Issuu on Google+

3 สถานที่ท่องเที่ยว โดย นางสาวเกวลี สารจันทร์ ปวช.1/11


เมื่อเข้ าสูช่ ่วงปลายฝนต้ นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี ริ มฝั่ งถนนจะสะพรั่งไปด้ วยสีเหลืองของดอก ทานตะวัน เป็ นที่สะดุดตาแก่ผ้ ผู ่านมาบริ เวณนี ้เป็ น อย่างมากจนกลายเป็ นแหล่งท่องเที่ยวที่ สาคัญของจังหวัด และในทุกปี จังหวัดสระบุรีจะ จัด เทศกาลทุ่งทานตะวันบาน ในทุกปี สลับหมุนเวียนไปในแต่ละอาเภอ / พื ้นที่ เพื่อให้ นกั ท่องเที่ยวได้ เข้ าไป ชื่นชมและถ่ายภาพเป็ น ที่ระลึก ตลอดจนการ ให้ ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกทานตะวัน การนาเอาผลผลิตจาก เมล็ดทานตะวันไปใช้ ประโยชน์ในการอุปโภคบริ โภครวมทังการเลื ้ อกซื ้ออาหารเพื่อ สุขภาพ เช่น เมล็ดทานตะวัน คัว่ สด ๆ จากไร่ หรื อหาซื ้อน ้าผึ ้งทานตะวันเป็ นของฝากจังหวัดสระบุรีมี พื ้นที่ปลูกทานตะวัน นับหลายหมื่นไร่ บริ เวณ เขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้ นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทาไร่ทานตะวันกันมาก รวมทังในอี ้ กหลายอาเภอ ของสระบุรี เช่น อาเภอพระพุทธบาทแก่งคอย หนองโดน หนองแคและมวกเหล็ก แต่ที่อาเภอ วังม่วงจะมีพื ้นที่ปลูกมากที่สดุ พืน้ ที่จังหวัดสระบุรีท่ ีมีการปลูกทุ่งทานตะวัน - ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ - ต.นายาว อ.พระพุทธบาท - ต.หินซ้ อน อ.แก่งคอย - ต.แสลงพัน อ.วังม่วง - ต.บ้ านกล้ วย อ.หนองโดน - ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก


ปางอุ๋ง หรื อที่มีชื่อเรี ยกเต็มๆ ว่า “โครงการ พระราชดาริ ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” นัน้ เป็ นโครงการในพระราชดาริ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ที่ทรงเห็นว่าพื ้นที่บริ เวณนี ้เป็ น พื ้นที่ อันตราย อยูต่ ิดแนวชายแดนพม่ามีกองกาลัง ต่างๆ มีการ ขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื ้นที่ตดั ไม้ ทาลายป่ าอยู่ เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมี พระราชดาริ ให้ รวบรวมราษฎรกลุม่ น้ อยบริ เวณนัน้ และ พัฒนา ความเป็ นอยู่ ส่งเสริ ม อาชีพปลูกป่ า สร้ างอ่างเก็บน ้า โดยมีพระ ราชประสงค์สร้ างความมัน่ คงแนวชายแดน พัฒนาความเป็ นอยู่ ของ ราษฎร ให้ ดีขึ ้นและฟื น้ ฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ สมบูรณ์ยงั่ ยืนตลอดไป


"ละลุ"

ภาษาเขมร แปลว่า "ทะลุ" เป็ นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแต่มี

เป็ น

พื ้นที่กว้ างกว่า 2,000 ไร่ ละลุ เกิดจากน ้าฝนกัดเซาะยุบตัวหรื อพังทลายของดิน เนื่องจาก สภาพดินแข็งจะคงอยู่ ไม่ยบุ ตัวเมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลกั ษณะเป็ นรู ปต่างๆ มองคล้ ายกาแพงเมือง หน้ าผา บ้ าง มีลกั ษณะเป็ นแท่งๆ จึงทาให้ ละลุมีความสวยงามและแปลกตาแตกต่างกันตามจินตนาการ ของแต่ ละคนอะไร ซึง่ ในทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างของมันไป เรื่ อยๆ ตามแต่ลมและฝนที่ ช่วยกันตกแต่งชันดิ ้ น และในบางพื ้นที่ก็จะมีละลุที่ขึ ้นอยูก่ ลางพื ้นที่ทานาของชาวบ้ าน ซึง่ สี น ้าตาลทอง ของละลุตดั กับสีเขียวสดของต้ นข้ าว เป็ นสิ่งที่สวยงามมาก ที่หาดูไม่ได้ ใน กรุงเทพสวยจนได้ รับขนานนามว่าเป็ น แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย เลยทีเดียว “ละลุ” ที่จงั หวัดสระแก้ วนี ้จะมีลกั ษณะคล้ ายกับ “แพะเมืองผี” ของจังหวัด แพร่ หรื อ "เสาดินนาน้ อย" (ฮ่อมจ๊ อม) จ.น่านบางคนก็จะเรี ยกว่า “แพะเมืองผีแห่งใหม่” แต่ ที่นี่จะมีละลุเยอะ กว่าซึง่ จะมีละลุกุ ระจายกันอยูเ่ ป็ นจุดๆในพื ้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ โดย จะแบ่งละลุออกเป็ นโซนๆ ซึง่ แต่ละโซนก็จะมีละลุที่มีลกั ษณะสวยงาม แตกต่างกัน สาหรับ ความเหมือนกันของ ละลุ แพะเมืองผีและเสาดินนาน้ อยก็คือ ทัง้ 3 แห่งล้ วนเป็ น ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกจากการ ถล่มของหน้ าดิน ส่วนที่แข็งกว่าก็จะคงตัวอยูด่ ้ านบน ทาหน้ าที่เป็ นดังหมวกเหล็กคุ้มกันชัน้ กรวดทรายที่ อ่อนกว่าด้ านล่าง โดยมีีลมและฝนช่วยกันทาหน้ าที่ศิลปิ นตกแต่งชันดิ ้ นในเวลาล้ านๆ ปี แปลกตาแตกต่างกันไป ไม่วา่ จะเป็ นรูป เจดีย์ ปราสาท ดอกเห็ด กาแพง หรื อรูปอะไรก็สดุ แท้ แต่วา่ คนที่มองจะจินตนาการเป็ นรูป


Work2 gewalee