Page 1

ประวัตวิ ิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ เลขที่ 279 ถนนประชาชื่น สะพาน 99 เขตบางชื่อ กรุ งเทพมหานคร 10800 โรงเรียนเทคนิควิมลบริหารธุรกิจ ก่อตังขึ ้ ้นโดย ดร.กมล ชูทรัพย์ เป็ นสถาบันในเครือตังตรงจิ ้ ตร เปิ ดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสู ้ ง(ปวส.) ในปี การศึกษา 2522 ด้วย มีนกั เรี ยนที่สำาเร็ จระดับชัน้ ดังกล่าวมีความประสงค์จะศึกษาต่อในระดับชันที ้ ่สงู ขึ ้นตามสาขาวิชาที่ตนถนัด แต่วิทยาลัยของรัฐบาลรับได้ ในจำานวนจำากัด โอกาสที่นกั เรียนจะเข้ าศึกษาต่อจึงมีจำานวนน้ อยประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประเทศกำาลังต้ องการบุคคลที่สำาเร็จการศึกษาในระดับสูงกว่าระดับ ปวช. ออกไปพัฒนาบ้ านเมืองให้ เจริ ญ ก้ าวหน้ า ทังในด้ ้ านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เพื่อให้ สอดคล้ องกับภาวะเศรษฐกิจที่กำาลังพัฒนาขึ ้นตาม ลำาดับ ดร.กมล ชูทรัพย์ เล็งเห็นถึงความสำาคัญ มองปั ญหาดังกล่าว จึงได้ ขออนุญาตตังโรงเรี ้ ยนเทคนิควิมล บริ หารธุรกิจขึ ้น และได้ อนุมตั ิเปิ ดสอนในระดับ ปวส.ได้ โรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ เป็ นโรงเรี ยนกลุม่ แรก โรงเรี ยนหนึง่ ที่ได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอนประเภทวิชาบริ หารธุรกิจ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสู ้ ง (ปวส.) ต่อจาก ปวช. อีก 2 ปี ผู้สำาเร็จการศึกษาระดับนี ้ จะเทียบเท่าอนุปริ ญญา มีสทิ ธิจะเข้ าศึกษาต่อในระดับ ปริ ญญาตรีตอ่ เนื่อง (ปี ที่ 3 - 4) คณะบริ หารธุรกิจในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในระยะเริ่มต้ นโรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ เป็ นโรงเรี ยนเพียงแห่งเดียวที่ได้ ตงขึ ั ้ ้นเพื่อดำาเนินการ สอนวิชาบริหารธุรกิจในระดับ ปวส.ระดับเดียว เป็ นโรงเรี ยนในเครื อโรงเรี ยนตังตรงจิ ้ ตรพณิชยการ ซึง่ ได้ ทำาการเปิ ดสอนในระดับ ปวช. ปี การศึกษา 2522 โรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ ได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดทำาการสอน ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสู ้ ง (ปวส.) ประเภทวิชาบริ หารธุรกิจ 4 สาขาวิชา คือ 1. สาขาวิชาการบัญชี 2. สาขาวิชาการตลาด 3. สาขาวิชาการเลขานุการ 4. สาขาวิชาการจัดการ ปี การศึกษา 2525 โรงเรียนได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดทำาการสอนเพิ่มขึ ้นอีก 4 สาขาวิชา ได้ แก่ 1. สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร 2. สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ 3, สาขาวิชาการโฆษณา 4. สาขาวิชาภาษาธุรกิจ ปี การศึกษา 2531 โรงเรียนได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดทำาการสอนเพิ่มขึ ้นอีก 1 คือประเภทวิชาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว จำานวน 2 สาขาวิชา ได้ แก่ สาขาวิชาการโรงแรม และสาขาวิชาการท่องเที่ยว ปี การศึกษา 2533 กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ โรงเรี ยนเปิ ดสอนหลักสูตรระดับ ปวท. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค) ประเภทวิชาบริ หารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี, สาขาวิชาการตลาด, สาขา วิชาการเลขานุการ, สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ และสาขาวิชาการเงินการธนาคาร รวม 5 สาขาวิชา ปี การศึกษา 2540 ได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอนใช้ สื่อการสอนเป็ นภาษาอังกฤษ ในหลักสูตร ปวส. (English Program) ในสาขาวิชาการบัญชีและคอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ โดยอาจารย์ชาวต่างประเทศ ใช้ เวลาศึกษา 2 ปี และสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ทงในประเทศและต่ ั้ างประเทศ

1


ปี การศึกษา 2542 โรงเรียนได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอน ระดับ ประกาศนียบัตร วิชาชีพ(ปวช.) จำานวน 2 ประเภทวิชา ได้ แก่ 1) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาพณิชยการ รวม 5 สาขางาน คือ สาขางาน การขาย สาขางาน การบัญชี สาขางาน การเลขานุการ สาขางาน คอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ สาขางาน ภาษาต่างประเทศ 2) ประเภทวิชา อุตสาหกรรมท่องเที่ยว สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขางาน การโรงแรม ปี การศึกษา 2549 โรงเรี ยนได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอนระดับ ปวส.เพิ่มขึ ้นอีก 2 สาขาวิชาใน ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชา การจัดการโลจิสติกส์ จำานวน 2 สาขางาน 1. สาขางาน การจัดการขนส่ง 2. สาขางาน การจัดการคลังสินค้ า ปี การศึกษา 2551 โรงเรี ยนได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอนหลักสูตรของสำานักงานคณะ กรรมการอาชีวศึกษา ระดับ ปวส. (ทวิภาคี) ได้ แก่ 1. ประเภทวิชาบริ หารธุรกิจ สาขา วิชาการจัดการโลจิสติกส์ สาขางานการจัดการการขนส่ง สาขางานการจัดการธุรกิจ ค้ าปลีก(ทวิภาคี) 2. ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สาขาวิชา การโรงแรมและ บริการ(ทวิภาคี) ปั จจุบนั โรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจได้ รับอนุญาตให้ เปิ ดสอนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสู ้ ง (ปวส.) ดังต่อไปนี ้ ระดับ ปวช. • ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาพณิชยการ 5 สาขางาน ได้ แก่ สาขางานการบัญชี สาขางานการขาย สาขางานการเลขานุการ สาขางานคอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ และสาขางานภาษาต่างประเทศ • ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1 สาขาวิชา คือสาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขางานการโรงแรม ระดับ ปวส. • ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ 9 สาขาวิชา ได้ แก่ สาขาวิชาการบัญชี, สาขาวิชาการตลาด,สาขาวิชาการเลขานุการ, สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ, สาขาวิชาการเงินการธนาคาร,สาขาวิชาการจัดการ,สาขาวิชาภาษาธุรกิจ, สาขาวิชาการโฆษณา และสาขาวิชาการโลจิสติกส์ จำานวน 2 สาขางาน ได้ แก่ สาขางาน การจัดการการขนส่ง,และสาขางาน การจัดการการคลังสินค้ า

2


• ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1 สาขาวิชา การโรงแรมและบริ การ , การจัดการธุรกิจ ท่องเที่ยว และประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ใช้ สื่อการสอนเป็ นภาษาอังกฤษ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ ธรุ กิจ โรงเรียนเทคนิควิมลบริหารธุรกิจเปิ ดทำาการสอน ตังแต่ ้ เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 21.00 น. มีนกั ศึกษาประมาณ 2,500 – 3,000 คน ต่อปี และหมุนเวียนจบการศึกษาประมาณปี ละ 1,000 – 1,200 คน และนับวันที่จะทวีมากขึ ้นเนื่องจากนักศึกษาที่จบแต่ละรุ่น สามารถเข้ าทำางานในองค์กรต่าง ๆ ทังภาครั ้ ฐบาล และเอกชนได้ เป็ นจำานวนมาก

3


ปรั ชญาและจุดมุ่งหมาย คณะผู้บริหารโรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ มีความเชื่อมัน่ ว่า การจัดการศึกษาต้ องมีความตังใจจริ ้ ง ที่จะมอบสิ่งมีคา่ ให้ แก่สงั คม โดยนักศึกษาเป็ นสื่อกลางที่มีความสำาคัญยิ่ง ที่จะถ่ายทอดคุณค่าต่าง ๆ ที่ผ้ จู ดั การศึกษาสร้ างสม และปลูกฝั งให้ กบั ผู้เรี ยนอันประกอบด้ วยความรู้ด้านวิชาการอย่างดีเยี่ยม ความสามารถ ในการปฏิบตั ิถึงขันความชำ ้ านาญในวิชาชีพเฉพาะทาง ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีวินยั ใน ตนเองและในการทำางาน คุณธรรมและจรรยาบรรณในอาชีพ สิ่งเหล่านี ้ยังคงอยูแ่ ละแพร่กระจายสูส่ งั คม ตราบชัว่ ชีวิตของผู้จบการศึกษาเหล่านัน้ จากความเชื่อนี ้ จุดมุง่ หมายของการจัดการศึกษานอกจากจะเน้ นให้ นกั เรี ยนนักศึกษาเกิดความรู้ใน วิชาชีพมีทกั ษะมีวินยั และคุณธรรมแล้ ว ยังกำาหนดให้ ผ้ เู รี ยนมีประสบการณ์ทางสังคมด้ วยการให้ มีสว่ นร่วมใน กิจกรรมกลุม่ ทังภายในและร่ ้ วมกับภายนอก เพื่อสามารถกำาหนดบทบาทในสังคมให้ แก่ตนเองในลักษณะ และ สถานภาพที่แตกต่างกันได้ นอกจากนี ้คณะผู้บริหารมีจดุ มุง่ หมายในการจัดการศึกษา ของโรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ จักต้ องดำาเนินการไปให้ ถึงจุดที่ชดั เจน ที่ผ้ จู บการศึกษาออกไป นอกจากจะต้ องสร้ างประโยชน์และคุณค่าให้ แก่สงั คมและตนเองแล้ วยังจะต้ องสามารถอยูร่ ่วมกันกับสมาชิกในสังคมอย่างมีความสุขด้ วย เพื่อให้ บรรลุปรัชญาและจุดมุง่ หมายดังกล่าวข้ างต้ น จึงกำาหนดเป็ นคุณสมบัติที่จะต้ องเสริ มสร้ างให้ แก่ศิษย์ตงแต่ ั ้ เริ่มเข้ าเป็ นนักศึกษาจนจบการศึกษาออกไปสูส่ งั คมภายนอกดังปรัชญาต่อไปนี ้

เป็ นเลิศวิชาการ เคร่งครัดวินยั สนองตอบกิจกรรม

เชี่ยวชาญเชิงปฏิบตั ิ ใส่ใจรับผิดชอบ สามารถนำาในสังคม

___________________________________

4


เพลงประจำาโรงเรี ยน มาร์ ช ทวบ. เทคนิควิมลบริหาร หมายมุง่ วิชาสูค่ วามเป็ นเลิศ เทคนิควิมลบริหาร ยึดมัน่ วินยั ใส่ใจระบอบ ยามเรียน เราเรียน พากเพียรเรี ยนรู้ ยามงาน เราทำาร่วมมือ ประจัน เทคนิควิมลบริหาร เสริ มสร้ างกิจกรรม อยูเ่ ป็ นเนืองนิจ

คำาร้ อง บุญสืบ มี ้เจริ ญ ทำานอง บุญสืบ มื ้เจริ ญ ธุรกิจสถานศึกษาอันแสนบรรเจิด ฝึ กฝนจนเกิดทักษะเชี่ยวชาญ ธุรกิจสถาน ศึกษา ที่เราชื่นชอบ รู้รับผิดชอบ สนองตอบส่วนรวม ยามเล่น เราเล่นเป็ นหมู่ แข่งขัน ทุกยาม เราขยันไม่พรั่นเลย ธุรกิจสถาน ศึกษาเครื อตังตรงจิ ้ ตร เป็ นแหล่งผลิต ผู้นำาสูส่ งั คมไทย

เพื่อนของฉัน คำาร้ อง บุญสืบ มี ้เจริ ญ เทคนิครำาวง คำาร้ อง บุญสืบ มี ้เจริ ญ ทำานอง บุญสืบ มี ้เจริญ ทำานอง บุญสืบ มี ้เจริ ญ แหล่ง กำาเนิดเกิดทัว่ ทุกถิ่นไทย เทคนิควิมลรำาวง โรงเรี ยนใกล้ ไกล ทุกแห่งหน เชิญมาโค้ งนักบริ หาร ฐานะมัง่ มี ถึงยากจน ธุรกิจก้ าวไกลไพศาล(ซ้ำ า) เทคนิควิมลรวมอยู่ เป็ นหมูเ่ รา จิตเบิกบานชวนกันรำ าวง(ซ้ำ า) เหล่าอาจารย์มากมี ดุจพี่น้อง บัญชีมีงานไม่ ขาด ช่วยปกป้องชี ้แนวทาง ที่สร้ างสรร ตลาดรวยขายสินค้ า ตึกริ มน้ำ าโอ่อา่ โรงเรี ยน ส่วนเลขาใกล้ ผ้ จู ดั การ (ซ้ำ า) ความสัมพันธ์เกลียวกลม สมฤทัย ท่องเที่ยวนันต้ ้ องโฆษณา(ซ้ำ า) เคยสบายกายลำาบาก ยากสมอง คอมพิวเตอร์ ข้อมูลยุ่งยาก เคยปรองดองร่วมกันทำา ประจำากิจ ลำาบากยกให้ ภาษา เคยสรวลเสเฮฮา ประสามิตร ส่วนโรงแรมคูก่ ารเงินมา(ซ้ำ า) เคยทำาผิดรู้ขอโทษ หายโกรธกัน สิบสาขาร่วมกันรื่ นเริ ง(ซ้ำ า) เพื่อนของฉันมัน่ ใจ ล้ วนใกล้ ชิด นับถือมิตรยามพึง่ พา ได้ อาศัย หากสำาเร็จการศึกษา จากกันไป คิดถึงไว้ ไมตรี เคยมีนาน

5


สถาบันในเครือตั้งตรงจิตร สถานศึกษา รายละเอียด ประเภทวิชาที่สอน

ตัง้ ตรงจิตรพณิชยการ (เช้า) พณิชยการตัง้ ตรงจิตร (บ่าย) พณิชยกรรมและบริหารธุรกิจ

ระดับที่เปิ ดสอน ระดับผูจ้ บชั้น

ปวช. – ปวส. ม.3 – เทียบเท่า ปวช. พาณิชยกรรม-เทียบเท่า ม.6 ทุกโปรแกรม

สาขาที่เปิ ด

การบัญชี การขาย การเลขานุการ การท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ธุรกิจ

วิมลพณิชยการ ศรี ยา่ น (เช้า – บ่าย) พณิชยกรรมและ บริหารธุรกิจ ปวช. – ปวส. ม.3 – เทียบเท่า ปวช. พาณิชยกรรมเทียบเท่า ม.6 ทุกโปรแกรม การบัญชี การขาย การเลขานุการ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ

สถานที่ต้งั

สี่ แยกศรี ยา่ น ถนนนครไชยศรี

โทรศัพท์

0-2241-5162 0-2241-4278 0-2243-5445 ดร.วิภาพรรณ ชูทรัพย์ Ph.d. นางนันทพร ชูทรัพย์ รบ. (เกียรตินิยมจุฬาฯ) ค.อ.ม.

โทรสาร ประธานกรรมการ ผูจ้ ดั การ

ผูอ้ าำ นวยการ

ดร.วิภาพรรณ ชูทรัพย์ Ph.d. ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ รบ. (จุฬาฯ) M.B.A. Ph.d. (Education)

นางปรัศรี ศิริธรรม ค.บ. ค.ม. (เช้า)

นางนันทพร ชูทรัพย์ รบ. (เกียรตินิยมจุฬาฯ) ค.อ.ม.

เทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ (เช้า – บ่าย) พณิชยกรรมและบริหารธุรกิจ

อาชีวศิลปศึกษา (เช้า – บ่าย) พณิชยกรรมและบริหารธุรกิจ

ภูเก็ตเทคโนโลยี (เช้า – บ่าย) พาณิชยกรรมและบริหารธุรกิจ

ปวช. – ปวส. ม.3 – เทียบเท่า ปวช. พาณิชยกรรม-เทียบเท่า ม.6 ทุกโปรแกรม

ปวช. – ปวส. ม.3 – เทียบเท่า ปวช. พาณิชยกรรม-เทียบเท่า ม.6 ทุกโปรแกรม

ปวช. – ปวส. ม.3 – เทียบเท่า ปวช. พาณิชยกรรม-เทียบเท่า ม.6 ทุกโปรแกรม

ประเภทบริหารธุรกิจ - การบัญชี, การตลาด, การเลขานุการ, การเงิน, คอมพิวเตอร์, การจัดการ, การโฆษณา, ภาษาธุรกิจ ประเภทวิชา อุตสาหกรรมท่องเทียว ่ - การโรงแรม - การท่องเทียว่ สาขาวิชาการจัดการโลจีสติกส์ - การจัดการขนส่ง - การจัดการคลังสินค้า หลักสูตรทวิภาคี - การจัดการธุรกิจค้าปลีก - การโรงแรมและบริการ ถนนประชาชื่น คลองประปา บางซื่อ ก่อนถึงทางรถไฟ 0-2585-0079 0-2585-9252 0-2587-2777 ดร.วิภาพรรณ ชูทรัพย์ Ph.d.

วิจิตรศิลป์ ประยุกต์ศิลป์ เทคนิคสถาปัตย์

นางสันธยา ดารารัตน์ สม.บ. บธ.ม.

นายช่วง คำาแท่ง ปป. พม. กศ.บ.

สี่ แยกศรี ยา่ น ติดกับวิมลพณิชยการ ศรียา่ น

ถนนเทพกระษัตรี ย ์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

0-2241-3795 0-2243-5444 0-2243-5444 ดร.วิภาพรรณ ชูทรัพย์ Ph.d. นายอรรถพล ดารารัตน์ สถ.บ.

076-215-419 076-214-147 076-214-147 นางสันธยา ดารารัตน์

นายสมนึก สมรรถกิจขจร ค.บ. ค.ม.

นางอัมพร โภคา พธ.บ. (พุทธศาสตร์บณ ั ฑิต) กศบ. (การศึกษาบัณฑิต) กศม. (การบริ หารการศึกษา มหาบัณฑิต) นายจิตต์ เอียดสังข์ คบ. ค.อ.ม.

6


7

สถาบันในเครือตั้งตรงจิตรโรงเรียนเทคนิควิมลบริหารธุรกิจแผนภูมิการจัดองค์ กร


คณะที่ปรึกษา สถาบันในเครื อตัง้ ตรงจิตร 1. นายมงคล ศรีไพรวรรณ อดีต รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. ดร.จำารัส นองมาก นายกสภาวิทยาลัยราชพฤกษ์ 3. นายทวี ชูทรัพย์ อดีต อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อดีต อธิบดีกรมที่ดิน 2. ดร.สวัสดิ์ อุดมโภชน์ กรรมการสภาวิทยาลัยราชพฤกษ์ 3. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ

ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา

4. ร.ต.ท. ณรงค์ เทวคุปต์ อดีต ผู้อำานวยการโรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี 5. พล.อ.อ.ปราโมทย์ วีรุตมเสน

ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา

ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา

คณะกรรมการบริหารสถาบันในเครื อตัง้ ตรงจิตร 1. ดร.วิภาพรรณ 2 ดร. อณาวุฒิ 3. นางสันธยา 4. นายอรรถพล 5. นางนันทพร 6. นายอนุวฒ ั น์ 7. นายบัญญัติ 8. นายช่วง 9. นายสมนึก 10. นายสุธี 11. นายเสถียร 12. นางอรพิน 13. นายไกรสิทธิ์ 14. นายสมคิด 15. นายวัชรินทร์ 16. นางปรัศนี

ชูทรัพย์ ชูทรัพย์ ดารารัตน์ ดารารัตน์ ชูทรัพย์ ชูทรัพย์ ลาชโรจน์ คำาแท่ง สมรรถกิจขจร เทศวิรัช ขวัญอ่อน นะราย บุตรชัยนาม อภิวฒ ั นธีระกุล ผ่องภักดี ศิริธรรม

ประธานกรรมการบริ หาร รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ 8


สาขาวิชาการตลาด 1. อาจารย์บสุ พรรณ 3. อาจารย์ศศิธร 5. อาจารย์ณฐั วุฒิ

รายนามคณะอาจารย์ ประจำาสาขาวิชา ทูปคันโธ บุญภูมิ มิ่งขวัญ

2. อาจารย์วชั รา 4. อาจารย์สรุ ินทร์ 6. อาจารย์สภุ าพร

เชื ้อรามัญ อินจันทร์ เทศวิรัช

สุวรรณโชติ แช่มเชื ้อ มากคำา กลิ่นขจร หมื่นประทุม ยังเจริญ ยิ ้มวดี

2. อาจารย์ผกาวรรณ 4. อาจารย์อรวรรยา 6. อาจารย์สมพร 8. อาจารย์ปรี ชา 10. อาจารย์อตั ถโชค 12. อาจารย์อดิศร

เอกะโรหิต โสมนัสกุล แตงชาติ นะเป๋ า พุทธไทย ชัยชาญ

2. อาจารย์สภุ าวดี 4. อาจารย์พรหมพิริยะ 6. อาจารย์วิรัช

แก้ วเก้ า เรื องรัตน์ เกษเบ็ญฤทธิกลุ

สาขาวิชาการบัญชี 1. อาจารย์อรุณรุ่ง 3. อาจารย์มีชยั 5. อาจารย์นนั ทวัน 7. อาจารย์สภุ าพ 9. อาจารย์วาทินี 11. อาจารย์กิติญา 13. อาจารย์ณฐั วุฒิ

สาขาวิชาการเลขานุการและการจัดการ 1. อาจารย์ประชิด เกิดมาก 3. อาจารย์จินดาพร พูลสวัสดิ์ 5. อาจารย์ลดั ดาวรรณ คงพูล

สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ธุรกิจ 1. อาจารย์วชั รินทร์ ผ่องภักดี 3. อาจารย์อคั รพล ธรรมรังสี 5. อาจารย์เจตวัฒน์ สมเจริญเกียรติ์ 7. อาจารย์วรุณ สาขาวิชา การจัดการโลจิสติกส์ 1. อาจารย์สรุ ินทร์ อินจันทร์

2. อาจารย์พกั ตร์ วิมล 4. อาจารย์กฤษณะ 6. อาจารย์ศภุ กร

2. อาจารย์สงั กาศ

วงศ์อรรฆยากร ไทยเอื ้อ รัตนจันทร์

กิจส่งเสริ มธน

สาขาวิชาภาษาต่ างประเทศ 1. อาจารย์ธนัชชา 3. อาจารย์ศรีนนั ทรา 5. อาจารย์มณีย์ 9

ทองมิตร สีทองสุข พุม่ พึง่ ศรี

2. อาจารย์เบญญาดา 4. อาจารย์พจนารถ

วิริไฟ นิลภิรมย์


สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่ องเที่ยวและการโรงแรม 1. อาจารย์พลสิทธิ์ 3. อาจารย์นริศรา 5. อาจารย์ภทั รวุธ

ศรีศิริ บุญรุ่ง บุบผา

2. อาจารย์อารี ลกั ษณ์ ยศประยูร 4. อาจารย์อามร จุลคำา

สาขาวิชาสามัญและพืน้ ฐาน 1. อาจารย์เสน่ห์ 3. อาจารย์พจนารถ 5. อาจารย์จำาเริญ 7. อาจารย์สธุ ารัตน์ 9. อาจารย์ดารารัตน์

มิถนุ า นิลภิรมย์ ติ่งต้ อย เหรา วานิชกร

2. อาจารย์สธุ ี 4. อาจารย์ผ่องเพ็ญ 6. ว่าที่ร้อยตรี สทุ ธวิท 8. อาจารย์บงั อร 10. อาจารย์รัชตานันท์

เทศวิรัช เบญจาทิกลุ นิลกำาเนิด สุยะนา สุวรรณโชติ

ศูนย์ ภาษาต่ างประเทศ ภายใต้ ความร่ วมมือระหว่ างสถาบันการศึกษา

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ( English Program ) 1. Mr.Joseph 3. หยาง

Oldman เหล่าซือ

2. Mrs.Laura

Gaudet

2. อาจารย์กฤษณะ 4. อาจารย์ญิบพันธ์ 6. อาจารย์อลงกรณ์

ไทยเอื ้อ ลอยกุล เต่าทอง

ศูนย์ เทคโนโลยีการศึกษา 1. อาจารย์สาทิศ 3. อาจารย์อคั รพล 5. อาจารย์ชยั พร

เพิ่มสว่าง ธรรมรังสี พุทธโชติ

10


โครงสร้ างหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545

11


บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน

รหัส

ปี การศึกษา……………….. ภาคเรียนที่ 1 รายวิชา

หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

(1) X (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

บันทึกผลกิจกรรม

12


บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน

รหัส

ปี การศึกษา……………….. ภาคเรียนที่ 2 รายวิชา

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

รหัส

ปี การศึกษา……………….. ภาคฤดูร้อน รายวิชา

หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม = หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน 13

(1) X (2)

(1) X (2)


รหัส

ปี การศึกษา……………….. ภาคเรียนที่ 1 รายวิชา

หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

(1) X (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

บันทึกผลกิจกรรม

บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน ปี การศึกษา………………..

หน่ วยกิต

ระดับ

(1) X (2) 14


รหัส

ภาคเรียนที่ 2 รายวิชา

(1)

คะแนน (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

รหัส

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

ปี การศึกษา……………….. ภาคฤดูร้อน รายวิชา

หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

(1) X (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน ปี การศึกษา……………….. ภาคเรียนที่ 1 15

หน่ วยกิต

ระดับ คะแนน

(1) X (2)


รหัส

รายวิชา

(1)

(2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

บันทึกผลกิจกรรม

บันทึกผลการเรี ยนประจำาภาคเรียน ปี การศึกษา……………….. ภาคเรียนที่ 2

หน่ วยกิต

ระดับ คะแนน

(1) X (2) 16


รหัส

รายวิชา

(1)

(2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

รหัส

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

ปี การศึกษา……………….. ภาคฤดูร้อน รายวิชา

หน่ วยกิต (1)

ระดับ คะแนน (2)

รวมหน่ วยกิต หน่ วยกิตที่ได้ ในภาคนี ้ = หน่ วยกิตสะสม =

17

ระดับคะแนนเฉลี่ยภาคนี ้ = ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม =

(1) X (2)


บทบาทหน้ าที่ของแต่ ละฝ่ าย

ฝ่ ายวิชาการ แบ่ งเป็ น 6 งาน ได้ แก่ 18


1. สำานักงานกลาง มีบทบาทหน้ าที่ดงั นี ้ 1.1 งานกิจกรรมวิชาการภายใน ภายนอก 1.2 งานโครงการ 1.3 งานกิจกรรมในโครงการพิเศษ การแข่งขันทักษะ SVT ทักษะวิชาชีพ 1.4 งานกิจกรรม 5 ส. โครงการตามแนวพระราชดำาริ เศรษฐกิจพอเพียง 1.5 งานงบประมาณ 1.6 งานห้ องสมุด ห้ องปฏิบตั ิการ 1.7 หลักสูตร English Program (EP) 2. งานบริหารการสอน 2.1 ควบคุมและบริหารจัดการ อัตรากำาลัง บุคลากร สายการสอน และสายสนับสนุนการสอน 2.2 จัดตารางสอน ตารางเรี ยน ตารางสอบ ตารางคุมสอบ 2.3 กำากับดูแด ตารางสอบ ควบคุม การจัดการเรี ยนการสอน การสอบ 2.4 ประสานงานภาควิชา อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์พิเศษ 2.5 บริหารจัดการ อุปกรณ์ วัสดุฝ่าย/ภาควิชา 2.6 ประสานงานการฝึ กสอน ผู้สอน วิทยากรในโครงการร่วมทางวิชาการ 2.7 ประสานงานร่วมฝ่ ายอื่น ๆ ในโครงการโรงเรี ยนพี่โรงเรี ยนน้ องและโครงการอื่น ๆ

3. งานหลักสูตรและแผนการสอน

3.1 ประสานภาควิชา จัดทำาหลักสูตร แผนการเรี ยน สาขาวิชา หลักสูตรรายวิชา 3.2 กำากับดูแล การจัดทำาแผนการสอน แผนการจัดการเรี ยนรู้ 3.3 ประสานงานภาควิชาในการจัดหาวัสดุ โสตทัศน์ สือ่ เทคโนโลยี หนังสือเรี ยน หนังสือตาม หลักสูตร 3.4 3.5 3.6 3.7 3.8

กำากับดูแลการจัดทำาแฟ้มสะสมงานผู้เรี ยน งานฝึ กงานนักเรียน นักศึกษา หลักสูตรทวิภาคี การเทียบโอนรายวิชา/หน่วยกิต กำากับดูแลการออกข้ อสอบ การกำาหนด สัดส่วนคะแนนรายวิชา

4. งานพัฒนาและวิจยั 19

4.1 งานบริการวิชาการภายใน และชุมชน 4.2 จัดทำาแผนพัฒนา นโยบาย ยุทธศาสตร์ ระดับฝ่ าย/ภาค ตามนโยบายโรงเรี ยน


4.3 4.4 4.5 4.6

ให้ สอดคล้ องกับหลักสูตร เศรษฐกิจ สังคม และ ชุมชน จัดทำาข้ อสรุป และเสนอผลงานประจำาภาค/ปี งานวิจยั ระดับฝ่ าย/ภาค/ผู้สอน การจัดฝึ กอบรม พัฒนา บุคลากร ทางการสอนและสนับสนุนการสอน พัฒนาระบบ E-Learning ในการเรี ยนการสอน

5. งานติดตามและประเมินผล 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5

ควบคุม วางแผน กำากับติดตามประเมินผล การนิเทศ ภายใน ภายนอก และการสอน วิเคราะห์และประเมินผล ข้ อสอบ การจัดทำาธนาคารข้ อสอบ วัดและประเมินผลการสอนรายวิชา และการใช้ แผนการเรี ยนตามหลักสูตรสาขา การสอบมาตรฐานวิชาชีพ ติดตามประเมินผลการเรี ยน ผู้เรี ยนทุกระดับ

6. งานประกันคุณภาพ

6.1 งานวางแผนและพัฒนาระบบงาน จัดให้ มีการพัฒนาระบบ กลไกการดำาเนินการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในโรงเรี ยนเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก 6.2 ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ จัดให้ มีการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่มี ประสิทธิภาพ โดยเน้ นปั จจัยที่เกี่ยวข้ องในการจัดการศึกษา ประกอบด้ วย มาตรฐานการส่ง เสริมการควบคุม 6.3 แต่งตังคณะกรรมการประกั ้ นคุณภาพ การศึกษาภายในเพื่อดำาเนินการตรวจสอบและ สรุปรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา 6.4 คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา แจ้ งผลการตรวจสอบและให้ ข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมการแต่ละมาตรฐานเพื่อนำาไปพิจารณาปรับปรุง 6.5 คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษารายงานผลการดำาเนินงานประกันคุณภาพ 6.6 ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล

ฝ่ ายกิจการนักเรี ยนนักศึกษา แบ่ งเป็ น 4 งาน ได้ แก่ 1. งานส่ งเสริมระเบียบและความรั บผิดชอบของนักเรี ยนนักศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 1.1 จัดดำาเนินการดูแลนักเรี ยนนักศึกษาให้ มีระเบียบวินยั และความรับผิดชอบต่อตนเอง 20


ต่อครอบครัว และต่อสังคม 1.2 ฝึ กนักเรียนนักศึกษาให้ เป็ นผู้มีระเบียบวินยั อยูใ่ นกฏเกณฑ์ของโรงเรี ยน ในด้ านการ มาเรียนให้ ทนั เวลา การต่างกายให้ ถกู ระเบียบ การตรงต่อเวลา 2. งานป้องกันการใช้ สารเสพติดในสถานศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ ป้องกันและปราบปรามการใช้ สารเสพติดในสถานศึกษาทุกรูปแบบ 2.1 จัดกิจกรรม สนับสนุนส่งเสริ มการต่อต้ านการใช้ สารเสพติดในสถานศึกษา 2.2 ตรวจหาสารเสพติดในหมูน่ กั เรี ยนนักศึกษาทังใหม่ ้ และเก่า และรวมถึง นักเรี ยน นักศึกษากลุม่ เสี่ยง 3. งานพัฒนาระบบดูแลช่ วยเหลือนักเรี ยนนักศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 3.1 จัดดำาเนินการให้ มีระบบดูแลนักเรี ยนนักศึกษา ทุกชันปี ้ ในด้ านจัดเตรี ยมเอกสารของ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรี ยนนักศึกษา 3.2 ติดตามและประเมินผลการดำาเนินการระบบดูแลนักเรี ยนนักศึกษาและรายงานผลต่อ ผู้บงั คับบัญชาตามลำาดับขัน้ 4. งานส่ งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและค่ านิยมที่พงึ ประสงค์ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 4.1 ควบคุมดูแลนักเรี ยน นักศึกษา ให้ เป็ นผู้มีคณ ุ ธรรมจริ ยธรรมและมีคา่ นิยมพื ้นที่พงึ ประสงค์ของสังคม 4.2 จัดกิจกรรมฝึ กให้ นกั เรี ยนนักศึกษา เป็ นผู้มีคณ ุ ธรรม จริ ยธรรม เช่น กิจกรรม คนดีศรี ทวบ. กิจกรรมบันทึกความดี 4.3 ระบบนักเรียนนักศึกษาให้ เป็ นผู้มีคณ ุ ธรรม จริ ยธรรมและค่านิยมที่พงึ ประสงค์ของสังคม

แบ่ งเป็ น 3 งาน ได้ แก่

ฝ่ ายกิจการนักเรี ยนนักศึกษา

1. งานกิจกรรม มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 1.1 งานส่งเสริ มวิชาการ 21


กิจกรรมส่งเสริ มวิชาการ วันแม่แห่งชาติ กิจกรรมการประกวดวาดภาพ/กระทงดำาเนินการประกวดกิจกรรม วันลอยกระทง กิจกรรมส่งเสริ มวิชาการ วันเอดส์โลก กิจกรรมส่งเสริ มวิชาการ วันพ่อแห่งชาติ 1.2 คุณธรรมจริ ยธรรม กิจกรรมฝึ กสมาธิ และอบรมคุณธรรมจริ ยธรรม กิจกรรมค่ายคุณธรรม จริ ยธรรม กิจกรรมกลุม่ สัมพันธ์ 1.3 ศิลปวัฒนธรรมไทย ฝึ กอบรมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม 1.4 อนุรักษ์ สิ่งแวดล้ อม กิจกรรมอนุรักษ์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้ อม 2. งานชมรมนักศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ งานชมรมวิชาการ ระดับ ปวช. 3 งานชมรมคุณธรรมจริ ยธรรม 3. งานสัมพันธ์ ชุมชน มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ กิจกรรมอื่น ๆ ที่ให้ บริ การด้ านวิชาการ อาคารสถานที่ ให้ สงั คม และชุมชน

สำานักทะเบียนและวัดผล แบ่ งเป็ น 2 งาน ได้ แก่ 1. งานทะเบียนนักเรี ยนนักศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 1.1 งานรับสมัครนักเรี ยน นักศึกษา การตรวจเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ ครบและ จัดเก็บเข้ าแฟ้มแยกตามรหัส แยกตามระดับ

22


1.2 จัดทำาบัตรประจำาตัวนักเรี ยนนักศึกษา และออกบัตรอนุญาตเข้ าห้ องสอบ 2. งานวัดผลและประเมินผล มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 2.1 รายงานผลการเรี ยนประจำาภาคเรี ยน 2.2 จัดทำาใบระเบียนผลการเรี ยน 2.3 ให้ บริการเกี่ยวกับการออกหลักฐานการเรี ยน ใบ บฟ.1(ปวช.) ใบรบ.1 (ปวส.) ใบรับรองผลการเรี ยน 2.4 การออกประกาศนียบัตรผู้สำาเร็ จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตร(ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสู ้ ง (ปวส.) 2.5 ส่งแบบสำารวจและรายงานต่าง ๆ เช่น ใบ รบ.2, GPA 2.6 เก็บรักษาเอกสารหลักฐานการเรี ยน และเอกสารอื่น ๆ (สมุดประเมินผล,บัญชีเรี ยก ชื่อ) 2.7 ทำาลายเอกสารของงานทะเบียนที่หมดอายุการใช้ งาน 2.8 ดูแล บำารุงรักษาและรับผิดชอบทรัพย์สินของสถานศึกษาที่ได้ รับมอบหมาย 2.9 เสนอโครงงานเพื่อพัฒนา 2.10 รายงานปฏิบตั ิงาน ปี ละ 2 ภาคเรี ยน 2.11 ปฏิบตั ิหน้ าที่อนื่ ตามที่ผ้ บู งั คับบัญชามอบหมาย

แบ่ งเป็ น 4 งาน ได้ แก่

ฝ่ ายบริการสถานศึกษา

1. งานอาคารสถานที่ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 23


1.1 จัดเตรียมอาคาร สถานที่ โดยประสานงานเกี่ยวกับความต้ องการในการใช้ กบั ฝ่ ายอื่น 1.2 ดูแลรับผิดชอบซ่อมบำารุงรักษา ความสะอาด และความปลอดภัย 1.3 จัดบริการอำานวยความสะดวก ด้ านสาธารณูปการ 1.4 ควบคุม ดูแลและมอบหมายงาน แก่บคุ ลากรอื่นให้ ทำาหน้ าที่ในสถานศึกษา 1.5 ดำาเนินการบริ การการใช้ อาคาร สถานที่ แก่ชมุ ชนภายนอกและหน่วยงานของรัฐ และเอกชนตามโอกาสตามนโยบายของสถานศึกษา 1.6 ประเมินความพึงพอใจการใช้ อาคาร สถานที่ และห้ องปฏิบตั ิการ 1.7 เสนอแผนงาน และรายงานผลการปฏิบตั ิงาน ต่อผู้บริ หารตามลำาดับขัน้ 1.8 หน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย 2. งานพัสดุ คุรุภัณฑ์ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 2.1 จัดเตรียมวัสดุสำานักงาน และวัสดุการศึกษา โดยประสานงานที่เกี่ยวกับความ ต้ องการในการใช้ ฝ่ายอื่นเกี่ยวข้ อง 2.2 จัดทำาทะเบียนพัสดุ ครุภณ ั ฑ์ ดูแลรับผิดชอบซ่อมบำารุงรักษาและความปลอดภัย 2.3 ควบคุม ดูแลและมอบหมายงาน แก่บคุ ลากรอื่นให้ ทำาหน้ าที่ในสถานศึกษา 2.4 ดำาเนินการบริ การการใช้ พสั ดุ ครุภณ ั ฑ์ แก่ชมุ ชนภายนอกและหน่วยงานของรัฐและ เอกชน ตามโอกาสตาม นโยบายของสถานศึกษา 2.5 ควบคุมยานพาหนะ น้ำ ามันเชื ้อเพลิง วัสดุยานยนต์ และการซ่อมบำารุง 2.6 เสนอแผนงาน และรายงานผลการปฏิบตั ิงาน ต่อผู้บริ หารตามลำาดับขัน้ หน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย 3. งานสารบรรณ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 3.1 ควบคุมงานสารบรรณให้ เป็ นไปด้ วยความเรี ยบร้ อยรวดเร็ วและถูกต้ องตามระเบียบ งานสารบรรณ ที่สถานศึกษากำาหนด 3.2 ดำาเนินงานเกี่ยวกับหนังสือโต้ ตอบ บันทึก คำาสัง่ และประกาศของนักศึกษา

3.3 เก็บรวบรวม รักษา หนังสือ สำาเนาหนังสือโต้ ตอบและเอกสารต่าง ๆ ที่เป็ นหลักฐาน ของโรงเรียนทุกประเภท 3.4 ให้ บริการแก่ อาจารย์ และบุคลากรอื่นในสถานศึกษา ในการค้ นหาเอกสารฐานต่าง ๆ 3.5 รับผิดชอบด้ านเอกสารพิมพ์ทกุ ประเภท 3.6 ดูแล บำารุงรักษา และรับผิดชอบทรัพย์สินของสถานศึกษาในส่วนที่ได้ รับมอบหมาย 3.7 เสนอแผนงานและรายงานผลการปฏิบตั ิงานต่อผู้บริ หารตามรับดับขัน้ 24


3.8 ปฏิบตั ิหน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย 4. งานสวัสดิการนักเรี ยน นักศึกษา มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 4.1 อำานวยความสะดวกนักศึกษา ในการสมัครเข้ าเรี ยนวิชาทหารตลอดจนจัดบริ การ ข้ อมูลข่าวสาร ที่เป็ นประโยชน์แก่นกั ศึกษาวิชาทหาร 4.2 ประสานงานหน่วยกำาลังสำารอง ด้ านการเข้ าฝึ กอบรมและการเข้ าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับทางราชการ 4.3 ประสานงานและอำานวยความสะดวกแก่นกั ศึกษา เรื่ องขอยกเว้ นการเข้ ารับราชการ ทหารกองประจำาการ 4.4 ประสานงาน และอำานวยความสะดวกแก่นกั ศึกษา เรื่ องขอผ่อนผันเข้ ารับราชการ ทหารกองประจำาการ 4.5 จัดทำาทะเบียน นักศึกษาวิชาทหาร ผู้ขอยกเว้ น และขอผ่อนผันการเข้ ารับราชการ ทหาร 4.6 ดำาเนินการในฐานะตัวแทนนักเรี ยนนักศึกษา เรี ยกร้ องค่ารักษาพยาบาล หรื อค่า สินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย จากผู้รับประกันกรณีเกิดอุบตั ิเหตุ 4.7 รวบรวม และเผยแพร่ ข้ อสนเทศ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมด้ านสนธิประโยชน์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เป็ นประโยชน์ให้ ผ้ เู กี่ยวข้ องรับทราบ 4.8 เสนอแผนงาน และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เป็ นประโยชน์ให้ ผ้ เู กี่ยวข้ องรับทราบ 4.9 เสนอแผนงาน และรายงานผลการปฏิบตั ิงานต่อผู้บงั คับบัญชาตามลำาดับชัน้ 4.10 ปฏิบตั ิหน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย

แบ่ งเป็ น 4 งาน ได้ แก่ 25

สำานักผู้บริหาร


1. งานนโยบายและแผน มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ มีการดำาเนินการให้ ฝ่าย สำานัก และภาควิชา จัดทำาแผนปฏิบตั ิงาน ,ปฏิทินการปฏิบตั ิ งาน (Grant chart) และแผนการขอใช้ งบประมาณ รวมทังหมด ้ *** แผนงาน 2. งานบุคลากร มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 2.1 งานพัฒนาบุคลากร มีการสนับสนุนให้ บคุ ลากร ได้ มีโอกาสได้ ศกึ ษาต่อในระดับ ที่สงู ขึ ้น,จัดการอบรมสัมมนา/ดูงาน/ทัศนศึกษา ทังในสถานศึ ้ กษาและนอก สถานศึกษา 2.2 งานสรรหาและจัดจ้ างบุคลากร จัดการสรรหาบุคลากร จัดทำาทะเบียนประวัติและ เอกสารหลักฐานของบุคลากร,บรรจุ-จำาหน่ายบุคลากร จัดการจ่ายค่าจ้ างและค่า ตอบแทนให้ บคุ ลากร 2.3 งานสถิติและการปฏิบตั ิงานของบุคลากร จัดเก็บข้ อมูลการปฏิบตั ิการงาน (การสาย ลา ขาด) ของบุคลากรเป็ นรายวัน รายสัปดาห์ และสรุปเป็ นสถิติ รายเดือน 2.4 งานประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อคุณภาพการสอนของอาจารย์ ดำาเนิน การให้ นกั ศึกษากรอกคะแนนในแบบประเมินโดย Key คะแนนลงในโปรแกรมการ ประเมิน ซึง่ สร้ างไว้ ในคอมพิวเตอร์ 2.5 งานสวัสดิการบุคคลากร จัดสวัสดิการด้ านต่าง ๆ ให้ แก่บคุ ลากร เช่น ประกัน อุบตั ิเหตุ, สวัสดิการเครื่ องแต่งกาย, ส่งชื่อขอรับพระราชทานเครื่ องอิสริ ยาภรณ์ , การให้ ขวัญกำาลังใจเมื่อปฏิบตั ิงานนาน 10 ปี ประเมินผลงานเพื่อปรับอัตราเงิน เดือน จัดตังสหกรณ์ ้ ออมทรัพย์ จัดส่งเงินเข้ ากองทุนสวัสดิการเลี ้ยงชีพ สวัสดิการ ประกันสังคม การผ่อนผันการรับราชการทหาร การเบิกค่ารักษาพยาบาล-ค่าเล่า เรียนบุตร เงินช่วยเหลือบุตรสวัสดิการเงินช่วยค่าทำาศพบุคลากร บิดา มารดา และบุตร สวัสดิการทัศนศึกษาในประเทศและต่างประเทศ, สวัสดิการที่พกั แก่ บุคลากร สวัสดิการผู้บริ หารและสวัสดิการช่วยเหลือผู้ออกจากงาน

3 งานงบประมาณ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ จัดสรรงบประมาณตามแผนงานทัง้ *** แผนงาน คือ 3.2 งานสำานักผู้บริ หาร 3.3 งานวิชาการ 3.4 งานพัฒนาบุคลิกภาพ 3.5 งานกิจการนักเรี ยน นักศึกษา 26


3.6 งานบริการสถานศึกษา 3.7 งานส่งเสริ มการศึกษา 3.8 งานเทคโนโลยีทางการศึกษา 3.9 งานทะเบียนและวัดผล 3.10 งานประกันคุณภาพ 4. งานการเงินและบัญชี มีบทบาทหน้ าที่ ดังนี ้ 4.1 ให้ บริการด้ านการรับ – จ่ายเงิน 4.2 จัดทำาบัญชี รับ – จ่าย และงบการเงิน ของวิทยาลัย

ฝ่ ายส่ งเสริมการศึกษา แบ่ งเป็ น 3 งาน ได้ แก่ 27


1. งานประชาสัมพันธ์ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 1.1 ดำาเนินงานประชาสัมพันธ์ภายในสถานศึกษา โดยจัดรวบรวมและเผยแพร่ ประกาศระเบียบ คำาสัง่ และข่าวสารอื่น ๆ ที่เป็ นประโยชน์ตามความ ต้ องการของนักศึกษา และผู้ปกครอง ตลอดจนผู้มาติดต่อ 1.2 ดำาเนินงานประชาสัมพันธ์ภายนอกสถานศึกษา ในการเผยแพร่กิจการและ กิจกรรมของสถานศึกษาตลอดจนแจ้ งข่าวสารสำาคัญ ๆ ของสถานศึกษาแก่ บุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ในการสร้ างความเข้ าใจอันดีแก่ชมุ ชนและสร้ าง ความเชื่อมัน่ ศรัทธาต่อผู้ปกครองและนักศึกษา 1.3 จัดให้ มีการแนะแนวการศึกษาและอาชีพให้ แก่นกั เรี ยนในชุมชนเพื่อเป็ นการ บริการต่อชุมชน และสาธารณชนด้ วยวิธีตา่ ง ๆ 1.4 ประสานงานกับสถานศึกษาในเครื อ ฯ เพื่อดำาเนินการด้ านประชาสัมพันธ์ร่วม กัน 1.5 จัดให้ มีการถ่ายภาพ สไลด์ วีดีโอ งานกิจกรรมของสถานศึกษาทังกิ ้ จกรรม ของฝ่ ายบริ หาร และฝ่ ายอืน่ ๆ ตามวาระโอกาสต่าง ๆ และรวบรวมไว้ เป็ นหมวด หมูโ่ ดยจัดลำาดับเพื่อสืบค้ นได้ ทนั ที 1.6 จัดแสดงถ่ายภาพ สไลด์ วีดีโอ ในโอกาสแรกเมื่อเสร็ จกิจกรรม ให้ นกั ศึกษา อาจารย์และผู้เกี่ยวข้ อง ตลอดจนบริ การอัด ขยาย ทำาสำาเนาให้ แก่ฝ่ายต่าง ๆ เพื่อ ประโยชน์ของสถานศึกษา จัดให้ มีการเผยแพร่ภาพถ่าย สไลด์ วีดีโอ สูส่ าธารณชน ด้ วยวิธีตา่ ง ๆ ตามนโยบายของสถานศึกษา 1.7 ให้ บริการถ่ายภาพอืน่ ๆ ตามวาระโอกาสแก่นกั ศึกษาและอาจารย์ 1.8 ร่วมมือกับสถานศึกษาในเครื อ ฯ งานถ่ายภาพและประมวลภาพงานกิจกรรม ต่างๆ 1.9 ดูแล บำารุงรักษา และรับผิดชอบทรัพย์สินของสถานศึกษาในส่วนที่ได้ รับมอบ หมาย 1.10 เสนอแผนงาน และรายงานผลการปฏิบตั ิงานต่อผู้บริ หารตามลำาดับขัน้ 1.11 ปฏิบตั ิหน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย

2. งานแนะแนว มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ บริการแนะแนวการศึกษาต่อ แนะแนวส่วนตัวและสังคมดังนี ้ การให้ คำาปรึกษาแก่นกั เรียน – นักศึกษาในเรื่ องต่างๆ ได้ แก่ 2.1.1 การศึกษาต่อและอาชีพ 2.1.2 การให้ คำาปรึกษาในเรื่ องส่วนตัว 2.1.3 การขอรับทุนการศึกษา 28


2.1.4 การกู้ยืมเงินกองทุน เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา 3. งานกองทุน

มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ การขอรับทุนการศึกษามูลนิธิอาจารย์ดร.กมล ชูทรัพย์ เพื่อการศึกษา และการกู้เงินกองทุนเงิ กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในแต่ละปี การศึกษา วิทยาลัยได้ รับทุนจากมูลนิธิและหน่วยงานภายนอกต่าง ๆ มอบให้ เป็ นทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทังกองทุ ้ นเงินกู้ยืมจากรัฐบาล นักศึกษาที่ประสงค์จะขอรับทุนหรื อยื่น คำาขอกู้เงินจะต้ องยื่นความจำานงต่อหัวหน้ างานกองทุน ตามที่วิทยาลัยกำาหนด

แบ่ งเป็ น 3 งาน ได้ แก่

ฝ่ ายเทคโนโลยีการศึกษา

1. งานบริการ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 1.1 ติดตังระบบ ้ และให้ บริ หารอินเตอร์ เน็ตแก่นกั ศึกษา อาจารย์ บุคลากรอื่น ศิษย์ เก่า ผู้ปกครอง และสถานศึกษาในเครื อ ตลอดจนบุคคลภายนอก ตามนโยบาย ของสถานศึกษา 29


1.2 จัดให้ มีการอบรมความรู้ด้าน IT ต่าง ๆ ให้ กบั บุคลากร อาจารย์ ศิษย์ และ บุคลากรของสถานศึกษาในเครื อ ตลอดจนบุคคลภายนอก ตามขอบเขต และ นโยบายของสถานศึกษา 1.3 จัดสร้ าง ติดตัง้ พัฒนา และบำารุงรักษาโฮมเพจของสถานศึกษาในเครื อและ บุคคลหรื อองค์กรภายนอกตามขอบเขตและนโยบายสถานศึกษา 1.4 เผยแพร่ พัฒนา ปรับปรุง และบำารุงรักษาระบบและเนื ้อหาข้ อมูลในอินเตอร์ เน็ต ที่อยูใ่ นความรับผิดชอบ 1.5 รับผิดชอบดูแลศูนย์อนิ เตอร์ เน็ต และศูนย์ปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ของสถาน ศึกษา 1.6 พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการบริ หารงานสถานศึกษาในเครื อ 1.7 ติดตังและซ่ ้ อมบำารุงระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการบริ หารสถานศึกษาให้ แก่สถาน ศึกษาในเครื อ พัฒนาติดตัง้ ซ่อมบำารุงระบบ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ของ สถานศึกษาโดยประสานงาน กับฝ่ ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้ อง 2. งานสารสนเทศ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 2.1 จัดให้ มีการฝึ กอบรม การใช้ งาน การดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ให้ แก่ บุคลากรของสถานศึกษาในเครื อ 2.2 ประสานงานกับสถานศึกษาในเครื อด้ านข้ อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงแก้ ไข ระบบคอมพิวเตอร์ 2.3 จัดให้ มีผงั ระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครื่ องคอมพิวเตอร์ แยกตามชนิดของ เครื่องและระบบ 2.4 บริการซ่อมบำารุงระบบและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาในเครื อและ บุคคลหรื อองค์กรภายนอก ตามขอบเขตและนโยบายของสถานศึกษา 2.5 ดูแลบำารุงรักษา และรับผิดชอบทรัพย์สินของสถานศึกษาในส่วนที่ได้ รับมอบ หมาย 2.6 เสนอแผนงาน และรายงานผลการปฏิบตั ิงานต่อผู้บริ หารตามลำาดับชัน้ 2.7 ปฏิบตั ิหน้ าที่อื่นที่ได้ รับมอบหมาย

2.8 รวบรวมเก็บบันทึกข้ อมูลเกี่ยวกับ นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรอื่นในสถาน ศึกษาทังข้ ้ อมูลด้ านการเงิน การบริ หาร การจัดการสถานศึกษา ตลอดจน ข้ อมูล ด้ านการศึกษา การอาชีพ ตลาดแรงงาน และรายงานข้ อสนเทศตาม วาระและโอกาสที่กำาหนดตลอดจนประสานงานการนำาเสนอข้ อมูลผ่านระบบ อินเตอร์ เน็ต บริ หารข้ อสนเทศ และอำานวยความสะดวก ในการค้ นหาข้ อมูลแก่ ฝ่ ายต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการบริ หารงานสถานศึกษา การแนะแนวทางการ 30


ศึกษาและอาชีพ ภาวะการจ้ างงานและตลาดแรงงานตลอดจนการติดตาม พฤติกรรมของนักศึกษาระหว่างศึกษา และคิดตามประเมินผลนักศึกษา ที่จบ การศึกษาจัดทำาแบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบเก็บข้ อมูลแบบประเมินผลให้ ฝ่ ายต่าง ๆ 3. ศูนย์ วิทยบริการ มีบทบาทหน้ าที่ดังนี ้ 3.1 งานบริ หาร ประกอบด้ วยการกำาหนดกฎระเบียบ จัดทำาแผนงานโครงการ ประเมินผล และเก็บสถิติ 3.2 งานจัดหาทรัพยากร ประกอบด้ วยการจัดซื ้อหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์โสต ทัศนวัสดุผลิตโสตทัศนวัสดุ เข้ าเล่มจุลสาร 3.3 งานบริ การ ประกอบด้ วยบริ การยืม-คืนหนังสือ บริ การตอบคำาถาม บริ การค้ น คืนหนังสือและข้ อมูล 3.4 งานเทคนิค ประกอบด้ วยการวิเคราะห์เลขหมู่ การจัดชันหนั ้ งสือ การซ่อม หนังสือ วารสาร 3.5 งานส่งเสริ มการอ่าน ประกอบด้ วย การจัดกิจกรรมเพื่อให้ นกั เรี ยน นักศึกษา สนใจการอ่าน หนังสือ 3.6 จัดหา พัฒนา และให้ บริ การ นวัตกรรมใหม่ทางการศึกษาแก่สถานศึกษา ตลอดจน มีการฝึ กอบรมความรู้ใหม่ ๆ ด้ าน นวตกรรม การศึกษา แก่บคุ ลากร ทุกระดับ 3.7 ดูแลบำารุงรักษา ป้องกัน การสูญหาย และเสียหายของทรัพย์สินในส่วนที่รับ ผิดชอบ และตามที่ได้ รับมอบหมาย

31


ระเบียบและข้ อปฏิบัติ

ข้ อปฏิบตั ติ ่ าง ๆ ของนักเรี ยนนักศึกษา 32


1. การฝึ กงาน 1.1 ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นักเรียนระดับ ปวช. ปี ที่ วิทยาลัยจะต้ องจัด ให้ เรี ยนในหลักสูตร จำานวน 4 หน่วยกิต หรื อ ฝึ กปฏิบตั ิงาน(จำานวน 320 ชัว่ โมง) ในสาขาวิชาชีพ ในสถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระ หรือแหล่งวิทยากร ให้ เกิดความชำานาญด้ านการควบคุมงาน ตรวจสอบ ติดตามประเมินผล การจัดการ วิชาชีพในระดับเทคนิค โดยผ่านความเห็นชอบร่วมกันของผู้รับผิดชอบ การฝึ กงานในสาขาวิชานัน้ ๆ

1.2 ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.) ระดับ ปวส. การฝึ กงาน 200 ชัว่ โมง ตามหลักสูตร เพื่อเปิ ดโอกาสให้ นกั ศึกษามี ประสบการณ์และได้ เรียนรู้ชีวิตที่แท้ จริ งของธุรกิจภายนอก เพื่อเป็ นการเตรี ยมตัวให้ พร้ อม ในการสำาเร็จการศึกษา ฝึ กให้ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมมากขึ ้น ก่อนที่จะได้ รับใบฝึ กงานต้ องผ่านการทดสอบพิมพ์ดีดให้ ได้ ตามเกณฑ์ที่กำาหนด

2. แนวทางการจัดทำาโครงการ ระดับ ปวช.และปวส. 1. เลือกสถานการณ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิชาชีพที่ผ้ เู รี ยนได้ ศกึ ษามา 2. ผู้เรี ยนเป็ นผู้ริเริ่ม และเลือกเรื่องที่จะทำา ภายใต้ ความเห็นชอบของผู้สอน 3. เลือกสถานการณ์ที่มีการใช้ ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ และการวิจยั ไปช่วยในการศึกษาค้ นคว้ า เพื่อสร้ างองค์ความรู้ให้ เกิดขึ ้นกับตนเอง 4. ผู้เรี ยนเป็ นผู้วางแผนการดำาเนินการตังแต่ ้ การศึกษาค้ นคว้ า การออกแบบการประดิษฐ์ คิดค้ น การทดลอง เก็บข้ อมูล ตลอดถึงการแปรผล สรุปผล และนำาเสนองานด้ วยตนเองทังหมด ้ 5. การประเมินนักเรียนทุกคนต้ องเข้ าร่วมในการจัดทำาโครงการจึงจะผ่านหลักสูตร

3. การออกนอกบริเวณโรงเรี ยน ระดับ ปวช. ไม่อนุญาตให้ ออกนอกบริ เวณวิทยาลัย ระดับ ปวส.นักศึกษา ต้ องการออกนอกวิทยลัยในระหว่างเวลาเรี ยน ให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ 1. ให้ นำาใบลาพร้ อมบัตรนักเรียน นักศึกษามอบให้ กบั ครูเวรหน้ าวิทยาลัย เพื่อลงบันทึกในสมุด บันทึกแล้ วจึงรับใบอนุญาตออกนอกบริ เวณวิทยาลัยได้ 33


2. เมื่อเสร็จธุระให้ นำาบัตรอนุญาตออกนอกบริ เวณ มอบให้ ครูเวร แล้ วลงนามส่งบัตรอนุญาต พร้ อมรับ บัตรประจำาตัวบริเวณวิทยาลัย ข้ อปฏิบตั ิดงั กล่าวเพื่อความปลอดภัยของนักเรี ยน – นักศึกษา หาก ฝ่ าฝื นออกนอกบริเวณ วิทยาลัยโดยไม่ได้ รับอนุญาตจะมีโทษตัดคะแนนความประพฤติ

4. การลา

นักศึกษาที่มีความจำาเป็ นมาเรี ยนไม่ได้ ให้ เขียนใบลายื่นที่ปรึกษาล่วงหน้ า เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อนุญาตแล้ ว นักศึกษาจะต้ องนำาใบลาไปแจ้ งอาจารย์ผ้ สู อนแต่ละท่านทราบ นำามามอบงานพัฒนาบุคลิกภาพ ใบลาซื ้อได้ ที่ฝ่ายบริการ สำาหรับกรณีเจ็บป่ วย ต้ องส่งใบลาป่ วยวันแรกที่กลับมาเรี ยน โดยต้ องแจ้ งให้ อาจารย์ที่ปรึกษาและ อาจารย์ประจำาวิชาทราบ

5. การแต่ งกาย

วิทยาลัยถือว่าระเบียบการแต่งกายเป็ นแบบฝึ กหัดอย่างหนึง่ ที่นกั ศึกษาต้ องปฏิบตั ิจนเป็ นนิสยั เพื่อจะได้ เป็ นผู้แต่งกายเรียบร้ อยถูกต้ องสมกับที่จะเป็ นนักธุรกิจที่ดีในอนาคต และแสดงออกถึงความเป็ นผู้รักษาระเบียบ วินยั เป็ นการเชิดชูวิทยาลัยทางอ้ อม ฉะนันนั ้ กศึกษาต้ องปฏิบตั ิตามสัญญาที่ผ้ ปู กครองและนักศึกษาได้ ทำาสัญญาไว้ กบั โรงเรี ยนด้ วยการแต่ง กายให้ ถกู ต้ องตามระเบียบว่าด้ วยการแต่งกายของโรงเรี ยนโดยเคร่งครัด หากวันใดนักศึกษามีความจำาเป็ นต้ อง แต่งกายผิดระเบียบ จะต้ องปฏิบตั ิดงั นี ้ 1. รายงานต่อหัวหน้ างานฝ่ ายกิจการนักเรี ยนนักศึกษาไปถึงวิทยาลัย 2. ขอรับบัตรอนุญาตจากหัวหน้ างานฝ่ ายกิจการนักเรี ยนนักศึกษาเพื่อแสดงต่ออาจารย์เมื่อเรี ยกตรวจ 3. บัตรอนุญาตหมดอายุตามวันอันปรากฏในใบอนุญาตที่ออกให้ นกั ศึกษา จะได้ รับโทษถูกตัดคะแนน ความพฤติในกรณีตอ่ ไปนี ้ ไม่มีรายงานตัวขอรับบัตรอนุญาตแต่งกายผิดระเบียบ ไม่พกบัตรอนุญาต ขณะอยูใ่ นบริเวณวิทยาลัยใช้ บตั รอนุญาตที่หมดอายุแล้ วหรื อทำาบัตรอนุญาตหายไม่แจ้ งต่องาน ปกครอง ปลอมแปลงบัตร หรื อข้ อความในบัตรอนุญาต

6. ของหาย – เก็บของได้ เรื่องของหายในวิทยาลัย ปรากฏอยูเ่ สมอและส่วนใหญ่มกั ไม่ได้ คืน วิทยาลัยขอย้ำ าว่า 34


ไม่ให้ นกั ศึกษาใช้ ของมีคา่ หรือนำาติดตัวมาวิทยาลัย ถ้ ามีของหายภายในวิทยาลัย หรื อเก็บของได้ ให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ 1. นักศึกษาที่ทำาของหายภายในบริ เวณวิทยาลัย ให้ ไปแจ้ งที่งานปกครองเพื่อประกาศหาผู้ เก็บของนันได้ ้ 2. นักศึกษาที่เก็บของผู้อื่นได้ ให้ นำาของไปส่งไว้ ที่งานปกครองเพื่อประกาศหาเจ้ าของ การลักขโมยของ หากวิทยาลัยจับได้ มีโทษสถานเดียว คือให้ ออก

7. การรับประทานอาหาร

วิทยาลัยมีโรงอาหาร 2 แห่ง มีร้านขายอาหารเพียงพอสำาหรับนักเรี ยน – นักศึกษา และมีกรรมการ คอยดูแลปรังปรุงเรื่องนี ้ จึงขอให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ 1. การซื ้ออาหารและเครื่องดื่มให้ เข้ าคิวตามลำาดับก่อนหลัง 2. ให้ รับประทานอาหารในบริ เวณที่จดั ไว้ ภายในโรงอาหาร และส่วนหย่อมที่มีโต๊ ะ ไม่ นำาอาหารเครื่องดื่มไปรับประทานในบริ เวณอื่น 3. รักษาความสะอาดและความเป็ นระเบียบของการรับประทาน 4. เมื่อรับประทานเสร็จให้ นำาภาชนะไปใส่ในที่รองรับตามจุดต่าง ๆ หน้ าร้ านอาหาร โดย ภาชนะอาหารและภาชนะเครื่ องดื่มแยกกัน 5. การรับประทานอาหารในระหว่างเวลาเรี ยน หรื อนำาอาหารเครื่ องดื่มขึ ้นไปบนอาคาร เรียนถือว่าเป็ นการกระทำาผิดที่ต้องถูกลงโทษ 6. การรับประทานอาหารมูมมามหกเลอะเทอะเหลือทิ ้งไม่ใช่เป็ นวิสยั ของนักธุรกิจ

8. การขอพบนักศึกษา

ให้ ผ้ มู าเยี่ยมหรือขอพบติดต่อกับยามรักษาความปลอดภัย และให้ ยามรักษาความปลอดภัยนำาไปพบ เจ้ าหน้ าที่ที่ห้องหัวหน้ างานปกครอง เพื่อให้ เจ้ าหน้ าที่ตามนักศึกษามาพบ ไม่อนุญาตให้ เดินเข้ าไปตามหา เอง ซึง่ นอกจากจะไม่สะดวกแล้ ว ยังเป็ นปั ญหากับการปฏิบตั ิงานของวิทยาลัย

9. การเข้ าร่ วมกิจกรรม 35


นักศึกษาระดับ ปวส. ทุกคนจะต้ องเรี ยนวิชากิจกรรม 2 วิชา และเข้ าร่วมกิจกรรมเพื่อจะได้ เรี ยนตาม ที่โรงเรี ยนกำาหนดและต้ องการเข้ าร่วมกิจกรรมนันไม่ ้ ตา่ำ กว่า 80 % ของการจัดกิจกรรมเพื่อจะได้ ประเมินผลให้ ผ่านวิชากิจกรรม 1 และ กิจกรรม 2 ระดับ ปวช. นอกจากกิจกรรมบังคับ เช่น ลูกเสือแล้ วยังต้ องเข้ าร่วมกิจกรรมตามความสมัครใจทุก ภาคการศึกษา

หมายเหตุ กิจกรรมที่วทิ ยาลัยไม่ จดั และไม่ สนับสนุน

กิจกรรมที่โรงเรียนไม่จดั และไม่สนับสนุนให้ นกั ศึกษาจัด ได้ แก่ - การจัดการท่องเที่ยว - พิธีต้อนรับน้ องใหม่ - พิธีสง่ พี่จบที่จบการศึกษา หากฝ่ าฝื นจะถูกพิจารณาโทษ ให้ พกั การเรี ยน

10. การจัดเรี ยน ธรรมศึกษา แนวทางการปฏิบัตกิ ารจัดเรี ยนธรรมศึกษา

โรงเรียนมีนโยบายให้ นกั เรียนนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุกชันปี ้ เข้ าสอบธรรมศึกษาสนามหลวง ธรรมศึกษาชันตรี ้ ธรรมศึกษาชันโท ้ ธรรมศึกษาชันเอก ้ โดยมีการจัดตาราง เรี ยนให้ พระสงฆ์มาสอนวิชาจริยธรรมใน วันพฤหัสบดีทกุ ห้ องเรี ยน เพื่อให้ นกั เรี ยนนักศึกษา เมื่อจบการศึกษา จากโรงเรียนแล้ ว นักเรียนนักศึกษาเป็ นผู้มีคณ ุ ธรรมจริ ยธรรม ที่พงึ พอใจในสังคมต่อไป

11. กิจกรรมชมรม 11.1 แนวทางการปฏิบัตกิ ารจัดกิจกรรมชมรม ปวช.ชัน้ ปี ที่ 1 , 2 1. นักเรียนสามารถเลือกชมรมต่าง ๆ ที่เปิ ดทุกชมรมได้ โดยอิสระ(โดยเลือกผ่านอาจารย์ ที่ปรึกษา) 2. นักเรียน ชันปี ้ ที่ 1 และ 2 สามารถเลือกเรี ยนในชมรมฯ คอมพิวเตอร์ ได้ โดยแยกระดับ เป็ นนักเรียนชันปี ้ ที่ 1 แล ะ ชันปี ้ ที่ 2 (เพื่อสะดวกในการคัดกรองและระดับความรู้ ) 3. กิจกรรมชมรมฯ ใช้ วนั ที่ทางวิทยาลัยกำาหนด เป็ นวันเรี ยนชมรมฯ

11.2 แนวทางการปฏิบัตกิ ารจัดกิจกรรม ชมรม ปวช. ชัน้ ปี ที่ 3 1. นักเรียนระดับ ปวช. ปี ที่ 3 ให้ เข้ ากิจกรรมทางวิชาการในสาขาวิชาที่แต่ละคนเรี ยน 36


2. ให้ อาจารย์ในภาควิชาต่าง ๆ จัดทำาชมรมฯวิชาการของแต่ละสาขาวิชา 3. ให้ อาจารย์ในภาควิชาต่างๆ กำาหนดวันและเวลาในการเรี ยนชมรมฯ ตามความเหมาะสม 4. เมื่อเสร็จสิ ้นกิจกรรมชมรมฯ สาขาวิชาต้ องสรุปผลการเรี ยน ให้ ว่านักเรี ยนนักศึกษามี ความสามารถในด้ านใดบ้ าง พร้ อมกับผลงาน (ถ้ ามี พร้ อมกับสรุป ผล ผ่าน หรื อ ไม่ผ่าน)

12. การลงทะเบียน วิทยาลัยจัดให้ มีการลงทะเบียน ให้ เสร็ จก่อนวันเปิ ดภาคเรี ยน ซึง่ การลงทะเบียน ในแต่ละ ภาคเรี ยนนัน้ ต้ องชำาระเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ ทกุ สาขาในประเทศไทย โดยขอแบบลงทะเบียน ได้ ที่งานการเงิน หากมีเหตุขดั ข้ องทางการเงินประสงค์ขอผ่อนผันการชำาระเงินค่าลงทะเบียนก็ให้ ผ้ ปู กครองยื่นคำาร้ องขอ ผ่อนผันต่อผู้จดั การเป็ นราย ๆ ไป โดยต้ องชำาระภายในภาคเรี ยนนัน้ ๆ เพื่อสิทธิในการเข้ าสอบโดยผู้จดั การ พิจารณาอนุญาตเป็ นราย ๆ ไป หากมิได้ ลงทะเบียนภายในเวลาที่กำาหนด และประสงค์จะรับสภาพการเป็ น นักเรี ยน – นักศึกษา ต้ องติดต่อขอพักการเรี ยนภายใน 15 วัน นับแต่วนั ถัดจากปิ ดการลงทะเบียนพร้ อมทัง้ ชำาระค่าธรรมเนียมตามที่ระเบียบกำาหนดไว้ นักศึกษาจะลงทะเบียนรายวิชาเพิ่มในแต่ละภาคเรี ยนได้ ไม่เกินจากที่กำาหนดไว้ ในแผนการเรี ยนเว้ นแต่ ได้ รับอนุญาตจากผู้อำานวยการใหญ่ การนับเวลาเรียนเพื่อมีสิทธิในการสอบในภาคเรี ยนหนึง่ ๆ นักศึกษาต้ องมีเวลาเรี ยนในแต่ละรายวิชาไม่ ต่าำ กว่าร้ อยละ 80 ของเวลาที่เปิ ดเรียนเต็ม สำาหรับรายวิชานันจึ ้ งจะมีสิทธิเข้ าสอบปลายภาคเรี ยน ในกรณีที่มีเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั โรงเรี ยนอาจพิจารณาผ่อนผันให้ เป็ นราย ๆ

13. การขออนุญาตเลื่อนการสอบ นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้ ามาสอบตามเวลา ที่กำาหนด อาจขออนุญาตเลื่อนการสอบได้ ในกรณีตอ่ ไปนี ้ 1. ประสบอุบตั ิเหตุหรือเจ็บป่ วยระหว่างการสอบหรื อก่อนสอบ 2. ถูกคุมตัวโดยพนักงานเจ้ าหน้ าที่ตามกฎหมาย 3. เป็ นตัวแทนของโรงเรียน ในการเข้ าร่วมประชุมหรื อกิจกรรมพิเศษอย่างอื่นโดยได้ รับความยินยอมจากโรงเรี ยน 4. มีความจำาเป็ นอย่างอื่น โดยโรงเรี ยนพิจารณาแล้ วเห็นว่าเป็ นความจำาเป็ นอย่างแท้ จริ ง นักเรียน – นักศึกษาที่มีความประสงค์จะขออนุญาตเลื่อนการสอบ ต้ องยื่นคำาร้ อง พร้ อมหลักฐานประกอบไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนสอบ หากไม่สามารถจะกระทำาได้ ก็ ให้ โรงเรียนพิจารณาเป็ นราย ๆ ไป นักศึกษาจะขออนุญาตเลื่อนการสอบไปได้ ไม่เกิน กำาหนดสอบปลายภาคเรี ยนต่อไป

14. การพักการเรี ยน

วิทยาลัยอาจพิจารณาอนุญาตให้ นกั ศึกษาลาพักการเรี ยนได้ ตามที่เห็นสมควร เมื่อมีเหตุ จำาเป็ นในกรณีใดกรณีหนึง่ ดังต่อไปนี ้ 37


1. ได้ รับทุนการศึกษาจากวิทยาลัยหรื อหน่วยงานของภาครัฐ หรื อองค์เอกชนอื่น ให้ ไปศึกษา หรื อดูงาน หรือเป็ นตัวแทนของสถานศึกษาในการเข้ าร่วมประชุม หรื อกรณีอื่นอันควรแก่การส่งเสริ ม 2. เจ็บป่ วยพักรักษาตัว 3. เหตุจำาเป็ นอย่างอื่น ๆ ตามที่วิทยาลัยจะพิจารณาเห็นสมควร นักศึกษาที่ลาพักการเรี ยนต้ องชำาระค่ารักษาสภาพนักศึกษาตามที่ระเบียบกำาหนดไว้ แต่ถ้า นักศึกษาได้ ชำาระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครบถ้ วนสำาหรับภาคเรี ยนนันแล้ ้ ว ก็ไม่ต้องชำาระค่ารักษาสภาพนักศึกษา การอนุญาตให้ นกั ศึกษาลาพักการเรี ยนและการสัง่ ให้ นกั ศึกษาพักการเรี ยน วิทยาลัยจะทำา หลักฐานเป็ นหนังสือแจ้ งให้ ผ้ ปู กครองทราบ ยกเว้ นผู้ที่ทำางาน และเรี ยนภาคสมทบ นักศึกษาที่ลาพักเรียน หรื อถูกสัง่ ให้ พกั การเรี ยน เมื่อครบกำาหนดเวลาที่ลาพักการเรี ยน หรื อ ถูกสัง่ พักการเรียนแล้ ว ให้ ยื่นคำาร้ องขอกลับเข้ าเรี ยน พร้ อมด้ วยหลักฐานการอนุญาตให้ ลาพักการเรี ยนต่อ อาจารย์ใหญ่ ภายใน 7 วัน นับตังแต่ ้ วนั ครบกำาหนด หากพ้ นกำาหนดนี ้ ให้ ถือว่าพ้ นสภาพนักศึกษา เว้ นแต่ เหตุสดุ วิสยั

15. การลาออก นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกจากการเป็ นนักศึกษาระหว่างศึกษาอยูต่ ้ องให้ บิดา หรื อมารดา หรื อผู้รับ รองการลาออก เว้ นแต่ผ้ ทู ี่ทำางานแล้ วและเรี ยนภาคสมทบ

16. เกณฑ์ การสำาเร็จการศึกษา

ผู้จบการศึกษาจะต้ องมีคณ ุ สมบัติครบถ้ วนดังต่อไปนี ้ 16.1 ระดับ ปวช. 1. การลงทะเบียนและการเรียนมาแล้ วครบ 3 ปี การศึกษา หรื อ 6 ภาคเรี ยนปกติ ยกเว้ นผู้ที่วิทยาลัยรับ โอนรายวิชาจากสถานศึกษาอื่นทังหมด ้ หรื อบางรายวิชา หรื อผู้ผ่านการสอบเทียบประสบการณ์หรื อ สอบเทียบความรู้ 2. ศึกษาครบทุกวิชา ได้ ผลการเรี ยนไม่ตา่ำ กว่า 1 ทุกรายวิชา 3. ผ่านกิจกรรมและโครงงานตามที่หลักสูตรและวิทยาลัยกำาหนด 4. ผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามที่วิทยาลัยกำาหนด 16.2 ระดับ ปวส. 1. การลงทะเบียนและการเรียนมาแล้ วครบ 2 ปี ปี การศึกษา หรื อ 4 ภาคเรี ยนปกติ 2. ศึกษาครบทุกวิชาตามโครงสร้ างหลักสูตร และได้ คา่ ระดับคะแนนสะสมตังแต่ ้ 2.00 ขึ ้นไป 3. ผ่านกิจกรรมกลุม่ ตามที่โรงเรียนกำาหนด 4. ผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามที่วิทยาลัยกำาหนด 5. ผ่านการฝึ กงานในสถานประกอบการ ตามที่หลักสูตรกำาหนด

17. การพ้ นสภาพนักเรี ยน – นักศึกษา มี 2 ระดับ 17.1 ระดับ ปวช. มี 3 กรณี 38


กรณีท่ ี 1 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามการเกณฑ์ วัดผลการศึกษา มีรายละเอียด ดังนี ้ นักศึกษาผู้สอบได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ต่อไปนี ้ต้ องพ้ นการเป็ นนักเรี ยนนักศึกษาตาม เกณฑ์วดั ผล ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 1 และ 2 ไม่ตา่ำ กว่า 40 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 1.50 ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 1,2,3 ,4 ไม่ ต่าำ กว่า 80 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 1.75 ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 1,2,3,4,5,6 ไม่ตา่ำ กว่า 102 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 2.00 ผู้พ้นสภาพตามเกณฑ์วดั ผล โรงเรี ยนอาจจะให้ เรี ยนต่อไปโดยสมัครเป็ นนักศึกษาใหม่ และรับโอนหน่วยกิต ตามระเบียบก็ได้ ทังนี ้ ้พิจารณาจากพฤติกรรมของนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่ศกึ ษา กรณีท่ ี 2 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามระยะเวลาการศึกษา ดังนี ้ ระดับ ปวช. ศึกษาได้ ไม่เกิน 6 ปี ถ้ านักศึกษา เรี ยนครบ 6 ปี แล้ ว ไม่ผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตร ตามที่หลักสูตรกำาหนด ต้ องพ้ นสภาพการเป็ นนักเรี ยนนักศึกษา กรณีท่ ี 3 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามระเบียบการควบคุมความประพฤติ นักเรี ยนนักศึกษา ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวมิ ลบริหารธุรกิจ

17.2 ระดับ ปวส. มี 3 กรณี กรณีท่ ี 1 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามการเกณฑ์ วัดผลการศึกษา มีรายละเอียด ดังนี ้ นักศึกษาผู้สอบได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ต่อไปนี ้ต้ องพ้ นการเป็ นนักศึกษาตามเกณฑ์วดั ผล ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 1 ไม่ตา่ำ กว่า 20 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 1.50 ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 2 ไม่ ต่าำ กว่า 40 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 1.75 ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 3 ไม่ตา่ำ กว่า 60 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 1.90 ลงทะเบียนภาคเรียนที่ 4 ไม่ตา่ำ กว่า 86 หน่วยกิต เกณฑ์ตา่ำ กว่า 2.00 ผู้พ้นสภาพตามเกณฑ์วดั ผล วิทยาลัยอาจจะให้ เรี ยนต่อไปโดยสมัครเป็ นนักศึกษาใหม่ และ รับโอนหน่วยกิต ตามระเบียบก็ได้ ทังนี ้ ้พิจารณาจากพฤติกรรมของนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่ศกึ ษา

กรณีท่ ี 2 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามระยะเวลาการศึกษา ดังนี ้ ระดับ ปวส. ศึกษาได้ ไม่เกิน 4 ปี ถ้ านักศึกษา เรี ยนครบ 4 ปี แล้ ว ไม่ผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตรตาม 39


ที่หลักสูตรกำาหนด ต้ องพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษา กรณีท่ ี 3 การพ้ นสภาพนักเรียนนักศึกษา ตามระเบียบการควบคุมความประพฤติ นักเรี ยนนักศึกษา ของโรงเรียนเทคนิควิมลบริหารธุรกิจ

18. การเรี ยนวิชาทหารและผ่ อนผันการเกณฑ์ ทหาร โรงเรียนมีภารกิจดำาเนินการ 2 ลักษณะ คือ 1. ระดับ ปวส. การเรียนวิชาทหารจะรับสมัคร ผู้ที่เรี ยนวิชาทหารมาแล้ วต่อเนื่อง จะไม่เปิ ดรับ สมัครปี ที่ 1 โดยสมัคร ณ ฝ่ ายบริ การ ตามกำาหนดที่จะประกาศให้ ทราบ 2. ระดับ ปวช. เปิ ดรับสมัครผู้เรี ยนวิชาทหารตังแต่ ้ ชนปี ั ้ ที่ 1 ตามเกณฑ์ของกรมการรักษาดินแดน 3. การผ่อนผันการเกณฑ์ทหารหรื อการผ่อนผันการเรี ยนเข้ ารับราชการให้ แก่นกั ศึกษาที่มี อายุครบกำาหนดการเรียนเข้ ารับราชการทหารในแต่ละปี ให้ สง่ สด.9 และหมายเรี ยก เข้ าตรวจเลือก ติดต่อฝ่ ายบริ การภายในกำาหนดที่โรงเรี ยนประกาศให้ ทราบ

19. งานสวัสดิการและพยาบาล ห้ องพยาบาล ที่อยูอ่ าคาร 2 มีอาจารย์และเจ้ าหน้ าที่ประจำาตลอดเวลาเปิ ดทำาการ นักศึกษาที่มี ความประสงค์จะใช้ บริการให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ 1. นักศึกษาที่มีอาการเจ็บป่ วยขณะเรี ยน ให้ ขออนุญาตอาจารย์ผ้ สู อนก่อนออกจากห้ องเรี ยน 2. นักศึกษาที่เจ็บป่ วย ควรติดต่อขอรับบริ การจากเจ้ าหน้ าที่ห้องพยาบาลด้ วยตนเอง โดยบอกอาการ เจ็บป่ วยให้ ชดั เจนเพื่อเจ้ าหน้ าที่จะได้ วินิจฉัยและจ่ายยาได้ ถกู ต้ อง 3. กรณีที่อาจารย์พยาบาลว่ามีอาการเจ็บป่ วยที่จำาเป็ นต้ องนอนพักที่ห้องพยาบาล ซึง่ แยกพักเป็ นห้ อง พัก นักศึกษาหญิง – ชาย หัวหน้ าสวัสดิการพยาบาลจะออกใบอนุญาตนอนพักเพื่อให้ นกั ศึกษา นำา ไปแจ้ งต่ออาจารย์ผ้ สู อนหรืออาจารย์ที่ปรึกษาทราบ 4. นักศึกษาต้ องรักษามารยาท และความสงบเรี ยบร้ อย ในขณะนอนพัก ณ ห้ องพยาบาล 5. ห้ ามนักศึกษา หยิบ/เวชภัณฑ์ใด ๆ มาใช้ ก่อนได้ รับอนุญาต 6. กรณีที่นกั ศึกษามีอาการเจ็บป่ วยมาก อาจารย์เห็นความจำาเป็ นต้ องอยูใ่ นความดูแลของแพทย์งาน สวัสดิการพยาบาลจะดำาเนินการส่งโรงพยาบาล และติดต่อเพื่อแจ้ งผู้ปกครองทราบทังนี ้ ้นักศึกษา ต้ องเป็ นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง

7. กรณีการเจ็บป่ วยเนื่องมาจากอุบตั ิเหตุ นักศึกษาสามารถรับค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาลครัง้ ละไม่ เกิน 8,000.- บาท (ค่าสินไหมทดแทน) โดยต้ องนำาหลักฐานคือ ใบเสร็ จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ 40


และกรอกแบบฟอร์ มการรับเงินค่าสินไหม งานสวัสดิการจะเป็ นผู้ประสานงานกับทางบริษัทและจ่าย เงินชดเชย 8. จัดหา ดูแล รักษาและควบคุมการใช้ อุปกรณ์ ห้ องพยาบาลเวชภัณฑ์ และวัดสุเกี่ยวกับการ ปฐมพยาบาล ให้ เพียงพอ และอยูใ่ นสภาพให้ บริ การได้ ดีอยูเ่ สมอ 9. ปฐมพยาบาลเบื ้องต้ น นักศึกษาและบุคลากรในสถานศึกษา กรณีเจ็บป่ วยหรื อเกิดอุบตั ิเหตุในสถาน ศึกษา และประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อนำาส่งรักษาเมื่อจำาเป็ น 10. ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก ที่เกี่ยวกับป้องกันรักษาโรค ต่าง ๆ เพื่อเป็ นหน่วยให้ บริ การแก่ สถานศึกษา ตลอดจนให้ ความรู้และรณรงค์เรื่ องการป้องกันโรคติดต่อ และให้ ความร่วมมือกับหน่วย งาน ภายนอก เช่น บริจาคโลหิต 11. จัดให้ มีการประกันอุบตั ิเหตุ และต่ออายุการประกันของนักศึกษาทุกคนรวมทังอาจารย์ ้ ตลอดจน บุคลากร

20. บริการประกันอุบัตเิ หตุนักศึกษา 1. ความคุ้มครอง การประกันภัยนี ้ให้ ค้ มุ ครองความสูญเสียหรื อความเสียหายอันเกิดจากความได้ รับบาดเจ็บ ร่างกายซึง่ เกิดจากปั จจัยภายนอกร่างกายของผู้เอาประกันโดยอุบตั ิเหตุ ทำาให้ เกิดผลดังต่อไปนี ้ 1.1 ความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันภัยเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับตังแต่ ้ วนั เกิด อุบตั ิเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันต้ องรักษาตัวติดต่อกันใน โรงพยาบาลในฐานะคนไข้ และผู้เสียชีวิตเพราะเหตุได้ รับบาดเจ็บนัน้ บริ ษัทจะจ่าย ทดแทนให้ ตามจำานวนเงินผู้เอาประกันภัยที่ระบุไว้ ในตาราง 1.2 ถ้ าความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันภัยได้ รับการสูญเสียอวัยวะ และสายตา โดยถาวรสิ ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับตังแต่ ้ วนั เกิดอุบตั ิเหตุ บริ ษัทจะจ่ายค่าทดแทน ให้ ตามที่กำาหนดในเอกสารแนบท้ าย อ.บ. 1 1.3 ถ้ าความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันได้ รับการสูญเสียอวัยวะ,สายตา,การรับฟั งเสียงและ การพูดออกเสียงภายใน 180 วัน นับตังแต่ ้ เกิดอุบตั ิเหตุ บริ ษัทจะจ่ายทดแทนให้ ตามที่กำาหนด ในเอกสารแนบท้ าย อ.บ. 2

อาณาเขตที่ค้ ุมครอง ความจำากัดความรับผิดชอบ 41

: ทัว่ โลกตลอด 24 ชัว่ โมง : ให้ การคุ้มครองเฉพาะผลของความบาดเจ็บ


อุบัตเิ หตุค้ ุมครอง

ภัยพิเศษเพิ่มเติมที่ค้ ุมครอง ผู้รับประโยชน์ กรณีผ้ เู อาประกันเสีย ชีวิต

ทางร่างกายในข้ อที่มีจำานวนเงินเอาประกันระบุเท่านัน้ : อุบตั ิเหตุทกุ ชนิดรวมทังภั ้ ยพิเศษเพิ่มเติมซึง่ เกิดจากปั จจัยภายนอกของร่างกายและไม่ได้ มี สาเหตุจากภัยที่ระบุในข้ อยกเว้ น : การขับขี่หรื อโดยสารรถจักรยานยนต์ การถูกฆ่า หรื อถูกทำาร้ ายร่างกายโดยเจตนา : บิดามารดา

ข้ อตกลงในการคุ้มครอง บริษัทให้ การคุ้มครองเฉพาะข้ อตกลงคุ้มครองในข้ อที่มีจำานวนเอาประกันภัย ตามที่ระบุไว้ ในตารางเท่านัน้ การประกันภัยนี ้ให้ การคุ้มครองความสูญเสียหรื อความเสียหายเกิดจากความบาดเจ็บทางร่างกาย ซึง่ เกิดจากปั จจัยนอกร่างกายของผู้เอาประกันโดยอุบตั ิเหตุและทำาให้ เกิดผลดังต่อไปนี ้

ข้ อ 1: การเสียชีวติ 100% ของจำานวนเงินเอาประกัน ถ้ าความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับตังแต่ ้ วนั เกิดอุบตั ิเหตุ ก็ดีหรื อความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันภัยต้ องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ ในและ เสียชีวิตเพราะได้ รับนันก็ ้ ดี บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนให้ ตามจำานวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้ ในตาราง

ข้ อ 2 : การสูญเสียอวัยวะและสายตา ถ้ าความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันภัยได้ รับการสูญเสียโดยถาวรสิ ้นเชิงดังกำาหนดข้ างล่างนี ้ ภายใน 180 วัน นับตังแต่ ้ วนั ที่เกิดอุบตั ิเหตุ บริ ษัทจะจ่ายค่าทดแทนให้ ดงั นี ้ 100% ของจำานวนเงินเอาประกัน สำาหรับมือสองข้ าง ตังแต่ ้ ข้อมือและเท้ าหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อเท้ า 100% ของจำานวนเงินเอาประกันภัย สำาหรับมือหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อมือและสายตาหนึง่ ข้ าง 100% ของจำานวนเงินเอาประกันภัย สำาหรับเท้ าหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อเท้ า และสายตาหนึง่ ข้ าง 100% ของจำานวนเงินเอาประกันภัยสำาหรับเท้ าหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อเท้ าและสายตาหนึง่ ข้ าง 50% ของจำานวนเงินเอาประกันภัยสำาหรับมือหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อมือ 50% ของจำานวนเงินเอาประกันภัย สำาหรับเท้ าหนึง่ ข้ าง ตังแต่ ้ ข้อเท้ า 50% ของจำานวนเงินเอาประกันภัย สำาหรับสายตาข้ างหนึง่ การสูญเสียโดยถาวรสิ ้นเชิงให้ รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้ งานของอวัยวะนันโดย ้ ถาวรการสูญเสียสายตา หมายถึงตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้ หายตลอดไป บริ ษัทจะจ่ายค่าทดแทนตาม ข้ อนี ้เพียงรายการเดียวเท่านัน้

ข้ อ 3 : ทุพลภาพถาวร

42


ถ้ าบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันตกเป็ นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ ้นเชิงภายใน 180 วัน และ ทุพพลภาพถาวรสิ ้นเชิงนัน้ ได้ เป็ นไปติดต่อกันไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับตังแต่ ้ เกิดอุบตั ิเหตุ บริ ษัทจะจ่ายค่า ทดแทนให้ ตามจำานวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ ในตาราง

ข้ อ 4 : การรักษาพยาบาล ถ้ าความบาดเจ็บที่ได้ รับทำาให้ ผ้ เู อาประกันต้ องมีการรักษาโดยแพทย์ หรื อศัลยกรรมที่มีใบอนุญาต ประกอบโรคศิลป์ตามกฎหมาย หรือต้ องรักษาในโรงพยาบาล หรื อต้ องจ้ างพยาบาลที่มีใบอนุญาตเพื่อให้ การ พยาบาล บริษัทจะชดเชยค่าใช้ จ่ายที่ผ้ เู อาประกันภัยได้ ใช้ จ่ายไปจริ ง ซึง่ เกิดขึ ้นภายใน 52 สัปดาห์นบั แต่วนั เกิด อุบตั ิเหตุสำาหรับค่ารักษาพยาบาล ค่าโรงพยาบาลและค่าพยาบาลแต่ไม่เกินจำานวนที่บริ ษัทต้ องรับผิดชอบผิดที่ ระบุไว้ ในตาราง หักด้ วยจำานวนเงินส่วนแรกที่ผ้ เู อาประกันภัยจะต้ องรับผิดชอบด้ วยตัวเองที่ระบุไว้ ในตาราง ( ถ้ ามี )

ข้ อยกเว้ น

การประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี ้ไม่ค้ มุ ครอง 2.1 ความสูญเสียและความเสียหายอันเกิดจากความบาดเจ็บทางร่างกายอันเกิดจาก หรื อสืบเนื่องจาก สาเหตุตอ่ ไปนี ้ ก. ข. ค. ง.

จ. ฉ.

ช.

43

การกระทำาของผู้เอาประกันขณะอยู่ภายใต้ ฤทธิ์สรุ า หรื อยาเสพติดให้ โทษร้ ายแรงจน ไม่สามารถครองสติได้ การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตายหรื อการทำาร้ ายร่างกายตัวเอง การได้ รับเชื ้อโรค เว้ นแต่การติดเชื ้อมีหนอง หรื อบาดทะยัก หรื อโรคกลัวน้ำ า ซึง่ เกิดขึ ้น จากบาดแผลที่ได้ รับอุบตั ิเหตุ การรักษาทางเวชกรรมหรื อศัลยกรรม เว้ นแต่ที่จำาเป็ นจะต้ องกระทำา เนื่องจากได้ รับบาด เจ็บซึง่ ได้ รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันฉบับนี ้ และได้ กระทำาภายในระยะเวลา ที่กำาหนดไว้ ในกรมธรรม์ประกันภัย การแท้ งลูก สงคราม ( ไม่ว่าจะเป็ นการประกาศหรื อไม่ก็ตาม ) การรุกรานหรื อการกระทำาของศัตรู ต่างชาติสงครามกลางเมือง การปฏิวตั ิ การกบฏ การที่ประชาชนก่อความวุน่ วายถึง ขนาดลุกฮือต่อต้ านรัฐบาล การจราจล การนัดหมายหยุดงาน อาวุธนิวเคลียร์ การแผ่รังสี หรื อกัมมันตภาพรังสีจากเชื ้อเพลิงนิวเคลียร์ หรื อจากกาก นิวเคลียร์ ใด ๆ อันเนื่องจากการเผาไหม้ ของเชื ้อเพลิงนิวเคลียร์ และจากกรรมวิธี ๆ แห่ง การแตกแยกตัวทางนิวเคลียร์ ซึง่ ดำาเนินการติดต่อกันไป โดยตัวเอง


2.2 ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากการบาดเจ็บทางร่างกายทีเ่ กิดขึ ้นในเวลาต่อไปนี ้ ก. ขณะที่ผ้ เู อาประกันภัยล่าสัตว์ในป่ า แข่งสัตว์หรื อแข่งเรื อทุกชนิด แข่งม้ าหรื อแข่งสกี เล่นหรือแข่งสเก็ตเล่น หรื อแข่งโปโล ชกมวยอาชีพ โดดร่มเว้ นแต่การโดดร่มเพื่อ รักษาชีวิต ข. ขณะที่เล่นผู้เอาประกันภัยกำาลังขึ ้นหรื อกำาลังลง หรื อขณะโดยสารอยูใ่ นอากาศยานที่มี ได้ จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสารและมิได้ ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์และ ขณะขับขี่หรือเป็ นพนักงานประจำาในอากาศยานใด ๆ ค. ขณะที่ผ้ เู อาประกันเข้ าร่วมทะเลาะวิวาท หรื อมีสว่ นยัว่ ยุให้ เกิดการทะเลาะวิวาท ง. ขณะที่ผ้ เู อาประกันก่ออาชญากรรมที่มีความความรับผิดสถานหนัก หรื อขณะถูกจับกุม โดยเจ้ าหน้ าที่เพราะก่ออาชญากรรมนัน้ จ. ขณะที่ผ้ เู อาประกันภัยปฏิบตั ิหน้ าที่เป็ นทหาร ตำารวจ หรื ออาสาสมัคร และเข้ า ปฏิบตั ิการในสงครามหรื อปราบปราม

กรณีได้ รับอุบัตเิ หตุ (ค่ าตอบแทนดังนี ้) -

กรณีได้ รับอุบตั ิเหตุ แต่ละครัง้ จะได้ รับเงินค่ารักษาพยาบาลไม่รวมค่าห้ อง เป็ นเงิน 8,000 บาท หรื อตามใบเสร็ จ แต่ไม่เกิน 8,000 บาท กรณีเสียชีวิต รายละ 80,000 บาท

ใบรับรองแพทย์ ท่ สี มบูรณ์ -

ต้ องระบุชื่อสถานพยาบาล ระบุชื่อ สกุล ของคนไข้ ระบุอาการและสาเหตุวา่ เป็ นอุบตั ิเหตุอะไร ต้ องมีลายเซ็นของแพทย์ที่ทำาการรักษา

กรณีทุพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ -

ใบรับรองแพทย์ ถ้ าทุพพลภาพแพทย์ต้องลงความเห็นว่าอวัยวะส่วนใดที่ทพุ พลภาพ ถ้ า กรณีสญ ู เสียอวัยวะต้ องระบุถึงอวัยวะที่สญ ู เสียว่าตังแต่ ้ สว่ นไหนถึงส่วนไหน

กรณีเสียชีวิต หลักฐานที่ใช้ -

มรณะบัตร สำาเนาบันทึกประจำาวัน ใบชันสูตรพลิกศพ ใบรับรองการตายจากโรงพยาบาล สำาเนาบัตรประชาชนผู้เสียชีวิต / ผู้รับประโยชน์ สำาเนาทะเบียนบ้ านผู้เสียชีวิต / ผู้รับประโยชน์ 44


-

สำาเนาทะเบียนสมรส ( ถ้ ามี ) สูติบตั ร ( กรณีผ้ รู ับผลประโยชน์เป็ นเด็ก ) บัตรประจำาตัวผู้เอาประกันอุบตั ิเหตุ ( ที่บริ ษัทรับประกันภัยเป็ นผู้ออก )

การชดเชยค่ าสินไหมทดแทนการประกันอุบัตเิ หตุส่วนบุคคล ติดต่ อ อาจารย์ ธนัชชา

ทองมิตร

เอกสารที่ใช้ ในการขอค่ าชดใช้ สินไหมทดแทนค่ ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัตเิ หตุ -

ใบเสร็จรับเงินต้ องสมบูรณ์ถกู ต้ อง ใบรับรองแพทย์ที่สมบูรณ์ หากการซื ้อยา หรื อและการซื ้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จากร้ านขายยา หรื อสถาน พยาบาลภายนอก จากที่ตนเข้ ารับการรักษา จะต้ องใบสัง่ จากทางแพทย์และมีคำารับรอง จากสถานพยาบาล หรื ออุปกรณ์นนไม่ ั ้ มีจำาหน่ายในโรงพยาบาลหรื อสถานพยาบาลนัน้ แล้ วแต่กรณี

ใบเสร็จรับเงินที่สมบูรณ์ ถูกต้ อง -

45

ต้ องเป็ นใบเสร็ จรับเงินของสถานพยาบาล ระบุชื่อสถานที่ตงของสถานพยาบาล ั้ มีรายละเอียดค่ารักษา เช่น ค่ายา ค่าเอ็กซเรย์ ค่าแพทย์ ค่าทำาแผล ฯลฯ เป็ นเงินเท่าไร ระบุชื่อและสกุลที่ถกู ต้ องของคนไข้ ระบุวนั เดือน ปี ที่รับเงิน จำานวนเงินที่เป็ นตัวเลขและตัวอักษรกำากับ มีลายเซ็นผู้รับเงินและตำาแหน่ง ถ้ ามีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า จะต้ องมีลายเซ็นชื่อรับเงินกำากับ ใบเสร็จรับเงินซึง่ ออกจากเครื่ องคิดเลข ( สลิปสีขาว ) จะต้ องแนบใบสรุปรายการค่า รักษาพยาบาลซึง่ ทางพยาบาลรับรองแนบมาให้ ด้วย ( ถ้ ามีใบสรุปหน้ างบอย่างเดียวไม่ สามารถเบิกได้


รายการที่ไม่ ได้ รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ประกันอุบัตเิ หตุ

46


รายการที่ไม่ ได้ รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ประกันอุบัตเิ หตุ

47


21. การใช้ บริการห้ องสมุดและศูนย์ ปฏิบัตกิ ารห้ องคอมพิวเตอร์ 2.1.1 การใช้ บริการห้ องสมุด เวลาให้ บริการ - ห้ องสมุดเปิ ดการเวลา 08.30 – 19.00 น. - บริการยืม – คืนสิ่งพิมพ์ เวลา 08.30 – 19.00 น. สมัครเป็ นสมาชิก - เป็ นสมาชิกโดยการนำาบัตรประจำาตัวนักศึกษามาสมัครที่เจ้ าหน้ าที่ การยืม – คืน ใช้ บตั รประจำาตัวนักศึกษาในการยืม – คืน หนังสือ การยืมสิ่งพิมพ์ - การยืมสิ่งพิมพ์ห้องสมุด ต้ องแสดงบัตรสมาชิกของตนเองทุกครัง้ ห้ ามนำาบัตรสมาชิกของผู้อื่น มาใช้ โดยเด็ดขาด มิฉะนันจะตั ้ ดสิทธิ์การให้ บริ การตลอดปี การศึกษา - หนังสือพิมพ์ นิตยสาร (ฉบับล่วงหน้ า) และรายงานทางวิชาการ ยืมได้ ครัง้ ละไม่เกิน 2 ฉบับ และส่งคืนภายใน 7 วัน มารยาทในการใช้ ห้องสมุด - แต่งกายให้ สภุ าพ และเข้ า – ออก ตามทางที่ห้องสมุดกำาหนด - ก่อนเข้ าห้ องสมุดทุกครัง้ ต้ องฝากกระเป๋ า ถุง ย่าม แฟ้ม ฯลฯ กับพนักงานห้ องสมุด ไม่ รับฝาก ของมีค่า ในกรณีสญ ู หายจะไม่รับผิดชอบ ในการฝาก – รับสิ่งของโปรดแสดงบัตรฝากทุกครัง้ - ผู้ใดขโมย ฉีก ตัด สิง่ พิมพ์ของห้ องสมุดจะโดนปรับ 10 เท่าของราคาหนังสือ - รักษาระเบียบห้ องสมุดอย่างเคร่งครัด - ปิ ดเสียงโทรศัพท์มือถือทุกครัง้ เมื่อเข้ าห้ องสมุด การคืนสิ่งพิมพ์ - นักศึกษาจะต้ องคืนสิ่งพิมพ์ก่อนการสอบประจำาภาคเรี ยน 1 สัปดาห์ - ในกรณีที่ไม่สง่ คืนสิ่งพิมพ์แก่ห้องสมุด โรงเรี ยนจะตัดสิทธิ์การลงทะเบียนในภาคเรี ยนต่อไป สำาหรับนักศึกษา ปวช.3 และ ปวส.2 โรงเรี ยนจะงดออกใบ รบ. หนังสือหาย - แจ้ งให้ ห้องสมุดทราบ ภายใน 1 สัปดาห์และชำาระค่าปรับค่าหนังสือ

48


21.2 การใช้ ศูนย์ ปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์

โรงเรียนมีศนู ย์ปฏิบตั ิการ 2 ศูนย์ ๆ ละ 100 ชุด พร้ อมเครื่ องพิมพ์ ซึง่ ทุกชุดเชื่อมต่อกันระบบเครื อข่าย (Internet) เปิ ดให้ บริการตังแต่ ้ 08.30 – 17.00 น. นักศึกษาทุกคนที่ศกึ ษาวิชาคอมพิวเตอร์ ในภาคเรี ยนใดมี สิทธิ์เข้ าศูนย์เพื่อค้ นคว้ า และทำารายงานได้ ตามข้ อบังคับของศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่วา่ งจากชัว่ โมงเรี ยนปกติ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้ จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด การให้ บริการศูนย์ปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ให้ ใช้ ระเบียบและมารยาทในการใช้ ห้องสมุดโดยอนุโลมการ ให้ บริ การ Internet นักศึกษาทุกคนที่ลงทะเบียนเรี ยนวิชาคอมพิวเตอร์ มีสิทธิสมัครใช้ บริ การ และได้ รับรหัส ผ่านทุกคน โดยไม่เสียค่าบริการ ทังนี ้ ้ต้ องใช้ ภายในโรงเรี ยนเท่านัน้ หากใช้ เครื่ องส่วนตัวที่บ้านต้ องเสียค่า บริ การ โดยติดต่อศูนย์ Internet นักศึกษาที่ไม่ได้ ลงทะเบียนเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ อาจขอใช้ ศนู ย์ปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ และ Internet ได้ โดยติดต่อที่ศนู ย์เทคโนโลยีการศึกษาของโรงเรี ยน โดยเสียค่าบริ การตามระเบียบ

49


ระเบียบต่ าง ๆ ของโรงเรียน

50


ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่ าด้ วย การประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2547 -----------------------------------------

51


ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่ าด้ วย การประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2547 ----------------------------------------โดยที่กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรให้ แก้ ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้ วยการประเมินผล การเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ. 2546 ใหม่ อาศัยอำานาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริ หารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี ้ ข้ อ 1. ระเบียบนีเ้ รี ยกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิ การ ว่าด้ วย การประเมินผลการเรี ยน หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2547” ข้ อ 2. ระเบียบนี ้ให้ ใช้ บงั คับตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2545 เป็ นต้ นไป ข้ อ 3. ให้ ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้ วยการประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 พ.ศ.2542 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้ วยการประเมินผล การเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2546 บรรดาระเบียบ ข้ อบังคับ และคำาสัง่ อื่นใดที่กำาหนดไว้ แล้ วในระเบียบนี ้ หรื อซึง่ ขัดหรื อแย้ งกับระเบียบนี ้ ให้ ใช้ ระเบียบนี ้แทน ข้ อ 4. ให้ ดำาเนินการประเมินผลการเรี ยนตามระเบียบนี ้ในสถานศึกษาที่จดั การศึกษาตามหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ข้ อ 5. ในระเบียบนี ้ “ประกาศนียบัตรวิชาชีพ” เรียกชื่อย่อว่า “ปวช.” หมายความว่า การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพ 3 ปี หลังจากหลักสูตรมัธยมศึกษาปี ที่ 3 หรื อเทียบเท่า “นักเรียน” หมายความว่า ผู้ที่ได้ ขึ ้นทะเบียนเป็ นนักเรี ยน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำาหรับผู้ ที่เรี ยนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีต้องทำาสัญญาการฝึ กอาชีพกับสถานประกอบการด้ วย “ภาคเรียน” หมายความว่า ภาคเรี ยนปกติ มี 2 ภาคเรี ยนต่อปี การศึกษา “ภาคเรียนฤดูร้อน” หมายความว่าช่วงเวลาที่จดั ให้ เรี ยน หรื อฝึ กปฏิบตั ิในระหว่างภาคฤดูร้อนตาม ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้ วยการเปิ ดภาคเรี ยนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และใน ช่วงปิ ดภาคเรียนกลางปี โดยอนุโลม “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จดั การศึกษา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ กระทรวงศึกษาธิการ “หัวหน้ าสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ หรื อผู้อำานวยการสถานศึกษา “หน่วยงานต้ นสังกัด” หมายความว่า ส่วนราชการที่มีฐานะเป็ นกรม ที่มีสถานศึกษาที่จดั การศึกษาตาม หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพอยูใ่ นสังกัด หรื อในความควบคุมดูแล 52


“สถานฝึ กงานอาชีพ” หมายความว่า สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระและแหล่งวิทยาการ ซึง่ รับนักเรียนเข้ าฝึ กงาน “สถานประกอบการ” หมายความว่า สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระและแหล่งวิทยาการ ที่เข้ าร่วมโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกบั สถานศึกษา “มาตรฐานการอาชีวศึกษา” หมายความว่า ข้ อกำาหนดในการจัดอาชีวศึกษาเพื่อใช้ เป็ นเกณฑ์ในการ กำากับ ดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา “มาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า ข้ อกำาหนดในการจัดการเรี ยนการสอน เพื่อใช้ เป็ นเกณฑ์ในการ กำากับ ดูแล ตรวจสอบ ประเมินผลการเรี ยนนักเรี ยนในสถานศึกษาสังกัดสำานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา “อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” หมายความว่า การจัดอาชีวศึกษาและฝึ กอบรมวิชาชีพ โดยความร่วมมือ ระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ กำาหนดให้ มีการเรี ยนภาคทฤษฎีหรื อภาคปฏิบตั ิ พื ้นฐานบางส่วนที่ สถานศึกษา และผึกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการ “ผู้ควบคุมการฝึ ก” หมายความว่า ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ ทำาหน้ าที่ประสานงานกับสถาน ศึกษา ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและรับผิดชอบดูแลการฝึ กอาชีพของนักเรี ยนในสถานประกอบการ “ครูฝึก” หมายความว่า ผู้ทำาหน้ าที่ สอน ฝึ ก อบรมในสถานประกอบการ “การฝึ กอาชีพ” หมายความว่า การเรี ยนหรื อฝึ กปฏิบตั ิในสถานประกอบการ “คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า คณะกรรมการผู้ทำาหน้ าที่รับผิดชอบในการ อำานวยการ ติดตาม และกำากับดูแลมาตรฐานนักเรี ยน นักศึกษา ข้ อ 6. ให้ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาการให้ เป็ นไปตามระเบียบนี ้ และให้ มีอำานาจ ตีความและวินิจฉัยปั ญหาเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตามระเบียบนี ้

หมวด 1 หลักการในการประเมินผลการเรียน

ข้ อ 7. ให้ ส ถานศึก ษา สถานฝึ กงานอาชี พ และสถานประกอบการ มี หน้ าที่ แ ละรั บผิ ด ชอบในการ ประเมินผลการเรียน ข้ อ 8. ให้ ประเมินผลการเรียนเป็ นรายวิชาตามระบบหน่วยกิต จำานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชาให้ ถือ ตามที่กำาหนดไว้ ในหลักสูตร ข้ อ 9. ให้ สถานศึกษา และสถานประกอบการทำาการประเมินผลการเรี ยนรายวิชา เมื่อสิ ้นภาคเรี ยน หรื อ เมื่อสิ ้นสุดการเรียนหรือการปฏิบตั ิงานในทุกรายวิชา ข้ อ 10. ให้ หน่วยงานต้ นสังกัดร่วมกับสถานศึกษาในสังกัด ดำาเนินการส่งเสริ มคุณภาพและควบคุม มาตรฐานการอาชีวศึกษา

53


หมวด 2 วิธีการประเมินผลการเรียน ข้ อ 11. การประเมินผลการเรียนเป็ นรายวิชา ให้ ดำาเนินการประเมินตามสภาพจริ งต่อเนื่องตลอดภาค เรี ยนด้ านความรู้ ความสามารถและเจตคติจากกิจกรรมการเรี ยนการสอนและการปฏิบตั ิงานที่มอบหมาย ซึง่ ครอบคลุมจุดประสงค์และเนื ้อหาวิชาโดยใช้ เครื่ องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม ให้ มีการประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินสรุปผลการเรี ยนโดยพิจารณาจากการประเมินแต่ละ กิจกรรม และงานที่มอบหมายในอัตราส่วนตามความสำาคัญของแต่ละกิจกรรมหรื องานที่มอบหมาย ให้ ดำาเนินการประเมินผลการเรี ยนนักเรี ยนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จากการปฏิบตั ิงานจริ งในสถาน ประกอบการ ตามวิธีการที่ครูฝึกและอาจารย์นิเทศการฝึ กงานกำาหนด ข้ อ 12. ให้ ใช้ ตวั เลขแสดงระดับผลการเรี ยนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี ้ 4.0 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ดีเยี่ยม 3.5 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ดีมาก 3.0 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ดี 2.5 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ดีพอใช้ 2.0 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์พอใช้ 1.5 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ออ่ น 1.0 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ออ่ นมาก 0 หมายถึง ผลการเรี ยนอยูใ่ นเกณฑ์ขนต่ ั ้ าำ ข้ อ 13. รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรี ยนตามข้ อ 12. ไม่ได้ ให้ ใช้ ตวั อักษรต่อไปนี ้ ข.ร. หมายถึง ขาดเรี ยน ไม่มีสิทธิเข้ ารับการประเมินสรุปผลการเรี ยน เนื่องจากมีเวลาเรียนต่าำ กว่าร้ อยละ 80 โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้ วเห็นว่าไม่ใช่เหต สุดวิสยั ข.ป. หมายถึง ขาดการปฏิบตั ิงาน หรื อปฏิบตั ิงานไม่ครบ โดยสถานศึกษา พิจารณาแล้ วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร ข.ส. หมายถึง ขาดการประเมินสรุปผลการเรี ยน โดยสถานศึกษาพิจารณา แล้ ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร ถ.ล. หมายถึง ถอนรายวิชาภายหลังกำาหนด โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้ ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร ถ.น. หมายถึง ถอนรายวิชาภายในกำาหนด ถ.พ. หมายถึง ถูกสัง่ พักการเรี ยนในระหว่างที่มีการประเมินสรุปผลการเรี ยน ท. หมายถึง ทุจริ ตในการสอบหรื องานที่มอบหมายให้ ทำา ม.ส. หมายถึง ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถเข้ ารับการประเมินครบทุกครัง้ และหรื อไม่สง่ งานอันเป็ นส่วนประกอบของการเรี ยนรายวิชาตามกำาหนดด้ วยเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั 54


ม.ท.

ไม่สามารถเข้ ารับการประเมินทดแทนการประเมินส่วนที่ขาด ของรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ภายในภาคเรี ยนถัดไป ผ. หมายถึง ได้ เข้ าร่วมกิจกรรมตามกำาหนด และผลการประเมินผ่าน ม.ผ. หมายถึง ไม่เข้ าร่วมกิจกรรมตาม หรื อผลการประเมินไม่ผ่าน ม.ก. หมายถึง การเรี ยน โดยไม่นบั จำานวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำาเร็ จ การศึกษาตามหลักสูตร และผลการประเมินผ่าน ข้ อ 14. ในกรณีตอ่ ไปนี ้ให้ ตดั สินผลการเรี ยนเป็ นระดับ 0 (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา (1) มีผลการเรียนต่าำ กว่าเกณฑ์ขนต่ ั ้ าำ (ไม่ผ่าน) (2) ได้ ข.ร. (3) ได้ ข.ป. (4) ได้ ข.ส. (5) ได้ ถ.ล. (6) ได้ ถ.พ. (7) ได้ ท. (8) ได้ ม.ท. ข้ อ 15. นักศึกษาที่ทำาการทุจริตหรื อส่อเจตนาทุจริ ตในการสอน หรื องานที่มอบหมายให้ ทำาใน รายวิชาใด ให้ พิจารณาโทษตามสถานความผิด ดังนี ้ (1) ให้ ได้ คะแนน 0 (ศูนย์) เฉพาะครัง้ นัน้ หรื อ (2) ให้ ได้ ระดับผลการเรี ยนเป็ น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานัน้ หรื อ (3) ให้ ได้ ระดับผลการเรี ยนเป็ น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานัน้ และตัดคะแนนความประพฤติ ตามระเบียบว่าด้ วยการตัดคะแนนความประพฤติที่สถานศึกษากำาหนด ข้ อ 16. การคำานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ (1) ให้ นำาผลบวกของผลคูณระหว่างจำานวนหน่วยกิจของแต่ละรายวิชากับระดับผลการ เรียน หารด้ วยผลบวกของจำานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา คิดทศนิยมสอง ตำาแหน่งไม่ปัดเศษ (2) ให้ คำานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย จากรายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนตามข้ อ 14. และ ข้ อ 15. รายวิชาที่นกั ศึกษาเรี ยนซ้ำ า เรี ยนแทน ให้ ใช้ ระดับผลการเรี ยนสุดท้ ายและนับ จำานวนหน่วยกิตมาเป็ นตัวหารเพียงครัง้ เดียว (3) ให้ คำานวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ดังนี ้ (1) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำาภาคเรี ยน คำานวณจากรายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยน ตามข้ อ (2) เฉพาะในภาคเรี ยนหนึง่ ๆ (2) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม คำานวณจากรายวิชาที่เรี ยนมาทังหมดและได้ ้ ระดับผล การเรียนตาม (2) ตังแต่ ้ สองภาคเรี ยนขึ ้นไป 55

หมายถึง


ข้ อ 17. ผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถเข้ ารับการประเมินครบทุกครัง้ ต้ องรับการประเมินทดแทน ส่วนที่ขาดภายใน 10 วัน นับแต่วนั ประกาศผลการเรี ยนรายวิชา หากพ้ นกำาหนดนี ้ให้ ถือว่าไม่สามารถเข้ า รับการประเมินทดแทน (ม.ท.) ยกเว้ นมีเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั ให้ สถานศึกษาหรื อสถานประกอบการ พิจารณาเป็ นรายๆไป ทังนี ้ ้ ให้ ประเมินทดแทนในรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ให้ แล้ วเสร็ จภายในภาคเรี ยนถัดไป ผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็ นส่วนประกอบของการเรี ยนรายวิชาตามกำาหนดส่ง งานนันให้ ้ สมบูรณ์ภายใน 10 วัน นับแต่วนั ประกาศผลการเรี ยนรายวิชา หากพ้ นกำาหนดให้ สถานศึกษา หรื อสถานประกอบการทำาการตัดสินผลการเรี ยน ยกเว้ นมีเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั ให้ สถานศึกษาหรื อสถาน ประกอบการพิจารณาเป็ นรายๆไป ในกรณีนี ้ ให้ ผ้ สู อนหรือครูฝึกรายงานให้ หวั หน้ าสถานศึกษาหรื อผู้ควบคุมการฝึ กทราบทุกราย ข้ อ 18. นักเรียนต้ องรับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เมื่อนักเรี ยนได้ ลงทะเบียนเรี ยนครบทุก รายวิชาตามโครงสร้ างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชา สาขาวิชา และสาขางาน หรื อตามระยะ เวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเห็นสมควร ข้ อ 19. ให้ ระดับผลการประเมิน ในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ดังนี ้ ผ่าน หมายถึง ผลการประเมินผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ น หมายถึง ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

หมวด 3 การตัดสินผลการเรียน ข้ อ 20. การตัดสินผลการเรียนให้ เป็ นไปตามนัย ดังนี ้ (1) ตัดสินผลการเรียนเป็ นรายวิชา (2) รายวิชาที่มีผลการเรี ยนตังแต่ ้ ระดับ 1 ขึ ้นไปถือว่าประเมินผ่านและให้ นบั จำานวนหน่วยกิตของ รายวิชานันเป็ ้ นจำานวนหน่วยกิตสะสม (3) เมื่อได้ ประเมินผลการเรี ยนแล้ ว นักเรี ยนที่มีผลการเรี ยนระดับศูนย์ (0) ตามข้ อ 14 (1) ให้ รับการประเมินใหม่ได้ 1 ครัง้ ภายในเวลาที่สถานศึกษาหรื อสถานประกอบการกำาหนดไม่เกิน 10 วัน นับแต่วนั ประกาศผลการเรียนรายวิชา เว้ นแต่มีเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั หากประเมินใหม่ไม่ผ่าน ถ้ าเป็ นรายวิชาบังคับที่ กำาหนดให้ เรียนในแต่ละประเภทวิชา สาขาวิชา และสาขางาน ให้ เรี ยนซ้ำ ารายวิชานัน้ ถ้ าเป็ นรายวิชาเลือกจะ เรี ยนซ้ำ า หรือเรียนรายวิชาอืน่ แทนก็ได้ (4) การประเมินใหม่ ให้ ระดับผลการเรี ยนได้ ไม่เกิน 1 (5) เมื่อได้ ประเมินผลการเรี ยนแล้ ว นักเรี ยนที่มีผลการเรี ยนระดับ 0 (ศูนย์) ตามที่กำาหนดไว้ ใน ข้ อ 14 (2) ถึง (14 ) (8) ข้ อ 15 (2) และ ข้ อ 15 (3) ถ้ าเป็ นรายวิชาบังคับที่กำาหนดให้ เรี ยนในแต่ละประเภทวิชา สาขาวิชา และสาขางาน ให้ เรียนซ้ำ ารายวิชานัน้ ถ้ าเป็ นรายวิชาเลือกจะเรี ยนซ้ำ าหรื อเรี ยนรายวิชาอืน่ แทนก็ได้ ในกรณีที่ให้ เรียนรายวิชาอื่นแทนให้ ลงหมายเหตุใน ปพ.1 ปวช. ว่าให้ เรี ยนแทนรายวิชาใด 56


ข้ อ 21. การตัดสินผลการเรียนเพื่อสำาเร็ จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ให้ ถือตามเกณฑ์ตอ่ ไปนี ้ (1) ประเมินผ่านรายวิชาในหมวดวิชาสามัญ หมวดวิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรี ครบตามที่ กำาหนดไว้ ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาสาขาวิชา (2) ได้ จำานวนหน่วยกิตสะสมครบถ้ วนตามโครงสร้ าง ที่กำาหนดไว้ ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละ ประเภทวิชาและสาขาวิชา (3) ได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ตา่ำ กว่า 2.00 (4) ได้ เข้ าร่วมกิจกรรมในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ครบ 5 ภาคเรี ยน โดยมี เวลาเข้ าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้ อยละ 60 ของเวลาที่จดั กิจกรรมในแต่ละภาคเรี ยน และต้ องผ่านจุด ประสงค์สำาคัญของกิจกรรม หากนักเรียนมีเวลาเข้ าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมต่าำ กว่าร้ อยละ 60 ของเวลาที่จดั กิจกรรมในภาคเรี ยนใดโดย เหตุสดุ วิสยั ให้ สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันเป็ นรายไป เมื่อนักเรียนได้ เข้ าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมครบถ้ วนในภาคเรี ยนใด ให้ บนั ทึกชื่อกิจกรรมและตัวอักษร “ผ” ใน ระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนนัน้ ซึง่ หมายถึง “ผ่าน” หากนักเรี ยนได้ เข้ าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมไม่ครบ ถ้ วน หรื อไม่ได้ เข้ าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมเลย ให้ สถานศึกษาพิจารณามอบงานหรื อกิจกรรมในส่วนที่นกั เรี ยนผู้นนไม่ ั้ ได้ เข้ าร่วมปฏิบตั ิ ให้ ปฏิบตั ิให้ ครบถ้ วนภายในเวลาที่สถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร สำาหรับนักเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การเข้ าร่วมกิจกรรมที่สถานประกอบการจัดขึ ้นถือว่ามีผลตาม ความใน (4) ข้ อ 22. ให้ หวั หน้ าสถานศึกษา เป็ นผู้อนุมตั ิผลการเรี ยนและการสำาเร็ จการศึกษาตามหลักสูตร สำาหรับ รายวิชาที่เรียนหรือฝึ กปฏิบตั ิในสถานประกอบการให้ ครูฝึกและอาจารย์นิเทศการฝึ กงานร่วมกันประเมินผล การเรี ยน ข้ อ 23. นักเรียนผู้ใดประสงค์จะเรี ยนซ้ำ ารายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนต่าำ กว่า 2 หรื อเลือกเรียนรายวิชา อื่นแทน ถ้ าเป็ นรายวิชาเลือก เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้ สงู ขึ ้น ให้ สถานศึกษาหรื อสถาน ประกอบการดำาเนินการให้ เรียนซ้ำ าหรือเรี ยนแทนภายในเวลาที่เห็นสมควร การเรียนซ้ำ ารายวิชา ให้ นบั จำานวนหน่วยกิตสะสมเพียงครัง้ เดียว ส่วนการเรี ยนแทนให้ นบั เฉพาะจำานวน หน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็ นจำานวนหน่วยกิตสะสม การนับจำานวนหน่วยกิตสะสมในกรณีนี ้ จะกระทำาเมื่อนักเรี ยนได้ ระดับผลการเรี ยนตังแต่ ้ 2 ขึ ้นไปเท่านัน้ รายวิชาที่เรียนซ้ำ าหรือเรียนแทนแล้ วได้ ระดับผลการเรี ยน 0 ให้ ถือระดับผลการเรี ยนต่าำ กว่า 2 ตามเดิม ยกเว้ นการได้ ระดับผลการเรียน 0 ตามข้ อ 15 (2) และ 15 (3) ข้ อ 24. ตามนัยแห่งข้ อ 23 การคิดค่าคะแนนเฉลี่ยสะสม ถ้ าเป็ นรายวิชาที่เรี ยนซ้ำ าให้ นบั จำานวนหน่วยกิต เป็ นตัวหารเพียงครัง้ เดียว ส่วนการเรียนรายวิชาอืน่ แทนให้ นบั เฉพาะจำานวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรี ยนแทนมา เป็ นตัวหาร

57


ข้ อ 25. เมื่อนักเรี ยนได้ ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรี ยน หรื อไม่น้อยกว่า 40 หน่วยกิต และได้ รับการ ประเมินใหม่แล้ ว หากได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่าำ กว่า 1.50 ให้ สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้ เรี ยนต่อ หรื อพ้ นสภาพนักเรียน เมื่อได้ ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรี ยน หรื อไม่น้อยกว่า 75 หน่วยกิต และได้ รับการประเมินใหม่แล้ ว หากได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่าำ กว่า 1.75 ให้ สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้ เรี ยนต่อไปหรื อให้ พ้นสภาพ นักเรี ยน เมื่อได้ ลงทะเบียนเรียนครบ 6 ภาคเรี ยน หรื อไม่น้อยกว่า 100 หน่วยกิต และได้ รับการประเมินแล้ ว หาก ได้ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่าำ กว่า 1.90 ให้ สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้ เรี ยนต่อไปหรื อให้ พ้นสภาพนักเรี ยน ข้ อ 26. นักเรียนที่ได้ เรียนหรือฝึ กอาชีพตามปกติ ประเมินใหม่หรื อเรี ยนซ้ำ า หรื อเรี ยนแทนรายวิชาที่ได้ ระดับผล การเรี ยน 0 (ศูนย์) และระดับผลการเรียนต่าำ กว่า 2 หรื อเทียบโอนผลการเรี ยนรู้มาเป็ นเวลารวม 8 ภาคเรี ยนแล้ ว แต่ยงั ไม่เข้ าเกณฑ์การสำาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กำาหนดไว้ ในข้ อ 21. ให้ สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้ เรี ยนต่อไปหรือให้ พ้นสภาพนักเรียน ทังนี ้ ้ต้ องไม่เกิน 6 ปี การศึกษา นับตังแต่ ้ วนั ขึ ้นทะเบียนเป็ นนักเรี ยน โดยไม่ นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียน หรือถูกสัง่ พักการเรี ยน

หมวด 4 การเทียบโอนผลการเรียนรู้

ข้ อ 27. การโอนผลการเรียนสำาหรับนักเรี ยนจากสถานศึกษา ซึง่ ใช้ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ให้ สถานศึกษาที่รับนักเรี ยนเข้ าเรี ยนรับโอนผลการเรี ยนทุกรายวิชา นอกจากรายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรียนต่าำ กว่า 2 สถานศึกษาจะรับโอนหรื อจะทำาการประเมินใหม่จนเห็นว่าได้ ผลการเรี ยนถึง เกณฑ์มาตรฐานแล้ ว จึงรับโอนรายวิชานันก็ ้ ได้ ข้ อ 28. ในกรณีที่นกั เรี ยนย้ ายสถานศึกษา ถ้ านักเรียนมีผลการเรียนต่าำ กว่าเกณฑ์ขนต่ ั ้ าำ (ไม่ผา่ น) ในรายวิชาใด และมีสิทธิได้ รับการประเมินใหม่ตามที่ กำาหนดไว้ ในระเบียบว่าด้ วยการประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตรนี ้ ให้ สถานศึกษาที่นกั เรี ยนเรี ยนอยูก่ ่อน ดำาเนินการประเมินใหม่ให้ แก่นกั เรี ยนผู้นนั ้ เว้ นแต่มีเหตุจำาเป็ นอันสุดวิสยั ให้ สถานศึกษาที่รับเข้ าเรี ยน ดำาเนินการประเมินใหม่ได้ ทังนี ้ ้ให้ อยูใ่ นดุลยพินิจของสถานศึกษาที่รับเข้ าเรี ยนเป็ นรายไป ข้ อ 29. สถานศึกษาจะต้ องรับโอนผลการเรี ยนรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของสถาบันการ ศึกษาอื่น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษาเอกชน หรื อหน่วยงานของราชการ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอน ปลายของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ ตามเงื่อนไขดังนี ้ (1) เป็ นรายวิชาหรือกลุม่ วิชาที่มีจดุ ประสงค์และเนื ้อหาใกล้ เคียงกันไม่ตา่ำ กว่าร้ อยละ 60 และมี จำานวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ ในหลักสูตรที่ใช้ ระเบียบนี ้ (2) รายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนต่าำ กว่า 2 ให้ สถานศึกษาที่รับโอนผลการเรี ยนทำาการประเมิน ใหม่ ถ้ าเห็นว่ามีผลตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ ว จึงรับโอนรายวิชานัน้ (3) รายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนตังแต่ ้ 2 ขึ ้นไป สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรี ยน หรื อจะ ทำาการประเมินใหม่แล้ วจึงรับโอนรายวิชานันก็ ้ ได้ 58


ข้ อ 30. สถานศึกษาจะต้ องรับโอนผลการเรี ยนรายวิชาจากหลักสูตรอื่นซึง่ ก.พ.รับรองคุณวุฒิ ไม่ตา่ำ กว่า ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือจากหลักสูตรอื่นใดที่มีลกั ษณะเดียวกัน แต่เรี ยกชื่อเป็ นอย่างอื่น ของกรม ต่างๆในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานของราชการได้ ตามเงื่อนไขต่อไปนี ้ (1) เป็ นรายวิชาหรือกลุม่ วิชาที่มีจดุ ประสงค์และเนื ้อหาใกล้ เคียงกันไม่ตา่ำ กว่าร้ อยละ 60 และมี จำานวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ ในหลักสูตรที่ใช้ ระเบียบนี ้ (2) เป็ นรายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนตังแต่ ้ 2 ขึ ้นไป สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรี ยนหรื อจะ ทำาการประเมินใหม่ แล้ วจึงรับโอนรายวิชานันก็ ้ ได้ ข้ อ 31. ถ้ ามีระเบียบ คำาสัง่ กระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้ องกับการเทียบโอนผลการเรี ยนหรื อการถ่าย โอนผลการเรียน ให้ ถือปฏิบตั ิตามนัน้ ข้ อ 32. การบันทึกผลการเรียนตามข้ อ 27. ข้ อ 29. และข้ อ 30. ลงในระเบียนแสดงผลการเรี ยนให้ ใช้ รหัส วิชาและชื่อรายวิชาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 โดยแสดงหมายเหตุวา่ เป็ นรายวิชาที่ รับโอนมาจากหลักสูตรอืน่ หรือจากการเทียบรายวิชา รหัสวิชาใด ยกเว้ นมีข้อกำาหนดเฉพาะในเรื่ องนันๆ ้ ข้ อ 33. สถานศึก ษาจะอนุญ าตให้ นัก เรี ย นไปเรี ย นรายวิ ช าจากสถานศึ ก ษาแห่ ง อื่ น ที่ ใ ช้ ห รื อ ไม่ ใ ช้ หลักสูตรเดียวกัน แต่มีเนื ้อหาใกล้ เคียงกันและมีจำานวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่ารายวิชาที่นกั เรี ยนต้ องเรี ยนในสถาน ศึกษาแห่งเดิม แม้ รหัสวิชาหรื อชื่อรายวิชาจะไม่ตรงกันก็ได้ โดยให้ สถานศึกษาพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับ เนื ้อหาของหลักสูตรตามที่เห็นสมควร และให้ สถานศึกษาทังสองแห่ ้ งทำาความตกลงร่วมกันในการจัดสอนและรับ โอนผลการเรียน ข้ อ 34. ในกรณีสถานศึกษาอนุญาตให้ นกั เรี ยนไปเรี ยนจากสถานศึกษาแห่งอื่นตามข้ อ 33. ให้ สถาน ศึกษาพิจารณารับโอนผลการเรียนดังนี ้ (1) รับโอนรายวิชาที่มีผลการเรี ยนตังแต่ ้ 2 ขึ ้นไป หรื อ (2) รายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรี ยนต่าำ กว่า 2 สถานศึกษาจะรับโอนหรื อทำาการประเมินใหม่ เมื่อ เห็นว่าได้ ผลการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ วจึงรับโอนรายวิชานัน้ ทังนี ้ ้ ให้ สถานศึกษา แจ้ งให้ นกั เรี ยนทราบ ก่อนที่จะอนุญาตให้ ไปเรียนการบันทึกผลการเรี ยนลงในระเบียนแสดงผลการเรี ยน ให้ ใช้ รหัสวิชา และชื่อรายวิชา ของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 โดยระบุว่ารับโอนจากสถานศึกษาแห่งอืน่ รหัสวิชาใด ยกเว้ นมีข้อกำาหนดเฉพาะในเรื่องนันๆ ้ ข้ อ 35. กรณีที่มีการประเมินใหม่ตามข้ อ 27. ข้ อ 29. ข้ อ 30. และข้ อ 34. ระดับผลการเรี ยนให้ เป็ นไป ตามที่ได้ จากการประเมิน แต่ต้องไม่สงู ไปกว่าเดิม ข้ อ 36. นักเรียนที่มีประสบการณ์ในงานอาชีพ หรื อฝึ กงานในสถานฝึ กงานอาชีพ หรื อทำางานในอาชีพ นันอยู ้ แ่ ล้ ว หรือมีความรู้ในรายวิชาตามหลักสูตรนี ้มาก่อนเข้ าเรี ยน หรื อเข้ าเรี ยนแล้ วแต่ขอไปเรี ยน หรื อฝึ ก ปฏิบตั ิในสถานฝึ กงานอาชีพ จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อนับจำานวนหน่วยกิตสะสม สำาหรับรายวิชานันก็ ้ ได้ ถ้ าผลการประเมินไม่ผ่าน นักเรี ยนสามารถลงทะเบียนเรี ยนปกติในภาคเรี ยนนัน้ หรื อขอประเมินเทียบ โอนความรู้และประสบการณ์ในภาคเรียนต่อไป 59


ข้ อ 37. นักเรียนที่สถานศึกษาให้ พ้นสภาพนักเรี ยนตามข้ อ 25. หรื อข้ อ 26. แล้ วสอบเข้ าเรี ยนใหม่ใน สถานศึกษาเดิมหรือสถานศึกษาแห่งใหม่ได้ ให้ สถานศึกษารับโอนผลการเรี ยนเฉพาะรายวิชาที่ยงั ปรากฎอยูใ่ น หลักสูตรนี ้ และได้ ระดับผลการเรียนตังแต่ ้ 2 ขึ ้นไป ข้ อ 38. นักเรียนที่ขอเทียบโอนผลการเรี ยนรายวิชา กลุม่ วิชา หรื อขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ตามข้ อ 27. ข้ อ 29. ข้ อ 30. และข้ อ 37. ต้ องลงทะเบียนเรี ยนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรี ยน

หมวด 5 หน้ าที่ของสถานศึกษา ข้ อ 39. สถานศึกษาต้ องจัดให้ มีเอกสารการศึกษา ดังต่อไปนี ้ (1) ระเบียนแสดงผลการเรี ยนประจำาตัวนักเรี ยนตามแบบที่กำาหนดท้ ายระเบียบนี ้ซึง่ ใช้ ชื่อย่อว่า “ปพ.1 ปวช.” และต้ องเก็บรักษาไว้ ตลอดไป (2) แบบรายงานผลการเรี ยนของผู้ที่สำาเร็ จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปพ.3 ปวช.) ตามแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำาหนดและเก็บรักษาไว้ ตลอดไป (3) ประกาศนียบัตร และวุฒิบตั ร ตามแบบที่กำาหนดท้ ายระเบียบนี ้ (4) สมุดประเมินผลรายวิชา และหลักฐานเกี่ยวกับการประเมินผลการเรี ยนในแบบอื่นนอก เหนือจาก ปพ.1 ปวช. และ ปพ.3 ปวช. สมุดบันทึกการฝึ กงาน หรื อสมุดบันทึกการปฏิบตั ิงานหรื อสมุดรายงาน ของนักเรียน (5) ใบรับรองสภาพการเป็ นนักเรี ยนและใบรับรองผลการเรี ยนตามแบบที่กำาหนดท้ ายระเบียบนี ้ ข้ อ 40. ให้ สถานศึกษารายงานผลการเรี ยนของนักเรี ยน ให้ นกั เรี ยนและผู้ปกครองทราบทุกภาคเรี ยน ข้ อ 41. ให้ สถานศึกษาออกใบรับรองผลการเรี ยน และประกาศนียบัตรแก่นกั เรี ยนโดยปฏิบตั ิตาม ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ข้ อ 42. ให้ สถานศึกษาเก็บรักษากระดาษคำาตอบ และหลักฐานการประเมินผลการเรี ยนไว้ เป็ นเวลาไม่ น้ อยกว่าสามปี การศึกษา

หมวด 6 ใบรับรองผลการเรียน ข้ อ 43. ให้ ใช้ สำาเนาระเบียนแสดงผลการเรี ยน (ปพ.1 ปวช.) เป็ นเอกสารรับรองผลการเรี ยนแทนใบสุทธิ และใบรับรองตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้ วยใบสุทธิและใบรับรองของสถานศึกษา ข้ อ 44. การทำาสำาเนา ปพ.1 ปวช. จะใช้ วิธีถา่ ยเอกสาร หรื อเขียนขึ ้นใหม่ก็ได้ ให้ หวั หน้ างานทะเบียน หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมายให้ ทำาการแทน ลงลายมือชื่อรับรองสำาเนา พร้ อมทังวั ้ น เดือน ปี ที่ออกสำาเนา ถ้ าหัวหน้ าสถานศึกษาไม่อาจลงลายมือชื่อในต้ นฉบับและสำาเนาของ ปพ.1 ปวช. ได้ ให้ ผ้ รู ักษาการใน ตำาแหน่งหัวหน้ าสถานศึกษาลงลายมือชื่อแทน 60


ข้ อ 45. ถ้ านักเรียนต้ องการใบรับรองสภาพการเป็ นนักเรี ยน หรื อใบรับรองผลการเรี ยนจากสถานศึกษา สถานศึกษาจะออกใบรับรองสภาพการเป็ นนักเรี ยน หรื อใบรับรองผลการเรี ยน หรื อสำาเนา ปพ.1 ปวช. ให้ ก็ได้ ใบรับรองนี ้มีอายุเพียง 60 วัน และให้ สถานศึกษากำาหนดวันหมดอายุไว้ ด้วย ถ้ านักเรียนต้ องการให้ รับรองพื ้นความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ น หรื อการศึกษาขันพื ้ ้นฐานช่วงชันที ้ ่3 สถานศึกษาจะถ่ายสำาเนา รบ.1 ต หรือ ปพ.1-3 และรับรองสำาเนาให้ ไปก็ได้

หมวด 7 บทเฉพาะกาล ข้ อ 46. ให้ ใช้ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้ วยการประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพ พุทธศักราช 2538 พ.ศ.2542 กับนักเรี ยนที่เรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 พ.ศ.2538 และนักเรียนที่เรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 (เพิ่มเติม พ.ศ.2541) ไป จนกว่านักเรียนผู้นนจะเรี ั้ ยนสำาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ข้ อ 47. นักเรียนที่เข้ าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ให้ ใช้ ตวั เลขแสดงระดับ ผลการเรียนในแต่ละรายวิชา 8 ระดับ ตามที่กำาหนดไว้ ในระเบียบข้ อ 12. ตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2547 เป็ นต้ นไป ยกเว้ นนักเรียนที่เข้ าเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 มาก่อนปี การศึกษา 2547 ให้ ใช้ ตวั เลขแสดงระดับผลการเรียน 5 ระดับ ตามที่กำาหนดไว้ ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้ วยการประเมินผล การเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2546 ข้ อ 15. ไปจนกว่าจะสำาเร็ จการ ศึกษา ข้ อ 48. สถานศึกษาใดที่ประเมินผลการเรี ยนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ก่อนระเบียบนี ้ใช้ บงั คับให้ ถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามระเบียบนี ้ ประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2547

(นายอดิศยั โพธารามิก) รัฐมนตรี วา่ การกระทรวงศึกษาธิ การ

61


ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่ าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูง พ.ศ.2537 ……………………………………

62


ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่ าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูง พ.ศ.2537 …………………………………… โดยที่เป็ นการสมควรปรับปรุงระเบียบว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตรให้ เหมาะสมยิ่ง ขึ ้น อาศัยอำานาจตามาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2518 และมติสภา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในการประชุมครัง้ ที่ 2/2537 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2537 จึงวางระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี ้ ข้ อ 1. ระเบียบนี ้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตร พ.ศ.2537” ข้ อ 2. ให้ ยกเลิกระเบียบวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตร พ.ศ.2528 ข้ อ 3. ในระเบียบนี ้ “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล “อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล “วิทยาเขต” หมายความว่า วิทยาเขตในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล “ผู้อำานวยการ” หมายความว่า ผู้อำานวยการวิทยาเขต “นักศึกษา” หมายความว่า ผู้เข้ ารับการศึกษาวิทยาเขตตามหลักสูตร ในระดับประกาศนียบัตร ข้ อ 4. การวัดผลการศึกษา ให้ วิทยาเขตเป็ นผู้ดำาเนินการ ข้ อ 5. ให้ ถือหลักการวัดผลการศึกษาแบบหน่วยกิต ข้ อ 6. เกณฑ์การลงทะเบียนและเวลาเรี ยน 6.1 นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ หากต้ องการเปลี่ยนหรื อต้ องการเพิ่มรายวิชา เรี ยน ให้ ดำาเนินการได้ ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นบั แต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติหรื อสัปดาห์แรก นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาฤดูร้อน การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยหรื อการบันทึกในใบแสดงผลการศึกษา ให้ ทำาเฉพาะวิชา ที่ลงทะเบียนเท่านัน้

63


6.2 ในแต่ละภาคการศึกษา นักศึกษาจะลงทะเบียนได้ ไม่เกิน 24 หน่วยกิตและไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต นักศึกษาภาคนอกเวลาที่ใช้ เวลาเรียนตลอดหลักสูตรมากกว่าปกติจะลงทะเบียนเรี ยนได้ ไม่เกิน 16 หน่วยกิต และไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต 6.3 การลงทะเบียนเรียนเกินกว่าจำานวนหน่วยกิตที่กำาหนดในข้ อ 6.2 จะกระทำาได้ ต้องได้ รับความเห็นชอบ จากอาจารย์ที่ปรึกษา และหัวหน้ าแผนกวิชาและจำานวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรี ยนเกินต้ องไม่มากกว่า 3 หน่วยกิต 6.4 ในกรณีที่นกั ศึกษาต้ องการลงทะเบียนเรี ยนน้ อยกว่าหน่วยกิตขันต่ ้ าำ ตาม ข้ อ 6.2 ต้ องอยูใ่ นกรณีใด กรณีหนึง่ ดังต่อไปนี ้ 6.4.1 จำานวนหน่วยกิตที่เหลือในหลักสูตรมีจำานวนต่าำ กว่าที่กำาหนดในข้ อ 6.2 6.4.2 ได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการ 6.5 การนับจำานวนหน่วยกิตของรายวิชา ในแต่ละภาคการศึกษาให้ รวมจำานวนหน่วยกิตของทุกรายวิชา ที่ลงทะเบียนเรียนสำาหรับภาคการศึกษานัน้ 6.6 การลงทะเบียนในภาคฤดูร้อน นักศึกษามีสิทธิลงทะเบียนเรี ยนได้ ดงั นี ้ คือเปิ ดเรี ยน 6 สัปดาห์ จะลง ทะเบียนเรียนได้ ไม่เกิน 6 หน่วยกิต หรือถ้ าเปิ ดเรี ยน 9 สัปดาห์ จะลงทะเบียนได้ ไม่เกิน 9 หน่วยกิต การลง ทะเบียนเรียนในภาคฤดูร้อน นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรี ยนได้ ดงั นี ้ (1) ลงทะเบียนเรียนซ่อมเสริ มในรายวิชาที่ต้องการปรับค่าระดับผลการศึกษา (2) ลงทะเบียนในรายวิชาที่วิทยาเขตเปิ ดสอนในภาคฤดูร้อน ข้ อ 7. การรายงานผลการศึกษา สำาหรับรายวิชาที่มีการลงทะเบียนเรี ยนตามปกติให้ รายงานระดับ คะแนนเป็ นตัวอักษร และปฏิบตั ิดงั นี ้ 7.1 รายวิชาที่รายงานระดับคะแนน ซึง่ สามารถเทียบค่าตัวอักษรเป็ นตัวเลขได้ ให้ เทียบค่าระดับคะแนน ต่อหน่วยกิตเป็ น 5 ระดับดังต่อไปนี ้ ระดับคะแนน (GRADE) ก หรือ A ข หรือ B ค หรือ C ง หรือ D ต หรือ F

ค่ าระดับคะแนนต่ อหน่ วยกิต 4 3 2 1 0

ผลการศึกษา ดีมาก (Excellent) ดี (Good) ปานกลาง (Fair) อ่อน (Poor) ตก (Failure)

7.2 ผลการศึกษาซึง่ ไม่สามารถรายงานระดับคะแนนได้ ตามข้ อ 7.1 ให้ รายงานระดับคะแนนเป็ นตัว อักษร และเทียบค่าตัวอักษรเป็ นค่าระดับผลการศึกษา ดังต่อไปนี ้ ระดับคะแนน (GRADE)

ค่ าระดับคะแนนต่ อหน่ วยกิต

ขร. หรือ Ia

0

ถต. หรือ Fw

0

ถ. หรือ W ม.ส. หรือ I ม.น. หรือ Au

-

ผลการศึกษา ขาดเรียนไม่มีสิทธิสอบ (Inadequate Attendance) ขอถอนวิชาเรียนเมื่อพ้ นกำาหนด – ตก (Failed-withdrawn) ขอถอนวิชาเรียนในกำาหนด (Withdrawn) ไม่สมบูรณ์ (Incomplete) ไม่นบั หน่วยกิต (Audit) 64


7.3 รายวิชาที่ไม่สามารถเทียบค่าตัวอักษรเป็ นตัวเลขได้ ให้ รายงานผลการศึกษาเป็ น 2 ระดับ ผลการศึกษา พอใจ (ผ่าน) ไม่พอใจ (ไม่ผ่าน)

ระดับผลการศึกษา ค่ าระดับผลการศึกษา พ.จ. หรือ S (Satisfactory) ม.จ. หรือ U (Unsatisfactory) -

ในกรณีที่นกั ศึกษาได้ รับผลการศึกษา ม.จ. ในวิชาบังคับ ให้ นกั ศึกษาลงทะเบียนเรี ยนใหม่ 7.4 ในกรณีที่นกั ศึกษามีเหตุจำาเป็ นสุดวิสยั ไม่สามารถเข้ าสอบได้ โดยมีหลักฐานแสดงชัดเจนเชื่อถือได้ หรื อในกรณีที่นกั ศึกษาไม่สามารถส่งงานได้ ทนั ตามเวลาที่กำาหนด ให้ ถือผลการศึกษาในรายวิชานัน้ เป็ นไม่ สมบูรณ์ ให้ บนั ทึกเป็ นไม่สมบูรณ์ (ม.ส.) หรื อ I (Incomplete) ไว้ ก่อน และให้ นกั ศึกษาต่อต่ออาจารย์ผ้ สู อนเพื่อ ให้ ดำาเนินการวัดผลให้ ใหม่ภายในเวลา 30 วัน นับจากวันประกาศผลสอบของรายวิชานัน้ ในกรณีที่นกั ศึกษามิได้ ติดต่อขอแก้ ไข ม.ส.กับอาจารย์ผ้ สู อนให้ เสร็ จสิ ้นภายใน 30 วันดังกล่าวให้ ปรับ ม.ส. (I) เป็ น ต. (F) นอกจากจะได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการให้ เลื่อนกำาหนดวันการปรับ ม.ส. ออกไป แต่ทงนี ั ้ ้จะ ต้ องไม่เกินภาคการศึกษาถัดไป 7.5 นักศึกษาที่ลงทะเบียนรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ ไว้ หากไม่ประสงค์จะเรี ยนรายวิชานัน้ ให้ ขอถอนรายวิชาภายใน 6 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติหรื อ 3 สัปดาห์นบั แต่วนั เปิ ดภาคการศึกษา ฤดูร้อน และให้ บนั ทึกในใบระเบียนผลการศึกษา เป็ นการถอนวิชาเรี ยนในกำาหนด (ถ.) แต่ถ้านักศึกษาขอถอนวิชา เรี ยนภายหลัง 6 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติหรื อ 3 สัปดาห์นบั แต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาฤดูร้อน โดย ไม่ได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการเป็ นกรณีพิเศษแล้ วให้ ถือว่าผลการศึกษาเป็ นตกหรื อไม่พอใจ และบันทึกในใบ ระเบียนผลการศึกษาเป็ นขอถอนวิชาเรี ยนเมื่อพ้ นกำาหนด – ตก (ถต.) หรื อไม่พอใจ (ม.จ.) และให้ ดำาเนินการเช่น เดียวกับรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนตามปกติ 7.6 นักศึกษาที่ลงทะเบียนรายวิชาใด และมีเวลาเรี ยนไม่ถึงร้ อยละ 80 ของเวลาเรี ยนในรายวิชานัน้ และ ไม่ได้ รับอนุมตั ิให้ มีสิทธิสอบให้ รายงานผลการศึกษาเป็ นขาดเรี ยนไม่มีสิทธิสอบ ข.ร.(Fa) หรื อไม่พอใจ ม.จ. (U) แล้ วแต่กรณี เว้ นแต่จะมีเหตุผลสมควรและได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการ ข้ อ 8. การเรียนซ้ำ าและแทนรายวิชา 8.1 นักศึกษาที่ได้ คา่ ระดับคะแนน 0 หรื อ ม.จ. ในวิชาเลือกรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ จะเรี ยนซ้ำ าหรื อแทนได้ แต่สำาหรับรายวิชาบังคับตามหลักสูตร จะต้ องเรี ยนซ้ำ าในรายวิชานัน้ ถ้ าตกซ้ำ ารายวิชานันอี ้ กจึงเลือกรายวิชาใด รายวิชาหนึง่ ซึง่ ผู้อำานวยการอนุมตั ิให้ เรี ยนแทนกันได้ แต่การเรี ยนแทนในรายวิชาบังคับนี ้ จะทำาได้ ไม่เกิน 6 หน่วยกิต หรือ 2 รายวิชา ยกเว้ นรายวิชาชีพเฉพาะสาขาที่ไม่อนุมตั ิให้ เรี ยนแทนกันได้ 8.2 นักศึกษาที่ได้ รับผลการศึกษา ง หรื อ D ในรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ อาจจะขอลงทะเบียนเรี ยนซ้ำ า รายวิชานันได้ ้ โดยได้ รับอนุมตั ิจากผู้ช่วยผู้อำานวยการฝ่ ายวิชาการ และให้ ปฏิบตั ิเช่นเดียวกับรายวิชาที่ลงทะเบียน เรี ยนตามปกติ โดยคิดค่าระดับคะแนนครัง้ หลังสุด และนับจำานวนหน่วยกิตสะสมเพียงครัง้ เดียว ข้ อ 9. การศึกษาโดยไม่นบั หน่วยกิต 9.1 ต้ องได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการและอาจารย์ผ้ สู อน ในรายวิชาที่ต้องการลงทะเบียนเรี ยน 9.2 ในการเรียนการสอนให้ ดำาเนินการเช่นเดียวกับวิชาที่ลงทะเบียนเรี ยนตามปกติ โดยรายงานผลการ ศึกษาตามข้ อ 7.3 และลงหมายเหตุด้วยว่าศึกษาโดยไม่นบั หน่วยกิต (ม.น.)หรื อ Au (Audit) 65


9.3 นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดโดยไม่นบั หน่วยกิตแล้ ว จะลงทะเบียนเรี ยนวิชานันซ้ ้ ำ าเพื่อ เป็ นการนับหน่วยกิตในภายหลังมิได้ ข้ อ 10. การยกเว้ นการเทียบหรื อการโอนรายวิชา 10.1 นักศึกษาย้ ายและโอนในรายวิชาจากวิทยาเขต หรื อสถานศึกษาอืน่ เพื่อศึกษาต่อในวิทยาเขต ให้ ผ้ ู อำานวยการที่รับเข้ าศึกษาตังกรรมการขึ ้ ้นเพื่อพิจารณาเทียบวิชาในหลักสูตรให้ นกั ศึกษา เพื่อได้ รับการยกเว้ นไม่ ต้ องศึกษาอีก แต่จะกระทำาได้ ไม่เกิน 3 ใน 4 ของหน่วยกิตทังหมดในหลั ้ กสูตร และจะต้ องใช้ เวลาศึกษาใน วิทยาเขตนันอี ้ กไม่น้อยกว่า 2 ภาคการศึกษา 10.2 จำานวนหน่วยกิตและผลการศึกษาจากสถานศึกษาเดิมจะไม่นำามารวมคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ย แต่ ให้ นำาจำานวนหน่วยกิตที่ได้ รับการยกเว้ นมารวมกันเพื่อให้ ครบตามหลักสูตร 10.3 กรรมการตามข้ อ 10.1 ต้ องกำาหนดด้ วยว่ารายวิชาที่ให้ นกั ศึกษาผู้นนศึ ั ้ กษาทังหมดใช้ ้ ระยะเวลา นานเท่าใด เพื่อคิดสภาพการเป็ นนักศึกษาตามข้ อ 15.2 ข้ อ 11. การพักการศึกษา 11.1 นักศึกษาจะลาพักการศึกษาเกินกว่า 2 ภาคการศึกษาปกติติดต่อกันหรื อในภาคการศึกษาแรกที่ขึ ้น ทะเบียนเป็ นนักศึกษาของวิทยาเขตไม่ได้ เว้ นแต่จะได้ รับอนุมตั ิจากผู้อำานวยการเป็ นกรณีพิเศษ 11.2 การลาพักการศึกษาในระหว่างภาคการศึกษาจะมีผลตามเกณฑ์วดั ผลแล้ วแต่กรณี 11.2.1 วันที่ลาพักอยูใ่ นระยะเวลาตามเกณฑ์ของข้ อ 6.1 รายวิชาที่นกั ศึกษาลงทะเบียนทังหมดในภาค ้ นัน้ จะไม่ปรากฎผลการบันทึกใบแสดงผลการศึกษา 11.2.2 ถ้ าวันลาพักอยูใ่ นระยะเวลา 6 สัปดาห์แรกนับแต่วนั เปิ ดภาคเรี ยนการศึกษาปกติหรือ 3 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคเรียนฤดูร้อน ให้ บนั ทึกในใบระเบียนแสดงผลการศึกษาเป็ น ถ. หรื อ W 11.2.3 ในกรณีที่วนั ลาพักพ้ นกำาหนด 6 สัปดาห์แรกนับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติ หรื อ 3 สัปดาห์แรก นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาภาคฤดูร้อนให้ บนั ทึกในใบแสดงผลการศึกษาเป็ น ก.ต. หรื อ Fw เว้ นไว้ แต่กรณีที่เจ็บ ป่ วยหรื อมีเหตุสดุ วิสยั โดยมีหลักฐานเชื่อถือได้ ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาและผู้อำานวยการอนุญาต จึงให้ บันทึกผลการศึกษาเช่นเดียวกับข้ อ 11.2.2 11.2.4 นักศึกษาที่ได้ รับอนุญาตให้ ลาพัก หรื อถูกสัง่ พักการศึกษาจะต้ องลงทะเบียนชำาระค่าธรรมเนียม เพื่อรักษาสภาพการเป็ นนักศึกษาทุกภาคการศึกษา ภายในระยะเวลาที่กำาหนดตามระเบียบของสถานบัน มิ ฉะนันจะต้ ้ องพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษา ยกเว้ นการอนุญาตให้ ลาพัก หรื อถูกสัง่ พักการศึกษาภายหลังที่นกั ศึกษา ได้ ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาใดไปแล้ วเท่านัน้ ข้ อ 12. การวัดผลการศึกษาและการประเมินผลการศึกษา 12.1 ให้ มีการวัดผลการศึกษาตามแนวทางที่สถาบันกำาหนด 12.1.1 การกำาหนดอัตราส่วนของคะแนนระหว่างภาคการศึกษากับปลายภาคการศึกษาให้ ปฏิบตั ิดงั นี ้ 12.1.1.1 ภาคทฤษฎี อัตราส่วนของคะแนนระหว่างภาคการศึกษากับปลายภาคการศึกษาถือตาม หลักสูตรรายวิชาของแต่ละสาขาวิชา

66


ก. คะแนนระหว่างภาคการศึกษา ได้ มาจากการสอบย่อย (Formative Test) งานที่มอบหมาย กิจนิสยั ความสนใจ และการเข้ าร่วมกิจกรรม ฯลฯ ข. คะแนนปลายภาคการศึกษา ได้ มาจากการสอบเพื่อสรุปผลการศึกษา(Summative Test) 12.1.1.2 ภาคปฏิบตั ิ อัตราส่วนของคะแนนระหว่างการศึกษากับปลายภาคการศึกษา ถือตามหลักสูตรรายวิชาของแต่ละ สาขาวิชา ก. คะแนนระหว่างภาคการศึกษา ได้ มาจากผลการฝึ กปฏิบตั ิงาน การปฏิบตั ิงานที่มอบหมาย กิจนิสยั ความสนใจ และการเข้ าร่วมกิจกรรม ฯลฯ ข. คะแนนปลายภาคการศึกษา ได้ มาจากการสอบภาคปฏิบตั ิ ซึง่ อาจจะสอบโดยการปฏิบตั ิจริ งหรื อสอบ แบบทดสอบภาคปฏิบตั ิ (Performance Test) 12.1.2 การกำาหนดเกณฑ์ผ่าน ให้ ปฏิบตั ิตามเกณฑ์ที่กำาหนดไว้ ในหลักสูตรรายวิชาของแต่ละสาขาวิชา 12.1.3 ให้ ประเมินผลการศึกษาเป็ นรายวิชา และให้ สอดคล้ องกับจุดประสงค์การเรี ยนของ แต่ละวิชา 12.2 ให้ ผ้ สู อนแต่ละรายวิชาพิจารณาใช้ เครื่ องมือและวิธีวดั ผลได้ ตามความเหมาะสมของเนื ้อหาและ จุดประสงค์การเรียน 12.3 การวัดผลการศึกษารายวิชา ให้ มีการวัดผลระหว่างภาคการศึกษาได้ ตามความเหมาะสมและให้ วิทยาเขตจัดดำาเนินการสอบปลายภาคการศึกษาอีกครัง้ หนึง่ เพื่อนำาผลการวัดมาประเมินร่วมกัน 12.4 ให้ ผ้ สู อนแต่ละรายวิชาส่งผลการศึกษาตามแบบรายงานที่สถาบันกำาหนด ข้ อ 13. การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยและหน่วยกิตสะสม 13.1 ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำาภาค หมายถึง ค่าเฉลี่ยของระดับคะแนนของทุกรายวิชาที่ลงทะเบียน เรี ยนในแต่ละภาคการศึกษา วิธีคดิ ให้ รวมผลคูณระหว่างค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับ หน่วยกิตของรายวิชานัน้ แล้ วหารด้ วยผลรวมของหน่วยกิตทังหมดที ้ ่ลงทะเบียนเรี ยนในภาคการศึกษานัน้ 13.2 ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม หมายถึง ค่าเฉลี่ยของระดับผลการศึกษาของทุกรายวิชาที่บนั ทึกในใบ ระเบียนผลการศึกษา วิธีคิดให้ รวมผลคูณระหว่างค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับหน่วยกิตของ รายวิชาที่ได้ ลงทะเบียนเรียน แล้ วหารด้ วยผลรวมของหน่วยกิตทังหมดที ้ ่ได้ ลงทะเบียน 13.2.1 รายวิชาใดที่ลงทะเบียนเรี ยนซ้ำ า ให้ นำาผลการศึกษาครัง้ หลังสุดมาคิดหาค่าระดับการศึกษาเฉลี่ย สะสมเพียงครัง้ เดียว 13.2.2 รายวิชาใดที่ลงทะเบียนเรี ยนแทนรายวิชาอื่น ให้ นำาผลการศึกษาพร้ อมทังจำ ้ านวน หน่วยกิตของ รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนแทนเท่านัน้ มาคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ย 13.3 การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยให้ คิดเฉพาะรายวิชาที่สามารถเทียบค่าระดับคะแนนเป็ นตัวเลขได้ และให้ คดิ ทศนิยมสองตำาแหน่งโดยไม่ปัดเศษ 13.4 การคิดค่าหน่วยกิตสะสมให้ คดิ ผลรวมของหน่วยกิตทังหมดที ้ ่ลงทะเบียนเรี ยน ยกเว้ นรายวิชาที่ เรี ยนซ้ำ า หรือแทน ให้ คิดเพียงครัง้ เดียว ทังนี ้ ้ไม่รวมรายวิชาที่ลงทะเบียนเรี ยนโดยไม่นบั หน่วยกิต (Audit) และ รายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ ม.ส. (I) ข้ อ 14. การบันทึกผลการศึกษาและการแจ้ งผลการศึกษา 67


14.1 การบันทึกผลการศึกษา 14.1.1 ให้ วิทยาเขตทำาการบันทึกผลการศึกษาของนักศึกษารายบุคคล ตามแบบใบระเบียนแสดงผลการ ศึกษาที่สถาบันกำาหนด 14.1.2 ให้ บนั ทึกทุกรายวิชาที่ลงทะเบียนเรี ยน ในแต่ละภาคการศึกษาลงในใบระเบียนแสดงผลการ ศึกษา 14.1.3 บันทึกรายวิชา โดยระบุรหัสรายวิชา ชื่อวิชา และระดับคะแนนเป็ นตัวอักษรตามข้ อ 7 14.1.4 ในกรณีที่มีการทุจริตตามข้ อ 17.2 ให้ บนั ทึกว่า ไม่พิจารณาผลการศึกษา 14.2 การแจ้ งผลการศึกษา 14.2.1 ให้ วิทยาเขตแจ้ งผลการศึกษาให้ นกั ศึกษา และ/หรื อ ผู้ปกครองทราบทุกภาคการศึกษา 14.2.2 ให้ ออกใบระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript) ด้ วยการถ่ายสำาเนาใบระเบียนแสดงผลการ ศึกษา หรือจัดทำาขึ ้นใหม่ ให้ มีรายวิชาครบถ้ วนตามใบระเบียนแสดงผลการศึกษาโดยมีผ้ รู ับรองสำาเนาและให้ ถือ เป็ นเอกสารรับรองผลการศึกษา ข้ อ 15. สภาพการเตือน หรือภาวะรอพินิจหรื อพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษา ของวิทยาเขตเนื่องจากผลการ ศึกษา ให้ ถือเกณฑ์ตอ่ ไปนี ้ 15.1 วิทยาเขตจะนำาผลการศึกษาของนักศึกษาแต่ละคน มาพิจารณาทุกภาคการศึกษาปกติรวมทังภาค ้ การศึกษาฤดูร้อนด้ วย นักศึกษาจะต้ องได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมในภาคการศึกษาปั จจุบนั นันๆ ้ ไม่ตา่ำ กว่า เกณฑ์ตามข้ อ 15.2 มิฉะนัน้ จะได้ รับการเตือนหรื ออยูใ่ นภาวะรอพินิจในต้ นภาคการศึกษาถัดไป หรือพ้ นสภาพ การเป็ นนักศึกษาของวิทยาเขต เนื่องจากผลการศึกษาแล้ วแต่กรณี นักศึกษาที่อยูใ่ นสภาพการเตือนหรื อภาวะรอพินิจ จะลงทะเบียนเรี ยนได้ ไม่เกิน 2 ใน 3 ของหน่วยกิตรวม ในภาคการศึกษาปกติถดั ไป และไม่เกิน 6 หน่วยกิตในภาคการศึกษาฤดูร้อนหรื ออยูใ่ นดุลยพินิจของอาจารย์ที่ ปรึกษา สภาพการเตือนหรือภาวะรอพินิจจะไม่เปลี่ยนแปลง สำาหรับนักศึกษาที่ได้ รับอนุญาตให้ ลาพักการศึกษา 15.2 สภาพการเตือนหรือสภาวะรอพินิจ หรื อพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษาของวิทยาเขต เนื่องจากผลการศึกษานัน้ ให้ ถือเกณฑ์หน่วยกิตสะสม และค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ดังต่อไปนี ้ หน่วยกิตสะสม หลักสูตร หลักสูตร หลักสูตร ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม 2 ปี 3 ปี 4 ปี (สภาพการเตือนหรื อภาวะรอพินิจ) (พ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษา) 1 - 28 1 - 50 1 - 70 1.50 – 1.74 ต่าำ กว่า 1.50 (1.49 ลงมา) 29 – 50 51 – 75 71 – 90 1.75 – 1.89 ต่าำ กว่า 1.75 (1.74 ลงมา) 51 – 75 76 – 100 91 – 135 1.90 – 1.99 ต่าำ กว่า 1.90 (1.89 ลงมา) มากกว่า มากกว่า มากกว่า 75 100 135 ต่าำ กว่า 2.00 (1.99 ลงมา) 68


(76 ขึ ้นไป) (101 ขึ ้นไป) (136 ขึ ้นไป) 15.3 ในกรณีที่นกั ศึกษาลงทะเบียนเรี ยน มีหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรี ยนและสอบครบตามหลักสูตรใน สาขาวิชาที่กำาลังศึกษาอยูแ่ ละได้ รับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.90 – 1.99 นักศึกษามีสิทธิยื่นคำาร้ องขอผ่อน ผันพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษาเพื่อให้ วิทยาเขตพิจารณาอนุมตั ิลงทะเบียนเรี ยน เพื่อปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ย สะสมให้ ถึง 2.00 ได้ แต่ไม่เกิน 2 ภาคการศึกษาติดต่อกัน นักศึกษาผู้ใดที่พ้นสภาพการเป็ นนักศึกษาของวิทยาเขต เนื่องจากการศึกษาในภาคการศึกษาใดๆ ให้ ถือว่าการลงทะเบียนเรียนและผลการศึกษาในภาคการศึกษาต่อไปเป็ นโมฆะ 15.4 นักศึกษาที่ใช้ ระยะเวลาศึกษาเกินกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่กำาหนดไว้ ในหลักสูตร ให้ ถือว่าพ้ น สภาพการเป็ นนักศึกษา ข้ อ 16. นักศึกษาที่พ้นสภาพการเป็ นนักศึกษาตามระเบียบนี ้ และมาสอบเข้ าศึกษาใหม่ ให้ วิทยาเขต ยกเว้ นรายวิชาที่มีผลการศึกษาตังแต่ ้ คะแนน ค หรื อ C ขึ ้นไป ทังนี ้ ้จะต้ องไม่เกินครึ่งหนึง่ ของหลักสูตรและรายวิชา ที่ได้ รับการยกเว้ นนัน้ จะไม่นำามาคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมร่วมกับรายวิชาที่ต้องเรี ยนเพิ่มแต่ให้ นำาจำานวน หน่วยกิตมาคิดรวมกันเพื่อให้ ครบตามหลักสูตรสาขาวิชาที่ต้องการศึกษา และนักศึกษาที่จะเข้ าศึกษาใหม่กรณีนี ้ ได้ ต้ องพ้ นสภาพการเป็ นนักศึกษาไปแล้ วเป็ นเวลาไม่เกินกว่า 4 ภาคการศึกษา ข้ อ 17. นักศึกษาที่ทจุ ริตในการสอบให้ วิทยาเขตพิจารณาลงโทษจากสถานเบาไปสถานหนักได้ ตามกรณี หรื อสำาหรับนักศึกษาบางราย วิทยาเขตอาจพิจารณาลงโทษนักศึกษาที่ทจุ ริ ตในการสอนได้ มากกว่า 1 ข้ อ และบท ลงโทษให้ พิจารณาจากสถานเบาเรียงไปสถานหนักได้ ดังต่อไปนี ้ 17.1 ให้ ตกในรายวิชาที่ทจุ ริตในการสอบ 17.2 ไม่พิจารณาผลการศึกษาในภาคการศึกษาที่ทจุ ริ ตในการสอบ 17.3 ให้ พกั การศึกษาในภาคการศึกษาถัดไปที่นบั จากการทุจริ ต 1 ภาคการศึกษา 17.4 ให้ ออก ข้ อ 18. นักศึกษาที่ได้ รับประกาศนียบัตร ต้ องมีคณ ุ สมบัติดงั ต่อไปนี ้ 18.1 สอบได้ ครบหน่วยกิตและวิชาตามเกณฑ์ที่กำาหนดไว้ ในหลักสูตร และ 18.2 ได้ คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ตา่ำ กว่า 2.00 และ 18.3 ปฏิบตั ิตนถูกต้ องตามระเบียบและข้ อบังคับของวิทยาเขต ข้ อ 19. ให้ คณะกรรมการบริหารวิทยาเขต พิจารณาผลการศึกษาของนักศึกษาทุกระดับและทุกภาค การศึกษา ข้ อ 20. ให้ ผ้ อู ำานวยการ เป็ นผู้อนุมตั ิผลการศึกษา ข้ อ 21. ให้ วิทยาเขตรายงานผลการศึกษา เฉพาะผู้ที่สำาเร็ จการศึกษาอยูใ่ นเกณฑ์ได้ รับประกาศนียบัตรให้ สถาบันทราบทุกภาคการศึกษา ข้ อ 22. ให้ วิทยาเขตเก็บกระดาษคำาตอบ ซึง่ วิทยาเขตจัดดำาเนินการสอบไว้ อย่างน้ อยเป็ นเวลา 1 ปี นับแต่ วันประกาศผลการศึกษาพ้ นกำาหนดนี ้ให้ ผ้ อู ำานวยการหรื อผู้ที่ได้ รับมอบหมายสัง่ ทำาลายได้ ข้ อ 23. เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการวัดผลการศึกษา ให้ อธิการบดีเป็ นผู้วินิจฉัยชี ้ขาด 69


ข้ อ 24. ให้ ใช้ ระเบียบนี ้ตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2537 เป็ นต้ นไป นักศึกษาที่เข้ าศึกษาก่อนปี การศึกษา 2537 ให้ ใช้ ระเบียบว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตร พ.ศ.2528 จนสำาเร็ จการศึกษา ข้ อ 25. ให้ อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี ้ ประกาศ ณ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2537 (ลงชื่อ)โกวิท วรพิพฒ ั น์ (นายโกวิท วรพิพฒ ั น์) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

(สำาเนา) ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่ าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เห็นสมควรปรับปรุงเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการศึกษา ระเบียบว่าด้ วย การศึกษาระดับประกาศนียบัตร ให้ เหมาะสมยิ่งขึ ้น อาศัยอำานาจตามความในมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2518 และมติ สภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในการประชุมครัง้ ที่ 1/2541 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไป นี ้ ข้ อ 1. ระเบียบนี ้เรี ยกว่า “ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541” ข้ อ 2. ให้ ใช้ ระเบียบนี ้ ตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2541 เป็ นต้ นไป ข้ อ 3. ให้ ยกเลิกความในข้ อ 7, 7.1 และ 8.2 แห่งระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่าด้ วยการวัดผลการ ศึกษาระดับประกาศนียบัตร พ.ศ.2537 และให้ ใช้ ความต่อไปนี ้แทน ข้ อ 7. การรายงานผลการศึกษา ให้ วิทยาเขตที่เปิ ดสอนในสถาบัน จัดการวัดผลและประเมินผลการศึกษา สำาหรับรายวิชาที่นกั ศึกษาลง ทะเบียนเรี ยนไว้ ในภาคการศึกษาหนึง่ 7.1 การรายงานผลการศึกษาในแต่ละรายวิชา ให้ กำาหนดเป็ นระดับคะแนนต่าง ซึง่ มีค่าระดับคะแนนต่อ หน่วยกิต และผลการศึกษา เป็ น 8 ระดับ ดังต่อไปนี ้ ระดับคะแนน (Grade)

ค่ าระดับคะแนนต่ อหน่ วยกิต

ผลการศึกษา

70


ก หรือ A ข+ หรือ B+ ข หรือ B ค+ หรือ C+ ค หรือ C ง+ หรือ D+ ง หรือ D ต หรือ F

4.0 3.5 3.0 2.5 2.0 1.5 1.0 0

ดีเยี่ยม (Excellent) ดีมาก (Very Good) ดี (Good) ดีพอใช้ (Fairly Good) พอใช้ (Fair) อ่อน (Poor) อ่อนมาก (Very Poor) ตก (Fail)

ข้ อ 8.2 นักศึกษาที่ได้ รับผลการศึกษา ง+ (D+) ง (D) ในรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ อาจจะขอลงทะเบียนเรี ยนซ้ำ า รายวิชานันได้ ้ โดยได้ รับอนุมตั ิจากผู้ชว่ ยผู้อำานวยการฝ่ ายวิชาการ และให้ ปฏิบตั ิเช่นเดียวกับรายวิชาที่ลงทะเบียนเรี ยน ตามปกติ โดยคิดค่าระดับคะแนนครัง้ หลังสุด และนับจำานวนหน่วยกิตสะสมเพียงครัง้ เดียว ข้ อ 4 ให้ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล รักษาการตามระเบียบนี ้ ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2541 (ลงชื่อ) สุรัฐ ศิลปอนันต์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ว่ าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับประกาศนียบัตร(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เห็นสมควรปรับปรุงเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการศึกษาของระเบียบ ว่าด้ วยการศึกษาระดับประกาศนีบตั ร ให้ เหมาะสมยิ่งขึ ้น อาศัยอำานาจตามความในมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2518 และมติอนุมตั ิสภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในการประชุมครัง้ ที่ 7/2544 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 จึงวางระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี ้ ข้ อ 1 ระเบียบนี ้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลว่าด้ วยการวัดผลการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544” ข้ อ 2 ให้ ใช้ ระเบียบนี ้ตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2544 เป็ นต้ นไป ข้ อ 3 ให้ ยกเลิกความในข้ อ 7.5 แห่งระเบียบสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลว่าด้ วยการวัดผลการศึกษา ระดับประกาศนียบัตร พ.ศ.2537 และให้ ใช้ ความต่อไปนี ้แทน “7.5 นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรี ยนรายวิชาใดรายวิชาหนึง่ ไว้ หากไม่ประสงค์จะเรี ยนรายวิชานัน้ ให้ ขอถอนรายวิชาเรียนภายใน 12 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติ หรื อ 6 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาค 71


การศึกษาฤดูร้อน และให้ บนั ทึกในใบระเบียนผลการศึกษาเป็ นถอนรายวิชาเรี ยนในกำาหนด (ถ.) แต่ถ้านักศึกษา ขอถอนวิชาเรียนภายหลัง 12 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคการศึกษาปกติ หรื อ 6 สัปดาห์ นับแต่วนั เปิ ดภาคการ ศึกษาฤดูร้อน โดยไม่ได้ รับการอนุมตั ิจากผู้อำานวยการเป็ นกรณีพิเศษแล้ ว ให้ ถือว่าผลการศึกษาเป็ นตก หรื อไม่ พอใจ และให้ บนั ทึกในใบระเบียนแสดงผลการศึกษาเป็ นขอถอนรายวิชาเรี ยนเมื่อพ้ นกำาหนด-ตก (ถต.) หรื อไม่ พอใจ (ม.จ.) และให้ ดำาเนินการเช่นเดียวกับรายวิชาที่ลงทะเบียนเรี ยนตามปกติ” ประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2544 (ลงชื่อ) พนม พงษ์ ไพบูลย์ (นายพนม พงษ์ ไพบูลย์) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

ระเบียบวิทยาลัยเทคโนโลยีวมิ ลบริหารธุรกิจ ว่ าด้ วยการควบคุมความประพฤตินักเรี ยนนักศึกษา พ.ศ. 2555 เพื่อให้ นกั ศึกษามีคณ ุ สมบัติที่ดีที่ทงความรู ั้ ้ ความคิด และคุณธรรมพร้ อมที่จะออกไปประกอบอาชีพ และเป็ นพลเมืองดีมีประโยชน์แก่ประเทศในอนาคต ควรได้ รับการอบรมดูแล อย่างใกล้ ชิดจากบิดามารดาผู้ ปกครองและครูอาจารย์ วิทยาลัยจึงกำาหนดระเบียบว่าด้ วยการควบคุมความประพฤตินกั เรี ยน นักศึกษา ตามระเบียบว่าด้ วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษาฉบับที่ 2 พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้ อง ไว้ ดงั นี ้ หมวดที่ 1 ข้ อความทั่วไป 1. ระเบียบนี ้เรียกว่า “ระเบียบว่าด้ วยการควบคุมความประพฤตินกั เรี ยน นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยี วิมลบริหารธุรกิจ พ.ศ. 2555 2. “ประธานกรรมการบริหาร” หมายถึง เจ้ าของผู้รับใบอนุญาต ให้ ดำาเนินกิจการ ผู้ทำาหน้ าที่แทน 3. “ผู้อำานวยการ” หมายถึง ครู หรื ออาจารย์ โรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ หรื อผู้ที่ได้ รับแต่งตังให้ ้ ดำาเนินการบริหารวิทยาลัย หรื อผู้ที่ได้ รับมอบหมายทำาหน้ าที่รักษาการแทน 72


4. “อาจารย์” หมายถึง อาจารย์ที่ทำาการสอนในโรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ ทังอาจารย์ ้ ประจำา และอาจารย์พิเศษ 5. “ผู้ปกครอง” หมายถึง บิดา มารดา และหรื อผู้ปกครอง ที่ทำาการมอบตัวนักศึกษาไว้ กบั โรงเรี ยน เทคนิคมลบริหารธุรกิจ 6. “นักศึกษา” หมายถึง นักศึกษาของโรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ ทังที ้ ่เป็ นนักศึกษาปกติและ นักศึกษาภาคสมทบ หมวดที่ 2 ขัน้ ความผิดและบทลงโทษ 1. ความประพฤติผิดสถานเบาให้ วา่ กล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ หรื อตัด คะแนนความ ประพฤติไม่เกิน 10 คะแนน 2. ความประพฤติผิดสถานกลางให้ ตดั คะแนนความประพฤติครัง้ ละไม่เกิน 20 คะแนน 3. ความประพฤติผิดสถานหนักให้ ตดั คะแนนความประพฤติไม่เกิน 30 คะแนน และ ทำาทัณฑ์บน 4. ความผิด สถานหนักพิเศษให้ ผ้ อู ำานวยการแต่งตังคณะกรรมการขึ ้ ้นอย่างน้ อย 5 คน โดยมี ผู้อำานวยการ เป็ นประธาน และอาจารย์ฝ่ายพัฒนาบุคลิกภาพ และอาจารย์ที่เห็น สมควรเป็ นกรรมการ ทำาการพิจารณาและกำาหนดโทษ 5. บทลงโทษ 5.1 ว่ากล่าวตักเตือน 5.2 ภาคทัณฑ์ 5.3 ตัดคะแนนความประพฤติ 5.4 พักการเรียน 5.5 คัดชื่อออก หมวดที่ 3 อำานาจการลงโทษ 1. ความผิดสถานเบา อาจารย์ทกุ ท่านมีอำานาจว่าตักเตือน ภาคทัณฑ์ หรื อตัดคะแนนความประพฤติ ตามควรแก่กรณี 2. ความผิดสถานกลาง อาจารย์ที่เกี่ยวข้ องหรื อเจ้ าของเรื่ องกับอาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษานัน้ ๆ และ อาจารย์ฝ่ายพัฒนาบุคลิกภาพร่วมกันพิจารณาตัดคะแนนความประพฤติ 3. ความผิดสถานหนัก ผู้อำานวยการแต่งตังคณะกรรมการขึ ้ ้นอย่างน้ อย 3 คน ประกอบด้ วย อาจารย์ ฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพ และอาจารย์อนื่ ตามที่เห็นสมควรเป็ นกรรมการทำาการพิจารณาสอบสวนและ กำาหนดโทษ

73


4. ความผิดสถานหนักพิเศษให้ ผ้ อู ำานวยการแต่งตังคณะกรรมการขึ ้ ้นอย่างน้ อย 5 คน โดยมีผ้ อู ำานวย การเป็ นประธาน และอาจารย์ฝ่ายพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจนอาจารย์อื่นที่เห็นสมควร ทำาการ พิจารณาและกำาหนดโทษ เมื่ออาจารย์ คณะอาจารย์ หรือคณะกรรมการได้ ลงโทษ หรื อพิจารณากำาหนดโทษเรี ยบร้ อยแล้ วให้ รายงานผู้อำานวยการทราบ หรือสัง่ การแล้ วแต่กรณีพร้ อมทังบั ้ นทึกลงในสมุดหมายเหตุรายวันไว้ เป็ นหลักฐาน เมื่อได้ ดำาเนินการลงโทษแล้ วให้ แจ้ งแก่นกั ศึกษาและผู้ปกครองรับทราบโดยมีหลักฐานเป็ นลายลักษณ์อกั ษร หรื อเชิญผู้ปกครองมารับทราบโดยตรง หมวดที่ 4 ลักษณะความผิด ลักษณะความผิดดังต่ อไปนีเ้ ป็ นความผิดสถานเบา 1. แต่งกายผิดระเบียบของโรงเรี ยน ตามระเบียบที่ว่าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษา 2. กล่าววาจาหรือแสดงกิริยาไม่สภุ าพ 3. นำาของมึนเมามาในบริเวณโรงเรี ยน 4. การสูบบุหรี่ในบริเวณโรงเรี ยน และเมื่อแต่งเครื่ องแบบ อยูน่ อกบริ เวณโรงเรี ยน 5. นำาอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี ้ยวทุกชนิดขึ ้นบนอาคารเรี ยน 6. หนีเรียน 7. เข้ าหรือออกนอกห้ องเรียนโดยไม่ได้ รับอนุญาต ในขณะที่อาจารย์กำาลังทำาการสอน 8. ก่อกวนหรือทำาความรำาคาญให้ ผ้ อู ื่น 9. นำาบุคคลภายนอกเข้ ามาในบริ เวณโรงเรี ยน โดยไม่มีเหตุผลสมควร 10. กระทำาความผิดและประพฤติไม่เหมาะสมอื่นใด ซึง่ อาจารย์พิจารณาเห็นว่าเป็ นความผิดสถานเบา ลักษณะความผิดดังต่ อไปนีเ้ ป็ นความผิดสถานกลาง 1. จงใจขัดคำาสัง่ โดยชอบของอาจารย์ 2. แสดงกิริยาอาการหรือกล่าววาจาอันส่อให้ เห็นว่าไม่เคารพครู – อาจารย์ 3. เข้ าไปในสถานที่อนั ไม่สมควร เช่น โรงบิลเลียด โรงอาบอบนวด สถานการณ์พนัน ,ร้ านเกมส์ 4. เที่ยวเตร่ ทำารายงานเท็จหรื อหลักฐานเท็จ 5. พูดเท็จ ทำารายงานเท็จหรือหลักฐานเท็จ 6. นำาภาพหรือหนังสือ หรือสิ่งลามกอนาจารเข้ ามาในบริ เวณโรงเรี ยน 7. ก่อการทะเลาะวิวาท 8. กระทำาความผิดหรือประพฤติไม่เหมาะสมอื่นใด ซึง่ อาจารย์พิจารณาเห็นว่าเป็ นความผิด สถานกลาง ลักษณะความผิดดังต่ อไปนีเ้ ป็ นความผิดสถานหนัก 1. ดื่มสุราของมึนเมา เสพกัญชาหรื อใช้ ยาเสพติดในบริ เวณหรื อนอกบริ เวณโรงเรี ยน 2. ทำาให้ เสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรี ยน 74


3. ยุแย่ให้ แตกความสามัคคีในหมูค่ ณะ 4 4. สมคบกันทำาร้ ายผู้อื่น 5. เล่นการพนันในบริเวณโรงเรี ยน 6. มียาเสพติดหรืออาวุธทุกชนิดไว้ ในครอบครอง 7. กลัน่ แกล้ งให้ คนอื่นรับโทษหรื อให้ ร้ายเพื่อนหรื อผู้อื่น 8. ทำาลายทรัพย์สินของโรงเรียนหรื อของผู้อื่นโดยเจตนา 9. ทุจริตในการสอบ 10. กระทำาความผิดหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมอื่นใด ซึง่ คณะกรรมการพิจารณาว่าเป็ นความผิด สถานหนัก ลักษณะความผิดดังต่ อไปนีเ้ ป็ นความผิดสถานหนักพิเศษ 1. ทำาลายทรัพย์สินของโรงเรี ยน หรื อครู – อาจารย์ หรื อทำาร้ ายต่อหมูค่ ณะ 2. ใช้ อาวุธหรือวัตถุระเบิดในโรงเรี ยน 3. ก่อการวิวาทสถานหนักโดยใช้ อาวุธอันอาจเป็ นอันตรายต่อชีวิต 4. ลักทรัพย์ของผู้อื่นหรือของโรงเรี ยน 5. ประพฤติผิดในทางชู้สาว 6. ปลอมแปลงเอกสาร หรือปลอมลายมือชื่อเพื่อแสดงต่อโรงเรี ยน 7. เล่นการพนันหรือเสพยาเสพติดจนเป็ นนิสยั

8. ถูกเจ้ าหน้ าที่ดำาเนินคดีอาญา 9. กระทำาความผิดหรือประพฤติไม่เหมาะสมอื่นใด ซึง่ คณะกรรมการเห็นว่าเป็ นความผิด สถานหนักพิเศษ หมวดที่ 5 ขัน้ ตอนการดำาเนินการวบคุมความประพฤตินักเรี ยน นักศึกษา 5.1 ฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพกำาหนดคะแนน ให้ นกั เรี ยนทุกคนมีคะแนนความประพฤติ คนละ 100 คะแนน 5.2 การคิดคะแนนความประพฤติคิดเป็ นแต่ละภาคเรี ยน 5.3 เมื่อนักเรียนนักศึกษาประพฤติตวั ไม่เหมาะสมหรื อผิดระเบียบวินยั ของโรงเรี ยนจะโดนหัก คะแนนความประพฤติ ตามระเบียบที่โรงเรี ยนกำาหนด 5.4 ผู้มีอำานาจและวิธีการดำาเนินการในการสัง่ ตัดคะแนนนักเรี ยน 5.4.1 ครู-อาจารย์ทกุ ท่าน มีอำานาจในการเสนอ สัง่ ตัดคะแนนนักเรี ยนทุกคน 5.4.2 การสัง่ ตัดคะแนน ให้ ผ้ สู งั่ ตัดคะแนน ให้ ผ้ สู งั่ ตัดบันทึกเสนอ อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเข้ าแฟ้ม ระเบียบความประพฤติของนักเรี ยนแต่ละชัน้ 5.4.3 ฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพบันทึกความผิดของนักเรี ยน รายงานให้ อาจารย์ที่ปรึกษาทราบ 75


เพื่ออบรม นักเรียนที่ทำาผิด และบันทึกตัดคะแนนความประพฤติ (ตามกรณี) 5.4.4 ฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพบันทึกลงในระเบียบความประพฤติของนักเรี ยน 5.4.5 ถ้ านักเรียนคนใดประพฤติผิดถึง 3 ครัง้ หรื อถูกตัดคะแนนตังแต่ ้ 3 ครัง้ ขึ ้นไปให้ ฝ่ าย พัฒนาบุคลิกภาพ เชิญอาจารย์ที่ปรึกษา และ นักเรี ยนที่มีปัญหา อาจารย์แนะแนว มาร่วมกันหารือเพื่อแก้ ปัญหาและแจ้ งผู้ปกครองทราบ 5.5 ถ้ านักเรียนกระทำาความผิดอีกและถูกตัดคะแนนถึง 50 คะแนน ให้ ประชุมคณะกรรมการ พิจารณาเสนอผู้บริหารเพื่อดำาเนินการ 2 ประการดังนี ้ 5.5.1 ให้ พ้นสภาพการเป็ นนักเรี ยน นักศึกษา 5.5.2 หรือให้ โอกาสในกรพัฒนาปรับปรุงตนเองโดย ให้ ไปเข้ าค่ายจริ ยธรรมเพื่อพัฒนา ปรับปรุงพฤติกรรม 7 วันผู้ปกครองต้ องออก ค่าใช้ จ่ายเอง นักเรี ยนจะได้ สภาพ การเป็ นนักศึกษาเหมือนเดิม โดยมีคะแนน ความประพฤติ อยูท่ ี่ 100 คะแนน และถ้ าถูกตัดคะแนนความประพฤติตา่ำ กว่า 50 คะแนน อีกจะต้ องพ้ นสภาพการ เป็ นนักเรียนนักศึกษาทันที 5.6 ให้ อาจารย์ที่ปรึกษาเป็ นผู้แจ้ งคะแนนความประพฤติของนักศึกษาทราบ ในการ โฮมรูม ประจำาสัปดาห์ทกุ ครัง้ 5.7 การตัดคะแนนความประพฤติ กรณีกระทำาความผิดอืน่ นอกเหนือที่ระบุไว้ ในระเบียบ โรงเรี ยน เทคนิควิมลบริหารธุรกิจ ให้ อยูใ่ นดุลยพินิจของคณะกรรมการฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพ 5.8 นักเรียนที่ถกู ตัดคะแนนรวมถึง 50 คะแนน ให้ คณะกรรมการพิจารณา ดำาเนินการตามระเบียบ แล้ วรายงานให้ ผ้ บู งั คับบัญชาทราบตามลำาดับขัน้ หมวดที่ 6 การอภัยโทษ และการทำาความดีเพื่อเพิ่มคะแนน 6.1 ผู้อำานวยการอาจอภัยโทษ นักศึกษาที่ได้ รับโทษไปแล้ ว และประพฤติตนเป็ นประโยชน์แก่สว่ นรวม โดยมีผลงานอย่างชัดแจ้ ง หรือนักเรียนนักศึกษา ได้ เข้ าค่ายพัฒนาจิตใจตามกฎข้ อ 5.7.2 ทังนี ้ ้ให้ ตงคณะ ั้ กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน มีผ้ อู ำานวยการ เป็ นประธานขึ ้นพิจารณานำาเสนอความเห็นเป็ นราย ๆ ไป เมื่อผู้ อำานวยการอภัยโทษแล้ ว ให้ แจ้ งนักศึกษาและผู้ปกครองทราบ โดยมีหลักฐานเป็ นลายลักษณ์อกั ษร หรื อเชิญผู้ ปกครองมารับทราบโดยตรง 6.2 การทำาความดีและการเพิ่มคะแนน เกณฑ์ การเพิ่มคะแนน 6.2.1 ครูอาจารย์เสนอเพิ่มคะแนนตามเกณฑ์ที่วางไว้ พร้ อมแนบรายงานความดีที่ควรเพิ่ม คะแนน ต่อฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพ และให้ แจ้ งให้ ที่ปรึกษาทราบเพื่อบันทึกการเพิ่มคะแนน 6.2.2 คะแนนที่ได้ เพิ่มให้ นำาไปรวมกับคะแนนเดิมที่มีอยูไ่ ด้ ทนั ที 6.3 อำานาจเกณฑ์การเพิ่มคะแนน ครู อาจารย์ทกุ คนในโรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ มีอำานาจเสนอให้ ตดั หรื อเพิ่มคะแนนได้ ตาม เกณฑ์การเพิ่มและการตัดคะแนน 76


เกณฑ์ ความดีท่คี วรเพิ่มคะแนน ครัง้ ละ 5 คะแนน 1. ช่วยรักษาความสะอาดของโรงเรี ยนนอกเหนือจากการทำาเวรและคำาสัง่ 2. เก็บของที่มีราคาไม่เกิน 50 บาท นำาไปประกาศหาเจ้ าของ 3. การกระทำาความดีอื่นใดที่เทียบได้ กบั การกระทำาความดีข้อ 1,2 ครัง้ ละ 10 คะแนน 1. ช่วยกิจกรรมของโรงเรี ยนเพื่อให้ งานนันก้ ้ าวหน้ าด้ วยความตังใจจริ ้ ง 2. เก็บของที่มีราคาไม่เกิน 50 บาท นำาไปประกาศหาเจ้ าของ 3. ชี ้ช่องทางหรือแนะแนวทางให้ ครู -อาจารย์ทราบแหล่งอบายมุข เพื่อปราบปราม แก้ ไขและบอกชื่อ -นามสกุลของผู้กระทำาผิด

ครัง้ ละ 20 คะแนน 1. เป็ นการกระทำาที่นำาชื่อเสียงมาสูโ่ รงเรี ยน ทำาให้ บคุ คลภายนอกรู้จกั โรงเรี ยนได้ มากขึ ้น 2. การกระทำาอื่นใดที่เทียบได้ กบั การกระทำาความดีข้อ 1 เกณฑ์ ความผิด การตัดคะแนน บทลงโทษ พฤติกรรม ตัดคะแนน 1. การมาเรียน 1.1 มาสาย(ตังแต่ ้ เวลา 9.00 น. เป็ นต้ นไป) 5 1.2 หลีกเลี่ยงทำาพิธีหน้ าเสาธง 5 1.3 ไม่เข้ าห้ องเรียน 10 1.4 หนีเรียน หรือหลบออกจากโรงเรียน 10 2. การปฏิบัตติ น 2.1 ไม่นำาบัตรนักเรียนมาโรงเรียน 3 ไม่รูดบัตรเมื่อถึงโรงเรียน 77

บทลงโทษ ว่ากล่าวตักเตือนทำากิจกรรม ว่ากล่าวตักเตือนทำากิจกรรม ว่ากล่าวตักเตือน แจ้ งผู้ปกครอง แจ้ งผู้ปกครอง ทำากิจกรรม ว่ากล่าวตักเตือน


พฤติกรรม 2.2 ใช้ กระเป๋ าถือหรือเป้ที่ผิดระเบียบ 2.3 ไม่รักษามารยาทในการเข้ าห้ องประชุม 2.4 หลีกเลี่ยงการเข้ าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ 2.5 ทำาลายทรัพย์สมบัติของโรงเรียนและ สาธารณะ 2.6 ลักทรัพย์ 3. การรั บประทานอาหาร 3.1 นำาน้ำ าหรืออาหารทุกชนิดเข้ ารับ ประทานที่ในห้ องเรียน บนอาคารเรี ยน และที่ประกาศห้ าม 3.2 รับประทานอาหารไม่ตรงตามเวลาที่ โรงเรียนกำาหนด

4. การแต่ งกาย 4.1 ใส่เครื่องประดับที่ห้ามใส่มาโรงเรี ยน 4.2 แต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียนตาม ข้ อกำาหนดของกระทรวงศึกษาธิการ 4.3 ทำาผมผิดระเบียบ 5. การทำาผิดระเบียบเรืองสิ่งเสพติด 5.1 สูบบุหรี่ 5.2 พกพาหรือนำาสิ่งเสพติดทุกชนิดมา โรงเรียน 5.3 ดื่มสุรา เสพกัญชา หรือของมึนเมา 5.4 ติดสิ่งเสพติดอย่างร้ ายแรง 6. การทำาผิด ระเบียบวินัยในห้ องเรี ยน แสดงพฤติกรรมรบกวนกระบวนการเรียน การสอนในห้ องเรียน 7. การทำาผิดระเบียบนอกห้ องเรียน 7.1 ยืน นัง่ บนพนัก ระเบียง เล่นหยอกล้ อ บนอาคารเรียนและส่งเสียงดัง

ตัดคะแนน บทลงโทษ 3 ว่ากล่าวตักเตือน 5 ว่ากล่าวตักเตือน 5 ว่ากล่าวตักเตือน ทำากิจกรรม แจ้ งให้ ผ้ ปู กครองชดใช้ คา่ เสียหาย ทำา 10 สัญญา คณะกรรมการพิจารณาเสนอผู้ 20 อำานวยการ

5

ว่ากล่าวตักเตือนทำากิจกรรม

5

ว่ากล่าวตักเตือน

5 10

ยึดของไว้ แจ้ งผู้ปกครองมารับคืน ว่ากล่าวตักเตือน

10

สัง่ ตัด ตัดแก้ ไข ทำาสัญญา

20 20

ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ

20 40

ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ

3

ว่ากล่าวตักเตือน

3

ว่ากล่าวตักเตือน 78


พฤติกรรม 7.2 ทิ ้งขยะไม่ถกู ที่ หรือสร้ างความสกปรก 7.3 ก่อการทะเลาะวิวาททังในและนอก ้ โรงเรียน 7.4 เล่นการพนันทังในและนอกโรงเรี ้ ยน 8. การทำาผิดเรื่องมารยาททั่วไป 8.1 พูดจาหรือแสดงกิริยาไม่สภุ าพ 8.2 ปลอมลายมือผู้ปกครอง ครู อาจารย์ และทำาเอกสารเป็ นเท็จ 8.3 ประพฤติตนเป็ นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของ โรงเรียน

ตัดคะแนน

บทลงโทษ

5 20 30

ว่ากล่าวตักเตือน ทำากิจกรรม ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ ทัณฑ์บน เสนอผู้อำานวยการ

10 20

ว่ากล่าวตักเตือน ทำาทัณฑ์บน คณะกรรมการเสนอผู้อำานวย การ

30 ทำาทัณฑ์บน คณะกรรมการเสนอผู้อำานวย การ

หมวดที่ 7 การรักษาและใช้ ระเบียบ ให้ ผ้ อู ำานวยการรักษาการให้ เป็ นไปตามระเบียบนี ้และให้ ใช้ ระเบียบนี ้ตังแต่ ้ ปีการศึกษา 2551 เป็ นต้ นไป

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2555

(ลงชื่อ) วิภาพรรณ ชูทรัพย์ (ดร.วิภาพรรณ ชูทรัพย์) ประธานกรรมการบริ หาร 79


หมายเหตุ 1. นักเรียนที่ถกู ตัดคะแนนรวมถึง 50 คะแนนให้ นำา เข้ าคณะกรรมการพิจารณาดำาเนินการแล้ ว รายงานผู้บริหารตามลำาดับชัน้ 2 . การตัดคะแนนในการทำาผิดอื่นๆนอกเหนือที่ระบุในระเบียบโรงเรี ยนเทคนิควิมล บริหารธุรกิจให้ อยูใ่ นดุลยพินิจของคณะกรรมการฝ่ ายพัฒนาบุคลิกภาพ

ระเบียบวิทยาลัยเทคโนโลยีวมิ ลบริหารธุรกิจ ว่ าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษา ระดับ ปวช. พ.ศ. 2555 เพื่อให้ เป็ นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษาของโรงเรี ยนการ ศึกษาในสังกัด พ.ศ.2520 โรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ ซึง่ เป็ นโรงเรี ยนอาชีวศึกษาเอกชนที่ใช้ หลักสูตรของ กระทรวงศึกษาเอกชนที่ใช้ หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ จึงกำาหนดระเบียบว่าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษาไว้ ดังต่อไปนี ้ บททั่วไป 1. นักศึกษาต้ องแต่งกายตามระเบียบของโรงเรี ยนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจหากเป็ น วันหยุดของโรงเรียนต้ องแต่งกายแบบสุภาพชน 2. นักศึกษาต้ องพกบัตรประจำาตัวนักศึกษาทุกครัง้ เมื่อเข้ าบริ เวณโรงเรี ยน 3. นักศึกษาชายต้ องไว้ ผมรองทรง ไม่ไว้ หนวดหรื อเครา 4. นักศึกษาหญิงผมยาวต้ องรวบผมให้ เรี ยบร้ อย ต้ องผูกโบว์สดี ำา , สีขาว , สีน้ำาเงิน 80


และสีน้ำาตาลเท่านัน้ ถ้ าติดกิ๊บสีดำาเท่านัน้ 5. นักศึกษาชายต้ องตัดเล็บมือให้ สนั ้ และรักษาให้ สะอาด 6. นักศึกษาหญิงต้ องตัดเล็บมือให้ สนั ้ และรักษาให้ สะอาด และห้ ามแต่ งหน้ า , ทาเล็บ โดยเด็ดขาด 6. นักศึกษาทังชายและหญิ ้ ง ห้ ามเจาะหู และใส่ ต่างหูโดยเด็ดขาด

เครื่องแบบนักศึกษาปกติ ระดับ ปวช. 1. เครื่องแบบนักเรียนชาย หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ประกอบด้ วย 1.1 เสือ้ แบบคอเชิ ้ต ผ้ าโทเรสีขาวเนื ้อเรี ยบ ไม่มีลวดลาย ความหนาพอสมควร ตัดตรงไม่รัดรูป แขนสัน้ ด้ านหลังต่อบ่าหลัง ไม่มีจีบ ด้ านหน้ าผ่าอก ตลอด ใช้ กระดุมสีขาวกลมแบน ขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร มีกระเป๋ าที่อกเสื ้อด้ านซ้ าย 1 ใบ และที่อกเสื ้อด้ านขวาปั กรหัสประจำาตัว ด้ วยด้ ายสีน้ำาเงิน สอดชายเสื ้อไว้ ในกางเกง 1.2 กางเกง ผ้ าเสริทสีกรมท่า ตามที่โรงเรี ยนกำาหนด ไม่มีลวดลาย แบบสากล ทรง สุภาพ ไม่รัดรูป มีหกู ว้ าง 1 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร จำานวน 7 หู สำาหรับสอดเข็มขัด ขายาวเพียงข้ อเท้ าเมื่อยืนตรง ปลายขาพับชายเข้ า ข้ างใน ปลายขากว้ างวัดโดนรอบไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร และไม่เกิน 45 เซนติเมตร ด้ านข้ างลำาตัวมีกระเป๋ าตามแนวตะเข็บข้ างละ 1 ใบ ด้ านหลังมีกระเป๋ าเจาะ 1 ใบ 81


สีกรมท่ามีตราโรงเรี ยน ตามที่โรงเรี ยนกำาหนด ตัดปลายแหลม ขนาดกว้ างประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร ติดเข็มเครื่ องหมายตราโรงเรี ยน อยูท่ ี่กลางเนคไท 1.4. เข็มติดเนคไท เป็ นโลหะสีทอง ดุนเครื่ องหมายตราโรงเรี ยน 1.5 เข็มขัด หนังสีดำา หัวเข็มขัดทำาด้ วยโลหะ มีตราเครื่ องหมายโรงเรี ยนบน หัวเข็มขัด 1.6 หัวเข็มขัด เป็ นโลหะ มีเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน 1.7 ถุงเท้ า ถุงเท้ าดำา ขาว กรมท่า ไม่มีลวดลาย หรื อสีอื่นเจือปน 1.8 รองเท้ า หนังสีดำา หุ้มส้ น หุ้มปลาย ทรงสุภาพ แบบสายผูก หรื อแบบสวม 1.3 เนคไท

2. เครื่องแบบนักเรียนหญิง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกอบด้ วย 2.1 เสือ้ แบบคอบัวแหลม ผ้ าคอมสีขาวเนื ้อเรี ยบ ไม่มีลวดลาย ความหนา พอสมควรตัดตรง ไม่รัดรูป แขนเสื ้อ ปลายแขนเสื ้อเบิ ้ลเฉียงเดิน ตะเข็บคู่ ด้ านหน้ าผ่าอกตลอด ไม่มีสาบ เจาะรังดุม ติดกระดุมโลหะ เครื่องหมายของโรงเรี ยน ไม่มีกระเป๋ า ที่อกเสื ้อด้ านขวาปั กรหัส ประจำาตัวด้ วยด้ ายสีน้ำาเงิน เหนือรหัสประจำาตัวติดเข็มเครื่ องหมาย ตราโรงเรียนด้ านหลังไม่มีสาบ ไม่มีจีบสอดชายเสื ้อไว้ ในกระโปรง 2.2 กระโปรง ผ้ าโทเรสีกรมท่า ไม่มีลวดลาย ตัดเป็ นทรง A มีทวิชด้ านหน้ าและ ด้ านหลังตีเกร็ ดจากเอวลงมา 8.5 นิ ้ว ความกว้ าง 4 นิ ้ว ข้ างละ 2 นิ ้ว ติดซิปข้ างซ้ าย มีกระเป๋ าตามแนวตะเข็บ 1 ใบ ความยาวกระโปรง คลุมเข่า 3 นิ ้ว ขอบกระโปรงต้ องอยูท่ ี่เอว 2.3 กระดุม ใช้ กระดุมโลหะสีเงินเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน 2.4 เนคไท สีกรมท่า มีตราโรงเรี ยน 82


2.5 เข็มกลัด 2.6 เข็มขัด 2.7 หัวเข็มขัด 2.9 ถุงเท้ า 2.10 รองเท้ า

เป็ นโลหะสีเงินเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน ติดหน้ าอกเสื ้อเบื ้องขวา หนังสีดำา มีปลอกสีเดียวกับสายเข็มขัดสำาหรับสอดปลายเข็มขัด เข็มขัดใช้ คาดทับเอวกระโปร่ง เป็ นหัวโลหะ มีเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน สีขาวไม่มีลวดลาย พับถุงเท้ า เป็ นรองเท้ าสีดำาหุ้มส้ น มีสายรัด

ระเบียบวิทยาลัยเทคโนโลยีวมิ ลบริหารธุรกิจ ว่ าด้ วยเครื่องแบบนักศึกษา ระดับ ปวส. เพื่อให้ เป็ นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษาของโรงเรี ยนการศึกษา ในสังกัด พ.ศ.2520 โรงเรียนเทคนิควิมลบริ หารธุรกิจ ซึง่ เป็ นโรงเรี ยนอาชีวศึกษาเอกชนที่ใช้ หลักสูตรของ กระทรวงศึกษาเอกชนที่ใช้ หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ จึงกำาหนดระเบียบว่าด้ วยเครื่ องแบบนักศึกษา ไว้ ดงั ต่อไปนี ้ เครื่องแบบนักศึกษาปกติ ก. เครื่องแบบนักศึกษาชาย (ปวส.) 1. เสื ้อเชิต้ แขนยาวคอตัง้ ผ้ าสีขาวเกลี ้ยงไม่มีลวดลาย ห้ ามใช้ ผ้าบาง ผ้ ามัน ผ่าอก ตลอดที่อกเสื ้อทำาเป็ นสาบตลบเข้ าข้ างใน ใช้ กระดุมสีขาวกลมแบน มีกระเป๋ าข้ างซ้ าย 1 ใบ พอเหมาะกับขนาดของเสื ้อ กระเป๋ าไม่มีฝาปิ ด ส่วนความยาวของตัวเสื ้อให้ เลยเอว เพื่อสอดชายเสื ้อไว้ ในกางเกงและ ชายเสื ้อต้ องอยูใ่ นขอบกางเกงเสมอ และห้ ามพับแขนเสื ้อ 2. กางเกง แบบสากล ทรงสุภาพ ไม่รัดรูป (ห้ ามแบบทรงยีนส์ กระเป๋ าปะ เดินตะเข็บคูด่ ้ วยสีตา่ ง ๆ) ใช้ ผ้าสีกรมท่า หรื อ สีดำา ไม่มีลวดลาย 83


3. 4. 5. 6. 7. 8.

(ห้ ามใช้ ผ้ายีนส์ ผ้ ามัน ผ้ าลูกฟูก ผ้ ากำามะหยี่ ผ้ าลายสอง และ ผ้ าเวสปอยส์) มีหกู างเกงสำาหรับสอดเข็มขัด ขายาวเพียงข้ อเท้ า เข็มขัด หนังสีดำา เรี ยบไม่มีลวดลาย หัวเข็มขัด เป็ นโลหะ มีเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน เน็คไท สีกรมท่ามีตรา มีตราโรงเรี ยน เข็มติดเน็คไท เป็ นโลหะ มีตราโรงเรี ยน รองเท้ า รองเท้ าหนังสีดำา ไม่มีลวดลาย ถุงเท้ า สีดำาเรียบ ไม่มีลวดลาย

ข. เครื่องแบบนักเรียนหญิง (ระดับ ปวส.) 1. เสือ้ แบบคอเชิ ้ต ผ้ าขาวเกลี ้ยงไม่มีลวดลาย ห้ ามใช้ ผ้าบาง ผ้ ามัน ผ้ าเนื ้อบาง ด้ านหน้ าผ่าอกตลอด สายที่อกกว้ าง 3 ซม.ใช้ กระดุมโลหะสีเงินเครื่ อง หมายดุนตราโรงเรี ยนด้ านหลังต่อหลังมีสาบ แขนเปิ ล้ เฉียง ตะเข็บคู่ ส่วนยาวของตัวเสื ้อเลยเอวเพื่อสอดชายไว้ ในกระโปรง ที่อกเสื ้อห้ ามติด กระเป๋ า ขนาดของเสื ้อต้ องไม่รัดรูป 2. กระดุม ใช้ กระดุมโลหะสีเงินเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน 3. เข็มกลัด เป็ นโลหะสีเงินเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน ติดหน้ าอกเสื ้อเบื ้องขวา 4. ที่ตดิ ปกเสือ้ เป็ นโลหะสีเงินดุนเครื่ องหมายโรงเรี ยนติดที่ปกเสื ้อด้ านซ้ าย 5. กระโปรง ผ้ าสีกรมท่า สีดำา ไม่มีลวดลาย ห้ ามใช้ ผ้ายีนส์ ลูกฟูก กำามะหยี่ ผ้ ามัน ผ้ าบาง แบบกระโปรงทวิช หน้ าหรื อหลัง หรื อจีบทบตรงกลางด้ านหลัง หรือจีบรอบตัวกระโปรงทุกแบบติดซิบข้ างหรื อหลัง ความยาวคลุมเข่า ไม่ยาวเกินครึ่งน่อง 6. เข็มขัด หนังสีดำา มีปลอกสีเดียวกับสายเข็มขัด สำาหรับสอดปลายเข็มขัดใช้ คาด 84


7. หัวเข็มขัด 8. รองเท้ า

กับกระโปรง เป็ นโลหะ มีเครื่ องหมายดุนตราโรงเรี ยน สีดำาเรียบ แบบหุ้มส้ น ไม่มีลวดลาย ไม่มีสายคาด ไม่สวมถุงเท้ า

นอกจากเครื่องแบบปกติ นักศึกษาอาจจะใช้ เครื่องแบบพิเศษได้ ดงั ต่ อไปนี ้ 1. เครื่ องแบบนักศึกษาวิชาทหาร 2. เครื่ องแบบวิชาพลศึกษาและวิชากิจกรรมในวันที่มีการเรี ยนการสอนพลศึกษาและมี กิจกรรมกีฬาสี 3. นักศึกษารอบค่าำ ที่เป็ นข้ าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรื อสถานประกอบการเอกชน อนุโลมให้ แต่งเครื่ องแบบของหน่วยนัน้ ๆ ได้ หากมีอาวุธประจำาตัวให้ ฝากไว้ กบั เจ้ าหน้ าที่ ฝ่ ายธุรการ ของวิทยาลัย

ให้ อาจารย์ใหญ่รักษาการตามระเบียบนี ้ และมีอำานาจกำาหนดข้ อบังคับเพิ่มเติมได้ ตามที่ เห็นสมควร

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 85


(นางวิภาพรรณ ชูทรัพย์) ผู้อำานวยการ

ปฏิทนิ กิจกรรมประจำาปี การศึกษา 2555 ที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

กิจกรรม ปฐมนิเทศนักศึกษาชันปี ้ ที่ 1-2 กลุม่ สัมพันธ์ ไหว้ ครู แห่เทียนพรรษา บริ จาคโลหิตกับสภากาชาดไทย จัดสัปดาห์เกี่ยวกับการต่อต้ านยาบ้ า พิธีราชสดุดี – บำาเพ็ญประโยชน์วนั เฉลิม พระชนพรรษาสมเด็จพระนางเจ้ าพระบรมราชินีนาถ 8. ทอดกฐิ นประจำาปี 9. กีฬาปั ญจมิตรเกมส์ 11. พิธีราชสดุดี – บำาเพ็ญประโยชน์วนั เฉลิม

ระยะเวลา หมายเหตุ เดือนพฤษภาคม เดือนมิถนุ ายน เดือนมิถนุ ายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม,ธันวาคม เดือนสิงหาคม เดือนสิงหาคม เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม 86


12. 10. 13. 14. 15. 16

พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั งานรื่ นเริ งปี ใหม่ เข้ าร่วมแข่งขันทักษะวิชาชีพของ สช. ปั จฉิมนิเทศนักศึกษาปี ที่ 2 งานเลี ้ยงฉลองความยินดีนกั ศึกษาที่จบการศึกษา พิธีมอบประกาศนียบัตร กิจกรรมอื่นๆที่สอดคล้ องกับนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ

เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนมกราคม เดือนมีนาคม เดือนมีนาคม ตลอดปี

แผนการเรียนระดับ ปวช. 87


แผนการเรียนระดับ ปวส. 88


89

คู่มือนักศึกษา  

คู่มือนักศึกษา ปีการศึกษา 2555

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you