Issuu on Google+

AmazinG

CHING Rai


ภูชี้ฟ้า   

เป็ นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสี ยงมากที่สุดของจังหวัดเชียงราย    และเป็ นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่ชอบความ สวยงามของธรรมชาติและยังพอเรี่ ยวแรงที่ฝันอยากจะมาสัมผัสกับความงามของสถานที่แห่งนี้สกั ครั้งในชีวติ    ภูชี้ฟ้า   ถ้าพูดถึง ความหนาวเย็นก็คงจะไม่แตกตางอะไรมากหนักกับหลาย ๆ ดอยสู งทางภาคเหนือของไทย   แต่สิ่งหนึ่งที่อยูค่ ู่กบั ยอดภูแห่งนี้มาต ลอดและสร้างความประทับใจให้กบั ผูท้ ี่มาพบเห็น   ก็คือ   ความสวยงามแปลกตาของหน้าผาสู งที่ยนื่ เด่นลอยออกไปในอากาศ   ส ายลมหนาวที่วบู ผ่านมาแล้วเลยผ่านไป   ทิวทัศน์เบื้องล่างคือ ภาพทะเลหมอกและภาพของดวงอาทิตย์สีแดง ที่กำลังเบียดเสี ยดแ ทรกตัวออกมาท่ามกลางทะเลหมอกหนา และหุบเขาน้อยใหญ่   ภาพความสวยงามต่าง ๆ เหล่านี้   ได้กลายเป็ นสิ่ งที่ดึงดูดผูค้ น มากมายให้หลัง่ ไหลมาที่นี่    ในแต่ละปี เมื่อลมหนาวมาเยือนจะมีนกั ท่องเที่ยวมากมายจากทัว่ ทุกสารทิศ    เดินทางมาสัมผัสกับ

ภูชี้ฟ้า


อากาศหนาวและชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า   อย่างไม่ขาดสาย   โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว   บนยอดดอยสู งแห่งนี้แทบไม่มีที่ยนื ถ่ายรู ป    ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ข้ ึนยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า      ได้รับการกล่าวขานว่าสวยงามกว่าที่ใด ๆ ในประเทศ   บริ เวณทางเดินขึ้นสู่ยอดภูช้ ีฟ้า   เป็ นทุ่งหญ้ากว้าง   มีทุ่งดอกโคลงเคลงขึ้นแซมเป็ นระยะ   ออกดอกสี ชมพูอม ม่วงในช่วงเดือนกรกฎาคม – มกราคม    ช่วงเพิ่มความสวยงามให้กบั ยอดภูแห่งนี้ได้อีกไม่ใช่นอ้ ย   ระหว่างทางขึ้นมายังภูช้ ีฟ้ ายังต้องผ่านภูเขาที่มีววิ ทิวทัศน์งดงาม หากมาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จะได้ชมความงามของดงดอกเสี้ ยวที่ออกดอกสี ขาว อมชมพูบานสะพรั่งระหว่างทางขึ้นสูภ่ ูชี้ฟ้า


วั เป็ ดร่ องขุ่น นวัดพุทธและวัดฮินดู ทีจ่ งั หวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้ างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพฒั น์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540

จนถึ ง ปั จ จุ บั น โดยเฉลิม ชั ย คาดว่ า งานก่ อ สร้ า งวัด ร่ อ งขุ่ น จะไม่ เ สร็ จ ลงภายในช่ ว งชี วิต ของเขาวัด ร่ อ งขุ่ น ได้ ต้ น แบบการส ร้ างมาจาก วัดมิง่ เมือง ใน จังหวัดน่ านเฉลิมชัย โฆษิตพิพฒ ั น์ ได้ รับแรงบันดาลใจในการสร้ างวัดมาจาก 3 สิ่ งต่ อไปนีค้ อื ช า ติ ด้ ว ย ค ว า ม รั ก บ้ า น เ มื อ ง รั ก ง า น ศิ ล ป์ จึ ง ห วั ง ส ร้ า ง ง า น ศิ ล ป ะ ที่ ยิ่ ง ใ ห ญ่ ไ ว้ เ ป็ น ส ม บั ติ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น ศาสนาธรรมะได้ เ ปลี่ ย นชี วิ ต ของอาจารย์ เ ฉลิ ม ชั ย จากจิ ต ที่ ร้ อนกลายเป็ นเย็ น จึ ง ขออุ ทิ ศ ตนให้ แก่ พ ระพุ ท ธศาสนา พระมหากษั ต ริ ย์ จากการเข้ าเฝ้ าฯถวายงานพระองค์ ท่ านหลายครั้ งทำให้ อาจารย์ เฉลิ ม ชั ย รั ก พระองค์ ท่ านมาก จากการพบเห็ น พระอั จ ฉริ ย ะภาพทางศิ ล ปะและพระเมตตาของพระองค์ ท่ านจนบั ง เกิ ด ความตื้ น ตั น และสำนึ กในพระมหากรุ ณาธิ คุ ณ จึ ง ปรารถนาที่ จ ะสร้ างงานพุ ท ธศิ ล ป์ ถวายเป็ นงานศิ ล ปะประจำรั ชกาลพระองค์ ท่ าน


วัดร่ องขุ่นแห่ งนีเ้ ป็ นวัดพุทธ ซึ่งสั งกัดอยู่ในฝ่ ายมหานิกาย ไม่ ใช่ วดั ฮินดูเหมือนดังทีจ่ วั่ หัวไว้ ในวรรคแรก ซึ่งนั่นการนำเอ าวั ฒ นธรรมแวดล้ อ มของตั ว เองเข้ า มาผสมผสานหรื อ ถู ก อิ ท ธิ ข องศาสนาอื่ น เข้ า มาแทรกแซงบ้ า งก็ เ ป็ นเรื่ อ งของธรรมชาติ ต า ม พ ร ะ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ ไ ท ย แ ล้ ว วั ด ร่ อ ง ขุ่ น เ ป็ น “ วั ด พุ ท ธ ” ไ ม่ ใ ช่ “ ม ห า ย า น ” ความหมายของอุโบสถสีขาว:พระบริสุทธิคณ ิ ย้ วหรือปากพญามาร:กิเลสในใจ ุ ของพระพุทธเจ้าสะพาน:การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พทุ ธภูมเขี สั นของสะพาน : มีอสู รอมกัน ข้ างละ 8 ตัว 2 ข้ าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16 กึง่ กลางของสะพาน : เขาพระสุ เมรุ ดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ ตรงทางขึน้ ด้ านข้ างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้ า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ บันไดทางขึน้ : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


พระตำหนั ก ดอยตุ ง พระตำหนักดอยตุง

ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 บ้ านมูเซอลาบา ตำบลแม่ ฟ้าหลวง อำเภอแม่ ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บริเวณสั นเขาของเทือกดอยนางนอน ระดับความสู งประมาณ 1,200 ม .เป็ นส่ วนหนึ่ ง ของโครงการพั ฒ นาดอยตุ ง เป็ นที่ ป ระทั บ แปรพระราชฐานเพื่ อ ทรงงานของสมเด็ จ พระศรี นครินทราบรมราชชนนี พระ-ตำหนักเป็ นอาคารสองชั้น มีรูปทรงผสมผสานระหว่ างศิลปะล้ านนากับช าเลย์ ของสวิส มีการแกะสลักไม้ ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้ าต่ างเป็ นลวดลายต่ าง ๆ ฝี มือช่ างชาวเหนือ พระตำหนักดอยตุง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 บ้ านมูเซอลาบา ตำบลแม่ ฟ้าหลวง อำเภอแม่ ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บริเวณสั นเขาของเทือกดอยนางนอน ระดับความสู งประมาณ 1,200 ม. เป็ นส่ วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง


การเดิ นทาง พ ร ะ ต ำ ห นั ก ด อ ย ตุ ง อ

ยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้ วเลีย้ วซ้ ายเข้ าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่ องเ ที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใ ช้ บริ การรถสองแถวสี ม่วงบริ เวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที


ห อ น า ฬิ ก า ห ลั ง ใ ห ม่

ของจั ง หวั ด เชี ยงรายโดยความ ร่ ว ม มื อ ร ะ ห ว่ า ง เ ท ศ บ า ล น ค ร เ ชี ย ง ร า ย แ ล ะ อ า จ า ร ย์ เ ฉ ลิ ม ชั ย โฆษิ ต พิ พ ฒ ั น์ ต วั หอนาฬิ ก ามี สี ท อง มี เ สี ยงระฆั ง บอกเวลาทุ ก ชั่ ว โมง และที่สำคัญเมื่อถึงเวลา 2 ทุ่มและ 3 ทุ่มของทุกวัน จะมีการเล่น แสง สี   เสี ยงประกอบเพลงเชียงรายรำลึก หอนาฬิ ก าจะเปลี่ ย นสี จากสี ทอง เป็ นสี แดง ชมพู ฟ้ า เขียว และอื่นๆ สลับกันไปมา ตรงกลางอาคาร จ ะ มี ด อ ก บั ว ค่ อ ย ๆ โ ผ ล่ อ อ ก ม า และบานออกในที่สุด เป็ นที่ตื่นตาตื่น ใจต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชา วต่างชาติ ที่มาเฝ้ ารอเวลานั้นๆ


มหาวิ ทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับการสถาปนาเป็ นมหาวิทยาลัยของรัฐตามพระราชบัญญัติจดั ตั้ง เมื่อวันที่ 25 กันยายน

พ.ศ. 2541 โดยมีสถานภาพเป็ นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ การดำเนินการด้านต่างๆ ได้มีการพัฒนามาเป็ นลำดับ ด้วยความมัน่ คงและมีคุณภาพ จวบจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ ได้ทรงมีพระมหากรุ ณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ประกอบพิธีเปิ ดมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง พิธีเปิ ดศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิ รินธร และพระราชทานปริ ญญาบัตรแก่ผสู ้ ำเร็ จการศึกษาประจำปี การศึกษา 2545 ยังความปลื้มปิ ติสำนึกในพระมหากรุ ณาธิคุณเป็ นล้นพ้น


สามเหลีย่ มทองคำ สามเหลี่ยมทองคำ (อังกฤษ: Golden Triangle) หมายถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย (จังหวัดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่อแก้ว) และพม่า (แขวงท่าขี้เหล็ก, รัฐฉาน) มีลกั ษณะเป็ นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน โดยมีแม่นำ้ โข งตัดผ่านชายแดนไทยและลาว นับเป็ นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค นอกจากนี้สามเหลี่ยมทองคำยังมีทิวทัศน์ที่งดงา มโดยเฉพาะยามเช้า ที่ดวงอาทิตย์ข้ ึนท่ามกลางสายหมอก เดิมสามเหลี่ยมทองคำเป็ นที่รู้จกั ในฐานะเป็ นแหล่งท่องเที่ยวรอยต่อระห ว่างประเทศ แต่ในปั จจุบนั มีความสำคัญในทางเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็ นแหล่งขนถ่ายสิ นค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งข���งไทย สามเหลี่ยมทองคำในส่ วนของประเทศไทย อยูใ่ นเขตบ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีท่าเรื อขนาดเล็กขนส่ งสิ นค้าไ ปยังประเทศจีน และลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉี ยงเหนือ จะเห็นหมู่บา้ นในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่ วนทางพม่าซึ่ งอยูด่ ้ านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บา้ นหรื อสิ่ งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ


บริ เวณดังกล่าวยังเป็ นที่บรรจบกันของแม่นำ้ โขงและแม่นำ้ รวก ที่เรี ยกว่า สบรวก บริ เวณนี้มีเคยมีชนกลุ่มน้อย และกองกำลังติดอาวุธ อยูห่ ลายกลุ่ม พื้นที่ในแถบนี้เคยเป็ นแหล่งปลูกฝิ่ นและผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ เช่น มีโรงงานผลิตเฮโรอีนและกระจายอยูต่ ามชายแด น ส่ วนการลำเลียงฝิ่ นจะไปเป็ นขบวนลัดเลาะไปตามไหล่เขาพร้อมกำลังคุม้ กัน ว่ากันว่ายาเสพติดและฝิ่ นจะถูกแลกเปลี่ยนด้วยทองค ำในน้ำหนักที่เท่ากัน จึงเป็ นที่มาของชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำในช่วงฤดูหนาว และไปถ่ายรู ปกับป้ าย “สามเหลี่ยมทองคำ” ที่ติดตั้งไว้ริมฝั่งแม่นำ้ โ ขงด้วย นอกจากนี้ยงั นิยมนัง่ เรื อเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรื อประมาณ 300-400 บาท (นัง่ ได้ 6 คน) นอกจากนี้ยงั สามารถล่องแม่นำ้ โขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิ บสองปั นนา คุนหมิง ได้อีกด้วย แต่หากต้องการจะ ชมทิวทัศน์มุมกว้าง ของสามเหลี่ยมทองคำบริ เวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยูร่ ิ มแม่นำ้ โขง


วั ขาว ด เ วี ย ง ค ำ ก า ข า ว ตั้ งอยู่ บ้ านเทอดไทย ต.แม่ สลองใน อ.แม่ ฟ้ าหลวง จ.เชี ยงราย

มี อ งค์ พระทรงชั ยรั ตนพลั ง แผ่ นดิ น ขนาดหน้ าตั ก กว้ าง 8 เมตร สู ง 10 เมตร อยู่ บนอาคาร 3 ชั้ น สามารถขึ ้ น ไปเที ่ ย วชมวิ ว ได้ อี ก จุ ด หนึ ่ ง


Chinnawat3