Page 1

GOLD FISH


ปลาทอง บางครั้งนิยมเรี ยกว่า ปลาเงินปลาทอง (อังกฤษ: Goldfish) เป็ นปลาน้ำจืด อยูใ่ นวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีชื่อวิทยาศาสตร์วา่ Carassius auratus เป็ นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น โดยดั้งเดิมถือ เป็ นปลาที่ถกู นำมาบริ โภคกันเป็ นอาหาร ต่อมาได้ถกู พัฒนาสายพันธุ์มาไม่ ต่ำกว่า 2,000 ปี จนกลายเป็ นปลาสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ในปั จจุบนั โดยปลาทองเชื่ อว่ า เป็ นปลาสวยงามชนิ ดแรกที่ มนุ ษย์ เ ลี้ ยง จากหลักฐานที่ปรากฏไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี มาแล้ว เป็ นรู ปสลักปลาทองหลากห ลายสี วา่ ยรวมกันอยูใ่ นบ่อที่ประเทศจีน ถือเป็ นประเทศแรกที่เลี้ยงปลาทอง แต่ ป ระเทศญี่ ปุ่ นเป็ นผู ้พ ัฒ นาสายพัน ธุ์ ป ลาทองให้ มี ค วามสวยงามแ ละหลากหลายมาจนปั จจุบนั โดยเมืองแรกที่ทำการเลี้ยง คือ ซะไก ในจังหวัดโอซะกะ ในราวปี ค.ศ. 1502-ค.ศ. 1503 แต่กลายมาเป็ นที่นิยมเมื่อเ วลาต่อมาอีกราว 100 ปี ถึงขนาดมีร้านขายปลาทองเปิ ดกันเป็ นจำนวนมาก ปลาทองมีรูปร่ างอ้วน ป้ อม มีเกล็ดแบบบางเรี ยบ ครี บอกกลมแบน ครี บหางเป็ นรู ปพัด เป็ นปลากินพืช และแมลงน้ำขนาดเล็กเป็ นอาหาร เป็ นปลาที่ตะกละสามารถกินอาหารได้ตลอดทั้งวัน ตัวผูเ้ มื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ จะมีตุ่มสิ วขึ้นตามครี บอกและใบหน้า ปลาตัวท้องช่องท้องจะอูมเป่ งออก ว า ง ไ ข่ ต า ม พื ช น้ ำ ไ ข่ ใ ช้ เ ว ล า ฟั ก ตั ว ป ร ะ ม า ณ 2 วั น ปลาทองมีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดง, สี ทอง, สี สม้ , สี เทา, สี ดำและสี ขาว แม้กระทัง่ สารพัดสี ในตัวเดียวกัน ในธรรมชาติชอบอาศัยตามหนองน้ำและ ลำคลองที่ติดกับแม่นำ้ อาจมีอายุได้ถึง20-30ปี ถ้าอยูใ่ นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อ มาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 และถูกนำไปเผยแพร่ ในอเมริ กา ในศตวรรษที่ 19 สำหรับในประเทศไทย เชื่อว่าปลาทองเข้าในสมัยอยุธยาต อนกลางเพื่อเป็ นของบรรณาการในราชสำนักราว ๆ ค.ศ. 1370-ค.ศ. 1489 ในปั จจุบนั มักเลี้ยงเป็ นปลาสวยงาม และปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วง ชีวติ ประมาณ 7-8 ปี พบจำนวนน้อยมากที่มีอายุถึง 20 ปี ปัจจุบนั ประเทศจีน, ฮ่องกง,สิ งคโปร์ และญี่ปุ่น เป็ นศูนย์กลางการส่ งออกปลาทองที่ใหญ่ที่สุด สำหรับในประเทศไทยการเลี้ยงปลาทองในฐานะปลาสวยงามในยุคปั จจุ บัน เริ่ มขึ้นหลังปี ค.ศ. 1960 ซึ่ งความนิยมจะเริ่ มขึ้นจากพื้นที่กรุ งเทพมหาน ครก่อนจะขยายไปตามจังหวัดต่างๆจนปั จจุบนั มีฟาร์มปลาทองมากมายมีป ลาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเกรดสูงที่มีราคาแพง และเกรดธรรมดาทัว่ ไป

สารบัญ ประวัติความเป็ นมา

4

การจำแนกทางอนุกรมวิธาน

6

ลักษณะรู ปร่ างของปลาทอง

8

ลักษณะเด่นของปลาทอง

10

ลักษณะพันธุ์ของปลาทอง

12

การจำแนกเพศปลาทอง

20

วิธีการเพาะปลาทอง

22

การฟักไข่ปลาทอง

25

การอนุบาลปลาทอง

26

การเลี้ยงปลาทอง

30

ชนิดปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์เช่นเดียวกับปลาทอง 32


ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็

างประวัติศาสตร์เชื่อได้วา่ การเพาะพันธุ์ปลาทองมีมานาน กว่าหนึ่งพันปี แล้ว หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง คือ รู ปวาด ปลาทองซึ่งมีเกล็ดสี แดงที่ลำตัวจำนวนมากกำลังว่ายน้ำอยูใ่ นบ่ อ อายุรูปภาพกว่า 2,000 ปี มาแล้ว ปลาทองเป็ นปลาที่อยูใ่ นวงศ์ ไซไพร์นิด้ ี (Family Cyprinidae) จัดเป็ นปลาวงศ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีปลาอยูเ่ กือบ 2,000 ชนิด ซึ่งปลาในวงศ์น้ ีมีปลาที่เราพอรู ้ จักคือ ปลาทอง ปลาไน และปลาตะเพียน จากการศึกษาพบว่า ปลาเงินปลาทองเป็ นปลาซึ่ งเกิดจากการผ่าเหล่ามาจากปลาไน (Crucian carp) ปลาเงินปลาทองมีชื่อทางวิทยาศาสตร์วา่ Carassius auratus linn. ประเทศแรกที่เพาะพันธุ์ปลาทองได้สำเร็ จคื อ ประเทศจีน แต่ประเทศที่พฒั นาพันธุ์ปลาทองให้มีสีและลวด ลายสวยงามคือประเทศญี่ปุ่น และเพียงเวลาไม่นานนัก ญี่ปุ่นก็ ครองความเป็ นจ้าวในการส่ งออกปลาทองไปขายต่างประเทศ ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้พนั ธุ์ปลาทองเป็ นที่แพร่ หลายและเป็ นที่ นิยมในหมู่นกั เลี้ยงปลาในที่สุด

ล า ท อ ง พั น ธุ์ ส า มั ญ ( C o m m o n f i s h ) เป็ นปลาต้นสายพันธุ์ ลำตัวค่อนข้างยาวและแบนด้า นข้า งหัว สั้น กว้า งและไม่ มี เ กล็ด เป็ นปลาที่ อ ดทนกิ น อาหา รง่ายและลูกดก สี สนั คล้ายปลาไนมาก ในประเทศไทย สั นนิ ฐานได้ว่ามี ผูน้ ำปลาเงิ นปลาทองเข้ามาเลี้ยงครั้ งแรกใน สมัยกรุ ง ศรี อยุธยาตอนกลาง โดยนำเข้ามาจากประเทศจีน เนื่องจากมีการค้าติดต่อกันในช่วงนั้น ทางประวัติศาสตร์เ ชื่ อได้ว่าการเพาะพันธุ์ปลาทองมี มานานกว่าหนึ่ งพันปี แล้ว หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง คือ รู ปวาดปลาทองซึ่งมีเกล็ดสี แ ดงที่ลำตัวจำนวนมากกำลังว่ายน้ำอยูใ่ นบ่อ อายุรูปภาพกว่า 2,000 ปี มาแล้ว ปลาทองเป็ นปลาที่อยูใ่ นวงศ์ ไซไพร์นิด้ ี (Family Cyprinidae) จัดเป็ นปลาวงศ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีปลาอยูเ่ กือบ 2,000 ชนิด ซึ่งปลาในวงศ์น้ ีมีปล าที่เราพอรู ้จกั คือ ปลาทอง ปลาไน และปลาตะเพียน

4

น ม า


าก

การศึกษาพบว่า

งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์วา่

ปลาเงินปลาทองเป็ นปลาซึ่ งเกิดจากการผ่าเหล่ามาจากปลาไน Carassius

auratus

linn.

หมู่นกั เลี้ยงปลาในที่สุด

ปลาทองพันธุ์สามัญ

และเพียงเวลาไม่นานนัก

ผลที่ตามมาก็คือ (Common

carp)

ประเทศแรกที่เพาะพันธุ์ปลาทองได้สำเร็ จคือ

ระเทศที่พฒั นาพันธุ์ปลาทองให้มีสีและลวดลายสวยงามคือประเทศญี่ปุ่น นจ้าวในการส่ งออกปลาทองไปขายต่างประเทศ

(Crucian

fish)

ปลาเงินปลาทอ

ประเทศจีน

แต่ป

ญี่ปุ่นก็ครองความเป็

ทำให้พนั ธุ์ปลาทองเป็ นที่แพร่ หลายและเป็ นที่นิยมใน เป็ นปลาต้นสายพันธุ์

ลำตัวค่อนข้างยาวและแบนด้านข้าง

หัวสั้นกว้างและไม่มีเกล็ด เป็ นปลาที่อดทน กินอาหารง่ายและลูกดก สี สนั คล้ายปลาไนมาก ในประเทศไทย สันนิฐานได้วา่ มีผนู ้ ำปล าเงินปลาทองเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกในสมัยกรุ ง

ศรี อยุธยาตอนกลาง

5

โดยนำเข้ามาจากประเทศจีนเนื่องจากมีการค้าติดต่อกันในช่วงนั้น


Frank (1969) ได้จดั ลำดับชัน้ ของปลาทองไว้ดงั นี้

Class

Subclass

:

Osteichthyes

:

Teleostei

Order

:

Cypriniformes

Suborder

:

Cyprinoidei (Carps)

Family

:

Genus

:

Carassius

:

auratus

Species

Cyprinidae

การจำแนกทางอนุกรมวิธาน 6


ชนิดของปลาทอง 1. ฮอลันดาปกั กิง่ 2. ฮอลันดายักษ์ 3. สิงห์ญป่ี นุ่ 4. สิงห์ลกู ผสม (สิงห์จนี ) 5. สิงห์ดำ (สิงห์สยาม) 6. ริวกิน้

7


ลั ก ษ ณ ะ รู ป ร่ า ง ข อ ง ป ล า ท อ ง

ปล

าทองสายพันธุ์ดงั ้ เดิมทีพ่ บในธรรมช าตินนั ้ มีรปู ร่างคล้ายปลาไนแต่มขี น

าดเล็กกว่าปลาไนมาก คือ เป็ นปลาทีม่ รี ปู ร่างป้อม แบนข้างเล็กน้อย มีหนวดสัน้

2

ส่วนหัวลาด คู่

ครีบหางเป็ นแฉกเว้าลึก

ปากมีขนาดเล็ก

ครีบหลังค่อนข้างยาว ีลำตัวมีสนี ้ำตาลคล้ำอม

ทองหรือสีสม้ ส่วนท้องสีจางกว่าลำตัว หรือสีขาว เนื่องจากมีการนำปลาทองไปเลีย้ งในประเทศต่า งๆ

ประกอบกับเป็ นปลาทีผ่ สมพันธุข์ า้ มสายพันธุ์

กับปลาในกลุม่ เดียวกันชนิดอืน่ ๆได้งา่ ย

ทำให้มกี

ารพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองชนิดใหม่ๆออกมาหลา ยชนิด มีลกั ษณะเด่นสวยงามแตกต่างกันไป ซึง่ ลั กษณะเด่นๆทีส่ ำคัญทีม่ กี ารเปลีย่ นแปลงไป ได้แก่ ค รี บ ห า ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง จ า ก ห า ง แ ฉ ก ห รื อ ห า ง เ ดี่ ย ว เ ป็ น ห า ง พ ว ง ห รื อ ห า ง คู่ ครีบก้น เปลีย่ นแปลงจากครีบเดีย่ ว เป็ น ครีบคู่ ค รี บ ห ลั ง บ า ง ช นิ ด จ ะ ไ ม่ มี ค รี บ ห ลั ง ส่ ว นหัว บางชนิ ด จะมีล ัก ษณะที่พ องออกเป็ น วุ้น ต า บ า ง ช นิ ด มี ก ร ะ บ อ ก ต า ที่ โ ป่ ง พ อ ง อ อ ก

8


ครี บหาง เปลี่ยนแปลงจากหางแฉก หรื อหางเดี่ยว เป็ น หางพวง หรื อหางคู่ ครี บก้น เปลี่ยนแปลงจากครี บเดี่ยว เป็ น ครี บคู่ ครี บหลัง บางชนิดจะไม่มีครี บหลัง ส่ วนหัว บางชนิดจะมีลกั ษณะที่พองออกเป็ นวุน้ ตา บางชนิดมีกระบอกตาที่โป่ งพองออก

9


ลักษณะเด่นชนิดต่างๆ ของปลาทอง

1.

ลักษณะของปลาทองพันธุ์หวั สิ งห์

ลักษณะ หัวสิ งห์ญี่ปุ่น หัวสิ งห์จีน หัวสิ งห์สยาม หัวสิ งห์ลกู ผสม หัวสิ งห์ตากลับ หัวสิ งห์ตาลูกโป่ ง หัวและนัยน์ตา - วุน้ เนื้อละเอียด ไม่แตก วุน้ บริ เวณมุมปากมีลกั ษณะคล้ายเขี้ยว - มีวนุ ้ ครบทั้ง 3 ส่ วน คือส่ วนบนของหัว กระพุง้ แก้มและบริ เวณเหนือริ มฝี ปาก - วุน้ ไม่ปิดตาจนมิด ตาสดใส - หัววุน้ มีขนาดใหญ่กว่าลำตัว ลักษณะวุน้ เป็ นเม็ดเล็กหรื อใหญ่ขนาดสม่ำเสมอ -

วุน้ ไม่ปิดตาจนมิด

ตาสดใส

-

วุน้ มีท้ งั แบบสิ งห์จีน

และสิ งห์ญี่ปุ่น

ลักษณะวุน้ เป็ นเม็ดคล้ายสิ งห์จีนแต่แน่นกว่า

หรื อวุน้ เป็ นหลืบคล้ายมันสมอง - วุน้ ต้องปิ ดตาจนมิด - ลักษณะวุน้ เป็ นเม็ดคล้ายสิ งห์จีนแต่แน่นกว่า หรื อวุน้ เป็ นหลืบคล้ายมันสมอง - วุน้ ไม่ปิดตาจนมิด ตาสดใส - หัวไม่มีวนุ ้ หรื อมีเคลือบวุน้ เล็กน้อย - ตาใหญ่ สดใส ตาทั้งสองข้างเสมอกัน และหงายแหงนมองฟ้ าเสมอ - หัวไม่มีวนุ ้ หรื อเคลือบวุน้ เล็กน้อย - มีถุงน้ำใต้ตาคล้ายลูกโป่ ง ถุงน้ำโปร่ งแสง - ตาและถุงน้ำใต้ตาทั้งสองข้างเสมอกัน

10


ลำตัว - ไม่มีครี บหลัง หลังโค้งมนรู ปไข่ไก่ - ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบน ลำตัวไม่คดงอ -เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ - ไม่มีครี บหลัง หลังตรงหรื อลาดโค้งเล็กน้อย - ลำตัวค่อนข้างกลม หนา ไม่คดงอ - เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ - ไม่มีครี บหลัง หลังโค้งมนรู ปไข่ไก่ - ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบนลำตัวไม่คดงอ - เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ - ไม่มีครี บหลัง หลังโค้งมนรู ปไข่ไก่ - ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบนลำตัวไม่คดงอ - เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ - ไม่มีครี บหลัง ลำตัวยาว หลังตรงหรื อโค้งลาดเล็กน้อย - เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ - ลำตัวยาว หลังตรงหรื อโค้งลาดเล็กน้อย เกล็ดเป็ นเงางาม เรี ยงเป็ นระเบียบ ครี บหาง - ครี บหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัว เป็ นมุมแหลมประมาณ 45 องศา - ครี บหางหนา อาจมี 3 หรื อ 4 แฉก - ครี บหางแผ่กว้าง - ครี บหางใหญ่ - หางลาด ปลายหางเสมอ แนวเดียวกับสันหลัง - ครี บหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัวเป็ นมุมแหลมประมาณ 45 องศา - ครี บหางหนาอาจมี 3 หรื อ 4 แฉก - ครี บหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัวเป็ นมุมแหลมประมาณ 45 องศา - ครี บหางหนาอาจมี 3 หรื อ 4 แฉก - ครี บหางยาว - หางลาด ปลายหางเสมอแนวเดียวกับสันหลัง หรื อสูงกว่า - ครี บหางยาว - หางลาด ปลายหางเสมอแนวเดียวกับสันหลัง หรื อสูงกว่า สี - สี เข้มสดใส - มีทุกสี - สี เข้มสดใส - มีทุกสี - สี ดำปลอด - สี เข้มสดใส

- การทรงตัวดี - ซ้ายและขวาเสมอกัน

- มีทุกสี - สี เข้มสดใส

- การทรงตัวดี

- มีทุกสี - สี เข้มสดใส

ครี บทวาร - ครี บคู่ หรื อ ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครี บคู่ หรื อ

- มีทุกสี

ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครี บคู่ หรื อ ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ

รู ปทรงและการทรงตัว - ซ้ายและขวาเสมอกัน

- ครี บคู่ หรื อ ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครี บคู่ หรื อ

- การทรงตัวดี

ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครี บคู่ หรื อ ครี บเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ

-

มองจากด้านบนเหมือน

รู ปเหรี ยญโคบัน

(Koban)

-

ครี บอื่นๆ

-

ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา

ซ้ายและขวาเสมอกัน

ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา -

-

ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา

- การทรงตัวดี

- ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา –

- มองด้านบนสันหลังตรง - ซ้ายและขวาเสมอกัน

ครี บคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา

- การทรงตัวดี - ซ้ายและขวาเสมอกัน - การทรงตัวดี - ซ้ายและขวาเสมอกัน

11


ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง พั น ธุ์ ป ล า ท อ ง จากการที่มีการพัฒนาทางด้านการเพาะพันธุ์ มีการคัดเลือกลักษณะเด่นที่ตอ้ งการ แล้วนำมาเพาะพันธุ์ต่อมาเรื่ อยๆ ทำให้ได้ปลาทองที่มีล ั กษณะและสี สนั สวยงามหลายแบบด้วยกัน และมีการตั้งชื่อพันธุ์ต่างๆไว้ดงั นี้ 4.1 ปลาทองที่มีหางเดี่ยว อาจเรี ยกหางปลาทู หรื อหางแฉก (Fork Tail) ลักษณะหางเป็ นแผ่นแบนกว้าง เว้าตรงกลางหรื อเป็ น 2 แฉก มีสายพันธุ์ที่นิยม 2 สายพันธุ์ คือ 4.1.1 พันธุ์โคเมท (Comet) เป็ นปลาทองสายพันธุ์ด้ งั เดิม หรื อต้นตระกูลของปลาทอง ลักษณะลำตัวค่อนข้างแบนยาวคล้ายปลาไน ลำตัวมักมีสีแดง สี แดงสลับขาว หรื อสี ทอง ปัจจุบนั ไม่ได้รับความนิยม

. 4.1.2 พันธุ์ชูบุงกิง (Shubunkin) ลักษณะคล้ายพันธุ์โคเมท แต่จะมีจุดประที่ลำตัวหลายสี เช่น สี แดง สี ขาว สี ม่วง สี สม้ และสี ดำ เกล็ดจะค่อนข้างใส จัดเป็ นปลาทองที่สวยงามมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีสีเด่นหลายสี สดใส ได้รับความนิยมมากในสมัยก่อนและมีการ ตั้งชื่อไว้หลายชื่อ เช่น Speckled Goldfish , Harlequin Goldfish , Vermilion Goldfish หรื อ Coronation fish

12


4.2 ปลาทองที่มีหางคู่ คือมีส่วนหางแยกออกเป็ น 3 - 4 แฉก มีท้ งั ที่มีครี บหลังตามปกติ หรื อบางชนิดไม่มีครี บหลัง มีที่ได้รับความนิยมหลายสายพั นธุ์ ดังนี้ 4.2.1 พันธุ์ออแรนดา (Oranda) สมัยก่อนมักเรี ยกฮอลันดา หรื อฮอลันดาหัวแดง ลักษณะลำตัวค่อนข้างยาว มีครี บครบทุกครี บ หางยาว และมีลกั ษณะเด่นคือมีวนุ ้ ที่ส่วนหัว (Hood) คล้ายพันธุ์หวั สิ งห์ แต่มกั ไม่ขยายใหญ่เท่าหัวสิ งห์ สี ของวุน้ มักออกเป็ นสี เหลืองส้ม เป็ นปลาทองที่มีขนาดใหญ่ และมีความสวยงามมากชนิดหนึ่ง สี ของลำตัวมักออกสี ขาวเงิน ชาวญี่ปุ่นเรี ยก Oranda Shishigashira .

4.2.2 พันธุ์ริวกิ้น (Ryukin

or Veiltail ) ลักษณะเด่น คือ

เป็ นพันธุ์ที่มีหางค่อนข้างยาวเป็ นพวงสวยงามเป็ นพิเศษ

คล้ายริ บบิ้นหรื อผ้าแพร

ทำให้มีชื่อเรี ยกได้หลายชื่อ คือ Fringetail , Ribbontail , Lacetail , Muslintail และ Japanese Fantail ในขณะที่วา่ ยน้ำครี บหางจะบานเป็ นสง่า ลำตัวค่อนข้างกลมสั้น และมักมีสีแดงสลับขาว บางชนิดอาจมี 5 สี เป็ นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก

.

13


พันธุ์ตาโปน (Telescope-eyed Goldfish) อาจเรี ยก Pop-eye Goldfish ชาวจีนนิยมเรี ยก Dragon Eyes ชาวญี่ปุ่นเรี ยก Aka Demekin ซึ่งแปลว่าตาโปนเช่นกัน ลักษณะเด่นของพันธุ์ คือ ลูกตาจะยืน่ โปนออกมามากเหมือนท่อกล้องส่ องทางไกล พันธุ์ตาโปนที่นิยมเลี้ยงมี 5 ชนิด คือ พันธุ์ตาโปนสี แดง (Red Telescope-eyed Goldfish) มีสีแดงตลอดตัว ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น

พันธุ์มวั (Moor) หรื อเล่ห์ (Black Moor or Black Telescope-eye Goldfish) เป็ นพันธุ์ที่รู้จกั ดีในประเทศไทยในชื่อ เล่ห์ หรื อ ลักเล่ห์ ลักษณะเด่น คือ ลำตัวมีสีดำสนิทตลอด ตาจะไม่โปนมากนัก ชาวญี่ปุ่นเรี ยกพันธุ์น้ ีวา่ Kuro Demekin

14


พันธุ์ตาโปนสามสี (Calico Telescope-eye Goldfish) รู ้จกั กันดีในประเทศไทยว่าลักเล่ห์หา้ สี เป็ นพันธุ์ที่มีเกล็ดค่อนข้างบาง ลำตัวมีสีสนั หลา ยสี สดเข้มและมักมีเพียง 3 สี แต่สีที่พบในพันธุ์น้ ีจะมี 5 สี คือ สี แดง สี ขาว สี ดำ สี นำ้ ตาลออกเหลือง และสี แดงออกม่วง ชาวญี่ปุ่นเรี ยกพันธุ์น้ ีวา่ Sanshoku Demekin

พันธุ์ตาลูกโป่ ง (Bubble Eye Goldfish) ลักษณะเด่น คือ มีเบ้าตาพองออกคล้ายลูกโป่ งทั้งสองข้าง เวลาว่ายน้ำมักจะแกว่งไปมา ลำตัวมักมีสีขาวหรื อเหลืองแกมส้ม มีท้ งั ที่มีครี บหลังและไม่มีครี บหลัง

15


พันธุ์ตากลับ (Celestial Goldfish) ลักษณะเด่น คือ ตาที่โปนออกมาจะหงายกลับขึ้นข้างบน ชาวจีนเรี ยกว่า Shotengan แปลว่าตามุ่งสวรรค์ หรื อตาดูฟ้า ต่อมาชาวญี่ปุ่นนำไปเลี้ยงและพัฒนาได้หางสั้นกว่าเดิม เรี ยก Demeranchu

พันธุ์หวั สิ งห์ (Lionhead Goldfish or Ranchu) ลักษณะเด่นของพันธุ์น้ ีคือ ไม่มีครี บหลัง หางสั้นและเป็ นครี บคู่ ที่สำคัญคือ ส่ วนหัวจะมีกอ้ นวุน้ ปกคลุมอยู่ ทำให้มีชื่อเรี ยกได้อีกหลายชื่อ เช่น Hooded Goldfish , Buffalo-head Goldfish ส่ วนในญี่ปุ่นเรี ยก Ranchu ในประเทศไทยเรี ยกกันโดยทัว่ ไปว่า “หัวสิ งห์” เป็ นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปั จจุบนั และนิยมจัดประกวดกันเป็ นประจำ จนอาจเรี ยกได้ว่ าเป็ นเจ้าพ่อของปลาทอง (King of The Goldfish) มีอยูห่ ลายชนิดที่นิยมเลี้ยง ได้แก่

16


สิ งห์ญี่ปุ่น เป็ นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ลักษณะทัว่ ไปคือ ลำตัวค่อนข้างสั้นและส่ วนหลังโค้งมนสวยงาม สี ของลำตัวเป็ นสี สม้ เข้มเหลื อบทองต้องตา วุน้ ที่ส่วนหัวมีลกั ษณะเล็กละเอียดขนาดไล่เลี่ยกันและค่อนข้างหนา ครี บหางสั้นและจะยกสู งขึ้นเกือบตั้งฉากกับลำตัว ครี บก้นเป็ น ครี บคู่มีขนาดเท่ากัน

สิ งห์จีน เป็ นพันธุ์ตน้ ตระกูลของหัวสิ งห์ กำเนิดในจีน ลำตัวค่อนข้างยาว ส่ วนหลังไม่โค้งมากนัก หางค่อนข้างยาวอ่อนลู่ หัวค่อนข้างใหญ่และมี วุน้ ดกหนากว่าสายพันธุ์อื่น และทางด้านท้ายของวุน้ ไม่ขรุ ขระ ทำให้มองเหมือนหัวมีขนาดใหญ่กว่าลำตัว สี ของลำตัวเป็ นสี สม้ แกมทองแต่ไม่ส ดมากนัก

17


สิ งห์หวั แดงสิ งห์ตนั โจ ลักษณะทัว่ ไปคล้ายสิ งห์ญี่ปุ่น แต่สีของลำตัวเป็ นสี ขาวเงิน ส่ วนหัวและวุน้ จะมีสีแดง

สิ งห์ตามิด ลักษณะทัว่ ไปคล้ายสิ งห์ญี่ปุ่น แต่สีของลำตัวเป็ นสี ดำสนิทตลอดลำตัว แม้กระทัง่ วุน้ ก็เป็ นสี ดำ วุน้ ค่อนข้าง ดกหนาจนปิ ดลูกตาแทบมองไม่เห็น

18


สิ งห์หา้ สี ลักษณะทัว่ ไปคล้ายสิ งห์จีน แต่มีสีบนลำตัว 5 สี คือ สี ดำ สี แดง สี ขาว สี นำ้ เงิน และสี เหลือง เกล็ดค่อนข้างบางโปร่ งใส

สิ งห์เงิน ลักษณะทัว่ ไปคล้ายสิ งห์หวั แดง มีสีของลำตัวเป็ นสี ขาวเงิน แต่ส่วนหัวและวุน้ จะมีสีเงินด้วย

19


การจำแนกเพศปลาทอง การศึกษาความแตกต่างลักษณะเพศของปลาทองทำได้ไม่ยากนัก ผูเ้ ลี้ยงปลาโดยทัว่ ไปจะสามารถแยกเพศปลาทองได้ ผูท้ ี่ตอ้ งการดำเนินการเพ าะพันธุ์ปลาทอง หากเข้าใจวิธีการแยกเพศปลาทองเป็ นอย่างดี ก็จะช่วยให้เลือกซื้ อหรื อจัดเตรี ยมปลาทองเพศผูแ้ ละเพศเมียตามจำนวนที่ตอ้ งการได้

ความแตกต่างลักษณะเพศของปลาทองนั้น ถ้าจะดูจากลักษณะภายนอกของลำตัวแล้วจะไม่พบความแตกต่างกัน การแยกเพศจะทำได้กต็ ่อเมื่อป ลาสมบูรณ์เพศ คือ เป็ นปลาโตเต็มวัยแล้ว ซึ่งต้องเลี้ยงไว้ประมาณ 6 - 8 เดือน เมื่อปลาสมบูรณ์เพศแล้วปลาเพศผูจ้ ะเกิด ตุ่มสิ ว (Pearl Organ หรื อ Nuptial Tubercles) ซึ่ งเป็ นตุ่มหรื อจุดเล็กๆสี ขาว เกิดขึ้นบริ เวณก้านครี บอันแรกของครี บอก และบริ เวณกระพุง้ แก้ม ซึ่ งถ้าสังเกตุดีๆจะพอเห็นได้ แ ละมักจะเกิดเด่นชัดเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของปลาทอง แต่ในช่วงนอกฤดูกาลผสมพันธุ์ เช่นในฤดูหนาว หรื อปลาไม่มีความพร้อมทางเพศ ตุ่มสิ วนี้จะ มีขนาดเล็กสังเกตุได้ยาก แต่กส็ ามารถแยกเพศได้โดยการใช้มือลูบเบาๆที่ครี บอก ถ้าเป็ นปลาทองเพศผูจ้ ะรู ้สึกสากมือเนื่องจากมีตุ่มสิ วดังกล่าว แต่ถ ้ าเป็ นปลาเพศเมียจะรู ้สึกว่าครี บอกนั้นจะลื่น นอกจากนั้นถ้าปลามีความพร้อมในการผลมพันธุ์ คือปลาเพศเมียมีไข่แก่ และปลาเพศผูม้ ีนำ้ เชื้อสมบูรณ์ ถ้าจับที่บริ เวณท้องของเพศเมียจะรู ้สึกว่าค่อนข้างนิ่ม และที่ช่องเพศจะขยายตัวนูนสู งขึ้น ส่ วนปลาเพศผูถ้ า้ ลองรี ดที่บริ เวณท้องลงไปทางช่องเพศ จะ เห็นว่ามีนำ้ เชื้อซึ่ งเป็ นสี ขาวขุ่นคล้ายน้ำนมไหลออกมาเล็กน้อยได้

20


แสดงบริ เวณก้านครี บ อันแรกที่จะเกิดตุ่มสิ วในปลา ทองเพศผู ้

21


วิธีการเพาะเลี้ยงปลาทอง ปลาทองจัดว่าเป็ นปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ได้อย่างง่ายๆ โดยวิธีการเพาะแบบช่วยธรรมชาติ ปกติปลาทองจะมีการแพร่ พนั ธุ์วางไข่ในตูก้ ระจกหรื อบ่อที่ใช้เลี้ยงอยูแ่ ล้ว ซึ่งมักจะไล่ผสมพันธุ์วางไข่ในตอนเช้าของวันถัดไปหลังจากที่ผเู ้ ลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ให้ แต่ที่ผเู ้ ลี้ยงไม่พ บว่ามีลกู ปลาทองเกิดขึ้นในตูเ้ ลี้ยงปลา เนื่องจากว่าปลาทองเป็ นปลาที่ไข่ทิ้งไม่มีการดูแลรักษาไข่ เมื่อวางไข่แล้วก็จะหวนกลับมากินไข่ของตัว เองอีกด้วย นอกจากนั้นปลาทองตัวอื่นๆหรื อปลาชนิดอื่นที่เลี้ยงรวมอยูใ่ นตูด้ ว้ ย ก็จะคอยเก็บกินไข่ที่ออกมาด้วย กว่าที่ไข่ที่เหลืออยูจ่ ะฟักตัว ออกมา ซึ่ งต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วัน ไข่กจ็ ะถูกปลาทยอยเก็บกินไปเกือบหมด ส่ วนไข่ที่รอดจากถูกกินจนตัวอ่อนฟักตัวออกมา ตัวอ่อน ที่ยงั ช่วยตัวเองไม่ได้กจ็ ะกลายเป็ นอาหารที่ดีของปลาต่างๆอีก เพราะลูกปลาจะมีขนาดพอๆกับลูกน้ำ ทำให้ถกู จับกินไปจนหมดอย่างรวดเร็ ว ดังนั้นหากต้องการลูกปลาทองก็จำเป็ นต้อ งมีการจัดการการเพาะให้ถูกต้อง จึงจะได้ลกู ปลาจำน วนมากตามต้องการ การเพาะปลาทองจะทำได้ดี คือ ปลาวางไข่ง่าย ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ การเตรี ยมบ่อเพาะ บ่อที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลาทอ งควรเป็ นบ่อซี เมนต์ มีขนาดประมาณ 1 ตารางเมตร ขัดล้างใ ห้สะอาดด้วยแปรงและสบู่แล้วฉี ดน้ำล้างหลายๆครั้ง จากนั้นเต รี ยมน้ำใหม่ที่ระดับประมาณ 20 - 25 เซนติเมตร นอกจากนั้นยั งอาจใช้กะละมังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตร เป็ นบ่อเพาะปลาทองก็ได้

การเตรี ยมรัง ปลาทองเป็ นปลาที่มีไข่ประเภทไข่ติด พฤติ กรรมการวางไข่น้ ันปลาเพศผูจ้ ะว่ายน้ำไล่ปลาเพศเมี ยไปเรื่ อย ๆ ปลาเพศเมียเมื่อพร้อมจะวางไข่จะว่ายน้ำเข้าหาพรรณไม้นำ้ ตามริ มน้ำ แล้วปล่อยไข่ครั้งละ 10 - 20 ฟอง ปลาเพศผูท้ ี่วา่ ยน้ำ ตามมาก็จะปล่อยน้ำเชื้อตาม ไข่จะได้รับการผสมพร้อมกันนั้น ก็เกิดสารเหนียวที่เปลือกไข่ ทำให้ไข่เกาะติดอยูต่ ามราก ลำต้น และใบของพรรณไม้นำ้ ดังนั้นการเตรี ยมรังในบ่อเพาะปลาทอง ควรเป็ นรังที่ช่วยให้ไข่ติดได้ง่ายและมากที่สุด คือต้องมีลกั ษณะเ ป็ นฝอยนิ่มและค่อนข้างยาว รังที่นิยมใช้ในปั จจุบนั ได้แก่รังที่ทำ จากเชือกฟาง โดยนำเชือกฟางสี ใดก็ได้มาผูกเป็ นกระจุก(คล้ายกั บพูท่ ี่เชียร์ลีดเดอร์ใช้) มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร แล้ว ฉี กให้เป็ นฝอยโดยพยายามให้เป็ นเส้นฝอยขนาดเล็กให้มากที่สุด จากนั้นนำไปจุ่มในน้ำเดือดเพื่อให้เกิดความนุ่ม แล้วทำกรอบไม้ (อาจใช้ท่อ เอสล่อน)ให้ลอยอยูผ่ วิ น้ำ ขนาดเล็กกว่าบ่อเพาะเล็ กน้อยเพื่อให้กรอบลอยอยูบ่ นผิวน้ำในบ่อได้ดี นำรังมาผูกในก รอบไม้เพื่อให้รังลอยตัว และรังจะกระจายตัวกัน หากไม่ทำกรอบผูกรัง รังจะถูกแรงลมที่เกิดจากเครื่ องแอร์ป๊ัม ทำให้รังลอยไปรวมเป็ นกระจุ กอยูร่ ิ มบ่อ ปลาจะวางไข่ที่รังได้ยาก การทำให้รังกระจายตัวกัน ช่วยให้ปลาสามารถวางไข่โดยกระจายไข่ตามรังที่จดั ไว้ทุกรังได้เป็ นอย่างดี

22


การเตรี ย มพ่อ แม่ พ นั ธุ์ คื อ การเลี้ ย งและคัด ปลาที่ พ ร้ อ มจะผสมพัน ธุ์ จ ากปลาที่ เ ลี้ ย งไว้ร วมกัน โดยจะต้อ งเน้น เป็ นปลาที่ มี ไ ข่ แ ก่ แ ละน้ำ เชื้ อ ดี ก ารที่ จ ะเลี้ ย งปลาทองให้มีไ ข่ แ ก่ แ ละน้ำเชื้ อ ได้ดีน้ ันเป็ นเรื่ องไม่ ย ากจากที่ ไ ด้ก ล่ า วไว้แล้วว่า การเลี้ ยงปลาสวยงามเป็ นการเลี้ ย งปลาที่ มีคุ ณภาพน้ ำดี ก ว่า การเลี้ ย งปลาแบบอื่ น ๆเนื่ อ งจากมี ร ะบบกรองน้ำ ที่ ดี ใ นสภาพน้ำ ที่ ค่ อ นข้า งดี ป ลาจะใช้อ าหารที่ ไ ด้รั บ ไปสำหรั บ การเจริ ญ เติ บ โตส่ ว นกา รพัฒ นาของระบบสื บ พัน ธุ์ จ ะเป็ นไปอย่า งช้า ๆเมื่ อ ใดที่ คุ ณ ภาพน้ำ เริ่ ม มี ก ารสะสมของสิ่ ง หมัก หมมต่ า งๆมากขึ้ น ปลาที่ ส มบู ร ณ์ เ พศแล้ว จะเริ่ ม มี ก ารพัฒ นาระบบสื บ พัน ธุ์ ม ากขึ้ น เปรี ย บเที ย บได้ก ับ ฤดู ร้ อ นซึ่ ง น้ำ ในแหล่ ง น้ำ ธรรมชาติ จ ะลดระดับ ลงเรื่ อ ยๆน้ำ จะมี ก ารสะสมแร่ ธ าตุ ต่ า งๆม ากขึ้ น ปลาจะใช้อ าหารที่ ไ ด้รั บ เพื่ อ การพัฒ นาระบบสื บ พัน ธุ์ เ ป็ นการเตรี ย มพร้ อ มเพื่ อ การแพร่ พ นั ธุ์ ใ นฤดู ฝ นที่ จ ะมาถึ ง ดัง นั้น การเลี้ ย งปลาทอ งเพื่ อ ให้ป ลามี ไ ข่ แ ก่ แ ละน้ำ เชื้ อ ดี แ ทบทุ ก ตัว พร้ อ มกัน จึ ง ต้อ งอาศัย การเลี ย นแบบธรรมชาติ ซ่ ึ ง วิ ธี ที่ ส ะดวกและง่ า ยที่ สุ ด คื อ การปรั บ ปรุ ง ระบบเ ครื่ องกรองน้ำโดยเปลี่ ยนมาใช้เครื่ องกรองน้ำแบบหม้อกรองในตูซ้ ่ ึ งช่ วยทำให้น้ำใสได้บา้ งพอควรและเก็บตะกอนไว้ได้ด้วยล้างหม้อกรองปร ะมา3วันต่ อครั้ งและงดการเปลี่ ยนถ่ ายน้ำในตูป้ ลาหรื อบ่ อเลี้ ยงปลาโดยเด็ดขาดหากจำเป็ นต้องเติ มน้ำเนื่ องจากระดับน้ำลดลงควรเติ มในช่ วงเช้ าเพราะการเติ มน้ำในตอนเย็นซึ่ งอุ ณหภูมิเริ่ มลดลงและปลาได้รับน้ำใหม่ อาจมี ผลกระตุ น้ ให้ปลาไข่แก่ บางตัววางไข่ในเช้าวันถัดไปได้พ่อแม่ พ ั นธุ์ปลาทองที่จะนำมาใช้เพาะพันธุ์ควรมีอายุประมาณ 10 เดือน นำมาเลี้ยงรวมกันเป็ นเวลาประมาณ 30 - 50 วัน ปลาทองที่คดั มาเลี้ยงแทบทุกตั วจะมีไข่แก่และน้ำเชื้อสมบูรณ์เหมือนกันแทบทุกตัว ทำให้สะดวกที่จะคัดไปปล่อยลงบ่อเพาะ และควรคัดไปปล่อยเวลาประมาณ 16.00 น.

ข้อควรพิจารณาในการเตรี ยมพ่อแม่พนั ธุ์ปลาทอง ควรหลีกเลี่ยงปลาในครอกเดียวกันเพื่อป้ องกันการผสมเลือดชิด

23


การอนุบาลลูกปลาทอง บ่อที่จะใช้สำหรับอนุบาลลูกปลาทองควรเป็ นบ่อซีเมนต์ ขนาด 4 - 10 ตารางเมตร มีความลึกประมาณ 40 - 50 เซนติเมตรเป็ นบ่อที่สามาร ถถ่ายเทน้ำได้อย่างดีโดยเฉพาะถ้าสามารถปรับระบบน้ำไหลได้จะทำให้ลูกปลามีความแข็งแรงมากเจริ ญเติบโตรวดเร็ วและมีอตั รารอดดีเพ ราะการระบายน้ำ จะช่ ว ยระบายของเสี ย หรื อ สิ่ ง ขับ ถ่ า ยของลู ก ป ลาออกไปได้เป็ นอย่างดี ดงั นั้นสิ่ งสำคัญที่ จะทำให้ลูกปลาเติ บโ ตเร็ วก็คือการระบายน้ำและการเปลี่ ยนถ่ายน้ำเป็ นประจำทุ กวัน การเลี้ยงลูกปลาทองหรื อการอนุบาลจำเป็ นต้องอาศัย สังเกตุเป็ นหลัก

การจะกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนกระทำได้

ยาก เริ่ มจากลูกปลาที่ฟักออกจากไข่ ในช่วงแรกจะมีถุงอาหาร (Yolk Sac) ติดอยูท่ ี่หน้าท้อง ลูกปลาจะยังไม่กินอาหาร สังเก ตุได้จากการที่ลกู ปลาจะเกาะอยูท่ ี่รังหรื อผนังบ่อ

เมื่อลูกปลาใ

ช้อาหารจากถุงอาหารหมดแล้ว

ลูกปลาจึงจะว่ายน้ำตามแนวร

ะดับไปเรื่ อยๆเพื่อหาอาหารกิน

ควรดำเนินการให้อาหารดังนี้

เนื่องจากปลาทองเป็ นปลาที่กินอาหารได้

ช่วงแรก แทบทุกชนิด

จัดว่าเป็ นปลาที่กินอาหารได้ง่าย

จึงไม่มีค

วามจำเป็ นที่ จ ะต้ อ งใช้ อ าหารที่ มี ชี วิ ต ในการอนุ บาลลู ก ปลาทอง ไข่ตม้

การอนุบาลลูกปลาทองเลือกใช้อาหารได้ดงั นี้ ใช้ไข่ไก่หรื อไข่เป็ ดต้มสุ ก

แล้วเอาเฉพ

า ะ ไ ข่ แ ด ง ไ ป ข ยี้ น้ ำ ผ่ า น ผ้ า ไ น ล่ อ น ห รื อ ก ร ะ ช อ น จะได้นำ้ ไข่แดงเหมือนน้ำตะกอน นำไปสาดให้ปลากิน ควรใช้ไ ข่แดงเลี้ยงลูกปลาเป็ นเวลา 3 วัน ลูกปลาจะเคยชินกับการกินอา หารและกินอาหารเก่ง

ขนาดของลูกปลาก็จะโตขึ้นอย่างเด่นชัด

24


25


อาหารผง ใช้อาหารผงอนุบาลลูกปลาดุก ใช้ให้ต่อจากการใช้ไข่ตม้ ได้เลย โดยในช่วงแรกควรให้โดยโปรยลงบน ผิวน้ำ อาหารจะค่อยๆจมตัวลง เลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 5 วัน จากนั้นควรเปลี่ยนวิธีให้จากการโปรยอาหารลงผิวน้ำ เป็ นนำอาหารผงมาคลุกน้ำพอหมาดๆ อาหารพวกนี้จะมีคุณสมบัติในการปั้ นก้อนได้ดี แล้วจึงนำไปให้ปลา ลูกปลาก็จะมาตอดกินอาหารได้เอง

สำหรับในเรื่ องของปริ มาณอาหารที่จะให้ปลานั้น เนื่องจากลูกปลามีขนาดเล็กมากการกำหนดปริ มาณอาหารเป็ นจำนวนตายตัวนั้น ค่อนข้างยาก เช่นการใช้ไข่แดง ปริ มาณที่จะให้แต่ละมื้อจะใช้ประมาณเท่าเมล็ดถัว่ แดงต่อลูกปลาที่เกิดจากแม่ปลา 1 แม่ ผูเ้ ลี้ยงต้องอาศัยการสัง เกตและการเอาใจใส่ ค่อนข้างมาก การให้อาหารมากเกินไปจะทำให้นำ้ เน่าเสี ย ลูกปลาจะยิง่ เติบโตช้าและมักจะติดเชื้อเกิดโรคระบาดตายเกือบห มด แต่ถา้ น้อยเกินไปลูกปลาก็จะโตช้าและมักจะมีขนาดแตกต่างกันอย่างมาก โดยจะมีลกู ปลาขนาดโตไม่กี่ตวั วิธีการกะปริ มาณอาหารที่ดีคือ ผู ้ เลี้ยงจะต้องดูจากตัวลูกปลาภายหลังจากที่ให้อาหารไปแล้วประมาณ 15 - 20 นาที ใช้แก้วน้ำตักลูกปลาขึ้นมาดู ถ้าเป็ นช่วงที่ให้ไข่แดงเป็ นอาหา ร จะเห็นว่าที่บริ เวณท้องของลูกปลาจะมีสีขาว ถ้าเป็ นอาหารผงท้องจะเป็ นแนวดำ ดังนั้นถ้าเห็นว่าลูกปลาทุกตัวมีอาหารที่บริ เวณท้องเป็ นแนวย าวตลอด ก็แสดงว่าอาหารพอ แต่ถา้ เห็นว่าลูกปลาบางส่ วนมีอาหารที่ทอ้ งอยูน่ อ้ ยก็แสดงว่าอาหารไม่เพียงพอ ควรให้อาหารเพิ่มอีก

หมายเหตุ ช่วงนี้ควรให้อาหารวันละ 3 ครั้ง คือ เช้า กลางวัน และเย็น ช่วงหลัง ถึงแม้ลกู ปลาจะกินอาหารผงได้ดี แต่อาหารผงก็มีขอ้ เสี ยที่มกั มีการแตกตัวและกระจายตัวได้ง่าย ซึ่ งเป็ นบ่อเกิดของน้ำเสี ย ดังนั้นเมื่ออนุบาลลูกปลาในช่วงแรกด้วยไข่และอาหารผง เป็ นเวลาประมาณ 15 วัน ก็ควรจะเปลี่ยนมาเป็ นอาหารเม็ดลอยน้ำโดยใ ช้อาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงลูกปลาดุกเล็กระยะแรก ให้ลกู ปลาได้เลยจะเห็นว่าอาหารจะลอยตัวอยูผ่ วิ น้ำ จากนั้นประมาณ 15 - 20 นาที อาหารจะพองขยายตัวขึ้นและนิ่ม ในวันแรกลูกปลาจะยังไม่เคยชินกับอาหารลอยน้ำ ฉนั้นให้ใช้นิ้วบีบอาหารที่ลอยอยูบ่ างส่ วนให้จมตัวลง และมีอาหารลอยน้ำเหลืออยูบ่ า้ ง ทำเช่นนี้ประมาณ 3 วัน ลูกปลาจะเคยชินกับการกินอาหารเม็ดลอยน้ำได้ดี

26


ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญ คือ การทำความสะอาดบ่ออนุบาล โดยเฉพาะในการอนุบาลช่วงแรก ไม่วา่ จะเป็ นการใช้ไข่แดงหรื ออาหารผงให้เป็ นอาห ารลูกปลา ทั้งไข่แดงและอาหารผงจะเหลือตกตะกอนเป็ นเมือกอยูท่ ี่พ้ืนก้นบ่อเป็ นประจำทุกวัน ดังนั้นหลังจากให้อาหารเช้าแล้วประมาณ 1 ชัว่ โมง ควรทำความสะอาดผนังและพื้นก้นบ่อ โดยใช้ฟองน้ำค่อยๆลูบไปตามผนังและพื้นก้นบ่อให้ทวั่ ถ้าเป็ นบ่อที่มีระบบกรองที่ดี ตะกอนเมือกที่ถกู ขัดอ อกมาก็จะถูกขจัดออกได้โดยง่าย

27


จำนวนปลาและสัดส่ วนเพศ การปล่อยปลาลงบ่อเพาะแต่ละบ่อควรปล่อยปลาเพียงบ่ อละ 1 คู่ หรื อใช้ปลาเพศเมีย 1 ตัว กับปลาเพศผู ้ 2 ตัว เนื่องจากการใช้ปลามากกว่า 1 คู่ นั้น ในขณะที่ปลาเพศเมียตัวที่พร้อมจะวางไข่ถกู ปลาเพศผูว้ า่ ยน้ำไล่ไปนั้น จะถูกปลาตั วอื่นๆคอยรบกวนโดยว่ายน้ำติดตามกันไปหมดทุกตัว เพราะปลาเหล่านั้นต้องการตามไ ปกินไข่ของแม่ปลาที่จะปล่อยออกมา การปล่อยปลาหลายคู่จึงกลับกลายเป็ นข้อเสี ย ดัง นั้นการปล่อยปลาเพียงบ่อละคู่จะทำให้ไข่มีอตั ราการผสมค่อนข้างดี และได้จำนวนมาก

การเพิ่มน้ำและลม หากต้องการให้ปลาได้ รั บ การกระตุ ้น และเกิ ด การวางไข่ อ ย่ า งแน่ น อ น ควรจะมีการให้ลมเพื่อให้นำ้ เกิดการหมุนเวี ยนแรงพอสมควร นอกจากนั้นถ้าหากสามาร ถทำให้เกิดกระแสน้ำ หรื อทำให้เกิดฝนเทียม ก็จะทำให้ปลาวางไข่ได้ง่ายขึ้น ฉนั้นบ่ อ เ พ า ะ ที่ ดี จ ะ ต้ อ ง มี ร ะ บ บ น้ ำ ล้ น ที่ ดี ด้ ว ย การวางไข่ของปลา ถ้าหากคัดปลาได้ดี คือ ปลามีไข่แก่และน้ำเชื้อดี ปลาจะผสม พันธุ์วางไข่ตอนรุ่ งเช้าของวันถัดไป หาก ป ล า ยั ง ไ ม่ ว า ง ไ ข่ จ ะ ป ล่ อ ย พ่ อ แ ม่ ป ล า ไ ว้ อี ก 1 คืน แต่ถา้ เช้าวันถัดไปปลาก็ยงั ไม่วางไข่ แสดงว่าผูเ้ พาะคัดปลาไม่ถกู ต้อง คือปลาเพศเมียที่ คัดมาเพาะมีรังไข่ยงั ไม่แก่จดั พอที่จะวางไข่ได้จะ ต้องปล่อยพ่อแม่ปลาที่คดั มาเพาะกลับคืนลงบ่อเลี้ ยงแต่ถา้ ปลาวางไข่จะสังเกตได้วา่ น้ำในบ่อเพาะมีลกั ษณะเปลี่ยนแปลงไป โดยมักจะเกิดเมือกเป็ นฟองตามผิวน้ำและรัง เมื่อพิจารณาที่รั งจะเห็นว่ามีไข่ปลาทอง มีลกั ษณะเป็ นเม็ดเล็กๆสี เหลืองอ่อนค่อนข้างใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1มิลลิเมตรติดอยูต่ ามเส้นเชือกภาย ในรั ง เม็ ด ไข่ ที่ ดู ใ สนี้ แสดงว่ า เป็ นไข่ ที่ ไ ด้รั บ การผสมหรื อ ไข่ ดี แ ละจะมี เ ม็ ด ไข่ ที่ สี ขุ่ น ขาวซึ่ งเป็ นไข่ ที่ ไ ม่ ไ ด้รั บ การผสมหรื อ เป็ นไข่ เ สี ย

28


การฟักไข่ปลาทอง การฟักไข่ปลาทอง เมื่อประสบผลสำเร็ จในการเพาะปลาทองหรื อสามารถทำให้ปลาทองวางไข่ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฟักไข่ ซึ่ งอา จใช้บ่อเพาะเป็ นบ่อฟักไข่ได้เลย โดยการช้อนเอาพ่อแม่ปลาออก จากนั้นเพิ่มระดับน้ำเป็ น 30 - 40 เซนติเมตร เปิ ดแอร์ปั๊มเพื่อให้ ออกซิ เจนและเกิดการหมุนเวียนน้ำตลอดเวลา และถ้าสามารถเพิ่มน้ำใหม่ทำให้มีการระบายน้ำด้วย จะช่วยไล่ความคาวที่เกิดขึ้นร ะหว่างการพัฒนาของไข่ออกไปเรื่ อยๆ จะทำให้ไข่ปลาทองฟักตัวได้ดีไม่ค่อยมีการติดเชื้อ แต่ตอ้ งใส่ ผา้ กรองกันไว้ที่ทางออกขอ งท่อน้ำล้น เพื่อกันลูกปลาที่ฟักตัวออกจากไข่ไม่ให้ไหลไปตามน้ำ แม่ปลา 1 ตัวจะสามารถวางไข่ได้ครั้งละ 1,000 - 3,000 ฟอง ไข่จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 48 - 56 ชัว่ โมง (2 - 3 วัน) ลูกปลาที่ฟักตัวออกจากไข่แล้วมักจะเกาะอยูท่ ี่รัง หรื อว่ายน้ำออกไปเ กาะอยูท่ ี่ผนังบ่อ รอจนเช้าวันที่ 4 หลังจากที่ปลาวางไข่จึงค่อยๆเขย่ารังเพื่อไล่ลกู ปลาออกจากรัง แล้วปลดรังออก

29


การเลี้ยงปลาทอง เป็ นการเลี้ยงเพื่อให้ปลาทองมีขนาดใหญ่เหมาะสมที่จะส่ งตลาดต่อไป บ่อเลี้ยงปลาทองควรเป็ นบ่อซี เมนต์ มีขนาด 2 - 4 ตารางเมตร และควรมีจำนวนหลายบ่อ หากต้องการให้ ปลาเจริ ญเติบโตเร็ วจะต้องจำกัดจำนวนปลาที่ปล่อยเลี้ยง โดยปล่อยในอัตรา 50 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ควรทยอยคัดปลาจากบ่ออนุบาลมาปล่อยลงบ่อเลี้ยง จากนั้นเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดประมาณ 40 - 60 วันปลาจะเติบโตจนสามารถส่ งจำห น่ายได้ เมื่อส่ งปลาออกจำหน่ายแล้วก็ทยอยคัดปลาจากบ่ออนุบาลมาปล่อยเลี้ยงอีกต่อไป สำหรับลูกปลาที่เหลืออยูใ่ นบ่ออนุบาลซึ่งมีเป็ นจำนวนม าก ถึงแม้จะมีการให้อาหารดีและมีการถ่ายน้ำสม่ำเสมอ ลูกปลาก็จะเจริ ญเติบโตขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากจำนวนปลาเป็ นข้อจำกัด แต่เมื่อถูกกระจาย ออกไปยังบ่อเลี้ยงก็จะสามารถเจริ ญเติบโตต่อไปได้ ปั จจุบนั มีการอนุบาลและเลี้ยงปลาทองในบ่อดิน โดยใช้บ่อขนาด 100 - 200 ตารางเมตร

ฟาร์ มเพาะเลีย้ งปลาทองที่ อำเภอบ้ านโป่ ง จังหวัดราชบุรี 30


ฟาร์ มเพาะเลีย้ งปลาทองในประเทศจี น มีการจัดทัวร์ ชมฟาร์ ม

ฟาร์ มเพาะเลีย้ งปลาทอง( Siamaquarium )ในประเทศไทย

31


ชนิดปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์เช่นเดียวกับปลาทอง มีปลาสวยงามที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถดำเนินการเพาะพันธุ์และการอนุบาลลูกปลาได้เช่นเดีย วกับปลาทอง ปลาสวยงามดังกล่าวคือ ปลาคาร์พ หรื อ ปลาแฟนซี คาร์พ ซึ่ งเป็ นปลาที่มีการจัดลำดับชั้นอ ยูใ่ นวงศ์เดียวกันกับปลาทอง และมีตน้ ตระกูลคล้ายกันมาก การจัดการบ่อเพาะ การเตรี ยมรัง การคัดเพศ แ ละการจัดสัดส่ วนเพศในการเพาะพันธุ์ปลาคาร์พ กระทำคล้ายคลึงกับการเพาะปลาทอง ต่างกันตรงที่บ่อ เพาะปลาคาร์พจะมีขนาดใหญ่กว่าบ่อเพาะปลาทองค่อนข้างมาก

เนื่องจากพ่อแม่พนั ธุ์ปลาคาร์พจะมีขน

าดใหญ่กว่าปลาทองมาก และการผสมพันธุ์แต่ละครั้งแม่ปลาคาร์พ 1 ตัวจะให้ไข่เป็ นจำนวนมาก ตั้งแต่ 20,000 - 50,000 ฟอง การใช้บ่อเพาะที่มีขนาดเล็กเกินไป จะทำให้ไข่มีการผสมต่ำเพราะความคาวที่เกิดขึ้ น ขนาดของบ่อเพาะที่เหมาะสมควรอยูร่ ะหว่าง 6 - 12 ตารางเมตร สำหรับการแยกเพศของปลาคาร์พนั้น ก็อาศัยความแตกต่างของตุ่มสิ วเช่นกัน ซึ่ งตุ่มสิ วของปลาคาร์พเพศผูจ้ ะมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถสังเก ตุเห็นได้ดว้ ยตาเปล่าเหมือนกับของปลาทองเพศผู ้ จะต้องใช้มือลูบสัมผัสที่บริ เวณครี บหู ซึ่งจะรู ้สึกถึงค วามสากของตุ่มสิ วที่มีได้อย่างชัดเจน

คือที่ครี บหูของปลาคาร์พเพศผูจ้ ะมีความสากเนื่องจากตุ่มสิ วที่มีอ

ย่างชัดเจน ส่ วนครี บหูของปลาคาร์พเพศเมียจะลื่นมือเนื่องจากไม่มีตุ่มสิ วเกิดขึ้น โดยเฉพาะปลาคาร์พเพ ศผูท้ ี่มีความพร้อมในการผสมพันธุ์

ถ้าลองรี ดที่บริ เวณท้องเพียงเบาๆก็จะมีนำ้ เชื้อสี ขาวขุ่นไหลออกมาง่า

ยดายกว่าในปลาทองมาก นอกจากนั้นปลาคาร์พเพศเมียที่มีรังไข่สมบูรณ์จะสามารถสังเกตุจากการขยายตัวของส่ วนท้องได้ชดั เจน ส่ วนท้อง จะค่อนข้างนิ่มและช่องเพศจะมีการขยายตัวนูนออกอย่างเด่นชัด ส่ วนการจัดการด้านอื่นๆตลอดจนการอนุบาลลูกปลาช่วงแรก จะดำเนินการ เช่นเดียวกับการอนุบาลลูกปลาทอง แต่เมื่ออนุบาลลูกปลาช่วงแรกเป็ นเวลาประมาณ 5 - 10 วันแล้ว ควรปล่อยลูกปลาลงบ่อดินขนาด 200 -600 ตารางเมตร หรื ออนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ประมาณ 40 - 50 ตารางเมตร เนื่องจากลูกปลามีปริ มาณมาก จึงจะทำให้ลกู ปลาเจริ ญเติบโตดี

32


33


GOLD FISH

new gold fish  

new gold fishs

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you