Page 1


แต่ละคนคงมีเพลงประจำ�ตัว เพลงฮิต เพลงที่ไว้สำ�หรับออกงาน เพลงที่ได้ยินแล้วต้องขยับเส้นสาย ฯลฯ หลายครั้ง เราฟังเพลงเพื่อพักผ่อนอารมณ์ ให้สบายใจ แต่จะมีสักครั้งที่เรามองความหมายของเพลงว่าเป็นอย่างไร นี้คือบทเพลงหนึ่งที่ อยากเชิญชวนสัมผ้ส อาจจะเก่าสักหน่อย แต่ความหมายเข้ากับเรื่องที่กำ�ลังโจษขานกันทั้งในเว็บบอร์ด หน้าหนังสือพิมพ์ เป็น ปัญหาที่รัฐมนตรี กบว. ต้องลงมาพิจารณากัน เรือ่ งทีว่ า่ นีก้ ค็ อื ละครทีม่ ชี อื ดอกส้มสีทอง ส่วนบทเพลงทีวา่ คือ ละคอนฉากสุดท้าย ของคุณนันทิดา แก้วบัวสาย คงไม่ ต้องไปพูดถึงเนือ้ หาของละครดอกส้มสีทอง เพราะหลายคนคงจะทราบว่าเป็นอย่างไร จนต้องถึงกับมาเป็น talk of the town เพลงละคอนฉากสุดท้าย กล่าวถึงว่าจริง ๆ ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นละคร แล้วแต่ว่าจะได้บทอะไร ซึ่งในโลกของความ เป็นจริงบทละครที่ได้มาอาจจะเป็นมากกว่าละครที่อยู่ในโทรทัศน์เสียด้วยซ้ำ� บทบาทของ เรยา ที่เราดู ๆ กัน พูดถึงกันว่าอาจ ทำ�ให้เยาวชนเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ แต่ในซอกหลืบของโลกอาจจะมีอยู่แล้วก็ได้ และมากกว่าเสียด้วยซ้ำ� ใครจะรู้ล่ะ แต่ตอนจบของเนื้อเพลงละคอนฉากสุดท้าย นี้ซิสำ�คัญ “ไม่เว้นทั้งเลวและดี จะมั่งมีหรือยากจน สิ่งเดียวที่เราทุกคน แน่ใจ คือฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร” อย่าลืมนะครับ ดูละครแล้วลองมองย้อนดูตน เวลาช่างผ่านไปเร็วมาก นี้ก็เข้ากลางปี 2554 แล้ว เมื่อต้นปีหลายท่านนั่งคิดถึงเป้าหมายต่าง ๆ ของการทำ�งานปีนี้ จะเป็นอย่างไร หรือแม้แต่เป้าหมายของชีวิตจะทำ�อะไร จนล่วงเลยก็ยังคิดไม่ออก เวลาเป็นอะไรที่เรามองไม่เห็น ตัวมันเอง ก็ทำ�หน้าที่ของมัน และไม่ได้สนใจด้วยว่าสิ่งรอบข้างของมันจะเป็นอย่างไร เราทำ�งานไม่เสร็จในวันนี้ เราบอกให้เวลาหยุดก่อนได้ใหม ไม่ได้ เป้าหมายของงานยังไม่ถึง หยุดก่อนนะเวลา ขอให้ ได้เป้าหมายก่อนแล้วค่อยเดินต่อไป ก็ไม่ได้อีก เราทั้งหลายเหมือนกับกำ�ลังทำ�ทุกอย่างเพื่อแข่งกับเวลาให้ทัน และเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำ�หนดด้วยเวลา ใครหล่ะ เป็นผู้กำ�หนด ใช่เวลาเป็นตัวกำ�หนดหรือไม่ ก็ไม่ เป็นเราท่านทั้งหลายที่กำ�หนดขึ้นเองทั้งนั้น ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับพัก ผ่อน แต่ก็นั้นเป็นชีวิตประจำ�วันที่เราจะต้องดำ�เนินต่อไป เห็นไหมครับว่าเวลามันเดินไปเรื่อย ๆ ไม่สามารถหยุดได้ นี้คือกฏของธรรมชาติ แต่ทุกวันนี้เราไม่เคยห่วงธรรมชาติ เลยเคยคิดกันไหมครับว่า ตั้งแต่เราตื่นขึ้นมาเราได้ทำ�ลายธรรมชาติกันไปมากน้อยแค่ไหน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ในเดือนนี้ ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อยเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกสิ่ง ทุกอย่างครับ “ต้นไม้ใบหญ้าลมพริ้ว มองเห็นเป็นริ้วร้อยสาย หมู่ภมรร่อนลงกรีดกราย สุดปรายตรงที่ขอบฟ้า เวิ้งว้างหวีดหวิววังเวง ดนตรีบรรเลงเพลงโศกา ขับกล่อมเพื่อปลอบภูผา ผ่อนกายาพักลงตรงนี้ ธรรมชาติสุดเศร้าเฝ้าร่ำ�ร้อง วิงวอนผ่านลมไปทุกที่ หยุดทำ�ลายฉันนั้นทันที ทุกอย่างป่นปี้นี้เพราะใคร ป่าไม้สัตว์ป่านานาพันธุ์ สักวันสูญสิ้นขึ้นเมื่อไร สมดุลธรรมชาติเปลี่ยนไป เห็นไหมใครเป็นผู้กระทำ� ต้นไม้ใบหญ้าหยุดนิ่ง สรรพสิ่งที่เห็นล้วนบอบช้ำ� วอนมนุษย์ทุกผู้ที่ยี่ย่ำ� อย่าซ้ำ�เติมฉันมากกว่านี้ เริ่มใหม่ใหมก่อนยังไม่สาย ร่วมมือร่วมใจทุกทุกที่ เพื่อปัจจุบันอนาคตที่ดี รุ่นหลังมีธรรมชาติที่สวยงาม” นายแว่นดำ�


สารบัญ Urban Heat Island and Lifehouse Home

หน้า 1-4

เรื่องของถ่าน (Activated carbon)

หน้า 5-10

กรีนมาร์เก็ตติ้ง สร้างจิตสำ�นึก

หน้า 11-13

เหรียญอีกด้าน...ทางอีกเส้น : เมื่อไมคิดตัวเราแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

หน้า 14-18

กระถินริมรั้ว ETC & ETECH

หน้า 19-21

เอนใจในร่มธรรม...(ชาติ) : อคติ 4

หน้า 22-24

บริษัท อีสเทิร์นไทยคอนซัลติ้ง 1992 จำ�กัด (Eastern Thai Consulting 1992 Co.,Ltd.) สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา เลขที่ 683 หมู่ 11 ถ.สุขาภิบาล 8 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230 โทรศัพท์ : 038-481197, 038-763031-2 โทรสาร : 038-482795


ปรากฏการณ์ Urban Heat Island ถ้าแปล

ตรงตัวเลย คือ “เกาะความร้อนในเมือง” เป็น คนละอันกับเรื่องภาวะโลกร้อนนะคะ ทบทวนเรื่องภาวะโลกร้อนกันแบบง่าย ๆ คือ กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ อุตสาหกรรมเกษตรกรรม ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ซึ่ง มีศักยภาพไปทำ�ลายชั้นโอโซน ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ (โอโซนชั้นนี้เกิดเองตามธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับ การก่อก๊าซโอโซนในชั้นโทโบสเฟียร์ ที่มนุษย์อาศัยอยู่ โอโซนในชั้นนี้เป็นพิษค่ะ) ทำ�ให้รังสีต่าง ๆ ที่ส่องลงมายังโลกถูกดูดกลืน ไว้ด้วยก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ ผลก็คือ อุณหภูมิในชั้น บรรยากาศที่หุ้มโลกไว้ สูงขึ้นสิ่งที่ตามมา คือ การเกิด การเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างคาดเดาไม่ได้ ทั้ง เอลนิโญ่ และลานิโญ่ น้ำ�แข็งขั้วโลกละลาย น้ำ�ทะเลสูงขึ้น พายุที่รุนแรง ภาวะแห้งแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และ ภัยธรรมชาติต่างๆ จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น จนกลายเป็นเรื่อง ปกติ ฯลฯ ซึ่งการที่อุณภูมิของโลกสูงขึ้น 0.6-0.7 องศา เซลเซียส การดำ�เนินชีวิตประจำ�วันแทบจะไม่รู้สึก หรือ สัมผัสการเปลี่ยนแปลงนี้เลยทีเดียว แล้วที่ร้อน ๆ อย่างทุกวันนี้มันคืออะไร? ....กลับ เข้ามาเรื่อง  Urban Heat Island “เกาะความร้อนใน เมือง” กันบ้าง....

ใน เขตเมืองที่มีบ้านเรือน ตึกสูง ๆ จำ�นวน มาก อย่างกรุงเทพมหานคร มักจะร้อนกว่าชุมชนรอบ นอก (เรียกซะเพราะ จริง ๆ คือบ้านนอกอย่างเรานี่ล่ะค่ะ) และถ้าอุณหภูมิในรอบวันของเขตเมืองสูงกว่าพื้นที่รอบ นอก 2-5 องศาเซลเซียส ก็เข้าข่ายว่าเป็น ปรากฏการณ์

Urban Heat Island

ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานแสง อาทิตย์ที่กระทบกับพื้นดิน พื้นผิวของอาคาร สิ่งปลูก สร้างต่าง ๆ ซึ่งปกติจะมีการสะสมความร้อนเอาไว้ และ ถ่ายเทไปออกสู่บรรยากาศโดยรอบ แต่เมื่อใดที่สะสมเอา ไว้มีปริมาณมาก ก็จะกลายเป็นโดมความร้อนที่อุณหภูมิ สูงกว่าบริเวณอื่น ๆ ถึง 3-6 องศาเซลเซียส ครอบเมือง เอาไว้นั่นเอง ซึ่งโดมความร้อนนี้เองสามารถแผ่ความร้อน ออกไปได้ถึง 30 กิโลเมตรตามทิศทางลม ในขณะที่การก่อสร้างต่าง ๆ มักมีการใช้ คอนกรีตและแอสฟัลส์ติกคอนกรีต (ยางมะตอยปูถนน) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อน อีกทั้งตึกระฟ้าที่ ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ก็จะเป็นตัวกั้นขวางทิศทางลมที่จะ มาช่วยระบายความร้อนออกจากเขตเมือง นี่ยังไม่รวมถึง กิจกรรมคนเมือง ที่มีการใช้พลังงานและปลดปล่อยความ ร้อน ซึ่งทำ�ให้ทั้งความร้อนในอากาศและระดับความเข้ม ข้นของมลพิษในอากาศสูงขึ้น ด้วย


2 สรุปประเด็นที่ทำ�ให้เกิด Urban Heat Island มีอยู่ 3 ประการ

1.วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างดูด ความร้อนได้มาก สีเข้ม 2.การตัดถางต้นไม้ที่กีดขวางการ ก่อสร้าง ทำ�ให้สูญเสียสิ่งช่วยดูดซับความ ร้อนและมลพิษ 3.ไม่มีกฎเกณฑ์ในการก่อสร้าง การวางผังเมือง ขยันสร้างตึกสูง จนเต็ม เมือง ไม่มี “ช่องลม” ระบายอากาศร้อน ออกจากเมือง อากาศยิ่งร้อน ก็ยิ่งเปิดแอร์ เปิดเครื่อง ทำ�ความเย็นเพิ่มขึ้นอีก ทำ�ให้สิ้นเปลืองพลังงาน แล้วก็ ปลดปล่อย CO2 และระบายความร้อนออกมาอีก จาก นั้นความร้อนก็จะไปเร่งปฏิกิริยาเคมีทำ�ให้เกิดมลพิษจน สภาพอากาศในเมืองใหญ่เลวร้ายขึ้นไปอีก การออกแบบก่อสร้าง และการใช้ชวี ติ สมัยใหม่ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะเน้นให้ใช้วัสดุที่มีสีอ่อน สะท้อนความร้อนได้ดี เพิ่มการสร้างแหล่งน้ำ� และสวน สาธารณะให้มากขึ้น Trend ของหลังคาสีเขียว รั้วกินได้

สวนหลังคา บ้านประหยัดพลังงาน ก็เป็นอีกแนวทางที่ นิยมมากขึ้น ไหน ๆ ก็แวบขึ้นมาเรื่องบ้านประหยัดพลังงาน แล้วบางคนเข้าใจผิดว่า จะต้องมองหาเทคโนโลยีที่จะมา ลดความร้อนต่าง ๆ นานา ทั้งระบบผนังฉนวน กระจก กันความร้อน ระบบ Solar cell หรือกังหันลมผลิตไฟฟ้า มั่งล่ะยิ่งตอนดูราคากันแล้วแทบจะเป็นลม เลิกล้มความ ตั้งใจที่จะสร้างบ้านประหยัดพลังงานกัยเลยทีเดียว


3


4 คว�มเป็นจริงแล้วมี

หลักในก�รปลูกบ้�นประหยัดพลังง�น ง่�ย ๆ ดังนี้ค่ะ

- เลือกสภ�พแวดล้อมทีเ่ หม�ะสม นอกจ�กทำ�เลแล้ว ทีด่ นิ ทีจ่ ะซือ้ เพือ่ ปลูกบ้�น ควร มีพน้ื ทีส่ เี ขียว บ่อน้�ำ ไกลจ�กแหล่งมลภ�วะ และ แหล่งสะสมคว�มร้อนของเมือง - เลือกปลูกต้นไม้ให้ร่มเง�ที่เหม�ะสม ไม่ได้เลือกแค่สิริมงคล คว�มสวยง�ม คว�มย�ก ง่�ยในก�รดูแลรักษ� แต่ต้องคิดถึงทิศท�งที่จะ ปลูก และคว�มสูงที่พอจะให้ร่มเง� เป็นฉนวน คว�มร้อนให้กับบ้�นด้วย - ใช้ลมธรรมช�ติพ�คว�มเย็นจ�กสิ่ง แวดล้อมเข้�บ้�น หลังจ�กปลูกต้นไม้ ขุดสระน้ำ� ซึ่งเป็นแหล่งให้คว�มเย็นแก่บ้�นแล้วต้องไม่ลืมที่ จะเจ�ะช่องหน้�ต่�ง ประตูให้ลมที่พัดผ่�นนั้นหอบ คว�มเย็นเข้�บ้�นได้ด้วย

ดูรูปประกอบแล้วคงจะเข้�ใจม�กขึ้นนะคะ ว่� ถ้�ใช้หลักก�รที่กล่�วม�จะประหยัดพลังง�นเพื่อใช้ในก�ร ปรับอ�ก�ศอีกเพียง 3 องศ�เซลเซียส ในขณะที่บ้�นทั่วไปต้อใช้พลังง�นเพื่อใช้ในก�ร ปรับอ�ก�ศอีก 15 องศ�เซลเซียส ดังนั้นบ้�นที่เข้�ใจหลักก�รบ้�นสีเขียวก็จะเสีย ค่�ไฟฟ้�น้องกว่� มีส่วนร่วมในก�รลดอุณหภูมิของเมือง ของโลกได้ม�กกว่� เรื่องโลกร้อน กับเก�ะคว�มร้อน คนละเรื่องกัน แต่ท�งออกต่�งก็เป็นแนวคิดเดียวกัน คือ ช่วยกันลดก�รใช้พลังง�นและทรัพย�กร ลดค�ร์บอนฟุต พริ้นท์เหมือนกันนะคะ ... อย่�ท้อซะก่อนล่ะ เป็นคว�มรับ ผิดชอบของทุกคนนะคะ

- ลงทุนกับวัสดุที่มีคว�มเป็นฉนวนสูง ปกติจะนิยมใส่เฉพ�ะใต้หลังค�ถ้�มีอันจะกินควร พิจ�รณ�ใส่เปลือกรอบบ้�นไว้ด้วยนะคะ - ประสิทธิภ�พที่ดีของเครื่องปรับ อ�ก�ศและอุปกรณ์ไฟฟ้� เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้� ที่ ประหยัดไฟฟ้� กินไฟต่ำ�โดยเฉพ�ะแอร์ เพร�ะ เป็นจุดที่ใช้พลังง�นไฟฟ้�สูงถึง 70 % ของทั้งบ้�น

ข้อมูล ; 1.Green network magazine Issue.16 April 2011 (จ�กคุณภักดี หิรัญลักขณ�) 2.Lifehouse home figure is drawn by Jum Po (จักร์กริศน์ ปรีช�รัตน์ แผนกวิศวกรรม)


ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) คืออะไร

ถ่านกัมมันต์ (Activated carbon หรือ activated charcoal) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก การนำ�วัตถุดิบธรรมชาติ หรืออินทรียวัตถุซึ่งมีคาร์บอน และไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลักมาผ่านกรรมวิธีก่อ กัมมันต์ (activation process) จนได้ผลิตภัณฑ์สีดำ� มี โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นรูพรุน มีพื้นที่ผิวสูง มีคุณสมบัติ ในการดูดซับสารต่างๆ ได้ดี ถ่านกัมมันต์เป็นถ่านที่มีความสามารถในการ ดูดซับสูง เพราะมีรูพรุนขนาด 18-10,000 อัมสตรอง เป็นจำ�นวนมาก นอกจากนี้ตามผิวของรูพรุนยังมีอิเลค ตรอนอิสระที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนประจุ และยึดเหนี่ยว โมเลกุลของสารต่างๆ ได้อย่างดี ถ่านกัมมันต์เมื่อใช้หมด แล้ว อาจทำ�ให้กลับมามีความสามารถในการดูดสี กลิ่น และก๊าซ และนำ�กลับมาใช้ได้อีก โดยการ Regenerate

ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) ทำ�งานอย่างไร

ถ่านกัมมันต์ กำ�จัดสารอินทรีย์ในน้ำ�โดยใช้หลัก การดูดซับ (Adsorption) และดูดซึม (Absorption) การดูดซับจะเป็นการจับกันอย่างหลวมๆ ของสารอินทรีย์ และคาร์บอน ที่ผิวนอกของถ่านกัมมันต์ โดยยึดกันด้วย

แรงแวนเดอวาล์วเป็นชั้นๆ ส่วนกระบวนการดูดซึมนั้นจะ อาศัยหลักการแพร่ของก๊าซ หรือสารประกอบเข้าไปใน ร่างแหรูพรุนภายในเม็ดถ่านซึ่งภายในจะเกิดปฏิกิริยาเคมี หรือเกิดการจับยึดโดยความเป็นร่างแหยึดเหนี่ยวไว้ ยก ตัวอย่างการเกิดปฏิกิริยาเคมี เช่นโอโซนถูกดูดซึมเข้าไป และถูกคาร์บอนรีดิวซ์เป็นออกซิเจน ซึ่งตัวโอโซนหรือ ออกซิเจนไม่ได้ไปสร้างหรือถูกจับไว้โดยถ่านกัมมันต์แต่ อย่างใด ส่วนกระบวนการดูดซึมอีกประเภทคือการถูกดูด ซึมเข้าไปแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ย้อนกลับไม่ได้ สร้างพันธะที่ หนาแน่นกับคาร์บอนของถ่านกัมมันต์


6 เมื่อไรต้อง Regenerate หรือ เปลี่ยนถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon)

เมื่อความสามารถในการดูดติดน้อยลง และ ระยะเวลาการใช้งานมากขึ้น จะต้องเปลี่ยนถ่านใหม่ หรือ นำ�ถ่านเก่าไป Regenerate โดยวิธีการ Regenerate มี ดังนี้ 1. วิธีใช้ไอน้ำ� (Steam regeneration) : ใช้กับถ่านที่เปื้อนจากสารระเหย (volatile) เพียงเล็กน้อย 2. วิธีใช้สารเคมี Chemical regeneration) : ใช้สารเคมีละลายสารต่างๆ ที่ถูกดูดติด ส่วนใหญ่จะทำ� ณ อุณหภูมิ 100 ºC ภายใต้สภาพ pH สูง 3. วิธีใช้จุลินทรีย์ Biological regeneration : ใช้จุลินทรีย์ ย่อยสลายสารต่างๆ ที่ถูกดูดติด 4. วิธีใช้อุณหภูมิ (Thermal regeneration) : ใช้ความร้อน (800-950ºC ) เผาถ่านเพื่อให้สารอินทรีย์ที่ ถูกดูดซับย่อยสลาย มีข้อเสีย 2 ข้อคือต้องใช้เงินทุนมาก ในการซื้อเตาเผา และเกิดการสูญเสียคาร์บอนระหว่าง เผาจำ�นวนหนึ่ง

ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) มีกี่ชนิด 1. ถ่านกัมมันต์ชนิดผง (Powder Activated Carbon : PAC) ขนาด เล็กกว่า 0.18 มม.

2. ถ่านกัมมันต์ชนิดเกล็ด (Granular Activated Carbon : GAC) ขนาด 0.2 ถึง 5.0 มม. 3. ถ่านกัมมันต์ชนิดเม็ด (Pelleted Activated Carbon) ขนาด 0.8 ถึง 5.0 มม. 4. ถ่านกัมมันต์ที่เป็นเส้นใย (Cloth and fibres activated carbon)

ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) ผลิตอย่างไร

คุณสมบัติของวัตถุดิบที่จะนำ�มาผลิตถ่านกัมมันต์ มีดังนี้ 1. มีปริมาณสารระเหยต่ำ� 2. มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง 3. มีราคาถูกและหาง่าย 4. มีคุณสมบัติคงที่ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตจะขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต อาจเป็นอินทรียวัตถุหรือถ่านก็ได้ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ 1. สารเซลลูโลสที่มาจากพืช เช่น ไม้ยางพารา ไม้ไผ่ และเศษไม้เหลือทิ้ง 2. วัสดุเหลือทิง้ จากทางการเกษตร เช่น แกลบ กะลามะพร้าว กะลาปาล์ม ขีเ้ ลือ่ ย ชานอ้อย และซังข้าวโพด เป็นต้น


7 2. กระบวนการกระตุ้น (Activation)

3. ถ่านหิน เช่น ลิกไนต์ (lignite) พีท (peat) บิทูมินัส (bituminous) เป็นต้น 4. วัตถุดิบจากสัตว์ เช่น กระดูกหรือเขาสัตว์ เป็นต้น ส่วนถ่านที่ใช้ในการผลิตถ่านกัมมันต์โดยทั่วไป จะเป็นถ่านสังเคราะห์ (Artificial char) ซึ่งเป็นถ่านที่ได้ จากการเผาอินทรียวัตถุถ่านธรรมชาติ เช่น กราไฟต์ แอนทราไซต์

กระบวนการผลิตถ่านกัมมันต์โดยทั่วๆ ไป แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ

1. กระบวนการคาร์บอไนซ์ (Carbonization)

เป็นการเปลีย่ นแปลงทางกายภาพสำ�หรับ คาร์บอน ด้วยการเพิม่ พืน้ ทีผ่ วิ ให้มากขึน้ โดยการทำ�ให้ มีรพู รุนมากขึน้ หรือเป็นการเพิม่ ประสิทธิภาพการ ดูดซับสารอืน่ ๆ ของถ่านกัมมันต์ แบ่งได้เป็น 2 วิธคี อื การกระตุน้ ทางเคมี และการกระตุน้ ทางกายภาพ ดังนี้ 2.1 การกระตุ้นทางเคมี (Chemical Activation) เป็นวิธกี ารเพิม่ ปริมาตรรูพรุนและพืน้ ทีผ่ วิ โดย ปฏิกริ ยิ ากับสารเคมี ซึง่ การกระตุน้ ชนิดนีน้ ยิ มใช้กบั วัตถุดบิ ทีเ่ ป็นไม้ อุณหภูมทิ ใ่ี ช้ในการกระตุน้ อยูใ่ นช่วง 150-900 องศาเซลเซียส และสารกระตุน้ ทีน่ ยิ มใช้ทว่ั ไปในทาง อุตสาหกรรม เช่น แคลเซียมคลอไรด์ ซิงค์คลอไรด์ กรด ฟอสฟอริก และโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ซึง่ สามารถแทรกซึมได้ทว่ั ถึง ทําให้สว่ นทีไ่ ม่บริสทุ ธิล์ ะลาย หมดไปได้เร็วขึน้ จากนัน้ นําไปเผาในถังทีม่ อี อกซิเจนเป็น เวลาหลายชัว่ โมง แต่มขี อ้ เสียตรงทีต่ อ้ งล้างสารเคมีทใ่ี ช้ใน การกระตุน้ ซึง่ ติดมากับถ่านกัมมันต์ออกให้หมดไม่ให้เหลือ ตกค้างอยูเ่ ลย เพือ่ ความปลอดภัยในการนําไปใช้งาน

เป็นการไพโรไรซิสซึ่งเกิดขึ้นในที่อับอากาศ เพื่อ เพิ่มสัดส่วนคาร์บอนของสารอินทรีย์ ขณะเดียวกันก็ได้ ผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นของเหลว และแก็สออกมาด้วย โครง สร้างวงอะโรมาติกหลักที่เหลือกลายเป็นโครงสร้างของ ถ่านชาร์ ส่วนกลุ่มโครงสร้างโมเลกุลหรือหมู่ที่มีขนาดเล็ก กว่าจะกลั่นสลายตัวออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ได้แก่ น้ำ� แอมโมเนีย น้ำ�มันทาร์ และแก็สต่างๆ หรือเรียกง่ายๆ ก็คือเป็นกระบวนการเผาวัตถุดิบให้เป็นถ่าน ซึ่งอุณหภูมิ ในการเผาประมาณ 200-400 องศาเซลเซียส

2.1.1 การกระตุ้นด้วยซิงค์คลอไรด์ (ZnCl2) โดยใช้สารละลาย ZnCl2 ผสมกับวัตถุดิบโดย ใช้สภาวะที่อุณหภูมิประมาณ 130 องศาเซลเซียส หลัง จากนี้จะนำ�ไปทำ�การคาร์บอไนซ์ที่อุณหภูมิ 600-850 องศาเซลเซียส ซึ่งในระดับอุตสาหกรรมจะคำ�นึงถึง ประสิทธิภาพในการนำ�เอา ZnCl2 กลับมาใช้ใหม่เป็น อย่างมาก ด้วยประสิทธิภาพการนำ� ZnCl2 กลับมาใช้ ใหม่ค่อนข้างจำ�กัด ประกอบกับปัญหาการกัดกร่อนต่อ เตาเผาจึงทำ�ให้การใช้ ZnCl2 เป็นสารกระตุ้นในระยะ หลังลดลง

กระบวนการคาร์บอไนเซชั่นสามารถแบ่งออกได้ 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การสูญเสียน้ำ�ออกจากโครงสร้างวัตถุดิบที่ ช่วงอุณหภูมิ 27-197 องศาเซลเซียส 2) การไพโรไรซิสโดยเกิดแก็สและน้ำ�มันทาร์ใน โครงสร้างที่ช่วงอุณหภูมิ 197-497 องศาเซลเซียส 3) ช่วงที่มีการเกาะตัวกันของโครงสร้างถ่าน ชาร์โดยในช่วงนี้น้ำ�หนักของวัตถุดิบจะลดลงไปมาก ที่ช่วง อุณหภูมิ 497-847 องศาเซลเซียส

2.1.2 การกระตุ้นด้วยกรดฟอสฟอริก กระบวนการกระตุ้นทางเคมีโดยใช้กรดฟอสฟ อริกเป็นสารกระตุ้นจะใช้อุณหภูมิในการ กระตุ้นที่ค่อน ข้างต่ำ�คือ 400-500 องศาเซลเซียส ซึ่งการใช้กรดฟอสฟ อริกนั้นสามารถผ่านกระบวนการนำ�กลับมาใช้ใหม่ โดยยัง ได้กรดฟอสฟอริกที่มีความเข้มข้นสูง พบว่าวัตถุดิบที่เป็น ไม้ สามารถผลิตเป็นถ่านกัมมันต์ที่มีประสิทธิภาพดีโดย วิธีนี้


8 2.2 การกระตุ้นทางกายภาพ (Physical Activation) เป็นการกระตุ้นด้วยการใช้แก๊ส หรือไอนํ้า ซึ่งใช้อุณหภูมิในการเผากระตุ้นค่อนข้างสูงประมาณ 800-1000 องศา เซลเซียส เพราะไอนํ้าที่ใช้จะต้องเป็นไอนํ้าที่ร้อนยิ่งยวด (superheated stream) เพื่อทําให้สารอินทรีย์ต่างๆ สลายไป ทํา ให้โครงสร้างภายในมีลักษณะรูพรุน (porous) อยู่ทั่วไป ขนาดของรูพรุนที่ได้จะมีขนาดเล็กกว่าการกระตุ้นทางเคมี ซึ่งถ่าน กัมมันต์ที่กระตุ้นด้วยวิธีนี้มีข้อดีที่สามารถนำ�มาใช้งานได้เลยทันทีโดยไม่ต้องล้างสารที่เหลือตกค้าง 2.2.1 การกระตุ้นด้วยไอน้ำ�ในเตาเผาที่หมุนได้ (Rotary kiln) เตาเผาจะอยู่ในแนวนอนและหมุนได้รอบตัวโดยใช้มอเตอร์ ซึ่งจะทำ�ให้ถ่านคลุกเคล้ากับ ไอน้ำ�ได้มากขึ้น ไอน้ำ� ที่ออกมาจากเครื่องทำ�ไอน้ำ�จะถูกทำ�ให้อุณหภูมิสูงขึ้น โดยผ่านเข้าไปในท่อทองแดงจนเกิดเป็น Super heated stream แล้วเข้าเตาเผาที่หมุน ซึ่งก็จะทำ�ปฏิกิริยากับถ่าน

ไอน้ำ�เป็นสารกระตุ้นทางกายภาพที่มีการใช้กัน มาก เนื่องจากโมเลกุลของน้ำ�นั้นมีขนาดเล็กกว่าโมเลกุล ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และในการกระตุ้นด้วยไอน้ำ� นั้นมักจะมีข้อดี คือ 1) โมเลกุลของน้ำ�จะแพร่เข้าไปได้อย่างรวดเร็ว ในโครงสร้างรูพรุน 2) เนื่องจากโมเลกุลที่เล็กจึงสามารถเข้าไปในรู พรุนขนาดเล็กได้ 3) มีการเกิดปฏิกิริยาที่รวดเร็ว ซึ่งจะเกิด ปฏิกิริยาเร็วกว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ถ่านกัมมันต์ที่ได้จากการกระตุ้นด้วยวิธีนี้ จะยัง คงมีรูปร่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทำ�ให้สามารถ ตรวจชนิด ของวัสดุที่นำ�มาทำ�ถ่านกัมมันต์ได้จากกล้องจุลทรรศน์ นอกจากนี้ยังอาจจะใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันก็ได้ คือ เมื่อใช้สารเคมีกระตุ้นแล้วนําไปกระตุ้นต่อโดยใช้แก๊สหรือ ไอนํ้าที่ร้อนยิ่งยวด เพื่อการเพิ่มจํานวนรูพรุนให้มากขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้น ของความพรุนของถ่านกัมมันต์ 1. อัตราส่วนของลิกนินต่อเซลลูโลสในวัตถุดิบ 2. อัตราการให้ความร้อน 3. อุณหภูมิที่ใช้ในการกระตุ้น 4. อัตราส่วนของสารกระตุ้นต่อวัตถุดิบ

ดัชนีที่ใช้วัดคุณภาพของถ่านกัมมันต์ 1. เลขไอโอดีน (Iodine number) 2. เลขฟีนอล (Phenol number) 3. การดูดซับเมทิลีนบูล 4. การดูดซับไอออนของโลหะหนัก 5. พื้นที่ผิวจำ�เพาะ (Surface area)


9 ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) มีประโยชน์อย่างไร Activated carbon ถูกนำ�ไปใช้ในการกรองเอาสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ที่ไม่ต้องการออกจากของเหลวหรือ ก๊าซ เช่น ในการเตรียมน้ำ�ดื่มบริสุทธิ อุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำ�บริสุทธิ์ การบำ�บัดน้ำ�เสีย ใช้ในการฟอกสีของเหลว ต่างๆ การทดลองวิจัยในการแยกและเตรียมสารเคมี ทางการแพทย์นำ�ไปใช้ในการกำ�จัดพิษ การฟอกเลือด และอื่นๆ ใช้ กรองกลิ่นและก๊าซที่ไม่ต้องการในหน้ากากกรองสารพิษ และเครื่องฟอกอากาศ

ตัวอย่างการใช้ถ่านกัมมันต์แบบ GAC ในระบบกรองน้ำ�

ตัวอย่างการใช้ถ่านกัมมันต์เป็นใส้กรองในชุดกรองน้ำ�ขนาดเล็ก


ตัวอย่างการใช้ถ่านกัมมันต์แบบ GAC ในระบบปรับปรุงคุณภาพ

10

ตัวอย่างการใช้ถ่านกัมมันต์แบบ PAC เติมในระบบปรับปรุงคุณภาพก่อนเข้าระบบกรอง

ตัวอย่างหน้ากากกรอง ฝุ่น-ควัน-กลิ่นไอระเหย ที่ไม่เป็นพิษร้ายแรงด้วยถ่านกัมมันต์

แหล่งที่มาของข้อมูล บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์ : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สื่อการสอนอาจารย์ เพชร เพ็งชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://lib3.dss.go.th/fulltext/board/activated_carbon.pdf http://bangkok-guide.z-xxl.com/snack-knowledge/4526.html http://www.activated-carbon.com/carbon.html


5

การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Marketing) เป็นการตลาดที่เกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ทำ�ลาย สิ่งแวดล้อม และที่ไม่เป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม เป็นการสร้างจิตสำ�นึกที่รับผิดชอบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรวม ในยุคทีพ่ ลังงานมีราคาแพง สภาพแวดล้อมเป็น พิษ การกำ�จัดขยะทำ�ได้ยากขึน้ และบทบาทของพลาสติก เข้ามาแทนทีใ่ นชีวติ ประจำ�วัน ทำ�ให้ผบู้ ริโภคคำ�นึงถึงปัญหา สิง่ แวดล้อม และเกิดกระแสสำ�นึกต่อสภาพแวดล้อมเพิม่ ขึน้ เรือ่ ย ๆ ทำ�ให้นกั การตลาดทัง้ หลายต่างต้องแสวงหา โอกาสทางการตลาด เพือ่ ความเป็นผูน้ �ำ สร้างนวัตกรรม ความแตกต่างทางการแข่งขัน นอกจากนัน้ ยังต้องมอง หาเครือ่ งมือทางการตลาดทีค่ นื กำ�ไรให้กบั สังคมและสิง่ แวดล้อม ซึง่ เรียกว่าการตลาดเพือ่ สิง่ แวดล้อม (Green Marketing)

Green Marketing

แนวคิดนี้ ทำ�ให้ผบู้ ริโภคคำ�นึงถึงต้นทุนของ “คุณค่า” ในการเลือกใช้สนิ ค้าทีไ่ ม่ท�ำ ลายสิง่ แวดล้อม และ ธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสังคมในการผลิตผลิตภัณฑ์ทไ่ี ม่ เป็นอันตรายต่อผู้ บริโภคและสภาพแวดล้อม การดำ�เนิน งานทางการตลาดจึงต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและ มีประสิทธิภาพ อย่างจริงจังมากขึน้ รวมทัง้ ยังต้องส่งเสริม สร้างสรรค์ให้เกิดผลดีตอ่ สังคมโดยรวมยิง่ ๆ ขึน้ ไป

กลยุทธ์ Green Marketing

มีหลักคิดอยู่ 7 ประการ 1. ธุรกิจต้องทำ�การบ้านในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ใหม่ทั้งด้านข้อกฎหมาย การเมือง เทคโนโลยี สังคม วัฒนธรรม เรียกอีกอย่างว่าคำ�นึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ เกี่ยวข้องกับองค์กร (Stakeholders) 2. การผลิตสินค้าต้องให้ได้คุณภาพทั้งตัวสินค้า และการขจัดสิ่งแวดล้อม 3. ให้ทางเลือกแก่ประชาชนผู้บริโภคในการที่จะ ได้รับคุณค่าและคุณประโยชน์ 4. สร้างความน่าเชื่อถือทางการตลาด 5. ดึงสมาคมชมรมสิ่งแวดล้อมมาร่วมมือกัน พัฒนาและรับประกันคุณภาพ 6. ทำ�การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอัน ดีกับสังคมว่าธุรกิจมีการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำ�ให้ คุณค่าของบริษัทและสินค้าดีขึ้น 7. อย่าเบื่อจนกว่าจะทำ�ให้ “โลกสะอาด”

Concept Idea

แนวคิดกรีนมาร์เก็ตติ้งใช้ส่วนประสมทางการ ตลาด (Marketing Mix) ที่มี ผลิตภัณฑ์ (Product), ราคา (Price), การจัดจำ�หน่าย (Place) และการส่งเสริม การตลาด (Promotion) มาใช้เป็นเทคนิคทางการตลาด ได้มาดูรายละเอียดของส่วนประสมแต่ละอย่าง


12 ผลิตภัณฑ์ (Product)

ต้องเริ่มตั้งแต่การผลิตสินค้า คือ การใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือการลงทุนเพิ่มเพื่อปรับให้ กระบวนการผลิตสินค้า ในทุกขั้นตอนทุกกระบวนการ ที่ จะไม่สร้างผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม หรือติดตั้งอุปกรณ์ใน การป้องกันและขจัดของเสียที่เกิดจากการผลิต เช่น การ ติดตั้งและใช้งานเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ เครื่อง บำ�บัดน้ำ�เสีย ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนแล้ว ยัง จะลดของเสีย เกิดประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า การผลิตสินค้าต้องเป็น “สินค้าสีเขียว” หมายถึง สินค้าที่ผลิตออกมานั้นสามารถย่อยสลายง่ายและไม่ ทำ�ลายสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้ หลังใช้ หรือทิ้ง เช่น ถุง พลาสติกที่ย่อยสลายได้ ผลิตภัณฑ์ซักล้างที่ไม่ก่อมลพิษ เสื้อผ้าไม่ฟอกย้อม น้ำ�มันไร้สารตะกั่ว ตู้เย็น-เครื่องปรับ อากาศประหยัดไฟฟ้า

ราคา (Price)

การตั้งราคาขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าของสินค้าหรือ บริการ ถ้ามีอรรถประโยชน์สูงจนทำ�ให้สินค้ามีคุณค่าใน สายตาของลูกค้าและต้องสูงเกิน กว่าต้นทุนของผู้ซื้อ “อรรถประโยชน์” หมายถึง ความสามารถของ สินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่ง ในอันที่จะให้ความ พอใจแก่ผู้บริโภคสินค้าชนิดนั้น ๆ อรรถประโยชน์ จึงเป็น เพียงความรู้สึกนึกคิดซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ อย่างไรก็ดี นักการตลาดต้องเข้าใจต้นทุนการ ผลิตกับต้นทุนสิ่งแวดล้อม หากมีการใช้ทรัพยากรและ พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพก็จะก่อให้เกิดของเสีย และมลพิษ ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่เกิด จากการใช้วัตถุดิบ อันจะทำ�ให้สินค้ามีราคาแพงจนไม่ สามารถแข่งขันในตลาดได้

การจัดจำ�หน่าย (Place)

ต้องคำ�นึงถึงวิธีการเลือกการกระจายสินค้า ที่จะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้ น้อยที่สุด ซึ่งการจัด จำ�หน่ายนั้นต้องใช้ยานพาหนะต่าง ๆ ในการเคลื่อนย้าย สินค้าไปถึงมือผู้บริโภค โดยอาจจะใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อ เพลิงที่ช่วยลดมลพิษเสิ่งแวดล้อมลง โดยใช้เชื้อเพลิงทาง เลือกประเภท CNG หรือ LPG ในการกระจายสินค้า หากทำ�ได้ยังสามารถช่วยลดต้นทุนของค่าขนส่งด้านเชื้อ เพลิงอื่นลงได้ตามอัตรา ส่วน 1:3 เช่นใช้เชื้อเพลิงดีเซล ในการขนส่ง 30 บาท หากใช้เชื้อเพลิง CNG หรือ LPG แทนจะมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพียง 10 บาท เป็นต้น

การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

ที่ประกอบไปด้วยการโฆษณา (Advertising) การ ประชาสัมพันธ์ (Public relation) การส่งเสริม การขาย (Sales promotion) การขายโดยใช้พนักงาน ขาย (Personal selling) และการตลาดทางตรง (Direct marketing) โดยใช้ทุกวิธีร่วมกันในการที่จะเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารไปยังผู้บริโภค และผู้ประกอบการด้วยกัน ให้เกิดความใส่ใจอย่างจริงจัง กับสิ่งแวดล้อม เพื่อก่อให้ เกิดความเข้าใจ สนใจในผลิตภัณฑ์และความรู้สึกและ พฤติกรรมต่อการใช้สินค้าที่เป็นมิตรและลดผล กระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด


13 การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

ลักษณะของการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมมีลักษณะดังนี้ 1. แสวงหากำ�ไรอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แสวงหากำ�ไร สูงสุด (Sustainable profit not maximized profit) 2. เป็นการแข่งขันกันแบบเกื้อกูลและเอื้ออาทร ต่อกัน ไม่ใช่แข่งเพื่อเอาชนะหรือทำ�ลายคู่แข่งให้หมด สภาพ 3. ทำ�เพื่อประโยชน์ของลูกค้าและสังคม ไม่ใช่ เพื่อลูกค้าเพียงอย่างเดียว (Customer and Social Benefit not only Customer) เพราะนอกจาก ธุรกิจจะต้องเสียภาษีแล้ว ยังจะต้อง จัดสรรงบประมาณจำ�นวนหนึ่งเพื่อ ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมและสังคมทุก ปี เช่น จัดตั้งมูลนิธิที่เกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อม 4. ส่งเสริมให้ความรู้มิใช่ เพื่อการขายเพียงอย่างเดียว หาก ลูกค้าไม่มีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ ทำ�ให้เกิดปัญหาเปลี่ยนสินค้า หรือ ไม่ได้นำ�ไปใช้ต่อ ก็เท่ากับเป็นการ ผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ก่อให้ เกิดอรรถประโยชน์สูงสุด

สรุป

อย่างไรก็ตามยังมีธุรกิจ อีกหลายประเภทที่ใช้แนวคิดทาง การตลาดแบบเดิม โดยไม่คำ�นึง ถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และ สังคมโดยรวม มุ่งหวังแต่ทำ�กำ�ไร สูงสุด ซึ่งในระยะยาวแล้วจะส่งผล เสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะใน ยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่ กระจายไปอย่างรวดเร็ว จะส่งผลก ระทบต่อการค้าระหว่างประเทศอีก ด้วย ซึ่งปัจจุบันกฎระเบียบโลกว่า ด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมมีการนำ�มา ใช้เป็นกำ�แพงปิด กั้นทางการค้า แล้ว กรีนมาร์เก็ตติ้งจึงไม่ใช่กลยุทธ์ การตลาดเพื่อเอาชนะกันทางการ แข่งขัน ไม่ใช่เรื่องของผักชีโรยหน้า

แต่เป็นการสร้างจิตสำ�นึกที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและ สังคมโดยรวม หากธุรกิจละเลยไม่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม และสังคมก็เท่ากับว่าธุรกิจกำ�ลังจะ เข้าใกล้จุดจบแห่ง ความสูญเสีย เมื่อถึงเวลานั้นเกิดจิตสำ�นึกก็สายเกินไป.

แหล่งที่มา : อ.สิทธิชัย ฝรั่งทอง วิทยาลัยเซาธ์ อีสท์บางกอก Bizweek กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548


14

เมื่อไม่คิดตัวเราแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา “สิ่งแวดล้อม” คำ�ง่าย ๆ ที่เมื่อเอ่ยออกมาแล้ว ใครฟังก็คิดออกได้ว่ามันจะหมายถึงอะไร แต่จะมีใครซักกี่ คนที่เข้าใจในความหมายของคำ�นี้ได้อย่างแท้จริง อันนี้ผม ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน หลากคนก็หลากความคิด จะง่ายก็ ไปเปิดข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วใส่คำ�หาว่า “ความหมาย สิ่งแวดล้อม” หรือ “Meaning Environment” แค่นี้ สารพัดคำ�นิยามของคำ�ว่าสิ่งแวดล้อม หรือ Environment ก็จะปรากฏออกมาให้ท่าน ๆ ได้อ่านกันมากมาย หลายร้อยหลายพันนิยาม แต่ส�ำ หรับผม คำ�ว่า “สิง่ แวดล้อม” มันก็คอื ทุก ๆ สิง่ ทีอ่ ยูร่ อบ ๆ สิง่ ๆ นัน้ ขึน้ กับว่าเราก็ก�ำ ลังจะบอกว่าเป็น สิง่ แวดล้อมของใคร ถ้าสิง่ แวดล้อมของเรา เมือ่ ไม่คดิ ตัวเรา แล้ว ทุกสิง่ ทีอ่ ยูร่ อบตัวเราทัง้ หมด ก็เป็นสิง่ แวดล้อมของ เราทัง้ หมด ไม่วา่ จะเป็นผืนดินทีเ่ ราเหยียบ ท้องฟ้า แผ่นน้�ำ คนข้าง ๆ ตัวเรา วัฒนธรรมประเพณีทเ่ี ราชอบหรือไม่ชอบ หรือแม้แต่อนุภาคทีอ่ ยูร่ อบตัวเราก็ถอื เป็นสิง่ แวดล้อม ของเราทัง้ สิน้ ถ้าเป็นสิง่ แวดล้อมของสุนขั ทีบ่ า้ นหละ สิง่ แวดล้อมของมันก็คอื บ้านทีม่ นั อยูร่ วมทัง้ ตัวเราทีเ่ ราคิดว่า เป็นเจ้านายของมันก็ถอื ว่าเป็นสิง่ แวดล้อมของสุนขั ทีบ่ า้ น เช่นกัน เมือ่ พูดถึงเฉพาะพวกเราทีบ่ างหน่วยก็เป็นมนุษย์ บางหน่วยก็เป็นแค่คน ทุกวันนีเ้ ราอยูใ่ นสิง่ แวดล้อมแบบไหน หลายต่อหลายคนอาจบอกว่า เราต่างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่แย่ลงทั้งทางกายภาพ อาทิ ภูมิอากาศที่ผันผวนตลอด เวลา คุณภาพน้ำ�และอากาศที่แย่ลง แม้กระทั่งทางสังคม การแก่งแย่งชิงดี การฆ่ากันโดยเพียงเพื่ออำ�นาจที่จะอยู่ เหนือคนอื่น ๆ ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงรู้สึกเหมือนกับ ผมว่าเราต่างอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่แย่ลงไปเรื่อย ๆ แม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีไฟฟ้า น้ำ�ประปา เทคโนโลยีการ อำ�นวยความสะดวกมากที่ทำ�ให้เราจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และมีความสุขมากขึ้น แต่เรากับใช้ชีวิตในแต่ละวันได้

ลำ�บากยิ่งขึ้น ไหนจะฝนตกไม่เป็นเวลา จะกินอะไรที่ก็ไม่ ค่อยแน่ใจว่าจะกินสารพิษไปด้วยหรือเปล่า แค่เดินไปใน เมืองก็อาจจะได้โรคทางเดินหายใจติดกลับมาบ้านแล้ว จากที่ทำ�งานถึงบ้านไม่กี่กิโลเมตร แม้จะมีรถที่จะช่วยเรา เดินทางได้เร็วขึ้น แต่เรากลับเหนื่อยมากขึ้น ความไม่ดีทั้ง หลายที่เกิดขึ้นกับเราตอนนี้ เราต่างหาผู้ร้ายเพื่อรองรับ ความไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา ผู้ร้ายคนนั้นก็คือ “สิ่งแวดล้อม” น่าแปลกนะที่อยู่ดี ๆ เหมือนกับ “สิ่งแวดล้อม” จะกลายเป็นแพะรับบาป ในการที่เราอยู่อย่างไม่เป็นสุข ในทุกวันนี้ เราต่างโทษว่า “เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ดี ทำ�ให้ คุณภาพชีวิตเราแย่ลงเรื่อย ๆ จะกินจะเดินแต่ละทีก็ แสนจะลำ�บาก เราอยู่ในเมืองที่สิงแวดล้อมที่ไม่ดี มีแต่ มลภาวะ” อ้อ! ครับ แล้วทำ�ไมไม่ย้าย ไปอยู่ตามต่าง จังหวัดที่เมืองยังไปไม่ถึงหละครับ เช่นชัยนาท ชัยภูมิก็ได้ บรรยากาศก็ดี รถราไม่ติด อากาศก็ดี ผมก็คาดว่าคำ�ตอบที่ได้จากคำ�ถามนี้คือ “อยู่ไม่ ได้หรอก มันไม่มีสิ่งอำ�นวยความสะดวก” ไม่ก็ “บ้านผม อยู่ที่นี้” หรือไม่ก็ “แล้วจะไปทำ�อะไรกินกันหละถ้าไปอยู่ ที่นั้น” และผมก็เชื่อว่าหลายคน ๆ ที่บ่นว่าสิ่งแวดล้อมไม่ ค่อยดีนะ ถ้าให้ตอบก็คงจะไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่ เราทุกคนก็ตา่ งปรารถนาทีจ่ ะอยูใ่ นสภาพสิง่ แวดล้อมทีด่ ี ๆ ซึง่ คำ�นิยามของคำ�ว่าสิง่ แวดล้อมทีด่ นี น้ั โดยไม่ตอ้ งไปทำ�โพลสำ�รวจแบบสอบถามแต่ประการใด


15

ก็คงจะพอคาดเดาได้วา่ สิง่ แวดล้อมทีด ่ ี คือ “ดินน้�ำ อากาศอยูใ่ นระดับทีไ่ ม่ท�ำ เราเกิดโรค หรือก็คอื

น้�ำ สะอาด ดินอุดมสมบูรณ์ อากาศสดชืน่ รถไม่ตดิ รวมทัง้ ผูค้ นรอบข้างต่างเป็นมิตร เพือ่ นบ้าน แจ่มใส มิตรไมตรีสมั พันธ์ดี เพือ่ นร่วมงานเป็นมิตร ยิม้ แย้มให้กนั ”

เอาหละครับนี้คือสิ่งที่เราอยากได้ โดยเฉพาะสำ�หรับคนเมือง ๆ อย่างเรา ๆ ท่านที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จน ได้อ่านบทความฉบับนี้อยู่ เอาหละครับคราวนี้ลองหันมาดูสิ่งที่เราทำ�กันอยู่บ้าง โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไป กันทีละประเด็น แต่ก่อนจะไปขอให้เปิดใจให้กว้างซักหน่อยนะครับ อย่าเพิ่งอคติเข้าข้างตัวเองว่าเราไม่เกี่ยวนะ

ความต้องการ : ....น้ำ�สะอาด.....

สิ่งที่เราทำ� : เราใช้น้ำ�อย่างไม่รู้คุณค่า ไม่ใช่แค่ว่าต้อง ประหยัด แต่เราต่างทำ�ให้เกิดน้ำ�เสียในแต่ละวันเป็น ปริมาณมาก คุณรู้หรือไม่ว่า การที่คุณเปิดน้ำ� ทิ้งไว้ขณะล้างจาน ล้างรถ หรือแม้กระทั้งล้างตัว ก็ตาม นอกจากคุณจะเปลืองน้ำ�แล้ว มันยังก่อให้ เกิดน้ำ�เสียเพิ่มขึ้นโดยไม่จำ�เป็น แม้คุณจะบอกว่าถ้ามีความสกปรกที่คุณ ล้างเท่าเดิมแต่ปริมาณน้ำ�มากขึ้นมันก็น่าจะไปเจือ จางน้ำ�เสียไม่ใช่หรือ คำ�ตอบคือ ใช่ครับ มันไปเจือ จางน้ำ�เสีย แต่ว่ามันก็แค่เจือจาง เพราะสุดท้าย น้ำ�ส่วนนั้นก็เป็นน้ำ�เสียอยู่ดี แทนที่เราจะเก็บน้ำ�ดี ไว้ใช้อย่างอื่น เรากลับเอาน้ำ�ดีไปทำ�ให้เกิดน้ำ�เสีย ที่เจือจางลงอย่างนั้นหรือครับ ยังไม่พอ เราต่างมีส่วนทำ�ให้เกิดน้ำ�เสีย เราก็ควรจะรับผิดชอบผลการกระทำ�หรือแม้กระทัง่ ค่าใช้จา่ ยในการบำ�บัด แต่เราก็ไม่รบั ซักอย่าง

“ฉันมีเงิน ฉันจะใช้ ใครจะทำ�ไม” ครับคุณมีเงินค่าน้�ำ แต่พอ จะเก็บค่าบำ�บัดน้�ำ ด้วยกลับออกมาโวยวายกันเป็นทิวแถว เชียว


16 ความต้องการ : ......ดินอุดมสมบูรณ์.....

สิ่งที่เราทำ� : ณ อดีต ริมแม่น้ำ� เจ้าพระยา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ยืนมองผืนนาริมแม่น้ำ�ที่กำ�ลังตั้ง ท้องอ่อน ๆ แล้วก็พูดกับตัวเอง ว่า “ที่แห่งนี้สวยจัง ทัศนียภาพที่ นี้ดีมาก หากเราได้มาอยู่แถวนี้ก็ คงจะดีไม่น้อย ตื่นเช้ามาเห็นแม่น้ำ� เจ้าพระยา แต่เอ๊ะ! คนอื่น ๆ ก็ คงจะคิดเหมือนเรา เอาอย่างนี้ดี กว่า เรามาสร้างที่พักตากอากาศ ริมแม่น้ำ�ให้นักธุรกิจคนอื่นมาพัก ผ่อนด้วยจะดีกว่า” และแล้วก็ยิ้ม ในใจอย่างสะใจ ครับคุณรู้หรือไม่ว่าพื้น ดินรอบแม่น้ำ�เจ้าพระยานั้นเป็นที่ อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะ ปลูกเป็นอย่างมาก เพราะตะกอน ดินดีจะไหลจากพื้นที่ตอนบนของ ประเทศและมาตกตะกอนที่แถว กรุงเทพฯ เราเนี้ยแหละ จริง ๆ ที่ ริมแม่น้ำ�เจ้าพระยาเหมาะกับการ ปลูกข้าวเป็นอย่างมาก เอาหละ ครับมาดูทุกวันนี้ซิครับ เห็นแต่ คอนโดหรู 30 กว่าชั้นเรียงตลอด ลำ�น้ำ�เลย ไม่ใช่แค่ที่นี้เท่านั้น ที่ไหนที่มีทัศนีภาพดี ๆ ต้นไม้งาม ๆ ก็มักจะถูกจับจองไปทำ�ที่พัก ทั้งคอนโดเหล่า นั้นหรือแม้กระทั่งรีสอร์ททั้งหลายแหล่ พืน้ ทีท่ ค่ี วรจะได้เป็นแหล่งเพาะปลูกพืน้ ทีท่ เ่ี รา ควรจะเห็นต้นไม้หลากหลายสายพันธ์กลับถูกเปลีย่ นสภาพ กลายเป็นตึก.. ตึก.. แล้วก็ตึก ไม่ก็กลายเป็นห้องพัก สระว่ายน้ำ� บ้านพักต่างอากาศ ซะงั้น แล้วนี้จะเหลือพื้นที่ ไหนที่พวกตึกทั้งหลายจะไม่เอาหละครับ คำ�ตอบก็คือ พื้นที่ที่ไม่มีต้นไม้นั้นแหละ อืม....... (ดินดี ๆ ไปปลูกตึกซะ หมด แล้วจะเหลือดินดีที่ไหนให้มาอุดมสมบูรณ์หละครับ)

ความต้องการ : อากาศสดชื่น

สิ่งที่เราทำ� : เรามีชีวิตขึ้นกับอุตสาหกรรมการผลิต และ หลายอุตสาหกรรมก็มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ อย่าง นี้ต้องปิดโรงงานไปเลย โรงงานไหนที่ไม่ยอมปรับปรุงให้ดี มีการลักลอบปล่อยก็ปิด ๆ ไปเลย จะได้มีแต่อากาศกับ

โรงงานที่ดี เฮ้ ! เฮ้ ! เฮ้ ! เฮ้ ! (ขออภัยนะครับถ้าดูรุนแรง ไปหน่อยแต่เพื่ออรรธรสในการอ่าน) เอาเข้าจริง ๆ ก็คงทำ�ไม่ได้ เพราะเราต่างมีกิน มีใช้ มีไฟฟ้าประปาและหลาย ๆ อย่างทุกวันนี้ได้ ต้อง ยอมรับว่าเราก็ต้องใช้ของที่ผลิตจากโรงงานที่ปล่อย มลพิษทางอากาศอยู่เหมือนกัน ถ้าเราไม่มีโรงงานเหล่านี้ แล้วกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็นเมื่อซัก 40-50 ปีก่อน เอาไหมครับ


17

ความต้องการ : รถไม่ติด

สิ่งที่เราทำ� : “ฉันอยากมีรถไว้ใช้ ซักคัน” แน่หละครับทุกคนก็อยาก มีรถ ผมเองก็อยากมี (แต่ก็เป็น แค่ความอยาก เพราะทุกวันนี้ก็ยัง ไม่มี แม้อายุปีหน้าจะปาเข้าหลัก 30 แล้วยังต้องอาศัยพ่อมาทำ�งาน อยู่เหมือนเดิม) เอาหละ แค่ความ อยากอย่างเดียวคงไม่เท่าไหร่ แต่ที่ เห็น ๆ กันถ้าให้เดินไปทำ�งาน ปั่น จักรยาน หรือแม้กระทั่งนั่งรถสอง แถวมาทำ�งานตลอดปี ผมก็ไม่ค่อย จะเห็นว่าจะมีใครทำ� ถ้าหากเป็นไป ได้ทุกคนก็อยากมีรถนั่งมีแอร์เย็น ๆ มาทำ�งาน ถ้าไม่อยากให้รถติด เราก็ต้องช่วยกัน โดยไม่ ต้องซื้อรถกันซักปีสองปี หรือจำ�กัดโควต้าไปเลยว่าพื้นที่นี้ จะมีรถได้กี่คัน เอาไหมหละครับ

ความต้องการ : ผู้คนรอบข้างต่างเป็นมิตร เพื่อนบ้านแจ่มใส มิตรไมตรีสัมพันธ์ดี

สิ่งที่เราทำ� : “เธอข้างบ้านเธอ เขาชื่ออะไรหรือ” “ไม่รู้ เหมือนกันซิ แต่เห็นว่ามีผู้ชายมาที่บ้านไม่ซ้ำ�หน้าเลยนะ เธอ” เป็นซะงั้นไป ทุกวันนี้ที่พักคนเราอยู่ใกล้กันมากขึ้น มากซะจนห่างกันแค่ผนังห้องบางๆ ไม่กี่เซนติเมตร แต่เรา กลับรู้จักกันน้อยลง เห็นหน้ากันน้อยลง ไม่อยากจะรู้จัก มากขึ้น ลองห้องข้าง ๆ เดินมาเคาะห้องแล้วขอน้ำ�ปลา คุณดูซิ คุณจะรู้สึกอย่างไร? “ทำ�ไมไม่ซื้อเองวะ ร้านค้า ข้างล่างก็มี” เชื่อผมไหมหละส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ คุณ เคยคิดที่จะทำ�กับข้าวแล้วใส่ถุงไปฝากห้องข้าง ๆ บ้านข้าง กันบ้างหรือเปล่า อันนี้ผมไม่รู้คำ�ตอบ คุณผู้อ่านน่าจะรู้ อยู่แก่ใจ

ความต้องการ : ..... เพื่อนร่วมงานเป็นมิตร ยิ้มแย้มให้กัน....

สิ่งที่เราทำ� : ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ความใฝ่ฝันคืออะไร ความเจิรญก้าวหน้าในงาน? เงินเดือนที่สูงขึ้น? (คิดว่า หลัก ๆ คงมีแค่นี้หละมั้ง) และถ้ามีเพื่อนร่วมงานของเรา ที่ทำ�งานพร้อมหรือหลังเรา มีผลงานพอ ๆ กับเรา และ หัวหน้ากำ�ลังพิจารณาเลื่อนตำ�แหน่งระหว่างเรากับเพื่อน ร่วมงาน เราจะทำ�อะไร ระหว่าง เดินไปบอกหัวหน้าอย่างจริงใจว่า “หัวหน้าครับ เพื่อนผมเขาเป็นคนดี มีความสามารถมากกว่า ผมว่าเขา เหมาะสมกับตำ�แหน่งนี้ครับ ผมเองก็ยังไม่พร้อมที่จะรับ ผิดชอบขนาดนั้น” และพร้อมทำ�ตัวให้มีผลงานลดลงเพื่อ เพื่อนจะได้ตำ�แหน่งนี้ไป หรือ เดินไปบอกหัวหน้าอย่างจริงใจว่า “อยากให้ หัวหน้าพิจารณาผมอีกที และผมพร้อมที่จะรับตำ�แหน่ง นี้” พร้อมกันนี้ก็พยายามสร้างผลงานต่อไป โดยไม่สนใจ ว่าเพื่อนร่วมจะเป็นอย่างไร ขอเพียงฉันดีขึ้นกว่านี้เป็นพอ เรื่องคนอื่นไว้ทีหลัง ผมว่านะสิ่งที่เราทำ�กันบ่อย ๆ จะ เป็นข้อ 2 หรือเปล่า


18 ตัวอย่างภาพง่าย ๆ คงพอทำ�ให้เห็นบ้างว่า สิ่ง ที่เราทำ�อยู่จนบางอย่างก็เป็นความเคยชิน กับสิ่งที่เรา ต้องการนั้น ค่อนข้างมีความขัดแย้งเป็นอย่างมาก เรามี สิ่งที่เราปรารถนาแต่เรากลับปฏิบัติเพื่อจะทำ�ให้เกิดใน สิ่งตรงกันข้าม ต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ชีวิตประจำ� วันล้วนแต่ก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ระหว่างสิ่งที่เรา ต้องการกับการกระทำ� ที่กล่าวข้างต้นมองดูแล้วเป็น ความขัดแย้งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เราต่างรู้ว่าถ้าต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างโน้น อย่างนี้เราต้องทำ�อะไร แต่เราก็เลือกที่จะทำ�อีกอย่าง เพือ่ ทีจ่ ะสนองความต้องการบางอย่างในตัวเรา ว่ากันสัน้ ๆ เรากำ�ลังสนองกิเลสของเราอยู่หรือเปล่า ที่ผ่านมา เราพยายามแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากภายนอก ที่ว่า ภายนอกในที่นี้คือภายนอกตัวเรา เราพยายามสร้างเครื่องมือ วิธีการเพื่อจะแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว เราเชื่อว่าโลกเป็นของเรา เราไม่ ต้องแก้ไขอะไรที่ตัวเรา เราต้องไปแก้ไขรอบ ๆ ตัวเรา ที่ ลูกน้องเรา ที่โรงงานข้าง ๆ เรา ที่กฏหมายของเรา เพื่อ ให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรานั้นดีขึ้น แต่เราไม่เคยที่จะหัน กลับมามองที่ตัวเราเองว่า เราได้ทำ�ตัวเราเองให้เป็นผู้ก่อ หรือผู้ลด หรือผู้ช่วยให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า สิ่งแวดล้อมที่ดีไม่ได้ซื้อด้วยเงิน แต่มันอยู่ที่ เราทำ�มันต่างหาก การทำ�สิ่งแวดล้อมให้ดีมันก็มีหลาย หนทาง บางทีการเริ่มที่ตัวเราเองอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ก็ได้ การเริ่มที่ตัวเราเองไม่ต้องไปขวนขวายหาเทคโนโลยี หรือเสียค่าใช้จ่ายไปซื้ออุปกรณ์อะไรมากมาย แค่ลด ความอยากมีอยากได้ลงบ้าง เราก็สามารถทำ�ให้สิ่ง แวดล้อมดีขึ้นได้ แม้ว่าจะไม่สามารถทำ�ให้อะไรที่แย่อยู่แล้วดีขึ้น แต่อย่างน้อยเราก็ไม่เพิ่มปัญหาเข้าไปอีก นี้ก็เป็นการช่วย สิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งแล้วเช่นกัน แค่เพียงพอและพอ เพียง เจริญโดยความสุจริต คิดว่าโลกนี้ไม่ใช่ของเราเพียง คนเดียว แนวทางง่าย ๆ ที่ใครหลายคนคงเคยได้ยิน แต่ จะมีซักกี่คนที่เข้าใจ?

A little Bit ถ้าคำ�ว่า สิ่งแวดล้อมของเรา = ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่ดี ดิน น้ำ� อากาศ ไม่ภิรมณ์ ภัยพิบัติ ต่าง ๆ เราไม่ชอบ บอก ว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้ายต้อง ทำ�การแก้ไข สิ่งแวดล้อม ทำ�ร้ายเรา โลกใบนี้มีความ ผิดที่ทำ�ร้ายเรา บลา บลา บลา............... และ สิ่งแวดล้อมของโลก = ทุกสิ่งที่อยู่รอบโลกนี้ แล้ววันนี้เราเป็นสิ่งแวดล้อม ที่ดีของโลกหรือเปล่า


19

ขอบรั้วต้องขอขอบคุณแฟน ๆ ที่ รออ่าน กระถินริมรั้ว ดูจำ�นวนคน คลิ๊กอ่านคอลัมน์เรทติ้งค่อนข้าง ดีทีเดียว เรื่องแบบนี้แหละที่ทำ�ให้ หนังสือประเภท ขายข่าวดารา ซุบซิบ ต่าง ๆ ขายดีเป็นเทน้ำ�เทท่า เลย เอาใจท่าน บ.ก.หน่อยแล้วกัน ขอบ รั้วจะพยายามซอกแซกรอบรั้ว ETC & ETECH มาให้รับทราบ ฉบับนี้ก็ เช่นเคยไปรื่นเริงบันเทิงใจกันแบบขำ� ๆ ฮา ๆ อย่าซีเรียส นะจะบอกให้ ...ควันหลงยังไม่หายนี่ แหละที่ว่าความดียังไงก็คงทนไม่หาย ไปไหน ขอบรั้วอยากให้พี่น้องชาว ETC & ETECH ร่วมแสดงความ ยินดีกับคุณศราวุธ พ่วงอินทร์ อีก ครั้งกับความดีที่ได้ทำ� และได้รับ เกียรติบัตรจากคุณสนธยา กรรมการ บริษัท พร้อมทั้งสักขีพยานในห้อง ประชุมกรรมการบริหาร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านนี้ เอ้าปรบมือให้กับ คนดีของ ETC & ETECH ดัง ๆ ...คงเคยดูรายการแฟน พันธุ์แท้กัน ETC เราก็มีแฟนพันธุ์ แท้ และยิ่งกว่าอีก หากอยากรู้เรื่อง ดารา ละคร หรือแวดวงบันเทิง ไม่มี ใครเกิน คุณติ๊ก บัญชี ไปถามเรื่องดังกลาว เล่าได้ละเอียดมากยิ่งกว่าข่าวอีก ทุกซอกทุกมุมรู้หมด ละครเรื่องไหนให้เล่าให้ ฟัง รับรองไม่ต้องรอดูให้ง่วงนอน ทุกบทสนทนาคุณเธอบรรยายใด้ชัดเจน ....ช่วงนี้มีน้องนักศึกษฝึกงานเข้ามาที่รั้ว ETC เยอะมากทั้งสาวทั้งหนุ่ม โดยเฉพาะน้องนักศึกษาของฝ่ายเทคนิค มีแต่หนุ่ม ๆ ฝากให้ระวังตัวด้วย เพราะเท่าที่สังเกตุ คุณพอลหล้า เอ๊ยล่า เทคนิค (คงคิดเทียบชั้นกันดารามั้งเลยเปลี่ยน ชื่อตนเอง) กระแซะกับน้องจ๊ะจ๋า อิ๊อ๋า คำ�พูดแต่ละคำ�ที่พร่ำ�ออกไป คงจะบรรยายตรงนี้ไม่ได้เพราะผู้อ่านหากได้อ่านหลัง


20

อาหารทุกอย่างที่รับเข้าไปจะพ่น ออกมาเลอะเทอะหมด อยากรู้ไป ลองแอบฟังเอาเอง ....วันก่อนเห็นมีหนุ่มมา ส่ง คุณนุ่น เทคนิค แต่ทำ�ไม่หนุ่ม คนนั้นไม่มีผมบนศรีษะ กระจอก ข่าวรายงานว่าก็หนุ่มคนนั้นเพิ่ง ไปบวชมา อ้าวอย่างงี้จะมีข่าวดี หรือเปล่าน้องนุ่นส่งข่าวให้เพื่อน ๆ ทราบกันหน่อยนะ ....หลังจากที่ได้อ่าน บทความของ คุณโจ้ เทคนิค ฉบับที่แล้วเรื่องใครว่าหมาผม... โง่ เลยได้รู้ความจริงว่าเลี้ยงหมา ตั้งแต่พันธุ์ทางไปจนถึงพันธุ์แท้ (รึเปล่า) ไม่ใช่ธรรมดาด้วยนะ เป็นถึงพันธุ์ไซบีเรียนฯ เชียวและ ต้องไปหาพ่อพันธุ์มาผสมด้วย ระวังนะห่วงแต่หมา ห่วงตัวเอง ด้วยหละว่าจะเป็นพันธุ์รึเปล่า เอ้ าฮา ...ฝ่ายเทคนิคนอกจากมี ฝาแฝดคนละฝาแล้วยังมีพี่น้องที่ บอกว่าคลานตามกันมาเลย แต่ มองยังไงก็เป็นพี่น้องคนละฝาแน่ ๆ อยากรู้ถาม คุณเจี๊ยบ กับ คุณบุ๋ม เทคนิค ดูว่ามันยังไง โต๊ะทำ�งานนั่งใกล้กัน แยกกัน ไม่ออกเลยว่าใครเป็นพี่เป็นน้อง เหมือนกันซะขนาดนั้น ....ตั้งแต่มีกิจกรรมการประเมินความพึงพอใจในสำ�นักงาน สังเกตุใหมว่าส่วนงานที่ถูกประเมินพูดจาไพเราะ เสนาะหูมาก โดยเฉพาะ คุณแอม สำ�นักงาน มีทั้งสวัสดี ทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วใครไปตั้งฉายาให้เธอได้ว่า ตัวเป็นหมู ปากเป็น....(หาเอาเอง) อยากรู้ว่า...คืออะไรถามคุณหนิง สำ�นักงานได้ แต่หากมองไปที่ คุณเอ๋ สำ�นักงาน เอ๊ะมันยังไง ดูจะ เครียด ช่วงนี้สงสัยงานเข้าอย่างแรงส์


21 ....มีคนฝากถามถึงคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณดุ๋ย คมกฤช และ คุณนุ้ย เทคนิค ว่าเลี้ยงลูกเองรึเปล่า ทำ�ไมพักหลังอ้วนเอา อ้วนเอา ทั้งพ่อ ทั้งแม่ เพราะส่วนใหญ่คนที่เลี้ยงลูกเอง จะผอมโทรม อันนี้ขอบรั้วไปสืบมาแล้ว ว่า เพราะความสุขสมใจของคุณพ่อ จึง ดีใจหม่ำ�ทุกอย่างที่ขวางหน้า ....เอาไอ้คล้าว คุณผึ้ง ตรวจ วิเคราะห์ แห่งท้องทุ่ง รายงานผล ตั้งแต่มีผลงานการแสดงวันนั้น จนถึง วันนี้ ค่อนข้างเก็บตัว ช่วงหลังมีหน้าที่ ต้องเป็นพี่เลี้ยงนักศึกษาฝึกงานรู้สึก กระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษ น้องฝึกงานมี อะไรดีรึเปล่าน้า ....ทัง้ ทำ�งานประจำ�ทีห่ นักและ ยังต้องหารายได้พเิ ศษอีก (ขายทุกอย่าง ทีแ่ ผนกทดสอบต้องการรวมทัง้ แผนก อืน่ ๆ ด้วย) อย่างนีเ้ งินจะไปไหนหมด หากไม่อยากใช้กใ็ ห้เพือ่ น ๆ ช่วยใช้แทน ก็ได้นะ คุณตาล และ คุณแนน ทดสอบ ตรวจวิเคราะห์ ส่วน คุณจิบ๊ และ คุณ ต้อง ทดสอบ ตรวจวิเคราะห์ ไม่ท�ำ บ้าง เหรอ .....เดือนพฤษภาคมนีม้ ี พนักงานใหม่เข้าร่วมงานกับบริษทั มากหน้าหลายตา โดยเฉพาะ ฝ่าย ตรวจวิเคราะห์ มารูจ้ กั แผนกปฏิบตั ิ การภาคสนาม นายทรงพล ผิวอ้วน ตำ�แหน่งเจ้าหน้าทีส่ ง่ิ แวดล้อม, นายจักรพรรณ เสียงสูงเนิน และ นายอานนท์ ทวีวงศ์ ตำ�แหน่งเจ้าหน้าทีป่ ฏิบตั กิ ารภาค สนาม อยากรูห้ น้าตาเป็นอย่างไร ลองแอบมองเอานะช่วงเย็น ๆ เพราะแผนกนี้ต้องออกหน้างานทุกวัน ส่วน แผนกรายงาน ผล นางสาวนิติยา จันเทวา และ นางสาวปิยาภรณ์ เปรมใจ ตำ�แหน่งเจ้าหน้าทีสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดประจำ�การที่ศรีราชา ส่วนที่ สำ�นักงานกบินทร์ ฝ่ายเทคนิคฯ นายประชา โสภา ตำ�แหน่งพนักงานเดินระบบ ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่านที่เข้าร่วมเป็น ครอบครัวเดียวกับเรา สำ�หรับฉบับนี้ก็ขออนุญาตไปหาเสื้อเกาะป้องกันตัวก่อน แม้แต่นายกฯ ยังต้องหารถกันกระสุนคันใหม่ นับประสา อะไรกับขอบรั้ว เอาน่าขำ� ๆ แซวกันเล่น ๆ เครียดกันเยอะแล้ว...สวัสดี


“อคติ” เป็นนามธรรมอย่างหนึ่งที่มาโดยเรา ไม่รู้สึกตัว ซึ่งแฝงเข้ามาในใจเราอย่างแยบยล เพื่อให้เรา ใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการตัดสินใจ กระบวนการ ตัดสินใจต่าง ๆ จะดี จะเป็นธรรม ถูกต้องตามหลักความ เป็นจริงนั้นต้องลดตัวอคติลง ใจต้องอยู่ในสภาวะที่ว่าง เป็นกลางและมีสติ แล้วจะมีใครรู้บ้างว่าตัวอคตินี้เป็นอย่างไร ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เอนใจในร่มธรรม...(ชาติ) ฉบับ นี้จะพาไปรู้จักตัวอคติที่ว่านี้ ซึ่งก็เป็นหลักธรรมที่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้ไว้เช่นกัน นั่นคือ อคติ 4

อคติ 4

โดย อภิสิทธิ์ เนตรวงศ์ มีคำ�กล่าวที่พูดติดปากกันเสมอว่า “ไม่มีความ ยุติธรรมในโลก” การตัดสินของศาล โดยหลักแล้วศาลก็ จะยึดเอาตามพยานหลักฐานที่ทนายความนำ�เข้ามาแสดง เพื่อหักล้างกัน ฉะนั้นบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าผิดตามความ รู้สึก แต่ศาลก็ตัดสินให้เป็นถูกได้ เพราะศาลพิจารณา ตามพยานวัตถุนั้น ๆ หากนำ�มาลบล้างกันได้ก็เปลี่ยนผิด เป็นถูกได้ แล้วในโลกของการดำ�เนินชีวิต และในจิตใจ คนเราละ เราใช้อะไรเป็นตัวตัดสินใจ ในการซื้อสินค้า อะไรก็แล้วแต่สักอย่างหนึ่ง หรือง่าย ๆ ที่เจอกันทุกวันใน สำ�นักงานถึงเวลาเที่ยงจะตัดสินใจเลือกร้านกินข้าว ส่วน ใหญ่ก็ใช้ความรู้สึก ว่าตนเองพอใจ ตนเองชอบส่วนตัว จึง ได้ตัดสินใจเลือกในสิ่งนั้น ๆ นี้เป็นตัวอย่างของการใช้การ ตัดสินใจในชีวิตประจำ�วัน แล้วในการทำ�งานการอยู่ร่วมกันของสังคม ต้อง เกี่ยวพันกับคนรอบข้าง เช่นเดียวกันหากใครคนไหนที่เรา คุยด้วยถูกคอถูกใจ ที่มีความคิดเห็นตรงกันไปกันได้ เรา ก็ตัดสินใจเลือกที่จะคบเป็นเพื่อน แล้วถ้าไม่ใช่หละ ก็คบ ไม่ได้หรืออาจจะพูดคุยด้วยไปอย่างนั้น อะไรที่ทำ�ให้เรามี ความรู้สึกเช่นนี้

อคติ 4

คำ�ว่า อคติ แปลว่า ไม่เดิน, ไม่ไป หมายความ ว่า ไม่ควรเดิน ไม่ควรไป หรือไม่ควรประพฤติ อคติ ศัพท์ นี้ตรงกับภาษาไทยว่า ความลำ�เอียง ความไม่เที่ยงธรรม ความไม่ยุติธรรม มีอยู่ 4 อย่างคือ 1. ฉันทาคติ แปลว่า ลำ�เอียงเพราะรักกัน หรือเพราะชอบพอกัน มักจะเกิดจากมีสายใยแห่งความ สัมพันธ์ ดังนี้. 1) สายรก คือ มีพ่อแม่เดียวกัน 2) สายเลือด คือ นามสกุลเดียวกัน 3) สายน้ำ�เดียวกัน หรือสายสัมพันธ์โรงเรียน เดียวกัน สถาบันเดียวกัน


23 ในการตัดสินคดีอธิกรณ์ พิพาทต่าง ๆ ก็ดี การแบ่งปันของก็ ดี การพิจารณาให้ยศหรือรางวัลก็ ดี หากให้ดว้ ยอำ�นาจพอใจรักใคร่กนั โดยมีฉนั ทาคติกบั ผูท้ ช่ี อบพอกันเป็น ผูช้ นะทัง้ ๆ ทีไ่ ม่ควรชนะ ให้สง่ิ ของทีด่ ี ให้ยศหรือรางวัลแก่คนทีช่ อบพอกัน ทัง้ ๆ ทีไ่ ม่ควรจะได้ กิรยิ าอาการ อย่างนี้ เป็นการไม่ยุติธรรมอย่าง หนึ่ง เอาตัวอย่างง่าย ๆ อีกสักอย่าง เมื่อลูกเรามีปัญหาทะเลาะกับลูกของ พี่น้องกันนี่แหละ ถามว่าเราจะเข้า ข้างใคร ร้อยทั้งร้อยต้องลูกตนเอง ก่อน แม้ลูกเราจะผิดก็ตาม (ลอง ตามดูจิตเราให้ดี อันนี้เกิดขึ้นแน่) นี้ ก็คือฉันทาคติอย่างหนึ่ง 2. โทสาคติ แปลว่า ลำ�เอียงเพราะไม่ชอบกัน หรือเพราะ โกรธกัน เกลียดกัน ชังกัน มักจะเกิด จากเกลียด โกรธไม่ชอบเอง หรือ ลูกเกลียดก็เกลียดตามลูก ลูกน้อง เกลียดก็เกลียดตามลูกน้อง บางที เกลียดคนยังไม่พอให้รวมเกลียด หมาของคนนั้นอีกด้วย

การตัดสินใจด้วยอำ�นาจความโกรธ เกลียดชัง โดยให้ผู้ที่โกรธนั้น เป็นผู้แพ้ ทั้ง ๆ ไม่ควรแพ้ ให้ของที่เลวแก่ผู้ที่ตน เกลียดชัง ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะได้ของดี ไม่ให้ยศหรือรางวัลแกผู้ที่ไม่ชอบกัน ทั้ง ๆ ที่เขาควรได้ กิริยาอาการอย่างนี้ เป็นการไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง 3. โมหาคติ แปลว่า ลำ�เอียงเพราะ เขลาหรือเพราะความโง่หลงงมงาย ไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ว่าอย่างไรถูก อย่างไรผิด อย่างไรควร อย่างไรไม่ ควร


24 การลำ�เอียงเพราะหลงเขลาเบาปัญญา มักเกิด จากหลงอุบายมุข หลงเครื่องเซ่น หลงสุรา หลงเพชร พลอย เงินทอง เขาเอาของต่าง ๆ มาให้หน่อย ก็เลยเอื้อ อำ�นวยประโยชน์ให้เขา บางทีหลงเพราะไม่รู้ความเป็น จริง ถูกเป่าหู เมื่อได้ยินได้ฟังบางเรื่องที่บางคนมาบอก มากล่าวมาฟ้อง ยังไม่ทันได้สอบสวนให้รอบคอบ ก็ด่วน ตัดสินผิด ๆ พลาด ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ ไม่ถูกต้อง บางที หลงผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด เป็นต้น กิริยาอาการอย่าง นี้เป็นการไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง 4. ภยาคติ แปลว่า ลำ�เอียงเพราะกลัวหรือ เพราะเกรงใจ มักเกิดจากกลัวผู้มีอิทธิพลจะทำ�ร้ายเอา หรือกลัวขาดผลประโยชน์ หรือขลาดกลัว ไม่กล้านำ� เสนอ กลัวจะต้องเป็นผู้นำ�โครงการใหม่ ๆ หรือกลัวจะ ต้องทำ�งานลำ�บากหนักขึ้น เช่น ผู้มีอำ�นาจทำ�ผิด ผู้มีหน้า ที่ตัดสินใจ ไม่กล้าตัดสินลงโทษเพราะกลัวเขาจะทำ�ร้าย ตอบ หรือผู้น้อยที่อยู่ในความปกครองทำ�ความผิด ผู้ ปกครองไม่กล้าลงโทษเพราะเกรงจะขาดความ เมตตา กรุณา หรือกลัวว่าเขาจะเดือดร้อน กิริยาอาการอย่างนี้ เป็นการไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง อคติทั้ง 4 ประการนี้ เป็น อันตรายอย่างมาก ทุกยุคทุกสมัยที่บุคคลที่ เป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการปกครอง บังคับบัญชาบุคคลอื่นด้วยแล้ว หากมีอคติ อยู่เพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น ก็จะทำ�ให้สูญ เสียความยุติธรรมขาดความอบอุ่น ขาด ความมั่นใจของคนที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้น้อย เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของบุคคลเหล่านั้น แต่อคติ ทั้ง 4 อย่างนี้ ไม่ได้ เจาะจงเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น แม้แต่ผู้น้อยห รือเด็ก ๆ ก็อาจจะเกิดอคติ ขึ้นมาได้เหมือน กัน เหตุนี้เองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัส สอนให้เราลดอคติและสร้างเสริมความ เมตตาในกันและกัน หากรู้ว่ากำ�ลังมีจิตใจ ที่เกิดอคติขึ้น ก็ให้ปรับปรุงพฤติกรรมที่ เป็นอยู่ให้ตรงกันข้ามคือความไม่ลำ�เอียง โดยปกติคนเราชอบความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และเกลียดความลำ�เอียง การที่เราจะสร้างความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และหลีกเลี่ยงความลำ�เอียง

ได้นั้น ค่อนข้างยาก วิธีเดียวที่ทำ�ได้คือ ฝึกฝนจิตใจโดย ถือหลัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา เราเกลียดความอยุติธรรม ความไม่ชอบทำ�อย่างไร คนอื่นก็เช่นเดียวกันกับเรา เกลียดความลำ�เอียงชอบความยุติธรรมเหมือนกัน ให้ร่วม มือช่วยกันเร่งปฏิบัติสรรพกิจการงานต่าง ๆ ให้ประสาน เกื้อกูลกัน เพื่อทำ�ให้องค์กรก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง และ บรรลุถึงเป้าหมายด้วยกัน นอกจากเรื่องของอคติแล้วนั่น ยังจะต้องมี การกลั่นกรองข้อมูลด้วยกาลามสูตร (อ่านได้จาก ETC Journal online เดือนพฤษภาคม 2554) การใช้ข้อมูล เหตุผลและการแก้ปัญหาที่เหตุรากเหง้าด้วยอริยสัจ 4 (อ่านได้จาก ETC Journal onlineเดือนพฤศจิกายน 2553) ตลอดจนการใช้พละ 5 (ขออนุญาตมาเล่าให้ฟัง ในโอกาสถัดไป) เพื่อให้มาซึ่งกระบวนการตัดสินใจที่ดี ในบรรยากาศที่ ETC & ETECH มีกิจกรรมการประเมิน ความพึงพอใจของการทำ�งานของส่วนงาน 5 ส่วน ลองดู นะครับก่อนที่เราจะหย่อนสัญลักษณ์ลงกล่องประเมิน เรา ตัดอคติทั้ง 4 เราออกไปรึยัง โดยเฉพาะโทสาคติ ให้ใช้ เฉพาะจากผลงานที่ได้รับจริง ๆ เป็นตัวตัดสิน


ปีที่ 2 ฉบับที่ 6 เดือนมิถุนายน 2554  

วารสารออนไลน์ อีสเทิร์นไทยคอนซฝัลติ้ง 1992

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you