Page 1

คลื่นสึ นามิ

จัดทาโดย นายราเชนทร์ เทียนวิชยั โรงเรี ยนบ้านเขาแก้ววิทยา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1


คำนำ การจัดทา E – Magazine หรื อ Magazine online ถือเป็ นสิ่ งท้าทายใหม่ สาหรับคุณครู ทุกท่านในยุคนี้ ยุคที่ความเจริ ญก้าวหน้าของเทคโนโลยีของโลกในปั จจุบนั ได้กา้ วหน้าไปอย่างมากมาย และ รวดเร็ ว จึงต้อง ทาการศึกษาค้นคว้าหาความรู ้ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่ อง เพื่อไม่ให้ทิ้งห่ างจาก เทคโนโลยีมากนัก หากปล่อยให้ทิ้ง ห่างมากๆ ก็คงจะกลายสภาพเป็ นไดโนเสาร์ เป็ นแน่แท้ E – Magazine หรื อ Magazine online เล่มนี้ จึงได้ถูกจัดทาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดงั กล่าว เพื่อให้ผเู ้ รี ยนสามารถเรี ยนรู ้ได้อย่างอิสระ รวดเร็ ว กว้างขวาง และค้นคว้าเพิ่มเติมได้สะดวก ตามประสิ ทธิ ภาพ ของเทคโนโลยีปัจจุบนั เพื่อกระตุ น้ ให้ผเู ้ รี ยนเกิ ดแรงบันดาลใจ อีกทั้งเป็ นการสร้ างมติ ใหม่แห่ งเรี ยนรู ้ ให้กบั นักเรี ยนในการรู ้ จกั ค้นหาความรู ้ ดว้ ยตนเองเป็ นสาคัญ ซึ่ งจะทาให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของชาติ ที่ ต้องการให้ “ผูเ้ รี ยนเป็ นศูนย์กลาง” เป็ นการเรี ยนรู้ดว้ ยตนเอง ผูจ้ ดั ทาต้องขอยอมรับว่า E – Magazine หรื อ Magazine online นี้ “เป็ นเล่มแรก” ของผูจ้ ดั ทา การเขียน ครั้งนี้เป็ นการเขียนที่ทาขึ้นภายหลังจากได้เข้ารับการอบรมวิธีการจัดสร้าง E – Magazine หรื อ Magazine online ซึ่ งได้แนวทางมา คือ “file .DOC” และ “file . HTML” ผูเ้ ขียนจึงจับเอาสองอย่างนี้ มาทาเป็ น E – Magazine หรื อ Magazine online เล่มนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ความสามารถของ word และ officeXP ก็สามารถทีจะทา E – Magazine หรื อ Magazine online ได้ ซึ่ งทุกๆ ท่านก็สามารถทาได้เช่นเดียวกัน และด้วยใจรักอยากให้เด็กมีสื่อ เรี ยนรู ้ที่ทนั สมัยแปลกใหม่ จึงได้ “กัดฟั น” ทา E – Magazine หรื อ Magazine online เล่มนี้ สาเร็ จดังที่เห็นนี้ ดังนั้นผลที่ได้อาจจะไม่ดีเท่าทีควร ทางผูจ้ ดั ทาก็ตอ้ งขออภัยไว้ด้วย หากท่านใดจะเมตตาแนะนา ชี้ แนะ เพื่อ ปรับปรุ งให้ E – Magazine หรื อ Magazine online เล่มนี้ มีความสมบูรณ์ยงิ่ ขึ้น ทางผูจ้ ดั ทาจะขอบพระคุณเป็ น อย่างสู งและพร้อมที่จะน้อมรับฟั งคาแนะนาจากท่านด้วยความเคารพผูจ้ ดั ทาหวังว่าเนื้ อหาสาระการเรี ยนรู ้ใน E – Magazine หรื อ Magazine online นี้มีอยูม่ าก เพียงพอที่จะใช้ในการศึกษาค้นคว้า เรื่ องราวขององค์สมเด็จพระ เจเตากสิ นมหาราชระดับมัธยมได้พอสมควร ซึ่ งจะสามารถใช้ เป็ นการศึกษาเพิ่มเติมจากการเรี ยนรู ้ตามปกติได้ เป็ นอย่างดี นายราเชนทร์ เทียนวิชยั ผูจ้ ดั ทา


สารบัญ คานา บทที่ 1 บทที่ 2

ศัพท์มลู วิทยา ลักษณะของคลื่น

บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 บทที่ 6

สาเหตุการเกิด เมกะสึนามิ และ คลื่นเซช สัญญาณเกิดเหตุและระบบเตือนภัย ประวัตเิ กีย่ วกับสึนามิทเ่ี คยเกิดขึน้ ในอดีต 6.1 6,100 ปีก่อนคริสต์ศกั ราช 6.2 เกาะซานโตริน่ี 6.3 เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส 6.4 เกาะกรากะตัว 6.5 สึนามิแปซิฟิก 6.6 สึนามิชลิ ี 6.7 สึนามิกู๊ดฟรายเดย์ 6.8 สึนามิจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย 6.9 สึนามิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6.10 สึนามิในเอเชียใต้ 6.11 สึนามิในอเมริกาและแคริบเบียน 6.12 สึนามิอ่นื ๆ ทีเ่ คยเกิดขึน้ ในอดีต 6.13 การทานายว่าจะเกิดเป็นคลื่นสึนามิ

ดูเพิม่ อ้างอิง แหล่งข้อมูลอื่น

หน้า ก 1 3 4 4 5 6 6 6 6 7 8 8 8 8 9 9 10 10 11


1 คลื่นสึ นามิ คลืน่ สึ นำมิ (ญี่ปุ่น: 津波 tsunami คลื่นที่ท่าเรื อ หรื อ คลื่นชายฝั่ ง ?) คือ คลื่นหรื อกลุ่มคลื่นที่มีจุด กาเนิดอยูใ่ นเขตทะเลลึก ซึ่งมักปรากฏหลังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แผ่นดินไหวใต้ทะเล ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม แผ่นดินทรุ ด หรื ออุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงในทะเล คลื่นสึ นามิสามารถเข้าทาลายพื้นที่ชายฝั่ง ทาให้เกิดการ สู ญเสี ยทั้งชีวติ และทรัพย์สินได้ คลื่นสึ นามิ

ภาพศิลปะของศิลปิ นชาวญี่ปุ่น "The Great Wave at Kanagawa" (จากภาพชุดของภูเขาไฟฟูจิ) ขนาดกว้าง 10 นิ้ว ยาว 15 นิ้ว ที่เก็บรักษาอยูท่ ี่ Metropolitan Museum of Art, New York แม้วา่ ภาพดังกล่าวจะถูกนาไปใช้ในการ พูดถึงคลื่นสึ นามิ แต่แท้จริ งแล้วภาพดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลื่นสึ นามิแต่อย่างใด สึ นามิ (การออกเสี ยงในภาษาญี่ปุ่นคือ /tsunami/ สึ นะมิ[ต้องการอ้างอิง] ซึ่ งต่างกันเล็กน้อยกับการออกเสี ยงใน ภาษาอังกฤษว่า /suːnɑːmi (ː)/ ซูนามิ หรื อ /tsuːnɑːmi (ː)/ (ทซู) นามิ[ต้องการอ้างอิง] (ท ควบ ซ ในเสี ยงญี่ปุ่น) เป็ น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ในลักษณะของระลอกคลื่น ที่เกิดขึ้นจากการที่น้ าในทะเลสาบหรื อในท้องมหาสมุทร จานวนมหาศาล เกิดการเคลื่อนย้ายถ่ายเทจากบริ เวณหนึ่งสู่ อีกบริ เวณหนึ่งอย่างรวดเร็ ว อันเนื่องมาจากการเกิด แผ่นดินไหว แผ่นดินเคลื่อนตัว ภูเขาไฟระเบิด หรื อจากวัตถุนอกโลก เช่น ดาวหาง หรื ออุกกาบาต ตกสู่ พ้นื ทะเล หรื อมหาสมุทรบนผิวโลก คลื่นสึ นามิที่เกิดขึ้นนี้ จะถาโถมเข้าสู่ พ้นื ที่ชายฝั่งทะเลด้วยความรวดเร็ วและรุ นแรง สร้างความเสี ยหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ชีวติ และทรัพย์สินที่อยูอ่ าศัยที่พงั พินาศไป พร้อม ๆ กับมนุษย์จานวน มากมายที่อาจได้รับบาดเจ็บและล้มตายไปด้วยฤทธิ์ ของมหาพิบตั ิภยั ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน[ต้องการอ้างอิง]


2 คาว่า "สึ นามิ" มาจากภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ท่าเรื อ" (津 สึ ) และ "คลื่น" (波/浪 นะมิ) [ต้องการ อ้ างอิง] ศัพท์คานี้บญั ญัติข้ ึนโดยชาวประมงญี่ปุ่น ผูซ้ ่ ึ งแล่นเรื อกลับเข้าฝั่งมายังท่าเรื อ และพบว่าทุกสิ่ งทุกอย่างที่ เคยรายล้อมอยูร่ อบท่าเรื อนั้นถูกทาลายพังพินาศไปจนหมดสิ้ น โดยในระหว่างที่เขาลอยเรื ออยูก่ ลางทะเลกว้าง นั้นไม่ได้รู้สึกหรื อสังเกตพบความผิดปกติของคลื่นดังกล่าวเลย ทั้งนี้เนื่ องจากคลื่นสึ นามิไม่ใช่ปรากฏการณ์ ระดับผิวน้ าในเขตน้ าลึก เพราะคลื่นที่เกิดขึ้นจะมีขนาดของคลื่น (แอมพลิจูด) ขนาดเล็กมากเมื่ออยูใ่ นพื้นน้ า นอกชายฝั่ง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่น ที่ยาวมาก (ปกติจะมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร) ทาให้คลื่นสึ นา มิที่เกิดขึ้นไม่สามารถสังเกตเห็นได้ขณะที่ลอยเรื ออยูบ่ นผิวน้ ากลางทะเลลึก เนื่องจากคลื่นที่เกิดขึ้นจะเห็นเป็ น เพียงแค่เนินต่า ๆ ตะคุ่ม ๆ อยูใ่ ต้น้ าเท่านั้น[ต้องการอ้างอิง] คลื่นสึ นามิน้ ี ในทางประวัติศาสตร์ มีการอ้างอิงถึงว่าเป็ น คลื่นใต้น้ า (tidal waves) เนื่องจากเมื่อคลื่น ดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่ง จะยิง่ มีลกั ษณะเหมือนการไหลท่วมของกระแสน้ าขึ้นที่ถาโถมเข้าสู่ ฝั่งอย่าง รุ นแรง มากกว่าที่จะมีลกั ษณะเหมือนกับเกลียวคลื่นที่เกิดจากการพัดกระหน่ าของสายลมจากกลางมหาสมุทร เข้าสู่ ฝั่ง เนื่ องจากโดยแท้จริ งแล้วคลื่นสึ นามิไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใด ๆ เลยกับน้ าขึ้นน้ าลง จึงมีการมอง ว่า คาว่า "tidal waves" นั้น อาจนาไปสู่ ความเข้าใจผิดถึงสาเหตุของการเกิดคลื่นดังกล่าวได้[ต้องการอ้างอิง] นักสมุทร ศาสตร์ จึงไม่แนะนาให้เรี ยกคลื่นสึ นามิวา่ "tidal waves" แต่แนะนาให้เรี ยกเป็ นชื่ อทางวิทยาศาสตร์ วา่ "Seismic Sea Wave" ซึ่ งมีความหมายตรงๆ ในภาษาไทยว่า คลื่นทะเลที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือน[ต้องการอ้างอิง] ทั้งนี้ ใน เว็บไซต์และหนังสื อบางเล่ม กล่าวถึงชื่อเรี ยกของคลื่นชนิ ดนี้ในภาษาอังกฤษผิด คือ "Harbor Wave" ซึ่งเป็ นชื่อ ที่แปลอย่างตรงตัวจากภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ให้ความหมายใดๆ ในภาษาอังกฤษ[ต้องการอ้างอิง] ทั้งนี้ ในพจนานุกรม Oxford Learner's Dictionary ได้ให้ความหมายของคาว่า Tidal Wave ไว้วา่ เป็ น คลื่นทะเลที่ส่วนใหญ่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้สมุทร[ต้องการอ้างอิง]


3 ลักษณะของคลืน่

ลักษณะการเกิดของสึ นามิ คลื่นสึ นามิแตกต่างจากคลื่นน้ าธรรมดามาก ตัวคลื่นนั้น สามารถเดินทางได้เป็ นระยะทางไกล โดยไม่สูญเสี ยพลังงาน และ สามารถเข้าทาลายชายฝั่งที่อยูห่ ่างไกลจากจุดกาเนิดหลายพันกิโลเมตร ได้ โดยทัว่ ไปแล้วคลื่นสึ นามิซ่ ึ งเป็ นคลื่นในน้ า จะเดินทางได้ชา้ กว่า การสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เป็ นคลื่นที่เดินทางในพื้นดิน ดังนั้น คลื่นอาจเข้ากระทบฝั่งภายหลังจากที่ผคู ้ นบริ เวณนั้นรู ้สึกว่าเกิด แผ่นดินไหวเป็ นเวลาหลายชัว่ โมง[ต้องการอ้างอิง] คลื่นโดยทัว่ ไปจะมีคุณสมบัติสาคัญที่วดั ได้อยูส่ องประการคือ คาบ ซึ่ งจะเป็ นเวลาระหว่างลูกคลื่นสองลูก และ ความยาวคลื่น ซึ่งเป็ น ระยะห่างระหว่างลูกคลื่นสองลูก ในทะเลเปิ ด[ต้องการอ้ างอิง] คลื่นสึ นามิมี คาบที่นานมาก โดยเริ่ มจากไม่กี่นาทีไปจนเป็ นชัว่ โมง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่นที่ยาวมาก โดยอาจยาว ถึงหลายร้อยกิโลเมตร ในขณะที่คลื่นทัว่ ไปที่เกิดจาก ลมที่ชายฝั่งนั้นมีคาบประมาณ 10 วินาที และมีความยาว คลื่นประมาณ 150 เมตรเท่านั้น ความสู งของคลื่นในทะเลเปิ ดมักน้อยกว่าหนึ่งเมตร[ต้องการอ้างอิง] ซึ่ งทาให้ไม่เป็ นที่ สังเกตของผูค้ นบนเรื อ คลื่นสึ นามิจะเคลื่อนที่ดว้ ยความเร็ วตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง อย่างไรก็ ตาม เมื่อเข้าสู่ ชายฝั่งที่มีความลึกลดลง คลื่นจะมีความเร็ วลดลงและเริ่ มก่อตัวเป็ นคลื่นสู ง โดยอาจมีความสู ง มากกว่า 30 เมตร[ต้องการอ้างอิง] คลื่นสึ นามิจะเคลื่อนตัวออกจากแหล่งกาเนิด ดังนั้น ชายฝั่งที่ถูกกาบังโดยแผ่นดินส่ วนอื่นๆ มัก ปลอดภัยจากคลื่น อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่คลื่นจะสามารถเลี้ยวเบนไปกระทบได้ นอกจากนี้ คลื่นไม่ จาเป็ นต้องมีความแรงเท่ากันในทุกทิศทุกทาง โดยความแรงจะขึ้นกับแหล่งกาเนิดและลักษณะของภูมิประเทศ แถบนั้น[ต้องการอ้างอิง] คลื่นจะมีพฤติกรรมเป็ น "คลื่นน้ าตื้น" เมื่ออัตราส่ วนระหว่างความลึกของน้ าและขนาดของคลื่นนั้นมีค่า ต่า ดังนั้น เนื่ องจากมีขนาดของคลื่นที่สูงมาก คลื่นสึ นามิจึงมีคุณสมบัติเป็ นคลื่นน้ าตื้นแม้อยูใ่ นทะเลลึกก็ตาม คลื่นน้ าตื้นนั้นมีความเร็ วเท่ากับรากที่สองของผลคูณระหว่างความเร่ งจากสนามแรงโน้มถ่วง (9.8 เมตร/วินาที2) และความลึกของน้ า ตัวอย่างเช่น ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความลึกประมาณ 4,000 เมตร คลื่นจะเคลื่อนที่ดว้ ย ความเร็ วประมาณ 200 เมตรต่อวินาที หรื อ 720 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง ส่ วนที่ชายฝั่งที่มีความลึก 40 เมตร คลื่นจะมี ความเร็ วช้าลงเหลือ 20 เมตรต่อวินาที หรื อ 72 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง


4 สำเหตุกำรเกิด คลื่นสึ นามิเกิดขึ้นจากการกระทบกระเทือนที่ทาให้น้ าปริ มาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม หรื ออุกกาบาตพุง่ ชน[ต้องการอ้างอิง] เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลเกิดการเปลี่ยนรู ปร่ างอย่างกระทันหัน จะทาให้น้ าทะเลเกิดเคลื่อนตัวเพื่อปรับระดับ ให้เข้าสู่ จุดสมดุลและจะก่อให้เกิดคลื่นสึ นามิ การเปลี่ยนรู ปร่ างของพื้นทะเลมักเกิดขึ้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากการขยับตัวของเปลือกโลก ซึ่ งจะเกิดบริ เวณที่ขอบของเปลือกโลกหลายแผ่นเชื่อมต่อกันที่เรี ยกว่า รอย เลื่อน (fault) เช่น บริ เวณขอบของมหาสมุทรแปซิ ฟิก นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ดินถล่มใต้น้ าที่มกั เกิดร่ วมกับ แผ่นดินไหวสามารถทาให้เกิดคลื่นสึ นามิได้เช่นกัน[ต้องการอ้ างอิง] นอกจากการกระทบกระเทือนที่เกิดใต้น้ าแล้ว การที่พ้นื ดินขนาดใหญ่ถล่มลงทะเล หรื อการตกกระทบ พื้นน้ าของเทหวัตถุ ก็สามารถทาให้เกิดคลื่นได้ คลื่นสึ นามิที่เกิดในรู ปแบบนี้จะลดขนาดลงอย่างรวดเร็ วและไม่ มีผลกระทบต่อชายฝั่งที่อยูห่ ่างไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ถ้าแผ่นดินมีขนาดใหญ่มากพอ อาจทาให้เกิด เมกะสึ นามิ ซึ่ งอาจมีความสู งร่ วมร้อยเมตรได้[ต้องการอ้างอิง] เมกะสึ นำมิ และ คลืน่ เซช มีหลักฐานว่าเมกะสึ นามิที่มีความสู งมากกว่า 100 เมตรนั้นเกิดขึ้นได้ เหตุการณ์น้ ี จะเกิดขึ้นจากเนื้ อที่ ขนาดใหญ่บางส่ วนของเกาะพังทลายลงสู่ ทะเล หรื ออุกกาบาตตกลงสู่ ทะเล เมกะสึ นามิจะสามารถทาอันตราย อย่างใหญ่หลวงต่อพื้นที่ชายฝั่งที่อยูห่ ่างไกลออกไปได้[ต้องการอ้างอิง] ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสึ นามิคือ คลื่นเซช (seiche) แผ่นดินไหวที่รุนแรงมักทาให้เกิดทั้งคลื่นสึ นามิ และคลื่นเซช มีหลักฐานว่าคลื่นเซชอาจเกิดจากคลื่นสึ นามิได้เช่นกัน[ต้องการอ้างอิง] คลื่นสึ นามิที่สูงที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้มีความสู งกว่า 500 เมตร โดยเกิดจากแผ่นดินถล่มที่รัฐอลาสกา ในปี พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) อย่างไรก็ตาม เมื่อคลื่นไปถึงทะเลเปิ ดมันได้สลายตัวไปอย่างรวดเร็ ว ความสู งของ คลื่นสึ นามิน้ นั ถูกกาหนดโดยลักษณะของพื้นที่มากกว่าพลังงานที่เกิดจากแผ่นดินถล่ม [ต้ องการอ้างอิง] ส่ วนค่าของความดันน้ าแบบ static หาได้จากสมการ [ต้ องการอ้ างอิง]

เมื่อ P = ความดัน มีหน่วยเป็ น นิวตัน/ตารางเมตร, ρ = ความหนาแน่นของน้ าทะเลมีค่า = 1.1 x 103 kg/m3 g = ค่าความเร่ งเนื่องจากความโน้มถ่วงซึ่ งมีค่า = 9.8 m/s2 h = ความสู งของน้ า น้ าที่มีความลึกประมาณ 10 เมตร ดังนั้น ความดันของน้ าจะมีค่าเท่ากับ หรื อประมาณ 11 ตันต่อตารางเมตร[ต้องการอ้างอิง]


5 สั ญญำณเกิดเหตุและระบบเตือนภัย

สัญญาณเตือนคลื่นสึ นามิที่เมืองกามากุระ ประเทศญี่ปุ่น

กาแพงกั้นสึ นามิ ในญี่ปุ่น ขณะที่จุดต่าสุ ดของคลื่นเคลื่อนเข้าสู่ ฝั่ง ระดับน้ าทะเลจะลดลงและทาให้ขอบทะเลร่ นถอยออกจาก ชายฝั่ง ถ้าชายฝั่งนั้นมีความลาดชันน้อย ระยะการร่ นถอยนี้อาจมากถึง 800 เมตร ผูท้ ี่ไม่ทราบถึงอันตรายที่จะ เกิดขึ้นอาจยังคงรออยูท่ ี่ชายฝั่งด้วยความสนใจ นอกจากนี้ บริ เวณที่ต่า อาจเกิดน้ าท่วมได้ก่อนที่ยอดคลื่นจะเข้า ปะทะฝั่ง น้ าที่ท่วมนี้อาจลดลงได้ก่อนที่ยอดคลื่นถัดไปจะเคลื่อนที่ตามเข้ามา ดังนั้นการทราบข้อมูลเกี่ยวกับ คลื่นสึ นามิจึงเป็ นสิ่ งที่สาคัญที่จะทาให้ตระหนักถึงอันตราย ตัวอย่างเช่น ในกรณี ที่ระดับน้ าในครั้งแรกลดลงไป นั้น อาจมีคลื่นลูกใหญ่ตามมาอีกได้ ประเทศและบริ เวณที่มีความเสี่ ยงต่อการเกิดสึ นามิได้มีการติดตั้งระบบเตือนภัยเพื่อพยากรณ์ และ ตรวจจับการเกิดขึ้นของคลื่นยักษ์น้ ี


6 แม้การป้ องกันไม่ให้คลื่นสึ นามิเกิดขึ้นจะยังทาไม่ได้ ในบางประเทศได้มีการสร้างเครื่ องป้ องกันและ ลดความเสี ยหายในกรณี ที่คลื่นสึ นามิจะเข้ากระทบฝั่ง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นได้มีการสร้างกาแพง ป้ องกันสึ นามิที่มีความสู งกว่า 4.5 เมตร ด้านหน้าของชายฝั่งบริ เวณที่มีประชากรหนาแน่น บางที่ได้มีการสร้าง กาแพงกันน้ าท่วมและทางระบายน้ าเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของคลื่น และลดแรงกระแทกของคลื่น ถึงแม้วา่ ใน กรณี ของคลื่นสึ นามิที่เข้ากระทบเกาะฮอกไกโดที่มกั มีความสู งมากกว่าเครื่ องกีดขวางที่ได้สร้างขึ้น กาแพง เหล่านี้อาจช่วยลดความเร็ วหรื อความสู งของคลื่นแต่ไม่สามารถที่จะป้ องกันการสู ญเสี ยชีวติ และทรัพย์สินได้ สาหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) หลังจากที่คลื่นสึ นามิที่เกิดจาก แผ่นดินไหวใต้น้ าเข้ากระทบชายฝั่งทางใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาตรการป้ องกันภัยจากคลื่นสึ นามิ เพื่อ เตือนประชาชนให้ป้องกันตัวโดยไม่ตอ้ งรอประกาศจากทางราชการ ประวัติเกีย่ วกับสึ นำมิทเี่ คยเกิดขึน้ ในอดีต แม้วา่ สึ นามิจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ก็เป็ นที่รู้จกั กันดีวา่ ปรากฏการณ์สึนามิได้ เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนอื่นๆของโลกด้วยเช่นกัน และมีขอ้ มูลเก่าแก่มากมายหลายชิ้นที่พดู ถึง "สึ นามิ" ที่มีอานาจ ทาลายล้างสู งนี้ ซึ่ งเรี ยงตามลาดับการเกิดขึ้นก่อนหลังได้ดงั ต่อไปนี้ [ต้องการอ้างอิง] 6,100 ปี ก่อนคริสต์ ศักรำช สึ นามิที่เกิดขึ้นในช่วง 6,100 ปี ก่อนคริ สต์ศกั ราช เป็ นคลื่นสึ นามิใต้น้ าที่เกิดขึ้นในมหาสมุทร แอตแลนติกเหนือ อันเป็ นผลจากการเลื่อนตัวของชั้นหิ นที่เรี ยกว่า "Storegga Slide" ซึ่งทาให้เกิดการเคลื่อนตัว ของแผ่นดินใต้น้ าครั้งใหญ่ติดต่อกันเป็ นระลอก ๆ ยาวนานเป็ นเวลาหลายหมื่นปี [ต้องการอ้ างอิง] เกำะซำนโตรินี่ ในปี 1650 ก่อน ค.ศ. คลื่นสึ นามิจากภูเขาไฟระเบิดในเกาะซานโตริ นี่ (Santorini) ในช่วงระหว่างปี 1650 ก่อน ค.ศ. ถึง 1600 ก่อน ค.ศ. (เวลาที่แน่นอนยังถกเถียงกันอยู)่ ภูเขาไฟในเกาะซานโตริ นี่ของกรี ซระเบิด ขึ้น ทาให้เกิดคลื่นใต้น้ า "สึ นามิ" ที่มีความสู งตั้งแต่ 100 เมตรถึง 150 เมตร ซึ่ งถาโถมเข้าถล่มชายฝั่งทางด้าน เหนือของเกาะครี ต (Crete) [ต้ องการอ้างอิง] ซึ่ งอยูห่ ่างออกไป 70 กิโลเมตร (45 ไมล์) พร้อมกวาดทาลายต้นไม้ทุกต้น ที่ข้ ึนอยูใ่ นแนวป่ ามิโนอัน ซึ่ งเป็ นพื้นที่ป่าเขียวชอุ่มรอบชายฝั่งทางเหนือของครี ตจนหายวับไปหมดในชัว่ พริ บตา คาดกันว่าคลื่นใต้น้ า "ซานโตริ นี่" คือแหล่งข้อมูลที่ทาให้เพลโต (Plato) เกิดแรงบันดาลใจในการเขียน วรรณกรรมเป็ นนวนิยายดังเรื่ องแอตแลนติส (Atlantis) และนักวิทยาศาสตร์ หลายคนเชื่ อว่า คลื่นสึ นามิ "ซานโต ริ นี่" ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คือแหล่งที่มาสาคัญที่นาไปสู่ การบันทึกถึงเรื่ องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ าท่วมโลก (Great Flood) ที่ปรากฏอยูใ่ นคัมภีร์ท้ งั ของชาวยิว คริ สเตียน และชาวอิสลาม[ต้องการอ้างอิง] เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส คลื่นใต้น้ าที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ในปี พ.ศ. 2298 (ค.ศ. 1755) ชาว โปรตุเกสจานวนหลายหมื่นคนรอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ลิสบอนในปี พ.ศ. 2298 (ค.ศ. 1755) แต่กลับต้องเสี ยชีวติ ไปทันที ด้วยคลื่นสึ นามิที่โถมเข้าทาลายหลังเกิดแผ่นดินไหวได้เพียงไม่กี่นาที


7 เนื่องจากคนจานวนมากหนี ภยั แผ่นดินไหวออกไปยังแนวชายฝั่งทะเล ด้วยเชื่อว่าเป็ นสถานที่ที่มีความ ปลอดภัย พ้นอันตรายจากไฟไหม้ และการร่ วงหล่นของเศษสิ่ งของต่าง ๆ ได้ เมื่อเกิดอ๊าฟเตอร์ช็อก ก่อนหน้าที่ กาแพงน้ าที่สูงใหญ่ จะถาโถมเข้าถล่มท่าเรื อบนชายฝั่งนั้น น้ าทะเลได้เหื อดแห้งลดระดับลงไปมากจนซากเรื อ สิ นค้าเก่า ๆ ที่ปรักหักพังและหลงลืมกันไปแล้ว โผล่ข้ ึนมาให้เห็นอย่างชัดเจน[ต้องการอ้างอิง] แผ่นดินไหว สึ นามิ และไฟไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่ อง ได้สังหารชาวเมืองลิสบอนไปมากกว่า 2 ใน 3 ของจานวนชาวเมืองทั้งหมดประมาณ 275,000 คน[ต้องการอ้างอิง] บันทึกประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการสารวจทางทะเล ของ วาสโก ดา กามา และ คริ สโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่เก็บไว้ก็สูญหายไป ตึกรามอาคารต่าง ๆ จานวนนับไม่ถว้ น ถูกทาลาย (รวมถึงตัวอย่างส่ วนใหญ่ของสถาปั ตยกรรมแบบ Manueline ของโปรตุเกส) การพังพินาศของ ลิสบอนยังส่ งผลให้ความทะเยอทะยานด้านการล่าอาณานิ คมของจักรวรรดิโปรตุเกสสะดุดลงด้วย[ต้องการอ้างอิง] ชาว ยุโรปในคริ สต์ศตวรรษที่ 18 พยายามที่จะเข้าใจภัยพิบตั ิที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบของศาสนา และระบบความเชื่อใน หลักแห่งเหตุผล นักปรัชญาในยุคส่ องสว่าง (the Enlightenment) โดยเฉพาะอย่างยิง่ วอลแตร์ ได้บนั ทึกเรื่ องถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แนวความคิดหลักปรัชญาของการทาให้บริ สุทธิ์ ยงิ่ ขึ้น ดังเช่นที่อธิ บายโดยนักปรัชญา อิม มานูเอล คานท์ (Immanuel Kant) ในหนังสื อ The Observation on the Feeling of the Beautiful and Sublime นั้น ก็ได้แรงบันดาลใจบางส่ วนมาจากความพยายามที่จะเข้าใจถึงความร้ายกาจของเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่น ใต้น้ าสึ นามิ ที่ลิสบอนครั้งนี้[ต้องการอ้างอิง] สัตว์จานวนมากรู ้โดยสัญชาตญาณถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น และได้หนีภยั ขึ้นไปยังพื้นที่สูง ก่อนหน้าที่ น้ าทะเลจะซัดเข้าฝั่ง แผ่นดินไหวที่ลิสบอนเป็ นกรณี แรกที่มีการบันทึกไว้เป็ นเอกสารหลักฐาน[ต้องการอ้างอิง] เกี่ยวกับปรากฏการณ์ดงั กล่าวในทวีปยุโรป ปรากฏการณ์ในลักษณะนี้ ได้รับการบันทึกไว้เช่นกันในศรี ลงั กาใน ปี พ.ศ. 2547 เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย นักวิทยาศาสตร์ บางรายสงสัยว่าสัตว์ต่าง ๆ อาจ มีความสามารถในการรับสัญญาณคลื่นเรย์ลีความถี่ต่า (subsonic Rayleigh waves) ได้จากการไหวของแผ่นดิน ในช่วงเวลาไม่กี่นาที หรื อไม่กี่ชวั่ โมง ก่อนที่คลื่นใต้น้ าจะพัดกระหน่ าเข้าสู่ ชายฝั่ง[ต้องการอ้างอิง] เกำะกรำกะตัว ภูเขาไฟบนเกาะกรากะตัว ในประเทศอินโดนีเซีย เกิดการระเบิดอย่างรุ นแรงเมื่อปี พ.ศ. 2426 (ค.ศ. 1883) หิ นเหลวละลายใต้ปล่องภูเขาไฟถูกพ่นออกมาจานวนมาก เกิดโพรงขนาดใหญ่ข้ ึนใต้ดิน ทาให้พ้ืน แผ่นดินที่อยูเ่ บื้องบนและพื้นทะเลยุบตัวลง ส่ งผลให้เกิดระลอกคลื่นสึ นามิขนาดใหญ่ข้ ึน บางลูกมีความสู งกว่า 40 เมตรจากระดับน้ าทะเล ระลอกคลื่นสึ นามิที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวในอินโดนี เซี ยครั้งนี้ เคลื่อนตัวถาโถมเข้าสู่ บริ เวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย, มหาสมุทรแปซิฟิก, ชายฝั่งตะวันตกของอเมริ กา, อเมริ กา ใต้, และบริ เวณที่ห่างไกลออกไปอีกในช่องแคบอังกฤษ[ต้องการอ้างอิง] ส่ วนพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียงในเกาะชวาและสุ มาตรา กระแสน้ าทะเลไหลบ่าท่วมทะลักเข้าไปถึงพื้นแผ่นดินภายในซึ่ งอยูห่ ่างจากชายฝั่งทะเลเข้าไปเป็ น ระยะทางหลายไมล์ สร้างความสู ญเสี ยอย่างใหญ่หลวงแก่สิ่งมีชีวติ ที่อาศัยอยูใ่ นพื้นที่ภยั พิบตั ิครั้งนี้ และทาให้ ไม่มีการเข้าไปตั้งถิ่นฐานอาศัยอยูใ่ นพื้นที่ดงั กล่าวอีกเลย ปั จจุบนั พื้นที่บริ เวณนี้ได้กลายเป็ นเขตป่ าทึบมีชื่อว่า เขตอนุรักษ์ธรรมชาติอูจงั กูลอน (Ujung Kulon nature reserve) [ต้องการอ้างอิง]


8 สึ นำมิแปซิฟิก พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) - สึ นามิแปซิฟิก (Pacific Tsunami) แผ่นดินไหวในหมู่เกาะอาลิวเชียน ในปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ก่อให้เกิดคลื่นสึ นามิที่ถาโถมเข้าสู่ ฮาวายและอะแลสกา ทาให้มีผเู ้ สี ยชีวติ จานวน 165 คน มหันตภัยสึ นามิที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นส่ งผลให้เกิดการก่อสร้างระบบเตือนภัยสึ นามิสาหรับบรรดาประเทศที่ต้ งั อยู่ ตามบริ เวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิ ฟิกขึ้นในปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) [ต้องการอ้างอิง] สึ นำมิชิลี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) - สึ นามิชิลี (Chilean tsunami) แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ชิลี (The Great Chilean Earthquake) มีระดับความรุ นแรง 9.5 ริ กเตอร์ ซ่ ึ งเป็ นระดับที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้[ต้องการอ้างอิง] เกิดขึ้นบริ เวณนอกชายฝั่งตอนกลางทางใต้ของประเทศชิลี ก่อให้เกิดคลื่นสึ นามิที่สร้างความวิบตั ิหายนะอย่าง รุ นแรงที่สุดในคริ สต์ศตวรรษที่ 20[ต้องการอ้างอิง] คลื่นสึ นามิเคลื่อนตัวเข้าสู่ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิ ฟิกทั้งหมด ขนาด คลื่นมีความสู งถึง 25 เมตร เมื่อคลื่นสึ นามิเคลื่อนตัวเข้าถล่มโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเกิดแผ่นดินไหว นานเกือบ 22 ชัว่ โมงนั้น ขนาดความสู งของคลื่นที่มีการบันทึกไว้ระบุวา่ สู งถึง 10 ฟุตเหนือระดับกระแสน้ า ประมาณการณ์วา่ จานวนผูเ้ สี ยชีวติ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึ นามิที่เกิดขึ้นตามมามีจานวนระหว่าง 490 - 2,290 ราย[ต้องการอ้างอิง] สึ นำมิก๊ ดู ฟรำยเดย์ พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) - สึ นามิก๊ดู ฟรายเดย์ (Good Friday Tsunami) แผ่นดินไหวกู๊ดฟรายเดย์ขนาด 9.2 ริ กเตอร์ ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) ก่อให้เกิดคลื่นสิ นามิถาโถมเข้าถล่มชายฝั่งอะลาสก้า, บริ ติช โคลัมเบีย, แคลิฟอร์ เนียและชายฝั่งเมืองแปซิ ฟิกนอร์ ธเวสต์ในสหรัฐอเมริ กา ทาให้ประชาชนเสี ยชีวติ 122 คน คลื่นสึ นามิมีความสู งถึง 6 เมตร ในเมือง Crescent City ซึ่ งอยูห่ ่างไกลออกไปในแคลิฟอร์ เนียมีผเู ้ สี ยชีวติ 11 คน [ต้ องการอ้ างอิง]

สึ นำมิจำกแผ่ นดินไหวในมหำสมุทรอินเดีย

ภาพแสดงสึ นามิเมื่อปลายปี พ.ศ. 2547


9 พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) - สึ นามิจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย คลื่นสึ นามิครั้งแรกในประเทศ ไทยเกิดจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ระลอกคลื่นยักษ์ดงั กล่าวทาให้มี ผูเ้ สี ยชีวติ ล่าสุ ดจานวนกว่า 165,000 ราย[ต้องการอ้างอิง] (มากกว่า 105,000 รายเสี ยชีวติ ในอินโดนี เซีย[ต้องการอ้างอิง]) คลื่นสึ นามิได้ถาโถมเข้าถล่มและคร่ าชีวติ ผูค้ นจานวนมากที่อาศัยอยูใ่ นพื้นที่หรื อบริ เวณที่ใกล้กบั จุดเกิด แผ่นดินไหว เช่น อินโดนีเซีย, ไทย, และพื้นที่บริ เวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉี ยงเหนื อของมาเลเซีย ไปจนถึงพื้นที่ ที่อยูห่ ่างไกลออกไปหลายพันกิโลเมตรในบังกลาเทศ, อินเดีย, ศรี ลงั กา, หมู่เกาะมัลดีลฟ์ , และแม้กระทัง่ โซมาเลีย, เคนยา, และแทนซาเนีย ซึ่ งตั้งอยูใ่ นแถบแอฟริ กาตะวันออก[ต้องการอ้างอิง] ประเทศในแถบมหาสมุทรอินเดียเหล่านี้ ยังไม่มีระบบเตือนภัยคลื่นสึ นามิที่สมบูรณ์พอดังเช่นประเทศ ในภูมิภาคมหาสมุทรแปซิ ฟิก ส่ วนหนึ่งเนื่องจากไม่มีภยั พิบตั ิที่เกิดจากคลื่นยักษ์ในภูมิภาคมานานแล้ว นับตั้งแต่ เกิดคลื่นสึ นามิจากการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวในปี พ.ศ. 2426 (ค.ศ. 1883) ซึ่งทาให้มีผเู้ สี ยชีวติ 36,000 คน [ต้ องการอ้ างอิง] ภัยพิบตั ิสึนามิในมหาสมุทรอินเดียล่าสุ ดนี้ส่งผลให้ยเู นสโกและองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ออกมาเคลื่อนไหว เรี ยกร้องให้มีการจัดตั้งระบบเตือนภัยสึ นามิโลกขึ้น[ต้องการอ้างอิง] สึ นำมิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สึ นามิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  วันเวลา - สถานที่เกิด  26 สิ งหาคม พ.ศ. 2426 (ค.ศ. 1883) - ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิด  16 สิ งหาคม พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) - รอบอ่าวโมโร (เมืองโคตาบาโต) ประเทศฟิ ลิปปิ นส์  26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) - เกาะชวา ประเทศอินโดนี เซี ย  25 ตุลาคม พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) - หมู่เกาะเมินตาวัย ประเทศอินโดนี เซี ย สึ นำมิในเอเชียใต้ สึ นามิในเอเชียใต้[1]  วันเวลา - สถานที่เกิด  พ.ศ. 2067 (ค.ศ. 1524) - ใกล้เมือง Dabhol รัฐมหารัชตะ ประเทศอินเดีย  2 เมษายน พ.ศ. 2305 (ค.ศ. 1762) - ชายฝั่งอาระคัน ประเทศพม่า  16 มิถุนายน พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819 - Rann of Kachchh รัฐกุจาราช ประเทศอินเดีย  31 ตุลาคม พ.ศ. 2390 (ค.ศ. 1847) - หมู่เกาะนิ โคบาร์ ใหญ่  31 ธันวาคม พ.ศ. 2424 (ค.ศ. 1881) - หมู่เกาะคาร์ นิโคบาร์  26 สิ งหาคม พ.ศ. 2426 (ค.ศ. 1883) - ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิด  28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) - ชายฝั่ง Mekran บาลูจิสถาน ...


10 สึ นำมิในอเมริกำและแคริบเบียน [ต้ องการอ้ างอิง]  11 ตุลาคม พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) - เปอร์ โตริ โก [ต้ องการอ้ างอิง]  18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) - นิ วฟาวนด์แลนด์ ั [ต้องการอ้างอิง]  4 สิ งหาคม พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) - สาธารณรัฐโดมินิกน ั [ต้องการอ้างอิง]  18 สิ งหาคม พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) - สาธารณรัฐโดมินิกน [ต้ องการอ้ างอิง]  14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2383 (ค.ศ. 1840) - เกรท สเวลล์ในแม่น้ าเดลาแวร์ [ต้ องการอ้ างอิง]  17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) - มลรัฐเมน [ต้ องการอ้ างอิง]  9 มกราคม พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) - มลรัฐเมน  19 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) สึ นำมิอนื่ ๆ ทีเ่ คยเกิดขึน้ ในอดีต สึ นามิที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผา่ นมาของโลกยังมีอีกมากมาย ที่สาคัญๆ ประกอบด้วย ่ ามชายฝั่งช่อง  ครั้งที่ 1 20 มกราคม พ.ศ. 2150 (ค.ศ. 1607) : ประชาชนจานวนหลายพันคนที่อาศัยอยูต แคบอังกฤษ (Bristol Channel) จมน้ าเสี ยชีวติ ขณะที่บา้ นเรื อนที่อยูอ่ าศัยและหมู่บา้ นหลายแห่งถูกน้ า พัดกวาดหายลงไปในทะเลจากกระแสน้ าที่เอ่อท่วมอย่าวรวดเร็ วซึ่ งอาจเป็ นคลื่นสึ นามิ สาเหตุที่ทาให้ เกิดน้ าท่วมในครั้งนั้นยังเป็ นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ก็มีความเป็ นไปได้วา่ อาจจะเกิดจากสาเหตุ 2 ประการที่ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันโดยมิได้คาดหมายมาก่อน คือ สภาพดินฟ้ าอากาศที่วปิ ริ ตอย่างรุ นแรงและ ช่วงกระแสน้ าทะเลที่หนุนขึ้นสู งสุ ด [ต้องการอ้างอิง] ่ าม  ครั้งที่ 2 มหันตภัยสึ นามิครั้งเลวร้ายที่สุดอีกครั้งหนึ่ ง ถาโถมเข้าถล่มหมู่บา้ นหลายหมู่บา้ นที่ต้ งั อยูต ชายฝั่งเกาะซานริ กู (Sanriku) ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) คลื่นที่มีความสู งกว่าตึก 7 ชั้น (ประมาณ 20 เมตร) พร้อมกับกวาดกลืนชีวติ ผูค้ นจานวน 26,000 คนลงสู่ ทอ้ งทะเล [ต้องการอ้างอิง]  ครังที่ 3 พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) : เกิดแผ่นดิ นเลื่อนตัวใต้ทะเลที่หมู่เกาะ Aleutian คลื่นสึ นามิที่เกิดขึ้นถา โถมเข้าสู่ เกาะฮาวายกลืนชีวิตผูค้ นไป 159 ราย (ขณะที่อีก 5 ราย เสี ยชีวติ ในอะลาสก้า) [ต้องการอ้างอิง]  ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) : สึ นามิที่เกิดขึ้นในอ่าว Lituya Bay รัฐอะลาสก้า เป็ นสึ นามิขนาดมหึ มา ขนาดเมก้าสึ นามิ เกิดจากน้ าแข็งถล่ม เป็ นสึ นามิเฉพาะท้องถิ่น เนื่ องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบจากัดวง อยูเ่ ฉพาะในอ่าว แต่ได้รับการบันทึกไว้วา่ เป็ นคลื่นสึ นามิที่สูงที่สุดเป็ นประวัติการณ์ โดยมีความสู ง มากกว่า 500 เมตร ( 1,500 ฟุต) เหนือระดับน้ าทะเล คลื่นที่เกิดไม่สามารถเคลื่อนตัวออกไปไกลจาก แนวฟยอร์ ด (fjord) ที่ลอ้ มรอบอยูไ่ ด้ แต่ก็ทาให้มีผเู ้ สี ยชีวติ 2 รายจากเรื อที่เข้าไปทาการประมงอยูใ่ น บริ เวณนั้น และพลานุภาพของมันก็ทาให้พ้นื ดินบริ เวณนั้นถูกกลืนหาย ไปเกือบหมด และมีแผ่นดินบางส่ วนจมลงไปใต้น้ า [ต้องการอ้างอิง]  ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) : 16 สิ งหาคม (เที่ยงคืน) เกิดคลื่นสึ นามิเข้าถล่มภูมิภาครอบอ่าวโมโร (เมืองโคตาบาโต) ประเทศฟิ ลิปปิ นส์ ส่ งผลให้มีผเู ้ สี ยชีวติ มากกว่า 5,000 ราย [ต้องการอ้างอิง]


11 

ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) : ประชาชนจานวน 104 รายในภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นเสี ยชีวติ จากคลื่นสึ นามิที่โถมเข้าถล่มหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ใกล้เคียง [ต้องการอ้างอิง]  ครั้งที่ 7 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) : สึ นามิปาปั วนิ วกินีคร่ าชี วต ิ ผูช้ นจานวนประมาณ 2,200 ราย หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวความรุ นแรงระดับ 7.1 ริ กเตอร์ในบริ เวณ 15 กิโลเมตร นอกชายฝั่งปาปั ว นิวกินี และจากห่างจากเวลานั้นเพียงแค่ 10 นาที คลื่นยักษ์สูง 12 เมตรก็เคลื่อนเข้าถล่มชายฝั่ง ในขณะที่ ระดับความรุ นแรงของแผ่นดินไหวยังไม่สามารถที่จะก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ดงั กล่าวได้โดยตรง แต่การที่เกิดคลื่นยักษ์ได้น้ นั เชื่อกันว่า เนื่องจากแผ่นดินไหวส่ งผลให้แผ่นดินใต้ทะเลเกิดการเลื่อนตัว และเหตุการณ์หลังนี้ทาให้เกิดสึ นามิข้ ึน สองหมู่บา้ นของปาปั วนิวกินีคือ อารอป และวาราปู ถูกทาลาย เรี ยบเป็ นหน้ากลอง [ต้องการอ้างอิง] กำรทำนำยว่ำจะเกิดเป็ นคลืน่ สึ นำมิ มีความเป็ นไปได้วา่ เป็ นคลื่นสึ นามิในบริ เวณ [2]  9 มิถุนายน พ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) - ลองพอร์ ท มลรัฐนิ วเจอร์ ซี  6 สิ งหาคม พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) - ร็ อกอะเวย์ปาร์ ก, ควีน, มลรัฐนิ วยอร์ ก  8 สิ งหาคม พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1924) - โคนี่ ไอร์ แลนด์, มลรัฐนิ วยอร์ ก  19 สิ งหาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) - เมืองแอตแลนติกซิ ตี มลรัฐนิ วเจอร์ ซี  21 กันยายน พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) - เฮอร์ ริเคน, ชายฝั่งนิ วเจอร์ ซี  3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) - หาดเดย์โทนา มลรัฐฟลอริ ดา  การโจมตีของสะเก็ดดาว - บริ เวณทอมส์ แคนยอน มลรัฐนิ วเจอร์ ซี และปากอ่าวเชสะพีก (Chesapeake Bay) ในเขตมลรัฐเวอร์จิเนียและ มลรัฐแมริ แลนด์ ดูเพิม่  คลื่นยักษ์  แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547  แผ่นดินไหวและคลื่นสึ นามิในเซ็นได พ.ศ. 2554 


อ้ ำงอิง 1. 2. 3.

Amateur Seismic Center, India NOAA National Weather Service Forecast Office ดาณุภา ไชยพรธรรม, 2552. สึ นามิ - แผ่นดินไหว มหันตภัยใกล้ตวั : Tsunami - Earthquake Nature's Time Bomb, พิมพ์ครั้งที่1. กรุ งเทพฯ: สานักพิมพ์มายิก.

แหล่ งข้ อมูลอืน่    

      

Computer-generated animation of a tsunami Animation of 1960 tsunami originating outside coast of Chile NOAA NWS West Coast & Alaska Tsunami Warning Center Extensive collection of photographs of the aftermath of the earthquake that caused the Okushiri tsunami Pacific Tsunami Museum Pacific Tsunami Warning Center Tsunami Hazard Mitigation Program Tsunamis and Earthquakes Tsunami.gov (US NOAA) Science of Tsunami Hazards journal Amateur videos from the Christmas 2004 tsunami in southeast Asia

Tsunami  

History of Tsunami, causes Tsunami.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you