Issuu on Google+

ประเทศไทย


สารบัญ ประเทศไทย

4

ภาคเหนื อ

6

- ลักษณะทางกายภาพ

8

- ลักษณะที่อยู่อาศัย

12

- การแต่งกาย

14

- อาหารพืน้ บ้านภาคเหนื อ

16

ภาคกลาง

20

- ลักษณะทางกายภาพ

22

- ลักษณะที่อยู่อาศัย

26

- การแต่งกาย

30

- อาหารพืน้ บ้านภาคกลาง

32


ภาคอีสาน

34

- ลักษณะทางกายภาพ

36

- ลักษณะที่อยู่อาศัย

40

- การแต่งกาย

42

- อาหารพืน้ บ้านภาคอีสาน

44

ภาคใต้

48

- ลักษณะทางกายภาพ

50

- ลักษณะที่อยู่อาศัย

54

- การแต่งกาย

58

- อาหารพืน้ บ้านภาคใต้

62


4


5

ประเทศไทย

ประเทศไทย หรือชือ ่ ทางการวา่ ราชอาณาจักรไทย เป็ นรัฐชาติ อันตัง้ อยูบนคาบสมุ ทรอินโดจีนและมลายู ในภูมภ ิ าคเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ ่ มีพรมแดนดานตะวั นออกติดประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ทิศใตเป็ ้ ้ นแดน ตอแดนประเทศมาเลเซี ยและอาวไทย ทิศตะวันตกติดทะเลอันดามันและ ่ ่ ประเทศพมา่ และทิศเหนือติดประเทศพมาและลาว มีแมน ้ เป็ น ่ ่ ้ ำโขงกัน บางช่วง ปกครองดวยระบอบประชาธิ ปไตยแบบมีรฐั สภามีศน ู ยกลางการ ้ ์ บริหารราชการแผนดิ น อยู ที ก ่ รุ ง เทพมหานครและการปกครองส วนภู มภ ิ าค ่ ่ ่ จัดระเบียบเป็ น 77 จังหวัดโดย

แบ่งเป็ นภูมิภาคใหญ่ๆได้แก่ 1.ภาคเหนือ 2.ภาคกลาง 3.ภาคอีสาน 4.ภาคใต้


6

ภาคเหนือ


7

ภาคเหนือเป็ นภูมภ ิ าคหนึ่งของไทยอยูทางตอนเหนื อของประเทศมี ่ เขตแดนทางตอนเหนือติดกับชายแดนพมาและลาว ทางตะวันออกจรด ่ ชายแดนลาวและภาคอีสานทางตะวันตกจรดพมาและทางใต ติ ่ ้ ดกับภาคกลาง


8

ลักษณะทางกายภาพ

ลักษณะภูมิศาสตร์

ที่ตงั ้ และขอบเขตภาคเหนื อ

ภาคเหนือมีเนื้อทีป ่ ระมาณ93,691ตารางกิโลเมตรประกอบดวย พืน ้ ที9 ่ ้ จังหวัด ไดแก ้ ่ แมฮ ่ ่ องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ ์

ทิศเหนือดินแดนทีอ ่ ยูเหนื อสุดของภาคคืออำเภอแมสายจั งหวัดเชียงรายมี ่ ่ อาณาเขตติดตอกั เทือกเขาแดนลาวแมน ่ บประเทศพมาและลาวมี ่ ่ ้ ำสายและแมน ่ ้ำ รวกกัน ้ เขตแดน ทิศตะวันออก ดินแดนทีอ ่ ยูทางตะวั นออกสุดของภาคคืออำเภอปัวจังหวัด ่ น่านมีอาณาเขตติดตอกั ้ เขตแดน ่ บประเทศลาวมีเทือกเขาหลวงพระบางกัน ทิศตะวันตก ดิน แดนที่อ ยู่ ทางตะวัน ตกสุ ด ของภาคคือ อำเภอแม่ สะเรีย ง จังหวัดแมฮ ่ ่ องสอน มีอาณาเขตติดตอกั ่ บประเทศพมา่ มีแมน ่ ้ ำเมยและแมน ่ ้ ำสา ละวินกัน ้ เขตแดน ทิศใตดิ ่ ยูทางตอนใต สุ ั ้ นแดนทีอ ่ ้ ดของภาคคืออำเภอพิชย จังหวัดอุตรดิตถ ์


9

ลักษณะภูมิประเทศของภาคเหนื อ

1. เขตทิวเขา ประกอบดวย ้ - ทิวเขาแดนลาว เป็ นพรมแดนกัน ้ ระหวางไทยกั บพมา่ ่ - ทิวเขาถนนธงชัย เป็ นพรมแดนกัน ้ ระหวางไทยกั บพมามี ่ ่ ยอด เขาทีส ่ งู สุดของประเทศไทยคือ ดอยอินทนนทสู ์ ง 2,565 เมตร - ทิวเขาผีปน ั น้ำ ประกอบดวยทิ วเขาจอมทอง ขุนตาลทีป ่ น ั น้ำ ้ ลง 2 ทาง คือ แมน ่ ้ ำโขงและแมน ่ ้ ำเจ้าพระยาโดยวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ - ทิวเขาหลวงพระบาง เป็ นพรมแดนกัน ้ ระหวางไทยกั บลาว ่ 2. เขตทีร่ าบหุบเขา มีลก ั ษณะเป็ นทีร่ าบแคบๆอยูระหว างแนวเทื อกเขา ่ ่ และหุบเขา มีแมน ดน ิ อุดมสมบูรณ ์ ่ ้ ำไหลผานมี ่ 3. เขตแองที ่ ง้ั ถิน ่ ฐานสำคัญของชุมชนทางภาคเหนือ ่ ร่ าบ เป็ นทีต


10

ลักษณะภูมิอากาศ

ภูมอ ิ ากาศของภาคเหนือส่วนใหญเป็ ่ นแบบสะวันนา (Aw) คืออากาศรอน ้ ชืน ้ สลับกับฤดูแลงอุ ณ หภู ม เ ิ ฉลี ย ่ ประจำปี อ ยู ระหว าง 24 -27 องศาเซลเซี ยส ้ ่ ่ มีฤดู 3 ฤดู คือ ฤดูฝน (พ.ค.- ต.ค.) ฤดูหนาว (ต.ค. - ก.พ.ฤดูรอน (ก.พ. ้ - พ.ค.)จังหวัดทีม ่ อ ี ณ ุ หภูมต ิ ำสุ ่ อ ี ณ ุ หภูมส ิ งู สุดคือ ่ ด คือ เชียงราย จังหวัดทีม อุตรดิตถ ์ จังหวัดทีม ่ ส ี ถิตฝ ิ นตกหนักคือ เชียงรายและมีสถิตฝ ิ นตกน้อยทีส ่ ุดคือ ลำปางปัจจัยควบคุมอุณหภูมใิ นภาคเหนือ 1.ละติจด ู ตัง้ อยูในละติ จด ู สูงสภาพอากาศหนาวเย็นกวาภาคอื น ่ ่ ่ 2.ความสูงของพืน ้ ที่ ส่วนใหญจะมี เทือกเขาสูงมีอากาศหนาวเย็นมากโดย ่ เฉพาะในฤดูหนาว 3.ระยะไกลจากทะเล ตัง้ อยูไกลจากทะเล ทำให้รอนอบอ าวและ ่ ้ ้ มีฝนตกน้อยในฤดูรอน ้ 4. ทิศทางลมประจำ ไดรั เปร ้ บอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉี ยงใตและดี ้ สชันจากทะเลจีนใต้ ทำให้ฝนตกมาก และรับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉี ยงเห นือจากประเทศจีนทำให้มีอากาศหนาวเย็น


11

ประชากร

ประชากรในภาคเหนืมม ี ากเป็ นอันดับ4รองจากภาคตะวันออกเฉี ยง เหนือภาคกลาง และภาคใต้ จังหวัดทีม ่ ป ี ระชากรมากทีส ่ ุดคือ เชียงใหม่ จังหวัดทีม ่ ป ี ระชากรน้อยทีส ่ ุด ไดแก ้ ่ จังหวัดแมฮ ่ ่ องสอนความหนาแน่ นของประชากรมากทีส ่ ุดคือจังหวัดลำพูน และมีประชากรเบาบางทีส ่ ุดคือ จังหวัดแมฮ าต ๆ ่ ่ องสอนชาวไทยภูเขาในภาคเหนือประกอบดวยเผ ้ ่ าง ่ ไดแก ่ ุด มง้ ลีซอ มูเซอร ์ และเยา้ ้ ่ กระเหรียง ซึง่ มีมากทีส


12

ลักษณะที่อยู่อาศัย

เรือนไทยภาคเหนือเป็ นหนึ่งในเรือนไทย4ภาคของไทยส่วนมากจะพบใน จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร น่าน ่ อุตรดิตถ ์ แมฮ ่ ่ องสอน และตากบางส่วน


13 เรือนไทยล้านนา -เรือนชนบทหรือเรือนเครือ ่ งผูก เ ป็ น เ รื อ น ข น า ด เ ล็ ก เ รื อ น ป ร ะ เ ภ ท นี้ กั น ทั่ ว ไ ป เ นื่ อ ง จ า ก ก่ อ ส ร้ า ง ง่ ายรา คา ถู ก ตา ม ช นบทและ หมู่ บ้ านต่ าง เรื อ นช นิ ด นี้ โครง สร้ าง ส่ ว นดานหลั งคา จะใช้ใบตองแห้ง ส่วนพืน ้ จะใช้ไมไผ ส่วนคาน ้ ้ ่ และเสานิ ย มใช้ ไม้ เนื้ อ แข็ ง ฝาเป็ นฝาไม้ ไผ่ สานหลัง คามุ ง ด้ วยหญ้ าแฝก หรือใบตองแห้งส่วนไมนิ นตอกและหวายเป็ นตัวยึด ้ ยมใช้ไมไผ ้ ทำเป็ ่ ส่วนต่างๆของเรือนเข้าด้วยกันด้วยวิธผ ี ูกมัดจึงเรียกกันว่า"เรือนเครือ ่ งผูก" สรางขึ น ้ กลางทุงนา เพือ ่ เฝ้าทุง่ หรือเพือ ่ ประโยชนการใช ้ ่ ้งานตามฤดูกาล ์ มีลก ั ษณะชัว ่ คราวอยูได ่ ถึงฤดูฝนในปี หนึ่งๆตองมี การซ่อม ่ ้ 2-4 ปี เมือ ้ แ ซ ม ค รั้ ง ใ ห ญ่ มี ก า ร อ อ ก แ บ บ โ ด ย ใ ช้ พื้ น ที่ ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ สู ง สุ ด มีสัดส่วนทีล ่ งตัว คอนข างกระชั บ ่ ้ -เรือนไมหรื ่ งสั บเรือนไม้ ้ อเรือนเครือ เป็ นเรือนของผู้มีอน ั จะกินทำดวยไม เนื สั ก เต็ง รัง ้ ้ ้อแข็งเช่น ตะเคียน ไมแดง ฯลฯ การปลูกเรือนประเภทนี้ไมต ้ ่ องใช ้ ้ตะปูตอก ยึดให้ไมติ ้ ดกันหรือประกอบกัน โดยการใช้มีด สิ่ ว หรือขวานถากไม้ ให้เป็ นรอยสั บแลวประกอบเข าด น เรียกวา่ การประกอบเขาลิ ้ สลักเดือย ้ ้ วยกั ้ ้ น หลังคามุงกระเบือ ้ ง (ดินขอ) หรือแป้นเกล็ด -เรือนกาแล เป็ นเรือนพักอาศัยของผู้มีอน ั จะกินและผู้นำชุมชนหรือเป็ นเรือนของบุคคล ชัน ้ สูงในสั งคม เรือนประเภทนี้มล ี ก ั ษณะพิเศษคือมียอดจัว ่ ประดับกาแลไมส ้ ลักอยางงดงามนิ ย มมุ ง กระเบื อ ้ งไม เรี ย ก “แป นเกล็ ด ” แต ปั จ จุ บ น ั ไม เป็ นวั ส ดุ ่ ้ ้ ่ ้ หายากมีราคาแพงจึงเปลีย ่ นมาใช้ “ดินขอ” มุงหลังคาแทน ใช้วัสดุอยาง ่ ดีการช่างฝี มือสูงประณี แตมี างตายตั ว ส่วนใหญเป็ ่ แบบคอนข ่ ้ ่ นเรือนแฝด มีขนาดตัง้ แต1ห ้ ไปเรือนกาแลจะมีแผนผัง2 แบบใหญๆ่ คือ ่ ้องนอนขึน แบบเอาบันไดขึน ้ ตรงติดชานนอกโดดๆ กับแบบเอาบันไดอิงชิดแนบฝา ใ ต้ ช า ย ค า ค ลุ ม แ ต่ ทั้ ง ส อ ง แ บ บ จ ะ ใ ช้ ร้ า น น้ ำ ตั้ ง เ ป็ น ห น่ ว ย โ ด ด ๆ มี โ ครงสร้ างของตนเองไม่ นิ ย มตี ฝ้ าเพดานหรื อ บางกลุ่ มประกอบด้ วย เรือนหลายหลังเป็ นกลุมใหญ ่ ่


14

การแต่งกาย


15

ลักษณะการแต่งกายของคนภาคเหนื อการแต่งกาย เป็ นสิ่ งสำคัญสิ่ งหนึ่ง ทีบ ่ งบอกเอกลั กษณของคนแต ละพื น ้ ถิน ่ สำหรับใน ่ ่ ์ เขตภาคเหนือหรือดิ���แดนลานนาในอดี ต ปัจจุบน ั การแตงกายแบบพื น ้ เมือง ้ ่ ไดรั ้ แตเนื น ่ นี้มผ ี ้คนหลากหลายชาติ ู ้ บความสนใจมากขึน ่ ่องจากในทองถิ ้ พันธุอาศั ยอยู่ เช่น ไทยวน ไทลือ ้ ไทเขินไทใหญและอิ ทธิพลจากละคร ่ ์ โทรทัศน์ ทำให้การแตงกายแบบพื น ้ เมืองมีความสั บสนเกิดขึน ้ ดังนั้นคณะ ่ ทำงานทำนุ บำรุงศิ ลปวัฒนธรรม


16

อาหารพื้นบ้านภาคเหนื อ


17

อาหารของภาคเหนือประกอบดวยข าวเหนี ยว น้ำพริกชนิดตางๆเป็ นตนว ้ ้ ่ ้ า่ น้ำพริกหนุ่ ม น้ำพริกแดง น้ำพริกออง มีแกงหลายชนิดเช่น แกงฮั งเล แกงโฮะ ่ แกงแค นอกจากนั้นยังมีอาหารพืน ้ เมือง เช่น แหนม ไส้อัว่ เนื้อนึ่ง จิน ้ ปิ้ ง แคบหมู หมูทอดไกทอดและผั ก คนไทยทีอ ่ ยูทางภาคเหนื อนิยมรับประทานอาหาร ่ ่ รสกลางๆมีรสเค็มนำเล็กน้อย รสเปรีย ้ วและหวานมีน้อยมากหรือแทบไมนิ ่ ยมเลย เนื้อสั ตวที ่ ิยมรับประทาน ไดแก แพงและมี ้ ่ เนื้อหมู เพราะหาไดง้ ายราคาไม ่ ่ ์ น ขายทัว่ ไปในทองตลาด เนื ้ อ สั ต ว อื น ่ ที น ่ ย ิ มรองลงมาคื อ เนื ้ อ วั ว ไก เป็ ด นก ฯลฯ ้ ่ ์ สำหรับอาหารทะเลนิยมน้อยเพราะราคาแพงเนื่องจากอยูห ่ างไกลทะเล ่


18

อาหารที่ ช าวพื้ น เมื อ งชอบรับ ประทานเล ่ นเป็ นพวกแมลงที่ รู้ จัก แพรหลายคื อ "แมงมัน" ซึง่ เป็ นมดชนิดหนึ่งทีอ ่ ยูในดิ น แตมี ่ ่ ่ ปีกบินได้ ป ก ติ แ ม ง มั น จ ะ อ า ศั ย อ ยู่ ใ น รู ห ลั ง จ า ก ฝ น ต ก ใ ห ญ่ ค รั้ ง แ ร ก ป ร ะ ม า ณ ๒-๓ วัน แมงมันจะออกจากรูชาวบานจะไปจั บมาคัว่ โดยใส่น้ำมันน้อยๆ ้ คัว่ ให้กรอบ แลวใส ้ ่ เกลือเล็กน้อยก็ใช้เป็ นอาหารได้ แมงมันจะมีให้จับมา คั่ ว เป็ นอาหารได้ เพี ย งปี ละครั้ ง ปั จ จุ บ ั น ราคาแพงมากแมลงอี ก ชนิ ด หนึ่งเรียกวา"จี ้ ุง"มี ั ษณะเหมือนจิง้ หรีดผิวหรือหนังสี น้ำตาลแดงใช้ทอด ่ ก ่ ลก หรือชุบไขทอดเป็ นอาหารได้ ่


19

ท า ง ภ า ค เ ห นื อ มี ผ ั ก เ ฉ พาะที่ น ำมาปรุ ง อาหารต่ างจากภาคอื่ น ๆ เช่น"ผำ"หรือไขแหนหรื อทีค ่ นภาคกลางเรียกวา"ไข น ั ษณะเป็ นเม็ ดเล็ ่ ่ ่ ้ ำ"มีลก กๆเทาไข ปลา ลอยอยูในน ธน ี ำมาปรุงอาหารคือเอามาตม ่ ่ ่ ้ ำคลายจอกแหนวิ ้ ้ ใหสุ ก ใส ข า ตะไคร ใบมะกรู ด หอม กระเที ย ม และกะปิ แล วรับประทานกับข าวเจ า้ ้ ่ ่ ้ ้ ้ ็ ี "เตา" หรือขาวเหนี ยว อาจใส่หมูหรือกุงสั ก ้ ม ้ ้ บละเอียดผสมลงไปดวยนอกจากนี ้ ซึง่ เป็ นพืชน้ำอีกชนิดหนึ่งทีค ่ นภาคกลางเรียกวา่ "ตะไครน ้ ้ ำ" ใช้เตาสดๆ หัน ่ ฝอย แลวใส ่ งปรุงตางๆเป็ นยำ และยังมีผก ั แพะ คำวา่ แพะ ้ ่ เครือ ่ ตามความหมายของคนภาคเหนือหมายถึง"ป่าโปรง"ฉะนั ้นผักแพะจึงหมายถึง ่ ผักชนิดหนึ่งทีข ่ น ึ้ ในป่าโปรงนั ี ำมาปรุงอาหารคือใช้ยอดผักแพะสดๆ ่ ่นเองวิธน จิม ้ น้ำพริกหรือจะนำมายำก็ได้


ภาคกลาง 20


21

ภาคกลาง หมายถึง ภูมภ ิ าคตอนกลางของไทย ครอบคลุมพืน ้ ที ่ แหงที น อ ภาคอีสาน ่ ร่ าบลุมแม ่ ่ ้ ำเจ้าพระยา อยูกึ ่ ง่ กลางระหวางภาคเหนื ่ และภาคใต้ ในบางบริบท ภาคกลางอาจหมายรวมถึงภาคตะวันตก และภาคตะวันออกดวย ้


22

ลักษณะทางกายภาพ


23

ลักษณะภูมิศาสตร์ภาคกลาง ภาคกลางมีเนือ ้ ทีท ่ ง้ั หมด 91,795.14 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณรอยละ 17.90 ของเนื้อทีท ่ ง้ั ประเทศ ้ ประกอบดวยพื น ้ ที ่ 22 จังหวัด ้

ที่ตงั ้ และขอบเขตภาคกลาง

ทิศเหนือ ติดจังหวัดตาก จังหวัดอุทย ั ธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และประเทศเมียนมาร ่ ์

ทิศใต้ ติดตอกั ่ บจังหวัดเพชรบุร ี และจังหวัดสมุทรสาคร

ทิศตะวันออก ติดตอกั ่ บจังหวัดสิ งหบุ ่ ์ ร ี จังหวัดอางทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดนนทบุร ี และจังกวัดกรุงเทพฯ

ทิศตะวันตก ติดตอกั ั ธานี ่ บ จังหวัดอุทย และประเทศเมียนมาร ่ ์


24

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมป ิ ระเทศทัว่ ไปเป็ นทีร่ าบดินตะกอนทีล ่ ำน้ำพัดมาทับถมในบริเวณ ทีร่ าบนี้มภ ี เู ขาโดดๆซึง่ ส่วนใหญเป็ ิ ระเทศตอน ่ นภูเขาหินปูนกระจายอยูทั ่ ว่ ไปภูมป บนของภาคกลางเป็ นทีร่ าบลูกฟูกคือเป็ นทีส ่ ูงๆตำๆและมี ภูเขาทีม ่ แ ี นวตอเนื ่องจาก ่ ่ ภาคเหนือเข้ามาถึงพืน ้ ทีบ ่ างส่วนของจังหวัดพิษณุ โลกและเพชรบูรณส ้ ทีต ่ ์ ่ วนพืน อนลางของภาคกลางนั ้นเป็ นดินดอนสามเหลีย ่ มปากแมน ่ ่ ้ ำเจ้าพระยาซึง่ เกิดจากกา รรวมตัวของแมน ่ ้ ำปิ ง วัง ยม น่าน นอกจากแมน ่ ้ ำเจ้าพระยาแลว ้ ตอนลางขอ ่ งภาคกลางยังมีแมน ำไหลผ านอี ก หลายสาย ได แก แม น ำแม กลอง แม น ำท ่ ้ ่ ้ ่ ่ ้ ่ ่ ้ าจี ่ น แมน ง่ เกิดจากดินตะกอ ่ ้ ำป่าสั ก และแมน ่ ้ ำนครนายก เขตนี้เป็ นทีร่ าบกวางขวางซึ ้ น หรือดิน เหนียวทีแ ่ มน ้ ทีท ่ อ ี่ ุดมสมบูร ่ ้ ำพัดพามาทับถมเป็ นเวลานาน จึงเป็ นพืน ณเหมาะแก การเพาะปลู กมาก และเป็ นเขตทีม ่ ป ี ระชากรเยอะทีส ่ ุด ในประเทศไทย ่ ์ ฉะนั้นภาคกลางจึงไดชื ่ วาเป็ น ้ อ ่ นอูข ่ าวอู ้ ่ ้ ำของไทย


25

ลักษณะภูมิอากาศ

มีอากาศคอนข ่ ้างร้อนฝนตกชุกแตได ่ รั ้ บอิทธิพลของลมทะเลจึงทำให้อากาศ ในฤดูรอนไม ร่ อนจั ดและอากาศในฤดูหนาวไมหนาวจั ดแตจะมี อากาศเย็นสบาย ้ ้ ่ ่

ประชากร

ภาคกลางมีจำนวนประชากรทัง้ สิ้ นประมาณ๑๘.๙ลานคนโดยกระจายอยู ใน ้ ่ จังหวัดทีใ่ นบริเวณทีร่ าบภาคกลางตอนบนเพียง๕.๔ลานคนอยู ในบริ เ วณภาคกลา ้ ่ งตอนลางถึ ง ๑๓.๕ ลานคน ทัง้ นี้เพราะจังหวัดในทีร่ าบภาคกลางตอนลางเป็ น ่ ้ ่ ศูนยกลางทางเศรษฐกิ จ สั งคม และการเมือง มีจงั หวัดและสถานทีส ่ ำคัญตัง้ อยู่ ์ มากโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึง่ เป็ นเมืองหลวงของประเทศ


26

ลักษณะที่อยู่อาศัย

เรือนไทยภาคกลาง เป็ นเรือนไทยประเภททีน ่ ิยมทีส ่ ุด มีลก ั ษณะเป็ นเรือนยกพืน ้ ใตถุ ้ ดินเสมอศี รษะ ้ นสูง สูงจากพืน คนยืน รูปทรงลมสอบ หลังคา ทรงสูงชายคายืน ่ ยาว ้ เพือ ่ กันฝนสาด แดดส่อง นิยมวางเรือนไปตามสภาพแวดลอม ้ ทิศทางลมตามความเหมาะสมถือเป็ นแบบฉบับของเรือนไทย เดิมทีเ่ ราคุ้นเคยกันดี ในรูปแบบ เรือนฝาปะกนถือเป็ น เรือนไทยแท้ เรือนไทยฝาปะกน คือเรือนทีฝ ่ าทำจากไมสั ้ ก มีไมลู ้ กตัง้ และลูกนอน และมีแผนไม บางเข าลิ ้ ประกบกัน สนิท หน้าจัว ่ ก็ทำดวยวิ ธเี ดียวกัน ่ ้ ้ น ้ เราจะพบเห็ นเรือนไทยภาคกลาง รูปแบบตาง ๆ อาทิ เรือนเดีย ่ ว ่ เรือนหมู่ เรือนหมูคหบดี และ เรือนแพ ่


27

ประเภทเรือนไทยภาคกลาง

1.เรือนเดีย ่ ว เป็ นเรือ นสำหรับ ครอบครัว เดี่ย วสร้ างขึ้น โดยมี ประโยชน์ใช้สอยทีเ่ พียงพอกับครอบครัวเล็ กๆอาจเป็ น เรือนเครือ ่ งผูกเรือนเครือ ่ งสั บหรือผสมผสานกันก็เป็ นได้ แลวแต ฐานะประกอบด วยเรื อนนอน1 หลังเรือนครัว1หลั ้ ่ ้ งระเบียงยาวตลอดเป็ นตัวเชือ ่ ม ระหวางห ่ ้องนอนกับชาน

2.เรือนหมู่

เรือนหมู่ คือ เรือนหลายหลังซึง่ ปลูกอยูใน ที่ เ ดี ย ว กั น ่ สมัยกอนลู กชายแตงงานส ไ ป อ ยู่ บ้ า น ผู้ ห ญิ ง ส่ ว น ่ ่ ่ วนใหญจะ ่ ลูกผู้หญิงจะนำเขยเขาบ จะอยูเรื าเรื ้ าน ้ ่ อนหลังยอมกว ่ ่ อนหลังเ ดิมเรียกวา“หอกลาง”เรื อนนอกเรียกวา“หอรี ”เพราะปลูกไปตาม ่ ่ ยาวถ้ามีเรือนปลูกอีกหลังหนึ่ งเป็ นด้านสกัดก็ เรียกว่า“หอขวาง” อาจมี“หอนัง่ ”ไวสำหรั บนัง่ เลน บเลีย ้ งนก ้ ่ บางแหงมี ่ “หอนก” ไวสำหรั ้


28 3.เรือนหมูคหบดี ่ เรือนหมูคหบดี โบราณเป็ นเรือนสำหรับผู้มีอน ั จะกิน ลักษณะการจัดเรือนห ่ มูคหบดี ของโบราณเป็ นเรือนขนาดใหญมี อนหลังเล็กหลังน้อยรวมเขา้ ่ ่ เรือนคูและเรื ่ ดว���กั น แตละหลั งใช้ประโยชนต ่ น ั ออกไป ประกอบดวย เรือนนอน ้ ่ ่ ้ าทีก ้ ์ างหน เรือนลูก เรือนขวาง เรือนครัว หอนก และชาน

4.เรือนแพ การสรางบ านบริ เวณชายฝั่งตองยกพื น ้ ชัน ้ บนสูงมาก ไมสะดวกในหน ้ ้ ้ ่ ้ าแลง้ ทำให้เกิดการสรางเรื อนในลักษณะ " เรือนแพ "ทีส ่ ามารถปรับระดับของตนเอง ้ ขึน ้ ลงไดตาม ระดับน้ำในแมน ้ ่ ้ ำลำคลอง


29

ลักษณะของเรือนไทยภาคกลาง

เรือ นไทยภาคกลางยกใต้ ถุ น สู ง สู ง จากพืน ้ ดิน ประมาณพ้ นศี ร ษะรวมทั้ง ระเบีย งและชานก็ ยกสูง ด้วยการยกใต้ถุ น สูง นี้ ม รี ะดับ ลดหลั่น กัน พืน ้ ระเบีย งลด จากพืน ้ ห้องนอน40เซนติเมตรพืน ้ ชานลดจากระเบียงอีก 40 เซนติเมตรและปิ ด ดวยไม ระแนงตี เวนช ้ ทำให้ไดประโยชน ดั ื ช่วยให้ ้ ้ ้ ่ องโปรง่ การลดระดับพืน ้ ์ งนี้คอ ลมพัดผานจากใต ้ มาข้างบนสามารถมองลงมายังใต้ถุนชัน ้ ลางได และใช ่ ้ถุนขึน ่ ้ ้ระ ดับลด 40 เซนติเมตรไวเป็ ่ ่งั ห้อยเทาหลั งคาทรงจัว ่ สูงชายคายืน ่ ยาวหลัง ้ นทีน ้ คาของเรือนไทยเป็ นแบบทรงมนิลาใช้ไมทำโครงและใช ้ ง ้ ้จากแฝกหรือกระเบือ ดินเผาเป็ นวัสดุมุงหลังคาวัสดุเหลานี ี ุงตามระดับองศาทีส ่ งู ชันมาก ่ ้ตองใช ้ ้วิธม น้ำฝนจึงจะไหลไดเร็ การทำหลังคา ทรงสูงนี้ มีผลช่วยบรรเทาค ้ ว ไมรั ่ ว่ วามรอนที จ ่ ะถายเทลงมายั งส่วนลาง ทำให้ทีพ ่ ก ั อาศั ยหลับนอนเย็นสบาpสำห ้ ่ ่ รับเรือนครัวทัว่ ไปตรงส่วนของหน้า จัว ่ ทัง้ 2 ดาน ทำช่องระบายอากาศ ้ โดยใช้ไมตี ่ ถายเทควั นไฟออกจากเ ้ เวนช ้ ่ องหรือ ทำเป็ นรูปรัศมีพระอาทิตย ์ เพือ ่ รือนครัวไดสะดวก ชายคากันสาดให้ยืน ่ ออกจากตัวเรือนมากเพือ ่ กันแดดส่องและ ้ ฝนสาด ชานกวาง 40 ของพืน ้ ทีท ่ ง้ั หมด ถารวมพื น ้ ้ โดยทัว่ ไปมีปริมาณถึงรอยละ ้ ้ ทีข ่ องระเบียงเขาไปด วยจะมี ปริมาณถึงรอยละ 60 พืน ้ ทีน ่ ีเ้ ป็ นส่วนอาศัยภายนอก ้ ้ ้ ส่วนทีอ ่ าศัยหลับนอนมีฝา กัน ้ เป็ นห้อง มีเนือ ้ ทีเ่ พียงรอยละ 40 ของพืน ้ ทีท ่ ง้ั หมด ้ สาเหตุทพ ี่ น ื้ ทีอ ่ ยูอาศั ยภายนอกมีปริมาณมากเพราะดินฟ้า อากาศรอนอบอ าว ่ ้ ้


30

การแต่งกาย

ลักษณะการแต่งกาย

ผู้ชาย สมัยกอนการเปลี ย ่ นแปลงระบอบการปกครอง นิยมสวมใส่โจง ่ กระเบนสวมเสื้ อสี ขาว ติดกระดุม 5 เม็ด ทีเ่ รียกวา่ "ราชประแตน" ไวผมสั ้น ้ ขางๆตั ดเกรียนถึงหนังศี รษะขางบนหวี แสกกลาง ้ ้ ผู้หญิงสมัยกอนการเปลี ย ่ นแปลงระบอบการปกครองนิยมสวมใส่ผ้าซิน ่ ยาว ่ ครึง่ แขงห ยงตามสมัยอยุธยาทรงผมเกลาเป็ ่ งประดับ ้ มสไบเฉี ่ ้ นมวยและสวมใส่เครือ เพือ ่ ความสวยงามในภาคตะวันออกการแตงกายมี ลก ั ษณะเช่นเดียวกับคนภาคกลา ่ งเดิมทีภ ่ าคนี้เรียกรวมกับคนภาคกลาง แตเนื ิ ระเทศซึง่ ตางไป ่ ่องจากลักษณะภูมป ่ จากภาคกลางผลิตผลและ ภูมอ ิ ากาศคลายคลึ ง กั บ ภาคใต จั ง มี ล ก ั ษณะเด นขั ้ ้ ่ ดของ ตนเองทีแ ่ ยกออกไปได้


31


32

อาหารพื้นบ้านภาคกลาง

ลักษณะอาหารพืน้ บ้านภาคกลาง

1.ไดรั เช่น เครือ ่ งแกง แกงกะทิ จะมาจากชาวฮินดู ้ บอิทธิพลจากตางประเทศ ่ การผัดโดยใช้กระทะและน้ำมันมาจากประเทศจีนหรือขนมเบือ ้ งไทยดัดแปลงมา จากขนมเบือ ้ งญวนขนมหวานประเภททองหยิบทองหยอดรับอิทธิพลจากประเทศ ทางตะวันตกเป็ นตน ้ 2.เป็ นอาหารทีม ่ ก ั มีการประดิษฐ ์ โดยเฉพาะอาหารจากในวังทีม ่ ก ี ารคิด สรางสรรค อาหารให ิ รบรรจง เช่นขนมช่อมวงจ ามงกุ ฎ หรุม ลูกชุบ ้ ้เลิศรสวิจต ่ ่ ่ ์ กระเช้าสี ดา ทองหยิบ หรืออาหารประเภทขาวแช ก ้ ่ ผักผลไมแกะสลั ้


33

3.เป็ นอาหารทีม ่ ก ั จะมีเครือ ่ งเคียง ของแนม เช่น น้ำพริกลงเรือ ต้องแนมด้วยหมูหวานแกงกะทิแนมด้วยปลาเค็มสะเดาน้ำปลาหวานก็ต้อง คูกั ดทอดรับประทานกับน้ำพริกมะมวง หรือ ่ บกุงนึ ้ ่งหรือปลาดุกยางปลาสลิ ่ ่ ไขเค็ ่ ก ั จะรับประทานกับน้ำพริกลงเรือน้ำพริกมะขามสดหรือน้ำพริก ่ มทีม มะมวงนอกจากนี ้ยงั มีของแหนมอีกหลายชนิด เช่น ผักดอง ขิงดอง ่ หอมแดงดอง เป็ นตน ้ 4.เป็ นภาคทีม ่ อ ี าหารวางและขนมหวานมากมายเช ยบ ่ ่ นขาวเกรี ้ ปากหม้อกระทงทองค้างคาวเผือกปั้นขลิบนึ่งไส้กรอกปลาแนมข้าวตังหน้า ตัง้


34

ภาคอีสาน


35

ภาคอีสาน หรือ ภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ เป็ นเขตหรือภาคหนึ่งทางทิศ ตะวันออกเฉี ยงเหนือของประเทศไทยอยูบนแอ งโคราชและแอ งสกลนครมี แมน ่ ่ ่ ่ ้ำ โขงกัน ้ เขตทางตอนเหนือและตะวันออกของภาค ทางดานใต ้ ้จรดชายแดนกัมพู ชาทางตะวันตกมีเทือกเขาเพชรบูรณและเทื อกเขาดงพญาเย็นเป็ นแนวกัน ้ แยกจา ์ กภาคเหนือและภาคกลาง


36

ลักษณะทางกายภาพ

ลักษณะภูมิประเทศ

เป็ นทีร่ าบสูง มีทวิ เขาเป็ นขอบอยูทางด านตะวั นตกและดานใต ่ ้ ้ ้ ทำให้ทาง ตะวันตกเป็ นทีร่ าบสูงชันและลาดเยือ ้ งมาทางตะวันออกมีพรมแดนติดตอกั ่ บประ เทศลาวและกัมพูชาทิวเขาทีส ่ ำคัญคือทิวเขาเพชรบูรณและทิ วเขาดงพญาเย็นซึง่ ์ กัน ้ ระหวางภาคกลางกั บภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือทิวเขาสั นกำแพงและทิวเขาพนม ่ ดงรัก กัน ้ อาณาเขตระหวางไทยกั บกัมพูชาและลาว พืน ้ ดินส่วนใหญเป็ ่ ่ นดินปน ทรายไมอุ เหมาะกั บการเพาะปลูก แมน ่ มน ้ ้ ำจึงทำให้ภาคนี้แห้งแลงไม ้ ่ ่ ้ ำในภาคนี้ ส่วนใหญไหลลงสู เวณทีร่ าบลุมแ ่ ่ แมน ่ ้ ำโขง เช่น แมน ่ ้ ำชี แมน ่ ้ ำมูล เป็ นตนบริ ้ ่ มน ่ ้ ำจึงทำให้เกษตรกรรมไดเป็ ้ นบริเวณกวาง ้


37

ขนาดที่ตงั ้ และอาณาเขต

ภาคตะวัน ออกเฉี ยงเหนื อ เป็ นที่ ร าบใหญ่ ตอนใจกลางของแหลมทอง หรืออินโดแปซิฟิก อยูระหว างเส ่ ่ ้ นแวง 101 องศา กับ 105 องศาตะวันออก และเส้นรุง้ 14 องศา กับ 18 องศา 30 ลิปดาเหนือ มีทวิ เขาเป็ นกรอบ ลอมรอบพื น ้ ทีอ ่ ยูเกื งมีสภาพเป็ นทีร่ าบสูง พืน ้ ทีแ ่ ยกออกจากภาคกลาง ้ ่ อบทุกดานจึ ้ และภาคตะวันออกโดยมีทวิ เขา และป่าใหญกั ้ ไว้ มีลำน้ำโขงกัน ้ อยูทางเหนื อ ่ น ่ และทางตะวันออก และเป็ นเส้นเขตแดนระหวางไทยกั บลาว ภาคตะวันออกเฉี ยง ่ เหนือมีพน ื้ ทีป ่ ระมาณ 155,400 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสาม ของพืน ้ ทีป ่ ระเทศไทย และมีประชากรอยูประมาณหนึ ่งในสามของประชากรทัง้ ่ ประเทศ


38

ลักษณะภูมิประเทศของภาคอีสาน

ทีร่ าบสูงภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือมีลก ั ษณะคลายปากปล องภู เขาไฟขนาด ้ ่ ใหญ่โดยมีท ิว เขาเลยอยู่ทางด้ านทิศ ตะวัน ตกเฉี ย งเหนื อ ทิว เขาเพชรบู ร ณ ์ทิว เขาดงพระยาเย็ น และทิว เขาสั น กำแพงอยู่ทางด้ านทิศ ตะวัน ตกทิว เขาพนมดง รัก อยู่ทางด้ านทิศ ใต้ มีภู เ ก้ าและภู พ านอยู่ทางด้ านทิศ เหนื อ และเชื่อ มต่อกับ ทิว เ ขาเลยมามาพบทิว เขาพนมดงรัก พื้น ที่โ ดยทั่ว ไปสู ง เหนื อ ระดับ น้ ำทะเลประมา ณ ๑๔๐ - ๒๐๐ เมตร พืน ้ ทีส ่ ่ วนใหญลาดเอี ยงไปทางทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ ่ ประมาณ ๕๐ เมตร ลักษณะพืน ้ ทีเ่ ป็ นลูกคลืน ่ น้อย ๆ เนื้อดินเป็ นดินปนทราย และเกือบไมมี ิ ตะกอนอยูเลย ภูเขามีทวิ เขาไมมากนั ก และมีขนาดไมใหญ นั ่ ดน ่ ่ ่ ่ ก ส่วนใหญจะอยู ตามริ มขอบของภาค มีอยูตอนกลางของพื น ้ ทีอ ่ ยูบ ยงเล็ก ่ ่ ่ ่ างเพี ้ น้อย พอจะแบงทิ นคือ ทิวเขาเลย ่ วเขาในภาคนี้ออกไดเป็ ้ น ๔ ทิวเขาดวยกั ้ ทิวเขาภูเกาทิ ้ วเขาภูพาน และทิวเขาพนมดงรัก


39

ลักษณะภูมอิ ากาศ

ฤดูหนาวอากาศหนาวจัด ฤดูรอนจะร อนจั ดและแห้งแลง้ ฤดูฝนมักพบ ้ ้ ปัญหาฝนทิง้ ช่วงอยูเสมอ บางพืน ้ ทีม ่ ภ ี เู ขากัน ้ ฝนไวจึ ่ ้ งทำให้ฝนตกน้อย

ประชากร

เนื่องจากภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือเป็ นภาคทีม ่ พ ี น ื้ ทีก ่ ว้างใ���ญที ่ ุดและจำน ่ ส วนประชากรถึง ๒๑ ลานคน หรือ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของประชากรทัง้ หมดในประเทศ ้ จังหวัดทีม ่ ป ี ระชากรเกินลานคนมี ถงึ ๑๐ จังหวัด คือ นครราชสี มาอุบลราชธานี ้ อุดรธานี ขอนแกน ั ย ์ ศรีสะเกษ รอยเอ็ ด สุรน ิ ทร ์ และสกลนคร ่ ชัยภูม ิ บุรรี ม ้


40

ลักษณะที่อยู่อาศัย เรือนไทยภาคอีสาน เป็ นหนึ่งในเรือนไทย 4 ภาคของไทย แบงออกได ่ ้ เป็ นการปลูกเรือนในลักษณะชัว ่ คราวกึง่ ถาวร หรือเรือนถาวรประเภทของเรือน อีสาน -ลักษณะชัว ่ คราว สรางไว ใช ้ ้ ้เฉพาะบางฤดูกาล เช่น " เถียงนา" หรือ "เถียงไฮ่"ทำยก พืน ้ สูงเสาไมจริ อแป้นไมที ื้ มา จากเรือนเกา่ ้ งโครงไมไผ ้ หลั ่ งคามุงหญาหรื ้ ้ ร่ อ พืน ้ ไม้ ไผ่สั บ ฟากทำฝาโล ่งหากไร่นาไม่ไกลสามารถไปกลับ ได้ มีอ ายุ ใ ช้ งาน12ปี สามารถรือ ้ ซ่อมใหมได ่ ง้ าย ่ -ลักษณะกึง่ ถาวรคือกระต๊อบ หรือเรือนเล็ก ไมมั ่ คงแข็งแรงนัก มีชอ ื่ เรียก ่ น "เรือนเหยา" หรือ " เฮื อนยาว" หรือ "เยาเรื ่ งผู ้ ้ ่ อน " อาจเป็ นแบบเรือนเครือ กหรือเป็ นแบบเรือนเครือ ่ งสั บก็ได้ เรือนเหยากึ ้ ง่ ถาวรยังมี " ตูบตอเล ่ า้ " ซึง่ เป็ นเพิงทีส ่ รางอิ งกับตัวเลาข และ "ดัง้ ตอดิ ่ วั เสาดัง้ จะฝัง ้ ้ าว ้ ่ น" ซึง่ เป็ น เรือนทีต ถึงดินและใช้ไมท ยวตลอดสูงขึน ้ ไปรับอกไก่ เป็ นเรือนพักอาศั ยทีแ ่ ยกมาจาก ้ อนเดี ่ เรือนใหญ่ เรือนเหยากึ ่ " ้ ง่ ถาวรอีกประเภทหนึ่ง คือ "ดัง้ ตัง้ คาน"หรือ ดัง้ ตัง้ ขือ ลักษณะคลายเรื อนเกยทัว่ ไป แตพิ ี ถ ิ น ั น้อยกวา่ อยูในประเภทของเรื อนเครือ ่ งผูก ้ ่ ถพ ่ แตกตางจากเรื อนดัง้ ตอดิ จะลงมาพักบนคานของดานสะกั ด ่ ่ น ตรงทีเ่ สาดัง้ ตนกลาง ้ ้ ไมต ่ อถึ ่ งดิน - ลักษณะถาวร เป็ นเรือนเครือ ่ งสั บหรือเรือนไมกระดานอาจจำแนกได เป็ ้ ้ น 3 ชนิด คือ เฮื อนเกย เฮื อนแฝด เฮื อนโขง่ ลักษณะใตถุ ่ ๆเรือน ้ นสูงเช่นเดียวกับภาคอืน เครือ ่ งสั บเหลานี กทำ หน้าตางเป็ นช่องแคบ ๆ ส่วน ่ ้ ไมนิ ่ ยมเจาะช่องหน้าตางมั ่ ่ ประตูเรือนทำเป็ นช่องออกทางดานหน ้ ้ าเรือนเพียงประตูเดียว ภายในเรือนจึงคอน ่ ขางมื ด เพราะในฤดู ห นาวมี ล มพั ด จั ด และอากาศจั ด จึ ง ต องทำเรื อ นให ทึ บ และกั น ้ ้ ้ ลมไดหลั ่ อยางเรื อนไทยภาคกลางมุงดวยกระเบื อ ้ งดินเผา ้ งคาเรือนทำเป็ นทรงจัว ่ ้ หรือกระเบือ ้ งไมสั ่ กรุดวยไม ตี ้ กจัว ้ ้ เกล็ดเป็ นรูปรัศมีของอาทิตยทั ้ ์ ง้ สองดาน รอบหลังคาไมมี ช ายคาหรื อ ปี ก นกยื น ่ คลุ ม ตั ว บ านเหมื อ นอย างเรื อ นไทยภาคกลาง ่ ้ ่


41

เอกลักษณ์เรือนไทยภาคอีสาน

-ไมนิ านหลั งตัวเรือน ถาจะทำจะเจาะเป็ นช่องเล็กๆพอ ่ ยมทำหน้าตางทางด ่ ้ ้ ให้ยืน ่ ศี รษะออกไปไดเท ้ านั ่ ้น -ไมนิ ้ ไปเหมือนเรือนของชาวไทยลานนาที ่ ่ ยมตอยอดป ่ ้ านลมให้สูงขึน ้ เรียกวากาแล ่ -ไมนิ ่ ยมตัง้ เสาเรือนบนตอหมอ ้ เหมือนเรือนของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ ดวยเหตุ ทช ี่ าวไทยภาคอีสานปลูกเรือนดวยการฝั งเสา จึงไมมี ้ ้ ่ การตัง้ บนตอหมอ ้


42

การแต่งกาย

ภาษาภาคนี้สำเนียงคลายภาษาลาว ซึง่ เรามักจะเรียกวาเป็ ้ ่ น ภาษา“อีสาน” ภาษาอีสานเช่น เวา้ (พูด) แซบ (อรอย) เคียด(โกรธ) ่ นำ (ดวย)การแต งกายส อ ซึง่ ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ้ ่ ่ วนใหญใช ่ ผ ้ าทอมื ้ เช่น ผ้าฝ้าย และผ้าไหมผ้าพืน ้ เมืองอีสาน ชาวอีสานถือวากา ่ รทอผ้ าเป็ นกิจ กรรมยามว่ างหลัง จากฤดู ก ารทำนาหรือ ว่ างจากงา นประจำอื่น ๆใต้ ถุ น บ้ านแต่ ละบ้ านจะกางหู ก ทอผ้ ากัน แทบทุ ก ครัว เรือน โดยผู้หญิงในวัยตางๆ จะสื บทอดกันมาผานการจดจำและป ่ ่ ฏิบต ั จ ิ ากวัยเด็กทัง้ ลวดลายสี สัน การยอมและการทอ ผ้าทีท ่ อดว ้ ้ ยมือจะนำไปใช้ตัดเย็บทำเป็ นเครือ ่ งนุ่ งหม หมอน ที น ่ อน ผ าห ม ่ ้ ่ และการทอผ้ายังเป็ นการเตรียมผ้าสำหรับการออกเรือนสำหรับหญิง วัยสาว ทัง้ การเตรียมสำหรับตนเองและเจ้าบาว ทัง้ ยังเป็ นการวัด ่ ถึงความเป็ นกุลสตรี เป็ นแมเหย าแม เรื ่ ้ ่ อนของหญิงชาวอีสานอีกดวย ้


43 ผ้าทีท ่ อขึน ้ จำแนกออกเป็ น 2 ชนิด คือ 1.ผ้ าทอสำหรับ ใช้ ในชีว ิต ประจำวัน จะเป็ นผ้ าพื้น ไม่มี ลวดลายเพราะต้องการความทนทานจึงทอด้วยฝ้ายย้อมสี ตาม ตองการ ้ 2.ผ้ าทอสำหรับ โอกาสพิเ ศษเช่ นใช้ ในงานบุ ญ ประเพ ณีตางๆ งานแตงงาน งานฟ้อนรำ ผ้าทีท ่ อจึงมักมีลวดลา ่ ่ ยทีส ่ วยงามวิจต ิ รพิสดาร มีหลากหลายสี สัน ประเพณีทค ี่ กั ู่ นมากับการทอผ้าคือการลงขวง โดยบรรดาสาวๆ ในหมูบ ่ ่ า้ นจะพากันมารวมกลุมก บางก็ สาวไหมบางก็ ป่น ั ฝ้า ่ อกองไฟ ่ ้ ้ ยกรอฝ้ ายฝ่ ายชายก็ ถ อ ื โอกาสมาเกีย ้ วพาราสี และนั่ง คุ ย เป็ นเ พือ ่ นบางครัง้ ก็มก ี ารนำดนตรีพน ื้ บานอย างพิ ณ แคน โหวต ้ ่ มาบรรเลงจายผญาโต ตอบกั น เนื่องจากอีสานมีชนอยูหลาย ่ ้ ่ กลุมวั ้ เมืองจึงแตกต่างกันไปตามกลุม ่ ฒนธรรมการผลิตผ้าพืน ่ วัฒนธรรม


44

อาหารพื้นบ้านภาคอีสาน

สภาพภูมศ ิ าสตรของภาคตะวั นออกเฉี ยงเหนือหรือภาคอีสานมีผลตออาหารการกิ ่ ์ นของคนทองถิ น ่ อยางมากเนื ่องจากพืน ้ ทีบ ่ างแหงแห วัตถุดบ ิ ทีน ่ ำมาประก ้ ่ ่ ้งแลง้ อบอาหารซึง่ หาไดตามธรรมชาติ ส่วนใหญได ้ ่ แก ้ ่ ปลา แมลงบางชนิด พืชผั กตางๆการนำวิ ธก ี ารถนอมอาหารมาใช้เพือ ่ รักษาอาหารไวกิ ่ ้ นนาน ๆจึงเป็ นส่วน สำคัญ ในการดำรงชี พ ของคนอีส านชาวอีส านจะมีข้ าวเหนี ย วนึ่ ง เป็ นอาหาร หลักเช่น เดียวกับภาคเหนือเนือ ้ สั ตวที ่ ำมาปรุงอาหาร ไดแก ่ ามาได้ เช่น ้ ่ สั ตวที ์ น ์ ห กบ เขียด แย้ แมลงตาง ่ าของรสชาติอาหารอีสาน เช่น รสเค็มไดจากปลาร า้ ่ ๆทีม ้ -รสเผ็ดไดจากพริ กสดและพริกแห้ง ้ -รสเปรีย ้ วไดจากมะกอก ส้มมะขาม และมดแดง ้


45

ในอดีตคนอีสานนิยมหมักปลาร้าไว้กินเองเพราะมีปลาอุดมสมบูรณประกอบ ์ กับเป็ นแหลงเกลื อ สิ น เธาว ทำให การทำปลาร าเป็ นที แ ่ พร หลายมากจากปลาร าพื ้ ่ ้ ้ ่ ้ น ์ บานอี สานไดมี ี ารทำและรสชาติ จนกลายเป็ นตำรับปลาราที ่ ่ง ้ ้ การพัฒนาทัง้ วิธก ้ ส ขายตางประเทศในปั จจุบน ั อาหารพืน ้ บานอี สานทีม ่ ช ี อ ื่ เสี ยง ไดแก ่ ้ ้ ่

ตำส้มหรือส้มตำ

มีหลายแบบเช่นตำมะละกอตำแตงรานตำถั ว่ ฝักยาวใส่มะกอกเพิม ่ รสเปรีย ้ ว ้ ใส่ปลาราเพิ ่ รสเค็ม พิม ่ รสเผ็ดดวยพริ ก ้ ม ้


46

แจวบอง ่

หมายถึงปลาราสั ่ งเทศพริก ้ บใส่เครือ เคลาให ้ ้เขากั ้ น

หอมกระเทียมคัว่ คลุก


47

มัม ่

คือไส้กรอกอีสานใช้เนื้อวัวสั บหรือตับทีเ่ รียกวา"มั ่ ตับ ่ ม "นำมายัดใส่ในกระเพาะปัสสาวะของวัวคนอีสานนิยมทอดห รือยางจิ ม ้ กับน้ำพริกหรือแจวรั น ้ บ้าน ่ ่ บประทานเสน่หอาหารพื ์ อีสานอยูที ู แบบการปรุงวัตถุดบ ิ เครือ ่ งปรุงรสชาติ ปลาราที ่ ร่ ป ้ ่ นำมาผสมผสานกันอยางกลมกลื น สะทอนให ่ ้ ้เห็ นวัฒนธรรม อาหารของคนอี ส านอัน เป็ นลัก ษณะเฉพาะถิ่น เป็ นสำรับ อาหารทีค ่ นทั่วไปยอมรับ ในความอร่อยและอุดมด้วยคุ ณ ค่า ทางโภชนาการ


48

ภาคใต้


49

ภาคใต้ เป็ นภูมภ ิ าคหนึ่งของไทย ตัง้ อยูบนคาบสมุ ทรมลายูทางใตของ ่ ้ ประเทศ ถัดลงไปจากบริเวณภาคตะวันตก (หรือภาคกลางขึน ้ อยูกั บ การจั ด แบง่ ่ ของแตละหน าวไทยทางฝั ่ งตะวันออกและทะเลอันดามันทาง ่ ่ วยงาน) ขนาบดวยอ ้ ่ ฝั่งตะวันตก มีเนื้อทีร่ วม 70,715.2 ตารางกิโลเมตรความยาวจากเหนือจด ใต้ ้ประมาณ 750 กิโลเมตร ทุกจังหวัดของภาคมีพน ื้ ทีต ่ ด ิ ชายฝั่งทะเล ยกเวน ้ จังหวัดยะลาและจังหวัดพัทลุง


50

ลักษณะทางกายภาพ

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ภาคใต้

ภาคใต้ มีพ ื้น ที���ป ระมาณ70,715ตารางกิโ ลเมตรประกอบด้ วย14 จังหวัดแบงออกเป็ น ่ -ภาคใตฝั ชุมพร สุราษฎรธานี ้ ่ งตะวันออกไดแก ้ ่ ์ นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส -ภาคใตฝั พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ้ ่ งตะวันตกไดแก ้ ระนอง ่ สตูล


51

ที่ตงั ้ และขอบเขตภาคใต้

ทิศ เหนื อ มี พ ื้น ที่ ต ิด ต่ อกับ จัง หวัด ประจวบคี ร ี ข ัน ธ ์ดิน แดนที่ อ ยู่ เหนือสุดของภาคคือ อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร ทิศตะวันออก มีพน ื้ ทีต ่ ด ิ ตอกั ดินแดนทีอ ่ ยูตะวั นออกสุด ่ บอาวไทย ่ ่ ของภาคคือ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันตก มีพน ื้ ทีต ่ ด ิ ตอกั ่ ยูตะวั น ่ บมหาสมุทรอินเดีย ดินแดนทีอ ่ ตกสุดของภาคคืออำเภอทายเหมื อง จังหวัดพังงา ้ ทิศใต้ มีพน ื้ ทีต ่ ด ิ กับประเทศมาเลเซียทีอ ่ ำเภอเบตง จังหวัดยะลา


52

ลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้

ภาคใตมี ั ษณะภูมป ิ ระเทศเป็ นคาบสมุทรทีม ่ ท ี ะเลขนาบอยู่ 2 ดาน ้ ลก ้ คือ ตะวันออกดานอ าวไทยและตะวั น ตกด านทะเลอั น ดามั น จั ง หวั ด ยะลาเป็ น ้ ่ ้ จังหวัดทีไ่ มมี ื้ ทีต ่ ด ิ ตอกั ิ ระเทศแบงได 2เขตคื อ ่ พน ่ บทะเล ลักษณะภูมป ่ ้

1.ขตเทือกเขามีลก ั ษณะการวางตัวในแนวเหนือ-ใตเช ้ ่น -เทือกเขาตะนาวศรีเป็ นพรมแดนกัน ้ เขตแดนไทยกับพมา่ -เทือกเขาสั นกาลาคีรเี ป็ นพรมแดนกัน ้ เขตแดนไทยกับมาเลเซีย -เทือกเขาภูเก็ตอยูทางตะวั นตกของภาค ่ -เทือกเขานครศรีธรรมราชเป็ นแกนกลางของภาค

2.เขตทีร่ าบทีร่ าบในภาคใต้มีลก ั ษณะยาวขนานระหว่างภูเขาและชายฝั่ง ทะเลแคบๆซึ่งทางตะวันออกเป็ นชายฝั่งแบบยกตัวส่วนชายฝั่งตะวันตกเป็ นแบบ ยุบตัว


53

ลักษณะภูมิอากาศของภาคใต้

ลัก ษณะภู ม ิอ ากาศเป็ นแบบร้ อนชื้น แถบมรสุ ม (Amคือ มีฝ นตก ชุกสลับกับฤดูแลงสั ๆ ภาคใตไม เส ้ ้น ้ มี ่ ฤดูหนาวเนื่องจากอยูใกล ่ ้ ้น ศูนยสู และไดรั ้ บอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉี ยงใตและลมมร ้ ์ ตร สุมตะวันออกเฉี ยงเหนือทำให้ฝนตกชุกตลอดทัง้ ปี จังหวัดทีม ่ ฝ ี นตกชุกที่ สุดคือ ระนอง และจังหวัดทีม ่ ฝ ี นตกน้อยคือ สุราษฎรธานี ์

ประชากร

ภาคใต้มีประชากรมากเป็ นอันดับ3ของประเทศจังหวัดทีม ่ จ ี ำนวน ประชากรมากทีส ่ ุดคือ นครศรีธรรมราช จังหวัดทีม ่ จ ี ำนวนประชากรน้ อยทีส ่ ุด และมีความหนาแน่นเบาบางทีส ่ ุดคือ ระนองส่วนจังหวัดที่ มีความหนาแน่นของประชากรมากทีส ่ ุดคือ ภูเก็ต


54

ลักษณะที่อยู่อาศัย

เรือนไทยภาคใต้

เรือนไทยภาคใตที ่ บเห็ นทัว่ ไปในภาคใตแบ น ้ พ ้ งออกเป็ ่ -เรือนเครือ ่ งผูก -เรือนเครือ ่ งสั บ -เรือนกออิ ่ ฐฉาบปูน โดยเอกลักษณของเรื อนภาคใต้อยูที ่ ลังคาเรือนและเสาเ ่ ห ์ รือนจะเป็ นเสาไม้ตัง้ บนฐานคอนกรีตเหตุเพราะสภาพแวด ล้อมทางธรรมชาติเกิดพายุไต้ฝุ่นพายุฝนลมแรงเสมอจำเ ป็ นต้องมีโครงสร้างทีแ ่ ข็งแรงลักษณะเรือนไทยเป็ นเรือนย กพืน ้ สูงแตว สู ่ ะเดินลอดได้เรือนไทย ่ าไม ่ ่ งจนเกินไปพอทีจ ภาคใต้ แบงเป็ ่ น 2 บริเวณ คือ แถบชายทะเลดานใน ้ คื อ ช า ย ท ะ เ ล ฝั่ ง ต ะ วั น อ อ ก ซึ่ ง ติ ด กั บ อ่ า ว ไ ท ย และแถบชายทะเลดานนอก คือชายทะเลฝั่งตะวันตกซึง่ ้ ติดกับทะเลอันดามันโดยทีพ ่ น ื้ ทีท ่ างฝั่งตะวันออกด้านอาว ่ ไทยเป็ นชุมชนทีเ่ กาแก มากกว าฝั บานเรื อน ่ ่ ่ ่ งตะวันตก ้ แถบชายฝั่งทะเลตะวันออกมักเป็ นเรือนหลังคาหน้าจัว ่ ทรง สูงแบบเรือนไทยภาคกลาง แตไม ่ นิ ่ ยมทำปั้นลมและตัวเหงา


55

หลังคาเรือนไทยภาคใต้มี 3 ลักษณะคือ

-หลังคาจัว ่ ในชุมชนทีป ่ ระกอบอาชีพกสิ กรรมและประมงจะปลูก สรางเรื อนหลังคาทรงจัว่ ไมมี ้ ่ การตกแตงหน ่ ้ าจัว่ วัสดุมงุ หลังคาส่วนใหญใช ่ ้จากแต่ บางเรือนทีม ่ ฐ ี านะดีจะ มุงกระเบือ ้ งเพือ ่ ความมัน ่ คงแข็งแรง ความลาดชันของหลัง คาขึน ้ อยูกั หลังคาในทองถิ น ่ นั้นวาจะใช ้ งดินเผาหรือกระเบือ ้ ง ่ บวัสดุมุง ้ ่ ้กระเบือ ขนมเปี ยกปูนหรือมุง แฝกจากเรือนเครือ ่ งผูกหลังคาทรงจัว ่ ปลูกสรางง วยตน ้ ายด ่ ้ เอง โยกยายได ง้ ายวั สดุ หางาย ส่วนเรือนเครือ ่ งสั บ สำหรับผู้มีฐานะดีหลัง ้ ่ ่ คาจัว ่ เป็ นรูปตรงทรงไมสู ่ ยอด จัว ่ มุงนั้นดวยกระเบื อ ้ งแผน ่ งตกแตงหน ่ ้ าจัว ้ ่ สี่ เหลีย ่ มเชิงชาย และช่องลมใตเพดานแต งด วยไม ฉลุ ส วยงาม ตั ว เรื อ นใต ถุ น ยกสู ง มี ้ ่ ้ ้ ้ ระเบียงและนอกชานลดหลัน ่ กัน


56 -หลังคาปั้นหยามีความแข็งแรงของโครงสรางหลั งคาเป็ นพิเศษ ้ หลังคาตรงหัวทายเป็ นรูปลาดเอียงแบบตัดเหลีย ่ มหลังคามุงกระเบือ ้ งแผน ่ ม ้ ่ สี่ เหลีย ตรงรอยตัดเหลีย ่ มหลังคา ครอบดวยกั นน้ำฝนรัว่ หลังคาแบบนี้โครงหลังคาแข็ง ้ แรงมากสามารถทนรับฝนและต้านแรงลมหรือพายุไต้ฝุ่นไดดี ้ มากส่วนใหญอยู ่ ทาง ่ จังหวัดสงขลา -หลังคามนิลาหรือหลังคาบรานอรหรื ์ อแบบรานอรเป็ ์ นการผสมผสาน หลังคาจัว ่ ผสมหลังคาปั้นหยาคือส่วนหน้าจัว ่ คอนข ้ จะเป็ นจัว ่ ส่วนบนส่วนลาง ่ ้างเตีย ่ ของจัว ่ จะเป็ นหลังคาลาดเอียงลงมารับกับหลังคาดานยาวซึ ง่ ลาดเอียงตลอดเป็ น ้ เรือนไมใต งหวัดปัตตานี ้ ถุ ้ นสูงเรือนแบบนี้ส่วนใหญอยู ่ ในจั ่


57

ลักษณะทัวไปบ้ ่ านเรือนไทยภาคใต้

เรือนส่ วนใหญ่จะวางเสาไว้บนตอหม้อตีนเสาซึ่ง จะก่ออิฐฉาบ ปูนเมือ ่ ตองการจะทำการย ายบ านก็ จะ ปลดกระเบือ ้ งลงตีไมยึ ้ ้ ้ ้ ดโครง สรางเสาเป็ นรูปกากบาทแลวใช ง้ ในทีท ่ ต ี่ องการ นำ ้ ้ ้คนหามยายไปตั ้ ้ กระเบือ ้ งขึน ้ มุงใหม่ ส่วนใหญจะใช อสร างรู ่ ้ไมในการก ้ ่ ้ ปทรงของ เรือนเป็ นเรือนไม้ ใตถุ เสาทุ กตน ้ นสูงประมาณคนกมตั ้ วลอดผานได ่ ้ ้ ไมฝั ง ลงดิ น เพราะว าดิ น มั น ชื น ้ และก็ จ ะทำให เสาผุ เ ร็ ว แต จะตั ง ้ อยู ่ ่ ้ ่ ่ บนแผนปู น หรื อ แผ นหิ น เรี ย บ ๆ ที ฝ ่ ง ั อยู ในดิ น ให โผล ขึ น ้ มาจาก ่ ่ ่ ้ ่ พืน ้ ดินไมเกิ น 1 ฟุ ต เพื อ ่ กั น มิ ใ ห ปลวกกั ด ตี น เสาและกั น เสาผุจาก ่ ้ ความชืน ้ ของดิน ตีนเสา ตอนลางห างจากพื น ้ ดินประมาณ1- 2ฟุต ่ ่ จะมีไมร เสาทุกตนตามความยาวของเรื อนทัง้ 3 แถวเพือ ่ ทำ ้ อยทะลุ ้ ้ หน้ าทีย ่ ึด โครงสร้ างของเรือ นให้ แข็ ง แรงมากขึน ้ ตัว เรือ นกั้น ฝาด้วย แผนกระดานตี เกร็ดตามแนวนอน กัน ้ ห้องสำหรับเป็ นห้องนอน1 ห้อง ่ อีกห้องหนึ่งปลอยโล งด ระเบียงดานข าง เรือนเครือ ่ ง ่ ่ านหน ้ ้ าบานมี ้ ้ ้ สั บในภาคใตจะทำช ๆ หลังคาทำทรงจัว ่ ถากจันทัน ้ ่ องหน้าตางแคบ ่ ให้แอนแบบเดี ยวกับเรือนไทย ภาคกลางแตทรวดทรงเตี ย ้ กวาเล็ ่ ่ ่ ก น้อย ติดแผนปั ่ ้นลมแบบหางปลา ไมนิ ่ ยมทำตัวเหงา


58

การแต่งกาย

ภาคใต้มีภาษาพูด ประจำถิน ่ ทีห ่ ้ วนๆสั้ นๆเป็ นเอกลัก ษณ ์ เรียกวา“ภาษาใต อ ่ ยูแถบชายแดน ่ ้หรือแหลงใต้”ส่วนกลุมคนที ่ ่ ไทย-มาเลเซียนิยมพูดภาษายาวีหรือภาษามาเลเซียตัวอย่างภ าษาพูด ภาคใต้ เช่ นแหลง(พูด )หร๋อย(อร่อย)ทำไหร๋(ทำอะไร) บางท้ องถิ่ น ใช้ ภาษายาวี เ พราะนั บ ถื อ ศาสนาอิ ส ลามการ แต่ งกายภาคใต้ ภาคนี้ ม ี ก ารแต่ งกายต่ างกัน ตามเชื้ อ ชาติ ถาเชื ้ สายจีนจะแตงแบบจี น ถาเป็ า้ ้ อ ่ ้ นชาวมุสลิม ก็จะแตงคล ่ ยกับชาวมาเลเซียปัจจุบน ั แหลงทำผ ่ ้าแบบดัง้ เดิมนั้นเกือบจะสูญ หายไป คงพบไดเฉพาะ 4 แหลงเท ่ ำบลพุมเรีย ้ ง ้ ่ านั ่ ้นคือ ทีต จังหวัดสุราษฎรธานี , อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ์ เกาะยอ จังหวัดสงขลา และตำบลนาหมืน ่ ศรีจงั หวัดตรังการ แตงกายของชาวใต การแต งกายนั ้นแตกตางกั นในการใช้วัสดุ ่ ้ ่ ่ และรูปแบบโดยมีเอกล���กษณไปตามเชื อ ้ ชาติ ของผู้คนอันหลาก ์ หลายทีเ่ ขามาอยู อาศั ยในดินแดนอันเกาแก ้ ่ ่ ่ แหงนี ่ ้


59

จำแนกเป็ นกลุ่มใหญ่ๆ

1. กลุมเชื อ ้ สายจี–มาลายูเรียกชนกลุมนี หรือ ่ ่ ้วายะหยา ่ ยอนยาเป็ น เชือ ้ สายฮกเกีย ๊ นทีม ่ าสมรสกับชนพืน ้ ่ นกลุมชาวจี ่ เมืองเชือ ้ สายมาลายู ชาวยะหยาจึงมีการแตงกายอั นสวยงาม ่ ที่ ผ ส ม ผ ส า น รู ป แ บ บ ข อ ง ช า ว จี น แ ล ะ ม า ล า ยู เ ข้ า ด้ ว ย กั น อยางงดงาม ฝ่ายหญิงใส่เสื้ อฉลุลายดอกไม้ รอบคอ,เอว และ ่ ปลายแขนอยางงดงามนิ ยมนุ่ งผ้าซิน ่ ปาเต๊ะฝ่ายชายยังคงแตง่ ่ กายคลายรู ปแบบจีนดัง้ เดิมอยู่ ้


60 2. กลุมชาวไทยมุ สลิม ชนดัง้ เดิม ของดินแดนนีน ้ บ ั ถือศาสนาอิสลาม และมี ่ เชือ ้ สายมาลายู ยังคงแตงกายตามประเพณี อันเกาแก ฝ ่ ่ ่ ่ ายหญิงมีผ้าคลุมศี รษะ ใส่เสื้ อผามั ่ ปาเต๊ะ หรือ ซิน ่ ทอแบบมาลายู ้ สลิน หรือลูกไมตั ้ วยาวแบบมลายูนุ่งซิน ฝ่ายชายใส่เสื้ อคอตัง้ สวมกางเกงขายาว และมีผ้าโสรงผื ทีเ่ รียกวา่ ่ นสั้ น ผ้าซองเก็ต พันรอบเอวถาอยู อลำลองจะใส่โสรง่ ลายตารางทอดวยฝ ้ ่ บานหรื ้ ้ ้ าย และสวมหมวกถักหรือ เย็บดวยผ ้ ้ากำมะหยี่


61

3. กลุมชาวไทยพุ ทธ ชนพืน ้ บาน แตงกายคล ายชาวไทยภาคกลาง ่ ้ ่ ้ ฝ่ายหญิงนิยมนุ่งโจงกระเบน หรือผาซิ ่ ดวยผ ายกอั นสวยงาม ใส่เสื้ อสี ออนคอกลม ้ น ้ ้ ่ แขนสามส่วน ส่วนฝ่ายชายนุ่ งกางเกงชาวเลหรือโจงกระเบนเช่นกัน สวมเสื้ อผ้า ฝ้ายและมีผ้าขาวมาผู านหรื อไป งานพิธ ี ้ กเอว หรือพาดบาเวลาออกนอกบ ่ ้


62

อาหารพืน ้ บ้านภาคใต้ อาหารพืน ้ บ้านภาคใต้มีรสชาติโดดเดนเป็ นเอกลักษณเฉพาะ ่ ์ สื บเนื่องจากดินแดนภาคใต้เคยเป็ นศูนยกลางการเดิ นเรือค้าขายของ ์ พอค ่ ้าจากอินเดีย จีนและชวาในอดีต ทำให้วัฒนธรรม ของชาว ต่างชาติโ ดยเฉพาะอิน เดีย ใต้ ซึ่ง เป็ นต้ นตำรับ ในการใช้ เครื่อ งเทศ ปรุง อาหารไดเข อท ิ ธิพลอยางมาก อาหารพืน ้ บานภาคใต ทั ้ ามามี ้ ่ ้ ้ ว่ ไป มีล ก ั ษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพืน บ้ านกับ อาหารอิน เดีย ใต้ เช่น น้ำบูดู ซึง่ ไดมาจากการหมั กปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเก ้ ลือ และมีความคลายคลึ งกับอาหารมาเลเซีย อาหารของภาคใต้ ้ จึงมีรสเผ็ดมากกวาภาคอื น ่ ๆ และดวยสภาพภู มศ ิ าสตรอยู ่ ้ ่ ดทะเล ์ ติ ทัง้ สองดานมี อาหารทะเลอุดมสมบูรณ ์ แตสภาพอากาศร อนชื น ้ ้ ่ ้ ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครือ ่ งจิม ้ จึงมีรสจัดช่วยให้ รางกายอบอุ น ้อสั ตวที ่ ำมาปรุงเป็ น ่ ่ ป้องกันการเจ็บป่วยไดอี ้ กดวยเนื ้ ์ น อาหาร ส่วนมากนิยมสั ตว ์ ทะเล เช่น ปลากระบอกปลาทู ปูทะเล กุง้ หอย ซึง่ หาไดในท องถิ น ่ อาหารพืน ้ บานของภาคใต เช่น ้ ้ ้ ้ แกงเหลือง แกงไตปลา นิยม ใส่ขมิน ้ ปรุงอาหารเพือ ่ แกรสคาว ้ เครือ ่ งจิม ้ คือน้ำบูดู อาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดมากกวาภาคอื น ่ ๆแกงทีม ่ ช ี อ ื่ เสี ยง ่ ของภาคใต้ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครือ ่ งจิม ้ ก็คอ ื น้ำบูด ู และชาวใตยั ู าคลุกขาวเรี ยกวา่ "ขาวยำ" มีรสเค็มนำ ้ งนิยมนำน้ำบูดม ้ ้ และมีผก ั สดหลายชนิดประกอบ อาหารทะเลสดของภาคใตมี ้ มากมาย ไดแก ้ ่ ปลาหอยนางรมและกุงมั ้ งกร เป็ นตน ้


63

อาหารไทยภาคใต้

อาหารของภาคใตจะมี รสเผ็ดมากกวาภาคอื น ่ ๆ แกงทีม ่ ช ี อ ื่ เสี ยงของภาคใต้ ้ ่ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครือ ่ งจิม ้ ก็คอ ื น้ำบูดู และชาวใตยั ้ งนิยมนำ น้ำบูดม ู าคลุกขาวเรี ยกวา่ "ขาวยำ" มีรสเค็มนำและมีผก ั สดหลายชนิด ประกอบ ้ ้ อาหารทะเลสดของภาคใตมี ไดแก ปลาหอยนางรม และกุงมั ้ มากมาย ้ ่ ้ งกร เป็ นตน ้



jutamas