Page 1

บทที่ 1 ยั่ว “อุ๊ย! หวาน… นั่นอาเพลิงของตัวนี่” เสียงกระซิบจากอุษาเพื่อนสนิท ท�ำให้มธุรส สลารัตน์ สาวสวยที่ก�ำลังจะอายุ ยีส่ บิ สามเต็มอีกไม่กเี่ ดือนข้างหน้าเหลียวมองตามสายตาของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แก้วไวน์ สีแดงสดในมือเรียวสวยจึงชะงักเพียงแค่รมิ ฝีปาก เมือ่ สายตาไปปะทะเข้ากับร่างสูงก�ำย�ำ ของอัคคี เวโรจน์ หนุม่ ใหญ่วยั สามสิบห้าปี ชายที่หล่อนเรียกเขาว่าอามาตลอดเวลาที่รจู้ ัก กัน ดวงตาคู่สวยตกแต่งจนคมเฉี่ยวหรี่มองผู้หญิงอีกคน ที่กอดแขนของชายหนุ่มไว้ด้วย แววตาวาววับไม่พอใจ “อุ๊ย! นั่นใช่คนรักของอาเพลิงตัวหรือเปล่า คนที่บอกว่าก�ำลังจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ไง” เสียงเล็กๆ ของเพื่อนดังขึ้นกว่าเดิม เมื่อคราวนี้ภายในคลับหรูมีเพลงบรรเลงคลอดัง ขึ้นกว่าเก่า และหญิงสาวเองก็จับจ้องมองชายหญิงคู่นั้นไม่วางตา “ใช่! ผูห้ ญิงคนนัน้ คือคนรักของอาเพลิง” อุษาท�ำเสียงรับรูใ้ นล�ำคอพยักหน้าแล้ว มองตามร่างของคู่รักทั้งสองด้วยความสนใจ… “เพลิงคะ นั่งตรงนี้ดีกว่า ตรงนั้นเสียงดังเกินไป” เสียงหวานๆ ของมณีดังชิดแถว คางเขียวครึม้ ด้วยไรหนวด ก่อนจะกดริมฝีปากกับแก้มของคนรักเบาๆ อัคคีหลุบตามองร่าง อวบละมุนในวงแขนอย่างรักใคร่ ก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปนัง่ ยังโต๊ะทีห่ ล่อนเป็นคนเลือก “นีต่ วั จะไปไหน?!” อุษารัง้ แขนเพือ่ นเอาไว้เมือ่ อีกฝ่ายลุกขึน้ จากเก้าอี้ สายตาคูส่ วย 7


มองตรงไปยังคู่รักอีกมุมหนึ่งของคลับ ริมฝีปากเม้มแน่นด้วยความอิจฉา “ฉันจะไปหาอาเพลิง จะไปขัดขวางแม่นั่นให้ถึงที่สุด!”ผลุนผลันลุกขึ้นทว่ากลับ ถูกอุษายึดฝ่ามือเล็กเอาไว้เสียก่อน “เดี๋ยว! อย่านะหวาน ลืมไปแล้วเหรอ ว่าอาเพลิงสั่งไม่ให้ตัวเข้าไปยุ่งกับคุณ คนนั้นนะ” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะนอกจากมธุรสจะไม่ฟังค�ำเตือนของอุษาแล้ว หญิงสาว ยังฉวยแก้วไวน์สีสดขึ้นมาถือไว้ แล้วตรงไปยังคู่รักหวานชื่นที่ใครเห็นเป็นต้องอิจฉาอย่าง รวดเร็ว “หวาน! โธ่… ท�ำไมดื้อนักนะ” อุษาได้แต่มองตามอย่างร้อนใจ มธุรสไปหยุดไม่ห่างจากคู่รักมากนัก ดวงตาสีอ่อนวาวขึ้นอย่างเรืองโรจน์ หัวอก หัวใจเต้นตุบ เกลียดนักผู้หญิงชอบตีสองหน้า! “แพศยา ปลิ้นปล้อน! คอยดูนะ ฉันจะกระชากหน้ากากมารยาของเธอออกมาให้ อาเพลิงเห็นให้ได้!” พึมพ�ำในความสลัวของแสงเพลิงไฟ ก่อนจะพาตนเองตรงไปยังทัง้ สอง ด้วยสายตามุ่งมั่น “บังเอิญจังเลยนะคะ วันนี้อาเพลิงพาคุณมณีมาที่นี่ด้วย…” เสียงหวานดั่งระฆังใสแจ๋วที่ดังขึ้นท�ำให้คู่รักที่ก�ำลังคลอเคลียอยู่นั้นต้องชะงัก ดวงตาสีเข้มของอัคคีวาววับอย่างเห็นชัดเมื่อกวาดตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ของ คนที่เข้ามายืนตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก “ขอนั่งด้วยคนสิคะอาเพลิง…” มณีเม้มปากแน่น ขณะที่อัคคีหรี่ตามองแม่หลาน นอกไส้ตรงหน้า แล้วเหลือบมองไปด้านหลังของหล่อน “เธอมากับใคร ก็ควรจะไปนั่งกับคนนั้นนะ” ค�ำตอบของเขาเป็นแบบนี้จนมธุรส ชินเสียแล้ว แรกๆ เขาอาจท�ำให้หล่อนอับอายขายหน้า แต่เดี๋ยวนี้มันชินชาจนไม่รู้สึกรู้สา ใดๆ กับค�ำตอบของอีกฝ่าย “หวานอยากนั่งตรงนี้มากกว่า” พูดจบหญิงสาวก็เบียดสะโพกลงไปกับร่างแกร่ง ที่เหลือช่องว่างไว้เพียงแคบๆ ท�ำให้มณีซึ่งจับตามองอยู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป “ขอโทษนะคะเพลิง มณีวา่ หลานของคุณดูทา่ จะอยากนัง่ ใกล้คณ ุ อาเป็นพิเศษ ไง จ๊ะ ทีน่ ไี่ ม่มถี กู ใจเลยสักคนหรือจ๊ะ?” ไม่เพียงแค่คนถูกแขวะเท่านัน้ ทีห่ น้าตึง แต่อคั คีเองแม้ 8


ไม่ชอบการกระท�ำของมธุรสก็อดไม่ได้ที่จะหน้าร้อน เมื่อคนรักต�ำหนิหญิงสาวต่อหน้าเขา “หวานมาเที่ยวค่ะ ไม่ได้มาล่าผู้ชาย อีกอย่างอาเพลิงมา หวานก็อยากมานั่งกับ อาเพลิงก็เท่านั้น” ตอบพลางยกไวน์ที่หยิบติดมือขึ้นจิบเบาๆด้วยท่วงท่าเซ็กซี่ เรียกสายตาหนุ่ม หล่อต่างชาติท่ีนั่งโต๊ะถัดไปให้มองตามตาไม่กะพริบ ชายคนนั้นยกแก้วบรั่นดีข้ึนทักทาย มธุรสหญิงสาวตอบกลับไปเช่นเดียวกับที่ชายผู้นั้นท�ำ และมันก็ท�ำให้อัคคีเริ่มไม่พอใจใน ตัวหญิงสาวมากขึ้น เขาไม่ชอบที่หล่อนท�ำตัวเละเทะ ไม่เป็นกุลสตรี เที่ยวหัวราน�้ำและ เฟลิร์ตไม่เลือกหน้า… “ถ้าจะท�ำตัวแบบนี้ช่วยไปนั่งที่อื่นด้วยนะมธุรส…” น�้ำเสียงเรียบไร้ความรู้สึก ของคนที่นั่งข้างกระตุกหัวใจให้ไหววูบได้ทันทีที่เขาพูดจบ หยาดน�ำ้ ตารื้นขึ้นคลอดวงตา วูบหนึง่ ก่อนจะหันกลับไปยิม้ ใส่ตาเขา แม้ขา้ งๆ มณีจะเยาะหยันใส่ตาหล่อนเช่นกันก็ตาม “หวานไม่ได้ท�ำอะไรสักหน่อย เอ… หรือว่าอาเพลิงหึงที่คนเมื่อกี้เขา…” “หวาน!” “ต๊าย! น่าเกลียด!” มธุรสยิม้ ยัว่ ขณะสบตาทัง้ อัคคีและมณีสลับกัน โดยเฉพาะชายหนุม่ ทีจ่ อ้ งตาราว จะกินเลือดกินเนื้อ เขาคงโมโหจนแทบจะหักคอหล่อนหากไม่มีแม่คู่รักนั่งขวางไว้ “แหม… หวานแค่พูดเล่น ท�ำไมต้องท�ำตกอกตกใจด้วยล่ะคะ คุณมณีเองก็เถอะ หวานอาจจะน่าเกลียดในสายตาของคุณ ต่อหน้าคุณแต่คนอย่างหวาน ไม่มีทางท�ำตัว น่ารังเกียจลับหลังแน่นอน…” คิ้วหนาของอัคคีขมวดมุ่น เช่นเดียวกับมณีที่ชะงัก สบตาคู่สวยของมธุรสอย่าง ไม่ไว้ใจนักและเริ่มเหลือบมองคนรักอย่างเกรงๆ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายยังจ้องมธุรสด้วยแววตา ไม่พอใจ จึงเชิดหน้าขึ้นอย่างเป็นต่อ “ขอบใจนะที่บอก แต่ฉันว่าเธอกลับไปบอกตัวเองดีกว่านะจ๊ะ แล้วก็ท�ำให้ได้ อย่างที่พูดไว้ด้วย เพลิงคะ มณีไม่อยากนั่งที่นี่แล้วค่ะ เรากลับกันเถอะนะคะ” หันไปบอก กับคนรัก อีกฝ่ายก็ตามใจเป็นอย่างดีไม่ขัดใจสักนิด “ได้สคิ รับ” เขารับปากมณีแล้วหันมองคนทีน่ งั่ เบียดเข้ามาอย่างจงใจด้วยสายตาคมดุ 9


“เธอเองก็ควรจะกลับได้แล้วนะหวาน นีม่ นั ดึกมากแล้ว ทีบ่ า้ นของเธอจะเป็นห่วง” หญิงสาวสบตาคมของเขาแล้วหลุบตาลงมองแก้วไวน์ในมือ ซ่อนความขมขืน่ ให้มดิ ชิดจาก สายตาสมเพชของคนทั้งคู่ “ยังไม่ถึงเวลาของหวานหรอกค่ะ ยังหัวค�่ำอยู่เลย อาเพลิงกลับไปก่อนเถอะ” เอ่ยพลางลุกขึน้ ยืน โชว์สดั ส่วนงดงามในเดรสสัน้ เหนือเข่าสีดำ� สนิทรัดรูป อกเป็น อก เอวเป็นเอวและสะโพกเป็นสะโพก มือเรียวยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอีกครั้งอย่างยั่วเย้า และ มันก็เรียกสายตาของคนในบริเวณนั้นให้มองมายังหล่อนเป็นจุดเดียวกันได้โดยไม่ยาก โดยเฉพาะอัคคีที่รู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง อยากกระชากร่างบางเข้ามา แล้วหาผ้าผืน ใหญ่ๆ ปกปิดสัดส่วนเย้ายวนจากสายตาของใครต่อใครให้มิดชิด! เขารู้ว่าหล่อนสวย… ด้วยใบหน้างดงามไร้ข้อบกพร่อง เรือนร่างดั่งประติมากรรมชั้นเยี่ยมมันท�ำให้ ใครต่อใครคลั่งไคล้จนเก็บไปละเมอเพ้อพก และเขาก็เห็นมานับครั้งไม่ถ้วนนับแต่หล่อน เริ่มแตกเนื้อสาว! “หวานขอตัวนะคะ” “อย่ากลับดึกนักล่ะ” ร่างบางชะงักไปนิด แต่แล้วก็ยิ้มมุมปากอย่างไม่มีทีท่าว่าจะใส่ใจในค�ำทิ้งท้าย ของอัคคี ชายหนุม่ เผลอมองสะโพกกลมกลึงทีเ่ ยือ้ งย่างห่างออกไปแล้วถอนหายใจ ท�ำให้ มณีเริ่มไม่พอใจชายหนุ่ม “เพลิง! ท�ำไมต้องไปสนใจแม่นนั่ ด้วย” มณีตวัดเสียงห้วนใส่คหู่ มัน้ ท�ำให้ชายหนุม่ ต้องถอนใจเฮือก “มณี… หวานเป็นเพื่อนบ้าน เป็นลูกหลานของคนที่ผมรู้จัก ไม่ให้สนใจได้ยังไง อีกอย่างป้าของเขาก็ฝากผมดูแลห่างๆ” “แล้วท�ำไมต้องดูแลด้วย ป้าเขาล่ะท�ำไมไม่ดแู ลเอง ลูกหลานใครคนนัน้ ก็ดแู ลไป สิคะ ท�ำไมต้องให้มาเดือดร้อนถึงคุณด้วย!” มณีพูดอย่างมีอารมณ์ “มณี… อย่าใช้อารมณ์ ผมมีเหตุผลและผมว่าผมเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วนะ” ตอบ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท�ำให้คนที่ก�ำลังอยู่ในอารมณ์โกรธต้องระงับลงอย่างอัดอั้น หล่อนเกลียดมธุรส เกลียดนัง่ เด็กหน้าสวยหุน่ ทรมานใจผูช้ ายทัง้ แก่และหนุม่ คนนัน้ เกลียด 10


ความรู้ทันของนังเด็กปีศาจ! “เรากลับกันเถอะ ชักไม่สนุกแล้ว” “ค่ะ!” มณีรบั ค�ำเสียงหนักๆ ก่อนจะเดินน�ำหน้าชายหนุม่ ไปอย่างงอนๆ อัคคีโคลงศีรษะ ด้วยความระอา ทว่าสายตาเผลอมองไปยังร่างแบบบางแต่เต็มตึงทุกสัดส่วนของมธุรสด้วย ความเป็นห่วง เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องห่วงใยหล่อนเสมอ และทุกครั้งที่พบเจอ หล่อนในสถานที่ต่างๆ ก็มักจะท�ำให้เขาลืมเลือนคนที่มาด้วยเสียทุกครั้งไป หล่อนดึงดูด สายตาและความสนใจของเขาไปหมด… เมื่ออัคคีและมณีกลับออกไปแล้วมธุรสก็หมดความสนใจในทุกสิ่งทุกอย่าง รอบกาย หญิงสาวเกิดความเบื่อหน่ายและหดหู่ขึ้นโดยพลัน อ้างว้างและหงอยเหงาทั้งที่ รอบตัวมีเสียงเพลงและเพื่อนมากมาย “ษา เรากลับกันเถอะ” อุษาที่นั่งจิบไวน์เบาๆ และก�ำลังส่งสายตาหวานหยดไป ให้หนุม่ ๆ หันกลับมามองเพือ่ นแล้วต้องถอนใจ รูท้ นั ทีวา่ อีกฝ่ายไม่มอี ารมณ์จะอยูต่ อ่ แล้ว “กลับก็กลับ ษาเองก็ง่วงแล้วเหมือนกัน…” เพียงเท่านั้น สาวสวยทั้งสองก็ออกไปจากสถานที่แห่งนั้น ตามคู่รักคู่แรกไปใน เวลาไล่เลี่ยกัน… //////////////////////////////////////// รถยนต์คนั เล็กตีวงเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน มธุรสก้าวลงมาแล้วมองเข้าไปใน อาณาจักรของอัคคี ไฟยังปิด แสดงว่าเขายังไม่กลับ ปานนี้คงส�ำเริงส�ำราญอยู่กับแม่คู่รัก ของเขานั่นแหละ ร่างบางยืนมองนิ่งอยู่เป็นนาน ก่อนจะหมุนตัวเพื่อกลับเข้าบ้าน ทว่า แสงไฟทีส่ าดมาจากรถยนต์คนั ใหญ่คนุ้ ตาท�ำให้หญิงสาวต้องยกมือขึน้ ป้องใบหน้ามองไป ประตูบ้านถูกเปิดออกด้วยรีโมทคอนโทรล แล้วรถยนต์ก็ผ่านเข้าไป เพียงครู่ ร่างสูงก็ลงมาจากรถ เขาหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างรถยนต์คันเล็ก ด้วยแววตาที่อ่านยาก หญิงสาวยืนนิ่งจนอีกฝ่ายเดินมาหยุดตรงหน้า มธุรสช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคมคายของอัคคีด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ หล่อน เห็นเขามานาน คลุกคลีอยู่กับเขาตั้งแต่เด็ก ทว่าเขากลับไม่เคยมีหล่อนในสายตาเลย 11


สักนิด ค�ำก็ดุ สองค�ำก็กระแนะกระแหน… “กลับเร็วขนาดนี้แปลว่าไม่ได้อยู่ต่อกับคุณมณี?” ริมฝีปากสีหวานเผยอยิ้มก่อน จะขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วยกมือทัง้ สองข้างขึน้ คล้องคอแกร่งของเขาอย่างยัว่ เย้า อัคคีถอน หายใจยาว แล้วแกะมือบางทั้งสองข้างออกจากต้นคอของตน “อย่าท�ำแบบนี้ ถ้าไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงคุณป้าของเธอบ้าง” เขาบอกขณะดัน หญิงสาวออกห่าง เอือมระอากับพฤติกรรมแบบนี้ของหล่อนมาช้านาน แต่ก็ไม่เคยที่จะ ท�ำเหมือนไม่สนใจไยดีหล่อนได้สักที ไม่รู้ท�ำไมเหมือนกัน “อาเพลิง…” มธุรสพึมพ�ำเรียกเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าคมคาย ไล่ ลงมายังล�ำคอตั้งตรงอย่างคนที่ทะนงตนอยู่ตลอดเวลา บ่าไหล่ของเขาก็แข็งแรง แผงอก กว้างก�ำย�ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้สูทสีขรึมก็บึกบึนและตึงแน่นน่าซบ และชั่วระยะเวลาไม่ กี่นาที อัคคีก็เห็นเต็มตาว่าก�ำลังถูกหญิงสาวแทะโลมเงียบๆ เขาควรโกรธ ควรไล่หล่อน กลับเข้าบ้าน แต่ความรู้สึกแท้จริงของเขากลับก�ำลังสั่นสะท้าน “ขอหวานเข้าไปในบ้าน อาเพลิงสักพักได้หรือเปล่าคะ?” คิว้ หนาขมวดมุน่ แต่เมือ่ สบตาคมสวยทีช่ อ้ นขึน้ มองเขาอย่างวอนขอก็ให้ออ่ นใจ “มันดึกแล้ว เธอเองก็ควรกลับเข้าบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องท�ำงานไม่ใช่หรือ?” เขา เอ่ยไปอีกเรื่อง พยายามบ่ายเบี่ยงให้หญิงสาวเปลี่ยนใจ แต่คนที่ดื้อดึงเช่นมธุรสหรือจะ ยอมง่ายๆ ไม่มีทาง… “หวานยังไม่อยากเข้าบ้าน” “อย่าท�ำตัวเหลวไหล เธอโตแล้วอย่าท�ำให้คณ ุ ป้าไม่สบายใจสิ…” คนตัวบางเชิด หน้าขึ้นพลางเม้มปากอย่างขัดใจ “คุณป้าไม่อยูค่ ะ่ ท่านไปถือศีลกับเพือ่ นๆ อีกสามวันถึงจะกลับ หวานอยูค่ นเดียว หวานเหงา…” นน้ำเสียงนั้นบอกเขาได้ดีว่าหล่อนเหงาจริงๆ ทว่าสมควรแล้วหรือที่จะยอม ท�ำตามความต้องการของหล่อน “กลับเข้าบ้านไปซะ ดึกแล้วคงไม่เหมาะ” “หวานเข้าออกบ้านอาเพลิงตั้งแต่เล็ก ท�ำไมจะไม่เหมาะ?!” เจ้าของเสียงหวาน แหวขึ้นพร้อมกับใบหน้างดงามที่งอเง้าราวเด็กเอาแต่ใจ ทว่าชายหนุ่มไม่คิดจะง้อหรือ 12


ปลอบโยนเหมือนเมื่อห้าหกปีที่แล้วอีก “ถ้าเป็นเด็ก ก็คงไม่มีใครว่า แต่เธอไม่ใช่เด็กอีกแล้วหัดใช้สมองกลวงๆ ของเธอ คิดสักนิดก็จะดีนะมธุรส…” เขาเรียกหล่อนเสียเต็มยศ แต่เชอะ! เรื่องอะไรต้องท�ำตามที่เขาบอกด้วยเล่า ใน เมื่อเขาเองก็ไม่คิดจะเชื่อในสิ่งที่หล่อนพยายามบอกเขาเหมือนกัน ผู้หญิงคนนั้น แม่มณี คู่หมั้นที่ก�ำลังแต่งงานกับเขา และผู้หญิงคนนั้นก็ก�ำลังหลอกเขาด้วยเช่นกัน! “หวานจะเข้าไป…” ร่างบางเอี้ยวตัวหลบคุณอาหนุ่มแล้วสาวเท้ายาวๆ เข้าไป ภายในบ้านของเขาอย่างรวดเร็ว อัคคีถอนหายใจพรืด กวาดตามองไปรอบๆ แล้วไม่เห็น ใครจึงหมุนตัวตามร่างบางเข้าไปติดๆ “เปิดประตูสิคะ…” คนมีเสน่ห์ล้นเหลือสั่งการ เจ้าของบ้านตัวโตหลุบลงมอง คนใจกล้าตรงหน้าแล้วพ่นลมหายใจระอา “ดือ้ ด้านเกินใครจริงๆ” เขาบ่นพึมพ�ำทว่าคนถูกบ่นมิยกั โกรธ หน�ำำซ้ ยังยิม้ ร่าเมือ่ อัคคีไขกุญแจบ้านตามค�ำสั่งของตน “อาเพลิงน่ารักที่สุด หวานรักอาเพลิงค่ะ” คนตัวบางยืดตัวขึ้นแล้วกดริมฝีปาก บางแนบกับปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วหมุนตัวเข้าไปภายในบ้านของเขาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ คนตัวโตยืนอึง้ ไปเป็นนาน ก่อนจะหันไปมองคนข้างในทีเ่ ปิดไฟพรึบแล้วเรียกเขา “เข้ามาสิคะ ยืนท�ำอะไรอยู่…” ดวงตาคมวาววับเมือ่ เจ้าหล่อนยกเรียวขาขึน้ ไขว่หา้ งโชว์เรียวขางดงาม ทีโ่ ผล่พน้ ชายกระโปรงโดยไม่สนว่าอะไรจะโผล่ออกมาบ้างเลยสักนิด “ฉันไม่มีเวลามาดูแลเธอหรอกนะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” เขายังยย้ำค�ำเดิมๆ และมันก็ ท�ำให้มธุรสเบื่อหน่าย “พูดมากอยูไ่ ด้ บ่นเป็นตาแก่เชียว” ดวงตาคมกริบกลายเป็นสีเขียวเรืองโรจน์ เป็น เหตุให้คนชอบท้าทายหัวเราะคิก พลางเผยอริมฝีปากคล้ายจะยั่วยวนในที “ว้า… แค่นี้ก็โกรธ มานั่งนี่สิคะ เดี๋ยวหวานจะนวดให้” มือเล็กตบลงบนโซฟา ข้างๆ ดวงตาคมสวยแฝงรอยยิ้มเชิญชวน แต่เจ้าของบ้านหน้าเข้มกลับยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์ “ฉันจะขึ้นห้อง อยากนอน” คนมากเสน่ห์เย้ายวนท�ำตาโต ผุดลุกตามเมื่ออีกฝ่าย 13


หมุนตัวเตรียมขึ้นห้องอย่างที่เขาบอก “หวานไปด้วย!” ร่างสูงชะงักกึก สันกรามถูกบดเบียดจนนูนเป็นระยะ “หวานจะไปนวดให้อาเพลิง… บนห้อง” เสียงหวานดังชิดแผ่นหลังกว้าง และเวลา ต่อมามือเล็กๆ ทัง้ สองข้างก็โอบรัดรอบล�ำตัวหนาแนบสนิท อัคคีตอ้ งสะกดอารมณ์หนุม่ ที่ ก�ำลังพลุง่ พล่านอย่างยากเย็น โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิม่ ทีแ่ นบเบียดเข้ากับแผ่นหลังของ เขา ยิ่งกระตุ้นเลือดลมให้สูบฉีดรุนแรง “หวาน…” “นะคะ ให้หวานขึ้นไปด้วยคน” มือหนาตะครุบหมับไปยังมือเล็ก ที่พยายาม สอดเข้าไปในสาบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าจาง ก่อนจะดึงออกแล้วหมุนตัวกลับมาหาคนใจกล้าตรง หน้าพร้อมกับจ้องตาอย่างค้นคว้า ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเอื้อเอ็นดู… “ฉันไม่รู้ว่าเธอท�ำแบบนี้ท�ำไม แต่หยุดท�ำตัวเป็นผู้หญิงไร้ค่าเสียทีเถอะ!” มือ หนาที่วางบนลาดไหล่บีบกระชับ เช่นเดียวกับมือเล็กที่ก�ำแน่นแนบล�ำตัว ดวงตากลมโต ช้อนมองเขาอย่างตัดพ้อ “ใช่สิ! หวานมันไร้คา่ หวานมันไม่มศี กั ดิศ์ รี ไม่เหมือนคุณมณี เธอออกจะดีพร้อม ไปทุกอย่าง…” คิ้วหนาย่นพันดวงตาคมกว้าง จ้องมองคนตรงหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย… “อย่าประชดประชัน ฉันไม่ชอบ ในเมื่อรู้ตัวว่าไม่ดีแล้วจะท�ำท�ำไม” “ไม่ต้องมาสอน! หวานรู้ว่าท�ำอะไรอยู่” คนถูกเถียงบดกรามแน่น ก่อนจะผลัก ร่างบางออกห่างเบาๆ “งั้นก็อย่ามาวุ่นวายกับฉันอีก ฉันเบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว จะไปไหนก็ไปเถอะ ฉัน อยากพักผ่อนไม่อยากมาคุยเรื่องไร้สาระกับเธออีก!” “แล้วถ้าเป็นเรือ่ งคุณมณีละ่ จะยังไร้สาระอยูอ่ กี หรือเปล่า?!” ดวงตาสองคูส่ บกันนิง่ คู่หนึ่งท้าทายและเยาะหยันในที ส่วนอีกคู่ข่มกลั้นอารมณ์เดือดดาลสุดความสามารถ “อย่ายุ่งกับมณี เขาไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ!” อัคคีกัดฟันพูดขณะที่มธุรสแสยะ ยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้กับคนที่หล่อนเฝ้ารักเฝ้ารอ นับแต่เริ่มเป็นสาวจวบกระทั่ง เวลานีเ้ ขาไม่เคยเข้าใจหล่อนเลย ไม่มองเสียด้วยซซำ้ ว่ามีใครทีร่ กั เขามากแค่ไหนอยูอ่ กี คน “หวานรูค้ ะ่ รูด้ ดี ว้ ยว่าคุณมณีไม่ใช่เพือ่ นเล่นของหวาน แต่หวานก็อยากให้อาเพลิง 14


รู้เอาไว้เหมือนกันว่า…” ร่างระหงหันกลับมาสบตาคนเบื้องหลังอีกครั้ง และคราวนี้ไม่มี อาการยัว่ เย้าหรือว่าล้อเล่นอีกแล้ว แต่จริงจังจนคนมองยังต้องหรีต่ าลงด้วยอาการครุน่ คิด “เธอก�ำลังพูดเรื่องอะไร?” สาวสวยที่ครั้งหนึ่งเขาเคยโอบอุ้ม เมื่อยังเยาว์วัย ขยับตัวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า หล่อนมองตาเขา ปากเขา มองทุกอย่างบนใบหน้าคมคาย ที่จ�ำชัดจนเจนตา อย่างอาวรณ์และหม่นมัว “หวานไม่แน่ใจ ว่าถ้าหวานพูดอะไรออกไปแล้ว อาเพลิงจะไม่เกลียดหวาน” “พูดมา…” เขาสั่ง คิ้วหนาขมวดพันกันมากขึ้น ริมฝีปากสีเรื่อ จึงขบเม้มเบาๆ เรียกร้องก�ำลังใจและความกล้าให้หวนกลับคืนมา “อาเพลิงก�ำลังถูกหลอก!” ดวงตาสีเข้มหรีม่ องคนตรงหน้าอยูค่ รู่ ก่อนจะยกมือขึน้ แตะริมฝีปากตนเองเบาๆ ถูไปมานิดๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือก “จะเล่นอะไรอีก จะมาป่วนอะไรอีก ใครจะกล้ามาหลอกอะไรฉัน?” “คุณมณีไงค่ะทีก่ ล้า โธ่! น่าสงสาร!” ว่าแล้วร่างแบบบางก็ฉวยโอกาส หมุนตัวตรง ไปยังประตูลิ่วๆ ทว่าคนที่ถูกมองว่าน่าสงสาร ไม่ยอมตกเป็นคนน่าสมเพชในสายตาใคร ชายหนุ่มก้าวเพียงสองก้าวก็ทันร่างเล็ก แล้วกระชากท่อนแขนเปล่าเปลือยให้หันกลับมา “อุ๊ย! อาเพลิง!” “บอกมา! เธอหมายความว่าอะไร?” ทัง้ สีหน้าแววตาและปฏิกริ ยิ าของเขา คุกคาม อย่างเห็นได้ชัด แล้วหากพูดออกไปเขาไม่หักคอหล่อนหรอกหรือ เพราะเขาเองก็ไม่คิดจะ เชื่ออยู่แล้วไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม… “ไม่บอก ไม่อยากพูดแล้ว เพราะขืนพูดออกไปอาเพลิงก็ไม่เชื่อ อุ๊ย! เจ็บนะ” หญิงสาวพยายามบิดแขนออกจากมือหนาใหญ่ของเขา ใบหน้าหวานนิ่วน้อยๆ เมื่อ ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะคลายแรงบีบลง “บอกมาเดี๋ยวนี้!” k

15

มธุรสเริงไฟ บทที่ 1  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you