Page 1

ฉบับที่ 530 วันอาทิตย์ที่ 8 มิถนุ ายน ค.ศ. 2014

ฉบับที่ 530 วันอาทิตย์ที่ 8 มิถนุ ายน ค.ศ. 2014

สมโภชพระจิตเจ้ า (ปี A)

สมโภชพระจิตเจ้ า (ปี A)

จงรับพระจิ ตเจ้าเถิด

จงรับพระจิ ตเจ้าเถิด

ยน 20:22

ยน 20:22


สั ปดาห์ ที่ 6 เทศกาลปัสกา (ปี A)

อา. 8 มิ.ย. 10.00 น.

อุทศิ แด่

จ. 9 มิ.ย. อ. 10 มิ.ย. พ. 11 มิ.ย. พฤ. 12 มิ.ย. ศ. 13 มิ.ย.

อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่

ยน 14:15-21

1. พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ หลังจากพระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน บรรดาอัครสาวก หวนกลับมาหลบซ่อนอยู่ในห้องที่เคยใช้เลี้ยงอาหารคํ่ามื้อสุดท้ายด้วยความ หวาดกลัว คอยเงีย่ หูฟงั เสียงคนขึน้ บันไดหรือเคาะประตู เกรงว่าเจ้าหน้าทีข่ อง สภาสูงจะมาจับกุมและพวกเขาคงไม่แคล้วถูกตัดสินประหารชีวติ ให้ตายตกตาม พระอาจารย์ไป ทันใดนัน้ ทัง้ ๆ ทีป่ ระตูหอ้ งยังปิ ดอยู่ พระเยซูเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ ท่ามกลางพวกเขาตรัสว่า “สันติสขุ จงสถิตอยูก่ บั ท่านทัง้ หลายเถิด” (ยน 20:19) คํา “สันติสขุ ” หรือ shalōm (ชาโลม) ในภาษาฮีบรู ไม่ได้หมายถึงเพียง “พ้นทุกข์” แต่หมายรวมถึง “การบรรลุความดีและความสมบูรณ์สงู สุด” พระองค์จงึ ไม่เพียงวอนขอให้บรรดาอัครสาวกรอดพ้นจากการถูกจับกุม เท่านัน้ แต่ทรงวอนขอพระบิดาเจ้าโปรดประทานสิง่ ที่ “ดีทีส่ ดุ ” แก่พวกเขาด้วย หลังจากประทานพรและให้บรรดาอัครสาวกดูพระหัตถ์และด้านข้างพระ วรกายจนพวกเขาเชือ่ ว่าทรงเป็ น “องค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า” แล้ว (ยน 19:20) พระองค์ ทรงเข้าสูป่ ระเด็นสําคัญทันที นันคื ่ อทรงตรัสสังว่ ่ า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็สง่ ท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ ” (ยน 20:21) 2

คุณพ่อ วัลลภ จําหน่ายผล คุณพ่อ เจมส์ วู เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ ยอแซฟ อุดม, โรซา สมศรี ลิมาลัย เทเรซา มาลินี เธี ยรทานต์ มารี ย ์ ต้ายไถ่ แซ่โฮ่, เปาโล จาง จือ กวง ยอแซฟ เพียรจิตร ตรั่นวัน, คุณโหย เลวัน คุณหมู่เอกแก้ว รัตนพิเศษ และญาติพี่นอ้ ง มัทธิว อุทยั ทิพย์ สังขฤกษ์ ยวง บัปติสตา ธนารัตน์ ผ่องบุรุษ ยวง บัปติสตา สําราญ สุ ภากิจ เปโตร บ้วนฮง เตียวเจริ ญ และบรรพบุรุษ โทมัส อาดัมส์, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มารี อา นิตยา, ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน อลิซาเบธ วัลลีย ์ บูรณพันธ์ คุณนันทนา ชูใจ, มารี ลามาธ ผูส้ ูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง ฟี เดส จิตรา ดารุ ทยาน เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ วิญญาณในไฟชําระ วิญญาณในไฟชําระ

โรซา นิรมาน ภวิกา, พิศิษฎ์ คค.รัตนพิเศษ คค.รัตนพิเศษ บุญเลิศ นงเยาว์ นงเยาว์ นงเยาว์ ชมรมผูส้ ูงอายุ อมรา โรซา โรซา -

พระจิตของพระเจ้าทรงอยูเ่ หนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน (ลก 4:18) 11


วัน เดือน ปี อา. 8 มิ.ย. 08.00 น.

อา. 8 มิ.ย. 10.00 น.

10

รายการมิสซา อุทศิ แด่ อันนา เย็น เอี้ยพิน ยอแซฟ ภิรมย์, โยเซฟ รัตนา, ยวง พิสิษฎ์ พันธุมจินดา มารี อา เทเรซา นงลักษณ์ จินดากุล คุณวิรัช พุทธโกษา, คุณพงศ์ธร ลามะบุตร เซบัสติโน การุ ณย์ วงศ์ธานี ผูล้ ่วงลับครอบครัวพุทธโกษา, นิ ลวิเศษ ผูล้ ่วงลับครอบครัวพันธุมจินดา ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั คุณพัสพัสษ์ วราเปล่งสิ นทวี บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ โรซา ราตรี , คุณด้วง ลี้ยาง, อันนา ยีส่ ุ่ น พานิช คุณสอ ชูสอน, คุณพัฒนา ทองธิว, คุณวิชยั สายแสง ผูล้ ่วงลับครอบครัวจุลละมณฑล, ลี้ยาง, ริ้ วงาม วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน ผูส้ ูงอายุที่เกิดเดือนมิถุนายนทุกท่าน คุณยุพิน ศิริพิพฒั น์ และครอบครัว คุณสรวิศ, คุณพิมพ์ชนก, คุณสุ ชาดา รัตนพิเศษ คุณสัณหพล, คุณวิไลวรรณ เหลืองอร่ าม คุณหทัย บุตรสุ ทธิวงศ์ และครอบครัว คุณจักรพล เวทย์วฒั นะ คุณสุ ภาวิณี สุ วรุ จิพรและบุตร ด.ช.ธนัช เวทย์วฒั นะ เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว ครอบครัวสุ วรรณจิต, อุชชิน, อาดัมส์ ครอบครัวลิมาลัย

ผู้ขอมิสซา สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ ชมรมผูส้ ู งอายุ คค.รัตนพิเศษ -

คําสังนี ่ ้แฝงนัยสําคัญ 3 ประการ คือ 1. พระเยซู เ จ้ า ทรงต้ อ งการพระศาสนจัก ร เพราะเมื่อ เสด็จ กลับไปหาพระบิดาแล้ว พระองค์ทรงต้องการให้พระศาสนจักรเป็ นดังปาก ่ มือ และเท้าของพระองค์เพือ่ นําข่าวดีไปสูม่ นุษย์ทุกคน โดยไม่เลือกชาติ ศาสนา เพศ วัย หรือฐานะ พระศาสนจัก รจึง เป็ น ดัง่ “พระวรกาย” ของพระองค์ โดยมี พระองค์ทรงเป็ น “ศีรษะ” (อฟ 1:23; 1 คร 12:12) 2. พระศาสนจักรต้ องการพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์คอื “ผูส้ ่ง” พระศาสนจักรออกไป เหมือนดังทีพ่ ระบิดาทรงส่งพระองค์มา นอกจากเป็ น “ผู้ ส่ ง ” แล้ ว พระองค์ ย ัง ทรงเป็ น ผู้ ม อบข่ า วดี ผูส้ นับสนุ น ผูส้ อ่ งสว่างจิตใจ และผูป้ ระทานพละกําลังและความกล้าหาญในการ ปฏิบตั ภิ ารกิจของพระศาสนจักร หากปราศจาก “ผูส้ ง่ ” ดังเช่นพระองค์ พระศาสนจักรย่อมไม่มขี า่ ว ดีจะประกาศ และย่อมไม่มอี าํ นาจอันใดเลยทีจ่ ะอภัยบาปแก่มนุษย์ 3. พระศาสนจักรต้องนบนอบพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ตรัสว่า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็สง่ ท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ ” (ยน 20:21) พระบิด าทรงส่ ง พระองค์ ม าประกาศข่ า วดีแ ละไถ่ บ าปมนุ ษ ย์ พระองค์ทรงน้อมรับภารกิจดังกล่าวด้วยความรักและความนบนอบเชื่อฟงั สูงสุด จนถึงกับยอมสิน้ พระชนม์ แม้เป็ นการสิน้ พระชนม์บนไม้กางเขน เช่ น เดีย วกัน พระศาสนจัก รจะปฏิบ ัติภ ารกิจ ที่พ ระองค์ ท รง มอบหมายให้สําเร็จลุล่วงได้ก็โดยอาศัย “ความรักและการนบนอบเชื อ่ ฟั ง พระองค์ด้วยสิ้ นสุดจิ ตใจ” เท่านัน้ ความรัก และความนบนอบนี้ เ อง เรีย กร้อ งให้พ ระศาสนจัก ร ประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า ไม่ใช่ขา่ วดีของพระศาสนจักร อีกทัง้ ต้องพร้อม ั หาต่ า งๆ ตามพระประสงค์ข องพระองค์ ไม่ ใ ช่ ต าม เผชิญ หน้ า และแก้ไ ขป ญ นโยบายหรือตามความนึกคิดประสามนุษย์ของพระ ศาสนจักรเอง 3


หากยึดพระประสงค์ของพระองค์เป็ นทีต่ งั ้ ดังนี้แล้ว ปญั หาต่างๆ ที่ รุมเร้าพระ ศาสนจักรก็จะคลีค่ ลายลง

2. จงรับพระจิตเจ้าเถิด นอกจากส่งบรรดาอัครสาวกซึง่ เป็ นอวัยวะส่วนหนึ่งของ “พระวรกายของ พระคริสตเจ้า” ออกไปประกาศข่าวดีแล้ว พระองค์ยงั ทรงเปา่ ลมเหนือเขาทัง้ หลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด” (ยน 20:22) เมื่อพูดถึง “เป่ าลม” ยอห์นกําลังคิดถึงการสร้างมนุ ษย์ในพระธรรมเก่า ั ้ ษย์ดว้ ยผงคลีดนิ ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุ ษย์จงึ ทีว่ า่ “พระเจ้าทรงปนมนุ เป็ นผูม้ ชี วี ติ ” (ปฐก 2:7) และเรือ่ งกระดูกแห้งในหุบเขามรณะทีพ่ ระเจ้าตรัสกับลม ว่า “ลมปราณเอ๋ย จงมาจากลมทัง้ สีท่ ศิ และเข้าสูร่ า่ งทีถ่ ูกสังหารเหล่านี้เพือ่ พวก เขาจะมีชวี ติ ” (อสค 37:9) เห็นได้ชดั ว่า “ลม” คือ “ชีวิต” เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเป่า “ลม” เหนือบรรดาอัครสาวกพร้อมกับตรัสว่า “จง รับพระจิตเจ้าเถิด” จึงแปลเป็ นอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ลม” คือ “พระจิ ตเจ้า” เราจึงสรุปได้วา่ “พระจิ ตเจ้า” คือ “ชีวิต” เท่ากับว่า พระองค์ทรงประทานชีวติ ใหม่ให้แก่บรรดาอัครสาวกและพระ ศาสนจักร โดยทางพระจิ ตเจ้า หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ พระจิ ตเจ้าทรงทําให้ พระศาสนจักรและเราทุก คนมีชีวิตใหม่ เมื่อได้รบั ชีวติ ใหม่อาศัยพระจิตเจ้าแล้ว บรรดาอัครสาวกเลิกกลัว เลิก หลบซ่อน ทุกคนพากันแยกย้ายไปปฏิบตั ภิ ารกิจตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย แล้วเราจะใช้ชวี ติ ใหม่ทไี ่ ด้รบั มาอย่างไร ? 4

มิสซาสมโภชพระจิต (ปี A) วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2014 วัน เดือน ปี ส. 7 มิ.ย. 18.00 น.

รายการมิสซา สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว คุณสาธิต พันธุ์โอภาส อุทศิ แด่ คุณพ่อ เจมส์ วู เทเรซา เชง จวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ อันตน สําเริ ง โกญจนาท สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช ยวง บัปติสตา ธนารัตน์ ผ่องบุรุษ ยวง บัปติสตา สําราญ สุ ภากิจ ยอแซฟ อดิสัย ดารุ ทยาน ซี มอน สุ ชิน กิจบํารุ ง, คุณพัว่ กงแก้ว ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง อา. 8 มิ.ย. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. อันนา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัว อันนา ชุลี วีระวัฒนาเดช มารี อา กรรณิ กา, มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง เทเรซา ชนินทร์ มาศ, มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ พลเอก พิจิตร, คุณหญิง วิมล กุลละวณิ ชย์ นักบวชชาย-หญิงทั้งหลาย อุทศิ แด่ ซี มอน สุ ชิน กิจบํารุ ง, คุณพัว่ กงแก้ว ยอแซฟ สุ จินต์ จวบสมัย อันตน ศิริ, มารี อา มักดาเลนา เกสร ไชยเจริ ญ ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ

ผู้ขอมิสซา ธนพร โรซา เริ งจิต อมรา โรซา คค.ศรี เจริ ญ สุ นทรี ย ์ พิทกั ษ์ วิภาวินี 9


3. ท่านทัง้ หลายอภัยบาปของผูใ้ ดบาปของผูน้ ัน้ ก็ได้รบั การอภัย

หนึ่งครั้ งวันอาทิตย์

 

คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์  www. facebook.com/Charlongrath Sang Karat 8 มิถนุ ายน 2014  บุญทิง้ กับ บุญหนับ กําลังลัน่ ล้ ามีความสุขล้ นท้ นเมนู กําลังการทําอาหาร มื ้อ คํ่ากินกันในวันที่มีเคอร์ ฟิว เพราะไปไหนดึกไม่ได้ แต่ก็ร้ ู สกึ อย่างเดียวกันกับประชาชน คนไทยทัว่ ไปว่า คําย่อว่า คสช. “คืนความสุขให้ คนในชาติ” ทําให้ การล้ อมวงอยู่บ้าน เป็ นเรื่ องใหม่ปกติของครอบครัวไทย ยุคสมัยเปลี่ยนไป เมื่อเรามีโอกาสพูดจากับเด็กรุ่นหลัง จึงเข้ าใจว่าโลกเปลี่ยนไป มิใช่น้อย “ นีค่ ณ ุ ตา รู้ไหม? คําย่อ สุภาษิ ตของผูใ้ หญ่ไม่เอาไหน” หลานบุญนิ ้งหน่อง “ อะไรไม่เอาไหน” ตาบุญทิ ้งเดาทางไม่ออก “ทีว่ ่า “รักวัวให้ผูก ต่อด้วยอะไร เอาโดนๆหน่อย” “ ก็ตอ้ ง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ตาบุญทิ ้งเดาทางหลานไม่ออก “ รั กวัวให้ ผูก รั กลูกให้ ตงั ค์ ” “ แล้วคําว่า ไม่เห็นโลงศพ.....” หลานนําไว้ ก่อน “ ไม่ เห็นโลงศพ ไม่ หลั่งนํ้าตา” “ง่ายม๊ วกๆๆๆ” เหมือนตาจะชนะ “ ไม่ เห็นโลงศพ มาผิดศาลา” แบบความคิดคนรุ่นนี ้

ภารกิจ แรกของพระเยซู เ จ้ า หลัง กลับ คืน พระชนมชีพ คือ การส่ ง พระ ศาสนจักรออกไปประกาศข่าวดี และข่าวดีแรกที่พระองค์ทรงสังให้ ่ ประกาศคือ “การอภัยบาป” (ยน 20:23) แต่ ก ารจะอภัย บาปหรือ ไม่อ ภัย บาปแก่ ผู้ใ ด หาได้ข้นึ กับ อํา เภอใจของ พระศาสนจักรหรือของพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งแต่ประการใดไม่ ย้อนกลับไปเมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริม่ ภารกิจเปิ ดเผย พระองค์ทรงประกาศ ว่า “จงกลับใจเถิ ด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยูใ่ กล้แล้ว” (มธ 4:17) เพราะฉะนัน้ พระศาสนจักรต้องประกาศการอภัยบาปแก่ผทู้ เ่ี ป็ นทุกข์กลับ ใจ !! ่ ส่วนผูท้ ย่ี งั ไม่เป็ นทุกข์กลับใจ พระศาสนจักรต้องตักเตือน ต้องสังสอน และต้ องพยายามทุกวิ ถีทางเพือ่ ช่ วยให้ เขาเป็ นทุกข์กลับใจและได้รบั การ อภัยบาป เราจึงต้องหันกลับมาดูตวั เองว่าได้เป็ นทุกข์กลับใจ และได้ชว่ ยผูอ้ นื ่ ให้เป็ น ทุกข์กลับใจจนได้รบั การอภัยบาปบ้างแล้วหรือยัง หรือว่าตัวเรากลับเป็ นอุปสรรค ขัดขวางการกลับใจเสียเอง เพื่อให้การสมโภชพระจิตเจ้าในวันนี้ มีความหมายและเกิดประโยชน์ แก่ ชีวติ ของเรามากทีส่ ดุ เราจึงควรปฏิบตั ติ ามสิง่ ทีพ่ ระวรสารวันนี้เรียกร้อง นันคื ่ อ 1. ดําเนินชีวติ ให้สมกับ “ชีวิตใหม่” ทีไ่ ด้รบั จากพระจิตเจ้า 2. ประกาศ “ข่าวดีของพระเยซูเจ้า” ไม่ใช่ขา่ วดีของตนเอง 3. กลับใจ และเพียรพยายามช่วยผูอ้ ่นื ให้ “กลับใจ” เพือ่ จะได้รบั การ “อภัยบาป”

ลก.7:38 “นางมาอยูด่ า้ นหลังของพระองค์ใกล้ๆ พระบาท ร้องไห้จนนํ้าตาหยดลงเปี ยก พระบาท นางใช้ผมเช็ดพระบาทจูบพระบาท และใช้น้ าํ มันหอมชโลมพระบาทนั้น” 8


สมเด็ จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกร ุงโรม ทรงเตื อนสติ อย่า เป็ นคริ ส ตชนที่ ม องพระศาสนจัก รเป็ น "บ้า นเช่ า " แค่ ม าอาศัย หา ผลประโยชน์แล้วก็จากไป ทรงยํ้า อย่าเป็นพวกแสวงหาผลประโยชน์จาก พระศาสนจักร เหมื อนพวกนักธรุ กิจ ที่ แฝงตัวอยู่ในเขตวัด สังฆมณฑล หรื อ แม้แ ต่ ใ นคณะนัก บวช ทรงขอร้อ ง อย่ า เป็ นคาทอลิ ก ครึ่ ง ใจที่ เ ป็ น คาทอลิกเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง พอหมดประโยชน์ ปากก็บอกเรา ไม่ใช่คาทอลิกทันที ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถนุ ายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรัง ซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจําหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารประจํา มิสซานี้ (จอห์น 17:20-26) พระเยซูทรงภาวนาให้ทกุ คนที่มีความเชือ่ ในพระองค์ จะได้เป็ นหนึง่ เดียวกัน พระสัน ตะปาปาทรงแบ่ ง ปั น พระวรสารตอนนี้ว่ า "วั น นี้ พระเยซูท รง ภาวนาเพื่อคนที่มีความเชื่อในพระองค์ให้เป็ นหนึ่งเดียวกัน แต่ในพระศาสนจักร ของพระองค์ มีคนมากหน้าหลายตา ความเป็ นหนึง่ เดียวกันเป็ นเรื่องสําคัญและทํา ได้ยากมาก มันจึงมีการประจญล่อลวงพวกเขาให้หลงผิดไปเป็ นคนบางประเภท คนพวกนี้ แบ่งออกได้ 3 กลุม่ ใหญ่ๆ โดยพ่อขอเริ่มพูดถึงกลุม่ แรกก่อนเลย กลุ่มแรกคือพวกทุกอย่างต้องเหมือนกัน (Uniformist) คนพวกนี้ไม่เคย ยืดหยุ่นใดๆทั้งสิ้น พวกเขาไม่เคยมีอิสรภาพที่พระจิตทรงมอบให้ พวกเขาสับสน ต่อหลักพระวรสารแห่งความเสมอภาคที่พระเยซูทรงสอน พระเยซูไม่เคยต้องการ ให้พระศาสนจักรเข้มงวดเกินไป ไม่เลย ไม่เคยเป็ นแบบนัน้ การที่คนพวกนีเ้ ป็ นแบบ นีก้ ็เพราะทัศนคติของพวกเขาที่ไม่เข้ามาในพระศาสนจักร พวกเขาเรียกตัวเองว่า เป็ นคาทอลิก เป็ นคริสตชน แต่ทัศนคติของเขาถอยห่ างจากพระศาสนจักรเอา มากๆ 6

กลุม่ ที่สองคือพวกที่เห็นใครได้ประโยชน์ก็อยู่ฝัง่ นัน้ (Alternativist) พวกนีเ้ ข้า มาในพระศาสนจักร แต่ความคิดของพวกเขาเป็ นมโนคติมากๆ การเป็ นสมาชิก พระศาสนจักรของเขาจึงเป็ นแบบคู่ขนาน คนพวกนี้เป็ นพวกที่แหย่ขาข้างหนึ่งเข้า มาในพระศาสนจักร ส่วนขาอีกข้างยืนอยู่นอกพระศาสนจักร พวกเขาแบ่งขา 2 ข้างไว้เผือ่ ความเป็ นไปได้บางอย่างในพระศาสนจักรและนอกพระศาสนจักร คนพวก นีไ้ ม่เคยรูส้ ึกว่าพระศาสนจักรเป็ นบ้านของตัวเอง พวกเขาเป็ นแค่ที่มาขอเช่าอาศัย พระศาสนจักร แต่ไม่เคยพูดว่าพระศาสนจักรคือบ้านของตน พวกเขาพูดว่า เราเป็ น คาทอลิก แต่ในบางสถานการณ์ เราไม่เป็ นก็ได้ ถ้ามันมีประโยชน์บางอย่างซ่อนอยู่ กลุม่ ที่สามคือพวกแสวงหาแต่ผลประโยชน์ (Exploitationist) คนพวกนีม้ าวัด และเข้าสู่พระศาสนจักร เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านัน้ พวกนีค้ ือนักธุรกิจซึ่งเราก็ รูๆ ้ กันดี พวกเขานําผลประโยชน์ของพระศาสนจักรไปเป็ นของตัวเอง เราเห็ นคน พวกนี้ในเขตวัดหรือสังฆมณฑล เช่นเดียวกัน เรายังเห็ นคนพวกนี้ในคณะนักบวช หรือพบเห็นได้ในกลุ่มผูอ้ ปุ ถัมภ์พระศาสนจักรบางคนด้วยซํา้ พวกเขาทําตัวเหมือน มาทํ า บุญ ส่ ง เสริ ม พระศาสนจั ก ร แต่ ต อนท้า ย เขาเข้า มาทํ า ธุร กิ จ พวกนี้ ก็ เหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าพระศาสนจักรเป็ นบ้านเลย พี่นอ้ ง ในพระศาสนจักรมีพระพรมากมายคงอยู่ มันมีความหลากหลาย ของประชากรของพระเจ้า ซึ่งนีเ่ ป็ นผลจากพระจิต ถ้าเราเข้ามาในพระศาสนจักรและ ทําทุกอย่างด้วยความรักหมดใจ โดยไม่หวังผลประโยชน์ใดๆทัง้ สิ้น พระศาสนจักร ก็จะไม่ใช่บา้ นเช่าของพวกเขา แต่เป็ นบ้านที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง กระนัน้ มันไม่งา่ ย หรอก เพราะปี ศาจมันคอยล่อลวงพวกเรา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระจิตจะทําให้ พวกเราเป็ นหนึง่ เดียวกันให้ได้ นี่คือหน้าที่ของพระจิต ผูน้ าํ ความเป็ นหนึ่งเดียวกัน ในเกิดในพระศาสนจักร พวกเราทุกคนมีความแตกต่างกัน พวกเราไม่เหมือนกัน แต่ขอบคุณพระ เจ้าที่ทาํ ให้เราเป็ นหนึ่งเดียวกัน พวกเราถูกเรียกมาเพื่อให้เชื่อฟั งพระจิต เห็นได้ชดั ว่าการเชือ่ ฟั งพระจิตคือคุณความดีที่ชว่ ยเราให้รอดพ้นจากการเป็ นคน 3 ประเภท 7 แบบที่พ่อกล่าวไป นอกจากนี้ การเชื่อฟั งพระจิตยังทําให้เราสัมผัสได้ว่า พระศาสน จักรคือบ้านที่เราอาศัย ไม่ใช่บา้ นเช่าที่เรามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แล้วก็จากไป" พระสันตะปาปาตรัสปิ ดท้าย ขอขอบคุณ Pope Report 7


สมเด็ จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกร ุงโรม ทรงเตื อนสติ อย่า เป็ นคริ ส ตชนที่ ม องพระศาสนจัก รเป็ น "บ้า นเช่ า " แค่ ม าอาศัย หา ผลประโยชน์แล้วก็จากไป ทรงยํ้า อย่าเป็นพวกแสวงหาผลประโยชน์จาก พระศาสนจักร เหมื อนพวกนักธรุ กิจ ที่ แฝงตัวอยู่ในเขตวัด สังฆมณฑล หรื อ แม้แ ต่ ใ นคณะนัก บวช ทรงขอร้อ ง อย่ า เป็ นคาทอลิ ก ครึ่ ง ใจที่ เ ป็ น คาทอลิกเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง พอหมดประโยชน์ ปากก็บอกเรา ไม่ใช่คาทอลิกทันที ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถนุ ายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรัง ซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจําหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารประจํา มิสซานี้ (จอห์น 17:20-26) พระเยซูทรงภาวนาให้ทกุ คนที่มีความเชือ่ ในพระองค์ จะได้เป็ นหนึง่ เดียวกัน พระสัน ตะปาปาทรงแบ่ ง ปั น พระวรสารตอนนี้ว่ า "วั น นี้ พระเยซูท รง ภาวนาเพื่อคนที่มีความเชื่อในพระองค์ให้เป็ นหนึ่งเดียวกัน แต่ในพระศาสนจักร ของพระองค์ มีคนมากหน้าหลายตา ความเป็ นหนึง่ เดียวกันเป็ นเรื่องสําคัญและทํา ได้ยากมาก มันจึงมีการประจญล่อลวงพวกเขาให้หลงผิดไปเป็ นคนบางประเภท คนพวกนี้ แบ่งออกได้ 3 กลุม่ ใหญ่ๆ โดยพ่อขอเริ่มพูดถึงกลุม่ แรกก่อนเลย กลุ่มแรกคือพวกทุกอย่างต้องเหมือนกัน (Uniformist) คนพวกนี้ไม่เคย ยืดหยุ่นใดๆทั้งสิ้น พวกเขาไม่เคยมีอิสรภาพที่พระจิตทรงมอบให้ พวกเขาสับสน ต่อหลักพระวรสารแห่งความเสมอภาคที่พระเยซูทรงสอน พระเยซูไม่เคยต้องการ ให้พระศาสนจักรเข้มงวดเกินไป ไม่เลย ไม่เคยเป็ นแบบนัน้ การที่คนพวกนีเ้ ป็ นแบบ นีก้ ็เพราะทัศนคติของพวกเขาที่ไม่เข้ามาในพระศาสนจักร พวกเขาเรียกตัวเองว่า เป็ นคาทอลิก เป็ นคริสตชน แต่ทัศนคติของเขาถอยห่ างจากพระศาสนจักรเอา มากๆ 6

กลุม่ ที่สองคือพวกที่เห็นใครได้ประโยชน์ก็อยู่ฝัง่ นัน้ (Alternativist) พวกนีเ้ ข้า มาในพระศาสนจักร แต่ความคิดของพวกเขาเป็ นมโนคติมากๆ การเป็ นสมาชิก พระศาสนจักรของเขาจึงเป็ นแบบคู่ขนาน คนพวกนี้เป็ นพวกที่แหย่ขาข้างหนึ่งเข้า มาในพระศาสนจักร ส่วนขาอีกข้างยืนอยู่นอกพระศาสนจักร พวกเขาแบ่งขา 2 ข้างไว้เผือ่ ความเป็ นไปได้บางอย่างในพระศาสนจักรและนอกพระศาสนจักร คนพวก นีไ้ ม่เคยรูส้ ึกว่าพระศาสนจักรเป็ นบ้านของตัวเอง พวกเขาเป็ นแค่ที่มาขอเช่าอาศัย พระศาสนจักร แต่ไม่เคยพูดว่าพระศาสนจักรคือบ้านของตน พวกเขาพูดว่า เราเป็ น คาทอลิก แต่ในบางสถานการณ์ เราไม่เป็ นก็ได้ ถ้ามันมีประโยชน์บางอย่างซ่อนอยู่ กลุม่ ที่สามคือพวกแสวงหาแต่ผลประโยชน์ (Exploitationist) คนพวกนีม้ าวัด และเข้าสู่พระศาสนจักร เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านัน้ พวกนีค้ ือนักธุรกิจซึ่งเราก็ รูๆ ้ กันดี พวกเขานําผลประโยชน์ของพระศาสนจักรไปเป็ นของตัวเอง เราเห็ นคน พวกนี้ในเขตวัดหรือสังฆมณฑล เช่นเดียวกัน เรายังเห็ นคนพวกนี้ในคณะนักบวช หรือพบเห็นได้ในกลุ่มผูอ้ ปุ ถัมภ์พระศาสนจักรบางคนด้วยซํา้ พวกเขาทําตัวเหมือน มาทํ า บุญ ส่ ง เสริ ม พระศาสนจั ก ร แต่ ต อนท้า ย เขาเข้า มาทํ า ธุร กิ จ พวกนี้ ก็ เหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าพระศาสนจักรเป็ นบ้านเลย พี่นอ้ ง ในพระศาสนจักรมีพระพรมากมายคงอยู่ มันมีความหลากหลาย ของประชากรของพระเจ้า ซึ่งนีเ่ ป็ นผลจากพระจิต ถ้าเราเข้ามาในพระศาสนจักรและ ทําทุกอย่างด้วยความรักหมดใจ โดยไม่หวังผลประโยชน์ใดๆทัง้ สิ้น พระศาสนจักร ก็จะไม่ใช่บา้ นเช่าของพวกเขา แต่เป็ นบ้านที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง กระนัน้ มันไม่งา่ ย หรอก เพราะปี ศาจมันคอยล่อลวงพวกเรา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระจิตจะทําให้ พวกเราเป็ นหนึง่ เดียวกันให้ได้ นี่คือหน้าที่ของพระจิต ผูน้ าํ ความเป็ นหนึ่งเดียวกัน ในเกิดในพระศาสนจักร พวกเราทุกคนมีความแตกต่างกัน พวกเราไม่เหมือนกัน แต่ขอบคุณพระ เจ้าที่ทาํ ให้เราเป็ นหนึ่งเดียวกัน พวกเราถูกเรียกมาเพื่อให้เชื่อฟั งพระจิต เห็นได้ชดั ว่าการเชือ่ ฟั งพระจิตคือคุณความดีที่ชว่ ยเราให้รอดพ้นจากการเป็ นคน 3 ประเภท 7 แบบที่พ่อกล่าวไป นอกจากนี้ การเชื่อฟั งพระจิตยังทําให้เราสัมผัสได้ว่า พระศาสน จักรคือบ้านที่เราอาศัย ไม่ใช่บา้ นเช่าที่เรามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แล้วก็จากไป" พระสันตะปาปาตรัสปิ ดท้าย ขอขอบคุณ Pope Report 7


3. ท่านทัง้ หลายอภัยบาปของผูใ้ ดบาปของผูน้ ัน้ ก็ได้รบั การอภัย

หนึ่งครั้ งวันอาทิตย์

 

คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์  www. facebook.com/Charlongrath Sang Karat 8 มิถนุ ายน 2014  บุญทิง้ กับ บุญหนับ กําลังลัน่ ล้ ามีความสุขล้ นท้ นเมนู กําลังการทําอาหาร มื ้อ คํ่ากินกันในวันที่มีเคอร์ ฟิว เพราะไปไหนดึกไม่ได้ แต่ก็ร้ ู สกึ อย่างเดียวกันกับประชาชน คนไทยทัว่ ไปว่า คําย่อว่า คสช. “คืนความสุขให้ คนในชาติ” ทําให้ การล้ อมวงอยู่บ้าน เป็ นเรื่ องใหม่ปกติของครอบครัวไทย ยุคสมัยเปลี่ยนไป เมื่อเรามีโอกาสพูดจากับเด็กรุ่นหลัง จึงเข้ าใจว่าโลกเปลี่ยนไป มิใช่น้อย “ นีค่ ณ ุ ตา รู้ไหม? คําย่อ สุภาษิ ตของผูใ้ หญ่ไม่เอาไหน” หลานบุญนิ ้งหน่อง “ อะไรไม่เอาไหน” ตาบุญทิ ้งเดาทางไม่ออก “ทีว่ ่า “รักวัวให้ผูก ต่อด้วยอะไร เอาโดนๆหน่อย” “ ก็ตอ้ ง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ตาบุญทิ ้งเดาทางหลานไม่ออก “ รั กวัวให้ ผูก รั กลูกให้ ตงั ค์ ” “ แล้วคําว่า ไม่เห็นโลงศพ.....” หลานนําไว้ ก่อน “ ไม่ เห็นโลงศพ ไม่ หลั่งนํ้าตา” “ง่ายม๊ วกๆๆๆ” เหมือนตาจะชนะ “ ไม่ เห็นโลงศพ มาผิดศาลา” แบบความคิดคนรุ่นนี ้

ภารกิจ แรกของพระเยซู เ จ้ า หลัง กลับ คืน พระชนมชีพ คือ การส่ ง พระ ศาสนจักรออกไปประกาศข่าวดี และข่าวดีแรกที่พระองค์ทรงสังให้ ่ ประกาศคือ “การอภัยบาป” (ยน 20:23) แต่ ก ารจะอภัย บาปหรือ ไม่อ ภัย บาปแก่ ผู้ใ ด หาได้ข้นึ กับ อํา เภอใจของ พระศาสนจักรหรือของพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งแต่ประการใดไม่ ย้อนกลับไปเมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริม่ ภารกิจเปิ ดเผย พระองค์ทรงประกาศ ว่า “จงกลับใจเถิ ด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยูใ่ กล้แล้ว” (มธ 4:17) เพราะฉะนัน้ พระศาสนจักรต้องประกาศการอภัยบาปแก่ผทู้ เ่ี ป็ นทุกข์กลับ ใจ !! ่ ส่วนผูท้ ย่ี งั ไม่เป็ นทุกข์กลับใจ พระศาสนจักรต้องตักเตือน ต้องสังสอน และต้ องพยายามทุกวิ ถีทางเพือ่ ช่ วยให้ เขาเป็ นทุกข์กลับใจและได้รบั การ อภัยบาป เราจึงต้องหันกลับมาดูตวั เองว่าได้เป็ นทุกข์กลับใจ และได้ชว่ ยผูอ้ นื ่ ให้เป็ น ทุกข์กลับใจจนได้รบั การอภัยบาปบ้างแล้วหรือยัง หรือว่าตัวเรากลับเป็ นอุปสรรค ขัดขวางการกลับใจเสียเอง เพื่อให้การสมโภชพระจิตเจ้าในวันนี้ มีความหมายและเกิดประโยชน์ แก่ ชีวติ ของเรามากทีส่ ดุ เราจึงควรปฏิบตั ติ ามสิง่ ทีพ่ ระวรสารวันนี้เรียกร้อง นันคื ่ อ 1. ดําเนินชีวติ ให้สมกับ “ชีวิตใหม่” ทีไ่ ด้รบั จากพระจิตเจ้า 2. ประกาศ “ข่าวดีของพระเยซูเจ้า” ไม่ใช่ขา่ วดีของตนเอง 3. กลับใจ และเพียรพยายามช่วยผูอ้ ่นื ให้ “กลับใจ” เพือ่ จะได้รบั การ “อภัยบาป”

ลก.7:38 “นางมาอยูด่ า้ นหลังของพระองค์ใกล้ๆ พระบาท ร้องไห้จนนํ้าตาหยดลงเปี ยก พระบาท นางใช้ผมเช็ดพระบาทจูบพระบาท และใช้น้ าํ มันหอมชโลมพระบาทนั้น” 8


หากยึดพระประสงค์ของพระองค์เป็ นทีต่ งั ้ ดังนี้แล้ว ปญั หาต่างๆ ที่ รุมเร้าพระ ศาสนจักรก็จะคลีค่ ลายลง

2. จงรับพระจิตเจ้าเถิด นอกจากส่งบรรดาอัครสาวกซึง่ เป็ นอวัยวะส่วนหนึ่งของ “พระวรกายของ พระคริสตเจ้า” ออกไปประกาศข่าวดีแล้ว พระองค์ยงั ทรงเปา่ ลมเหนือเขาทัง้ หลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด” (ยน 20:22) เมื่อพูดถึง “เป่ าลม” ยอห์นกําลังคิดถึงการสร้างมนุ ษย์ในพระธรรมเก่า ั ้ ษย์ดว้ ยผงคลีดนิ ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุ ษย์จงึ ทีว่ า่ “พระเจ้าทรงปนมนุ เป็ นผูม้ ชี วี ติ ” (ปฐก 2:7) และเรือ่ งกระดูกแห้งในหุบเขามรณะทีพ่ ระเจ้าตรัสกับลม ว่า “ลมปราณเอ๋ย จงมาจากลมทัง้ สีท่ ศิ และเข้าสูร่ า่ งทีถ่ ูกสังหารเหล่านี้เพือ่ พวก เขาจะมีชวี ติ ” (อสค 37:9) เห็นได้ชดั ว่า “ลม” คือ “ชีวิต” เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเป่า “ลม” เหนือบรรดาอัครสาวกพร้อมกับตรัสว่า “จง รับพระจิตเจ้าเถิด” จึงแปลเป็ นอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ลม” คือ “พระจิ ตเจ้า” เราจึงสรุปได้วา่ “พระจิ ตเจ้า” คือ “ชีวิต” เท่ากับว่า พระองค์ทรงประทานชีวติ ใหม่ให้แก่บรรดาอัครสาวกและพระ ศาสนจักร โดยทางพระจิ ตเจ้า หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ พระจิ ตเจ้าทรงทําให้ พระศาสนจักรและเราทุก คนมีชีวิตใหม่ เมื่อได้รบั ชีวติ ใหม่อาศัยพระจิตเจ้าแล้ว บรรดาอัครสาวกเลิกกลัว เลิก หลบซ่อน ทุกคนพากันแยกย้ายไปปฏิบตั ภิ ารกิจตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย แล้วเราจะใช้ชวี ติ ใหม่ทไี ่ ด้รบั มาอย่างไร ? 4

มิสซาสมโภชพระจิต (ปี A) วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2014 วัน เดือน ปี ส. 7 มิ.ย. 18.00 น.

รายการมิสซา สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว คุณสาธิต พันธุ์โอภาส อุทศิ แด่ คุณพ่อ เจมส์ วู เทเรซา เชง จวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ อันตน สําเริ ง โกญจนาท สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช ยวง บัปติสตา ธนารัตน์ ผ่องบุรุษ ยวง บัปติสตา สําราญ สุ ภากิจ ยอแซฟ อดิสัย ดารุ ทยาน ซี มอน สุ ชิน กิจบํารุ ง, คุณพัว่ กงแก้ว ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง อา. 8 มิ.ย. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. อันนา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัว อันนา ชุลี วีระวัฒนาเดช มารี อา กรรณิ กา, มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง เทเรซา ชนินทร์ มาศ, มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ พลเอก พิจิตร, คุณหญิง วิมล กุลละวณิ ชย์ นักบวชชาย-หญิงทั้งหลาย อุทศิ แด่ ซี มอน สุ ชิน กิจบํารุ ง, คุณพัว่ กงแก้ว ยอแซฟ สุ จินต์ จวบสมัย อันตน ศิริ, มารี อา มักดาเลนา เกสร ไชยเจริ ญ ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ

ผู้ขอมิสซา ธนพร โรซา เริ งจิต อมรา โรซา คค.ศรี เจริ ญ สุ นทรี ย ์ พิทกั ษ์ วิภาวินี 9


วัน เดือน ปี อา. 8 มิ.ย. 08.00 น.

อา. 8 มิ.ย. 10.00 น.

10

รายการมิสซา อุทศิ แด่ อันนา เย็น เอี้ยพิน ยอแซฟ ภิรมย์, โยเซฟ รัตนา, ยวง พิสิษฎ์ พันธุมจินดา มารี อา เทเรซา นงลักษณ์ จินดากุล คุณวิรัช พุทธโกษา, คุณพงศ์ธร ลามะบุตร เซบัสติโน การุ ณย์ วงศ์ธานี ผูล้ ่วงลับครอบครัวพุทธโกษา, นิ ลวิเศษ ผูล้ ่วงลับครอบครัวพันธุมจินดา ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั คุณพัสพัสษ์ วราเปล่งสิ นทวี บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ โรซา ราตรี , คุณด้วง ลี้ยาง, อันนา ยีส่ ุ่ น พานิช คุณสอ ชูสอน, คุณพัฒนา ทองธิว, คุณวิชยั สายแสง ผูล้ ่วงลับครอบครัวจุลละมณฑล, ลี้ยาง, ริ้ วงาม วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน ผูส้ ูงอายุที่เกิดเดือนมิถุนายนทุกท่าน คุณยุพิน ศิริพิพฒั น์ และครอบครัว คุณสรวิศ, คุณพิมพ์ชนก, คุณสุ ชาดา รัตนพิเศษ คุณสัณหพล, คุณวิไลวรรณ เหลืองอร่ าม คุณหทัย บุตรสุ ทธิวงศ์ และครอบครัว คุณจักรพล เวทย์วฒั นะ คุณสุ ภาวิณี สุ วรุ จิพรและบุตร ด.ช.ธนัช เวทย์วฒั นะ เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว ครอบครัวสุ วรรณจิต, อุชชิน, อาดัมส์ ครอบครัวลิมาลัย

ผู้ขอมิสซา สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ สุ ดารัตน์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ ชมรมผูส้ ู งอายุ คค.รัตนพิเศษ -

คําสังนี ่ ้แฝงนัยสําคัญ 3 ประการ คือ 1. พระเยซู เ จ้ า ทรงต้ อ งการพระศาสนจัก ร เพราะเมื่อ เสด็จ กลับไปหาพระบิดาแล้ว พระองค์ทรงต้องการให้พระศาสนจักรเป็ นดังปาก ่ มือ และเท้าของพระองค์เพือ่ นําข่าวดีไปสูม่ นุษย์ทุกคน โดยไม่เลือกชาติ ศาสนา เพศ วัย หรือฐานะ พระศาสนจัก รจึง เป็ น ดัง่ “พระวรกาย” ของพระองค์ โดยมี พระองค์ทรงเป็ น “ศีรษะ” (อฟ 1:23; 1 คร 12:12) 2. พระศาสนจักรต้ องการพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์คอื “ผูส้ ่ง” พระศาสนจักรออกไป เหมือนดังทีพ่ ระบิดาทรงส่งพระองค์มา นอกจากเป็ น “ผู้ ส่ ง ” แล้ ว พระองค์ ย ัง ทรงเป็ น ผู้ ม อบข่ า วดี ผูส้ นับสนุ น ผูส้ อ่ งสว่างจิตใจ และผูป้ ระทานพละกําลังและความกล้าหาญในการ ปฏิบตั ภิ ารกิจของพระศาสนจักร หากปราศจาก “ผูส้ ง่ ” ดังเช่นพระองค์ พระศาสนจักรย่อมไม่มขี า่ ว ดีจะประกาศ และย่อมไม่มอี าํ นาจอันใดเลยทีจ่ ะอภัยบาปแก่มนุษย์ 3. พระศาสนจักรต้องนบนอบพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ตรัสว่า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็สง่ ท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ ” (ยน 20:21) พระบิด าทรงส่ ง พระองค์ ม าประกาศข่ า วดีแ ละไถ่ บ าปมนุ ษ ย์ พระองค์ทรงน้อมรับภารกิจดังกล่าวด้วยความรักและความนบนอบเชื่อฟงั สูงสุด จนถึงกับยอมสิน้ พระชนม์ แม้เป็ นการสิน้ พระชนม์บนไม้กางเขน เช่ น เดีย วกัน พระศาสนจัก รจะปฏิบ ัติภ ารกิจ ที่พ ระองค์ ท รง มอบหมายให้สําเร็จลุล่วงได้ก็โดยอาศัย “ความรักและการนบนอบเชื อ่ ฟั ง พระองค์ด้วยสิ้ นสุดจิ ตใจ” เท่านัน้ ความรัก และความนบนอบนี้ เ อง เรีย กร้อ งให้พ ระศาสนจัก ร ประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า ไม่ใช่ขา่ วดีของพระศาสนจักร อีกทัง้ ต้องพร้อม ั หาต่ า งๆ ตามพระประสงค์ข องพระองค์ ไม่ ใ ช่ ต าม เผชิญ หน้ า และแก้ไ ขป ญ นโยบายหรือตามความนึกคิดประสามนุษย์ของพระ ศาสนจักรเอง 3


สั ปดาห์ ที่ 6 เทศกาลปัสกา (ปี A)

อา. 8 มิ.ย. 10.00 น.

อุทศิ แด่

จ. 9 มิ.ย. อ. 10 มิ.ย. พ. 11 มิ.ย. พฤ. 12 มิ.ย. ศ. 13 มิ.ย.

อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่ อุทศิ แด่

ยน 14:15-21

1. พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ หลังจากพระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน บรรดาอัครสาวก หวนกลับมาหลบซ่อนอยู่ในห้องที่เคยใช้เลี้ยงอาหารคํ่ามื้อสุดท้ายด้วยความ หวาดกลัว คอยเงีย่ หูฟงั เสียงคนขึน้ บันไดหรือเคาะประตู เกรงว่าเจ้าหน้าทีข่ อง สภาสูงจะมาจับกุมและพวกเขาคงไม่แคล้วถูกตัดสินประหารชีวติ ให้ตายตกตาม พระอาจารย์ไป ทันใดนัน้ ทัง้ ๆ ทีป่ ระตูหอ้ งยังปิ ดอยู่ พระเยซูเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ ท่ามกลางพวกเขาตรัสว่า “สันติสขุ จงสถิตอยูก่ บั ท่านทัง้ หลายเถิด” (ยน 20:19) คํา “สันติสขุ ” หรือ shalōm (ชาโลม) ในภาษาฮีบรู ไม่ได้หมายถึงเพียง “พ้นทุกข์” แต่หมายรวมถึง “การบรรลุความดีและความสมบูรณ์สงู สุด” พระองค์จงึ ไม่เพียงวอนขอให้บรรดาอัครสาวกรอดพ้นจากการถูกจับกุม เท่านัน้ แต่ทรงวอนขอพระบิดาเจ้าโปรดประทานสิง่ ที่ “ดีทีส่ ดุ ” แก่พวกเขาด้วย หลังจากประทานพรและให้บรรดาอัครสาวกดูพระหัตถ์และด้านข้างพระ วรกายจนพวกเขาเชือ่ ว่าทรงเป็ น “องค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า” แล้ว (ยน 19:20) พระองค์ ทรงเข้าสูป่ ระเด็นสําคัญทันที นันคื ่ อทรงตรัสสังว่ ่ า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็สง่ ท่านทัง้ หลายไปฉันนัน้ ” (ยน 20:21) 2

คุณพ่อ วัลลภ จําหน่ายผล คุณพ่อ เจมส์ วู เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ ยอแซฟ อุดม, โรซา สมศรี ลิมาลัย เทเรซา มาลินี เธี ยรทานต์ มารี ย ์ ต้ายไถ่ แซ่โฮ่, เปาโล จาง จือ กวง ยอแซฟ เพียรจิตร ตรั่นวัน, คุณโหย เลวัน คุณหมู่เอกแก้ว รัตนพิเศษ และญาติพี่นอ้ ง มัทธิว อุทยั ทิพย์ สังขฤกษ์ ยวง บัปติสตา ธนารัตน์ ผ่องบุรุษ ยวง บัปติสตา สําราญ สุ ภากิจ เปโตร บ้วนฮง เตียวเจริ ญ และบรรพบุรุษ โทมัส อาดัมส์, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มารี อา นิตยา, ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน อลิซาเบธ วัลลีย ์ บูรณพันธ์ คุณนันทนา ชูใจ, มารี ลามาธ ผูส้ ูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง ฟี เดส จิตรา ดารุ ทยาน เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ เทเรซา เชงจวง, ฟรังซิ สโก พูน สมพานิชและญาติ วิญญาณในไฟชําระ วิญญาณในไฟชําระ

โรซา นิรมาน ภวิกา, พิศิษฎ์ คค.รัตนพิเศษ คค.รัตนพิเศษ บุญเลิศ นงเยาว์ นงเยาว์ นงเยาว์ ชมรมผูส้ ูงอายุ อมรา โรซา โรซา -

พระจิตของพระเจ้าทรงอยูเ่ หนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน (ลก 4:18) 11


ปี นี้ วัดของเรากําหนดจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปี ของวัดในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม โดยมีพระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรี ยงศักดิ์ โกวิทวาณิ ช เป็ นประธาน พิธีบูชาขอบพระคุณ ขอเชิญผูม้ ีจิตศรัทธาทุกท่านมีส่วนร่ วมในงานฉลองวัดปี นี้ ด้วยการ  ร่ วมบริ จาคปัจจัย อาหาร ดอกไม้สาํ หรับถวายแม่พระ ฯลฯ  ร่ วมเป็ นอาสาสมัครฝ่ ายต่าง ๆ ในการจัดเตรี ยมงาน โปรดแจ้งความจํานงได้ที่สาํ นักงานวัด ตั้งแต่บดั นี้เป็ นต้นไป และขอขอบคุณพี่ น้องล่วงหน้ามา ณ ที่น้ ี ชมรมผูส้ ูงอายุวดั ในเขตปกครอง 2 ขอเชิญผูส้ ูงอายุ และผูส้ นใจทุกท่านร่ วม ฟื้ นฟูจิตใจ “ยามเย็นของชีวิต” วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน ศกนี้ ณ วัดพระแม่ มหาการุ ณ ย์ ผูส้ นใจโปรดลงชี่ อที่ คุณ วิเ ชี ย ร จิ น ดาหรา ประธานชมรม ผูส้ ูงอายุฯ หรื อที่สาํ นักงานวัด วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน ศกนี้ เป็ นวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิ ต พระคริ สตเจ้า ขอเชิญพี่นอ้ งทุกท่านร่ วมเฝ้ าศีลมหาสนิ ทอย่างสง่า เวลา 9.00 – 9.45 น. (หลังมิสซาเช้าจนถึงเริ่ มมิสซาสาย) และร่ วมแห่ ศีลมหาสนิ ทหลังมิสซาสายโดยพร้อม เพรี ยงกัน

ฉบับที่ 530 วันอาทิตย์ที่ 8 มิถนุ ายน ค.ศ. 2014

สมโภชพระจิตเจ้ า (ปี A)

จงรับพระจิ ตเจ้าเถิด ยน 20:22

12

สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2014  

สารวัดฯ วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ลาดพร้าว 124 ฉบับที่ 530 ประจำวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2014

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you