Issuu on Google+


ส่วนประกอบและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้น เพื่อนามาเสริม ความสามารถของมนุษย์ในด้านการรับรู้ การจา การคานวณ การเปรียบเทียบ ตัดสินใจ และการแสดงออก ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงมีโครงสร้างที่ประกอบด้วย ส่วนต่าง ๆ ให้สามารถทางานเป็นระบบสนองความต้องการของมนุษย์ เครื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ PC เป็นเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ใน ส า นั ก ง า น ปั จ จุ บั น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย อุ ป ก ร ณ์ ห ลั ก ดั ง ต่ อ ไ ป นี้ 1. จอภาพ (Monitor) ใช้แสดงผลข้อมูลที่ได้ประมวลมาจากซีพียู

จอภาพแบบ CRT (Cathode Ray ) เป็นจอภาพที่ใช้กับ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีหลักการทางานแบบเดียวกับจอโทรทัศน์ ทางานโดยใช้ กระแสไฟฟ้าแรงสูง(high voltage)คอยกระตุ้นให้อิเล็กตรอนภายในหลอดภาพ แตกตั ว อิ เ ล็ ก ตรอนดั ง กล่ า วจะท าให้ เ กิ ด ล าแสงอิ เ ล็ ก ตรอนไปกระตุ้ น ผลึ ก ฟอสฟอรัสที่ฉาบอยู่บนหลอดภาพ เมื่อฟอสฟอรัสถูกกระตุ้นจากอิเล็กตรอนจะ เกิดการเรืองแสงและปรากฏเป็นจุดสีต่างๆ (RGB Color) ซึ่งรวมเป็นภาพบน จอภาพนั่นเอง


จอภาพแบบแบน LCD (Liquid Crystal Display) จอภาพผลึก เหลวใช้งานกับคอมพิวเตอร์ประเภทพกพาเป็นส่วนใหญ่ มีสองประเภท ได้แก่ - Active matric จอภาพสีสดใสมองเห็นจากหลายมุม เนื่องจากให้ความ สว่าง และสีสันในอัตราที่สูง มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า TFT – Thin Film Transistor และเนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าว ทาให้ราคาของจอประเภทนี้สูงด้วย - Passive matrix จอภาพสีค่อนข้างแห้ง เนื่องจากมีความสว่างน้อย และ สีสันไม่มากนักทาให้ไม่สามารถมองจากมุมมอง อื่น ได้ นอกจากมองจากมุมตรง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า DSTN (Double Super Twisted Nematic)จอ LCD เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มพัฒนาประมาณสิบกว่าปีนี้เอง เริ่มจากการพัฒนามาใช้กับ นาฬิ ก าและเครื่ อ งคิ ด เลข เป็ น จอแสดงผลตั ว เลขขนาดเล็ ก ใช้ ห ลั ก การ ปรับเปลี่ยนโมเลกุลของผลึกเหลว เพื่อปิดกั้นแสงเมื่อมีสนามไฟฟ้าเหนี่ยวนา LCD จึงใช้กาลังไฟฟ้าต่า มีการสร้างทรานซิสเตอร์เป็นล้านตัวเพื่อควบคุมจุดสี บนแผ่นฟิล์มบาง ๆ ให้จุดสีเป็นตารางสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ การแสดงผลจึงเป็นการ แสดงจุดสีเล็ก ๆ ที่ผสมกันเป็นสีต่าง ๆ ได้มากมาย การวางตัวของจุดสีดาเล็ก ๆ เรียกว่าแมทริกซ์ (matrix) จอภาพ LCDจึงเป็นจอแสดงผลแบบตาราง สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่มีจุดสีจานวนมา


จอภาพระบบสัม ผั ส (Touch-Screen)เป็ น จอภาพที่มี ประสาทสัม ผั ส เป็ น อุปกรณ์ที่นาข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยการสัมผัสเป็นจอภาพแบบพิเศษ สามารถรับรู้ ทันทีเมื่อมีการสัมผัสกับจอภาพ ใช้งานได้ง่ายสาหรับผู้ที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลยผู้ใช้เพียง แตะปลายนิ้วลงบนจอภาพในตาแหน่งที่ต้องการ เพื่อเลือกการทางานซอฟต์แวร์ที่ใช้จะเป็นตัว ค้ น หาว่ า ผู้ ใ ช้ เ ลื อ กทางเลื อ กใด และท าให้ ต ามนั้ น หลั ก การนี้ นิ ย มใช้ กั บ เครื่ อ ง ไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้ผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่คล่องนักสามารถเลือกข้อมูลที่ ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็วจะพบการใช้งานในร้านอาหารแบบเร่งด่วน หรือใช้แสดงข้อมูล การท่องเที่ยว เป็นต้น

คี ย์ บ อร์ ด (Keyboard) ใช้ ป้ อ นข้ อ มู ล หรื อ คื อ สั่ ง เข้ า สู่ พี ซี ยู คี ย บอร์ด หรือ แป้นพิมพ์ (ศัพท์บัญญัติ ใช้ว่า แผงแป้นอักขระ เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทุก เครื่ อ งจาเป็ น ต้อ งมี โดยปกติ มัก จะมี ลัก ษณะเป็ น สี่ เ หลี่ ย มผื น ผ้ า หรื อ ใกล้ เ คี ยง มี แ ป้ น ต่างๆ ประมาณร้อยแป้นอยู่บนคีย์บอร์ด (ขึ้นอยู่กับผังแป้นพิมพ์) ซึ่งถอดแบบมาจากเครื่อง พิมพ์ดีดออกแบบมาเพื่อใช้สาหรับรับข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ แล้วทาการเปลี่ยนเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิตจากนั้นจึงส่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล หรือใช้ควบคุมฟังก์ชันการทางาน บางอย่างของคอมพิวเตอร์และเพื่อให้การป้อนข้อมูลที่เป็นอักขระและตัวเลขทาได้ง่ายและ สะดวกขึ้น คีย์บอร์ดจึงแยกแผงที่เป็นแป้นอักขระกับแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก


เมาส์ (Mouse) อุปกรณ์ช่วยอานวยความสะดวกในการเลือกคาสั่งอุปกรณ์ที่ ใช้สาหรับชี้พิกัดบนหน้าจอว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องการเลือกทางานบนตาแหน่งใดๆที่ ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ตัวนี้ทาให้ผู้ใช้สามารถใช้ คอมพิวเตอร์ได้อย่าง สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น (สานักงานศาลยุติธรรม สานักเทคโนโลยีสารสนเทศ 2549) เมาส์ (mouse) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการใช้งานในคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่ง ซึ่ง ออกแบบเพื่อให้พอดีกับการใช้งานโดยส่วนโค้งและส่วนเว้าโค้งเข้าตามกับอุ้งมือของผู้ใช้ โดยภายด้านใต้ของเมาส์จะมีอุปกรณ์ซึ่งตรวจจับการเคลื่อนไหวของเมาส์ โดยส่งสัญญาณ ไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลของเคอร์เซอร์ (cursor)บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมาส์ได้ชื่อ มาจากรู ป ร่ า งของตั ว มั น เอง และสายไฟ ซึ่ ง มี ลั ก ษณะคล้ า ยหนู แ ละหางหนู และ ขณะเดียวกันการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์ (cursor)บนหน้าจอมีลักษณะการเคลื่อนที่ไม่มี ทิ ศ ทางเหมื อ น การเคลื่ อ นที่ ข องหนู (วิ กิ พี เ ดี ย สารานุ ก รมเสรี 2549) เมาส์ (Mouse) หรือ "หนูอิเล็กทรอนิกส์" เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายหนูมีสายต่ออยู่ ที่ปลายลักษณะเดียวกับหางหนู เมาส์จะช่วยในการบ่งชี้ตาแหน่งว่าขณะนี้กาลังอยู่ ณ จุด ใดบนจอภาพ เรียกตัวชี้ตาแหน่ง (Pointer) ซึ่งอาศัยการเลื่อนเมาส์ แทนการกดปุ่ม บังคับทิศทางบนคีย์บอร์ด(keyboard) (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชาติ 2549)เมาส์เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สาคัญ นาเข้าข้อมูลโดย การเลื่อนเมาส์เพื่อบังคับตัวชี้ไปยังตาแหน่งต่าง ๆบนหน้าจอและทาการคลิก (click) หรือ ดับเบิลคลิก (double click)


เครื่องสแกนภาพโดยใช้แสง เป็นเครื่องมือนาข้อมูลเข้า (input) ชนิดหนึ่ง สแกนเนอร์ (Scanner) คืออุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของอนาล็อก เป็นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถแสดง เรียบเรียง เก็บรักษาและผลิต ออกมาได้ภาพนั่น อาจจะเป็น รูปถ่าย ข้อความภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สามารถใช้สแกนเนอร์ทางาน ต่างๆ ได้ดังนี - ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร - บันทึกข้อมูลลงในเวิร์ดโปรเซสเซอร์ - แฟ็กเอกสาร ภายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์ - เพิ่มเติมภาพและจินตนาการต่าง ๆ ลงในในผลิตภัณฑ์สื่อโฆษณาต่าง ๆโดยพื้นฐานการ ทางานของสแกนเนอร์

ชนิดของสแกนเนอร์ และความ สามารถในการทางาน ของสแกนเนอร์ แบ่งออกได้ดังต่อไปนี้ 1. Flatbed scanners ซึ่งใช้สแกนภาพถ่ายหรือภาพพิมพ์ต่าง ๆ สแกนเนอร์ชนิดนี้มี พื้นผิวแก้วบนโลหะที่เป็นตัวสแกน เช่น ScanMader III 2. Transparency and slide scanners ScanMaker ซึ่งถูกใช้ สแกนโลหะโปร่งเช่น ฟิล์มและสไลด์ ตัวอย่างของสแกนเนอร์ชนิดนี้ เช่น ScanMaker 35t ที่ใช้สแกนเนอร์ 35 mm และ ScanMake 45t ใช้สแกนเนอร์ ฟิล์มขนาด 8"x10"การทางานของสแกนเนอร์ การจับภาพของสแกนเนอร์ ทาโดย ฉายแสงบนเอกสารที่จะสแกน แสงจะผ่านกลับไปมา และภาพจะถูกจับโดยเซลล์ ที่ไว ต่อแสง เรียกว่า Charge-couple device หรือ CCD ซึ่งโดยปกติพื้นที่มืดบน กระดาษจะสะท้อนแสง ได้น้อย


โมเด็ม (Modem) จะทาหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณอนาล็อก เพื่อส่งผ่านตามสายโทรศัพท์ และเมื่อถึง ปลายสายโมเด็มที่ปลายสายจะเปลี่ยนสัญญาณอนาล็อก ให้กลับเป็นสัญญาณดิจิตอลเข้าสู่ คอมพิวเตอร์ปลายสายอีกครั้งหนึ่งเป็นอุปกรณ์สาหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณ สัมผัสกับโลกภาย นอกได้อย่างง่ายดายโมเด็มเป็นเสมือนโทรศัพท์สาหรับคอมพิวเตอร์ที่จะ ช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์ของเราสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลก โมเด็มจะ สามารถ ทางานของเราสามารสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลก โมเด็มจะสามารถทางาน ของคุณให้สาเร็จได้ก็ด้วย การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าคู่สายของ โทรศัพท์ ธรรมดาคู่หนึ่งซึ่งโมเด็ม จะทาการแปลงสัญญาณ ดิจิตอล (digital signals) จากเครื่อง คอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณ อนาล๊อก (analog signals) เพื่อให้สามารถส่งไปบนคู่สาย โทรศัพท์ คาว่า โมเด็ม (Modem) มาจากคาว่า (modulate/demodulate) ผสม กัน หมายถึง กระบวนการแปลงข้อมูลข่ า วสารดิ จิตอลให้ อยู่ใ นรูป ของอนาล๊อ กแล้ว จึ ง สัญญาณกลับไปเป็นดิจิตอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อโมเด็มของเราต่อเข้ากับโมเด็มตัวอื่น

เครื่องพิมพ์ชนิดต่าง ๆ (Printer)อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่ใช้สาหรับพิมพ์ข้อมูล ที่เป็นเอกสาร ข้อความ และรูปภาพ ที่อยู่บนจอภาพเครื่องพิมพ์ เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้า กั บ คอมพิ ว เตอร์ เ พื่ อ ท าหน้ า ที่ ใ นการแปลผลลั พ ธ์ ที่ ไ ด้ จ ากการประมวลผลของ เครื่ อ ง คอมพิวเตอร ์ให้ อยู่ในรูปของอักขระหรือรูป ภาพที่ จะไปปรากฏอยู่บนกระดาษ นั บเป็ น อุปกรณ์แสดลงผลที่นิยมใช้ เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท


1. เครือ่ งพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer) เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์เป็นเครื่องพิมพ์ที่นนิยมใช้งานกันแพร่หลายมากที่สุด เนื่องจากราคา และคุณภาพการพิมพ์อยู่ในระดับที่เหมาะสม การทางานของเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ ใช้หลักการสร้างจุด ลงบน กระดาษโดยตรง หัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ มีลักษณะเป็นหัวเข็ม (pin) เมื่อต้องการพิมพ์สิ่งใดลงบนกระดาษ หัวเข็มที่อยู่ในตาแหน่งที่ประกอบกันเป็น ข้อมูล ดังกล่าวจะยื่นลาหน้าหัวเข็มอื่น เพื่อไปกระแทกผ่านผ้าหมึก ลงบนกระดาษ ก็จะทาให้เกิดจุด ขึ้น การพิมพ์แบบนี้จะมีเสียงดัง พอสมควร

2. เครือ่ งพิมพ์แบบพ่นหมึก Matrix Printer เครื่องพิมพ์พ่นหมึก เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพการพิมพ์ที่ดีกว่าเครื่องพิมพ์ แบบดอตแมทริกซ์ โดยสามารถพิมพ์ตัวอักษรที่มีรูปแบบ และขนาดที่ แตกต่งกันมาก ๆ รวม ไปถึ ง พิ ม พ์ ง านกราฟิ ก ที่ ใ ห้ ผ ลลั พ ธ์ คมชั ด ว่ า เครื่ อ งพิ ม พ์ ด อตแมทริ ก ซ์ เทคโนโลยี ที่ เครื่องพิมพ์พ่น หมึก ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ ทั้งแนวตั้งที่เรียกว่า "พอร์ทเทรต" (Portrait) และแนวนอนที่เรียกว่า "แลนด์สเคป" (Landscape) โดยกระดาษจะถูกวางเรียงซ้อนกัน อยู่ในถาด และถูกป้อน เข้าไปในเครื่องพิมพ์ที่ละแผ่นเหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร


3. เครือ่ งพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) เครื่ องพิ มพ์เ ลเซอร์ที่ นิยมใช้ ใ นปั จ จุบั น ก็จ ะมีทั้ งเครื่องพิมพ์ เลเซอร์ แบบ ขาว-ดา และเครื่องพิมพ์ เลเซอร์แบบสี ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบสีจะมีราคาแพงมาก แต่ งานพิมพ์ที่ได้ออกมาก็มีคุณภาพสูง เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็นเครื่องที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่สามารถทางาน ได้เร็วกว่า โดยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ สามารถพิมพ์ ตั ว อั ก ษรได้ ทุ ก รู ป แบบและทุ ก ขนาดรวมทั้ ง สามารถพิ ม พ์ ง าน กราฟิ ก ที่ ค มชั ด ได้ ด้ ว ย เครื่องเลเซอร์ใช้เทคโนโลยี เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ เลเซอร์ที่นิยมใช้ใน ปัจจุบัน ก็จะมีทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบ ขวา-ดา และเครื่องพิมพ์ เลเซอร์แบบสี ซึ่ง เครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบสีจะมีราคาแพงมาก แต่งานพิมพ์ที่ได้ออกมาก็มีคุณภาพสูง

4. พล็อตเตอร์ (plotter) พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบน กระดาษเหมาะสาหรับงาน เกี่ยวกับการเขียนแบบทางวิศวกรรม (เขียนลงบนกระดาษไข) และงานตกแต่งภายใน สาหรับวิศวกรรมและสถาปนิก


ลาโพง (Speaker) อุปกรณ์แสดงเสียลาโพง เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่มี ความสาคัญ เนื่องจากในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกใช้ในงาน เพื่อความบันเทิง และ การศึกษามากขึ้น เช่น ใช้เป็นเครื่องเล่น VDO CD, ใช้ฟังเพลง ใช้งานซอฟต์แวร์ มัลติมีเดียหรือโปรแกรมสื่อการสอน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยลาโพง

ซีดีรอมไดรว์ (CD-Rom Drive) อุปกรณ์ใช้อ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอมไดรว์ ได้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสาหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันไปแล้ว เนื่องจากแผ่น ซีดีรอมนั้นสามารถบันทึกข้อมูลได้ปริมาณมากและมีราคาถูก ซีดีรอมไดรว์จะมีให้เลือกทั้งแบบ ติดตั้งภายใน และแบบติดตั้งภายนอก สาหรับรูปแบบการเชื่อมต่อหรือการอินเตอร์เฟสก็จะมี ทั้งแบบ IDE และแบบ SCSI เช่นเดียวกับฮาร์ดดิสก์ นอกจากนี้ยังแบ่งเครื่องซีดีรอม ออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดอ่านได้อย่างเดียว ได้แก่ ซีดีรอมไดรว์ทั่วไปกับซีดีรอมไดรว์ ประเภทที่ทาได้ทั้งอ่านและเขียนแผ่นซีดี ที่เรียกว่า ซีดี อาร์ ดับบลิว ไดรว์ในเครื่องซีดีรอม รุ่นแรกสามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 1X คือ 150 กิโลไบต์ต่อวินาที และได้พัฒนาเรื่อยมา เป็น 2X, 3X, 4X จนในปัจจุบันสามารถส่งข้อมูลได้เร็วถึง 54 เท่าจากความเร็วเดิม มี หน่วยความจาขนาด 128KB สาหรับซีดีรอมไดรว์แบบ IDE และขนาด 512 KB สาหรับ ซีดีรอมไดรว์แบบ SCSI


เคส (Case) ใช้ ติ ด ตั้ ง อุ ป กรณ์ ต่ า งๆ ของคอมพิ ว เตอร์ เคส คอมพิวเตอร์ ก็คือกล่องสาหรับบรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ คอมพิวเตอร์ เอาไว้ข้างใน เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการยึ ด อุ ป กรณ์ ต่ า ง ๆ ให้ มี ค วามมั่ น คง กะทั ด รั ด เคลื่ อ นย้ า ยได้ ขณะเดียวกันก็เพื่อความปลอดภัย เช่น ป้องกันไฟดูด ป้องกันอุปกรณ์สูญหาย และการ ป้องกันการส่งคลื่นรบกวนการทางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply) อุปกรณ์จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆระบบไฟฟ้า ของเพาเวอร์ซัพพลาย" ประสิทธิภาพและความมีเสถียรภาพของการทางานเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องคิดถึง เมื่อต้องการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์สักครั้งหนึ่ง และ อุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่มีการกล่าวถึงกันนั้น คือ พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply) ที่ เปรียบเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกายคนเรา พาวเวอร์ซัพพลาย หรือเรียกว่า Swiching Power Supply เป็นอุปกรณ์ที่มีความสาคัญอย่างมากต่ออุปกรณ์เกือบทุกตัวในระบบ คอมพิวเตอร์ เพราะถ้าไม่มีแหล่งจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะไม่สามารถทางานได้ ที่ สาคัญในหลักปฏิบัติพื้นฐานของช่างคอมพิวเตอร์, ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นตรวจสอบที่ภาคจ่ายไฟ หรือ พาวเวอร์ซัพ พลายนี้ก่อนเป็ นอันดับแรก ก่อนที่จะไปตรวจเช็ตในส่วนอื่นๆ


ซีพียู CPU (Central Processing Units) หรือ หน่วย ประมวลผลกลาง คื อส่วนที่เรียกว่าเป็ น หัวใจของเครื่องคอมพิ วเตอร์นั่ น เอง เพราะการทางานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการคานวณ การย้ายข้อมูล การตัดสินใจ ล้วนเกิดขึ้นที่นี่ทั่งสิ้น เพียงแต่ว่าซีพียูจะต้องมีอุปกรณ์อื่น ๆ ทางานร่วมด้วย เพื่อให้สามารถติดต่อกับ โลกภายนอกได้นั่นก็คือการับข้อมูลและแสดงผลข้อมูล

ซาวน์การ์ด (Sound Card) ตัวประมวลผลสัญญาณเสียงจากอดีต ที่ ค อมพิ ว เตอร์ ยั ง ไม่ ส ามารถ "พู ด " ได้ ค าว่ า "พู ด " นี้ ห มายถึ ง การที่ คอมพิวเตอร์สามารถส่งเสียงออกมาได้ นอกจากเสียง "ปี้บ" ปกติที่ออกมาจาก ล าโพงของพี ซี จนเมื่ อ มี ผู้ ที่ คิ ด ผลิ ต ซาวน์ ก าร์ ด ขึ้ น มา ก็ เ ริ่ ม ท าให้ ก ารใช้ คอมพิวเตอร์มีสีสันขึ้นมา โดยเฉพาะในวงการเกมที่จะต้องใช้ทั้งภาพที่ดู���มจริง และเสียงที่เร้าใจ เพื่อที่จะทาให้เกมนั้นมีความสนุกสนานขึ้นมากกว่าเก่า


ขั้นตอนในการประกอบคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์ทตี่ ้องมี -เมนบอร์ด พร้อมฝาหลังเคส ฝาหลังวางอยุต่ รงหลังพัดลมCPU -CPU (ชิพสีเงินๆ ใกล้พัดลม) -พัดลมระบายความร้อนCPU(จะมาพร้อมCPU) -แรม แผงเขียวๆวางติดกัน 2 อัน ในที่นี้เป็น512*2 บัส533 -ซีดีรอมไดร์ฟ หรือ ดีวีดีไรท์เตอร์ไดร์ฟ (ขวามือ หน้ากากสีดา ตัวเทาๆ) -ฮาร์ดดิกส์ไดร์ฟ (วางอยุ่บนดีวีดีไรท์เตอร์ไดร์ฟ) -สายสัญญาณ SATA ตามจานวนฮาร์ดดิกส์ -น็อตสกรู น็อตทองที่ใช้ยึดรองเมนบอร์ด แผ่นแหวนรองน็อตสี -อีกอย่าง นอกภาพ คือ เคส-เพาเวอร์ซัพพลาย -ไขควงหัวแฉก คือ อันด้ามแดงครับ -ไขควงแบน คือ อันด้ามเขียว -คีมปากจิ้งจก อันสีส้มๆ -คีมตัด อันสีน้าเงิน -เข็มขัดรัดสาย ห่อขาวๆ -ซิลิโคน อันนี้แบบธรรมดา -บัตรเติมเงิน (พลาสติก)


1. -เปิดฝาเคส ออกทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้ง่ายต่อการประกอบ

-ต่อมา ตรงแถวหลังเคส จะมีฝาหลัง ติดมาอยุ่แล้ว ให้เรา เอาออกไป โดยอาจจะเป็นน็อต ยึ ด อ ยุ่ ห รื อ เ ป็ น แ บ บ ที่ เ ร า ต้ อ ง ง อ ไ ป ง อ ม า ใ ห้ มั น ข า ด เ อ ง แ ล้ ว แ ต่ เ ค ส -เรียบร้อยแล้ว ให้ท่านนา ฝาหลัง ที่มากับเมนบอร์ด มาติดตั้ง โดยเกือบทุกรุ่น -ยี่ห้อ ท่าน จะต้องดันจากด้านใน ใส่ให้ถูกหัว ปกติ รูที่เหมือนช่องเสียบลาโพง จะอยู่ช่วงล่างช่องเสียบ เมาส์จะอยู่บนใกล้เพาเวอร์(เคสที่มีเพาเวอร์ด้านบนตามมาตราฐาน)

-ต่อมา ให้ท่านลองเอาเมนบอร์ด มาวางดู รูน็อตบนเคส แล้วใส่ตัวน็อตยึดเมนบอร์ด ลงไป (ท่านอาจจะไม่ใส่ครบ แต่ใส่อย่าง น้อย 4 มุม) -ใส่ซีพียูลงไป โดยให้ด้าน ลูกศรสีทอง ตรงกับสัญลักษณ์ลูกศรบนsocket


-ต่อมา ใส่ซิลิโคนครับ แต่ๆ ถ้าท่านซื้อ CPUมา ใหม่ เ อี่ ย ม ที่ ฮี ท ซิ ง ค์ พั ด ลม จะมี ติ ด มาแล้ ว (สี เทาๆ) แต่ถ้าจะใช้ซิลิโคนดีๆ ก็ขูดของที่แถมมา และเช็ดออกให้หมด จากภาพ หยดลงนิดเดียว

-แล้ ว เอาการ์ ด พลาสติ ก ที่ บ อกไว้ ต อนแรก มาปาดให้ ทั่ ว ถ้ า ปาดไม่ มั่ ว ก็ เ พิ่ ม ที ล ะนิ ด ปาดแล้วจะได้ประมาณนี้

-ต่อมา ใส่พัด ลมCPUลงไป เกี่ยวล็อคด้ว ย ตามภาพ

-แล้วกด ก้านล็อค มาอีกด้านนึง อาจจะต้อง ออกแรงนิดนึง พอกดถึงอีกด้านสุดแล้วก็พอ


-แล้วมาเสียบสายไฟ พัดลมใหม่ๆจะเป็นพัดลมที่ ควบคุมด้วยสัญญาณพัลล์(PWM)คือมี 4 เส้น ครับความเร็วรอบจะแปรผันตามงานของCPUและ อุณหภูมิ

-เริ่มจาก กดสลักลง ดันออกข้าง มันจะดีดขึ้นมา ได้

-แล้วโยกมาสุดเลยครับ เสร็จแล้ว เปิดฝา ครอบขึ้นจะได้ดังภาพ

-เปิดเรียบร้อย

-แล้ว วางCPUลงไปให้ลงล็อค จะมีร่องอยู่ที่ CPU ถ้าวางถูกต้อง จะลงไปพอดีเลยไม่มี เกยออกมา


-เสร็จแล้ว ปิดครอบลง

-ติดตั้งซิลิโคนครับปาดให้เรียบ

-ใส่มันลงไป ใช้นิ้วเนี่ยแหละ กดลงไปดัง" กริ้ก" ก็เสร็จแล้ว

-การใส่แรม ทั้งSD-DDR-DDR2-DDR3 ต้อง หันให้ถูกด้านด้วย โดยจะมีร่องกันใส่ผิดเอาไว้ มี บางท่าน ใส่ในเคส แต่ทว่า ด้วยความมองไม่เห็น ก็ยัดๆลงไปผิดด้าน ทั้งๆที่ไม่ลง ทาให้เปิดเครื่อง แล้วก็มีควันออกมา ทาให้แรมเสียหาย

-มีกี่แถว ก็ทาเหมือนๆกันหมด


-ต่อมา มาติดตั้งเมนบอร์ด ที่ประกอบCPU Ram เสร็จแล้ว ลงไปในเคส -เมื่อไขน็อตเสร็จแล้ว มาเพ่งกันที่คอนเน็กเตอร์ที่ มุมล่างของบอร์ด มันคือ front panel connector หรือ จุดเชื่อมต่อปุ่มต่างๆและไฟ สถานะ

-การเรียงสาย ตามนี้ -ต่อมา ใส่ไดร์ฟต่างๆ เสียบสายสัญญาณและ สายไฟกัน ใส่HDD และ DVDRw เข้าไป ใส่น็อตให้เรียบร้อยครับ ควรใส่ทั้ง 2 ด้านของ ไดร์ฟ

-ต่อมา เก็บสายSATA ที่เสียบกับHDD


-สายIDEอันไหน ตาแหน่งไหน -เสร็จแล้ว ต่อสายเพาเวอร์ลงบอร์ดครับ เมนบอร์ดปัจจุบันนี้ จะเอา 2 ชุดคือ ชุดแรก หัว เพาเวอร์หลัก มี20พิน หรือATX2.0จะมี 24พิณครับ และอีกหัว คือหัว4พิณ เป็นไฟCPU บางบอร์ดมีเป็น8พิณ ไม่ต้องกลัว เสียบไปแค่4ก็"ด้ครับ ถ้าเพาเวอร์มีแค่4 และบอร์ดบางอัน เช่นเมนบอร์ดSLI ที่ใส่การ์ดจอของNvidia มากว่า1ตัว หรือบอร์ดCrossfire ที่ใส่การ์ดจอ ATiมากกว่า1 (บางบอร์ด)จะมีหัวMolex 4พิณ ด้วยครับ เสียบด้วย แตไม่เสียบก็ไม่เป็นไร แต่ตามผู้ผลิตแนะนา ถ้าใช้การ์ดจอมากกว่า 1 ควรเสียบด้วย

-ต่อไปก็ลองเสียบจอเมาส์-คีย์บอร์ด -ลาโพง และเปิดเทสดู


บรรณานุกรม


คอม