Issuu on Google+


เครียด ? ?


เครียด ?


กิจกรรม 1 1. ให้แต่ละกลมุ่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึง เหต ุการณ์ ที่ทำาให้เกิดความเครียดที่ผา่ นมา และ แต่ละคน มี วิธีจดั การกับความเครียดของตน อย่างไร และผลที่ เกิดขึ้นเป็นอย่างไร (ใช้เวลา 10 นาที) 2. ตัวแทนแต่ละกลมุ่ นำาเสนอ กลมุ่ ละ 1 เหต ุการณ์ที่ ทำา ให้เกิดความเครียดและวิธีจดั การ


ความเครียด • เป็นปฏิกิรยิ าของบ ุคคลที่ทำาให้บ ุคคลนัน้ เกิดความท ุกข์ความไม่สบายใจ • ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกาย จิตใจ (อารมณ์ ความรส้ ู ึก) ความคิด พฤติกรรม • ส่งผลกระทบต่อการดำาเนินชีวิตประจำาวัน


ความเครียดที่เป็นผลมาจากเหต ุการณ์ร ุนแรง อาจจะก่อให้เกิดบาดแผลทางใจได้

จำาเป็นอย่างยิง่ ต้องได้รบั การช่วยเหลือ


วิธีการจัดการกับความเครียด ที่เกิดจากภาวะวิกฤต • การเสริมสร้างส ุขภาพกายให้แข็งแรง • การเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ที่ทำาให้เครียด • การเปลี่ยนแปลงที่จิตใจด้วยการเปลี่ยนแปลงความ คิด • คิดบวก ทำาบวก พูดบวก


การผ่อนคลายความเครียด  การผ่อนคลายความเครียดโดยทัว่ ๆไป เช่น การอ่านหนังสือ การร้องหรือฟังเพลง การเล่นดนตรี การด ูภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ การทำางานอดิเรกที่ชอบ เช่น ปล ูกต้นไม้ งานฝีมือ สวดมนตร์ นอนพักผ่อน ฯลฯ


การผ่อนคลายความเครียด (ต่อ)  เทคนิคเฉพาะ เช่น  การหายใจเพื่อคลายเครียด  การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ  การจินตนาการ  การนวดด้วยตนเอง  โยคะเพื่อการผ่อนคลาย  ชี่กง เป็นต้น


การผ่อนคลายความเครียด (ต่อ)  การปรับสมด ุลทางด้าน จิตใจ(Stabilization)ได้แก่  การจินตนาการถึงสถานที่ปลอดภัย (Inner safe Place)  การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำาในทางลบ (Container Therapy)


การฝึกการหายใจเพื่อคลายเครียด (Breathing Exercise)


การหายใจเวลาเครียด หายใจตื้น ๆ

ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกเป็นหลัก

ได้ออกซิเจนน้อย

หายใจถี่และตื้นมากขึ้น

ถอนหายใจเป็นระยะ ๆ

ครียด


การหายใจเวลาเครียด • • • •

หายใจขัดไม่สม่าำ เสมอ เข้า-ออกไม่เป็นจังหวะ หายใจตื้น ถี่ รัว เร็ว หายใจไม่ทวั่ ท้อง หายใจไม่เต็มอิ่ม ถอนหายใจบ่อย


การหายใจอย่างผ่อนคลาย การฝึกหายใจช้าๆลึกๆ

ออกซิเจนเข้าสูป่ อดมาก เพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด & ความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อ หน้าท้อง & ลำาไส้

ใช้กล้ามเนื้อกระบังลม บริเวณท้อง


การหายใจอย่างผ่อนคลาย • • • •

ช้า ยาว ลึก เต็มปอด มีจงั หวะเข้าออกสม่าำ เสมอ เข้าท้องพอง ออกท้องแฟบ อัตราการเต้นของหัวใจ 50-70 ครัง้ / นาที “ควรฝึกท ุกวันอย่างน้อย วันละ 40 ครัง้ ”


วิธีการฝึกหายใจ • • • • • •

หายใจเข้านับ 1-4 สูดลมหายใจเข้า-ออกอย่างช้าๆ 2-3 ครัง้ หายใจเข้านับ 1-4 ในใจ หายใจออก นับ 1-4 หายใจเข้านับ 1-4 ในใจ หายใจออก นับ 1-6 หายใจเข้านับ 1-4 ในใจ หายใจออก นับ 1-8 การฝึกสามารถลืมตาหรือหลับตาก็ได้


การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxation) • ความเครียดมีผลทำาให้กล้ามเนื้อหดตัว สังเกตได้จากอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด กำาหมัด กัดฟัน เป็นต้น • การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำาให้เกิดอาการ เจ็บปวด เช่น ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ เป็นต้น


การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Muscle Relaxation (ต่อ) • ฝึกคลายกล้ามเนื้อ จะช่วยให้อาการหดเกร็งของ กล้ามเนื้อลดลง • ในขณะฝึก จิตใจจะจดจ่ออยูก่ บั การคลายกล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆ ทำาให้ลดการคิดฟุ้งซ่าน และวิตกกังวล จิตใจจะมีสมาธิมากขึ้นกว่าเดิมด้วย


การฝึกเกร็ง และ คลายกล้ามเนื้อ 10 กลมุ่ 1. มือและแขนขวา : โดยกำามือ เกร็งแขน แล้วคลาย 2. มือและแขนซ้าย : โดยทำาเช่นเดียวกัน 3. หน้าผาก : โดยเลิกคิ้วสูงแล้วคลาย ขมวดคิ้วแล้วคลาย 4. ตา แก้ม จมูก : โดยหลับตาแน่น ย่นจมูกแล้วคลาย 5. ขากรรไกร ลิ้น ริมฝีปาก : โดยกัดฟัน ใช้ล้ ินดันเพดาน ปากแล้วคลาย เม้มปากแน่นแล้วคลาย


การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ (ต่อ) 6. คอ : โดยก้มหน้าให้คางจดคอแล้วคลาย เงย หน้าจนส ุดแล้วคลาย 7. อก ไหล่ และหลัง : โดยหายใจเข้าลึก ๆ กลัน้ ไว้แล้วคลาย ยกไหล่สงู แล้วคลาย 8.หน้าท้อง และก้น : โดยแขม่วท้องแล้วคลาย ขมิบก้นแล้วคลาย


การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ (ต่อ) 9. เท้าและขาขวา : โดยเหยียดขา งอนิ้วเท้า แล้ว คลาย เหยียดขากระดกปลายเท้าแล้วคลาย 10.เท้าและขาซ้าย: โดยทำาเช่นเดียวกัน


ข้อควรปฏิบตั ิ • สถานที่ใช้ฝึกควรมีความเงียบสงบ อากาศ ถ่ายเทได้สะดวก และมีแสงสว่างที่พอเหมาะ • ควรสวมใส่เสื้อผ้าหรือช ุดที่สบายๆและควร ถอดรองเท้า แว่นตาออก หากใส่เข็มขัดก็ควร ปลดหรือเลื่อนเข็มขัดให้รส้ ู ึกสบายบริเวณท้อง ได้อย่างเต็มที่


ข้อควรปฏิบตั ิ (ต่อ) • ผูร้ บั การฝึกสามารถฝึกในท่านัง่ โดยนัง่ ในเก้าอี้ที่มี วางแขนขาและพับเอนได้ตามสบาย หรือนอนฝึก บนที่นอนราบก็ได้ • หากนัง่ ฝึกให้หลังตรงพิงพนักและไม่เกร็ง ไม่งอเข่า ไม่ไขว้ขา วางเท้าทัง้ 2 ลงบนพื้น และปล่อยตัว ตามสบายหากนอนฝึกให้นอนราบบนที่นอนหรือ พื้น กางขาออกเล็กน้อย วางแขนห่างออกจากลำา ตัวเล็กน้อย และนอนในท่าสบายมากที่ส ุด


ข้อควรปฏิบตั ิ (ต่อ) • ขณะฝึกให้เกร็งและคลายกล้ามเนื้อแต่ละส่วนอย่าง รต้ ู วั และทำาท ุกขัน้ ตอนที่ผฝ้ ู ึ กบอกให้ทำาโดยไม่งีบ หลับระหว่างการฝึก • ไม่เกร็งกล้ามเนื้อแต่ละส่วนมากเกินไปจนรส้ ู ึกว่า เจ็บหรือปวดกล้ามเนื้อส่วนนัน้ โดยให้เกร็งจนรส้ ู ึก พอดีและค่อยคลายกล้ามเนื้อแต่ละส่วนอย่างช้าๆ


ข้อควรปฏิบตั ิ (ต่อ) • ระยะเกร็งน้อยกว่าระยะคลายประมาณ 2 เท่า เช่น ถ้าใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 วินาที ช่วงผ่อน คลายต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6-10 นาที เพื่อ ให้ผร้ ู บั การฝึกสามารถเรียนรเ้ ู พื่อจดจำาความรส้ ู ึก ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริงมากขึ้น


ข้อควรปฏิบตั ิ (ต่อ) • ควรฝึกเป็นประจำาอย่างน้อยวันละ 1 ครัง้ ซึ่งระยะเวลา ในการฝึกแต่ละครัง้ ประมาณ 10-15 นาที • ควรฝึกประมาณ 8 - 12 ครัง้ เพื่อให้เกิดความ ชำานาญ • เมื่อคน้ ุ เคยกับการผ่อนคลายแล้ว ให้ฝึกคลายกล้ามเนื้อ ได้เลย โดยไม่จำาเป็นต้องเกร็งก่อน


ข้อควรปฏิบตั ิ (ต่อ) • อาจเลือกคลายกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนที่เป็นปัญหาเท่านัน้ ก็ได้ เช่น บริเวณใบหน้า ต้น คอ หลัง ไหล่ เป็นต้น ไม่จำาเป็นต้องคลายกล้ามเนื้อทัง้ ตัวจะช่วยให้ใช้เวลาน้อย ลง และสะดวกมากขึ้น


การจินตนาการ : Imaginary เป็นกลวิธีที่จะดึงความสนใจออกจาก สถานการณ์อนั เคร่งเครียดในปัจจุบัน

ไปสูป่ ระสบการณ์อนั งดงาม ที่เคยผ่านมา แล้วในอดีต หรือเป็นเรือ่ งที่จินตนาการขึ้น ใหม่ เป็นการเรียนรว้ ู ิธีการปรับความคิดวิธี หนึ่ง


การจินตนาการ : Imaginary (ต่อ) • สามารถกระทำาได้หลายลักษณะ เช่น การย้อนระลึกถึงสถานที่สวยงามที่เคยได้ไป ท่อง เที่ยวมาแล้ว เช่นชายทะเล น้าำ ตก ภ ูเขา สวนดอกไม้ ทงุ่ หญ้า ป่าไม้ เป็นต้น  จินตนาการเอาเอง ถึงสถานที่ที่สวยงาม ซึ่งเมื่อ นึกถึงแล้ว จะทำาให้จิตใจรส้ ู ึกสงบ มีความส ุขสดชื่น


การจินตนาการ : Imaginary (ต่อ) • เมื่อนึกถึงแล้ว จะทำาให้จิตใจรส้ ู ึกสงบ มีความส ุขสดชื่น ในขณะใช้จินตนาการนัน้ จะต้องทำาให้ตวั เองรส้ ู ึกว่า เหมือนจริงที่ส ุด โดยประสาทสัมผัสทัง้ 5 จนแทบจะได้ กลิ่นหอมของดอกไม้ ได้ยนิ เสียงคลื่น ได้สมั ผัสหยาด น้าำ ค้างตามใบหญ้า รส้ ู ึกถึงความอบอนุ่ ของแสงแดด ยามเช้า ฯลฯ เพื่อจะได้เกิดอารมณ์คล้อยตาม จนรส้ ู ึก เป็นส ุขได้เหมือนอยูใ่ นเหต ุการณ์จริงเลยทีเดียว


การจินตนาการ Imaginary (ต่อ) • เมื่อจิตใจกำาลังสงบ และเพล���ดเพลินกับจินตนาการ ขอให้ ใช้เวลาช่วงนี้บอกย้าำ กับตัวเองว่า ค ุณกำาลังผ่อนคลาย กำาลังสบายอย่างที่ส ุด พร้อมทัง้ ให้กาำ ลังใจตัวเองด้วยว่า ค ุณเป็นคนเก่ง ค ุณสามารถเอาชนะปัญหา และอ ุปสรรค ในชีวิตได้อย่างแน่นอน และเมื่อจบการจินตนาการแล้ว ขอให้ค ุณคงความสดชื่นต่อไป และเกิดกำาลังใจ ที่จะสู้ ปัญหามากขึ้นด้วย


ขัน้ ตอนของการใช้จินตนาการ 1. เลือกสถานที่ที่สงบและ เป็นส่วนตัว ปลอดจาก การ รบกวนจากผูอ้ ื่นสัก 10-15 นาที 2. นัง่ ในท่าที่สบาย บนเก้าอี้ที่มีพนักพิงศีรษะ หรือจะนอนเอนหลังก็ได้ แต่ตอ้ งระวังอย่าหลับ 3. คลายเสื้อผ้าให้หลวม ถอดรองเท้าออกด้วย


ขัน้ ตอนของการใช้จินตนาการ(ต่อ) 4. หลับตาลง แล้วเริม่ จินตนาการถึงสถานที่ที่ สวยงาม สงบและเป็นส ุข เช่น การเดินชมชายหาด 5. เมื่อจิตใจเริม่ สงบและเป็นส ุข ให้ยา้ำ กับตัวเองว่า ค ุณรส้ ู ึกสบาย และค ุณเป็นคนดีมีความสามารถมาก พอ ที่จะเอาชนะอ ุปสรรคต่างๆได้เสมอ 6. ค่อยๆลืมตาขึ้น คงความรส้ ู ึกสดชื่นเอาไว้พร้อมที่ จะลงมือทำางานต่อไป


การฝึกการนวดคลายเครียด (Stress Relaxation Massage ) • ความเครียดเป็นสาเหต ุทำาให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง เลือด ไหลเวียนไม่สะดวก ปวดต้นคอ ปวดหลัง เป็นต้น • การนวดจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กระตน้ ุ การไหล เวียนของเลือด ทำาให้รส้ ู ึกปลอดโปร่ง สบายตัว หาย เครียด และลดอาการเจ็บปวดต่างๆ ลง


ข้อควรระวัง 1. ไม่ควรนวดขณะที่กาำ ลังเป็นไข้ หรือกล้ามเนื้อ บริเวณนัน้ อักเสบ หรือเป็นโรคผิวหนัง 2. ควรตัดเล็บสัน้ ก่อนนวดท ุกครัง้


หลักการนวดที่ถ ูกวิธี • การกด ใช้ปลายนิ้วที่ถนัด ได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ หรือ นิ้วกลาง • ในการนวดจะใช้การกด และการปล่อยเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้เวลากดแต่ละครัง้ ประมาณ 10 นาที และใช้ เวลาปล่อยนานกว่าเวลากด • การกดค่อยๆ เพิ่มแรงทีละน้อย และให้คอ่ ยๆปล่อย แต่ละจุดควรนวดซ้าำ ประมาณ 3-5 ครัง้


จุดที่นวด จุดกลางระหว่างคิ้ว ใช้น้ ิวชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5.1 ครัง้ จุดใต้หวั คิ้ว ใช้น้ ิวชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครัง้ . 2


จุดที่นวด (ต่อ) 3. จุดขอบกระด ูกท้ายทอย จุดกลาง ใช้หวั แม่มือกด 3-5 ครัง้ จุดสองจุดด้านข้าง ใช้วิธีการประสานมือบริเวณ ท้ายทอยแล้วใช้น้ ิวหัวแม่มือทัง้ สองข้างกดจุดสองจุด พร้อมๆกัน 3-5ครัง้ 4. บริเวณต้นคอ ประสานมือบริเวณท้ายทอย ใช้น้ ิวหัวแม่มือ ทัง้ สองข้าง กดตามแนวสองข้างของกระด ูกต้นคอ โดยกด ไล่จากตีนผมลงมาถึงบริเวณบ่า 3-5 ครัง้


จุดที่นวด (ต่อ)


จุดที่นวด (ต่อ) 5.

บริเวณบ่า ใช้ปลายนิ้วมือขวา บีบหัวไหล่ซา้ ยไล่จาก บ่าเข้าหาต้นคอ ปลายนิ้วมือซ้ายบีบไหล่ขวาไล่จากบ่า เข้าหาต้นคอทำาซ้าำ 3-5 ครัง้ 6. บริเวณบ่าด้านหน้าใช้น้ ิวหัวแม่มือขวากดจุดใต้กระด ูก ไหปลาร้า จุดต้นแขน และจุดเหนือรักแร้ของบ่าซ้ายกด จุดเดียวกันที่บ่าขวาทำาซ้าำ 3-5 ครัง้ 7. บริเวณบ่าด้านหลัง ใช้น้ ิวที่ถนัดของมือขวาอ้อมไปกด จุดบนและ จุดกลางของกระด ูกสะยัก และจุดรักแร้ดา้ น หลังของบ่าซ้าย ใช้น้ ิว ที่ถนัดของมือซ้ายกดจุดเดียวกัน ที่บ่าขวา 3-5 ครัง้


จุดที่นวด (ต่อ)


กิจกรรม 2 การฝึกผ่อนคลาย ด้วยตนเอง


การปรับสมด ุลทางด้านจิตใจ (Stabilization) • ความจำาเป็นในการปรับสมด ุล ผูท้ ี่มีอาการบาดแผลทางจิตใจจะมีความเครียด วิตกกังวลที่ เกิดจากเหต ุการณ์ฯที่ยงั ไม่สามารถจัดการได้จึงพยายาม หลีกหนีจากสิ่งกระตน้ ุ ทัง้ หลายที่เกี่ยวข้องกับบาดแผลทาง จิตใจ จิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความรส้ ู ึก หรือการสนทนา เกี่ยวกับเหต ุการณ์ที่ทำาให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ


(Stabilization (ต่อ การบำาบัดอาจทำาให้เกิดอาการ re-experiencing หรือ intrusive คือ การที่ภาพความร ุนแรงหวนกลับเข้ามาใน ความคิดอย่างไม่ตงั้ ใจในร ูปของ  มโนภาพ (Image)  ความทรงจำาที่ไม่ปรารถนา (unwanted memories)  ฝันร้าย (nightmare)


(Stabilization (ต่อ การหวนคิดถึงเหต ุการณ์นนั้ มีความสัมพันธ์ต่อการ เกิดอาการทางกาย เช่น เหงื่อออก หายใจสัน่ และ สภาวะทางจิตใจ เช่น หวาดวิตก


การปรับสมด ุลก่อนที่จะทำาการบำาบัด • ช่วยสร้างความมัน่ ใจผูท้ ี่ประสบภัย สามารถ รับมือกับอาการต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ระหว่างการบำาบัด


ร ูปแบบในการปรับสมด ุล จำาแนกออกได้เป็น 4 ชนิด 1.

การปรับสมด ุลทางกาย ใช้ในกลมุ่ ผูป้ ่ วยที่มี ปัญหาการใช้สารเสพติด กลมุ่ ผูป้ ่ วย Major depression, somatic disorder


ร ูปแบบในการปรับสมด ุล 2. การปรับสมด ุลทางสังคม ด้วย - การจัดหาสถานที่พกั /สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย - การหาเครือข่ายช่วยเหลือทางสังคม - การสร้างสัมพันธภาพระหว่างผูบ้ ำาบัดและผูร้ บั บริการ - การจัดสภาพแวดล้อมทางสังคมในชีวิตประจำาวัน เช่น การจัดตัง้ กลมุ่ อาชีพเพื่อเป็นการหารายได้


(การปรับสมด ุล (ต่อ 3. การปรับสมด ุลด้านจิตใจ ด้วยการใช้เทคนิคด้าน จิตวิทยาต่างๆ เพื่อช่วยให้เกิดการด ูแลตนเองมีความ อดทนอดกลัน้ ต่ออารมณ์ต่างๆ มีความสามารถใน การควบค ุมกำากับอารมณ์และผ่อนคลาย 4. การซักประวัติ การวางแผนการบำาบัดและการให้ ความรส้ ู ุขภาพจิต


ขัน้ ตอนในการปรับสมด ุลด้านจิตใจ 1. การให้ความรส้ ู ุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการเกิดบาดแผล ทางจิตใจเพื่อให้ผร้ ู บั บริการเข้าใจถึงอาการต่างๆ ที่ เกิดกับตัวเอง 2. การรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นด้วยการซักประวัติเพื่อ ตัดสินใจว่าผูม้ ีอาการบาดแผลทางจิตใจมีความพร้อม ในการบำาบัด มากน้อยเพียงใด สอบถามถึงเหต ุการณ์ ที่ทำาให้เกิดบาดแผล ทางจิตใจว่าเคยเกิดขึ้นเพียงครัง้ เดียว หรือมากกว่าหนึ่งครัง้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวาง แผลการบำาบัด


ขัน้ ตอนในการปรับสมด ุลด้าน จิตใจ(ต่อ) 3. การวางแผนการสอนผูร้ บั บริการแต่ละคนเพื่อวางแผนการ สอนกิจกรรมให้เหมาะกับผูร้ บั บริการ 4. การสอนเทคนิคและกิจกรรมต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดการกับ ความวิตกกังวล 5. การฝึกการสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใน ร่างกายความคิด และความรส้ ู ึกของตนเอง 6. วางระบบงานและงานที่ผร้ ู บั บริการต้องทำาอย่างต่อเนื่อง ตลอดการบำาบัด


เทคนิคการสร้างความสมด ุลทางจิตใจ

1. การจินตนาการถึงสถานที่ปลอดภัย (Inner Safe Place) 2. การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำาในทาง ลบ(Container)


การจินตนาการถึงสถานที่ปลอดภัย (Inner Safe Place) • ให้รจ้ ู กั วิธีการในการหาสถานที่ๆ มีความเป็น ส่วนตัวเพื่อใช้ในการหลบภัยเมื่อรส้ ู ึกเครียดหรือ ตื่นกลัวจากอาการของบาดแผลทางจิตใจ


(Inner Safe Place (ต่อ • สอนให้ฝึกสังเกตและจดจำาการเปลี่ยนแปลงภายใน ร่างกาย ที่เกิดขึ้น ขณะที่คิดถึงเหต ุการณ์ที่ทำาให้เกิด บาดแผลทางจิตใจ เพื่อลดความรส้ ู ึกหวาดกลัวหรือ ตื่นตระหนกที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ทำาให้เกิดการปล่อยวางและยอมรับธรรมชาติของ การเปลี่ยนแปลง


Inner Safe (Place (ต่อ • เรียนรท้ ู ี่จะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงภายใน ร่างกายที่เป็นบวก เช่น - การเกิดความส ุขสงบในจิตใจ - ความรส้ ู ึกทางกายที่เกิดขึ้นหลังการปลด ปล่อย/ผ่อนคลายความเครียด


ประโยชน์ • สร้าง Positive Resource • สร้าง อำานาจในการควบค ุมตนเอง(Illusion of Control) เพื่อลดความกลัว หรือความรส้ ู ึกไม่ ปลอดภัย ข้อจำากัด ไม่ควรใช้กบั ผูร้ บั บริการที่ยงั อาศัยอยูใ่ นสถานที่ ที่ยงั ไม่มีความปลอดภัยอย่างแท้จริง


หลักการ • ให้ผร้ ู บั บริการสร้างสถานที่ที่ปลอดภัยขึ้นใน จินตนาการ เพื่อให้ผร้ ู บั บริการเรียนรว้ ู ่ายังมีสถานที่ ���ี่ปลอดภัยที่ผร้ ู บั บริการสามารถเข้าถึงได้ท ุกเมื่อที่ ต้องการ ซึ่งจะช่วยสร้างความมัน่ คงทางจิตใจให้ ผูร้ บั บริการมากขึ้น และเป็นการเตรียมความพร้อม ให้แก่ผร้ ู บั บริการสำาหรับการบำาบัดในขัน้ ต่อไป


ขัน้ ตอนการบำาบัด 1. ผูบ้ ำาบัดบอกให้ผร้ ู บั บริการตระหนักว่า ขณะนี้ ในห้องนี้ ผูร้ บั บริการปลอดภัยแล้ว (เพราะผูท้ ี่มีบาดแผลทางจิตใจมัก รส้ ู ึกว่าตนเองไม่ปลอดภัยอยูเ่ สมอ) ผูบ้ ำาบัดต้องสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้ผร้ ู บั บริการ เช่น ห้องบำาบัดต้องเงียบสงบ ไม่มีเสียงหรือบ ุคคลอื่น รบกวน ผูบ้ ำาบัดรักษาระยะห่างจากผูร้ บั บริการพอสมควร เพื่อให้ผร้ ู บั บริการรส้ ู ึกผ่อนคลาย


ขัน้ ตอนการบำาบัด (ต่อ) 2.ผูบ้ ำาบัดบอกให้ผร้ ู บั บริการนัง่ ในท่าที่สบาย และเลือกว่า จะหลับตาหรือลืมตาก็ได้ เนื่องจากผูร้ บั บริการที่มี บาดแผลทางจิตใจมักกลัวหรือระแวงเมื่อจะต้องหลับตา ถ้าผูร้ บั บริการเลือกที่จะลืมตา ก็ให้หาจุดพักสายตา ใกล้ๆ ตัว เพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าขณะบำาบัด


ขัน้ ตอนการบำาบัด(ต่อ) 3.ผูบ้ ำาบัดทำาความตกลงกับผูร้ บั บริการถึงวิธีการสื่อสาร ในระหว่างการบำาบัด เช่น การให้ผร้ ู บั บริการขยับนิ้วมือ ในการตอบรับคำาถามของผูบ้ ำาบัด เป็นต้น


ขัน้ ตอนการบำาบัด (ต่อ) 4. ให้ผร้ ู บั บริการหายใจเข้าออกช้าๆ และเมื่อ สังเกตเห็นว่าผูร้ บั บริการเริม่ ผ่อน คลายแล้ว จึงเริม่ ต้นการบำาบัด กิจกรรม3


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำา ในทางลบ (Container) หลักการ • ผูบ้ ำาบัดช่วยให้ผร้ ู บั บริการสร้างวัตถ ุชนิดใด หรือ ประเภทใดก็ได้ ที่จะใช้เก็บความทรงจำาที่ไม่ดีซึ่ง อาจจะเป็นเรือ่ งของอารมณ์ ความคิด ภาพ เหต ุการณ์ เสียง กลิ่น หรือรสชาติ ที่ผร้ ู บั บริการ ไม่พึงปรารถนา


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำา ในทางลบ (Container) (ต่อ) หลักการ • เพื่อไม่ให้ความทรงจำานี้กลับมารบกวนจิตใจอีก ช่วยให้ผร้ ู บั บริการตระหนักว่าตนเองมีอำานาจใน การควบค ุมความทรงจำานัน้ และสามารถอยูก่ บั ความทรงจำานัน้ ได้ โดยไม่ตอ้ งเครียด วิตกกังวล หวาดกลัว หรือเป็นท ุกข์อีกต่อไป


การจินตนาการเพื่อลดความทรง จำาในทางลบ Containe (ต่อ) ประโยชน์ • เพื่อสร้างอำานาจในการควบค ุม (Illusion of Control)ให้แก่ผร้ ู บั บริการ • เพื่อช่วยกระตน้ ุ สมองส่วนคิดให้กบั ผูร้ บั บริการ • เพื่อลดความทรงจำาทางลบของผูร้ บั บริการและ ผูบ้ ำาบัด


การจินตนาการเพื่อลดความทรง จำาในทางลบ Containe (ต่อ) ขัน้ ตอนการบำาบัด 1.ผูบ้ ำาบัดอธิบายหลักการให้ผร้ ู บั บริการฟัง และ เปิดโอกาสใหซักถาม จนผูร้ บั บริการเข้าใจเพื่อจะ ได้สามารถปฏิบตั ิตามขัน้ ตอนในการบำาบัดได้ อย่างถ ูกต้อง


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำา ในทางลบ Containe (ต่อ) 2.จากนัน้ ผูบ้ ำาบัดขอให้ผร้ ู บั บริการนัง่ ในท่าที่สบาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อท ุกส่วนของร่างกาย หายใจเข้า ออกเป็นจังหวะช้าๆ จะหลับตาหรือลืมตาก็ได้ หาก ผูร้ บั บริการเลือกที่จะลืมตา ให้ผร้ ู บั บริการหาจุดพัก สายตาใกล้ๆ ตัวเพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าระหว่าง การบำาบัด


Container (ต่อ) 3.เมื่อผูบ้ ำาบัดเห็นว่าผูร้ บั บริการเริม่ ผ่อน คลายแล้ว ก็เริม่ ต้นการบำาบัดได้ ดังนี้

กิจกรรม4


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำา ในทางลบ Container (ต่อ) หมายเหต ุ • ผูร้ บั บริการบางคนอาจคิดถึงภาชนะใส่ของ อย่างอื่นที่นอกเหนือจากตห้ ู รือกล่องก็ได้ เช่น น้าำ เต้าไห หรือช่องลับในผนัง เป็นต้น ทัง้ นี้ ขึ้น อยูก่ บั วัฒนธรรม ประสบการณ์ และวิถีชีวิต ของผูร้ บั บริการนัน่ เอง


Container (ต่อ) • สำาหรับผูร้ บั บริการบางคน แม้เมื่อจัดเก็บความทรง จำาลงในตห้ ู รือกล่องแล้ว แต่จะยังเห็นภาพหรือมี ความคิด ความรส้ ู ึก เกี่ยวกับความทรงจำานัน้ อยู่ ผูบ้ ำาบัดควรให้ผร้ ู บั บริการฝึกซ้าำ อีก และอาจจำาเป็น ต้องฝึกหลายรอบกว่าผูร้ บั บริการจะทำาได้


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำา ในทางลบ Container (ต่อ) • หากผูร้ บั บริการไม่ประสงค์จะใช้มือหยิบจับสิ่ง ที่เป็นตัวแทนของความทรงจำาที่ไม่ดี ผูบ้ ำาบัดก็ อาจจะให้ผร้ ู บั บริการนึกถึงเครือ่ งมือต่างๆ ที่ อาจนำามาใช้หยิบจับแทนก็ได้


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำาใน ทางลบ Container (ต่อ) • เมื่อจบการบำาบัดแล้ว ผูบ้ ำาบัดไม่ควรถามว่า ผูร้ บั บริการเก็บตห้ ู รือกล่องไว้ที่ใด เพราะจะ ทำาให้ไม่เป็นความลับ และการไม่ถาม จะทำาให้ ผูร้ บั บริการรส้ ู ึกเข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเองมาก ขึ้นและพึ่งพิงผูบ้ ำาบัดน้อยลง


การจินตนาการเพื่อลดความทรงจำาใน ทางลบ Container (ต่อ) • ผูบ้ ำาบัดควรอธิบายให้ผร้ ู บั บริการเข้าใจว่า แม้ ความทรงจำาบางอย่าง จะทำาให้รส้ ู ึกเจ็บปวด ขมขื่นหรือเป็นท ุกข์ แต่ก็ยงั เป็นความทรงจำาที่จะยังคงอยูก่ บั ผูร้ บั บริการตลอดไป ไม่สามารถขจัดออกไปได้ อย่างหมดสิ้นและเป็นการถาวร


Container

(ต่อ)

• อย่างไรก็ตาม เมื่อผูร้ บั บริการมีความเข้มแข็ง มากขึ้น แล้วย้อนกลับไปด ูความทรงจำาเก่าๆ ก็ จะรับรแ้ ู ต่เพียงว่ามันเป็นประสบการณ์ชีวิต ส่วนหนึ่ง ที่ทำาให้เกิดการเรียนรช้ ู ีวิตได้มากขึ้น ความทรงจำานัน้ ก็ไม่อาจจะทำาร้ายผูร้ บั บริการ ได้อีกต่อไป ผูร้ บั บริการสามารถอยูร่ ว่ มกับ ความทรงจำานัน้ ได้โดยไม่เกิดพิษภัยแต่อย่างใด


กิจกรรม 5 • แบ่งกลมุ่ อภิปรายการนำาเทคนิคการ ผ่อนคลายความเครียดไปใช้ให้เหมาะ สมกับสถานการณ์และกลมุ่ เป้าหมาย • ให้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ นำาเสนอผลการ อภิปราย


บทส่งท้าย



แนะนำการจัดการความเครียด