Page 1

1


1

1


2

คํานํา จากวิสยั ทัศนของผูบ ริหารกรมสงเสริมการเกษตรทีไ่ ดเห็นความสําคัญของการพัฒนาการเกษตรอยางเปนระบบและ ทันสมัย จึงไดกอตั้งกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2550 เพื่อเปนการรองรับสภาวะแวดลอมและสังคม การเกษตรทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป เนือ่ งจากทัว่ โลกมีการพัฒนาเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเขามาใชในการเกษตร เพือ่ บรรเทาภาระหนักของ เกษตรกร ประกอบกับเกษตรกรตองการความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว และความทันสมัยในการประกอบอาชีพ รวมถึงจํานวน เกษตรกรทีล่ ดนอยลงและมีอายุในชวงสูงวัย อีกทัง้ ผูบ ริโภคตองการผลผลิตเกษตรทีม่ คี ณ ุ ภาพ สม่ําเสมอและไววางใจได โดยมีการ กําหนดมาตรฐานเชิงคุณภาพและปริมาณทีช่ ดั เจนขึน้ นอกจากนีห้ นวยงานทางดานวิศวกรรมเกษตรทีม่ อี ยูใ นประเทศไทยทุกแหงมีหนาทีห่ ลักในการวิจยั พัฒนา ซึง่ เปนงาน ในเชิง micro จึงมีเพียงกรมสงเสริมการเกษตรทีด่ ําเนินงานในลักษณะการสงเสริมประยุกต ถายทอด และบริการ ซึง่ เปนงานในเชิง macro ทีร่ วบรวมเทคโนโลยีการวิจยั พัฒนาของทุกสถาบัน ทัง้ ในและตางประเทศ ทัง้ ภาครัฐและเอกชน มาประยุกตและถายทอดแก เกษตรกร ทั้งนี้ กรมสงเสริมการเกษตรไดเริ่มงานการสงเสริมวิศวกรรมเกษตรในรูปแบบของงานสงเสริมการใชเครื่องจักรกล การเกษตรมาตัง้ แตป พ.ศ. 2522 และพัฒนาขอบขายของงานเพิม่ ขึน้ ตามความเจริญของเทคโนโลยีวศิ วกรรมเกษตรมาจนปจจุบนั กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรมีอํานาจหนาทีท่ สี่ ําคัญ คือ 1. พัฒนาและสงเสริมงานดานวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วของกับการเกษตร 2. จัดทํากลยุทธแผนงาน/โครงการการสงเสริมงานดานวิศวกรรมเกษตรของประเทศ 3. บริการวิชาการสนับสนุนงานสงเสริมการเกษตร โดยการคํานวณ ออกแบบ เปนทีป่ รึกษาและวิทยากรดานวิศวกรรม การจัดการทีด่ นิ วิศวกรรมเครือ่ งจักรกลการเกษตร วิศวกรรมการแปรรูปและลอจิสติกส และวิศวกรรมโครงสรางพืน้ ฐานการเกษตร ภายใตพระราชบัญญัตวิ ชิ าชีพวิศวกรรม นโยบาย กฎหมาย ขอบังคับ มาตรการ และพันธะสัญญาระหวางองคกร 4. ดําเนินการตรวจสอบ กลั่นกรอง สรางระบบปฏิบัติการและควบคุมงานที่เกี่ยวของกับระบบงานทางเทคนิคและ วิศวกรรมใดๆ เพือ่ สนับสนุนการบริหารจัดการสินทรัพยทอี่ ยูใ นอํานาจหนาทีแ่ ละความรับผิดชอบของกรมสงเสริมการเกษตร 5. ควบคุม กํากับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผล และรายงานผลงานดานการสงเสริมวิศวกรรมเกษตร 6. เปนศูนยกลางในการบริหารจัดการและประสานการดําเนินงานดานการสงเสริมวิศวกรรมของกรมสงเสริมการเกษตร มีอัตรากําลังทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค รวม 136 คน ประกอบดวย ขาราชการ จํานวน 49 คน ลูกจางประจํา 34 คน และ พนักงานราชการ จํานวน 53 คน ในป 2552 กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร มีงบประมาณในการดําเนินงานทัง้ สิน้ 838,290 บาท ประกอบดวย งบบริหาร จัดการ 462,830 บาท งบโครงการนิทรรศการและประชุมสัมมนา 375,460 บาท รายงานผลการดําเนินงานของกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรประจําป 2552 นี้ เปนผลการดําเนินงานเฉพาะในสวนทีเ่ ปน กิจกรรมหลักของกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ซึง่ ประกอบดวยกลุม งานตางๆ ในสวนกลางและศูนยสง เสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1-6 นอกจากนีย้ งั มีภารกิจทีใ่ หการสนับสนุนหนวยงานตางๆ ทัง้ ภายในและภายนอกกรม อีกจํานวนหนึง่ ทัง้ นี้ ผลงานทัง้ ปวงเกิดจาก ความรวมมือรวมใจและทุม เทกําลังกายและกําลังใจของบุคลากรทุกตําแหนงของกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร

นางดาเรศร กิตติโยภาส ผูอ ํานวยการกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมสงเสริมการเกษตร

2


3

แผนผังโครงสรางกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร

กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร

กลุมอํานวยการ

กลุมวิศวกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร

กลุมวิศวกรรมแปรรูปและลอจิสติกส

กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน

กลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร

ฝายชาง

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 1 จังหวัดชัยนาท

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 3 จังหวัดรอยเอ็ด

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 4 จังหวัดเพชรบุรี

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 5 จังหวัดลพบุรี

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมที่ 6 จังหวัดสุพรรณบุรี

3


4

โครงการหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตรภายใตแผนปฏิบัติการแกไขปญหาหมอกควันและไฟปา ป2552

เพื่อเรงรัดจัดการปญหาการเผา ในพื้ น ที่ ก ารเกษตร ซึ่ ง เกิ ด จาก การเผาเศษวัสดุเหลือใชในพื้นที่ การเกษตรให เ กิ ด ผลอย า งเป น รูปธรรม ตอเนื่อง และจริงจัง สรางและพัฒนาเครือขายเกษตรกร ปลอดการเผาในพื้นที่เสี่ยงตอการ เผาสู งทั่ ว ประเทศ เน น หนั ก 29 จั ง หวั ด ได แ ก จั ง หวั ด ปทุ ม ธานี พระนครศรีอยุธยา สิงหบุรี ลพบุรี ชั ย นาท สุ พ รรณบุ รี กาญจนบุ รี อ า งทอง นครนายก เชี ย งใหม เชียงราย ลําพูน ลําปาง พะเยา แพร นาน ตาก สุโขทัย กํ าแพงเพชร พิ ษ ณุ โ ลก พิ จิ ต ร นครสวรรค อุทัยธานี แมฮองสอน ขอนแกน นครราชสีมา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และ สระแกว รวม 720 แหง เกษตรกร 14,400 ราย จัดตัง้ ศูนยเครือ่ งจักรกลการเกษตร ปลอดการเผาในรูปแบบวิสาหกิจ ชุมชนใหบริการการไถกลบตอซัง ฟางขาวทดแทนการเผา จํ านวน 5 แหง

ป 2546 ประเทศไทยไดใหสตั ยาบันตอขอตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจาก หมอกควันขามแดน (ASEAN AGREEMENT ON TRANSBOUNDARY HAZE POLLUTION) และเพือ่ เปนการเตรียมแผนงานและมาตรการในการรองรับขอตกลง ดังกลาว จึงไดจัดทําแผนแมบทแหงชาติวาดวยการควบคุมการเผาในที่โลง ซึ่ง กําหนดใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับผิดชอบดํ าเนินยุทธศาสตรที่ 2 การ จัดการเศษวัสดุเหลือใชทางการเกษตรทดแทนการเผา โดยมอบหมายใหกรม สงเสริมการเกษตรดําเนินงานโครงการสรางเครือขายเกษตรกรปลอดการเผา ประกอบกับในป 2550 ประเทศไทยไดประสบปญหาหมอกควันและฝุนละออง ปกคลุมประเทศ รัฐบาลจึงไดมอบหมายใหกรมสงเสริมการเกษตรรับผิดชอบ ดํ าเนินการจัดตั้งศูนยเครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผาเพื่อแกไขปญหา ขอจํากัดของเครือ่ งมือการเกษตรทีเ่ กษตรกรใชอยู กรมสงเสริมการเกษตรไดรว มมือกับกรมควบคุมมลพิษดําเนินการสาธิต และถายทอดความรูแ กเกษตรกรตัง้ แตป 2547 เปนตนมา โดยมีกลยุทธหลักในการ เสริมสรางความรูค วามเขาใจดานผลกระทบจากการเผา และการนําเสนอทางเลือก ในการใช เ ทคโนโลยี ก ารเกษตรทดแทนการเผา มี ศู น ย บ ริ ก ารเครื่ อ งจั ก รกล การเกษตรไวใหบริการแกสมาชิกและเกษตรกรขางเคียงเพื่อเปนจุดนํารองการใช เทคโนโลยีทางการเกษตรทีส่ ามารถแกไขปญหาการเผาในพืน้ ทีเ่ กษตรกรรม พรอม สรางสื่อประชาสัมพันธใหมีการขยายผลไปสูเกษตรกรในพื้นที่อื่นไดโดยกลไก ธรรมชาติ

ในป 2552 กรมฯ ไดกําหนดใหเปนโครงการตามยุทธศาสตรของกรม สงเสริมการเกษตร มีผลงานดังนี้

4


5

1. สรางความรวมมือรวมใจของชุมชนในการแกไขป ญ หาการเผาใน พื้นที่ ก ารเกษตร โดยส งเสริ มให เกษตรกรรวมตัว กันเปนเครือขา ยเกษตรกร ปลอดการเผา รวม 726 แหง มีการถายทอดความรูแ กเกษตรกร รวม 11,667 ราย และสรางวิทยากรอาสาสมัครดานการทํ าการเกษตรปลอดการเผาประจํ ารวม 1,045 ราย 2. พัฒนากลุมเครือขายเกษตรกรปลอดการเผาที่ไดจัดตั้งไวแลวตั้งแต ป 2549 รวม 532 กลุม โดยจัดการประกวดกลุมเครือขายเกษตรกรปลอดการ เผาดี เ ด น ในระดั บ ประเทศ 4 รางวั ล และระดั บ จั ง หวั ด 28 รางวั ล เพื่ อ สร า ง แรงจูงใจในการดําเนินการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร 3. จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนศูนยเครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผาที่มี การใหบริการการไถกลบตอซังฟางขาวทดแทนการเผา เพื่อใชเปนแหลงเรียนรู ของเกษตรกร รวม 5 แหง ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อางทอง ลพบุรี พิษณุโลก และเชียงใหม โดย • ฝกอบรมเตรียมความพรอมกลุมเครือขายเกษตรกรปลอดการเผา เปาหมาย จํานวน 5 แหง รวม 213 ราย ใหสามารถรับผิดชอบและรองรับการ ปฏิ บั ติ ง านการให บ ริ ก ารความรู แ ก ชุ ม ชนและเกษตรกรที่ เ ข า มาศึ ก ษา ทั้งดานเทคนิคและการบริหารจัดการดานการบริการเครื่องจักรกลการเกษตรใน รูปแบบวิสาหกิจชุมชน • จั ด สาธิ ต ถ า ยทอดความรู เ ทคนิ ค เครื่ อ งจั ก รกลการเกษตรและ

โดย กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 5

5


6

โครงการสงเสริมการผลิตพืชพลังงาน

เพื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต มั น สํ า ปะหลั ง โดยการพั ฒ นา วิธีการเตรียมดิน ดําเนินการจัดทําแปลงสาธิตการ ไถระเบิ ด ดิ น ดานในพื้ น ที่ ที่ มี ปญหาดินดานในพื้นที่เพาะปลูก มันสําปะหลังที่สําคัญ 4 จังหวัด

ป 2552 กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรและสํานักสงเสริมและจัดการ สินคาเกษตรไดรวมดําเนินกิจกรรมจัดทําแปลงเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพการ การผลิตมันสําปะหลัง (ไถระเบิดดินดาน) ภายใตโครงการสงเสริมการผลิตพืช พลังงาน เพื่อสาธิตและถายทอดความรูดานการพัฒนาวิธีการเตรียมดินในพื้นที่ เพาะปลูกมันสําปะหลัง ชวยฟนฟูโครงสรางดินและทําลายการอัดแนนของชั้นดิน ที่เ ป นอุป สรรคของการเจริ ญ เติ บ โตที่สมบูร ณของพืช รวมถึ ง การลดปริม าณ วัชพืช สงผลใหเกษตรกรไดรับผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น

จัดทําแปลงเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลัง รวม 613 ไร ในพื้ น ที่ โ ครงการสงเสริ ม การผลิต พื ชพลังงาน ในจั งหวั ดสุพ รรณบุ รี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดอุทัยธานี รายละเอียด ดังนี้ 1. จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ตําบลลาดกระทิง อําเภอสนามชัยเขต พื้นที่ 150 ไร เกษตรกร 15 ราย 2. จั ง หวั ด ปราจี น บุ รี ณ ตํ า บลวั ง ท า ช า ง อํ า เภอกบิ น ทร บุ รี พื้ น ที่ 150 ไร เกษตรกร 15 ราย 3. จั ง หวั ด อุ ทั ย ธานี ณ ตํ า บลหู ช า ง อํ า เภอบ า นไร พื้ น ที่ 160 ไร เกษตรกร 16 ราย 4. จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ตําบลดานช าง อําเภอดานชาง และตํา บล หนองขาม อําเภอหนองหญาไซ พื้นที่ 153 ไร เกษตรกร 23 ราย

โดย กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 6

6


7

โครงการนิคมการเกษตรพืชอาหารและพืชพลังงานทดแทน

เพื่ อ เพิ่ ม ศั ก ยภาพการผลิ ต พื ช อาหารและพื ช พลั ง งานรองรั บ นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ภาคการเกษตร ป 2551-2552 สาธิ ต และถ า ยทอดความรู ด า น การพั ฒ นาวิ ธี ก ารเตรี ย มดิ น ใน พื้ น ที่ ป ลู ก พื ช อาหารและพื ช พลังงานทดแทน

กระทรวงเกษตรและสหกรณไดกําหนดกรอบนโยบายดําเนินงานใน ภาพรวม เพื่อใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐบาล ดวยการพัฒนา เกษตรกรสู 3 จุดมุงหมาย คือ เกษตรเพื่อเกษตร เกษตรเพื่อประชาชน และ เกษตรเพื่อเศรษฐกิจ โดยกําหนดใหมีการบูรณาการการทํางานของหนวยงาน ภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปแบบของนิค ม การเกษตร โดยเปนโครงการความรวมมือระหวางกรมสงเสริมการเกษตร กับ สํ า นั ก งานการปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรม และมอบหมายให ก รมส ง เสริ ม การเกษตรเป น หน ว ยงานด า นการสาธิ ต และถ า ยทอดความรู เ ทคโนโลยี เครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ดํ า เนิ น การนํ า ร อ งสาธิ ต และถ า ยทอดความรู ด า นการพั ฒ นาวิ ธี ก าร เตรียมดินเพื่อยกระดับการผลิตพืช โดยใชเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรใน การเตรียมดินเพื่อฟนฟูโครงสรางดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช โดยใน พื้นที่ผลิต พืชไรใ ชชุดเครื่องมื อไถระเบิดดินดาน สําหรับ จัดทําแปลงสาธิ ตใน จังหวัดนครราชสีมา รวม 511 ไร และสําหรับพื้นที่ปลูกขาวใชชุดเครื่องมือไถ กลบตอซังฟางขาว สําหรับการจัดทําแปลงสาธิตในจังหวัดรอยเอ็ดและสุรินทร รวม 3,314 ไร

โดย กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1 –6

7


8

โครงการความรวมมือระหวางกรมสงเสริมการเกษตรและสถาบันพัฒนามันสําปะหลังแหงประเทศไทย

ปรั บ ปรุ ง โครงสร า งดิ น โดย พั ฒ นาระบบการเตรี ย มดิ น เพื่ อ เพิ่ ม ศั ก ยภาพการเจริ ญ เติ บ โต และผลผลิตมันสําปะหลัง ในพื้นที่ ที่ไดรับผลผลิตต่ํา เพื่อสาธิตและถายทอดความรูแก เกษตรกร

กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรรวมกับสถาบันพัฒนามันสําปะหลังแหง ประเทศไทยดําเนินการจัดทําแปลงสาธิตการพัฒนาวิธีการเตรียมดินเพื่อปลูกมัน สําปะหลัง โดยใชชุดเครื่องจักรกลการเกษตรในการไถระเบิดดินดาน เพื่อฟนฟู โครงสร า งดิ น ในพื้ น ที่ ป ลู ก ขยายพั น ธุ มั น สํ า ปะหลั ง ของสถาบั น พั ฒ นา มันสําปะหลังแหงประเทศไทย

พัฒนาพืน้ ทีเ่ พาะปลูกมันสําปะหลังดวยการปรับเปลีย่ นวิธกี ารเตรียมดิน โดยใชเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรในการไถระเบิดดินดาน ในพื้นที่ปลูก ขยายพันธุมันสําปะหลัง หวยบง 80 ของสถาบันพัฒนามันสําปะหลังแหงประเทศ ไทย อําเภอดานขุดทด จังหวัดนครราชสีมา จํานวน 120 ไร จากการติ ด ตามผลงานดั ง กล า ว สถาบั น พั ฒ นามั น สํ า ปะหลั ง แห ง ประเทศไทย พบวาการเจริญเติ บโตของตนมันสําปะหลังในแปลงสาธิต และ แปลงเปรียบเทียบหลังจากปลูกมันสําปะหลัง 3 เดือน พบวาตนมันสําปะหลังใน แปลงสาธิต มีความสมบูรณมากกวาในแปลงเปรียบเทียบ กลาวคือ 1. มีความสูงมากกวาแปลงเปรียบเทียบ รอยละ 8.06 2. มีขนาดทรงพุมกวางกวาแปลงเปรียบเทียบ รอยละ 9.46 3. การเจริญเติบโตสม่ําเสมอมากกวาแปลงเปรียบเทียบ

โดย กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 2 และ ที่ 3

8


9

โครงการจัดระบบพิเศษเฉพาะพื้นที่มนั สําปะหลัง

ถ า ยทอดความรู แ ละเทคโนโลยี ระบบการให น้ํ า พื ช หลั ก สู ต ร สํ า หรั บ เจ า หน า ที่ แ ก บุ ค ลากร กรมส ง เสริ ม การเกษตรในส ว น ภูมิภาคใหสามารถเปนวิทยากร ใหคําปรึกษา แกไขปญหาในเรื่อง ระบบการให น้ํ า แก เ กษตรกรใน พื้นที่ไดอยางมีประสิทธิภาพ ถ า ยทอดความรู แ ละเทคโนโลยี ระบบการให น้ํ า พื ช หลั ก สู ต ร สําหรับเกษตรกรในพื้นที่ปลูกมัน สํ า ปะหลั ง ให ส ามารถเลื อ กใช ร ะ บ บ ก า ร ใ ห น้ํ า ที่ ถู ก ต อ ง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้ง รูจักวิธีการบํารุงรักษาระบบการ ใหน้ําอยางมีประสิทธิภาพ

การฝกอบรมถายทอดเทคโนโลยีระบบการใหน้ําพืช หลักสูตรระดับ เจาหนาที่ และหลัก สูต รระดั บ เกษตรกร เปนส ว นหนึ่ ง ของกิจกรรมโครงการ จัดระบบพิเศษเฉพาะพื้นที่มันสําปะหลังป 2550/2551 (จังหวัดนครราชสีมา และ บุรีรัมย) ภายใตโครงการกองทุนรวมเพื่อชวยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อใหเกิด การใช เ ทคโนโลยี ร ะบบการให น้ํ า พื ช ในการเพิ่ ม ผลผลิ ต มั น สํ า ปะหลั ง อย า ง กวางขวางและมีประสิทธิภาพ

ดําเนินการถายทอดความรูระบบการใหน้ําแบบสปริงเกลอรและแบบน้ํา หยดในแปลงปลู ก มั น สํ า ปะหลั ง ให แ ก เ จ า หน า ที่ ส ง เสริ ม การเกษตรเพื่ อ ให สามารถเปนที่ปรึกษาในการเลือกใชและบํารุงรักษาระบบการใหน้ําแกเกษตรกร ผูปลูกมันสําปะหลังไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพและใหเกษตรกรผูปลูกมัน สําปะหลังสามารถเลือกระบบการใหน้ําและวิธีการใชรวมถึงการบํารุงรักษาระบบ การใหน้ําอยางถูกตอง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทําใหผลผลิตเพิ่มขึ้น และเปน การใชทรัพยากรน้ําอยางมีประสิทธิภาพดวย โดยมีผลการดําเนินงานดังนี้ 1. หลั ก สู ต รสํ า หรั บ เจ า หน า ที่ ส ง เสริ ม การเกษตรระดั บ จั ง หวั ด และ อําเภอ จากจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย จํานวน 3 รุนๆ ละ 7 วัน จํานวน 83 ราย จากเปาหมาย 75 ราย 2. หลักสูต รสํ าหรั บเกษตรกร จากจั งหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย จํานวน 6 รุนๆ ละ 2 วัน จํานวน 256 ราย จากเปาหมาย 240 ราย รวม 339 ราย จากเปาหมาย 315 ราย

โดย กลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1-5

9


10

โครงการบริการรถเกี่ยวนวดขาวสูเกษตรกร

เพือ่ ใหเกษตรกรสามารถเก็บเกีย่ ว ข า วได ใ นระยะเวลาที่ เ หมาะสม ลดการสู ญ เสี ย เนื่ อ งจากการ เก็บเกีย่ ว เ พื่ อ ส ง เ ส ริ ม แ ล ะ ผ ลั ก ดั น ใ ห ผูป ระกอบการรถเกีย่ วนวดขาวนํา รถเกีย่ วนวดขาวเขาไปรับจางเกีย่ ว นวดในพื้นที่ปลูกขาวคุณภาพดีที่ ยั ง ได รั บ บริ ก ารไม ทั่ ว ถึ ง และ เพียงพอ มีเปาหมายใหผปู ระกอบการนํารถ เกีย่ วนวดขาว 1,500 คัน ใหบริการ แกเกษตรกร 750,000 ไร

กรมส ง เสริ ม การเกษตรดํ า เนิ น โครงการบริ ก ารรถเกี่ ย วนวดข า วสู เกษตรกรมาตั้งแตป 2540 โดยในครั้งนั้นมีเปาหมายเฉพาะในเขตทุงกุลารองไห ต อ มาจึ ง ขยายวงกว า งขึ้ น ทั่ ว ประเทศ เนื่ อ งด ว ยเป น ประโยชน ต อ ทุ ก ฝ า ย โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรถเกี่ยวนวดขาวสวนใหญกระจุกตัวอยูในภาคกลาง และภาคตะวันตก สวนผลผลิตขาวคุณภาพดีอยูในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งขาวนาปทั่วประเทศที่ตองเก็บเกี่ยวในชวงเวลาใกลเคียงกัน กอใหเกิด ปญหาการสูญเสียผลผลิตจากการรวงหลนและแหงกรอบอันเนื่องจากการเก็บ เกี่ ย วไม ทั น ประกอบกั บ รถเกี่ ย วนวดข า วโดยทั่ ว ไปมี ค วามกว า งเกิ น กว า ที่ กฎหมายกําหนดเปนเหตุใหถูกตรวจจับจึงไมสามารถขนยายไปใหบริการแก เกษตรกรในภูมิภาคตางๆไดอยางเพียงพอและทั่วถึง รวมทั้ง รถเกี่ยวนวดขาวที่ ไปใหบริการไมสามารถทํางานไดอยางเต็มความสามารถเนื่องดวยไมมีหนวยงาน กลางเชื่อมโยงขอมูลความตองการระหวางผูใหบริการและผูตองการรับบริการ

การดําเนินงานที่สําคัญ คือ รับสมัครผูประกอบการรถเกี่ยวนวดขาว จากทั่วประเทศเขารวมโครงการมอบเอกสารประกอบการเดินทาง โดยประสาน ความรวมมือในการผอนผันการตรวจจับจากกรมการขนสงทางบกและสํานักงาน ตํารวจแหงชาติ ผลการดําเนินงานสรุปไดวา 1. มีผูประกอบการรับจางเกี่ยวนวดขาวเขารวมโครงการ รวม 889 ราย จากภาคตะวั น ตก 474 ราย ภาคกลาง 342 ราย ภาคเหนื อ 61 ราย ภาค ตะวันออก 8 ราย ภาคใต 3 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ราย 2. มีร ถเกี่ ยวนวดข าวเข าร ว มโครงการ จํ า นวน 1,565 คั น จากภาค ตะวันตก 782 คัน ภาคกลาง 587 คัน ภาคเหนือ 177 คัน ภาคตะวันออก 15 คัน ภาคใต 3 คั น ภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ 1 คั น คิ ด เป นมู ล ค า การลงทุ น ของ ผูประกอบการรวมประมาณ 2,685 ลานบาท 10


11

3. พื้นที่เปาหมายในการปฏิบัติงานของผูประกอบการสูงสุดคือ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ 69.98% ภาคเหนือ 13.59% ภาคตะวันตก 6.64% ภาค กลาง 5.06% ภาคตะวันออก 3.32% และภาคใต 1.42% ประเมินพื้นที่ใหบริการ เก็บเกี่ยวรวม 1,302,080 ไร เฉลี่ย 832 ไร/คัน หรือ 1,465 ไร/ราย 4. ผู ป ระกอบการรายงานผลการปฏิ บั ติ ง านมายั ง กรมส ง เสริ ม การเกษตร จํานวน 220 ราย คิดเปน 24.75% ของผูประกอบการที่เ ข ารว ม โครงการ ซึ่งจํานวนนี้ไปปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุดจํานวน 63.93% รองลงมาคือภาคตะวันตกจํานวน 11.60% ภาคเหนือจํานวน 10.79% ภาคกลางจํ า นวน 5.78% ภาคตะวั นออกจํ า นวน 5.74% และภาคใต จํ านวน 2.16% 5. ค า ใช จ า ยในการซ อ มแซมและบํ า รุ ง รั ก ษารถเกี่ ย วนวดข า วเพื่ อ เตรียมไปใหบริการ คิดเปนมูลคา 321,962,755 บาท เฉลี่ย 205,727 บาท/คัน และค า ใช จ า ยระหว า งดํ า เนิ น งาน คิ ด เป น มู ล ค า 122,168,595 บาท เฉลี่ ย 78,063 บาท/คัน 6. ผู ป ระกอบการได ใ ช ป ระโยชน จ ากเอกสารผ อ นผั น การตรวจจั บ จํานวนรอยละ 96.82 ไมไดใชประโยชนรอยละ 1.36 และไมระบุรอยละ 1.82

โดย กลุมวิศวกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร รวมกับศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1-5

11


12

การสนับสนุนทางวิศวกรรมแกโรงเรือนอนุบาลและผลิตพันธุพืช

สํารวจโรงเรือนอนุบาลและผลิต พันธุพืชศูนยสงเสริมและพัฒนา อาชี พ การเกษตร (พั น ธุ พื ช เพาะเลี้ยง) จํานวน 5 แหง ประเมินสภาพอุปกรณโรงเรือน อนุบาลและผลิตพันธุพืช เพื่อใช เ ป น ข อ มู ล ใ น ก า ร ว า ง แ ผ น ดํ า เนิ น การใช ง านโรงเรื อ นที่ มี อยูอยางเต็มประสิทธิภาพ ประเมินลักษณะความเสียหาย ของอุปกรณระบบตางๆ ทีส่ ําคัญ ในโรงเรือน ประมาณการค า ใช จ า ยในการ ซ อ มแซมบํ า รุ ง รั ก ษาอุ ป กรณ ประจํ า โรงเรื อ นเฉพาะระบบที่ จําเปน

โรงเรือนอนุบาลและผลิตพันธุพืชของศูนยสงเสริมและพัฒนาอาชีพ การเกษตร (พันธุพืชเพาะเลี้ยง) กรมสงเสริมการเกษตร ประกอบดวย โรงเรือน อนุบาลจํานวน 60 หลัง และอุปกรณประจําโรงเรือนซึ่งตองบํารุงรักษาใหถูกตอง ตามระยะเวลาที่กําหนด อุปกรณจํานวนมากควบคุมโดยระบบอัตโนมัติ ตองมี การตรวจสอบปรับแกเครื่องวัดและระบบอัตโนมัติที่ควบคุมดวยคอมพิวเตอร อยางสม่ําเสมอ เพื่อใหระบบทํางานไดอยางสมบูรณไมเกิดความเสียหายตอพืชที่ อยูภายในโรงเรือนอันเปนเปาหมายหลักในการผลิตของศูนยฯ แตปจจุบันไม สามารถดํ า เนิ น การได อ ย า งเต็ ม ประสิ ท ธิ ภ าพ เนื่ อ งจากมี ข อ จํ า กั ด คื อ (1) โรงเรือนอนุบาลและอุปกรณประจําโรงเรือนตางๆ เปนอุปกรณทางวิศวกรรม ที่ใชเทคโนโลยีเฉพาะทาง (2) โรงเรือนอนุบาล อยูในสภาพพรอมใชงานเพียง บางสว น อุ ป กรณ แ ละระบบควบคุม หลายส ว น ชํารุ ดเสี ย หาย หรือใชง านไม ถู ก ต อ ง (3) อุ ป กรณ บ างชนิ ด เสื่ อ มสภาพใช ง านไม ไ ด ทํ า ให ป ระสิ ท ธิ ภ าพ โรงเรื อ นต่ํ า ลง (4) โรงเรื อ นและระบบต า งๆ ขาดการดู แ ลบํ า รุ ง รั ก ษาอย า ง ตอเนื่อง บางแหงเจาหนาที่ผูรับผิดชอบไมไดผานการอบรมความรูอยางถูกตอง ตามหลักการ

1. สํารวจบันทึกรายละเอียดขอมูลแตละโรงเรือนและสภาพอุปกรณของ ศูนยสง เสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุพ ชื เพาะเลีย้ ง) จํานวน 5 ศูนย จาก จํานวนศูนยฯทัง้ สิน้ 10 ศูนย (ไดดําเนินการไปแลว 5 ศูนย ในป 2551) 2. ตรวจสอบ การตัง้ คาในระบบคอมพิวเตอรทใี่ ชควบคุม และซอมบํารุง แกไขเบือ้ งตนอุปกรณตา งๆ 3. วิเคราะหหาสาเหตุทที่ ําใหอปุ กรณใชงานไมได เพือ่ หาแนวทางแกไข 4. เก็บขอมูลตัวอยางน้ําเพื่อวิเคราะหคุณภาพ และออกแบบบําบัดน้ํา ใหเหมาะสมสําหรับใชในระบบโรงเรือน

12


13

สํารวจประเมินสภาพอุปกรณโรงเรือนอนุบาลและผลิตพันธุพืชจํานวน 5 ศูนย คือ จังหวัดลําพูน จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดบุรีรัมย พรอมทั้งดําเนินการตรวจสอบแกไขขอขัดของเบื้องตน ทําการ เชื่อมโยงขอมูล ตั้งคามาตรฐานการควบคุมระบบโรงเรือน บันทึกสภาพอุปกรณ สถานีตรวจอากาศและอุปกรณตางๆ ในโรงเรือน เก็บตัวอยางน้ํามาวิเคราะห สภาพน้ําที่ทําใหเกิดปญหาแกระบบ สรุปรายละเอียดผลการสํารวจในประเด็น ดังนี้ 1. ประเมิ น ลั ก ษณะสภาพความเสี ย หายของอุ ป กรณ ร ะบบต า งๆ ที่ สําคั ญ ในโรงเรือนจํา แนกตามระบบไดแก ระบบควบคุ มสภาพน้ํา และอากาศ ระบบลดอุณหภูมิและควบคุมความชื้นโดยแผนระเหยน้ํา ระบบลดอุณหภูมิและ เพิ่มความชื้นโดยการพนหมอก ระบบมานพรางแสง 2. ประเมิ น ผลการวิ เ คราะห คุ ณ ภาพน้ํ า และจั ด ทํ า ข อ เสนอรู ป แบบ ปรับปรุงคุณภาพน้ําที่ใชในโรงเรือนที่ทําใหมีผลกระทบตอระบบแผนระเหยน้ํา และระบบพนหมอก 3. ประเมิ น ค า การใช พ ลั ง งานไฟฟ า สํ า หรั บ การใช ง านอุ ป กรณ ใ น โรงเรือนในสภาพการจัดการและบํารุงรักษาที่ถูกตองเมื่อใชงานอยางเหมาะสม เต็ ม กํ า ลั ง การผลิ ต ทุ ก โรงเรื อ น พบว า ควรอยู ใ นอั ต รา 42,000 บาท ตอเดือน 4. ประมาณการคา ใชจายในการซอมแซม บํารุงรักษาเครื่องมือและ อุปกรณโรงเรือนเฉพาะระบบที่จําเปน 5. จัดทําแบบบันทึกการใชงานอุปกรณโรงเรือน 6. จัดทําตารางแนะนําการบํารุงรักษาอุปกรณโรงเรือน 7. จัดทําแบบบันทึกรายการบํารุงรักษาอุปกรณโรงเรือน

โดย กลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร

13


14

การเปดประมูลใหเชาโรงงานและอุปกรณโรงงานศูนยพัฒนาการผลิต

เพื่ อ พั ฒ นา ปรั บ ปรุ ง โรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณใหทันสมัย เพื่ อ ให ส ามารถใช ป ระโยชน สิ น ทรั พ ย ข องรั ฐ ได ใ นระยะยาว แก ไ ขป ญหาในการส งออกผลไม ของไทย ทั้ ง ด า นปริ ม าณและ คุณภาพ เกิ ดแหลงตลาดสงออก รองรั บ เกษตรกร กลุ ม เกษตรกร และวิ ส าหกิ จ ชุ ม ชน ตลอดจนให กรมสงเสริมการเกษตรมีสวนรวม ในการดําเนินงานดานวิจัยพัฒนา โดยเปดใหเอกชนทีม่ ศี กั ยภาพและ ความพรอมดานเทคโนโลยี ดาน บริหารจัดการ ดานผลผลิ ต และ ด า นตลาด เป น ผูเ ช า ดํ า เนิ น งาน เปนระยะเวลา 10 ป

ศู น ย พั ฒ นาการผลิ ต และควบคุ ม ศั ต รู ผั ก ผลไม เ พื่ อ การส ง ออก กรุงเทพมหานคร กอตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีที่กํ าหนดใหเอกชนเปนผูเชา ดําเนินงาน โดยกอสรางโรงงานเสร็จตั้งแตป 2531 มีอายุมากกวา 26 ป สภาพ โรงงาน เครือ่ งจักรและอุปกรณใกลเสือ่ มสภาพและหมดอายุการใชงานจําเปนตองมี การปรับปรุงใหทันสมัย ประกอบกับระบบควบคุมและตรวจรับรองคุณภาพสินคา เกษตรของศูนยไมทันตอระบบการคาและเทคโนโลยีที่เปนปจจุบัน ตลอดจนการ ดําเนินงานยังไมเปนไปตามเจตนารมณของการจัดตั้งศูนยในการเปนศูนยทางดาน วิชาการและสงเสริมการผลิตเพือ่ การสงออก

1. ศึก ษาสํ า รวจรายการและเครื่ อ งจั ก รอุ ป กรณ เ พื่ อ กํ า หนดรายการ เครื่องจักรที่ใหเชา 2. สํารวจและเขียนแบบกําหนดแผนผังสถานที่การเชา 3. กํ า หนดคุ ณ สมบั ติ ข องผู เ ช า ให มี ค วามพร อ มทั้ ง ด า นเทคนิ ค การ บริหารและการตลาด 4. กําหนดเงื่อนไขในการปรับปรุงโรงงานใหเปนไปตามมาตรฐานการ สงออก 5. กํ า หนดขอบเขตรายละเอี ย ดของเครื่ อ งจั ก รอุ ป กรณ ที่ ผู เ ช า ต อ ง ปรับปรุงและเสนอเพิม่ เติมเพือ่ ใหทนั สมัย และแผนการบํารุงรักษา 6. กํ า หนดให มี ก ารแลกเปลี่ ย นความรู ด า นเทคโนโลยี วิ ศ วกรรมแก เจาหนาทีร่ ฐั และเกษตรกร 7. ทํ า หน า ที่ เ ลขานุ ก ารคณะกรรมการพิ จ ารณาและกํ า กั บ ดู แ ลการ ดําเนินงานตามสัญญาเชาฯ เพือ่ ใหการดําเนินการเชาเปนไปตามวัตถุประสงคโดย การกํากับดูแลการดําเนินงานของผูเชา และพิจารณาหาขอสรุปกรณีหารือและ กรณีปญ  หาตางๆ อันอาจเกิดขึน้ ภายใตสญ ั ญา

โดย กลุมวิศวกรรมแปรรูปและลอจิสติกส รวมกับกลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร

14


15

การสํารวจและวิเคราะหระบบไฟฟาประจําอาคาร

เพื่ อ ใช เ ป น ข อ มู ล สํ า หรั บ การ บริ ห ารจั ด การด า นพลั ง งาน ไฟฟ า ประจํ า อาคารของกรม สงเสริมการเกษตร เพื่อใชประโยชนในการบริหาร ทรั พ ยากรด า นพลั ง งานไฟฟ า ของผูบ ริหารทุกระดับ แสดงในรู ป ของอุ ป กรณ ไ ฟฟ า บนผังวิศวกรรม ดํ าเนินการในอาคารสํ านักงาน กรมสงเสริมการเกษตร จํานวน 3 หลั ง คื อ อาคาร 2, 3 และ 4 (สํ าหรับอาคาร 1, 5 และ 6 ได สํารวจและวิเคราะหระบบไฟฟา เสร็จสิน้ เรียบรอยในป 2551)

กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร มีหนาที่ในการนําระบบวิศวกรรมมาใชใน การพัฒนาการเกษตร รวมถึงการนําระบบบริหารจัดการทางวิศวกรรมเขามาใช บริหารจัดการ สินทรัพยของกรมสงเสริมการเกษตรใหมีประสิทธิภาพและเกิด ประสิ ท ธิ ผ ลอย า งชั ด เจน จึ ง ได ดํ า เนิ น การสํ า รวจอุ ป กรณ ไ ฟฟ า ของอาคาร กรมสงเสริมการเกษตร ประกอบดวย ระบบไฟฟาแสงสวาง ระบบปรับอากาศ ระบบ คอมพิวเตอร เครือ่ งใชไฟฟาประเภทอืน่ ๆ ระบบสูบน้ําใช และระบบปองกันอัคคีภยั รวมทั้งไดคํ านวณวิเคราะหคาการใชพลังงานของระบบตางๆ ดังกลาว ผลการ ดําเนินงานสรุปไดวา 1. อาคาร 2 เครื่ อ งมื อ และอุ ป กรณ ที่ ใ ช พ ลั ง งานไฟฟ า ทุ ก ระบบ มีอัตราการใชพลังงานไฟฟา 193,911.20 กิโลวัตต/ป โดยระบบปรับอากาศมี สัดสวนการใชพลังงานไฟฟาสูงที่สุดคือ 124,734.40 กิโลวัตต/ป หรือคิดเปน ร อ ยละ 64.33 ของการใช พ ลั ง งานไฟฟ า ทั้ ง หมดของอาคาร 2 รองลงไปคื อ เครื่ อ งใช ไ ฟฟ า ประเภทอื่ น ๆ ระบบไฟฟ า แสงสว า ง และระบบคอมพิ ว เตอร ตามลําดับ 2. อาคาร 3 พบวาเครื่องมือและอุปกรณที่ใชพลังงานไฟฟาทุกระบบ มีอัตราการใชพลังงานไฟฟา 325,278.76 กิโลวัตต/ป โดยระบบปรับอากาศมี สัดสวนการใชพลังงานไฟฟาสูงที่สุดคือ 193,800.00 กิโลวัตต/ป หรือคิดเปน รอยละ 59.58 ของการใชพลังงานไฟฟาทั้งหมดของอาคาร 3 รองลงไปคือ ระบบ ไฟฟาแสงสวางเครือ่ งใชไฟฟาประเภทอืน่ ๆ และระบบคอมพิวเตอร ตามลําดับ 3. อาคาร 4 เครื่ อ งมื อ และอุ ป กรณ ที่ ใ ช พ ลั ง งานไฟฟ า ทุ ก ระบบ มีอัตราการใชพลังงานไฟฟา 100,299.60 กิโลวัตต/ป โดยระบบปรับอากาศมี สัดสวนการใชพลังงานไฟฟาสูงทีส่ ดุ คือ 65,340.80 กิโลวัตต/ป หรือคิดเปนรอยละ 65.15 ของการใชพลังงานไฟฟาทัง้ หมดของอาคาร 4 รองลงไปคือ เครือ่ งใชไฟฟา ประเภทอืน่ ๆ ระบบไฟฟาแสงสวาง และระบบคอมพิวเตอรตามลําดับ

โดย ฝายชาง

15


16

โครงการฝกอาชีพเฉพาะดาน : กิจกรรมฝกอบรมดานวิศวกรรมเกษตร

เพื่อใหเกษตรกรหรือผูสนใจไดฝก อาชีพทางการเกษตรเฉพาะดาน ตามความสนใจแตละสาขา เพื่ อ ให เ กษตรกรและผู ส นใจ นํ า ความรูที่ไดไปใชในการประกอบ อาชีพลดรายจายในครอบครัวเพื่อ ยกระดับความเปนอยูใหมั่นคง

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1-6 เปนหนวยงานสังกัดกองสงเสริม วิศวกรรมเกษตรไดรับมอบหมายจากกรมสงเสริมการเกษตรใหดําเนินการฝก อาชี พ การเกษตรเฉพาะด า นแก เ กษตรกรและผู ส นใจ เข า รั บ การฝ ก อาชี พ การเกษตรเฉพาะดาน โดยมุงเนนเกี่ยวกับเครื่องจักรกลการเกษตรและระบบการ ใหน้ําพืช ซึ่งศูนยฯ ไดดําเนินการโครงการสงเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร เฉพาะดาน จํานวน 3 หลักสูตร ไดแก 1. หลักสูตร การตรวจเช็คและซอมบํารุงรักษาเครื่องยนตเกษตร เนน การให ค วามรู เรื่อ งหลั ก การทํ า งานของเครื่ อ งยนต การวิ เ คราะห และแก ไ ข ขอขัดของของเครื่องยนต การใชเครื่องมือซอม และฝกปฏิบัติแกไขขอขัดของ ของเครื่องยนต 2. หลั ก สู ต ร ซ อ มแซมรถแทรกเตอร เน น การฝ ก อบรมและฝ ก ปฏิบัติการตรวจเช็คและซอมบํารุงระบบตางๆ ของแทรกเตอร 3. หลักสูตร การติดตั้งระบบใหน้ําพืช เนนการอบรมใหความรูเรื่อง หลักการเลือกอุปกรณระบบการใหน้ําพืช การติดตั้งระบบน้ําหยดและมินิสปริง เกลอร

1. หลั ก สู ต ร การตรวจเช็ ค และบํ า รุ ง รั ก ษาเครื่ อ งยนต เ กษตร มี เกษตรกรเขารับการฝกอบรม 14 รุน 351 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด 2. หลักสูตร ซอมแซมรถแทรกเตอรมีเกษตรกรเขารับการฝกอบรม 2 รุน 40 ราย 3. หลักสูตร การติดตั้งระบบใหน้ําพืชมีเกษตรกรเขารับการฝกอบรม 3 รุน 160 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด โดย ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1-6

16


17

โครงการฝกอาชีพการเกษตรเฉพาะดาน : กิจกรรมนํารองพัฒนาศักยภาพศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี

สงเสริม สาธิต และถายทอดความรู เทคโนโลยีในการพัฒนาการเขต กรรมขาวเพือ่ ยกระดับการผลิตขาว นํ าร อ งสาธิ ต และบริ ก ารการ พัฒนาการเขตกรรมขาวในพื้นที่ ปลูกขาวเขตชลประทาน 1,500 ไร บริ ก ารและเผยแพร ค วามรู ด า น เทคโนโลยีการพัฒนาการเขตกรรม ข า วแก เ กษตรกร เป า หมาย 1,000 ราย

กรมสงเสริมการเกษตรไดมอบหมายใหกองสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ดําเนินการกิจกรรมนํารองพัฒนาศักยภาพศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร จังหวัด สุพรรณบุรี สําหรับใชเปนแหลงพัฒนาอาชีพการเกษตรและบริการทางการดาน เทคโนโลยีวิศวกรรมเกษตรแกเกษตรกร โดยใหมีการฝกอาชีพการเกษตรและการ บริการทางการเกษตรตามความตองการของเกษตรกรภายใตความเหมาะสมของ พื้นที่และสภาพภูมิอากาศ สามารถเพิ่มพูนรายได และขยายโอกาสในการเปนมือ อาชีพใหแกเกษตรกร

1. จั ด ทํ า แปลงสาธิ ต นํ า ร อ งการพั ฒ นาการเขตกรรมข า วโดยใช เทคโนโลยีการไถกลบตอซังฟางขาวทดแทนการเผา และการปรับเปลี่ยนวิธีการ ปลูกจากการหวานเปนการปกดําดวยเครื่องดํานา เพื่อเปนแหลงเรียนรูด า นการใช เทคโนโลยีเครือ่ งจักรกลการเกษตรในการลดตนทุนการผลิตและเพิม่ ประสิทธิภาพ การผลิตขาว จํานวน 1,529 ไร ในจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบดวยอําเภอเดิมบาง นางบวช จํานวน 223 ไร อําเภอสามชุก จํานวน 386 ไร อําเภอเมือง จํานวน 251 ไร อําเภอดอนเจดีย จํานวน 264 ไร อําเภอหนองหญาไซ จํานวน 99 ไร อําเภอ อูท อง จํานวน 110 ไร และอําเภอศรีประจันต จํานวน 196 ไร 2. สาธิตถายทอดความรูเทคโนโลยีการพัฒนาการเขตกรรมขาว เพื่อให เกษตรกรเรี ย นรู ดานการใชเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรเตรียมดินที่มี ประสิทธิภาพในนาน้ํา ชุดเครือ่ งมือในขบวนการเพาะกลาสําหรับเครื่องดํานา และ เครื่องปกดํานา เพื่อลดตนทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตขาว จํานวน 1,000 ราย ทีอ่ ําเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

โดย กลุมวิศวกรรมการจัดการที่ดิน ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 6

17


18

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะหฯ

เพื่ อ ให บ ริ ก ารเกษตรกรในการ แก ไ ขป ญ หาด า นเครื่ อ งจั ก รกล การเกษตรไดอยางถูกตอง รวมบรูณาการกับหนวยงานเพื่อ พัฒนาเกษตรกรใหมีความเปนอยู ที่ดีและยั่งยืน

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรทุกแหงไดเขารวมงานโครงการคลินิก เกษตรเคลื่อนที่ ในการใหความรูตอบปญหาและจัดนิทรรศการ เพื่อถายทอด เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร ใหกับเกษตรกรที่เขารวมงาน สามารถเขาถึง แหลงความรูและแนวทางแกไขปญหาของเกษตรกรดวยนวัตกรรมใหมๆ ดาน เครื่องจักรกลการเกษตร ระบบใหน้ําพืช และอื่นๆ

ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1-6 รวมจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารในเขต พื้นที่ จังหวัดที่รับ ผิดชอบ โดยกิ จกรรมหลักที่นําเขารว มจัดงานมี 2 กิจกรรม ไดแก 1. การให บ ริ ก ารความรู ด า นเครื่ อ งจั ก รกลการเกษตรโดยเฉพาะ เครื่องยนตเกษตรขนาดเล็ก โดยใหความรูดานการตรวจเช็คและซอมบํารุงตาม ระยะเวลา 2. การใหบริการความรูและการแกไขปญหาดานระบบการใหน้ําพืช โดยตอบขอซักถามในประเด็นตางๆ ที่เกษตรกรประสบปญหาเกี่ย วกับการ ติดตั้งระบบใหน้ําพืช รวมถึงจัดรูปแบบจําลองการติดตั้งระบบน้ําใหเกษตรกรได ศึกษาเปนแนวทาง ทั้งนี้ ทั้ง 2 กิจกรรมมีเกษตรกรเขาขอรับบริการ ทั้งสิ้น 16,018 ราย

โดย ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1-6

18


19

งานสนับสนุนโครงการสวนพระองค

เพื่ อ สนั บ สนุ น งานโครงการส ว น พระองคในการใชโรงเรือนทดลอง ปลู ก พื ช ชนิ ด ต า งๆ โดยเป น ที่ ปรึกษาออกแบบและควบคุมการ กอสรางโรงเรือน ระบบใหน้ําและ ระบบลดอุณหภูมิภายในโรงเรือน รวมทั้ ง ระบบการให น้ํ า ในแปลง ไมผล และสวนหยอมตางๆ

พระตํ า หนั ก สวนปทุ ม ดํ า เนิ น งานเกี่ ย วกั บ การทดลองปลู ก พื ช ชนิ ด ใหมๆ หลายชนิด การควบคุมศัตรูพืชโดยใชจุลินทรีย ซึ่งตองดําเนินการปลูกพืช ภายในโรงเรื อ นเพื่ อ ควบคุ ม โรคแมลง และควบคุ ม ปริ ม าณน้ํ า ตามต อ งการ จึงต องสรางโรงเรือนปลูกพืช ติดตั้งระบบใหน้ําและระบบลดอุ ณหภูมิภายใน โรงเรือน รวมทั้งแปลงปลูกพืชตางๆ ภายนอกโรงเรือนและไมประดับ ซึ่งตอง ดํ า เนิ น การต อ เนื่ อ ง และได ข อเจ า หน า ที่ ก องส ง เสริ ม วิ ศ วกรรมเกษตรเพื่ อ ดําเนินการดังกลาว

1. โรงเรือนปลูกพืช • ปรับปรุงโรงเรือนอนุบาลพืชเมืองหนาว ขนาด 8 x 20 เมตร หลังคา และผนังพลาสติกใส • ปรับปรุงโรงเรือนหลังคาโคงสําหรับปลูกองุนจํานวน 2 หลัง ขนาด 16x40 เมตร สูง 2.50 เมตร หลังคาพลาสติกใส ผนังมุงตาขาย และขนาด 8x40 เมตร หลังคาและผนังพลาสติกใส • กอสรางโรงเรือนหลังคาโคง 2 หลัง ขนาด 18x40 เมตร สูง 4 เมตร หลังคาพลาสติกใสผนังมุง ตาขายปลูกองุน ทุเรียน มังคุด และสม 2. ระบบใหน้ํา • ติดตั้งระบบน้ําหยดสําหรับโรงเรือนปลูกมะเดื่อ แคนตาลูป ระบบ ไมโครสเปรสําหรับโรงเรือนองุนและระบบมินิสปริงเกลอร สําหรับแปลงไมผล ภายนอก • ระบบมินส ิ ปริงเกลอรและสปริงเกอรบนหลังคาโรงเรือน 3. ระบบลดอุณหภูมภิ ายในโรเรือน • ระบบระบายอากาศโรงเรือนมะเดือ ่ องุน แคนตาลูป • ระบบพนหมอกโรงเรือนมะเดือ ่ • ระบบแผนระเหยน้ําโรงเรือนอนุบาลพืชเมืองหนาว โดย กลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร

19


20

โครงการพัฒนาที่ดนิ และมูลนิธิชัยพัฒนา ตําบลศาลาลําดวน

เพื่อนํ ามูลสัตว (กระบือ) ยืนคอก ของโรงเรี ย นฝ ก สอนกระบื อ (โรงเรียนกาสรกสิวทิ ย) มาผลิตเปน กาซชีวภาพเพื่อใชประโยชนเปน พลังงานทดแทน รวมทั้งเปนการ ลดมลพิษและสิ่งแวดลอม เพื่อให เป น แหล ง เรี ย นรู และถ า ยทอด เทคโนโลยี เรื่ อ งการผลิ ต ก า ซ ชีวภาพจากมูลสัตว แกเกษตรกร และผูเกี่ยวของไดศึกษา ขยายผล ตอไป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพ ระราชดําริให สํานักงานมูลนิธิชัยพัฒนารวมกับจังหวัดสระแกว ดําเนินโครงการพัฒนาที่ดินของ มูลนิธิชัยพัฒนา ตําบลศาลาลําดวน อําเภอเมือง จังหวัดสระแกว เพื่อจัดตั้งเปน โรงเรียนฝกสอนกระบือ (โรงเรียนกาสรกสิวทิ ย) และเปนแปลงสาธิตการเกษตร ใน สวนของกรมสงเสริมการเกษตร สํานักงานมูลนิธิชัยพัฒนาไดขอความรวมมือให จัดสรางบอผลิตกาซชีวภาพจากมูลกระบือพรอมอุปกรณในการใชประโยชนจาก กาซชีวภาพ เพื่อใหเปนแหลงเรียนรูและถายทอดเทคโนโลยีแกเกษตรกร รวมทั้ง เปนการใชประโยชนดานพลังงานทดแทน และลดมลพิษของสิ่งแวดลอม ของ โรงเรียนกาสรกสิวทิ ยดว ย

1. งานออกแบบ กอสรางและติดตัง้ อุปกรณ • ออกแบบและจั ด สร า งบ อ ผลิ ต ก า ซชี ว ภาพ ขนาดความจุ 12 ลูกบาศก เมตร จํ านวน 1 บอ พรอมลานตากมูลสัต วจากบอลน ขนาดพื้ นที่ 8 ตารางเมตร • ติดตัง้ ระบบการนํากาซชีวภาพไปใชประโยชน ประกอบดวย บอวงคอนกรีตรองรับการชักน้ํา 1 บอ เครื่องกําเนิดไฟฟาชนิดใชเครื่องยนตเปนตนกําลังโดยใชกาซ ชีวภาพเปนเชือ้ เพลิง 1 ชุด เครือ่ งสูบน้ํา 1 ชุด เตาหุงตมโดยใชกา ซชีวภาพเปนเชือ้ เพลิง 1 ชุด 2. งานถายทอดเทคโนโลยี ดําเนินการถายทอดเทคโนโลยี ดานการผลิตกาซชีวภาพและการใช ประโยชนจากกาซชีวภาพ ใหแก บุคลากรของกรมสงเสริมการเกษตร จังหวัด

โดย กลุมวิศวกรรมโครงสรางพื้นฐานการเกษตร รวมกับฝายชาง

20


21

การศึกษาวิจยั คุณสมบัตขิ องน้ํามันไบโอดีเซลทีผ่ ลิตจากน้าํ มันสบูดําแหลงตางๆ

เพื่อศึกษาคุณสมบัตขิ องน้ํามันสบูดํา และไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ํามันสบู ดํ า ตลอดจนศึ ก ษาและปรั บ ปรุ ง กระบวนการในการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากน้ํ า มั น สบู ดํา โดย คาดหวังวาจะนําผลการศึกษาทีไ่ ดไป แนะนําตอเกษตรกร และผูผลิตไบโอ ดีเซล และเปนพื้นฐานเพื่อการศึกษา พัฒนาตอไป

กรมสงเสริมการเกษตรและบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ไดรวมมือกันใน การศึกษาคุณสมบัติทางเชื้อเพลิงของน้ํามันสบูดําและน้ํามันไบโอดีเซลจากสบูดํา ตั้งแตป 2549 ซึ่งผลการทดสอบและวิเคราะหในเบื้องตนมีความเปนไปไดในการที่จะ พัฒนาเปนน้ํามันเชื้อเพลิงในเชิงพาณิชย เพื่อใหเกิดความชัดเจนดานการใชประโยชน ทางเชื้อเพลิงของน้ํามันสบูดํา และเปนแนวทางการสงเสริมใหเกษตรกรเกิดความ เชื่ อ มั่ น ในการผลิ ต วั ต ถุ ดิ บ รองรั บ การพั ฒ นาเป น ไบโอดี เ ซล จึ ง ร ว มมื อ กั น จั ด ทํ า โครงการศึกษาวิจัยคุณสมบัติของน้ํามันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ํามันสบูดําแหลงตาง ๆ โดยไดลงนามบันทึกความรวมมือในการศึกษาวิจัย เมื่อ 18 กรกฎาคม 2550

พบวา

1. การศึกษาสภาวะของกระบวนการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากน้ํามันสบูด ํา

น้ํามันสบูด ําจากแหลงตาง ๆ ทุกตัวอยางสามารถผลิตเปนน้ํามันไบโอ ดีเซลคุณภาพมาตรฐานของกรมธุรกิจพลังงานได • คุณภาพของน้ํ ามันสบูดํ าสํ าหรับการผลิตน้ํ ามันไบโอดีเซลเพื่อใหได ปริมาณสูงสุด (เปอรเซ็นตของ yield) ควรมีปริมาณกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) นอย ทีส่ ดุ โดยไมเกิน 3 เปอรเซ็นต มีปริมาณน้ําเจือปนไมเกิน 2,000 ppm. และควรมีการกรอง สิง่ เจือปนใหเหลือนอยทีส่ ดุ 2. การศึกษาผลกระทบของน้ํามันสบูด ําจากพืน้ ทีต่ า งๆ พบวาแหลงเพาะปลูกที่ แตกตาง ไมมผี ลตอคากรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ของน้ํามันสบูด ํา 3. การศึกษาผลกระทบของน้ํามันสบูด ําจากการเก็บรักษาเมล็ดสบูด ําและน้ํามัน สบูด ําดิบไวในชวงเวลาตางๆ กัน พบวา • การเก็บผลเปลือกเหลืองใหปริมาณเปอรเซ็นตน้ํ ามันไมแตกตางจาก เปลือกสีดํา แตมคี า กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ต่ํากวา • การเก็บรักษาน้ํามันสบูด  ําทีเ่ หมาะสม สามารถทําไดนานกวา 120 วัน และ ยังไมทําใหคา กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) เกิน 3 เปอรเซ็นต โดยเก็บไวในรูปน้ํามันที่ ผานการกรองและแยกตะกอนออก •

โดย กลุมวิศวกรรมแปรรูปและลอจิสติกส

21


22

โครงการความรวมมือระหวางกรมสงเสริมการเกษตรและสวนภูมิภาค

กองส ง เสริ ม วิ ศ วกรรมเกษตร และ ศู น ย ส ง เสริ ม วิ ศ วกรรมเกษตรที่ 1-6 นอกจากจะตองปฏิบัติงานตาม ภารกิ จ ที่ ไ ด รั บ มอบหมายจากกรม สงเสริมการเกษตรแลว ยังไดรับการ สนั บ สนุ น จากหน ว ยงานในส ว น ภูมิภาคใหเปนหนวยงานหลักในการ ปฏิบัติงานพิเศษเฉพาะในลักษณะ บูรณาการกับหนวยงานอืน่ ๆ

กองสงเสริมวิศวกรรมเกษตรและศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรนอกจากจะมี ภารกิจทีจ่ ะตองปฏิบตั งิ านตามโครงการ/กิจกรรมตางๆ ของกรมสงเสริมการเกษตรอยูแ ลว ยังไดรวมกับหนวยงานอื่นๆ ในสวนภูมิภาคและไดรับการสนับสนุนงบประมาณจาก จังหวัด ในป 2552 ใหดําเนินโครงการตางๆ เปนจํานวนมาก

1. โครงการสงเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเสบียงสัตวเพื่อการคา ของ จั ง หวั ด ชั ย นาท โดยถ า ยทอดเทคโนโลยี ก ารบริ ห ารจั ด การเครื่ อ งจั ก รกล การเกษตร จํานวน 48 ราย ประเมินผลการใชและสภาพเครื่องจักรกลเกษตร 7 กลุม ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท 2. โครงการสงเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลังพันธุดีเพื่อ ผลิตพืชพลังงานทดแทน : เอทานอล จังหวัดชัยนาท จัดทําแปลงสาธิตเทคโนโลยี 80 ไร ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท 3. โครงการสงเสริมและพัฒนาการผลิตขาวใหปลอดภัยและไดมาตรฐาน ป 2552 สาธิตการเผากลบตอซังขาว 410 ไร ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรม เกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท 4. โ ค ร ง ก า ร พัฒ น าพื้ น ที่ แ กมลิ ง ห น อ ง เ จ็ด เ สน จัง ห วัด อ าง ทอ ง ใชเครื่องจักรกลเกษตรในการเตรียมดิน 25 ไร ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรม เกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท 5. โครงการฟาร ม ตั ว อย า งตามพระราชดํ า ริ ใ นสมเด็ จ พระนางเจ า สิ ริ กิ ติ์ จังหวัดสิงหบุรี ใชเครื่องจักรกลเกษตรในการเตรียมดิน 25 ไร ดําเนินการโดยศูนย สงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท 6. ฝกอบรมการซอมและบํารุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรแกเกษตรกร (งบ อบต.) ฝ ก อบรมการซ อ มและบํ า รุ ง รั ก ษาเครื่ อ งจั ก รกลการเกษตร 140 ราย ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 3 จังหวัดรอยเอ็ด 7. ผลิ ต น้ํ า มั น ไบโอดี เ ซลจากน้ํ า มั น พื ช ใช แ ล ว จํ า นวน 4,500 ลิ ต ร ดําเนินการโดยศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 4 จังหวัดเพชรบุรี

โดย ศูนยสงเสริมวิศวกรรมเกษตร ที่ 1 ที่ 3 และ ที่ 4

22

Report 52  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you