Issuu on Google+


สารบัญ เรือ่ ง - กรุงสุโขทัย ราชธานีเเห่งเเรกของประเทศไทย การสถาปนากรุงสุโขทัย กษัตริยกรุงสุโขทัย การปกครองสมัยสุโขทัย สังคมในสมัยสุโขทัย การแผ่ขยายอาณาเขต - กรุงศรีอยุธยา ราชธานีเเห่งทีส่ องของประเทศไทย การสถาปนากรุงศรีอยุธยา การปกครอง สมเด็จพระนเรศวร - กรุงธนบุรี ราชธานีเเห่งทีส่ ามของประเทศไทย การสถาปนา การขยายอาณาจักร สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช - กรุงรัตนโกสินทร์ ราชธานีปจั จุบนั ของประเทศไทย25 การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

หน้า

4

5 6 7 8 9 10 12 13 14 15 16 18 19 21 21 22 24

26 30


4


5

กรุงสุโขทัย ราชธานีเเห่งเเรก

ของประเทศไทย


6

การสถาปนากรุงสุโขทัย ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย ดินแดนตัง้ แต่ภาคเหนือ ลงมา แถบลุม่ แม่น้ำเจ้าพระยาถึงอ่าวไทยอยูภ่ ายใต้การปกครองของขอม โดยดินแดนตัง้ แต่ปากน้ำโพขึน้ ไป เป็ นอาณาเขตสยาม มีเมืองสุโขทัยเป็ นศูนย์กลางและดิ นแดนส่วนใต้ ตัง้ แต่ปากน้ำโพ ลงมาถึงอ่าวไทย เป็ นอาณาจักรละโว้ ราวปี พ.ศ. 1780 พ่อขุนบางกลางหาว(หรือพ่ อขันบางกลางท่าว) เจ้าเมืองบางยาง และพ่อขันผาเมือง เจ้าเมืองราช ได้รว่ มกันรวบรวมกำลังข้าตีเมืองสุโขทัยและเ มืองต่าง ๆ ของขอม แล้วสถาปนากรุงสุโขทัยเป็ นราชธานี โดยมีพอ่ ขุนบางกลางหาวเป็ นปฐมกษัตริยแ์ ห่งราชวงศ์พร ะร่วง ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์


7

กรุงสุโขททัยมีกษัตริยส์ ืบต่อมารวม 9 พระองค์ ดังนี้ 1.พ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์ สถาปนาเป็ นกษัตริย ์ โดยมีสโุ ขทัยเป็ นราชธานี ประมาณ พ.ศ. 1781 2.พ่อขุนบางเมือง เป็ นโอรสองค์ทส่ี องของพ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์ สิน้ รัชกาลราวปี พ.ศ. 1820 3.พ่อขันรามคำแหง พระนามเดิมว่าร่วง เป็ นโอรสของพ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์ กับนางเสืองมือ่ ชนช้างชนะเจ้าเมืองฉอด ระบิดาจึงทรงพระราชทานนามว่า “รามคำแหง” ทรงครองราชย์ตงั ้ แต่ราวปี พ.ศ. 1822 4.พ่อเจ้าเลอไทย ครองราชย์ปี พ.ศ. 1843 5.พระยางัวนำถม เริ ่ ม่ รัชกาลเมืองใด ไม่ปรากฏชัด แต่สน้ิ รัชกาลราว พ.ศ. 1890 6.พระมหาธรรมราชาที ่ 1 (พญาลิไท) ครองราชย์ชว่ ง พ.ศ. 1890 - 1917 7.พระมหาธรรมราชาที ่ 2 (พระเจ้าไสยลือไท) ครองราชย์ชว่ ง พ.ศ. 1917 - 1942 ช่วง พ.ศ. 1921 ได้ตกเป็ นปร ะเทศราชของกรุงศรีอยุธยา 8.พระมหาธรรมราชที ่ 3 ครองราชย์ชว่ ง พ.ศ. 1942 - 1962 ได้ยา้ ยราชธานี จากสุโขทัยมาพิษณุโลก 9.พระมหาธรรมราชาที ่ 4 ครองราชย์ชว่ ง พ.ศ. 1962 - 1981 เป็ นกษัตริยว์ งศ์สดุ ท้ายแห่งราชวงศ์สโุ ขทัย


8

การปกครองสมัยสุโขทัย เป็ นการปกครอง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทีอ่ ำนาจสูงสุด อยูก่ บั พระมหากษัตริย ์ แต่เนื่องจากอาณาเขตของสุโขทัย ไม่กว้างขวางนัก ประชากรก็ยงั มีไม่มาก รวมทัง้ กษัตริย์ ทรงเป็ นธรรมราชา ปกครองอาณาจักร เสมือนเป็ นผูน้ ำชุมชน หรือพ่อเมือง การปกครองในระยะแรกของสมัยสุโขทัย จึงมีลกั ษณะเป็ นการ ปกครองแบบพ่อปกครองลูก การปกครองภายหลังสมัยพ่อขุนรามคำแห่ง มหาราช ได้เปลีย่ นแปลงไปตามอิทธิพลของขอม คือ ยกย่องฐา นะของกษัตริยใ์ ห้สงู ขึน้ พระนามของกษัตริย์ จึงเปลีย่ นแปลงจาก "พ่อขุน" เป็ น "พญา" ลักษณะการปกครอง ทีเ่ ป็ นการกระจายอำนาจ คือ การกระจายอำนาจจากศูนย์กลาง ไปยังเมืองอืน่ ๆ ทัง้ นี้ เพือ่ รักษาและป้องกันมิให้ดนิ แดนเหล่านัน้ ถูกแย่งชิง การปกครองทีม่ แี นวโน้มเข้าได้กบั หลักการปกครองแบบประชาธิไตย ทีเ่ ห็นaaได้ชดั คือ 1. ราษฎรมีเสรีภาพในการเรียกร้องความยุตธิ รรม 2. ราษฎรมีเสรีภาพในการค้าขาย 3. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงรับฟงั ความคิดเห็นของประชาชน


9

สังคมในสมัยสุโขทัย 1.ศาสนาและความเชือ่ เดิมชาวสุโขทัยนับถือผีบรรพบุรษุ เทพยดา และปรากฏการณ์ต่างพระพุทธศาสนาได้เข้าเผยแ ผ่ โดยรับมาจากเมืองนครศรีธรรม ซึง่ ถ่ายทอดมาจากลังกา จึงมีชอ่ื ว่า ลัทธิลงั กาวงศ์ ศาสนาทีม่ อี ทิ ธิพลต่อชาวสุโขทัย อีกศาสนาหนึ่ง คือ ศาสนาพราหมณ์ 2.ศิลปกรรม สถาปตั ยกรรม ลักษณะเด่น ได้แก่การสร้างเจดีย์ ซึง่ พัฒนาเป็ น 3 แบบคือระยะแรกนิยมร้างเจดียท์ รงก ลม ฐานเตีย้ ระยะทีส่ อง นิยมสร้างเจดียแ์ บบบัวตูม หรือทรงพุม่ ข้าวบิณฑ์ และระยะทีส่ ามนิยมสร้างในลักษณะทรงก ลม ฐานสูง พระเจดียท์ ถ่ี อื เป็ นเอกลักษณะของสุโขทัย ได้แก่พระเจดียอ์ งค์ใหญ่ทว่ี ดั มหาธาตุ พระเจดียก์ ลางทีว่ ดั เจดี ย์เจ็ดแถว ั้ ประติมากรรม ส่วนใหญ่ เป็ นการปนพระพุ ทธรูป ลักษณะเด่น ของพระพุทธรูป จมีลกั ษณะส่วนโค้งงามสง่าเ รียบและประณีตสำหรับพระพุทธรูป ทีไ่ ด้รบั การยกย่องว่า เป็ นพระพุทธรูปทีง่ ดงามทีส่ ดุ คือพระพุทธรูปปางลีลา


10


11

ในสมัยพ่่อขุนรามคำแห่งเป็ นพระมหากษัตริย์ ได้มกี ารแผ่ขยายอาณาเขตมากมาย •ทิศเหนือ จดเขตล้านนาไทยทีล่ ำปาง •ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จดเมืองแพร่ น่าน พลัว่ (อำเภอปวั ในจังหวัดน่าน ปจั จุบนั ) และหลวงพระบาง •ทิศตะวันออก จดเมืองเวียงจันทน์และเวียงคำ •ทิศใต้ จดปลายแหลมมลายู ั่ •ทิศตะวันตก ถึงฝงมหาสมุ ทรอินเดีย รวมถึงเมืองฉอด หวงสาวดี ทวาย และตะนาวศรี กษัตริยแ์ ห่งกรุงสุโขทัย ได้ครองราชย์สบื ต่อกันมาเป็ นเวลาราว 200 ปี คือ ตัง้ แต่ พ.ศ. 1780 - พ.ศ. 1981 แต่ในราวปี พ.ศ. 1983 กลุม่ คนไทยทางตอนใต้กรุงสุโขทัย ได้สถาปนาอาณาจักรบริเวณลุม่ แน่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างขึ้ น โดยมีพระรามาธิบดีท ่ี 1 (พระเจ้าอูท่ อง) เป็ นปฐมกษัตริยข์ องอาณาจักรอยุธยา


12


13

กรุงศรีอยุธยา ราชธานีเเห่งทีส่ อง

ของประเทศไทย


14 การสถาปนากรุงศรีอยุธยา ในราวปี พ.ศ. 1893 เมือ่ กรุงสุโขทัย เริม่ เสือ่ มอำนาจลง หัวเมืองต่าง ๆ จึงแข็งข้อ เมืองอูท่ อง ซึง่ เป็ นเมืองขึน้ ของกรุงสุโขทัยเป็ นเมืองใหญ่ พระเจ้าอูท่ อง จึงเริม่ สะสมกองกำลัง และเป็ นผูน้ ำคนไทย ทีอ่ าศัยอยูบ่ ริเวณลุม่ แม่น้ำเจ้า พระยาตอนกลาง และตอนล่าง ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึน้ เป็ นอิสระจากสุโขทัย โดยตัง้ ราชธานีบริเวณหนองโสนห รือบึงพระราม ซึง่ ก็คอื จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปจั จุบนั เหตุทย่ี า้ ยเมืองมาสร้างราชธานีทก่ี รุงศรีอยุธยา ก็เนื่องจก เป็ นทีร่ าบลุม่ อุดมสมบูรณ์ และเป็ นทีร่ วม ของแม่น้ำหลายสาย จึงเป็ นปากประตูสเู่ มืองทางด้านเหนือทัง้ สุโขทัยและเชีย งใหม่ พระเจ้าอูท่ องทรงเป็ นปฐมกษัตริยใ์ นราชวงศ์อทู่ อง ทรงพระนาว่า สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 1 ครองราชย์ปกคร องกรุงศรีอยุธยาอยูน่ าน เป็ นเวลาถึง 20 ปี กรุงศรีอยุธยามีความเป็ นปึกแผ่นมันคงมาโดยลำดั ่ บ ทัง้ นี้เพราะทำเลทีต่ งั ้ มีความเหมาะสมหลายประการ คือ 1.ในด้านยุทธศาสตร์ มีภมู ปิ ระเทศเป็ นเกาะ มีแม่น้ำล้อมรอบ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำปา่ สักและแม่น้ำ ลพบุร ี 2.ในด้านเศรษฐกิจ •เป็ นศูนย์กลางการคมนาคม เพราะมีแม่น้ำไหลผ่านถึง 3 สาย •พืน้ ดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะในการทำอาชีพเกษตรกรรม •ตัง้ อยูใ่ กล้ทะเล และส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้า ในการค้า กับต่างประเทศ กรุงศรีอยุธยา เป็ นราชธานีอยูเ่ ป็ นระเวลาถึง 417 ปี มีกษัตริยป์ กครองถึง 5 ราชวงศ์ ดังนี้ 1.ราชวงศ์อทู่ อง (พ.ศ. 1893 - 1913 และ พ.ศ. 1931 - 1952) 2.ราชวงศ์สวุ รรภูม ิ (พ.ศ. 1913 - 1931 และ พ.ศ. 1952 - 2112) 3.ราชวงศ์สโุ ขทัย (พ.ศ. 2112 - 2172) 4.ราชวงศ์ปราสาททอง (พ.ศ. 2172 - 2231) 5.ราชวงศ์บา้ นพลูหลวง (พ.ศ. 2231 - 2310)


15

โปรดให้แยกงานฝา่ ยทหารและพลเรือนออกจา กกัน โดยกำหนดให้สมุหกลาโหมเป็ นหัวหน้าฝา่ ยทหา ร และสมุหนายก เป็ นหัวหน้าฝา่ ยพลเรือนแบ่งหัวเมือ การจัดการปกครองในระยะแรก เป็ oการนำเอา งชัน้ นอกเป็ นเมืองชัน้ เอก โท ตรี ตามลำดับการปกคร ลักษณะการปกครองในสมัยสุโขทัยและการปกครองของข องหัวเมืองประเทศราช โปรดให้เจ้านายของชนชาตินนั ้ อมเข้ามาใช้ ฐานะของพระมหากษัตริยไ์ ด้เปลีย่ นแปลงไป ปกครองกันเอง โดยต้องส่งเครือ่ งราชบรรณาการมาให้ จากสมัยสุโขทัย คือ พระมหากษัตริยท์ รงเป็ นสมมติเทพ ตามลำดับ ทรงมีอำนาจสูงสุด ในการปกครอง ซึง่ เรียกว่า การปกครอ ปญั หาทีส่ ำคัญเกีย่ วกับการปกครองในสมัยอยุ งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ธยา คือการแย่งชิงราชสมบัตแิ ละอำนาจของขุนนางฝา่ การจัดระเบียบการปกครองในสมัยอยุธยา แบ่งได้เป็ น ยต่าง ๆ เนื่องจากขาดความสามัคคี และไม่มรี ะบบการ 2 สมัย ดังนี้ คือ สืบราชสมบัตทิ แ่ี น่นอนขาดประสิทธิภาพ 1. สมัยอยุธยาตอนต้น (พ.ศ. 1893 - 1991) สังคมในสมัยอยุธยา มีลกั ษณะดังนี้ สังคมไทยในสมัยอยุธยาประกอบด้วยบุคคล 5 การปกครองส่วนกลางหรือการปกครองภายในร กลุม่ ได้แก่ พระมหากษัตริย์ และเจ้านายชัน้ สูงขุนนาง าชธานี เรียกว่า การปกครองแบบจตุสดมภ์ มีขนุ นาง 4 ไพร่ ทาส และผูท้ ไ่ี ด้รบั การยกย่องเลือ่ มใสจากคนทุกก ฝา่ ย ทำหน้าทีด่ งั นี้ ลุม่ คือ พระสงฆ์ กรมเวียง มีหน้าทีด่ แู ลความสงบเรียบร้อยในราชธานี ลักษณะการแบ่งชนชัน้ ในสังคมไทยมีลกั ษณะ กรมวัง มีหน้าทีเ่ กีย่ วกับงานพระราชพิธตี ่าง ๆ ไม่ตายตัวบุคคลอาจจะเสือ่ มตำแหน่งฐานะทางสังคมขอ กรมคลัง มีหน้าทีเ่ ก็บพระราชทรัพย์และผลประโยชน์ขอ งตนได้ทงั ้ นี้ ขึน้ อยูก่ บั ความรูค้ วามสามารถ และคุณประ งแผ่นดิน โยชน์ทม่ี ตี ่อประเทศชาติ กรมนา มีหน้าทีด่ แู ลการทำเรือกสวนไร่นาและเก็บเส บียงไว้ใช้ในยามสงคราม การปกครองส่วนภูมภิ าคได้แก่เมืองทีอ่ ยูน่ อกราช ธานี โปรดให้เจ้านาย และขุนนางทีไ่ ว้วางพระทัยไปปกคร อง แบ่งเป็ น 3 ประเภท ดังนี้ เมืองหน้าด่่าน ได้แก่ เมืองทีอ่ ยูร่ อบราชธานีทงั ้ 4 ทิศ เมืองชัน้ ใน ได้แก่เมืองทีอ่ ยูไ่ ม่ไกลราชธานีมากนัก เมืองชัน้ นอก ได้แก่ เมืองทีอ่ ยูห่ า่ งไกลจากราชธานีมาก หัวเมืองประเทศราช ได้แก่ หัวเมืองทีอ่ อ่ นน้อม ยอมเป็ น เมืองขึน้ ของกรุงศรีอยุธยา โปรดให้เจ้านายพืน้ เมืองปกค รองกันเอ การปรับปรุงการปกครองครัง้ ใหญ่ในสมัยสมเด็จพระบรมไ ตรโลกนาถสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้โปรดให้ปฏิรปู การปกครองครัง้ สำคัญ ในปี พ.ศ. 1991 การปฏิรปู การป กครองดังกล่าวได้ใช้ตลอดมาจนสิน้ สุดสมัยอยุธยา ผลการปรับปรุงการปกครองในสมัยสมเด็จพระบ รมไตรโลกนาถ มีดงั นี้คอื เปลีย่ นชือ่ กรมต่าง ๆ ของจตุสดมภ์ เป็ นดังนี้ กรมเวียง ใช้ชอ่ื ว่า นครบาล กรมวัง ใช้ชอ่ื ว่า ธรรมาธิกรณ์ กรมคลัง ใช้ชอ่ื ว่า โกษธิบดี กรมนา ใช้ชอ่ื ว่า เกษตราธิการ

การปกครอง


16

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็ นวีรกษัตริย์ ในฐานะ ผูก้ อบกู้เอกราช ให้แก่กรุงศรีอยุธยา


17

พระราชประวัตแิ ละพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็ นโอรสของสมเด็จพระมหาธรรมราชาในราชวงศ์สโุ ขทัยกับพระวิสทุ ธิกษัตริย ์ พระราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ประสูตเิ มือ่ พ.ศ. ๒๐๙๘ ทีเ่ มืองพิษณุโลกเมือ่ พระชนมายุด ้ ๙พรรษา ทรง ถูกส่งไปเป็ นตัวประกันทีก่ รุงหงสาวดี เพราะพม่ายึดเมืองพิษณุโลกได้ ทรงได้รบั การเลีย้ งดูในฐานะพะราชบุตรบุญธร รมเป็ นเวลา ๗ ปี จน พ.ศ. ๒๑๑๒ กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า พระมหาธรรมราชาได้รบั การสถานาขึน้ เป็ นกษัตริยข์ อง กรุงศรีอยุธยาในฐานะเมืองขึน้ ของกรุงหงสาวดี และอนุญาตให้พระนเรศวรกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รบั การสถาปนาใ ห้เป็ นเจ้าเมืองพิษณุโลกและมีตำแหน่งอุปราช ระหว่างนัน้ ทรงทำสงครามกับเขมรและพม่าเพือ่ ป้องกันอยุธยา พระเจ้า หงสาวดีเห็นดังนี้จงึ คิดกำจัดพระนเรศวร แต่พระองค์ทรงทราบจึงทรงประกาศอิสรภาพทีเ่ มืองแครง รวมเวลาทีก่ รุงศรี อยุธยาตกอยูภ่ ายใต้การปกครองของพม่าเป็ นเวลา ๑๕ ปี หลังจากประกาศอิสรภาพก็ทรงทำสงครามกับพม่าหลายค รัง้ และได้กวาดต้อนผูค้ นจากหัวเมืองฝา่ ยเหนือมาไว้เป็ นกำลังได้มาก ต่อมาในพ.ศ.๒๑๓๓สมเด็จพระธรรมราชาสวรร คต พระนเรศวรจึงเสด็จขึน้ ครองราชย์และทรงสถาปนาพระเอกาทศรถพระอนุชาขนเป็ นพระมหาอุปราชพระราชภารกิ จของพระองค์ ได้แก่ การทำศึกสงคราม โดยเฉพาะสงครามครัง้ สำคัญคือสงครามยุทธหัตถี ทีท่ รงรบกับพม่าทีต่ ำบล หนองสาหร่าย ซึง่ พระองค์ทรงมีชยั ชนะอย่างเด็ดขาดและถือเป็ นพระเกียรติสงู สุดเป็ นวีรกรรมสุดยอดของกษัตริย ์


18


19

กรุงธนบุรี

ราชธานี เเห่งที่สาม ของประเทศไทย


20


21 การสถาปนากรุงธนบุรี ภายหลังการสูญเสียกรุงศรีอยุธยา แก่พม่าแล้ว บ้านเมืองอยูใ่ นสภาพระส่ำระสายขาดพระเจ้าแผ่นดินปกค รอง ประชาชนพากันหลบหนีไปอยูต่ ามปา่ และหัวเมือง ห่างไกล อย่างไรก็ตาม การเสียกรุงครัง้ ที่ 2นี้ยงั มีหวั เมือง อีกหลายแห่ง ทีร่ อดพ้นจากการทำลายของพม่า จึงได้ม ี ผูน้ ำคนไทยตัง้ ตัวเป็ นเจ้าชุมนุมขึน้

พระราชประวัติพระเจ้าตา กสินมหาราชและการกอบกู้อิส รภาพ

พระยาตาก มีฝีมอื ในการรบแข้มแข็ง จึงถูกเกณ ฑ์มาช่วยรักษากรุงศรีอยุธยา แต่เกิดความท้อใจจึงนำพร รคพวกประมาณ 500 คน ตีฝา่ กองทัพพม่าออกไป พร ะยาตากได้รวบรวมหัวเมืองทะเลตะวันออกแล้วตัง้ บทีม่ น ทีเ่ มืองจันทบุร ี เพราะเป็ นเมืองทีอ่ ุดมสมบูรณ์ดว้ ยข้าวปล าอาหาร เมือ่ ต่อเรือและรวบรวมผูค้ นได้พร้อมแล้วพระยา ตากจึงได้เคลือ่ นทัพเรือ มุง่ เข้าตีกองทัพพม่าทีค่ า่ ยโพธิสา ์ มต้น สุกพ้ี ระนายกองได้ต่อสูจ้ นตายในทีร่ บ หลังจากกอบกูเ้ อกราชได้แล้ว เจ้านายและข้าราชการ ได้พร้อมใจกันอัญเชิญให้พระยาตากขึน้ เป็ นพระเจ้าดินทร งพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีท4่ี แต่ประชาชนทัวไป ่ นิยมเรียกว่า พระเจ้าตากสิน หรือพระเจ้ากรุงธนบุรภี าย หลังกูเ้ อกราชแล้ว พระเจ้าตากสินมาราชทรงพิจารณว่า สภาพของรุงศรีอยุธยาได้เสือ่ มโทรมลงไปมาก ทัง้ นี้เพราะ 1.ได้รบั ความเสียหายจากการรบแบบกองโจรของพม่า 2.กรุงศรีอยุธยา มีอาณาเขตกว้างขวาง เกินกำลังของพระยาตาก ทีจ่ ะรักษาไว้ได้ 3.ข้าศึกษารูจ้ กั ภูมปิ ระเทศเป็ นอย่างดีทำให้ฝา่ ยไทยเสียเ ปรียบ 4.ทีต่ งั ้ ของกรุงศรีอยุธยา ข้าศึกษาสามารถโจมตีนได้ทงั ้ ท างบกและทางน้ำ 5.กรุงศรีอยุธยา ตัง้ อยูห่ า่ งจากปากน้ำมากไม่เหมาะในกา รค้าทางทะเล พระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงเลือกกรุงธนบุรเี ป็ นราชธานีดว้ ยสาเหตุดงั ต่อไปนี้ 1.กรุงธนบุรเี ป็ นเมืองขนาดเล็ก 2.ตัง้ อยูป่ ากแม่น้ำเจ้าพระยาสะดวกในการติดต่อค้าขาย

3.สะดวกในการควบคุมกำลังลำเลียงอาวุธและเสบียงต่า งๆ 4.ถ้าไม่อาจต้านทานข้าศึกได้ สามารถย้ายทีม่ นไปอยู ั่ ท่ ่ี จันทบุรไี ด้ 5.ธนบุร ี มีป้อมปราการทีเ่ คยสร้างไว้ตงั ้ แต่สมัยอยุธยา

การขยายอาณาจักร

หลังจากเหตุการณ์ภายในกรุงธนบุรสี งบเรียบร้อย แล้ว พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเริม่ ขยายอาณาเขตไ ปยังประเทศใกล้เคียง ดังนี้ 1.การขยายอำนาจไปยังเขมรoเขมรเกิดการแย่งอำนาจ กัน พระเจ้ากรุงธนบุร ี จึงโปรดยกทัพไปปราบปราม แ ต่ครัง้ แรกยังไม่สำเร็จoในปีพ.ศ.2314โปรดให้ยทัพไปตีเ ขมรอีก และสามารถตีเขมรได้สำเร็จoในปี พ.ศ. 2323 ได้เกิดกบฎในเขมร จึงโปรดให้ยกทัพไปปราบปรามอีก แต่ยงั ไมทัน่สำเร็จพอดีเกิดการจลาจลในกรุงธนบุร ี จึงยกทัพกลับ 2.การขยายอำนายไปยังลาวoการตีเมืองจำปาศักดิ ์oกา รตีเมืองเวียงจันทน์ซง่ึ ทำให้ได้พระพุทธรปทีส่ ำคัญมา 2 องค์ คือ พระแก้วมรกต และ พระบาง อาณาเขตประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตาก สิน มีดงั นี้ •ทิศเหนือ ได้ดนิ แดนเมืองหลวงพระบาง เวียงจันทน์ ั ่ ายแม่น้ •ทิศตะวันออก ได้ดนิ แดนลาวและเขมรทางฝงซ้ ำโขง จดดินแดนญวน •ทิศใต้ ได้ดนิ แดนเมืองกลันตัน ตรังกานู และไทรบุรี •ทิศตะวันตก จดดินแดนเมืองเมาะตะมะทวายและตะน าวศรี


22

วีรบุรษุ นักรบ สมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช


23

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกอบกูอ้ สิ รภาพของชาติไทย รวบรวมอาณาเขตประเทศไทย ให้เป็ นปึกแผ่น ทรงปฏิบตั กิ ารรบด้วยความกล้าหาญ ขยายอาณาเขตออกไปได้กว้างขวาง นับว่าพระองค์ เป็ นมหาวี รกษัตริยท์ ไ่ี ด้ทรงทำคุณประโยชน์อนั ยิง่ ใหญ่ ให้ไว้แก่ชาิตไิ ทยเป็ นอันมาก ควรแก่การเทิดทูนในพระเกียรติคณ ุ เป็ นอย่ างยิง่ ต่อมาในปลายรัชกาล พระองค์เสียพระจริต จึงถูกข้าราชการปลดพระองค์ออกจากราชสมบัติ วลาครองราชย์อยู ่ 15 ปี ส้นิ สุดสมัยกรุงธนบุรเี มือ่ พ.ศ. 2325 ประชาชนชาวไทยในหนหลังได้ถวายพระนามว่าจพระเจ้าตากสินมหาร าช


24

...กรุงรัตนโกสินทร์


25

กรุงรัตนโกสินทร์

ราชธานีปจั จุบนั

ของประเทศไทย


26

การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากทีส่ มเด็จเจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ ทรงปราบจลาจลในปลายสมัยธนบุรเี สร็จสิน้ แล้วจึงได้ทรงสถาปนา ราชวงศ์จกั รี และขึน้ ครองราชย์ในฐานะปฐมกษัตริย์ แ่ หง่ ราชวงศ์จกั รี ทรงพระนาว่า สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ั ่ งเทพฯ ซึง่ อยูท่ างด้าน สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุร ี มายังฝงกรุ ตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมือ่ พ.ศ. 2325 สาเหตุทท่ี รงย้ายราชธานี มีดงั นี้ คือ 1. พระราชวังเดิมของกรุงธนบุรคี บั แคบ มีวดั ขนาบทัง้ 2 ข้าง (คือวัดท้ายตลาด หรือวัดโมลีโลกยารามและวัดอ รุณราชวราราม) 2. ทรงไม่มพี ระประสงค์จะให้ราชธานีแบ่งออกเป็ น 2 ส่วน โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยากัน้ ั ่ นออกเป็ นทีร่ าบลุม่ สามารถขยายเมืองออกได้อย่างกว้างขวาง 3. พืน้ ทีน่ ทางฝงตะวั ั ่ รพี น้ื ทีเ่ ป็ นท้องคุง้ น้ำกัดเซาะตลิง่ พังทลายได้งา่ ย 4. ฝงธนบุ ในการสร้างพระบรมมหาราชวัง โปรดให้สร้างวัดขึน้ ในพระบรมมหาราชวังด้วย คือวัดพระศรีรตั นศาสดารามหรือวั ดพระแก้ว แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หมายถึง ประวัตศิ าสตร์ไทยสมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที ่ 3 ซึง่ นับว่าเป็ นระยะเชือ่ ม ต่อระหว่างประวัตศิ าสตร์ไทยยุคเก่า มาสูก่ ารปฏิรปู และพัฒนาประเทศ ตามแบบอารยธรรมตะวันตกในยุคปจั จุบนั ความเจริญในด้านต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที ่ 1 ถึงรัชกาลที ่ 3 มีดงั นี้ 1.การปกครองในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถือตามแบบสมัยอยุธยา โดยมีพระมหาษัตริยเ์ ป็ นประมุขสูงสุด 2.การปกครองส่วนกลาง มีลกั ษณะดังนี้ คือ oมีอคั รมหาเสนาบดี 2 ตำแหน่ง คือ สมุหกลาโหม เป็ นหัวหน้าฝา่ ยทหารและปกครองหัวเมืองฝา่ ยใต้ สมุหนายก เป็ นหัวหน้าฝา่ ยพลเรือนและปกครองหัวเมืองฝา่ ยเหนือ


27 o มีจตุสดมภ์ทงั ้ 4 ฝา่ ภายใต้การดูแลของสมุหนายก ได้แก่ เสนาบดีกรมเมือง เสนาบดีกรมวัง เสนาบดีกรมคลัง เสนาบดีกรมนา 3.การปกครองส่วนภูมภิ าค แบ่งหัวเมืองออกเป็ น 3 ประเภท คือ 1.หัวเมืองชัน้ ใน หรือเมืองจัตวา 2.หัวเมืองชัน้ นอก oหัวเมืองประเทศราช ถ้าเป็ นเมืองทีอ่ ยูห่ า่ งไกราชะานี ะต้องส่งเครือ่ งบรรณาการมาให้เมืองหลวง 3 ปีต่อครัง้ ส่วนเมื องทีอ่ ยูใ่ กล้ราชธานี ให้สง่ มาปีละครัง้ 4.กฎหมายไทยในสมัยนี้ถอื ตามแบบอย่างอยุธยาและธนบุร ี แต่ได้มกี ารแก้ไขตรวจสอบขึน้ ใหม่ในรัชกาลทีม่ ชี อ่ื ว่ากฎห มายตราสามดวง คือ ตราราชสีห ์ ตราคชสีห ์ และตราบัวแก้ว ใช้สบื ต่อมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 5.การศึกษามีศนู ย์กลางอยูท่ ว่ี ดั และตำหนักเจ้านายรัชกาลที ่ 3 โปรดให้จารึก ตำราการแพทย์แผนโบราณไว้ทว่ี ดั พร ะเชตุพน (วัดโพธิ)์ ซึง่ ได้ชอ่ื ว่าป็ นวัดมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย


28

6.การศาสนา การทำนุบำรุงศาสนาจะมีการทำสั งคายนาชำระพระไตรปิฎก การออกกฎหมายสำ หรับพระสงฆ์และการสร้างวัดสำคัญ เช่น วัดพร ะศรีรตั นศาดาราวัดสุทศั เชตุพนวิมลมังคลารามมั ยรัชกาลที2่ โปรดให้สง่ ทูตไปศึกษาความเป็ นไป ของพระพุทธศาสนาในลังกา และได้นำหน่อพระศรีมหา โพธิจากลั ์ งกา กลับมา ในสมัยรัชกาลที ่ มีการสร้างแล ะปฏิสงั ขรณ์วดั เป็ นจำนวนมาก จนนับได้วา่ เป็ นสมัยที่ มีการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็ นจำนวนมาก 7.ความสัมพันธ์กบั ประเทศตะวันตกได้ขยายตัมาdขึน้ เนื่ องจากอยูใ่ นยุคแห่งการ ปฏิวตั อิ ุตสาหกรรมและลัทธิจกั รวรรดินิยม ชาติตะวันตกทีส่ ำคัญทีเ่ ข้ามาติดต่อกับไท ย ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้แก่0โปรตุเกส เป็ นชา วตะวันตกชาติแรกทีเ่ ข้ามาติดต่อชาวโปรตุเกสชือ่ อันโต นิโอ เอด วิเสนท์(องตนวีเสนเป็ นผูอ้ ญ ั เชิญสาส์นเข้ามา ในรัชกาลที่ 1ในสมัยรัชกาลที่ 2 ไทยได้สง่ เรือไปค้าขาย กับโปรตุเกสทีม่ าเก๊า ละโปรตุเกสได้ขอเข้ามาตัง้ สถาน กงสุลในประเทศได้สำเร็จเป็ นประทเศแรก 1.อังกฤษ พยายามทำไมตรีกบั ไทยเพืร่ ะโยชน์ในดินดน มลายู ในสมัยรัชกาลที่ 3 อังกฤษ ได้มาขอความช่ยเห ลือให้ไทยไปช่วยรบกับพม่าไทยกับอังกฤษ ได้ทำสนธิส ั ญญาโดยสมบูรณ์เป็ นฉบับแรก ในสมัยรัตนโกสินทร์คอื สนธิสญ ั ญาเบอร์นี ในวันที2่ 0มิถุนายนพ.ศ.2369โดมีสา ระสำคัญ คือไทยกับอังกฤษจะมีไตรีจติ ต่อกัน อำนวยค วามสะดวกในด้านการค้าซึง่ กันละกันและเรือสิคา้ เข้ามา ค้าขายต้องเสียภาษีเบิกร่องหรือภาษีปากเรือ แทนการเ

ก็บภาษีตามแบบเดิมกรุงรัตนโกสินทร์ตงั ้ แต่มยั รัชกาลที่ 4 จนถึงก่อนการเปลีย่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หัวเลีย้ วหัวต่อของประวัตศิ าสตร์ไทยตอนนี้อยูท่ ก่ี าร ทำ สนธิสญ ั ญาเบาริง ในสมัยรัชการที่ 4 ทีม่ าและสาระสำ คัญของการทำสนธิสญ ั ญาเบาริง มีดงั นี้ 1.ในสมัยรัชการที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว ทรงเปลีย่ นแปลงนโยบาย ต่างประเทศ มาเป็ นกาบค้ ากับชาวตะวันตกเพือ่ ความอยูร่ อดของชาติ เนื่องจากทร งตระหนักถึงภัยจากลัทธิจกั รวรรดินิยมซึง่ กำลังคุกคามป ระเทศต่าง ๆ อยูใ่ นขณะนัน้ 2.จุดเร่มิ ของการเปลีย่ นแปลงนโยบายต่างประเทศการท ำสนธิสญ ั ญาเบาริง กับอังกฤษ ใน พ.ศ. 2398โดยพระน างเจ้าวิกตอเรียได้แต่งตัง้ ให้เซอร์จอห์นเบาริงเป็ ชทูตเข้า มาเจรจา 3.สาระสำคัญของสนธิสญ ั เบาริง มีดงั นี้ oอังกฤษขอตัง้ สถานกงสุลในประเทศไทย oคนอังกฤษมีสทิ ธิเช่าทีด่ นิ ใน���ระเทศไทยได้ oคนอังกฤษสามารถสร้างวัด และเผยแพร่คริสต์ศาสนาได้ oเก็บภาษีขาเข้าได้ไม่เกินร้อยละ 3 oพ่อค้าอังกฤษและพ่อค้าไทยมีสทิ ธิคา้ ขายกันได้โดยเสรี oสินค้าต้องห้าม ได้แก่่ ข้าว ปลา เกลือ oถ้าไทยทำสนธิสญ ั ญากับประเทศอืน่ ทีม่ ผี ลประโยชน์เห นือประเทศ อังกฤษ จะต้องทำให้องั กฤษด้วย oสนธิสญ ั ญานี้ จะแก้ไขเปลีย่ นแปลงไม่ได้จนกว่าจะใช้แ ล้ว 10 ปี และในการแก้ไขต้อยอมด้วยกันทัง้ สองฝา่ ย และต้องบอกล่วงหน้า 1 4.ผลของสนธิสญ ั ญาเบาริง


29


30

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ทรงเป็ น ปฐมบรมกษัตริย ์ “ แห่งราชจักรีวงศ์

พระราชประวัติ

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกาชมีพระนามเดิมว่า ด้วง ประสูตใิ นรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั บรม โกศ เมือ่ วันที่ ๒๐ มีนาค,พ.ศ.๒๒๗๙พระบิดามีพระนามเดิมว่า ทองดี พระมารดาชือ่ หยก เมือ่ ทรงมีพระชันษา ทรงผนวชเป็ นพระภิกษุ ๓ เดือน เมือ่ ลาสขาก็ทรงเข้ารับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระ จ้าอุทมุ พร ครัน้ ถึงแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเอทัศทรงได้รบั ตำแหน่งเป็ นหลวงยกกระบัตร ประจำเมืองราชบุร ี พระองค์ทร งมีความชำนาญในการรบอย่างยิง จึงได้รบั พระราชทานปูนกำเหน็จความดีวามชอบให้เลือ่ นเป็ นพระราชวรินทร์พระยา ยรณฤทธิ ์ พระยายมราชว่าทีส่ มุหนายกเจ้าพระยาจักรี และในทีส่ ดุ ได้เลือ่ นเป็ นเจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ มีเครือ่ งยศอย่ างเจ้าต่างกรม เมือ่ ทรงตีได้เวียงจันทร์ พระองค์ได้อญ ั เชิญพระพุทธมหามณีรตั นปฏิมากร(พระแก้วมรกต) จากเมือง จันทน์มายังกรุงธนบุรดี ว้ ยต่อมาเกิดเหตุจลาจลได้สำเร็จ ข้าราชการและประชาชนจึงอัญเชิญเป็ นพระมหากษัตริยแ์ ทน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


31 พระราชกรณี ยกิจ - ให้ชำระกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัยของบ้านเมือง คือ กฎหมายตราสามดวง - รวมถึงการชำระพระพุทธศาสนาให้บริสทุ ธิอั์ นเป็ นเครือ่ งส่งเสริมความมันคงของกรุ ่ งรัตนโกสินทร์ - นอกจากนี้พระองค์ยงั คงทรงส่งเสริมวัฒนธรมของชาติ ทัง้ ด้านวรรณกรรมทีท่ รงแสดงพระปรีชาสาปร ะพันธ์ โดยพระราชนิพนธ์ บทละครเรือ่ งรามเกียรติ บทละครเรื อ่ งอุณรุท บทละครเรือ่ งอิเหนา บทละครเรือ่ งดาหลัง ์ เพลงยาวรบพม่าทีท่ า่ ดินแดงนอกจากด้านวรรณกรรมแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยังทรงส่ง เสริมศิลปะด้านสถาปตั ยกรรม ประติมากรรม และนาฏกรรม - ภายหลังทีค่ รองกรุงรัตนโกสินทร์เพียง ๓ ปี ได้เกิดศึกพม่ายกทัพมาตีเมืองไทย พระองค์ทรงจัดกองทั พต่อสูจ้ นทัพพม่าแตกพ่าย ยังความเป็ นเอกราชให้กบั แผ่นดินไทยมาจนทุกวันนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราชทรงเป็ นพระมหากษัตริยท์ ท่ี รงมีพระมหากรุณาธิคณ ุ อย่างล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย เป็ น มหาราช อีกพร ะองค์หนึ่งในประวัตศิ าสตร์ไทยและทรงเป็ นปฐมบรมกษัตริยแ์ ห่งราชจักรีวงศ์ ทีป่ กครองบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุข จวบจนปจั จุบนั


กรุงสุโขทัย ราชธานีเเห่งเเรก

กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ของประเทศไทย กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์


book