Page 1

1

การสื บค้ นข้ อมูลทางอินเทอร์ เน็ต 1. เว็บไซต์ (Website) หมายถึง ที่ต้งั เครื อข่ายข้อมูลที่เชื่อมโยงติดต่อกันได้ทวั่ ทุกมุม โลกโดยการค้นหาข้อมูลในแต่ละเว็บไซต์จะต้องทราบชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการหาข้อมูลนั้น ๆ หรื อสามารถค้นหาเว็บไซต์ที่เราต้องการค้นคว้าผ่านทางเว็บไซต์ที่เปิ ดบริ การให้คน้ คว้าหาข้อมูล ต่างๆเป็ นภาษาอังกฤษหรื อภาษาไทยได้ที่ www.google.co.th ;www.yahoo.com ;www.sanook.com เป็ นต้น 1.1 การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ตามคาหลัก จะต้องอาศัยการประมวลข้อมูลที่ ต้องการค้นหาออกมาเป็ นคาหลัก (keyword) ให้ได้ก่อน 1.2 การสื บค้นข้อมูลในเว็บไซต์ตามหมวดหมู่ที่ทางเว็บไซต์ได้แบ่งหมวดหมู่ไว้ อย่างชัดเจนทาให้สะดวกมากขึ้น โดยการจัดหมวดหมู่ของแต่ละเว็บไซต์จะแตกต่างกัน 2. ห้ องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ห้องสมุดประเภทนี้จะแตกต่างจากห้องสมุดทัว่ ไปเพราะ สามารถใช้บริ การผ่านทางอินเทอร์ เน็ต การค้นหาข้อมูลสะดวก รวดเร็ว โดยสามารถค้นคว้า ได้จากชื่อเรื่ อง หัวเรื่ อง ชื่อหนังสื อ ชื่อผูแ้ ต่ง เลขมาตรฐานสากลประจาหนังสื อ (ISBN) เลข มาตรฐานสากลประจาวารสาร (ISSN) สานักพิมพ์ ปี ที่พิมพ์ เป็ นต้น ซึ่ งการค้นคว้าใน ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์สามารถระบุขอ้ มูลหรื อเงื่อนไขเฉพาะได้ชดั เจน เช่น ต้องการทราบ ผลงานของสุนทรภู่ เฉพาะเกี่ยวกับนิราศก็สามารถระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวกับชื่อผูแ้ ต่ง คือ สุนทร ภู่ และระบุหวั ข้อเรื่ อง คือ นิราศ ระบบสามารถประมวลผลงานของสุนทรภู่เฉพาะเรื่ องที่เป็ น นิราศเท่านั้น 3. ฐานข้ อมูลออนไลน์ ฐานข้อมูล คือ แหล่งจัดเก็บข้อมูลหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง หรื อหมาย หัวข้อที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลหลายๆแหล่ง จานวนข้อมูลในฐานข้อมูลมักมีมากมายนับ หมื่นแสนหรื อล้านรายการ ออนไลน์ (online) เป็ นคาทับศัพท์ หมายถึง การเชื่อมโยงผ่านเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต การ สื บค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ให้ได้ตรงตามความต้องการ อาจใช้เทคนิ คง่าย ๆ เข้า ช่วย ดังนี้


2

1. ทาความเข้าใจความหมายของคาเชื่อมที่สาคัญคือ "และ" ใช้เพื่อจากัดขอบเขตของข้อมูลให้แคบลง ตัวอย่ าง ระบุว่า "ว.วินิจฉัยกุล" และ "เรื่ องสั้น" ข้อมูลที่ได้จะเน้นข้อมูล ของ ว.วินิจฉัยกุล เฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่ องสั้นเท่านั้น จะไม่ปรากฎเรื่ องราวด้านอื่น ๆ เลย "หรื อ" ใช้เพื่อเพิ่มขอบเขตของข้อมูลให้กว้างขึ้น ตัวอย่ าง ระบุว่า "ว.วินิจฉัยกุล" หรื อ "ทมยันตี" ข้อมูลที่ได้จะเน้นข้อมูลที่ เกี่ยวกับ ว.วินิจฉัยกุล และทมยันตี ทั้งหมดที่มีอยูใ่ นฐานข้อมูลนั้น "ไม่" ใช้เพื่อลดขอบเขตของข้อมูล ตัวอย่ าง ระบุว่า "ว.วินิจฉัยกุล" ไม่ "ประวัติ" ข้อมูลที่ได้จะเน้นเรื่ องราว ของ ว.วินิจฉัยกุลทุกด้าน จะไม่มีเรื่ องเกี่ยวกับประวัติชีวิตของ ว.วินิจฉัยกุล เลย 2. ใช้สญ ั ลักษณ์ หากไม่ทราบวิธีสะกดคาที่ถูกต้องเครื่ องหมายคาถาม ? ใช้แทนอักษร 1 ตัว เครื่ องหมายดอกจัน* ใช้แทนอักษรหลายตัว ต้องการค้นเรื่ อง ปัญจวัคคีย์ แต่ไม่แน่ใจตัวการันต์ให้พิมพ์ ปัญจวัคคี* 3. ฐานข้อมูลอีริก (ERIC database) ซึ่ งเป็ นฐานข้อมูลด้านการศึกษาให้ใช้คา ว่า NEAR สาหรับการค้นที่รวมคาที่ใกล้เคียงกับคาที่ตอ้ งการด้วย

ลักษณะของการสื บค้ นข้ อมูล Search Engine ช่วยในการค้นหาได้อย่างรวดเร็วโดยทัว่ ไปSearch Engine แบ่งลักษณะ รู ปแบบการค้นหา เป็ น 3 ลักษณะ คือ 1. การค้นแบบนามานุกรม (Directory) หมายถึงการแจ้งแหล่งที่ต้งั ซึ่ งบรรจุเนื้อหาหรื อเว็บไซต์ต่างๆ ไว้เป็ นหมวดหมู่หรื อกลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่ม จะแบ่งเป็ นเรื่ องย่อยๆ ต่อไปเรื่ อยๆ เหมือนกับหลักการจัดหมวดหมู่หนังสื อใน ห้องสมุด ซึ่ งการจัดทาแบบนามานุกรมนี้ มีขอ้ ดีคือ ช่วยให้ผใู้ ช้ได้ขอ้ มูลที่ตรงกับความต้องการ


3

เนื่องจากนาข้อมูลมาจัดหมวดหมู่ไว้อย่างเป็ นระบบ และสามารถกาหนดค้นได้ง่ายในหัวข้อโดย เลือกจากรายการที่ทาไว้แล้ว เว็บไซต์ที่มีการจัดเรี ยงข้อมูลไว้แบบนามานุกรม เช่น www.yahoo.com, www.lycos.com www.sanook.com,www.siamguru.com www.hotmail. com www.thaimail.com เป็ นต้น 2. การค้นหาแบบดรรชนี (Index) หรือคาสาคัญ (Keywords)เป็ นการค้นหาข้อมูลใน ลักษณะคาหรื อวลี ข้อความต่างๆ ที่อาจจะเป็ นคาสาคัญ ในการค้นหาลักษณะนี้ตวั โปรแกรม หรื อเว็บไซต์จะมีเครื่ องมือช่วยในการทาดรรชนีคน้ ที่เรี ยกว่า Spider หรื อ Robot หรื อ Crawler ทาหน้าที่เช็คตามหน้าเว็บต่างๆของเว็บไซต์ที่มีการเปิ ดดูอยูแ่ ล้วนาคาที่คน้ มาจัดทาเป็ นดรรชนี ค้นหาโดยอัตโนมัติ ซึ่ งการค้นแบบนี้จะสามารถค้นหาเว็บเพ็จใหม่ๆและทันสมัยมากกว่าการค้น แบบนามานุกรมแต่ท้งั นี้การสื บค้นแบบนี้จะต้องมีเทคนิควิธีการค้นเฉพาะด้านด้วย เช่น การ ใช้ตรรกบูลีน (BooleanLogic)หรื อโอเปอเรเตอร์ (Operator) เป็ นต้น โดยวิธีการเช่นนี้จะมี ความรวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อยเนื่องจาก ไม่ได้คานึงถึงรายละเอียดของเนื้อหาเท่าที่ควร 3. การค้นหาแบบ Metasearch Engines จุดเด่นของการค้นหาด้วยวิธีการนี้ คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังSearch Engine ประเภทอื่นๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่ การค้นหาด้วยวิธีน้ ีมีจุดด้อย คือ วิธีการนี้จะไม่ให้ความสาคัญกับขนาดเล็กใหญ่ของตัวอักษร และมักจะผ่านเลยคาประเภท NaturalLanguage (ภาษาพูด) ดังนั้น หากจะใช้ Search Engine แบบนี้ละก็ ขอให้ตระหนักถึงข้อบกพร่ องเหล่านี้ดว้ ยในการ ค้นหาข้อมูลบนเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น เราสามารถค้นหาได้ใน 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ 1. การเข้ าไปค้นหาในเว็บไซต์น้ ันๆ โดยตรงเราทราบจากแหล่งข้อมูลนั้นๆอยูแ่ ล้วว่าอยูท่ ี่ URLอะไรหรื อเว็บไซต์อะไร วิธีการนี้มีขอ้ เสี ยเปรี ยบก็คือเราต้องทราบว่าข้อมูลที่ตอ้ งการอยูท่ ี่เว็บไซต์ไหนหากเราไม่ทราบ ชื่อของเว็บไซต์หรื อ URL เราจะไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์น้ นั ๆ ได้เลย


4

2. การใช้ เครื่องมือค้นหา (Search Engine)วิธีที่สองนี้เป็ นการใช้เครื่ องมือช่วยค้นหาที่มี อยูใ่ นอินเทอร์ เน็ตนัน่ คือ Search Engine ซึ่ งเครื่ องมือนี้จะใช้ในการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์ เน็ต ได้ โดยเราจะต้องป้ อนคาหลักหรื อคาสาคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ตอ้ งการค้นหา เรี ยกว่า Keyword เข้าไปใน Search Engine ก็จะใช้ช่วยทาการค้นหาว่ามีในเว็บไซต์ใดบ้าง

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) เป็ นการติดต่อสื่ อสารผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิ ทธิภาพสูงมากแบบหนึ่ง แต่มี ข้อจากัดตรงที่ท้งั ผูส้ ่งและผูร้ ับต้องมีอีเมลแอดเดรส (email address) หลักการเช่นเดียวกับการ ส่งจดหมายทางไปรษณี ย ์ กล่าวคือผูส้ ่งใช้โปรแกรมรับส่งอีเมล เช่น ไมโครซอฟต์เอาต์ลุก (Microsoft Outlook) หรื อโปรแกรมเว็บเมล (Web mail) เป็ นต้น โปรแกรมไมโครซอฟต์ เอาต์ลุกปกติจะมากับชุดโปรแกรม ไมโครซอฟต์ออฟฟิ ศ ใช้สาหรับรับส่งอีเมลได้ทกุ กรณี แต่ ต้องมีการติดตั้ง (Set-up) ก่อนใช้จึงเป็ นการไม่สะดวกนัก หากผูใ้ ช้ตอ้ งการจะไปรับส่งอีเมลที่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ อื่นนอกจากเครื่ องที่ตนใช้เป็ นประจา วิธีการรับส่งแบบเว็บเมล เป็ นวิธีที่ สะดวกกว่า เพียงแต่ผใู้ ช้เข้าสู่อินเตอร์ เน็ต แล้วเข้าสู่เว็บไซต์ที่เป็ นเครื่ องแม่ข่าย (Host) ของ อีเมลแอดเดรสที่ตนใช้อยู่ และเลือกคลิกที่ปมุ่ e-mail หรื อ Mail โปรแกรมเว็บเมลซึ่ งติดตั้งอยู่ ในเครื่ องนั้นก็พร้อมที่จะทางานทันที การส่งอีเมลทาได้โดยผูใ้ ช้อีเมลพิมพ์ชื่อและอีเมลแอดเดรสของผูร้ ับ พิมพ์ขอ้ ความลงใน กรอบที่กาหนด และหากมีการส่งเอกสารที่จะแนบไปด้วย ก็ระบุชื่อไฟล์ของเอกสารที่ตอ้ งการ แนบ เสร็ จแล้วคลิกปุ่ มส่ง (Send) จดหมายฉบับนั้นก็จะไปรออยูท่ ี่ “ตูร้ ับจดหมาย” ของ คอมพิวเตอร์ แม่ข่าย ที่ผรู้ ับมีชื่ออยูใ่ นบัญชีรายชื่อผูใ้ ห้บริ การ เมื่อใดทีผรู้ ับเข้าสู่ โปรแกรม รับส่งอีเมล จดหมายฉบับนั้นก็พร้อมที่จะถูกเปิ ดขึ้นมาให้อ่านได้ทนั ที หากผูใ้ ช้ไม่ อยูท่ ี่สานักงานจดหมายก็จะรออยูไ่ ม่ตกหล่นหรื อหายไปไหน ดังนั้น วิธีน้ ีเป็ นการสื่ อสารที่ ส่งไปถึงผูร้ ับทันที แต่ผรู้ ับจะได้รับเมื่อใด ขึ้นอยูท่ ี่ว่ารับจะเปิ ดคอมพิวเตอร์เข้าไปรับแอด เมื่อใด


5

ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์น้ ี สามารถใช้ส่งจดหมายฉบับเดียวกันถึงผูร้ ับหลายๆ คนก็ได้และ โปรแกรมรับส่งส่วนมากจะอนุญาตให้ผใู้ ช้จกั ทา “รายชื่อกลุ่มผูร้ ับ” (Group mailing list) เช่น อาจตั้ง ชื่อกลุ่มว่า Members in Bangkok ประกอบด้วยผูร้ ับ 35 ราย Members in the North อีก 25 ราย Members in the South อีก 20 ราย เป็ นต้น เมื่อจัดทารายชื่อ ผูร้ ับ (อีเมลแอดเดรส) ในแต่กลุ่มเรี ยบร้อยแล้ว จะทาการส่งถึงกลุ่มใด ก็เพียงแต่ระบุชื่อชื่อ กลุ่มเท่านั้น ไม่ตอ้ งป้ อนอีเมลแอดเดรสของผูร้ ับแต่ละราย ซึ่ งทาให้สะดวกและประหยัดเวลา ได้มาก

ประโยชน์ ของการสื บค้ นข้ อมูลข่ าวสารบนอินเทอร์ น็ต อินเตอร์ เน็ตเป็ นเครื อข่ายเหมือนเครื อข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้ทวั่ โลก ด้วยเหตุน้ ี การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จึงกระทาได้ในทุกเครื อข่ายทัว่ โลก การใช้ประโยน์จากเครื อข่าย อินเตอร์เน็ตมีมากมาย เช่น 1) ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ เป็ นสิ่ งที่ใช้กนั อย่างกว้างขวาง สามารถส่งข่าวสารถึงกันได้ทวั่ โลก มีแนวโน้มการขยายตัวและจานวนผูใ้ ช้อย่างรวดเร็ ว มีความเร็ วในการส่งข่าวสารถึงกันได้ มากกว่าส่งทางไปรษณียป์ กติ 2) การสนทนาแบบเชื่อมตรง ผูใ้ ช้งานบนเครื อข่ายสามารถคุยกับคนอื่นในลักษณะโต้ตอบกัน ผ่านทางจอภาพและแผงแป้ นพิมพ์อกั ขระ การพูดคุยผ่านทางตัวหนังสื อมีความชัดเจนและเข้าใจ กันได้ 3) การค้นหาข้อมูล คอมพิวเตอร์ มีแฟ้ มข้อมูลจานวนมาก ข้อมูลเหล่านั้นเป็ นข้อมูลที่สะสมและ เก็บจากหลาย ๆ ผูใ้ ช้ และ มีบางส่วนที่ตอ้ งการเผยแพร่ โดยไม่คิดค่าเอกสารหนังสื อหรื อแม้แต่ โปรแกรม คอมพิวเตอร์จานวนมากได้รับการจัดเก็บและเผยแพร่ แก่ผสู้ นใจที่อยูใ่ นเครื อ ข่าย อินเตอร์เน็ต ผูใ้ ช้งานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของอนุญาตให้สาเนา มีการจัดตั้งกลุ่ม


6

ผูส้ นใจเฉพาะด้านกันมาก เมื่อมีกลุ่มก็มีการรวบรวมข้อมูลและเก็บไว้เผยแพร่ ระหว่างกัน อินเตอร์เน็ตจึงเป็ นแหล่งข้อมูลแล่งใหญ่มาก 4) กระดานข่าว บนเครื อข่ายอินเตอร์เน็ตมีการจัดตั้งกระดานข่าวมากกว่า 2000 กลุ่ม ทุก ๆ วัน จะมีผสู้ ่งข่าวสารกันผ่านกระดานข่าว กระดานข่าวส่ วนใหญ่แบ่งเป็ นกลุ่ม เช่น กลุ่มผูส้ นใจ ดนตรี ก็มีการฝากเพลงหรื อเรื่ องราวเกี่ยวกับดนตรี กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มไทยกรุ๊ ป 5) เกมและนันทนาการ มีการเล่นเกมแบบเครื อข่าย เกมที่รู้จกั กันดีคือเกมเอ็มยูดี ( Multi User Dungeon: MUD) เกมที่ผจญภัยต่างๆ ที่เล่นในเครื อข่ายมีการสนทนาโต้ตอบกันในระยะห่างไกล

ห้ องสมุด แหล่ งข้ อมูลความรู้ นับตั้งแต่มีการพิมพ์หนังสื อเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 อารยธรรมของมนุษย์ มีการบันทึก เพื่อถ่ายทอดแก่อนุชนรุ่ นหลังอย่างเป็ นระบบ การแต่งหนังสื อและการพิมพ์เผยแพร่ เป็ นจานวน ครั้งละมากๆ ทาให้การเรี ยนรู้สามารถขยายขอบเขตออกไปอย่างรวดเร็ ว ยิ่งกว่านั้นหนังสื อยัง เป็ นสื่ อที่สามารถอนุรักษ์ความรู้ไว้ได้เป็ นเวลายาวนาน มากกว่าความยืนยาวของชีวิตมนุษย์ หลายสิ บเท่า ห้องสมุดซึ่ งเป็ นที่เก็บรักษาหนังสื อ จึงมีการจัดการที่เป็ นระบบ ทาให้คน้ หา หนังสื อที่ตอ้ งการได้ง่าย จึงเป็ นแหล่งข้อมูลความรู้ที่มีประสิ ทธิภาพสูงมาก วิธีการที่ใช้กนั ในห้องสมุดต่างๆ ทัว่ โลกนั้น เรี ยกว่าการจัดทาบัตรรายการ และการ กาหนดหมู่ เลขรหัส สาหรับหนังสื อแต่ละเล่มหรื อเอกสารแต่ละชิ้น การกาหนดหมู่เลขรหัส ที่ใช้กนั อย่างแพร่ หลาย มีสองระบบ ระบบแรก เรี ยกว่า ระบบดิว อี้ (Dewy Decimal System) นิยมใช้กนั ตามสถาบันการศึกษา ส่วนระบบที่สองเป็ นระบบใหม่ กว่า เรี ยกว่า ระบบแอลซี (Library of congress System) เป็ นระบบที่คิดขึ้นมาใช้สาหรับ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐ ซึ่ งเป็ นห้องสมุดที่มีจานวนหนังสื อ และเอกสารมากที่สุดในโลก เหตุที่ ต้องคิดหาระบบใหม่ข้ ึนมาใช้น้ นั ว่ากันว่าเพราะระบบดิวอี้ ดั้งเดิมมีความละเอียดไม่พอ ไม่ สามารถแยกประเภทของหนังสือบางประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสาขาวิทยาศาสตร์ และ


7

เทคโนโลยีได้ดีพอ อย่างไรก็ตาม ระบบดิวอี้ ได้มีการพัฒนาขึ้นในเวลาต่อมา จนในปัจจุบนั นี้ได้รับความนิยมไม่แพ้ระบบแอลซี บัตรรายการสาหรับหนังสื อแต่ละเล่มหรื อเอกสารแต่ละชิ้นนั้น จะระบุหมู่เลขรหัส ชื่อหัว เรื่ อง (ชื่อหนังสื อหรื อเอกสาร) ชื่อผูแ้ ต่ง ชื่อสานักพิมพ์ ปี ค.ศ. หรื อ พ.ศ. ที่พิมพ์ และชื่อ เมืองที่พิมพ์ และมักจะมีสาระสังเขปเป็ นคาอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับเนื้อหาที่บรรจุดว้ ย นอกจากนี้ จะมีขอ้ ความหรื อรหัสที่ระบุว่าหนังสื อหรื อเอกสารนั้นๆ ถูกจัดเก็บอยูท่ ี่บริ เวณใดในห้องสมุด นั้นบัตรรายการต่างๆ จะถูกนามาเรี ยงลาดับอักษร ตามชื่อหัวเรื่ องชุดหนึ่ง แยกไว้ในตู้ บัตรรายการ คนละตูก้ นั ส่วนหนังสื อและเอกสารต่างๆ จะถูกจัดเก็บบนชั้นหนังสื อ โดย เรี ยงลาดับตามหมู่เลขรหัส ตารางที่ 1 หลักการกาหนดหมู่เลขรหัสในระบบ Dewy Decimal System 100 – 199 ปรัชญาและสาขาที่เกี่ยวข้อง (Philosophy and Related Disciplines) 200 – 299 ศาสนา (Religion) 300 – 399 สังคมศาสตร์ (Social Sciences) 400 – 499 ภาษา (Language) 500 – 599 วิทยาศาสตร์ บริ สุทธิ์ (Pure Sciences) 600 – 699 เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ประยุกต์ (Technology and Applied Sciences) 700 – 799 ศิลปะ (The Arts) 800 – 899 วรรณคดี (Literature) 900 – 999 ภูมิศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง (Geography, History, and Related Disciplines)

ตารางที่ 2 หลักการกาหนดหมู่เลขรหัสในระบบ LC System


8

ระบบ LC System จัดหมวดหมู่สิ่งพิมพ์ในห้องสมุด โดยแบ่งประเภทตามสาขาความรู้ 21 สาขาและใช้อกั ษร A – Z (ยกเว้น I, O, W, X และ Y) แทนแต่ละสาขา นอกจากนั้นยัง มีการจัดแบ่งเป็ นสาขาย่อยโดยใช้อกั ษรอีก 1 – 2 ตัว และตัวเลขอีกจานวนหนึ่งแทนสาขาย่อย นั้นๆ อักษรที่แทนสาขาหลักมีความหมาย ดังต่อไปนี้ A – ทัว่ ไป B – ปรัชญา จิตวิทยา และศาสนา C – ศาสตร์ ขา้ งเคียงของประวัติศาสตร์ D – ประวัติศาสตร์ ทวั่ ไปและนอกสหรัฐฯ E – ประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ F – ประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ ท้องถิ่นและทวีปอเมริ กา P - ภาษาและรรณคดี

G – ภูมิศาสตร์ , มานุษยวิทยา, นันทนาการ

ภาพแสดง ตูบ้ ตั รรายการและบัตรรายการ

H – สังคมศาสตร์ J – การเมือง K – กฎหมาย L – การศึกษา M – ดนตรี

Q – วิทยาศาสตร์ R – แพทยศาสตร์ S – เกษตรศาสตร์ T – เทคโนโลยี U–วิทยาศาสตร์ การทหาร N – ประณี ตศิลป์ V – วิทยาการนาวี Z–บรรณารักษ์ ศาสตร์ และ สารสนเทศวิทยา


9

การค้นหาหนังสื อที่ตอ้ งการเริ่ มจากการค้นหาบัตรรายการก่อน โดยอาจค้นตามชื่อหัวเรื่ อง หรื อค้นตามชื่อผูแ้ ต่งก็ได้ แล้วอ่านดูสาระสังเขปว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่ตอ้ งการหรื อไม่ หากเห็น ว่าใกล้เคียงก็จดหมู่เลขรหัส และบริ เวณที่จดั เก็บไว้ เพื่อไปหาหนังสื อ หรื อ เอกสารนั้นบนชั้น ต่อไป ปัจจุบนั นี้ได้มีการนาคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วย โดยการบันทึกข้อมูลบัตรรายการทั้งหมดลง ในฐานข้อมูล และใช้โปรแกรมพิเศษเพื่อเรี ยกข้อมูลออกมาแสดงผล โปรแกรมดังกล่าว ช่วยให้ การค้นหาหนังสื อ หรื อ เอกสารทาได้ง่ายและรวดเร็ วขึ้นโดยการเชื่อมโยงผ่าน คาสาคัญ (Key Word) ที่ปรากฏอยูใ่ นชื่อหัวเรื่ อง หรื อ สาระสังเขป เพียงแต่ผคู้ น้ หาพิมพ์คาสาคัญลงไปใน ช่องที่กาหนด โปรแกรมแสดงผลก็นะจาข้อมูลตามบัตรรายการของหนังสื อทุกเล่มที่เกี่ยวข้อง ออกมาแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาประมาณ 100 ปี ที่ผา่ นมา หนังสื อและเอกสารสิ่งพิมพ์ที่มีออกมา เผยแพร่ น้ นั ได้เพิ่มจานวนขึ้นอย่างรวดเร็ ว จนมีผขู้ นานนามว่าเป็ นการระเบิดของข้อมูล ข่าวสาร (Information Explosion) ซึ่ งทาให้เกิดปัญหาการจัดเก็บและการค้นหา แม้จะมีการนา เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยแล้วก็ตาม

Digital Library ห้ องสมุดบนเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ Digital Library (ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์) หมายถึง การจัดเก็บสารสนเทศในรู ปของสื่ อ อิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะจัดเก็บในรู ปของสื่อพิมพ์ ขณะนี้ได้เริ่ มมีการใช้วิธีการเช่นนี้แล้ว แต่ คงต้องรออีกนานทีเดียวกว่าที่ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถแทนที่ห้องสมุดแบบดั้งเดิม หรื อ แม้แต่เพียงจะสามารถมีบทบาทเทียบเคียง กับห้องสมุดแบบดั้งเดิม ที่เป็ นเช่นนี้เพราะมี เหตุผลหลายประการ ประการแรก สิ่ งพิมพ์ที่มีอยูแ่ ล้วมีเป็ นจานวนมาก หากจะนามาดิจิ ไทซ์ (digitize) หรื อแปลงเป็ นสารสนเทศแบบดิจิทลั ก็ตอ้ งลงทุนลงแรงมหาศาลประการที่ สอง ผูใ้ ช้สารสนเทศส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบนั ยังคุน้ เคยกับการอ่านหนังสื อมากกว่าการอ่านจาก จอคอมพิวเตอร์ แต่เรื่ องนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อคนรุ่ นใหม่ที่คนุ้ เคยกับการใช้คอมพิวเตอร์ มี จานวนมากขึ้นเรื่ อยๆ และพัฒนาการของจอคอมพิวเตอร์ ทาให้อ่านได้สบายตามากขึ้น สามารถ อ่านได้ครั้งละนานๆ มากขึ้น ประการที่สาม ปัญหาเรื่ องลิขสิ ทธิ์ และวิธีการจัดการกับปัญหา นี้ ในกรณี ที่ตอ้ งการแปลงสิ่ งพิมพ์ที่มีอยูเ่ ป็ นสารสนเทศแบบดิจิทลั เพื่อนาออกเผยแพร่ ยังไม่มี


10

กฎหมายหรื อหลักการที่เป็ นสากลว่าด้วยเรื่ องนี้ หากยังต้องอาศัยการตกลงกันเองระหว่าง คู่กรณี เป็ นรายๆ ไป ก็จะเป็ นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง อย่างไรก็ตามการแปลงสิ่ งพิมพ์เป็ น สารสนเทศดิจิทลั นั้น เป็ นสิ่ งจาเป็ นที่ตอ้ งทา เพื่อการอนุรักษ์สิ่งพิมพ์เก่าๆไว้เอกสารที่เป็ น กระดาษนั้น หากจัดเก็บถูกวิธีอาจสามารถอยูไ่ ด้นบั พันปี เช่น เอกสารที่ทาด้วยกระดาษปาปิ รัส สมัยอียิปต์หรื อบาลิโลเนียยังมีหลงเหลือให้เห็นได้ตามพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ ของโลก แต่ในความ เป็ นจริ งแล้ว หนังสื อหรื อเอกสารที่เป็ นกระดาษจะมีอายุใช้งานเพียง 100 - 200 ปี เป็ นอย่าง มาก ตัวอย่างเช่น หนังสื อเรื่ อง The Pilgrim Kamanita ซึ่ งเป็ นต้นฉบับภาษาอังกฤษที่เสถียร โกศ และนาคประทีป นามาแปลและเรี ยบเรี ยงเป็ นฉบับภาษาไทย ชื่อ กามนิต วาสิ ฏฐี นั้น ขณะนี้เหลืออยูท่ ี่ The British Museum ที่กรุ งลอนดอนเพียงเล่มเดียวเท่านั้น และอยูใ่ นสภาพถูก เก็บตาย เพราะกระดาษกรอบหมดแล้ว นามาเปิ ดอ่านไม่ได้ เอกสารทานองนี้ยงั มีอีกเป็ นจานวน มาก และต้องหาวิธีอนุรักษ์ไว้ให้ได้เพราะเป็ นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และบางอย่างเป็ น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่สาคัญ วิธีอนุรักษ์วิธีหนึ่ง คือ การนามากราดตรวจ หรื อ ถ่ายภาพ หน้าต่อหน้า แล้วบันทึกใส่ซีดีรอม (CD-ROM) ไว้ อย่างไรก็ตามซี ดีรอมเองก็ไม่ได้มีอายุยืน ยาวมากมายนัก เชื่อกันว่าสามารถจะเก็บได้นาน 30 – 50 ปี เท่านั้น แต่ถา้ มีการทาสาเนาก่อนที่ ซี ดีรอมแผ่นนั้นจะหมดอายุ ก็สามารถเก็บไปได้ตลอด เพราะการทาสาเนาข้อมูลดิจิทลั นั้นจะได้ สาเนาที่มีคุณภาพเท่าต้นฉบับดิจิทลั ไม่มีการเสื่ อมลงทุกครั้งที่ทาสาเนาเหมือนระบบอ นาลอค ดังนั้น ห้องสมุดดิจิทลั จะสามารถให้บริ การเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่มีอายุมากๆได้ รู ปแบบของเอกสารที่จดั เก็บและให้บริ การในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์น้ นั ขณะนี้ยงั ถือว่าอยู่ ในช่วงต้นของการพัฒนา ซึ่ งจะยังมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ แม้ว่าจะเริ่ มมีการวางมาตรฐานกัน บ้างแล้วก็ตาม รู ปแบบที่ได้รับการกล่าวขานกันมากที่สุดขณะนี้ คือ อีบุ๊ค (E-book) หรื อ หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ กับ อีเจอร์ นลั (E-journal) หรื อ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ และ อีแมกกา ซี น (E-magazine) หรื อนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ ความได้เปรี ยบของสื่ ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เหนือ สื่ อสิ่ งพิมพ์หลายประการ ประการแรก ต้นทุนในการจัดทาต่ากว่า ประการที่สอง สามารถใช้สื่ประสม (Multimedia) มา ประกอบได้ คือ มีได้ท้งั ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว (ทั้งที่เป็ นรู ปวาด รู ปถ่าย และวีดิ ทัศน์) และเสี ยงด้วย ประการที่สาม สามารถมี การเชื่อมโยงข้ อความหลายมิติ (Hypertext) เพื่อ อธิบายขยายความ หรื อ เพื่อขยายขนาดของภาพประกอบให้ใหญ่ข้ ึนหรื อชัดเจนขึ้น ประการที่ สี่ สามารถค้นหารายละเอียดคาสาคัญต่างๆโดยใช้วิธีการของ โปรแกรมค้นหา ( Search


11

engine) ซึ่ งรวดเร็วทันใจ และมีประสิ ทธิภาพสูงกว่าระบบดัชนี (Index) ของหนังสือ ส่วน ข้อเสี ยเปรี ยบที่สาคัญ คือ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ และใช้ไฟฟ้ าในการเปิ ดอ่านห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์ ต่างกับห้องธรรมดาตรงที่ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ไม่จาเป็ นต้องมีอาคาร สถานที่ เพียงแต่มี คอมพิวเตอร์ แม่ข่าย(Sever) สาหรับเก็บข้อมูล มีเครื อข่าย (Network) ต่อเชื่อมไปยังเครื่ องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Clients) ที่ให้บริ การ ซึ่ งอาจ กระจายอยูต่ ราที่ต่างๆ ก็ได้ เครื อข่ายนั้นจะเป็ นเครื อข่าย ส่วนตัว (Private Network หรื อ Intranet) ที่ใช้ภายในองค์กรก็ได้ หรื อจะเป็ นเครื อข่าย สาธารณะ เช่น อินเทอร์ เน็ต

ภาพแสดง ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์

ในต่างประเทศส่วนใหญ่ ห้องสมุดสาธารณะเป็ นสิ่ งที่พบเห็นได้ทวั่ ไป ทุกท้องที่ระดับอาเภอ ซึ่ งมีประชากรตั้งแต่ 10,000 คนขั้นไป จะมีห้องสมุดสาธารณะขององค์การ ปกครอง ท้องถิ่น แต่ในประเทศไทยห้องสมุดเช่นนี้จะมีตามเมืองใหญ่ๆ ที่มีเทศบาลเมืองเป็ น ผูร้ ับผิดชอบเท่านั้น การใช้ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์แทนห้องสมุดธรรมดา จึงเป็ นวิธีการหนึ่งที่


12

จะทาให้เราสามารถกระจายบริ การห้องสมุดสาธารณะออกไปให้ทวั่ ถึงทุกอาเภอได้โดยลงทุน ไม่มากนัก เป็ นการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนได้เป็ นอย่างดี

แหล่ งข้ อมูลของประเทศไทยบนเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ เครื อข่ายอินเทอร์เน็ต เป็ นเครื อข่ายที่มีคอมพิวเตอร์ แม่ขา่ ย ที่ติดตั้งอยูท่ วั่ โลกเชื่อมโยงกัน จานวนมาก เครื่ องแม่ข่ายแต่ละเครื่ องมีขอ้ มูลข่าวสารบางอย่างบางประเภทบรรจุอยู่ เช่น ถ้า เป็ นเครื่ องแม่ข่ายของบริ ษทั ผลิตรถยนต์ ก็จะมีขอ้ มูลเกี่ยวกับรถยนต์รุ่ นต่างๆ ของบริ ษทั นั้น ข้อมูลเกี่ยวกับการรับบริ การต่างๆ จากบริ ษทั และอาจมีขอ้ มูลประเภทความรู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวัติความเป็ นมาและพัฒนาการของยานยนต์ เทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับยานยนต์ มลพิษ จากไอเสียของรถยนต์และวิธีบาบัดป้ องกัน วิธีการขับรถยนต์อย่างมีประสิ ทธิภาพ เป็ น ต้น หากเป็ นเครื่ องแม่ข่ายของบริ ษทั ของบริ ษทั ท่องเที่ยว ก็จะมีขอ้ มูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง ข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาตเข้าประเทศต่างๆ เพื่อการ ท่องเที่ยว ตลอดจนเรื่ องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและภาษา ของประเทศนั้นๆ เป็ นต้น ปัจจุบนั นี้ ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้อยูใ่ นรู ปแบบของเอกสาร ที่มีการเชื่องโยงกันภายใต้มาตรฐาน World Wide Web (หรื อ เรี ยกอีกชื่อหนึ่งว่า http Hypertext Transfer Protocol) เราเรี ยก แหล่งข้อมูล แต่ละแห่งเหล่านี้ ว่า เป็ น เว็บไซต์ (Web Site) ซึ่ งแปลว่าแหล่งข้อมูลใน ระบบ World Wide Web นัน่ เอง ประเทศไทยเราก็ได้มีการจัดตั้งเว็บไซต์ข้ ึนเป็ นจานวนมาก ทั้งของภาครัฐและของ ภาคเอกชน ในที่น้ ีจะได้กล่าวถึงเว็บไซต์ที่คิดว่าจะมีประโยชน์สาหรับนักศึกษา โดยจะแยก กล่าวเป็ นแต่ละประเภทของข้อมูลหลักในเว็บไซต์น้ นั ๆ · เว็บไซต์ประเภท Portal หรือ Gateway หรือชุมทาง ที่กล่าวถึงเว็บไซต์ประเภทนี้เป็ นประเภทแรก เพราะเป็ นประเภทที่มีประโยชน์มาก เวลาที่เรา ไม่แน่ใจว่าจะหาข้อมูลประเภทที่ตอ้ งการได้จากแหล่งใด หากเราเข้าไปที่เว็บไซต์ประเภทนี้ จะ พบว่าในเว็บไซต์ได้ทาจุดเชื่อโยงไปยังเว็บไซต์อื่น โดยจัดแบ่งเป็ นประเภทไว้ ทาให้เรา


13

สามารถหาแหล่งข้อมูลที่ตอ้ งการได้ง่ายขึ้น คล้ายกับการค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ในสมุด โทรศัพท์หน้าเหลืองนัน่ เอง เว็บไซต์ชุมทางที่สาคัญในประเทศไทย คือ http://www.nectec.or.th จัดทาโดย

ภาพแสดง เว็บไซต์ของ SchoolNet ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ซึ่ งเป็ นเว็บไซต์แห่งแรกของ ประเทศไทย และเป็ นตัวอย่างที่ดีของการจัดทาเว็บไซต์ แม้ว่าในปัจจุบนั นี้ เว็บไซต์แห่งนี้จะมี ข้อมูลมากเกินไป และการจัดระบบข้อมูลเริ่ มจะไม่รองรับปริ มาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่าง รวดเร็ ว ทาให้การค้นหายากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราก็ยงั ถือได้ว่า เว็บไซต์แห่งนี้เป็ นเว็บไซต์ชุม ทางสาหรับข้อมูลที่เกี่ยวกับประเทศไทยที่ดี · เว็บไซต์ประเภทของการศึกษา เว็บไซต์การศึกษาในประเทศไทย มีจานวนมากทั้งของสถานบันอุดมศึกษา และของ โรงเรี ยนต่างๆ เว็บไซต์ที่อาจถือได้ว่าเป็ นเว็บไซต์ชุมทางประเภทการศึกษา ได้แก่ 1. เว็บไซต์โครงการ SchoolInet @ 1509 (http://www.school.net.th) เป็ นเว็บไซต์ชุมทาง สาหรับเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็ นสมาชิกโครงการ SchoolINet และที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาระดับต่า กว่าอุดมศึกษา


14

2. เว็บไซต์ LearnOnline (http://www.learn.in.th) ของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีไทย (Thailand Graduate I nstitute of Science and Technology TGIST) เป็ น เว็บไซต์สาหรับการเรี ยนรู้ดว้ ยตนเอง ผ่านเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต เน้นสาขาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ในทุกระดับการศึกษา และมีทาเนียบเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์อื่น ที่ให้บริ การใน ลักษณะเดียวกัน

·ภาพแสดง เว็บไซต์ของ SchoolNet เว็บไซต์ประเภทท้ องถิ่น เว็บไซต์ประเภทนี้กาลังเพิ่มจานวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ชุมทางของประเภทนี้ ได้แก่ http://www.thaitambon.com ซึ่ งเป็ นที่รวบรวมเว็บไซต์ของตาบลต่างๆ ทัว่ ประเทศไทย เพื่อ สนับสนุนโครงการหนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์นอกจากนี้จงั หวัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดที่เป็ นแหล่งท่องเที่ยวก็มกั จะมีเว็บไซต์ของจังหวัด และสถานบันการศึกษาทั้ง ระดับอุดมศึกษาและระดับโรงเรี ยน ก็มกั จะบรรจุขอ้ มูลเกี่ยวกับท้องถิ่นไว้ในเว็บไซต์ของสถาน บันด้วย


15

ภาพแสดง เวบไซตืไทยตาบลดอทคอม

· เว็บไซต์ประเภทวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เว็บไซต์ของสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติหรื อสวทช. (http://www.nstda.or.th) เป็ นเว็บไซต์หลักสาหรับสารสนเทศ ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่ งมีการเชื่อมโยง ไปยังเว็บไซต์ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เช่น เว็บไซต์ของศูนย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติท้งั สามได้แก่ http://www.nectec.or.thhttp://www.mtec.or.th http://www.biotec.or.th และ เว็บไซต์ของ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


16

ภาพแสดง เว็บไซต์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เว็บไซต์ประเภทพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ พาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - Commerce) หมายถึง การทากิจกรรมที่เกี่ยวกับการค้าขายผ่าน สื่ ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ผ่านเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ขณะนี้การพาณิ ชย์ อิเล็กทรอนิกส์กาลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทัว่ โลก ทั้งการค้าปลีกหรื อค้าส่ง การซื้ อขายสิ นค้า หรื อบริ การ ในยุคโลกาภิวตั น์น้ ี ทาให้ประเทศไทยสามารถค้าขาขายกับต่างประเทศได้ถึงใน ระดับผูค้ า้ ปลีก ทั้งนี้เราต้องพยายามเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทางการค้าด้วยพาณิ ชย์ อิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็ นอีกเรื่ องหนึ่งที่คนไทยจะต้องเรี ยนให้รู้และทาให้เป็ นเว็บไซต์ http://www.ecommerce.or.th ของศูนย์พฒั นาพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ นับว่าเป็ นเว็บไซต์ทางการ ที่มีหน้าที่เผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ นับว่าเป็ นเว็บไซต์ทางการที่มีหน้าที่ เผยแพร่ ความรู้เกี่ยวพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถหาดูได้จากเว็บไซต์บางแห่งของภาครัฐและ ภาคเอกชน เช่น http://www.moc .go.th ของกระทรวงพาณิ ชย์ และ http://www.depthai.go.th ของกรมส่งเสริ มการส่งออกส่วน http://www.thaitrad epoint.com เป็ นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่ น่าสนใจเพราะมีวตั ถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผูป้ ระกอบการรายย่อยให้มีโอกาสเข้าสู่พาณิ ชย์ อิเล็กทรอนิกส์ได้ดว้ ย


17

ภาพแสดง เว็บไซด์พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์


18

คาถามท้ายรายงาน

sadoo  

pokliuytre

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you