Issuu on Google+

พันธุกรรมคืออะไร

พันธุกรรมคืออะไร

ทารกเมื่อแรกเกิด เรามักจะเปรี ยบเทียบกับพ่อแม่ เช่น มีหน้ าตาเหมือนแม่ จมูกเหมือนพ่อ มีลกั ยิ ้มเหมือนป้า เป็ นต้ น เมื่อทารกเติบโตขึ ้น บางคนอาจกล่าวว่ามีอารมณ์เหมือนปู่ จะเห็นได้ ว่าลักษณะต่าง ๆ เหล่านี ้ จะถูกส่งผ่านจากรุ่นหนึง่ ไปยังอีกรุ่นหนึง่ ต่อไปได้ เราเรี ยกลักษณะ ดังกล่าวนี ้ว่า ลักษณะทางพันธุกรรม ความหมายของพันธุกรรม

พันธ ุกรรม(heredity) คือ การถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึง่ ไปสูอ่ ีกรุ่น หนึง่ จากบรรพบุรุษไปสูร่ ุ่นลูกหลาน จากพ่อแม่ไปสูล่ กู ลักษณะทางพันธุกรรมลักษณะใดก็ตามที่ เป็ นของรุ่นพ่อแม่แล้ วไปปรากฏอยูใ่ นรุ่นถัดมา อาจเรี ยกลักษณะทางพันธุกรรมดังกล่าวว่า กรรมพันธุ์ หากตัดสินว่าลักษณะใดลักษณะเป็ นลักษณะทางพันธุกรรมนันจะไม่ ้ สามารถใช้ การ ตัดสินโดยดูจากสิ่งที่ปรากฏอยูใ่ นรุ่นลูกเท่านัน้ แต่จะต้ องทาการสังเกตหลายชัว่ อายุ เพราะ ลักษณะทางพันธุกรรมหรื อกรรมพันธุ์บางอย่าง อาจข้ ามปรากฏในรุ่นหลานได้ พันธ ุศาสตร์(genetics) เป็ นวิธีที่วา่ ด้ วยการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและการแปร ผันทางพันธุกรรม ลักษณะทางพันธ ุกรรม (genetic character) หมายถึง ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ แตกต่างกันและสามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึง่ ไปยังรุ่นต่อไปได้


ลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม คือ ลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆในยีนแต่ละคู่จะควบคุมลักษณะ

ของสิง่ มีชีวิตลักษณะเดียวกัน เช่น ลักษณะใบหน้าถูกควบคุม โดยยีน A โครโมโซมแท่งหนึ่ง และยีน a บนโครโมโซมอีกแท่นหนึ่ง ลักษณะใบหน้าที่ปรากฏออกมาจึงขึ้นอยูก่ ับว่า ยีนทีอ่ ยู่บนโครโมโซมทั้งสองเป็นยีนที่ควบคุม หรือกาหนดให้มีลักษณะใบหน้าเป็นแบบ ใด (กลม เหลี่ยม หรือ รูปไข่ )สิ่งมีชีวิตจะถ่ายทอดไปทาง " ยีน " ที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์

(ที่มา : http://www.bioarunya.th.gs/web-b/ioarunya/bio021.htm)

ในการแบ่งเซลล์เพือ่ สร้างเซลล์สืบพันธุ์ ( เซลล์ไข่และอสุจิ ) โครโมโซมแต่ละคู่จะแยกจากกันไปอยูใ่ นเซลล์ใหม่ ( เซลล์ที่ จะเจริญไปเป็นเซลล์สบื พันธุ์ ) ทาให้ยีนที่อยู่บนโครโมโซมแยกกันไปด้วย และเมื่อเซลล์ไข่ และ อสุจิมารวมกันในการปฏิสนธิ ยีนก็ จะมาเข้าคู่กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยีนคูใ่ หม่ที่ได้นี้ครึ่งหนึ่งจะมาจากพ่อ ( จากเซลล์อสุจิ ) ส่วนอีกครึ่งหนึง่ จะมาจากแม่(จากเซลล์ไข่ ) เซลล์ใหม่ที่ได้ ( เซลล์ลูก ) จึงมียีนของทั้งพ่อและแม่รวมกันและได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่มาด้วย

(ที่มา : http://school.obec.go.th/wattammaram/web10/pattukoom/taytodpatukoom.html)


เซลล์สืบพันธุ์ของคน

เซลล์สืบพันธุ์ของคน คือ เซลล์ไข่ อยู่ในรังไข่ ของผูห้ ญิง และเซลล์อสุจิ อยู่ในอัณฑะของ ผูช้ าย โดยเซลล์สืบพันธุจ์ ะมีโครโมโซมเพียง ครึ่งหนึง่ ของเซลล์ร่างกาย

การที่เซลล์สืบพันธุ์มีจานวนโครโมโซมเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย ก็เพราะกลุ่มเซลล์ที่ทาหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์จะแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ซึ่งผลการแบ่งเซลล์แบบนี้ จะทาให้โครโมโซมที่อยู่เป็นคู่ ๆ แยกออก จากกันไปอยู่ในเซลล์ใหม่ คือ เซลล์ที่จะเป็นเซลล์ไข่ หรือเซลล์อสุจิ จึง ทาให้เซลล์ดังกล่าวมีโครโมโซมเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม เช่น ในคนมี โครโมโซม 46 แท่ง หรือ 23 คู่ ดังนั้น เซลล์ไข่ และอสุจิของคนจะมี โครโมโซมเซลล์ละ 23 แท่ง

เมื่อเซลล์ไข่และอสุจิผสมกัน โครโมโซม 23 แท่ง จากเซลล์ อสุจิและโครโมโซมอีก 23 แท่งจากเซลล์ไข่จะมาจับคู่กันได้เซลล์ ใหม่ที่เกิดจากการผสมของเซลล์ไข่กับอสุจิ ที่เรียกว่า ไซโกต ซึ่งจะมีจานวนโครโมโซม 23 คู่ และมีการเจริญแบ่งเซลล์เป็น เซลล์ร่างกายที่มีโครโมโซม23 คู่ หรือ 46 แท่งเท่าเดิม


ความแปรผันทางพันธุกรรม

สิ่งมีชวี ติ สปีชสี ์เดียวกัน ย่อมมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายคลึงกันมากกว่าสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ กันหรือสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีลักษณะคล้ายกันมีความแตกต่างกันน้อยกว่าสิ่งมีชีวิตต่าง ชนิดกัน ความแตกต่างเหล่านี้เนื่องจากพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ลักษณะทางพันธุกรรม จาแนกได้ 2 ประเภท

1. ลักษณะทางพันธุกรรมทีม่ คี วามแปรผันต่อเนือ่ ง (CONTINUOUS VARIATION) เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความลดหลั่นกันทีละน้อย

สามารถน้ามาเรียงล้าดับกันได้ เช่น ความสูง น้าหนัก สีผิว เป็นต้น เป็น ลักษณะทางปริมาณ

2. ลักษณะทางพันธุกรรมทีม่ คี วามแปรผันไม่ตอ่ เนือ่ ง (DISCONTINUOUS VARIATION) เป็นลักษณะที่แบ่งเป็นกลุ่ม

ได้อย่างชัดเจน เช่นหมู่เลือดของคน ลักษณะผิวเผือก ลักยิม ติง่ หู การ ห่อลิน เป็นต้น เป็นลักษณะทางคุณภาพ


ข้อสังเกต โดยทั่วไป ลักษณะที่มีความแปรผันแบบต่อเนื่อง เช่น สีผิว นั้น สิ่งแวดล้อมจะมีอิทธิพลต่อการ แสดงลักษณะในสัดส่วนที่มากกว่าลักษณะที่มีความ แปรผันแบบไม่ต่อเนื่อง เช่น หมู่เลือด

(ที่มา :http://nara2.homeip.net/~salamai/e_learning/genetic/chromosome.html)


ลักษณะทางพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีน 1 หรือ 2 คู่ ภายในนิวเคลียส จะ แสดงออกตามกฎของเมนเดล ส่วนลักษณะทีถ่ ูกควบคุมด้วยยีนที่อยู่นอก นิวเคลียส คือยีนที่อยู่ในไซโทพลาซึม จะไม่แสดงออกตามกฎของเมนเดล นอกจากนี้ยังมียีนบางกลุ่มในนิวเคลียส แต่ไม่แสดงออกตามกฎของเมน เดล กลับแสดงลักษณะปรากฏไปตามอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม

ความแตกต่างของลักษณะสิ่งมีชีวิตไม่ใช่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมที่ต่าง กันเท่านั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อลักษณะทาง พันธุกรรม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1. อิทธิพลจากสิง่ แวดล้อมภายนอก ได้แก่ อุณหภูม,ิ แสงสว่าง อาหาร สารเคมี รังสีต่างๆ 2. อิทธิพลจากสิง่ แวดล้อมภายใน ได้แก่ อายุ เพศ และฮอร์โมน


พันธุกรรมคืออะไร