Issuu on Google+

สถานที่ท่องเที่ยวในภาคเหนือ


สารบัญ กว๊านพะเยา

4

เขื่อรสิ ริกิต์ ิ

10

น้ำตกภูซาง

16

พระตำหนักภูพิงค์

20

วัดติโลกอาราม

24

วัดพระธาตุช่อแฮ

30

สวนสัตว์เชียงใหม่

34

สามเหลี่ยมทองคำ

38

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 42 อุทยานแห่งชาติแจ้ซอ้ น

46


4


5

กว๊ านพะเยา


6

กว๊านพะเยา 

เกิ ดจาการยุบตัวของเปลื อกโลกเมื่ อประมา ณ 70 ล้านปี มาแล้ว เป็ นแอ่งน้ำซึ่งเป็ นที่รวบรวมของล ำห้วยต่างๆ 18 สาย ต่อมาในปี พ.ศ.  2478 กรมประมง ได้ต้ งั สถานี ประมงน้ำจื ดจังหวัดพะเยาขึ้นบริ เวณต้นแ ม่น้ำอิ งและสร้ างฝายกั้นน้ำทำให้เกิ ดเป็ นบึ งขนาดให ญ่ มีความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร คำว่า “บึง” ภาษาพื้นเมือง เรี ยกว่า “กว๊าน”

ในอดีตพื้นที่กว๊านพะเยาเป็ นพื้นที่รองรับน้ ำจากเทือกเขาไหลลงมาเป็ น ลำห้วย ลำธาร แม่นำ้ แล ะกลายเป็ นหนองน้ำเล็กใหญ่ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดื อนมีนาคม-มิถุนายน ของทุกปี ปริ มาณน้ำจะลดลงท ำให้ชาวบ้านสามารถใช้พ้ืนที่เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์แ ละเป็ นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างตัวเมืองกับหมู่บา้ นรอบๆ กว๊านพะเยา และเมื่อหลายร้อยปี มานั้นพื้นที่ ในบริ เวณของกว๊านพะเยาจะเป็ นชุมชนหมู่บา้ นมีวดั ว าอารามอยูห่ ลายวัด ต่อมาเมื่อกรมประมงสร้างประตู กั้นน้ำในกว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้บริ เวณก ว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็ นชุมชนโบราณ และมีวดั หลาย แห่งต้องจมอยูใ่ นกว๊านพะเยา


7 กว๊า นพะเยาเป็ นแหล่ ง น้ำ ธรรมชาติ อ ยู่ใ จกลางเมื อ งพะเยาอยู่ใ นเขตอำเภอเมื อ งพะเยาจัง หวัด พะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็ นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่เป็ นอันดับ 1 ในภาคเหนือ และ อันดับ 3 ของประเทศไทย  (รองจาก หนองหาน และบึงบอระเพ็ด) มีปริ มาณน้ำเฉลี่ยปี ละ 29.40 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพนั ธ์ปลาน้ำจืดกว่า 48 ชนิ ด   เป็ นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน รวมทั้งปลานิล อันลือชื่อของจังหวัดพะเยา ทัศนียภาพโดยรอบกว๊านพะเยา มีความร่ มรื่ น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อนที่งดงาม  ทำให้เป็ น สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามสร้างความประทับใจแก่ผพู ้ บเห็น จนอาจจะกล่าวได้วา่ หัวใจของเมืองพะเย าอยูท่ ี่กว๊านพะเยานี่เอง

บริ เวณริ มกว๊ า นพะเยามี ร้ า นอาหารและสวน สาธารณะให้ ป ระชาชนพัก ผ่ อ นหย่ อ นใจมี จ ัก รยานน้ำ กระดานโต้ลม และเรื อไว้บริ การนักท่องเที่ยวที่ตอ้ งการชม ทัศนียภาพรอบกว๊านพะเยาอีกด้วย วัด ติ โ ลกอารามเป็ นโบราณสถานแห่ งหนึ่ งที่ จ มอยู่ ในกว๊ า นพะเยาเป็ นวัด ที่ มี อ ายุ เ ก่ า แก่ ม ากกว่ า 500ปี สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริ ยผ์ คู ้ รองเมืองเชียงใหม่ (ราวปี พ.ศ. 2019-2029) วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็ นวัดที่ มีผปู ้ กครองเมืองพะเยาได้สร้างถวาย เพื่อเป็ นการเทิด พระเกียรติแก่พระเจ้าติโลกราช ในฐานะทรงเป็ นกษัต ริ ยผ์ ยู ้ งิ่ ใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา เด็ก, เยาวชน, ผูใ้ หญ่, ครอบครัว, เที่ยวคนเดียว, เที่ยวเป็ นกลุ่ม • ล่ องเรื อชมทั ศ นี ยภาพรอบกว๊ า นพะเยา


8

และชมวัดติโลกอารามที่จมน้ำ •

ในยามเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกริ มกว๊านซึ่งเป็ นภาพที่สวยงามมาก

พักผอ่ นหย่อนใจบริ เวณสวนสาธารณะ

รับประทานอาหารที่ร้านอาหารริ มกว๊านพะเยา

เทศกาลเวี ย นเที ยนกลางน้ ำ ที่ วั ด ติ โลกอารามมี เพี ย งแห่ งเดี ยวในโลก


9

โดยในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา จะมีการล่องเรื อเวียนเทียนรอบ วัดซึ่งตั้งอยูก่ ลางน้ำ  (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้เทศกาลเวียนเทียน ที่วดั ติโลกอาราม เป็ นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน) •

เทศกาลลอยกระทงมี ก ารประกวดกระทงชนิ ด ต่ า งๆการประกวดนางนพมาศ รวมทั้งการแข่งเรื อยาว และกีฬาทางน้ำ


10


11

เขือ่ นสิรกิ ติ ิ์


12

              เขือ่ นสิ ริกติ ์ิ           เป็ นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้น ตามโครงการพัฒนา  ลุ่มน้ำน่าน เดิมชื่อ “เขื่อนผาซ่อม” ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อญั เชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิ ริกิต์ ิ พระบรมราชินีนาถขนานนามว่า “เขื่อนสิ ริกิต์ ิ” เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511 ก่อสร้างขึ้น ปิ ดกั้นแม่นำ้ น่าน ณ บริ เวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่ า ปลาจั ง หวัด อุ ต รดิ ต ถ์ อ ยู่ ห่ า งจากตั ว เมื อ งอุ ต รดิ ต ถ์ ไ ปทางทิ ศ ตะวัน ออกประมาณ58กิ โ ลเมตร           นับเป็ นลำน้ำสาขาสำคัญสายหนึ่ งของแม่น้ำเจ้าพระยามีตน้ กำเนิ ดจากดอยภูแวในเทื อกเขาหลวงพระบางซึ่ งเป็ นเ

ส้นกั้นพรมแดนกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิ ปไตยประชาชนลาวในเขตท้องที่อำเภอปั วจังหวัดน่ านลำน้ำน่ าน ตอนต้นไหลไปทางทิศเหนื อคดเคี้ยวไปทางทิศตะวันตกแล้วไหลผ่านอำเภอท่าวังผาจังหวัดน่ านในช่ วงนี้ จะมีที่ร าบริ มฝั่งแม่นำ้ ติดต่อกันจนถึง อำเภอสาจังหวัดน่าน แต่กเ็ ป็ นที่ราบแคบ ๆ จากนั้น แม่นำ้ น่านจะไหลผ่านหุบเขา ในเขตพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เข้าเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วไหล ไปทางทิศใต้ ผ่านจังหวัด


13 อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ไปบรรจบกับแม่นำ้ ยม ที่ อ ำเภอชุ ม แสงจั ง หวัด นครสวรรค์ แ ล้ ว ไหล รวมกั บ แม่ น้ ำ ปิ งที่ ต ำบลแควใหญ่ อ ำเภอเมื อ ง จังหวัดนครสวรรค์ เป็ นแม่นำ้ เจ้าพระยาต่อไ ปโดยมีความยาวตลอดลำน้ำถึง 615 กิโลเมตร ซึ่ งนั บ ว่ า ยาวที่ สุ ดในบรรดาแควต้ น น้ ำ เจ้ า พระยาด้ ว ยกั น และมี พ้ื นที่ ลุ่ ม น้ ำ ถึ ง 33,130 ตารางกิโลเมตรที่ราบสองฝั่ง แม่นำ้ น่าน ตั้งแต่จงั หวัดอุตรดิตถ์ลงมาจำนวน 1,800,000 ไร่ ในเขต ชลประทานพิษณุ โลกนับว่าเป็ นทุ่งราบที่ สำคัญแ ห่งหนึ่งในประเทศ และเหมาะแก่การเกษตรกรรมอย่างยิ่ ง ซึ่ งแต่ก่อน มักถูกน้ำท่วม เป็ นประจำเพราะไม่มีระบบค วบคุมน้ำ รัฐบาลจึงได้มีการวางแผนพัฒนา     ระยะที่ 2 ก่ อสร้างเขื่อนนเรศวรขึ้นที่บา้ นหาดใหญ่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็ นเขื่อนทดน้ำ พร้อมทั้งก่อสร้างระบบส่ งน้ำสำหรับพื้นที่สองฝั่งในอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอบางระกำ และ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก กับอำเภอสามง่าม อำเภอเมือง และอำเภอตะพานหิ น จั ง ห วั ด พิ จิ ต ร ร ว ม พื้ น ที่ ป ร ะ ม า ณ 6 7 8 , 0


14

0 0 ไ ร่ โ ค ร ง ก า ร ร ะ ย ะ ที่ 2 นี้ ไ ด้ เ ริ่ ม ง า น ก่ อ ส ร้ า ง เ บื้ อ ง ต้ น เ มื่ อ พ . ศ . 2 5 1 2 แ ล้ ว เ ส ร็ จ ปี พ . ศ . 2 5 2 7           ระยะที่ 3  ก่อสร้างเขื่อนอุตรดิตถ์ที่บา้ นผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อทดน้ำ และมีระบบส่ งน้ำ สำหรับพื้นที่สองฝั่งอำเภอเมือง อำเภอลับแล อำเภอตรอน และ อำเภอพิชยั จังหวัดอุตรดิตถ์ กับอำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์อำเภอเมืองอำเภอวังทองและอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก รวมพื้นที่ประมาณ 873,000 ไร่ โครงการระยะที่ 3 นี้ ยังไม่ได้ดำเนินการ แผนพัฒนาลุ่มน้ำน่านนี้ เป็ นการวางแผนที่จะนำน้ำมาใช้ให้เป็ นประโยช น์ อย่างเต็มที่ จึงได้วางแผนให้เกี่ยวโยงกันทัว่ ลุ่มน้ำคือตั้งแต่ตน้ น้ำจนถึงปลายน้ำ กำหนดระบบวิธีจดั เก็บและการใ ช้นำ้ ให้เกิดประโยชน์หลายๆอย่าง รวมทั้ง ได้กำหนดขั้นตอนของการพัฒนา ให้เหม าะสมกับภาวะท้องที่เป็ นระยะๆไปโดยท้ องที่ส่วนใหญ่ของทุ่งราบสองฝั่งแม่นำ้ น่า น มักถูกน้ำท่วมเป็ นประจำ การพัฒนา จึงต้องสร้างเขื่อนเก็บน้ำขึ้น ก่ อ น ที่ จ ะ ส ร้ า ง เ ขื่ อ ��� ท ด น้ ำ และระบบส่ งน้ำ เพราะหากก่อสร้าง เขื่อนทดน้ำและระบบส่ งน้ำก่อน น้ำที่ท่


15

วมนองนอกจากจะยังความเสี ยห ายให้แก่การเพาะปลูกเช่ นเดิ มแล้ ว ยังทำความเสี ยหายให้แก่งานก่ อสร้างเขื่อนทดน้ำและระบบส่ งน้ ำ อีกด้วย ดังนั้นจึงได้มีการก่อสร้ างเขื่อนสิ ริกติ์ซ่ ึ งเป็ นเขื่อนเก็บน้ำ ขึ้นก่อนเขื่อนอื่นๆ


16

นำ้ตกภู ซาง


17


18

  อุทยานแห่งชาติภซู างมีพ้ืนที่ครอบคลุมพื้นที่ดิ นบริ เวณป่ าน้ ำ หงาวฝั่ ง ซ้ า ยในท้อ งที่ ต ำบลตับ เต่ า ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายและป่ าน้ำหย่วน และป่ าน้ำลาว ในท้องที่ตำบลภูซาง ตำบลทุ่งกล้วย ตำบลร่ มเย็น ตำบลแม่ลาว ตำบลเชียงคำ จังหวัดพะเยา มีสภาพภูมิประเทศเป็ นเทือกเขา มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่ า สัตว์นานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ป่า และภู เ ขาที่ สวยงามมี เนื้ อที่ ประมาณ285 ตารางกิโลเมตร หรื อ 178,125 ไร่ ประวัตคิ วามเป็ นมา   เดิมจัดตั้งเป็ นวนอุทยานแห่งชาติภซู าง อยูใ่ น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋ อย ป่ าน้ำหย่วน และป่ าน้ำลาว ในท้องที่ตำบลภูซาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่ งกรมป่ าไม้จดั ตั้งเป็ นวนอุทย าน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2533 เนื่องจาก


19

สำนัก งานป่ าไม้เ ขตเชี ย งรายสำรวจเสนอและ กองบัญชาการหน่วยรบเฉพาะกิจ กองพลที่ 4 สนับสนุนให้จดั ตั้งเป็ นวนอุทยาน ตามหนังสื อที่ กส 0809 (ชร)/1975 ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2522 และ กห 0334 (ฉก.พล.)/1819 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 กองทัพภาคที่ 3 และ กองอำนวยการรักษาความมัน่ คงภายในภาค 3

มีหนังสื อที่ นร 5106/2616 ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2532 ให้กรมป่ าไม้ จัดตั้งพื้นที่วนอุทยานน้ำตกภูซาง มีเนื้อที่ประมาณ 73,000 ไร่


20


21

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์


22

พระราชนิเวศน์

พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยูบ่ นดอยบวกห้า ตำบลสุ เทพอำเภอเมื อ งจั ง หวั ด เชี ยงใหม่ ค วาม สู งจากระดั บ น้ ำ ทะเล๑,๓๗๓.๑๙๗เมตรในเนื้ อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็ นบริ เวณที่ เปิ ดให้นกั ท่องเที่ยวได้ชื่นชมประ มาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า  “ดอยบวกห้ า”  เป็ นชื่อเรี ยก ตาม คำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทัว่ บริ เวณหน องน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงพระกรุ ณา โ ป ร ด เ ก ล้ า ฯ ใ ห้ ส ร้ า ง ขึ้ น ใ น ปี พ . ศ . ๒ ๕ ๐ ๔ ภูพงิ คราชนิเวศน์  โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่ งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ส ก ล ม ห า สั ง ฆ ป ริ น า ย ก วั ด บ ว ร นิ เ ว ศ วิ ห า ร เมื่อครั้งเป็ นที่ พระศาสนโสภณ เป็ นผูค้ ิดชื่อถวาย คือ “พิงคัมพร”  กับ  “ภูพงิ คราชนิเวศน์ ”  พระตำหนักแห่ งนี้ ใช้เป็ นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน แปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จงั หวัดเชียงใหม่

เพื่อทรงงาน และเยีย่ มเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริ ญสั มพันธไมตรี กบั ไทยในโอกาสต่างๆ การที่ทรงเลือก สร้างที่จงั หวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ ส ว ย ง า ม อี ก ทั้ ง เ ค ย เ ป็ น เมืองหลวงมาก่อน ผูค้ นพลเมืองยังดำรงรักษาจารี ตข นบธรรมเนียม ประเพณี อนั ดีงามไว้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีลกั ษณ ะเป็ นแผนผังแบบเรื อนไทยภาคกลางที่เรี ยกว่า  “เ รื อนหมู่ ”มี รูปแบบสถาปั ตยกรรมเป็ นไทยประเพ ณี ประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสู งหลังคาทรงไทย ภายในประกอบไปด้ ว ยท้ อ งพระโรงคนละด้ า น มีเฉลียงใหญ่ และพลับพลาหอนกเป็ นที่ประ ทับ ทอดพระเนตรทัศ นี ย ภาพของเมื อ งเชี ย งใหม่ ชั้นบนเป็ นที่ประทับ ชั้นล่างเป็ นที่อยูข่ องมหาดเล็ก และคุ ณ ข้า หลวงออกแบบแปลนโดยหม่ อ มเจ้า สมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกพิเศษ กรมศิลปากร ออกแบบรู ปด้ า นโดยหม่ อ มราชวงศ์ มิ ต รารุ ณ  เกษมศรี และทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้า ฯให้ ส ำ


23 นั ก งานทรั พ ย์สิ น ส่ ว นพระมหากษัต ริ ย์ด ำเนิ น การ ก่ อ สร้ า งโดยมี ห ม่ อ มเจ้า สมัย เฉลิ ม กฤดากรเป็ นผู ้ อำนวยการก่ อ สร้ า งหม่ อ มราชวงศ์ มิ ต รารุ ณเกษม ศรี และนายประดิ ษ ฐ์ ยุ ว พุ ก กะจากกองสถาปั ต ยก รรมกรมศิ ล ปากรเป็ นผู ช้ ่ ว ยและได้ท รงพระกรุ ณ า โปรดเกล้า ฯให้ พ ลเอกหลวงกัม ปนาทแสนยากร องคมนตรี เป็ นผูแ้ ทนพระองค์ ในการวางศิลาฤกษ์ พระตำหนักเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ สิ งหาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๔๙ นาที ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง พ ร ะ ต ำ ห นั ก ใ ช้ เ ว ล า ๕ เดือนก็แล้วเสร็ จ จากนั้น ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่ อ มราชวงศ์ มิ ต รารุ ณเกษมศรี เป็ นทั้ง สถาปนิ ก และมัณฑนากรออกแบบ ตกแต่ง ภายในพระตำหนัก ทั้ ง ใ น ส่ ว น ที่ ป ร ะ ทั บ แ ล ะ ส่ ว น ที่ ใ ช้ รั บ ร อ ง พระราชอาคันตุกะทั้งหมด โดยออกแบบให้เป็ นแบ บไทยประยุกต์ดดั แปลงให้เหมาะสมกับการใช้แบบ สากลมากขึ้น และได้ใช้พระตำหนัก ในการรับรอง  พระราชอาคันตุกะเป็ นครั้งแรกคือ สมเด็จพระเจ้าเฟร ดเดริ คที่๙และสมเด็จพระราชินีอินกริ ดแห่งเดนมาร์ ก เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ หลังจากนั้นก็มี ประมุขของประเทศต่าง ๆ เป็ นพระราชอาคันตุกะ ม า ป ร ะ ทั บ แ ล ะ พั ก ที่ พ ร ะ ต ำ ห นั ก ภู พิ ง ค์ ฯ ในเวลาต่อมา อีกหลายประเทศ เช่น สมเด็จ พระนางเจ้าจูเลี ยน่ าและเจ้าชายเบอร์ ฮาร์ ทจากปร ะเทศเนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง แ ละพระราชินีฟาบิโอล่าแห่งประเทศเบลเยีย่ ม ฯลฯ เป็ นต้น ส่ วนตัวอาคารอื่น ๆ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเ ติมขึ้นภายหลัง


24

วัดติโลกอาราม


25


26 วัดติโลกอารามเป็ นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จมอยูใ่ นกว๊านพะเยา  เป็ นวัดพระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจัก รล้านนา โปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2019-2029 ในบริ เวณที่เรี ยกว่า บวกสี่ แจ่ง

วัดแห่งนี้เป็ นชื่อวัดที่ปรากฏอยูใ่ นศิลาจารึ ก ซึ่ งถูกค้นพบได้ในวัดร้างกลางกว๊านพะเยาหรื อในบริ เวณหน องเต่า จากข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึ ก ทำให้รู้วา่ วัดนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริ ยผ์ คู ้ รองเมืองเชียงใหม่ วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็ นวัดที่มีผปู ้ กครองเมืองพะเยาได้สร้าง ถวาย เพื่อเป็ นการเทิดพระเกียรติแก่พระเจ้าติโลกราช ในฐานะทรงเป็ นกษัตริ ยผ์ ยู ้ งิ่ ใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา


27

วัดติโลกอารามจมอยู่ในกว๊านพะเยาเนื่ องจ ากในปี พ.ศ. 2482กรมประมงสร้างประตูก้ นั น้ำในก ว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้บริ เวณกว๊านพะเยา ที่แต่เดิมเป็ นชุมชนโบราณ และมีวดั อยูเ่ ป็ นจำนวนม ากต้องจมน้ำ ในอดีตพื้นที่กว๊านพะเยาเป็ นพื้นที่รองรับน้ำ จากเทือกเขาไหลลงมาเป็ น ลำห้วย ลำธาร แม่นำ้ แล ะกลายเป็ นหนองน้ำเล็กใหญ่ในช่วงฤดูแล้งระหว่า งเดือนมีนาคม-มิถุนายน ของทุกปี ปริ มาณน้ำจะลด ลงทำให้ชาวบ้านสามารถใช้พ้ืนที่เกษตรกรรม เลี้ยง สัตว์และเป็ นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างตัวเมืองกั บหมู่บา้ นรอบๆ กว๊านพะเยาและเมื่อหลายร้อยปี มา นั้นพื้นที่ในบริ เวณของกว๊านพะเยาจะเป็ นชุมชนห มู่บา้ นมีวดั วาอารามอยูห่ ลายวัดและวัดติโลกอารา มเป็ นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จมอยูใ่ นกว๊านพะเยา    วัดติโลกอาราม  เป็ นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จม อยู่ในกว๊านพะเยาเป็ นวัดที่ พ ระเจ้าติ โ ลกราชแห่ งราชอาณาจัก ���ล้า นนาโปรดให้ พ ระยายุท ธิ ษ ถิ ระเจ้าเมืองพะเยาสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.  20192029ในบริ เวณที่เรี ยกว่า บวกสี่ แจ่ง

วัดแห่งนี้เป็ นชื่อวัดที่ปรากฏอยูใ่ นศิลาจารึ ก ซึ่ งถูกค้น พบได้ ใ นวั ด ร้ างกลางกว๊ า นพะเยาหรื อในบริ เวณ หนองเต่ า จากข้ อ ความที่ ปรากฏในศิ ลาจารึ กทำใ ห้ รู้ ว่ า วั ด นี้ มี อายุ เ ก่ าแก่ มากกว่ า 500ปี สร้ างในสมั ยพระเจ้ า ติ โ ลกราชกษั ต ริ ย์ ผู ้ ค รองเมื อ งเชี ยงใหม่   วัดนี้ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็ น วัดที่มีผปู ้ กครองเมืองพะเยาได้สร้างถวายเพื่อเป็ นการเทิด พระเกี ยรติ แก่ พระเจ้าติ โลกราชในฐานะทรงเป็ นกษัตริ ย ์ ผูย้ ง่ิ ใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา


28

วัดติโลกอารามจมอยูใ่ นกว๊านพะเยาเนื่องจากในปี พ.ศ. 2482  กรมประมงสร้างประตูก้ นั น้ำในกว๊านพะเยาเ พื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้บริ เวณกว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็ นชุมชนโบราณ และมีวดั อยูเ่ ป็ นจำนวนมากต้องจมน้ำ


29 ในอดีตพืน้ ทีก่ ว๊านพะเยาเป็ นพืน้ ทีร่ องรับน้ำจากเทือกเขาไ หลลงมาเป็ นลำห้วยลำธารแม่นำ้ และกลายเป็ นหนองน้ำเล็ กใหญ่ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายนของ ทุกปี ปริ มาณน้ำจะลดลงทำให้ชาวบ้านสามารถใช้พ้ืน ที่เกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์และเป็ นเส้นทางสัญจรไปมาร ะหว่างตัวเมืองกับหมู่บา้ นรอบๆกว๊านพะเยาและเมื่อห ลายร้อยปี มานั้นพื้นที่ในบริ เวณของกว๊านพะเยาจะเป็ น ชุมชนหมู่บา้ นมีวดั วาอารามอยูห่ ลายวัดและวัดติโลกอ ารามเป็ นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จมอยูใ่ นกว๊านพะเยา

เ วี ย น เ ที ย น ก ล า ง น้ ำ แ ห่ ง เ ดี ย ว ใ น โ ล ก เทศกาลเวียนเทียน ที่วดั ติโลกอาราม มีความแตกต่าง จากการเวียนเทียนในวัดอื่นๆ คือ วัดติโลกอาราม จะ เวียนเทียนโดยการนัง่ เรื อเวียนเทียนรอบวัดซึ่ งตั้งอยู่ กลางน้ำ โดยในแต่ละปี จะมีการเวียนเทียน 3 ครั้ง คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา

การเดินทาง วัดติโลกอารามสามารถเดิ นทางจากแยกประตูชยั เข้ าสู่ตวั เมืองพะเยาโดยใช้ถนนประตูชยั และถนนพห ลโยธิ นจากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายบริ เวณธนาคารกสิ กรไทย ตามถนนท่ากว๊าน จนถึงท่าเรื อกว๊านพะเยา


30


31

วัดพระธาตุช่อแฮ


32

วัดพระธาตุช่อแฮ   แพร่                   พระธาตุช่อแฮ  พระธาตุศกั ดิ์สิทธิ์เป็ น ปูชนี ยสถานคู่บา้ นคู่เมื องของชาวจังหวัดแพร่ มาแต่ โบราณ  เป็ นพระบรมธาตุที่บรรจุพระเกศา และพร ะบรมสารี ริกธาตุส่วนข้อศอกซ้ายของสมเด็จพระสั มมาสัมพุทธเจ้า  ตามคติความเชื่อของทางภาคเหนือ นั้นยังถื อเป้ นพระธาตุประจำปี เกิ ดของผูท้ ี่ เกิ ดปี ขาล   หรื อปี เสื ออีกด้วย                   ประวัติแห่งพระธาตุช่อแฮนั้นกล่าวไว้ห ลากหลายตำนานด้วยกัน   ตำนานหนังสื อพระเจ้าเหยี ยบโลกกล่าวว่า  ขุนลัวะอ้ายก๊อมได้รับพระธาตุเกศาจ ากพระพุทธเจ้าขณะเสด็จประทับ  ณ  ดอยโกสิ ยธชค เมืองพล(แพร่ ) ซึ่งได้สง่ั ให้นำไปเก็บไว้ที่ถำ้ ใกล้บริ เว ณนี้  ในครั้งนั้นพระพุทธองค์รับสัง่ ไว้ดว้ ยว่าเมื่อทรง เสด็จดับขันธ์ปริ นิพพานไปแล้วให้นำพระบรมสารี ริก


33

ธาตุพระศอกข้างซ้ายมาบรรจุไว้ที่สถานที่แห่งนี้  จนก ว่าจะสิ้ นอายุพระพุทธศาสนาห้าพันปี                   ส่ วนหลักฐานประวัติศาสตร์ตามพระร าชพงศาวดารว่าด้วยกรุ งสุ โขทัย กล่าวว่าพระธา ตุช่อแฮนั้นได้สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.1879 -1881 ในสมัยที่พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)  ทรงเป็ นพร ะมหาอุปราชาปกครองเมืองศรี สชั นาลัย  พระธาตุแห่ งนี้ ได้รับการทำนุบำรุ งจากเจ้านครแพร่ ทุกพระองค์เรื่ อยมา  ครู บาศรี วชิ ยั ผูเ้ ป็ นนักบุญสำคัญแห่งล้านนายัง เคยได้มาปฏิสงั ขรณ์พระธาตุองค์น้ ีมาแล้ว     เทศกาล งานประเพณี                 งานไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่ แ ห่ ตุ ง ห ล ว ง จั ด เ ป็ น ป ร ะ จ ำ ทุ ก ปี วันแรกของานจะเริ่ มขึ้นในวันขึ้น 9 - 15 ค่ำ เดือน 4  ประมาณเดือนกุมภาพันธ์  ถึงต้นเดือนมีนาคม  มีขบ วนแห่ งตุงหลวงถวายองค์พระธาตุและมหรสพตลอด งาน สถานทีต่ ้งั   ถ.ช่อแฮ  ต.ช่อแฮ  อ.เมือง  จ.แพร่    ห่างจากตัวเมืองประมาณ   8  กม.  

ความเชื่อและวิธีการบูชา                   พระธาตุช่อแฮ    เป็ นพระธาตุเจดียป์ ระจำปี เกิดของผูท้ ี่เกิดปี ขาล (เสื อ)  ว่ากันว่าหากนำผ้าแพรเนื้อ ดีไปถวายองค์พระธาตุช่อแฮ   จะทำให้มีแต่ความผาสุ ก มีความเจริ ญรุ่ งเรื องในชีวิตหน้าที่การงานและคุม้ ครอง ป้ องกันศัตรู   สำหรับคนทัว่ ไปเชื่อว่าการสวดบูชาพระ ธาตุจะช่วยดลบันดาลให้มีชีวติ ที่ดีข้ ึน  สิ่ งที่ขาดไม่ได้ คือการไปกราบหลวงพ่อทันใจ  ซึ่ งถือว่าเป้ ฯพระพุทธ รู ปทีมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิง่ และเชื่อว่าผูใ้ ดมาขอพรแ ล้วมักจะได้สมดังใจปรารถนา                 คาถาบูชาพระธาตุช่อแฮ                     (ท่องนะโม 3 จบ)  โกเสยยะ  ธะชัคคะปั พพะเต  สัตตะมะโนรัมเม  พุทธะเกสาธาตุ   ปะติฎฐิตา  อะหังวันทามิ  สัพพะทา  อะหังวันทามิ   ธาตุโย  อะหังวันทามิ  สัพพะโส  (5 จบ)   คาถาบูชาหลวงพ่ อทันใจ              (ท่องนะโม 3 จบ)   นะโม  นะมะ  สะขัง  โกธะมัง  ใจจะคุ (3 จบ)


34


35

สวนสัตว์เชียงใหม่


36

สวนสัตว์เชี ยงใหม่ ตั้งอยู่บริ เวณทางขึ้ นด อยสุ เทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุ เทพ อำเภอเมื อง จังหวัดเชี ยงใหม่ เปิ ดให้บริ การทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. 17.00 น. มีสวนสัตว์เชี ยงใหม่ มีเนื้ อที่ท้ งั หมด 531 ไร่ เป็ นสถานที่เหมาะ สำหรับ การพักผ่อนพร้ อมกับสัมผั สสัตว์นานาชนิ ดกว่า 7,000 ตัว ท่ามกลางกลิ่นไอของ ขุนเขา และที่พลาดชม ไม่ได้ก็คือ หมีแพนด้า ช่ วง ช่ วง และ หลินฮุ ย้ อันเป็ นทูตสันตวไมตรี จากสาธาร ณรัฐประชาชนจี น ซึ่ ง ช่ วง ช่ วง และ หลินฮุ ย้ จะอยู่ ที่สวนสัตว์เชี ยงใหม่เป็ นเวลา 10ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ถึง 2557 ในช่ วงนี้ ต้ งั แต่มี แพนด้าน้อย หลินปิ ง 1 อีก1 สมาชิ กใหม่ของครอบครัวแพนด้า สวนสัตว์เชี ยงให ม่มีนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดิ นท างมาเที่ยวชมสวนสัตว์เชี ยงใหม่ จนแน่ นขนัดทั้งวัน โดยเฉพาะในส่ วนจัดแสดง หมี แพนด้า มี ประชาชน จำนวนมากเดิ น ทางเข้าไปชมความน่ ารักของช่ วงช่ วง ที่อยู่ในส่ วนจัดแสดงและดูหลินฮุ่ยกำลัง เลี้ ยงดูลูกน้อยใน อิริยาบถต่าง ๆ ผ่านกล้องทีวีวงจรปิ ด สร้ างความประทับใจให้กบั นั กท่องเที่ ยวที่มีโอกาสเข้าไปชมกัน สิ่ งที่ น่าสนใจ สวนสัตว์เชี ยงใหม่ 1. หมี แพนด้า สัมผัสความน่ ารักของ 2 หมีแพนด้า ช่ วง ช่ วงและหลินฮุ่ย ทูตสันถวไมตรี และลูกน้อยหลินปิ ง จาก สาธารณรั ฐประชาชนจี น ณ สวนสัตว์เชี ยงใหม่ 2.2.สวนนกนครพิงค์ เดิ นชมธรรมชาติและฟั ง เสี ยงนกชนิ ดต่างๆ กว่า 800 ตัว ในพื้ นที่ 6 ไร่ 3. ศูนย์จดั แสดงนกเพนกวิน สัมผัสนกเพนกวิน (Humboldt Penguin) ในศูนย์แสดงที่จดั เ ป็ นสระน้ำตามสภาพที่ นกเพนกวินอาศัยอยู่


37

4. เกาะชะนี สถานที่เพื่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระของ ชะนี บรรยากาศปลอดโปร่ งเสมือนหนึ่ งอยู่ในแหล ่งธรรมชาติที่ แท้จริ ง เพื่อให้คุณได้เข้าถึงการดำรง ชี วิตของสัตว์ป่าสร้ างความคุ น้ เคยระหว่างคนกับสั ตว์ได้อย่างกลมกลืน 5.อาคารเลี้ ยงแมวนํ้า อาคารที่ จดั แสดงประกอบด้วย แมวนํ้า (Cape Fur Seal) จำนวน 5 ตัว จากประเทศสาธารณรัฐ แอฟริ กาใต้มาเลี้ ยงในอาคารดังกล่าว 6. อุทยานสัตว์น้ำ สัตว์น้ำจื ดกว่า 60 ชนิ ด รวมทั้งปลาบึกยักษ์ลุ่มแม่น้ำโขง ปลาบึ กลายและ Siamese Giant Carpอีกทั้งปลาไหล Ture Eel ซึ่ งหาดู ได้ ย ากรอคุ ณอยู่ ที่ ศู นย์ แ สดงแห่ งนี้ 7. ค่ายพัก���รม ท่านสามารถขอจัดเต๊นท์นอนค้างคืน ใ น บ ริ เ ว ณ ที่ ส ว น สั ต ว์ จั ด ใ ห้ เ พื่ อ เ ป็ น ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น ก า ร อ ยู่ ท่ า ม ก ล า ง ธ ร ร ม ช า ติ มี ทศั นี ยภาพที่สวยงามโดยไม่ตอ้ ง เดิ นทางไกล


38


39

สามเหลี ่ ย มทองคำ


40 สามเหลีย่ มทองคำตั้งอยูห่ ่างจากเชียงแสนไปทางทิศ เหนือ 9 กิโลเมตร ตามถนนเลียบริ มแม่ น้ำโขง สบรว กเป็ นบริ เวณที่แม่ น้ำโขงซึ่งกั้นดินแดนระหว่างประเ ทศไทยและประเทศลาว มาพบกับแม่ น้ำรวก ซึ่ งกั้นดิ นแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า จากจุด นี้นกั ท่ องเทีย่ วจะมองเห็นฝั่งพม่าและลาวได้ถนัดชัด เจน สามเหลีย่ มทองคำเป็ นที่กล่าวขวัญกันในหมู่นกั ท่ องเทีย่ ว เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็ นไร่ ฝ่ิ นที่ใหญ่โตมาก เรี ยกว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็วา่ ได้ แต่ปัจจุบนั ไม่มีไร่ ฝ่ิ นที่วา่ นี้อีกแล้ว คงเหลือแต่ทิวทัศน์ที่เงียบสงบของลำ น้ำและเขตแดนของ 3 ประเทศเท่านั้น เป็ นจุดที่แม่ น้ำรวก ซึ่ งกั้นพรมแดนไทยและพม่า มาบรรจบกันแม่ น้ำโขงที่ก้ ั นไทยกับลาว จุดนี้นกั ท่ องเทีย่ วจะเห็นฝั่งพม่าและลาวได้ ถนัดชัดเจน สามเหลีย่ มทองคำเป็ นที่กล่าวขวัญกันในหมู่ นักท่ องเทีย่ ว เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็ นไร่ ฝ่ิ นที่ใหญ่โตมากเ รี ยกว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็วา่ ได้ แต่ปัจจุบนั ไม่มีไร่ ฝ่ิ นที่วา่ นี้อยูแ่ ล้ว คงเหลือแต่ทิวทัศน์ที่เงียบสงบของลำน้ำและเข ตแดนของ3 ประเทศเท่านั้น แต่ผคู ้ นก็ยงั คงพากันเดินทาง มาสัมผัสกับตำนานสามเหลีย่ มทองคำโดยมีที่มาขอชื่อว่า


41

หลังจากที่พม่าตกเป็ นอาณานิคมของอังกฤษ และลาวถูกฝรั่งเศสยึดครอง ก็เกิดการค้าขายสิ นค้าด้วยระบบและเปลี่ ยนกันขึ้นโดยทางฝั่งพม่านั้นจะมีผา้ แพรสิ นค้าจากจีนกระทะทองเหลือและฝิ่ นเป็ นสิ นค้าที่นำมาแลกเปลี่ยนกับผ้า ไหม ทองคำแผ่น และทองคำแท่งของพ่อค้าฝั่งลาว ซึ่ งพ่อค้าลาวจำเป็ นต้องล่องเรื อตามลำน้ำโขงมาขึ้นที่บา้ นป่ าสั ก เขตเมืองพงของ พม่าซึ่ งตั้งอยูเ่ หนือบ้านสบรวกของไทย ปี หนึ่ง ๆ มีการแลกเปลี่ยนสิ นค้ากันประมาณ 4-5 ครั้ง ทำให้บา้ น ป่ าสักกลายเป็ นบริ เวณขายที่เฟื่ องฟูมากของสมัยนั้น แล ะเพราะการและเปลี่ยนด้วยทองคำนี้เองจึงทำให้ชาวบ้าน เรี ยกขานบริ เวณนี้กนั จนติดปากว่า”สามเหลีย่ มทองคำ”


42


43

อุ ท ยานหลวงราชพฤกษ์


44

เนื่ อ งในมหามงคลสมัย ที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิ ริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ใน พ.ศ.๒๕๔๙ และทรงเจริ ญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐และคณะรัฐมนตรี มีมติ เมื่ อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๖เห็ นชอบให้กระทร วงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ๒๕๔๙ ณ ศูนย์วิจยั เกษตรหลวงเชี ยงใหม่ตำบลแม่ เหี ยะ อำเภอหางดง จังหวัดเชี ยงใหม่ (พื้นที่ ๔๖๘ ไร่ ๓ งาน ๑๐ ตารางวา) โดยจัดขึ้ นระหว่างวันที่ ๑ พฤศจิ กายน  ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๐ รวม ๙๒ วันภายใต้ชื่อ “มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพ ระเกี ยรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙” ซึ่ งเป็ นงานที่ประเทศ ไทยประสบความสำเร็ จเป็ นอย่างมาก

จากความสำเร็ จ ของการจัด งานมหกรรมพื ช สวนโล กเฉลิมพระเกี ยรติฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ที่ ได้รับการ ตอบรั บ ทั้ ง ชาวไทยและชาวต่ า งประเทศเป็ นอย่ า งดี คณะรัฐมนตรี จึงมีมติ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ให้ สถาบันวิจยั และพัฒนาพื้ นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้าม าบริ หารจัดการและใช้ประโยชน์พื้ นที่ สวนเฉลิ มพระเกี ยรติฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ เพื่อให้เกิ ดความคล่องตัวในก ารบริ หารจัดการและปฏิบตั ิงานด้านต่างๆ มีภารกิ จหลัก ในการพัฒนาให้เป็ นแหล่ งเรี ยนรู ้ พืชสวนและเป็ นแหล่ งท่ องเที่ ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชี ยงใหม่และประเทศไทย โดยได้รับการถ่ายโอนกิ จการ ทรัพย์สิน สิ ทธิ และงบประมาณของกระทรวงเกษตรแ ละสหกรณ์ มาเป็ นของสถาบันวิ จ ัยและพัฒนาพื้ นที่ สู ง (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒ และ มีการส่ งมอบสวนเฉลิมพระเกี ยรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๒


45

สำหรั บ การตั้ง ชื่ อ อุ ท ยานหลวงราชพฤกษ์น้ ั น หม่ อ ม เจ้าภีศเดชรัชนี องค์ประธานมูลนิ ธิโครงการหลวง ได้มีลายพระหัตถ์ที่ ล.๐๑/๓๕๘ลงวันที่ ๑๒ ตุลา คม๒๕๕๒ขอพระราชทานชื่ อ สวนซึ่ งเป็ นสถาน ที่ จ ั ด งานมหกรรมพื ช สวนโลกเฉลิ ม พระเกี ย รติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ณ ศูนย์วิจยั เกษตรหลวงเชี ยงใหม่ อำเภอเมื องเชี ยงใหม่ จังหวัดเชี ยงใหม่ว่า“สวนห ลวงราชพฤกษ์” ต่อมาท่านผูห้ ญิงบุตรี   วีระไวทยะ รองราชเลขาธิ การ ปฏิบตั ิราชการแทนราชเลขาธิ การ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯพระ ราชทานชื่ อสวนดังกล่าวว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ตั้งแต่วนั ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ และได้รับ พระราชทานชื่ อภาษาอังกฤษว่า “Royal Park Ra japruek”ตามหนังสื อสำนักราชเลขาธิ การที่ รล. ๐๐๓.๔/๕๕๐๔๕ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ชื่ ออุทยานหลวงราชพฤกษ์หมายถึงสวนของ พระมหากษัตริ ย ์


46


47


48

อุทยานแห่ งชาติแจ้ ซ้อน  อุทยานแห่ งชาติแจ้ ซ้อน  มีพ้ืนที่ครอบคลุมอยูใ่ นท้องที่อำเภอเมืองปานอำเภอแจ้ ห่มและอำเภอเมืองจังหวัดลำปางมีสภาพป่ าอันอุดมสมบูรณ์และเป็ นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ ๕๙๒ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็ นอุทยานแห่ งชาติเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๑เป็ นแนวแบ่งเขตระหว่ างลำปางและเชียงใหม่ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่ องเทีย่ วและมีอากาศเย็นสบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน –กุมภาพันธ์ น้ ำตกแจ้ ซ้อน อยูถ่ ดั จากบ่อน้ำร้อนขึ้นไป ๑ กิโลเมตรเป็ นธารน้ ำตกที่มีแอ่งน้ำรองรับอยูต่ ลอดสายมีท้ งั สิ้ น ๖ ชั้น มีต ้ นกำเนิดจากขุนห้วยแม่มอญ ไหลผ่านหุบเขาสูงชัน นอกจากนี้ยงั มีน้ำตกอีก ๒แห่งคือน้ ำตกแม่มอญและน้ ำตกแม่ขนุ


49

เส้ นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ ซ้อนระยะทางปร ะมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ชัว่ โมง ๓๐นาทีโดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่ อความหมาย ๒๔ จุด ผ่านสภาพป่ าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลาย ชนิ ด รวมถึ ง อาจพบสัต ว์ห ายากอย่า งนกเขนเทา หางแดงและปลาปุงแห่ งลำห้วยแม่มอญด้วยเช่ น กันเป็ นเส้นทางที่ เหมาะสำหรั บเยาชนที่ ตอ้ งการ จะศึกษาธรรมชาติเยาชนหรื อนักท่ องเที่ยวจะได้ ศึกษาพรรณไม้ต่างๆ เช่น ต้นก๋ ง กวาวเครื อ หรื อ ยางปายระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวติ หนอนรถด่วน และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อนอะไรท ำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุ กแต่ไข่ขาวเหลว หรื อจัก๊ จัน่ น้ำแร่ เป็ นอย่างไร (จัก๊ จัน่ น้ำแร่ จะมีชุกในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม) แอ่ ง อาบน้ำอุ่ นที่ เกิ ด จากน้ำร้ อ นบ่ อ น้ำพุร้ อนซึ่ ง มาบรรจบกับน้ำเย็นที่มาจากน้ ำตกแจ้ซ้อนในอดี ตชาวบ้านจะแช่ อาบน้ำในบ่อน้ำอุ่นนี้ สำหรั บกิ จ กรรมต่างๆในอุทยานฯจะใช้ไฟฟ้ าที่ผลิตเองจาก โรงไฟฟ้ าพลั ง น้ ำ ซึ่ งจะอยู่ ใ นเส้ น ทานี้ ด้ ว ย

สามารถผลิตกระแสไฟฟ้ าได้ ๖๐ กิโลวัตต์หรื อขับ รถขึ้นไปดูกไ็ ด้เป็ นระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร แต่ตอ้ งใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเพราะสภาพทางค่อนข้ างเละและชัน



Jarinya Sirikhumfu