Page 1


บทเพลงและพิธีอภิเษก พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน สดุดีพระสังฆราช เราทุกคนจงพรอมพรัก องคพระสังฆราชา ทรงพิทักษรักษพระสมัย มาจงรักกันเต็มกมล

สามิภักดิ์รักวันทนา ผูทรงนำบรรดาคริสตชน เราเลื่อมใสพระศาสนาสากล จะเปนมงคลตลอดนิรันดรเทอญ

Ecce Sacerdos Magnus Ecce Sacerdos magnus, แอ็กเช ซาแชรดอส มายูส

qui in diebus suis placuit Deo กวี อิน ดีเอบูส ซูอิส ปลากูอิต เดโอ

et in ventus est justus, แอ็ต อิน แวนตูส แอส ยูสตูส

est in ventus est justus แอส อิน แวนตูส แอส ยูสตูส

Ecce Sacerdos magnus, แอ็กเช ซาแชรดอส มายูส

Ecce Sacerdos magnus แอ็กเช ซาแชรดอส มายูส

qui in diebus suis placuit Deo et in ventus est justus. กวี อิน ดีเอบูส ซูอิส ปลากูอิต เดโอ แอ็ต อิน แวนตูส แอส ยูสตูส

19


เราจงมา 1. เราจงมาสรรเสริญพระเจา รวมแซซองดวยดวงใจชื่นบาน 2. เราจงมารวมกันรองเพลง สดุดีสรรเสริญพระบิดา 3. เราจงมารวมในมิสซา มอบชีวิตดวยดวงจิตซื่อตรง 4. เราจงมาขอบคุณพระองค ใหชีวิตและทุกสิ่งมากมาย 5. เราจงมาถวายทุกสิ่ง มอบชีวิตทั้งกายจิตฤทัย 6. เราจงมาวอนขอพระพร ใหชาวเราเชื่อไวใจมั่นคง

ยกใจเราสูสวรรควิมาน สาธุการพระองค รวมบรรเลงสุดกายใจวิญญาณ พระบุตรา พระจิต รวมบูชาถวายแดพระองค พรอมองคพระเยซู พระผูทรงสรางวิญญาณรางกาย ดวยพระทัยเมตตา ดวยใจจริงไมประวิงเรื่องใด นำถวายพระองค ประนมกรกราบวิงวอนพระองค รักซื่อตรงเรื่อยไป

สรรเสริญพระตรีเอกภาพ 1. เชิญเราคริสตชนพรอมใจ มารวมในบูชามิสซา สรรเสริญพระบิดาผูพระทัยดี เชิญเรามาถวายพระพร รวมแซซองดวยความยินดี สดุดีองคพระคริสตชีวิตของเรา (รับ) รวมกันสรรเสริญองคพระบิดา พระบุตราไถโลกาดวยชีวี สรรเสริญองคพระจิตผูทรงฤทธี องคพระตรีเอกภาพหนึ่งเดียว 2. เชิญเรามาถวายพระพร ยกยอกรองคพระบิดา พระบุตราและพระจิตเนืองนิจนิรันดร รวมกับปวงนิกรเทวา และบรรดาชนชาวสวรรค มารวมกันสรรเสริญองคพระเปนเจา 3. เชิญเรามารวมกันรองเพลง รวมบรรเลงสรรเสริญพระองค พระผูทรงพระทัยดีและมีเมตตา 20


เชิญเรามารวมสาธุการ สุขสราญเบิกบานยินดี รวมชีวีในพระคริสตชีวิตนิรันดร 4. เชิญเรามาขอบคุณพระองค ใจบรรจงในกองบูชา ปรารถนาถวายสิ่งที่นอยคา กิจการงานที่ลูกทำ ขอทรงธรรมรับเปนบูชา ดวยศรัทธาจากดวงใจมอบใหพระองค

พระผูสราง 1. เมื่อยามทิวา แจมกระจางสีสดงดงาม

ฟากฟากวางใหญสีคราม แวววามดวยแสงสุริยา

(รับ) กมเกลากราบกรานเชิดชูบูชา ผูสรางทุกสิ่งราตรีทิวา

สรรเสริญวันทาพระผูเรืองรอง อีกทรงเมตตารักษาปกครอง

2. เมื่อยามราตรี ดวงจันทราเจิดจาอัมพร

สุรียคลอยเคลื่อนลับจร มวลดารากรพราวตา

ขาแตพระเจา (4) ขาแตพระเจา ขาแตพระเจา ขาแตพระคริสตเจา ขาแตพระคริสตเจา ขาแตพระเจา ขาแตพระเจา

ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขอทรงพระกรุณาเทอญ

21


พระสิริรุงโรจน (1) พระสิริรุงโรจนแดพระเปนเจาในสรวงสวรรค และมนุษยที่พระองคโปรดปรานจงประสบสันติสุขบนแผนดิน ขอสรรเสริญพระองค ขอถวายพรแดพระองค ขอกราบนมัสการพระองค ขอถวายเกียรติแดพระองค ขอขอบพระคุณ เพราะพระองค ทรงพระเกียรติเลอเลิศ พระเจาขา พระองคคือ พระราชาสวรรค เปนพระเปนเจา พระบิดา ทรงสรรพานุภาพ ขาแตพระเยซูคริสตเจา พระบุตรแตองคเดียว พระเจาขา พระองคคือพระบุตรพระบิดา ทรงเปนลูกแกะของพระเจา ผูพลีพระชนมเพื่อยกบาปของโลก ขอทรงพระกรุณาเทอญ พระองคผูทรงยกบาปของโลก โปรดฟงขาพเจาวิงวอนเทอญ พระองคผูประทับ เบื้องขวาพระบิดา ขอทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระเยซูคริสตเจา พระองคผูเดียวศักดิ์สิทธิ์ พระองคผูเดียวทรงเปนเจา พระองคผูเดียวสูงสุด รวมกับพระจิตในพระสิริรุงโรจนของพระบิดาเจา อาแมน

บทภาวนาของประธาน ขาแตพระเจา พระองคไดทรงเลือกพระสังฆราชใหม คุณพอ ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน ขารับใช เลี้ยงดูฝูงแกะของพระองค โปรดประทานจิตตารมณแหง ความเขมแข็ง การตัดสินที่ถูกตอง ความฉลาดรอบคอบ และความรักใหแกทาน เพื่อจะไดเสริมสรางพระศาสนจักรของพระองคใหเปนเครื่องหมายแหงความรอด 22


ใหแกโลก โดยการดูแลปกครองพระศาสนจักรทองถิ่นในนามของพระคริสตเจา ในฐานะอาจารย สมณะ และนายชุมพาบาล ตามที่พระองคทรงมอบหมายดวย ความซื่อสัตยดวยเถิด ทั้ ง นี้ ขอพึ่ ง พระบารมี พ ระเยซู ค ริ ส ตเจ า พระบุ ต รผู ท รงจำเริ ญ และ ครองราชย เปนพระเจาหนึ่งเดียวกับพระองค และพระจิต ตลอดนิรันดร ทุกคน : อาแมน

บทอานที่ 1 บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโครินธ ฉบับที่ 1 (1คร. 9:18-23) ขาพเจาจะไดรางวัลใดเลา รางวัลสำหรับขาพเจา ก็คอื ความภูมใิ จทีข่ า พเจา ประกาศขาวดีใหโดยไมใชสิทธิตาง ๆ จากการประกาศขาวดีนั้น แมวาขาพเจาเปน อิสระ ขาพเจาก็ยอมเปนทาสรับใชทุกคน เพื่อเอาชนะใจผูอื่นใหมากที่สุดเทาที่จะ มากได ขาพเจาทำตนเปนชาวยิวในหมูชาวยิว เพื่อเอาชนะใจชาวยิว แมขาพเจาจะ ไมมธี รรมบัญญัตบิ งั คับ ขาพเจาก็ทำตนใหมธี รรมบัญญัตบิ งั คับในหมูผ ทู ม่ี ธี รรมบัญญัติ บังคับ เพือ่ เอาชนะใจเขาเหลานี้ ขาพเจามีธรรมบัญญัตขิ องพระเจาและธรรมบัญญัติ ของพระคริสตเจาบังคับอยู แตขา พเจาก็ทำตนเหมือนกับผูท ไ่ี มมธี รรมบัญญัตบิ งั คับ เพื่อเอาชนะใจผูที่ไมมีธรรมบัญญัติบังคับ ขาพเจาทำตนเปนผูออนแอ เพื่อชนะใจ ผูออนแอ ขาพเจาเปนทุกอยางสำหรับทุกคน เพื่อขาพเจาจะไดใชทุกวิถีทางชวย บางคนใหรอดพน ขาพเจาทำทุกอยางเพราะเห็นแกขาวดี เพื่อขาพเจาจะไดมีสวน รับพระพรจากขาวดีนี้รวมกับเขาเหลานั้นดวย (นี่คือพระวาจาของพระเจา)

23


บทเพลงคั่น

บทเพลงสดุดีที่ 23 (แดนสงบ)

1.ทรงนำขาฯ นอนบนหญา เงียบสงบหางไกลคน 2.ทรงฟนจิตวิญญาณ หุบเขาเงามืดบังตา 3.ทรงเตรียมอาหารตอหนาศัตรู ชโลมน้ำมันอันชื่นใจ 4.ความดีความรักของพระองค เขาพำนักพักผอนกับเจาพระคุณ

ริมธาราพาชื่นกมล ไมขัดสนในพระกรุณา สูแนวทางที่ทรงสัญญา แตมีคทาพระทรงคุมครองปลอดภัย ประทับอยูกับขาฯตลอดไป ขันทุกใบเปยมลนไปดวยพระคุณ มั่นคงติดตามคอยเจือจุน โปรดการุญหนุนนำขาฯ เอย

บทอานที่ 2 บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิโมธี ฉบับที่ 2 (2 ทธ. 1:6-14) ขาพเจาจึงเตือนความจำของทาน เพือ่ ใหพระพรพิเศษของพระเจา เปนไฟที่ รุง โรจนขน้ึ อีก ทานไดรบั พระพรนีโ้ ดยการปกมือของขาพเจา พระเจาไมไดประทาน จิตที่ บันดาลความขลาดกลัว แตประทานจิตทีบ่ นั ดาลความเขมแข็ง ความรักและ การควบคุมตนเองแกเรา ดังนั้น ทานอยาอายที่จะเปนพยานถึงองคพระผูเปนเจา ของเรา หรืออายทีข่ า พเจาตองถูกจองจำเพราะพระองค แตจงเขามามีสว นรวมทนทุกข ทรมานกับขาพเจาเพื่อขาวดีโดยพระอานุภาพของพระเจา ผูทรงชวยเราใหรอด พน และทรงเรียกเราใหเปนผูศักดิ์สิทธิ์ ไมใชเพราะสิ่งที่เรากระทำ แตเพราะพระ ประสงคและพระหรรษทานของพระองค พระองคประทานพระหรรษทานนี้แกเรา แลวในพระคริสตเยซูกอนกาลเวลา แตบัดนี้ทรงเปดเผยโดยการแสดงพระองค ของพระผูไถ คือพระคริสตเยซู ผูทรงทำลายความตาย และทรงนำชีวิตและความ ไมรูจักตาย ใหปรากฏอยางชัดแจงโดยทางขาวดี ขาพเจาไดรับการแตงตั้งใหเปนผู ประกาศเปนอัครสาวกและเปนครู เพือ่ ประกาศขาวดีน้ี ขาพเจากำลังทนทุกข แตขา พเจา ก็ไมรสู กึ อาย เพราะรูว า ขาพเจามอบความวางใจไวกบั ผูใ ด และมัน่ ใจวาพระองคจะทรง รักษาสิ่งที่ขาพเจารับมอบไว จนกวาจะถึงวันนั้นได จงยึดถือคำสอนที่ถูก ตองซึ่ง 24


ทานไดยนิ มาจากขาพเจาไวเปนแบบอยางดวยความเชือ่ และความรักในพระคริสตเยซู จงรักษาของมีคาที่ไดรับมอบไว เดชะพระจิตเจาผูสถิตอยูในเรา (นี่คือพระวาจาของพระเจา)

เพลงอัลเลลูยา อัลเลลูยา (เชิญเรามารองเพลง) เชิญเรามารองเพลงอัลเลลูยา พระองคทรงเมตตาพระวาจาถึงเรา เชิญโมทนา รองสาธุการ เชิญขับรองแซซองยินดี

แดองคพระเปนเจาอัลเลลูยา เชิญนอมเฝารองเพลงอัลเลลูยา แดองคภูบาลดวยใจเปรมปรีดิ์ แดภูมีดวยเพลงอัลเลลูยา

พระวรสาร บทอานจากพระวรสารโดยนักบุญยอหน (ยน. 15:9-17) พระบิ ด าของเราทรงรั ก เราอย า งไร เราก็ รั ก ท า นทั้ ง หลายอย า งนั้ น จงดำรงอยูในความรักของเราเถิด ถาทานปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ทานก็จะ ดำรงอยูในความรักของเรา เหมือนกับที่เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระบิดา ของเรา และดำรงอยูในความรักของพระองค เราบอกเรื่องเหลานี้แกทานทั้ง หลายแลว เพื่อใหความยินดีของเราอยูกับทาน และความยินดีของทานจะสมบูรณ นี่คือบทบัญญัติของเรา ใหทานทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เรารักทาน ไมมีใครมี ความรักยิง่ ใหญกวาการสละชีวติ ของตนเพือ่ มิตรสหาย ทานทัง้ หลายเปนมิตรสหาย ของเรา ถาทานทำตามที่เราสั่งทาน เราไมเรียกทานวาเปนผูรับใชอีกตอไป เพราะ ผูร บั ใชไมรวู า นายของตนทำอะไร เราเรียกทานเปนมิตรสหาย เพราะเราแจงใหทา นรู ทุกสิ่งที่เราไดยินมาจากพระบิดาของเรา มิใชทานทั้งหลายไดเลือกเรา แตเราได เลือกทาน มอบภารกิจใหทานไปทำจนเกิดผล และผลของทานจะคงอยู เพื่อวา 25


ทานจะขอสิง่ ใดจากพระบิดาในนามของเรา พระบิดาจะประทานแกทา น เราสัง่ ทาน ทั้งหลายดังนี้วา ทานทั้งหลายจงรักกัน (นี่คือพระวาจาของพระเจา)

พิธีอภิเษกพระสังฆราช หลังพระวรสารจบลง พิธีกรเชิญทุกคนยืนขึ้น และขับรองบทเพลง “เชิญพระจิต” จบบทเพลง แลว พิธีกรเชิญทุกคนนั่งลง และกลาวถึงการอภิเษกเปนพระสังฆราช

เชิญพระจิต 1. เชิญพระจิตฤทธิเดชเสด็จมา เยือนวิญญาณขาพระองคที่ทรงสรรค เชิญประสิทธิ์โปรดพระพรวรานันท เปนมิ่งขวัญแกวิญญาณขาพระองค (รับ) เชิญเสด็จ เชิญเสด็จพระจิตเจา เชิญเสด็จ เชิญเสด็จพระจิตเจา 2. พระคือเจาผูบรรเทาเหลาทุกขรอน พระคือพรจากเจาฟาคาสูงสง พระทอธารชูชีวีอัคคียง พระคือรักปกปลงใจใหปรีดา 3. พระประทานสัปตพรแกมนุษย พระประดุจดัชนีพระหัตถขวา ของพระองคทรงพระนามวาบิดา ตามสัญญาพระแจงไขไวเดนดี 4. โปรดประทานแสงสวางกระจางฟา โปรดนำมาซึ่งแรงรักประจักษศรี ใหมนุษยผูใจออนหยอนฤทธี ดับอัคคีคือกิเลสเผด็จไป 5. ขอพระโปรดขับศัตรูหมูอมิตร โปรดประสิทธิ์สันติสุขทุกสมัย ขอพระโปรดไดนำทางใหหางภัย ใตรมชัยวิญญาณรอดปลอดมลทิน 6. ขอพระโปรดดวงใจเกลาเขารูจัก สามิภักดิ์พระบิดามหาศาล อีกพระบุตรและพระจิตนิจกาล พระคือธารทอความเชื่อเพื่อชีวัน 7. สาธุการพระบิดาและพระบุตร พระประยุทธทรงชัยในมรณา อีกพระจิตพระทรงฤทธิ์ทรงศักดา เลื่องลือชาเกียรติพระยศปรากฏเทอญ

26


จากนั้น พระสงฆผูใหญ ซึ่งเปนตัวแทนของสังฆมณฑล เดินนำผูรับการอภิเษกไปอยู ตอหนาผูอภิเษก และขอใหประกอบพิธีอภิเษกตามถอยคำ ดังนี้ :

พระสงฆผูใหญ หญ : พระคุณเจา บิดาที่เคารพ พระศาสนจักรแหงสังฆมณฑล เชียงใหม ขอพระคุณเจาอภิเษก คุณพอฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน ใหไดรับ หนาที่เปนพระสังฆราชดวย ผูอภิเษก : ทานมีคำสั่งแตงตั้งจากองคสมเด็จพระสันตะปาปา หรือไม? พระสงฆผูใหญ หญ : เรามีพรอมแลว ผูอภิเษก : จงอานใหฟงเถิด พิธีกร : ลำดับตอไป เชิญที่ปรึกษาสถานเอกอัครสมณทูตรัฐวาติกัน ประจำประเทศไทย อานสารตราตั้ง

สารตราแตงตั้งพระสังฆราชวีระ อาภรณรัตน เบเนดิกต พระสังฆราช ผูรับใชของบรรดาผูรับใชของพระเจา ขอสงความปรารถนาดีและพระพรพระสันตะปาปา ถึงบุตรที่รักของเรา ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน พระสงฆจากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ผูไดรับเลือกเปนพระสังฆราชแหงสังฆมณฑลเชียงใหม ในบรรดาภารกิ จ สำคั ญ มากมายของเราในฐานะประมุ ข สู ง สุ ด ของ พระศาสนจักรนั้น เราตองเอาใจใสเปนพิเศษ แตงตั้งผูอภิบาลที่เหมาะสม ใหดูแล สังฆมณฑลซึง่ วางอยูไ มมผี ปู กครอง เมือ่ ฯพณฯ โยเซฟ สังวาลย ศุระศรางค ภราดร ที่นับถือของเรา ขอลาจากตำแหนง เราจึงไดรับฟงความเห็นของสมณกระทรวง ประกาศพระวรสารสูปวงชน และเห็นวาทาน ลูกที่รัก มีความสามารถในหนาที่ งานอภิบาล และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะปกครองดูแลสังฆมณฑลนี้ ดังนั้น 27


อาศัยอำนาจสูงสุดของผูสืบตำแหนงจากบรรดาอัครสาวก เราจึงแตงตั้งทานให เปนพระสังฆราชแหงสังฆมณฑลเชียงใหม พรอมกับสิทธิและหนาที่ทุกประการที่ ควบคูกับสถานภาพและตำแหนงนี้ เราอนุญาตใหทานรับการบวชเปนพระสังฆราชได นอกกรุงโรม จาก พระสังฆราชคาทอลิกองคใดก็ได โดยปฏิบัติตามจารีตของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ กอน พิธีบวช ทานจะตองประกาศแสดงความเชื่อคาทอลิก และสาบานตนแสดงความ ซือ่ สัตยตอ เรา และผูส บื ตำแหนงพระสันตะปาปาตอจากเรา ตามสูตรทีก่ ำหนดไวใน ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร นอกจากนี้ เรายังสั่งทานใหแจงแกคณะสงฆและ บรรดาสัตบุรุษของสังฆมณฑลเชียงใหม ไดทราบถึงสารแตงตั้งฉบับนี้ดวย เราขอ เตือนเขาเหลานีท้ กุ คน ใหเต็มใจตอนรับทาน และรวมมือกับทานอยางทีค่ วรตลอดไป ในที่สุด ลูกที่รัก อาศัยความชวยเหลือของพระจิตเจาพระผูบรรเทา ทาน จงอภิบาลดูแลบรรดาผูมีความเชื่อในปกครองของทาน ใหดำเนินชีวิตตาม บทบั ญ ญั ติ ที่ จ ะต อ งมี ค วามรั ก ต อ กั น ดั ง ที่ พ ระคริ ส ตเจ า พระอาจารย ข องเรา ไดตรัสไวในการเลีย้ งอาหารค่ำมือ้ สุดทายวา “นีค่ อื บทบัญญัตขิ องเรา ใหทา นทัง้ หลาย รักกันเหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) ขอพระแมมารียพรหมจารี ทรงพระกรุณาจากสวรรค คอยชวยเหลือ ทานและบรรดาสัตบุรุษของสังฆมณฑลเชียงใหม ซึ่งเปนที่รักยิ่งของเราดวย ให ณ กรุ ง โรม จากสำนั ก นั ก บุ ญ เปโตร วั น ที่ 10 เดื อ นกุ ม ภาพั น ธ คริสตศักราช 2009 ปที่สี่ แหงสมณสมัยของเรา

(ลงพระนาม) เบเนดิกตที่ 16 สันตะปาปา ทัศไนย คมกฤส แปลจากตนฉบับภาษาละติน - “บานผูหวาน” สามพราน 4 เมษายน 2009

28


พิธีกร : ผูอภิเษกจะปราศรัยกับคณะสงฆ นักบวช สัตบุรุษ และผูรับการอภิเษก พิธีกรเชิญทุกคนนั่งลง จากนั้น ผูอภิเษกเทศนตอสัตบุรุษและผูรับการอภิเษก ผูอภิเษก : พี่นองที่รักยิ่งทานทั้งหลายจงเขาใจใหดีวา พี่นองของเราผูนี้ ไดรับการ เลื่อนตำแหนงขึ้นไปถึง ขั้นสูงสงเพียงไรในพระศาสนจักร พระเยซูคริสต พระเจา ของเรา ซึ่งพระบิดาทรงสงมาเพื่อกอบกูมนุษยชาตินั้น ทรงสงอัครสาวกสิบสอง องคออกไปในโลก เพือ่ ใหทา นเหลานีไ้ ดรบั ฤทธิอ์ ำนาจของพระจิตเจาอยางบริบรู ณ จะไดไปประกาศขาวดี และรวบรวมชนชาติทั้งหลาย เขามาเปนฝูงแกะฝูงเดียว โปรดความศักดิ์สิทธิ์ให และปกครองดูแลพวกเขาเหลานั้นดวย บรรดาอัครสาวก ไดเลือกสรรผูช ว ยเหลือ เพือ่ ดำเนินงานนีต้ อ ไปตราบจนสิน้ พิภพ บรรดาอัครสาวก ไดมอบพระคุณของพระจิตเจาที่ทานไดรับจากพระคริสตเจานั้น ใหแกผชู วยเหลือ เหลานี้โดยปกมือให นับเปนการโปรดศีลบวชใหอยางสมบูรณ ดังนี้ จากชั่วอายุ หนึ่งถึงชั่วอายุตอไป ธรรมประเพณีที่สำคัญอันนี้ จึงไดรับการสงวนรักษาไวใน พระศาสนจักร โดยการสืบตำแหนงพระสังฆราชตอ ๆ มา อยางไมขาดสาย และ พระราชกิจของพระผูไถ ก็ดำรงอยูจนถึงสมัยของเรานี้ และเจริญยิ่งขึ้นสืบไป อีกดวย ในตัวพระสังฆราช ซึ่งมีบรรดาพระสงฆของตนหอมลอมอยูนั้น พระเยซูคริสต พระเจาของเรา ผูไ ดรบั แตงตัง้ เปนมหาสมณะตลอดนิรนั ดร ก็ประทับอยูท า มกลาง พี่นอง พระองคมิไดทรงหยุดยั้งเลยที่จะประกาศขาวดี และโปรดประทานธรรม ล้ำลึกแหงความเชื่อ ใหแกบรรดาสัตบุรุษ อาศัยศาสนบริการของพระสังฆราช พระคริสตเจาทรงเพิ่มสวนตาง ๆ ใหใหมแกพระวรกาย และรวมใหเขาอยูใน พระวรกายนัน้ ดวย อาศัยความฉลาดรอบคอบของพระสังฆราช พระคริสตเจาทรง นำทานทั้งหลายใหจาริกไปบนแผนดินนี้ จนกวาจะบรรลุถึงความบรมสุขนิรันดร เพราะฉะนั้ น ท า นทั้ ง หลายจงต อ นรั บ พี่ น อ งของเราผู นี้ ด ว ยจิ ต ใจชื่ น ชมยิ น ดี เราบรรดาพระสังฆราชขอตอนรับเขา เขามารวมอยูใ นคณะของเรา อาศัยการปกมือ ทานทัง้ หลายจงใหความเคารพนับถือเขาในฐานะผูร บั ใชพระคริสตเจา และผูแ จกจาย 29


ธรรมล้ำลึกของพระเจา เขาไดรับมอบหมายใหยืนยันความจริงแหงพระวรสาร รั บ ใช ใ นด า นจิ ต ใจและความยุ ติ ธ รรม ท า นทั้ ง หลายจงระลึ ก ถึ ง พระวาจาของ พระคริสตเจาทีต่ รัสกับบรรดาอัครสาวกไววา “ใครฟงทาน ก็ฟง เรา ใครดูหมิน่ ทาน ก็ดูหมิ่นเรา ใครดูหมิ่นเรา ก็ดูหมิ่นพระผูทรงใชเรามา” สวนทานภราดรที่รักยิ่ง ซึ่งองคพระเจาทรงเลือกสรร จงสำนึกไวเถิดวา ทานไดรับ เลือกจากมวลมนุษย และไดรบั การแตงตัง้ ใหรบั ใชมนุษยในสิง่ ทีเ่ กีย่ วของกับพระเจา ตำแหนงพระสังฆราช หมายถึงภาระหนาที่ มิใชเกียรติยศ และพระสังฆราชตอง บำเพ็ ญ ตนให เ ป น ประโยชน แ ก ผู อื่ น มากกว า ที่ จ ะตั้ ง ตนเป น เจ า นาย เหตุ ว า ตามพระโองการของพระอาจารยเจา ใครเปนใหญก็ใหทำตนเปนเหมือนผูนอย ใครเปนหัวหนาก็ตองเปนเหมือนผูรับใช ทานจงประกาศพระวาจาย้ำแลวย้ำอีก ทั้ ง เมื่ อ สบโอกาสและไม ส บโอกาส จงตั ก เตื อ นพร่ำ สอนด ว ยความพากเพี ย ร จงอุตสาหวอนขอพระพร อันอุดมนานาประการจากความศักดิ์สิทธิ์อันบริบูรณ ของพระคริสตเจา อาศัยการอธิษฐานภาวนา และถวายสักการบูชา อุทิศใหแก ประชากรที่ทรงมอบไวใหทานดูแลนั้นเถิด จงเปนผูซื่อสัตยในการแจกจาย จัดการ และรักษาธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจา ในกลุมคริสตชนที่ทานไดรับมอบหมายใหดูแล พระบิดาเจาทรงเลือกสรรทานให ปกครองครอบครัวของพระองค จงระลึกถึงผูเลี้ยงที่ดี ซึ่งรูจักแกะของตน และ แกะก็รูจักเขา ที่ไมลังเลใจในอันที่จะพลีชีพเพื่อแกะของตน ทานจงมีความรักเยี่ยงบิดาและพี่นองตอทุกคนที่พระเจาทรงมอบใหทานดูแล โดย เฉพาะอยางยิ่งบรรดาพระสงฆ และสังฆานุกร บรรดาผูรวมงานกับทานในการรับ ใชพระคริสตเจา รวมทัง้ บรรดาผูย ากจน ทุพพลภาพ ผูไ รทอ่ี ยูอ าศัย และคนตางถิน่ ทานจงตักเตือนสัตบุรษุ ใหทำงานรวมมือกับทานในกิจการธรรมทูต และอยารังเกียจ ทีจ่ ะฟงเขาดวยใจกวาง สวนผูท ย่ี งั มิไดมารวมอยูใ นแกะฝูงเดียวของพระคริสตเจานัน้ ขอใหทา นเอาใจใสอยางไมเหน็ดเหนือ่ ย เหมือนกับวาทานไดรบั ฝากไวในองคพระเจา 30


ดวย อยาลืมวา ในพระศาสนจักรคาทอลิกซึ่งมีสายสัมพันธแหงความรักผูกมัดไว ดวยกันนี้ ทานรวมอยูใ นคณะพระสังฆราช ดังนัน้ ทานจะตองไมละเวนทีจ่ ะมีความ หวงใยตอกลุมคริสตชนทั้งหลาย และเต็มใจชวยเหลือกลุมคริสตชนที่มี ความ ตองการ เพราะฉะนั้น ทานจงเอาใจใสฝูงแกะทั้งหมดที่พระจิตเจาทรงแตงตั้งทาน ใหอยูด ว ย เพือ่ ปกครองพระศาสนจักรของพระเจาในพระนามของพระบิดา ซึง่ ทาน เปนรูป หมายถึงพระองค ในพระศาสนจักรและในพระนามของพระเยซูคริสตเจา พระบุตรของพระบิดา ซึ่งทานทำหนาที่อาจารย สงฆ และชุมพาบาลของพระองค อยู และในพระนามของพระจิ ต เจ า ผู ป ระทานชี วิ ต ให แ ก พ ระศาสนจั ก รของ พระคริสตเจา และประทานกำลังของพระองคเพื่อค้ำจุนความออนแอของชาวเรา พิธีกร : อันดับตอไป เปนการให “คำสัญญาของผูรับการอภิเษก” หลังจากการเทศนจบแลว ผูรับการอภิเษกลุกขึ้น และมายืนตอหนาผูอภิเษก จากนั้น ผูอภิเษกสอบถามผูจะรับการอภิเษกตามถอยคำ ดังนี้ :

ผูอภิเษก : ระเบียบแบบแผนแตโบราณของบรรดาปตาจารยผูศักดิ์สิทธิ์ สั่งให ไตถามผูท จ่ี ะรับอภิเษกตอหนาประชาชน ถึงขอความเชือ่ ทีจ่ ะตองสอน และภารกิจ ที่จะตองปฏิบัติ เพราะฉะนั้นทานภราดรที่รัก ทานสมัครใจจะปฏิบัติภารกิจที่ไดรับ มาจากบรรดาอัครสาวก และมอบใหแกทาน อาศัยการปกมือของเรา พรอมกับ พระพรของพระจิตเจานั้นจนสิ้นชีวิตหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอภิเษก : ทานสมัครใจจะประกาศขาวดีเรื่องพระคริสตเจาอยางซื่อสัตย โดยไม วางเวนหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอภิเษก : ทานสมัครใจจะรักษาขอความเชื่อตามธรรมประเพณีที่ไดรับมาจาก บรรดาอัครสาวก และรักษาไวในพระศาสนจักรตลอดมาทัว่ ทุกแหงหนนัน้ ใหบริสทุ ธิ์ ครบถวนหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผู อ ภิ เ ษก : ท า นสมั ค รใจจะเสริ ม สร า งพระกายทิ พ ย ข องพระคริ ส ตเจ า 31


คือพระศาสนจักรของพระองค และจะดำรงอยูในเอกภาพของพระศาสนจักร พรอมกับคณะพระสังฆราช ภายใตอำนาจปกครองของผูสืบตำแหนงจากนักบุญ เปโตรอัครสาวกหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอภิเษก : ทานสมัครใจแสดงความเชื่อฟงอยางซื่อสัตย ตอผูสืบตำแหนงของ นักบุญเปโตรอัครสาวกหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอ ภิเษก : ทานสมัครใจจะดูแลประชากรศักดิส์ ทิ ธิข์ องพระเจา พรอมกับบรรดา พระสงฆและสังฆานุกรผูรวมงานของทาน ในฐานะบิดาผูใจดี และนำพวกเขาไป ในหนทางแหงความรอดหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอ ภิเษก : ทานสมัครใจจะแสดงตนเปนผูอ อ นโยน มีเมตตากรุณาตอคนยากจน ผูไรที่อยูอาศัย และผูขัดสนทั้งหลาย โดยเห็นแกพระนามขององคพระเจาหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผู อ ภิ เ ษก : ท า นสมั ค รใจจะแสวงหาบรรดาแกะที่ ห ลงทางเยี่ ย งผู เ ลี้ ย งที่ ดี และนำกลับมารวมในฝูงแกะฝูงเดียวของพระเจาหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ผูอ ภิเษก : ทานสมัครใจจะอธิษฐานภาวนามิไดขาดตอพระผูท รงสรรพานุภาพ เพื่อ ประชากรศักดิ์สิทธิ์ และปฏิบัติหนาที่พระสังฆราชอยางไรที่ติหรือ? ผูรับอภิเษก : ขาพเจาสมัครใจเชนนั้น ทั้งนี้ โดยอาศัยพระเจาทรงชวยเหลือ ผูอ ภิเษก : ขอพระเจาทีไ่ ดทรงเริม่ กิจการดีในตัวทานแลว ไดโปรดใหกจิ การดีนั้น สำเร็จลุลวงไปเทอญ พิธีกร

: อันดับตอไป เปน “บทภาวนาออนวอนนักบุญทั้งหลาย”

บรรดาพระสังฆราชถอดหมวกทรงสูงออก ทุกคนยืนขึ้น จากนั้น ผูอภิเษกพนมมือ พลางเชิญชวนทุกคนใหสวดบทร่ำวิงวอนนักบุญทั้งหลายตามถอยคำดังนี้ :

ผู  อ ภิ เ ษก : พี ่ น  อ งที ่ ร ั ก ยิ ่ ง ให เ ราภาวนาอ อ นวอนพระผู  ท รงสรรพานุ ภ าพ 32


และทรงเมตตา ไดประทานพระคุณอยางอุดมสมบูรณแกผรู บั เลือกนี้ เพือ่ ผลประโยชน ของพระศาสนจักรตอไปในภายภาคหนา พิธกี ร : ผูร บั การอภิเษกหมอบราบกับพืน้ เชิญพีน่ อ งทุกทานยืนอยางสำรวม และ รวมกันขับรองบทร่ำวิงวอนนักบุญทั้งหลาย ขาแตพระเจา ทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระเจา ทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระคริสตเจา ทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระคริสตเจา ทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระเจา ทรงพระกรุณาเทอญ ขาแตพระเจา ทรงพระกรุณาเทอญ สันตะมารีย พระชนนีพระเปนเจา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญมีคาแอล ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญราฟาแอล ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญคาเบรียล ชวยวิงวอนเทอญ ทูตสวรรคทั้งหลายของพระเจา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญยอแซฟ ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญยอหน บัปติสตา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญเปโตร และเปาโล ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญอันดรูว ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญยอหน ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญฟลิป ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญมารีมักดาลา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญสเตเฟน ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญลอเรนซ ลอเรนซ ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญอิกญาซีโอ ชาวอันทิโอก ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญอักแนส ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญเกรโกรี เกรโกร ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญเอากุสติน ชวยวิงวอนเทอญ 33


นักบุญอาทานาซีโอ ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญบราซิล ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญมารตินัส ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญฟรังซิส เดอ ซาล ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญอังเยลา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญเบเนดิกต ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญฟรังซิส และดอมินิก ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญฟรังซิสเซเวียรร ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญยอหน มารีเวียนเนย นเนย ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญหลุยสมารี เดอ มองฟอรต ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญเทเรซา แหงพระเยซู พระเยซ ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญแคธริน ชาวเซียนนา ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญยอหน บอสโก ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญดอมินิก ซาวีโอ ชวยวิงวอนเทอญ บุญราศีแหงประเทศไทย ชวยวิงวอนเทอญ นักบุญชาย หญิง ทั้งหลายของพระเจา ชวยวิงวอนเทอญ โปรดเอ็นดูเมตตาจากความชั่วทั้งมวล ขอชวยใหพนเถิดพระเจาขา โปรดเอ็นดูเมตตาจากบาปทั้งมวล ขอชวยใหพนเถิดพระเจาขา โปรดเอ็นดูจากความตายตลอดนิรันดร ขอชวยใหพนเถิดพระเจาขา โปรดเอ็นดูเมตตาเพราะเห็นแกการอวตารของพระองค ารอวตารของพระองค ขอชวยใหพน เถิดพระเจาขา โปรดเอ็นดูเมตตา เพราะเห็นแกการสิ้นพระชนม และการกลับคืนชีพของพระองค ขอชวยใหพนเถิดพระเจาขา โปรดเอ็นดูเมตตา เพราะเห็นแกการประทานพระคุณของพระจิต ขอชวยใหพนเถิดพระเจาขา ขาพเจาทั้งหลายเปนคนบาป ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ ขอพระองคทรงคุมครอง และรักษาพระศาสนจักรของพระองค รของพระองค ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ 34


ขอพระองคโปรดรักษาพระสันตะปาปาและนักบวชทุกชัน้ ทุกคณะไวในความศรัทธา ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ ขอพระองคโปรดใหชนทุกชาติมสี นั ติสขุ และความสามัคคีอยางแทจริง ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ ขอพระองคโปรดชุบชีวิต บำรุงขาพระองคท้ังหลาย ใหเขมแข็งในการปรนนิบัติ พระองค ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ เพือ่ วอนพระองคไดโปรดเสก ผูไ ดรบั เลือกสรรนี กสรรน้ ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ เพือ่ วอนขอพระองคไดโปรดเสก บันดาลใหศกั ดิส์ ทิ ธิ์ ผูไ ดรบั เลือกสรรนี กสรรน้ ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ เพือ่ วอนขอพระองคไดโปรดเสก บันดาลใหศกั ดิส์ ทิ ธิ์ และอภิเษกผูไ ดรบั เลือกสรรนี้ ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ ขาแตพระเยซู พระบุตรพระเจาผูท รงชีวติ ขาพเจาทัง้ หลายวิงวอนโปรดสดับฟงเทอญ ขาแตพระคริสตเจา โปรดสดับฟงเทอญ ขาแตพระคริสตเจา โปรดสดับฟงเทอญ ขาแตพระคริสตเจา ขอโปรดฟงเราเทอญ ขาแตพระคริสตเจา ขอโปรดฟงเราเทอญ (หลังจากขับรองบทร่ำวิงวอนแลว ผูอ ภิเษกกางแขนออกและภาวนาตามถอยคำเหลานี)้

ผูอ ภิเษก : ขาแตพระเจา โปรดทรงพระกรุณาสดับฟงคำออนวอนของขาพเจาทัง้ หลาย โปรดหลั่งพระหรรษทานแหงสังฆภาพ ลงมาเหนือขารับใชของพระองคผูนี้ และ ประทานพละกำลังแหงพระพรของพระองคลงในตัวของเขาดวยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจาของขาพเจาทั้งหลาย ทุกคน : อาแมน ลำดับตอไป เปน “การปกมื การปกมือ” ของพระสังฆราชผูอภิเษก และบรรดาพระสังฆราช ผูรวมพิธี ซึ่งมีความหมายวา เปนการมอบพระคุณของพระจิตเจา เพื่อการบันดาลใหศักดิ์สิทธิ์ และการมอบอำนาจเพื่อการทำหนาที่ที่ไดรับใหสำเร็จ ตามฐานันดรของการเปนพระสังฆราช

35


บรรดาพระสังฆราช และผูอภิเษกสวมหมวกทรงสูง ผูรับการอภิเษกเขามาคุกเขา ตรงหนาผูอภิเษก ผูอภิเษกปกมือโดยไมกลาวบทภาวนาใด จากนั้นบรรดาพระสังฆราชที่รวมพิธี กระทำลักษณะเดียวกัน สังฆานุกรจะเชิญพระคัมภีร และผูอ ภิเษกจะวางพระคัมภีรเ หนือศีรษะ ผูร บั การอภิเษก ซึ่งมีความหมายวา เปนการประทานพระจิตเจา ซึ่งแสดงออกโดยการปกมือ และการวางพระ วรสารเหนือศีรษะนั้น แสดงใหเห็นวาพระสังฆราช คือผูที่ไดรับการสถาปนาขึ้นโดยพระจิตเจา และพระวาจา หลังจากปกมือแลว บรรดาพระสังฆราช และผูอภิเษกถอดหมวกทรงสูงออก และ ผูอภิเษกรับหนังสือพระคัมภีรจากสังฆานุกร จากนั้น เปดพระคัมภีรเหนือศีรษะของผูรับอภิเษก โดยมีสังฆานุกร 2 คนเปนผูถือดานซายและดานขวา ผูอภิเษกยืดแขนออกเหนือผูรับอภิเษก และสวดบทภาวนาอภิเษก

ผู อ ภิ เ ษก : ข า แต พ ระเจ า พระบิ ด าของพระเยซู ค ริ ส ต พระเจ า ของข า พเจ า ทั้งหลาย พระบิดาผูทรงเมตตา และพระเจาแหงความบรรเทาทั้งปวง พระองค สถิตอยูในสวรรคชั้นสูงสุด และทอดพระเนตรมายังผูต่ำตอย พระองคทรงทราบ ทุกสิ่งทุกอยางกอนที่มันจะอุบัติขึ้นมา พระองคประทานพระวาจาอันเปนพระคุณ ล้ำเลิศไวให เปนกฎเกณฑในพระศาสนจักร พระองคทรงกำหนดเชื้อสายบรรดา ผูชอบธรรม ใหสืบตอจากอับราฮัมตั้งแตแรกเริ่ม พระองคทรงตั้งผูปกครอง พระสงฆ และมิ ไ ด ท รงทอดทิ้ ง พระวิ ห ารของพระองค ไ ว ใ ห ข าดศาสนบริ ก าร พระองคทรงพอพระทัยตั้งแตเริ่มแรกของโลก ที่จะทรงรับเกียรติ ในบรรดาผูที่ พระองคทรงเลือกสรรไวแลวนี้ (บรรดาพระสังฆราชพนมมือ และรวมภาวนาดวยเสียงที่เบา ๆ)

ผู อ ภิ เ ษก : บั ด นี้ ขอโปรดหลั่ ง ลงเหนื อ ผู รั บ เลื อ กนี้ ซึ่ ง พละกำลั ง อั น มา จากพระองคเปนผูน ำ ซึง่ พระองคไดประทานแกพระเยซูคริสตเจา พระบุตรสุดทีร่ กั ของพระองค พระจิตซึง่ พระคริสตเจาไดประทานใหแกบรรดาอัครสาวกผูศ กั ดิส์ ทิ ธิ์ ผูไดกอตั้งพระศาสนจักรไวในสถานที่แตละแหง ใหเปนสักการสถานของพระองค 36


เพือ่ ถวายพระเกียรติและคำสรรเสริญแดพระนามของพระองค ตลอดไปไมมวี นั สิน้ สุด (ผูอภิเษกภาวนาแตเพียงผูเดียว)

ผู อ ภิ เ ษก ข า แต พ ระบิ ด าผู ล ว งรู จิ ต ใจมนุ ษ ย ทั้ ง หลาย ขอโปรดให ข า รั บ ใช พระองคผูนี้ ซึ่งพระองคทรงเลือกสรรใหเปนพระสังฆราช ไดเลี้ยงดูฝูงแกะอัน ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค ทำหนาที่มหาสมณะอยางไรที่ติเฉพาะพระพักตร รับใช พระองคทั้งกลางวัน และกลางคืน ขอใหเขาออนวอนใหทรงพระกรุณา และถวาย บรรณาการของพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์แดพระองคอยูเสมอมิไดขาด ขอใหฤทธิ์ อำนาจของพระจิตเจา ซึ่งประทานตำแหนงสงฆอันสมบูรณ โปรดใหเขามีอำนาจ อภัยบาปตามพระบัญชา ขอใหเขาแจกจายภาระหนาที่ตามพระประสงค และแก พันธะผูกมัดทั้งปวงตามอำนาจที่พระองคไดประทานแกบรรดาอัครสาวก ขอให เขามีใจออนโยนและสะอาดบริสทุ ธิ์ เปนทีส่ บพระทัย ถวายสักการบูชาอันหอมหวน แดพระองค ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจา พระบุตรของพระองค พระสิริ รุงโรจน พระอานุภาพ และพระเกียรติ จงมีแดพระองคทางพระบุตร พรอมกับ พระจิตเจาในพระศาสนจักร บัดนี้และตลอดนิรันดร ทุกคน : อาแมน พิธีกร : ลำดับตอไป เปน “การเจิ การเจิมดวยน้ำมันคริสมา” มา ซึ่งเปนเครื่องหมายของการไดรับ การเลือกสรรจากพระเจา และแสดงถึงการเปนเหมือนพระคริสตเจาทีพ่ ระบิดาทรงเจิมพระองค ดวยพระจิตเจา และถูกเลือกใหเปนมหาสมณะทุกคนนั่งลง สังฆานุกรนำหนังสือพระวรสารที่ ปกศีรษะผูรับอภิเษกออก บรรดาพระสังฆราชและผูอภิเษกสวมหมวกสูง ผูรับอภิเษกคุกเขา ตรงหนาผูอภิเษก ผูอภิเษกเจิมน้ำมันคริสมาที่หนาผากของผูรับการอภิเษก พลางภาวนาดังนี้

ผู อ ภิ เ ษก : ขอให พ ระเจ า ซึ่ง โปรดให ท า นมี ส ว นในสั ง ฆภาพของพระคริ ส ตเจ า พระมหาสมณะไดหลั่งน้ำทิพย และประทานพระพรฝายจิตมาใหทานอยางอุดม บริบูรณดวยเถิด 37


ลำดับตอไป พระสังฆราชผูอภิเษกจะมอบพระคัมภีรแกผูรับการอภิเษก ซึ่งเปนการ แสดงออกถึงหนาที่ในการประกาศพระวรสาร (ผูอภิเษกมอบหนังสือ พระวรสารแกผูรับการอภิเษกพลางกลาววา)

ผูอภิเษก : จงรับพระวรสาร จงประกาศพระวาจาของพระเจา และพร่ำสอนดวย ความพากเพียร

ลำดับตอไป พระสังฆราชผูอ ภิเษกจะมอบแหวนแกผรู บั การอภิเษก ซึง่ เปนเครื่องหมาย แสดงถึงความซื่อสัตย ปกปอง และรักษาพระศาสนจักร (ผูอภิเษกสวมแหวนแกผูรับการอภิเษก พลางกลาววา)

ผู อ ภิ เ ษก : จงรั บ แหวนนี้ เป น เครื่ อ งหมายถึ ง ความสั ต ย ซ่ื อ ท า นจงประดั บ ตนดวยความเชือ่ อันผองแผว ปองกันรักษาพระศาสนจักรศักดิส์ ทิ ธิ์ ซึง่ เปนเจาสาว ของพระคริสตเจาไวใหบริสุทธิ์ผุดผองเถิด ลำดับตอไป พระสังฆราชผูอ ภิเษกมอบหมวกสูงแกผรู บั การอภิเษก ซึง่ เปนเครือ่ งหมาย ของเกียรติยศที่มาจากความศักดิ์สิทธิ์ (ผูอภิเษกสวมหมวกทรงสูงแกผูรับการอภิเษก พลางกลาววา)

ผู อ ภิ เ ษก : จงรั บ หมวกนี้ ขอให ค วามสว า งแห ง ความศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ จงปรากฏ เดนชัดในตัวทาน และเมือ่ ประมุขแหงบรรดาชุมพาบาลจะปรากฏมา ทานจะเหมาะสม ที่จะรับมงกุฎแหงความรุงโรจน ลำดับตอไป พระสังฆราชผูอภิเษกมอบไมเทาแกผูรับการอภิเษก ซึ่งเปนเครื่องหมาย แสดงถึงหนาที่ของผูอภิบาลในการเอาใจใสดูแลและปกครอง พระศาสนจักรของพระองค (ผูอภิเษกมอบไมเทาแกผูรับการอภิเษก พลางกลาววา)

38


ผูอภิเษก : จงรับไมเทานี้ เปนเครื่องหมายถึงหนาที่อภิบาล จงเอาใจใสดูแลกลุม คริสตชนทีพ่ ระจิตเจาทรงแตงตัง้ ทานใหเปนพระสังฆราช เพือ่ ปกครองพระศาสนจักร ของพระเจา ในกลุมคริสตชน ซึ่งเปนเสมือนฝูงแกะนี้เถิด (เมื่อรับไมเทาเรียบรอยแลว ผูรับการอภิเษกยื่นไมเทาแกผูชวยพิธี และผูอภิเษก สวมกอดผูร บั การอภิเษก เพือ่ เปนการแสดงการตอนรับและแสดงความยินดี จากนัน้ บรรดาพระสังฆราชกระทำ เชนเดียวกัน)

ทุกสิ่งเพื่อทุกคน 1. จะมีใคร พาเราใหไกล จากรักขององคพระเจา ความทุกขใจ หรืออันตราย ก็ไมทำใหเราหวั่นไหว (รม 8:35) เพราะรูพระองคอยูขางกาย เหนื่อยแคไหนก็ไมเคยหวั่น และทุกทุกวัน จะเดินตามพระองค (Refrain) ใหทุกสิ่งเพื่อทุกคน มอบทุกอยางเพื่อทุกคน ทำทุกทาง เพื่อขาวดีของพระองค (1คร 9:22-23) แมตอ งเจอความสุขใดใด หรือตองเจอความทุกขใดใด แตเรามัน่ ใจ วาพระพรมีเพียงพอ...เสมอ (2 คร 12:9) และจะทำทุกสิง่ ไดใน พระเยซูผท ู รงเสริมกำลัง (ฟป 4:13) 2. แตบัดนี้ เปนองคพระคริสต ที่มีชีวิตในเรา (กท 2:20) และเปนพลัง ที่อยูในใจ เพื่อไปในทุกแหงหน ใหทุกทุกคนรูวา ไมมีสิ่งไหนที่มีคุณคา เกินไปมากกวา ไดรูจักพระองค (ฟป 3:10) (Refrain) (Bridge) ความรักนั้นเปนพลัง ผลักดันชีวิตของเรา ใหมีชีวิตเพื่อองคพระคริสต และเพื่อทุกคน (2 คร 5:14-15) 39


Final Refrain for father’s version: (ในพิธีอภิเษก) ขอพระพรจากพระเยซู สันติสุขและความชื่นชม อยูกับพอ ทุกวันเสมอไป (ฟม 3) แมตอ งเจอความสุขใดใด หรือตองเจอความทุกขใดใด แตเรามัน่ ใจ วาพระพรมีเพียงพอ...เสมอ (2 คร 12:9) และจะทำทุกสิง่ ไดใน พระเยซูผท ู รงเสริมกำลัง (ฟป 4:13) ภาคบูชาขอบพระคุณ” ลำดับตอไป เขาสู “ภาคบู

บทเพลงถวาย กายและใจ 1. กายและใจยกใหเปนพลีบูชา ยามทุกขใจยากไรหมดที่พึ่งพิง 2. เราเกิดมาไรคาเสื่อมเสียศักดิ์ศรี ชีวิตเราจะเฉารวงโรยแรมรา (รับ) รองเพลงรักชื่นชม ความจงรักภักดี 3. ทำสิ่งใดขอใหทำเพื่อพระองค ขอเทวารักษาอยาใหแปรผัน

40

ภาวนาขอใหคำขาเปนจริง อยาทอดทิ้งความตั้งใจ เราอยูดีพระเจากอบกูวิญญาณ นอกจากวาปรารถนาในพระองค ใจสุขสมภิรมยเปรมปรีดิ์ รักษาไวอยางนี้ตลอดกาล ใจมั่นคงรักองคพระเจานิรันดร อยามีวันหางเหหันเลยเอย


พระคริสตยอดบูชา องคพระคริสตยอดบูชา (ยอดบูชา ยอดบูชา) สิ้นชีวาถวายชีวี (ถวายชีวี) ยอมมอบตนเปนพลี (มอบตนเปนพลี) ไถโลกนี้เพื่อชาวประชา โปรดเมตตา (โปรดทรงเมตตา) โปรดเมตตา (โปรดทรงเมตตา) ดวยใจมั่นคง (ดวยใจมั่นคง)

ผูเดินตามพระองค ผูเดินตามพระองค ตอพระองคนิรันดร

องคพระคริสตยอดบูชา (ยอดบูชา ยอดบูชา) กราบวันทาเจาจอมราชัน (เจาจอมราชัน) โอพระองคทรงธรรม (พระองคทรงธรรม) ดวงชีวันถวายพระองค

บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา ขาแตพระเจา ขอทรงพระกรุณารับเครื่องบูชาที่ขาพเจาทั้งหลายนำมา ถวายยังพระแทนของพระองค เพือ่ วอนขอพระพรมายัง พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรตั น ซึง่ พระองคทรงพอพระทัยใหดำรงตำแหนงสังฆราชในพระศาสนจักร โปรดบันดาลใหเปยมดวยปรีชาญาณและความรักอภิบาลอยางอัครสาวก เพื่อทาน จะไดนำประชากรที่ไดรับมอบหมายไว ตามเสนทางที่นำไปสูความรอดดวยเทอญ ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจาของขาพเจาทั้งหลาย ทุกคน : อาแมน

41


บทนำขอบพระคุณ พระเจาสถิตกับทาน - และสถิตกับทานดวย จงสำรวมใจระลึกถึงพระเจา - เรากำลังระลึกถึงพระองค ใหเราขอบพระคุณพระเจาพรอมกันเถิด - เหมาะสมและชอบยิ่งนัก ขาแตพระบิดาเจา ผูศักดิ์สิทธิ์ สถิตนิรันดร พระเจาผูทรงสรรพานุภาพ เปนการเหมาะสมถูกตองแทจริง และเปนมิง่ มงคลทีจ่ ะขอบพระคุณพระองคตลอดกาล ทุกสถานแหงหน เพราะพระองคทรงบันดาลใหขาพเจาทั้งหลายไดรอดพน พระองคคือพระผูอภิบาลสถิตนิรันดร มิไดทรงทอดทิ้งประชากร ซึ่งเปน เสมือนฝูงแกะของพระองค แตทรงแตงตั้งบรรดาอัครสาวกใหปกปองรักษาไว ตลอดมา ทานเหลานี้จึงปฏิบัติงานแทนองคพระบุตร ปกครองดูแลปวงประชา ของพระองคสืบมาจนทุกวันนี้ ดังนั้น ขาพเจาทั้งหลายรวมกันถวายพระเกียรติสดุดี พรอมกับเทพนิกร และบรรดานักบุญ เปนนิจกาล วาดังนี้ :

ศักดิ์สิทธิ์...ทั่วฟาดิน เทพเทวาบรรดาชาวสวรรค และมนุษยทั่วแดนแผนดิน ตางแซซองรองสาธุการ สรรเสริญองคพระเจาสูงสุด ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วฟาดิน รองศักดิ์สิทธิ์ พระเจา ศักดิ์สิทธิ์ พระองค ศักดิ์สิทธิ์ ขอถวายพร แดผูมาในพระนาม ของพระเจา ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วฟาดิน รองศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์..... ศักดิ์สทิ ธิ์

42


ขาแตพระบิดา (5) ขาแตพระบิดาของขาพเจาทั้งหลาย พระองคสถิตในสวรรค พระนามพระองค จงเปนที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงคจงสำเร็จในแผนดินเหมือนในสวรรค โปรดประทานอาหารประจำวัน แกขาพเจาทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยแกขาพเจา เหมือนขาพเจาใหอภัยแกผูอื่น โปรดชวยขาพเจาไมใหแพการผจญ แตโปรดชวยใหพนจากความชั่วรายเทอญ อาแมน

พระชุมพา (2) พระชุมพาขององคพระเจา ผูพลีพระชนมเพื่อยกบาปของโลก ทรงพระกรุณา ทรงพระกรุณา โอพระชุมพา โปรดกรุณา โปรดกรุณา ประทานสันติเทอญ

บทเพลงรับศีล Y’sei nauf sav s’yuj Yeisoo Caj Ywaz. 1.

Y’sei nauf sav s’yuj Yeisoo Caj Ywaz, Dauv hpuv seif nauf htauf hka kwaj htauf soo htav Yeisoo aif kwi yaz neif sav dau hplef nya, Krev y’ aif kwi hse auz lex soof lex sav 43


2.

3.

4.

M’hsaiv. T’ lauj lauj n’heif yaz, N’ heif yaz n’swif hti n’hpiv n’nyaf. Le hki le hif baumuj’ Le hki le hif baumuj tooj laux baf yaz. N’co k’mauz dof tux lauz htoo lauz yox, N’ sav geiz tux aif kwi pgaz hauf hkof hpo, Moohkof K’ caj t’gaz hsauf lauz av sav, Kai htauf kof boof cauhsgi dauv luj auf yaz. Y’maz taj daiv bav neif av blau a mav, Y’t’krev dauv neij kof boof cauhsgi baf. Y’taj daiv bav hkailex n’maz pooz hplaiv, Y’ civ bluv naz hpai krev k’ sei div laif?. Pe baf yaz le hauf hkof hkai iz t’coz, Hsge yaz klai geiz klai baf le klai dau bo. Tooj laux yaz le moohkof le hki t’coz, Y’ k’ civ p’trez naz lauz htoo lauz yox.

Hpgi lauz nai taj hkli t’niz baf t’niz 1.

44

Le taj aif taj kwi Caj Yeisoo sav bo, Dauv le sav s’moo seif t’hpaf av qo, Le taj wi sav cooz dauv le taj sav hpgi, Hpgi lauz nai taj hkli t’niz baf t’niz. M’hsaiv. Laiz soonya, hpgi lauz taj hkli t’keij! Soo lauj hki kwaj k’da nai lez t’geiz!


2.

3.

Le taj aif sav s’moo dauv K’caj Kri, Hpgi lauz nai taj hkli t’niz baf t’niz. Caj Yeisoo Kri sav bo k’maz cez naz, K’laiz qux taj dauv naz t’pooz laj laj; Le taj soof geiz sav wa dauv taj aif kwi, Hpgi lauz nai taj hkli t’niz baf t’niz. Tuz n’keiz soo K’caj Yeisoo av of, Div n’k’neij baf taj moo lauz htoo yox, le taj soof tau sav tau dauv K’caj Kri, Hpgi lauz nai taj hkli t’niz baf t’niz.

บทภาวนาหลังรับศีล ขาแตพระเจา โปรดเมตตาเพิม่ พูนพระพรทีห่ ลัง่ ไหลจากสักการบูชานีแ้ ด พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรตั น เพือ่ ใหทา นปฏิบตั หิ นาทีศ่ าสนบริการของทานอยาง ศักดิ์สิทธิ์และเหมาะสมที่จะไดรับบำเหน็จรางวัลที่พระองคทรงสงวนไวสำหรับ ขาบริการที่อุทิศตนเพื่อพระวรสารดวยเถิด พระองคผูทรงจำเริญและครองราชย ตลอดนิรันดร

ขับรองบท TE DEUM 1. Te Deum laudamus : *Te Dominum confitemur. เต เดอุม เลาดามุส เต โดมีนุม คอนฟเตมูร 2. Te aeternum Patren *omnis terra veneratur. เต เอแตรนุม ปาแตรม ออมนิส แตรรา เวเนราตูร 45


3. Tibi omnes Angeli, *tibi caeli et universae Potestates: ตีบี ออมเนส อันเยลี ตีบี เชลี แอต อูนิแวรเซ โปเตสตาเตส 4. Tibi Cherubim et Seraphim *incessabili voce proclaman ตีบี เครูบิม แอต เซราฟม อินเชสซาบีลี โวเช โปรคลามันท 5. Sanctus : Sanctus: *Ssanctus DominusDeus Sabaoth. ซังตุส ซังตุส ซังตุส โดมินุส เดอุส ซาบาโอท 6. Pleni sunt caeli et terra, *majestatis gloriae tuae. เปลนิ ซุน เชลี แอต แตรรา มาเยสตาติส โกลรีเอ ตูเอ 7. Te gliriosus. *Apostolorum chorus: เต โกลริโอซุส อาโปสโตโลรุม โครุส 8. Te prophetarum *laudabilis numerus: เต โปรเฟตารุม เลาดาบิลิส นูเมรุส 9. Te martyrum *candidatus laudet exercitus. เต มารตีรุม คันดิดาตุส เลาดัด แอ็กเซชิตุส 10. Te per orbem terrarium *sancta confitetur Ecclesia: เต แปร ออรแบม แตรรารุม ซังตา คอนฟเตตูร แอ็กเคลซิอา 11. Patrem *Immensae majestatis: ปาแตรม อิมเมนเซ มาเยสตาติส 12. Venerandum tuum verum *et unicum Filium. เวเนรันดุม ตูอุม เวรุม แอต อูนิกุม ฟลิอุม 46


13. Sanctum quoque *Paraclitum Spiritum. ซังตุม โกวเกว ปาราคลิตุม สปริตุม 14. Tu Rex gloriae, *christe. ตู แร็กซ โกลริเอ คริสเต 15. Tu Patris *sempiternus es Filius. ตู ปาตริส แซมปแตรนุส แอส ฟลิอุส 16. Tu ad liberandum suscepturus hominem, *non horruisti Virginis uterum. ตู อัด ลีเบรันดุม ซุสแซบตูรุส โฮมีแนม นอน ฮอรูอิสตี วิรจีนิส อูเตรรุม 17. Tu devicto mortis aculeo, *aperuisti credentibus regna caelorum. ตู เดวิกโต มอรติส อากูเลโอ อาเปรูอิสตี เครเดนติบุส เรญา เชโลรุม 18. Tu ad dexteram Dei sedes, *in gloria Patris. ตู อัด เด็กซเตรัม เดอี เซเดส อิน โกลรีอา ปาตริส 19. Iudex crederis *esse venturus. ยูเด็กซ เครเดริส แอสเซ เวนตูรุส 20. Te ergo quaesumus,tuis famulis subveni. *Quos pretioso sanguine redemisti. เต แอรโก เกวซูมุส ตูอิส ฟามูลิส ซุบเวนี กวอส เปรซิโอโซ ซางกวิเน เรเดมิสตี

47


21. Aeterna fac cum Sanctis tuis *in gloria numerari. เอแตรนา ฟก กุม ซังติส ตูอิส อิน โกลรีอา นูเมรารี 22. Salvum fac populum tuum Domine, *Et benedic hereditati tuae. ซัลวุม ฟก โปปูลุม ตูอุม โดมิเน แอต เบเนดิก เฮเรดิตาตี ตูเอ 23. Et rege eos, *et extolle illos usqedimus te. แอต เรเจ เอออส แอต เอ็กซโตลเล อิลโลส อุสเกวอิน เอแตรนุม 24. Per singulos dies, *benedimes te. แปร ซิงกูลอส ดิแอส เบเนดิซีมุส เต 25. Et ludamus nomen tuum in saeculum, *et in saeculum saeculi. แอต เลาดามุส โนเมน ตูอุม อิน เซกูลุม แอต อิน เซกูลุม เซกูลี 26. Dignare, Domine, die into *sine peccato nos custodrie. ดิญาเร โดมีเน ดีเอ อิสโต ซินา เปกกาโต นอส กุสโตดีเร 27. Miserere nostril, Domine, *misere nostril. มีเซเรเร โนสตรี โดมีเน มีเซเรเร โนสตรี 28. Fiat misericorda tua, Domine, super nos,quemadmodum *speravimus in te. ฟอัต มีเซรีกอรดิอา ตูอา โดมีเน ซูแปร นอส แกวม อัตโมดุม สเปราวีมุส อิน เต 29. In te, Domine, speravi: *nonconfundar in aeteenum. อิน เต โดมิเน สเปราวี นอน กอนฟูนดาร อิน เอแตรนุม 48


พระสังฆราชใหมจะเดินไปอวยพรสัตบุรุษ ลำดับตอไป พระคุณเจายอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค จะเชิญพระคุณเจา ฟรังซิส เซเวียร วีระ อาภรณรัตน พระสังฆราชแหงสังฆมณฑลเชียงใหม ขึ้นนั่งอาสนซึ่ง เปนเครื่องหมายของการเขาปกครองสังฆมณฑลอยางเปนทางการ และเปนธรรม ประเพณีดั้งเดิมของพระศาสนจักรที่ถูกปฏิบัติสืบตอกันมาไมขาดสาย ทั้งนี้ เพื่อ แสดงใหเห็นถึงการประทับอยูข องพระคริสตเจาทามกลางพระศาสนจักรอยางเปน รูปธรรม โดยมีอัครสาวกเปนผูสืบตำแหนงตอ ๆ กันมา หลังจากนั้นจะเปนพิธี กลาวตอนรับและแสดงความยินดีในนามของคณะสงฆแหงสังฆมณฑลเชียงใหม คณะนักบวชที่ทำงานในสังฆมณฑล และฆราวาส ซึ่งจะเปนการแสดงความเคารพ นอบนอมตอพระสังฆราชของตน

ลำดับการแสดงความยินดีกับพระสังฆราชใหม - เอกอัครสมณทูต ซัลวาตอเร เปนนัคคีโอ ในนามสมเด็จพระสันตะปาปา - พระคารดนิ ลั ไมเกิล้ มีชยั กิจบุญชูช ในนามพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย - พระสังฆราช ยอรช ยอด พิมพิสาร ในนามประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิก แหงประเทศไทย - พระเทพโกศล เจาคณะจังหวัดเชียงใหม ในนามผูแทนทุกศาสนา - ผูวาราชการจังหวัดเชียงใหม ในนามสวนราชการ - พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตนน กลาวความรูสึก และขอบคุณ พิธีกรเชิญทุกคนยืนขึ้นรับพร ผูอภิเษก : ขอพระเจาสถิตกับทาน ทุกคน : และสถิตกับทานดวย ผูอ ภิเษก : ขอพระองคโปรดอวยพร และรักษาทาน พระองคมพี ระประสงคแตงตั้ง 49


ทานใหเปนสมณะเพือ่ ประชาชนของพระองคฉนั ใด ขอพระองคโปรดใหทา นประสบ ความสำเร็จในยุคนี้ และมีสว นรวมในความสุขนิรนั ดรฉันนัน้ ดวยเทอญ ทุกคน : อาแมน ผูอภิเษก : อาศัยพระญาณเอื้ออาทรของพระองค และการปกครองของทาน ขอพระองคโปรดใหศาสนบริกรทัง้ หลาย และประชากรทีพ่ ระองคประสงค จะรวม พวกเขาเขาดวยกัน โดยความชวยเหลือของพระองค ไดเจริญชีวิตภายใต การ ปกครองของทานอยางมีความสุขตราบนานเทานานเทอญ ทุกคน : อาแมน ผูอ ภิเษก : ตามทีพ่ วกเขาเหลานัน้ ตองออนนอมตอการแนะนำของพระเจา ดำเนิน ชีวิตปราศจากอุปสรรคตาง ๆ รับผลอันอุดมจากกิจการที่ดี และซื่อสัตยตอศาสน บริการของทาน ขอโปรดใหพวกเขาไดรับความสงบสุขในยุคนี้ และเหมาะสมที่จะ เปนประชากรนิรันดรพรอมกับทานดวยเทอญ ทุกคน : อาแมน ผูอภิเษก : Dominus vobiscum. ทุกคน : Et cum spiritu tuo. ผูอภิเษก : Sit nomen Domini benedictum. ทุกคน : Ex hoc nunc et usque in saeculum. ผูอภิเษก : Adiutorium nortrum in nomine Domini. ทุกคน : Qui fecit caelum et terram. ผูอภิเษก : Benedicat vos omnipotens Deus, Pater, et Filius, et Spiritus Sanctus. ทุกคน : Amen. 50


สังฆานุกร : พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณจบแลว จงไปปฏิบัติตามพระวาจาของ พระเจาเถิด ทุกคน : ขอขอบพระคุณพระเจา

เพลงปดพิธี Salve, Regina Salve Regina *mater misericordiae. Vita, ซัลเว เรยีนา มาแตร มีเซรีกอรดีเอ วีตา dulcedo, et spes nostra salve. Ad te clamamus, ดูลเชโด แอต สแปส นอสตรา ซัลเว อัด เต กลามามูส exsules, filii Hevae. Ad te suspiramus, gementes แอ็กซูแลส ฟลีอี เฮเว อัด เต ซุสปรามูส เยแมนแตส et flentes in hac lacrimarum valle. Eia ergo แอต แฟลนแตส อิน ฮัก ลากรีมารุม วัลเล เอยา แอรโก Advocata nostra, illos tuos misericordes oculos อัดโวกาตา นอสตรา อิลลอส ตูออส มีเซรีกอรแดส โอกูลอส ad nos converte. Et Jesum, benedictum fructum อัด นอส กอนแวรเต แอต เยซุม เบเนดิกตุม ฟรุกตุม

51


ventris tui, nobis post hoc exilium ostende. แวนตริส ตูอี นอบีส ปอสต ฮ็อก แอ็กซีลีอุม ออสแตนเด O Clemens, O pia, O dulcis Virgo Maria. โอเกลแมนส โอปอา โอดูลชีส วีรโก มารีอา

แสงทองสองโลก (รับ) ทานคือแสงทองสองโลกา ทานมาและตามพระองค หากทานเดินในความจริง ทานจะพบความจริงนิรันดร สิ่งนั้นทานไดทำและทานไดเปน 1. เสาะหาผูคนที่เดินนอกทางความจริง ถูกทิ้งใหอยูคนเดียวเอกา แบงปนอาณาจักรสวรรคเชนกันแกวิญญาณ เรียนรูวานภาอยูเหนือโลกฉันใด 2. ความหวังจงนำใหแกมวลชนทั่วไป ขาวดีประกาศใหทั่วโลกา จงนำความสุขหรรษาไปสูห มูป ระชา รองเพลงยินดีปรีดาถวายพระองค

52


ประวัติ พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน

53


พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน เพื่อพระ เพื่อปวงชน... รักและรับใช

...โทนี่ไทยแลนด

วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร สามเสน เปนชุมชน คริสตังเกาแกกวา 170 ป บริเวณรอบ ๆ วัด มีโรงเรียน เซนตคาเบรียล โรงเรียนเซนตฟรังซีสซาเวียร โรงเรียน โยนออฟอารค ทั้งแผนกอนุบาล แผนกสามัญ จนถึง ระดับเทคโนโลยี และยังมีโรงเรียนเอกชนที่เปนของ คาทอลิกอีกหลายแหง ติดกันไมกี่รอยเมตร มีวัดแมพระปฏิสนธิ นิรมล (วัดคอนเซ็ปชัญ) อายุกวา 333 ป มีโรงเรียน คอนเซ็ปชัญ แรกเริ่มเปนชุมชนเชื้อสายชาวโปรตุเกสและเขมร ครอบครัวนายยวง บัปติสตา หวล อาภรณรัตน จากวัดแมพระปฏิสนธิ นิรมล จันทบุรี และนางสาวเซซีลีอา แนงนอย เจียจวบศิลป สัตบุรุษ วัดสามเสน ไดแตงงานกันวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1954 และเริม่ สรางครอบครัวในหมูบ า นแหงนี้ ทามกลางบรรยากาศคริสตังที่ศรัทธา มีวัดเปนศูนยกลางชุมชนสามเสน ลูกชายคนโตเกิดวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1955 พอและแมตั้งชื่อใหวา วีระ อาภรณรตั น มีศาสนนามวา นักบุญฟรังซิสเซเวียรร ตามชือ่ วัด เมือ่ โตขึน้ ไดเขาเรียน ชั้นอนุบาลโรงเรียนพันธะศึกษา ตอมาชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 ยายไปเรียนที่ โรงเรียนมหาไถศึกษา ซอยรวมฤดี เพราะคุณพอหวลมีอาชีพขับรถตุก ๆ ไปสงลูก ของคนขางบานไปเรียนทีโ่ นนและเอาลูกชายติดรถไปดวย เพียง 2 ป ก็ยา ยกลับมา เรียนตอที่ชั้นประถมศึกษาที่ 3-4 ที่โรงเรียนโยนออฟอารค การเรียนอยูในขั้นดี และยังเปนเด็กชวยมิสซาดวย หลังจากนั้น ก็มีนอง ๆ เกิดตามมาทีละคน ๆ

54


สมัยนั้นคุณพอตาปเปน เจาอาวาส (ค.ศ. 1926-1967) แต ชรามากแล ว คุ ณ พ อ บุ ญ เลิ ศ ธาราฉั ต ร เป น ผู ช ว ยอยู ก อ นได รับแตงตั้งเปนเจาอาวาสแทน ค.ศ.1965 (พ.ศ.2508) สามเณราลัยนักบุญยอแซฟเปดใหม โดยแยกมาจากสามเณราลั ย พระหฤทัยศรีราชา ชลบุรี มีสามเณรทั้งหมด 146 คน ยายมาจากศรีราชา 85 คน เณรใหญอีก 61 คน สมัยนั้นเปดรับตั้งแตช้ันประถมศึกษาปท่ี 5 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 (ม.ศ.3) ในรุนเดียวกันที่เขาสามเณราลัยนักบุญยอแซฟ 12 คน มีสามเณรวีระ อาภรณรตั น รุน เล็กสุดรวมอยูด ว ย คุณพอฟรังซิสเซเวียร ทองดี กฤษเจริญ ซึง่ เปน อธิการมรณภาพกะทันหัน ในเดือนกันยายน คุณพอมีคาแอล ฮัว่ เซีย้ ง กิจบุญชู ยาย จากวัดแมพระลูกประคำ กาลหวาร มาเปนอธิการแทน โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภเปด สอนเปนปแรก คุณพอยอแซฟเสวียง ศุระศรางค เปนผูจัดการ มีนักเรียนทั้งหมด 236 คน ตั้ง แต ช้ัน อนุ บ าลจนถึ ง ชั้น มั ธ ยมศึ ก ษาป ท่ี 3 ครู ที่ ส อนส ว นใหญ เ ป น สามเณรรุนพี่ที่จบชั้น ม.ศ.3 มาจากศรีราชา วันเรียนก็ไปเรียนเหมือนนักเรียนทั่วไป เรียนคละกันทั้งสามเณรและ นักเรียนไปกลับ หรือนักเรียนหอพักซึ่งเปดรับปแรกอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 วั น เป ด บ า นเณรและโรงเรี ย นนั้ น ทุ ก อย า งพอใหมีกิน อยูได เรียนได นอนได และคอย ๆ เรียบรอยขึ้น กอนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน เวลาที่อยูบานเณร กอนไปโรงเรียนก็ ทำการบาน จัดตารางสอน ทำความสะอาดบาน และกลับจากโรงเรียนมาบาน เณรก็ทำงานบาน ทำความสะอาด ทำสวน งานประปา ทัง้ ซอมและตอทอ งานไฟฟา ทำตั้งแตซอมฟวสขาด เปลี่ยนหลอด จนถึงเดินสายไฟทั้งอาคารเรียนทั้งหลัง ฯลฯ 55


วันเสารอาทิตยเรียนคำสอนภาษาอังกฤษและภาษาละตินกับรุนพี่ ๆ (รุนพี่เรียกวามาสเตอร)รุนโต ๆ ก็เรียนกับคุณพออธิการหรือคุณพอประจำบาน เณร ชีวิตนักเรียนสมัยนั้นเปนอยางนี้ นักเรียนแตละคน สามเณรแตละคนมักจะมีสมุดจดศัพท มีหนังสือเรียน ติดมือตลอด มีเวลาวางเล็กนอยก็ตองทองศัพท ดูหนังสือ ใชเวลาวางใหเปน ประโยชน คิดดูแลวเวลาวางแตละวันแทบจะไมมีเอาเลย เวลาสอบก็จะสอบพรอมกันทีโ่ รงยิมเนเซียม และเวลาประกาศผลสอบก็ ใชโรงยิมฯ เชนเดียวกัน โดยนักเรียนทัง้ โรงเรียนจะนัง่ เปนชัน้ ๆ เรียงกันไปเต็มทัง้ โรงยิมฯ มีคณ ุ พออธิการ คุณพอผูจ ดั การ และคุณครูประจำชัน้ จะเปนผูป ระกาศ ผลสอบอานดัง ๆ ทีละคน โดยอานตั้งแตคนที่ไดคะแนนสูงสุด คือ อันดับที่ 1 อันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เรียงไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดทาย สมัยกอนผูที่ไดคะแนน 50 % ถือวาผาน คนที่ไดคะแนนต่ำกวาถือวา สอบตก คนที่ ส อบได ค ะแนนไม ถึ ง 50 % จะถู ก เรี ย กชื่ อ และต อ งออกไปยื น เรียงแถว โดยเวนชองไฟหางกันเล็กนอยใหรูวาสอบไมผาน แตสำหรับทางบาน เณรนั้นเกรดของสามเณรถาไดคะแนนไมถึง 60 % ตองซ้ำชั้น นี่เปนเกณฑและ เงือ่ นไขการเรียนสมัยนัน้ เสียงปรบมือจะอยูท ส่ี ามอันดับแรกเทานัน้ การประกาศ ผลสอบแตละครั้งมันทาทายใหแตละคนตองออกแรงทุมเทเอาจริงเอาจังกับ การเรียนหนังสือมาก ๆ เพราะมีความอายเปนแรงขับเคลื่อน สมัยนั้นแตละชั้น

56


ที่สอบไดอยูใ นอันดับที่ 1-10 จะเปนสามเณร เปนสวนใหญมนี กั เรียนทีไ่ มใชสามเณร แทรกเขามาบางก็เล็กนอย สามเณรวีระ อาภรณรัตน หมายเลขประจำตัว “ย.อ.159” จะเปนคนที่ ถูกเรียกชือ่ ใหยนื หัวแถวเปนประจำตัง้ แตชน้ั ประถมศึกษาที่ 5 จนถึงชัน้ มัธยมศึกษา ปที่ 5

57


ฟุตบอลเรือ่ งเลน ๆ แตเอาจริง เรือ่ งเลน ๆ แตเอาจริง ๆ สวนเรือ่ งจริง ๆ เรือ่ งเปนเรือ่ งตาย กลายเปนเรื่องเลน ๆ ทุกสิ่งที่ทางบานเณรจัด ใหทำแมจะเปนสิง่ เล็ก ๆ เรือ่ งเลน ๆ แตกจ็ ะเปนประโยชนเมือ่ เปนผูใ หญ เมื่อเปนพระสงฆ เวลาจะทำงานกับเยาวชน เรื่องกีฬาจะชวยเปนเครื่องมือใหได ติดตอทำงานกับเยาวชน เมื่อเขาบานเณรใหม ๆ บานเณรสรางอยูกลางทองนามีตึก 4 ชั้น โผล ขึน้ มากลางทองนาแทนซังขาว มีตกึ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ โรงยิมฯ มีเพียงหลังคา พืน้ ซีเมนตโลง ๆ ใชเปนอาคารอเนกประสงคทง้ั เปนสนามบาส โรงละคร ทีป่ ระชุม ที่จอดรถบัส ฯลฯ จากซังขาวคอย ๆ กลายเปนสนามฟุตบอลอุปกรณกีฬา ลูกฟุตบอล ลูกบาสฯ ตะกรอ ที่ถือวาเปนอุปกรณกีฬาราคาถูกและใชเลนกันไดหลายคน และ ฟุตบอลแตละลูกขนาดหนังกลับตองเลาะหนังทีเ่ สียทิง้ และเอามาเย็บเปนลูกฟุตบอล ใชใหม เพราะสมัยกอนมียางใน ทุกวันจะตองมีสามเณรแผนกเย็บซอมลูกฟุตบอล ประมาณ 3-5 คน ซอมกันไปเรื่อย ๆ คนที่มีหนาที่เย็บฟุตบอลก็มีงานใหทำตลอดทุกวัน ซอมเสร็จ แลวก็ตอ งทดลองซอมเตะซอมเดาะดูวา มันเบีย้ ว มีสมดุลความเปนลูกฟุตบอลหรือ ลูกรักบี้กันแน บางคนเลนเตะอัดกันลูกบอลแตกคาเทาก็มี! สวนลูกบาสก็เลนจน “หัหัวลานเลี่ยนน” ลื่น มันวับจนเลนไมไดนั่นแหละ จึงเอาไปทำอยางอื่นเลนตอไป สามเณรวีระมีหนาทีอ่ ยูแ ผนกซอมลูกฟุตบอลดวย และมีโอกาสใกลชดิ กับ ลูกฟุตบอลมากกวาเพื่อนอีกหลายคน 58


เวลาวางแมกลางวันแดดรอน ๆ หรือตอนเย็น ๆ ก็จะเห็นสามเณรวีระ โรคบาบอล บอล” กับเพื่อน ๆ เลนฟุตบอล ฟุตบอลติดเทา หรือเรียกวาเปน “โรคบ ทัง้ โรงเรียนและบานเณร มีการจัดตัง้ ทีมฟุตบอลขึน้ มา และมีการแขงขัน กันตลอด ทั้งกีฬาสีในโรงเรียน กีฬาอำเภอสามพราน กีฬาจังหวัดนครปฐม งาน ฉลองวัดทั้งวัดนักบุญเปโตร สามพราน วัดนักบุญอันนา ทาจีน วัดพระวิสุทธิวงส ลำไทร วัดพระหฤทัย ขลุง และวัดแมพระฟาติมา หวยยาง และ สัญจรไปตาง จังหวัดชวงปดเทอม มีมาสเตอรชยั ยุทธ กิจสวัสดิ์ มาสเตอรขจรฤทธิ์ เถลิงศักดานุวงศ มาสเตอรสวัสดิ์ ตรีนิกร และอีกหลายคน สามเณรวีระจะเปนคนที่เลนฟุตบอลไดสวยงาม เปนคนที่เลนเซ็นเตอร และศูนยหนาคอยแจกลูก ควบคุมเกม และพรอมที่จะเปนคนทำประตูเอง นักฟุตบอลที่ดังที่สุดเวลานั้นคือเปเล เพื่อน ๆ เคยตั้งฉายาใหสามเณร วีระวา “เปเล เปเล” ในดานฝเทาและลีลาการเลนประเภทยาก ๆ ที่ไมมีใครกลาเลน นักฟุตบอลสมัยนี้อาจจะเห็นลูกลอยตัว และเตะกลับหลังวาเปนเรื่องธรรมดา แตเมื่อ 30 ปกอนโนนคนไทยยังไมเคยเห็นคนเลนเทาไหรเลนตั้งแตระดับบานเณร เล็กจนถึงบานเณรใหญ และมหาวิทยาลัยที่กรุงโรม จากรุนเล็ก รุนกลาง รุนใหญ จนรุนอาวุโส เมื่อเขาบานเณรใหญแสงธรรม ก็เปนนักฟุตบอลเปนตัวหลักใหกับทีม วิทยาลัยแสงธรรม แมแตเมือ่ บวชเปนพระสงฆแลว ไดไปศึกษาตอในระดับปริญญาโททีก่ รุงโรม ก็ยังเลนลีลาและลวดลายไมอายใคร ครั้งหนึ่งหลังจากยิงทำคะแนนได 2 ประตู โดนฝง ตรงขามรวบตัว แตเสียดายกระดูกคนละเบอร โดนรวบคราวนัน้ กระดูกขา ขวาหักตองเขาเฝอก ตองใชไมค้ำยันอยู 3 เดือน เรื่องหนัก เรื่องเบา เรื่องเลน เอาจริงเอาจังทุกเรื่อง บาสเก็ตบอลก็ เลนไดดี แตหลาย ๆ ครั้งตองเลนในเวลาเดียวกัน จึงตองเลือกฟุตบอลมากกวา ที่ไมเลน คือ กีฬาที่ตองลงทุนใชเงิน เชน เทนนิส แบดมินตัน ฯลฯ

59


บานเล็กครอบครัวใหญ ใ น ค ร อ บ ค รั ว อาภรณรตั นน คุณพอหวลและ คุณแมแนงนอยมีลูกทั้งหมด 12 คน ลู ก คนแรกหั ว ปี ชื่ อ วีระ ครอบครัวไมไดมีมรดก คุณตาคุณยาย หรือ มรดก เจาคุณปู แมนอยหาเงินมา เลี้ ย งครอบครั ว ด ว ยฝ มื อ และน้ำพักน้ำแรงลวน ๆ คือ ทำขนมไทย ๆ พื้นบานขายในหมูบาน ขายไดสตางคและยังไดเลี้ยงลูก ๆ ไปดวยไมตองไปซื้อขนมจากที่อื่น ขนมเจนอยชาวบานจึงรูจักแมคาคนนี้ดี ทั้งฝมือและน้ำใจ ลูก ๆ แตละคนก็ไมได สอนใหกินฟรี ๆ ตองออกแรงเปนทั้งลูกมือแมนอยและเปนลูกแมคาไปดวย ผมเปน ลูกแมคา เปนคำพูดที่ผมไดยินคุณพอวีระพูดหลาย ครั้งตอหนาผูคนที่ประชุมเพื่อ ตองการจะบอกอะไรอีกมากมายที่มีความหมายแฝงเรนใหรูมากกวาคำพูดเพียง สองสามคำใหรูวาแมแนงนอยเปนแมคาทำขนมขาย ผมมาจากครอบครั ว ยากจนธรรมดาที่ มี ค วามศรั ท ธาไว ใ จในพระ แมลูกจะมากแตก็อบอุน ชวยเหลือกัน รักกันดี ในฐานะทีเ่ ปนพีช่ ายคนโต ทุกคนเรียก พีร่ ะ คำนีย้ อ มมีความหมายและปลุก จิตสำนึกของพี่คนโตของนอง ๆ ภายใตจิตสำนึกคือ ความเสียสละ หนาที่ และ ความรับผิดชอบ คนที่ไมไดเปนพี่ชายคนโตจะไมมีความสำนึก จะไมมีวันเขาใจคำนี้ อยางลึกซึ้ง เสียสละเพื่อนอง ๆ อีก 11 คน วันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1986 แมแนงนอยปวยและเสียชีวิตดวยอายุเพียง 55 ปเทานั้น เปนเวลาที่เจ็บปวดที่สุด ถาบานมีเงินมากกวานี้ ก็คงมีโอกาสพาแม 60


ไปรักษาตัวไดดีกวานี้ แมตองจากลูก ๆ หลาน ๆ ไปเร็ว ไมใชเงื่อนไขของอายุ แต ขาดปจจัยคาใชจา ยในบาน ลูก ๆ แตละคนก็เพิง่ เริม่ ทำงานกัน แตละคนมีเงินเพียง เพื่อดูแลรับผิดชอบตัวเองและครอบครัวของตนเทานั้น พิธีมิสซาปลงศพแมแนงนอยที่วัดสามเสน คุณพอวีระ อาภรณรตั นน เปน ประธาน และนองชาย คุณพอเดชา อาภรณรตั น ทามกลางพระสงฆ นักบวช พีน่ อ ง สัตบุรษุ ทีม่ ารวมแสดงความรัก ความอาลัย และบรรเทาใจ พรอมทัง้ ใหกำลังใจกับ ครอบครัว อาภรณรัตน คุณพอวีระเลาใหฟงวา เมื่อตอนคุณแมเสียชีวิต ลูกสาวก็ชวยกันแตงตัว ใหแม และก็เห็นทีเ่ อวของแมเปนเนือ้ ดาน แข็งกวาปกติ เปนเพราะตอนทีท่ ำขนมขาย แมจะกระเดียดกระจาดใสขนมขางหนึ่ง ซึ่งมีขนมที่ใสถาดซอนสลับกันสามถาด และอีกมือหนึ่งก็จะถือหมอ หงายฝาขึ้นเพื่อใสของและมีฝาปดอีกทีหนึ่ง เดินขาย อยางนี้ทุกวัน ตอนทีผ่ มยังเปนเด็ก ๆ เวลาสวดตอนค่ำ ๆ กอนนอน จำไดวาแมจะสวด ลงทายเสมอวา ขอพระเปนเจาโปรดใหพอ ขับรถปลอดภัย และขอใหคนทีเ่ อาเงินไป ไดนำมาใชคืนดวยเทอญ ลูกก็ตอบวา อาแมน ผมมาทราบภายหลังวามีคนที่ยืม เงินแมไปแลวไมคืน ไมทราบวาจำนวนเทาไหร และไดคืนหรือไม หลังจากที่แมจากพวกเราไปแลว พวกลูก ๆ ก็เปนทุกขกลัววาพอจะเปน อะไรไปดวย ผมตองกลับไปดูพอหวลบอยหนอย หรือโทรไปคุยบอยขึ้น เพราะแม ไมอยูแลว พอหวลก็คงคิดมาก เหงา ดีวายังมีนองที่ยังอยูในบานคอยดูแลและทำ อาหารใหพอ และพอหวลก็พยายามเขากลุมผูอาวุโสของวัดมีกิจกรรมรวมกับ กลุมเพื่อน ๆ เพลินไปไดบาง พอหวลเปนลูกวัดแมพระปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี สมัยยังหนุมมี อาชีพขับเรือสงของระหวางจันทบุรีและกรุงเทพฯ และไดมีโอกาสรูจักกับแมที่ สามเสน และแตงงานกันที่วัดสามเสน แมนามสกุลเดิม เจียจวบศิลป หลังจากแตงงานแลวพอก็ขบั รถสามลอ ตุก ๆ รับจาง และรับสงนักเรียน 61


อยูป ระมาณ 20 ปี ตอมาเปลีย่ นเปนรถปคอัพบรรทุกของ และรับจางทัว่ ไป บางครัง้ ก็บรรทุกโลงศพเพราะที่วัดสามเสนตอโลงศพขายเพื่อใหชาวบานมีรายได บางที เขาตองการใหทางวัดหารถไปสงให ขับอยูอีกเกือบ 20 ป สุขภาพไมคอยดี ลูก ๆ ก็ขอใหเลิกก็อยูบานดูแลลูก ๆ หลาน ๆ วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.2008 พอหวลสิ้นใจที่โรงพยาบาลเมื่ออายุ 77 ป (หลังจากแมเสียไป 22 ป) ทานปวยอยางกะทันหันดวยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เพียงวันสองวัน ซึ่งปกติพอเปนคน แข็งแรงดี ไมไดนอนปวยมากอน วันนี้พอระซึ่งเปนพี่ชายคนโตของนอง ๆ ตองคอยทำหนาที่แทนพอแม และเปนพอลุงของหลาน ๆ แมนอง ๆ จะโตมีครอบครัวกันไปแลว เหลือนองสาว เพียงคนเดียวที่ไมมีครอบครัว ตองคอยดูแลนอง ๆ และหลาน ๆ แมจะไมมาก และดูเหมือนไมมีอะไร แตในฐานะพี่ใหญ ความสำนึกรับผิดชอบตอนอง ๆ และ น้ำใจเสียสละทีเ่ ปนธรรมชาติของคุณพอวีระ ก็คอยคิด ติดตาม และอยากใหนอ ง ๆ และหลาน ๆ เปนคนดี มีความศรัทธา และมีความสุขในฐานะที่เปนคริสตัง เปนหวง นองคนนี.้ ...เพราะยังเปนหนี้ เปนสินเขา...ลูก ๆ ไมคอ ยมีใครดูแล... เปนหวง...เพราะมีปญหาครอบครัวกัน...ไมรูเรื่องอะไรกัน... เปนหวง...เพราะยังไมมีงาน...โดนคนโกงเงินไป...! ฮัลโหล...พอลุงพูดนะ...หนู...ทำการบานหรือยัง สวดหรือยัง... บางครั้งผมคุยกันอยูไดยินเสียงโทรศัพทดังครั้งหนึ่ง คุณพอวีระก็ขอ อนุญาตรับโทรศัพทหลานโทรมา หลานคนนี้...ฉลาด โทรมาแลวก็กดทิ้งใหพอลุง โทรกลับไปจะไดไมตองเสียตังคคาโทรศัพท ใหพอลุงจายคาโทรแทน “วัวันนี้ตองกลับบาน ไปเยี่ยมหลานหนอย... โทรมาขอใหพอลุงไปเยี่ยม เอาหนังสือไปให.....” ผมมีหลาน 20 คน!” คน! “ผมมี

62


ความรับผิดชอบ เมื่อ ทำอะไรแล ว เป น คนทุมเทเอาจริงเอาจัง เมื่อจบ การศึกษาระดับชั้น ม.ศ.5 แลว ทางบานเณรก็ใหเรียนตอเรื่อง ภาษา เปนครูสอนหนังสือ และ สอบวุฒิวิชาครูไปดวย เรียกวา รุนมาสเตอร มาสเตอร สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อแขนยาวสีขาว ผูกเนคไท ซึ่งเปนเครื่อง แบบของรุนโต และจากรุนมาสเตอรนี้ อธิการก็จะคัดเลือก 2-3 คน ในแตละรุน ใหเปนครูเณร เปนผูช ว ยของอธิการ และพระสงฆในบานเณร ดูแลความเปนระเบียบ เรียบรอย จัดงานแตละวันแตละสัปดาห ไดมโี อกาสฝกทำงาน หนาทีค่ วามรับผิดชอบ เสี ย สละ เรี ย นรู การจั ด การสมั ย นั้ น อธิ ก ารบ า นเณร คื อ คุ ณ พ อ มี ค าแอล ฮั่วเซี้ยง กิ จ บุ ญ ชูช ต อ มาคื อ พระอั ค รสั ง ฆราช ไมเกิ้ ล มี ชั ย กิ จ บุ ญ ชูช วันนี้คือ พระคารดนิ ลั ไมเกิล้ มีชยั กิจบุญชู ชวง 2 ปทเ่ี ปนมาสเตอรและไดรบั เลือกเปนครูเณร ตองรับผิดชอบหนาที่ มากกวาเพื่อนคนอื่น ๆ เวลาตื่นก็ตองตื่นกอน นอนก็ตองนอนหลัง นอง ๆ หลับไป แลว ตองคอยดูแลความเปนระเบียบวินัย การจัดงาน มอบหมายงานในแตละวัน แตละเดือนหมุนเวียนกันตั้งแตหองสุขา ไฟฟา ประปา ถอนหญา หองนอน หอง อาบน้ำ รานขายของ จับตัวเรือด เอาที่นอนไปตากแดด วันหยุดยาว ๆ เราตองเตรียมงานหนัก กวาปกติ ตองทำสวน ขุดดิน ลอกคูในสวน ปลูกกลวย มะพราว มะนาว ฯลฯ ในชวงสองปที่เปนครูเณร เรื่องการเรียนจากที่เคยอยูหัวแถว ก็ตกไปอยู ปลายแถว หลับในหองเรียน การบานไมเสร็จและไมไดทำ ไมมีเวลาอาน ทบทวน 63


เปนชวงเวลาที่การเรียนแยกวาเพื่อน ๆ โดนเพื่อนที่เคยอยูหลัง ๆ กลับแซงหนา สลับกัน สมัยนัน้ ก็คงเหมือนสมัยนี้ เมือ่ ทางสังฆมณฑลจัดงานประจำป บวชพระสงฆ แหศีลมหาสนิท ฉลองคริสตมาส และสำหรับในชวงนั้นคือ พิธอี ภิเษกอธิการของ พวกเราเปนพระอัครสังฆราช วันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ.1973 ณ สามเณราลัยนักบุญ ยอแซฟ สามพราน แม จ ะมี ผู ใ หญ ที่ รั บ ผิ ด ชอบเหนื อ เราอยู แ ล ว แต สำหรั บ เราเวลานั้ น กับความรับผิดชอบ เมื่อมองยอนไปถึงหนาที่ความรับผิดชอบหลายอยางก็ไมนา เชื่อวาจะทำได และทำใหเห็นอยางชัดเจนวา หนาที่ความรับผิดชอบแตละอยาง ๆ ไดชวยหลอหลอม และฝกใหสามเณรที่จะเปนพระสงฆในอนาคตแตละคนไดรับ โอกาสใกลเคียงกัน อาจจะแตกตางกันบาง กับโอกาสที่เปดกวางใหพิสูจนตัวเอง

64


บานเณรใหญ เพียงขามถนน

ค.ศ.1975 เขาบานเณรใหญ วิทยาลัยแสงธรรม ความตื่นเตนมีบาง แต ไมมากนัก เพราะอยูห า งกันเพียงแค 1 กิโลเมตร อยูฝ ง ตรงขามถนน ไมตอ งทำหนัง สือเดินทาง (Passport) และวีซา เขาประเทศใหยงุ ยากเหมือนสมัยกอนโนนทีต่ อ งไป ปนัง กรุงโรม อินเดีย ออสเตรเลีย หรือเบลเยียม แตละคนตองเตรียมตัวกันวุน วายไปหมด ตองขามน้ำขามทะเลไป แตนี่ เพียง...ขามถนนเทานั้น ค.ศ.1975 สภาพระสังฆราชฯ มีมติใหเปดบานเณรกลาง เพื่อเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมความพรอมสำหรับสามเณรจากบานเณรเล็กทั่วประเทศ เพราะ วิทยาลัยแสงธรรมเปดมาได 3 ปแลว ไดประเมินดูแลวนาจะเปนการดีกวา ถามี บานเณรกลาง และใชเวลาอีก 1 ป เพราะที่ผานมาบางแหงพอจบชั้น ม.ศ.5 แลวก็สงมาเลย บางแหงก็ใหอยู 1-2 ป ดังนั้น ผูใหญของบานเณรยอแซฟจึงตัดสินใจใหสามเณรที่เรียนจบชั้น ม.ศ.5 แลวสองรุนรวมกันเขาบานเณรใหญทั้งหมด 25 คน

65


บ า นเณรกลางใช อ าคารส ว นหนึ่ ง ของบ า นเณรยอแซฟที่ ส ามพราน มี คุณพอสุรินทร ประสมผล เปนอธิการคนแรก สามเณรแสงธรรมรุน ที่ 4 รวมจากทัว่ ประเทศมี 51 คน มีซสิ เตอร 2 คน รวมทั้งหมด 53 คน บราเดอรวรี ะไดผา นขัน้ ตอนและไดโอกาสนีเ้ ชนเดียวกับเพือ่ น ๆ แตสง่ิ หนึง่ ทีเ่ ห็นไดชดั ขึน้ และเปนตนทุนเดิม คือความเอาจริงเอาจังกับชีวติ และหนาทีร่ บั ผิดชอบ ความสนใจการสอนคำสอน และการอภิบาล บราเดอรสนใจเรื่องสื่อสอนคำสอน ไดไปศึกษาและชวยงานคุณพอยัง ฮาเบรสโตร ที่วัดพระตรีเอกภาพ หนองหิน สื่อคำสอนที่เปนชุดภาพสไลดซึ่งถือวาทันสมัยที่สุดแลว และอาสาหาคนชวยแปล เปนภาษาไทย คุณพอซันนา คณะซาเลเซียนชวยแปลจากภาษาอิตาเลียนเปน ภาษาไทย นอกจากนี้ ยังไดรว มมือกับเพือ่ น ๆ พิมพหนังสือภาวนา หนังสือพิธกี รรม ตาง ๆ ทีย่ งั คงเห็นไดจนถึงทุกวันนี้ คือ วจนพิธกี รรมสำหรับผูล ว งลับ โลกใหม และ ใชมากวา 30 ปแลว ทุกวันนี้ถือวา โลกเกา แลว! วันเวลา 6 ป ทีว่ ทิ ยาลัยแสงธรรมซึง่ หลอหลอมดวยการอบรม การศึกษา ฝ ก ฝนตนเองให เ ป น บาทหลวง เป น พระสงฆ เป น ผู รั บ ใช ศ าสนา สั ง คม และ ประเทศชาติ พรอมเทาที่ทำได พรอมที่ใจมากกวาความสามารถที่มี พรอมที่จะเรียนรู กาวใหมในชีวิตมากกวาที่จะรูจักชีวิตที่ผานมาพรอมที่จะทุมเทอุทิศตนแมกระทั่ง ชีวิต

66


ชีวิตและหนาที่ของพระสงฆ

วันแรกที่เขาบานเณรยอแซฟ เพื่อนรุนเดียวกันมี 12 คน จนถึงวันบวช วันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ.1981 เวลา 17 ปที่ผานมา แตละปมีเพื่อนใหม เพิ่มเขามา เรียนในชั้นเดียวกัน เพื่อนเกาก็ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเรียนตอที่อื่นเปลี่ยน หนทางชีวติ เปนฆราวาสธรรมดา ๆ ชีวติ พระสงฆนกั บวชอาจจะไมเหมาะกับตนเอง ที่เขามาพรอมกันปแรกเปนเพื่อนรวมรุนกันมาตลอดมีเพียง 3 คน คือ คุณพอธนันชัย กิจสมัคร และ คุณพอไชโย กิจสกุล ค.ศ.1975 เพื่อนที่เขาบานเณรแสงธรรมดวยกันจากอัครสังฆมณฑล กรุงเทพฯ 25 คน (บวช 16 คน) จากทั่วประเทศมีทั้งหมด 51 คน (บวช 30 คน) เมือ่ จบการศึกษาจากบานเณรแสงธรรม ถือวาคณาจารยในบานเณรใหญ ไดสงศิษยขึ้นฝงเรียบรอยแลว การบวชเปนพระสงฆก็ขึ้นอยูกับความพรอมของ แตละคน และแตละสังฆมณฑล บางคนฝกงานตอ หรือศึกษาอบรมเพิ่มเติมตาม ความเหมาะสมของแตละคนเพือ่ ชีวติ สงฆของตน และงานของพระทีจ่ ะทำเปาหมาย ก็คือเพื่อความดีของสัตบุรุษ สำหรับวันบวชของคุณพอวีระ อาภรณรัตน นั้น มีเพื่อน ๆ มาบวชในรุน เดียวกัน พระอัครสังฆราช ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชชู เปนผูบวช มีคุคุณพอประจวบโชค ตรีโสภา คุณพอวรยุทธ กิจบำรุง คุณพอธนันชัย กิจสมัคร คุณพอไชโย กิจสกุล คุณพอประยุทธ ชลหาญ คุณพอสุรสิทธิ์ ชุมศรีพันธ คุณพอสุรชัย ชุมศรีพันธุ คุณพอวิชัย บุญเผา คุณพอวิทยา แกวแหวน คุณพอวิชา หิรัญญการ และคุคุณพอ วีระ อาภรณรัตน เรียงตามลำดับอายุ รวม 11 องค เทากับทีมฟุตบอล 1 ทีมพอดี! 67


คุณพอและคุณแมอยูพรอม และในวันบวชก็เปนผูที่ถือเสื้อกาสุลาและ กาลิกสแหรวมขบวนกับพอแมของเพื่อน ๆ ที่บวชในวันนั้น ความรูสึกดีใจคงลนอยู ในใจลึก ๆ พอแม...ไมไดสอนเตือนอะไร แมเปนคนไมชอบพูดคุยนัก แตสิ่งที่เห็น คือ หลังจากวันบวชแลวแมจะไปวัดทุกเย็น ๆ ไปรวมมิสซาและพานอง ๆ หลาน ๆ ไปดวย หลังจากบวชแลวไดรับมอบหมายใหไปทำงานตามวัดไดเพียงระยะสั้น ๆ และไดรับแตงตั้งใหเปนกรรมการดานคำสอนของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ซึ่งมี คุณพอยอแซฟ ประวิทย พงษวิรัชไชย เปนประธานแผนก ในเวลาเดียวกันก็รับ หนาที่ผูชวยเจาอาวาสและในฐานะสงฆหนุม ผูใหญสงไปศึกษาตอดานคำสอนที่กรุงโรม 3 ป ภาษาอิตาเลียน และ เรียนพิเศษเองในยามวาง เรื่องสื่อการสอนคำสอน เปนหลักสูตรสั้น ๆ ระหวาง ที่อยูกรุงโรม อะไรที่จะเปนประโยชนตอชีวิต และหนาที่สงฆ คุณพอวีระพยายาม ใชเวลาใหคุมคาที่สุด และยังมีหนาที่เสริม คืออาสาสมัครรับแขกทั้ง พระสงฆและ ฆราวาสที่ไปแสวงบุญที่กรุงโรม ตองชวยรับหนาที่เปนไกดน้ำใจดี จนบางคนคิดไป วาเปนหนาที่ของพอวีระ ทั้งฝากซื้อของและออกตังคไปกอนก็ยังมี ชวยเขียนเรื่องทางกรุงโรมไปเลาใหฟงบางไหน ๆ ไดมีโอกาสมาเรียน มารู มาเห็นแลว ชวยเขียนเรื่องไปลง น.ส.พ.อุดมสาร รายสัปดาหใหหนอย... จะลองดูนะ แตไมรูจะมีใครอานหรือเปลา? จากเรื่องแรกในวันนั้น สิงหาคม ค.ศ.1987 พบจอกกี้ท่เี วสลิ่งกลายเปน คำสอน 5 นาที เมือ่ ตองรับผิดชอบงานคำสอนเต็มตัวตอเนือ่ งมาทุกฉบับ ตนฉบับ แต ล ะครั้ ง เขี ย นด ว ยลายมื อ แท ๆ ต น ทางที่ ส ง อาจจะทางโทรสาร จดหมาย จากศูนยคำสอน เชียงใหม อีสาน บานผูห วานตางประเทศ ฟลปิ ปนส สหรัฐอเมริกา ยุโรป ฯลฯ แตปลายทางอยูที่กองบรรณาธิการ น.ส.พ.อุดมสาร ทุกสัปดาหรวม เวลา 22 ป! บทความเหลานี้ไดคัดเลือกและจัดพิมพเปนหนังสือแลว 2 เลม การ พัฒนางานดานคำสอนตองพัฒนาทีค่ นตองเกาใหถกู ทีค่ นั ตองสงเสริมใหครูคำสอน มีความรู มีปริญญาตรี มีเกียรติ เปนที่ยอมรับสำหรับโรงเรียนและตามวัด ทั้ง พระสงฆ ทั้งในเมืองและตางจังหวัด เปนงานระดับประเทศ 68


โครงการอบรมครูคำสอนปกติ 2 ป และ อบรมระยะสั้น 1 เดือน อบรม เพียง 2-3 วัน เพียงแค 1 วัน สำหรับพระสงฆ นักบวช ครู อาสาสมัคร นักศึกษา ทั้งจัดอบรม ทั้งประชาสัมพันธ และหาทุนให เปนเรื่องไมปกตินักที่ซิสเตอร และนักศึกษาฆราวาส จะไดรับทุนไปเรียน คำสอนระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่กรุงโรมอยางตอเนื่อง 2-4 ป แตละป มี 1-2 คน วันเวลาผานไปแตละป ๆ วันนี้ หลายสิบคนแลวจากสังฆมณฑลตาง ๆ และคณะ นักบวช ฯลฯ ตลอดเวลาที่ผานมาภารกิจดั่งขุนเขาที่ขวางหนา ถาใจไมแกรง ความ อดทนนานไมมี การอุทศิ ตนไมมาก ก็ไมสามารถผลักดัน จูงมือ และลากสัมภาระทัง้ หลายใหผานมาไดขนาดนี้ วันนี้มีครูคำสอนที่สามารถสอนเด็กนักเรียนที่เปนคนตางประเทศตอง สอนดวยภาษาอังกฤษ และภาษาอิตาเลียน สามารถติดตอเรียนได และไดสอนมา แลวหลายป ทั้งผูใหญและเด็กที่พูดภาษาไทยไมไดเลย แรงผลักดันและติดตามอยางตอเนื่อง ค.ศ.2000 วิทยาลัยแสงธรรมได เปดหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา คริสตศาสนศึกษา เปดรับนักศึกษาที่ จะเรียนเปนครูสอนคำสอน เมื่อครบ 4 ป ไดรับปริญญาตรี มีสิทธิ์เทากับผูจบ

69


ปริญญาตรีทุกประการ จนเพือ่ น ๆ มอบฉายาใหคณ ุ พอวีระวา ครูฟล ปิ สีฟอง ซึง่ เปนครูคำสอน ในภาคอีสาน และถูกฆาตายสมัยการเบียดเบียนศาสนาคริสต และตอมาวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ.1989 ทานไดรับแตงตั้งเปนบุญราศีพรอมคนอื่น ๆ ที่ถูกฆาตายดวย รวมเปน 7 คน คุณพอตองทำตัง้ แตจดั ทำโครงการหลักสูตรประชาสัมพันธ ติดตามโดยตรง รับสมัครเปนอาจารยสอน และเมื่อฝกสอน ตองไปนิเทศนการสอนของนักศึกษา ประเมินการสอนจนกระทั่งอนุมัติ แน น อนว า คงไม ใ ช ทั้ ง หมดหรื อ ทุ ก เรื่ อ งที่ คุ ณ พ อ ทำอยู เ พี ย งคนเดี ย ว แตมีทีมงานที่เปนทั้ง พระสังฆราช พระสงฆ ซิสเตอร ครูคำสอน และเจาหนาที่ ที่รวมงานกันอีกหลายคน ทั้งเต็มเวลาและอาสาสมัคร แตทั้งหมดนี้ตองบอกวา คุณพอเปนผูนำที่ลงมือทำอยางใกลชิด งานคำสอนเปนเหมือนลมหายใจ ! ถาจะพูดถึงคุณพอวีระ ภาพลักษณที่ขึ้นมาทันที คือ งานคำสอน ถาจะ พูดแลวเชื่อ มั่นวาทุกคนคงเห็นดวย คุณพอวีระ คือ ผูบุกเบิกงานคำสอนไทย คนหนึ่ง

70


พอระ...ชวยหนอย ความจริงงานคำสอนไมใชงานโดด ๆ แต เกี่ยวของกับอีกหลายอยาง ทั้งเรื่องพระคัมภีร เรื่องการศึกษาโรงเรียนคาทอลิก ซึ่งตองมีเรื่อง งานคำสอน ตองมีจริยศึกษา การมีเพื่อนก็เปนสิ่งที่ดี ถาเปนการชวย เหลือกัน แตบางคนดูเหมือนเอาภาระมาแบงใหกนั “พพอวีระ...ชวยถวายมิสซาแทนทีซิ....ติด ธุระ ติดประชุม ไปตางจังหวัด ไปเที่ยว...” ว.. ทุกสายโทรศัพทที่เขามา หรือทุกคำขอ งไหม?” ก็จบลง รอง เชิงเปรย ๆ “พพอวีระ...วางไหม? ได... ไปได...ไมตองหวง” ง ดวย “ได บางคนอาจนึกวาคุณพอไมตอ งอยูต ามวัดคงมีเวลาวาง คงไมมงี านมากนัก คงมีบาง แตคงไมเหนื่อย คงพอชวยได คุณพอวีระชวยถวายมิสซาแทน...ชวยเปนนายจารีตฉลองวัดใหไดไหม? แต ห ารู ไ ม ว า วั น ธรรมดาก็ ห นั ก วั น เสาร วั น อาทิ ต ย ก็ ทำงานเหมื อ น วันธรรมดา และวันหยุดก็เปนวันทำงาน ทัง้ ทีเ่ ปนงานทีต่ อ งทำ ควรทำและคนอืน่ ๆ ขอใหทำ งานบางอยางที่เปนน้ำใจ อาสาชวยทำ หลายคนคิดวาเปนหนาที่ตองทำ คนบบางาน จนดูเหมือนเปน คน

71


คำสั่งหมอ ยายที่ทำงาน

รถขับไปนานก็ตองเขาอูซอม ตรวจสภาพ หรือตองยกเครื่องสักที คนทำ งานไปนาน ๆ ถาไมพักก็ตองน็อค ตองลมเขาสักวัน คำสั่งหมอใหตองหยุดงาน และพักอยางเอาจริงเอาจังเปนเวลา 6 เดือน เพราะไวรัสบีที่รักษาตัวไมดี ดูแลตัวเองไมพอ พักผอนไมพอ อาจจะลุกลามเปน อะไรที่รายแรงกวาที่คาดเดาได คุณพอวีระ อาภรณรตั น และชือ่ หมอทีร่ กั ษาติดอยูห นาหองในโรงพยาบาล เซนตหลุยส และวันแรกมีปา ยปกติ ตอมาตองเปลีย่ นปายใหม เปนหามเยีย่ ม เพราะ พรรคพวกลูกศิษย คนที่รูจัก พอทราบวาคุณพอปวย จากเพียงแคไมกี่คนกลาย เปนสิบ เปนรอยในเวลาอันรวดเร็ว คงจะเหมือนประกาศแตงตั้งเปนพระสังฆราชเหมือนกัน! แมจะนอนอยูบ นเตียง หลับตา แตสมองก็ยงั คิดแมจะอยูใ นฐานะคนปวยที่ ตองพักรักษาตัว แตก็ยังมีงานอยูบนโตะ สมุดจดงาน โทรศัพท เจาหนาที่มารับ มอบหมายงานกันเปนประจำ กลายเปนการเปลี่ยนที่ทำงานจากสำนักงานอาคาร คาทอลิกแพรธรรม มาเปนโรงพยาบาลเซนตหลุยสเทานั้น

72


แมคณ ุ หมอจะใหออกจากโรงพยาบาล แตยงั ใหพกั ผอนเปนหลัก หมายความ วายังใหพักรักษาสุขภาพอยูนอกโรงพยาบาล ครั้งแรก เดือนมิถุนายน ประมาณ ค.ศ.2000 วันนั้นเปนวันเขาเงียบ และตรงกับวันครบรอบวันบวช ก็นัดไปทานขาวกันสักมื้อหนึ่ง พอไปถึงรานอาหาร ก็ไมไดทาน หมดแรง เพื่อน ๆ ตองพาสง โรงพยาบาล อาการหนักขนาดตองหยุด งานยาว มิฉะนั้นอาจจะนอนยาวตลอดไป ครั้งที่สอง เดือนกุมภาพันธ ค.ศ.2006 โรคปวดหลัง หมอนรองกระดูก ทับเสน ไดมกี ารฉลอง 25 ป ชีวติ สงฆ พรอมกับเพือ่ น ๆ ทีว่ ดั แมพระฟาติมา ดินแดง วันนัน้ ยังเดินหลังโกง ๆ และถอสังขารไปรวมงาน รอยยิม้ บนใบหนา ความเจ็บปวด อยูที่สันหลัง ชีวิตสงฆเหมือนกับไมมีที่วางใหกับตัวเอง

รับไม...งานคำสอน

เมื่อผมบวชใหม ๆ คุณพอประวิทย พงษวิรัชไชย ไดขอใหเปนกรรมการ ุ พอสังวาลย ศุระศรางค คำสอนของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ดวยซึง่ กอนหนานีม้ คี ณ (ขณะนั้น) ไดเริ่มจัด ทำเปนรูปเปนราง วางระบบ และปูทางไวให ตอมาไดวางมือ ุ พอวีระ อาภรณรตั น รับผิดชอบงาน เหมือนกับนักบุญยอหน บัปติสต และมอบใหคณ ตอ เมือ่ สรางคนก็ตองทำสิ่งที่คูกันคือ สรางสื่อคำสอน เพื่อใหครูไดใชเปนอุปกรณ การสอนเปนสื่อชวยสอนคำสอน ขณะที่เรียนวิชาคำสอนอยูที่กรุงโรมมีเวลาวางสั้น ๆ ชวงปดเทอม ก็ไป “ขณะที เขาเรียนเรื่องสื่อมวลชนที่มหาวิ มหาวิทยาลัยของคณะซาเลเซียนนเพราะคิ เพราะคิดวาสามารถ ชวยและมีประโยชนตองานดานคำสอน” นคำสอน เริ่มแรกมีภาพโปสเตอรเพียงไมกี่ภาพ อาจจะใชเพียงคนตัดกระดาษ ติดปะใหเปนรูปราง จนเขาโรงพิมพเปนรอยเปนพันแผน จากแผนพับธรรมดา ๆ ที่ พิมพเปนพัน เปนหมืน่ ๆ แผน กลายเปนหนังสือเลมบาง ๆ และเลมหนา ๆ ทีละเลม 73


สองเลม ทั้งแปลทั้งเขียนขึ้นมา หรือพิมพซ้ำเลมเกาที่ขาดตลาดไปแลว หนั ง สื อ คำสอนที่ เ ป น เล ม ใหญ ห นา ล า สุ ด ที่ ส มเด็ จ พระสั น ตะปาปา ยอหนปอลที่ 2 ทรงประกาศใชทันทีที่ออกมา คุณพอก็พยายามจัดหาคนแปล เพื่อใหคนไทยที่ภาษาตางประเทศไมแข็งแรงไดอานในภาษาไทยของตนเอง ซึ่ง ถือวาเปนผลงานวีดีโอ ดีวีดี วีซีดี ตางประเทศ ซึ่งจัดแปลและพากยภาษาไทยเอง แมจะตองจัดหาคนแปล คนอัดเสียง รานจัดทำก็อปป ตองขอลิขสิทธิ์ คุณพอก็ทำ เองหมด รานที่ขายของเหลานี้ไมวาจะในหางใหญ ๆ หรือขางถนน ถามีเรื่องอะไร ทีพ่ อจะใชสำหรับสอนคำสอนได คุณพอก็จะจัดซือ้ มาใช ซือ้ มาเพือ่ จำหนาย เผยแพร ใหกวางขึ้นเพื่อชวยครูสอนคำสอน เพื่อใหคริสตังไดมีโอกาสรับรูก็จัดทำ จนกระทั่งในสำนักงานคำสอนกลายเปนเหมือนสำนักงานสื่อมวลชน คาทอลิกฯ จนเกือบจะไมมีที่นั่ง ไมมีทางเดิน

74


ครูคำสอน แฟนพันธุทัวร เพื่ อ ให ค รู คำสอนได มี ประสบการณ มีความมั่นใจ จึง พยายามขอทุนจากพระสังฆราช ส ง ครู ไ ปแสวงบุ ญ ที่ ก รุ ง โรมที่ แผนดินศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทย ที่ ส องคอน มุ ก ดาหาร และ ประเทศลาว เทาที่ทราบกลุมแรกที่ไดไปแสวงบุญ คือ ครูที่สอนคำสอนมานานครบ 25 ป ไดไปกรุงโรม โอกาสฉลองบุญราศีทั้ง 7 ค.ศ.1989 จำนวน 13 คน ครูคำสอนไมคอ ยมีสตางคกนั ตองพยายามหาทางชวย ใหบางคนผอนได ไปกอนจายทีหลัง เพราะถารอใหมีเงินแลว ชาตินี้ก็คงไมมีโอกาส ไมรูวามีใครที่ยังผอนไมหมดบาง...โปรดยกมือขึ้น! แตละครัง้ ทีป่ ระกาศวาจะจัดแสวงบุญ บรรดาครูคำสอนจะมาเปนอันดับ แรก และบรรดาแฟนพันธุทัวรก็ไมผิดหวัง หลาย ๆ แหงก็จัดไปหลายครั้ง โดย เฉพาะบุญราศีสองคอน จัดเปนประจำทุกป ระหวางทางก็จะไมใหเสียเวลา บนรถทัวรคุณพอจะเตรียมวีดีโอดี ๆ ที่ สงเสริมความเชือ่ ความศรัทธา และใหกำลังใจ เตรียมพรอมไวเปนชุด ๆ และสวด ภาวนา สวดสายประคำ เปนการเรียนคำสอนสัญจรนั่นเอง เจาของธุรกิจโรงแรมมีชื่อ คุณพอวีระ อาภรณรัตน อยูในลูกคาชั้นหนึ่ง งานคำสอนเปนเหมือนลมหายใจ ครูคำสอนอยูในหัวใจเสมอ

75


เมือ่ ตอบรับ เปน พระสังฆราช

ตอนทีท่ า นสมณทูตซัลวาตอเร เปนนัคคีโอ นัดใหไปพบ ก็ไมไดคดิ อะไรมาก แตพอทานบอกวา สมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงแตงตั้งใหผมเปนพระสังฆราช ครั้งแรกที่ไดยินก็งง ทานไดอธิบายเหตุผลใหฟง ผมเองก็เขาใจวา กวาที่ผูใหญจะ พิจารณาตัดสิน ก็คงมองดูแลว และผมเองก็ถือ ความนบนอบตอพระเปนเจาผาน ทางผูใหญมาตลอด คำพูดที่วา “ขขาพเจายินดีทำตามพระประสงคของพระองค” เปนสิ่งที่เราไดสวด ไดยินอยูบอย ๆ เพราะฉะนั้น ผมก็เรียนทานวา ผมไมใชเปนคนเกงอะไร แตไวใจในพระพรของพระเปนเจาที่จะประทานให เพื่อ ภารกิจและหนาที่ที่จะไดรับ และก็หวังในความรวมมือและน้ำใจดีข องบรรดา พระสงฆนักบวช และทุก ๆ คนที่เคยสนับสนุนและชวยเหลือผมมาตลอด ที่สุดผม ก็ตอบวา ผมขอนอมรับครับ หลังจากตอบรับแลว ทานก็ขอใหผมเขียนหนังสือแสดงการยอมรับ ผมก็ คิดวาอยากจะขอไปเขียนทีบ่ า น แตทา นก็นำปากกา กระดาษแผนหนึง่ และจัดทีน่ ง่ั ใหเขียนเลย พรอมทั้งขอใหผมเขียน โดยมีคำวา ผมขอนอมรับครับ ดวย ใชเวลา ประมาณ 10 นาที แลวก็มอบใหทาน ทานก็ไดอวยพรใหสำหรับชีวติ และหนาที่ พระสังฆราชฯ ทีต่ อ งรับผิดชอบ ในอนาคต 76


ผมก็ตองเก็บเปนความลับพูดอะไรไมไดเลยจนกวาจะมีประกาศเปน ทางการ ซึ่งก็มารูวา จะประกาศวันที่ 10 กุมภาพันธ เวลา 18.00 น. ที่เชียงใหม เมื่อพระคุณเจาสังวาลย ประกาศใหคณะกรรมการบริหาร เสร็จ ก็เริ่มมีคนโทรศัพทเขามือถือมารวมยินดีทันที ถาใครมีตาทิพยมองเห็นการใชโทรศัพท ชวงนี้คงจะโทรศัพทสงขาวนี้กัน โยงใยยั้วเยี้ยเชื่อมตอกันสนุกสนาน ที่ผิด ๆ ก็คงมีบาง เมื่อตอบรับแลว รูสึกอยางไร? “ผมเองก็ไมรูสึกกลัวอะไร เพราะเชื่อวาพระเปนเจาทรงอยูกับเรา และ ผมก็ตั้งใจจะพยายามทำหนาที่ในสวนของตนใหดีที่สุดเทาที่จะทำไดสวนอื่น ๆ พระองคก็จะประทานให และที่ผาน ๆ มาก็มีผูใหญ พระสงฆ นักบวช ครูคำสอน ญาติพี่นอง มีน้ำใจ หลายคนก็โทรศัพทมาใหกำลังใจ และสัญญาวาจะชวยเหลือ” มีอะไรขอใหบอก...!” สวนหนึ่งผมเองก็ตองสวดภาวนาใหมากขึ้น แสวงหาน้ำพระทัยของ พระเปนเจาใหมากขึ้น และตั้งใจจะพยายามทำหนาที่ในสวนของตนเองใหดีที่สุด และที่เหลือพระเปนเจาจะทรงจัดการเอง พระเปนเจาทรงเลือกใชคนต่ำตอย คนไมเกง พระองคมีวิธีการของพระองค มนุษยเราเปนเครื่องมือเทานั้น

77


ลูกศิษยและใกลชิด พระคารดินัล

สิง่ หนึง่ ทีถ่ อื วาเปนโอกาสพิเศษของคุณพอวีระ อาภรณรตั น พระสังฆราช ใหมของเราคือ ตลอดเวลาที่คุณพอทำงานดานคำสอนนี้ ไดพักอาศัยอยูที่สำนัก พระสังฆราชฯ สำนักมิสซังฯ มีพระคารดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เปนประมุข อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ไดรบั ประทานอาหารพรอมกัน เปนเวลานานเกือบ 22 ปี สิ่งที่คุณพอไดยิน ไดฟง ไดรูไดเห็น ทั้งงาน ทั้งปญหา ทั้งความสุข ความทุกข แบบอยางของพระคารดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คงจะเปนบทเรียนชีวิตและ งานอภิบาลของพระสังฆราช นายชุมพาบาลที่ดี ที่เรียนจากบนโตะอาหารซึ่งไม เคยมีใครไดรับมากอน วันที่ประกาศเรื่องสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกตที่ 16 รับใบลาจาก พระคุณเจาสังวาลย ศุระศรางค และแตงตั้งคุณพอวีระ อาภรณรัตน หนาที่ของพระคุ เปนพระสังฆราชเชียงใหม ประกาศ ใหทราบเวลา 18.00 น. เวลาในประเทศไทย วันนั้น คุณพอทำอะไรบาง? อยูที่ไหน? คุณพอยังตองไปสอนที่วิทยาลัยแสงธรรม กวาจะกลับถึงที่พัก สำนัก มิสซังฯ ก็ค่ำมากแลว แตก็คิดวายังไง ๆ ก็ตองขอเขาพบพระคุณเจาภายในวันนี้ เพื่อขอพรและคำแนะนำจากพระคุณเจากอนใคร ๆ ทั้งหมด 78


ผมไดไปขอพบพระคารดนิ ลั วันที่ 10 กุมภาพันธ เวลา 4 ทุม ไปเคาะประตู หองวันนั้นเลย ขณะที่พระคุณเจากำลังพักผอนดูโทรทัศนอยู เพราะวันนั้นยังตอง สอนเรียนอยู กวาจะกลับถึงบานก็เกือบสี่ทุมแลว ตัดสินใจอยูพักหนึ่งเหมือนกัน ไดเรียนใหพระคุณเจาทราบ ทานก็ใหกำลังใจและแนะนำนิดหนอย และ บอกวานาจะไปพบพระคุณเจาสังวาลยกอน และมาคุยกันอีกภายหลัง สมัยที่เปนสามเณรเล็ก เรียนชั้น ป.5-ม.ศ.5 พระคารดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เปนอธิการบานเณรเล็ก และ ค.ศ.1973 พระคุณเจาไดรับอภิเษกเปน พระอัครสังฆราชฯ แหงอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เมื่อบวชเปนพระสงฆก็ไดรับ หนาที่ดานคำสอนและพักอยูกับพระคารดินัล พักภายใตหลังคาเดียวกันคือสำนัก มิสซังฯ กรุงเทพฯ และรับประทานอาหารโตะเดียวกับพระคุณเจา เวลาทานอาหาร ปกติพระคุณเจาจะตรงเวลาและเวลาทานอาหารจะ ใชเวลานาน จะมีเรื่องคุยที่มีประโยชนเสมอ เปนเวลาที่พระคุณเจาจะพูดคุยกัน พร อ มหน า และรั บ ฟ ง เรื่ อ งราวต า ง ๆ และหลายครั้ ง ท า นก็ จ ะให คำแนะนำ แนนอนครับ หลายสิ่งหลายอยางไดซึมซับโดยที่บางอยางคงไมรูจะพูดอยางไร พระคุณเจาเปนผูรอบรูทุกเรื่อง ทั้งเหตุการณ และบุคคลมากมาย ทาน มีความจำดี ทัง้ ดานการเมือง สังคม ศาสนา ประวัตศิ าสตร หลายอยาง พระคุณเจา ชอบอานหนังสือ ดูโทรทัศน ขาวสารคดี แมแตละคร ทานติดตามขาวสารอยู ตลอดเวลา เรือ่ งการศึกษากฎหมาย รวมทัง้ เรือ่ งกีฬา พระคุณเจาจะรูอ ยางละเอียด อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ พระคุณเจาสามารถจดจำชื่อคนไดมาก ทั้งบุคคล ทางบานเมือง และบุคคลในพระศาสนจักร ทานจำและรูจ กั รุน พอแม รุน ปูย า ตายาย ท า นจำเก ง มาก และเชื่ อ มโยงญาติ พี่ น อ งได ว า ใครเป น ใคร อยู ที่ ไ หน ทำอะไร ทานจำไดอยางเหลือเชื่อ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมวาสำคัญมาก พระคุณเจามีความรอบคอบ และระมัด ระวังคำพูด แมแตบนโตะอาหาร ทานจะไมพูดถึงผูอื่นในทางไมดีเลย แมบางคน อาจจะพูดขึ้นมา พระคุณเจาก็มีมุมมองอื่น คงไมใชมั้ง? นาจะเปนอยางนี้มากกวา ทานมีปฏิภาณไหวพริบในการพูดคุยกับคน กับผูคนที่มาพบทานตั้งแต ผูหลักผูใหญ และแมแต เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กชวยมิสซา เยาวชน ทานก็พูดคุยได 79


ดวยวัยวุฒิและคุณวุฒิของพระคุณเจา ทำใหทานก็มีความรอบรูในเรื่องราวตาง ๆ อยางตอเนือ่ งยาวนาน และลึกซึง้ ผมชอบฟงสิง่ ทีพ่ ระคุณเจาเลา ไดประโยชนมาก หลายครั้งผมไมไดอานหนังสือมากนัก แตก็ไดรับรูเรื่องราวตาง ๆ จากที่ พระคุณเจาไดพูด เลาใหฟง ผมชอบฟงมากกวา และไดซึมซับจากพระคุณเจา สำหรับพระคารดินัล ทานยิ่งใหญและ เกงมาก ผมเลียนแบบไดเพียงแคบางสวนก็ ดีมากแลว โชคดีที่ผมไดมีโอกาสใกลชิดกับพระคุณเจาเปนลูกศิษยของทาน ผมได เห็นแบบอยางที่ดีจากพระคุณเจามากมาย

พระคุณเจาสังวาลย อาจารยและแบบอยาง

ผมเคยเปนลูกศิษยของพระคุณเจาสังวาลย สมัยอยูบานเณรเล็กนักบุญยอแซฟ ส ามพราน หลังจากไดประกาศฯ แลว พระคุณเจาโทรศัพท มาแสดงความ ยินดีกับผ ม ต อ มาผมได ข อนั ด มาพบพระคุ ณ เจ า ที่ เ ชี ย งใหม ท า นก็ แ สดงความยิ น ดี ได ใ ห คำแนะนำและข อ คิ ด เกี่ ย วกั บ ความรั บ ผิ ด ชอบ และสิ่ ง ที่ ท า นคิ ด ค า งอยู ผมทราบวาทานเปนพระสังฆราชมา 22 ปแลว และในสังฆมณฑลมีพระสงฆทง้ั หมด 83 องค มีวัดเล็กวัดนอยที่ทานสรางใหมรอย ๆ กวาแหง ทานบอกวามีอะไรก็โทรศัพทพูดคุยกันได เสร็จงานอภิเษกแลวทานจะ ขอตัวลงไปพักที่บานพักที่บานผูหวาน สามพราน นครปฐม เพื่อจะใหผมทำงานได 80


เต็มที่ เพราะสังฆมณฑลเชียงใหมมคี ณะกรรมการบริหาร มีทป่ี รึกษา มีคณะนักบวช หลายคณะ ที่เขมแข็ง พรอมจะรวมมือกับพระสังฆราช อยูแลว ไมตองกลัว! ผมก็อยากใหทานอยูชวยเปนพี่เลี้ยง เปนที่ปรึกษาสักระยะหนึ่ง เพราะ ถือวาผมยังใหม เปนพระสังฆราชอนุบาล ทานบอกวาไมตองกังวล คอย ๆ เรียนรู กันไป สมั ย ที่ พ ระคุ ณ เจ า ลงมาจากเชี ย งใหม พั ก ที่ สำนั ก มิ ส ซั ง ฯ กรุ ง เทพฯ ในบานเดียวกัน ผมประทับใจที่ไดเห็นพระคุณเจาสวดภาวนา เฝาศีลในวัดนอยที่ สำนักมิสซังฯ บอย ๆ หลายครั้งทานจะนั่งสวดอยูที่พื้น หรือที่มานั่งอยูดึก ๆ และ ตอนเชา ทานจะตื่นเชากวาคนอื่น และจะเขาวัดสวดกอนเสมอ ถวายมิสซาพรอม กันเวลาหกโมงครึ่งตอนเชา เห็นพระคุณเจาสวดสายประคำอยูเสมอ และพระ คุณเจาเคยเลาใหฟงวาทานสวดสายประคำเสมอ ทำใหทานมีกำลังเผชิญกับความ ลำบากตาง ๆ ไดตลอดมา พระคุณเจาเปนแบบอยางใหผม ทำใหผมรูสึกวาตองสวดมากขึ้น รูสึกวา ตนเองออนแอ บกพรองในเรื่องสวดภาวนาอยูเหมือนกัน ก็ตั้งใจวาจะตองสวด ภาวนาใหดีขึ้น พระคุณเจาสังวาลยบอกวาจะมอบไม ไมเทาให ซึง่ เปนของทีม่ คี วามหมายมาก รวมทั้งแหวน และ สรอยคอของท ยคอ าน ซึ่งไดรับจากพระคุณเจายวง นิตโย ผมรูสึก ซึง้ ใจและเปนของทีม่ คี วามหมาย มีคณ ุ คามาก ตอนผมบวชใหม ๆ ก็ไดอยูใ กลชดิ กับ พระคุณเจายวงอยู 4 ป ตอนนั้นทานพักอยูที่บานเณรเล็ก หองพักธรรมดา ๆ มีหนังสือมาก ไดเห็นทานสวดภาวนา และมีชีวิตที่เรียบงาย สายตาทานไมคอยดี แตทานก็ศึกษาอานหนังสือตลอดเวลา พระคุณเจายวง นิตโย เปนผูใหญที่วางตัวนาเคารพรักมาก! ดังนั้น แหวนและสรอยคอของทาน นับวามีความหมายและมีคุณคามาก สำหรับผมดวย ! 81


พี่ใหญ-ลูกชายคนหัวป-พอลุง

มาถึงวันนี้ ทั้งพอและแมจากไปแลว ภาระความรับผิดชอบนอง ๆ กลับ มาอยูที่พี่ชายคนโต นอง ๆ และหลาน ๆ พอหวลเพิ่งจากไปยังไมครบหนึ่งปเลย ในครอบครั ว 1 คุ ณ พ อ วี ร ะ 2 คุ ณ วิ ชั ย 3 คุ ณ พ อ เดชา 4 คุ ณ วิ ภ า 5 คุณลาวัลย 6 คุณวิไล 7 คุณชัยรัตน 8 คุณพัชรา 9 คุณสามารถ 10 คุณเมธี 11 คุณพินิจ 12 คุณพิสมัย แตงงานมีครอบครัวกันไปแลว ยกเวนลูกสาวคนโต และคนทีเ่ ปนพระสงฆ เมื่อชวงปใหมที่ผานมาเกิดมีความรูสึกมาก คือสำนึกถึงหนาที่ในฐานะ พี่ใหญ ไดกลับไปรวมนอง ๆ ทั้งนองเขย นองสะใภ และหลาน ๆ เพราะ พอหวล จากไปวันที่ 29 กรกฎาคม กลับไปเยี่ยมนอง ๆ หลาน ๆ มากขึ้น และในครอบครัว ก็มีธรรมเนียมที่นัดพบกันเปนประจำทุกวันเสาร สวนใหญถา ไมตดิ อะไรจริง ๆ ก็จะ มาพบกัน นอง ๆ เขาก็รกั กันดี แมบางคนอาจจะยังตัง้ หลักไมได ยังไมประสบความ สำเร็จในชีวิต ใจหนึ่งก็คิดวา ถาครอบครัวเราไมคอยศรัทธา เราจะไปอภิบาลหรือ พูดกับคนอื่นก็คงยาก แตนอง ๆ สวนใหญเปนคนดี เรียบรอย มีความศรัทธา พอสมควร สมัยกอนผมจะเปนคนกลาวคำนับพอหวล ตอนนีไ้ มมพี อ แลว แตกย็ งั ดีทม่ี ี พอเดชา คอยเปนคนดูแล ประสานงานกับนอง ๆ หลาน ๆ อยู ก็คดิ วาชวยแบงเบา ภาระไดมาก ตอนผมไดรับแตงตั้งเปนพระสังฆราช ผมไมไดบอกกับนอง ๆ เลย แตพอ เดชาเปนคนติดตอกับนอง ๆ พอแมของเราไมไดร่ำรวย ไมไดเรียนสูง จบแคชั้น ป.4 เปนเพียงแมคา พอขับรถรับจาง พอมีพอกินเทานั้น มรดกที่ทานมอบใหเราลูก ๆ ก็คือ เรื่องการ ศึกษา พยายามใหเรียนสูง ๆ เทาที่จะเรียนได เรื่องความศรัทธา และยังเปนแบบ อยางที่ดีใหแกพวกเรา เรื่องไปวัด เรื่องทำมาหากินเรื่องชวยสังคม ผมเปนพี่คนโต แทนที่จะดูแลนอง ๆ แตมาบวชเปนพระสงฆ พระเจาก็ ตอบแทน ดูแล หลายคนพอรูก ม็ นี ำ้ ใจและเมตตาตอนอง ๆ เสมอมา ผมคิดวาเราพยายามทำหนาที่ของตนใหดีที่สุด สิ่งอื่น ๆ พระเปนเจาจะ ทรงแถมใหเอง 82


ชีวติ สงฆ 28 ป ไมเคยมีทกุ ข ตัง้ แตบวชเปนพระสงฆ รูส กึ มีความสุขกับงานทีไ่ ดทำ ไมรูสึกมีความทุกข แมตองนอนปวยก็ตาม ผมอยูตามวัดไมกี่ป ครั้งแรกอยูที่ บานเณรยอแซฟกับ คุณพอประวิทย พงษวิรัชไชย ไปเรียนตอที่กรุงโรม กลับมารับผิดชอบงานคำสอน และเปนอาจารยสอนที่แสงธรรม งานทุกอยางก็เปนไปดวยดี ผมไมรูสึกมีความ ทุกขอะไร มีผูคนชวยเหลือ สนับสนุน ผมพยายามทำสิ่งที่รับผิดชอบใหดีที่สุด! ครั้งแรกที่เริ่มเขียนหนังสือ เมื่อครั้งไปเรียนตอที่กรุงโรม ไดเขียนเรื่องที่ ไดรู ไดเห็น ชีวิตผูคน พระศาสนจักรสากล ซึ่งนับวาเปนโอกาสดี เปนพระพร อยางหนึ่งที่ผมไดรับ ก็เริ่มตนเขียนมาลงอุดมสาร จากวันนั้นมาถึงวันนี้กวา 22 ป แลว เมื่อมาทำงานคำสอน ก็ไดเขียน คำสอน 5 นาที ก็มีประโยชน ยอนหลังไปตอนบวชใหม ๆ และมาทำงานดานคำสอน เรามีหนังสือ คาทอลิ ก น อ ย เพี ย งไม กี่ เ ล ม จึ ง ตั้ ง ใจว า จะต อ งพยายามหาสื่ อ ต า ง ๆ พิ ม พ หนังสือเกา แปลหนังสือ และวีดีโอ ซีดี ฯลฯ จากตางประเทศ และในประเทศไทย เราใหมากขึ้น มาถึงวันนี้ก็เห็นวามีหนังสือมากจากการพิมพคาทอลิกฯ จากคณะ นักบวชและสังฆมณฑลตาง ๆ ผมคิดวาถาพระสงฆเราซึง่ ไดเรียนกันมามากหลายปี ถาสนใจ สักนิดหนอยก็นาจะเขียนได และจะเปนประโยชนตอคริสตัง ตอพระ ศาสนจักร และจะมีรนุ ตอ ๆ ไป ตอยอดไปเรือ่ ย ๆ ผมไดเห็นแบบอยางของพระคุณ เจายวง นิตโย พระคุณเจารัตน บำรุงตระกูล ทานไดเขียนและแปลหนังสือไว หลายเลม และหนังสือ คำสอนของ คุณพอชัชวาลย แสงแกว ก็เปนหนังสือทีใ่ ชไดดี ตอนนี้คิดวาเราตองพยายามสงเสริมให คนอานหนังสือศาสนาใหมากขึ้น โดยเฉพาะพระคัมภีร ประวัตินักบุญ ฯลฯ ผมรูสึกละอายเหมือนกันที่ฝรั่งมาเขียนหนังสือไทย เรื่องของคนไทย ใหคนไทยอาน เมือ่ ตอนเปนจิตตาธิการทีเ่ ซนตโยเซฟคอนเเวนต รูส กึ วาไดประโยชนมาก กับชีวิตสงฆ ไดรูจักวางตัวใหเหมาะสมกับนักบวชหญิง กับนักเรียนหญิง ผมเรียน 83


มากับนักเรียนชายตลอด ก็ตองปรับตัว และเรียนรู ไดอยูที่นี่ตลอด 8 ป เมื่อดูแลศูนยอบรมคริสตศาสนธรรม หรือศูนยซีซี. เปนอาจารยสอนที่ วิทยาลัยแสงธรรม ก็ตง้ั ใจทำหนาทีร่ บั ผิดชอบเต็มที่ มีคนชวยกัน ผมไมรสู กึ ลำบาก อะไร สนุกมากกวา ไดเรียนรูงาน รูจักคน ฯลฯ มากขึ้น ในเวลาทีย่ ากลำบากทีม่ คี วามทุกขบา ง ก็เปนโอกาสใหเราเติบโตในความคิด เขมแข็งขึน้ เปนการหลอหลอมคนเราใหเขมแข็งขึน้ ไดเรียนรูห ลายสิง่ หลายอยางมาก กวาเวลาที่เราสบายดี แตละชวงจังหวะหนาทีก่ ารงาน ก็เปนเหมือนกับพระเจาทรงจัดเตรียมให ผมจนมาถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็มั่นใจวาพระทรงเลือกและไดจัดเตรียมใหผมมา ตลอด จริง ๆ แลว ผมไมรูสึกวามีทุกข!

รูวาเขาหลอก ก็ยอมใหเขาหลอก

สมัยเปนเณร เปนพระสงฆใหม ๆ อาจารย และรุนพี่ ๆ ก็คอยบอกคอย เตือนใหระวัง บางทีเราก็ไมรวู า เขายากจนจริงหรือไม เห็นเขามาขอความ ชวยเหลือ ก็รสู กึ สงสาร ผมคิดอยางในพระวรสาร ทีว่ า ถาพระเยซูมาหาเราในสภาพทีย่ ากจน อยางนี้ เราจะไมชวยพระองคหรือ เพราะในพระคัมภีรก็สอนเราอยางนี้ และใน พันธกิจทิศทางงานอภิบาล ฯ ก็มีพูดถึง ผูดอยโอกาสโดยเฉพาะผูยากไร ความจริงผมวาไมมีใครอยากถูกหลอก ไมมีใครอยากเสียเงินหรอก!” หรอก! “ความจริ คุณพอองคหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับคนยากจน ไดเคยมาแบงปนใหพระสงฆ ในโอกาสเขาเงียบ ในเทศกาลมหาพรตวา โปรดจำไววา บางทีมีเด็ก ๆ หรือคน ยากจน มาขอความชวยเหลือจากเรา ทั้งที่ เราก็รูวาเขาโกหก เขาหลอก บางที เมื่อชวยแลวเขาก็ยังมาหาเราอีก นั่นก็เพราะเขาไมมีใครเปนที่พึ่ง เขายังเห็นเรา เปนที่พึ่งได ก็นาจะชวยเหลือเขาเทาที่ชวยได แมจะเล็ก ๆ นอย ๆ

84


คนที่ไมมีครอบครัว พอแมตาย กำพรา เราตองพยายามทำใหเขารูสึกวา พระศาสนจักรเปนครอบครัวของเขา ตองชวยเหลือ ดูแลพวกเขา บางคนมาขอยืม รูภายหลังวาเขาหลอก ก็ยังมาอีก ก็อยากใหโอกาสเขา อีกครั้งหนึ่ง ตอมาก็ใชวิธีใหคนอื่นไดทราบดวย และการชวยเหลือก็มีระบบมากขึ้น เจาหนาที่บางคนก็เขามาคอยชวยแนะนำปองกันใหบาง ความซื่อและใจดีที่มีอยูในจิตใจ เมื่อไดยินใครเลาวาตนตกทุกขไดยาก ใหฟง ทั้งที่เชื่อวาสวนใหญโกหกและหลอกลวง แตทุกคนที่มาหามักจะไมเคยกลับ ไปมือเปลา ทั้งคนไทยและชาวตางชาติ เรื่อง ความใจดีนี้เปนที่รับรูทั่วไป ทั้งเพื่อน ทั้ง พนักงาน ถาถูกหลอก ก็คงไดไมกี่ครั้ง! แตเทาที่ผมไดเห็น ไมรูกี่ครั้งแลว!

ญาติที่เปนพระสงฆนักบวช ผ ม มี ญ า ติ ท า ง พ อ สั ง ฆมณฑลจั น ทบุ รี คุ ณ พ อ เศี ย ร โชติ พ งษ (มรณะ 25 ตุ ล าคม ค.ศ.1998) คุ ณ พ อ ห อ ง สุ เ ทพ นามวงศ (มรณะ 24 มกราคม ค.ศ.1998) คุณพอสุรนิ ทร ประสมผล คุ ณ พ อ บุ ญ ส ง หงส ท อง และ นองชาย คุณพอเดชา อาภรณรัตน ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปายอหน ปอลที่ 2 ทรงบวชใหเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ.1984 และซิสเตอรศรีเวียง อาภรณรัตน คณะผูรับใชดวงหทัยนิรมล ของพระนางมารีย ในบรรดาพระสงฆทไ่ี มใชญาติ แตมชี อ่ื เหมือนกันถึง 3 คน คือ คุณพอวีระ เจนผาสุก อายุ 85 ป คณะซาเลเซียน คุณพอวีระ ผังรักษ สังฆมณฑลจันทบุรี อายุ 68 ป อีกดวย 85


คติพจน คือ ตัวบงชี้

เมือ่ เปนพระสังฆราช ผมคิดถึงวาชวงนีเ้ ปนปพระวาจา ปนกั บุญเปาโลซึง่ เปนตัวอยางทีด่ แี กเรา ก็คดิ ถึงคติพจนทเ่ี กีย่ วกับการประกาศขาวดี ผมดูจากนักบุญ เปาโลที่พูดไวในจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ ฉบับที่ 1 บทที่ 9 ขอที่ 22 วา ขาพเจาทำทุกอยางเพราะเห็นแกขาวดี ภาษาอังกฤษ I do it all for the sake of the Gospel ภาษาละตินวา Omnia Facio Propter Evangelium ซึ่งไดปรึกษากับ คุณพอทัศไนย คมกฤส ทานก็เห็นวาดีและคนภาษา ละตินให การทำงานดานคำสอนผูใหญที่นี่ เมื่อไปอยูทางเชียงใหมก็มีงานสอน คำสอน งานประกาศขาวดีกบั ผูใ หญ กับกลุม ชาติพนั ธุต า ง ๆ และผูใ หญอกี มากมาย สำหรับคติพจนวันบวชเปนพระสงฆ สมัยนั้นชอบคำประพันธที่ คุณพอ ประยูร พงษพิษณุ เพื่อนรุนพี่แตงไว ผมอานแลวชอบมาก ก็เลยขอเอาคำนี้ มาเปนคติพจนวันบวช เพราะ คติ พ จน ก็ เ ป น เครื่ อ งบ ง บอกความตั้ ง ใจ บ ง บอกนิ สั ย ของคน ๆ นั้ น ผมก็ เ ลย เลือกขอความนี้ซึ่งผมชอบคำวา รัก รับใช ผมก็พยายามทำตามคติพจนในวันที่บวชซึ่งผมเลือกไว เกิดมาครั้ง หวังทำดี ใหที่สุด เพื่อมนุษย ทั้งผอง ครองหรรษา ไดรูจัก รักรับใช เจาชีวา อีกพรอมหนา สรางสวรรค ณ แผนดิน ชีวิตที่ผานมาเปนขั้นตอนและเปนบันได ที่พระเปนเจาทรงจัดเตรียมไว ผูค นมากมายไดชว ยกันหลอหลอมและสงเสริมประสบการณ สำหรับวันนีแ้ ละอนาคต เพื่อหนาที่ใหคุณพอเปนนายชุมพาบาลที่ดี รักและรับใช ในตำแหนงพระสังฆราช แหงสังฆมณฑลเชียงใหม พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน 86


กิจการกุศล ตั้งตนที่บาน จากลูกหัวปของครอบครัว ที่คุณพอวีระ ดูแลเอาใจใสสารทุกขสุกดิบ ของนอง ๆ ในครอบครัวเปนพิเศษ เอาใจใสดานความเชื่อ ความศรัทธา และการ สวดภาวนาพรอมกันในครอบครัว สูตำแหนง ประมุขแหงสังฆมณฑลเชียงใหม งใหม ที่พระคุณเจาวีระ จะตอง เอาใจใสในสารทุกขสุกดิบ ของคณะสงฆ นักบวช และประชาสัตบุรุษเปนพิเศษ ในดานความเชือ่ และการประกาศขาวดีทพ่ี ระคุณเจาหวังและตั้งใจ ขอสิ่งที่พระคุณเจา มี และ เปน สำเร็จเปนไปตามน้ำพระทัยในแผนดิน ดังในสวรรค นอง ๆ และครอบครัว ขอเปนกำลังใจในการปฏิบตั หิ นาที่ ดวยคำภาวนา พรอมกันในครอบครัว ของเรา และจะสนับสนุนพระคุณเจาตามกำลังความสามารถ ดวยความรักและเคารพยิ่ง นอง ๆ และครอบครัว

87


ความในใจของหลานตายถึงพอลุงวีระ ถึง พอลุงวีระ อาภรณรัตน หนูรูสึกดีใจมากคะ ที่คุณพอวีระ อาภรณรัตน ไดรับการแตงตั้งเปน พระสังฆราชทีเ่ ชียงใหม เพือ่ ทีจ่ ะไดไปเผยแพรหลักคำสอนใหกบั ผูท ส่ี นใจ จากนีพ้ อ ลุง คงจะมีเวลานอยลง ที่จะมาบานสามเสน แตก็ไมเปนไรคะ หนูก็ยังโทรหาพอลุงได บอย ๆ พูดคุยกันถึงประสบการณใหม ๆ หรือเรื่องแปลก ๆ ที่พอลุงไดพบเจอ ใหหนูไดรับรูเปนประสบการณนั้น ๆ พอลุงไปอยูที่เชียงใหมคนเดียว ก็ดูแลสุขภาพ ของพอลุงดวยนะคะ ไมตอ งหวงทางนีค้ ะ หนูกจ็ ะทำหนาทีส่ วดภาวนากอนนอนทุกคืน ใหทุกคนในครอบครัว คนในบาน ญาติพี่นอง รวมถึงผูที่ไปสงบสุขแลว ไดรับผล บุญนี้ใหมีแตความสุขความเจริญ ดังที่พอลุงวีระตั้งใจไว สุดทายนี้ หนูก็ขอใหพอลุงทำหนาที่พระสังฆราชอยางที่พอลุงไดหวังไว นะคะ ดวยความเคารพอยางยิ่ง ปทิตตา อาภรณรัตน

88


รอยดวงใจมอบให แด...พระคุณเจา ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน

“ขาพเจาทำทุกอยาง เพราะเห็นแกขาวดี” (1คร 9:23) เปนพระพร เปนพันธะ พระมอบให ใหหลักธรรม นำใจ ใฝคำนึง แมภาระ ที่พระให ใหญยิ่งนัก พระทรงอยู ดวยเสมอ อยาพะวง แมกางเขน จะหนัก สักเพียงไหน อันแผนการ องคพระนั้น ยอมประทาน ชาวเชียงใหม ลนศรัทธา ในครานี้ นำทางลูก แกะนอย เฝาคอยฟง ขอแสดง ความยินดี เปนที่ยิ่ง ทานฟรังซิส เซเวียร คายืนยง ขอนอมนำ คำพร บวรพจน เปนธรรมทูต นำมงคล ดลชีวี

เปนกางเขน เปนเสนชัย ไปใหถงึ ทุกคำสอน อันลึกซึ้ง ขององคพระ พระพรนั้น ยิ่งมากกวา อยาลืมหลง จงอยากลัวเลย เปนคำ พระอาจารย อันเสนชัย แมแสนไกล อยาเกรงขาม นอมเดินตาม วิถีนั้น อยางมั่นคง ไดนายชุมพาบาล แสนดี ที่แตงตั้ง เดินไปยัง ทางความเชื่อ อยางมั่นคง ขอทุกสิ่ง เปนไปตาม พระประสงค ประดุจธง นำทาง สรางสิ่งดี เกียรติปรากฏ หนุนนำ ย้ำศักดิ์ศรี นายชุมพา เปยมความดี ที่คูควร ดวยความเคารพรักอยางยิ่ง จาก นักศึกษาคริสตศาสตร 17 กุมภาพันธ 2009

89


คริสตมาสของผม...ที่มิลาน โดย ว.อาภรณรัตน

เปนปที่สองที่ผมมีโอกาสฉลองคริสตมาส ในตางประเทศ คือที่ประเทศ อิตาลี ปที่แลว ผมฉลองคริสตมาสที่กรุงโรม โดยไปรวมมิสซาเที่ยงคืนและมิสซาเชา สมเด็จพระสันตะปาปายอหนปอลที่ 2 10.00 น. ที่มหาวิหาร นักบุญเปโตร โดยสมเด็ เป น ประธานในพิ ธี มิ ส ซา และรั บ พรจากพระองค สำหรับปน้ี มีเพื่อนพระสงฆ ชาวอิ น โดนี เ ซี ย องค ห นึ่ง มาชวนไปมิ ล านเพื่อ ช ว ยคุ ณ พ อ เจ า วั ด ที่วั ด แห ง หนึ่ ง ชานเมืองมิลาน แรกทีเดียวผมตั้งใจจะคางอยูที่โรม เพื่อทำรายงาน ทำการบาน (จากมหาวิทยาลัย) แตเมื่อเพื่อนมีน้ำใจมาชวน และผมก็คิดวาเปนโอกาสที่ดีที่จะ ไปทำงานอภิบาลสัตบุรุษ ไปรูจักชีวิตของสัตบุรุษที่นั่นบาง (เปนครั้งแรกที่มิลาน) ผมจึงตอบรับทันที ทางมหาวิทยาลัยและโรงเรียนทัว่ ประเทศอิตาลีหยุดเรียนโอกาสคริสตมาส ประมาณ 2 สัปดาห ระหวาง 22 ธันวาคม ถึง 7 มกราคม ค.ศ. 1987 เราเดินทางไปถึงมิลานเชาวันจันทรที่ 22 ธันวาคม มิลานอยูหางขึ้นไป 90


ทางเหนือของกรุงโรมประมาณ 630 กิโลเมตร เรานั่งรถไฟไปประมาณ 9 ชั่วโมง และเดินทางตอไปถึงวัดนักบุญยอแซฟ ที่ COGLIATE ซึง่ เพือ่ นของผมชวยคุณพอ ที่นี่ เราไปถึงวัดประมาณ 17.30 น. ทักทายคุณพอคารโล และรวมถวายมิสซาเย็น มีสตั บุรษุ รวมมิสซาประมาณ 100 คน ซึ่งผมคิดวามากพอสมควร หลังอาหารเย็น ผมเดินทางตอไปถึงวัดนักบุญวิตโตเร มรณสักขีท่ี CERIANO LAGHETTO ซึง่ หาง ไปอีกไมไกลนักพบคุณพออังเยโล ซึง่ เปนคุณพอเจาวัด ทานแนะนำผมใหรจู กั เยาวชน 3 คน ที่กำลังพิมพบทเพลงสำหรับพิธีมิสซา และพาเราไปชมวัดและถ้ำพระกุมาร หลังจากคุยกับคุณพอเจาวัดทราบวาวัดนี้มีสัตบุรุษประมาณ 5,000 คน คุยเกี่ยว กับงานที่ผมพอจะชวยไดในโอกาสนี้ และทักทายแมบานซึ่งเปนคนทำอาหารและ ดูแลบานใหคุณพอเจาวัด จากนั้นผมก็ไปนอน แตก็นอนหลับไมคอยดีนัก เพราะ อากาศหนาวมากประมาณ -3 ถึง +8 องศา เซลเซียส วันที่ 23 ธันวาคม ผมรวมถวายมิสซาในวัดนอย ซึ่งอยูในวัดเพราะมีคน มารวมมิสซาวันธรรมดาประมาณ 50 คน เพื่อมิใหเปลืองเครื่องทำความรอนใน วัดใหญและใหดูใกลชิดกัน คุณพอจึงจัดวัดนอยขึ้น หลังมิสซาผมฟงแกบาปตั้งแต 9.30 น. ถึง 12.00 น. และตอนบาย 15.00 น. ถึง 18.15 น. มีสัตบุรุษทยอยมา แกบาปเรื่อย ๆ และคุณพอจัดใหมนี พวารเตรียมคริสตมาสสำหรับนักเรียน พอแม ผูปกครองก็มารวมดวย หลังอาหารเย็น ผมไปชวยฟงแกบาปที่วัดนักบุญยอแซฟ 20.00 น. ถึง 21.00 น. เพราะมีวจนพิธกี รรมศีลอภัยบาปสำหรับเยาวชนและผูใ หญ วันที่ 24 ธันวาคม ผมไปถวายมิสซาที่วัดนอยของซิสเตอรที่โรงเรียน อนุบาลแหงหนึ่งซึ่งอยูในละแวกวัดนี้มีซิสเตอร 3 คน อายุคงเกิน 50 ปข้ึนไป แตซิสเตอรก็ชวยงานดานพิธีกรรมในวัดดวย เชน อานบทอาน เลนออรแกน เปน พิธีกร และ ตกแตงพระแทน จัดดอกไม เปนตน

91


หลังจากรับประทานอาหารเชา เวลา 9.15 น. ถึง 10.30 น. ผมฟงแกบาปที่ วัดนักบุญวิตโตเร และไปที่วัดนอยนักบุญมีคาเอลกับคุณพออังเยโล ซึ่งมีสัตบุรุษ ประมาณ 600 คน อยูใ นความดูแลของคุณพออังเยโลดวย ฟงแกบาปอีกหนึง่ ชัว่ โมง ผมสั ง เกตเห็ น มี ศู น ย เ ยาวชน (ORATORIO) จึ ง ถามคุ ณ พ อ เจ า วั ด ไดความวา ตั้งแตประมาณ ป ค.ศ.1920 พระคารดินัลอันเดร คารโลเฟรารี (ซึ่ ง พระศาสนจั ก รกำลั ง พิ จ ารณาสถาปนาเป น นั ก บุ ญ ) ได กำหนดให ทุ ก วั ด ใน สังฆมณฑลมิลานจัดใหมีศูนยเยาวชน เพื่อใชเปนที่สอนคำสอน ที่ประชุม และ จั ด กิ จ กรรมสำหรั บ เด็ ก และเยาวชน ครั้ ง แรกผมนึ ก ว า เป น เฉพาะของนั ก บวช คณะซาเลเซียนเทานั้น เพราะใชชื่อเหมือนกัน นับเปนการอภิบาลสัตบุรุษ พิเศษ ของสังฆมณฑลมิลาน ที่มีศูนยเยาวชนทุกวัด และแมผูใหญก็ไดรับประโยชน จากศูนยดวย เชน บางครั้งมีอบรมเกี่ยวกับพระคัมภีร ผมถามคุณพอเกี่ยวกับเรื่องอบรมครูสอนคำสอน เพราะคุณพอแนะนำ ใหรูจักครูคำสอนคนหนึ่งชื่อมารีอา อายุประมาณ 20 ปเทานั้น คุณพอบอกวา มีเยาวชนมาสมัครเปนครูคำสอนประมาณ 20 คน เพื่อชวยสอนคำสอนแกเด็ก ในกลุมวัยตาง ๆ มีซิสเตอรชวยแนะนำแกครูคำสอน พบกันทุกสองสัปดาห และ ทุกเดือนคุณพอจัดฟนฟูจิตใจใหครูคำสอน มีสวดรวมกัน รวมมิสซา ประชุม และ รับประทานอาหารรวมกัน ผมถามตออีกวา ทำไมพวกเขาจึงมาสมัครเปนครูคำสอน คุณพออังเยโล บอกวา ทานไดเทศนในวัดวา เปนหนาที่ของทุกคนที่จะตองชวยกันแพรธรรม เปนตนแกเด็ก ๆ และเยาวชนในเขตวัดพวกเขาจึงมาสมัคร คุณพอสงบางคนไป รับการอบรมครูคำสอนที่ศูนยคำสอนของเขต เพราะมิลานเปนสังฆมณฑลที่ใหญ มาก แบงการปกครองเปนหลายเขต และมีพระสังฆราชผูช ว ยพระคารดนิ ลั คารโล มารีอา มารตนิ ี ถึง 4 องค มีพระสงฆทง้ั ของนักบวชและพืน้ เมืองประมาณ 3,500 องค มีคาทอลิกเกือบหาลานคน 92


บ า ยวั น ที่ 24 ธั น วาคม ผมฟ ง แก บ าปตั้ ง แต 15.00 น. ถึ ง 18.45 น. จึงรับประทานอาหารเย็นกับคุณพอเจาวัด และเณรใหญชาวบราซิล ซึ่งกำลังเรียน เทววิทยา ทีม่ หาวิทยาลัยอูรบ านีอานาทีก่ รุงโรม กลับมาเยีย่ มครอบครัวชาวบราซิล ที่นี่คุณพอจึงชวนมารับประทานอาหารดวย และขอใหเขาอานบทอานในมิสซา เทีย่ งคืน ใหผมอานพระวรสาร และปลายมิสซาใหเรากลาวอวยพรสัตบุรษุ ในโอกาส คริสตมาส เปนภาษาไทย และโปรตุเกส (ชาวบราซิลพูดภาษาโปรตุเกส) สั้น ๆ เพื่อแสดงใหเห็นวา พระศาสนจักรของเราเปนพระศาสนจักรสากล หลังอาหารเย็น ผมกับคุณพออังเยโล ไปที่วัดนอยนักบุญมีคาเอล ผมฟง แกบาป คุณพอถวายมิสซาวันคริสตมาส เวลา 22.00 น. มีสัตบุรุษมารวมมิสซา ประมาณ 150 คน กลุมเยาวชนขับรองเพลงประมาณ 30 คน มีแหเครื่องบูชา หลั ง มิ ส ซาที่ ห น า วั ด มี ซ านตาครอส และนายชุ ม พาบาล แจกท็ อ ฟฟ แ ก เ ด็ ก ๆ กลุมเยาวชนบริการเครื่องดื่มแกสัตบุรุษ ผมไมมเี วลาทักทายสัตบุรษุ ทีน่ ห่ี ลังมิสซา เพราะเราตองรีบไปทีว่ ดั นักบุญ วิตโตเร เพื่อฟงแกบาป และ 23.30 น. มีกลุมเยาวชน 15 คนรองเพลงประกอบ กีตาร และบทรำพึงเพือ่ เตรียมใจสัตบุรษุ สำหรับมิสซาเทีย่ งคืน ผมนึกวาจะมีสตั บุรษุ มารวม มิสซาเทีย่ งคืนไมมากเทาใด แตทไ่ี หนไดสตั บุรษุ มารออยูแ ลวเต็มวัด ทุกทีน่ ง่ั เต็มหมด ทั้งตอนเริ่มมิสซาก็ยังมีคนทยอยกันมาเรื่อย ๆ คุณพออังเยโล คุณพอคารโล (อายุ 80 ป อดีตเจาวัดนี้เมื่อ 40 ปที่แลว ปจจุบันเปนคุณพอผูชวย แตพักอีกบานหนึ่งตางหาก) และผมรวมถวายบูชามิสซา มีนักขับรองประสานเสียงประมาณ 20 คน เปนผูขับรองเพลงนำสัตบุรุษ คุณพอ อังเยโลเปนประธาน เทศนเสียงดังฟงชัด ทานเตรียมบทเทศนอยางดี เขียนมา กอนสามหนาเหมือนกับเทศนทวี่ ัดนอยนักบุญมีคาเอลไมมีผิด หลังภาครับศีลคุณพออังเยโลกลาวแนะนำผมและเณรชาวบราซิ ล ให

93


สัตบุรุษรูจัก และเชิญใหเรากลาวอวยพรสัตบุรุษ ผมกลาววา “ผมดี ผมดีใจที่มีโอกาส ฉลองพระคริสตสมภพกับพี่นองที่นี่ พระเยซูเจาทรงบังเกิด เพราะทรงรักเรา ไม ว า จะเป น ชาวอิ ต าเลี ย น ชาวบราซิ ล หรื อ ผมซึ่ ง เป น คนไทยสุ ข สั น ต วั น พระคริสตสมภพแดทุกคน” หลังมิสซามีซานตาครอสแจกท็อฟฟ และมีสตั บุรษุ กลุม หนึง่ แจกเครือ่ งดืม่ แกทกุ คนทีว่ ดั ผมมีโอกาสทักทายสัตบุรษุ ทีห่ นาวัด มีหนุม สาว 3 คนมาคุยกับผม ชวนไป ทานอาหารทีบ่ า น ผมบอกเขาวา ผมไมนึกวาจะมีคนมาวัดมิสซาเที่ยงคืนมากเชนนี้ เขาบอกว า ปกติ มิ ส ซาเที่ ย งคื น วั น คริ ส ต ม าสจะมี ค นมาเต็ ม วั ด เสมอ และอี ก ประการหนึ่งขึ้นอยูกับคุณพอเจาวัดดวย วั น ที่ 25 ธั น วาคม มี มิ ส ซาเช า 7.00 น. แต ผ มนอนต อ เพราะคุ ณ พ อ อังเยโลบอกวาเขากับคุณพอคารโลจะฟงแกบาปเอง ผมชวยฟงแกบาป ตอน 8.30 น. และชวยคุณพอแจกศีลมหาสนิทในมิสซา 9.00 น. จากนั้นผมไปที่วัดนอยนักบุญ มีคาเอล เปนประธานและเทศน (เปนครัง้ แรก) ในมิสซา 10.00 น. มีสตั บุรษุ ประมาณ 100 คน หลังมิสซา ปรากฏวาคุณพอเจาวัดรีบไปถวายมิสซา 11.00 น. ที่วัดนักบุญ วิตโตเรแลว ใหผมไปกับสัตบุรุษคนหนึ่งเพื่อไปชวยสงศีลมหาสนิท เมื่อไปถึงเห็นวา มีสัตบุรุษไมมากนัก และมีคุณพอคารโลรวมถวายมิสซาอยูดวย จึงอยูในกลุม กับ สัตบุรุษรวมมิสซา หลังมิสซา ผมทักทายสัตบุรษุ เล็กนอย พอดีพระสงฆชาวอินโดนีเซียมารับ ผมไปรับประทานอาหารที่บานสัตบุรุษครอบครัวหนึ่ง ซึ่งพอบานเปนกุกทำอาหาร ในวิทยาลัยแหงหนึ่ง มีลูกชายสองคนเทานั้น สวนแมบานคอยบริการพวกเรา ระหวางรับประทานอาหาร เราคุยกันถึงเรื่องคอมมิวนิสต ในอินโดนีเซีย และ แถบประเทศไทย ปรากฏวาพอบานเปนสมาชิกในพรรคการเมืองคอมมิวนิสต เขาบอกวาคอมมิวนิสตในอิตาลีไมเหมือนคอมมิวนิสต ในฟลิปปนส เวียดนาม ลาว

94


กัมพูชา ในเอเชียหลังอาหาร เราไปเยี่ยมแมของพอบาน ซึ่งอายุราว 80 ป ปวย ตองนอนบนเตียงมาได 8 ปแลว แตหนาตาดูสดใส มีกำลังใจดี แกบอกวา อดทน และใชโทษบาป ตอนบาย ผมมีโอกาสนอนพักผอนเล็กนอย สวดทำวัตร และไปฟงแกบาป ตอน 17.30 น. เพราะมีมสิ ซาเวลา 18.00 น. คุณพอคารโล (อายุ 80 ป) เปนประธาน หลังจากฟงแกบาปแลว ผมเห็นวาสัตบุรุษมารวมมิสซาไมมากนัก จึงรวมมิสซากับ สัตบุรุษ สังเกตเห็นวาคุณพอสวดและอานบทอานในมิสซาไมมีชีวิตชีวาเหมือนกับ คุณพออังเยโล (อายุ 57 ป) ทำใหนึกถึงที่เยาวชนไดบอกวาคุณพอเจาวัดมีสวน สำคัญทำใหสัตบุรุษมาวัด หลังมิสซา คุณพออังเยโล พาผมไปรับประทานอาหารบานครอบครัว มารีอา ครูคำสอนพอและแมของมารีอาเปนคนราเริง คุยสนุก สวนนองชาย (อายุ 17 ป) ชอบฟงมากกวาพูด แตกย็ ม้ิ แยม ชอบเลนฟุตบอล (เหมือนเด็กอิตาเลีย่ น ทั่ว ๆ ไป) ผมรูสึกวาคุณพออังเยโลคุยสนุก เปนกันเองดี ผมนำพวงกุญแจรูปชาง ติดไปดวย ตั้งใจวาจะใหเปนที่ระลึก แตมีอยูอันเดียว จึงมอบใหแมบาน ทำใหเรา หันมาคุยกันถึงเมืองไทยอีก เปนตน เมืองไทยมีชื่อเสียเรื่องยาเสพติด ผมบอกวา คนทั่ว ๆ ไปชอบคุยเรื่องชื่อเสีย แตที่จริงของดีในเมืองไทยก็มีมากนะ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ครอบครัวของมารีอา พาเราไปสังสรรค กับอีกครอบครัวหนึ่ง พอบานกับลูกสาวอายุ 8 ขวบ ชื่อเคียรา มาเชิญถึงบาน แมบานนำกาแฟและเครื่องดื่มมาตอนรับ สนทนากันโอกาสคริสตมาส เคียรากำลังเตรียมตัวเพื่อรับศีลมหาสนิทในฤดูใบไมผลิ เดือนพฤษภาคมนี้ นารัก มาก เคียราไปเอาสมุดแผนทีม่ าเปดดู ถามมารีอาครูคำสอนวา ประเทศไทยอยูท ไ่ี หน แกหาประเทศไทยในทวีปยุโรป ระหวางทางกลับบาน คุณพออังเยโลบอกวา ครอบครัวทั้งสองเปน สมาชิกสภาวัดของเรา เปนครอบครัวที่ชวยทางวัดดี 95


วั น ที่ 26 ธั น วาคม ฉลองนั ก บุ ญ สเตฟาโน มรณสั ก ขี อ งค แ รกของ พระศาสนจักร สัตบุรษุ ในอิตาลีศรัทธาตอนักบุญองคนพ้ี อสมควร มีคนมารวมมิสซา ในวันนี้มากกวาวันธรรมดา คุณพอเจาวัดใหผมเปนประธานและเทศนในมิสซาเชา ทีว่ ดั นักบุญวิตโตเรเปนครัง้ แรก และก็เปนวันสุดทายดวย เพราะผมจะกลับกรุงโรม ตอนเที่ ย งเพื่ อ ทำรายงาน เพราะป ใ หม ผ มทราบว า พระคุ ณ เจ า สั ง วาลย ศุระศรางค ะศรางค และคณะทัวรจากเมืองไทย มารวมพิธอี ภิเษกพระสังฆราช ทีม่ หาวิหาร นักบุญเปโตร วันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1987 หลังมิสซา คุณพออังเยโลกลาวขอบคุณผมตอหนาสัตบุรุษ และชวนผม ไปมิลานอีกในโอกาสปสกา ผมกลาวตอบขอบคุณคุณพอ และสัตบุรุษ ผมบอกวา พระศาสนจักรของเราเปนพระศาสนจักรสากล พระคริสตสมภพเปนเหตุการณที่ แสดงวา พระเจาทรงรักเรา ใหเราชวยกันเปนพยานแหงความรักของพระเยซู ในสังคมปจจุบัน กอนเดินทางกลับ ผมขอรูปที่ระลึกจากคุณพออังเยโล คุณพอใหรูปที่ กำลังถวายมิสซาในวัดรวมกับพระคารดนิ ลั คารโล มารีอา มารตนิ ี และ คุณพอคารโล ในโอกาสที่พระคารดินัลมาเยี่ยมวัดสองวัน (คางที่วัดหนึ่งคืน) พบปะกับสภาวัด เยาวชน เด็ก พอบานแมบาน และคนปวย นอกจากนั้นคุณพอยังไดใหหนังสือ วารสารของวัด ซึ่งมีจดหมาย จากพระคารดินัล เขียนถึงคุณพอเจาวัด สรุปที่ ทานไดมาเยี่ยมวัด รวมประชุมสภาวัด ศูนยเยาวชน ฯลฯ ผมดีใจที่ปนี้ มีโอกาสฉลองคริสตมาส...ที่มิลาน(ชานเมือง) แมจะเปน ชวงระยะเวลาสั้นเพียง 4 วันเทานั้น แตผมมีโอกาสทำหนาที่สงฆ เปนสื่อความรัก ของพระเจา เปนตน ในศีลอภัยบาป ผมมีโอกาสสัมผัสกับความรักของพระองคที่ มีตอ ผม ในฐานะทีผ่ มเปนพระสงฆชาวไทยในตางแดน......แลวคริสตมาสของคุณละครับ? จาก : อุดมศานต ปท่ี 67 ฉบับที่ 1 มกราคม 2530 / 1987.โรงพิมพอสั สัมชัญ กรุงเทพฯ, 2530

96


ศูนยคริสตศาสนธรรม ฝายงานอภิบาลและธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ประวัติความเปนมา

ศูนยคำสอนแหงแรกในมิสซังสยามนาจะ เปน โรงเรียนฝกหัดครูนักบุญทารซีซีโอ ซึ่งตั้งอยู ที่ตำบลคลองบางตีนเปด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) ตั้งเมื่อ ค.ศ. 1912 จนถึง 1940 แตได ปดบริการระหวาง ค.ศ.1914-1920 เพราะสงคราม โลกครั้งแรก พระสังฆราชเรอเน แปรรอส ไดเปน ผู ริ เ ริ่ ม ตั้ ง โรงเรี ย นนั ก บุ ญ ทาร ซี ซี โ อ เพื่ อ เป น โรงเรียนฝกหัดครูคาทอลิก (ชาย) ใหสอนเรียน และ สอนคำสอนในโรงเรี ย นคริ ส ตั ง สมั ย นั้ น มีหลักสูตร 4 ป รับนักเรียนปเวนป จากวัดดอนกระเบื้อง สองพี่นอง บางนกแขวก บานปลายนา สามเสน หัวไผ เกาะใหญ บานหนาโคก ปากน้ำโพ บางเชือกหนัง นครชัยศรี แปดริว้ อยุธยา ฯลฯ คุณพอเลเยร แฟรเลย เปนครูใหญของโรงเรียนนี้นาน จึงเปนที่เคารพรัก ทานสิ้นใจวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1948 อายุ 74 ป บรรดาลูกศิษยจึงถือวันที่ 7 มกราคม เปนวันนัดพบกัน อั ค รสั ง ฆมณฑลกรุ ง เทพฯ ได มี ค ณะกรรมการคำสอนชุ ด แรก ในป ค.ศ. 1973 กลาวคือสองปหลังจากมีการประชุมคำสอนระดับนานาชาติที่กรุงโรม และสมณะกระทรวงวาดวยเรื่องพระสงฆไดพิมพ คูมือแนะแนวการสอนคำสอน ทั่วไป (General Catechetical Directory) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1971 โอกาส สมโภชการกลับคืนพระชนมของพระเยซูคริสตเจา คุณพอสังวาลย ศุระศรางค (อภิเษกเปนพระสังฆราชสังฆมณฑลเชียงใหม ตัง้ แต 6 มกราคม 1987 - 9 กุมภาพันธ

97


2009 รวมเวลา 22 ป) เปนประธานกรรมการตั้งแต ปค.ศ.1973-1982 (10 ป) มี พระสงฆ และนักบวชเปนกรรมการ จัดอบรม

ครูคำสอนภาคฤดูรอน

สำนั ก งานคำสอนสมั ย แรกอยู ที่ บ า นพระสงฆ อาสนวิ ห ารอั ส สั ม ชั ญ ชั้น 2 (ปจจุบันเปนหองพระคัมภีร หองคำสอน) งานชวง 10 ป ที่คุณพอ สังวาลย ศุระศรางค เปนประธานมีซิสเตอร 5 รูป มาทำงานเต็มเวลา มีการตั้งทีมอบรม เคลื่อนที่ ไปเยี่ยมเยียนครอบครัวคริสตชนที่หางไกลวัดเพื่อสรางกลุมคริสตชน อบรมครูคำสอน และผลิตหนังสือคำสอน คุณพอสังวาลย ศุระศรางค ไดจัดอบรม ครูคำสอนรุนที่ 1 สามครั้ง ณ สามเณราลัยนักบุญ ยอแซฟ สามพราน คือ วันที่ 30 เมษายน - 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) ครั้งที่ 2 วันที่ 19-25 มีนาคม ค.ศ. 1974 (พ.ศ. 2517) โดย ที่ คุ ณ พ อ สั ง วาลย เป น อธิ ก ารบ า นเณร และครั้ ง ที่ 3 วั น ที่ 1-6 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ศูนยคำสอนตั้งขึ้นดวยความริเริ่มของสภาสงฆสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เพื่อการอบรมคริสตชนขั้นพื้นฐาน ประกอบดวยคณะกรรมการ 9 ทาน มีคุณพอ สังวาลย ศุระศรางค เปนประธาน คุณพอประวิทย พงษวิรัชไชย คุณพอสนัด วิจิตรวงศ และคุณพอยัง ฮาเบสโตรส ซิสเตอร ที่ทำงานประจำ 5 รูปซึ่งไดรับ ความรวมมือจากเจาคณะแขวงของแตละคนใหมาชวยทำงานของมิสซัง มีกำหนด วาระละ 2 ป มีซิสเตอรเชลียง เวชยันต จากคณะพระหฤทัยของพระเยซูเจาแหง กรุงเทพฯ (ปจจุบันเปนมหาธิการิณีของคณะฯ สมัยที่ 2 ตั้งแต ค.ศ. 2006-2010) ซิสเตอรแคลร สมเนตร ซิสเตอรบุญรักษา ศรีตระกูล จากคณะเซนตปอล เดอ ชารตร และซิสเตอรจุรี กีรกิตติวาทย กับซิสเตอรอรศรี มนตรี จากคณะอุรสุลิน ในปการศึกษาใหม ซิสเตอรเอลีซาแบท โนว มาทำงานแทนซิสเตอร บุญรักษา ศรีตระกูล โดยมีสำนักงานอยูที่บานพระสงฆ อาสนวิหารอัสสัมชัญ

98


คณะกรรมการคำสอนนี้ เริ่มประชุมจัดตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1975 ( พ.ศ. 2518) และ เริ่ ม ทำงานประจำในเดื อ นมิ ถุ น ายน ค.ศ.1976 (พ.ศ. 2519) สมั ย ที่ ส อง คุ ณ พ อ ประวิ ท ย พงษ วิ รั ช ไชย เป น ประธานกรรมการฯ ป ค.ศ. 1982-1987 (5ป) สำนักงานคำสอนอยู ที่สำนักมิสซัง (ปจจุบันเปนสำนัก งานวินิจฉัยคดีฯ) มีซิสเตอรประทุม สิงหมัจฉา คณะพระหฤทัยฯ ทำงาน 8 ป (1981-1989) และมีเจาหนาที่ คือ คุณสมศรี เฮงประเสริฐ คุณทัศไนย สิงหมัจฉา คณะกรรมการไดพิจารณาสงคุณสมหวัง วิชชุประภา และคุณลัดดาวัลย วงศภักดี ไปเรียนดานคำสอนที่กัสเตล กันดอลโฟ ที่กรุงโรม และคุณพอวีระ อาภรณรัตน ไปเรียนทีม่ หาวิทยาลัยซาเลเซียน ที่กรุงโรม ป (ค.ศ. 1985-1988) สมัยที่สาม คุณพอชาญชัย ทิวไผงาม เปนประธานกรรมการและหัวหนา แผนกคำสอน เปนชวงจัดระบบการบริหารงานในอัครสังฆมณฑลเปนฝายตาง ๆ คุณพอชาญชัย รับผิดชอบงานแผนเยาวชนดวย และดูแลแผนกคำสอน ตั้งแต 11 พฤษภาคม 1987-20 ตุ ล าคม 1988 เริ่ ม จั ด ตั้ ง คณะกรรมการคำสอน โดยมี พระสงฆจาก 6 เขต เปนกรรมการ ปจจุบนั คุณพอวีระ อาภรณรตั น เปนประธานกรรมการ และเปนผูจ ดั การ ศูนยคริสตศาสนธรรม (ศูนยคำสอน) ตั้งแต 20 ตุลาคม 1988 จนถึงปจจุบัน และ มีพระสงฆมารวมงานของศูนยคริสตศาสนธรรมดังนี้ ป ค.ศ.2003-2004 คุณพอ ถิรลักษณ วิจิตรวงศ มาชวยงานดานคำสอน 1 ป ในป ค.ศ. 2004-2007 คุณพอ เชษฐา ไชยเดช มาชวยงานดานคำสอน 3 ป และคุณพอ เอกรัตน หอมประทุม เปนผูช ว ยผูจ ดั การแผนกคริสตศาสนธรรมตัง้ แตวนั ที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2007 - ปจจุบนั ศูนยคริสตศาสนธรรม พยายามดำเนินแผนงานโครงการตามนโยบายที่ ไดรบั อนุมตั ิ เชน สงเสริมครูคำสอนใหมจี ำนวนมากขึน้ ใหครูมโี อกาส รับการอบรม ตอเนื่อง ปรับปรุงเงินเดือนและสวัสดิการของครูคำสอน จัดพิมพหนังสือคำสอน และอุปกรณ สื่อการสอนใหทันสมัย พยายามสงเสริมคริสตชนใหรักพระคัมภีร มากขึ้น จัดอบรมผูอาน พระคัมภีร จัดฟนฟูจิตใจครูคำสอน ฯลฯ 99


คณะกรรมการคำสอน ประกอบดวย พระสงฆผรู บั ผิดชอบงานคำสอนจาก ทั้ง 6 เขต เขตละ 1 องค ตัวแทนนักบวช คณะพระหฤทัย ของพระเยซูเจาแหง กรุงเทพฯ คณะเซนตปอล เดอ ชารตร คณะอุรสุลิน คณะธิดาพระราชินีมาเรีย ผูน ริ มล คณะเซนตคาเบรียล และตัวแทนครูคำสอนจาก 6 เขต ในอัครสังฆมณฑล นักบวช และฆราวาส โรงเรียนละ 1-2 คน จัดสัมมนาปละ 1 ครั้ง และ ประชุม ติ ด ตามผล ป ล ะ 1 ครั้ ง (ระยะป แ รก ๆ ประชุ ม กั น บ อ ยพอสมควร มี ป ระชุ ม ผูประสานงานคำสอนตั้งแตป 1991- 2002 ในชวงมีนาคมของทุกป ระยะหลังมี การประชุ ม ติ ด ตามงานวั น ที่ 1 ตุ ล าคม เท า นั้ น ) และกรรมการบริ ห าร ของ อั ค รสั ง ฆมณฑลฯ ได ตั้ ง แผนกคำสอนและการแพร ธ รรมในฝ า ยการศึ ก ษา ใหรับผิดชอบงานคำสอนในโรงเรียน ดังนั้นการสัมมนานี้จึงมอบใหฝายการศึกษา จัดการตอไป อนึ่งงานที่เกี่ยวกับครูคำสอน ที่เราพยายามประสานงานคือ สงเสริมให ครูไปรับการอบรมที่ ศูนยอบรมคริสตศาสนธรรม (ซีซี) ที่วิทยาลัยแสงธรรม สาขาวิชาคริสตศาสนธรรม ระดับปริญญาตรี ป 1-4 ทีก่ สั เตล กันดอนโฟ กรุงโรม และมหาวิทยาลัยอูรบ าเนียนา ใหฆราวาสมีโอกาสศึกษาตอเนือ่ งในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท สมัยที่คุคุณพอวีรศักดิ์ วนาโรจนสุวิช เปน ผูชวยพระสังฆราชฝายงาน อภิบาล และธรรมทูต ไดยายสำนักงานมาอยูที่ตึก หนาอาคารคาทอลิกแพรธรรม อัครสังฆมณฑลฯ ไดสงคุณลัดดาวัลย วงศภักดี (ป ค.ศ.1992-1995) และคุณพอ สมชาย อัญชลีพรสันต (ปค.ศ. 1995-1998) ไปศึกษาการอภิบาลเยาวชนและ คำสอน ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน 3 ป สมัยคุณพอวิทยา แกวแหวน เปนผูช ว ยพระสังฆราชฝายงานอภิบาลและ ธรรมทู ต ฯ (1994-ป จ จุ บั น ) ได ย า ยสำนั ก งานมาที่ อ าคารคาทอลิ ก แพร ธ รรม อัครสังฆมณฑลฯ สงคุณพอสมเกียรติ บุญ อนันตบุตร ไปเรียนวิชาศาสนสัมพันธ และคุณพอเอกรัตน หอมประทุม (ป ค.ศ. 2003-2007) ไปเรียนดานคำสอนที่ มหาวิทยาลัยซาเลเซียน ระดับปริญญาโท ทีก่ รุงโรม และคุณครูสดุ หทัย นิยมธรรม 100


(ปค.ศ. 2004-2008) ไปศึกษาดานคำสอนระดับปริญญาโท ทีม่ หาวิทยาลัยอูรบ านีอานา กรุงโรม ประเทศอิตาลี และทางศูนยคริสตศาสนธรรมไดจัดโครงสรางการทำงาน ใหชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแบงออกเปนงานดานตาง ๆ ดังนี้ วิชาการ ประกอบดวย หลักสูตรโครงการ วิชาศาสนาคริสตในโรงเรียน งานแปล งานพิมพ หนังสือ หองสมุด Inculturation คำสอนและพระคัมภีร ประกอบดวย พระคัมภีร- คำสอนไปรษณีย คำสอน สัญจร คำสอนเด็ก (ยุวธรรมทูต-PMS) คำสอนเยาวชน คำสอนผูใ หญ และกระบวน การรับผูใหญเขาเปนคริสตชน (RCIA) โสตทัศนูปกรณ ประกอบดวยวีดีทัศน เทคโนโลยีสารสนเทศ สไลดเทปคาสเซทสื่อ-อุปกรณ-นิทรรศการ ธุรการและการเงิน ประกอบดวยทะเบียน บัญชี การเงิน การตลาด เลขานุการ ประสานงานกับหนวยงานอืน่ ประกอบดวย คำสอนระดับชาติ ศาสนสัมพันธ คำสอนดาน สังคม จิตตาภิบาล/โรงเรียน นอกจากนี้ทางศูนยคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ รวมมือกับแผนกคำสอน และการแพรธรรมฝายการศึกษา จัดสำรวจบุคลากร ครูคำสอน และเด็กนักเรียน ในโรงเรียนคาทอลิกเพื่อเปนขอมูลในการจัดทำหนังสือทำเนียบครูคำสอน การ อบรมครูคำสอน พัฒนาหลักสูตร และหนังสือคำสอนในโรงเรียนอีกดวย อยางไรก็ตามศูนยคริสตศาสนธรรมไดพัฒนาการทำงานดานคำสอนให เจริญกาวหนาขึ้นเรื่อย ๆ โดยไดรับการสนับสนุนจากอัครสังฆมณฑลเปนอยางดี วิสยั ทัศน ความเชื่อ

ศิษยพระเยซูคริสต ประจักษพยานดวยชีวิต เพื่อเสริมสรางชุมชนแหง

101


พันธกิจ

ศาสนบริกรเพื่อการเผยแผความเชื่อมุงมั่นที่จะ : • เปนศิษยของพระเยซูคริสต มีชีวิตสนิทสัมพันธกับพระเยซูดวยการ ภาวนา พระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์ • รวมมือกันประกาศพระเยซูคริสตดวยชีวิตและการเสวนาเพื่อยืนยัน ถึงศักดิ์ศรีมนุษย • เสริมสรางสถาบันครอบครัวและชุมชนทองถิ่นใหเขมแข็งในความ เชื่อและในทุกมิติชีวิต • พัฒนาการอบรมความเชื่อ (งานคำสอน) อยางตอเนื่องในทุกดาน

แผนการดำเนินงานของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในฝายงานอภิบาล และธรรมทูต (ค.ศ. 2001-2010) แผนกคริสตศาสนธรรม 1. ใหมีการสรรหาและพัฒนาบุคลากร ทั้งในระดับวัดและโรงเรียนของ สังฆมณฑลอยางตอเนื่อง เพื่อใหมีจำนวนและความสามารถ อยางพอเพียงที่จะ ทำงานอภิบาลไดอยางเหมาะสมตามสภาพของสังคมไทย โดยเฉพาะในสภาพของ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 2. ใหมีการปรับปรุงหลักสูตรและหนังสือคำสอน เพื่อสงเสริมใหผูเรียน คำสอนมีการใชพระคัมภีรในการดำเนินชีวิต มีจิตตารมณธรรมทูตและทำการ เสวนากับพี่นองที่นับถือศาสนาอื่น 3. ใหมีการจัดผลิตสื่ออุปกรณการสอน คำสอน เพื่อใชประกอบการสอน คำสอนในสังฆมณฑลอยางมีประสิทธิภาพ และสอดคลองกับคำสอน ดานสังคม 4. ใหมีการสงเสริมการนำพระคัมภีรมาใช ในการดำเนินชีวิตประจำวัน 5. ใหมีการทำการศึกษาหัวเรื่อง การนำขาวดีสูวัฒนธรรมไทย

102


6. ใหมีการสรางชุมชนคริสตชนโดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ 7. ใหมีการสงเสริมพิธีการรับผูใหญเขาเปนคริสตชน ในอัครสังฆมณฑล กรุงเทพฯ ติดตอ : ศูนยคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 57 ตรอกโอเรียนเต็ล บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร : 0-2233-0338, 0-2237-5276 โทรสาร : 0-2233-8159 E-mail : ccbkk@catholic.or.th http://ccbkk.catholic.or.th

103


สังฆมณฑลเชียงใหม กับงานแพรธรรม

“ ทามกลางความหลากหลายของเชื้อชาติ และวัฒนธรรม และประเพณี แตก็มีความเปนหนึ่งเดียวในพระคริสตเจา”

ยุคเริ่มงานแพรธรรมในเชียงใหม

หลั ง จากการเผยแผ ศ าสนาคาทอลิ ก ในภาคกลางของประเทศไทย ประสบความสำเร็จ และไดรบั การยกฐานะขึน้ เปนเขตมิสซังแลว ภารกิจของพระเจา ในเขตภาคเหนื อ ได เ ริ่ ม ขึ้ น ราวป ค.ศ. 1843 โดยพระสั ง ฆราชป ล เลอกั ว ซ (Pallegoix) มอบหมายใหคุณพอกรังยังค (Granjean) และคุณพอวากัล (Vachal) คณะสงฆมิสซังตางประเทศแหงกรุงปารีส (M.E.P.) เดินทางมาเชียงใหมเปน ครั้งแรกและออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1843 ทานทั้งสองตองเดินทางรอนแรมตามปาเขาเปนเวลานานถึง 45 วัน จึงมาถึง เชียงใหมในบายวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1844 ในระยะแรกคุณพอทั้งสองไดรับ การตอนรับจากเจาเมืองเปนอยางดี แตหลังจากนั้นไมนาน เจาเมืองเชียงใหมก็ เริ่มมีทาทีที่เปลี่ยนไป จึงทำใหคุณพอทั้ง 2 องค ตองลมเลิกภารกิจงานแพรธรรม ในภาคเหนือทั้งหมด และเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1844

104


รื้อฟนงานแพรธรรมในภาคเหนือ

ในป ค.ศ. 1913 พระสังฆราชเรอเน แปรรอส (Rene Perros) ไดรื้อฟน โครงการจัดตั้งศูนยแพรธรรมทางภาคเหนืออีกครั้งหนึ่ง แตกวาจะหาผูเหมาะสม กับงานในครัง้ นีไ้ ดกต็ อ งใชเวลาถึง 1 ป ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1914 พระสังฆราช ไดมอบหมายงานใหคุคุณพอฟูยัง (Fouillat) และคุคุณพอบัวชารด (Broizat) ซึ่งเปน พระสงฆชาวฝรั่งเศสเดินทางไปสำรวจหาขอมูลและดูสถานการณการแพรธรรม ในเชียงใหมอกี ครัง้ หลังจากนัน้ ไมนานคุณพอทัง้ 2 องค ไดเขียนรายงานพระสังฆราช วาสถานการณในเชียงใหมดขี น้ึ มาก มีบรรยากาศทีเ่ อือ้ อำนวยในการจัดตัง้ ศูนยการ แพรธรรมเปนอยางยิ่ง จากนั้นทานทั้งสองไดซื้อที่ดินสองแปลงติดริมแมน้ำปงอยู ทางทิ ศ ใต ข องตั ว เมื อ งเชี ย งใหม เ ป น ที่ ส วยงาม มี เ นื้ อ ที่ ป ระมาณ 6 เฮกตาร (60,000 ตารางเมตร 37.5 ไร) ดวยเงินจำนวนแปดพันบาท ภารกิจของทานดูเหมือน จะราบรื่น ทวาพระเปนเจาก็ทรงทดลองในภารกิจการแพรธรรมในภาคเหนือนี้อีก ครั้ง สงครามโลกครั้งที่ 1 ไดเริ่มขึ้นภารกิจดังกลาว ตองเลื่อนออกไปอยางไมมี กำหนด คุณพอทั้งสองจึงถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพมหานครอยางรีบดวน อันเนื่อง มาจากการขยายตัวของสงคราม แตอุปสรรคตาง ๆ ที่เกิดขึ้นหาไดเปนสิ่งบั่นทอน จิตใจอันรอนรนในการเผยแผศาสนาของมิชชันนารีเหลานี้ไม

พระสังฆราชเรอเน แปรรอส มาเชียงใหม งใหม

ป ค.ศ. 1926 พระสังฆราชเรอเน แปรรอส ตัดสินใจเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อดูสถานการณที่เชียงใหมดวยตัวของทานเอง ทานมีอุดมการณและความ มุงมั่นที่จะจัดตั้งมิสซังคาทอลิกในภาคเหนือใหจงได แมวาอุปสรรคปญหาจะมีมาก และไมมที ที า วาจะจบลงงาย ๆ การขาดบุคลากร และปญหาดานการเงินทำใหทา น ตองถูกทดสอบจิตใจ ทานตองใชเวลาถึง 4 ป ในการรอคอยการกลับมาแพรธรรม ในดินแดนแหงนี้ มิสซังคาทอลิกภาคเหนือจึงไดสถาปนาขึ้น ในการดำเนินการ แพรธรรมสำคัญครั้งนี้

105


มิชชันนารีมาวางรากฐานของการแพรธรรม พระสังฆราชเรอเน แปรรอส ไดมอบหมายให คุณพอยอรช มิราแบล (Mirabel) พระสงฆหนุม ชาวฝรัง่ เศส คณะสงฆ มิ ส ซั ง ต า งประเทศแห ง กรุ ง ปารี ส (M.E.P.) พรอมกับพระสงฆพื้นเมืองชาวไทยคือ คุณพอนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง สัตบุรุษวัดนักบุญเปโตร (นครชัยศรี) อ.สามพราน จ.นครปฐมเปนผูร บั ผิดชอบการแพรธรรมทาง ภาคเหนือทั้งหมด คุณพอทั้งสองเดินทางมาถึงเชียงใหม พระสังฆราชแปรรอส ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1931 โดยพักที่บานของตระกูล เดอซูซา (Desousa da Suza ภาษาโปรตุเกส) จึงถือไดวาเปนการเริ่มตนงาน แพรธรรมในเชียงใหมอยางสมบูรณ ในวันนัน้ เองทานไดเชิญคณะนักบวชมาชวยงาน ที่เชียงใหม และเปดโรงเรียน ตอมาคุณพอทั้งสองตัดสินใจวาจะตองเปดโรงเรียน ในป ค.ศ. 1932 ไดเชิญคณะอุรส ลุ นิ มาเปดโรงเรียนเรยีนาเชลีวทิ ยาลัย และภราดา คณะเซนตคาเบรียลมาเปดโรงเรียนมงฟอรตวิทยาลัย จากนั้นคุณพอทั้งสองก็ได เปดโรงเรียนพระหฤทัย อาศัยความรวมมือของซิสเตอรคณะพระหฤทัยของพระเยซู เจาแหงกรุงเทพฯ งานแพรธรรมไดเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นในป ค.ศ. 1933 มีกลุมคาทอลิกเกิดขึ้น ที่แมริมและเวียงปาเปา หลังจากนั้นก็ขยายไปยังพราว เมืองพาน และเชียงดาว จากนัน้ ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1932 คุณพอเรอเน เมอนิเอร พระสงฆฝรัง่ เศส คณะสงฆมิสซังตางประเทศกรุงปารีส (M.E.P.) ได มาชวยงานคุณพอมิราแบล จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1934 เปนเวลา 2 ป ตอมาคุณพอ มิราแบล ไดเดิน ทางกลับประเทศฝรัง่ เศสเพือ่ บวชเปนฤๅษี ตามทีต่ ง้ั ใจไว ดังนัน้ หนาทีเ่ จาอาวาสวัด พระหฤทัยคนทีส่ องจึงเปนของคุณพอเรอเน เมอนิเอร และมีคณ ุ พอนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง และคุณพออาทานาส (จากเวียงปาเปา) เปนผูชวย

106


งานแพรธรรมไดขยายสูตางจังหวัด

ป ค.ศ. 1938 มิสซังฯ ยังตองพึ่งคุณพอจากเมืองเชียงใหม โดยมีคุณพอ อาทานาส อยูเวียงปาเปา และคุณพอโรเชอโร อยูที่พาน ปนี้เองคุณพอการตอง ไดเสนอใหทางกรุงเทพฯ เปดโรงเรียนที่พาน และดำเนินการแพรธรรมที่เชียงราย ในระหวาง ค.ศ. 1947-1954 มีคุณพอหลายองคมาชวยงานชั่วคราว คุณพอเหลานีต้ อ งพบกับอุปสรรค ปญหาและความยากลำบากมากมาย (เนือ่ งจาก อยูระหวางการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2) แตก็ยังมีพระสงฆไทยและมิชชันนารี คณะมิสซังตางประเทศแหงกรุงปารีส (M.E.P.) ไดมาชวยงานเผยแผศาสนาใน เขตภาคเหนือ บางทานอยูไดเพียงชวงระยะหนึ่งเทานั้นก็ยายกลับไป ตั้งแตป ค.ศ. 1950 คุณพอแวรดเิ อร ประจำอยูท เ่ี มืองพาน และไดซอ้ื โรงเรียนเล็กๆ ของชาวบาน ชื่อโรงเรียนสุราลักษ แลวยายไปตั้งอยูในที่ดินของมิสซัง ตั้งชื่อใหมเปนโรงเรียน ศิริมาตยเทวี และไดเจริญกาวหนาจนเปนโรงเรียนที่ดีที่สุดแหงหนึ่งของจังหวัด เชียงราย ในขณะนั้น

คณะเบธารามเขามาทำงานในเขตภาคเหนือ

ในป ค.ศ.1950 คุณพอแซงกีลี เจาคณะเบธารามที่ตาลี้ มณฑลยูนาน ประเทศจีนไดเขียนจดหมายติดตอมายังพระสังฆราชหลุยส โชแรง พระสังฆราช มิสซังกรุงเทพฯ เพื่อขอนำพระสงฆคณะพระหฤทัยของพระเยซูเจาแหงเบธาราม เขามาแพรธรรมในประเทศไทย เนื่องจากมีเหตุการณเปลี่ยนแปลงการปกครอง ครั้งใหญในประเทศจีน พระสงฆตางชาติถูกบังคับใหออกจากประเทศ ทำใหการ ประกาศพระวรสารในประเทศจีนตองหยุดชะงักลง ขณะนั้นยังมีพระสงฆคณะ M.E.P. คือ คุณพอกรางซ ไดเดินทางจากประเทศจีนมาชวยงานแพรธรรมที่วัด พระหฤทัยเชียงใหม แตเมื่ออยูไดระยะหนึ่งทานก็ขออนุญาตจาก พระสังฆราช หลุยส โชแรง ยายไปประจำที่วัดลำปาง ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1951 พระสงฆคณะเบธารามองคแรกคือคุณพอแซงกีลี ไดเดินทางมาถึงประเทศไทย อีก 3-4 เดือนตอมา คุณพอเซกีน็อต ก็เดินทางมาถึงพรอมกับ คุณพอเปเด บิโด 107


และเพื่อนพระสงฆของคณะอีก 2 องค และพระสงฆคณะเบธารามก็เดินทางมา สมทบอีก 10 กวาองค ประมุขมิสซังกรุงเทพฯ จึงอนุญาตใหอยูที่เชียงใหมและ จัดใหพำนักอยูที่กงสุลประเทศฝรั่งเศสเพื่อเรียนภาษาไทย และฝกงานแพรธรรม ในประเทศไทยในขณะนัน้ คุณพอมารีอสู เบรย (Bray) ไดรบั ตำแหนงเปนเจาอาวาส วัดเชียงใหม องคที่ 3 ตอจากคุณพอยอรช มิราแบล และคุณพอ เรอเนเมอนิเอร โดยพระสงฆทถ่ี กู สงมาในชวงนัน้ เปนของคณะสงฆมสิ ซังตางประเทศแหงกรุงปารีส (M.E.P.) เปนสวนใหญ ในชวง 20 ปน้ี มีพระสงฆทง้ั ไทยและตางประเทศหลายองค ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาประจำที่เชียงใหมจนถึงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เปดโรงเรียนอรุโณทัย ค.ศ. 1953 คุณพอกรางซ เปดโรงเรียนอรุโณทัยที่ลำปางสำหรับนักเรียน ชายและหญิง 4 ป ตอมาคุณพอกรางซไดเชิญภราดาคณะเซนตคาเบรียล มาเปด โรงเรียนที่จังหวัดลำปาง คือโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางสำหรับเด็กผูชาย การแพรธรรมกับชาวเขา ขณะเดียวกัน ในป ค.ศ. 1953 คุณพอเซกีนอ็ ตและคุณพอโฟญีนี เริม่ การ แพรธรรมระหวางชาวเขาเผากะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) เพราะเคยทำงานระหวาง เผาคะฉิน่ มากอนสมัยยังอยูท ย่ี นู าน ประเทศจีน คุณพอทัง้ สองเดินไปตามภูเขาทาง ทิ ศ ตะวั น ตกเฉี ย งใต ข องเชี ย งใหม และคุ ณ พ อ แซงกี ลี ไ ด ใ ห ก ารสนั บ สนุ น งาน แพรธรรมนี้ โดยซือ้ บานหลังหนึง่ ทีจ่ อมทอง เพือ่ ใชเปนศูนยการแพรธรรมกับชาวเขา เผากะเหรีย่ งตอไป ตอมาเดือนตุลาคม ค.ศ. 1954 พระคุณเจาลากอสตไดซอ้ื ทีด่ นิ แปลงหนึง่ หางจากตัวอำเภอจอมทอง เดินประมาณ 2 ชัว่ โมงก็ถงึ ริมลำธารชือ่ “แม แม ปอน” แลวตอมาคุณพอจึงยายจากจอมทองมาตั้งศูนยใหมที่แมปอนนี้ ปอน พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ยายจากเมืองจีนมาเชียงใหม เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1954 พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ไดออกจากมิสซังตาลี้ (ฟู) แลวไดมาพบกับ มิชชันนารีคณะเบธารามในประเทศไทย และพระคุ พระคุณเจาโชแรง โชแรงไดมอบอำนาจ 108


ใหทำทุกอยาง เวนแตการติดตอกับกรุงโรมในเรื่องสำคัญๆ เทานั้น ตอมา ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1954 พระสังฆราชหลุยส โชแรง เห็นความ มุงมั่นและความตั้งใจในงานแพรธรรมของคณะเบธาราม ทานจึงตัดสินใจมอบวัด พระหฤทัยเชียงใหมใหอยูใ นการดูแลของพระสงฆคณะเบธาราม โดยมีพระสังฆราช ลูเซียน ลากอสต ซึง่ ขณะนัน้ ดำรงตำแหนงพระสังฆราชแหงมิสซังตาลี้ มณฑลยูนาน เปนผูรับมอบมีคุณพอซาเวอร ลองไดซ ซึ่งเปนพระสงฆของคณะเบธารามเปน เจาอาวาสวัดพระหฤทัยองคที่ 4 โดยมี คุณพอเปเด บิโด เปนผูชวย ในสมัยนั้น การดำเนินชีวิตเปนไปอยางยากลำบาก สัตบุรุษฐานะคอนขางยากจน ดวยเพราะ คุณพอเคยอยูเมืองจีนมากอนจนสามารถติดตอสื่อสารกับชาวจีนในเชียงใหมได อีกทั้งทานเปนผูมีอัธยาศัยดีมีความเอาใจใสตอสัตบุรุษเปนอยางมาก เหลาสัตบุรุษ จึงขนานนามทานวา “พอใหญ” ภาพที่คุนตาของชาวบานในสมัยนั้นคือภาพคุณพอ ปนจักรยานไปเยี่ยมเยียนสัตบุรุษ และนักเรียนอยางสม่ำเสมอ

109


จัดตั้งศูนยแมปอน ป ค.ศ. 1955 คุณพอเซกีน็อต กับคุณพอโฟญีนี พระสงฆคณะพระหฤทัย พระเยซูเจาแหงเบธารามไปประจำอยูที่แมปอน ตอมามีคุณพอยอหน บัปติสต โบนาต มาอยูประจำที่แมปอนดวย ในที่สุดศูนยแหงนี้ก็คอยๆ เจริญขึ้นกลายเปน หมูบ า นแมปอนและศูนยกลางของการแพรธรรมกับชาวเขา เผาปกาเกอะญอในทีส่ ดุ ในขณะที่การแพรธรรมในเมืองนั้นก็คอยๆ เจริญกาวหนา เชนที่ อำเภอ เวียงปาเปา คุณพอเลอแวรล (M.E.P) ใชเวลา 4 ป ในการสรางวัดและบานพัก พระสงฆที่เวียงปาเปา แตเมื่อสรางเสร็จแลวก็ถูกฆาตาย ในค่ำวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1956 นั่นเอง งานแพรธรรมกับชาวปกาเกอะญอขยายไปทางจังหวัดแมฮอ งสอน ตอมา กลางป ค.ศ. 1956 ไดเปดบานที่ อ.แมสะเรียง จ.แมฮอ งสอน โดยมีคณ ุ พอเปเด บีโด อยูประจำที่นั่น

เขตวัดพระคริสตแสดงองค ฝาง

เดือนกุมภาพันธ ค.ศ. 1958 คุณพอออก ซีบาร (Oxibar) ไปอยูที่ อ.ฝาง เพื่อแพรธรรมระหวางชาวเขาเผาลาหู (มูเซอ) เนื่องจากคุณพอไดรูภาษาของ ชาวลาหูกอนแลว งานแพรธรรมกับชาวปกาเกอะญอขยาย ไปที่หวยบง และเมืองงาม ราวปลายป ค.ศ. 1956 มีชาวบาน 3-4 คน นำโดยคุณลุงปหนา ไปหาคุณพอเซกีนอ็ ต และคุณพอโฟญีนี เพื่อขอใหคุณพอชวยหาที่ราบสักแหงในการตั้งหมูบานและเปน ที่ทำกิน เนื่องจากชวงเวลานั้น พื้นที่เขตแมสะเรียง โดยเฉพาะบนดอยมีลักษณะ ภูมิประเทศแหงแลงกันดาร ยากลำบากสำหรับการทำมาหากิน คุณพอโฟญีนี จึงพาลุงปหนาและชาวบานไปหาพระคุณเจาลากอสต และพระคุณเจาเห็นสมควร จึงใหคารถสำหรับไปดูพื้นที่ในเขต อ.ฝาง ชวงแรกพวกเขาไปในพื้นที่ที่เรียกวา แมเสา แตพื้นที่ไมนาสนใจ จึงเลือกสถานที่เขต ต.ปงตำ และพอใจกับสถานที่ แหงนี้ จึงไดตั้งชื่อวา “หมูบานหวยบง” ตอมาเดือนกุมภาพันธ ค.ศ. 1957 มีครอบครัวปกาเกอะญอทีอ่ พยพมาจาก 110


เขตแมสะเรียง 7 ครอบครัว เพื่อมาตั้งถิ่นฐานอยูที่หวยบง เขตอ.ฝาง และทาง มิสซังไดจดั ซือ้ ทีด่ นิ ใหเพือ่ สรางบานและไมใหพวกเขาตองกระจัดกระจายไปทีอ่ น่ื อีก หลังจากนั้นไมนานก็ไดมีจำนวนครอบครัวที่เขามาอยูที่หวยบงนี้เพิ่มขึ้นอีก 10 กวา ครอบครัว จนกระทัง่ จำเปนทีจ่ ะตองใหมพี ระสงฆอยูป ระจำกับพวกเขาเพือ่ ชวยเหลือ แนะนำดานเกษตรกรรมรวมทั้งสอนคำสอนดวย จากนัน้ ป ค.ศ. 1958 คุณพอยังลานืส ไดรบั หนาทีใ่ หมาอยูป ระจำทีห่ มูบ า น หวยบงนี้ พรอมทั้งไดสรางบานและวัดชั่วคราวดวยไมไผ หลังจากนั้นป ค.ศ. 1961 ไดสรางวัดหลังที่ 2 ดวยไมเนื้อแข็ง จากนั้นมีคริสตชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงป ค.ศ. 1969 พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ใหสรางวัดหลังที่ 3 แบบคอนกรีตชัน้ เดียว และเสกเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ.1969 ในป ค.ศ. 1996 ไดสรางวัดหลังที่ 4 เปนคอนกรีตสวยงาม คากอสราง ประมาณ 2 ลาน 6 แสนบาท เปนเงินจากกองมรดกของ คุณจินตนา วงศพานิช ตัง้ ชือ่ วัดพระวิสทุ ธิวงศ สำหรับการเปลีย่ นแปลงคุณพอผูด แู ลคริสตชน องคแรก ที่กอตั้งหมูบาน คือคุณพอลานืส ตอจากนั้นคุณพอซัลลาไดมารับหนาที่แทน จนถึง ป ค.ศ. 1993 ก็มีการเปลี่ยนแปลงคุณพอผูรับผิดชอบโดยมีคุณพอเปเด บิโด และ คุณพอสถิต สะอิ เปนผูชวยเจาอาวาส และเปลี่ยนเปนคุณพอทูน ประภาสสันต เปนผูชวยจนถึง ค.ศ. 1996 คุณพอเปเด บิโด ยายไปอยูเขตแมปอน คุณพอทูน ประภาสสั น ต เป น เจ า อาวาสแทน และต อ มาคุ ณ พ อ ทู น ประภาสสั น ต ยายไปเปนเจาอาวาสเขตแมลานอย และคุณพอโดนีนี มาประจำและดูแลแทนจน ถึงปจจุบัน

111


งานแพรธรรมเจริญกาวหนาที่จังหวัดแมฮองสอน (บานแมโถ) พอถึงปลายป ค.ศ. 1956 มีครูคำสอนที่ชวยงาน คุณพอคนหนึ่งไดไป สำรวจพื้ น ที่ ห มู บ า นแม โ ถและบริ เ วณใกล เ คี ย ง ที่ นั่ น มี จำนวนครอบครั ว 11 ครอบครัวไดสมัครเขามาเปนคริสตังสำรอง ตอมาป ค.ศ. 1957 คุณพอเซกีน็อต ไดไปเยี่ยมที่หมูบานแมโถ และไดมีครอบครัวจำนวน 21 ครอบครัวสมัครเขาเปน คริสตังสำรองรวมทั้งหมูบานอื่นๆ อีก 28 ครอบครัวดวยกัน เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1957 คุณพอเซกีน็อตกับคุณพอเปเด บิโด ไดไปเยี่ยมคริสตังใหมในหมูบาน แมโถและหมูบ า นใกลเคียงเหลานัน้ อีกครัง้ หนึง่ ทำใหงานแพรธรรมไดขยายเพิม่ อีก หลายหมูบาน ในชวงนั้นคุณพอเปเด บิโดซึ่งรับผิดชอบงานแพรธรรมที่แมสะเรียง ก็ตองรับหนาที่แพรธรรมและสอนคำสอนที่หมูบานแมโถดวย จะตองเดินดวยเทา จากแมสะเรียงถึงแมโถตองใชเวลา 3 วัน แตถา เดินทางจากศูนยแมปอนถึงแมโถโดย ทางลัดนัน้ จะตองใชเวลา 4 วัน หลังจากนัน้ จำนวนคริสตังในเขตแมสะเรียงกับแมโถ เพิ่มขึ้นและกระจายตามหมูบานตางๆ กวา 40 หมูบาน จากนั้นวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1958 พระคุณเจาลากอสตและคุณพอเซกีนอ็ ต ไดไปดูสถานทีเ่ ขต อ.แมฮอ งสอน โดยนั่งเครื่องบิน 4 ที่นั่งจากเชียงใหมไปแมฮองสอน เพื่อจะตัดสินใจวาควรจะ สรางศูนยกลางแพรธรรมในเขต จ.แมฮองสอนนี้ที่ อ.เมืองแมฮองสอนหรือที่ แมสะเรียง และมีครอบครัววิจิตรพรซึ่งอยูที่แมฮองสอนไดใหการตอนรับ จากนั้น ไดเดินทางดวยเทากลับลงมาที่แมสะเรียง ตองใชเวลาถึง 6 วัน แตไดแวะเยี่ยม หมูบ า นตางๆ ระหวางทางเรือ่ ยๆ ในทีส่ ดุ เห็นวาควรสรางศูนยกลางทีแ่ มสะเรียงนี้ จึ ง จะดี ก ว า เพราะอยู ใ กล กั บ หมู บ า นของชาวปกาเกอะญอมากกว า และที่ แมสะเรียงนี้เองไดมีกลุมชาวละวาจำนวน 15 ครอบครัวพูดภาษาไทยไดสมัคร เขาเรียนคำสอนดวย ป ค.ศ. 1958 มิสซังฯ ไดแบงเขตแพรธรรม จ.แมฮอ งสอน ออกเปน 2 เขต คือแมฮองสอนตอนลางเปนเขต อ.แมสะเรียง โดยคุณพอมีรโก ตรุสนัก ดูแล รับผิดชอบเขตแมสะเรียง สวนแมฮอ งสอนตอนกลางขึน้ ไปถึงตอนบนเปนเขตแมโถ

112


ซึง่ คลุมพืน้ ที่ อ.แมลานอย รวมถึงพืน้ ที่ อ.ขุนยวมดวย มีคณ ุ พอเปเด บิโด รับผิดชอบ เขตวัดแมโถ ป ค.ศ. 1959 เปนชวงที่คุณพอเปเด บิโด เปนเจาอาวาสวัด ไดเริ่มสราง วัดที่หมูบานแมโถ โดยมีคุณพอเปเด บิโด กับคุณพอมีรโก เปนผูดูแล พอถึงวัน ฉลองพระคริสตสมภพ วันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1959 ไดมีพิธีเสกวัดใหมและใน โอกาสเดียวกัน พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ไดแจงวาสันตะสำนักไดประกาศให เชียงใหมเปนสังฆมณฑลอยางเปนทางการ ซึ่งในโอกาสฉลองพระคริสตสมภพ ที่แมโถครั้งแรกนี้มีคุณพอเปเด บิโด คุณพอมีรโก คุณพอเซกีน็อต คุณพอโฟญีนี และอธิการใหญของคณะเบธารามคือคุณพอมีรงั (Mironde) ไดมารวมฉลองดวย วันนั้นมีพี่นองคริสตังมารวมฉลองเปนจำนวนมาก ตั้งแตป ค.ศ. 1957 คุณพอ เปเด บิโด ชาวฝรั่งเศสเปนเจาอาวาสองคแรก ประมาณ 8-10 ปตอมา มีคุณพอ การโลส โรดริเกซ ชาวสเปน มารวมงาน และเปนเจาอาวาสองคที่ 2 ถึงวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 1993 วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 คุณพอดุรงคฤทธิ์ กระบวนศิริ ไดรับ แตงตั้งใหเปนผูชวยเจาอาวาส โดยคุณพอการโลส โรดริเกซ ยังเปนเจาอาวาส ป ค.ศ. 1992 คุณพอดุรงคฤทธิ์ กระบวนศิริ ไปเปนผูช ว ยเจาอาวาสทีเ่ ขตวัดแมปอน 1 ป หลังจากนั้นตั้งแตป ค.ศ. 1993-2001 คุณพอดุรงคฤทธิ์ กระบวนศิริ เปน เจาอาวาสองคที่ 3 ที่เขตแมโถนี้ จนถึงสิ้นเดือนเมษายน ค.ศ. 2001 จากนั้นวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 คุณพอดุรงคฤทธิ์ กระบวนศิริ ยายไปเปนเจาอาวาสวัดที่ เมืองพาน จ.เชียงราย สังฆมณฑลฯ ไดแตงตั้งคุณพอคำมา อำไพพิพัฒน เปน เจาอาวาส องคที่ 4 จนถึงตนป ค.ศ. 2003 คุณพอคำมา อำไพพิพัฒน ยายไปเปน เจาอาวาสที่แมลานอย วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 คุณพอสถิต สะอิ ไดรับ แตงตั้งใหเปนเจาอาวาสองคที่ 5 โดยมีคุณพอประสิทธิ์ ดิมู เปนผูชวยจนถึงป ค.ศ.2007 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 คุณพอทูน ประภาสสันต ไดรับแตงตั้งเปน เจาอาวาส และคุณพอธงชัย วิวัฒนชาวพันธ เปนผูชวยจนถึงปจจุบัน

113


วัดนักบุญเซซีลีอา หวยตนนุน เริ่มจากป ค.ศ. 1957 คุณพอมีรโกกับคุณพอเปเด บิโด เขามาเผยแผ ศาสนาที่เขตวัดนักบุญ ยอหนบัปติสต แมโถ และขณะนั้นคุณพอเปเด บิโด เปน เจาอาวาส เขตวัดนักบุญยอหน บัปติสต แมโถ ตองรับผิดชอบหมูบานหวยตนนุน ดวย และคุณพอทัง้ สองก็ไดเขาไปเผยแผศาสนาคาทอลิกทีห่ มูบ า นหวยตนนุน อยาง สม่ำเสมอ และคนที่เขานับถือศาสนาคาทอลิกคนแรกคือคุณยายคาแหละ โดยไป ทำพิธีเขาศาสนากับคุณพอเปเด บิโด ที่หมูบานแมซอ แลวกลับมาใชชีวิตคริสตชน ในหมูบานหวยตนนุน จากแบบอยางของคุณยายคาแหละนี้เอง ไดทำใหมีคนเขา ศาสนาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ป ค.ศ. 1962 คุณพอเปเด บิโดกับชาวบานไดชวยกัน สรางวัดไมไผเปนวัดหลังแรกของหมูบานนี้ หลังที่สองเสก วันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1969 โดยพระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ในป ค.ศ. 1973 ทางสังฆมณฑลโดย พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ไดประกาศแบงเขตหวยตนนุนออกจากเขตวัดนักบุญ ยอหนบัปติสต แมโถ และตั้งคุณพอเปเด บิโด เปนคุณพอเจาอาวาสวัดเขตวัด นักบุญเซซีลีอา หวยตนนุน องคแรก เมือ่ มีจำนวนสัตบุรษุ เพิม่ มากขึน้ เรือ่ ยๆ คุณพอเปเด บิโดก็ไดสรางวัดเปน ไมอยางถาวรขึน้ เปนวัดหลังทีส่ อง ตอมาเมือ่ ป ค.ศ. 1981 คุณพอสนัน่ สันติมโนกูล เปนพระสงฆชาวเขาเผาปกาเกอะญอไดบวชองคแรกของสังฆมณฑล และไดมาเปน คุณพอผูชวยเจาอาวาสที่วัดนักบุญเซซีลีอา หวยตนนุนแหงนี้ ป ค.ศ. 1983 คุณพอ เปเด บิโด ไดยายไปชวยงานที่เขตแมแจม คุณพอสนั่น สันติมโนกูล เปนเจาอาวาส องคที่สองของเขตวัดนี้ ตั้งแต ป ค.ศ. 1983 จนถึงป ค.ศ. 1997 ซึ่งในป ค.ศ. 1992 คุณพอเห็นวาสัตบุรุษเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สถานที่วัดเกาคับแคบจึงไดสรางวัด หลั ง ใหมเ ป น คอนกรี ต อย า งถาวร โดยได รั บ บริ จ าคค า ก อ สร า งจากครอบครั ว คุณเสริมศักดิ์ วิริยะวัลย และทำการเสกเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1992 โดย พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค ป ค.ศ. 1997 คุณพอสนั่น สันติมโนกูล ไดยายไปเปนเจาอาวาสที่เขตแมแจม และคุณพอสมพงษ กัมพลกูล ไดเขามาเปน เจาอาวาสเปนองคที่สาม และเขารับตำแหนงอยางเปนทางการตั้งแตวันที่ 12 114


กรกฎาคม ค.ศ. 1997 และคุณพออุทัย พาแฮ เปนผูชวยเจาอาวาส จนถึงตนป ค.ศ. 2003 จากนั้นคุณพอทูน ประภาสสันต ไดรับแตงตั้งใหเปนเจาอาวาส และ คุ ณ พ อ วศิ น ฌาณอรุ ณ เป น ผู ช ว ยเจ า อาวาส ตั้ ง แต วั น ที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2003-2005 วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 คุณพอสถิต สะอิ ไดรับแตงตั้งเปน เจาอาวาส โดยมีคุณพอไพศาล เต็มอรุณรุง เปนผูชวย ประกาศใหแมแจมเปนเขตวัด ป ค.ศ. 1958 คุณพอโฟญีนีซึ่งอยูที่แมปอนกับคุณพอเซกีน็อตไดเขาไป เยี่ยมเยียนและแพรธรรมที่เขตแมแจม และมีผูสนใจเขามาเปนคาทอลิกเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ จนถึงป ค.ศ. 1959 คุณพอโฟญีนีไดรวบรวมชาวบานจากหลายที่มาอยูดวย กันและสรางเปนหมูบานขึ้น ในที่สุดคุณพอโฟญีนีก็ไดยายมาอยูประจำที่แมแจมที่ แหมโอโกล” อโกล ไดสรางวัด หมูบานปาตึง หรือที่เรียกเปนภาษาปกาเกอะญอวา “แหม เล็กๆ เปนการชั่วคราวหลังหนึ่งเพื่อใชประกอบพิธีกรรมและสวดภาวนา และเริ่ม ชวัดชั่วคราวนี้ตั้งแตวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1959 โดยคุณพอการโล ลุสซี่ เปน ผูถวายมิสซา ตอมาในป ค.ศ. 1960 พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ไดประกาศแบงเขต แมแจมออกจากเขตแมปอน เปนศูนยเผยแผศาสนาอีกแหงหนึ่งตางหาก โดย คุณพอโฟญีนีเปนคุณพอเจาอาวาสวัดนี้องคแรก และไดตั้งหมูบานใหมคือหมูบาน ปาตึงซึ่งเปนที่ตั้ง

วัดนักบุญปาตริกปจจุบันนี้เอง

หลังจากนั้นปลายป ค.ศ. 1960 คริสตชนที่กระจายตามหมูบานใกลเคียง รวมมือกับคุณพอไดสรางวัดหลังใหมดวยไมและเสกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1961 ในโอกาสฉลองนักบุญปาตริก ปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1961 คุณพอโฟญีนีไดเริ่มรับเลี้ยงเด็กตาม 115


หมูบานตางๆ บนดอย ใหมาเรียนในโรงเรียนที่คุณพอไดเปดขึ้นที่หมูบาน ปาตึง และที่ใกลกับหมูบานปาตึงนี้ มีหมูบานแมมิงค ซึ่งมีพี่นองที่เปนแบบติสตกอนแลว และอีกสวนหนึ่งยังนับถือแบบความเชื่อเดิมอยู และในชวงป ค.ศ. 1963-1964 คุณพอโฟญีนีไดเริ่มสรางหอประชุมมีชาวบานทั้งที่เปนแบบติสต กับคาทอลิกตาง ชวยกันและอยูดวยกันฉันทพี่นอง ตอมาวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1972 คุณพออูโก ดอนีนี เขามาศึกษางาน ที่เขตแมแจมและเรียนภาษากะเหรี่ยงดวย ในป ค.ศ. 1975 คุณพออูโก ดอนีนีได เปนคุณพอเจาอาวาสวัดนักบุญปาตริกแมแจมตอจากคุณพอโฟญีนีจนถึงสิ้นป ค.ศ. 1997 แลวคุณพออูโก ดอนีนี ไดยายไปเปนเจาอาวาสที่เขตหวยบง แตในชวงป ค.ศ. 1983 คุณพอเปเด บิโด ไดรับแตงตั้งใหมาชวยงานแพรธรรมที่เขตแมแจม โดยรับผิดชอบเขตตะวันตกที่บานดินขาวจนถึงป ค.ศ. 1996 หลังจากนั้นวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 คุณพอเปเด บิโด ไดยา ยไปเปนผูช ว ยเจาอาวาสทีเ่ ขตแมปอน และคุ ณ พ อ สมพงษ กั ม พลกู ล มาเป น ผู ช ว ยเจ า อาวาสเขตแม แ จ ม จนถึ ง สิ้ น ป ค.ศ. 1996 และไดเชิญพระสงฆคณะพระมหาไถมาชวยงานที่แมแจม ตนป ค.ศ. 1997 คุณพออูโก ดอนีนี ได ยายไปเปนเจาอาวาสทีเ่ ขตหวยบงและทางสังฆมณฑลฯ ไดเชิญคุณพอคณะพระมหาไถขึ้นมาชวยงานที่เขตแมแจม และทางคณะไดสง คุณพอภัทรพงษ ศรีวรกุล และคุณพอประสิทธิ์ กุนุ เขาไปชวยงานในเขตแมแจม โดยคุณพอภัทรพงษ ศรีวรกุล เปนเจาอาวาสและคุณพอประสิทธิ์ กุนุ เปนผูชวย เจาอาวาสวัดจนถึงสิ้นป ค.ศ. 2000 วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 สังฆมณฑลฯ ไดแตงตั้งคุณพอประสิทธิ์ กุนุ เปนเจาอาวาสแทนคุณพอภัทรพงษ ศรีวรกุล ที่ไปศึกษาตอตางประเทศ และได แตงตั้ง คุณพอเทียนชัย เกษสุรินทร เปนผูชวยเจาอาวาส พอถึงปลายป ค.ศ. 2001 คุณพอประสิทธิ์ กุน ุ ตองไปศึกษาตอตางประเทศ คุณพอเทียนชัย เกษสุรนิ ทร รับหนาที่รักษาการเจาอาวาสจนถึงตนป ค.ศ. 2003 คุณพอเทียนชัย เกษสุรินทร ไดยายไปชวยงานที่สังฆมณฑลอุดรธานี ตอมาวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 116


ไดแตงตั้งคุณพออินที ใสสวาง เปนเจาอาวาส แทนคุณพอเทียนชัย เกษสุรินทร ที่ไดยายไปทำงานตามที่คณะฯ ไดมอบหมายใหในเขตวัดอื่นปลายป ค.ศ. 2004 คุณพออินที ใสสวาง สุขภาพไมคอยดี ทางคณะฯ ไดสงคุณพอทวี สุวรรณสิน มาชวยงานที่แมแจม และสังฆมณฑลฯ ไดแตงตั้งใหคุณพอเปนผูรักษาการแทนเจา อาวาสเขตแมแจม จนถึงป ค.ศ. 2006 คุณพอทิวา แสงศิริวิวัฒน ไดรับแตงตั้ง ทำหนาที่แทน วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 คุณพอทวี สุวรรณสิน ไดรับแตงตั้งเปน เจาอาวาส โดยมีคณ ุ พอประสิทธิ์ กุน ุ เปนผูช ว ยเจาอาวาส ประกาศเปนมิสซังเชียงใหม พระสังฆราชลูเซียน ลากอสต (ค.ศ. 1959-1975) ประมุของคแรก

ตอมาวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1959 กรุงโรมไดประกาศแยกมิสซังเชียงใหม ออกจากมิสซังกรุงเทพฯ โดยมีพระสั พระสังฆราชลูเซียน ลากอสต เปนประมุของคแรก ซึ่งในวันนั้นพระคุณเจาลากอสต คุณพอเซกีน็อต คุณพอเปเด บิโด คุณพอโฟญีนี และคุณพอมีรโก กำลังอยูที่หมูบานแมโถเพื่อฉลองคริสตมาสและเสกวัดดวยกัน ทามกลางสัตบุรุษเปนจำนวนมาก และในเวลานั้น คุณพอมีรันเด มหาธิการของ คณะเบธารามในขณะนั้นอยูที่เชียงใหม จึงเดินทางไปบอกขาวดีนี้แกพระคุณเจา ลากอสต ท ราบ ต อ มา วั น ที่ 26 มิ ถุ น ายน ค.ศ. 1960 พระสมณฑู ต กอร ด อน 117


ไดประกาศแบงมิสซังเชียงใหมออกจากกรุงเทพฯ อยางเปนทางการในวันสมโภช พระหฤทัย นับเปนเกียรติอยางสูงของคณะมิสซังตางประเทศที่ไดบุกเบิกงาน แพรธรรม ตลอดมา เชิญคณะเยสุอิตมาทำงานเชียงใหม วันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1961 มีพิธีวางศิลาฤกษของมหาวิทยาลัยเชียงใหม คณะเยสุอติ และคณะอุรส ลุ นิ รับทีจ่ ะเปดศูนยนสิ ติ นักศึกษาทีจ่ ะมาเรียน โดยคุณพอ อังเดร โกมาน เปนผูริเริ่มศูนยนี้ เรียกวา สวนเจ็ดริน เชิญซิสเตอรมาทำงานที่เชียงใหม คุณพอเซกีนอ็ ตไปพักทีป่ ระเทศฝรัง่ เศส ไดตดิ ตอขอคณะซิสเตอรซาเลเซียน แหงพระนาง มารีย นิรมลมาแพรธรรมในมิสซังเชียงใหม คณะฯ ก็รับและสง ซิสเตอร 3 ทานแรก มาปลายป ค.ศ. 1959 คณะฯ นีไ้ ดเปดบานแหงหนึง่ ในตัวเมือง เชียงใหม สรางบานเสร็จปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. 1962 ชื่อ บานมารีนา ตอมา คณะฯ มี ง านของมิ ส ซั ง มากเกิ น ไป มี บุ ค ลากรไม เ พี ย งพอ จึ ง ขอถอนตั ว ออก พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ไดตดิ ตอคณะซิสเตอรแพรธรรมแหงพระหฤทัยพระเยซู เจาจากเมืองซาน เซบาสเตียน ในประเทศสเปน คณะฯ ไดสงซิสเตอรชุดแรก 7 ทาน มาถึงเชียงใหมกอ นคริสตมาสป ค.ศ. 1965 เล็กนอย คณะนีท้ ำงานแพรธรรม ทั้งที่แมปอนและบานมารีนาที่เชียงใหมกอน ซึ่งไดผลดีเปนอยางมาก สรางสำนักมิสซังเชียงใหม พระคุณเจาลากอสตซื้อที่ดินแปลงหนึ่งที่ ถนนสามลาน และไดยายมา อยูที่ใหมในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1965 และใชจนถึงป ค.ศ. 1996 พระคุณเจา สังวาลย ศุระศรางค ไดยายสำนักงานมาอยูที่ถนนเจริญประเทศ ซอย 12 จนถึง ปจจุบัน วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 ซิสเตอรคณะมารีอาบัมบีนา 3 ทาน มาจาก ประเทศพมา ตอมาเพิม่ จำนวนถึง 7 ทาน ทำงานไดผลดีในระหวางชาวเขาและกลุม คาทอลิกที่แมจัน แมสาย และเชียงคำ เปนตน สรางอาสนวิหารพระหฤทัย พระคุ ณ เจ า ลู เ ซี ย น ลากอสต ตกลงสร า งอาสนวิ ห ารพระหฤทั ย ใหม 118


มีพิธีวางศิลาฤกษวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1964 และมีพิธีเสกวันที่ 28 กุมภาพันธ ค.ศ. 1965 เชียงใหมไดรับยกฐานะเปนสังฆมณฑล ในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 ไดมีการสถาปนาเขตมิสซังเชียงใหม เปนเขตมิสซังอยางเปนทางการ โดยพระสมณทูต เปโดรนี เปนประธานในพิธี พระสังฆราชลูเซียน ลากอสต ไดรบั แตงตัง้ ใหเปนประมุขอีกสมัยหนึง่ ป ค.ศ. 1968 มีการภาวนาเพื่อเอกภาพระหวางคาทอลิกกับพี่นองโปรเตสแตนตเปนครั้งแรก และป ค.ศ. 1969 คุณพอมีรโก ตรุสนัก ไดรับตำแหนงเจาอาวาสวัดพระหฤทัยเปน องคท่ี 6 โดยมี คุณพอแปรลนิ ี เปนผูช ว ย มีการกอตัง้ กลุม เครดิตยูเนีย่ น กลุม สตรี กลุมเยาวชน กลุมนักขับรอง และกลุมวินเซนเดอปอล ป ค.ศ. 1974 พระสังฆราช ลู เ ซี ย น ลากอสต ได ข อลาออกจากตำแหน ง โดยได รั บ อนุ ญ าตจากสมเด็ จ พระสันตะปาปาในเดือนกุมภาพันธ ค.ศ. 1975 ใน วันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1975 ได มี ส ามเณรไทยคนแรกของมิ ส ซั ง เชี ย งใหม ไ ด รั บ การบวชเป น พระสงฆ คื อ คุณพอนิพจน เทียนวิหาร เปดโรงเรียนที่แพร ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1966 คุณพอการราโร ไดเปดโรงเรียนระดับชั้น ประถมที่ จ.แพร ตั้งชื่อวา โรงเรียนเทพพิทักษวิทยา สรางวัดที่ลำปาง คุ ณ พ อ ปู เ ชอสร า งวั ด ที่ ลำปางและ มี พิ ธี เ สกวั น ที่ 30 สิ ง หาคม ค.ศ. 1967 ชื่อวัดแมพระแหงลูรด เริ่มงานศาสนสัมพันธ เดือนมกราคม ค.ศ. 1968 เริ่มมีการภาวนาเพื่อเอกภาพรวมกันระหวาง โปรแตสแตนตกบั คาทอลิก ปหนึง่ ทีค่ ริสตจักรที่ 1 อีกปหนึง่ ทีอ่ าสนวิหารพระหฤทัย เปนประเพณีที่ถือกันมาจนทุกวันนี้ วัดแมพระปฏิสนธินิรมล เชียงคำ ที่เชียงคำ จำนวนกลุมคริสตชนเพิ่มขึ้น สัตบุรุษจึงซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง แลวสรางโบสถขึ้นในป ค.ศ. 1971 119


โอนเขตจังหวัดอุตรดิตถขึ้นกับนครสวรรค พระคุณเจาลากอสตเห็นวามิสซังเชียงใหม มีจังหวัดเชียงใหม ลำปาง ลำพูน เชียงราย แพร นาน พะเยา และแมฮองสอน นับวามากแลว จึง ขอโอน จังหวัดอุตรดิตถไปขึ้นกับมิสซังนครสวรรค การโอนนี้สำเร็จเปนทางการในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 1970 เปดโรงเรียนสันติวิทยา คุณพออูรบ านี เปดโรงเรียนทีเ่ ชียงราย ชือ่ โรงเรียนสันติวทิ ยา ใหโอกาส แกเด็กชาวเขาและเด็กยากจนที่จะเรียน สวนที่เมืองพานนั้น คุณพอการโล ลุสซี ไดสรางบานพระสงฆและปรับปรุงวัดใหม มอบโรงเรียนอรุโณทัยใหคณะพระหฤทัยฯ พระคุณเจาลากอสตมอบโรงเรี โรงเรียนอรุโณทัย ลำปาง ใหแกคณะพระหฤทัย ของพระเยซูเจาแหง กรุงเทพฯ คณะปเม มาชวยงานสังฆมณฑลเชียงใหม คณะปเม 3 องคแรก เดินทางมาถึงวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1972 พระคุณเจาลูเซียน ลากอสต ลาออกจากตำแหนง ป ค.ศ. 1974 พระสังฆราชลูเซียน ลากอสต ไดขอลาออกจากตำแหนง โดยไดรับอนุญาตจากสมเด็จพระสันตะปาปา ในเดือนกุมภาพันธ ค.ศ. 1975

120


พระสังฆราชโรเบิรต รัตน บำรุงตระกูล (ค.ศ. 1975-1987) ประมุของคที่สอง

วันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1975 พระสังฆราชโรเบิรตรัตน บำรุงตระกูล ซึง่ ขณะนัน้ ดำรงตำแหนงพระสังฆราชสังฆมณฑลราชบุรี ไดรบั แตงตัง้ ใหเปนประมุข พระสมณทูตโมเรตตี โมเรตต เปนประธานในพิธี วันที่ 14 พฤษภาคม มิสซังเชียงใหม โดยมีพระสมณทู ค.ศ. 1977 พระสังฆราช โรเบิรตรัตน บำรุงตระกูล ไดเชิญพระสงฆ 2 องค และซิสเตอร 2 ทาน จากมิสซังราชบุรีขึ้นมาชวยงานพระศาสนจักรทางภาคเหนือ คือ คุณพอวิโรจน อินทรสุขสันตต เขารับตำแหนงเจาอาวาส อาสนวิหารพระหฤทัย เชียงใหม เปนองคที่ 7 และคุคุณพอวิชัย แสนสุดสวาท เปนเจาอาวาสองคที่ 8 พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค (ค.ศ. 1987-2009) ประมุของคที่สาม

121


หลังจากทำงานแพรธรรมกวา 10 ป พระคุณเจารัตน บำรุงตระกูล ได ขอลาออกจากตำแหนง พระสมณทูตประกาศเปนทางการในค่ำวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1986 วาผูส บื ตำแหนงประมุขมิสซังเชียงใหม คือ พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย วาลย ศุระศรางค ะศรางค อุปสังฆราชอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พระคุณเจาสังวาลย ศุระศรางค รับพิธีอภิเษกวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1987 ที่ ก รุ ง โรม และมารั บ ตำแหน ง ที่ อ าสนวิ ห ารพระหฤทั ย เชี ย งใหม ในวั น อาทิ ต ย ที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1987 มี ค ติ พ จน เ ป น ภาษาลาติ น ว า “SIC SIC NOS AMANTEM” มีการพัฒนาสังฆมณฑลเชียงใหมเปนอยางมาก ทั้งดานงานอภิบาล AMANTEM งานบูรณะอาคารสถานทีร่ วมทัง้ การสรางวัดใหมทง้ั ในเขตพืน้ ราบ และบนดอยเปน จำนวนมากกวา 200 วัด ซึง่ งบประมาณการสรางวัดเกือบทัง้ หมดไดรบั การสนับสนุน จากสัตบุรุษในเขตอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่มีจิตศรัทธาตอการทำงานอภิบาล ของพระสังฆราชตัง้ แตสมัยดำรงตำแหนงอุปสังฆราชของพระคารดนิ ลั ไมเกิล้ มีชยั กิจบุญชู ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันพระคุณเจายังมีวสิ ยั ทัศนในการ จัดสรางศูนยสังฆมณฑลเชียงใหมที่ถนนเจริญประเทศ ซอย 12 บริเวณบานพัก คณะเบธาราม บนเนือ้ ที่ 1 ไร 2 งาน 19 ตารางวา เพือ่ เปนสำนักงานของสังฆมณฑล ในปจจุบัน รวมทั้งเปนที่พักสำหรับพระสงฆนักบวช และกลุมองคกรฆราวาสใช สำหรับประชุมสัมมนา และเปนศูนยรวมของหนวยงานตางๆ ของสังฆมณฑลอยูใ น ทีเ่ ดียวกันดวย ในชวงทีพ่ ระคุณเจาเขามาปกครองสังฆมณฑลเชียงใหม ไดสนับสนุน ใหมกี ารปรับปรุงอาสนวิหารพระหฤทัยหลังที่ 3 เพือ่ เปนการสมโภชป “ปปตมิ หาการุญ” ดานบุคลากรนั้นทานไดสนับสนุนใหบุคลากรโดยเฉพาะพระสงฆไดมีโอกาสเดินทาง ไปศึกษาตอ และเขารับการอบรมอยางตอเนือ่ งทัง้ ภายในและตางประเทศ รวมทัง้ ไดเชิญคณะนักบวชทัง้ ชายและหญิงเขามารวมงานในสังฆมณฑลเชียงใหมหลายคณะ ปจจุบัน (ค.ศ. 2008) สังฆมณฑลเชียงใหมมีคาทอลิกจำนวน 51,462 คน มีคริสตังสำรองจำนวน 21,115 คน ซึ่งเปนสังฆมณฑลเดียวในประเทศไทยที่มีสถิติ ผูใหญที่รับศีลลางบาปเขามาเปนคาทอลิกและเปนคริสตังสำรองจำนวนมากที่สุด ก็วาได 122


ประวัตินักบุญฟรังซิสเซเวียร แมแบบแหงคุณธรรมของชาวคริสตชน

ฟรังซิสเซเวียรถือกำเนิดในตระกูลชั้นสูง ผูมั่งคั่งชาวบาสกในอาณาจักร นาวารทางตอนเหนือของประเทศสเปน เมือ่ วันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1506 ธรรมชาติ ของสายเลือดเผาพันธุบ าสกทา นมีความหยิง่ ทะนงและมีความรูส กึ รุนแรง ในวัยเด็ก ทานมีความทะเยอทะยานอยางยิง่ และชืน่ ชอบการเลนกีฬา แตสง่ิ สำคัญคือลักษณะ พิเศษสุดที่ทานมีในเรื่องความเมตตาปรานีและความรูสึกเอื้ออาทรตอเพื่อนมนุษย อีกทั้งความอดกลั้นอดทน 123


ในป ค.ศ.1524 ขณะมีอายุได 18 ป ฟรังซิสเซเวียร ไดเขาศึกษาวิชา ปรัชญาที่มหาวิทยาลัยปารีส จากนั้นไดศึกษาขั้นมหาบัณฑิต ดานอักษรศาสตร เมื่อศึกษาจบทานก็สอนวิชาปรัชญาที่โบเวสคอลเลจ ในชวงเวลานั้นเองทานไดพบ อิกเนชีอสุ โลโยลา ฟรังซิสเซเวียร พรอมกับผูเ ครงศาสนาอีกหาคนไดรว มกันกอตัง้ คณะนักบวชเยสุอิต คือแผนการตองเปลี่ยนไปเพราะพระเจาจอหนแหงประเทศ โปรตุเกสในขณะนัน้ ได มีรบั สัง่ ขอใหพระสงฆไปทำการเผยแพรศาสนาโรมันคาทอลิก ในประเทศอินเดีย อิกเนชีอุส ตัดสินใจเลือกฟรังซิสเซเวียรใหรับภารกิจนี้ท้ัง ๆ ที่ฟรังซิส ไมไดมีคุณสมบัติเหมาะกับงานนี้แตประการใด แมวาจะศึกษาไดปริญญา จากมหาวิทยาลัย แตทานก็ไมไดเรียนรูสิ่งใดลึกซึ้งนัก ตำราศาสนาที่ทานใชติดตัว เปนประจำเปนเพียงบทสวดมนตเลมเล็ก ๆ นอกจากนี้ทานไมไดรูอะไรเลยเกี่ยวกับศาสนาที่ผูคนเขานับถือกัน ทาน มองเห็นวาผูที่ไมไดนับถือคริสตศาสนา คือ ศัตรูของพระผูเปนเจาและเปนทาส ของปศาจราย ทานจำตองชวยเหลือผูคนเหลานั้นดวยพลังอำนาจทั้งปวงที่ทาน จะสามารถทำไดและทีส่ ำคัญก็ คือทานไมไดแยแสกับกลุม นักบวชไมวา จะเปนมุสลิม หรือพราหมณหรือกลุมผูนับถือศาสนาพุทธ ในภาพรวมจึงกลาวไดวาในเบื้องตนของชีวิต ฟรังซิสเซเวียร ไมไดรอู ะไร มากนัก ทานมองเห็นวาโลกใหมที่ทานตองออกไปเผชิญชางกวางใหญไพศาล และ ทานมีหนาทีอ่ กี ทัง้ ความปรารถนาเพียงหนึง่ เดียวทีจ่ ะออกไปปราบศัตรูใหพระเจาทาน ดำเนินสูโลกใบนั้นแบบที่เรียกวาไมมีอะไรติดตัวเลยนอกจากความรักอันแนวแน มั่นคงที่มีตอพระเยซูคริสต อีกทั้งความมุงมั่นที่จะใชอำนาจของชาติโปรตุเกส เพื่อประโยชนแหงคริสตศาสนา ดวยกำลังใจที่แนวแนฟรังซิสเซเวียร ยอมสละความสุขทางโลกทั้งมวล ทานเลือกที่จะดำรงชีวิตอยางแรนแคนที่สุด และปฏิเสธความสะดวกสบายทุกสิ่ง ที่มีผูเสนอให ทานรับประทานอาหารเพียงนอยนิดจนเปนเรื่องอัศจรรยอยางยิ่งที่ ทานสามารถมีชวี ติ อยูไ ด และเมือ่ จะตองเดินทางไปปฏิบตั ภิ ารกิจทีไ่ ดรบั มอบหมาย ในภูมิภาคของโลกที่รอนระอุทานขอสิ่งจำเปนอยางเดียวคือ รองเทาบูตคูหนึ่งใน 124


ขณะเดินทางบนเรือนัน้ (ทานออกเดินทางจากเมืองทาลิสบอนในโปรตุเกส เมือ่ วันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1541 ขณะมีอายุได 35 ป พรอมดวยเพื่อนรวมเดินทางอีก 2 คน) ทานก็สามารถอดทนตอความยากลำบากทั้งมวล ที่รวมทั้งอากาศไมวาจะรอนจัด หรือหนาวจัด เรือ่ งราวการเดินทางของฟรังซิสเซเวียร เปรียบไดดง่ั มหากาพยแหงงาน วรรณกรรม ทานเดินทางถึงเมืองกัว ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1542 หลังจากใช เวลาทั้งหมด 13 เดือน จากลิสบอนผานนานน้ำทองทะเลอันเวิ้งวางหลายแหง ทานใชเวลาประมาณ 6 เดือน ในการเผยแพรศาสนาใหผูคนชาวอินเดียในเมืองกัว ดวยการไปเยี่ยมผูปวยในโรงพยาบาล เยี่ยมนักโทษในเรือนจำและอบรมผูเยาวให มีใจเมตตาปรานี มีเรื่องเลาวาในตอนเชา หลังจากไปชวยเหลือผูปวยและนักโทษ แลวทานก็จะเดินไปตามทองถนนในเมืองพรอมกับสั่นกระดิ่งในมือ เชิญชวนพอแม ผูปกครองใหสงพวกลูกหลานและพวกทาสไปรับฟงคำสั่งสอน ผลที่ไดก็คือเด็ก ๆ เริ่มมีจิตใจออนโยน รูจักทำความดีและพวกผูใหญ ก็จะมีความรูสึกละอายตอการ ทำบาป ผูคนในเมืองกัว ทุกกลุมเริ่มมีคุณภาพชีวิตที่งดงามขึ้น เพราะการอุทิศตน ของฟรังซิสเซเวียร ผูมีจริยาวัตรและถอยวจนะอันเปยมลนดวยความปรานี ในชวงค.ศ.1545-1547 ฟรังซิสเซเวียร ทำการเทศนาสั่งสอนผูคนใน อาณานิคมมาละกาของโปรตุเกสและบริเวณแหลมมลายู เมื่อมีโอกาสคุนเคยกับ ชาวญี่ปุนชื่ออันจิโร (ตอมาภายหลังไดรับศีลลางบาปและไดรับ ชื่อ ปอล) ทานจึง ประสงคจะเดินทางไปเผยแพรคริสตศาสนาในประเทศญี่ปุน จากนั้นพรอมดวย สงฆเยสุอิตรูปหนึ่งและชาวญี่ปุนซึ่งนับถือศาสนาคริสตอีก 3 คน ทานก็ไดเดินทาง ไปประเทศญี่ปุนทำการสอนศาสนาตามจิตที่มุงหวัง นับไดวา ฟรังซิสเซเวียร คือ พระสงฆองคแรกในญี่ปุนและสามารถทำใหผูคนจำนวนประมาณ 2,000 คน ยอม รับนับถือคริสตศาสนา อีกไมนานนัก ฟรังซิสเซเวียรก็มุงมั่นที่จะเดินทางไปประเทศจีน ซึ่งใน ขณะนั้นปดประเทศไมยอมรับคนตางชาติ ความประสงคอันเรารอนทำใหทานกลา ติดสินบนกัปตันเรือผูห นึง่ ใหแอบลักลอบนำทานเขาประเทศจีน แตโชครายยางกราย 125


เขามาพวกโปรตุเกสที่เกาะสานเจี้ยนที่ทานไปพักอยูขณะนั้นไมเห็นดวยกับแผนการ และฟรังซิสเซเวียรเองก็ลม ปวยลง กระนัน้ ทานก็ยงั ไมสญ ู สิน้ ความตัง้ ใจ ในยามนัน้ ทานไดรบั ทราบขาววา พระเจาแผนดินแหงราชอาณาจักรสยาม (คือสมเด็จพระมหา จักรพรรดิผทู รงครองกรุงศรีอยุธยาระหวางค.ศ.1548-1568) กำลังเตรียมสงคณะทูต ไปเจริญสันถวไมตรีกบั จักรพรรดิจนี ทานจึงพยายามอยางทีส่ ดุ เพือ่ ใหรฐั บาลโปรตุเกส ยินยอมใหทานไดรวมขบวนกับเอกอัครราชทูตแหงสยามไปประเทศจีน แตแลว ดวยพระประสงคของพระผูเปนเจาฟรังซิสเซเวียรกลับลมเจ็บลงอีก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ.1552 และกลับคืนสูออมพระหัตถแหงพระเจา ในวันศุกรที่ 3 ธันวาคมปนั้นเอง ขณะเปลงวาจาสุดทายวา “In In thee,O Lord,I have hoped; I shall not to be confounded forever.ขาแตพระผูเปนเจาลูกมีความเชื่อมั่นใน พระองคตลอดมา ลูกจะไมมีวันสับสนชั่วนิรันดร” รางของทานถูกนำกลับสูด นิ แดนกัว และไดรบั การฝงไว ณ ทีน่ น้ั ทามกลาง ความรักของผูคนที่ตระหนักในดวงจิตวา ทานคือนักบุญ ตอมาในป ค.ศ.1619 พระสันตะปาปาปอลที่ 5 (ค.ศ.1552-1621) ทรงเปนผูป ระกอบพิธปี ระสาทพรเตรียม เฉลิ ม ฉลองการยกย อ งให เ ป น นั ก บุ ญ ในฐานะองค อุ ป ถั ม ภ ภ ารกิ จ ทั้ ง มวลของ คริสตศาสนาลัทธิโรมันคาทอลิก นักบุญฟรังซิสเซเวียร คือแมแบบแหงคุณธรรมทัง้ ปวงทีพ่ วกเราคริสตชน พรอมที่จะดำเนินชีวิตตาม ทั้งในดานความประหยัด ความถอมตน ความกลาหาญ ความเสี ย สละเพื่ อ ส ว นรวม ความเมตตาปรานี ต อ เพื่ อ นมนุ ษ ย รวมทั้ ง การ นอมรับพระธรรมวจนะแหงพระเจา เพื่อเปนมงคลนำชีวิต

126


“ ทานวีระ ”

ครูสีฟอง” อง เปนสมญานามที่พวกเราใชเรียก “คุคุณพอวีระ” ะ หลังจาก “ครู มีการสถาปนาบุญราศีทั้ง 7 องคที่สองคอน เพราะทานบุญราศี 1 ใน 7 องคนั้น คือ ครูฟลิป สีฟอง ครูคำสอนที่ทุมเทชีวิตรอนรนในการประกาศขอความเชื่อ สอนคำสอนดวยความวิริยะ อุตสาหะ และไดถูกฆาตายอันเนื่องมาจากการเบียด เบียนศาสนาในสมัยนั้น (พ.ศ. 2483) ะ เชนนี้เพราะแทบทุกคน คงเดากันออกวาที่เราใหสมญานาม “พพอวีระ” มองเห็นตรงกันวา “พอวีระ” ไดทุมเทเวลาและความรูความสามารถที่ไดร่ำเรียน จากกรุงโรมในดานคำสอนนีอ้ ยางเต็มที่ เปนตน ไดพยายามทำสือ่ การเรียนการสอน ทั้งสรรหาและจัดทำขึ้นเอง ทั้งยังลงมือสอนดวยตัวเองและสอนคนอื่นใหสอน... ปจจุบันเพื่อน ๆ ก็ยังคงเรียกพอวีระวา “ครูสีฟอง” อยูเหมือนกัน... ก็ไมรูวาจากนี้ ไปจะเรียกวา “ทานสีฟอง” ตามตำแหนงหนาที่ที่พระโปรดประทานใหหรือเปลา ผมเขาบานเณรปเดียวกันกับ “ทานวีระ” ผมเขาเรียนชัน้ ป.6 สวนทานวีระ เขาเรียนชั้น ป.5 ที่บานเณรยอแซฟอุปถัมภ สามพราน ถามวาเมื่อไหรก็ตอบไดทัน ทีวา เราเขาบานเณรพรอมกับการเริม่ บานเณรนัน่ แหละ “ทานวีระ” มาจากวัดสามเสน สวนผมมาจากวัดลำไทร คลอง 12 จำไดวา “เณรวีระ” เรียนเกงสอบไดอนั ดับตน ๆ เสมอ สวนผมก็กลาง ๆ มาจากบานนอกหรือ ตจว. “เณรวีระ” เปนคน กทม. บุคลิกลักษณะผิวพรรณ 127


หนาตาจึงดู “ผูด ”ี กวาผมซึง่ เปนเด็ก “บานนอก” อยูม าก แตเราก็เติบโตมาดวยกัน ภายใตการดูแลเอาใจใสของ “พอฮั่วเซี้ยง” ซึ่งตอมาอีกประมาณ 8-9 ป กลาย เปน “ทานฮั่วเซี้ยง” หรือพวกเราเรียกกันวา “ทานเซี้ยง” และตอมาอีกไปกี่ปก็ กลายเปน “พระคารดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู” จนปจจุบัน “เณรวีระ” เรียนเกง เลนกีฬาก็เดนเชนกัน โดยเฉพาะฟุตบอล เลนใน ตำแหนงกองกลาง(เซน เตอรฮารฟ) เปนนักกีฬาของโรงเรียนตลอด สวนนิสัย ของ “เณรวีระ” เรียบรอย สุภาพ ยิ้มแยมแจมใส ยินดีชวยเหลือเพื่อน ๆ ทุกคน... หลังจากจบ ม.ศ.5 แลว ผมไดทำงานรวมกับเณรวีระในฐานะ “ครูเณร” คื อ ต อ งช ว ยกั น ดู แ ลเณรรุ น น อ ง ๆ จำได ก็ มี พ อ ไชโยและเพื่ อ น ๆ อี ก 3-4 คน รวมดวยพวกเณรสมัยนั้นใครมีอะไรก็มักจะเขาไปปรึกษาหารือกับ “มาสเตอรวีระ” มาสเตอรวีระ” ะ ใจดีและเปนที่รักเคารพของ เสมอเพราะ ในบรรดาครูเณรที่มีอยู “มาสเตอร เณรมากกวาคนอื่นก็วาได... บราเดอรวีระ” ะ ยังคงเสนคงวา ซื่อ ๆ อยูที่บานเณรใหญแสงธรรม “บราเดอร สมถะเรียบงาย สุภาพ ศรัทธา ยิ้มแยมแจมใส... ที่พูดนี้มิใชชมจนโอเวอร เพราะ ถาใครอยูในสมัยนั้นที่บานเณรใหญคงทราบดีวา ผมพูดความจริง... ระหวางทีอ่ ยูใ นบานเณรใหญมคี ณ ุ พอหลายทานทีไ่ ดไปเทศนสอนในโอกาส พวกเธอจำไววา พระศาสนจักรในประเทศไทย เขาเงียบของเณร ผมไดฟง บอย ๆ วา “พวกเธอจำไว ตอไปขึน้ อยูก บั พวกเธอ พวกเธอทีน่ ง่ั อยูน ้ี บางคนตองรับหนาทีเ่ ปนพระสังฆราช...” ฆราช... บราเดอรวีระ” ะ เปนผูหนึ่งที่ผมคิดไวในใจมาตลอด ตั้งแต ขอพูดดวยจริงใจวา “บราเดอร สมัยยังเปนเณรอยู... หลังจากบวชเปนพระสงฆแลว “คุณพอวีระ” ก็ยงั คงเหมือนเดิมในลักษณะ นิสัยและชีวิตการอยูรวมกันในหมูคณะสงฆ และดูเดนชัดมากขึ้นในการใหความ รวมมือชวยเหลือผูอื่น...จนมีหลายคนบอกวา “คุคุณพอวีระ..รูจักปฏิเสธบางก็ได...” ะ จะปฏิเสธคำขอรองจากใครไมคอยเปน... ทั้งนี้เพราะ “พพอวีระ” ะ ทันทีเมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศแตงตั้งให “คุคุณพอวีระ” เปนพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรตั นน ประมุขของสังฆมณฑลเชียงใหม พระคุณเจายอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค ะศรางค หลายคนรวมแสดงความยินดี สืบตอจากพระคุ 128


ใหกำลังใจ และมีจำนวนหนึ่งบอกวา “สงสาร” พระคุณเจา เพราะภาระหนาที่ของ พระสังฆราชในฐานะประมุขของสังฆมณฑลนัน้ เปนทีท่ ราบกันดีอยูว า มันใหญหลวง แคไหน... สำหรับผม ผมรูส กึ ยินดี มิใชกบั พระคุณเจาวีระเทานัน้ แตกบั พระคุณเจา ทุกองค เพราะผมเขาใจวาสิ่งนี้เปนน้ำพระทัยของพระเปนเจา...และผมเชื่อมั่นวา เมือ่ พระองคทรงใหใครทำอะไร พระองคจะทรงประทานพระพรและพระคุณเพียงพอ ที่จะใหผูนั้นทำหนาที่นั้น ๆ ไดเปนอยางดี เพราะนี่คืองานของพระองค ในวโรกาสแหงความชืน่ ชมยินดีทเ่ี รามีนายชุมพาบาลใหม คือ พระคุณเจา ฟรังซิสเซเวียรวีระ อาภรณรัตน ผมจึงขอเชิญชวนทุกทานไดรวมจิตใจเปนหนึ่ง เดียวกันโมทนาคุณพระเปนเจาที่ทรงใหสังฆมณฑลเชียงใหม มีนายชุมพาบาลที่ เหมาะสมกับยุคและสมัย ทีก่ ำลังตองการ การรือ้ ฟน ความเชือ่ คำสอน การแพรธรรม ใหเขมแข็งตรงกับความเปนจริงและรองรับสภาพสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู โลกแหง “วัตถุนิยม” และ “บริโภคนิยม” อยางรวดเร็ว จนทำใหคนละเลยและ ลืมเรื่อง “จิตนิยม” และ “ศาสนนิยม” ไปอยางมากมาย เชนกัน.... สุดทาย ผมขอเชิญทุกทานรวมกันภาวนาเพือ่ พระคุณเจาใหมนายชุมพาบาล ของเรา ใหเปยมดวยพระพรแหงสติปญญา ความคิดอาน และสุขภาพพลานามัยที่ แข็งแรงสมบูรณ สามารถนำพาพระศาสนจักรทองถิ่นแหงลานนาใหเจริญกาวหนา ใหพระวาจาของพระองค เปนหนทางความจริงและชีวิตของทุกคน. คุณพอวุฒิเลิศ แหลอม

129


คำขอบคุณ

“สัสังฆมณฑลเชียงใหม งใหม” ตองกราบโมทนาคุณองคพระผูเ ปนเจาทีท่ รงประทาน พระพรตางๆ มากมาย โดยเฉพาะอยางยิ่งพระคุณแหงความเชื่อ ความวางใจและ ความรัก ซึ่งปรากฏอยูทั่วไป เปนตน ในชนบท หมูบาน ของพี่นองชนเผาตาง ๆ พระองค ท รงบั น ดาลให สั ง ฆมณฑลเชี ย งใหม เ จริ ญ เติ บ โต ก า วหน า มาโดยตลอด โดยทรงประทานบุคลากรที่มีคุณภาพ คณะนักบวชทั้งชายและหญิง ทั้งจากในประเทศและตางประเทศ ทรงโปรดใหมีกระแสเรียกในหลายรูปแบบทั้ง พระสงฆ นักบวช และฆราวาส เมื่อมองยอนไปขางหลังเรามีนายชุมพาบาลที่เหมาะสมตรงยุคตรงสมัย ลากอสต พระคุณเจาโรเบิรต ตลอด50ปที่ผานมา ไมวาจะเปนพระคุณเจาลูเซียน ลากอสต รัตน บำรุงตระกุล และพระคุ พระคุณเจายอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค ะศรางค บัดนี้หากเรามองลวงไปขางหนาเราคงเห็นพองตองกันวา องคพระผู เปนเจาทรงสงพระคุณเจาฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน มาเพื่อยุคนี้สมัยนี้ที่ สังฆมณฑลเชียงใหม กำลังตองการการรื้อฟนความเชื่อ การพัฒนาปรับปรุงงาน ดานแพรธรรมและคำสอนใหรองรับกับสภาพของสังคมและวิถชี วี ติ ของชาวลานนา ที่เปลี่ยนไปอยางมากมาย ที่กลาวขางตนนี้เพราะตางทราบกันดีวาพระคุณเจาฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน ของเราเปนผูที่มีความรูความสามารถและประสบการณในงานดาน แพรธรรมและคำสอนมาเปนเวลานาน ดวยเหตุนี้จึงทำใหเราเห็นและเขาใจไดทันที วาพระเปนเจาทรงจัดในสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน ในโอกาสนี้ สังฆมณฑลเชียงใหม ตองขอขอบคุณบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ ทุกองค บรรดานักบวชและพี่นองทุกทานที่ไดมีสวนในการดูแล สงเสริม สนับสนุน สังฆมณฑลเชียงใหม ทั้งดวยคำภาวนา ดวยวัตถุทรัพยสิ่งของตางๆ มากมาย พรอมกันนี้ ขอองคพระผูเปนเจาทรงโปรดอำนวยพระพรแดทุกทาน ใหประสบแตความสุขและสันติในจิตใจ เปยมดวยพระพรในชีวิตแหงการเปน เครื่องมือที่มีคุณคาของพระเปนตลอดไป คุณพอวุฒิเลิศ แหลอม ในนามคณะสงฆ นักบวช และสัตบุรุษสังฆมฑลเชียงใหม

130


กำหนดการ 09.00 น. 09.15 น.

09.45 น. 10.00 น. 12.00 น.

13.00 น.

พระสงฆ นักบวช และแขกผูมีเกียรติพรอมกัน ณ บริเวณ หนาอาสนวิหาร พระหฤทัย เชียงใหม ฯพณฯ ซัลวาตอเร เปนนักคีโอ เอกอัครสมณทูตวาติกัน ประจำประเทศไทย พระคารดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู พระสังฆราช ยอแซฟ สังวาลย ศุระศรางค และ พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน มาถึงสถานที่ประกอบพิธี - วงโยธวาทิต โรงเรียนพระหฤทัย บรรเลงเพลงสดุดีพระสังฆราชา - มอบมาลัยกร แดพระสมณทูต พระคารดินัล และพระสังฆราช - นักเรียนโรงเรียนมงฟอรต ตีกลองสะบัดชัยตอนรับตามธรรมเนียม ชาวลานนา บรรดาพระสงฆ นักบวช พรอมกัน ณ บริเวณลานอนุบาล เพื่อเตรียมตัวถวายพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ อภิเษกพระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร วีระ อาภรณรัตน พิธีรับมอบตำแหนงประมุขสังฆมณฑลเชียงใหมอยางเปนทางการ พระสงฆ ผูแทนนักบวช และผูแทนฆราวาสของสังฆมณฑลเชียงใหม แสดงความนบนอบเชื่อฟง - การกลาวแสดงความยินดีของบุคคลสำคัญ - การอวยพรปดพิธี - ถายรูปเปนที่ระลึกกับบรรดาพระสงฆ ผูแทนนักบวช และผูแทน ฆราวาสของสังฆมณฑลเชียงใหม พระสังฆราช พระสงฆ และนักบวช รับประทานอาหารกลางวัน ณ บริเวณโรงเรียนพระหฤทัย

หนังสือพิธีเลมนี้ขอมอบใหทุกทานไวเปนอนุสรณแหงพระสิริมงคลขององคพระผูเปนเจา ที่ไดทรงประทาน “นายชุมพาบาลที่ดี” แกเรา สังฆมณฑลเชียงใหม 1 พฤษภาคม ค.ศ.2009


สถิติจำนวนคาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม

11 18 21 22 12 18 17 12 11 11 8 10 11 16 14 17 20 21 24 20 25 24

30 16 18 27 28 22 34 34 35 38 46 66 88 57 113 91 120 114 92

4 2 4 8 11 14 12 15 18 18 16 13 21 13 31 33 37 37 31

688 611 694 544 699 656 653 504 650 743 798 695 763 735 551 579 633 686 767 574 573 679

521 388 554 628 775 802 588 665 785 1,650 902 1,241 1,482 1,025 765 743 931 1,160 1,198 1,238 1,042 951

635 583 791 502 658 714 1,204 947 1,254 1,865 1,247 621 503 927 1,566 918 1,093 848 943

527 379 446 523 504 481 557 687 1,197 987 818 660 618 611 872 894 1,268 1,029 994

เด็กหญิงในศูนยฯ

8 6 1 4 6 3 2 2 1 1 2 12 11 5 4 3 4 7 5 7 6 8

แตงงาน คริสต+ไมใชคริสต เด็กชายในศูนยฯ

15 9 11 8 9 13 24 27 32 27 43 45 50 97 56 52 70 66 67 73 88 98

แตงงาน คริสต+คริสต

10,670 11,551 13,142 15,206 16,545 16,303 18,218 19,000 19,497 20,431 20,780 18,198 19,431 17,919 19,331 22,323 18,304 20,371 21,065 19,297 19,258 21,115

รับศีลมหาสนิท

17,533 18,032 19,144 19,333 20,697 22,692 24,317 25,124 26,147 28,170 29,416 31,649 34,067 36,518 38,894 40,318 41,944 45,130 46,022 47,243 48,925 51,462

รับศีลลางบาป ผูใหญ รับศีลกำลัง

คริสตังสำรอง

1987 1988 1989 1990 1991 1992 1993 1994 1995 1996 1997 1998 1999 2000 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008

เณรสังมณฑล เล็ก เณรสังมณฑล กลาง เณรสังมณฑล ใหญ เณรคณะนักบวช เล็ก เณรคณะนักบวช ใหญ รับศีลลางบาป เด็ก

ป

จำนวนคาทอลิก

ปี ค.ศ. 1987 - 2008

117 59 80 95 98 95 91 92 92 103 76 139 139 128 101 125 156 208 181 166 141 175

81 82 92 103 103 114 113 101 119 101 124 114 96 101 105 163 167 180 183 205 212 236

948 1,140 1,074 1,139 1,264 974

755 856 930 989 1,042 941


“ ขาพเจาทำทุกอยาง เพราะเห็นแกขาวดี”

หนังสือเพลงในพิธีอภิเษกพระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์  
หนังสือเพลงในพิธีอภิเษกพระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์  

หนังสือเพลงในพิธีอภิเษกพระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2009

Advertisement