Page 1

Mother & care ม า เ ธ อ ร ์ แ อ่ น แ ค ร ์ : คู ่ มื อ เ ลี ้ ย ง ลู ก เ พื ่ อ คุ ณ แ ม่ ส มั ยใ ห ม่ ตั ้ ง แ ต่ ตั ้ ง ค ร ร ภ ์ จ น ถึ ง ลู ก อ า ยุ 9 ปี

Catch & cold รอบรู เ้ รื่องไข้

3

ทางเลือก ยาบำรุงครรภ ์

ลู ก

สร้างความฉลาด ผ่าน สัมผัสทัง้ 5

เตรียมความ พร้อม เพื่อวันคลอด


เพื่อสัมผัส

ทีอ่ อ่ นโยน


สารบัญ 22

10

14

8

6

24

+เตรียมความพรอ้ มก่อนวันคลอด +กรดไขมันสำคัญต่อแม่และลูก

4 12

+แม่ ใ ห น ้ มลู ก ห่ า งไกลสรพัดโรค 21 ้ ้อง +บริหารสมองช่วงตังท

18

+คุ ณ พ่ อ น้ำ หนั ก เกิ น ส่ ง ผลให ล้ ู ก 25 หลานเป็ นเบาหวาน +อาหารบรรเทาอาการแพ ้ท ้อง

26


เตรี ยมความพร อ ้ ม เพื ่ อวั น

คลอด

เมื่อถึงช่วง 1 เดือนก่อนกำหนดคลอด คุณ แม่ควรจัดกระเป๋ าเตรียมของใช ้สำหรับการไปค ลอดไว ้ล่วงหน้าได ้แล ้วค่ะ เผื่อเจ็บท ้องคลอดจ ่ ะได ้ไม่ฉุกละหุก แต่สิงของจำเป็ นที่ควรจะเตรี ยมไปสำหรับการคลอดที่โรงพยาบาลมีอะไรบ ้ างนั้น บางที่อาจเตรียมเครื่องใช ้ที่จำเป็ นสำหรั บคุณแม่และลูกไว ้ให ้แล ้ว แต่ก็อาจไม่ถก ู ใจเท่ ากับเตรียมไปเองค่ะ

4


ของใช ้จำเป็ น...

สำหรับคุณแม่ * เอกสารสำคัญ

้ เตรี ยมสมุ ดฝากครรภ ์ไปดว้ ยรวมทังทะเบี ยนบา้ น บัตรประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ เพราะโรง พยาบาลหลายแห่งมี บริการทำสูติบต ั รใหห ้ ลังจาก คลอดด ้วย

่ *ของใช ้ส่วนตัวทัวไป อย่าลืมเตรียมแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ครีมทาผิว หวี ถึงแม้ที่โรงพยาบ าลจะมี ข องใช พ ้ ื ้นฐานเหล่ า นี ้ ให แ้ ต่ อ าจไม่ ถู กใ ้ จ ดังนันก็ควรจะเตรียมมาเอง รวมถึงที่รัดผม (สำหรับคุณแม่ที่ผมยาว) และลิปมันเผื่อเวลา เบ่งคลอดอาจปากแห ้ง โดยใส่รวมกันไว ้ในกระเป๋ า

* ชุดนอนส่วนตัว หากโรงพยาบาลอนุ ญาตใหน ้ ำชุดนอนไปเองไดส้ า มารถเตรี ยมชุดนอนที่ ใส่ส บายไว ใ้ ส่หลังคลอดได ้ ควรเป็ นชุดที่มี กระดุมหรื อเปิ ดดา้ นหน้าเพื่ อจะได ้ ให ้นมลูกได ้สะดวก

* ถุงเท ้าหนาๆ

เตรียมไป 1-2 คู่ สวมใส่เวลานอนหรือเมื่อรู ้ สึ ก ว่ า เท า้ เย็ น (ขณะเจ็ บ ท อ้ งคลอดช่ ว งปลาย) เพื่อให ้เท ้าอบอุน ่ เสมอ

* นาฬิกา

จะเป็ นนาฬิ ก าตัว เลขหรื อ นาฬิ ก าที่ มี เ ข็ ม วิ น าที เพื่อใช ้จับเวลาการบีบรัดตัวของมดลูก (สำหรับเค ่ รื่องประดับและของมีคา่ อืนๆ ไม่ควรใส่มา)

* หนังสือ / MP3

เลื อ กหนั ง สื อ หรื อ นิ ตยสารที่ ชอบอ่ า น1-2เล่ ม หรือเพลงที่ชอบฟัง ใช ้สำหรับคลายเครียดก่อนเข ้า ห ้องคลอด

* ผ้าปิ ดตา สำหรับ คุ ณ แม่ ที่ นอนหลับ ยากหรื อไม่ คุ น ้ เคยกับ ่ การนอนหลับในห ้องทีมีแสงสว่าง

* ชุดชนในและแผ่ ั้ นซ ับน้ำนม เ ต รี ย ม ชุ ด ช ั้ น ใ น ส ำ ห รั บ ใ ส่ ใ น วั น ก ลั บ ้ นในแบบให ้ั บ ้านควรเป็ นเสือช ้นมลูกที่มีตะขอเปิ ดด ้านหน้าเพื่อจ ะได ้เปิ ดให ้นมลูกได ้สะดวก รวมถึงแผ่นซ ับน้ำนม สำหรับใส่ใน ยกทรงเพื่อซ ับน้ำนมซึม

* กางเกงใน

เ ต รี ย ม ก า ง เ ก งใ น ตั วใ ห ญ่ ๆ แ ล ะ สี เ ข ม ้ ห ล า ย ตั ว ส ำ ห รั บ ้ ่ ใ ส่ ข ณ ะ พั ก ฟื น ที โ ร ง พ ย า บ า ล เ ลื อ ก แ บ บ ที่ ส ว มใ ส่ ส บ า ย ยืดได ้มากและระบายอากาศได ้ดี

* ผ้าอนามัย อย่าลืมเตรียมแปรงสีฟันยาสีฟันครีมอาบน้ำ ยาสระผม ้ ครีมทาผิว หวี ถึงแม้ที่โรงพยาบาลจะมีของใช ้พืนฐาน ้ ้ เหล่านี ให ้แต่อาจไม่ถก ู ใจ ดังนันก็ควรจะเตรียมมาเอง รว ่ ่ ่ มถึงทีรัดผม(สำหรับคุณแม่ทีผมยาว) และลิปมันเผือเวลา เบ่งคลอดอาจปากแห ้ง โดยใส่รวมกันไว ้ในกระเป๋ าพกพาใบเล็ก

* ชุดสำหรับใส่กลับบ ้าน เตรียมชุดสำหรับใส่ในวันออกจากโรงพยาบาล โดยเลือกชุด ที่ค่อนข ้างใหญ่และหลวมเพราะรูปร่างยังไม่คืนรูป ควรเป็ นเสือ้ ติดกระดุมเปิ ดด ้านหน้าได ้สะดวก (เผื่อต ้องให ้นมลูก) และรองเท ้าแตะแบบไม่มีส ้น

* กล ้องถ่ายรูปหรือกล ้องวิดีโอ

เพื่อบันทึกภาพของลูกหลังคลอด แต่หากต ้องการบันทึกภา พระหว่างคลอด ต ้องถามทางโรงพยาบาลก่อนว่าอนุ ญาตให ้ บันทึกภาพได ้หรือไม่

ของใช ้จำเป็ น... สำหรับลูกน้อย ผ้าอ ้อมสำเร็จรูปชนิ ดแรกเกิด1ห่อสำหรับใช ้ขณะอยูโ่ รง พยาบาลและตอนกลับบ ้าน (บางแห่งมีเตรียมไว ้ให ้) ชุดเด็กอ่อน / ผ้าห่อตัวเด็ก ้ ้ งมือ ถุงเท ้า เตรียมชุดเสือ-กางเกง หรือชุดหมี รวมทังถุ หมวกและผ้าห่อตัวลูกสำหรับวันกลับบ ้าน โดยเลือ กที่สวมใส่ง่ายและตามสภาพอากาศ ถ ้าอากาศร ้อน ้ สบายระบายอากาศได ้ดีแต่ ให ้เลือกชุดที่บาง แขนสันใส่ ถ ้าเป็ นช่วง อากาศหนาวหรือต ้องอยูใ่ นที่อากาศเย็นให ้เลือกชุดที่ค่อ น ข ้าง หนานุ่ ม แขนและขายาว โดยชุดของลูกต ้องดูให ้ดีกอ ่ นว่า ไม่มีเศษด ้ายรุงรังอยูด ่ ้านใน และซ ักก่อนนำมาใช ้ทุกครัง้ เพื่อไม่ให ้ฝุ่ นหรือสารเคมีที่อาจตกค ้างทำให ้ระคายเคือง ผิว ่ ส่วนของใช ้อืนๆ เช่น สบู่ แป้ ง หวี สำลี อ่างอาบน้ำ และเบาะนอน ยังไม่จำเป็ นต ้องนำไปโรงพยาบาลด ้วยค่ะ 5


ยาจีน

6

เป็ นวิธก ี ารการบำรุงครรภ ์ที่ชาวจีน นิ ยมให ้คุณ ่ ่ ว่า ตัว ยาดัง กล่า แม่ ต งครรภ ั้ ์กิ น ยาบำรุง ตามความเชือที วมี สรรพคุณเสมื อนเป็ นตัวช่วยใหร้ ่างกายคุณแม่ปรับส มดุลได ้ดีสข ุ ภาพแข็งแรงขึน้ พร ้อมรับมืออีกชีวิตหนึ่ งอ ้ ลู ก ยู่ใ นร่า งกายรวมถึ ง เตรี ย มความพร อ้ มในการเลี ยงดู ่ ่ เมือหลังคลอด มีชอเรี ื ยกว่า“จับซาไท ้เป้ า”(แปลเป็ นไทย ่ ได ้ว่า 13 องครักษ ์) ซึงประกอบด ้วยสมุนไพรจีน 13 ่ ่ เพื่อบำรุงให ้เลื ชนิ ดทีใช ้ร่วมกัน นำมาต ้มแล ้วกรองดืม อดลมไหลเวียนได ้ดี มีพลัง แก ้อาการปวดข ้อ ปวดเอว ขับพิษเลือดลม ปัจจุบน ั มีรป ู ที่ทำให ้กินได ้ง่าย ในแบบยาลูกกลอน ่ นเม็ดแคปซูนก็มีคะ่ โดยส่วนมากแล ้ว ยาในก กระทังเป็ ้ กมาจากสมุนไพรจีน เช่น โสม เป็ นต ้น แล ลุม ่ เหล่านี มั ้ ะมักจะให ้แม่กินในช่วงหลังอายุครรภ ์ 5 เดือนครึ่งขึนไป เพราะคุณสมบัติของยาจีนมีทงข ั้ ้อดีและข ้อด ้อย มีผลต่

อเด็กโดยตรงเพราะในตำราแพทย ์แผนจีน มีการบัน ทึกเหมื อนแพทย ์แผนปั จจุบน ั ว่ายากลุ่มใดมี ผลต่อแม่ ยากลุม ่ ไหนมีผลต่อลูก แบ่งเป็ น 4 กลุม ่ คือ ่ ่ กลุม ่ ที 1 ยาทีมีผลต่อแม่โดยตรง กลุม ่ ที่ 2 ยาที่มีผลต่อลูกในครรภ ์ กลุม ่ ที่ 3 กลุม ่ ที่มีผลต่อการคลอด กลุม ่ ที่ 4 กลุม ่ ที่ผลต่อทารกแรกเกิด การเลือกใช ้ยาบำรุงครรภ ์แบบยาจีนคุณแม่ต ้ ่ อ ง มั นใ จไ ด ถ ้ ึ ง ข อ้ มู ลใ น ศ า ส ต ร น ์ ี้ไดผ ้ ู ้เ ชี่ ย ว ช า ญ ่ มีความรู ้เป็ นจ่ายยา เพราะยาจีนบางกลุม ่ เช่น กลุม ่ ทีมี ่ ่ ่ ผลต่อการกระจายของเลือดทีอุดตันหรือคังอยู่ ซึงมีผล ต่อระบบการไหลเวียนของเลือดในมดลูก ทำให ้เกิดอัน ตรายต่อเด็กในท ้องได ้ อีกกลุม ่ มีคณ ุ สมบัติตรงกันข ้าม ทำให ้เลือดไหลช ้าลงหรือไม่ต ้องการให ้เลือดไหล ก็สง่ ผ ลรบกวนการไหลเวียนของเลือดในมดลูก อาจทำให ้เด็ กเติบโตไม่เต็มที่และอาจเกิดภาวะแท ้งได ้


ยาแผนไทย ก็คือสมุนไพรไทยในบ ้านเรานั่นเอง ปัจจุบน ั มีการ ่ ้ ก นำสมุ นไพรมาสกัด และแปรรู ป เพื อให ก ้ ิ นได ง้ ่ า ยขึ นอี ด ้วย สมุนไพรหลายชนิ ดกินแล ้วดี ได ้ประโยชน์ในช่วงตัง้ ครรภ ก ์ ็ มี เพราะสรรพคุ ณ ทางยาสามารถบำรุ ง ครรภ ์ และมี ประโยชน์ อื่ นๆที่ ดี ต่ อ สุ ข ภาพในแบบธรรมชาติ และขอหยิบยกตัวอย่างง่ายๆ มาบอกเล่าค่ะ เกสรดอกบัวขาว หรือที่เรียกว่าบัวหลวงก็ได ้ จะเกสรแบบแห ้งหรือสด ก็ สามารถชงกับน้ำรอ้ นรอใหอ้ ุ่นแลว้ ดื่มกินเพราะตามตำรา แพทย ์แผนไทย เกสรดอกบัง มีสรรพคุณเป็ นยาบำรุงหัวใจ บำรุ ง ธาตุ แ ก อ ้ าการใจสั่นทำให ธ้ าตุ ใ นร่ า งกายสมดุ ล เป็ นยาบำรุงครรภ ์ กล ้วยน้ำว ้าสุก ่ อยง่ายช่วยบำรุงร่างกายได ้ดี เสมือนยาระบายอ่ เป็ นผลไม ้ทีย่ ้ อนๆควรกินครังละ2-3 ลูกก็พอ ถ ้าให ้ดีป้องกันอาการท ้องอืด ้ เรื่องกล ้วยไม่ยอ ่ ย ก็ต ้องเคียวให ้ละเอียด หรือจะเลือกมะละก ่ อสุกก็เป็ นยาระบายอ่อนๆ ทีปลอดภัยและดีตอ ่ สุขภาพ ขิง ใช ้วิธต ี ้มน้ำกินประมาณ 1 แก ้ว ใช ้ไฟอ่อนๆ ต ้ม เวลากิน ่ ้ อาจเติมน้ำตาลนิ ดหน่ อยค่อยๆ จิบ ก็ชว่ ยแก ้อาการคลืนไส อาเจียน วิงเวียน ลดอาการแพ้ท ้อง มะขาม ้ ช่วยแก ้อาหารแพ ้ท ้องได ้ โดยใช ้เนื อมะขามละลายน้ ำอุน ่ แ ้ บเกลือ กินพอรู ้สึกดีก็หยุด ล ้วจิบ หรือจะใช ้มะขามเปี ยกจิมกั ้ ่คุณแม่ชอบ เช่น มะนาว มะดัน ฯลฯ หรือของเปรียวที ก็ใช ้แก ้อาการแพ ้ท ้องได ้ แต่ต ้องระวัง เพราะถ ้ามากเกินไป จะทำให ้เสาะท ้องได ้ ไม่วา่ จะเลือกกิน เลือกใช ้ยาบำรุงครรภ ์แบบสมุนไพร แน วธรรมชาติก็ตามตอ้ งมั่นใจถึงความปลอดภัยสำหรับตัวคุณ แม่และลูกในครรภ ์เป็ นสำคัญไม่ควรกินสมุนไพรและยาไทยที่ ์ มีฤทธิทำให ้มดลูกบีบตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะยาสตรีหรือ ยาบำรุงเลือดเช่น ว่านช ักมดลูก กวาวเครือ ดอกคำฝอย ้ คณ แห ้วหมู เพราะสมุนไรกลุม ่ นี มี ุ สมบัติทำให ้มดลูกบีบตัวม าก อาจกระทบกระเทือนต่อครรภ ์ ทำให ้ตกเลือด สมองหรื อร่างกายของทารกไม่สมบูรณ์หรือแท ้งได ้

ยาแผนปัจจุบน ั ่ เมือคุณแม่ฝากครรภ ์ คุณหมอจะจ่ายยาบำรุงครรภ ์ เช่น ยาบำรุงเลือด แร่ธาตุหรือวิตามินเสริม เช่น วิตามินเอ ้ ้ วิตามินบี แคลเซียมหรือยาบำรุงกระดูก โฟเลทเม็ด ทังนี ้ ้ั การให ้ยาบำรุงครรภ ์อาจขึนอยู ่กบ ั ภาวะของคุณแม่ตงครรภ ์แต่ ้ ละคนด ้วย เช่น ตังครรภ ์แฝด มีโรคประจำตัว ก็อาจต ้องได ้ สารอาหารเพิ่มเพื่อบำรุงครรภ ์ ยาแผนปัจจุบน ั เป็ นวิธท ี ี่ไม่ยงุ่ ยากอะไรมาก อยูภ ่ าย ่ ใต ้การดูแลของคุณหมอทีฝากครรภ ์อยู่แล ้วแต่ก็ต ้องระวังเรือง ้ การใช ้ยารักษาโรคอื่นๆที่ไม่ได ้เกิดจากการตังครรภ ์ฉะนั้นเพื่อ ่ ให ้คุณแม่รบ ั รู ้ เข ้าใจได ้ทัวกัน มาดูข ้อมูลกลุม ่ ยาประเภทต่างๆ ่ ทีคุณควรรู ้จักค่ะ ยากลุม ่ A รับรองว่าปลอดภัย 100% ผ่านการวิจยั และทดลองมาแล ้ว ้ คือพวกวิตามิน ซึงกิ ่ นแล ้วมักไม่มีปัญหา ยากลุม ่ นี ก็ ยากลุม ่ B เป็ นกลุม ่ ยาที่ผ่านการทดลองในสัตว ์พบว่าปลอดภัยไม่มี ปัญหาอะไรแต่ยงั ไม่มีการทดลองในมนุ ษย ์นำมาใช ้ในมนุ ษย ์เป็ ้ อยาปฏิชวี นะที่ใช ้กันทัวไปทา ่ นระยะนานพอสมควรยากลุม ่ นี คื งการแพทย ์ถือว่าปลอดภัย ประเภทแอมพิซล ิ ิน และกลุม ่ ยาส ามัญประจำบ ้านเช่นพาราเซตามอล ยาลดไข ้ต่างๆ ยากลุม ่ C คือกลุม ่ ยาที่ผลิตออกมาและทดลองในสัตว ์แล ้วพบว่าป ลอดภัยแต่ไม่ 100% เต็มเป็ นกลุม ่ ที่ให ้กินด ้วยความระมัดระ ่ นยาปฏิชวี นะ ที่คนไข ้บางกลุม วัง ซึงเป็ ่ ใช ้ยาปฏิชวี นะในกลุม ่ B ไม่ได ้ เช่น แพ้เพนิ ซล ิ ิน จึงต ้องมาใช ้ยาปฏิชวี นะในกลุม ่ C แทน ต ้องใช ้อย่างระมัดระวัง ภายใต ้การดูแลของแพทย ์ ยากลุม ่ D ้ มีรายงานว่า ยาลุม ่ นี ทำให ้เกิดความพิการหรือความ ผิดปกติของทารกในครรภ ์เช่น ยารักษาวัณโรค มีโทษกั บเด็กในครรภ ์ทำให ้เกิดความพิการ ต่ถ ้าแม่เป็ นวัณโรค เป็ นมาลาเรียแล ้วไม่รก ั ษา ก็อาจเสียชีวิต ฉะนั้น ยากลุม ่ นี ้ จึงมีประโยชน์กบ ั คุณแม่ตงครรภ ั้ ์ ถ ้าจำเป็ นต ้องใช ้ยา ต ้อง กิ นดว้ ยความระมัดระวังควรอยู่ภายใตก้ ารดูแลของแพทย ์ว่า มีความจำเป็ นเพียงใด ยากลุม ่ X เป็ นยาที่มีผลกระทบกับทารกทำให ้เกิดความพิการเช่ นกลุ่ ม ยาเคมี บ ำบัด รัก ษาโรคมะเร็ ง ยากลุ่ ม นี ้ เป็ นยาต อ้ ง ห า้ มในสตรี มี ค รรภ ด ์ ัง นั้ นถ า้ เป็ นโรคร า้ ยแรงที่ ต อ้ งรัก ษา ้ คุณหมอจะตรวจร่างกายว่า ตังครรภ ์หรือไม่กอ ่ นเสมอ ้ ดังนัน การใช ้ยาแผนปัจจุบน ั นั้น มีหลักการง่ายมาก ่ ่ั นั่นก็คือ เลียงการกิ นยาที่ไม่มนใจว่ าจะปลอดภัยในช่วง 3 ้ เดือนแรกของการตังครรภ ์ เพราะเป็ นช่วงที่ทารกกำลังก่อร่าง สร ้างอวัยวะ ถ ้ามีโรคประจำตัว จำเป็ นต ้องได ้รับยาบางชนิ ดใ ้ นขณะตังครรภ ์ ควรแจ ้งให ้คุณหมอที่ดูครรภ ์รับทราบ เพื่อที่ คุณหมอจะได ้พิจารณาถึงผลดีผลเสียในการรับยานั้นๆ 7


่ ความรู ้สึกนึ กคิดเป็ น เมื่อเจ ้าหนู เข ้าสูว่ ยั เตาะแตะ เริมมี ่ ยนรู ้การเข ้าสังคม แน่ นอนว่าเรืองวุ ่ น ของตัวเอง เริมเรี ่ ๆ ้ ่ ่ ย่อมเกิดขึนเป็ นเงาตามตัว ส่วนจะมีเรืองใดทีลูกคุณ จะแสดงพฤติกรรมแบบไหนมากที่สุดกันบ ้าง แล ้วคุณ ้ กรับกับสารพัดเรื่องของเจ ้าหนู วยั เตาะแต แม่จะตังหลั ะอย่างไร ความรู ้ความเข ้าใจ พร ้อมเคล็ดลับเหล่านี ้ ช่วยคุณไดค้ ่ะเมื่อเจา้ หนู เข ้าสู่วยั เตาะแตะเริ่มมี ความ รู ้สึกนึ กคิดเป็ นของตัวเอง เริ่มเรียนรู ้การเข ้าสังคม ้ นเงาตามตัว แน่ นอนว่าเรื่องวุน ่ ๆ ย่อมเกิดขึนเป็ ส่วนจะมี เรื่องใดที่ลูกคุณจะแสดงพฤติกรรมแบบไหน ้ กรับกับสารพัด มากที่สุดกันบ ้าง แล ้วคุณแม่จะตังหลั ่ เรืองของเจ ้าหนู วยั เตาะแตะอย่างไร ความรู ้ความเข ้าใจ ้ วยคุณได ้ค่ะ พร ้อมเคล็ดลับเหล่านี ช่ 1. เรื่องลูกอาละวาดจนบ ้านแตก ลู ก วั ย นี ้ ยั ง ค ว บ คุ ม อ า ร ม ณ์ โ ก ร ธ เ ก รี ้ ย วไ ม่ ไ ด ้ เมื่อไม่พอใจ รู ้สึกว่าตัวเองถูกบังคับให ้ทำโน่ นทำนี่ ้ า เข ้านอน นั่งกระโถนทังที ้ ่ไม่อยากทำ เช่น ใส่เสือผ้ ก็มก ั อารมณ์บด ู ได ้ง่าย หรืออยากได ้อะไรแล ้วไม่ได ้ก็ม ั ่ กอารมณ์เสีย ไม่ได ้ดังใจ จนต ้องอาละวาดออกมาค่ะ

วิธแี ก ้ไข ควบคุมตัวเองให ้ได ้ก่อน อย่าอาละวาดกลับใส่ลก ู ทำเป็ นไม่สนใจ ใช ้ท่าทีที่สงบ อย่าตามใจ ่ ่ลูกต ้องการ ยอมแพ้ให ้ในสิงที เมื่อลูกทุบ กัด ตีให ้กอดลูกแน่ น หรืออุ ้มไปไว ้ในมุมเงียบๆ เพื่อให ้ลูกอยูก ่ บ ั ตัวเอง ลูกจะค่อยๆ เลิกไปเอง เพราะ รู ้ว่าอาละวาดไปก็ไม่ได ้ผลค่ะ 2. เรื่องลูกช่างปฏิเสธ การปฏิเสธไม่ได ้หมายถึงลูกดือ้ แต่ถือเป็ นพัฒนาการที่ลูกกำลังต ้องการเป็ น ้ ่เด็กต ้องผ่าน การทำในสิงตรงกั ่ ตัวของตัวเอง เป็ นขันตอนที นข ้ามกับคำสัง่ ่ ่ ถือเป็ นการแสดงออกซึงความเป็ นตัวของตัวเอง ผูเ้ ชียวชาญด ้านเด็กกล่าว ้ ้ ้ ว่าเด็กจะต ้องมีการปฏิเสธเกิดขึน ไม่เช่นนันก็ถือว่าเด็กคนนันยังไม่ก ้าวออก จากวัยทารกไปสูว่ ยั เตาะแตะค่ะ

วิธแี ก ้ไข เมื่อลูกคอยปฏิเสธอยูร่ ำ่ ไป ต ้องอดทน ทำเป็ นไม่ใส่ใจ เบี่ยงเบนความสนใจ ่ ่ลูกปฏิเสธไปสูส ่ ่ลูกสนใจ ใช ้วิธช จากสิงที ่ ิงที ี ักชวนโน้มน้าวให ้ลูกทำ หรือทำ ่ ้น้อยที่สุด เป็ นแบบอย่างให ้ลูกแทนการถามว่าลูกอยากจะเอาไหม ใช ้คำสังให ่ ่ ่ ่ ยกเว ้นเรืองทีเป็ นอันตรายต่อลูกจริงๆ โดยหาสิงทีไม่เป็ นอันตรายให ้ลูกมาทด แทนด ้วยนะคะ

8

3. เรื่องลูกเป็ นเด็กขีอิ้ จฉา อิจฉา เป็ นการแสดงออกอย่างหนึ่ งของความต ้องก ารความรัก ไม่ต ้องการให ้ความรักถูกแบ่งปัน เด็กทุ กคนย่อมหวังจะได ้รับความรักอย่างมากจากพ่อแม่ค่ะ การถูกแบ่งปั นความรักจึงเป็ นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได ้ แถมยังทำให ้เด็กมีพฤติกรรมถดถอย เช่น งอแงบ่อย ฉี่ รดที่นอน ติดแม่มาก แล ้วก็เรียกร ้องความสนใจมา กด ้วยค่ะ วิธแี ก ้ไข บอกลูกให ้รู ้ว่าจะมีนอ้ งตัวเล็กมาเป็ นเพื่อนเล่น เช่น ให ้ลูบท ้องแม่ เมื่อน้องเกิดมาให ้ลูกรู ้ว่าน้องยังเล็ก ต ้องดูแล เพราะน้องช่วยเหลือตัวเองเหมือนลูกไม่ไ ้ ้เห็นข ้อดี ด ้ ให ้ลูกมีสว่ นร่วมในการดูแลน้อง ชีให ่ ่ ่ ของการเป็ นพีทีทำสิงต่างๆ ได ้มากกว่าน้อง และช มเมื่อลูกแสดงความช่วยเหลือน้อง ให ้ลูกภูมิใจใน ความเป็ นพี่ด ้วยค่ะ


้ 4. เรื่องลูกเป็ นจอมขีหวง ่ ลูกมักยึดคำว่านี ของหนู นั่นของหนู โน่ นก็ของหนู เห็น ์ นของตัวเอง อะไรในบ ้านก็มก ั ถือสิทธิเป็ เพราะลูกชินกับ การเป็ นผู ้รับมาตลอด จึงเป็ นเรื่องธรรมชาติที่ลูกจะหวง ไม่ยอมแบ่งของ นักจิตวิทยา ชาวอเมริกน ั ชีว่้ ามีเด็กวัย 3 ปี เพียง 50% เท่านั้นที่รู ้จักยอมแบ่งปันของตนเองให ้ ซึง่ ถ ้าบอกให ้เด็กแบ่งของก็จะเสียความรู ้สึกอยูไ่ ม่นอ้ ย

วิธแี ก ้ไข ให ้ลูกเห็นเป็ นแบบอย่างในการให ้ ทำด ้วยใจจริง ไม่เร่งเร ้า แต่คอยจนกว่าลูกพร ้อมที่จะให ้เอง ้ นเกมแม่ให ้หนู ระหว่างนี เล่ หนูให ้แม่ ่ เมือลูกถือขนมให ้ขอจากลูก ถ ้าลูกให ้ก็ทำท่าดีใจ ่ แล ้วขอบคุณลูก หรือมีสิงของติ ดมือไปฝากพี่น้อง ให ้ลูกเป็ นผู ้นำไปมอบให ้ เวลาผ่านขอทานก็หยิบเงินให ้ลูก เป็ นผู ้ให ้ ลองดูนะคะ 5. เรื่องลูกเป็ นเด็กเหนี ยมอาย อ า กา ร นี ้ มั ก เ กิ ดจา กลู ก ข า ดคว า ม เชื่ อ มั่ นใ นตั ว เอ ง ขาดความ ไว ้วางใจในสังคมค่ะ ช่วงหนึ่ งในชีวิตเขายังอาจ ้ เกิดความรู ้สึกขึนมาว่ าไม่มีใครรัก ไม่มีใครยกย่องเขาเลย ่ มักเป็ นกับเด็กทีมาจากครอบครัวที่พ่อแม่จ ้ำจีจ้ ้ำไชให ้ลูก ทำ คอยตำหนิ เมื่อลูกทำไม่ได ้ ต ้องรีบแก ้ไขด่วน เพราะ ต่อไปอาจทำให ้เข ้ากลุม ่ เพื่อนไม่ได ้ด ้วยค่ะ

วิธแี ก ้ไข ่ ธค ่ หลีกเลียงวิ ี ิด วิธป ี ฏิบต ั ิที่ทำให ้ลูกขาดความมันใจ เช่น อย่าป้ อนข ้าว ้ ่ ่ อาบน้ำให ้ทังทีลูกก็ทำเองได ้ อย่าตัดสินใจให ้ลูกทุกเรือง อย่าคาดหวังว่า ่ เปิ ดโอกาสให ้ลูกเล่นกับ ลูกจะทำได ้ทุกอย่าง ไม่ตอ ่ ว่าลูกต่อหน้าคนอืน ่ ้วยบรรยากาศสบายๆ แล ้วอย่าลุ ้นให ้ลูกเข ้าหาคนอืนเพราะจะทำ ่ คนอืนด ให ้ลูกรู ้สึกตกเป็ นเป้ าสายตาค่ะ

6. เรื่องลูกชอบฉี่ รดที่นอน ้ กเกิดกับลูกวัย 3 ขวบ เริ่มน้อยลงเมื่อ 4 ขวบขึนไป ้ พฤติกรรมนี มั ้ เพราะมีกระเพาะปัสสาวะเล็ก ไม่อาจเก็บฉี่ ได ้นานตลอดคืน อีกทังไม่ ่ ่ ่ ่ ยอมตืนเมือมีความรู ้สึกปวดฉี ตอนกลางวันลูกจะไม่ฉีรด แต่ตอนกลาง คืนจะขับฉี่ ออกมาโดยไม่รู ้ตัว จากการศึกษาปัญหาฉี่ รดที่นอน พบว่า ้ ติลงได ้ต่อเมื่อมีการฝึ กขับถ่ายปัสสาวะค่ะ ปัญหานี จะยุ วิธแี ก ้ไข ่ ำน้อยลงก่อน เข ้านอนสัก 2 ให ้ลูกเข ้าห ้องน้ำก่อนเข ้านอน ให ้ดืมน้ ่ ่ ชม. หาผ้ารองฉี ปูไว ้ทีบริเวณก ้นลูกทุกคืน ถ ้าวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ๊ ควรชมเชยหรือให ้รางวัล ด ้วยการติดสติกเกอร ์ที่ลูกชอบลงปฏิทินในวัน ้ ่ นัน แล ้วทีสำคัญอย่าว่าหรือตำหนิ ลก ู แต่ควรเข ้าใจแล ้วก็เห็นใจ และ ้ ให ้เวลาลูกแก ้ไขปัญหานี ด ้วยตัวเองนะคะ 7. เรื่องลูกไร ้ระเบียบวินัย เด็กๆ ไม่ชอบถูกบังคับ แต่มก ั ยอมทำถ ้าพ่อแม่เป็ นแบบอย่างที่ ดี และใช ้คำพูดดีๆ นักจิตวิทยาเด็กกล่าวว่าถ ้าจะสร ้างระเบียบวินัย ให ้ลูก ควรใช ้วิธใี ห ้ลูกปรับตัวเองให ้เป็ นที่ยอมรับ โดยไม่เสียความรู ้ ่ ควรมาแย่งของเล่นลูก สึกภาคภูมิใจในตัวเอง เช่น ลูกคิดว่าคนอืนไม่ ลูกก็ต ้องไม่แย่งของใคร นอกจากเป็ นการยินยอมและแบ่งปันกันค่ะ วิธส ี ง่ เสริม ้ ตังกฎในบ ้านที่ช ัดเจน สามารถปฏิบต ั ิได ้สำหรับลูก ไม่มากจนเกินไป ้ นก็ ้ เพื่อให ้ลูกเรียนรู ้สิงที ่ ่ควรทำ และการ โน้มน้าวให ้ลูกเข ้าใจว่ากฎที่ตังขึ ่ ใช ้ชีวิตอยูร่ ว่ มกับคนอืนได ้ ให ้ความรักและยอมรับลูก เพื่อให ้ลูกมีควา ่ ่ นพืนฐานสำคั ้ มรู ้สึกมันคงในจิ ตใจ ซึงเป็ ญที่ทำให ้ลูกเข ้าถึงวินัย หรือมี ความรู ้สึกรับผิดชอบได ้ดีคะ่ 9


้ ้ การเรียนรู ้ของเด็กจะเกิดขึนได ก็ต ้องมีการรับรู ้ผ่านทาง ้ และการสัมผัส หู ตา จมูก ลิน ถ ้าคุณพ่อคุณแม่เข ้าใจกระบวนการเรียนรู ้ของลูก และส่งเสริมได ้อย่างถูกต ้อง สม่ำเสมอ ไม่นานประเทศเราจะมีเด็กที่รักการเรียนรู ้มากมาย มองเห็น ช่วงแรกเกิดการมองเห็นของลูกจะอยู่ในระยะประมาณ8-12นิ ้วมองเ ห็ นสีที่ตัดกันอย่างสีขาวกับสีดำไดด้ ีโดยเฉพาะใบหน้าแม่เวลาใหน้ มลูกเป็ นระยะที่ลูกเห็นช ัดเจนประมาณเดือนที่ 3จะเริ่มมองเห็นสีที่มี ความสดใสของเล่นที่มีสีสน ั สดใส จึงดึงดูดความสนใจได ้เป็ นอย่างดี จากนั้นลูกจะมองเห็นภาพที่มีมิติ มีพฒ ั นาการดีขนตามลำดั ึ้ บ

ได ้ยิน ้ อยู่ใน ลูกน้อยฟั งเสี ยงขณะที่ คุณพู ดหรื อรอ้ งเพลงตังแต่ ่ ครรภ ์คุณแม่แล ้วค่ะ เมือออกมาสูโ่ ลกภายนอก ลูกน้อ ยจึงสามารถรับรู ้เรื่องของเสียงได ้ช ัดเจน พอๆกับผูใ้ หญ่ สัง เกตได ว้ ่ า ลู ก พยายามหาเสี ย งหรื อ มี ท่ า ทางสนใจ เมื่อได ้ยินเสียงของแม่ เพียงแต่ยงั ไม่เข ้าใจความคำพูดที่แ ม่พูด เป็ นเสียงแรกก่อนใครที่ลูกจดจำแยกแยะได ้ว่าเป็ นเ สียงของแม่ ต่อยอดการเรียนรู ้ +การพู ด คุ ย กับ ลู ก หรื อ อ่ า นหนั ง สื อ นิ ทานให ล้ ู ก ฟั ง จะ ช่วยเพิ่มทักษะด ้านภาษาให ้ลูกได ้มากมาย +เสียงต่างๆ เช่น เสียงกระดาษ เสียงนาฬิกา จะช่วยกระ ตุ ้นความสนใจการเรียนรู ้ ให ้ลูกได ้ได ้ยินและหันตามเสียง +เด็ ก เล็ ก ชอบฟั ง เสี ย งที่ เป็ นจัง หวะการหาของเล่ น ที่ เคาะเป็ นจัง หวะพร อ้ มกับ เคลื่ อนไหวตามจัง หวะของ คุณพ่อคุณแม่จะช่วยใหล้ ูกเรียนรูเ้ รื่องการไดย้ ิ นพรอ้ มๆ กับการมองเห็น ทดสอบการได ้ยินด ้วยการเรียกหรือเขย่าของเล่น แล ้วสังเกตว่า ลูกหันตามหรือไม่ ถ ้าลูกไม่มีปฏิกิ ริยาใดๆ ควรพาไปพบแพทย ์เพื่อตรวจให ้ละเอียด เพราะการฟัง ่ เป็ นเรื่องสำคัญสำหรับการเรียนรู ้ด ้านอืนๆ ต่อไป

10

ต่อยอดการเรียนรู ้ + มองลูกแล ้วส่งยิม้ พูดคุยกับลูก ลูกจะมองสีหน้า ริมฝี ปาก จดจำ ้ ฝึ กการใช ้กล ้ามเนื อตา มองใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่ ่ างๆรอบตัวลูก เช่น ปลาในอ่างน้ำ นกที่กำลังบิน +ชวนมองสิงต่ หรื อตน ้ ไม้ใบไม้พรอ้ มกับอธิบายใหล้ ูกฟั งว่าสิ่งนั้ นคื ออะไรมี สีอะไร เพื่ อกระตุ น ้ ความสนใจช่ว ยให ล้ ู ก เรี ย นรู ้ฝึ กการใช ้สายตาได เ้ ป็ น อย่างดี +เกม ‘จ๊ะเอ๋’ เกมสนุ กที่เรียกความสนใจได ้ทุกเวลาช่วยฝึ กฝนให ้ลู กเรียนรู ้ ใช ้สายตาในการมองหาคุณแม่ ......................................................................................... ่ ได ้กลิน ่ ่มทำงานได ้แล ้วตังแต่ ้ แรกเกิด ระบบประสาทสัมผัสการรับรู ้เรื่องกลินเริ ่ ่ ่ ้ กลินแม่เป็ นกลินแรกทีลูกจดจำเป็ นอย่างดีเพราะทุกครังที่แม่อยู่ใกล ้ ๆลูกมีความรู ้สึกอบอุน ่ สบายใจและปลอดภัยการรับรู ้ของลูกในขวบปี ่ แรกจะชดั เจนและดีขนตามลำดั ึ้ บสามารถเชือมโยงความสั มพันธ ์เรื่อ ่ ่ ่ ่ ่ งกลินได ้ดี ก็อยูท ่ ีประสบการณ์การรับรู ้เรืองกลิน ทีพ่อแม่สร ้างให ้ ต่อยอดการเรียนรู ้ การให ล้ ู ก รับ รู เ้ รื่ องกลิ่ นที่ หลากหลายและแตกต่ า งเช่น กลิ่ นหอ มของดอกไม้ใ บไม้ห รื อ กลิ่ นอาหารของลู ก ฯลฯล ว้ นเป็ นการสะ สมสร า้ งประสบการณ์ที่ ก่ อให เ้ กิ ด การเชื่อมโยงของเซลล ส์ มอง ่ ่ ำหอม มีการเรียนรู ้เรื่องกลินได ้ดี แต่มีข ้อยกเว ้น อยูบ ่ ้าง เช่น กลินน้ ่ ่ เป็ นกลินทีไม่จำเป็ นสำหรับเด็กเล็กค่ะ เด็ ก เล็ ก ยังไม่ ส ามารถช่ว ยเหลื อ ตัว เองได ด ้ ี นั กไม่ รู จ้ ก ั ที่ จะหลี ก หนี ้ ่ ่ ่ ไม่รู ้ว่าอันตราย ดังนัน กลินสารเคมี กลินฉุ นทีเป็ นอันตราย เช่น


รับรู ้รส ้ อยู่ ลูกน้อยมีประสบการณ์การรับรู ้รสชาติผ่านทางน้ำคร่ำตังแต่ ในท ้องของคุณแม่ และน้ำนมแม่ก็เป็ นสัมผัสแรกที่ลูกรับรู ้รสเมื่ อหลังคลอด ทดสอบง่ายๆ ว่า เวลาคุณให ้นม ลูกจะหันมาสัมผั สด ้วยปากและดูดทันที เพราะเป็ นกลไกอัตโนมัติในการใช ้ปากแ ้ บรู ้ของลูก จากนั้นจึงพัฒนามาเรียนรู ้รสชาติอืนๆ ่ ละลินรั ไม่ต ้ ่ ้ องแปลกใจกับความสามารถของลูกในเรืองนี เลยค่ะ ต่อยอดการเรียนรู ้ +สิ่ งสำคัญในการกระตุ น ้ ให ล ้ ู ก เรี ย นรู เ้ รื่ องรสควรเป็ นไปใ นรู ป แบบธรรมชาติ เ ช่น รสหวานของน้ ำ ซุป มาจากน้ ำ ต ม ้ ่ ่ ่ กระดู ก ที ไม่ ต อ้ งผ่ า นการปรุ ง รสเพื อสร า้ งนิ สัย การกิ น ที ดี ไม่ให ้ลูกติดใจกับรสหวาน +เตรียมอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยเช่น6-7เดือน เริ่มจากข ้า วบดกล ้วยครูดอาหารชนิ ดเหลว, 8 เดือนอร่อยกับแครอทต ้ม ก็มีสว่ นช่วยให ้ลูกได ้สนุ กกับการเรียนรู ้เรื่องรสชาติและชนิ ดของ อาหารในแบบต่างๆ ได ้เป็ นอย่างดี ความสะอาด เป็ นหัวใจสำคัญในการดูแลลูกน้อย ที่ช่วยให ้คุณ ่ั ่ างๆ ที่ลูกสัมผัส หยิบจับ แม่มนใจกั บการเรียนรู ้ของลูกว่า สิงต่ เข ้าปากจะไม่เกิดอันตรายกับลูกน้อย .........................................................................................

รับรู ้รส ้ อยู่ในท ้ ลูกน้อยมีประสบการณ์การรับรู ้รสชาติผ่านทางน้ำคร่ำตังแต่ ่ องของคุณแม่ และน้ำนมแม่ก็เป็ นสัมผัสแรกทีลูกรับรู ้รสเมื่อหลังคล อด ทดสอบง่ายๆ ว่า เวลาคุณให ้นม ลูกจะหันมาสัมผัสด ้วยปาก ้ บรู ้ข และดูดทันที เพราะเป็ นกลไกอัตโนมัติในการใช ้ปากและลินรั ้ ่ องลูก จากนันจึงพัฒนามาเรียนรู ้รสชาติอืนๆ ไม่ต ้องแปลกใจกับ ้ ความสามารถของลูกในเรื่องนี เลยค่ ะ

สัมผัสรัก ส ม อ ง เกี่ ย ว กั บ ก า ร รั บ สั ม ผั ส ส า ม า ร ถ ท ำ ง า นไ ด แ้ ล ว้ ตั้ ง แ ต่ ที่ ลู ก อยู่ ใ นท อ ้ งของคุ ณ แม่ เ พราะเพี ยงคุ ณ แม่ ลู บ เบาๆ ่ ้ ่ ทีท ้องลูกน้อยก็จะขยับเขยือน เคลือนไหวตามไปด ้วย ่ ่มาสัมผัส จึงไม่แปลกเลยว่า ลูกรับรู ้ถึงสัมผัส ไวต่อสิงที โดยเฉพาะการสัมผัสทางผิวหนัง ไฮไลท ์สำคัญคือเมื่อพ่อแม่โอบอุ ้มกอดหอม หรือสัมผัสด ้วยวิธี ่ การอืนๆในรู ปแบบที่นุ่ มนวล อ่อนโยน ลูกจะรู ้สึกถึงความปลอ ่ ดภัยและความมันคงทางจิ ตใจ มีสว่ นช่วยให ้เซลล ์สมองพัฒนาไ ด ้ดี ส่งผลดีตอ ่ การเรียนรู ้ของลูกน้อย

ต่อยอดการเรียนรู ้ ่ +สิงสำคั ญในการกระตุ ้นให ้ลูกเรียนรู ้เรื่องรส ควรเป็ นไปในรูปแบบ ธรรมชาติ เ ช่น รสหวานของน้ำ ซุป มาจากน้ำ ต ม้ กระดู ก ที่ ไม่ ต อ้ ง ผ่านการปรุงรสเพื่อสร ้างนิ สยั การกินที่ดี ไม่ให ้ลูกติดใจกับรสหวาน ่ ่ + เตรียมอาหารทีเหมาะสมกั บช่วงวัย เช่น 6-7 เดือน เริมจากข ้าวบด กล ้วยครูด อาหารชนิ ดเหลว, 8 เดือนอร่อยกับแครอทต ้ม ก็มีสว่ นช่วยใหล้ ูกได ้สนุ กกับการเรียนรู ้เรื่องรสชาติและชนิ ดของอาหารใน แบบต่างๆ ได ้เป็ นอย่างดี ความสะอาด เป็ นหัวใจสำคัญในการดูแลลูกน้อย ที่ช่วยให ้คุณแม่ ่ ่ างๆ ที่ลูกสัมผัส หยิบจับเข ้าปาก มันใจกั บการเรียนรู ้ของลูกว่า สิงต่ จะไม่เกิดอันตรายกับลูกน้อย

11


่ ว 2. กรดไขมันไม่อิมตั ไ ด ้ จ า ก พื ช เ ป็ น ส่ ว นใ ห ญ่ มี ห ล า ย ช นิ ด แต่ชนิ ดที่ร่างกายสร ้างเองไม่ได ้ ต ้องรับจากอาหารเท่านั้น มีอยู่ 2 ชนิ ด คือ ่ * กรดไขมันจำเป็ นกลุม ่ โอเมก ้า-3พบในน้ำมัน-ถัวเหลื อง เต ้าหู ้ ปลาซาร ์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ป ล า ก ะ พ ง ป ล า อิ นท รี ย ป ์ ล า ช่ อ นแ ล ะ ป ล า ท ะ เ ล เ กื อ บ ทุ ก ช นิ ด ร ว ม ถึ ง อ า ห า ร ป ร ะ เ ภ ท ถั่ ว เ ม ล็ ด ฟั ก ท อ ง และสาหร่ายทะเล * กรดไขมันจำเป็ นกลุม ่ โอเมก ้า-6 พบมากในน้ำมันพื ชเช่นน้ำมันข ้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน รวมถึงถัว่ และเมล็ดทานตะวัน คุณแม่ควรได ้รับกรดไขมันจำเป็ นโอเมก ้า-3 และ ่ โอเมก ้า-6 วันละ 3-4 ช ้อนโต๊ะ หรือกินอาหารทีมีกรดไขมั ้ ปดาห ์ละ 2-3 ครัง้ โดยเลือกกินอาหารประเภทปลา นนี สั ่ ถัวและเมล็ดธัญพืชให ้มากขึน้ แต่หากคุณแม่เป็ น โรคภู ่ างๆ มากจนเกินไป เพราะอาจกร มิแพ้ต ้องระวังไม่กินถัวต่ ้ ้องกินผักและผลไม้ ะตุ ้นให ้เกิดอาการแพ้ในลูกได ้ รวมทังต เป็ นประจำเพราะวิตามินและเกลือแร่จะช่วยใหร้ ่างกายดูด ซึมกรดไขมันจำเป็ นได ้ดีขน ึ้

กรดไขมันดีอย่างไร...กับแม่ท ้อง

กรดใขมัน... สำคัญต่อแม่และลูก ร่างกายตอ้ งการไขมันเพื่ อใหค้ วามอบอุ่นแก่ร่างกายใหพ ้ ลัง ่ งานซึงในไขมั น จะมี ก รดไขมัน เป็ นส่ว นประกอบและมี ค วาม ้ ่อต่างๆ สำคัญต่อการเจริญเติบโต การทำงานของเซลล ์เนื อเยื ้ คุณแม่ที่กำลังตังครรภ ์จึงตอ้ งกินอาหารที่มี ไขมันเพื่ อใหร้ ่าง กายได ้รับกรดไขมันที่จำเป็ นที่ร่างกายสร ้างไม่ได ้ เพื่อสุขภาพ ที่แข็งแรงของคุณแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ ์ค่ะ ่ ว และไม่อิมตั ่ ว ไขมันประกอบด ้วยกรดไขมัน 2 ชนิ ด คือ แบบอิมตั

่ ว 1. กรดไขมันชนิ ดอิมตั ได ้จากไขมันสัตว ์เป็ นส่วนใหญ่จงึ มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น น้ำมันหมู ผลิตภัณฑ ์จากนม ถ ้ากินมากจะทำให ้เกิดการอุดตันของเส ้นเลือดที่ ้ วใจและเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได ้ ไปเลียงหั จึงควรควบคุมปริมาณ การกินให ้พอเหมาะ

12

*ช่วยเสริมภูมิคุม้ กันใหร้ ่างกายป้ องกันภาวะครร ภ ์เป็ นพิษ ลดความดันโลหิต ้ *ช่วยให ้เส ้นผมและเล็บแข็งแรงลดการเกิดริวรอย ที่ผิวหนัง ้ ้ *ลดปัญหาเชือราในช่ องคลอดและการติดเชือข องกระเพาะปัสสาวะ * ช่ ว ย ป รั บ ร ะ ดั บ อ า ร ม ณ์ ข อ ง คุ ณ แ ม่ ช่ ว ง หลังคลอด กรดไขมันดีอย่างไร...กับลูก *สำคัญต่อพัฒนาการของทารกโดยเฉพาะสมอง และการมองเห็น ้ อา *คุณแม่ที่กินอาหารที่มีกรดไขมันจำเป็ นตังแต่ ยุครรภ ์ประมาณ30สัปดาห ์จะช่วยลดอัตราเสี่ยง ของการคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักทารกแรก คลอดน้อย *ช่ว ยให ร้ ะบบภูมิ คุม้ กัน ร่า งกายของลูก แข็ง แรง ป้ องกันโรคหอบหืดช่วยไม่ใหผ ้ ิ วแตกแหง้ เป็ นขุย หรือเป็ นผื่น


การกิ น อาหารให เ้ หมาะสมกับ ตัว คุณ แม่ แ ละลูก น้อ ยใน ้ ้องไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดค่ะ พฤติกรรมการกิน ช่วงตังท อาหารของคุณแม่ท ้องต ้องเลือกใหเ้ หมาะกับร่างกายและรู ปร่างของคุณแม่แต่ละคน เพราะหากกินมากไปอาจทําให ้ คุณแม่อ ้วนได ้ง่าย แต่ถ ้ากินน้อยไปก็อาจทําให ้ลูกน้อยได ้ รับสารอาหารไม่ครบถ ้วนค่ะ

้ อง..กินอย่างไร ตังท้ ในช่ว งไตรมาสแรกของการตั้งท อ้ งคุ ณ แม่ ส ามารถกิ นอาหารได ต ้ ามปกติ น ้ ำ หนั ก ของคุ ณ แม่ อ าจยัง เพิ่ ม ไม่ ม ากนั ก เพราะในระยะนี ้ เด็ ก ยัง เจริ ญ เติ บโตไม่ ม าก ่ แต่ควรหลีกเลียงอาหารประเภทแป้ ง ขนมหวานและไขมัน เพราะหากกินมากเกินไปจะทําให ้อ ้วนได ้ง่าย แม่ท ้องควรกินอาหารให ้ครบ 5 หมู่ งดอาหารรสจัด อาหารหมัก-ดองทุกชนิ ดและกินอาหารที่สะอาดไม่มีการ ปนเปื ้ อนของสารปรุงแต่งต่างๆ รวมถึงอาจเพิ่มปริมาณ ้ นพิเศษ แต่ถ ้าไม่สามารถเพิ่มปริมา อาหารในแต่ละมือเป็ ้ ้ คุณแม่อาจมีอาหารว่างระหว่างมือ้ ณอาหารในแต่ละมือได ่ ่ และอาหารที่กินเพิ่มจากเดิม ซึงอาจจะเป็ นการดืมนม กินขนมหรือของว่าง พอถึงช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 คุณแม่จะหิวบ่อย ้ และกินเก่งมากขึน้ ดังนั้น จากที่เคยกินมือใหญ่ ้ กๆ และเพิ่มความถี่ เป็ น 5-6 คุณแม่อาจจะแบ่งเป็ นมือเล็ ้ ่ มือแทน เพือให ้เหมาะกับการทํางานของลําไส ้ที่ทํางาน ่ ้ อยๆ จะทําให ้อาหารย่อยง่าย ช ้าลง ซึงการแบ่ งเป็ นมือย่ ้ เพราะถ า้ คุ ณ แม่ กิ น มื อใหญ่ จ นอิ่ มจะทํ า ให อ้ ึ ด อัด ท อ้ ง ่ และจุกเสียดได ้ การกินจุบจิบเรื่อยๆ จะทําให ้คุณแม่อิม ตลอดเวลาและสบายท ้องกว่าค่ะ สําหรับไตรมาสที่ 3 จนถึงช่วงก่อนคลอด คุณแม่ควร ได ้รับอาหารและบํารุงร่างกายเต็มที่ เพราะเป็ นช่วงที่เด็ก ้ กําลังเติบโต น้ำหนักที่เพิ่มขึนจะเป็ นน้ำหนักของลูกมาก กว่าของแม่ หลังกินอาหารแล ้ว คุณแม่อย่านอนทันที ควรเดินเล่น เพื่อให ้อาหารย่อยก่อน และควรนอนหัวสูงเพื่อป้ องกัน การไหลยอ้ นกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร นอกจากนี ้การดื่มนมหรือน้ำผลไมก้ ็จะช่วยลดกรดในกระ เพาะอาหารได ้

แพ้ท ้อง..กินอย่างไร ้ ้องระยะแรก อาการแพ้ท ้องมักจะทําให ้คุณแม่ ในช่วงของการตังท เหม็นเบื่อและกินอาหารได ้ลําบาก ลองวิธงี ่ายๆ ที่จะช่วยลดอากา ้ ะ รแพ้ท ้องได ้และกินอาหารได ้สะดวกขึนค่ • กินอาหารในปริมาณน้อย แต่กินบ่อยครัง้ อย่างดอาหารเป็ นเ วลานานหรือปล่อยให ้ท ้องว่างเพราะจะทําให ้อยากอาเจียน ่ ำคํา • ไม่ควรกินอาหารแบบกินข ้าวคําดืมน้ เพราะจะทําให ้รู ้สึกอยากอาเจียน ่ • หลีกเลียงการกิ นอาหารที่มีเครื่องเทศและของทอด เพราะย่อยยาก ให ้กินอาหารประเภทแป้ ง เช่น ขนมปัง คุ ้กกี ้ หรือธัญพืชแทน ่ • หลีกเลียงอาหารรสหวานจั ดหรือที่มีไขมันสูงเพราะจะทําให ้คลื่ นไส ้อาเจียนมากขึน้ ่ ่องดืมที ่ ่มีรสเปรียว ้ เช่น น้ำส ้ม น้ำมะนาว หรือดืมน้ ่ ำ • ดืมเครื ่ ้ ขิงเพื่อช่วยบรรเทาอาการคลืนไส แม่ผอม-แม่อ ้วน..กินอย่างไร ้ กอ ้ ้อง ควรได ้รับพลังงาน แม่ท ้องที่ผอมตังแต่ ่ นตังท และสารอาหารมากกว่าแม่ท ้องที่มีนำ้ หนักตัวปกติ ้ โดยการเพิ่มมืออาหารให ้มากขึน้ เพราะหากได ้รับพลังงานและสา รอาหารไม่เพียงพอ ก็อาจจะทําให ้ลูกที่เกิดมามีนำ้ หนักตัวน้อย ้ กอ ้ ้องและมีนำ้ หนัก สําหรับแม่ท ้องที่อ ้วนตังแต่ ่ นตังท ตัวเกินมาตรฐาน ควรกินอาหารให ้พลังงานแต่พอดี โดยเน้นการกินอาหารให ้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย ไม่กินขอ งหวานหรืออาหารที่มีไขมันเยอะจนเกินไป เพื่อที่ร่างกายจะได ้ไม่ ่ สะสมเป็ นไขมัน ซึงจะทํ าให ้คุณแม่ลดน้ำหนักได ้ยากหลังจากคล อดลูกค่ะ 13


“คุณแม่ทราบไหมคะ โรคใดเป็ นสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็ นไข”้ …..สะดืออักเสบ ….. ท ้องร่วง ….. ลำไส ้กลืนกัน ….. ไข ้ออกผื่น ….. อีสก ุ อีใส ….. ปอดบวม ….. อาหารเป็ นพิษ …..เยื่อหุ ้มสมองอักเสบ ….. ไอกรน ….. ปวดหู ….. หลอดลมฝอยอักเสบ…..ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ….. กระเพาะอาหารและลำไล ้อักเสบ ้ นค่ ้ ะ” “โรคดังกล่าวทุกโรค ล ้วนเป็ นสาเหตุที่ทำให ้ลูกเจ็บป่ วย แล ้วแสดงอาการไข ้ออกมาได ้ทังสิ เมื่อเอ่ยถึงเรื่องเป็ นไข ้ คุณแม่คิดถึงเรื่องใด ?

[…..] สาเหตุ

14

[…..] สังเกต

[…..] ดูแล

[…..] ป้ องกัน


รู ้สาเหตุ ก่อนสังเกตอาการไข ้ ่ ่แรกที่คุณแม่นึกถึง คือ ลูกอาจเป็ นไข ้ ซึงการที ่ ่อุณหภูมิของ เมื่อจับหน้าผากลูกแล ้วรู ้สึกว่าร ้อนผิดปกติ สิงที ้ ร่างกายสูงขึน้ นั่นหมายความว่าลูกมีการเจ็บป่ วยเกิดขึนแล ้วค่ะ เพราะเป็ นปฏิกิ ริยาของร่างกายในการต่อต ้าน ่ ้ สิงแปลกปลอมหรื อเชือโรค

สังเกต...อาการเป็ นไข ้ ปกติอณ ุ หภูมิของร่างกายจะอยูร่ ะหว่าง 36-38 องศาเซลเซียส แต่การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายเด็กยังพัฒ ่ ้ ้เร็วกว่า นาไม่เต็มที่เหมือนผูใ้ หญ่ อุณหภูมิจงึ อาจเปลียนแปลงสู งขึนได ดังนั้นเมื่อสงสัยว่าลูกอาจเป็ นไข ้ คุณแม่ควรวัดไข ้ เพื่อให ้แน่ ใจจะดีกว่าค่ะ ถ ้าวัดไข ้ทางปากของลูกได ้สูงเกินกว่า 37.7 องศาเซลเซียส หรือวัดทางทวารหนักเกิน 38 องศาเซลเซียส ้ ใช่อณ ้ วคราวเท่ ่ั แสดงว่ามีไข ้ แต่เพื่อให ้แน่ ใจว่าอาการไข ้ที่เกิดขึนไม่ ุ หภูมิของร่างกายที่สูงขึนช านั้น จึงควรวัดไ ้ ่ ้ ข ้อีกครังหนึ งหลังจากวัดไข ้ครังแรก 20 นาทีด ้วยค่ะ ้ ถ ้าสังเกตว่าลูกมีอาการเหล่านี ... ควรพาไปพบแพทย ์ + + + + + +

วัดไข ้แล ้วลูกมีอณ ุ หภูมิสงู มากกว่า 39 องศาเซลเซียส วัดไข ้แล ้วลูกมีอณ ุ หภูมิสงู มากกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการไม่สบายอย่างเห็นได ้ช ัด เป็ นไข ้ตัวร ้อนร่วมกับมีอาการช ัก หรือเคยมีประวัติวา่ เคยช ัก มาก่อนแล ้วเกิดเป็ นไข ้ เป็ นไข ้ตัวร ้อนที่มีอาการคอแข็งและปวดหัวร่วมด ้วย ้ กโดยทันที มีไข ้ลดลงแล ้วกลับสูงขึนอี เป็ นไข ้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส นานติดต่อนานเกิน 3 วัน

15


วิธวี ด ั ไข ้ลูกวัยเบบี๋ สำหรับลูกวัยต่ำกว่า 1 ปี คุณแม่ควรใช ้ปรอทวัดไข ้แบบ สอดทางทวารหนัก หรือใช ้แถบเทอร ์โมมิเตอร ์วัดหน้าผาก ก็สามารถอ่านค่าตัวเลขได ้ง่ายและช ัดเจนกว่าชนิ ดปรอท ปรอทวัดไข้แบบสอด ้ +ทากระเปาะของปรอทด ้วยเบบีออยล ์หรือวาสลีนเพื่อหล่อ ่ ลืน + จับลูกนอนหงาย ถอดผ้าอ ้อมออก ใช ้มือข ้างหนึ่ งจับข ้ ้ อเท ้าทังสองข ้างยกขึน้ + หรืออาจจับลูกนอนคว่ำบนตัก และวางอีกมือหนึ่ งทาบไว ้ ้ บนหลังของลูก เพื่อป้ องกันลูกดิน + ค่อยๆ สอดแท่งแก ้วปรอทวัดไข ้เข ้าไปในช่องทวารหนัก ลึกประมาณ 2.5 ซม.หรือ 1 นิ ว้ แล ้วคาไว ้ + คอยจนครบ 2 นาที (หรือตามคำแนะนำของผูผ้ ลิต) แล ้ว ดึงออก เช็ดวาสลีนที่ติดอยูแ่ ล ้วอ่านอุณหภูมิ แถบวัดไข้ทาบหน้าผาก +แบบแถบแผ่นกลมใหว้ างแผ่นเทอร ์โมมิเตอร ์ทาบลงตรงก ้ ้ 15 วินาที ลางหน้าผาก ทิงไว ่ + ตัวเลขอุณหภูมิจะค่อยๆ เปลียนไปตามลำดั บจนมาหยุด ่ ทีค่าแสดงอุณหภูมิของร่างกาย + แบบแถบพลาสติกให ้ทาบเทอร ์โมมิเตอร ์ไว ้กับหน้าผาก โดยไม่ให ้มือถูกบริเวณตัวเลข ้ ้15 วินาที ตัวเลขอุณหภูมจ ้ +ทิงไว ิ ะค่อยๆ สว่างขึนตามลำดั บ ก่อนจะหยุดลงที่ค่าอุณหภูมิของร่างกายลูก เช็ดตัวลดไข ้ ดูแล...รักษาเมื่อไข ้ขึน้ ถ ้ า เ ห็ น ลู ก มี ไ ข ส ้ ู ง ก ว่ า 4 0 อ ง ศ า เ ซ ล เ ซี ย ส น า น เ กิ น ค รึ่ ง ช ่ ัวโ ม ง คุ ณ แ ม่ ไ ม่ ค ว ร ป ล่ อ ยใ ห ้ลู ก ตั ว ร ้อ น จั ด เพราะการเป็ นไข ้จะทำให ้ลูกโยเย รู ้สึกไม่สบายตัวแล ้วยังอ าจทำให ้เกิดอาการชกั ที่ส่งผลเสียได ้ด ้วยดังนั้นการลดไข ้จึง ้ เป็ นเรื่องจำเป็ น และการห่มผ้าห่มหรือใส่เสือหนาๆ ให ้ลูก ่ ไม่ได ้ช่วยให ้ไข ้ลด แต่กลับจะยิงทำให ้ร่างกายไม่สามารถระ บายความร ้อนมากขึน้ การลดไข ้ให ้ลูกคุณแม่สามารถทำ ได ้ด ้วยการเช็ดตัวลดไข ้ และการให ้ยาลดไข ้ค่ะ

เคล็ดลับไข ้ลด เช็ดตัวลูกด ้วยน้ำก๊อกธรรมดาหรือน้ำอุน ่ เ ล็กน้อย อย่าใช ้น้ำเย็น น้ำอุน ่ เล็กน้อยจะช่วยกระตุ ้นหลอ ดเลือดขยายตัว และนำความร ้อนออกจากร่างกายได ้ดี แ ต่ถ ้าใช ้น้ำเย็นเช็ดตัวจะทำให ้หลอดเลือดหดตัวแล ้วยังทำใ ห ้ความร ้อนไม่สามารถระบายออกได ้อีกด ้วยค่ะ

16

• ใส่นำ้ อุน ่ พอสบายลงในอ่างอาบน้ำเด็ก หรือกะละมังขนาดย่อ มประมาณครึ่งถัง แล ้วใส่ผา้ ขนหนู หลายๆ ผืนหรือฟองน้ำลงไป รองตัวลูกไว ้ด ้วยผ้าขนหนู แห ้งๆ เพื่อกันที่นอนเปี ยก • บิดผ้าขนหนู หรือฟองน้ำเอาน้ำออกเพียงเล็กน้อย แล ้วเริ่ม ่ างกาย เช็ดตัวให ้ลูกจากส่วนศีรษะลงไปจนทัวร่ โดยไม่ลืม ่ ้ ่ เปลี ยนผ า้ ขนหนู หรื อ ฟองน้ำ ชินใหม่ เ มื อรู ส้ ึ ก ว่ า ผ้า เริ่ มอุ่ น ๆ และเริ่มแห ้ง • วัดอุณหภูมิหลังจากเช็ดตัวเสร็จประมาณ 5-10 นาที ถ ้าอุณหภูมิลดลงเหลือ 38 องศาเซลเซียส ให ้หยุดเช็ดตัวได ้ แต่ถ ้าอุณหภูมิยงั ไม่ลดให ้เช็ดตัวใหม่ และวัดอุณหภูมิทก ุ ๆ 5 นาที จนกว่าไข ้จะลดลง • ห่อตัวลูกด ้วยผ้าฝ้ าย ระวังอย่าปล่อยให ้หนาวเกินไป ้ ถ ้าไข ้สูงขึนมาอี ก ให ้เช็ดตัวด ้วยน้ำอุน ่ ซ ้ำ แต่ถ ้าไข ้ไม่ลดลงเ ลยควรรีบพาลูกไปพบแพทย ์


การให ้ยาลดไข ้

วิธป ี ้ อนยา

ยาลดไข ้ที่เหมาะสม คือ พาราเซตามอล ่ ้ ดที่มีแ เพราะมีฤทธิข์ ้างเคียงน้อย มีชนิ ดน้ำเชือมทั งชนิ ละไม่มีแอลกอฮอล ์ผสม แล ้วยังมีชนิ ดหยดที่ให ้เด็กเล็ก ่ ได ้ง่าย ซึงการให ้ยาลดไข ้ควรอยูภ ่ ายใต ้การดูแลของแพ ทย ์ด ้วยค่ะ

่ ้ การป้ อนยาลูกวัยทารกมักเป็ นเรืองยาก เพราะลูกมักดิน ส่ายหน้าหนี หรือใช ้มือปัดยา จนคุณแม่ต ้องหาผู ้ช่วยใ ห ้จับลูกให ้อยูน ่ ิ่ งก่อนจะป้ อนยา คุณแม่ควรให ้ลูกนอนล ้ กน้อย ไม่ควรวางลูกนอนรา งโดยยกส่วนศีรษะสูงขึนเล็ ้ บกับพืนขณะให ้ยา เพราะอาจสำลักยาได ้

ย า ล ดไ ข ส ้ ำ ห รั บ เ ด็ ก มั ก เ ป็ น ย า น้ ำ ช นิ ด น้ ำ เ ชื่ อ ม ่ รสหวาน เพื่อช่วยให ้เด็กกินง่าย และคุณแม่สามารถ ซึงมี ่ ป้ อนให ้ลูกได ้ด ้วยช ้อน กระบอกหยอดยา หรือทีหยอดยา ่ สำหรับเด็กเล็กๆ การใช ้กระบอกยาหรือทีหยอดยา ่ ซึงออกแบบเฉพาะสำหรับเด็ก จะช่วยให ้คุณแม่ป้อนยา ลูกได ้สะดวกกว่าการใช ้ช ้อนธรรมดาค่ะ ข อ้ ระวังในการให ย้ าไม่ ว่ า คุ ณ แม่ จ ะใช ย้ าพาราเซต ามอลชนิ ดใดก็ ต ามควรต อ้ งให ย้ าตามขนาดที่ กำห

ป้ อนยาด ้วยช ้อน ้ ยก่อนใช ้ป้ อนยาลูก + ต ้มช ้อนเพื่อฆ่าเชือเสี + อุ ้มลูกไว ้ในวงแขน ถ ้าลูกไม่ยอมอ ้าปากควรใช ้มือดึ ้ อให ้อยูร่ งที่คางเบาๆ หรือใช ้มือบีบแก ้มเบาๆดยกดนิ วมื ่ ะหว่างขากรรไกรบนและขากรรไกรล่างเพือให ้ลูกหุบปาก ไม่ได ้จะทำให ้ลูกยอมอ ้าปาก ่ วยบีบแก ้มลูกเบาๆเช่น พ่อ + ถ ้าจำเป็ นอาจให ้คนอืนช่ ่ หรือพีๆ ของลูก +แตะช ้อนที่ ริมฝี ปากล่างของลูกแล ้วค่อยๆ ยกด ้ามช ้อ ้ ่อรินยาเข ้าไปในปาก นขึนเพื

ป้ อนยาด ้วยกระบอกหยอดยา + รินยาตามปริมาณที่ต ้องการลงในกระบอกหยอดยา + อุ ้มลูกไว ้ในท่าเดิมเหมือนที่กล่าวมาข ้างต ้น + แตะปลายกระบอกเข ้ากับริมฝี ปากล่างของลูก + ปล่อยให ้ยาค่อยๆ ไหลเข ้าไปในปากลูกช ้าๆ

ป้ อนยาด ้วยที่หยอดยา + อุ ้มลูกไว ้เหมือนกับที่กล่าวมา + ดูดยาเข ้าหลอดตามปริมาณที่กำหนด + แตะปลายหลอดลงที่มุมปากของลูก แล ้วค่อยๆ หยอดยาลงไปช ้า ้ ป้ อนยาด ้วยนิ วแม่ +ถ ้าลูกไม่ยอมกินยาจากช ้อน หรือกระบอกหยอดยา +ให ค ้ ุ ณ แม่ ริ น ยาตามปริ ม าณที่ กำหนดใส่ ภ าชนะ เล็กๆ ้ ้อยจุม +ล ้างมือให ้สะอาด แล ้วใช ้ปลายนิ วก ่ ลงในยา ้ ้ +ให ้ลูกดูดยาจากปลายนิ วจนกว่ายาจากปลายนิ วจะ หมด

่ แลสุขภาพลูก ป้ องกัน…หมันดู การป้ องกันไม่ให ้ลูกเป็ นไข ้คือ ดูแลสุขภาพให ้แข็งแรง ให ้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังยืดเส ้นยืด สายลู ก บ่ อ ยๆโดยจับ แขนขาลู ก ยื ด เหยี ย ดหลัง เปลี่ ย นผ้าอ ้อม ให ้ลูกพักผ่อนนอนหลับให ้เพียงพอ ไม่พ าลู กไปตากแดดตากฝนไม่ พ าไปยัง ที่ ที่ มี ผู ค ้ นแออัด ่ ่ ้ หรือทีทีมีมลภาวะเป็ นพิษ เลือกเสือผ้าให ้ลูกใส่อย่างเห ้ นทำความสะอาดร่ ่ มาะสมกับสภาพอากาศ รวมทังหมั า

ข ้อแนะนำการให ้ยา* หาคนมาช่วยจะป้ อนยาได ้ง่าย ้ ขึน*ถ า้ ไม่มีใครช่วยควรห่อลูกดว้ ยผ้าขนหนู รอบแข ้ ้ หรือใช ้มือปัดยา นทังสองข ้างให ้แน่ นเพื่อไม่ให ้ลูกดิน *รินยาเข ้าปากลูกทีละน้อยช ้าๆ* ถ ้าลูกบ ้วนยาออกม าหาคนช่วยจับปากลูกให ้อ ้าออกแล ้วรินยา * จากนั้ นจับปากลูกให ้ปิ ดอย่างเบามือ

17


้ อง บริหารสมองช่วงตังท้

บริหารสมอง...ด ้วยอารมณ์ ‘เบิกบาน’ หากคุณแม่เบิกบาน ลูกก็จะเบิกบานไปด ้วย ก ่ ารออกกำลัง สมองเป็ นประจำจะทำให ร้ ู ส้ ึ ก สดชืน ้ กระปรีกระเปร่ า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ่ รู ้ การเคลือนไหว ช่วยผ่อนคลาย ความตึงเครียด ่ ลดความตืนเต ้นและทำให ้จิตใจสงบด ้วย

้ ้กับทุกวัยไม่เว ้นแม้แต่ชว่ งตังท ้ ้อง เรื่องของ ‘ความเครียด’ เกิดขึนได ไหนจะเจอกับภาวะกดดันจากเรื่องงาน ความคาดหวัง จากคนรอบข ้าง +เบิกบานด ้วยเสียงหัวเราะ : เพียงแค่มองหาความสุ ้ ยงุ่ จนหลงๆ ลืมๆ เรื่องสำคัญและกังวลเกียวกั ่ บางครังก็ บลูกอีก ขเล็กน้อยใกล ้ตัวฟังหรืออ่านเรื่องขำขัน และหัวเราะใ ้ งเวลาแล ้ว ที่จะโยนเรื่องเครียดและความกังวลทิง้ เอาล่ะค่ะ! ตอนนี ถึ ่ ้ ่ ว เพื่อสุขภาพ ไป แล ้วมาบริหารสมองให ้สดชืนกระปรี กระเปร่ า ตืนตั กาย-ใจของคุณแม่และลูกค่ะ

นทุกๆวันก็ถือเป็ นการบริหารสมองแล ้วค่ะ เพราะการ เปล่งเสียงหัวเราะออกมาจะช่วยกระตุ ้นใหก้ ล ้ามเนื ้อบ ้ ริเวณหน้าอก หัวใจ ปอด และไหล่ขยับเขยือนไปด ้วย ่ แ ล ะ ท ำ ใ ห ้ ร่ า ง ก า ย ห ลั ง ส า ร ค ว า ม สุ ข อย่างสารเอนโดรฟิ นออกมา แถมยังช่วยให ้การเต ้นข องหัวใจทำงานดีขน ึ ้ เลือดในร่างกายสูบฉี ดและไหลเ ้ วียนไปเลียงสมองดี ขน ึ้ +เบิกบานด ้วยการพูดคุย : การพูดคุยเรื่องเบาๆ ่ั อย่ า งเรื่ องช ้อปปิ ้ งเรื่ องอาหารอร่ อ ยๆเรื่ องแฟช นหรื อการรอ้ งเพลงจะช่ว ยให ค้ ุณ แม่ มี ค วามสุข และผ่ อ น ้ คลายมากขึนและเป็ นการเพิ่ มปริ ม าณออกซิเ จน ให ้สมองได ้ดีอีกด ้วย + เบิกบานด ้วยการคิดบวก : หากมีทศ ั น คติ แ ละคิ ดในเชิ ง บวกอยู่ เ สมอไม่ คิ ด กั ง วลเรื่ อง ใ ดไป ล่ ว งห น้ า จะช่ ว ยใ ห ส ้ มอ ง จ ด จ ำ แ ต่ สิ่ งที่ ดี ๆ และมองว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ +เบิ ก บานด ว้ ยการพัก ผ่ อ น:การพัก ผ่ อ นนอนห ่ั ลับอย่างเพียงพอ วันละ 7-8 ชวโมงจะช่ วยเพิ่ม ประสิ ท ธิ ภ าพการทำงานของสมองช่ว ยให ต ้ ื่ นมา ่ ่ ด ้วยกายและใจทีสดชืน พร ้อมทำกิจกรรมต่างๆ ด ้วยความกระฉับกระเฉง +เบิกบานด ้วยกิจกรรมฝึ กสมอง: หากรู ้สึกเครียดหรื ่ ทำเพื่อให ้สมองไม่ติดอยู่ อกังวลก็ลองหากิจกรรมอืนๆ ้ กับความเครียดนัน อาจเล่นเกมใบ ้คำ เกมอักษรไขว ้ ๊ ต่อจิกซอว ์ ก็จะช่วยให ้จดจ่ออยูก ่ บ ั กิจกรรมเหล่านั้น นอกจากจะไดบ้ ริหารสมองแลว้ ยังเป็ นการฝึ กสมาธิไ ปในตัวด ้วย

18


บริหารสมอง...กระตุ ้น ‘ความจำ’ เรื่ องของความจำก็ เ ป็ นอี ก เรื่ องที่ หลายท่ า นมัก จะเจอปั ญ หานี ้ โดยที่ยังไม่ทน ั จะแก่ ไม่วา่ จะหลงๆ ลืมๆ เพราะในแต่ละวันก็ ่ ้ ่องลูก เรื่องครอบครัว มีเรืองให ้จำให ้ทำเยอะแยะไปหมด ทังเรื และเรื่องงาน ลองมา บริหารสมองเพื่อให ้จดจำเรื่องต่างๆ ได ้อย่างแม่นยำกันดีกว่าค่ะ ่ ่ ่ ่ ง ให ้ + จำด ้วยการเชือมโยง : เมื่อพยายามจำเรืองใดเรื องหนึ ่ ่ ่ ่ ้ ลองเชือมโยงกับสิงทีจะช่วยทำใหจ้ ำไดง้ ่ายหรือผูกเป็ นเรืองสันๆ ่ ่องที่ต ้องจำโดยการร ้อยเรียงให ้เป็ นเรื่องราว เช่น การเชือมโยงเรื ่ อย่าง สมัยเด็กๆ ทีต ้องจำพยัญชนะอักษรกลางก็จะใช ้การท่อง ้ ะ “ไก่จก ิ เด็กตายบนปากโอ่ง” เพื่อเป็ นการช่วยให ้จำได ้ ง่ายขึนค่ + จำด ้วยการแบ่ง : เรื่องบางเรื่องอาจจะยากที่จะจำ ให ้ได ้หมด อาจใช ้การแบ่งการจำเป็ นช่วงๆ เช่น การแบ่งจำเลขรหัสประจำตั วในบัตรประชาชนเป็ นช่วง หรือการจัดระบบความจำโดยการแบ่ งจำตามช่วงเวลา สถานที่ เป็ นต ้น + จำด ้วยการจด : ถ ้าเป็ นคนที่ชอบหลงลืมเป็ นประจำ การจดโน้ ้ ่ ่ต ้องทำเป็ นประจำหรือจะทำในวันนั้น ติดไว ้ที่ตู ้เย็น โต๊ะ ตสันๆสิ งที ทำงานหรือสถานที่ที่มองเห็นได ้ง่าย จะช่วยเตือนความจำได ้ดีขน ึ้

เคล็ ด ลับ เพิ่ มพลัง สมอง นอกเหนื อจากการบริหารสม องด ้วยวิธต ี า่ งๆ แล ้ว ยังสาม ่ ารถเพิมพลังให ้สมองได ้ดังนี ้ ่ ำ น้ำและอากาศ : การดืมน้ สะอาดจะช่วยใหร้ ่างกายและ ่ หากได ้รับอ สมองรู ้สึกสดชืน ์ ากาศบริสุทธิดว้ ยจะช่วยใหส้ มองไดร้ บ ั ออกซิเจนเข ้าไปไห ้ ลเวียนหล่อเลียงสมองทำให ้ตื่ ้ นตัวและกระปรีกระเปร่ า ้ วงตังท ้ ้องและหลั อาหาร:คุณแม่ต ้องได ้รับสารอาหารครบถ ้วนทังช่ ่ งคลอดเลือกอาหารทีมีไขมันต่ำอุดมด ้วยผักผลไม้กินปลาเป็ นปร ่ ะจำ ดืมนมให ้เหมาะสมตามวัย ไม่ควรกินอาหารก่อนนอนหลีกเ ่ ่ ลียงอาหารรสจัดและอาหารกึงสำเร็ จรูป ฟาสต ์ฟู้ ด

บริหารสมอง...ด ้วยการ ‘ออกกำลัง’ การออกกำลังเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยใหร้ ะบบไหลเวียนเลือดใ ้ งเป็ นการฝึ กหายใจไปในตัว เพื่อให ้ออกซิเจ นร่างกายเป็ นปกติ ทังยั ้ นและเลือดไปเลียงสมองได ้ดีกว่าการอยูเ่ ฉยๆ ค่ะ + ออกกำลังกายเบาๆ : การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ ้นการไหล ้ ้ ้ เวียนของเลือด ทำให ้เลือดนำออกซิเจนไปเลียงสมองได ้ดียิ่งขึน้ ทังนี ้ การออกกำลังกายเบาๆ ในช่วงตังท ้องหรือหลังคลอดจะช่วยให ้ร่างก ายแข็งแรง สมองปลอดโปร่ง เช่น การเดิน เต ้นแอโรบิกท่าง่ายๆ หรือว่ายน้ำ เป็ นต ้น หากเป็ นช่วงที่ใกล ้คลอดอาจใช ้การฝึ กลมหายใจเพื่อช่วยผ่อนคลาย ร่างกายและยังเป็ นการฝึ กก่อนการเบ่งคลอดลูก เพียงแค่น่ ังหรือยืน หลังตรงแล ้วสูดหายใจเข ้า-ออกลึกๆ ก็จะช่วยให ้อากาศเข ้าและออก สูร่ า่ งกายได ้สะดวก ไม่รู ้สึกอึดอัด ่ + ออกกำลังด ้วยการฝึ กทำสิงใหม่ ๆ : การหางานอดิเรกทำในยา ้ มว่างช่วงตังท ้องหรือหลังคลอดก็เป็ นวิธท ี ี่ช่วยบริหารสมองได ้ เช่น ฝึ กถักโครเชต ์ ประดิษฐ ์ของใช ้หรือทำงานฝี มือ วาดรูป ฝึ กทำอาหาร ซึ่งการทำงานอดิ เ รกจะช่ว ยให ค ้ ุ ณ แม่ ไ ด ข ้ ยับ ร่ า งกายอย่ า งง่ า ยๆ ่ รู ้สึกสนุ ก สมองตืนตัว มีสมาธิ และอาจใช ้หารายได ้เสริมได ้ด ้วย

‘หาว’ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให ้สมอง ้ หลับตาให ้สนิ ทแล ้วใช ้มือทัง้ 2 ข ้าง ถูนวดบริเวณข ้างแก ้มขึน้ ลง แล ้วอ ้าปากกว ้างๆ ทำท่าหาว พร ้อมนวดกล ้ามเนื อไปพร ้อมๆ ้ ้ กันจะช่วยให ้ออกซิเจนไปเลียงสมองได ้มากขึน

19


เพื่อลูก ทีค่ ณ ุ รัก


ก า รใ ห ้ น ม ลู ก น อ ก จ า ก จ ะ เ ป็ น ก า ร ล ด น้ ำ ห นั ก ห ลั ง ค ล อ ด ข อ ง คุ ณ แ ม่ ไ ด ้วิ ธี ห นึ่ ง แ ล ้ว ยั ง ส า ม ร ถ ช่ ว ย ล ด ค ว า ม เ สี่ ย ง ต่ อโ ร ค หั วใ จไ ด ้อี ก ด ้ว ย การให ้นมลูกในช่วง1-5เดือนหลังคลอ ดสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคอ ว้ นลงได ส้ ำหรับ ผู ห ้ ญิ ง ที่ ไม่ ไ ด เ้ ป็ ้ นเบาหวานขณะตังครรภ ์ได ้39% แล ่ ่ ะช่ว ยลดความเสี ยงในผู ห ้ ญิ ง ที เป็ นโร ้ คเบาหวานขณะตังครรภ ์ได ้ 44% แ ละยิ่ งให น ้ มลู ก นานเท่ า ใดก็ จ ะยิ่ งช่ ว ยลดความเสี่ ยงต่ อโรคอ ว้ นได ม ้ ากขึ ้ ่ อโร น รวมถึงยังช่วยลดความเสียงต่ คเบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็งเต ้านม มะเร็งปากมดลูก และภาวะตก เลือดหลังการคลอดได ้อีกด ้วย ้ ้ การให ้นมลูกควรควบคูไ่ ทังนี ปกับการลดอาหารจำพวกราร ์โบไฮเดร ต แป้ ง น้ำตาลก็จะช่วยลดระดับอินซูลิ นและไขมันในเลือดที่เป็ นสาเหตุของโรค อ ้วน และออกกำลังกายเป็ นประจำ ก็จ ่ ๆ ะยิ่งช่วยให ้ห่างไกลโรคอ ้วนและโรคอืน ได ้ดียิ่งขึน้ ้ ้วก็หน ถ ้ารู ้อย่างนี แล ั มาให ้นมแ ม่กน ั น่ ะค่ะ มีประโยชน์ทงกั ั้ บคุณแม่และ ้ คุณลูกค่ะ แล ้วอย่างลืมแวะอุดหนุ นเสือใ ห ้นมด ้วยน่ ะค่ะ

แม่ให ้นมลูก...

ห่างไกลสารพัดโรค 21


้ ่ ยุคนี ของเล่ นมีวางขายเกลือนมากมาย ด ้วยความเข ้าใจที่ว่า ข อ ง เ ล่ น มี ส่ ว น ช่ ว ย พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ท า ง ปั ญ ญ า แ ล ะ อ า ร ม ณ์ ข อ ง เ ด็ ก แ ท ้ ที่ จ ริ ง แ ล ้ ว นั ก วิ ช า ก า ร ก ล่ า ว ว่ า ต่อให ้ของเล่นมีราคาแพง ดีแค่ไหนแต่ไม่มีพ่อแม่ได ้ร่วมเล่น กับลูก ของเล่นไม่ตรงกับความสามารถ พัฒนาการตามช่วงวัย ก็เปล่าประโยชน์ ข ้ อ แ น ะ น ำ ต่ อไ ป นี ้ จ ะ ช่ ว ยใ ห ้ คุ ณ พ่ อ คุ ณ แ ม่ เ ข ้า ใ จ ถึ ง ก า ร เ ล่ น ที่ เ ส ริ ม ส ร ้ า ง ค ว า ม ฉ ล า ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ พั ฒ น า ก า ร ช่ ว ง วั ย ข อ ง ลู ก ค่ ะ 0 - 1 เดือน ่ างๆ ผ่านประสาทสัมผั ความสามารถ ลูกเรียนรู ้และจดจำสิงต่ ้ แรกเกิด สามารถมองเห็น ได ้ยิน ได ้กลิน ่ รู ้รส สทุกด ้านตังแต่ ่ และสัมผัสได ้ตลอดเวลา การจัดสิงแวดล ้อมจึงมีความสำคัญ ่ ทีช่วยให ้ลูกซึมซ ับความรู ้สึก พร ้อมกับการเล่นที่หลากหลาย และสร ้างสรรค ์ โดยเฉพาะลูกน้อยช่วงแรกเกิดนั้น ของเล่นที่ดีที่สุดก็คือพ่อแม่ ที่ได ้ใกล ้ชิดดูแลเรื่องความเป็ นอยู่ ได ้เล่นกับลูก 22

ของเล่น ้ + เสียงพูดคุย ร ้องเพลง ที่มีจงั หวะ น้ำเสียงขึนๆ ลงๆ ก็เป็ นเสียงชวนฟัง เรื่องสนุ กของลูก + เ ล่ น ปู ไ ต่ ก า ร สั ม ผั สใ ช ้ นิ้ ว มื อ ข อ ง คุ ณ แ ม่ ไ ต่ ไ ป ต า ม แ ข น ข า ล ำ ตั ว นิ ้ ว มื อ นิ ้ ว เ ท ้ า พร ้อมกับสบตาพูดคุยไปด ้วย ้ + ใช ้ใบหน้าที่ยิมแย ้ม หรือการทำท่าทางที่ตลกๆ ้ บ ้างสิคะ ของคุณพ่อ ชวนให ้ลูกยิมดู 2 - 3 เดือน ่ั ความสามารถ ลูกยกศีรษะจากที่นอนได ้ชวขณะ (ประมาณ 45 องศา) ช่วงแขน ขา เอว เข่า ้ แข็งแรงขึนมาก ของเล่น + เลือกภาพที่น่ าสนใจ เช่น ภาพใบหน้าพ่อ้ ้านหลั แม่หรือภาพดอกไม้รป ู ทรงง่ายๆ ที่ตัดกับพืนด งช ัดเจนนำมาให ้ลูกดู หรือทำเป็ นโมบายแขวนไว ้ +จับลูกนอนคว่ำกับที่นอน โดยคุณแม่อยูด ่ ้านตรง


ข ้ามกับลูกใช ้ใบหน้าเสียงเรียกหรือท่าทาง ชวนลู ้ กเล่นกระตุ ้นให ้ลูกพยายามผงกหัวขึนมามอง 4 - 5 เดือน ความสามารถ ควบคุมศีรษะดีขน ึ้ อ า จ มี บ ้ า ง ที่ ศี ร ษ ะ ยั ง แ ห ง น ห ง า ย ้ คอและหลังแข็งแรงขึนมาก ชอบเหลียวมองไปมา ชอบมองของเล่น และอยากจะคว ้าของ ของเล่น + อุ ้มลูกส่องกระจก ให ้ลูกมองตัวเองในกระจก พ ่ กหรือชือคุ ่ ณแม่ ร ้อมกับบอกชือลู + ของใช ้ เช่น ผ ้าอ ้อม ก็สามารถนำมาดัดแปลง เป็ นของเล่นสนุ ก ให ้ลูกสัมผัส หยิบจับ ขยำ กำ ได ้ค่ะ 6 เดือน ความสามารถ ลูกพยายามคืบ หยิบของเข ้าปาก ชอบของเล่นสีสน ั สดใส มีเสียง ของเล่น +แก ้วน้ำ ถ ้วย ช ้อน ที่มีนำ้ หนักเบา อุปกรณ์เรื่องหม่ำของลูก ก็เป็ นของเล่นที่ชวนเพลิ ่ ดเพลินกับการหยิบจับกำ สิงของได ้เป็ นอย่างดี + อ วั ย ว ะ ส่ ว น ต่ า ง ๆ ข อ ง ลู ก ่ ่องเล่นค่ะ โดยให ้ลูกสัมผัสกับอ ก็เป็ นตัวเชือมโยงเรื วัยวะเช่นจมูก ปาก หูของตัวเอง แล ้วคุณแม่คอย ่ ่เล่น กำกับบอกชือขณะที 7 - 8 เดือน ค ว า ม ส า ม า ร ถ ก ล ้ า ม เ นื ้ อ มั ด เ ล็ ก แ ข็ ง แ ร ง ลูกสามารถหยิบของสลับข ้างได ้เก่ง นั่งได ้ คลานได ้ แต่อาจไม่คล่องแคล่ว

ของเล่น + หากล่องใบเล็กสักใบ พร ้อมลูกบอลที่ลูกจับถนัดมือ โดยคุณแม่ก็หยิบลูกบอลเข ้า-ออกให ้ลูกดู ต่อจากนั้นก็ให ้ลูก เป็ นผูเ้ ล่นดูบ ้าง + คุณแม่อาจให ้ลูกลองบีบฟองน้ำ หรือตีนำ้ ป๋ อมแป๋ มให ้ลูกดู มีเสียงประกอบเล็กน้อย ก็เป็ นเรื่องสนุ กช่วงเวลาอาบน้ำ 9 - 10 เดือน ่ ้ ความสามารถลูกเริ่มเกาะยืน เคลือนไหวร่ างกายคล่องขึนมาก ของเล่น ้ ่สนุ ก ให ้ลูกหัดดันตัวเองจากพืน ้ + ใช ้กำแพงบ ้านเป็ นพืนที เพื่อเกาะยืนขึน้ + ให ้คุณพ่อมีสว่ นร่วมเรื่องเล่นของลูก ด ้วยการเล่นโยกเยก ่ าส่งเมือง โดยมีคณ ขีม้ ุ แม่ดแู ลความปลอดภัย 11 - 12 เดือน ้ ่ งลง คลานไปได ้ทัว่ ความสามารถ ลูกเกาะยืน ลุกขึนนั ่ สนุ กกับการเคลือนไหวร่ างกาย (ไม่อยูน ่ ิ่ ง) ของเล่นจำพวกผลัก ่ ่ได ้จึงเป็ น ดึง ให ้เคลือนที ของเล่นชวนสนุ กของลูกวัยนี ้ ของเล่น + หากล่องใบเล็ก 2-3 ใบ ประดิษฐ ์เป็ นขบวนรถไฟ ให ้ลูกสนุ กกับการลาก ดึง ที่สำคัญ ขณะที่เล่นคุณแม่ควรพู ่ ่ลูกเล่นไปด ้วย เช่น ทำเสียงเลียนแบบรถไฟ (ปู๊ น ดคุยถึงสิงที ปู๊ น) เป็ นต ้น 23


้ “รู ้สึกเหมือนกับว่าย ้อนกลับไปสูบ ่ รรยากาศครังเ ้ ป็ นเด็กอีกครัง” ความในใจที่ผูค้ นมากมายใหค้ ำอธิบายและแสดง ความรู ้สึกในสมุดเซ็นเยี่ยมร่วมแสดงความเห็นห ลังจากเข ้าชมพิพิธภัณฑ ์ล ้านของเล่นเสร็จแล ้ว จำนวนของของเล่นที่อาจารย ์เกริกได ้จัดแสดงแล ะจัดนิ ทรรศการในพิพิธภัณฑ ์มีส่วนหนึ่ งเป็ นของ เล่นสังกะสี และจำนวนของที่เป็ นของเล่นสังกะสี ก็มีมากมายด ้วย ้ ่หายากในพิ พิธภัณฑ ์เฉพาะส่วนที่ ของเล่นชินที เป็ นของเล่นสังกะสี เป็ นรูปเรือบินหรือเครื่องบิน ที่มีวิธก ี ารผลิตโดยการทำมือ (Handmade) ตลอดจนการใช ้สีทาลงบนผิ วของสังกะสีใหข ้ อง เล่นมีสีสน ั ประเมินปี ที่ผลิตคร่าวๆ ได ้คือราวปี ่ บว่าของเล่นสังกะสี ค.ศ. 1940 ซึงนั ที่ มี ก า ร ผ ลิ ตใ ห ้เ ด็ กไ ด ้เ ล่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง ร ะ บ บ ก า ร อุ ต ส า ห ก ร ร ม มี ม า น า น แ ล ้ ว ประเทศที่ผลิตในกลุม ่ ประเทศยุโรป ได ้แก่ ่ เยอรมัน ฝรังเศส อังกฤษ ฯลฯ ส่วนเอเชียมี ประเทศญีปุนและประเทศจีนที่โดดเด่นมากประเ ่ ้ ทศอืนๆ ส่วนมากเป็ นการผลิตครังคราวอย่ างเช่ น สหรัฐอเมริกา เสน่ ห ข ์ องของเล่ น สัง กะสี อ ยู่ ที่ ตัว ของเล่ น ที่ มี ล ัก ษณะเป็ นแผ่ น สัง กะสี รี ด บางและพิ ม พ ส์ ี ่ สีสี มีรป ู แบบมากมาย งานพิมพ ์สียค ุ แรกๆ เ ป็ น ง า น พิ ม พ ์ สี แ บ บ ก า ร พิ ม พ ์ หิ น

เหมือนภาพพิมพ ์หิน เพราะเราจะเห็นภาพที่พิมพ ์บนผิว ่ ของของเล่นสังกะสี มีเม็ดสีเป็ นจุดๆ เหลือมทั บซ ้อนกัน ่ ทำให ้เห็นกลินอายของสี และการพิมพ ์สีอย่างโบราณ ภาพในของเล่นสังกะสีสะทอ้ นใหเ้ ห็ นลักษณะของวิถีขอ งคนยุคเก่าและเครื่องมื อข ้าวของเครื่องใช ้ยุคเก่าเกือบๆ ร ้อยปี ทำให ้เราศึกษาประวัติศาสตร ์ได ้บ ้างจากลักษณะ ดังกล่าว รูปแบบของเล่นสังกะสี มีหลากหลาย ดังนี ้ 1. 2. 3. 4. 5. 6.

ข ้าวของเครื่องใช ้ ยานพาหนะ รูปสัตว ์ รูปคน หุน ่ ยนต ์ เครื่องเล่นสำหรับเด็ก

ลักษณะการเล่น มีลก ั ษณะแตกต่างกันไป เช่น 1. 2. 3. 4.

ใช ้หยิบจับ ้ แยกชินและประกอบชิ น้ ไขลาน ใส่ถา่ นหรือแบตเตอรี่

ซึ่ งจุ ด หมายปลายทางของของเล่ น สัง กะสี ก็ เ หมื อ น ของเล่นสำหรับเด็กคือ เพื่อความสุข ความสนุ ก และพัฒนาการทางกายสำหรับเด็ก 24


คุณพ่อน้ำหนักเกินอาจส่งผลให ้ลูกหลานเป็ นโรคเบาหวาน

ศาตราจารย ์ มาการ ์เร็ต มอริส ้ เ้ ห็ น เป็ นครัง้ ได ท ้ ำการค น ้ พบที่ ชีให แรกว่า น้ำหนักต่อ และภาวะโภช นาการของคุณพ่อในปัจจุบน ั สาม ารถส่ ง ต่ อ ภาวการณ์โ รคเบาหวานใ ห ้กับลูกหลาน ต่อไปในอนาคตได ้ ถึ ง แม ว้ ่ า ในปั จ จุ บ น ั ตัว คุ ณ พ่ อ จะไม่ ได ้เป็ นโรคเบาหวาน หรือในครอบ ครัวไม่ มี ค นเป็ นโรคเบาหวานก็ ต าม ผ ล ก า ร ค ้ น ค ว ้ า เ รื่ อ ง นี ้ ตีพิมพ ์ลงในนิ ตยสาร Nature ซึง่ มี รายละเอียดที่คุณพ่อคุณแม่ควรให ้ ความสนใจ.... โ ด ย ค ว า ม เ ข า้ ใ จ กั น ม า ต ล อ ด ว่ า ้ โรคเบาหวานสามารถเกิดได ้ทังจาก ภาวะโภชนาการไม่ดี และที่เราทราบ คือถา้ ในครอบครัวมี ประวัติว่าเป็ นโร คเบาหวาน ก็มีแนวโน้มว่ารุน ่ ต่อๆไป ก็ มี โ อกาสเกิ ดโรคเบาหวานเช่น กัน อยูท ่ ี่ว่าจะไปตกอยูท ่ ี่คนใด ศ.มอริสกล่าวว่า “พวกเราทราบ กัน ดี ว่ า แม่ ที่ มี น ้ ำ หนั ก ตัว เกิ น ขณ ะตั้งครรภ เ์ สี่ ยงต่ อ ภาวะโรคเบาหว านและเป็ นอัน ตรายถึ ง ลู กในครรภ ์ แต่ ถึ ง แม้จ ะไม่ มี โ รคแทรกซ อ้ นใดๆ

้ ขณะตังครรภ ์ แต่ลก ู ที่คลอดออกมาก็มก ั จะอ ้วนจ ้ำม่ำ ่ ซึ งที มนั กวิ จั ย จึ งได ท ้ ำการทดลองในหนู ทดลองโดยใ ห ้อ า ห า ร ห นู ตั ว ผู ้ที่ สุ ข ภ า พ แ ข็ ง แ ร ง ดี ม า ก ก ว่ า ป ก ติ และตัวแปรพิเศษที่ควบคุม คือ การให ้กลูโคส เมื่อได ้น้ำ หนั กที่เกินพอดีในหนู ทดลองตัวผูแ้ ลว้ ก็ ปล่อยใหอ้ ยู่กบ ั หนู ่ ่ ตัวเมียทีมีนำ้ หนักปกติเมือหนู ตวั เมียคลอดลูกออกมา จึง นำลูกหนู มาตรวจปรากฏว่าลูหนู จากหนู คู่นี้มี ระดับกลูโคส และอินซูลินมากกว่าปกติ ้ ่เราค ้นพบว่า เบาหวานที่เราคิดว่าถ่ายทอ นี่ จึงเป็ นครังแรกที ้ ดจากพันธุกรรมเป็ นหลักนั้น เหตุผลนี อาจจะไม่ ช ัดเจนเสีย แล ้ว” ศ.มอริสกล่าวต่อว่า “การค ้นพบนี ้ พบข ้อสันนิ ฐานว่าคุณพ่อที่มีนำ้ หนักตัวเกิน อาจส่งผลต่อระดับสเปิ ร ์ม เมื่อมีไขมัน หรือน้ำตาลสะสมอยู่

ในร่างกายมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อลูกที่จะ เกิดมาในอนาคตก็เป็ นได ้” คุ ณ พ่ อ ค นไ ห น ที่ มี แ น วโ น้ ม ว่ า น้ ำ ห นั ก ตั ว เกิน หรือเกินไปบ ้างแล ้ว ต ้องรีบฟิ ตหุน ่ ้ ้ ่ กันตังแต่วน ั นี เลยนะคะ เพือสุขภาพลูกหลานใน ่ อนาคตนันเองค่ะ

25


อาหารบรรเทา อาการแพ้ทอ ้ ง อาการแพ้ท ้อง ไม่ได ้เกิดกับคุณแม่ทก ุ คนที่ตัง้ ่ ้ ท ้อง แต่ถ ้าใครมีอาการแพ้ไม่มากเมือตังท ้องได ้ประมา ณ 3 เดือนก็จะดีขน ึ ้ และกลับมากินอาหารได ้เป็ นปกติ ้ ่กิน แต่ก็มีบางท่านที่แพ ้มาก อาเจียนทุกอย่าง ทุกครังที ่ แค่ได ้กลินก็ทนไม่ไหว หรือ บางคนแพ้จนใกล ้คลอดก็มี บางคนอาจจะเข็ดกับการแพ้ท ้องจนไม่อยากท ้อง คนต่อไป ก็เป็ นได ้ ้ ้า * มือเช ่ ้ หลังจากตืนนอนไม่ ควรลุกขึนมาทั นที เพราะอาจทำ ให ้หน้ามืดร่างกายปรับสมดุลไม่ทน ั ควรนอนลืมตาสักพัก ้ ่ ้ ลุกขึนมานังบนเตียงสัก 5-10 นาทีจงึ ลุกขึนไปทำธุ ระ แต่ถ ้าเหมือนจะอาเจียน ให ้เตรียมขนมปังกรอบจืดๆ ไว ้ใกล ้มือ กินเล็กน้อย ตามด ้วยน้ำขิงอุน ่ ๆ จะทำให ้อาการอยากอาเจียนลดลง ้ * มือสาย ถ ้าเกิดอาการผะอืดผะอมสามารถจิบน้ำขิง น้ำตะไคร ้หรือ น้ ำ อุ่ น ๆ บ า ง ท่ า นไ ม่ อ ย า กใ ห ้ รู ้ สึ ก ข มใ น ป า ก ล อ ง กั ด บ๊ ว ย เ ค็ ม ห รื อ ผ ลไ ม้ ที่ มี ร ส ช า ติ อ ม เ ป รี ้ ย ว จะช่วยบรรเทาอาการผะอืดผะอม ไปได ้บ ้าง 26

้ * มือกลางวั น กินอาหารที่ชอบตามปกติ คุณแม่ที่แพ ้ท ้องมากบาง คนอาจไม่อยากกินอะไร ก็ต ้องหาอาหารเบาๆ ย่อยง่ายๆ เช่น ่ โจ๊ก ข ้าวต ้ม ควรหลีกเลียงของทอดของมั น เพราะอาหารมัก ่ ่ทำให ้คุณแม่ไม่อยากกิน มีกลินที ้ าย * มือบ่ กินอาหารย่อยง่าย ไม่หนักท ้อง เช่น ผลไม้สด สลัด หรือโยเกิร ์ต และพักผ่อนอาจจะเป็ นการนั่งเอนหลังฟังเพลง ่ั ่ ออ งีบหลับสัก 1ชวโมง จะทำให ้ร่างกายสดชืนไม่ ่ นเพลียเกิน ไป ้ น * มือเย็ ่ ่มีกลินแรง ่ หลีกเลียงอาหารที เช่น ปลาหมึก ทุเรียน อาหารที่ผัด รสฉุ น เพราะจะทำให ้คุณแม่อยากอาเจียนมา ้ ใ่ ห ้ ห่างจากกลินฉุ ่ นต่างๆ เช่น น้ำหอม กขึน้ พร ้อมทังอยู ้ ้งให ้คนใกล ้ชิดทราบด ้วยว่าคุณไม่ชอบกลิน ่ ดอกไม้ รวมทังแจ ใดจะได ้ลดจากอาการอาเจียนได ้บ ้าง


นมที ่ คุ นแม่ ไว้ ว างใจ

27


pimpilai  

mother/ care

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you