Page 1

โครงการสัมมนาลาดับที่ 4 เรื่อง “สิทธิและเสรีภาพ : ช่องว่างระหว่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกับความเป็นจริง” ภายใต้โครงการศึกษา “รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสาหรับประเทศไทย” วันพฤหัสบดี ที่ 27 ธันวาคม 2555 เวลา 08.45 – 12.30 น. ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น ชั้น 1 กรุงเทพมหานคร หลักการและเหตุผล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติสาระสาคัญเกี่ยวกับสิทธิและ เสรีภาพของชนชาวไทยด้วยมุ่งหวังจะให้เกิดการดารงชีวิตอย่างมีความสุข มีสมดุลแห่งชีวิต มี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงได้บัญญัติไว้ในหมวด 3 ว่าด้วยเรื่องสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ซึ่งประกอบด้วยสาระสาคัญ 13 ส่วน ได้แก่ บททั่วไป ความเสมอภาค สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เสรีภาพใน การแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา สิทธิในการได้รับ การสาธารณสุขและบริการจากรัฐ สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน เสรีภาพในการชุมนุม และสมาคม สิทธิชุมชน และสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ แม้จะมีการกล่าวว่าจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 คือ บทบัญญัติเรื่องสิทธิและ เสรีภาพของชนชาวไทย เนื่องจากในสาระบัญญัติต่างๆ ได้ถูกตราไว้อย่างครอบคลุม รอบด้าน ทั้ง ที่เป็นการปกป้อง ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดังกล่าว และยังเป็นการบัญญัติเพิ่มเติมสิทธิ ในบางเรื่อง อาทิ การกาหนดว่ารัฐต้องจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชนทุกชนชั้น ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ทุพพลภาพต้องได้รับการศึกษาทัดเทียมบุคคลอื่น ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้ เพียงพอ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ให้สิทธิประชาชนได้รับหลักประกันและสวัสดิภาพใน การทางาน ให้สิทธิแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐในการรวมกลุ่มเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตน ที่สาคัญ ประเด็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ถือว่ามีสภาพบังคับโดยทันที ต่างจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ที่ระบุข้อความท้ายมาตราต่างๆ ว่า "ทั้งนี้ ตามที่ กฎหมายบัญญัติ" อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีปัญหาด้านสิทธิและเสรีภาพในทางปฏิบัติเกิดขึ้น อย่าง กว้างขวาง หากพิจารณาจากรัฐธรรมนูญจะเห็นว่า ประเด็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวนั้น ได้รับการรับ รองโดยรัฐธรรมนูญ อย่างสมบูรณ์ หากแต่ ขณะที่สถานการณ์สิทธิ และเสรีภาพที่ 1


แท้ จ ริ ง ของประชาชนยั ง คงไม่ เป็ น ไปดั ง เจตนารมณ์ข องรั ฐธรรมนู ญ ดั ง นั้ น ช่ อ งว่ า งระหว่ าง บทบั ญ ญั ติ รัฐธรรมนู ญกั บ ความเป็ น จริ ง นั้ นน ามาสู่ ปั ญหาในด้ า นสั ง คมวิ ทยา ซึ่ ง เรี ยกช่ อ งว่ าง ระหว่ า งความคาดหวั ง กั บ สภาพความเป็ น จริ ง ว่ า “การถู ก ลิ ด รอนเชิ ง สั ม พั ท ธ์ ” (relative deprivation) กล่าวคือ ถ้าความคาดหวังของประชาชนมีสูงขึ้น โดยหวังว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ หากสภาพปรากฎการณ์แ ละความเป็ น จริ ง ที่ เกิ ด ขึ้ น ไม่ ไ ด้ เ ป็ น เช่ น ที่ มุ่ ง หวั ง ก็ จ ะน ามาซึ่ ง การ เคลื่อนไหวทางสังคมอย่างรุนแรง (เสริน ปุณณะหิตานนท์, 2555) หากเปรียบเทียบทฤษฎีดังกล่าว กับรัฐธรรมนูญไทย จึงมีความจาเป็นที่จะต้องทาให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเป็นจริงในทางปฏิบัติ โดยเร็ว เพื่อตอบสนองกับความคาดหวังของประชาชนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยได้มี โอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวข้อง สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับองค์กร ภาคีเครือข่ายจึงได้จัดการสัมมนาลาดับที่ 4 เรื่อง “สิทธิและเสรีภาพ : ช่องว่างระหว่างบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญกับความเป็นจริง” ขึ้น ด้วยหวังจะสร้างแนวทางที่เหมาะสมสาหรับการบัญญัติประเด็น เรื่องสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยในรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และบังเกิดผลในการปฏิบัติจริง ต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้และความเข้าใจ และแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นในประเด็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ 2. เพื่อ รวบรวมประเด็น ปัญหาด้า นสิทธิและเสรีภ าพของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนู ญ 2550 3. เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะต่อประเด็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ผู้เช้าร่วมประชุม (จานวน 150– 200 คน) 1. บุคคลที่มีประสบการณ์การทางานในด้านสิทธิและเสรีภาพ ทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนา ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ 2. อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ / กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 3. สมาชิกรัฐสภา 4. นักวิชาการ 5. นิสิตนักศึกษา 6. ประชาชนผู้สนใจ 7. สื่อมวลชน

2


ประเด็นการสัมมนา การสัม มนามี วัต ถุป ระสงค์ หลั กเพื่อ ให้ เกิ ดการแลกเปลี่ย นความคิด เห็ นร่ วมกัน ใน ประเด็นดังต่อไปนี้  สถานการณ์สิทธิและเสรีภาพในสังคมไทยปัจจุบัน  ข้อห่วงกังวลต่อประเด็นสิทธิ เสรีภาพที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550  ปรากฏการณ์ – สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในประเด็นด้านสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ 2550  ช่องว่างระหว่างสิ่งที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญและการปฏิบัติจริง (เช่น กฎหมาย กลไก และ มาตรการต่างๆ) ทั้งในส่วนที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นใน อนาคต  ประเด็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพของชนชาวไทยที่ควรปรับปรุงแก้ไข หรือ บัญญัติเพิ่มเติม ในรัฐธรรมนูญ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. สถาบันพระปกเกล้ามีแนวทางสาหรับนาไปทาการศึกษาวิจัยอย่างมีคุณภาพ เป็นที่ ยอมรับ และสามารถนาผลการศึกษาไปใช้พัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ได้ 2. ประเทศไทยมีกลไกในการพิทักษ์ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยที่สมบูรณ์ 3. รัฐและองค์กรภาคส่วนต่างๆ ดาเนินการใดๆ โดยคานึ งถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย 4. ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่สอดคล้อง เหมาะสม กับสังคมไทย 5. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีความตื่นตัวทางการเมือง และมีส่วนร่วมทางการเมือง

3


องค์กรภาคีร่วมจัดงาน 1. 2. 3. 4. 5. 6.

สถาบันพระปกเกล้า มูลนิธิเอเชีย สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ สถาบันพระปกเกล้า (ฝ่ายเลขานุการการจัดงาน : ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 (โซนทิศใต้) เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 02-141-9600 ต่อ 19505 – 19510 , 19517 โทรสาร 02-143-8171

4


กาหนดการสัมมนาลาดับที่ 4 เรื่อง “สิทธิและเสรีภาพ : ช่องว่างระหว่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกับความเป็นจริง” ภายใต้โครงการศึกษา “รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสาหรับประเทศไทย” วันพฤหัสบดี ที่ 27 ธันวาคม 2555 เวลา 08.45 – 12.30 น. ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร 08.00 – 08.45 น.

ลงทะเบียน

08.45 – 09.00 น.

กล่าวเปิดงานสัมมนาลาดับที่ 4 โดย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

09.00 – 10.00 น.

การแสดงปาฐกถา เรื่อง “สิทธิและเสรีภาพในสังคมไทยที่พึงปรารถนา” โดย ศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์

10.00 – 10.15 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

10.15 – 11.30 น. การอภิปราย เรื่อง “สิทธิและเสรีภาพ : ช่องว่างระหว่างบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญและความเป็นจริง” โดย    

ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ นายไพโรจน์ พลเพชร ดาเนินรายการ

11.30 – 12.30 น.

เปิดรับฟังความคิดเห็น ซักถาม แลกเปลี่ยน

12.30 – 13.30 น.

รับประทานอาหารร่วมกัน

5

รายละเอียดโครงการสัมมนาลำดับที่ 4 และ กำหนดการ  

รายละเอียดโครงการสัมมนาลำดับที่ 4 และ กำหนดการ