Issuu on Google+

ปั

จ จุ บั น ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก อ า เ ซี ย น ร ว ม 1 0 ประเทศได้แก่   ไทย พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิ ลิปปิ นส์ สิ งคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา บรู ไน สำหรั บ เสาหลั ก การจั ด ตั้ ง ประชาคมเศรษฐกิ จอาเซียน (ASEAN Economic Community หรื อ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ ายสิ นค้า บริ การ การลงทุน แรงงานฝี มือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรี ข้ ึนต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จดั ทำ พิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็ นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภ าพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศร ษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชดั เจนในกา รดำเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้ าหมายในปี 2558 รว มทั้งการให้ความยืดหยุน่ ตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกั นล่วงหน้า ในอนาคต AEC จะเป็ นอาเซียน+3 โดยจะเพิ่มประเทศ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เข้ามาอยูด่ ว้ ย และต่อไปก็จะมีการเจรจา  อาเซียน+6 จะมีประเทศ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ อินเดียต่อไป

AEC BLUEPRINT

สำหรั บ เสาหลั ก การจั ด ตั้ งประชาคมเศรษฐกิ จอาเซียน (ASEAN Economic Community หรื อ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ ายสิ นค้า บริ การ การลงทุน แรงงานฝี มือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรี ข้ ึนต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จดั ทำ พิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็ นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภ าพรวมในการมุ่งไปสู่AEC

AEC  เป็ นการพัฒนามาจากการเป็ นสมาคมประชาชาติแห่งเอ เชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association of South East Asian Nations : ASEAN) ก่อตัง้ ขึน้ ตามปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) เมือ่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศผูก่้ อตัง้ แรกเริม่ 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิ ลปิ ปิ นส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาในปี 2527 บรูไน ก็ได้เข้าเป็ นสมาชิก ตามด้วย 2538 เวียดนาม ก็เข้าร่วมเป็ นสมาชิก ต่อมา 2540 ลาวและพม่า เข้าร่วม และปี 2542 กัมพูชา ก็ได้เข้าร่วมเป็ นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปจั จุบนั อาเซียนเป็ นกลุม่ เศรษฐกิจภูมภิ าคขนาดใหญ่ มีประชากร รวมกันเกือบ 500 ล้านคน จากนัน้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครัง้ ที  ่ 9 ทีอ่ นิ โดนีเซีย เมือ่ 7 ต.ค.  2546  ผูนำประเทศสมาชิ ้ กอาเซียนได้ตกลงกันทีจ่ ะจัด ตัง้ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึง่ ประกอบด้วย3 เสาหลัก คือ 1.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AseanEconomicCommunity:AEC) 2.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Socio-Cultural Pillar) 3.ประชาคมความมันคงอาเซี ยน (Political and Security Pillar) ่

ำขวัญของอาเซียน คือ  “ One Vision, One Identity, One Community.” หนึ่งวิสยั ทัศน์   หนึ่งอัตลักษณ์   หนึ่งประชาคม

ASEAN Asia

Ecomomic communnication


สนองต่อความต้องการและผลประโยชน์ของรัฐสมาชิ ก รวมทั้งยกสถานะและอำนาจต่อรอง และภาพลักษณ์ของ ประเทศสมาชิกในเวทีระหว่างประเทศได้ดียงิ่ ขึ้น ซึ่งจะเ อื้อให้ไทยสามารถผลักดันและได้รับผลประโยชน์ดา้ นต่ างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น -อาเซี ยนขยายตลาดให้กบั สิ นค้าไทยจากประชาชนไท ย 60 ล้านคน เป็ นประชาชนอาเซียนกว่า 550 ล้านคน ประกอบกับ การขยายความร่ ว มมื อ เพื่ อ เชื่ อ มโยงโค รงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้ า โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า และการลงทุนให้กบั ไทย -อาเซี ยนช่ ว ยส่ งเสริ มความร่ วมมื อ ในภู มิ ภ าคเพื่ อเผชิ ญ กั บ ภั ย คุ ก คามที่ ส่ งผลกระทบต่ อ ประชาช นโดยตรง เช่น SARs ไข้หวัดนก การค้ามนุษย์ ภัยพิบตั ิทางธรรมชาติ หมอกควันยาเสพติดปัญหาโลกร้อน และปัญหาความยากจน เป็ นต้น -อาเซี ยนจะช่ วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในเวที โลก และเป็ นเวที ที่ไทยสามารถใช้ในการผลักดันให้มีการแ ก้ไขปัญหาของเพื่อนบ้านที่กระทบมาถึงไทยด้วย เช่น ปั ญหาพม่า ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์พหุภาคีในกร อบอาเซี ยนจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ของไทยในกรอบท วิภาคี เช่น ความร่ วมมือกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ดว้ ย

3.กำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่งตั้งเอกอัคราชฑูตประจำ อาเซี ยนไปประจำที่กรุ งจาการ์ตา ซึ่ งไม่เพียงแต่จะแสดง ให้เห็นถึงความตั้งใจแนวแน่ของอาเซี ยนที่จะทำงานร่ วม กันอย่างใกล้ชิดเพื่อมุ่งไปสู่ การรวมตัวกันเป็ นประชาคม อาเซี ยนในอนาคต และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทา งไปร่ วมประชุมและเพื่อเพิ่มประสิ ทธิ ภาพในการประสา นงานระหว่างประเทศสมาชิก 4.หากประเทศสมาชิ ก ไม่ ส ามารถตกลงกั น ได้ โ ด ยหลั ก ฉั น ทามติ ใ ห้ ใ ช้ ก ารตั ด สิ นใจรู ปแบบอื่ น ๆ ได้ตามที่ผนู ้ ำกำหนด 5.เพิ่ ม ความยื ด หยุ่ น ในการตี ค วามหลัก การไม่ แ ทร กแซงกิ จ การภายในโดยมี ข ้อ กำหนดว่ า หากเกิ ด ปั ญ หาที่ ก ระทบต่ อ ผลประโยชน์ ส่ ว นร่ วมของอาเซี ย น หรื อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิ น ประเทศสมาชิกต้องหารื อกั นเพื่อแก้ปัญหา และกำหนดให้ประธานอาเซี ยนเสนอวิธี การแก้ไขปั ญหาดังกล่าว  

กฎบัตรอาเซียน(ASEANCHARTER) หรือธรรมนูญอาเซียน บัตรอาเซียน  เปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญของอาเซียน ทีจ่ ะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็ นนิตบิ คุ คล เป็ นการวา งกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรให้กบั อาเซียน โดย นอกจากจะประมวลสิง่ ทีถ่ อื เป็ นค่านิยม หลักการ และแนวปฏิ บัตใิ นอดีตของอาเซียนมาประกอบกันเป็ นข้อปฏิบตั อิ ย่างเป็ นท างการของประเทศสมาชิกแล้ว ยังมีการปรับปรุงแก้ไขและสร้า งกลไกใหม่ขน้ ึ พร้อมกำหนดขอบเขตหน้าทีค่ วามรับผิดชอบข ององค์กรทีส่ ำคัญในอาเชียนตลอดจนความสัมพันธ์ในการดำเ นินงานขององค์กรเหล่านี้ ให้สอดคล้องกับความเปลีย่ นแปลงใ นโลกปัจจุบนั เพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพของอาเซียนให้สามารถดำเ นินการบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้ าหมายโดยเฉพาะอย่างยิง่ การขับเคลือ่ นการรวมตัวของประชาคมอาเซียน ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2558 ตามทีผ่ นำอาเซี ู้ ยนได้ตกลงกันไว้

กฎ

ความสำคัญของกฎบัตรอาเซียนต่ อประเทศไทย

ฎบัตรอาเซี ยนให้ความสำคัญกับการปฏิ บตั ิ ตามพั นธกรณี ต่างๆ ของประเทศสมาชิก ซึ่ งจะช่วยสร้ างเสริ มหลักประกันให้กบั ไทยว่า จะสามารถได้รับผ ลประโยชน์ ต ามที่ ต กลงกัน ไว้อ ย่า งเต็ม เม็ด เต็ม หน่ ว ย นอกจากนี้ การปรับปรุ งการดำเนินงานและโครงสร้างอ งค์กรของอาเซี ยนให้มีประสิ ทธิภาพมากขึ้น และการเส ริ มสร้างความร่ วมมือในทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอา เซี ยนจะเป็ นฐานสำคัญที่จะทำให้อาเซี ยนสามารถตอบ

วัตถุประสงค์ ของกฎบัตรอาเซียน 1. กำหนดให้เพิ่มการประชุมสุ ดยอดอาเซี ยนจากเดิมปี ละ 1 ครั้ง เป็ นปี ละ 2 ครั้ง เพื่อให้ผนู ้ ำมีโอกาสหารื อกันมากขึ้ น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงทางการเมืองที่จะผลั กดันอาเซี ยนไปสู่การรวมตัวกันเป็ นประชาคมในอนาคต 2.มี ก ารตั้ง คณะมนตรี ป ระจำประชาคมอาเซี ย นตามเ สาหลักทั้ง 3 ด้าน คือ การเมืองความมัน่ คง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม


แผ่นพับอาเซียน