Issuu on Google+

greentourism “นายรอบรู้” หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย

www.NaiRobRoo.com

ความทรงจ�ำ รสกลมกล่อม

“บ้านนาต้นจั่น” ที่

สายฝนพรมลงมาเบาๆ ตอนทีเ่ ราเลีย้ วรถออกจากบ้านนาต้นจัน่   ภาพทุง่ นาเขียวขจีและหิง่ ห้อย

ส่องแสงวิบวับข้างมุ้งยังไม่จางจากความทรงจ�ำ  ภาพประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นมิตรภาพของ ชาวบ้านที่มีให้อย่างเปี่ยมล้นราวกับเราเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว “นายรอบรู้” เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวแบบกินอยู่กับชาวบ้าน ที่ “โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น” ใน ต. บ้านตึก อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย  แม้ปลายทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่หรูหรา แต่ก็มี ภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ ทีน่ า่ สนใจ และมีความรูส้ กึ อบอุน่ ปลอดภัยให้เราได้สมั ผัสราวกับกลับไปเยีย่ มญาติ ในชนบท  นี่คงเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ที่ต่างไปจากการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ ผูเ้ ขียนมาเยือนหมูบ่ า้ นแห่งนีเ้ ป็นครัง้ ที ่ ๒  ก่อนหน้านีเ้ คยเดินทางมากับคณะสังคมวิทยาและ มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ ท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ในโครงการต้นแบบการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์ คือการท่องเทีย่ วทีใ่ ห้ความส�ำคัญกับประวัตศิ าสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และคุณค่าของชุมชน  เมือ่ กลับ มาอีกครั้งจึงเข้าใจชัดขึ้นว่า เหตุใดหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสัชนาลัยไปกลางท้องทุ่ง ถึง ๒๐ กม. ถึงได้มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไม่ขาดสาย ปีหนึ่งถึงกว่า ๗,๐๐๐ คน !

เรื่อง : ปณัสย์ พุ่มริ้ว   ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

กรกฎาคม  ๒๕๕๕

171


แผนที่ ท่องเที่ยว โฮมสเตย์ ➔

บ้านนาต้นจั่น

ทิศเหนือ

“ข้าว” และ “ผ้า” มีชีวิต จากตัว อ. ศรีสัชนาลัย เราใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒ มุ่งหน้าไปทาง จ. อุตรดิตถ์ ประมาณ ๙ กม.  พอถึงแยก ต. บ้านตึกก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายบ้านแม่ตะเพียนทอง -บ้านห้วยตม  ขับรถผ่านท้องทุง่ ทีม่ แี นวเขาทอดยาวเบือ้ งหลังมาตามป้ายบอกทางสีฟา้ ราว ๑๑ กม. จะถึงอาคารศูนย์กลางท่องเทีย่ วบ้านนาต้นจัน่ อันเป็นจุดหมาย  พอเลีย้ วรถเข้าไป จอดปุ๊บ เจ้าบ้านก็เดินยิ้มปรี่มาต้อนรับทันที ป้าเสงี่ยม แสวงลาภ ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แล้วหยิบเงาะหวานๆ ถาดใหญ่มาเลีย้ ง เป็นการต้อนรับแบบญาติพนี่ อ้ ง ไม่มพี ธิ รี ตี องอะไร แต่มีกติกาส�ำคัญว่าต้องโทรศัพท์มาแจ้งล่วงหน้า เจ้าบ้านจะได้เตรียมการได้ถูกและรู้ว่า เป็นใครมาจากไหน ส่วนคนไปเทีย่ วก็จะได้แน่ใจว่ามีทพี่ กั แน่นอน เรียกว่าสบายใจด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย  ค่ากินค่าอยู่คิดราคาเดียวคือคนละ ๓๕๐ บาท ประกอบด้วยอาหารมื้อเย็น มื้อเช้า ที่พักชวนหลับสบาย ๑ คืน และค่าท�ำกิจกรรมกับชาวบ้าน พอเรานั่งพักจนหายเหนื่อย ป้าเสงี่ยมก็ชวนกิน “ข้าวเปิ๊บ” เป็นมื้อกลางวัน  อาหาร พิเศษเมนูนี้เป็นของขึ้นชื่อมีเฉพาะที่นาต้นจั่นเท่านั้น  หน้าตาและวิธีท�ำคล้ายข้าวเกรียบ ปากหม้อ ใครเคยไปเมืองลับแลอาจคุ้นตาว่าคล้ายหมี่พัน แต่สูตรของที่นี่ต้องเติมน�้ำซุป กระดูกหมูด้วย  หลายคนบอกว่า ถ้าไม่ได้กินเหมือนมาไม่ถึง และหากจะเข้าใจให้ถึงแก่น ต้องลงมือท�ำกินเองสักชาม ! ข้าวเปิบ๊ พัฒนาสูตรมาจาก “ข้าวแคบ” เป็นของกินพืน้ ถิน่ ภาคเหนือ  การท�ำข้าวแคบ คือน�ำแป้งข้าวเจ้ามานึ่งบนผ้าขาวบางแล้วน�ำไปตากแดด จะได้แผ่นแป้งเนื้อขุ่นเก็บไว้กิน ได้นาน และพลิกแพลงเป็นอาหารได้อกี หลายชนิด เช่นน�ำมาห่อด้วยเส้นหมี ่ เรียก “หมีพ่ นั ” หรือน�ำมาห่อด้วยข้าวเหนียว เรียก “โอโล” นับเป็นภูมปิ ญ ั ญาในการถนอมอาหารอย่างหนึง่ ทีม่ าของสูตรข้าวเปิบ๊ คือ วันหนึง่ คนนาต้นจัน่ ไปกินก๋วยเตีย๋ วในเมืองแล้วติดใจอยากกินอีก แต่ไปไม่สะดวกเพราะอยู่ไกล จึงลองนึ่งข้าวแคบ ใส่ผักและเครื่องเครา ปรุงออกมาเป็น ก๋วยเตี๋ยวสูตรเฉพาะตัว และตั้งชื่อว่า “ข้าวเปิ๊บ” เพราะ “เปิ๊บ” ในภาษาเหนือแปลว่าพับ อันเป็นขั้นตอนส�ำคัญในการท�ำอาหารชนิดนี้ ต่อมากลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนที่นี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยชิมแล้วชอบ จึงตั้งชื่อให้ว่า “ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง” ตามชื่อวีรบุรุษ ในต�ำนานพื้นบ้าน วิธีท�ำข้าวเปิ๊บยุ่งยากกว่าข้าวเกรียบปากหม้อเล็กน้อย ขั้นแรกต้องตักแป้งราดบน ผ้าขาวบาง ค่อยๆ เกลี่ยเนื้อแป้งให้ทั่ว ระวังไม่ให้บางเกินไป มิเช่นนั้นหน้าแป้งจะแตก จากนั้นปิดฝารอให้แป้งสุก เปิดมาใส่ผักแล้วปิดต่อให้ผักสลด เปิดฝาอีกครั้งเพื่อพับแป้ง ห่อผัก แล้วตักใส่ชาม โรยผักชี กากหมู กระเทียมเจียว  ระหว่างนั้นนึ่งไข่ในหม้ออีกใบ แล้วน�ำไข่โปะหน้า ราดน�้ำซุปที่ใส่หมูสับและเลือดหมู ปรุงเครื่องปรุงตามใจชอบ  เท่านี้ ก็ได้ข้าวเปิ๊บแป้งนุ่ม กินกับน�้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ รสกลมกล่อม อร่อยอย่าบอกใคร อิ่มท้องแล้ว ที่อาคารศูนย์กลางท่องเที่ยวบ้านนาต้นจั่นยังมีของขึ้นชื่อให้ลองท�ำอีก อย่างคือ “ผ้าหมักโคลน”  จุดเด่นคือเป็นผ้าฝ้ายทอเนือ้ นุม่  ห่มหน้าหนาวอุน่  ห่มหน้าร้อน เย็นสบาย  ผ้าชนิดนี้เกิดจากภูมิปัญญาของคนโบราณ ที่สังเกตเห็นผ้าเลอะโคลนจากการ ท�ำนาว่ามีเนื้อนุ่มกว่าผ้าที่ไม่เลอะ จึงลองน�ำผ้ามาหมักโคลน  กรรมวิธีท�ำผ้าหมักโคลน ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลา นักท่องเทีย่ วอย่างเราจึงได้แค่ชว่ ยย้อมผ้าเล็กน้อย และเล็งผ้า ผืนสวยไว้อุดหนุนเมื่อย้อมเสร็จในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนทั้งข้าวเปิ๊บและผ้าหมักโคลนเป็นเพียงของธรรมดาในหมู่บ้าน จนเมื่อการ ท่องเที่ยวโฮมสเตย์เติบโต ก็เหมือนเติมชีวิตให้แก่ข้าวและผ้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เป็นการช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตคนนาต้นจั่นด้วยอีกทาง

greentourism

(ไม่ก�ำหนดมาตราส่วน)

๑ ๒

ป้าเสงี่ยมสอนนักท่องเที่ยว ท�ำข้าวเปิ๊บ พลางเพิ่มสีสัน ด้วยประโยคว่า “ถ้าทนควันไฟ ไม่ได้  ก็ทนแม่ผัวไม่ได้”

๒ ข้าวเปิ๊บ ของกินพื้นบ้าน บ้านนาต้นจั่น ๓ นักท่องเที่ยวทดลอง ย้อมผ้าหมักโคลน ๔

น้องกลอยใจทอผ้าที่ ใต้ถุนเรือน แม้จะเป็นใบ้  แต่เธอก็เป็น “ลูกกี่”  ฝีมือเยี่ยมของกลุ่ม

แผนที่ : ปฐวี

๔ กรกฎาคม  ๒๕๕๕

173


๕ ๖

ข้าวพันพริก  ท�ำโดยน�ำข้าวแคบ ผสมพริก มาห่อหมี่ขาวร้อนๆ

ตาวงษ์  กับ ตุ๊กตาบาร์โหน ประดิษฐ์จาก ภูมิปัญญา ของตาเอง

กินดี อยูด่  ี แบบคนนาต้นจัน่ ป้าเสงีย่ มพาเราย�ำ่ ต๊อกเทีย่ วหมูบ่ า้ นในช่วงครึง่ วันบ่าย จึงนับเป็น โอกาสดีที่เราจะได้เข้าถึงวิถีคนนาต้นจั่นอย่างใกล้ชิดถึงใต้ถุนเรือน ก่อนจะไปพักค้างคืนที่เรือนของลุงๆ ป้าๆ ที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ เราเริ่มต้นที่ร้านยายฟอง ร้านข้าวแคบซึ่งอยู่คู่ปากท้องคนที่นี่มา กว่า ๔๐ ปี  ตอนนี้กิจการร้านตกทอดสู่ลูกสาวที่ก�ำลังง่วนอยู่หน้าเตา ร้ านนี้มี   “ข้าวพันพริ ก” หรือ ข้า วแคบผสมพริก พันด้วยหมี่   รสเด็ด เผ็ดนิดๆ เค็มหน่อยๆ เคี้ยวหนุบหนับ  เหตุที่มีข้าวเปิ๊บ ข้าวแคบ และหมี่พัน คล้ายกับที่ อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ เพราะบ้านนาต้นจั่น ตั้งอยู่ติดลับแล ห่างเพียงภูเขากั้น  บรรพบุรุษชาวนาต้นจั่นส่วนใหญ่ ก็มาจากลับแล อีกส่วนหนึ่งมาจาก จ. ล�ำปาง ในสมัยก่อนนั้นมีต้นจั่นจ�ำนวนมาก  จั่นเป็นไม้ที่ผลิใบยามหมด หน้าแล้งเร็วกว่าไม้อนื่  จึงเสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ คนโบราณจึงน�ำมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน บ้านโฮมสเตย์ทนี่ มี่ ที งั้ หมด ๑๒ หลัง  บ้านหลังไหนเปิดให้บริการ จะมีป้ายบอกไว้ด้านหน้า  ทุกหลังล้วนมีพื้นที่กว้างขวาง สะอาด สะอ้าน และแยกที่นอนของนักท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนจากเจ้าของบ้าน เรื่องคุณภาพการบริการนั้นไม่ต้องกังวล เพราะทุกหลังผ่านมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทยจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต่อให้มากันเป็น คณะใหญ่ก็รับได้สบาย แต่ไม่ควรเกิน ๗๐ คน ตามใต้ถุนบ้าน เราเห็น “ลูกกี่” ขยับกี่ทอผ้ากันฉุบฉับ  ชาวบ้าน ทีเ่ ป็นลูกกีซ่ งึ่ เป็นหัวเรีย่ วหัวแรงส�ำคัญในการทอผ้าหมักโคลนผืนสวยนี้ เดือนหนึ่งๆ มีรายได้ราว ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท  พี่ล�ำดวน สมาชิก ในกลุ่มบอกว่า การทอผ้าช่วยให้ไม่ต้องออกไปท�ำงานนอกหมู่บ้าน มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น  ขณะที่น้องกลอยใจ ผู้บกพร่องทาง การได้ยิน ก็ฝึกฝนทอผ้าจนมีรายได้เลี้ยงลูกน้อยอย่างไม่ขัดสน ป้าเสงี่ยมบอกว่า “เฮาสู้กันมานาน จากบ่มีอีหยัง ตอนนี้ภูมิใจ๋ ดีใจ๋ ที่ชาวบ้านมีรายได้ ครอบครัวฮักกัน” กว่าบ้านนาต้นจัน่ จะมาเป็นโฮมสเตย์เช่นทุกวันนี้ ได้ผา่ นเรือ่ งราว ข้นคลั่กราวกับหนังชีวิตเรื่องยาวมาก่อน... กว่า ๑๐ ปีทแี่ ล้ว กลุม่ แม่บา้ นน�ำโดยป้าเสงีย่ ม รวมตัวกันเพือ่ หา รายได้เสริม  ช่วงแรกช่วยกันรับจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ต่อมารวมกลุ่มทอผ้า หมักโคลน จนประสบความส�ำเร็จได้ทนุ โครงการหมูบ่ า้ นชนบทเพือ่ การ ท่องเทีย่ ว  ป้าเสงีย่ มได้ไปดูงานโฮมสเตย์ถงึ ประเทศญีป่ นุ่  แล้วลองมา ท�ำที่นาต้นจั่น  ระยะแรกไม่มีใครเห็นดีด้วย หาว่าป้าเป็น “ผีบ้า” แต่เมื่อเวลาผ่านไป โฮมสเตย์แห่งนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก และกลายเป็น สิ่งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

greentourism

คณะ “นายรอบรู้”  ล้อมวงท�ำกับข้าว บนชานครัว

เราเดินตามป้าเสงี่ยมไปบนถนนสายเล็ก เก็บผักริมทางไปท�ำ กับข้าว ก่อนแวะบ้านตาวงษ์  ตาวงษ์น�ำความรู้ทางช่างมาประยุกต์ใช้ ท�ำเศษไม้ให้เป็นตุก๊ ตาบาร์โหน พอบีบไม้ปบ๊ั  ตุก๊ ตาก็จะยกตัวไปอยูบ่ น บาร์  นอกจากเด็กๆ จะซื้อไปเล่นแล้ว กลุ่มผู้สูงอายุก็ชื่นชอบ เพราะ ของเล่นชิ้นนี้ใช้ออกก�ำลังมือได้ด้วย จุดต่อมาเราแวะร้านป้าค�ำเครือ่ ง  ป้าบอกว่าเป็นต้นต�ำรับข้าวเปิบ๊ มีทั้งข้าวเปิ๊บ หมี่พัน และข้าวพันไม้ หลายแบบให้ชิม  ตอนเย็นๆ จะมีเด็กนักเรียนมารุมซื้อข้าวพันไม้กันแน่นร้าน ตะวั น คล้ อ ยต�่ ำ แล้ ว  เมื่ อ เราเข้ า ครั ว ไปช่ ว ยป้ า เสงี่ ย ม ท�ำกับข้าว  ส�ำรับมือ้ นีม้ นี ำ�้ พริกซอกไข่ แกงแคหลวง

ส�ำรับกับข้าว บ้านนาต้นจั่น

ผักลวก สารพัดชนิด กินกับน�้ำพริก

หน่อไม้สด ผัดหมู ใส่พริกอ่อน

น�้ำพริกซอกไข่

แกงแคหลวง 

น�้ำพริกน�้ำฮ้า

บ้านโฮมสเตย์หลังใหญ่น่าพัก ทุกหลังผ่านมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย

และน�้ำพริกน�้ำฮ้า  อาหารของชาวบ้านนาต้นจัน่ เปลี่ ย นไปตามผั ก ท้ อ งถิ่ น ที่ มี ใ นแต่ ล ะฤดู ก าล เช่นหน้าฝนจะแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง แกงเห็ด หน้าหนาวมียอดมันปูในส�ำรับ ส่วนหน้าแล้งก็มี ผักหวานป่า พออิ่มแล้วเราต่างแยกย้ายไปพักผ่อนตาม อัธยาศัย  หากมากันเป็นคณะใหญ่ ชาวบ้านจะ จัดกิจกรรม “เฮียกข้าว เอาขวัญ” ให้นกั ท่องเทีย่ ว มี ก ารท� ำ บายศรี   เชิ ญ ผู ้ เ ฒ่ า ผู ้ แ ก่ ม าผู ก ข้ อ มื อ อวยชัยให้พร และวงดนตรีพื้นบ้านมาร้องเพลง

ร�ำวงกันอย่างม่วนซื่น  ส�ำหรับพวกเราซึ่งมากัน ๕ คน ขอเพียงนอนฟังเสียงฝนก็สุขใจแล้ว คืนเดือนมืดท่ามกลางฝนโปรย อากาศเย็นฉ�่ำ เราแยกย้ายเข้านอน  ห้องหับบ้านป้า อาจไม่สะดวกสบายเทียบเท่าโรงแรม แต่เสียงกบเขียดและจักจั่นร้องขับกล่อมนั้น ฟังเพลิน กว่าเสียงหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศเป็นไหนๆ  แถมผู้ใหญ่ที่เกิดทันได้นอนกางมุ้งยังได้ ฟื้นความทรงจ�ำวัยเด็ก “ดูหนังสี่จอ” อีกด้วย พอฝนซา หิ่งห้อยตัวน้อยก็บินมาทักทายข้างมุ้ง  ค�ำที่เขาว่ากันว่าหิ่งห้อยเป็นตัวบ่งชี้ ถึงความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติ   พาให้ผู้เขียนคิดไปถึงเหตุผลที่ท� ำให้คน นาต้นจั่นได้กินดีอยู่ดี

อาหารการกินของชาวบ้านนาต้นจั่นคล้าย อาหารพืน้ บ้านภาคเหนือ เนือ่ งจากบรรพบุรษุ อพยพ มาจากจั ง หวั ด ทางภาคเหนื อ อย่ า งอุ ต รดิ ต ถ์ แ ละ ล� ำ ปาง  ลู ก หลานรุ ่ น ต่ อ ๆ มาก็ ยั ง คงวิ ถี ชี วิ ต และ วัฒนธรรมการกินเรียบง่ายไว้   ครัวยังเป็นชานไม้ ยกสูงกว่าพื้นเรือน มีหน้าต่างบานกระทุ้งไว้รับลม และยังคงใช้เตาถ่านกันอยู่ ทั้งปลูกพืชผักสวนครัว ริมรั้วไว้กินเองด้วย โดยส�ำรับยอดนิยมของชาวบ้าน นาต้นจั่นก็คือ แกงแค  รสเผ็ ด จั ด จ้ า นอุ ด มด้ ว ยพื ช ผั ก สมุนไพร ตัง้ แต่เครือ่ งแกงทีม่ ที งั้ ตะไคร้ ผิวมะกรูด ข่า หอมแดง กระเทียม แก่นหอม โขลกรวมกันขั้นหนึ่ง ก่อน แล้วจึงใส่พริกแห้งลงโขลกอีกเป็นขัน้ ต่อมา โดย เติมกะปินิด เกลือหน่อย โขลกให้เข้ากัน จากนั้นใส่ น�ำ้ พอขลุกขลิก แล้วน�ำพริกแกงขึน้ คัว่ จนหอมฉุน จึง

ใส่ไก่ที่สับชิ้นพอดีค�ำลงคั่วด้วยจนสุก เติมน�้ำแล้วต้มต่อให้เดือดพล่าน ราไฟแล้วจึงใส่ผักพื้นบ้าน สารพัน ทั้งชะอม ใบพริก บวบ มะเขือเปราะ พริกขี้หนู ใบก้านถุง ที่เตรียมไว้ลงไป เป็นอันเสร็จ ถ้าเป็นงานบุญหรืองานบุญประจ� ำปีอย่างบุญสลากภัต แกงแคจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นแกง แคหลวง ซึ่งเครื่องปรุงหลักๆ เหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงแกงแคหลวงใส่กะทิ เพิ่มใบชะพลู และใช้ กบนาตัวอวบเนื้อแน่นแทนเนื้อไก่ น�ำ้ พริกซอกไข่  ท�ำง่ายไม่ยงุ่ ยาก เพียงโขลกกระเทียมและพริกแห้งให้ละเอียดจนเหนียว ใส่หอมแดงซอยลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าอยากให้ “ล�ำขนาด” ก็เติมน�ำ้ ปลาร้าต้มลงไปเล็กน้อย จาก นั้นใส่ไข่ต้มสุกปอกเปลือกลงต�ำในครกพอหยาบๆ แบบยังเห็นเนื้อไข่ บีบมะนาวแล้วคนให้เข้ากัน กินแนมกับผักพืน้ บ้านทีห่ าได้ในสวนหรือตามริมรัว้  อย่างใบก้านถุง กระเจีย๊ บมอญ ผักกูด มะเขือเปราะ หน่อไม้หวานทั้งลวกและกินสด น�ำ้ พริกน�ำ้ ฮ้า  น�ำกระเทียมลงบุบในครก ใส่พริกหยวกเผาทีล่ อกเปลือกแล้วลงไป ต�ำพอ หยาบๆ  ใส่น�้ำปลาร้าต้ม บีบมะนาว คนให้เข้ากัน น�ำไข่ไก่ที่ต้มสุกปอกเปลือกแล้วใส่ลงในถ้วย น�้ำพริกทั้งลูก  เวลากินต้องตักทั้งไข่ทั้งน�้ำพริก...ล�ำแต๊ๆ เจ้า

เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต กรกฎาคม  ๒๕๕๕

175


๗๘

ท�ำตัวเป็นลูกหลาน เที่ยวสวน ร่วมงานสลากภัต เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงจ�ำลอง แสวงลาภ พี่ชายของป้าเสงี่ยม ชวนเรา นั่งรถไปเที่ยวสวนตีนเขา  ช่วงนี้ทั้งเงาะ ล�ำไย และขนุน ออกผลกัน สะพรัง่   ลุงเล่าว่าดินที่นอี่ ุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็งอกงาม พร้อมชวน เชิญให้หยิบผลไม้ชิมได้ตามใจชอบ พลางตัดขนุนลูกใหญ่จากต้นให้ พวกเราอุม้ กลับไปฝากคนทีบ่ า้ น  ไม้ผลทีน่ ผี่ ลัดกันออกลูกตลอดปี ทัง้ มะไฟ มะปรางหวาน มะม่วง และทุเรียน เรียกว่ามาฤดูไหนก็ไม่พลาด ได้ชิมผลไม้สดๆ จากต้น กลับจากสวน เราพากันเดินมาที่วัดนาต้นจั่น  ช่วงที่เรามาเยือน พอดีกับที่หมู่บ้านมีงานสลากภัต ประเพณีท�ำบุญด้วยการจับฉลาก ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ  ซึ่งจัดให้มีขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม -มิถนุ ายน สลับหมุนเวียนกันไประหว่างชุมชนใกล้เคียง และปีนกี้ เ็ วียน มาถึงบ้านนาต้นจัน่ เป็นเจ้าภาพพอดี  ชาวบ้านบางคนตีความงานบุญ นีว้ า่  “สลากพลัด” เพราะมีสมาชิกจากหลายหมูบ่ า้ นมาร่วมงาน ถึงอยู่ หมู่บ้านเดียวกันก็อาจจับฉลากไม่ได้นั่งติดกัน

greentourism

งานวัดเป็นเวทีประชันความงามของสาวๆ อยูก่ ลายๆ  ป้าเสงีย่ ม จึงชวนเพื่อนสาวในคณะของเราสวมชุดผ้าหมักโคลนหาบส�ำรับเครื่อง คาวหวานไปวัด แต่กบั ข้าวในหาบค่อนข้างหนัก ประกอบกับไม่คอ่ ยได้ หาบคอน สาวเจ้าเลยเดินโอนเอน  ป้าเห็นท�ำท่าจะไปไม่ถงึ วัด เลยขอ หาบไปเอง ช่วงนี้คือฤดูกาลแห่งผลไม้ บนศาลานอกจากของคาวยังเต็มไป ด้วยผลไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะราชาผลไม้อย่างทุเรียน ที่มีทั้ง พันธุพ์ นื้ บ้านลูกเล็กและพันธุช์ อื่ ดังอย่างหลง-หลิน  หลังจากจับฉลาก ชาวบ้านจะเข้าแถวถวายภัตตาหารเพลตามหมายเลขที่จับได้ บ้างว่า เป็นวาสนาทีไ่ ด้ทำ� บุญด้วยกัน แต่หากพิจารณาอีกด้านก็อาจเป็นอุบาย ไม่ให้เลือกท�ำบุญเฉพาะกับภิกษุรูปใด  เมื่อถวายภัตตาหารเสร็จก็ถึง เวลาเปิดปิ่นโตหยิบส�ำรับมานั่งล้อมวงกินกัน ส�ำรับในเถาปิ่นโตแม้จะ เป็นอาหารบ้านๆ แต่รสชาตินั้นอร่อยระดับภัตตาคาร เพราะชาวบ้าน ตั้งใจท�ำอาหารมาร่วมงานบุญนี้อย่างสุดฝีมือ

๙ ๑๐ ๗

ลุงจ�ำลองอุ้มขนุนลูกโตที่ได้จากผืนดินอันอุดม

บรรยากาศงานบุญสลากภัต ชาวบ้านมาร่วมงานกันเต็มศาลา

ชาวบ้านหิ้วปิ่นโตและทุเรียนพื้นบ้านไปงานสลากภัต

๑๐

สาวสวยแห่ง “นายรอบรู้” สวมชุดผ้าหมักโคลน  ไปงานสลากภัตกับป้าเสงี่ยม

ร่วมอิ่มบุญกันถ้วนหน้าแล้ว หลายคนก็อยู่ร่วมงานรื่นเริงต่อ วงดนตรีกำ� ลังตัง้ เครือ่ งเสียงเตรียมให้ความบันเทิง ขณะพวกเราเตรียม ลาป้ า เสงี่ ย มกลั บ เมื อ งกรุ ง   ก่ อ นกลั บ ผู ้ เ ขี ย นมี โ อกาสพบป้ า ชอบ เจ้าของโฮมสเตย์หลังที่เคยพักครั้งมาเยือนนาต้นจั่นคราวแรก ครั้งนั้น เป็นช่วงมะนาวแพง ป้าชอบเลยให้มะนาวหิว้ กลับบ้านคนละถุงสองถุง พบกันครั้งนี้ป้าชวนไปเก็บผลไม้ที่สวนอีก ความยินดีและความเมตตา ของป้าเช่นที่ปฏิบัติกับลูกหลานท�ำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับมาเยี่ยม ญาติผู้ใหญ่ หนึ่ ง วั น หนึ่ ง คื น ที่ น าต้ น จั่ น เป็ น เพี ย งเวลาสั้ น ๆ แต่ ไ ด้ ก ่ อ เกิ ด “ความผูกพัน” ขึ้นในใจพวกเรา เป็นความทรงจ�ำถึงความอบอุ่นใจ เพลิดเพลินใจ ซึง่ หากจะเปรียบความรูส้ กึ นีก้ บั รสชาติของอาหาร ก็คง เป็นรสกลมกล่อมถูกใจเหมือนรสน�้ำซุปข้าวเปิ๊บนั่นละ !

ติดต่อโฮมสเตย์ บ้านนาต้นจั่น โทร. ๐-๕๕๖๗-๗๒๐๙  ๐๘-๙๔๔๑-๐๔๖๘ กรกฎาคม  ๒๕๕๕

177


แม่หญิงทอผ้าอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน

ผ้าทอบ้านนาต้นจั่น  ห่มสบาย ลายสวย หมักด้วยโคลน เรื่อง : ระพีพร ตันตราภิรมย์ ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

เสียงหุงหาอาหารแข่งกับเสียงไก่ขัน ปลุกให้เราต้องลุกจากที่นอน

นุ่มๆ  นานแล้วที่ไม่ได้นอนอิ่มกับอากาศบริสุทธิ์เช่นนี้  ถ้าได้นอน เอนกายที่บ้านนาต้นจั่นสัก ๑๐ วัน อายุคงยืนขึ้นอีก ๑๐ ปีทีเดียว เสร็จสิ้นภารกิจประจ�ำวัน บรรดาแม่หญิงในหมู่บ้านนาต้นจั่น ก็เข้าประจ�ำที่ ออกแรงถีบ...ถีบ...แล้วก็ถีบ อย่าเข้าใจผิดว่าพวกเธอ ปั่นจักรยานไปไหน หากแต่เป็นการประกอบอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ ให้แก่คนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ใช่แล้ว !  พวกเธอก�ำลัง “ทอผ้า” นั่นเอง ผ้าฝ้ายทอมือบ้านนาต้นจั่นคือภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดมา ตัง้ แต่สมัยปูย่ า่ ตาทวด  ปัจจุบนั มีชอื่ เสียงไปไกล โกอินเตอร์สรู่ ะดับโลก

greentourism

เดินทางไปคว้าต�ำแหน่งอันน่าภาคภูมิใจให้แก่ศูนย์หัตถกรรมบ้าน นาต้นจัน่  (กลุม่ ทอผ้าบ้านนาต้นจัน่ ) มาแล้วหลายต่อหลายรางวัล ซึง่ เอกลักษณ์อันโดดเด่นเลื่องชื่อก็คือ ผ้าทอแต่ละผืนนุ้ม...นุ่มด้วยการ หมักกับโคลน  อย่าเพิ่งท�ำหน้างง ขอบอกอีกครั้งว่า หมักกับโคลน จริงๆ จ้า หลังจากทอผ้าแต่ละผืนเสร็จ แม่หญิงก็จะน�ำผ้าลงแช่ในน�ำ้ โคลน โคลนตามท้องไร่ทอ้ งนานีแ่ หละ น�ำมาร่อนเศษผงเศษหญ้าออกให้หมด ใส่นำ�้ ตามอัตราส่วน แล้วหย่อนผ้าลงไปนอนแช่ ๑ คืน เพือ่ ให้นำ�้ โคลน แทรกซึมไปตามเนื้อผ้า วันรุ่งขึ้นจึงน�ำผ้าไปซักให้สะอาด ก่อนเข้าสู่ ขั้นตอนการย้อม  การให้สีผ้าของที่นี่จะเน้นโทนสีตามธรรมชาติ เช่น

กรกฎาคม  ๒๕๕๕

179


มาเยือนสุโขทัยทัง้ ที ถ้าไม่ได้ลมิ้ ชิมรสก๋วยเตีย๋ วสุโขทัยก็เหมือนมาไม่ถงึ  แต่ครานีก้ ระแส ขุนเดช  ช่างแรงนัก “นายรอบรู้” เลยขอตามหาขุมทรัพย์ที่สุโขทัย บ้านเมืองของขุนเดชกันสักครา เป็น ขุมทรัพย์อันมีค่าส�ำหรับนักชิมมิใช่น้อย ด้วยว่าเป็น “ขุมทรัพย์ความอร่อย”

เวลาน ๐๘.๐๐-๑ ัดชอป โทร.  ๐-๕ ๗.๐๐  น. ๕ ๐๘-๙๘๘ ๖๗-๗๒๐๙ ๕-๑๖๓๙

ชาวบ้านจะน�ำผ้า แช่น�้ำโคลนไว้  ๑ คืน  ถ้าแช่นานกว่านี้ ผ้าจะมีกลิ่นสาบ

เยือนสุโขทัย ตามหา ขุมทรัพย์ความอร่อย

เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

อิ่มอร่อย ในบรรยากาศ บ้านสวน

สีที่ย้อม น�ำมาจากวัสดุธรรมชาติ  เช่น ฝาง มะเกลือ  เปลือกมังคุด ครั่ง มยุรินทร์  สกุลปิยะรัตน์  หรือเจ๊แฮ ผู้พิถีพิถัน ในการปรุง ไม่ว่าน�้ำหรือ แห้งก็ล้วนอร่อยถึงรส ต้นต�ำรับแท้

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเจ๊แฮ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยรสต้นต�ำรับแท้ๆ

กลุ่มทอผ้าส่วนกลาง  รับผ้าทอจากชาวบ้าน มาตัดเย็บเป็น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ   ชาวบ้านกลุ่มนี้ยังมี หน้าที่ท�ำการตลาด และออกแบบลาย ใหม่ๆ ด้วย > ผ้าหมักโคลน  ลายสวย ห่มสบาย

สีมะเกลือ ไม้ฝาง เปลือกมังคุด ครั่ง ใบจั่น เป็นต้น  ส่วนสีที่เป็น เอกลักษณ์ของบ้านนาต้นจั่นก็คือสีสนิม ซึ่งเป็นสีที่ได้จากการผสม ระหว่างครั่งกับมะเกลือนั่นเอง มาถึ ง เรื่ อ งของลวดลาย หากต้ อ งการผ้ า ทอลวดลายอั น เป็ น เอกลักษณ์ของที่นี่ ขอแนะน�ำให้เลือกซื้อลายดอกสารภีและดอกพิกุล หรือหากถูกใจลวดลายสมัยใหม่อย่างลายผักแว่น ลายดอกกุหลาบ ลายดาวกระจาย ลายใยแมงมุม ลายดอกบัว ลายสามมิติ ก็เลือกได้ ตามนิ ย ม  นอกจากนี้ ยั ง มี ล ายแปลกๆ ที่ ค นทอผ้ า ผื น นั้ น เป็ น คน สร้างสรรค์เองอีกด้วย

greentourism

ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือของบ้านนาต้นจั่นมีให้เลือกซื้อหาทั้ง ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อกางเกงส�ำเร็จรูป กระเป๋า และผ้าผืนขาย เป็นเมตรเพือ่ น�ำไปตัดชุด สนนราคาไม่แพงเมือ่ เทียบกับฝีมอื อันประณีต พิถพี ถิ นั  เพราะกว่าจะได้ผา้ แต่ละผืนนัน้  ใช้เวลาทอไม่ตำ�่ กว่า ๑ สัปดาห์ ยิ่งถ้าเป็นลวดลายยากๆ ก็ใช้เวลานับเดือน รู้อย่างนี้แล้วต้องรีบไปเลือกซื้อมาใช้สักผืนสองผืน   นักชอปทั้ง หลายกระซิบดังๆ ให้ได้ยินกันทั่วๆ ว่า “ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น หน้าร้อนนอนห่มเย็นสบาย หน้าหนาวห่มแล้วอุน่ อย่าบอกใคร”  ว้าว ! คุณสมบัติทูอินวันในผืนเดียวอย่างนี้ ไม่ซื้อไม่ได้แล้วนะจะบอกให้

(ถ. จรดวิถีถ่อง อ. เมือง  เปิด ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.   โทร. ๐-๕๕๖๑-๑๙๐๑, ๐๘-๖๒๑๗-๗๓๒๓) เมืองสุโขทัยมีร้านก๋วยเตี๋ยวรสต้นต�ำรับแท้ๆ เต็มไปหมด ถ้าไม่รู้จะ เลือ���ร้านไหน ขอแนะน�ำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยเจ๊แฮ “ที่จอดรถสะดวก อาหารสะอาด บริการรวดเร็ว” คือสโลแกนของ ร้าน นอกจากนี้เขายังมีสโลแกนประจ�ำใจว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” เพราะ ฉะนั้นร้านนี้จึงครองใจลูกค้าไปเสียทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือ รสชาติของก๋วยเตี๋ยว อร่อย สะอาด รับรองไม่ผิดหวัง เครือ่ งเคราทีใ่ ส่มาในชามก๋วยเตีย๋ ว ไม่วา่ จะเป็นหมูแดง หมูสบั  หรือ หนังหมู ทางร้านท�ำเองด้วยความพิถพี ถิ นั และเอาใจใส่ รวมไปถึงการปรุง และเตรียมเครื่องอื่น  อย่างถั่วฝักยาวก็ต้องซอยบางๆ  ไชโป๊ต้องสับ ละเอียด ผักชีใบยาวต้องซอยถี่ๆ  ถั่วลิสงต้องคั่วบดเอง น�้ำตาลต้องเป็น น�ำ้ ตาลปีบ๊  น�ำ้ มะนาวต้องคัน้ จากมะนาวสด และตัวหลักคือเส้นบะหมีน่ นั้ เขาก็ทำ� เองสดใหม่ทกุ วัน แถมแคบหมูทเี่ คีย้ วกรุบกรอบปราศจากกลิน่ หืน นั่นก็ไม่พ้นฝีมือของคนในร้าน  ความละเอียดประดามีท�ำให้ได้ก๋วยเตี๋ยว รสชาติหวานหอมตามแบบฉบับคนสุโขทัย โดยเพิม่ ความจัดจ้านด้วยพริก คั่วบดเอง เพียงเท่านี้ก็อร่อยล�้ำแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม นอกจากก๋ ว ยเตี๋ ย วต� ำ รั บ สุ โ ขทั ย  ยั ง มี ก ๋ ว ยเตี๋ ย วต้ ม ย� ำ ซี่ โ ครงหมู ก๋วยเตี๋ยวต้มย�ำลูกชิ้นปลาทะเล ก๋วยเตี๋ยวต้มย�ำกระดูกหมูตุ๋นยาจีน ผัดไทย ขนมเบื้องญวน และข้าวแกง ให้เลือกอิ่มอร่อย

ก๋วยเตีย๋ วสุโขทัยบ้านคุณยาย สบายๆ สไตล์บา้ นสวน

(ตรงข้ามวัดหาดเสี้ยว ซ. เทศบาล ๑๒  อ. ศรีสัชนาลัย   เปิด ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. หยุดทุกวันอาทิตย์  โทร. ๐๘-๙๔๓๗-๙๐๔๗) ขยั บ มาตามหาของอร่ อ ยกั น ต่ อ ที่ เ มื อ งศรี สั ช นาลั ย   เมื อ งนี้ มี ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยในร้านสไตล์บ้านสวนให้ลิ้มลอง เป็นร้านที่เพิ่งเปิดมา ปีกว่าๆ อาจหายากสักนิด แต่เมื่อไปถึงแล้วรับประกันว่าจะต้องติดใจ ด้วยบรรยากาศร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนหย่อมร่มรื่น และตกแต่ง ภายในร้านได้อย่างน่ารัก  โต๊ะบางตัวก็แปรสภาพมาจากจักรหลังเก่า ให้ลูกค้าเลือกนั่งบริหารเท้าเพลินๆ  ฝาผนังที่ท�ำเป็นระแนงไม้รอบด้าน ก็ช่วยให้อากาศในร้านปลอดโปร่งเย็นสบาย แม้เครื่องเคราหลากหลายในชามก๋วยเตี๋ยว จะไม่ใช่สตู รต้นต�ำรับสุโขทัยแท้ แต่รสชาตินนั้ ยังคงหวานหอมตามต�ำรับสุโขทัย คุณจะ สั่งก๋วยเตี๋ยวน�้ำหรือแห้งก็ได้ มากินคู่เกี๊ยว ทอดกรอบๆ ไม่อมน�้ำมัน แค่นี้ก็อร่อยล�้ำ ทางร้านยังมีอาหารจานเดียวอย่างผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ข้าวคลุกกะปิ สุกียากี้ ให้สั่งมาเสริม ทัพจนพุงกาง  น�้ำผลไม้ ชา กาแฟ ขนมหวาน ก็มใี ห้สงั่ อีก  เรียกว่าอร่อยแบบวันสต็อป ทัง้ คาว ทั้งหวาน แถมได้นั่งผ่อนคลายเหมือนอยู่ใน สวนหลังบ้าน และราคาสบายกระเป๋า


Nature L❤ ove Note

ร้านป้าทรง อร่อยจัดจ้าน ราคาโดนใจ

(ถนนสายสวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย อ. ศรีสัชนาลัย   เปิด ๑๐.๐๐-๒๐.๐๐ น. หยุดทุกวันอาทิตย์  โทร. ๐-๕๕๖๗-๒๕๑๔, ๐๘-๓๘๗๕-๐๗๑๔, ๐๘-๔๙๕๑-๗๗๗๔)

ร้านธรรมดาบรรยากาศไม่เลิศหรู แต่ชาวศรีสัชนาลัยต่างแนะน�ำให้ มาลิ้มลองสารพัดเมนูที่ร้าน “ป้าทรงซาว” ค�ำเรียกขาน “ป้าทรงซาว” มาจากเมื่อแรกเริ่มที่ป้าทรงขายอาหาร ตามสัง่ ในราคาเพียง ๒๐ บาท (๒๐ ภาษาเหนืออ่านว่าซาว) ในร้านทีเ่ ป็น เพิงเล็กๆ หน้าบ้าน  ด้วยรสชาติเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า จึงขายดิบ ขายดีจนขยับขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้นแล้วเปิดเป็นร้านอาหาร ส่วนราคาแม้ จะขยับขึ้นแต่ก็เพียงเล็กน้อยตามราคาข้าวของที่แพงขึ้นเท่านั้น จึงยังถูก จัดอันดับให้เป็นร้านที่ “อร่อยจัดจ้าน ราคาโดนใจ” อยู่ เมนูแนะน�ำของร้านนีส้ ำ� หรับ “นายรอบรู”้  นัน้ ตัดสินใจค่อนข้างยาก เพราะป้าทรงมือเที่ยงปรุงอร่อยทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเราเลยจัดหนักให้ ด้วยเมนูรสจัดๆ อย่างส้มต�ำยอดมะพร้าว  ป้าใช้ยอดมะพร้าวอ่อนๆ สับเหมือนมะละกอ น�ำมาต�ำรสจัดจ้าน แต่ยอดมะพร้าวเคี้ยวได้กรอบ หอมกว่ามะละกอ  ย�ำยอดมะพร้าวอ่อน น�้ำย�ำรสจัดเผ็ดพริกขี้หนูสวน ใส่กุ้ง หมึก หมูสับ ได้อร่อยเข้ากัน  ผัดเผ็ดปลากดคัง อร่อยถึงเครื่อง ปลาคังซือ้ สดๆ ทุกวันจากชาวบ้าน หัน่ ชิน้ พอดีคำ� แล้วทอดจนเหลืองกรอบ ผัดกับพริกแกงเผ็ดทีป่ า้ ต�ำเอง ทัง้ หอมฉุนทัง้ เผ็ดสะใจ  หรือใครอยากซด ของร้อนๆ ให้เลือกสั่งต้มย�ำปลากดคัง รับรองได้ซดของเผ็ดร้อนถูกใจ เพราะป้าทรงใส่สมุนไพรมาหลายชนิด  ทุกเมนูทเี่ อ่ยมานีก้ นิ กันอิม่ อร่อย ในราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท

๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕

โลกเหมือนจะหมุนเร็วจี๋ขึ้นเรื่อย ๆ และธรรมชาติก็เหมือนยิ่งห่างเราไปทุกที    ภาพวาดง่าย ๆ แต่งดงามในสมุดบันทึกของใครบางคน ช่วยหยุดเราไว้ในความสงบของยามเช้า  และความรื่นรมย์ของสรรพชีวิต...บางทีนี่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณอยากใช้เวลา กับธรรมชาติมากขึ้นสักนิดก็ยังดี 

“ป้าทรงซาว” ผู้อยู่เบื้องหลัง ความอร่อยราคาย่อมเยา ร้านโปร่งโล่งนั่งสบาย ผัดเผ็ดปลากดคัง อร่อยถึงเครื่อง ย�ำยอดมะพร้าวอ่อน  เผ็ดพริกขี้หนูสวน หวานยอดมะพร้าว กุ้ง หมึก หมู ต้มย�ำปลากดคัง  เมนูยอดฮิตประจ�ำร้าน

ร้านศรีคอฟฟี่ ตกแต่งด้วยของสะสมมากมาย ชาเขียวปั่นสูตรเฉพาะ อร่อยกลมกล่อม

ศรีคอฟฟี่ ดื่มด�่ำกาแฟไทยในร้านเก๋ริมทาง (ถนนสายศรีสัชนาลัย-เด่นชัย อ. ศรีสัชนาลัย   เปิด ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.  โทร. ๐๘-๑๗๘๕-๔๔๐๖) ปิดทริปความอร่อยที่ร้านกาแฟเก๋ๆ ในตัวเมืองศรีสัชนาลัย  ร้านนี้ น�ำของเก่าของสะสมอย่างตะเกียงเจ้าพายุ เครื่องเคลือบโบราณ เตารีด โบราณ วิทยุทรานซิสเตอร์ หีบไม้สกั โบราณ รวมถึงผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ มาจัดเรียงไว้ในตู้กระจกใสใบเก่าให้ชมชอปกันตามรสนิยม ร้านศรีคอฟฟีม่ ที นี่ งั่ มุมเก๋หน้าร้านให้นงั่ ดืม่ ด�่ำรสชาติกลมกล่อมจาก กาแฟหอมกรุ่น ซึ่งเป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้าส่งตรงมาจากภาคเหนือของ เรานี่เอง  หากชอบกาแฟรสเข้มให้สั่งเอสเปรสโซร้อนมาดื่ม แต่ถ้าชอบ กาแฟรสนุ่ม ขอแนะน�ำคาปูชิโนคาราเมล เพียงจิบแรกก็สัมผัสถึงรสนุ่ม กลมกล่อมแทรกความหวานของคาราเมลแล้ว  นอกจากนีย้ งั มีชาเขียวปัน่ สูตรเฉพาะ ที่ไม่ว่าใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ

greentourism

ภาพบันทึกนี้เขียนไว้เมื่อสองปีที่แล้ว (๒๕๕๓) ตอนไปน�้ำตกโกรกอีดก จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าดงพญาเย็น  ที่นั่นผมได้ส�ำรวจและเฝ้าดูพฤติกรรมต่าง ๆ ของแมลงปอ เช่น การผสมพันธุ์ที่มันจะเกาะกันเป็นรูปหัวใจ  แต่นอกจากการ  ดูพฤติกรรมแล้ว ที่ส�ำคัญคือได้รู้ว่าแถวนั้นเราเจอแมลงปอพันธุ์อะไรบ้าง ท�ำให้รู้ว่าแหล่งน�้ำนั้นมีคุณภาพน�้ำดีหรือไม่  เพราะแมลงปอแต่ละชนิด เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของแหล่งน�้ำ  หลังจากกลับมาผมก็วาดรูปบันทึกข้อมูลของแมลงปอที่เจอเอาไว้   การบันทึกประสบการณ์โดยการวาดรูป  แม้จะยุ่งยากกว่าการถ่ายรูป แต่มันท�ำให้เราจดจ�ำความรู้สึกประทับใจนั้น แบบที่ภาพถ่ายให้ไม่ได้…”

เด็กชายดล สังวรเวชภัณฑ์ กลุ่มครอบครัวควบกล�้ำธรรมชาติ

กรกฎาคม  ๒๕๕๕

183


Green tourism Sukhothai