Page 5

คัดย่ อจากนิตยสาร Secret

ความสุขนัน้ ใครๆ ก็ปรารถนา แต่เคยสังเกตไหมว่า ทันทีที่เราอยากได้ความสุข ความสุขกลับเลือนหาย ยิ่งอยากได้ความสุขมากเท่าไร เรากลับมีความสุขน้อยลง ทําไม จึงเป็ นเช่นนัน้ ? เหตุผลนัน้ มีหลายประการ ทุกครัง้ ที่เราอยากมีความสุข เรามักจะนึกถึงสิ่งที่เรา ยังไม่มี เช่น เงิน รถยนต์ ชื่อเสียง ความสําเร็จ หรือสิ่งที่ยงั ไปไม่ถึง เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว แต่พอคิดเช่นนัน้ เราก็จะรูส้ ึกไม่พอใจกับสภาพปั จจุบันทันที กล่าวอีก นัยหนึง่ ทันทีที่เราอยากได้ความสุข เราจะไม่เห็นความสุขที่มอี ยู่ในปั จจุบนั เพราะใจนัน้ มัว จดจ่อใส่ใจกับความสุขที่อยู่ขา้ งหน้า แค่นั้นก็ ทําให้ความสุขเลือนหายไปจากใจแล้ว คน ส่วนใหญ่ ที่อยากมีความสุขนั้นที่จริงเขามีความสุขอยู่แล้ว แต่มองไม่เห็ น เพราะเอาแต่ มองออกไปนอกตัว เขามองข้ามปั จจุบัน ฝากความหวังไว้กับอนาคต จึงเสียโอกาสที่จะ เก็บเกี่ยวความสุขที่มอี ยูใ่ นปั จจุบนั คนที่ อ ยากได้ความสุขมากๆ ยังมักเจอปั ญ หาอี ก ประการหนึ่ง กล่าวคื อ ยิ่ ง อยากได้ความสุข ก็ยิ่งนึกถึงแต่ตวั เอง คิดแต่ว่าทําไมตนถึงจะมีความสุขมากๆ ความคิด เช่น นี้ ทํ า ให้ไม่ ส นใจคนอื่ น จนอาจถึ ง ขั้น ไร้น ํ้า ใจต่ อ คนรอบตั ว เท่ า นั้น ไม่ พ อ ยั ง อาจ เรียกร้องความสุขจากคนอื่นๆ อีกด้วย จึงเป็ นที่ระอาของผูค้ น ใครๆ ก็ไม่อยากคบค้า สมาคมด้ว ย ผลที่ ต ามมาก็ คื อ ความรู้สึ ก โดดเดี่ ย ว ไอริ ส มอสส์แ ห่ ง มหาวิ ท ยาลั ย แคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์คลีย์ พบว่า ยิ่งผูค้ นให้ความสําคัญแก่ความสุขมากเท่าไร ก็ ยิ่งรูส้ ึกโดดเดีย่ วอ้างว้างโดยเฉพาะเวลามีเรื่องเครียดเกิดขึน้ คนที่อยากได้ความรัก มักลงเอยด้วยการไม่ได้ความรัก เพราะเมือ่ อยากได้ความ รักจากใคร ก็มกั คาดคั้นหรือเรียกร้องความรักจากเขา ได้แล้วก็ยังไม่พอใจเพราะไม่มาก เท่าที่ตอ้ งการ ก็ยิ่งเรียกร้องอีก ทําให้อีกฝ่ ายอึดอัดและระอาใจ ใช่แต่เท่านัน้ เวลาเห็นเขา ให้ค วามสนใจหรื อ ความรั ก แก่ ค นอื่ น ตนเองก็ จ ะรู้สึ ก อิ จ ฉาและโกรธขึ้ง อาจถึ ง กั บ อาละวาดอีกฝ่ ายด้วยความหึงหวง เมื่อเป็ นเช่นนีห้ นักเข้า อีกฝ่ ายก็ย่อมรูส้ ึกเหนือ่ ยหน่าย และหมางเมินเหิ นห่างในที่สดุ ตรงข้ามกับคนที่ไม่ได้ตอ้ งการความรักจากใคร กลับมัก ได้รับ ความรั ก จากผูอ้ ื่ น เพราะเขาไม่คิ ด เรี ย กร้อ งความรัก จากใคร ไม่เอาตนเองเป็ น ศูนย์กลาง แต่ใส่ใจคนอื่น คอยช่วยเหลือเกื้อกูลผูอ้ ื่น จึงมักเป็ นที่รกั ของผูอ้ ื่น

กางเขนไม่ใช่ความพ่ายแพ้อปั ยศอดสูอกี ต่อไป แต่เป็ นหนทางสู่พระ สิรริ งุ่ โรจน์อนั ยิง่ ใหญ่ !! 2. ปฏิกริ ยิ าแห่งความปี ตยิ นิ ดีของเปโตรคือ “ข้าพเจ้าจะสร้างเพิงขึน้ สาม หลัง หลังหนึง่ สําหรับพระองค์ หลังหนึง่ สําหรับโมเสส อีกหลังหนึง่ สําหรับเอลียาห์” (มธ 17:4) เปโตรเป็ นคนชอบทํามากกว่าชอบคิด แทนที่จะสงบนิ่ง ไตร่ตรอง สรรเสริญ และเคารพยําเกรงพระสิรริ ุ่งโรจน์ของพระเจ้า ดังเพลงสดุดที ว่ี ่า “จงสงบนิง่ เถิด และรูว้ า่ เราคือพระเจ้า” (สดด 46:10) ท่านกลับด่วนเสนอสร้างเพิงสามหลัง หลายครัง้ เราก็ทําตัวไม่ต่างจากเปโตร เรามัววุ่นวายทําสิง่ นี้บ้าง ทํา สิง่ โน้นบ้าง ทัง้ ๆ ทีจ่ ะดีกว่ามากหากเรารูจ้ กั เงียบ ฟงั คิด สรรเสริญและขอบพระคุณ พระเจ้า นอกจากนัน้ เป็ นไปได้ว่าเปโตรเสนอสร้างเพิงสามหลังก็เพื่อยืดเวลา แห่งความปี ติยนิ ดีท่ไี ด้อยู่ต่อหน้ าพระเยซูเจ้าผูท้ รงเปล่งรัศมีรุ่งโรจน์ ออกไปให้นาน ทีส่ ดุ จะได้ไม่ตอ้ งลงจากภูเขาไปเผชิญหน้ากับกางเขน นี่เป็ นประสบการณ์ของผูท้ เ่ี จริญชีวติ สนิทสัมพันธ์กบั พระเจ้า นัน่ คือ ได้ล้ิม รสความสุ ข สงบและความปี ติ ย ิน ดีอ ย่ า งเอ่ อ ล้น และพยายามยืด เวลาแห่ ง ความสุขนี้ ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็ นไปได้ จนหลายครัง้ ไม่ได้ปฏิบตั ิหน้ าที่ท่ี ได้รบั มอบหมาย แต่เราต้องไม่ลมื ว่า พระเยซูเจ้าทรงสําแดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ก็ เพือ่ ให้เรามีพลังกายและพลังใจสําหรับปฏิบตั ภิ ารกิจทีพ่ ระองค์ทรงมอบหมาย และก้าวเดิ นต่อไปตามหนทางแห่งไม้กางเขน !!

อยากได้อะไร กลับไม่ได้สิ่งนัน้ ฉันใดก็ฉนั นัน้ ยิ่งอยากได้ความส ุข กลับ ไม่ได้ ครัน้ ไม่อยากได้ความสขุ กลับได้ ดังนัน้ ใครที่ อยากมีความสขุ ควรวาง ความอยากลงเสีย แล้วหมัน่ ทําความดี นึกถึงผูอ้ ื่นให้มากๆ ลดความเห็นแก่ตวั ให้นอ้ ยลง เมื่อนัน้ ความส ุขก็จะมานัง่ ในหัวใจเราเอง 8

5

สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2014  

สารวัดฯ วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ลาดพร้าว 124 ฉบับที่ 518 ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2014

Advertisement