Page 1

amazing

chiang rai

ภูช้ ีฟ้า


ภูชี้ฟ้า เป็ นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสี ยงมา กที่ สุ ด ของจัง หวัด เชี ย งรายและเป็ นจุ ด หมายปลายท างของนัก เดิ น ทางที่ ช อบความสวยงามของธรรมชา ติ แ ละยัง พอเรี่ ย วแรงที่ ฝั น อยากจะมาสัม ผัส กับ ความ งามของสถานที่ แ ห่ ง นี้ สั ก ครั้ งในชี วิ ต ภู ชี้ ฟ้ าถ้า พู ด ถึ งความหนาวเย็น ก็ค งจะไม่ แ ตกตางอะไรมากหนัก กั บหลาย ๆ ดอยสู งทางภาคเหนือของไทย  แต่สิ่งหนึ่ งที่ อ ยู่คู่ กับ ยอดภู แ ห่ ง นี้ มาตลอดและสร้ า งความประ ทับใจให้กบั ผูท้ ี่มาพบเห็น    ก็คือ  ความสวยงามแป ลกตาของหน้า ผาสู ง ที่ ยื่ น เด่ น ลอยออกไปในอากาศ

สายลมหนาวที่วบู ผ่านมาแล้วเลยผ่านไป  ทิวทัศน์เบื้องล่างคือ ภาพทะ เลหมอกและภาพของดวงอาทิ ตย์สีแดงที่ กำลังเบี ยดเสี ยดแทรกตัวออก มาท่ามกลางทะเลหมอกหนาและหุ บเขาน้อยใหญ่ภาพความสวยงามต่า ง ๆ เหล่านี้    ได้กลายเป็ นสิ่ งที่ดึงดูดผูค้ นมากมายให้หลัง่ ไหลมาที่นี่    ใ นแต่ ล ะปี เมื่ อ ลมหนาวมาเยือ นจะมี นัก ท่ อ งเที่ ย วมากมายจากทัว่ ทุ ก สา รทิศ    เดินทางมาสัมผัสกับอากาศหนาวและชมความงามของทะเลหม อกยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า    อย่างไม่ขาดสาย    โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว    บ นยอดดอยสู งแห่ งนี้ แทบไม่มีที่ยืนถ่ายรู ปทะเลหมอกและพระอาทิ ตย์ข้ ึ นยามเช้า ที่ ภู ชี้ ฟ้ าได้รั บ การกล่ า วขานว่า สวยงามกว่า ที่ ใ ดๆในประเทศ 


บริ เวณทางเดินขึ้นสู่ยอดภูช้ ีฟ้า    เป็ นทุ่งหญ้ากว้าง    มีทุ่งดอกโคลงเคลงขึ้นแซมเป็ นระยะ  ออกดอก สี ช ม พู อ ม ม่ ว ง ใ น ช่ ว ง เ ดื อ น ก ร ก ฎ า ค ม – ม ก ร า ค ม ช่ ว ง เ พิ่ ม ค ว า ม ส ว ย ง า ม ใ ห้ กั บ ย อ ด ภู แ ห่ ง นี้ ไ ด้ อี ก ไ ม่ ใ ช่ น้ อ ย ร ะ ห ว่ า ง ท า ง ขึ้ น ม า ยั ง ภู ชี้ ฟ้ า ยั ง ต้ อ ง ผ่ า น ภู เ ข า ที่ มี วิ ว ทิ ว ทั ศ น์ ง ด ง า ม ห า ก ม า ใ น ช่ ว ง ต้ น เ ดื อ น กุ ม ภ า พั น ธ์ จ ะ ไ ด้ ช ม ค ว า ม ง า ม ข อ ง ด ง ด อ ก เ สี้ ย ว ที่ อ อ ก ด อ ก สี ข า ว อ ม ช ม พู บ า น ส ะ พ รั่ ง ร ะ ห ว่ า ง ท า ง ขึ้ น สู ่ ภู ชี้ ฟ้ า

ภูช้ ีฟ้า


พระตำหนัก ดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง ตั้งอยูท่ ี่ หมู่ที่ 7 บ้านมูเซอลาบา ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บริ เวณสันเขาของเทือกดอยนางนอน ระดับความสูงประมาณ 1,200 ม. เป็ นส่ วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง เป็ นที่ป ระทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรี นคริ นทราบรมราชชนนี พระ-ตำหนักเป็ นอาคารสองชั้น มีรูปทรงผ สมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของสวิส มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็ นลวดลายต่าง ๆ ฝี มือช่างชาวเหนือ พระตำหนักดอยตุง ตั้งอยูท่ ี่ หมู่ที่ 7 บ้านมูเซอลาบา ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บริ เวณสันเขาของเทือกดอยนางนอน ระดับความสูงประมาณ 1,200 ม. เป็ นส่ วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง การเดินทาง      พระตำหนักดอยตุงอยูห่ ่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหล วงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใช้บริ การรถสองแถวสี ม่วงบริ เว ณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที


มหาวิทยาลัยแมฟ ่ ้ าหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการสถาปนาเป็ นมหาวิทยาลัยของรัฐตามพระราชบัญญัติจดั ตั้ง เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541โดยมีสถานภาพเป็ นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ การดำเนินการด้านต่างๆได้มีการพัฒนามาเป็ นลำดับ ด้วยความมัน่ คงและมีคุณภาพ จวบจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ ได้ ทรงมีพระมหากรุ ณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแ ทนพระองค์ประกอบพิธีเปิ ดมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พิธีเปิ ดศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิ รินธร และพระราชทาน ปริ ญญาบัตรแก่ผสู ้ ำเร็ จการศึกษาประจำปี การศึกษา 2545 ยังความปลื้มปิ ติสำนึกในพระมหากรุ ณาธิคุณเป็ นล้นพ้น 


วัดเวียงคำ วั ด เวี ย งคำกาขาวตั้ งอยู่ บ ้ า นเทอดไทยต.แม่ ส ลองในอ. แม่ฟ้าหลวงจ.เชียงราย มีองค์พระทรงชัยรัตนพลังแผ่นดิน ข น า ด ห น้ า ตั ก ก ว้ า ง 8 เ ม ต ร สู ง 1 0 เ ม ต ร อ ยู่ บ น อ า ค า ร 3 ชั้ น ส า ม า ร ถ ขึ้ น ไ ป เ ที่ ย ว ช ม วิ ว ไ ด้ อี ก จุ ด ห นึ่ ง


วัดร่ องขุ่น

วัดร่ องขุ่น เป็ นวัดพุทธและวัดฮินดู ที่จงั หวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพฒั น์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จนถึงปั จจุบนั โดยเฉลิมชัยคาดว่างานก่อสร้างวั ดร่ องขุ่นจะไม่เสร็ จลงภายในช่วงชีวติ ของเขา[1] วัดร่ องขุ่น ได้ตน้ แบบการสร้างมาจาก วัดมิ่งเมือง ใน จังหวัดน่าน[2] เ ฉ ลิ ม ชั ย โ ฆ ษิ ต พิ พั ฒ น์ ไ ด้ รั บ แ ร ง บั น ด า ล ใ จ ใ น ก า ร ส ร้ า ง วั ด ม า จ า ก 3 สิ่ ง ต่ อ ไ ป นี้ คื อ ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังส ร้ า ง ง า น ศิ ล ป ะ ที่ ยิ่ ง ใ ห ญ่ ไ ว้ เ ป็ น ส ม บั ติ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวติ ของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิต ที่ร้อนกลายเป็ นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ : จ า ก ก า ร เ ข้ า เ ฝ้ า ฯ


ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชั ยรักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริ ยะภาพทาง ศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตั นและสำนึกในพระมหากรุ ณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างง านพุทธศิลป์ ถวายเป็ นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน

สะพาน:การเดิ น ข้ า มจากวั ฎ สงสารสู่ พุ ท ธภู มิ เ ขี้ ย ว ห รื อ ป า ก พ ญ า ม า ร : กิ เ ล ส ใ น ใ จ สั น ข อ ง ส ะ พ า น : มี อ สู ร อ ม กั น ข้ า ง ล ะ 8 ตั ว 2 ข้ า ง ร ว ม กั น แ ท น อุ ป กิ เ ล ส 1 6

วัดร่ องขุ่นแห่งนี้เป็ นวัดพุทธซึ่งสังกัดอยูใ่ นฝ่ ายมหานิกายไม่ ใช่วดั ฮินดูเหมือนดังที่จวั่ หัวไว้ในวรรคแรก ซึ่งนัน่ การนำเอา วัฒนธรรมแวดล้อมของตัวเองเข้ามาผสมผสานหรื อถูกอิทธิ ของศาสนาอื่นเข้ามาแทรกแซงบ้าง ก็เป็ นเรื่ องของธรรมชาติ

กึ่ ง ก ล า ง ข อ ง ส ะ พ า น : เ ข า พ ร ะ สุ เ ม รุ

ต า ม พ ร ะ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ ไ ท ย แ ล้ ว วัดร่ องขุ่น เป็ น “วัดพุทธ” ไม่ใช่ “มหายาน”

บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

[ แ ก้ ] ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง อุ โ บ ส ถ สี ข า ว : พ ร ะ บ ริ สุ ท ธิ คุ ณ ข อ ง พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า

ดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบ สถแทนซุม้ พระอริ ยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์


สามเหลี่ยมทองคำ สามเหลี่ยมทองคำ (อังกฤษ: Golden Triangle) หมา ยถึ ง พื้ น ที่ ร อยต่ อ ระหว่ า งสามประเทศได้ แ ก่ ป ระเทศ ไทย (จังหวัดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่อแก้ว) และพม่า (แขวงท่าขี้เหล็ก, รัฐฉาน) มีลกั ษณะเป็ นพื้นที่สามเหลี่ยมบ รรจบกัน โดยมีแม่นำ้ โขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว นับ เป็ นพื้นที่ เศรษฐกิ จที่ สำคัญแห่ งหนึ่ งของภูมิภาคนอกจากนี้ สามเหลี่ยมทองคำยังมีทิวทัศน์ที่งดงามโดยเฉพาะยามเช้า ที่ ดวงอาทิตย์ข้ ึนท่ามกลางสายหมอก เดิมสามเหลี่ยมทองคำ เป็ นที่ รู้จกั ในฐานะเป็ นแหล่งท่องเที่ ยวรอยต่อระหว่างประ เทศ แต่ในปั จจุบนั มีความสำคัญในทางเศรษฐกิจมากขึ้นเนื่ องจากเป็ นแหล่งขนถ่ายสิ นค้าที่สำคัญอีกแห่ งหนึ่ งของไทย ส า ม เ ห ลี่ ย ม ท อ ง ค ำ ใ น ส่ ว น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย อยูใ่ นเขตบ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มี ท่าเรื อขนาดเล็กขนส่ งสิ นค้าไปยังประเทศจีน และลาว เมื่ อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉี ยงเหนือ จะเห็นหมู่ บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่ วนทางพม่าซึ่งอยูด่ า้ นตะวัน ตกนั้น ไม่มีหมู่บา้ นหรื อสิ่ งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ บริ เวณดังกล่าวยังเป็ นที่ บรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ ำรวก ที่เรี ยกว่า สบรวก บริ เวณนี้มีเคยมีชนกลุ่มน้อย และ กองกำลังติดอาวุธอยูห่ ลายกลุ่ม พื้นที่ในแถบนี้เคยเป็ นแห ล่งปลูกฝิ่ นและผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ เช่น มีโรงงานผ ลิตเฮโรอีนและกระจายอยูต่ ามชายแดน ส่ วนการลำเลียงฝิ่ นจะไปเป็ นขบวนลัดเลาะไปตามไหล่ เขาพร้ อมกำลังคุ ม้ กั น ว่ากันว่ายาเสพติดและฝิ่ นจะถูกแลกเปลี่ยนด้วยทองคำ ในน้ำหนักที่เท่ากัน จึงเป็ นที่มาของชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ นัก ท่ อ งเที่ ย วนิ ย มเดิ น ทางไปยัง สามเหลี่ ย มทองคำในช่ ว งฤดูหนาว และไปถ่ายรู ปกับป้ าย “สามเหลี่ยมทองคำ” ที่ ติ ด ตั้ง ไว้ริ ม ฝั่ ง แม่ น้ำ โขงด้ว ยนอกจากนี้ ยัง นิ ย มนั่ง เรื อ เที่ ย วชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรื อประมาณ 300-400 บาท (นัง่ ได้ 6 คน) นอกจากนี้ ยังสามารถล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจี น เช่น สิ บสองปั นนา คุนหมิง ได้อีกด้วย แต่หากต้องการจะ ชมทิ วทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริ เวณสบรวกแ ละเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยูร่ ิ มแม่นำ้ โขง


หอนาฬิกา

หอนาฬิ ก าหลัง ใหม่ ข องจัง หวัด เชี ย งรายโดยความร่ ว มมื อระหว่า งเทศบาลนครเชี ย งรายและอาจารย์เ ฉลิ ม ชัย โฆษิ ตพิ พ ฒ ั น์ ต ัว หอนาฬิ ก ามี สี ท องมี เ สี ย งระฆัง บอกเวลาทุ ก ชั่ วโมง และที่สำคัญเมื่อถึงเวลา 2 ทุ่มและ 3 ทุ่มของทุกวัน จะมีการเล่น แสง สี   เสี ยงประกอบเพลงเชียงรายรำลึก หอนาฬิกาจะเปลี่ยนสี จากสี ทอง เป็ นสี แดง ชมพู ฟ้ า เขียว และอื่นๆ สลับกันไปมา ตรงกลางอาคารจะมีดอกบัวค่อยๆ โผล่ออกมา และบานออกในที่สุด เป็ นที่ตื่นตาตื่นใจต่อนัก ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มาเฝ้ ารอเวลานั้นๆ


ท่องเที่ยวเชียงราย  

ท่องเที่ยวเชียงรายท่องเที่ยวเชียงราย

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you