Issuu on Google+

จดหมายขาว สถาบันวัคซีนแหงชาติ กรมควบคุมโรค ปที่ 5 ฉบับที่ 1 เดือนธันวาคม 2554

à¹×éÍËÒÀÒÂã¹àÅ‹Á

á¹Ç·Ò§ºÒ§»ÃСÒÃ㹡ÒÃʹѺʹع ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹´ŒÒ¹ÇѤ«Õ¹ º·ºÒ·¢Í§ÇѤ«Õ¹ã¹ÁËÒÍØ·¡ÀÑ Recombinant DNA Technology ÊÙ‹¡ÒþѲ¹ÒÇѤ«Õ¹Çѳâ䪹ԴãËÁ‹ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒÇÔ¨Â Ñ ·Ò§¤ÅÔ¹¡ Ô ÃÐÂÐ IIB ¢Í§ÇѤ«Õ¹ Çѳâ䪹ԴãËÁ‹ ã¹»ÃЪҡ÷ÕèµÔ´àª×éÍ àͪäÍÇÕ A Word A Day Ç‹Ò´ŒÇ¤íÒ “Tuberculosis”

»ÃСÒÈÃÒª×èͼٌࢌÒÃͺµÑ´ÊÔ¹¡ÒûÃСǴÍ͡ẺµÃÒÊÑÞÅѡɳÊ¶ÒºÑ¹ÇѤ«Õ¹áË‹§ªÒµÔ


เย็นศิระ เพราะพระบริบาล

ศิระเกลา บังคม บรมบาท ธ ปกเกศ พสกไทย พนอาดูร แปดสิบสี่ พระวสา มหามาส พระมิ่งฟา ฉัตรแกว จอมราชันย

ภูวนาถ จอมบดินทร ปินไอศูรย ธ เป็นศูนย รวมใจ ไทยนิรันดร ไทยทั้งชาติ นอมมโน เชิญพระขวัญ ขอพระองค เกษมสันต ทิวาวาร ดวยเกลาดวยกระหมอมขอเดชะ ขาพระพุทธเจา สถาบันวัคซีนแหงชาติ

จดหมายขาว “สถาบันวัคซีนแหงชาติ” ปที่ 5 ฉบับที่ 1 เดือนธันวาคม 2554 ที่ปรึกษา : นพ.ศุภชัย ฤกษงาม นพ.ศุภมิตร ชุณหสุทธิวัฒน บรรณาธิการ : ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผูชวยบรรณาธิการ : วรวรรณ กลิ่นสุภา เกศินี มีทรัพย กฤษณา นุราช นันทะภร แกวอรุณ ภาพปกและภาพประกอบ : ณัฐ จินดาประชา มัญชุรัศมิ์ เถื่อนสุคนธ ประสานการพิมพและเผยแพร : สุรเดช คําเอี่ยม อรอุมา อาจปกษา ติดตอ : สถาบันวัคซีนแหงชาติ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท ต. ตลาดขวัญ อ. เมือง จ. นนทบุรี 11000 โทรศัพท 0 2590 3196−8 โทรสาร 0 2965 9152 www.nvco.go.th พิมพที่ : สํานักงานกิจการโรงพิมพองคการสงเคราะหทหารผานศึก ในพระบรมราชูปถัมภ

º·ºÃóҸԡÒÃ

มหาอุ ท กภั ย ที่ ผ  า นมาทํ า ให เ ครื อ ข า ยวั ค ซี น ได รั บ ผลกระทบ กันทั่วหนา โดยเฉพาะอยางยิ่งบริษัทไบโอเนท-เอเชีย จํากัด ก็ตองขอแสดง ความเสียใจและเอาใจชวยใหกาวลวงอุปสรรคในครั้งนี้ไดอยางเขมแข็ง และอีก ไมถึง 5 เดือน ก็จะครบรอบปของการประกาศ “วาระแหงชาติดานวัคซีน” เพื่อ การพึ่ ง ตนเองและความมั่ น คงของประเทศด า นวั ค ซี น สิ่ ง สํ า คั ญ ที่ พ วกเรา สถาบันวัคซีนแหงชาติและเครือขาย ไดเรียนรูในหวงเวลาที่ผานมา คือ เชื่อวา นั ก การเมื อ งและผู  บ ริ ห ารระดั บ สู ง ในประเทศได หั น มาให ก ารสนั บ สนุ น การ วิจัยพัฒนาวัคซีนกันมากยิ่งขึ้น แตอยางไรก็ตาม “กลไกสนับสนุนที่สอดคลอง กั บ เจตนารมณ เ หล า นี้ อ ย า งจริ ง จั ง และปฏิ บั ติ ไ ด จ ริ ง ” เป น สิ่ ง จํ า เป น โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง ด า นงบประมาณและการสนั บ สนุ น การลงทุ น ผู  อ  า น ค น หาคํ า ตอบได ใ นบทความที่ นํ า เสนอ ซึ่ ง เป น ส ว นหนึ่ ง ของความพยายาม ที่ ส ถาบั น ฯ ได ดํ า เนิ น การเพื่ อ สร า งความชั ด เจน และเป น แนวทาง ในการจัดทําขอเสนอเพื่อเปนกลไกในการสนับสนุนการดําเนินการดานวัคซีน ใหเปนรูปธรรมตอไป รวมถึงการทบทวนเอกสารบทบาทของวัคซีนในภาวะนํา้ ทวม ตลอดจนเทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนวัณโรคชนิดใหม หวังเปนอยางยิ่งวา บทความและข า วสารที่ เ สนอคงจะเป น ประโยชน และขอความกรุ ณ า ผูอ า นไดทาํ แบบประเมินจดหมายขาวทางเว็บไซตของสถาบัน www.nvco.go.th เพื่อการพัฒนาปรับปรุงตอไปดวย จักขอบพระคุณเปนอยางสูงครับ บรรณาธิการ ธันวาคม 2554


แนวทางบางประการในการสนับสนุน การด�ำเนินงานด้านวัคซีน

เกศินี มีทรัพย์

ารด�ำเนินงานด้านวัคซีนในปัจจุบนั มีความเคลือ่ นไหว และก้าวหน้าในหลายด้าน บทความนี้ขอน�ำเสนอ เกีย่ วกับค�ำแนะน�ำของวุฒสิ ภาในการพัฒนาวัคซีน ตลอดจน ค�ำชี้แจงของส� ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และส� ำ นั ก งบประมาณต่ อ การด� ำ เนิ น งานด้ า นวั ค ซี น ซึ่งผู้ท�ำการวิจัยพัฒนาวัคซีนควรทราบ ในปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุ ฒิ ส ภา ได้ มี ก ารจั ด ประชุ ม เกี่ ย วกั บ การพั ฒ นาวั ค ซี น โดยเชิญหน่วยงานบางหน่วยงานไปชีแ้ จงรวมทัง้ สถาบันวัคซีน แห่งชาติ และมีการศึกษาดูงานหน่วยผลิตบางหน่วย แล้วจึง ส่งจดหมายถึงสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ข้อเสนอแนะ ในการด�ำเนินงานด้านวัคซีนต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ ประเทศไทยควรมีจดุ ยืนในการผลิตวัคซีนเพือ่ การพึง่ พา ตนเองได้อย่างชัดเจน โดยต้องมีกลไกต่าง ๆ ที่ต้อง มีความเข้มแข็ง บุคลากรต้องมีความเชี่ยวชาญ และ กระบวนการผลิตที่ต้องมีมาตรฐาน การน� ำ วั ค ซี น ไปใช้ เ ป็ น กระบวนการที่ ส� ำ คั ญ และ ต้องมีระบบที่เกี่ยวข้องที่ได้มาตรฐาน มีการติดตาม ประสิทธิภาพ ความมั่นคงอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ การด� ำ เนิ น งานด้ า นวิ ช าการควรเป็ น ไปในรู ป แบบ กรรมการ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถาบันการศึกษาด้วย

• • •

การบริหารจัดการในการด�ำเนินการด้านวัคซีน ต้องมี กลไกกลางในการประสานกับภาคส่วนต่างๆ โดยต้อง มีหน่วยงานกลางท�ำหน้าที่หลักของประเทศ อาจเป็น หน่วยงานอิสระภายใต้พระราชบัญญัติ หรือ เป็นองค์การ มหาชนภายใต้พระราชกฤษฎีกา ซึ่งมีสถานะที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย อันจะท�ำให้เกิดการจัดสรรปัจจัยสนับสนุน อืน่ ๆ เช่น งบประมาณ บุคลากร ฯลฯ การด�ำเนินการในลักษณะบริษทั ร่วมค้ายังมีความจ�ำเป็น และควรมีอยู่ แต่ต้องพิจารณาการผูกขาดตลาด และ การก�ำหนดรายละเอียดของการต่อรองแลกเปลีย่ นต่างๆ เนื่องจากอาจเกิดสงครามราคายาที่จะกระทบต่อผู้ผลิต วัคซีนในประเทศ แต่หากยังเป็นบริษัทร่วมทุนกันอยู่ นั้น รัฐต้องมีนโยบายให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาวัคซีน จนผลิตวัคซีนได้ทงั้ ระบบ (Upstream to downstream) ทั้ ง นี้ ก ารพิ จ ารณาลงทุ น ผลิ ต วั ค ซี น โดยทางเลื อ กอื่ น ที่ น อกเหนื อ ไปจากการใช้ ง บประมาณของรั ฐ เช่ น การกู้เงินจากธนาคารโลก การเข้าซื้อกิจการของบริษัท ที่มีความพร้อม ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาด้วย ปัญหาส�ำคัญอืน่ ๆ เช่น การผลักดันให้มกี ารแก้ไขปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานโรงงานผลิตวัคซีน ในด้านการ สนั บ สนุ น การลงทุ น ด้ า นวิ จั ย พั ฒ นาและผลิ ต วั ค ซี น ในประเทศ

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

1


ส่วนส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ตอบข้อหารือของสถาบันวัคซีนแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยสรุปดังนี้ หน่วยงานที่จะขอรับการสนับสนุนการลงทุนต้องเป็น บริษทั มูลนิธิ หรือสหกรณ์ เท่านัน้ ในกรณีสถานเสาวภา และองค์การเภสัชกรรม หากมีความประสงค์ขอรับ การลงทุนสามารถด�ำเนินโดยการจัดตั้งกิจการในรูป บริษัท มูลนิธิ หรือสหกรณ์ได้ นโยบายในปัจจุบันได้ให้ความส�ำคัญแก่การวิจัยพัฒนา และผลิตวัคซีนอยู่แล้ว โดยเป็นการส่งเสริมในกิจการ เทคโนโลยี ชี ว ภาพ โดยได้ รั บ สิ ท ธิ ป ระโยชน์ เช่ น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี นับแต่ วันที่มีรายได้ครั้งแรก ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีการท� ำวิจัย และพัฒนาวัคซีนด้วย การขยายเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นติ บิ คุ คลให้มากกว่า 8 ปี เป็นเรื่องระดับนโยบายที่ต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จึงต้องศึกษา ความเหมาะสมโดยรอบคอบ คาดว่าต้องใช้ระยะเวลา พอสมควร นอกจากนี้ในเรื่องของงบประมาณ สถาบันวัคซีน แห่งชาติ ได้หารือส�ำนักงบประมาณเกี่ยวกับการสนับสนุน โครงการใน “วาระแห่ ง ชาติ ด ้ า นวั ค ซี น ” ได้ ข ้ อ แนะน�ำ สรุปแนวทางการด�ำเนินการในเรื่องนี้ได้ดังนี้ บรรจุโครงการเหล่านี้ในแผนยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณโดยไม่ ร วมอยู ่ ใ นงบประมาณปกติ ข อง หน่วยงาน หรือ

• •

2

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

พิ จ ารณาให้ ส ถาบั น วั ค ซี น แห่ ง ชาติ เ ป็ น หน่ ว ยงาน ทีเ่ สนอของบประมาณในภาพรวมทัง้ หมด ตัง้ แต่ พ.ศ.2556 และเมือ่ อนุมตั งิ บประมาณแล้ว ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็ น ผู ้ จั ด สรรงบประมาณให้ ห น่ ว ยงานผู ้ รั บ ผิ ด ชอบ แต่ละโครงการ จากการที่ ห น่ ว ยงานของรั ฐ ที่ จ ะสามารถตั้ ง งบประมาณได้  ต้องเป็นหน่วยงานทีม่ สี ถานะเป็นส่วนราชการ ตั้งแต่ระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือรัฐวิสาหกิจตาม พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 ประกอบกับ การทีร่ ฐั บาลจะเสนอขอตัง้ งบประมาณให้แก่หน่วยงานต่างๆ ต่ อ รั ฐ สภาจะต้ อ งเป็ น กรณี ที่ มี เ หตุ ผ ลความจ� ำ เป็ น ในการใช้ จ ่ า ยงบประมาณตามภารกิ จ และความพร้ อ ม ที่จะด�ำเนินการ โดยจะต้องระบุวัตถุประสงค์ แผนงาน โครงการในแต่ละรายการเพือ่ ให้สว่ นราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ทีไ่ ด้รบั การจัดสรรงบประมาณไปใช้จา่ ยให้ชดั เจนด้วย กรณีทหี่ น่วยงานต่าง ๆ ในวาระแห่งชาติดา้ นวัคซีน ไม่สามารถขอตั้งงบประมาณใน พ.ศ.2555 ได้ทัน เนื่องจาก กระบวนการภายในของหน่ ว ยงานและการจั ด ท� ำ แผน งบประมาณในเชิงบูรณาการได้ จึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผล ในการเสนอขอตั้งงบประมาณไว้ที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ และการบรรจุ โ ครงการด้ า นวั ค ซี น ไว้ ใ นแผนยุ ท ธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณ โดยไม่รวมอยูใ่ นงบประมาณปกติของ หน่วยงาน เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ จะถูกก�ำหนดโดยเชื่อมโยงกับแผนบริหารราชการแผ่นดิน หรือนโยบายของรัฐบาลเป็นส�ำคัญ และต้องผ่านความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรีก่อน


ºทºาทของวัคซีนในมหาอØทกÀัย วรวรรณ กลิ่นสุภา

ภาพของน�้ า ท่ ว มขั ง ในมหาอุ ท กภั ย อาจท� า ให้ การด� า เนิ น ชี วิ ต ของผู ้ ค นขาดการสุ ข าภิ บ าลที่ ดี น�า้ ประปาทีใ่ ช้อปุ โภคบริโภคอาจไม่สามารถควบคุมคุณภาพ ได้ตามมาตรฐาน การจัดเก็บขยะท�าได้ล�าบาก จึงอาจเป็น สาเหตุ ใ ห้ เ กิ ด การเพาะพั น ธ์ุ แ ละแพร่ ก ระจายของเชื้ อ จุลินทรีย์ก่อโรคและพาหะน�าโรคได้เป็นอย่างดี โรคติดต่อ ที่ มั ก เกิ ด ในช่ ว งน�้ า ท่ ว มและหลั ง น�้ า ลด มี ทั้ ง โรคที่ ติ ด ต่ อ จากอาหารและน�้าเป็นสื่อ เช่น อุจจาระร่วงอาหารเป็นพิษ ไข้ทยั ฟอยด์ บิด ตับอักเสบเอ โรคมือเท้าปาก และโรคฉีห่ นูหรือ เลปโตสไปโรซิส, ส่วนโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ที่ส�าคัญ คือ โรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ นอกจากนี้ยังมี โรคตาแดง ไข้เลือดออก เป็นต้น โรคติดต่อในสภาวะน�า้ ท่วมดังกล่าวข้างต้นบางโรค มี วั ค ซี น ป้ อ งกั น เกื อ บทั้ ง หมดเป็ น วั ค ซี น นอกแผนงาน สร้างเสริมภูมคิ มุ้ กันโรค (EPI) โดยทัว่ ไปวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้ ยังไม่มีที่ใช้ในสภาวะน�้าท่วมอย่างชัดเจน โดยในบทความนี้ จะยกตัวอย่างวัคซีนบางตัว วัคซีนอหิวาตกโรค – เป็นวัคซีนเชื้อตายชนิดกิน ทีม่ จี า� หน่ายในวงกว้าง คือ Dukoral และ Shanchol/mORCVAX 2 โดส ห่างกัน 14 วัน ใช้ได้ในอายุ > 1 และ > 2 ปี ตามล� า ดั บ แนะน� า ให้ ก ระตุ ้ น ทุ ก 2 ปี วั ค ซี น กระตุ ้ น ภูมคิ มุ้ กันและป้องกันโรคได้ 7-10 วัน หลังได้รบั วัคซีน โดสที่ 2

บริการฉีควัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่ผู้สูงอายุ ในพิ้นที่ประสบภัยน�้าท่วม

ประสิทธิผลทางคลินิก (efficacy) เมื่อ 4-6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี คื อ 86-66%, 62-45% และ 77-58% ตามล�าดับ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานอาการข้างเคียงที่รุนแรง การใช้วคั ซีนอหิวาตกโรคในภาวะฉุกเฉินพบว่าต้องใช้ทรัพยากร และเวลามาก ตัวอย่างเช่น ในจังหวัดอาเจะห์ อินโดนีเซีย หลังสึนามิ (พ.ศ. 2548) การให้วคั ซีนในประชากร 79,000 คน ต้องใช้เวลาในการให้วัคซีน 6 เดือน ต้องละลายวัคซีน กับบัฟเฟอร์ด้วยน�้าสะอาด บรรจุภัณฑ์วัคซีนมีขนาดใหญ่ ประมาณ 30 เท่าเมื่อเทียบกับวัคซีนชนิดอื่น จึงต้องการ พืน้ ทีใ่ นเก็บวัคซีนมากกว่าปกติ และครอบคลุมกลุม่ เป้าหมาย ท� า ได้ เ พี ย ง 69% ส่ ว นในประเทศไทยในปั จ จุ บั น พบว่ า จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

3


สาธารณสุขอ�าเภอศรีราชาจัดเจ้าหน้าทีฉ่ ดี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผูท้ พี่ กั อาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวค่ายลูกเสือ

การระบาดของอหิวาตกโรคมักเกิดในแรงงานต่างชาติหรือ ผู้ อพยพเขตชายแดนซึ่งความเป็นอยู่และการสุขาภิบาล ไม่ดี พบในประชากรไทยน้อย ยังพบโรคนี้มากในประเทศ ที่การสุขาภิบาลยังไม่ดี เช่น อินเดีย บังคลาเทศ หรือใน ทวีปอัฟริกาหลายประเทศ เป็นต้น วัคซีนทัยฟอยด์ – วัคซีนรุ่นใหม่มี 2 ชนิด คือ วัคซีนเชื้อเป็นชนิดกิน และวัคซีนเชื้อตายชนิดฉีด ใช้ได้ทั้ง ผูใ้ หญ่และเด็กทีม่ อี ายุ 2 ปีขนึ้ ไป ประเทศไทยมีการขึน้ ทะเบียน เฉพาะชนิ ด ฉี ด โดยฉี ด หนึ่ ง โด ส สามารถป้ อ งกั น โรคได้ เมื่อได้รับวัคซีนแล้วประมาณ 7 วัน มีประสิทธิผลทางคลินิก ประมาณร้อยละ 70 ป้องกันโรคได้ประมาณ 3 ปี ส่วนวัคซีน ชนิดกินมีทงั้ แบบแคปซูลและแบบน�า้ มีประสิทธิภาพใกล้เคียง กั บ ชนิ ด ฉี ด แตกต่ า งที่ จ� า นวนโด ส วั ค ซี น เหล่ า นี้ มี ความปลอดภั ย สู ง ยั ง ไม่ พ บอาการข้ า งเคี ย งที่ รุ น แรง

4

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

ส�าหรับโรคทัยฟอยด์ในปัจจุบันในประเทศไทยมีรายงาน การเกิดโรคน้อย พบโรคนี้มากในประเทศที่การสุขาภิบาล ยังไม่ดีดังที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ – ปัจจุบันมีวัคซีนใน ท้องตลาดหลายบริษัท ส่วนใหญ่เป็นวัคซีนเชื้อตายชนิดฉีด ซึ่งขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว ประสิทธิผลทางคลินิก ประมาณ 94−100% หลังจากได้รบั วัคซีนประมาณ 3 สัปดาห์ และควรได้รับการกระตุ้นอีกครั้งประมาณ 6−12 เดือน หลั ง ได้ รั บ วั ค ซี น เข็ ม แรก ขณะนี้ ยั ง ไม่ พ บรายงานของ อาการข้างเคียงที่รุนแรง ในประเทศไทยพบว่าเด็กเล็กเริ่มมี การติ ด เชื้ อ ตามธรรมชาติ ล ดลงเมื่ อ เที ย บกั บ ในอดี ต ส่วนผู้ใหญ่มักมีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว วัคซีนเลปโตสไปโรซิส – มีวัคซีนป้องกันส�าหรับ สัตว์และคน หลายประเทศรวมทัง้ ประเทศไทยมีการใช้วคั ซีน ชนิดนี้ในปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข วัว ควาย และ หมู เป็นต้น ส�าหรับการใช้วัคซีนในคนยังไม่เป็นที่แพร่หลาย มีการใช้เฉพาะในบางประเทศที่มีการผลิตวัคซีนนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุน คิวบา ฝรั่งเศส เวียดนาม และเกาหลีใต้ ส่วนมาก เป็ น วั ค ซี น เชื้ อ ตายจ� า เพาะส� า หรั บ สายพั น ธ์ุ ที่ ร ะบาดใน ประเทศดังกล่าว ในประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนชนิดนี้ในคน โดยพบว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับภาวะน�้าท่วมและการปวย มีความรุนแรงสูง วัคซีนไวรัสโรตา – เชื้อไวรัสโรต้า เป็นสาเหตุ ส�าคัญของโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็กเป็นวัคซีนเชื้ อ เป็ น ชนิดกิน ปัจจุบนั มี 2 บริษทั วัคซีนโดสแรกให้ในเด็กอายุ 6-12 สัปดาห์ และโดสสุดท้ายอายุไม่ควรเกิน 24 สัปดาห์ วัคซีนมี


ประสิทธิผลทางคลินิกป้องกันโรคอุจจาระร่วงอาการรุนแรง ได้มากกว่า 95% โดยมีภูมิคุ้มกันจ�าเพาะต่อสายพันธ์ุ และ วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของ โรคข้ามสายพันธ์ุได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ในประเทศไทย จะพบโรคนี้ในสัดส่วนที่สูงของโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก แต่ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะน�้าท่วม โดยทัว่ ไปถึงแม้จะเป็นทีย่ อมรับกันว่าการใช้วคั ซีน จะมีประสิทธิภาพและมีความคุม้ ทุนสูงในการควบคุมป้องกัน โรค แต่แนวทางการพิจารณาการใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉิ��� ส�าหรับประชาชนในภาพกว้างมีรายละเอียดแตกต่างจาก การพิจารณาน�าวัคซีนมาใช้ในภาวะปกติทั่วไป และการใช้ วัค ซี น อาจไม่ ใช่ ท างเลื อ กที่ ดี ที่ สุ ด ในภาวะฉุ ก เฉิ น เพราะ มักมีขอ้ จ�ากัดด้านต่างๆ อยูม่ าก ส�าหรับสถานการณ์นา�้ ท่วม ในครั้ ง นี้ การให ค วามรู  ด  า นสุ ข อนามั ย แก่ ป ระชาชน การปรั บ ปรุ ง สุ ข าภิ บ าลอาหาร น�้ า ขยะมู ล ฝอยและ สิ่ ง ปฏิ กู ล ให ถู ก สุ ข ลั ก ษณะ รวมทั้ ง การเฝ า ระวั ง และ การสอบสวนโรคอย่ า งทั น ท่ ว งที ถื อ เป น หั ว ใจส� า คั ญ ส่วนการใชวัคซีนเปนเพียงมาตรการเสริมเท่านั้น ในเหตุการณ์น�้าท่วมที่ผ่านมากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้แนะน�าให้ใช้วัคซีนดังกล่าว แต่ ก็ ไ ด้ มี ก ารให้ ค� า แนะน� า การใช้ วั ค ซี น บาดทะยั ก และ ไข้หวัดใหญ่ในบางกลุ่ม คือ 1) การให้วัคซีนบาดทะยัก แบบล่วงหน้า (pre-exposure) แก่อาสาสมัคร ทหาร ต�ารวจ

การฉีควัคซีนบาดทะยักให้กับทหาร

ที่ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ช ่ ว ยเหลื อ ผู ้ ป ระสบอุ ท กภั ย เนื่ อ งจากมี ความเสีย่ งทีจ่ ะเกิดบาดแผล แต่ควรตรวจสอบประวัตกิ ารได้รบั วัคซีนที่มีส่วนประกอบของบาดทะยักก่อน เพื่อป้องกัน การได้รับภูมิคุ้มกันมากเกินได้ และ 2) รณรงค์การให้วัคซีน ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลแก่ประชาชนที่อาศัยในศูนย์พักพิงที่ มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป โดยศูนย์พักพิงแห่งนั้น จะต้ อ งมี แ พทย์ อ ยู ่ ป ระจ� า เพื่ อ ดู แ ลหากผู ้ ไ ด้ รั บ วั ค ซี น เกิดอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน และกลุ่ม ประชากรเป้ า หมายในการให้ วั ค ซี น เป็ น กลุ ่ ม เดี ย วกั บ ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะน�าทุกปี

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

5


Recombinant DNA Technology ÊÙ่การ¾ั²นาวัคซีนวัณโรคชนิดใหม่ นันทะภร แกวอรุณ

Recombinant DNA Technology หรื อ ที่ เรียกว่าเทคโนโลยีดีเอ็นเอสายผสม เป็นกระบวนการทาง พันธุวิศวกรรม (Genetic engineering) โดยการตัดต่อ ชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ต้องการเข้าไปเชื่อมกับดีเอ็นเอพาหะ เช่น bacterial plasmid หรือ viral vector ท�าให้ได้ดีเอ็นเอ โมเลกุลใหม่ซึ่งเรียกว่าดีเอ็นเอสายผสม จากนั้นน�าไปโคลน เข้าสู่ระบบ expression system ที่เหมาะสม เช่น ใน แบคทีเรีย ยีสต์ หรือเซลล์เพาะเลีย้ ง เพือ่ ให้มกี ารสร้างชิน้ ส่วน ดีเอ็นเอหรือสารที่ต้องการออกมา โดยวัตถุประสงค์ของ เทคโนโลยีดเี อ็นเอสายผสมคือ การน�าไปสูค่ วามเปลีย่ นแปลง หรื อ ปรั บ ปรุ ง ลั ก ษณะทางพั น ธุ ก รรมของสิ่ ง มี ชี วิ ต ให้ ที่ มี คุณสมบัติในการสร้างการที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังเป็นวิธี 6

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

ที่ เ หมาะส� า หรั บ การเพิ่ ม ปริ ม าณผลผลิ ต หรื อ เป็ น การปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย จึงมี การน�าเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ส�าหรับผลิตสารทางชีวภาพ (Biological products) ที่ใช้ในทางการแพทย์มากมาย หลายชนิด อาทิเช่น ฮอร์โมน (Erythropoietin, Insulin, Human growth hormone ฯลฯ) และวัคซีน (Rabies, Hepatitis B ฯลฯ) เป็นต้น ปั จ จุ บั น วั ค ซี น หลายชนิ ด ถู ก พั ฒ นาโดยใช้ เทคโนโลยี ดี เ อ็ น เอสายผสม ซึ่ ง ถื อ เป็ น เทคโนโลยี ใ หม่ ที่ ส ามารถพั ฒ นาให้ ไ ด้ วั ค ซี น ที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพสู ง และมี ความปลอดภัยมากขึน้ วัคซีนวัณโรคชนิดใหม่กเ็ ป็นอีกวัคซีน ชนิดหนึง่ ทีม่ กี ารพัฒนาโดยเทคโนโลยีนี้ โดยมุง่ หวัง ทีจ่ ะพัฒนา


การเชื่อมต่อชิ้นส่วนระหว่างดีเอ็นเอต่างสายพันธ์ุในขั้นตอน การท�ำดีเอ็นเอลูกผสม

ให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากกว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ ในปัจจุบันคือ วัคซีนบีซีจีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน วัณโรคได้ในเด็กเท่านั้น ตัวอย่างการพัฒนาวัคซีนวัณโรค ชนิดใหม่ หรือ Recombinant BCG มีดังนี้ 1. การพั ฒ นาโดยการท� ำ โคลนนิ่ ง ยี น ที่ ส ร้ า ง แอนติเจนหรือโปรตีนที่จ�ำเพาะต่อเชื้อ M. tuberculosis ที่เป็นสาเหตุของการก่อโรค เข้าไปในเชื้อ M. bovis (BCG) ซึ่งเป็นเชื้อที่ไม่ก่อโรคในคน ท�ำให้แบคทีเรีย M. bovis มี ก ารสร้ า งแอนติ เจนหรื อ โปรตี น ที่ จ� ำ เพาะนั้ น ออกมา ยกตัวอย่างวัคซีน rBCG30 ที่พัฒนาโดย UCLA (University of California Los Angeles) เป็นวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3

แถบชิ้นส่วนดีเอ็นเอบนแผ่นเจลอะกาโรส

2. การดัดแปลงพันธุกรรมของเชื้อ M. bovis (BCG) โดยท�ำให้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้ดขี นึ้ ยกตัวอย่างเช่น VPM1002 ทีม่ กี ารดัดแปลงพันธุกรรม ของเชือ้ M. bovis (BCG) โดยกระบวนการทางพันธุวศิ วกรรม ท�ำให้ได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่คาดว่าจะกระตุ้นระบบ ภูมิคุ้นกันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้อยู่ระหว่ า ง การทดสอบทางคลินิกระยะที่ 1-2 จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดีเอ็นเอสายผสมนั้นได้ ถูกน�ำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางและแพร่หลาย และ ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยพัฒนา ทั่ ว โลกในการน� ำ มาใช้ ผ ลิ ต และพั ฒ นาวั ค ซี น ชนิ ด ต่ า งๆ ซึง่ ล้วนแล้วแต่เป็นวัคซีนทีส่ ำ� คัญ โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีน วัณโรค ซึ่งถือเป็นโรคติดต่อที่มีความร้ายแรง แต่อย่างไร ก็ตามการพัฒนาวัคซีนป้องกันวัณโรคขนิดใหม่ยังมีอีกหลาย รูปแบบ และการพัฒนาโดย Recombinant technology ถือเป็นเพียงทางเลือกในการพัฒนาวัคซีนรูปแบบหนึง่ เท่านัน้ จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

7


การศึกษาวิจย ั ทางคลินก ิ ระยะ IIB ของวัคซีนวัณโรคชนิดใหม่ ในประชากรที่ติดเชื้อเอชไอวี เกศินี มีทรัพย์

Countries Clinical Trial Partnership (EDCTP) นับเป็น การศึ ก ษาประสิ ท ธิ ผ ลในประชากรที่ ติ ด เชื้ อ เอชไอวี ค รั้ ง แรก ด้วยวัคซีน MVA85A ซึง่ วิจยั และพัฒนาโดย OETC และคาดหวังว่า การศึกษานีจ้ ะได้ขอ้ มูลความปลอดภัย การกระตุน้ ระบบภูมคิ มุ้ กัน และประสิทธิภาพของวัคซีน การศึกษาจะทดสอบในอาสาสมัครผูใ้ หญ่ 1,400 ราย อายุ 18−50 ปี ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ UK Medical Research Council in the Gambia องค์กร Aeras และมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ใน 2 พื้นที่วิจัย คือ University of ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคจ�ำนวน 1.7 ล้านคน Capetown (UCT) Institute of Infectious Disease and ต่อปี และประชากรทั่วโลกจ�ำนวน 2,000 ล้านคน อยู่ในภาวะ Molecular Medicine เมือง Khayelitsha ประเทศแอฟริกาใต้ ติดเชื้อวัณโรคแล้ว ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่อาศัยอยู่ในประเทศ และ Laboratoire de Bacteriologie-Virologie du Centre ที่มีความชุกของวัณโรคสูง มีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่า Hospitalier Universitaire Arictide Le Dantec เมือง Dakar คนที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีถึง 20 เท่าอีกด้วย ทั้งนี้วัณโรคเกี่ยวข้อง ประเทศเซเนกัล โดยทีก่ �ำลังจะมีผลการศึกษาวิจยั ทางคลินกิ ของ กับการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณร้อยละ 23 แม้ว่า วัคซีนวัณโรคตัวเลือกชนิดนี้ ในอาสามัครเด็กทารกจ�ำนวน 3,000 องค์การอนามัยโลกแนะน�ำให้ฉีดวัคซีนวัณโรคที่ได้ขึ้นทะเบียน รายที่เข้าร่วมโครงการด้วย แล้ว อย่างไรก็ตามวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาวัคซีนวัณโรคตัวเลือกนี้ นับเป็นเรื่องที่ เพียงพอในการป้องกันโรคส�ำหรับผู้ใหญ่ได้ มีความส�ำคัญเร่งด่วน ทั้งนี้การพัฒนาวัคซีนให้ส�ำเร็จต้องการ องค์กร Aeras และ Oxford-Emergent Tubercu- ความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยองค์กร Aeras เป็นผู้สนับสนุน losis Consortium (OETC) ได้ประกาศเมือ่ เดือนสิงหาคม 2011 การวิจัยทางคลินิกและทุน ส่วน EDCTP สนับสนุนโครงการ ว่าได้เริ่มการศึกษาวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนวัณโรค multicenter ซึ่ ง มี ทั้ ง การศึ ก ษาวิ จั ย ทางคลิ นิ ก การพั ฒ นา ในประชากรที่มีการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว “วัคซ���นตัวเลือกชนิดนี้ ศักยภาพของบุคลากรและเครือข่ายอื่น ๆ รวมทั้ง Scientist นับได้วา่ มีความก้าวหน้าทางด้านคลินกิ มากทีส่ ดุ ในวัคซีนรุน่ ใหม่ Institute of Public Health (WIV-ISP) ประเทศเบลเยียม ที่ พั ฒ นาเพื่ อ ต่ อสู้กับเชื้อวัณโรคและการระบาดร่ว มของเชื้ อ ซึ่งเป็นผู้ค้นพบแอนติเจน 85A ซึ่งใช้วิจัยพัฒนาวัคซีนตัวเลือก วัณโรคและเอชไอวี” การพัฒนาวัคซีนตัวเลือกชนิดนีน้ บั เป็นความหวังของ การวิ จั ย นี้ ด� ำ เนิ น การในประเทศเซเนกั ล และ ชาวโลกทีจ่ ะมีเครือ่ งมือใหม่ในการป้องกันควบคุมโรค โดยเฉพาะ แอฟริกาใต้ เป็นการวิจยั ทางคลินกิ ระยะ IIB (Proof of concept) ในประชากรกลุ่มเสี่ยงและความฝันที่จะท�ำให้โลกนี้ปราศจาก โดยได้รบั ทุนสนับสนุนเบือ้ งต้นจาก European and Developing วัณโรคให้ได้ในที่สุด 8

จดหมายข่าวสถาบันวัคซีนแห่งชาติ


»ÃСÒÈÃÒª×èͼٌࢌÒÃͺµÑ´ÊÔ¹¡ÒûÃСǴÍ͡Ẻ µÃÒÊÑÞÅѡɳ “ʶҺѹÇѤ«Õ¹áË‹§ªÒµÔ” ตามที่สถาบันวัคซีนแหงชาติ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ไดจัดใหมีการประกวดออกแบบ ตราสัญลักษณประจําสถาบันฯ ในระหวางวันที่ 15 สิงหาคม – 15 ธันวาคม 2554 ขณะนี้ คณะกรรมการ ตัดสินการประกวดฯ ไดลงมติเลือกผลงานที่ผานเขารอบ จํานวน 3 ผลงาน ไดแก

นายปริญญา บุญชัย จังหวัดเชียงใหม

นายสมชาย นิลแกว จังหวัดปทุมธานี

นายอดิศร ฟาสาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อเจาของผลงานทั้งสามไดปรับแกไขผลงานเรียบรอยแลว จะนํามาพิจารณาผลงานชนะเลิศในเดือน มกราคม 2555 ผลงานที่ไดรับรางวัลจะนําไปจัดทําตราสัญลักษณสําหรับใชในกิจกรรมของสถาบันตอไป


A Word A Day Ç‹Ò´ŒÇ¤íÒ “Tuberculosis” ชินภัศมิ์ ลีจิโรภาสน

การศึกษาที่มาของคําศัพท โดยอาศัยเอกสาร โบราณ การเปรียบเทียบกับภาษาอื่น ๆ การสืบสรางประวัติ ของคํา วาคํานั้นมีการใชในภาษานั้น ๆ เมื่อใด มาจาก แหลงใด และมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงความหมาย อยางไร นักภาษาศาสตร (Linguist) เรียกการศึกษาดังกลาว วา Etymology หรือ ศัพทมูลวิทยา ซึ่งบางครั้งศาสตรนี้ ยังมีความเกี่ยวของกับวิชา นิรุกติศาสตร หรือ Philology อีกดวย สําหรับจดหมายขาวฉบับนี้จะกลาวถึง Etymology และ Philology ของคํา Tuberculosis Tuberculosis [ ] ในความหมาย ของ Oxford Dictionary คือ an infectious bacterial disease characterized by the growth of nodules (tubercles) in the tissues, especially the lungs. The disease is caused by the bacterium Mycobacterium tuberculosis or (especially in animals) a related species; Gram-positive acid-fast rods คํา Tuberculosis ปรากฏในพจนานุกรมเปน ครั้งแรก ในป ค.ศ. 1860 มีวิวัฒนาการมาจากคําในภาษา ละตินโบราณ (Classical Latin : ภาษาในกลุม Romance โบราณ ไดแก อิตาลี ฝรัง่ เศส สเปน โปรตุกสี และโรมาเนียน)

คือ tuberculum หมายถึง small swelling (การพองบวม ขนาดเล็กๆ) / pimple (ตุมสิว)/ lump (กอน) + คําปจจัย จากภาษากรีก (suffix) – osis เปน suffix แสดงสภาวะของ คํานาม ซึง่ ตอมาไดมาใชัในทางการแพทยหมายถึง “a state of disease” ดังนั้น Tuberculosis ในทางภาษาศาสตร จึ ง หมายถึ ง สภาวะของโรคที่ ทํ า ให เ กิ ด อาการพองบวม เปนกอน และใน ค.ศ. 1882 นายแพทยชาวเยอรมันนาม Robert Koch ไดคนพบเชื้อโรคที่ทําใหเกิดวัณโรคและ ใหชอื่ วา Mycobacterium tuberculosis คํา Tuberculosis จึงเปนที่แพรหลายในวงการแพทยจนถึงปจจุบัน


newsletter NVI (5/1/54)