Issuu on Google+

50PansaMag Vol.2 Mar.10 Unseen50pansa…p.2 คุณรูจัก “อูมามิ” หรือยัง?...p.5 Easy English Clinic…p.8 HAP…p.10 ของฝากจากศูนยคุณภาพ...p.18 เรื่องเลาชาว50…p.20 Delirium…p.22 วารสารประจําโรงพยาบาล ๕๐พรรษามหาวชิราลงกรณ


สวัสดีชาว 50พรรษาฯทุกทานครับ กลั บ มาพบกั น อี ก ครั้ ง กั บ 50pansa.Mag.เล ม 2 ซึ่ ง กว า จะคลอด ออกมาไดก็ทุลักทุเลพอสมควร เนื่องมาจากทีมงานทุกทานตางก็มีภารกิจรัด ตัว ทั้งงานประจํา ทั้งงานพั ฒนาคุ ณ ภาพทั้ง งานบั นเทิ ง ฯลฯ ทําใหก ว า วารสารเลมนี้กวาจะถึงมือทานผูอานก็คงจะลวงเลยเขาตนเดือนเมษายนแลว ชวงตนเดือนมีคนเลาใหผมฟงวาในวันที่ประชุมทีมบริหารฝาย การฯ (คงไมตองบอกวาการอะไรนะครับ) หลังจากที่ครบองคประชุม หัวหนาฝายก็ กลาวเปดการประชุมวา “เอา...ทุกคน พนมมือ” ทีมงานอึ้งกิมกี่กันไปชั่วอึดใจ แตก็พนมมือแลวก็เริ่มสวดมนต “อะระหังสัมมา...” ไปจน “อิติปโส...” จนจบ ชุดใหญ จากนั้นจึงคอยเริ่มประชุม เรื่องนี้เปนเรื่องที่เลากันขําๆนะครับ และผมก็ไมไดตรวจสอบวาจริง เท็จอยางไร ตอนฟงก็ขําจริงๆ ซะดวย แตเรื่องนี้ (ถาเกิดขึ้นจริง) นับวาเปน การนําเอากิจกรรมที่พัฒนาจิตวิญญาณเขามาประสานใหกลมกลืนไปกับงาน ประจํา (แตครั้งแรกมันก็ตองไมกลมกลืนแหละ ถาทําไปสักสามสี่ครั้งเราก็จะ รูสึกกลมกลืนเอง) และถือวาเปนความคิดสรางสรรค (ผมไมเคยไดยินที่ไหน ทํามากอน) ที่ดูเขากับบริบทของโรงพยาบาลสงฆอยางมาก หลัง จากไดฟง เรื่ อ งนี้ ผ มก็ คิ ด ถึ ง เรื่ อ งที่ เ คยอ า นเจอในหนั ง สื อ เล ม หนึ่ ง จะขอสํ า เนา (บางสวน) มาเลาใหฟงครับ


หมอยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ กรมสุขภาพจิต ไดพูดถึงแนวคิดที่จะ นํากิจกรรมที่ชว ยพัฒนาจิตวิญญาณอยางงายๆ มาสอดแทรกลงในงาน ประจํา เชน  ความสงบ 1 นาที เมื่อทํางานไป 1 ชั่ว โมง จะเปดเพลง “ลม หายใจเขา ลมหายใจออก” เปนเวลา 1 นาที คนก็จะไดพักอยูกับ ลมหายใจสัก 1 นาที แลวคอยทํางานตอ  Brief-in, brief-out ตอนที่พยาบาลจะผลัดเวรกัน คนออกก็จะสรุป สั้นๆ คนละ 1 นาที วาวันนี้เจออะไรหนัก ๆ มาบาง เจออะไรที่ ภาคภูมิใจบาง เพื่อจะไดไมเอาเรื่องหนักๆ ที่ไมแลวใจกลับไปบาน กลับไปทํารายคนในครอบครัว (ผมเขาใจวาการระบายนี้เราทํา กันอยูแลวตอนสงเวร แตเรื่องที่ภาคภูมิใจอาจไมคอยไดเลากัน ) แลวก็สรุปสั้นๆ วาจะฝากอะไรใหเวรถัดไป นี่เปนเพียงตัวอยางซึ่งผมเห็นวาคลายคลึงกับกิจกรรมที่เราทํากันใน ประชุมของฝายการฯ ครับ จึงยกมาเลาใหฟง สวนกิจกรรมทํานองนี้ที่นาจะ เป น ที่ รูจั ก ก็ คือ การที่ อยู ๆ พนัก งานในร า น MK.สุ กี้ ออกมาตั้ ง แถวกาย บริหารกันอยางเปนจริงเปนจัง 1 นาที เสร็จแลวก็แยกยายกันไปทํางานตอ เหมือนไมมีอะไรเกิดขึ้น พวกเรายังไมแ กค รับ (อาจจะอายุเยอะ แตใ จยังไมแ กนะครับ ) ยัง ทดลองอะไรไดอีกเยอะ ใครคิดอะไรดีๆไดไมตองอายครับ ลองชักชวนพี่ๆ น อ งๆ หรื อ หั ว หน า มาร ว มวงครั บ ผมเชื่ อ ว า จะเกิ ด อะไรดี ๆ ขึ้ น ใน โรงพยาบาล 50พรรษาฯ ของเราอีกเยอะครับ

บุญรักษาครับ หมอติ๋ม, 30มี.ค.53


Unseen 50Pansa พาดูของดีโดย...รุงทิพย สวัสดีทานผูอานทุกทานคะ หลังจากเปดตัววารสารฉบับปฐมฤกษไปแลว ถาทานผูอานมีขอติชมสามารถเสนอแนะมาไดเลย ทีมงานนอมรับคําติชมทุกเรื่อง คะ ฉบับที่แลวดิฉันไดเสนอ CQI ของหอผูปวยในคฤหัสถไปแลว ฉบับนี้หอ ผูปวยในบรรพชิตไมยอมนอยหนา ขอเสนอนวัตกรรมที่เรียบงาย แตสรางสรรค และกําเนิดมาจากกระบวนการแกปญหาที่พบในงานประจําโดยแทจริง ฉบับนี้ดิฉันภูมิใจนําเสนอ “ปรอทมหัศจรรย” (เห็น IC มีลูกดิ่งมหัศจรรย เลยเอาบาง)


หอผูปวยในบรรพชิตมีปญหาปรอทวัดไขมักจะหลนแตกเปนจํานวนมาก เรียกวาแตกกันทุกวัน อยางนอยวันละอันสองอัน เดือนหนี่ง ๆ ตองเบิกปรอทมา เพิ่มอยางนอยสามสี่สิบอัน เมื่อนําปญหามาพิจารณาก็พบวา ปรอทวัดไขมักจะ แตกในชวงที่เจาหนาที่เอาปรอทไปเสีย บไวที่รัก แรผูปวย ในชวงที่ตองรอเวลา หลายนาทีนั้น เปนไปไมไดที่จะไปนั่งเฝาผูปวยทุกคน จึงพบวาปรอทหลนแตกใน กิจกรรมนี้เปนจํานวนมาก ทีมงานในหอผูปวยบรรพชิตจึงคิด “ปรอทมหัศจรรย” ขึ้น โดยดัดแปลง เอาสาย suction ที่ไมใ ชแ ลว และคลิป ดําหนีบ กระดาษ ซึ่ง ซื้อหาได งาย มา ประกอบเขากับปรอทวัดไข ทําใหเวลาวัดไข ก็เพียงแคเอาคลิปหนีบไวกับคอเสื้อ ผูปวย ชวยไมใหปรอทหลนแตกในกิจกรรมวัดไขได และหลังจากที่นํา นวัตกรรม นี้มาใช หอผูปวยบรรพชิตก็แทบไมมีปรอทแตกอีกเลย

ปรอทมหัศจรรย


สาย suction ปรอทวัดไข

คลิปดําหนีบ เสียบปรอทวัด ไข

หนีบคลิป ไวกับปกเสื้อ

เปนอยางไรบางคะสําหรับ นวัต กรรมที่เ รีย บงายแตสรางสรรคและเปน ประโยชนอยางยิ่ง โอกาสหนาดิฉันจะนําเสนองานพัฒนาคุณภาพของหนวยงาน ใดนั้นก็ขอใหทานผูอานคอยติดตามนะคะ อาจจะเปนเรื่องดีๆในหนวยงานของ ทานก็ไดใครจะรู รักเชนเคยคะ


คุณรูจัก อูมามิ หรือยัง?

By A-O-I แหม…ทุกวันนี้ไปทางไหนก็ไดยินแตโฆษณา อูมามิ อูมามิ แปลวา รสอรอย กลมกลอม เปนรสชาติที่ 5 เพิ่มจาก เปรี้ยว หวาน เค็ม ขม จนบรรดาแฟนไมแนใจ แลวใชไหมคา วานี่เปนเรื่องจริงหรือเปนแคโฆษณา เดี๊ยนจะมาชี้แจงแถลงไขใหแฟนๆ ไดรูจริงเองคา ในฐานะที่เปนชาวสา’สุขดวยกัน “อูมามิ” เรื่องจริง หรือแตงขึ้นเพื่อโฆษณา

อูมามิ (umami) เปนรสชาติของกลูตาเมตอิสระ หนึ่งในกรดอะมิโนซึ่งเปน สวนประกอบของโปรตีนที่พบไดตามธรรมชาติ ซึ่งมาจากคําวา อุไม (umai) ที่แปลวา อรอย และคําวา มิ (mi) ที่แปลวาแกนแท สรุปวา อูมามิ เปนเรื่องจริงนะคา...


ใครเปนผูคนพบ “อูมามิ” ศ.ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ นักวิทยาศาสตรชาวญี่ปุนสังเกตวาซุปชนิดหนึ่งของ ญี่ ปุ น ที่ ถื อ ได ว า เป น เคล็ ด ลั บ ความอร อ ยของญี่ ปุ น ทํ า จากสาหร า ยทะเลคมบุ (Laminaria japonica) ทําใหเขาเกิดความสนใจวาในสาหรายคมบุจะตองมีสารที่ทําให เกิดรสชาติอรอย จนกระทั่งป ค.ศ.1908 ดร.อิเคดะ ก็ประสบความสําเร็จในการสกัด กลูตาเมต จากสาหรายคมบุ ซึ่งเชื่อวาเปนสารที่ทําใหเกิดรสชาติอรอย ที่ไมเหมือนกับ รสเปรี้ยว หวาน เค็ม ขม แตกวาจะไดรับการยอมรับจากสากลวาเปนรสชาติที่ 5 ก็ปา เขาไปป 1980 และกวาจะมีการคนพบตัวรับรส (taste receptor) ที่จําเพาะตอรสอูมา มิ ก็ลวงเขาไปป 2000 เฮอ...ผานไปเกือบรอยปกวาอูมามิจะไดรับการยอมรับอยางเปนทางการ (เดี๊ยน เหนื่อยแทน)

(ยวา) สาหราย คมบุ (ซาย) ศ.ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ


อาหารอะไรบางที่ “อูมามิ” กลูตาเมตเปนองคประกอบของโปรตีนทั่วไป ซึ่งเมื่อเกิดการยอยสลายของ โปรตีน เชน การหมัก การบม การสุก งอมของผักผลไม การทํา ใหสุก จะทําใหเกิด กลูตาเมตอิสระขึ้น เปนแหลงของรสชาติอูมามิ ยกตัวอยางเชน น้ําปลา, ซีอิ๊ว, โชยุ ฯลฯ (เดี๊ยนเขาใจวาปลาราก็ดวยละคะ) แลว “อูมามิ” เกี่ยว’ไรกะผงชูรส ผงชูรสนั้นก็คือ โมโนโซเดียม “กลูตาเมต” นั่นเอง ซึ่งแตตน ดร.อิเคดะ ไดจด สิทธิบัตรการผลิตและใชสารนี้เปนวัตถุปรุงแตงรสอาหารชนิดใหมเพื่อบรรเทาปญหาทุพ โภชนาการของญี่ปุนในสมัยนั้นจากภาวะหลังสงครามโลก แตตอมาก็มีการผลิตใน ระดับอุตสาหกรรมเพื่อจําหนายใหใชกันทั่วไปนั่นเองคา... ตอนนี้แฟนๆ ของเดี๊ยนก็คงทราบกันแลวนะคะ วา “อูมามิ” เปนเรื่องจริงไมใช อิงนิยาย เวลามีคนถามก็จะไดรูวานี่เปนรสชาติที่ 5 จริงๆ นะจะ


E@SY ENGLISH CLINIC Dr.Cham

ฉบั บ นี้ ดิ ฉัน คงจะต อ งขอกลา วถึ ง การพูด หรื อ การใช ภ าษาอั ง กฤษในการตรวจ รางกาย เนื่องจากการตรวจรางกายมีหลายระบบ ในฉบับนี้ผูเขียนก็คงตองขอกลาวถึง การ ตรวจรางกายโดยทั่วไป รวมทั้งการตรวจระบบทางเดินหายใจ ซึ่งพบบอยใน OPD Case วิธีขอตรวจหรือขอใหปฏิบัติตามคําสั่ง มีหลายแบบ เชน 1. เปนการขอรอง : ใช Could you please.. หรือ Can you….? ใชในรูปประโยคคําถามคะ 2. ประโยคบอกเลา : Let me … 3. ประโยคคําสั่ง (มักจะใชกริยานําหนา) เชน Breathe in and out (หายใจเขา-ออก) ตัวอยางการใชรูปแบบประโยคดังที่กลาวขางตน หมอขอตรวจรางกายคุณไดไหมคะ/ ครับ  Can I please examine you ?  May I examine you ? ชวยขึ้นบนเตียงตรวจและนอนลงคะ/ ครับ  Can you please get on couch and lie down ? ขอดูหนอยคะ/ ครับ  Let me have a look….(เปนประโยคบอกเลา) มองขึ้นคะ/ ครับ  Look up please (เปนประโยคคําสั่ง)


เมื่อตองการตรวจ Vital sign ผูปวย “ขอวัดความดัน”  Can I take you blood pressures please? “จับชีพจร”  Let me check your pulse “วัดไข”  Can I take you temperature “วัดการหายใจ”  Let me check you respiration หรือ  Let me check you Breathing การขอตรวจระบบทางเดินหายใจ “อาปากกวาง”  Open your mouth wide. “แลบลิ้นออกมา”  Stick your tongue out. “ขอหมอฟงปอดคุณหนอยคะ/ ครับ”  Let me listen to your Lung. “หายใจเขา-ออก ลึกๆ”  Please take deep breaths in and out. “พูดตามหมอ 1,2,3”  Please you say follow me, one, two, three. ฉบั บ นี้ ขอพู ด เท า นี้ กอ นนะคะ ฉบั บ หน า ดิ ฉัน จะพูด ถึ งระบบทางเดิน อาหารและ ทางเดินปสสาวะคะ อดใจรอหนอยนะคะ พบกันใหมฉบับหนาคะ - See you again ka…


Hospital-acquired pneumonia

By ICN ความหมาย ปอดอัก เสบในโรงพยาบาล (Hospital Acquired Pneumonia [HAP]) หมายถึ ง ปอดอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลังจากผูปวยเขารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกวา 48 ชั่วโมง โดยผูปวยไมไดรับเครื่องชวยหายใจ ความสําคัญของปญหา ปอดอักเสบในโรงพยาบาล(Hospital Acquired Pneumonia [HAP]) เปนปญหาที่ พบบ อ ยในโรงพยาบาล พบเป น อั น ดั บ สอง (ประมาณร อ ยละ 15-20) ของการติ ด เชื้ อ ใน โรงพยาบาลรองจากการติ ด เชื้ อ ระบบทางเดิ น ป ส สาวะ (มนู ญ ลี เ ชวงวงศ , 2544; Strausbaugh, 2000)


ขอมูลการเกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาล๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ อัตราการเกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาลในปงบประมาณ 2553 คิดเปน 0.56 ครั้ง ตอ 1,000 วันนอนซึ่งพบเปนครั้งแรกแตมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นไดเนื่องจากมีผูปวยกลุมเสี่ยงต อ การปอดอักเสบในโรงพยาบาลมากขึ้น

ผลกระทบของปอดอักเสบในโรงพยาบาล การเกิ ด ปอดอั ก เสบในโรงพยาบาลก อ ให เ กิ ด ผลกระทบทั้ ง ต อ ผู ป ว ย ครอบครั ว บุคลากร โรงพยาบาลและประเทศ ดังนี้ 1. ผลกระทบตอผูปวย 1.1 อัตราตาย จากการศึกษาในประเทศไทยพบวาการติดเชื้อในรงพยาบาลเปนการ ติดเชื้อที่รุนแรงมีอัตราตายสูงถึงรอยละ 20-25 1.2 ระยะเวลานอนโรงพยาบาล ผูปวยปอดอักเสบตองนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล น า น 4-21 วั น ( ธี ร พ ง ษ ตั ณ ฑ วิ เ ชี ย ร ,2546,Blake,1999,Rosenthal,Guzman,&Satdar,2005) 1.3 คาใชจายในการรักษาพยาบาล ผูปวยที่เกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาลตองเสีย คาใชจ ายในการรั กษา 55,344 บาทตอราย(วีรยุทธ โฆษิต สกุลชั ย,2545)และ เสียคายาตานจุลชีพ 22,672 บาทตอการเกิดปอดอักเสบ 1 ครั้ง(เทพนิมิตร จุ แดง,2545) 1.4 ผลกระทบทางด านจิต ใจ ผูป วยได รับ ความเจ็บ ปวดและทุ กข ทรมานจากการ เจ็บปวย มีความวิตกกังวลและมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น 2. ผลกระทบตอครอบครัว การที่ผูปวยตองนอนโรงพยาบาลนานขึ้น ทําใหญาติเกิดความวิตกกังวลมากขึ้น นอกจากนี้ญาติตองใชเวลาในการมาดูแลเยี่ยมผูปวย ทําใหขาดงาน ขาดรายได และ ตองเสียคาใชจายเพิ่มจากการเดินทางมาเยี่ยม และคาใชจายอื่นๆขณะดูแลผูปวยใน


โรงพยาบาล และหากผูปวยเสียชีวิตก็จะกอใหเกิดการสูญเสียดานจิตใจแกครอบครัว และญาติ(Bartlett,2000) 3. ผลกระทบตอโรงพยาบาลและประเทศชาติ เมื่อผูป วยที่เ กิดปอดอักเสบในโรงพยาบาล บุคลากรของโรงพยาบาลต องดูแ ล ผูปว ยใกลชิ ด ทํ าให มีภ าระงานเพิ่ มขึ้น ต องเรงรี บทํ างาน ทํ าใหมีโ อกาสเกิดความ ผิดพลาดและอาจสงผลทําใหเกิดการแพรกระจายเชื้อเพิ่ม ความเสี่ยงตอการเกิดปอด อักเสบในผูปวยได นอกจากนี้ยังทําใหโรงพยาบาลมีอัตราการครองเตียงสูงขึ้น และ ส ง ผลถึ ง ชื่ อ เสี ย งของโรงพยาบาล ประชาชนขาดศรั ท ธา และอาจมี ป ญหาด า น กฎหมาย เกิดการฟองรองขึ้นได นอกจากนี้โรงพยาบาลและรัฐยังตองเสียคาใชจาย ในการรักษาผูปวยที่เกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น(Bartlett, 2000)

สาเหตุและปจจัยของการเกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาล 1. ป จ จั ย ด า นบุ ค คล ได แ ก ภาวะเจ็ บ ป ว ย ภาวะทุ พ โภชนาการ การสํ า ลั ก ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน อายุ โรคประจําตัวของผูปวย การไดรับ ยาลดกรด ยาสเตียรอยด การไดรับยาตานจุลชีพเปนเวลานาน การไดรับการผาตัด และการสูบบุหรี่เปนประจํา 2. ปจจัย ดานเชื้อ กอ โรค พบได ทั้ง เชื้ อแบคทีเ รีย ไวรั สและเชื้ อรา ซึ่ง สว นมากปอด อักเสบมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ รูปแทง เชน Pseudomonas aeruginosa , Klebsilla pneumonaie เปนตน 3. ปจจัยดานสิ่งแวดลอม หมายถึง สิ่งตางๆที่อยูรอบตัวผูป วยและมีอิทธิพ ลการติ ด เชื้อทั้งที่มีชีวิตและไมมีชีวิตไดแก อุปกรณ เครื่องมือ การปฏิบัติของบุคลากรเชน การ ทําความสะอาดมือ การดูดเสมหะ การใหอาหารทางสายยาง เปนตน


แนวปฏิบัติทางคลินิกในการปองกันปอดอักเสบในโรงพยาบาล ผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการเกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาล ไดแก ผูปวยที่มีปญหา ระบบประสาท ผูปวยที่ไดรับการผาตัด ผูปวยสูงอายุ การปองกันปอดอักเสบในโรงพยาบาล ประกอบดวยกิจกรรมสําคัญคือ 1. การจัดทานอน 2. การใหอาหารทางสายยาง 3. การปอนอาหาร 4. การทําความสะอาดปากและฟน 5. การดูดเสมหะในผูปวยที่ไมไดใสทอชวยหายใจ 6. การปองกันปอดอักเสบหลังผาตัด 7. การทํากายภาพบําบัดทรวง


การจัดทานอน  ผูปวยที่ชวยเหลือตัวเองไมไดและไมไดรับเครื่องชวยหายใจ ใหนอนตะแคงกึ่งคว่ํา เพื่อให เสมหะไหลออก และปองกันการตกกลับของลิ้น ปดทางเดินหายใจ (IA)  พลิกตัวผูปวยทุก 2 ชั่วโมงเปนอยางนอย เพื่อไมใหมีการคั่งของเสมหะที่ปอดขางใดขาง หนึ่ง  ในกรณี ผูป วยเปน อัม พาตครึ่ ง ซีก จั ด ให นอนศีรษะสู ง เพื่ อ ปอ งกั น การสํ า ลัก เสมหะใน ลําคอ (II)  กรณีที่ผูปวยสามารถนั่งได กระตุน ใหลุกนั่ง เพื่อไมใหเสมหะคั่งคาง (II)

นวัตกรรม “ลูกดิ่งมหัศจรรย” เพื่ อ อํ า นวยความสะดวกในการปรั บ ระดั บ เตี ย งของผู ป ว ยให ไ ด มุ ม องศาตาม มาตรฐานคือ 30-45 องศา ไดทันที เพีย งหมุนระดับหัวเตียงที่ปลายเตียง หากกระดิ่งที่หั ว เตียงตรงกับแถบสีแดงแสดงวาระดับหัวเตียงต่ํากวา 30 องศา หากตรงกับแถบสีเหลืองแสดง


วาระดับหัวเตียงอยูใน 30-45 องศา และหากตรงกับแถบสีเขียวแสดงวาระดับหัวเตียงมากกวา 45 องศา ซึ่งไดแนวคิดมาจาก นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการพยาบาลควบคุมการติดเชื้อ รุน 14 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม มาดัดแปลงเพื่อความสะดวกในการบอกขนาดมุม ขั้นตอนการทํา 1. ตัดกระดาษแข็งเปนครึ่งวงกลม 2. นําสติกเกอร ตัดเปนรูปสามเหลี่ยมใหไดขนาดมุม 90 องศา 30 องศา 15 องศา และ45 องศา โดยใชสีตางกัน และนําไปติดบนกระดาษแข็งครึ่งวงกลม โดยเริ่ม จากสติกเกอรขนาดมุม 90 องศา 30 องศา 15 องศา และ45 องศา ตามลําดับ

3. รอยลูกกระดิ่งกับเชือกยาว 10-12 เซนติเมตรแลวนําเชือกไปติดตรงจุดศูนยกลาง ของครึ่งวงกลม

4. ติดกระดาษกาว 2 หนาที่ดานหลังของครึ่งวงกลมไวเพื่อใชติดกับขอบเตียงผูปวย


5. นําลูกดิ่งมหัศจรรย ไปติดที่ขอบเตียงโดยจัดใหเตียงอยูในแนวราบกอนเพื่อใหลูกดิ่ง ตกตรงมุม 90 องศาแลวปรับหัวเตียงใหทํามุม 30-45 องศาเมื่อใหการพยาบาลกับ ผูปวยเชนการใหอาหารทางสายยาง

ยั ง ไม จ บนะคะ พบกั บ ”แนวปฏิ บั ติ ท างคลิ นิ ก ในการป อ งกั น ปอดอั ก เสบใน โรงพยาบาล” ตอฉบับหนาคะ

To be continue…


เรื่องเลาชาว50 โดย ผูอานทางบาน ณ ห อ งฉี ด ยา หรื อ ห อ งปฐมพยาบาล เบอร 6 หลายทานอาจจะยังไมทราบวาอยูสวน ไหนของ รพ. มีหนาที่ทําอะไรบาง ขอแนะนําตัวคะ ดิฉัน ชมัยพร

ศิริ

โรจนธนสาร พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ เปน ผูรับผิดชอบปฏิบัติงานอยูหองฉีดยา ซึ่งเปนสวน หนึ่งของตึกผูปวยนอก (OPD) ซึ่งทุกวันจะมีผูมา รับ บริก ารมากมายหลายอยาง ทั้ง ฉีด ยาผูปวย ตรวจอัลตราซาวน วัดความดันลูกตา เช็ดตัวลด ไข วัดสายตา ลงทะเบียนนอนโรงพยาบาล

และแล ว วั น หนึ่ ง มี คุ ณ ยาย อายุ 67 ป รู ป ร า งสั น ทั ด ท า ทาง ทะมัดทะแมง ไดเดินเขามายื่นบัตรผูปวยให บอกวาคุณหมอหองตรวจใหยายมา วัดสายตา คะ คุณยาย ดิฉันรีบตอบรับและนําบัตรไวเพื่อลงทะเบียน แลวบอกให คุณยายทราบวาจะทําอะไร โดยบอกใหยายยืนที่ตําแหนงระยะหาง 6 เมตร ตก


ลงวาจะใหอานทีละขาง ใหปดตาซายกอน สุดทายตองมองผานรูดวย อธิบาย เสร็จยายบอกเขาใจ “ ยายอานตัวเลขที่กลองไฟสี่เหลี่ยมสีขาวเดอ เริ่มจากแถวบนสุดเลย ยาย” ดิฉันบอก “ แถวเทิงเลยเนอคุณหมอ” ยายพูดเสียงดังฟงชัด “ หลังฉีดยา หากมี อาการวิงเวียนแนนหนาอก รีบแจงเจาหนาที่ ” “ 5-5-5-5 ??? ”

ขอเชิญผูอานชาว 50พรรษาฯ สงเรื่องเลา “เรื่องอะไรก็ได” เพื่อตีพิมพใน วารสาร 50PansaMag. ไดที่คุณสุรียรัตน องคกรแพทย โดยสงเปน file หรือเอกสารก็ได เจาของเรื่องที่ไดตีพิมพจะไดรับของที่ระลึกจากทีมงาน


องคกรแพทย

Delirium

เวรดึกที่สงบเงียบคืนหนึ่ง คุณสัมผัสไดถึงสายลมแหงความสงบราบรื่น แตแลว ...คุณยายที่สงบเสงี่ยมเรียบรอยที่สุดกลับลุกขึ้นโวยวายอาละวาด ...อยูๆ คุณปาก็ดึงสายน้ําเกลือ เลือดกระจายเต็มเตียง ...คุณตาที่ตอนกลางวันพูดคุยรูเรื่องดี ปนเตียงตกลงมา คุณเคยเจอเหตุการณแบบนี้ใชไหม…

ภาวะซึม สับสนฉับพลัน (Delirium) ภาวะซึ ม สับ สนฉั บ พลั น (Delirium) เป น ปญหาที่ พ บบ อยในเวชปฏิบั ติ เ กี่ ย วกั บ ผูสูงอายุ ซึ่งจากสถิติพบวาผูสูงอายุที่อยูในโรงพยาบาลมีโอกาสเกิดภาวะนี้ถึง 1 ใน 4-7 คน เลยทีเ ดีย ว ผู สูง อายุที่ มี delirium จะมีอั ตราตายสู งขึ้ น อยู โรงพยาบาลนานขึ้ น ชว ยเหลื อ


ตัว เองได น อ ยลง และแม จ ะออกจากโรงพยาบาลไปแล ว ก็ ยัง มี โ อกาสเกิ ดความพิก ารและ เสียชีวิตในปแรกสูงกวาผูปวยสูงอายุโดยทั่วไปดวย เนื่องจากเปนภาวะที่พบบอย เรามารูจักภาวะนี้ใหมากขึ้นกันดีกวา

เมื่อใดจึงจะสงสัย Delirium

อาจเปนความเขาใจที่ผิดวาคนแกจะตองสมองเสื่อม หลงลืม พูดคุยไมรูเรื่อง แตที่ จริ งแลว คนแกที่ พู ดคุ ยรู เ รื่อ ง สมองแจ มใสมี อ ยูม ากมาย เนื่อ งจาก Delirium เป นภาวะที่ เกิดขึ้นฉับพลัน และสามารถหายได เราจึงตองสงสัย Delirium เมื่อคนไขที่นอนโรงพยาบาล นั้นมีพฤติกรรมแปลกไปจากเดิม อาจจะแปลกไปจากตอนอยูที่บาน (ซึ่งตองถามจากญาติ) หรือกลางวันอยางหนึ่งกลางคืนอยางหนึ่ง ตัวอยางที่ชัดเจน เชน โวยวายอาละวาด, ปนเตียง, ดึงสายน้ําเกลือ, สาย NG, สาย ปสสาวะ, พูดพึมพําคนเดียวทั้งคืน, ประสาทหลอน (มักเปนอาการเห็นภาพหลอนมากกวาหู แวว) เปนตน ซึ่งมักเรียกกันวา Hyperactive delirium (พบไดประมาณ 25%) ตรวจพบไดไม ยาก สวนอาการที่ไมชัดเจน แตตองสงสัยภาวะนี้ เชน นอนไมหลับ (ญาติมักจะมาบอก), ซึมลง ไมค อยพูด , ไม ยอมกิ นขาว, นอนทั้งวั น (ถ านอนกลางวัน แตตื่นอาละวาดกลางคืน ก็ ชัดเจน), พู ดบนเรื่องที่ ปกติไ มบน เปนตน ซึ่ง มักเรี ยกกัน วา Hypoactive delirium (พบได ประมาณ 50%, ที่เหลือเปนแบบ mixed คือ ซึมกับโวยวายสลับกัน) ถาเราไมสงสัยและเขาไป ประเมินเพิ่มเติม ก็จะตรวจไมพบ จนกวาผูปวยจะกลายไปเปนแบบแรก (คืนนั้นก็จะบอกลา เวรที่สงบสุขไปได)


เพราะฉะนั้นผูปวย Delirium ไมจําเปนตองโวยวายอาละวาดก็ได

การวินิจฉัย Delirium

เกณฑ ก ารวิ นิ จ ฉั ย ที่ จํ า ง า ยสํ า หรั บ เวชปฏิ บั ติ เรี ย กว า Confusion Assessment Method (CAM) รายละเอียดดังในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 Confusion Assessment Method

1. Acute onset and fluctuating course – อาการเกิดขึ้นฉับพลัน และความรุนแรงของ อาการจะแตกตางกันไปในชวงวัน เชน กลางคืนโวยวายดาวาญาติและพยาบาล พอรุง เชารายงานแพทยปรากฏวาคนไขกลับเปนปกติพูดคุยรูเรื่องดี จําเหตุการณเมื่อคืนไมได แมแตนอย (ฮึ่ม..) เปนตน 2. Inattention – ขาดสมาธิ ซึ่งอาจทดสอบอยางงายดวยการใหนับเลขตามหรือใหลบเลข ซึ่งจะกลาวตอไป 3. Disorganized thinking – คือ คิดสับสน ไมปะติดปะตอ ซึ่งจะแสดงออกมาดวยอาการ พูดไมรูเรื่อง ถามอยางตอบอยาง เสียการรับรูเวลา, สถานที่, และบุคคล (Disorientation) 4. Altered level of consciousness – พูดงายๆ คือ ซึมลง นั่นเอง การวินิจฉัยจะตองมีขอ 1 + 2 รวมกับขอ 3 หรือ 4 อยางนอย 1 ขอ จะเห็น ได วา การวินิ จฉั ย Delirium ไม ตองใช เครื่อ งไม เครื่อ งมื ออะไรนอกจากการ ซักถามพูดคุยกับผูปวยเทานั้น การประเมินผูปวยที่สามารถทําไดงาย เพื่อชวยยืนยันวาผูปวย นาจะมีภาวะ Delirium จริง นอกจากจะอาศัยการประเมินอาการทั่วไปที่ทํากันอยูเปนประจํา แลว ผูเขียนขอเสนอใหประเมิน 2 ขอดังนี้


1. ประเมินภาวะ Disorientation to Time, Place & Person ดวยคําถาม ดังนี้ (ตองถามทั้ง สามคําถาม)  Time - ขณะนี้เปนเวลาเชา, เที่ยง, เย็น, กลางคืน (ไมควรถามวาเชาหรือเย็น, กลางวันหรือกลางคืน เพราะโอกาสเดาถูกสูง)  Place - ขณะนี้อยูที่ใด (ผูปวยที่ Delirium มักตอบวาอยูบาน, อยูตลาด ฯลฯ) ถาตอบไมไดใหบ อกใหผูป วยทราบ เพื่อที่ การประเมินครั้ง หนาจะไดแนใจว า ผูปวยเคยทราบแลว  Person – คนนี้เปนใคร (ชื่อ, ความสัมพันธ) โดยตองเลือกญาติของผูปวย, หรือ ถาไมมีอาจถามวาคนนี้ทํางานอะไร (เอาพยาบาลนั่นละ เพราะเครื่องแบบเปน เอกลักษณ) 2. ประเมินภาวะ Inattention (ขาดสมาธิ) ดวยวิธใี ดวิธีหนึ่ง ดังนี้  forward digit span เป น การให ผูป ว ยนั บ เลขตาม โดยเพิ่ ม ขึ้ น ที ละหลั ก ผูสูงอายุ ปกติค วรนั บตามได อ ยา งน อย 5 หลัก เช น ใหนั บตาม 285, 3697, 40582, 873064 เปนตน โดยพยายามใหเลขไมเ รียงลําดับกั น (เชน 123456 อยางนี้มายอาว)  serial 7 เปนการใหผูปวยเอาเลข 100 ลบออกดวย 7 ไปเรื่อยๆ (100  93  86  79  72  …) โดยทั่วไปควรทําไดถูกตองอยางนอย 3 – 5 ครั้ง ถาผูปวยลบไดใหบอกวา “ลบตออีก 7 ไดเทาไร” ไมใหบอกคําตอบที่ผูปวยทําได (เชน “แลว 93 ลบ 7 ไดเทาไร” อยางนี้มายอาว)  บอกวั นใน 1 สัปดาหย อนหลัง โดยถามวา “ลองบอกวันในสัป ดาห ยอนหลัง ” และอาจเริ่มตนใหถาผูปวยอึ้งมากอาจไมเขาใจ “อาทิตย เสาร ศุ���ร แลวอะไร ตอ” โดยทั่วไปควรบอกยอนหลังไดครบ จะเลือ กใช วิ ธี ใดต องขึ้ นกั บ ผู ปว ย เชน ถา ผู ปว ยเดิ ม บวกลบเลขไม ค ลอ งอาจใช serial 7 ไมได (อาจใช 20 ลบ 3 แทนได) หรือถาผูปวยเปนคนสูงอายุที่อยูบานไมคอยได สนใจวันเสารอาทิตยหรือวันหยุดอะไร ก็อาจใชวิธีที่ 3 ไมได


เมื่อเปน Delirium แลวตองทําอยางไร

หลักการดูแล มีดังนี้ 1. วินิจฉัยแยกโรค (ซึ่งเปนหนาที่ของแพทย), คนหาสาเหตุ และปจจัยเสี่ยง จํางายๆ เปน สูตร “DELIRIUM” ดังในตารางที่ 2 โดยเฉพาะ “ยา” ที่ผูป วยไดรับ ซึ่งเปนสาเหตุที่พ บ บ อ ยที่ สุ ด โดยเฉพาะยาที่ อ อกฤทธิ์ ต อ จิ ต ประสาท (เช น Diazepam), ยาที่ มี ฤ ทธิ์ anticholinergics (เช น CPM, Hydroxyzine, Trihexyphenidyl, Amitriptyline), ยาแก ปวดกลุม Narcotics (เชน Tramadol, Pethidine) จะเห็นไดวาเปนยาที่มักใชกันทั่วไปใน เวชปฏิบัติ

ตารางที่ 2 ปจจัยเสี่ยงของการเกิด Delirium ในผูสูงอายุ D = Dementia E = Electrolyte imbalance (eg. Dysnatremia, Dyscalcemia) L = Lung, liver, heart, kidney, brain failure I = Infection R = Rx (medication) I = Injury, pain, stress U = Unfamiliar environment


M = Metabolic cause

2. ใหการรักษา ประกอบไปดวย  การรักษาโดยไมใชยา (non-pharmacologic treatment) ซึ่งมีความสําคัญกวา การใหยา รายละเอียดดังในตารางที่ 3  การรั ก ษาด ว ยยา (pharmacologic treatment) ไม ไ ด ใ ห ใ นผู ป ว ยทุ ก ราย พิจารณาใหยาเมื่อ o มีพฤติกรรมที่เปนอันตรายตอตนเอง (เชน ปนเตียง, ดึงสายน้ําเกลือ / NG / สายปสสาวะ) หรือ o มีพ ฤติ ก รรมเปน อั น ตรายต อผู อื่ น (เช น อาละวาดทํ าร า ยญาติ ห รื อ เจาหนาที่, โวยวายเสียงดังรบกวนผูอื่น) แตถาเพียงแคสับสน พูดคนเดียวเบาๆ ไมไดรบกวนใคร อาจใชเพียง Nonpharmacologic treatment ก็พอ ยาที่แนะนําใหใชเปนอันดับแรก คือ haloperidol ขนาด 0.5 – 1 มิลลิกรัม ทางปาก และใหซ้ําไดครั้งละ 0.5 มิลลิกรัมทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงจนผูปวยสงบลง (ไม จํ า เป น ต อ งให ผูป ว ยหลั บ เพราะยานี้ มั ก ไม ทํา ให ผูป ว ยหลั บ ) ในกรณี ที่ ผูปวยวุนวายมากและไมยอมกินยา ใหฉีดเขากลามครั้งละ 1 – 2.5 มิลลิกรัม (ซ้ําไดทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงจนสงบเชนกัน) โดยทั่วไปมักไมตองใชเกินกวา 3 – 5 มิลลิก รัม หลัง จากนั้น ให ยาประมาณครึ่ งหนึ่ง ของ loading dose เพื่ อเป น maintainance dose ในวันถัดไป โดยอาจแบงใหวันละ 1 – 2 ครั้ง และลดยา ลงใน 2 – 3 วัน


สถานการณที่พบไดบอยในเวชปฏิบัติ คือ เมื่อพยาบาลรายงานแพทยวา ผูปวยนอนไมหลับ แพทยมักจะสั่งยานอนหลับในกลุม Benzodiazepine (เชน Diazepam เปนตน) และทําใหผูปวย Delirium ที่ตรวจไมพบมีอาการมากขึ้น อาจโวยวายอาละวาด แลวเวรนั้นก็บอกลาความสงบสุขไปได

ตารางที่ 3 การรักษาโดยไมใชยา (non-pharmacologic treatment)  จัดใหอยูในสิ่งแวดลอมที่มีแสงสวางพอควรและเงียบสงบ  จัด ให มีน าฬิ กา ปฏิทิ น อยู ในหอ ง ใหญาติ ห รือ ผูดู แลคอยบอกผูป ว ยเกี่ย วกั บวั น เวลา สถานที่ จัดแวนตา หรือเครื่องชวยฟง (ถามี) มาใหผูปวย  จัดใหมีเครื่องชวยกระตุนความจําของผูปวย ไดแก สิ่งของคุนเคยที่ใชเปนประจําที่บาน ญาติหรือผูดูแล รวมทั้งพยาบาลควรเปนคนเดิม  พูดคุยปลอบใจผูปวยใหสงบ และใหไดชวยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจําวันเทาที่ทําได  หลีกเลี่ยงการผูกมัดผูปวยเทาที่ทําได เนื่องจากการผูกมัดจะทําใหผูปวยกระวนกระวาย ดิ้นรนมากขึ้น และเกิดอันตรายได  พยายามใหไดนอนหลับตอนกลางคืนเต็มที่ โดยไมมีสิ่งรบกวน

บทสรุป

ภาวะซึม สับสนฉับพลัน (Delirium) เปนภาวะที่พบไดบอย แตถามีความตระหนัก และใสใจก็จะสามารถประเมินไดไมยาก การใหการดูแลที่ถูกตอง ไดแก การหาสาเหตุ (อยา ลืม review ยาที่ผูปวยไดรับเสมอ) และการใหการรักษาทั้งการไมใชยาและการใชยา จะชวย ปองกันไมใหเกิดอันตรายแกผูปวยและชวยใหการอยูเวรกลับสูความสงบสุขโดยเร็ว


ยานารู

แนะนํานองใหม เภกาญจน สวัส ดีคะ 50พรรษาฯ แมก ฉบับนี้ฝายเภสัชฯ ขอแนะนํายานอง ใหม ที่เ พิ่งไดรับ การบรรจุเขาในกรอบยาของโรงพยาบาลคะ นอกจาก ขอมูลความรูแลว อานดีๆ มีลุนรางวัลใหญจากหองยานะจะ...

Clindamycin HCL 150 mg Capsule ชื่อการคา Cleocin® กลุมทางยา Lincosamide Antibiotic ขอบงใช รัก ษาอาการติ ด เชื้ อ แบคที เรี ย กลุ ม anaerobes, streptococci, pneumococci, and staphylococci เปน Alternate oral antibioticสําหรับปองกันการติด เชื้อendocarditis ในชองปาก กรณีแพยากลุม penicillins or ampicillin หรือกรณีใชยา amoxicillin แลวไมไดผล


ขนาดยาที่ใช

Infants and Children: Oral: 8-20 mg/kg/day เกลือ hydrochloride; 8-25 mg/kg/day เกลือ palmitate แบ ง ให วั น ละ 3-4 ครั้ ง (minimum doseของเกลื อ ชนิ ด palmitate: 37.5 mg 3 times/day) I.M., I.V.: <1 month: 15-20 mg/kg/day แบงใหวันละ 3-4 ครั้ง >1 month: 20-40 mg/kg/day แบงใหวันละ 3-4 ครั้ง Adults: Oral: 150-450 mg/dose every 6-8 hours; max. dose: 1.8 g/day I.M.,I.V.:1.2-2.7g/day in 2-4 divided doses; max.dose: 4.8 g/day

Pregnancy category: B

บัญชียาหลักแหงชาติ ข. รูปแบบ capsule (as hydrochloride)

Azithromycin dry syrup ชื่อการคา

Zithromax®

รูปแบบ, ความแรง

Dry syr; 600 mg / 15 ml

กลุมทางยา

Antibiotic; Macrolide

ขอบงใช Acute otitis media, Bacterial conjunctivitis, Acute bacterial sinusitis (Mild to Moderate), Chancroid, Community acquired pneumonia (Mild to Moderate) Gonorrhea, Urethritis or cervicitis, Uncomplicated infection of skin AND/OR subcutaneous tissue, Nongonocoocal cervicitis, Nongonococcal urethritis, Pelvic inflammatory disease, Streptococcal pharyngitis, Traveler’s diarrhea (Non-FDA Labeled Indication)


ขนาดยาที่ใช

ขนาดยาในเด็ก สําหรับรักษา Traveler’s diarrhea

ขนาดยาทั้ งหมดที่ใช ในเด็กไมวาใชในการรักษาการติดเชื้อใด แนะนําวาไมควร เกิน 1500 มก. - ขนาดยารวมทั้งหมดที่ใหในเด็กคือ 30 มก/กก. - และควรแบงให 10 มก./กก. วันละครั้ง เปนเวลา 3 วัน - สําหรับเด็กน้ําหนักต่ํากวา 15 กก. ควรวัด ปริมาณยาน้ํา Azithromycin ชนิด ผงสําหรับ ผสมน้ํารับประทานใหตรงกับขนาดที่จะใชจริงใหมากสุด - ในเด็ก หนัก 15 กก. หรือมากกวาควรใหยาน้ํา Azithromycin ชนิด ผงสําหรับผสมน้ํา รับประทานตามคําแนะนําดานลางตอไปนี้ น้ําหนัก (กก.) ขนาดยาที่ใช นอยกวา 15 10 มก./กก. วันละครั้ง x3 วัน 15-25 200 มก. (5 มล.) วันละครั้ง x3 วัน 26-35 300 มก. (7.5 มล.) วันละครั้ง x3 วัน 36-45 400 มก. (10 มล.) วันละครั้ง x3 วัน มากกวา 45 ตามขนาดยาผูใหญ ผูปวยที่ไตทํางานบกพรอง เล็กนอย-รุนแรงไมจําเปนตองปรับขนาดยา ผูปวยที่ตับทํางานบกพรอง เล็กนอย-ปานกลางอาจไมจําเปนตองปรับขนาด -

Pregnancy category: B

บัญชียาหลักแหงชาติ:

ED (บัญชี ง)

อานจบแลวอยาลืมไปตอบคําถามลุนรางวัลจากหองยาทายเลมนะ คะ สงคําตอบไดที่หองยาหรือที่บรรณาธิการก็ไดคะ ตอบจริง แจกจริงคะ


หมอติ๋ม

เก็บมาฝากจาก HA Forum Human Factor Engineering ชวงสัป ดาหที่สองของเดือนมีน าคมนี้ ผมมีโอกาสไดไปเที่ย วงาน HA National Forum ซึ่งจัดเปนปที่ 11 แลว ในงานนี้มีทุกอยางเกี่ยวกับการพัฒนา คุณภาพโรงพยาบาล ไมวาจะเปนแนวคิดตางๆ, การประยุกตใช ไปจนถึงตัวอยาง ที่โรงพยาบาลโนนนี้ทําอยางเห็นผลชัดเจน จากการไปเดินเรียนหนังสือสามวัน ทําใหไดค วามรูใหมๆ มากมาย ขอ บอกวาเดินเรีย นจริงๆ ครับ เพราะมีสามตึก สิบ เจ็ด หองเรียน ทุกคนตองเดิน เปลี่ยนหองไปมาตามที่หัวหนาเปาสั่ง ครับ (บางทีเปลี่ย นตึกก็นั่งรถครับ – มีรถ รับสงดวย...ของเขาใหญจริงแฮะ) และทุกคนตองเขียนการบานสงทุกเย็นดวย คํา ศัพ ทใ หมที่ ผมนํา มาเสนอวั น นี้คื อ Human Factor Engineering (อาจจะเกาสําหรับคนอื่น แตใหมสําหรับผมอะ)


เนื่องจากการพัฒนาคุณภาพที่เราทําๆ กันอยู อาศัยการทบทวน ไมวาจะ เปนการทบทวนตนเอง, ทบทวนระบบงาน ไปจนถึงทบทวนขอผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อนํามาปรับปรุงใหงานที่เราทํามีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ประสบการณที่ผานมา ของผมพบวา หลายครั้งที่ขอผิดพลาดนั้นเปนผลจากตัวบุคคล ตัวอยางที่เห็นได ชัดก็คือ “ลืม” – ก็จะทําอยางไรไดละครับ คนมันลืม นี่นา และใครๆ ก็สามารถ ลืมได แมแตคนที่รอบคอบที่สุด ถาวันนั้นนอนดึก ตื่นสาย ทะเลาะกับแฟน ลื่น ตกบันไดตอนเดินขึ้นตึก ฯลฯ วันนั้นเขาก็อาจจะทําอะไรผิดพลาดไดเชนกัน

ดวยแนวความคิดที่วา มนุษยนั้นมีขอจํากัด ทุกคนสามารถทําผิดพลาด ได แตการทําผิดพลาดนั้นไมใชความผิดบาป ไมใชความชั่วเลว ดังนั้น Human Factors Engineering จึ ง เป น วิ ช าที่ ว า ด ว ยการนํ า เอาความรู เ กี่ ย วกั บ ความสามารถและข อ จํ า กั ด ของมนุ ษ ย มาใช ใ นการออกแบบผลิ ต ภั ณ ฑ , กระบวนการ, ระบบงาน รวมไปถึงสิ่งแวดลอมในการทํางาน ใหเอื้อตอการทํางาน อยางมีประสิทธิภาพของมนุษย พูดงายๆ ก็คือ ทําอยางไรก็ได ใหแมแตคนที่หนา มึนที่สุดในองคกร ก็ยังทําไดถูกตอง


นี่คือตัวอยางของ Human Factors Engineering ที่ผมคิดวานารักดี เลย เก็บมาฝากครับ

ความเยายวนของแมลงวัน อาจารยผูชาย (เนนนะครับ วาผูชาย) ทานหนึ่งเลาใหฟงวาเวลาไปเที่ยวเมืองนอก ทําไมเขาหองน้ําสาธารณะแลวรูสึกวาหองน้ําเขาสะอาดจัง ทั้งๆ ที่ก็ไมเห็นจะมีคนมาทําความ สะอาดตลอดเวลาเหมือนหองน้ําสะอาดของเมืองเรา ครั้งหนึ่งตะแกไดมีโอกาสไปเขาหองน้ํา ของสนามบินแหงหนึ่งในตางประเทศ และพบวาที่โถปสสาวะชายเปนแบบนี้ครับ


สังเกตเห็นไหมครับวาในโถปสสาวะเขามีรูปเทียนไขเล็กๆ อยูในตําแหนงที่ถาทา น ชายเล็งใหลําปสสาวะโคงลงในตําแหนงนี้ ก็ จะทําใหปสสาวะไมหกเลอะเทอะเปอนขอบโถ และธรรมชาติของผูชายนั้นเปนเพศที่ชอบความทาทายอยูแลว เวลาเห็นเทียนไขลุกโชนอยูใน ตําแหนงที่พอดีอยางนั้น ก็จะรูสึกวา “นี่แนะ...กรูจะสอยมันใหดับ” (ผูหญิงอาจจะไมเขาใจ อารมณนี้ เพราะผูหญิงไมสามารถควบคุมทิศทางไดอยางใจเหมือนผูชายครับ ) แลวก็จะเล็ง เปาอยางตั้งอกตั้งใจ

รูปนี้เปนโถปสสาวะของสนามบินอีกแหงหนึ่งในตางประเทศที่อาจารยผูชายทานนี้ ยืนยันวาเปนสนามบินที่หองน้ําสะอาดที่สุดในโลก ไมมีเทียนไขครับ แตมีแมลงวันเกาะอยู แทน (มันเหมือนแมลงวันจริงๆ มากครับ) ใชครับ...ธรรมชาติของผูชายนั้นชอบความทาทาย อาจารยของผมก็ไมเวนครับ ตะแกก็พยายามเล็งใหลําปสสาวะโคงลงในตําแหนงที่แมลงวัน นั้นเกาะอยู ดวยความตั้งใจจะสอยใหมันหลุดลงทอไป แตเซาะเทาไรมันก็ไมหลุดออกมา ถึง


ไดเอะใจวา โอว...นี่เราโดนหลอกอีกแลว แตการที่ตั้งใจเล็งไปตรงแมลงวันนั้น ปสสาวะก็จะ ไมหกเลอะเทอะขอบโถครับ ผมเลาเรื่องนี้ใหเพื่อนผูหญิงคนหนึ่งฟง เพื่อนผมทําหนาเหนื่อยหนายแลวบอกวา ก็ ทําไมผูชายไมรูจักฉี่ใหมันเรียบรอยเลา ผมบอกไปวานี่ละครับเปนธรรมชาติของผูชาย ถาไม มีอะไรทาทายใหเล็ง บางครั้งเราคาดเดาไมไดครับ วาเขาจะอยากเล็งใหตกตรงไหน หรื อ อาจจะสายไปมา วาดเปนวง ควงสวาน ฯลฯ แตถาเราเขาใจธรรมชาติ (และขอจํากัด) ของ เขาแลว เราก็จะสามารถควบคุมใหเขาทําอยางที่ตองการได โดยไมทําใหเขารูสึกถูกคุกคาม เลย นี่ละครับ ตัวอยางของ Human Factors Engineering (หุหุ)


คําถามลุนรางวัลหองยาคะ 1. ขนาดยา Clindamycin cap. ในผูใหญเปนเทาใด,ใชในหญิงตั้งครรภ ไดหรือไมคะ ? 2. กรณี ผูป ว ยเด็ ก G6-PD มี อาการท องเสีย สามารถใชย าตัว ใด ทดแทนยา norfloxacin และ co-trimoxazole ที่หามใช ?

รีบสงคําตอบที่หองยาลุนรางวัลใหญ ดวน ! มีจํานวนจํากัดจา... ◌ เครื่องปรับอากาศ ประหยัดไฟเบอร 5 (1 รางวัล) ◌ Note book ขนาดเล็ก ฉบับพกพาสะดวก (3 รางวัล)


ขอเชิ ญ ชวนชาว 50พรรษาฯ ทุ ก ท า นที่ ส นใจสามารถส ง บทความวิชาการ, ประสบการณดีๆในการทํางาน, ขาวสารตางๆ(ที่ ไม รีบ เร ง), เรื่ อ งบั นเทิง , พยากรณอ ากาศ(ของเดือ นหนา ), สู ต ร อาหาร, โคลงฉันทกาพยกลอน, ทํานายดวงชะตา (แนนอนตองของ เดือนตอไป), เรื่อ งสั้น , นิย าย (ถาสนุกต องสง มาลงทุกเลม) หรื อ เรื่องอะไรก็ไดมาลงตีพิมพ

ผูสนใจสามารถสงไดที่คุณสุรียรัตน (ตุม) องคกรแพทย โดย สงเปน เอกสารหรื อเปน file ก็ ได หรื ออาจสง ทาง E-mail มาที่ U3901226 @ yahoo.com ถาสงทาง E-mail กรุณาโทรหรือ sms แจง ที่เบอร 081- 50 51 52 1 ดวย (คาบริการเทาปกติ..ถูกกวา vote AF หรือ the star อีกนะ)


50pansaMag_vol2