับมือและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ของเมืองเชียงราย ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ”

M O R E

G R A P H I C

D E S I G N

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำ�งาน ACCCRN - เชียงราย จัดการประชุมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเทีย่ วเชิงอนุรกั ษ์ จังหวัดเชียงราย ที่จัดขึ้น ณ ห้องราชพฤกษ์ ทีค การ์เด้น สปา รีสอร์ท จ.เชียงราย โดยร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน หารื อ ร่ ว มกั น เพื่ อ จั ด ทำ � แผนแม่ บ ทการท่ อ งเที่ ย ว เชิ ง อนุ รั ก ษ์ จั ง หวั ด เชี ย งรายแบบบู ร ณาการด้ า น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ยังมีการจัดตั้งคณะทำ�งานและวางแผนผัง การทำ�งานให้ครอบคลุม โดยมีการแบ่งหน้าทีร่ บั ผิดชอบ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ท่ีคำ�นึงถึง การรับมื อต่ อผลกระทบจากการเปลี่ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศให้จังหวัดเชียงรายให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ต่อไป

F R E E B I E S :

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 คณะทำ�งาน ACCCRN – เมืองเชียงรายร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย ให้การต้อนรับคณะดูงานจาก คณะกรรมการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UN-ESCAP) และ โครงการตัง้ ถิน่ ฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-HABITAT) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ ทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม การวางผังเมือง เศรษฐศาสตร์ และอื่นๆ จากนานาประเทศทั้งหมด 15 ท่าน ที่ได้คัดเลือก เมืองเชียงราย สำ�หรับจัดการประชุมคณะที่ปรึกษา ครั้งที่ 3 ว่าด้วยการรายงานสถานการณ์เมืองในภูมิภาค เอเชียและแปซิฟิกประจำ�ปี 2014 เพื่อร่วมทบทวน ถึงความท้าทาย และทิศทางในประเด็นใหม่เกี่ยวกับ การกลายเป็นเมือง นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่ศึก ษาดูงานในพื ้ นที ่ เขตเทศบาลนครเชียงราย พร้อมเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ และรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศ (Chiang Rai Climate Resilience Learning Center - CCRLC) โดย นางสุรนิตย์ อ่องฬะ ปลัดเทศบาล นครเชี ย งรายและประธานคณะทำ � งานโครงการ ACCCRN – เมืองเชียงราย ได้นำ�เสนอรายละเอียด เกี่ยวกับการดำ�เนินโครงการในพื้นที่ รวมถึงประโยชน์ ที่ ป ระชาชนจะได้ รั บ ในแง่ ข องการเรี ย นรู้ ถึ ง แนวทาง วิธกี าร และการรับมือกับการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ จากศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้

99


M-BRACE จัดประชุมสร้างเครือข่ายนักวิชาการ ด้านการพัฒนาเมืองต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

เมือ่ วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 โครงการ M-BRACE ได้จัดประชุมสร้างเครือข่ายนักวิชาการซึ่งจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 2 ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน โดยมีวตั ถุประสงค์เพือ่ รวบรวมกลุม่ นักวิชาการ และผู้ เชี่ ย วชาญจากมหาวิ ท ยาลั ย เข้ า มามี ส่ ว นร่ ว มในการ แลกเปลี่ ย นประสบการณ์ แ ละความคิ ด เห็ น ในการกำ � หนด แนวทาง การวางแผนการทำ�งานเกี่ยวกับกระบวนการกลาย เป็นเมือง (Urbanisation) และการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ (Climate Change) ในด้านต่างๆ เช่น การสอน การทำ�วิจัย การเขียนงานวิจัย การจัดประชุมวิชาการ เป็นต้น

การประชุมนี้ ทำ�ให้ได้ขอ้ เสนอแนะทีเ่ ป็นประโยชน์ เพือ่ ลดช่องว่างดังกล่าว ด้วยการให้ทกุ ภาคส่วนได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็ น ระหว่ า งภาควิ ช าการ เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์ รวมทั้งได้นำ�ประเด็น Urbanisation และ Climate Change มารวม ในหลั ก สู ต รเพื่ อ ให้ เข้ า กั บ เนื้ อ หาการเรี ย นการสอน โดยการสร้ า งความรู้ ค วามเข้ า ใจในการนำ � ไปใช้ ใ น ด้านวิชาการของสาขาต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ในประเด็นนี้ของประเทศไทยจำ�เป็นต้องใช้เวลาในการ ปรับความเข้าใจและร่วมกันพัฒนาวางแผน เพือ่ ให้เป็นไป ในแนวความคิดเดียวกัน ซึ่งทางโครงการฯ จะมีการจัด งานประชุ ม อย่ า งต่ อ เนื่ อ งกั บ สถาบั น การศึ ก ษาต่ า งๆ เพื่อผลักดันประเด็นดังกล่าวต่อไป

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

M-BRACE อุดรธานีร่วมกันกำ�หนดแนวทาง การดำ�เนินโครงการ Intervention

F O R

M O R E

G R A P H I C

การประชุมครั้งนี้ทำ�ให้โครงการ M-BRACE มีกลุ่ม นักวิชาการทีส่ นใจ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการร่วมกันกำ�หนด แนวทางการดำ�เนินงานด้านวิชาการเกี่ยวกับ Urbanisation และ Climate Change เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบช่องว่าง ในการพัฒนาและการขยายผลที่ยังคงไม่เพียงพอในอนาคต เนือ่ งจากความรูด้ งั กล่าวมีเฉพาะบางกลุม่ ซึง่ ยังขาดการรวบรวม ข้ อ มู ล และการเผยแพร่ ข ้ อ มู ล ให้ เ ป็ น สาธารณะ อี ก ทั ้ ง ยังขาดการร่วมมือในการกำ�หนดแนวทาง และวางแผนการ ทำ�งานแบบบูรณาการ

10

เมื่อวันที่ 24 - 26 พฤษภาคม 2556 เทศบาล เมืองอุดรธานี นักวิชาการ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ โครงการ M-BRACE ได้ ร ่ วมกั นหารื อ ถึ ง แนวทางใน การดำ�เนินโครงการ Intervention เพื่อเป็นโครงการ ต้นแบบในการเริ่มต้นเสริมสร้างศักยภาพ และเตรียม ความพร้ อ มในการรั บ มื อ ของเมื อ งอุ ด รธานี กั บ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการพูดคุยดังกล่าว ทำ�ให้ได้โครงการในเบือ้ งต้น ที่ เ หมาะสมกั บ บริ บ ทของเมื อ งอุ ด รธานี ภ ายใต้ ก าร เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหมด 4 โครงการด้วยกัน ซึง่ ปัจจุบนั อยูร่ ะหว่างการดำ�เนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ ของภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ • โครงการอุดรธานีเมืองแห่งอนาคตเพื่อการรับมือ ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน • โครงการเตรียมความพร้อมของเมืองและชุมชน รอบเขตเมื อ งในการรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงสภาพ ภูมิอากาศ • โครงการเสริมสร้างการเตรียมความพร้อมรับมือ ของเมืองอุดรธานีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ • โครงการเยาวชนรั ก ษ์ เ มื อ งอุ ด รธานี กั บ การ วางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รุ่น 1


สารพัดจัดมาเล่า “สถานการณ์น้ำ�เมืองเชียงราย (ต่อ)” โดย ดร.อังกูร ว่องตระกูล อาจารย์ประจำ�สาขาวิศวกรรมโยธาและสิง่ แวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพืน้ ทีเ่ ชียงราย

F O R

G R A P H I C

D E S I G N

F R E E B I E S :

V I S I T

W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

โครงการส่งน�ำ้ และบำ�รุงรักษาแม่ลาว เป็นหนึง่ ในโครงการ ชลประทานขนาดใหญ่ และมีความสำ�คัญต่อระบบเศรษฐกิจที่มี ฐานทางการเกษตรของภาคเหนื อ อยู่ ใ นความรั บ ผิ ด ชอบของ กรมชลประทาน ในระยะแรกของโครงการถูกออกแบบให้ส่งน้ำ� เฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น โดยการสร้างฝายแบบ โอกี้ เวียร์ (Ogee Weir) ปิดกัน้ ลำ�น�ำ้ แม่ลาว เพือ่ ยกระดับน�ำ้ ให้สงู พอทีจ่ ะถูกผัน เข้าสู่คลองส่งนำ�้ สายใหญ่ฝั่งซ้าย ยาว 24 กม. อัตราการไหลสูงสุด 8.5 ลบ.ม./ว และฝั่งขวายาว 50 กม. อัตราการไหลสูงสุด 26.7 ลบ.ม./ว สามารถส่งน้ ำ�ให้กับพื้นที่เป้าหมายในฤดู แ ล้ ง ได้ ประมาณ 70,000 ไร่ และส่งน้ำ�ชลประทานเพื่อเสริมกับน้ำ�ฝนให้ สามารถส่งนำ�้ เต็มพื้นที่เป้าหมายได้ประมาณ 140,000 ไร่ในฤดูฝน หลังจาก พ.ศ. 2546 เขื่อนแม่สรวยได้ถูกก่อสร้างเพื่อขยายพื้นที่ ชลประทานให้มากขึน้ ในฤดูแล้ง และนัน่ คือ ความคาดหวังของโครงการ ในเชิงทฤษฎี หลังจากการก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จ ดูเหมือนว่ารูปแบบ และแผนการส่งน้ำ�ในฤดูแล้งที่เหมาะสม ยังไม่สามารถถูกกำ�หนดได้ เนื ่ อ งจากข้ อ จำ � กั ด ของอ่ า งเก็ บ น ้ ำ � ที ่ ม ี ข นาดเล็ ก เกิ น กว่ า ที ่ จ ะ สามารถส่งน้ำ�แบบต่อเนื่อง (Continuous Water Distribution) ให้แก่พื้นที่ทั้งหมดในเวลาเดียวกันได้ และกลายเป็นความยุ่งยาก ในทางปฏิบัติ ที่จะควบคุมพื้นที่เป้าหมายส่งน้ำ�ให้สอดคล้องกับ ปริมาณนำ�้ ต้นทุนในอ่างและจัดการให้เป็นไปตามแผนการส่งน้ำ� เนื่องจากยังมีปัจจัยที่สำ�คัญอีกมากมายสามารถกระทบกับ ระบบ เช่น ความเข้มแข็งขององค์กรทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ�และเจ้าหน้าที่ ชลประทาน ความร่วมมือในการจัดการอาคารควบคุมน�ำ้ ต่อมาระบบ ส่งน�ำ้ แบบรอบเวร (Rotational Water Distribution) ได้ถกู นำ�มา ทดลองใช้โดยแบ่งพื้นที่ส่งน้ำ�ชลประทานออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ นั่นทำ�ให้การวางแผนการส่งน้ำ�ยุ่งยากและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แม้ว ่าการกระทำ�ดังกล่าวจะทำ�ให้ส ถานการณ์ด ี ข ึ ้ น แต่ น ้ ำ� ก็ ย ั ง ไม่สามารถถูกส่งไปถึงพื้นที่เป้าหมายตามแผนทั้งหมดได้โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพื้นที่ท้ายคลอง ภัยคุกคาม ผลลัพธ์ของปัญหาดังกล่าว ทำ�ให้ปริมาณน�ำ้ ส่งจริง (ปริมาณน�ำ้ ทีใ่ ช้ตลอดฤดูกาล) กับปริมาณน�ำ้ ตามแผน มีความแตกต่างกัน มากเกินไป และมันกำ�ลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นคำ�ถามที่สำ�คัญว่า “ถ้ารูปแบบของความต้องการใช้นำ้�ของลุ่มน้ำ�เปลี่ยนไปตามแรง กดดันใหม่ๆ ที่กำ�ลังจะเกิดขึ้น การวางแผนจัดการใช้น้ำ�ของลุ่มน�ำ้ จะต้องถูกปรับให้เหมาะสมอย่างไร พร้อมไปกับการสร้างกลไก ที่ เ หมาะสมที่ ส ามารถผลั ก ดั น แผนการจั ด การดั ง กล่ า ว ให้ประสบความสำ�เร็จ?” 11

M O R E

พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำ�กก ซึ่งประกอบด้วย 4 ลุ่มน้ำ�สาขา คือ ลุ่มน้ำ�สาขาแม่ลาว แม่สรวย กกตอนล่าง และฝาง มีพื้นที่รวม 7,300 ตร.กม. ลุ่มน้ำ�สาขาทั้ง 4 มีความแตกต่างกันทัง้ ทางสภาพภูมศิ าสตร์ ภูมสิ งั คม การใช้ประโยชน์ พื ้ น ที ่ ปริ ม าณน ้ ำ � ท่ า เฉลี่ยปริมาณความต้องการใช้น้ ำ�ที่มาจาก หลายวัตถุประสงค์ ทำ�ให้เกิดความซับซ้อนของปัญหาที่ต้องการ แนวคิดทีแ่ ตกต่างจากการจัดการทัว่ ๆ ไป โดยทีฐ่ านของความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่จำ�เป็น ภาพรวมของความต้องการใช้น้ำ�ในลุ่มน้ำ�กกนั้น ไม่ได้มี ความแตกต่ า งจากภาพรวมความต้ อ งการใช้ นำ้ � ของประเทศไทย “โดยที่ความต้องการจากภาคการเกษตรยังคงสูงเป็นอันดับที่หนึ่ง ประมาณ 60%” และเป็นความต้องการที่กระจายตัวอยู่ในทั้ง 4 ลุ่มน�ำ้ สาขา สำ�หรับน�ำ้ เพือ่ การอุปโภค - บริโภค ความต้องการสูงถูกพบ และกระจุกตัวอยูใ่ นเขตเมืองทีป่ ระมาณ 1.2% สำ�หรับความต้องการน�ำ้ ในภาคอุตสาหกรรม กระจายตัวอยูท่ ง้ั 4 ลุม่ น�ำ้ สาขา ทีป่ ระมาณ 0.8% ที่เหลือจากความต้องการของสามส่วนแรก ได้ถูกพยายามอธิบาย อย่างไม่ชดั เจนว่า “เป็นส่วนทีใ่ ช้เพือ่ การรักษาสภาพนิเวศด้านท้ายน�ำ้ ของแต่ ล ะลุ ่ ม น ้ ำ � การท่อ งเที่ย ว และปล่อ ยลงสู่แม่น้ำ�โขง” (อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถถูกอธิบาย ได้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากขาดข้อเท็จจริงเชิงข้อมูลและร่องรอย ของความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน) การจัดการนำ�้ เพื่อการเกษตร ระบบชลประทานมีบทบาท สำ�คัญยิ่งต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อหล่อเลี้ยงจำ�นวน ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ระบบเพาะปลูกพืชมากกว่าหนึ่งครั้งต่อปีนั้น สามารถทำ�ได้และมีผลผลิตที่สูงขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่เฉพาะในเขตที่ระบบ ชลประทานที่ได้ถูกพัฒนาเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น ในประเทศแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ข้าวสามารถถูกผลิตได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีน้ำ� ต้นทุนที่พอเพียงเพราะสภาพเงื่อนไขอื่นๆ นั้น เหมาะสมแก่การผลิต ระบบชลประทานแทบทั้ ง หมดในแถบเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ถูกออกแบบให้ส่งน้ำ�ชลประทานเพื่อเสริมกับน้ำ�ฝนให้สามารถส่งน้ำ� เต็มพืน้ ทีเ่ ป้าหมาย อย่างไรก็ตามในฤดูแล้งจะมีเพียงบางพืน้ ทีใ่ นพืน้ ที่ ชลประทานเท่านั้น ที่สามารถได้รับน้ำ� เพราะน้ำ�ต้นทุนมีจ�ำ นวนจำ�กัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ปัญหาของ การกระจายนำ้ � ที่ ไ ม่ เ ท่ า เที ย มกั น ในพื้ น ที่ เ ป้ า หมายเป็ น สภาพ ที่สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ


W W W . D E S I G N F R E E B I E S . O R G

V I S I T

F R E E B I E S :

D E S I G N

G R A P H I C

M O R E

F O R

Did You Know ไขปม! “เกาะความร้อน”

เตือน! คนเมืองจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนถี่ขึ้น จากเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนองทีเ่ กิดขึน้ อย่างรุนแรง และฝนทีต่ ก อย่างหนักในเขตดอนเมือง เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถึ ง ขั้ น เครื่ อ งบิ น ลงจอดไม่ ไ ด้ นั้ น สร้ า งความตื่ น ตระหนกให้ กั บ คนกรุงเทพฯ ไม่น้อย ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ดร.รอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำ และการเกษตร (องค์การมหาชน) ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ากรุงเทพฯ กำ�ลังเผชิญกับภาวะปรากฏการณ์ “เกาะความร้อน” (Urban Heat Island) บางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น

4-5 องศาเซลเซียส และเกิดฝนตกหนักเนือ่ งจากความร้อนสะสม อันมีที่มาจากการก่อสร้างอาคารชุดขนาดใหญ่ และการใช้เครื่อง ปรับอากาศ

“เกาะความร้อน” หรือ Urban Heat Island คืออะไร? และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

“ปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง” หรือ “โดมความร้อน” (UrbanHeatIsland:UHI) คือการทีเ่ มืองเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือน และตึ ก สู ง มากมาย ซึ ่ ง ตึก หรืออาคารที่ก ่อด้วยคอนกรีต เหล่านี้ มีความสามารถในการกักความร้อนได้ดีกว่านำ�้ ถึง 2 เท่า และจะเก็บ ความร้อนจากแสงแดดในช่วงกลางวัน แล้วระบายในตอนกลางคืน ทำ�ให้อากาศในเมืองเย็นตัวช้ากว่าอากาศรอบนอกเมือง อีกทั้งการใช้ รถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น การใช้เครื่องปรับอากาศระบายความร้อน ออกจากอาคาร และการลดลงของพื้นที่สีเขียวในเมืองที่เป็นแหล่ง ช่วยดูดซับรังสีของดวงอาทิตย์ ยิง่ เป็นการเพิม่ ระดับความร้อนในอากาศ ให้มากขึน้ ไปอีก ความร้อนเหล่านีจ้ ะลอยตัวขึน้ แล้วระบายออกรอบข้าง

กลายเป็นโดมที่ครอบเมืองไว้ โดยอากาศภายในโดมจะมีอุณหภูมิ ค่อนข้างคงที่ และอากาศภายนอกพัดเข้าได้ยาก จึงทำ�ให้เกิดการ สะสมของมลพิษที่ไม่สามารถพัดพาไปที่อื่นได้ นอกจากนี้ผลกระทบที่เห็นได้ชัดทางด้านอุณหภูมิแล้ว ยังส่ง ผลกระทบทางด้านอุตุนิยมวิทยาอีกด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลง รูปแบบของลมประจำ�ถิ่น การเกิดเมฆ หมอก ความชื้นและ หยาดน้ำ�ฟ้า (Precipitation – ฝน น้ำ�ค้าง ฯลฯ) ดังนั้นอาจกล่าวได้ง่ายๆ คือ ปรากฏการณ์ “เกาะความร้อน” คือ การเปลีย่ นแปลงพืน้ ผิวของแผ่นดินจากการพัฒนาเมือง โดยใช้ วัสดุทเ่ี ก็บสะสมความร้อน และจากกิจกรรมการเผาผลาญเชือ้ เพลิง เช่น การใช้รถยนต์ การใช้เครือ่ งปรับอากาศ รวมถึงการทีพ่ น้ื ทีส่ เี ขียว หรือพื้นที่สวนสาธารณะมีขนาดพื้นที่ลดลง ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผล ให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนขยายตัว และเชื่อมต่อกัน จนครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และสำ�หรับประเทศไทย ในปัจจุบันไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะกับกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เป็น เหตุการณ์ทเ่ี กิดขึน้ กับเมืองใหญ่ๆ ทัว่ ประเทศ และทัว่ โลกด้วยเช่นกัน

กิจกรรมลุ้นรางวัล

...ประกาศรายชื่อผู้โชคดี... ที่ได้รับของที่ระลึกเสื้อโปโลผ้าเนื้อดี จากการร่วมสนุกกับสารฯ ฉบับที่ 11 ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ http://www.facebook.com/ACCCRNTHAILAND หรือ M-BRACE และทางโครงการฯ จะจัดส่งของทีร่ ะลึกไปตามทีอ่ ยูท่ ท่ี า่ นให้ไว้คะ่ สำ�หรับลุ้นรางวัลฉบับนี้ ชวนท่านผู้อ่านร่วมแสดงข้อคิดเห็นต่อ “สารปรับตัว รับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อการพัฒนา รูปแบบ เนื้อหาสาระ ให้ตรงใจและเกิดประโยชน์กับผู้อ่านให้มากที่สุด โดยตอบแบบสอบถามที่แนบมากับสารฯ ฉบับนี้ และส่งมาตามที่อยู่ท้ายเล่ม หรือ thaicityclimate@hotmail.com และ เฟซบุ๊ค ACCCRN / M-BRACE ***ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2556*** สถาบันสิง่ แวดล้อมไทย 16/151 เมืองทองธานี ถ.บอนด์สตรีท ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทร. (66 2) 503 3333 ต่อ 304 แฟกซ์ (66 2) 504 4826-8 http://www.tei.or.th http://www.thaicity-climate.org http://www.acccrn.org http://www.facebook.com/ACCCRNTHAILAND http://www.facebook.com/M-BRACE

Newsletter Issue 12  

สารปรับตัว รับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับที่ 12 รายงานข่าวคราวความเคลือนไหวของ ACCCRN / M-BRACE และ Climate Change

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you