Page 1

เปิดใจเรื่อง ‘ความซื่อสัตย์’ ในทรรศนะคนหลากหลาย ‘ราก’ คุณภาพ จินตนา คงเมือง พลังของแผ่นดิน กิจกรรมสุดสร้างสรรค์นอกเวลาราชการ กระจกบานใหญ่ชื่อ อานันท์ ปันยารชุน

HO

NE ST

Y

P02 P04 P06 P07

#1 ความซื่อสัตย์


ความซื่อสัตย์ เรื่อง: จรัลพร พึ่งโพธิ์ ภาพ: ทักษ์ดนัย แคนยุกต์, วิชญ์พล พลพิทักษ์ชัย

ความซื่อสัตย์-คำ�ที่ทุกคนคงได้ยินกันมาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อย และต่างรู้ถึงความหมายของคำ�นี้ร่วมกันว่าคือความ ตรงไปตรงมา ไม่คดโกง อาจจะเป็นเพราะได้รบั การอบรมจากผูใ้ หญ่ผา่ นหูมาบ่อยครัง้ ว่าเป็นมนุษย์จ�ำ เป็นต้องมีความ ซื่อสัตย์ เพราะสิ่งนี้คือหนึ่งในคุณธรรมแห่งความดีงาม แต่หากลึกลงไปในรายละเอียดการตีความและการให้คุณค่า ต่อความซื่อสัตย์ในแต่ละบุคคล ย่อมได้รับคำ�ตอบที่แตกต่างกัน 3 บุคคลที่เราเลือกมานำ�เสนอต่อไปนี้ มีแนวความคิดอันรอบด้านเกี่ยวกับความซื่อสัตย์แตกต่างกันออกไป และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการมองความซื่อสัตย์ในมิติที่ลึก และกว้างมากขึ้น นายแพทย์ปราการ ถมยางกูร นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช ผู้ช่วยผู้อำ�นวยการด้านงานฝึกอบรม โรงพยาบาลราชวิถี

“ความซื่อสัตย์ในทรรศนะผม คือคุณทำ� ตามหน้าที่ คุณมีหน้าที่อะไรก็ทำ�ตามหน้าที่ โดยไม่บิดพลิ้ว ไม่มีนอกมีใน แต่ละคนมีหน้าที่อะไร ก็ ทำ � ตามนั้ น โดยไม่ มี ผ ลประโยชน์ เป็ น การปฏิ บั ติ ตามหน้าที่ล้วนๆ ความซื่อสัตย์มันครอบคลุมมิติชีวิต การทำ�งาน ซึ่งมันมอบหมายด้วยกฎอะไรบางอย่าง อาจจะรวมถึง การใช้ชีวิตโดยทั่วไปด้วย เพราะคำ�ว่าหน้าที่ของผม มันกินความหมายของชีวิตการทำ�งานและชีวิตส่วนตัว [ 2 ] JUMKUNJAI

“ความซื่อสัตย์ คือ เป็นคนดี ไม่คดโกง ใคร แม้ ว่ า จะมี โ อกาสก็ ต าม ต้ อ งซื่ อ สั ต ย์ กับตัวเอง ต่อสังคม ต่อสิ่งที่ทำ�อยู่ แล้วความซื่อสัตย์ เป็นคุณธรรมที่สำ�คัญที่สุดต่อสังคม ต้องมีการปลูกฝัง เพื่ อ สั ง คมจะไม่ วุ่ น วาย จะได้ ไ ม่ ไ ปแก่ ง แย่ ง เอารั ด เอาเปรียบ พอมีความซื่อสัตย์ก็จะมีความไว้วางใจ กันง่ายขึน้ สังคมก็จะมีความสุข มีรอยยิม้ ตรงไปตรงมา “ในหลวงทรงมีพระบรมราโชวาทในงานวันเด็กปี 2533 ว่า ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดี ทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมเพื่อให้เกิดมีขึ้นใน ตนเอง เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมี ชีวิตที่สะอาดที่เจริญมั่นคง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เริ่มจาก มาทำ�งานแล้วซื่อสัตย์ แต่ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กๆ ในฐานะ ที่เป็นจิตแพทย์ด้วย ผมคิดว่าต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก หากโตขึ้นมาแล้วพลาดพลั้งไปก็ไม่เป็นไร ก็ต้องคุย กันตรงๆ ว่าอันนี้พลาดไปแล้ว แต่หากยิ่งเริ่มโกหก เมือ่ ไหร่ มันจะมัดไปมัดมา วนไปวนมาจนไม่มคี วามสุข หากบอกว่าอันนี้นิดหน่อยไม่เป็นไร คิดว่าเป็นเรื่อง เล็กน้อย มันจะพอกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์ สังคมจะปั่นป่วน สังคมจะเกิด ความไม่เชื่อถือซึ่งกันและกัน คนนั้นทำ�ได้ ฉันทำ�บ้าง ความซือ่ สัตย์ไม่ใช่แค่กลุม่ เรากลุม่ เดียว แต่ตอ้ งซือ่ สัตย์ ทัง้ สังคมด้วยถึงจะทำ�ให้มคี วามสุข ไม่อย่างนัน้ ชีวติ เรา จะไม่มีความสุข “ในเชิงจิตวิทยา ความซื่อสัตย์ คือคุณธรรมและ ความดี พอเราได้ทำ�ดี มีความซื่อสัตย์แล้ว เราจะเกิด คุณค่าในตัวเอง แต่ใครที่ไม่มีความซื่อสัตย์ คุณค่าใน

ตัวเองจะลดลง ความซื่อสัตย์อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใกล้ตัว เช่น เป็นโรคเบาหวาน เราจะกินหวานให้น้อย ลงดีกว่า นี่ก็เป็นความซื่อสัตย์ แล้วมันก็เป็นประโยชน์ กับตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ไม่นอกใจไปจากสามี ภรรยา พอทำ�ได้อย่างนีเ้ จ้าตัวจะรูส้ กึ ว่าตัวเองเป็นคนดี เมื่ อ ไหร่ ที่ ค นรู้ สึ ก ว่ า ตั ว เองเป็ น คนดี ก็ จ ะมี ค วามสุ ข แต่จะมีอีกพวกที่เอาเปรียบได้เอาเปรียบไว้ก่อน เขาก็ มีความสุขของเขา แต่สิ่งนั้นมันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เขาก็ ต้ อ งคอยตะเกี ย กตะกายตลอดเวลา แล้ ว เมื่ อ เราเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่จะทำ�อะไรไม่ได้แล้ว ความสุข จะมาจากสิ่งที่มองย้อนกลับมาในอดีตว่าตัวเองได้ทำ� สิ่ ง ที่ ดี อ ะไรบ้ า ง นั่ น จะเป็ น ความสุ ข สุ ด ท้ า ยที่ ทำ � ให้ แต่ละคนเกิดความสุขขึ้นมา แต่ถ้าไม่มีอะไรที่คิดแล้ว ปลอบประโลมใจได้เลย เพราะมีแต่เรื่องวุ่นวายในชีวิต ก็จะทุกข์ระทมกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำ�ผิดพลาดไป ฉะนั้น ต้องรอให้ถึงจุดนั้นก่อนถึงจะเข้าใจกัน “ง่ายที่สุดคือ ใช้ความซื่อสัตย์ในการนำ�ทางชีวิต จะได้ไม่ตอ้ งไปคิดอะไรมาก ทำ�ทุกอย่างให้ตรงไปตรงมา ยิ่งเป็นข้าราชการยิ่งซื่อสัตย์ยิ่งสบาย ไม่ต้องกลัวเวลา ใครมาตรวจสอบ ซึ่งถ้าโกงแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่ ส ามารถนำ � ไปใช้ ป ระโยชน์ ต่ อ ประเทศชาติ ไ ด้ แต่ ก ลั บ ถู ก ดึ ง ออกไปก็ น่ า เสี ย ดายที่ ห ลายอย่ า งจะ ไม่ได้คุณภาพตามต้องการ ประเทศชาติก็จะไปไม่รอด เพราะข้าราชการเป็นรากฐานของประเทศ เราใช้ความ ซื่อสัตย์เพื่อให้ประชาชนมีความสุข”

“เวลาเรามองความซื่อสัตย์ เราอาจจะมองในฐาน ของปัจเจกชน คือความซือ่ สัตย์เป็นคุณธรรมส่วนบุคคล ที่ถูกสร้างขึ้นมา เอาเข้าจริงผมว่ามันซับซ้อนกว่านั้น ความซื่ อ สั ต ย์ อ าจจะเป็ น เรื่ อ งการพั ฒ นาคุ ณ ธรรม ส่ ว นบุ ค คล ซึ่ ง มั น ง่ า ยแค่ คุ ณ ไปสั่ ง สอนว่ า คุ ณ ต้ อ ง ซื่อสัตย์ก็จบ มันง่ายมากที่จะสอนแบบนั้น แต่เมื่อเรา มองปัญหาของความไม่ซื่อสัตย์ มันไม่ใช่ปัญหาระดับ ปัจเจกบุคคลอย่างเดียวเท่านัน้ แต่มนั เป็นปัญหาระดับ โครงสร้าง ระดับวัฒนธรรมด้วย เพราะฉะนัน้ วัฒนธรรม

ความไม่ซื่อสัตย์จริงๆ แล้วเป็นผลร้ายยิ่งกว่าความ ไม่ซอื่ สัตย์ทเี่ ป็นคุณธรรมส่วนบุคคล ตัวอย่างง่ายๆ เช่น คุ ณ ไปอยู่ ใ นองค์ ก รที่ ส่ ง เสริ ม ความไม่ ซื่ อ สั ต ย์ โ ดย วัฒนธรรมองค์กร หรือกระทั่งระบบอุปถัมภ์ที่เอาคน จากเครือข่ายตัวเองมาให้รับผลประโยชน์บางอย่าง อันนั้นแหละเป็นวัฒนธรรมความไม่ซื่อสัตย์ที่มันเป็น ปัญหาระดับโครงสร้าง บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องจิตใจ กับความไม่ซอื่ สัตย์ แต่มนั อาจจะเป็นเรือ่ งของการสร้าง วัฒนธรรมหรือโครงสร้างบางอย่างของความไม่ซอื่ สัตย์


และอั น นั้ น เป็ น ปั ญ หาจริ ง ๆ ของความไม่ ซื่ อ สั ต ย์ และไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ในระดับปัจเจกบุคคลด้วย “ส่ ว นการแก้ ไ ข ผมมองว่ า เราต้ อ งแก้ 2 อย่ า ง ทัง้ การสัง่ สอนคุณธรรมส่วนบุคคลซึง่ อาจจะได้ผลน้อย และการแก้ปัญหาความซื่อสัตย์ในระดับโครงสร้าง ในระดับองค์กร ระดับวัฒนธรรมซึ่งยั่งยืนกว่า แต่ทำ� ได้ยากมาก แต่สามารถทำ�ได้โดยเริ่มจากการตระหนัก ว่ า มั น มี ปั ญ หาอย่ า งนี้ ก่ อ น ตระหนั ก ว่ า ปั ญ หาของ ความซื่อสัตย์ไม่ใช่ปัญหาของปัจเจกบุคคล ไม่ใช่เรื่อง ที่เราต้องมาแก้ทีละคน แต่เป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วย กันคิดและแสวงหาวิธีการมาแก้ไขร่วมกัน แล้วสร้าง อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หรืออีกบทบาทหนึ่งคือ เชฟหมี ผู้ดำ�เนินรายการ ครัวกากๆ

“ความซื่ อ สั ต ย์ ม องได้ ห ลายอย่ า ง ความซื่ อ สั ต ย์ เ ป็ น ทั้ ง กั บ ดั ก เป็ น ได้ ทั้ ง เครื่ อ งมื อ เป็ น ทั้ ง คำ � มายาคติ ห รื อ เป็ น อุ ด มคติ ก็ ไ ด้ มันมีความหมายไปในทางที่สังคมมองว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ ใ นขณะเดี ย วกั น ความซื่ อ สั ต ย์ ก็ ถู ก ใช้ ใ ห้ เ ป็ น เครือ่ งมือว่าคุณจะต้องเป็นคนทีม่ คี วามซือ่ สัตย์สจุ ริตนะ แต่ในขณะเดียวกัน ความเป็นจริงในสังคมมันมีคนที่มี ความซื่อสัตย์อยู่ แต่พอเข้ามาในระบบแล้วถูกทำ�ให้ ความหมายเปลี่ยนไปแง่ของสัญลักษณ์ ความซื่อสัตย์ อาจจะเป็นเรื่องของคุณเป็นคนซื่อบื้อ คุณต้องฉลาด หน่อย มันกลับกลายเป็นแบบนั้นไป มันกลายเป็น กับดักไป มันก็กลายเป็นเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบ ของคนกลุ่มหนึ่งกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง “ถ้าคนที่เชื่อในความซื่อสัตย์ที่เป็นอุดมคติ ก็จะ มองว่าความซื่อสัตย์มันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ มนุษย์อยู่ในกรอบในกฎเกณฑ์ที่เชื่อว่าดี เป็นเครื่องมือ หนึ่งของการขัดเกลาให้มนุษย์เป็นคนดี แต่จริงๆ แล้ว เมือ่ อยูใ่ นสังคม ความซือ่ สัตย์มนั กลายเป็นเครือ่ งมือไป มันมีทั้งด้านที่คนมาตีความว่าเป็นเรื่องที่คนต้องนำ�มา ยึ ด ถื อ และปฏิ บั ติ เ พื่ อ ขั ด เกลาตั ว เราให้ ดี ขึ้ น เรื่ อ ยๆ หรือเป็นกับดักให้คนเอารัดเอาเปรียบ “ความซื่อสัตย์สำ�หรับผมมันเป็นเครื่องมือ เพราะ ฉะนั้นผมมองว่ามันเป็นเครื่องมือที่ทำ�ให้เรามีขอบเขต ในการใช้ชีวิตของเรา ถ้าเป็นความหมายของคนทั่วไป ความซื่อสัตย์ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ�อยู่แล้วเพื่อก้าวไปสู่ ความเป็นคนดี เพราะการเป็นคนดีตอ้ งไม่โกหก ไม่พดู ปด ต้องซื่อสัตย์ ต้องกตัญญู แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันทำ�ให้ คนเป็นคนดีได้ เขาเลยบัญญัติออกมา แต่เบสิกที่สุด ที่มองว่า นี่ไม่ใช่ของเรานะ เราอย่าเอา การที่บอก นีไ่ ม่ใช่ของเราและเราไม่เอานีม่ นั มากกว่าซือ่ สัตย์อกี นะ สำ�หรับสังคมไทยความซื่อสัตย์เป็นเหมือนมาตรฐาน

ของคนดี แต่มันดูเหมือนจะขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง “ซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงเงินตราอย่างเดียว ซื่อสัตย์ ไม่ ไ ด้ ห มายถึ ง การทอนตั ง ค์ แต่ ห มายถึ ง เรื่ อ งของ จิตใจด้วย ภรรยาซื่อสัตย์ต่อสามีไหม สามีซื่อสัตย์ ต่อภรรยาไหม สำ�หรับผมแล้วผมว่านี่คือลักษณะของ ความซื่อสัตย์ด้วย มันสามารถยกระดับจิตใจคนได้ นั่นหมายถึงการกระทำ�ของความซื่อสัตย์ถูกมองว่า เป็นคนดี ส่วนความซื่อสัตย์ของคนที่ทำ�งานด้วยกัน เจ้านายซื่อสัตย์ ลูกน้องซื่อสัตย์ มันทำ�ให้องค์กรนั้น ไปได้ดี มันไม่ใช่เฉพาะส่งผลต่อองค์กร แต่มันส่งผล ต่อภาพรวมภาพพจน์ขององค์กรด้วย “ความซื่อสัตย์เปรียบเสมือนเสาหลักเหมือนกัน เพราะมั น ทำ � ให้ เ กิ ด ความไว้ ว างใจของคนต่ อ คน คนต่อสิ่งของ คนต่อองค์กร ถ้าคุณไม่ซื่อสัตย์ต่อสามี ต่ อ ภรรยา ก็ มี ผ ลร้ า ยที่ ทำ � ให้ ค รอบครั ว แตกแยก ไม่ซื่อสัตย์ต่อเจ้านายก็ทำ�ให้งานผิดพลาด ถ้าเจ้านาย ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกน้อง องค์กรก็จะอยู่ไม่ได้ “ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองสำ�คัญที่สุด เพราะเป็น การขัดเกลาตัวเราในการทำ�อะไรบางอย่าง ซื่อสัตย์ ต่อตัวเองก็คือซื่อสัตย์ต่อคนอื่นด้วย เพราะการกระทำ� ของเรามั น ส่ ง ผลกระทบต่ อ คนอื่ น ฉะนั้ น ถ้ า เราไม่ ซื่อสัตย์ต่อตัวเองก็ไม่ต่างอะไรจากการทำ�ร้ายตัวเอง เพราะคื อ สิ่ ง เดี ย วกั น กั บ การไม่ ซื่ อ สั ต ย์ ต่ อ คนอื่ น ซึ่งท้ายที่สุดมันก็จะวนกลับมาสู่ตัวเราเองนี่แหละ “มนุ ษ ย์ เ ราอยู่ ค นเดี ย วกั บ ตั ว เองไม่ ไ ด้ เราต้ อ ง รั ก คนอื่ น เราต้ อ งทำ � งาน ต้ อ งใช้ ชี วิ ต อยู่ กั บ คนอื่ น แล้วความรักที่เรามีให้กับคนอื่น มันจะส่งผลสะท้อน กับตัวเรา เพราะฉะนั้นเริ่มจากความซื่อสัตย์เพราะมัน เป็นเรื่องของตัวเราเองที่จะได้รับผลในด้านวิถีชีวิตด้วย ด้านจิตใจด้วย มันสำ�คัญ”

วัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา คือวัฒนธรรมของความซื่อสัตย์ “ผมคิ ด ว่ า สิ่ ง ที่ ข้ า ราชการทุ ก คนควรเป็ น ก็ คื อ การวางระยะห่ า งระหว่ างตนเองกั บ ผู้ บั ง คั บ บั ญชา, ตนเองกั บ ผลประโยชน์ ที่ เ ข้ า มาในหน่ ว ยงาน และ ตนเองกับคนข้างนอก เพราะไปเกี่ยวพันกับ 3 ส่วนนี้ มากๆ โอกาสที่เราจะถูกดึงเข้าไปในระบบของความ ไม่ซื่อสัตย์มีสูง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องถอยห่างเสียจน โดดเดี่ ย ว มั น มี ค วามสมดุ ล ในการรั ก ษาระยะอยู่ และนี่เป็นเรื่องที่ข้าราชการต้องคิดให้ได้ โดยเฉพาะ คนตัวเล็กตัวน้อย เพราะยิ่งใกล้อำ�นาจก็ยิ่งฉ้อฉลง่าย และวิธีการที่ดีที่สุด คือการรักษาระยะระหว่างตัวเอง กับอำ�นาจ ไม่ว่าอำ�นาจของผู้บังคับบัญชาและอำ�นาจ ข้างนอก จะทำ�ให้เรามีความเสี่ยงที่จะเข้าไปสู่ความ ไม่ซื่อสัตย์น้อยลงด้วยการรักษาระยะห่างของตนเอง สิ่ ง สำ � คั ญ ก็ เ ป็ น เรื่ อ งที่ ว กกลั บ มาสู่ ก ารตระหนั ก ว่ า การทำ � หน้ า ที่ เ ป็ น เรื่ อ งสำ � คั ญ กว่ า สิ่ ง อื่ น ทั้ ง หมด สุดท้ายถ้าเราอยู่กับความคิดเรื่องของการทำ�หน้าที่ ผมว่าโอกาสที่เราจะผลักดันตัวเองไปสู่ผลประโยชน์ จะน้อย เพราะหน้าทีม่ นั ไม่ตอ้ งไปผูกติดอยูก่ บั คุณธรรม เรื่องอื่น พูดเรื่องหน้าที่มันจบ”

ภาณุ มณีวัฒนกุล นักเดินทาง นักเขียนสารคดีรุ่นใหญ่ ช่างภาพอิสระ เจ้าของร้านหนังสือ Rhythm & Books ในเมืองหัวหิน

#1 ความซื่อสัตย์

[3]


เรื่อง: ปริญญา ก้อนรัมย์ ภาพ: นพพร ยรรยง

‘ราก’ คุณภาพ จินตนา คงเมือง • นักทรัพยากรบุคคลระดับชำ�นาญการพิเศษ สำ�นักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมศุลกากร • ข้าราชการดีเด่น

[ 4 ] JUMKUNJAI


หากประเทศไทยเปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ ‘ข้าราชการ’ อาจเปรียบ ได้ดั่ง ‘ราก’ องค์ประกอบสำ�คัญของต้นไม้ที่จะขาดไปเสียไม่ได้ เพราะรากทำ � หน้า ที่ยึดเกาะลำ�ต้นให้มั่นคง ดูด ซึ ม ธาตุ อาหาร มาหล่อเลี้ยงลำ�ต้น กิ่งก้าน ใบ และดอกให้เติบโต วั น นี้ เ ราจะพาไปรู้ จั ก กั บ ‘ราก’ คุ ณ ภาพ ที่ จ ะพาต้ น ไม้ ชื่ อ ‘ประเทศไทย’ เติ บ โตไปอย่ า งแข็ ง แรง กั บ ข้ า ราชการหญิ ง คนนี้ จินตนา คงเมือง

“ดิฉันเริ่มต้นอาชีพราชการจริงๆ ตอนปี พ.ศ. 2527 ไปสอบขึ้นบัญชีของ สำ � นั ก งาน ก.พ. และถู ก เรี ย กบรรจุ เ ข้ า รั บ ราชการในปี นั้ น ได้ ทำ � ตำ � แหน่ ง เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ระดับ 1 สังกัดกองคดี กรมศุลกากร” จินตนาเล่าจุดเริ่มต้น กับอาชีพราชการให้เราฟัง แม้จดุ เริม่ ต้นของรากคุณภาพคนนีจ้ ะเป็นเพียงรากเล็กๆ จากพืน้ ล่างของลำ�ต้น แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะของเธอ รากเล็กๆ ในวันนั้นก็กลายมาเป็นรากหนึ่ง ที่สำ�คัญคอยผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันเธอดำ�รงตำ�แหน่ง นักทรัพยากรบุคคลระดับชำ�นาญการพิเศษ สำ�นักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมศุลกากร “ตอนแรกจบปริญญาตรี คณะการจัดการทั่วไป จากวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อปี 2535 หลังจากบรรจุรับราชการที่กรมศุลกากร ก็อาศัยเวลา หลั ง เลิ ก งานและวั น หยุ ด ไปศึ ก ษาต่ อ ในระดั บ ปริ ญ ญาตรี ที่ ค ณะนิ ติ ศ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตรภาคคํ่า) หลังจากเรียนจบมา 2 ปี ดิฉันได้รับ

องค์กร รับผิดชอบต่อประชาชน เราควรจะรักในเกียรติและศักดิ์ศรีของความ เป็นข้าราชการ สิ่งเหล่านี้แหละจะผลักดันให้ประเทศของเราก้าวไปข้างหน้า” แม้ ว่ า ปั จ จุ บั น เธอจะมี ห น้ า ที่ ก ารงานที่ มั่ น คง ฐานะการเงิ น ที่ ไ ม่ ฝื ด เคื อ ง แต่นสิ ยั อย่างหนึง่ ทีไ่ ม่เคยเปลีย่ น ไม่วา่ จะก่อนหรือหลังรับราชการคือความมัธยัสถ์ “ดิฉันยังคงดำ�เนินชีวิตแบบเรียบง่าย ประหยัด และใช้จ่ายตามความจำ�เป็น ไม่ฟุ้งเฟ้อ เพราะอดีตฐานะทางบ้านไม่ได้รํ่ารวย ครอบครัวเป็นคนต่างจังหวัด มีอาชีพทำ�สวน มีพี่น้องสองคน ดิฉันเป็นบุตรคนโต ในสมัยเริ่มเข้ามาเรียนหนังสือ ในกรุงเทพฯ ก็อาศัยอยู่กับบ้านลุงที่เขตบางยี่ขัน ย่านฝั่งธนบุรี ด้วยความที่มีนิสัย เป็นคนขี้เกรงใจ ไม่อยากให้ลุงต้องหนักใจ จึงประหยัดอดออม จนติดตัวมาถึง ทุกวันนี้” แต่ละคนมีนิสัยส่วนตัว และวิธีการดำ�เนินชีวิตที่ไม่เหมือนกัน วิถีการใช้ชีวิต ของเธออาจจะมัธยัสถ์และเรียบง่าย แต่ในส่วนของการทำ�งานเธอบอกกับเราว่า “สำ�หรับตัวดิฉันเองมีหลักการในการทำ�งานคือ ปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ ให้ดีที่สุด ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม ขยัน อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และทำ�งานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ตนเอง” เธอเดินตามหลักการทำ�งานที่เล่าให้เราฟัง จนวันนี้เธอพบกับความสำ�เร็จ ในชีวิตราชการ จนเรียกได้ว่าเป็นข้าราชการที่ใช้ชีวิตได้ ‘ดี’ คนหนึ่ง ซึ่งเธอ ก็อยากจะแนะนำ�กับพี่น้องข้าราชการทั่วประเทศว่า “ดิฉันอยากให้ข้าราชการไทยทุกคนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง มุ่งมั่นตั้งใจทำ�งานราชการด้วย ‘ความซื่อสัตย์’ สุจริต ยึดมั่นทำ�ในสิ่งที่ถูกต้อง

ดิฉันคิดอยู่เสมอว่า เรารับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ประชาชนจึงเปรียบเสมือนนายจ้างของเรา ทุนสนับสนุนเรียนปริญญาโทภายในประเทศจากกระทรวงการคลัง จึงไปสมัคร สอบเรียนต่อในระดับปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ ทีม่ หาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และเรียนจบในปี พ.ศ. 2547” ตำ�แหน่งของจินตนาในปัจจุบันมีหน้าที่จัดโครงสร้างงานภายในของกรม ศุลกากร จัดทำ�รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบของตำ�แหน่งข้าราชการต่างๆ ทัง้ พนักงานราชการ รวมถึงลูกจ้างของกรมศุลกากร นอกจากนีเ้ ธอยังต้องวางแผน รับผิดชอบพัฒนาบุคลากร และกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้กับ กรมศุลกากร “ในการทำ�งาน การบริหาร ‘คน’ นัน้ เป็นเรือ่ งยากทีส่ ดุ ” เธอพูดประโยคนีข้ นึ้ มา เมื่อเล่าถึงอาชีพของตัวเอง ต่างคนต่างความคิด การจัดการคนที่มาจากทุกสารทิศให้ทำ�งานได้อย่าง มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เป็ น ความยากในงานของเธอ ทำ � อย่ า งไรให้ ผู้ ค นเหล่ า นั้ น จะทำ�งานได้บรรลุผลสำ�เร็จ นั้นเป็นโจทย์ที่เธอต้องแก้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน “อาชีพรับราชการ เป็นงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำ�สั่ง และข้อ บังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในงานนั้นๆ ในความคิดของดิฉัน การเป็นข้าราชการ สิ่งสำ�คัญที่สุดคือความรับผิดชอบ เราต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ รับผิดชอบต่อ

เป็นธรรม และให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจอย่างเสมอภาคไม่เลือกปฏิบตั ิ ดิฉันเองคิดเสมอว่า เรารับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ประชาชนจึงเปรียบ เสมือนนายจ้างของเรา “ดิฉันอยากจะบอกว่า ดิฉันมีความรักและภาคภูมิใจในอาชีพข้าราชการมาก เพราะถือว่าการรับราชการเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากตอบแทนพระคุณด้วยการตั้งใจทำ�งาน ในตำ�แหน่งหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตที่สุด ดิฉันอยากให้ประชาชนและ สังคมให้โอกาสแก่ ‘ข้าราชการที่ดี’ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าคนเหล่านี้ยังมีอีกมากมาย ในระบบราชการไทย” เธอทิ้งท้าย แม้คำ�พูดสุดท้ายของเธอจะจบลง แต่ประกายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ของเธอยังคงติดตรึงในใจเรา ทำ�ให้เราเชื่อจริงๆ ว่า ‘รากที่มีคุณภาพ’ ยังคงมีอยู่ ในประเทศเรา

#1 ความซื่อสัตย์

[5]


นอกเวลาราชการ

> มา ‘ซิง’ (sing) กันเถิด

> ร่วมกันลิขิตความดี

กลับมารวมตัวสนุกสนานและสร้างความภาคภูมใิ จในการเป็นข้าราชการ ทีด่ กี นั อีกครัง้ กับโครงการรณรงค์เผยแพร่คณ ุ ธรรม จริยธรรม และการป้องกัน การทุจริตประพฤติมิชอบ (จำ�ขึ้นใจ 2556) ด้วยการร่วมประกวดร้องเพลง ชิงรางวัลเงินสดกับบทเพลงของข้าราชการบทเพลงใหม่ ในนามประเทศไทย ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท (ต้นสังกัดได้รับ ต่างหากอีก 20,000 บาท) รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง 20,000 บาท (ต้นสังกัดได้รับ 10,000 บาท) รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง 10,000 บาท (ต้นสังกัดได้รบั 5,000 บาท) และรางวัลชมเชย 5 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท ผู้ ส นใจเข้ า ประกวด สมั ค รได้ ที่ jumkunjai@yahoo.com (ผู้ ส มั ค ร ต้ อ งได้ รั บ การตอบกลั บ จากเจ้ า หน้ า ที่ การสมั ค รจึ ง จะสำ � เร็ จ ) ถึ ง วั น ที่ 30 พฤษภาคม 2556 การประกวดแบ่งเป็น 2 รอบ รอบคัดเลือก 31 พฤษภาคม 2556 ผู้สมัคร ร้องเพลงที่ตนเองถนัดโดยไม่มีดนตรี ความยาว 1 ช่วงเพลง และเพลง ในนามประเทศไทย ไม่มีดนตรีประกอบ ความยาว 1 ช่วงเพลง รอบชิ ง ชนะเลิ ศ 9 มิ ถุ น ายน 2556 ผู้ เ ข้ า รอบชิ ง ชนะเลิ ศ ร้ อ งเพลง ในนามประเทศไทย (ตามแนวดนตรีที่ตนเองถนัด) ผูส้ นใจสามารถดาวน์โหลดบทเพลง ในนามประเทศไทย เพือ่ ฟังและซ้อม ได้ที่ www.jumkunjai.com และ www.facebook.com/jumkunjai ​ร่วมเป็นตัวแทนข้าราชการเผยแพร่สิ่งดีๆ กับสำ�นักงาน ก.พ. ได้แล้ววันนี้ ‘ความดีไม่มีวันตาย Virtue Never Dies’

โครงการรณรงค์เผยแพร่คุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ (จำ�ขึ้นใจ 2556) ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้างประจำ� และพนั ก งานราชการ ร่ ว มสนุ ก กั บ กิ จ กรรมในโครงการผ่ า นสื่ อ เว็ บ ไซต์ ด้วยการส่งบทความประกวดเล่าประสบการณ์ ในหัวข้อ ‘ความดีไม่มีวันตาย Virtue Never Dies’ ความยาว 2 หน้ากระดาษ A4 ตัวอักษรขนาด 16 point เพื่อชิงรางวัลเงินสด รางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง 3,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง 2,000 บาท บ ท ค ว า ม ที่ ไ ด้ รั บ ร า ง วั ล จ ะ ถู ก นำ � ไ ป เ ผ ย แ พ ร่ ล ง ใ น เ ว็ บ ไ ซ ต์ www.jumkunjai.com และ www.facebook.com/jumkunjai ผู้สนใจสามารถส่งบทความเข้าประกวดได้ที่ jumkunjai@yahoo.com ภายในวั น ที่ 30 มิ ถุ น ายน 2556 (ผู้ ส่ ง ผลงานเข้ า ประกวดต้ อ งระบุ ชื่อ-นามสกุล ตำ�แหน่งและหน่วยงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ อย่างชัดเจน) สนับสนุนการประกวดโดยศูนย์ส่งเสริมจริยธรรม สำ�นักงาน ก.พ.

{ประดับใจ} • สุภาษิตจีนกล่าวว่า “ผู้สูญเสียความซื่อสัตย์ เหมือนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง” • โทมัส เจฟเฟอร์สัน นักคิดและนักการเมืองชื่อดังชาวอเมริกัน เคยกล่าวคำ�คมไว้ว่า “ความซื่อสัตย์คือบทเรียนบทแรกในหนังสือแห่งปัญญา ส่วน เบนจามิน แฟรงคลิน นักคิด นักประดิษฐ์ และนักการเมืองชื่อดังอีกคน ก็เคยกล่าวว่า “ความซื่อสัตย์คือนโยบายที่ดีที่สุด” • ปลายปี พ.ศ. 2555 องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ (TI) จัดอันดับระดับปัญหาคอร์รัปชั่นใน 176 ประเทศทั่วโลก โดยให้ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ นิวซีแลนด์ คว้าอันดับ 1 ร่วม ประเทศที่มีความโปร่งใสปลอดคอร์รัปชั่นมากที่สุดในโลก ส่วนประเทศในอาเซียน สิงคโปร์ได้อันดับดีที่สุด ส่วนไทยรั้งอันดับ 88 สะท้อนปัญหาการโกงกินในประเทศระดับสูง [ 6 ] JUMKUNJAI


กระจกบานใหญ่

อานนั ท

์ ปันยารชุน

คุณพ่อผมซึ่งเคยรับราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เคยเล่าให้ผมฟังว่า ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฉ้ อ ราษฎร์ บั ง หลวงก็ มี ซึ่ ง สิ่ ง ที่ ผ มจะจำ � ไว้ ต ลอดชี วิ ต คื อ คุ ณ พ่ อ ผมพู ด ว่ า สมั ย พ่ อ ถ้ า ข้ า ราชการ ถู ก พระเจ้ า อยู่ หั ว กริ้ ว หรื อ มี ชื่ อ เสี ย งออกไปว่ า ฉ้ อ ราษฎร์ บั ง หลวง ไม่ จำ � เป็ น ต้ อ งมี ใ บเสร็ จ พระยาหรือเจ้าพระยาคนนัน้ จะอายขายหน้า เข้าหน้าใครไม่ตดิ ถึงได้มศี พ ั ท์วา่ ‘อายเอาหน้าแทบซุกแผ่นดิน’ อันนี้เป็นค่านิยมของสังคมไทยในอดีตซึ่งเป็นค่านิยมที่ดี เรามีคำ�ว่า หิริโอตัปปะ ความละอายใจจาก การที่เราทำ�อะไรไม่ถูกต้อง ไม่ต้องพูดถึงว่าทำ�อะไรผิดกฎหมาย เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นผิดแม้แต่ในเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม แต่คุณค่าสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปในระยะ 100 ปี จากการที่เรียกความละอายใจว่า เป็นความหน้าบางไม่หน้าด้าน การมีหริ โิ อตัปปะเปลีย่ นแปลงไปเร็วจนกระทัง่ ปัจจุบนั นี้ พอเรือ่ งเช่นนีเ้ กิดขึน้ ก็พูดเป็นเรื่องตลกว่า ไม่มีบิล เช็กบิลไม่ได้ ไม่มีใบเสร็จรับเงิน เหล่านี้เป็นวิวัฒนาการที่ผมมองว่า เป็นวิวัฒนาการย้อนหลังกลับไปสู่ยุคหิน ผมเคยออกรายการโทรทัศน์ครั้งหนึ่งเป็นรายการด้านการเมือง คนสัมภาษณ์ถามผมว่า กินตามนํ้า คอร์รัปชั่นไหม ผมฟังแล้วสะอึก แต่ผมเข้าใจว่าผู้ถาม ถามด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่ถามเพราะความโง่ คำ�ตอบผมคือว่า กินตามนาํ้ ก็คอร์รปั ชัน่ เหนือนํา้ ก็คอร์รปั ชัน่ ใต้นาํ้ ก็คอร์รปั ชัน่ กินคอมมิชชัน่ ก็คอร์รปั ชัน่ กินล่วงหน้าก็คอร์รัปชั่น กินให้หลังก็คอร์รัปชั่นทั้งนั้น ผมหวังว่าสังคมไทยคงไม่มาถามนะครับว่า กินตามนํ้าคอร์รัปชั่นไหม แต่ตัวเราเองจะต้องรู้ว่าอะไรผิด อะไรชอบในการปรับปรุงตนเอง เรียบเรียงจากคำ�กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘ความโปร่งใสและธรรมรัฐ’ วั น ที่ 2 พฤศจิ ก ายน พ.ศ. 2542 ณ ศู น ย์ ส าธารณประโยชน์ และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

#1 ความซื่อสัตย์

[7]


“คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ ประโยชน์ส่วนรวมที่สำ�คัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำ�งานสำ�คัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำ�เร็จ”

วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนังสือเล่มนีเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของโครงการรณรงค์เผยแพร่ดา้ นคุณธรรมจริยธรรมและการป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบ และการรักษาจรรยาข้าราชการ หรือเรียกย่อๆ ว่าโครงการ 'จำ�ขึ้นใจ' ที่รณรงค์ให้ ข้าราชการประพฤติปฏิบัติตามคำ�ถวายสัตย์ปฏิญาณ

JUMKUNJAI1/2556  

่jumkunjai1/2556

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you