Page 1

P02 ภาณุมาศ ทองธนากุล กับ ‘ความรับผิดชอบ’ P04 คุยกับ ประสิทธิ์ วิศิษฎจินดา P07 กระจกบานใหญ่: ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร

#2 รับผิดชอบ


ภาณุมาศ ทองธนากุล: นักเขียนหนุ่มเจ้าของหนังสือขายดี การลาออกครั้งสุดท้าย และ เราจะมีชีวิตที่ดี เขายังมีอีกนามปากกาว่า ใบพัด ที่ใช้เขียน หนังสือขายดีอีกหลายเล่ม อาทิ เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน และ ฟินแลนด์ไม่มีแขน เป็นต้น ปัจจุบันภาณุมาศเป็นนักเขียนอิสระ เต็มตัว และยังรับงานพิธีกรรายการโทรทัศน์อย่าง เป็น อยู่ คือ ทางช่องไทยพีบีเอสบ้างเป็นบางโอกาส

> ตัวอย่างคำ�คมของ ภาณุมาศ ทองธนากุล จากหนังสือของเขา อาทิ “พาตั ว เองไปอยู่ ใ นที่ ที่ มี ค นเห็ น คุ ณ ค่ า ของเรา หรือไม่...ก็เลือกอยูใ่ นทีท่ เี่ ราเห็นคุณค่า ในตัวเอง” และ “งานที่ทำ�แล้วมีความสุขมีอยู่ จริงครับ เพียงแต่งานแบบนั้น ไม่ได้หมายถึง งานที่ทำ�แล้วไม่เหนื่อย บางทีก็เป็นงานที่ทำ� เอาเราเหนื่ อ ยหอบจนหมดแรงนี่ แ หละ แต่ความพิเศษของมันคือ แม้เหนื่อยแค่ไหน ก็ตาม แต่ทำ�แล้วอิ่มเอมใจเหลือเกิน”

[ 02 ] JUMKUNJAI


นามสกุลที่เปลี่ยนได้ เรื่อง: ภาณุมาศ ทองธนากุล

ในวินาทีที่สามารถแปลความหมายของนามสกุลตัวเองได้ ผมไม่เคยลืม ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ป.2 ครูบอก ด.ช. ภาณุมาศ ว่า ทอง แปลว่า ทอง / ธนา แปลว่า เงิน / กุล แปลว่า ตระกูล รวมความทั้ ง หมด นามสกุ ล ผมก็ มี ค วามหมายว่ า ตระกู ล แห่ ง เงิ น ทอง หรือพูดง่ายๆ ว่า เป็นคนที่อยู่ในครอบครัวที่มั่งคั่งรํ่ารวย ผมเนี่ยนะ ตระกูลเงินทอง! ตอนนั้นผมประหลาดใจมาก เพราะเพื่อนที่นั่ง ข้างๆ นามสกุลเขามีความหมายว่า ‘อาศัยอยู่ในป่า’ แต่อยู่ในป่าประสาอะไร พ่อแม่ขับรถมาส่ง แถมได้ค่าขนมมาโรงเรียนมากกว่าผมอีก ไม่รู้อยู่ป่าแถวไหน อยากไปหาของป่าแถวนั้นบ้างจัง ตอนนั้นผมได้ค่าขนมไปโรงเรียนแค่วันละ 7 บาท ไม่เคยมีโอกาสได้กินขนม ที่อยากกินเหมือนเพื่อนๆ แล้วถ้าต้องเดินทางไปไหนมาไหนกับที่บ้าน แม่ก็พา ขึ้นรถเมล์ตลอด ตอนนั้นผมสงสัยมากว่า คนที่อยู่ในตระกูลเงินทองเขาใช้ชีวิต กันอย่างนี้จริงๆ เหรอ? นามสกุลของครอบครัวเรา เพิ่งเกิดขึ้นในรุ่นของพ่อ พี่ชายของพ่อเป็นคนตั้ง ขึ้นมา รุ่นก่อนหน้านี้-ครอบครัวเรายังใช้แซ่กันอยู่ ลุงไม่มีโอกาสได้เรียนสูงๆ เหมือนรุ่นลูก แต่ด้วยความตั้งใจดีที่อยากให้คนในตระกูลทุกคนได้อยู่ดีมีสุข พวกเราจึงได้นามสกุลที่เป็นความฝันสวยหรูกับชีวิตมานับแต่นั้น ผ่านมาแล้วหลายทศวรรษ แม้ครอบครัวของพวกเราจะไม่ขัดสนเหมือน เมือ่ หลายสิบปีกอ่ น แต่สมาชิกครอบครัวทัง้ หมด ก็ไม่มใี ครใกล้เคียงกับการรํา่ รวย ในระดับเศรษฐี เรียกได้ว่า ก็แค่พออยู่พอกิน และมีความสุขกันตามอัตภาพ เวลาผมเห็นคนรุ่นพ่อใช้ชีวิต ไม่ว่าจะตัวพ่อเอง หรือพี่ๆ น้องๆ ของพ่อ ผมกลับรูส้ กึ ว่า พวกเขาเหมือนจะมีอกี นามสกุลทีต่ า่ งออกไป ไม่ใช่ ‘ทองธนากุล’ อย่างที่ระบุในบัตรประชาชน ดูเหมือนจะเป็นนามสกุลอะไรซักอย่าง ที่หากจะระบุความหมายออกมา มันอาจแปลได้ว่า ‘ตระกูลที่ยึดคุณธรรมเป็นสำ�คัญ’ เพราะเท่าที่ผมโตมา ผู้ใหญ่แต่ละคนไม่เห็นจะเคยพูดถึงเทคนิควิธีการ ที่จะทำ�ให้พวกเรามั่งมีเงินทองเลยซักนิด แต่ขณะเดียวกัน ผมและคนรุ่นลูกๆ ทุกคน ต่างโตมากับคำ�สอนโดยเป็นคำ�สอนผ่านเรื่องราวการดำ�เนินชีวิตอย่าง มีศักดิ์ศรีของอากง ที่แม้จะประกอบกิจการร้านค้าเล็กๆ แต่ก็รู้หน้าที่ของตัวเอง และรู้จักรับผิดชอบในคำ�มั่นสัญญาของตน แม้เส้นทางเดินที่ว่านั้นอาจเป็น คนละทางกับการช่วงชิงทรัพย์สินเงินทองเพื่อจะนำ�มากองให้ลูกหลานได้ใช้ แม้ ว่ า ทุ ก วั น นี้ ค รอบครั ว เราจะไม่ ไ ด้ มี เ งิ น ทองมากเหมื อ นความหมาย ของนามสกุ ล แต่ เ วลาได้ ยิ น คนอื่ น ๆ ชื่ น ชมในสิ่ ง ดี ๆ ที่ ค นรุ่ น พ่ อ เคยทำ � ไว้ มันก็มีความหมายกับครอบครัวเรามาก กว่าสามสิบปีของชีวิต ผมได้เห็นนามสกุลคนมาก็ไม่น้อย หลายคนก็เป็น เหมือนครอบครัวเราเลย คือมีชีวิตไม่เหมือนกับคำ�แปลของนามสกุลของเขา หลายๆ ครอบครัวน่าสนใจเสียยิ่งกว่าครอบครัวผมอีก เพราะมีคำ�แปลของ นามสกุลที่ดูถ่อมเนื้อถ่อมตัว บ้างก็เป็นเพียงการระบุถิ่นที่อยู่ (อย่างเพื่อนผม ที่อยู่ในป่า) บ้างระบุเพียงอาชีพของบรรพบุรุษ แต่ความดีงามที่ครอบครัว เหล่านั้นได้ทุ่มเททำ�ไว้เพื่อผู้อื่น กลับเปล่งประกายจนแผ่รัศมีแห่งความดีงาม

งานทุกงาน อาชีพทุกอาชีพ ล้วนเกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ของตน อย่างดีที่สุด เราอาจได้มาซึ่งสังคม ที่น่าอยู่ที่สุด

ไปไกลเกิ น กว่ า ความหมายที่ น ามสกุ ล อธิ บ ายไว้ จนผู้ ค นยกย่ อ งสรรเสริ ญ ไปทั้งวงศ์ตระกูล ทุกคนเกิดมาล้วนอยากมีคุณค่า อยากมี ‘ความหมาย’ ซึ่ ง ความหมายของตนนั้ น ใช่ ว่ า จะถู ก กำ � หนดโดยความหมายของชื่ อ และนามสกุลที่ติดตัวเรา เรามีอิสระอย่างเต็มที่ในการสร้างความหมายให้แก่ตัวเอง เลือกได้ว่าจะ สร้างความหมายในแบบไหน ตามแต่ว่าเราเชื่อมั่นศรัทธาคุณธรรมในเรื่องใด บุคคลที่สร้างความดีงามจนผู้คนนับถือศรัทธาล้วนเป็นตัวอย่างที่ดีให้เรา เรียนรู้ว่า แม้ความหมายในชื่อหรือนามสกุลจะเล็กกระจ้อยร่อย แต่ความหมาย ที่เขาสร้างใหม่กลับสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้คนมากมาย ผมเชื่อว่าการได้มาซึ่งสังคมที่ดี อาจไม่ได้มาจากการร้องเรียกเอาจากผู้อื่น แต่อาจเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่เรากำ�ลังคุยกันอยู่ในบทความชิ้นนี้ก็ได้ คือ การที่แต่ละคนรู้จักที่จะสร้างความหมายที่ดีให้กับชีวิต ซึ่งวิธีสร้างความหมายที่ง่ายที่สุด และทุกคนสามารถเริ่มได้เลยตอนนี้คือ การรู้จักหน้าที่ และรู้จักรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ� นั่นเพราะงานทุกงาน อาชีพทุกอาชีพ ล้วนเกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เมือ่ ทุกคนรับผิดชอบหน้าทีข่ องตนอย่างดีทสี่ ดุ เราอาจได้มาซึง่ สังคมทีน่ า่ อยู่ ที่สุด

#2 รับผิดชอบ

[ 03 ]


เรื่อง: ปริญญา ก้อนรัมย์ ภาพ: นพพร ยรรยง

คนต้นทาง

ประสิทธิ์ วิศิษฎจินดา • ผู้อำ�นวยการสำ�นักทางหลวงที่ 10 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม

[ 04 ] JUMKUNJAI


ชี วิ ต มนุ ษ ย์ เ ราล้ ว นมี ค วามข้ อ งเกี่ ย วกั บ ‘ถนน’ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไปเที่ยวเราก็ใช้ ถนน ทำ�งานเราก็ใช้ถนน บางคนเกิดบนถนน เลยก็ มี แม้ เ ราจะใช้ ง านถนนกั น ถ้ ว นหน้ า ถึ ง ขนาดนี้ แต่ จ ะมี สั ก กี่ ค นที่ รู้ ว่ า ต้ น สาย ปลายเหตุ ข องถนนมี ค วามเป็ น มายั ง ไง ใครกันที่เป็นผู้สร้างเส้นสายยาวๆ เหล่านั้น วันนี้เราจะพาไปรู้จักความคิดและตัวตน ของ ‘คนต้นทาง’ ผูท้ �ำ หน้าทีอ่ อกแบบก่อสร้าง และบำ � รุ ง รั ก ษาท้ อ งถนนที่ เ ราใช้ สั ญ จรกั น ทุ ก วั น นี้ ถ้ า พร้ อ มกั น แล้ ว ไปรู้ จั ก เส้ น ทาง ชีวิตของ ประสิทธิ์ วิศิษฎจินดา ผู้อำ�นวยการ สำ�นักทางหลวงที่ 10 กรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม

“เรียนจบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขา โยธา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2522 ตอนแรกที่จบมาใหม่ๆ มีงานให้เลือกทำ�อยู่หลายที่ เจ้าของบ้านเช่าในกรุงเทพฯ ฝากงานให้กับบริษัท เอกชนแห่ ง หนึ่ ง และตั ว เองก็ ส อบราชการที่ ก รม อนามัยติด แต่ก็ไม่ได้เลือกทั้งสองที่ เพราะว่าพอดี ผลสอบ ก.พ. ผ่ า น จึ ง ได้ ตั ด สิ น ใจเลื อ กบรรจุ ที่ สำ�นักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)” เขาเล่าจุดเริ่มต้นอาชีพราชการให้เราฟัง “พอทำ�งานอยู่ที่ ส.ป.ก. ได้ประมาณ 1 ปี ผมก็ไป สอบ ก.พ. ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคราวนี้ผมได้เลือก บรรจุเข้ารับราชการที่ กรมทางหลวง ก็ย้ายมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2523 แล้วก็ทำ�มาจนถึงปัจจุบัน” หลั ง จากประสิ ท ธิ์ เ ข้ า รั บ ราชการครั้ ง ที่ ส องที่ กรมทางหลวง เส้ น ทางชี วิ ต ของเขาก็ เ หมื อ นกั บ คนทั่วไป ที่เริ่มออกเดินจากจุดตั้งต้นเล็กๆ ไปพบ เจอเรื่องราวต่างๆ ตามเส้นทางของชีวิต 3 ปีแรก ประสิทธิ์ทำ�งานดำ�เนินการก่อสร้างทาง ระหว่ า ง พ.ศ. 2523-2526 แต่ พ อถึ ง ช่ ว งปี พ.ศ. 2526-2533 เขาก็ได้เปลี่ยนมาปฏิบัติงานควบคุม การจ้ า งเหมาก่ อ สร้ า งทาง เมื่ อ ระยะเวลาในการ ทำ�หน้าที่นี้ผ่านไป 7 ปี เขาได้เปลี่ยนหน้าที่ของเขา อีกครัง้ โดยคราวนีเ้ ขาเข้าปฏิบตั งิ านบำ�รุงทาง เริม่ เมือ่ พ.ศ. 2533 และทำ�ติดต่อกันมา 23 ปีจนถึงปัจจุบัน “ภารกิจหลักของกรมทางหลวง คืองานก่อสร้าง และบำ�รุงรักษาทางหลวง” คำ�จำ�กัดความที่เขาให้ไว้ อาจจะฟังดูสั้น แต่เนื้อในที่ซ่อนอยู่ในคำ�พูดเหล่านั้น คือความเหนื่อยยากลำ�บากที่เขาต้องเผชิญเมื่อถึง เวลาทำ�งาน ‘ออกแบบ-ลงมื อ สร้ า ง-ดู แ ลปรั บ ปรุ ง ’ ชุ ด คำ � เหล่ า นี้ เ ป็ น สิ่ ง ที่ ว นเวี ย นอยู่ ใ นการทำ � งานของเขา การออกแบบและสร้างว่ายากแล้ว การดูแลรักษาให้

คนทุกคนต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะข้าราชการ เราต้องยึดมั่นในความ สัตย์จริง ตรงไปตรงมา ทำ�ในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่สำ�คัญที่สุด เราต้องทำ�งานด้วยความสุขและสนุกในงานที่ทำ� นายประสิทธิ์ วิศิษฎจินดา อายุ 59 ปี เกียรติยศที่ได้รับ • ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำ�ปี 2555 • ปี 2523 ปฏิบัติงานที่ศูนย์สร้างทางกาญจนบุรี ได้รับหนังสือบันทึกจากผู้บังคับบัญชา ปิดประกาศ ยกย่องการทำ�งานว่า ‘รู้สึกภูมิใจที่มีข้าราชการเช่นท่าน’

‘ถนน’ พร้อมใช้สำ�หรับประชาชนตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ ยากกว่า “เราต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ เมื่อทำ�งาน เสร็จแล้ว ผลที่ได้ออกมาต้องทำ�ให้ทุกๆ คนมีความ พึ ง พอใจ มี ค วามสุ ข ” ประสิ ท ธิ์ เ อ่ ย ถึ ง ความยาก ในการทำ�หน้าที่นี้ ถามเขาต่อว่าแล้วคนแบบไหนเล่าทีเ่ หมาะกับงาน แบบเขา ประสิทธิ์ตอบว่า “คนที่เหมาะจะทำ�หน้าที่ ตรงนี้ ต้ อ งเป็ น คนที่ เ ปิ ด กว้ า ง รั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น คนอื่น คิดบวก มีปัญหาต้องรีบกระโดดเข้าใส่ทันที ทำ�เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ตามสมควร ที่สำ�คัญที่สุดคือต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม และจริยธรรม” หลายๆ คนอาจจะมี วิ ถี ก ารใช้ ชี วิ ต ในฐานะ ข้าราชการไทยที่แตกต่างกันไป แต่สำ�หรับประสิทธิ์ เขาบอกกับเราว่า เขายึดถือตามแนวพระราชดำ�รัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย พอเพียง สมถะ ลดความฟุ่มเฟือย ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เขายึดถือเป็นวิถีปฏิบัติมาตลอด “คนทุกคนต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะ ข้ า ราชการ เงิ น เดื อ นที่ เ ราได้ ก็ ม าจากภาษี อ ากร ของประชาชน เราต้ อ งยึ ด มั่ น ในความสั ต ย์ จ ริ ง ตรงไปตรงมา ทำ�ในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ด้วยความ บริสุทธิ์ใจ ที่สำ�คัญที่สุดเราต้องทำ�งานด้วยความสุข

และสนุกในงานที่ทำ�” ประสิทธิ์กล่าวสิ่งที่คิด ก่อนจะ นิ่งไปสักพัก แล้วพูดต่อมา “สั ง คมไทยปั จ จุ บั น คนในชาติ แ ตกแยกมาก ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่นที่แตกต่าง ใช้แต่ศรัทธา ตั ด สิ น ใจ ไม่ ใ ช้ ปั ญ ญา แยกแยะถู ก ผิ ด ไม่ เ ป็ น ข้าราชการต้องเป็นหลักให้แก่บ้านเมือง เป็นตัวอย่าง ที่ดีแก่ประชาชน มีสติ รักษากฎหมาย กติกาของ บ้านเมือง” เขามองตรงมาทีเ่ ราด้วยแววตาทีฉ่ ายความมุง่ มัน่ พร้อมกันนั้นเขาเอ่ยกับเราต่อไปว่า “ประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข คนไทยโชคดีที่มีในหลวง ท่านทรงทศพิธราชธรรมเป็นศูนย์รวมของเราทุกคน เราต้องปกป้องท่าน ปกป้องไม่ให้ประเทศเพื่อนบ้าน รุกราน เราต้องสามัคคีกนั รักกัน ประเทศจึงจะอยูร่ อด” นํ้าเสียงสุดท้ายของเขาที่กล่าวกับเราจบลงไป เราไม่อาจรู้ได้ว่า ‘ปลายทาง’ ของ ‘คนต้นทาง’ คนนี้ จะทอดยาวไปสุดที่แห่งหนไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจ ได้ก็คือ ระหว่างทางที่ผ่านมาของเขาคนนี้ เรื่องราว ได้ประกอบสร้าง ‘ข้าราชการที่มีคุณภาพ’ คนหนึ่ง ให้กับประเทศไทย

#2 รับผิดชอบ

[ 05 ]


เรื่อง: วิภว์ บูรพาเดชะ

TOWER HEIST

ปล้นด้วยความรับผิดชอบ มองเผินๆ แล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Tower Heist (2011) ที่มีชื่อไทยว่า ปล้นเสียดฟ้า บ้าเหนือเมฆ น่าจะ เหมือนกับหนังแนวปล้นๆ ทั่วไป คือเป็นการรวมตัวกันของนักจารกรรมชั้นยอด ที่มาร่วมกันวางแผน จารกรรมในสิ่งที่ดูเหมือนจะขโมยได้ยากเย็น คล้ายกับที่ Ocean Eleven (2001) และภาคต่อทั้งหลายเคยทำ� ไว้อย่างสนุกสนานเร้าใจ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเหล่าดาราดังที่มารวมตัวกันใน Tower Heist นั้นออกไปทาง ดาวตลกมากกว่า นำ�หน้ามาโดย เบน สติลเลอร์ และ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ ที่เห็นหน้าก็ขำ�แล้ว แต่หนังจารกรรมเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการรวมตัวของตัวละครเก่งๆ แต่อย่างใด เพราะเหล่าผู้คนที่มาร่วม แก๊งจารกรรมกลุ่มนี้ ล้วนเป็นคนธรรมดาๆ บางคนเข้าข่าย ‘ผู้แพ้’ ของสังคมด้วยซํ้าไป และที่แปลกประหลาด ยิ่งกว่านั้น หนังเรื่องนี้ยังเป็นหนังที่พูดเรื่อง ‘ความรับผิดชอบ’ ในมิติต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย Tower Heist เล่าเรื่องของ จอช โคแว็กส์ (เบน สติลเลอร์) ผู้จัดการตึกสูงสุดหรูที่ทำ�หน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดมา เขารับผิดชอบต่อหน้าที่ในทุกๆ รายละเอียด ผู้เช่ารายไหนเป็นอย่างไร มีความต้องการพิเศษอะไร จอชจดจำ�ได้หมด แถมเขายังเป็นเจ้านายที่ดูแลลูกน้องได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา เรื่องมาพลิกผันเมื่อผู้เช่า รายใหญ่ที่เป็นนักการเงินชื่อดังเกิดโดนตำ�รวจจับ เพราะเป็นหนึ่งในตัวการสำ�คัญที่ทำ�ให้เกิดวิกฤติการเงิน ในสหรัฐฯ จนผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว (เป็นประเด็นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง) จอชมาเดือดร้อนก็ตรงที่ เขาดันเอากองทุนบำ�นาญของลูกน้องทุกคนไปฝากให้พ่อมดการเงินคนนี้ดูแลจัดการ เมื่อพ่อมดกลายมาเป็น นักหลอกลวง เงินบำ�นาญของพนักงานทัง้ ตึกก็มที า่ ว่าจะสูญ จอชเลยต้องตามทวงจนตัวเองโดนไล่ออกเพราะ ไปก่อวีรกรรมทวงเงินด้วยลีลาสุดเครียด เป็นผลให้เขาคิดรวบรวมแก๊งซึง่ มีทงั้ โจรกระจอกและลูกน้องเก่าทีเ่ คย ทำ�งานในตึกแห่งนีด้ ว้ ยกัน เพือ่ บุกไปเอาเงินเก็บ (หนีภาษี) ของพ่อมดการเงินคนนีม้ าคืนลูกน้องเก่าทุกคนให้ได้ Tower Heist ไม่ได้ตลกขำ�กลิ้ง แต่จะทำ�ให้เราหัวเราะหึๆ ทั้งเรื่อง ความเด็ดขาด ของหนังเรื่องนี้ก็คือประเด็นเรื่อง ‘ความรับผิดชอบ’ ของตัวละครต่างๆ นั้นช่างชวนให้คนดู ถกเถียงกันอย่างสนุกสนาน หลายเหตุการณ์ในหนังชวนให้เราขบคิด อาทิ ประเด็นที่ว่า คุณจะยอมเอาตัวเองเข้าไปรับผิดชอบความผิดที่คุณไม่ได้ก่อขนาดไหน หรือหากเอา จริยธรรมมาเทียบกับกฎกติกาอื่นๆ แล้ว อะไรจะมีนํ้าหนักกว่ากันแน่ ตอนจบของหนังโจรกรรมเรื่องนี้ยังเป็นการจบที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยิ่ง จนอาจจะมีคนดูบางคนรู้สึกขัดใจ แต่ก็เป็นไปได้ว่ามีคนดูอีกหลายคนที่รู้สึกหัวใจพองโต ไปกับการสรุปเรื่องในแบบแหกขนบภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ทั่วไปของฮอลลีวู้ดแบบนี้แน่ๆ กล่าวโดยสรุปได้วา่ Tower Heist เป็นหนังปล้นๆ ทีจ่ ะทำ�ให้เราภูมใิ จในความรับผิดชอบ ...ทัง้ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อคนอืน่ และทีส่ �ำ คัญทีส่ ดุ คือความรับผิดชอบต่อตัวเอง

{ประดับใจ} • “พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” คือประโยคทองในภาพยนตร์เรื่อง Spiderman • อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกา กล่าวว่า “เราไม่สามารถเลี่ยงความรับผิดชอบในวันพรุ่งนี้โดยเลี่ยงมันวันนี้” ขณะที่ท่าน ว. วชิรเมธี เทศนาว่า “คนที่ปัดความรับผิดชอบเมื่อทำ�งานผิดพลาด ก็เท่ากับปิดโอกาสที่ตัวเองจะได้พัฒนา” • ปี พ.ศ. 2554 บริษัท แมคแคน เวิลด์ กรุ๊ป สำ�รวจผู้บริโภค 7,000 คน ใน 13 ประเทศ พบว่า 65% ของผู้บริโภคจะมีความเชื่อในแบรนด์สินค้าที่มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม • “รักแท้มาพร้อมความรับผิดชอบ และไม่มีข้อแม้” คือประโยคที่ วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนดับเบิลซีไรต์ เขียนไว้ในหนังสือ สองปีกของความฝัน [ 06 ] JUMKUNJAI


กระจกบานใหญ่

ชยั วฒ ั หวั หน

อักะจษานร น ิ ต ์ ิ ข ล ล ้ ิ ม า้ อทุ กร ยานแห่งชาติแก่ง

ผมถามว่าทีป่ ระเทศไทยมันพังเพราะอะไร เพราะข้าราชการปกปิด หน่วยงานปกปิด เราต้องดูตัวเราเองว่าตัวเราปกปิดอะไรบ้าง โถ ปกปิดเยอะแยะ เราทำ�อะไรเยอะแยะ แต่เราไม่ยอมพูดออกมา ถามว่าทุกวันนี้ป่าถูกบุกรุกเท่าไหร่ สัตว์ป่าถูกล่าเท่าไหร่ มีใครพูดหรือเปล่า? ในหลวงพูดอยู่เสมอว่าขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาป่า อย่าให้ถูกตัดไม้ทำ�ลายป่า ซึ่งเป็นต้นนํ้าลำ�ธาร ผมท่องจนขึ้นใจ ผมไม่ได้ทำ�เหนือระบบราชการเลย ผมใช้ชีวิตข้าราชการปกติ อย่าคิดว่าผมทำ� เกินลิมิต ตื่นเช้ามาใครทำ�ผิดผมก็จับกุม ทหาร ตำ�รวจ ผู้ใหญ่บ้าน กำ�นัน นายอำ�เภอ ผมจับมาแล้วทุกคน วันนี้ผมเปิดประเด็นการคอร์รัปชั่นตัดไม้ล่าสัตว์ในอุทยานฯ จนนายอำ�เภอ ผู้ว่าฯ ทะเลาะกับผม ผมก็เอาสิ ตายก็ตาย จะย้ายก็ย้าย ไม่เห็นเป็นไร ข้าราชการคนอื่นก็กิน ข้าวเหมือนกัน ไม่มใี ครบินได้ เชือ่ ผมดิ คุณก็กนิ ข้าว ผมก็กนิ ข้าว ผมถามว่าผมเก่งกว่า คุณหรือเปล่า ไม่ใช่หรอก ฉะนัน้ ใครจะเก่งกว่ากัน มันอยูท่ กี่ ารกินได้นอนหลับมากกว่า ผมพูดตรงๆ ว่ าผมทำ � หน้ าที่ ป กติ แต่ ค นอื่ น จะทำ � ปกติ หรื อเปล่ าไม่ รู้ ผมว่ า ผมอยากให้คนอื่นดูตัวเองก่อน เพราะถ้าเรารู้ตัวว่าทำ�หน้าที่อะไร เราก็จะทำ�หน้าที่ ตรงนั้นให้ดีที่สุด ขอแค่ข้าราชการรู้หน้าที่ของตนว่าทำ�อะไรอยู่ ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

#2 รับผิดชอบ

[ 07 ]


“การเสียสละทำ�งานทำ�ดีเพื่อการสร้างสรรค์ ด้วยความรับผิดชอบ เต็มที่นั้นช่วยให้ผู้ปฏิบัติได้รับผลดีอย่างหนึ่ง คือมีผู้ศรัทธาเชื่อถือ และนิยมยกย่องอย่างกว้างขวาง บุคคลเหล่านั้นเมื่อศรัทธาเชื่อถือ ในตัวผู้ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมจะรับเอาความคิดจิตใจของผู้ปฏิบัติดี

ทีน ่ ย ิ มยึดมัน ่ ในความดีเข้าไว้ดว ้ ย แล้วน้อมนำ�มาปฏิบต ั ช ิ อบปฏิบต ั ด ิ ี ด้วยตนเอง ดังนี้ ก็จะมีผู้ที่ศรัทธาในความดีเพิ่มขึ้นเป็นลำ�ดับ

เมื่อคนส่วนใหญ่มีศรัทธาความเชื่อมั่นในคุณความดีร่วมกันและ

เสมอกันแล้ว ก็จะเกิดเป็นความสามัคคีปรองดองเป็นปึกแผ่นขึ้น ความสามัคคีเป็นปึกแผ่นนี้ คือกำ�ลังอันแข็งกล้าที่สุดในแผ่นดิน

ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะบันดาลให้คนในชาติมีสมานฉันท์ มุ่งมั่นที่จะ ร่วมกำ�ลังกันสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงของบ้านเมือง ให้สมบูรณ์บริบูรณ์ขึ้นทุกสถาน”

วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนังสือเล่มนีเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของโครงการรณรงค์เผยแพร่ดา้ นคุณธรรมจริยธรรมและการป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบ และการรักษาจรรยาข้าราชการ หรือเรียกย่อๆ ว่าโครงการ 'จำ�ขึ้นใจ' ที่รณรงค์ให้ ข้าราชการประพฤติปฏิบัติตามคำ�ถวายสัตย์ปฏิญาณ

JUMKUNJAI  

JUMKUNJAI 1/2556

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you