Page 1

การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

กลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซือ้ สินค้าของผู้บริโภค Viral Marketing Strategy On Social Media To Influence Consumer's Purchasing Decisions ยุพิณดา ครูววิ ัฒนานนท์1 1นักศึกษาหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

สาขาวิชาการประกอบการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร, e-mail : y_pare_@hotmail.com

บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผล ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค และปัจจัยของกลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อกบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์และปัจจัยของการใช้การตลาดแบบบอกกต่อ บนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งเป็นการศึกษาเชิงปริมาณ โดยผู้วิจัยได้เก็บ ข้อมูลจากกลุ่มผู้ให้ความสําคัญจํานวน 400 ราย จากการกําหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสําเร็จรูปของ เครจ ซี่และมอร์แกน โดยเก็บตัวอย่างจากผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า โดยมีการ วิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ ดังนี้คือ การแจกแจงความถี่ (Frequencies Distribution) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และทําการทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ เทคนิคการวิเคราะห์วิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) และค้นหาปัจจัยและ กลยุทธ์ทางการตลาดแบบปากต่อปากบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากที่สุดมีอายุ 26-30 ปี โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง มีสถานภาพโสด มีการศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 35,000 บาท และนับถือศาสนาพุทธมากที่สุด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปในการใช้สื่อสังคมออนไลน์พบว่า ส่วนใหญ่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในแต่ละวันตั้งแต่ 3 - 5 ชั่วโมง ช่วงระยะเวลาที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ 20.01 - 24.00 น. สถานที่ที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ คือ ที่บ้าน ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จากสมาร์ทโฟนมาก ที่สุด โดยกิจกรรมที่ทําจากการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็นการใช้งานโซเชียวเน็ตเวิร์ค และปัจจัยที่ทําให้กด แชร์ ถูกใจ หรือ คอมเม้นท์ เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องที่ตนเองชื่นชอบและสนใจ โดยส่งต่อเนื้อหาใน ระยะเวลา 1 สัปดาห์ มีจํานวนการส่ง 1-2 ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ ตนเองสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์เพราะสนใจเป็นการส่วนตัว โดยผลการวิจัยพบว่ากลยุทธ์การทําการตลาด แบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ ด้านข้อมูลจากผู้นําทางความคิด ด้านข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวก และเชิงลบ และด้านช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ สินค้าของผู้บริโภค ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 ห น้ า | 1144


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

คําสําคัญ: การตลาดแบบบอกต่อ การตัดสินใจ สื่อสังคมออนไลน์ Abstract This research study is " Viral Marketing Strategy On Social Media To Influence Consumer's Purchasing Decisions". The purpose is to study viral marketing on social media to influence consumer's purchasing decisions and factors of viral marketing on social media to influence consumer's purchasing decisions for analyze strategies and factors of using viral marketing on social media to influence consumer's purchasing decisions. This research is a quantitative study. The researcher collected data from focus group of 400. Based on the sample by using Table of Taro Krejcie & Morgan (1970). By collecting samples from electronic media to find information before making a purchase. For analysis of data and statistics used in analysis. Analysis of data and statistics used in the analysis consists of Frequency Distribution, Percentage, Mean, and Standard Deviation. And the hypothesis was tested by using the techniques to analyze Multiple Regression Analysis. And find out the factors and strategies of viral marketing on social media to influence consumer's purchasing decisions. The results showed that most respondents were female, aged 26- 30 years old. Most of the employees are employees of private company, are single status, have a Bachelor degree, and most Buddhists. Average monthly income is over 35,000 Baht. The analysis of data on social media found that most active in social media each day from 3-5 hours. The period using social media is from 20. 01 - 24. 00 hrs. The place where social media is most active at home, and get the most out of social media from Smartphone. The activity of using social media is social networking. And the factors that make them feel like sharing or commenting on social media are their favorite and interesting. By sharing content over a period of one week, which is sent 1-2 times, mostly by following up information about the products they are interested in social media because they are interested personally. The research found that viral marketing strategy on social media included information from thought leaders, positive and negative information about the products. And the marketing communication channels that affect the purchase decision at statistically significant level 0.05. Keywords: Viral Marketing, Consumer's Purchasing, Social Media

ห น้ า | 1145


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

บทนํา ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วทั้ง ยังมีแนวโน้มที่กําลังเจริญเติบโตมากขึ้นทุกวัน ทําให้มีการใช้สื่อประเภทนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทําตลาด เพื่อสร้างโอกาสในการดําเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์นั้นถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางใน การจําหน่ายสินค้าและบริการที่เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี การสื่อสารการตลาดแบบบอกต่อเป็นรูปแบบการโฆษณาที่มีต้นทุนต่ําและนิยมใช้ ซึ่งเกิดจากการส่ง ข้อความหรือสอบถามปัญหากับเพื่อนหรือบุคคลอื่น การแพร่ขยายข้อมูลและการสร้างกระแสโดยการใช้การ สื่อสารแบบบอกต่อ จะมีประสิทธิภาพอย่างมาก เพราะข้อมูลเดินทางแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว โดยในทุกวันนี้ การสื่อสารแบบบอกต่อถูกนํามาใช้กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้นและมีแนวโน้มได้รับความนิยมสูงขึ้น อีกในอนาคต ซึ่งการทําการตลาดแบบบอกต่อนั้นสามารถทําผ่านได้ในหลายช่องทางแต่การทําผ่านสื่อสังคม ออนไลน์นั้นเป็นที่นิยมและได้ผลมากที่สุด อาศั ย แนวคิ ด ทฤษฏี ท างการตลาดที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การตลาดในยุ ค ปั จ จุ บั น แนวคิ ด และทฤษฎี กระบวนการไหลของข่าวสารจากผู้ส่งไปผู้รับ แนวคิดและทฤษฎีการสื่อสารทางการตลาด โดยนักการตลาดใน ปัจจุบันได้มีการใช้แนวคิดมุ่งเน้นลูกค้าหรือตลาดเป็นสิ่งสําคัญซึ่งจะยึดหลักปรัชญาสําคัญ 3 ประการคือ การ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค การใช้ความพยายามทางการตลาดทุกฝ่ายทั้งองค์เพื่อให้เกิดการประสาน สัมพันธ์กัน และการดําเนินงานเพื่อหวังผลกําไรระยะยาว แนวคิดและทฤษฎีกลยุทธ์ทางการตลาดแบบปากต่อ ปากถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่มีพลังสูงมากต่อการสร้างความน่าเชื่อถือ และสามารถกระตุ้นให้ลูกค้า ตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการรับรู้ของผู้บริโภค แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการ ตัดสินใจซื้อ โดยมนุษย์จะมีรูปแบบและขั้นตอนในกระบวนการซื้อเป็นขั้นตอน เริ่มจากการการรับรู้ถึงความ ต้องการหรือการตระหนักถึงปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจ แล้วนําไปสู่การค้นหา ข้อมูล หรือการค้นหาข้อมูลก่อนการซื้อสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ โดยจะมีการ ประเมินทางเลือกและทําการตัดสินใจซื้อ ซึ่งพฤติกรรมภายหลังการซื้อนั้น ถ้าเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ผลลัพธ์ก็ คือความพอใจ แต่ถ้าผลลัพธ์ต่ํากว่าที่คาดหวังไว้ผลก็คือความไม่พอใจ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรม การแสวงหาข่าวสาร ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของพฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลข่าวสารและแบ่งเป็น ลักษณะพฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลออกเป็น 3 ลักษณะคือ การรอรับข้อมูลข่าวสาร การใฝ่หาข้อมูล และการ มีปฎิสัมพันธ์เพื่อให้ได้ข้อมูลข่าวสาร (Interactive Strategy) แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการเปิดรับข่าวสาร โดยทฤษฎีที่นํามาใช้ คือ ทฤษฎีเกี่ยวกับกระบวนการในการเลือกรับสาร มี 4 ลักษณะคือ การเลือกรับและการ เลือกใช้ การเลือกให้ความสนใจที่สอดคล้องกับทัศนคติ และความเชื่อดั้งเดิมของเราและหลีกเลี่ยงที่จะรับสาร ที่ขัดแย้งกับทัศนคติ และความเชื่อ การรับข้อมูลและตีความตามความเข้าใจ ทัศนคติ ประสบการณ์ ความเชื่อ ความต้องการและแรงจูงใจของตนเองและเลือกที่จดจําเฉพาะแต่สิ่งที่ตนเองให้ความสนใจเท่านั้น จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจึงทําให้ผู้วิจัยเล็งเห็นถึงที่มาและความสําคัญของการทําการตลาด แบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ห น้ า | 1146


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการทําการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซือ้ ของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ สมมุติฐานการวิจัย ตัวแปรอิสระ คือ กลยุทธ์การทําการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ตัวแปรตาม คือ การตัดสินใจซื้อสินค้าของผูบ้ ริโภค วิธีดําเนินการวิจัย การศึกษาเรื่อง กลยุทธ์ทางการตลาดแบบปากต่อปากบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ สินค้าของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือใน การวิจัย การวิเคราะห์และแสดงผลการวิจัยเป็นค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ഥ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.) ทําการวิจัยแยกตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การวิจัย รวมไปถึงการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) 1. ขอบเขตการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคม ออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยขอบเขตที่ใช้ในการวิจัยมีดังนี้ - ขอบเขตด้านเนื้อหา เป็นการศึกษาปัจจัยของกลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของ - ขอบเขตด้านประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีจํานวน 400 คน - ขอบเขตด้านเวลา ระยะเวลาการศึกษาวิจัยตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กรกฎาคม 2559 รวมระยะเวลา 7 เดือน 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือประชากรทั้งเพศชายและเพศหญิงที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าในปี 2559 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือกลุ่มตัวอย่างทั้งเพศชาย และเพศหญิงที่ใช้สื่อ สังคมออนไลน์ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งผู้วิจัยจึงได้ทําการกําหนดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 400 คน จากการหากลุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของของเครจซี่และมอร์แกน โดยใช้ตารางสําเร็จรูป กําหนดให้สัดส่วน ของลักษณะที่สนใจในประชากร เท่ากับ 0.5 ระดับความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ 5% และระดับความเชื่อมั่น 95%

ห น้ า | 1147


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.1 ในการทําการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ประกอบด้วย เพศ อายุ อาชีพ สถานภาพ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ศาสนา โดยเป็นแบบสอบถามปลายปิด ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นแบบสอบถามปลายปิด ประกอบด้วย จํานวน ระยะเวลาที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในแต่ละวัน ช่วงเวลาที่ใช้ สถานที่ใช้งาน ใช้งานผ่านอุปกรณ์ใด กิจกรรมที่ ทํา ปัจจัยที่ทําให้กดแชร์ ถูกใจ หรือ คอมเม้นท์เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ การส่งต่อเนื้อหา เช่น การกดแชร์ การส่งต่อผ่านอีเมลล์ หรือ การส่งต่อในโปรแกรมสนทนาไลน์ออฟฟิตเชียล ประมาณกี่ครั้งในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ปัจจัยที่ทําให้ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนที่ 3 ข้อมูลที่เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากการได้รับข้อมูลของสินค้าผ่าน การบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบไปด้วย ข้อมูลจากผู้นําทางความคิด ข้อมูล เกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบ และช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ส่วนที่ 4 ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาและปรับปรุง 3.2 การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ผู้วิจัยมีแนวทางในการสร้างและพัฒนาเครื่องมือ ดังนี้ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. สร้างแบบสอบถาม ตามกรอบที่กําหนดไว้และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานวิจัย 3. สร้างแบบสอบถามที่มีเนื้อหาครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยและตรวจสอบความเที่ยงตรง ของเนื้อหา (Content Validity) โดยนําแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ รวม 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบเนื้อหาและนํามาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ 4. นํ า แบบสอบถามที่ ไ ด้ ม าทดสอบความน่ า เชื่ อ ถื อ ของเครื่ อ งมื อ ตามแนวคิ ด ของ ครอนบั ค (Cronbach Alpha Formula) เพื่อทดสอบความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม 5. นําแบบสอบถามที่ผ่านการทดลองใช้แล้วมาตรวจแก้ไข ปรับปรุงให้สมบูรณ์ จากนั้นจึงนําไปให้เก็บ ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างของการวิจัย 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิจัยกลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการ ตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้วิธีการสุ่ม ตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling) โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า จํานวน 400 ตัวอย่าง ตั้งแต่เดือน มกราคม 2559 ถึงเดือน กรกฎาคม 2559 โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น และข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)

ห น้ า | 1148


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ศึกษาค้นคว้า และรวบรวมจากงานวิจัย บทความ เอกสาร รายงาน วารสาร สิ่งพิมพ์ เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลต่างๆผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 4. การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม ผู้วิจัยได้ทําการตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์ของแบบสอบถามอีก ครั้งหนึ่ง และดําเนินตามขั้นตอนต่อไปนี้ 4.1 วิ เ คราะห์ ข้ อ มู ล โดยใช้ โ ปรแกรม SPSS for windows (Statistical Package for the Social Science) กําหนดระดับความมีนัยสําคัญที่ระดับ 0.05 โดยกําหนดการวิเคราะห์ข้อมูลใช้รูปแบบตารางโดยใช้ สถิติอย่างง่ายเป็นค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.) โดยรวมและเป็นรายด้าน 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ได้แ ก่ ระยะเวลารวมที่ใช้งานสื่อสังคม ออนไลน์ในแต่ละวัน ช่วงระยะเวลาที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ใช้งานสื่อสังคม ออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ใด กิจกรรมที่ท่านทําจากการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ปัจจัยที่ทําให้กดแชร์ ถูกใจ หรือ คอมเม้นท์เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ การส่งต่อเนื้อหา เช่น การกดแชร์ การส่งต่อผ่านอีเมลล์ หรือ การส่งต่อ ในโปรแกรมสนทนาไลน์ออฟฟิตเชียล ประมาณกี่ครั้งในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ปัจจัยที่ทําให้ติดตามข้อมูล ข่ า วสาร ที่ เ กี่ ย วกั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ต นเองสนใจบนสื่ อ สั ง คมออนไลน์ โดยคํ า นวณหาค่ า สถิ ติ ได้ แ ก่ ความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) 4.3 การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากการได้รับข้อมูลของ สินค้าผ่านการบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) ข้อมูลจากผู้นําทางความคิด 2) ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบ 3) ช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า โดย การคํานวณหาค่าสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.) 4.4 การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่ส่งผลต่อการซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยการใช้กลยุทธ์ทางการตลาด แบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ คือ ข้อมูลจากผู้นําทางความคิด ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบ ระยะเวลาในการสื่อสารการตลาด ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยใช้ค่าสถิติไคสแควร์ (ChiSquare) จากการดําเนินการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถสรุปผลวิจัยดังนี้ จากการศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ของผู้บริโภค ของลูกค้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า สามารถสรุปผลการวิจัย ออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่างจํานวน 400 คนแบ่งเป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 70.5 มีอายุ 26-30 ปี คิดเป็นร้อยละ 40.8 อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง คิดเป็นร้อยละ 59.5 สถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 68.8 การศึกษา

ห น้ า | 1149


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 49.3 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 35,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.0 และนับ ถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 89.5 2. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในแต่ละวันตั้งแต่ 3 - 5 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 48.3 ช่วงระยะเวลาที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ 20.01 - 24.00 น. คิดเป็นร้อยละ 46.5 สถานทีท่ ี่ใช้งานสื่อสังคม ออนไลน์ คือ ที่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 44.2 ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จากสมาร์ทโฟน คิดเป็นร้อยละ 65.7 กิจกรรมทีท่ ําจากการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็นการใช้งานโซเชียวเน็ตเวิร์ค คิดเป็นร้อยละ 21.4 ปัจจัยที่ทํา ให้กดแชร์ ถูกใจ หรือ คอมเม้นท์ เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องที่ตนเองชื่นชอบและสนใจ คิดเป็นร้อยละ 71.3 ส่งต่อเนื้อหาในระยะเวลา 1 สัปดาห์ มีจํานวนการส่ง 1-2 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 55.8 ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์เพราะสนใจเป็นการส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ 62.3 3.การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากการได้รับข้อมูลของสินค้าผ่านการตลาด แบบบอกต่อปากบนสื่อสังคมออนไลน์ในภาพรวมมีการตัดสินใจในระดับปานกลาง แต่เมื่อพิจารณาในแต่ละ ด้านนั้นสามารถเรียงลําดับจากค่าเฉลี่ยมากไปน้อยพบว่า มากที่สุดคือ ด้านข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและ เชิงลบ มีการตัดสินใจในในระดับมาก ด้านช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และ ด้านข้อมูลจากผู้นําทางความคิด มีการตัดสินใจในในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน ดังนี้ ด้านข้อมูลจากผู้นําทางความคิดในภาพรวม มีความสําคัญในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละปัจจัย สามารถเรียงลําดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย พบว่า มากที่สุดคือ ขอความคิดเห็นจากบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวกับ สินค้า/บริการที่ตนเองสนใจก่อนตัดสินใจซือ้ การตัดสินใจในระดับมาก ได้รับคําแนะนําเกี่ยวกับสินค้า/บริการ จากบุคคลใกล้ชิด เช่น พี่ น้อง ญาติ เพื่อน ซื้อสินค้า/บริการ ตามบุคคลใกล้ชิด เช่น พี่ น้อง ญาติ เพื่อน ตัดสินใจ ซื้อสินค้าจากการที่บุคคลทีม่ ชี ื่อเสียงแนะนํา หรือรีวิว ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าสินค้า/บริการนั้นๆดีมี คุณภาพ มีการตัดสินใจในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน และซื้อสินค้า/บริการ ตามบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา นางแบบ พริตตี้ โดยเห็นในสือ่ สังคมออนไลน์ มีการตัดสินใจในระดับน้อย ด้านข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบในภาพรวม มีความสําคัญในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ ละปัจจัย สามารถเรียงลําดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย พบว่า มากที่สุดคือ พิจารณาจากข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/ บริการ ที่ตนเองสนใจทั้งในแง่บวกและแง่ลบก่อนตัดสินใจซื้อ มีการตัดสินใจในระดับมากที่สุด เปรียบเทียบ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ ระหว่างแง่บวกและลบก่อนตัดสินใจซื้อ พิจารณาจากข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ ที่ตนเองสนใจโดยมองสินค้านั้นๆในแง่บวกก่อนตัดสินใจซื้อ มีการตัดสินใจในระดับมากเช่นเดียวกัน เป็นสินค้า/ บริการ ที่กําลังได้รับความนิยม เป็นที่สนใจ หรือกําลังอยู่ในกระแสสังคม มีการตัดสินใจในระดับปานกลาง และ ตัดสินใจซื้อสินค้าที่กําลังมีกระแสเชิงลบในสังคม เนื่องจากต้องการทดลองด้วยตนเอง มีการตัดสินใจในระดับ ปานกลาง ด้านช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในภาพรวม มีการตัดสินใจในระดับ ปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละปัจจัย สามารถเรียงลําดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย พบว่า มากที่สุดคือ ท่านคิด ว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมบนสื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้านั้น มีการตัดสินใจในระดับมาก มี ห น้ า | 1150


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

การประชาสัมพันธ์ คุณภาพ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ตัดสินใจสื่อสินค้า/ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเห็นการโฆษณาทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สินค้า/บริการที่สนใจมีโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์มาแล้วไม่ต่ํากว่า 3 เดือน และท่านตัดสินใจซื้อสินค้าทีม่ ีการโฆษณาทางสื่อสังคม ออนไลน์มากกว่าสินค้าที่มีการโฆษณาผ่านสือ่ อื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ มีการตัดสินใจในระดับปาน กลางเช่นเดียวกัน การตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า คิดเป็นร้อยละ 79.5 และ การตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า คิดเป็นร้อยละ 20.5 การทดสอบสมมติฐานการวิจัย กลยุทธ์การทําการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ ด้านข้อมูลจากผู้นําทางความคิด ด้าน ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบและด้านช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มผี ลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 สรุปและอภิปรายผล 1. ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากการได้รับข้อมูลของสินค้าผ่านการตลาดแบบบอกต่อ ปากบนสื่อสังคมออนไลน์ อยู่ในระดับมากที่สุด คือ กลุ่มตัวอย่างจะพิจารณาจากข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ ที่ตนเองสนใจ รวมถึงเปรียบเทียบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบก่อนตัดสินใจซื้อ การ ตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการ ตามบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา นางแบบ พริตตี้ โดยเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ และ ตัดสินใจซื้อสินค้าจากการที่บุคคลที่มีชื่อเสียงแนะนํา หรือรีวิว ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าสินค้า/บริการนั้น ๆ ดีมีคุณภาพ ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถนําผลจากการศึกษาในครั้งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านข้อมูล ทางการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น 2. พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละวันตั้งแต่ 3 - 5 ชั่วโมง ในช่วง 20.01 24.00 น. ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จากสมาร์ทโฟน ปัจจัยที่ทําให้กดแชร์ ถูกใจ หรือ คอมเม้นท์ เนื้อหาบนสื่อ สังคมออนไลน์เป็นเรื่องที่ตนเองชื่นชอบและสนใจ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสนใจ บนสื่อสังคมออนไลน์เพราะสนใจเป็นการส่วนตัว ดังนั้น ผู้ประกอบสามารถนําไปใช้ในการวางแผนในการทํา โฆษณาประชาสั ม พั น ธ์ ผ่ า นสื่ อ ออนไลน์ ใ นช่ ว งเวลาดั ง กล่ า ว ซึ่ ง จะเพิ่ ม การรั บ รู้ ใ นสิ น ค้ า และบริ ก ารแก่ กลุ่มเป้าหมายได้ 3. ลูกค้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าส่วนใหญ่เพศหญิง มีอายุ 26-30 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน มากกว่า 35,000 บาท และนับถือศาสนาพุทธ ดังนั้น ผู้ประกอบควรสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นี้เพื่อให้เกิดความสนใจในการซื้อสินค้าและนําไปบอกต่อกับลูกค้ารายอื่น ๆ เกิดเป็นกระแสบอกต่อแล้วกลับมา ใช้ซื้อสินค้าอีกครั้ง ห น้ า | 1151


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ผลการศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ของผู้บริโภค สามารถนํามาอภิปรายผลได้ดังนี้ กลยุทธ์การทําการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ ด้านข้อมูลจากผู้นําทางความคิด ด้านข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในเชิงบวกและเชิงลบ และด้านช่องทางการ สื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ที่ระดับนัยสําคัญ ทางสถิติ 0.05 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกฤชสกล ช่วงอรุณ , ปรียา ศรีระคาม และตรีทิพ บุญแย้ม (2553) ศึกษาเรื่อง การตลาดแบบไวรัส: กลวิธีการตลาดผ่านเครือข่ายทางสังคมบนอินเทอร์เน็ต ผลการศึกษาพบว่า การทําการตลาดแบบไวรัสเป็นกลยุทธ์สําคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจในปัจจุบันต้องให้ความสําคัญต่อการเข้ามามี บทบาทในการทําการตลาดในยุคปัจจุบัน คือยุคที่ 3.0 ยุคที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสําคัญต่อการ ทําธุรกิจ ตลอดจนการเติบโตของเครือข่ายทางสังคมบนโลกออนไลน์ ทําให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มพฤติกรรมการ เลือกซื้อสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจจึงควรศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ของการเกิด การตลาดแบบไวรัส ศึกษาถึงพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ รวมไปถึงวิธีการ ปฏิบัติการทําการตลาดแบบไวรัสผ่านการใช้เครือข่ายทางสังคมบนอินเทอร์เน็ตให้ประสบความสําเร็จและยัง สอดคล้องกับงานวิจัยของมาริสา ธีรตยาคีนันท์ (2555) ศึกษาเรื่อง รูปแบบและสารที่ใช้ในการสื่อสารผ่านสื่อ สังคมของสินค้าและบริการในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า 1) การสื่อสาร Viral Marketing ในสื่อสังคม เป็นการสื่อสารแบบจํานวนหนึ่งต่อจํานวนมาก และการสื่อสารแบบจํานวนมากต่อจํานวนมาก ต้องการให้เกิด การบอกต่อเพื่อนําไปสู่การตัดสินใจซื้อเช่นเดียวกับการตลาดแบบปากต่อปาก 2) องค์ประกอบของสารใน Viral Marketing ถูกครอบด้วยองค์ประกอบในการออกแบบ การสร้างบรรยากาศ และโครงเรื่องเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับใจความสําคัญของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการนําเสนอ 3) เนื้อหาเป็นการบอกประโยชน์การใช้ งานและความรู้สึกเพื่อเพิ่มคุณค่าตราสินค้า ซึ่งมักเป็นไปในด้านบวกสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรม และไม่ เป็นการยัดเหยียดขายสินค้าจนเกินไป และเป็นการขยายความต่อยอดจากโฆษณาถึงคุณประโยชน์ของสินค้า ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณการโฆษณาได้ 4) การแบ่งปันและการแสดงความคิดเห็นเป็นไปอย่างอิสระและมี ความตรงไปตรงมา เนื่องจากเป็นพื้นที่อิสระ ปราศจากการควบคุม จึงสามารถแสดงความคิดเห็นเบื้องลึกที่อยู่ ในใจได้ ข้อเสนอแนะ 1. ในการวิจัยครั้งนี้ทําการศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการ ตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเท่านั้น ดังนั้น ควรศึกษารูปแบบการสื่อสารตลาดแบบบอกต่อของแต่ละสินค้า หรือธุรกิจและนําผลที่ได้จากการศึกษามาเปรียบเทียบกัน 2. ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพโดยการทําการสัมภาษณ์เชิงลึกต่อการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อ สังคมออนไลน์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียดยิ่งขึ้น

ห น้ า | 1152


การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2 “การวิจัย 4.0 เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้สามารถสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยความกรุณาอย่างสูงจากอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร.เกริ ก ฤทธิ์ อั ม พะวั ต ประธานกรรมการตรวจสอบวิ ท ยานิ พ นธ์ อาจารย์ อั ฏ ฐมา นิ ล นพคุณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ ดร. นพวรรณ วิเศษศิลป์ ที่ได้สละเวลาให้คําแนะนํา ข้อคิดเห็น ชี้แนะแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา อันเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์และสรุปผลการศึกษา และได้กรุณาตรวจสอบแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ จนการศึกษาค้นคว้าวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณในความ กรุณาของทุกท่านเป็นอย่างสูง ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม ที่ใช้ในการวิจัยทุกท่าน ที่ทําให้สามารถเก็บตัวอย่าง และนํามาสู่ผลการวิจัยที่สมบูรณ์ สุดท้ายผู้วิจัยใคร่กราบขอบพระคุณบิดา มารดา และครอบครัวที่คอยให้การสนับสนุน ให้กําลังใจและช่วยเหลือ รวมทั้งเพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงานของผู้วิจัย ที่ให้คําแนะนํา ความห่วงใยและกําลังใจที่ดีมาโดยตลอด ประโยชน์อันใดที่จะเกิดขึ้นจากวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้วิจัยขอน้อมบูชาแด่พระคุณบิดา มารดา ครู อาจารย์ที่อบรมสั่งสอน และให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เอกสารอ้างอิง กฤชสกล ช่วงอรุณ, ปรียา ศรีระคาม, และ ตรีทิพ บุญแย้ม. (2553). การตลาดแบบไวรัส: กลวิธีการตลาดผ่าน เครือข่ายทางสังคมบนอินเทอร์เน็ต. สืบค้นจาก http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/30_2/pdf/aw9.pdf ชนิดา พัฒนกิตติวรกุล. (2553). E-word of mouth มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคบน อินเตอร์เน็ต กรณีศึกษา E-marketplace ในประเทศไทย (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. นิตนา ฐานิตธนกร. (2555). อิทธิพลของการบอกต่อบนโลกอินเตอร์เน็ต. วารสารนักบริหาร, 32(1), 17-22. ประสพชัย พสุนนท์. (2555). การวิจัยการตลาด. กรุงเทพมหานคร:สํานักพิมพ์ท๊อป. วุฒิชัย จํานงค์. (2523). พฤติกรรมการตัดสินใจ. กรุงเทพมหานคร:โอเดียนสโตร์. ศิริวรรณ เสรีรตั น์. (2539). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพมหานคร:บริษทั วิสิทธิ์พัฒนา จํากัด. เสรี วงษ์มณฑา. (2542). การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพมหานคร:Diamond And Business World.

ห น้ า | 1153

การตลาด  

กลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางกา...

การตลาด  

กลยุทธ์ทางการตลาดแบบบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางกา...

Advertisement