Page 1

1

๗สิ่ งมหั ศจรรย์

จั งหวั ดเชียงราย


2

หอนาฬิกา เฉลิมพระเกียรติ หอนาฬิ กาหลั งใหม่ ของจั งหวั ดเชียงราย โดยความร่ วมมื อระหว่ างเทศบาลนครเชียงราย และอาจารย์ เฉลิมชั ย โฆษิ ตพิ พัฒน์ ตั วหอนาฬิ กามีสีทอง มีเสียงระฆั งบอกเวลาทุ กชั่ วโมง และที่ สำ�คั ญเมื่ อถึงเวลา 2 ทุ่ มและ 3 ทุ่ มของทุ กวั น จะมีการเล่ น แสง สี เสียงประกอบเพลงเชียงรายรำ�ลึก หอนาฬิ กาจะเปลี่ ยนสีจากสีทอง เป็ นสีแดง ชมพู ฟ้ า เขียว และอื่นๆ สลั บกั นไปมา ตรงกลางอาคารจะมีดอกบั วค่ อยๆโผล่ ออกมา และบานออกในที่ สุ ด เป็ นที่ ตื่นตาตื่นใจต่ อนั กท่ องเที่ ยวทั้ งชาวไทยและชาวต่ างชาติ ที่ มาเฝ้ ารอเวลานั้ นๆ


3


4

การเดิ นทาง พระตำ�หนั กดอยตุ งอยู่ห่างจากตั วเมื องเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้ วเลี้ ยวซ้ ายเข้ า ทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำ�หรั บนั กท่ องเที่ ยวที่ เดินทางโดยรถประจำ�ทางสามารถใช้ บริการ รถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้ งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุ ก 20 นาที


5

พระตำหนั ก ดอยตุ ง

พระตำ�หนั กดอยตุ ง ตั้ งอยู่ท่ ี หมู่ ที่ 7 บ้ านมู เซอลาบา ตำ�บลแม่ ฟ้ าหลวง อำ�เภอแม่ ฟ้ าหลวง จั งหวั ดเชียงราย บริเวณสั นเขาของเทื อกดอยนางนอน ระดั บความสู งประมาณ 1,200 ม. เป็นส่ วนหนึ่ งของโครงการพั ฒนาดอยตุ ง เป็นที่ ประทั บแปรพระราชฐานเพื่ อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระ-ตำ�หนั กเป็นอาคารสองชั้ น มีรูปทรง ผสมผสานระหว่ างศิลปะล้ านนากั บชาเลย์ ของสวิส มีการแกะสลั กไม้ ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้ าต่ างเป็นลวดลายต่ าง ๆ ฝีมือช่ างชาวเหนื อ พระตำ�หนั กดอยตุ ง ตั้ งอยู่ท่ ี หมู่ ที่ 7 บ้ านมู เซอลาบา ตำ�บลแม่ ฟ้ าหลวง อำ�เภอแม่ ฟ้ าหลวง จั งหวั ดเชียงราย บริเวณสั นเขาของเทื อกดอยนางนอน ระดั บความสู งประมาณ 1,200 ม. เป็นส่ วนหนึ่ งของโครงการพั ฒนาดอยตุ ง


6


7

วั ดร่องขุ่น

วั ดร่ องขุ่ น เป็ นวั ดพุ ทธและวั ดฮินดู ที่ จั งหวั ดเชียงราย ออกแบบและก่ อสร้ างโดย เฉลิมชั ย โฆษิ ตพิ พัฒน์ ตั้ งแต่ พ.ศ. 2540 จนถึงปั จจุ บัน โดยเฉลิมชั ยคาดว่ างาน ก่ อสร้ างวั ดร่ องขุ่ นจะไม่ เสร็จลงภายในช่ วงชีวติ ของเขา วั ดร่ องขุ่ นได้ ต้นแบบการสางมาจาก วั ดมิ่งเมื อง ใน จั งหวั ดน่ าน เฉลิมชั ย โฆษิตพิ พัฒน์ ได้ รับแรงบั นดาลใจในการสร้ างวั ดมาจาก 3 สิ่ งต่ อไปนี้ คือ ชาติ : ด้ วยความรั กบ้ านเมื อง รั กงานศิลป์ จึงหวั งสร้ างงานศิลปะที่ ยิ่งใหญ่ ไว้ เป็ นสมบั ติของแผ่ นดิน ศาสนา : ธรรมะได้ เปลี่ ยนชีวติ ของอาจารย์ เฉลิมชั ยจากจิตที่ ร้ อนกลายเป็ นเย็น จึงขออุ ทิศตนให้ แก่ พระพุ ทธศาสนา พระมหากษั ตริย์ : จากการเข้ าเฝ้ าฯ ถวายงานพระองค์ ท่ านหลายครั้ ง ทำ�ให้ อาจารย์ เฉลิมชั ยรั กพระองค์ ท่ านมาก จากการพบเ ห็ นพระอั จฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ ท่ าน จนบั งเกิดความตื้ นตั นและสำ�นึ กในพระมหากรุ ณาธิคุณ จึงปรารถนาที่ จะสร้ างงานพุ ทธศิลป์ ถวายเป็ นงานศิลปะประจำ�รั ชกาลพระองค์ ท่ าน วัดร่ องขุ่ นแห่ งนี้ เป็ นวั ดพุ ทธ ซึ่ งสั งกั ดอยู่ในฝ่ ายมหานิ กาย ไม่ ใช่ วั ดฮินดู เหมื อนดั งที่ จั่ วหั วไว้ ในวรรคแรก ซึ่ งนั่ นการนำ�เอาวั ฒนธรรมแวดล้ อมของตั วเองเข้ ามาผ สมผสานหรือถู กอิทธิของศาสนาอื่นเข้ ามาแทรกแซงบ้ าง ก็เป็ นเรื่องของธรรมชาติ "ตามพระบั ญญั ติแห่ งคณะสงฆ์ ไทยแล้ ว วั ดร่ องขุ่ น เป็ น "วั ดพุ ทธ" ไม่ ใช่ "มหายาน แก้ ]ความหมายของอุ โบสถ[ สีขาว : พระบริสุทธิคุณของพระพุ ทธเจ้ า สะพาน : การเดินข้ ามจากวั ฎสงสารสู่ พุ ทธภู มิ เขี้ ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ สั นของสะพาน : มีอสู รอมกั น ข้ างละ 8 ตั ว 2 ข้ าง รวมกั นแทนอุ ปกิเลส 16 กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุ เมรุ ดอกบั วทิ พย์ : มี 4 ดอกใหญ่ ตรงทางขึ้ นด้ านข้ างอุ โบสถแทนซุ้ มพระอริยเจ้ า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบั น พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหั นต์ บั นไดทางขึ้ น : มี 3 ขั้ นแทน อนิ จจั ง ทุ กขั ง อนั ตตา


8


9

สามเหลี่ ยมทองคำ

สามเหลี่ ยมทองคำ� (อั งกฤษ: Golden Triangle) หมายถึงพื้ นที่ รอยต่ อระหว่ างสามประเทศ ได้ แก่ ประเทศไทย (จั งหวั ดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่ อแก้ ว) และพม่ า (แขวงท่ าขี้ เหล็ก, รั ฐฉาน) มีลักษณะเป็ นพื้ นที่ สามเหลี่ ยมบรรจบกั น โดยมีแม่ น้ ำ�โขงตั ดผ่ านชายแดนไทยและลาว นั บเป็ นพื้ นที่ เศรษฐกิจที่ สำ�คั ญแห่ งหนึ่ งของภู มิภาค นอกจากนี้ สามเหลี่ ยมทองคำ�ยั งมีทิวทั ศน์ ที่ งด งามโดยเฉพาะยามเช้ า ที่ ดวงอาทิ ตย์ ขึ้นท่ ามกลางสายหมอก เดิมสามเหลี่ ยมทองคำ�เป็ นที่ รู้จัก ในฐานะเป็ นแหล่ งท่ องเที่ ยวรอยต่ อระหว่ างประเทศ แต่ ในปั จจุ บันมีความสำ�คั ญในทางเศรษฐ กิจมากขึ้ น เนื่ องจากเป็ นแหล่ งขนถ่ ายสิ นค้ าที่ สำ�คั ญอีกแห่ งหนึ่ งของไทย สามเหลี่ ยมทองคำ�ในส่ วนของประเทศไทย อยู่ในเขตบ้ านสบรวก อำ�เภอเชียงแสน จั งหวั ดเชียงราย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่ งสิ นค้ าไปยั งประเทศจีน และลาว เมื่ อมองจากฝั่ งไทย ไปทางตะวั นออกเฉียงเหนื อ จะเห็ นหมู่ บ้ านในฝั่ งลาวอย่ างชั ดเจน ส่ วนทางพม่ าซึ่ งอยู่ด้าน ตะวั นตกนั้ น ไม่ มีหมู่ บ้ านหรือสิ่ งก่ อสร้ างให้ เห็ นในระยะใกล้ ๆ บริเวณดั งกล่ าวยั งเป็ นที่ บรรจบกั นของแม่ น้ ำ�โขงและแม่ น้ ำ�รวก ที่ เรียกว่ า สบรวก บริเวณนี้ มีเคยมีชนกลุ่ มน้ อย และกองกำ�ลั งติดอาวุ ธอยู่หลายกลุ่ ม พื้ นที่ ในแถบนี้ เคยเป็ น แหล่ งปลู กฝิ่นและผลิตยาเสพติดแหล่ งใหญ่ เช่ น มีโรงงานผลิตเฮโรอีนและกระจายอยู่ตาม ชายแดน ส่ วนการลำ�เลียงฝิ่นจะไปเป็ นขบวนลั ดเลาะไปตามไหล่ เขาพร้ อมกำ�ลั งคุ้ มกั น ว่ า กั นว่ ายาเสพติดและฝิ่นจะถู กแลกเปลี่ ยนด้ วยทองคำ�ในน้ ำ�หนั กที่ เท่ ากั น จึงเป็ นที่ มาของชื่อ สามเหลี่ ยมทองคำ� นั กท่ องเที่ ยวนิ ยมเดินทางไปยั งสามเหลี่ ยมทองคำ�ในช่ วงฤดู หนาว และไปถ่ ายรูปกั บป้ าย "สามเหลี่ ยมทองคำ�" ที่ ติดตั้ งไว้ รมิ ฝั่ งแม่ น้ ำ�โขงด้ วย นอกจากนี้ ยั งนิ ยมนั่ งเรือเที่ ยวชมทิ วทั ศน จุ ดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่ า ค่ าเช่ าเรือประมาณ 300-400 บาท (นั่ งได้ 6 คน)์ นอกจากนี้ ยั งสามารถล่ องแม่ น้ ำ�โขงไปเที่ ยวทางตอนใต้ ของประเทศจีน เช่ น สิ บสองปั นนา คุ นหมิง ได้ อกี ด้ วย แต่ หากต้ องการจะชมทิ วทั ศน์ มุ มกว้ าง ของสามเหลี่ ยมทองคำ�บริเวณ สบ รวกและเพื่ อนบ้ าน ต้ องขึ้ นไปบนดอยเชียงเมี่ ยง ที่ อยู่รมิ แม่ น้ ำ�โขง


10

โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว บนยอดดอยสูงแห่งน้ ีแทบไม่มที ่ ียนื ถ่ายรูป ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ข้ ึนยามเช้าท่ ีภูช้ ฟี ้ า ได้รับการกล่าวขานว่าสวยงาม กว่าท่ ีใด ๆ ในประเทศ บรเิ วณทางเดินข้ ึนส่ ู ยอดภูช้ ฟี ้ า เป็นท่ ุ งหญ้ากว้าง มที ่ ุ ง ดอกโคลงเคลงข้ ึนแซมเป็นระยะ ออกดอกสีชมพูอมม่วงในช่วงเดือน กรกฎาคม – มกราคม ช่วงเพ่ ิ มความสวยงามให้กับยอดภูแห่งน้ ีได้อกี ไม่ใช่น้อย ระหว่างทางข้ ึนมายังภูช้ ฟี ้ ายังต้องผ่านภูเขาท่ ีมวี วิ ทิวทัศน์งดงาม หากมาในช่วงต้น ี ่ ีออกดอกสีขาวอมชมพูบาน เดือนกุมภาพันธ์จะได้ชมความงามของดงดอกเส้ ยวท สะพรั่งระหว่างทางข้ ึนส่ ู ภูช้ ฟี ้ า


11

ภู ชี้ฟ้า

ภูช้ ี ฟ้า เป็นแหล่งท่องเท่ ียวธรรมชาติท่ ีมชี ่ ือเสยี งมากท่ ีสุดของจังหวัดเชยี งราย และ เป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางท่ ีชอบความสวยงามของธรรมชาติและยังพอเร่ ยี ว แรงท่ ีฝันอยากจะมาสัมผัสกับความงามของสถานท่ ีแห่งน้ ีสักคร้ ั งใน ชวี ติ ภูช้ ฟี ้ า ถ้าพูดถึงความหนาวเยน็ ก็คงจะไม่แตกตางอะไรมากหนักกับหลาย ๆ ดอยสูงทางภาคเหนือของไทย แต่ส่ ิงหน่ ึ งท่ ีอย่ ูค่ ู กับยอดภูแห่งน้ ีมาตลอดและสร้าง ความประทับใจให้กับผ้ ู ท่ ีมาพบเห็น ก็คือ ความสวยงามแปลกตาของหน้า ผาสูงท่ ีย่ นื เด่นลอยออกไปในอากาศ สายลมหนาวท่ ีวูบผ่านมาแล้วเลยผ่านไป ทิวทัศน์เบ้ ื องล่างคือ ภาพทะเลหมอกและภาพของดวงอาทิตย์สีแดง ท่ ีกำ�ลังเบียดเสียด แทรกตัวออกมาท่ามกลางทะเลหมอกหนา และหุบเขาน้อยใหญ่ ภาพความสวยงามต่าง ๆ เหล่าน้ ี ได้กลายเป็นส่ ิงท่ ีดึงดูดผ้ ู คนมากมายให้หลั่งไหลมาท่ ีน่ ี ในแต่ละปีเม่ ือลม หนาวมาเยอื นจะมนี ั กท่องเท่ ียวมากมายจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาสัมผัสกับอากาศ หนาวและชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าท่ ีภูช้ ฟี ้ า อย่างไม่ขาดสาย


12


13

ิ ยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวท มหาวิทยาลั ยแม่ ฟ้ าหลวงได้ รับการสถาปนาเป็ นมหาวิทยาลั ยของรั ฐตามพระราช บั ญญั ติจัดตั้ ง เมื่ อวั นที่ 25 กั นยายน พ.ศ. 2541 โดยมีสถานภาพเป็ นมหาวิทยาลั ย ของรั ฐที่ มิใช่ ส่ วนราชการ การดำ�เนิ นการด้ านต่ างๆ ได้ มกี ารพั ฒนามาเป็ นลำ�ดั บ ด้ วยความมั่ นคงและมีคุณภาพ จวบจนถึงวั นที่ 3 กุ มภาพั นธ์ พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวฯ ได้ ทรงมีพระมหากรุ ณาธิคุณโปรดเกล้ าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรั ตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุ มารีเสด็จพระราชดำ�เนิ นแทนพระองค์ ประกอบพิ ธเี ปิ ดมหาวิทยาลั ยแม่ ฟ้ าหลวง พิ ธเี ปิ ดศู นย์ ภาษาและวั ฒนธรรมจีนสิ รนิ ธร และพระราชทานปริญญาบั ตรแก่ ผู้ สำ�เร็จการศึกษาประจำ�ปีการศึกษา 2545 ยั งความปลื้ ม ปิ ติสำ�นึ กในพระมหากรุ ณาธิคุณเป็ นล้ นพ้ น


14

วัดเวยี งคำ�กาขาว วัดเวยี งคำ�กาขาว ต้ ั งอย่ ูบ้านเทอดไทย ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชยี งราย มอี งค์พระทรงชัยรัตนพลังแผ่นดิน ขนาดหน้าตักกว้าง 8 เมตร สูง 10 เมตร อย่ ูบนอาคาร 3 ช้ ั น สามารถข้ ึนไปเท่ ียวชม ววิ ได้อกี จุดหน่ ึ ง

7 สิ่งเชียงราย  

ทดลอง การทำงาน