Page 1


ผู้มาเยือนหลังเที่ยงคืน ปีศาจตนนั้นปรากฏตัวหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย เช่นเดียวกับปีศาจทั้งหลาย คอเนอร์ตื่นอยู่ตอนที่มันมา เขาฝันร้าย ไม่ใช่แค่ฝันร้ายธรรมดา แต่เป็นฝันร้ายเรื่องนั้น ฝันร้ายที่หมู่นี้ เขาฝันบ่อยมาก ฝันร้ายเกี่ยวกับความมืด สายลม และเสียงกรีดร้อง ฝันร้าย ที่มีมือลื่นหลุดจากการจับกุมของเขาไม่ว่าเขาจะพยายามจับมันไว้แน่นแค่ ไหนก็ตาม ฝันร้ายที่ทุกครั้งมักลงเอยด้วย-“ไปให้พ้น” คอเนอร์กระซิบกับความมืดในห้องนอนของเขา และพยายาม ผลักดันฝันร้ายกลับไป เขาไม่ยอมให้มันตามติดมาสู่โลกในยามตื่น “ไปให้พ้น เดี๋ยวนี้เลย” คอเนอร์ชายตามองนาฬิกาที่แม่ตั้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง 24:07 น. เที่ยงคืน เจ็ดนาที ซึ่งดึกแล้วสำ�หรับคืนที่วันรุ่งขึ้นต้องไปโรงเรียน ที่แน่ๆ ดึกมากแล้ว สำ�หรับวันอาทิตย์ คอเนอร์ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเกี่ยวกับฝันร้ายเรื่องนี้ เขาไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง ไม่ได้เล่าให้คนอื่นฟังด้วย ไม่ได้เล่าให้พ่อฟังเวลาที่พ่อโทรศัพท์มาทุกๆ สอง สัปดาห์ (หรือในราวนั้น) ที่แน่ๆ เขาไม่เล่าให้คุณยายฟัง และไม่เล่าให้ใครที่ โรงเรียนฟังเลย ไม่เล่าแน่นอน

1


สิ่งที่เกิดขึ้นในฝันร้ายนั้น ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจำ�เป็นต้องรู้ คอเนอร์กะพริบตาปริบๆ มองรอบห้องนอนอย่างงัวเงีย แล้วก็ขมวดคิ้ว มีอะไรบางอย่างขาดหายไป เขาผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง และตื่นเต็มตาขึ้นอีกนิด ฝันร้ายนั้นกำ�ลังเลือนหายไป แต่มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจชี้ชัดได้ อะไร บางอย่างที่แตกต่างออกไป อะไรบางอย่าง-คอเนอร์เงี่ยหูฟังในความเงียบ แต่ทั้งหมดที่ได้ยิน คือบ้านอันเงียบสงบ รอบตัว เสียงดังติ๊กๆ เป็นครั้งคราวจากชั้นล่างที่ว่างเปล่า และเสียงสวบสาบ ของผ้าปูที่นอนจากห้องนอนของแม่ที่อยู่ข้างๆ ไม่มีอะไรเลย แล้วก็มีอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่คอเนอร์ตระหนักว่าเป็นสิ่งที่ปลุก เขาให้ตื่นขึ้นมา ใครบางคนกำ�ลังเรียกชื่อเขา คอเนอร์ คอเนอร์รู้สึกตื่นตระหนกและท้องไส้บิดเป็นเกลียว มันตามเขามายังงั้นหรือ มันก้าวออกจากฝันร้ายได้จริงๆ หรือ และ-“อย่าโง่ไปหน่อยเลย” คอเนอร์บอกตัวเอง “นายโตเกินกว่าจะเชื่อเรื่อง ปีศาจแล้ว” เขาโตแล้วจริงๆ คอเนอร์อายุครบสิบสามปีเมื่อเดือนก่อนนี้เอง ปีศาจ มีไว้หลอกเด็กทารก ปีศาจมีไว้สำ�หรับเด็กที่ชอบฉี่รดที่นอน ปีศาจมีไว้ สำ�หรับ--

2


คอเนอร์ เอาอีกแล้ว คอเนอร์กลืนน้ำ�ลาย มันเป็นเดือนตุลาคมที่อบอุ่นผิดปกติ และ หน้าต่างห้องนอนของเขายังเปิดอยู่ บางทีอาจเป็นเสียงผ้าม่านที่เสียดสีกัน เบาๆ ใต้สายลมอ่อนๆ ทำ�ให้ฟังเหมือน-คอเนอร์ เอาละ มันไม่ใช่เสียงลม มันเป็นเสียงพูดแน่นอน แต่ไม่ใช่เสียงคนที่เขา รู้จัก ที่แน่ๆ ไม่ใช่เสียงแม่ มันไม่ใช่เสียงผู้หญิงเลยสักนิด คอเนอร์นึกสงสัย ขึ้นมาแวบหนึ่งว่าพ่อเขาเดินทางมาจากอเมริกาโดยที่พวกเขาไม่รู้หรือเปล่า และมาถึงดึกเกินกว่าจะโทรศัพท์มาบอก และ-คอเนอร์ ไม่ ไม่ใช่เสียงพ่อ เสียงนี้มีลักษณะเฉพาะของมันเอง เป็นลักษณะเสียง ของปีศาจที่ฟังดูบ้าคลั่งและดุร้าย แล้วเขาก็ได้ยินเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดอย่างแรงอยู่ข้างนอก ราวกับมีอะไร บางอย่างที่ใหญ่มหึมากำ�ลังเดินอยู่บนพื้นไม้ คอเนอร์ไม่อยากลุกไปดู แต่ในขณะเดียวกัน ใจหนึ่งเขาก็อยากดูมากกว่า อะไรทั้งหมด เวลานี้คอเนอร์ตื่นเต็มตาแล้ว เขาดันผ้าห่มออก ลงจากเตียง แล้วเดินไป ที่หน้าต่าง ภายใต้แสงจันทร์นวลคอเนอร์สามารถมองเห็นตัวโบสถ์ตั้งอยู่บน เนินเขาเล็กๆ หลังบ้านของเขาได้อย่างชัดเจน โบสถ์หลังที่มีรางรถไฟทอดโค้ง อยู่ด้านข้าง รางเหล็กสองรางดูเป็นประกายหม่นๆ ในยามราตรี ดวงจันทร์ ทอแสงอาบสุสานที่อยู่ติดกับโบสถ์ ในสุสานเต็มไปด้วยหินจารึกเหนือหลุมฝัง ศพที่ใครๆ ก็อ่านแทบไม่ได้แล้ว

3


คอเนอร์ ม องเห็ น ต้ น ยู ต้ น ใหญ่ ยั ก ษ์ ที่ ขึ้ น อยู่ ต รงกลางสุ ส านด้ ว ย เป็นต้นไม้เก่าแก่โบราณมากจนดูเหมือนกับว่ามันทำ�มาจากหินก้อนเดียว กับที่สร้างโบสถ์ คอเนอร์รู้ว่ามันเป็นต้นยูก็เพราะแม่บอก ทีแรกแม่บอก สมัยเขายังเด็กเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่กินลูกเบอร์รีมีพิษของมัน และบอก อี ก ครั้ ง เมื่ อ ปี ก่ อ นตอนที่ แ ม่ เ ริ่ ม มองออกนอกหน้ า ต่ า งห้ อ งครั ว พร้ อ ม สีหน้าแปลกๆ และพูดว่า “รู้มั้ยจ๊ะว่านั่นคือต้นยู” แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองอีกครั้ง คอเนอร์ ราวกับว่ามันกำ�ลังกระซิบอยู่ข้างหูทั้งสองข้างของเขา “มีอะไร” คอเนอร์ถามขณะที่หัวใจเต้นโครมคราม จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าหมด ความอดทนกับอะไรก็ตามที่กำ�ลังจะเกิดขึ้น เมฆก้อนหนึ่งเคลื่อนคล้อยมาบดบังดวงจันทร์ ทำ�ให้พื้นที่ทั้งหมดตกอยู่ ในความมืด เสียงลมพัด วูบ ลงมาตามเนินเขา และเข้ามาในห้องนอนของ คอเนอร์จนผ้าม่านพลิ้วสะบัด เขาได้ยินเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดและดังกรอบแกรบอีกครั้ง มันส่งเสียงครางเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิต เหมือนเป็นท้องที่หิวโหย ของโลกที่กำ�ลังร้องโครกครากขออาหาร แล้วเมฆก้อนนั้นก็ลอยผ่านไป ดวงจันทร์สาดแสงอีกครั้ง บนต้นยู ซึ่งเวลานี้ยืนหยัดอย่างมั่นคงตรงกลางสนามหลังบ้านของเขา และนี่คือปีศาจ ขณะที่คอเนอร์เฝ้าจับตามอง กิ่งด้านบนสุดของต้นไม้ต้นนั้นก็รวมตัว กันเป็นใบหน้าที่ใหญ่มากและน่ากลัว แสงจันทร์ระยิบระยับสะท้อนให้เห็น ปาก จมูก และแม้กระทั่งดวงตาที่กำ�ลังเขม้นมองกลับมาที่เขา กิ่งอื่นๆ บิดเบี้ยวเกี่ยวพันกันและกัน ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดและส่งเสียงครางไม่ขาดสาย จนกระทั่งกลายเป็นแขนยาวๆสองข้าง และขาข้างที่สองที่เหยียบลงข้าง ลำ�ต้นใหญ่ของมัน ส่วนอื่นที่เหลือของต้นไม้รวมตัวกันเป็นกระดูกสันหลัง


แล้วก็ลำ�ตัว ใบไม้แหลมๆ เหมือนเข็มถักทอตัวมันเองเข้าด้วยกันเป็นผิว สีเขียวมีขนที่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวและหายใจได้ ราวกับมันมีกล้ามเนื้อและ ปอดอยู่ข้างใต้ ปีศาจตัวนี้สูงกว่าหน้าต่างห้องนอนของคอเนอร์อยู่แล้ว และตอนนี้กำ�ลัง ขยายกว้างขึ้นขณะที่มันรวบรวมตัวเองเข้าด้วยกันจนกลายเป็นรูปร่างที่ดู ทรงพลัง รูปร่างที่ดูแข็งแรง และดูมีอำ�นาจมาก มันจ้องคอเนอร์ตลอดเวลา เขาได้ยินเสียงหายใจดังฟืดฟาดจากปากของมัน มันวางมือใหญ่ยักษ์บน สองข้างของหน้าต่าง ก่อนจะก้มหัวลงจนดวงตาคู่โตเบ้อเริ่มโผล่เต็มกรอบ หน้าต่าง และถลึงมองตรึงคอเนอร์ไว้กับที่ บ้านของคอเนอร์ส่งเสียงคราง เบาๆ ภายใต้น้ำ�หนักของมัน


แล้วปีศาจก็พูดขึ้นว่า คอเนอร์ โอ’มัลเลย์ มันพูด ลมหายใจอุ่นๆ กลิ่น เหมื อ นปุ๋ ย หมั ก พั ด วู บ ผ่ า นเข้ า มาทางหน้ า ต่ า งของ คอเนอร์ ทำ�ให้ผมของเขาสะบัดไปข้างหลัง เสียง คำ�รามต่ำ�ๆ ของมันดังลั่นและสั่นสะเทือนลึกมากจน คอเนอร์รู้สึกได้ในอก ฉันมาเพื่อรับตัวเธอ คอเนอร์ โอ’มัลเลย์ ปีศาจพูด พลางดันร่างเบียดชิดบ้านจนบ้านสั่น ทำ�ให้รูปภาพ หล่นจากกำ�แพงห้องของคอเนอร์ หนังสือ อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และตุ๊กตาแรดยัดนุ่นเก่าๆ ตัวหนึ่งกลิ้ง หลุนๆ ลงบนพื้น ปีศาจ คอเนอร์คิด ปีศาจของจริง ปีศาจตัวเป็นๆ ในชีวิตจริงที่กำ�ลังตื่นอยู่ ไม่ใช่ในความฝัน แต่เป็นที่นี่ ตรงหน้าต่างของเขา มารับตัวเขา แต่คอเนอร์ไม่ได้วิ่งหนี อันทีจ่ ริง คอเนอร์พบว่าเขาไม่ได้หวาดกลัวด้วยซ้�ำ ทั้งหมดที่เขารู้สึก ทั้งหมดที่เขาเคยรู้สึกนับตั้งแต่ ปีศาจเปิดเผยตัว คือความผิดหวังที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนี่ไม่ใช่ปีศาจที่เขาคาดหวังไว้ “งั้นก็มารับตัวผมไปสิ” คอเนอร์บอก – • –

8


ความเงียบที่แปลกประหลาดเข้าครอบงำ� เธอพูดว่าอะไรนะ ปีศาจถาม คอเนอร์ยกแขนกอดอก “ผมบอกว่า งั้นก็มารับตัวผมไปสิ” ปีศาจชะงักครู่หนึ่ง แล้วมันก็ทุบบ้านโครมๆ ด้วยกำ�ปั้นทั้งสองข้างพร้อม เสียงคำ�ราม เพดานห้องนอนคอเนอร์ยุบใต้แรงทุบ ทำ�ให้เกิดรอยร้าวใหญ่มาก บนกำ�แพง ลมพัดอื้ออึงเข้ามาในห้อง เสียงคำ�รามด้วยความเกรี้ยวกราดของ ปีศาจดังสะเทือนในอากาศ “เชิญตะโกนตามสบาย” คอเนอร์พูดเสียงแผ่วเบาพลางยักไหล่ “ผมเคย เห็นที่มันแย่กว่านี้มาแล้ว” ปีศาจคำ�รามเสียงดังมากขึ้นไปอีก พลางชกแขนข้างหนึ่งผ่านหน้าต่าง ของคอเนอร์เข้ามา ทำ�ให้กระจก ไม้ และอิฐแตกกระจาย มือใหญ่ยักษ์ บิดเบี้ยวที่เกิดจากกิ่งไม้พันกันคว้าจับกลางตัวคอเนอร์ แล้วยกร่างเขาขึ้นจาก พื้น มันเหวี่ยงคอเนอร์ออกจากห้องเข้าไปสู่ความมืด และลอยสูงเหนือสนาม หลังบ้าน มันชูตัวเขาขึ้นในรัศมีแสงจันทร์ และบีบชายโครงคอเนอร์แน่น จนเขาหายใจแทบไม่ออก คอเนอร์มองเห็นฟันขรุขระที่ทำ�จากไม้เนื้อแข็ง ตะปุ่มตะป่ำ�ในปากที่อ้ากว้างของปีศาจ และรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่พุ่งวาบ มาทางเขา แล้วปีศาจก็ชะงักอีกครั้ง เธอไม่กลัวจริงๆ ใช่มั้ย “ไม่กลัว” คอเนอร์ตอบ “อย่างน้อยก็ไม่กลัวคุณ” ปีศาจหรี่ตาลง แล้วเธอจะต้องกลัว ปีศาจพูด ก่อนที่เรื่องนี้จะจบลง และสิ่งสุดท้ายที่คอเนอร์จำ�ได้ก็คือ ปีศาจกำ�ลังอ้าปากคำ�รามเพื่อกลืนกิน เขาทั้งเป็น

9

A monster calls 3 smallest ch1  

ch1

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you