Issuu on Google+

ฉบับที่ 444 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012

ฉบับที่ 444 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012

สั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B)

สั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B)

จงไปขายทุกสิ่ งที่มี มอบเงินให้ คนยากจน และท่ านจะมีขุมทรัพย์ ในสวรรค์

จงไปขายทุกสิ่ งที่มี มอบเงินให้ คนยากจน และท่ านจะมีขุมทรัพย์ ในสวรรค์

มก 10:21

มก 10:21


สั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B)

มก 10:17-30

ขณะทีพ่ ระเยซูเจ้ากําลังเดินอยูร่ ะหว่างทาง มีชายคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลง ทูลถามว่า “พระอาจารย์ผทู้ รงความดี ข้าพเจ้าต้องทําอะไรเพือ่ จะได้ชวี ติ นิรนั ดร” (มก 10:17) อันทีจ่ ริงต้นฉบับภาษากรีกเล่าว่า ชายคนนัน้ “วิง่ ” (prostréchō – พรอสเทร โค) เข้ามาหาพระองค์แล้ว “คุกเข่าลง” ก่อนจะทูลถามเรือ่ งชีวติ นิรนั ดร การที่เศรษฐีคนหนึ่งลงทุนวิง่ รีเ่ ข้ามาคุกเข่าต่อหน้าประกาศกจน ๆ จากนา ซาเร็ธผูไ้ ม่มเี งินติดตัวแม้แต่บาทเดียว บ่งบอกถึงความรูส้ กึ ภายในจิตใจทีร่ อ้ นรนและ กระตือรือร้นต้องการชีวติ นิรนั ดรมากจริง ๆ แต่ชวี ติ นิรนั ดรไม่ใช่เรือ่ งของอารมณ์ความรูส้ กึ .... เพราะฉะนัน้ แทนทีจ่ ะตอบคําถามในทันที พระองค์กลับถ่วงเวลาด้วยการตรัส ถามว่า “ทําไมเรียกเราว่าผูท้ รงความดี ?” วัตถุประสงค์ของพระองค์คอื ต้องการให้เขา “หยุดและคิดคํานวณ” ให้ดกี ่อน ตัดสินใจติด ตามพระองค์ ไม่ใ ช่คิด การใหญ่ ใ นขณะที่หวั ใจเอ่อล้น ไปด้ว ยอารมณ์ ความรูส้ กึ เช่นนี้ อีกประการหนึ่ง พระองค์ตอ้ งการสอนเราว่า เราจะเป็ นคริสตชนเพียงเพราะ “ความพึงพอใจ” ในตัวพระองค์เองไม่ได้ แต่เราจําต้องคิดให้ไกลและไปให้ถงึ “พระ เจ้าผูท้ รงความดี” ด้วย จริงอยู่ บุคลิกภาพ นิสยั ใจคอ และความสามารถของพระองค์ลว้ นมีอทิ ธิพล ในการดึงดูดผูค้ นดังเช่นเศรษฐีหนุ่มคนนี้ให้เข้ามาหาและ “ยึดติด” อยูก่ บั พระองค์ได้ 2

วัน เดือน ปี รายการมิสซา อา 14 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 10.00 น. สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน Mrs. Lolita R. Ferrer และครอบครัว ดอมินิก ภูวนัย หงษ์แก้ว และครอบครัว Sonitia Stephanie, มารี อา มาลี อดุลศิริสวัสดิ์ มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง, เทเรซา ชนินทร์มาศ พนอําพน เทเรซา รัตนา, คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ ยอแซฟ มานพ, เปโตร มนัศ อดุลศิริสวัสดิ์ อุทศิ แด่ ยอแซฟ ฮวงไล้, มารี อา กรุ ณา แซ่เซี ยว เอลิซาเบธ ธานี เศรษฐเสรี ฟรังซิ สโก วิจิตร กาญจนธานินทร์ คาทารี นา วงศ์ประยูร เทวารุ ทธ, คุณเส่ ง วชิรจุติพงศ์ ยอห์น บัปติสต์ มณี , เทเรซา สุ มลี กิจนิตย์ชีว์ โรซา บุญยิง่ , ซิ ลเวสเตอร์ สุ รพงษ์ กิจเจริ ญ โทมัส เง็กเซี่ ยง แซ่กงั , มารี อา ปุ่ นหม่วย แซ่จิว โรซา ราตรี ลี้ยาง, คุณสอ ชูสอน คุณวิชยั สายแสง, คุณพัฒนา ทองธิว เปโตร ยรรยง, ลูซีอา ละออ, มารี อา นิตยา อุชชิน ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มัทธิ ว เกียรติศกั ดิ์ สุ วรรณจิต เปาโล มงคล, เซซี ลีอา อรนุช, อักแนส ลดาวัลย์ สวีรวงศ์ คุณกรรณการ์, คุณจารุ วรรณ สวีรวงศ์, คุณสอางค์ ชุ่มชื่น คุณอรุ ณี เนตรวิจิตร, คุณเซ่งกี, คุณคิ้ม แซ่ลิ้ม ผูล้ ่วงลับครอบครัวจุลละมณฑล วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง ศ. 19 ต.ค. สุ ขสํ าราญ มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ

ผู้ขอมิสซา อรุ ณ อรุ ณ วิษณุ วิษณุ คค.กิจนิตย์ชีว์ ลัดดา อัญชลี คค.อุชชิน คค.อุชชิน คค.อุชชิน ลัดดา ลัดดา ลัดดา ปัทมา 11


มิสซาสั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B) วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ส. 13 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว 18.00 น. เทเรซา นิภาภรณ์ แสงไพบูลย์ (วันคล้ ายวันเกิด) Joshua Reedy คุณทองสุ ข ศักดิ์ชยั ภูมิ อุทศิ แด่ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช อันตน สําเริ ง โกญจนาท คุณแย้ม, คุณจําเนียร เทพทอง คุณอํา, คุณประเทียบ เมืองทองอ่อน ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง อา. 14 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. มารี อา เอื้อพันธ์ และครอบครัวศรี เจริ ญ เทเรซา วิริยา ราชกิจ (วันคล้ายวันเกิด) เทเรซา สุ พตั รา ราชกิจ มารี อา วิรัช ไพบูรณ์ศิลป์ อุทศิ แด่ ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน ฟังซิ สโก สุ เทพ, เทเรซา สมถวิล สมุทรคีรี ยอแซฟ สว่าง, อาคาทารี นา ชตา, มารี อา ชะลอศรี คุณอาวุธ, คุณชัยวัฒน์, คุณปรี ดี ผูล้ ่วงลับครอบครัวพานิชเกษม ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ บรรพบุรุษและผูล้ ่วงลับครอบครัวธนาพานิชย์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง 10

ผู้ขอมิสซา มาลินี มาลินี เริ งจิต ยิง่ ยศ ยิง่ ยศ เปาโล สร้างชัย วิชชุลดา คค.ศรี เจริ ญ คค. ธนาพานิชย์ สุ ชาดา ปัทมา ปัทมา ปัทมา วิภาวินี คค. ธนาพานิชย์ คค. ธนาพานิชย์

แต่พระองค์ไม่ทรงยินยอมให้ผใู้ ดมายึดติดอยูก่ บั พระองค์ แล้วไปไม่ถงึ พระเจ้า ด้ว ยเหตุ น้ี พระองค์จึง ตรัส ว่า “ทําไมเรีย กเราว่าผู้ท รงความดี ไม่มีใ ครทรงความดี นอกจากพระเจ้าเท่านัน้ ” นี่คอื แบบอย่างที่ “ผูป้ ระกาศข่าวดี” และ “ผูอ้ ภิบาล” ทุกคนพึงเอาแบบอย่าง ! หลัง จากทํ า ให้เ ศรษฐีห นุ่ ม ได้ห ยุ ด คิด แล้ว พระองค์ต รัส ถามเขาว่ า ได้ถือ บัญญัตดิ งั นี้คอื “อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็ นพยานเท็จ อย่า ฉ้อโกง จงนับถือบิดามารดา” แล้วหรือยัง เขาทูลตอบว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ ปฏิบตั ติ ามบทบัญญัตเิ หล่านี้ทุกข้อมาตัง้ แต่เป็ นเด็กแล้ว” (มก 10:19-20) น่ าสังเกตว่าสิง่ ทีเ่ ศรษฐีหนุ่ มได้ถอื ปฏิบตั มิ าตัง้ แต่เด็กคือ “อย่า” ทัง้ นัน้ เช่น อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็ นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง มียกเว้นข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียวทีส่ งให้ ั ่ “ทํา” คือจงนับถือบิดามารดา ซึ่งก็ เป็ นการทําดีเฉพาะภายในวงศาคณาญาติเท่านัน้ พระองค์จงึ ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิง่ หนึง่ จงไปขายทุกสิง่ ทีม่ ี มอบเงินให้ คนยากจน และท่านจะมีขมุ ทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มก 10:21) ความหมายของพระองค์คอื “ใช่ ท่านไม่เคยทําร้ายผูใ้ ดตัง้ แต่เกิดก็จริง แต่ ท่านเคยทําสิง่ ใดดีเพือ่ ผูอ้ นื ่ บ้าง” และนี่คอื ข้อสรุปสําหรับเราคริสตชนทุกคน “ไม่ทาํ ผิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องทําดีด้วย” ! และความดีสุดยอดที่พระองค์ทรงเชิญชวนและท้าทายให้เรากระทําคือ “จง ติ ดตามเรามาเถิ ด” พระดํารัสนี้มไิ ด้หมายความว่าเราต้องเข้าบ้านเณร เข้าอาราม ไปบวชเป็ น พระสงฆ์หรือซิสเตอร์กนั หมด สิง่ ทีพ่ ระองค์ตอ้ งการคือให้เรารูจ้ กั สละตนเองและทรัพย์สมบัตทิ ม่ี อี ยูเ่ พื่อผูอ้ ่นื บ้าง เพือ่ เราจะได้มคี วามสุขแท้จริงทัง้ ในโลกนี้และชัวนิ ่ รนั ดร เพราะการรัก และช่ว ยเหลือ ผู้อ่ืน โดยเฉพาะผู้ท่ีข ดั สนและตํ่ า ต้อ ยนัน้ คือ หนทางทีพ่ ระองค์ได้เดินนําหน้าไปแล้ว และกําลังเชิญชวนกึง่ ท้าทายให้เราทุกคนเดิน ตามพระองค์ 3


ทีบ่ อกว่าท้าทายเพราะพระองค์กําลังถามเศรษฐีหนุ่ มและเราทุกคนว่า “พวก ท่านต้องการชีวติ นิรนั ดรมากแค่ไหน ? พวกท่านต้องการเป็ นคริสตชนทีแ่ ท้จริงมาก เพียงใด ? พวกท่านต้องการสิง่ เหล่านี้มากพอทีจ่ ะสละตนเองและทรัพย์สมบัตทิ มี ่ อี ยู่ เพือ่ ผูอ้ นื ่ บ้างหรือไม่ ?” น่ าเศร้าที่เศรษฐีหนุ่ มคนนัน้ อยากได้ชวี ติ นิรนั ดรมาก แต่ยงั ไม่มากพอที่จะ สละทุกสิง่ ! ส่วนเราจะดําเนินตามรอยของเศรษฐีหนุ่ ม หรือตามหนทางของพระเยซูเจ้า ก็เป็ นเรือ่ งทีเ่ ราแต่ละคนต้องเลือกเอาเอง !?! เมือ่ เศรษฐีหนุ่มจากไปด้วยความทุกข์เพราะมีทรัพย์สมบัตมิ ากจนยากแก่การ เสียสละ พระองค์จงึ ตรัสว่า “ยากจริงหนอทีค่ นมังมี ่ จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระ เจ้า” (มก 10:23) บรรดาศิษย์แปลกใจกับพระวาจานี้เพราะมันขัดกับมาตรฐานของชาวยิวทีถ่ อื ว่า ความรํ่ารวยเป็ นเครื่องหมายของคนดี ความมังมี ่ คอื ข้อพิสูจน์ ถึงคุณธรรมและ ความโปรดปรานของพระเจ้า คนรวยคือผูท้ พ่ี ระเจ้าทรงพอพระทัยและอวยพระพร ดังทีเ่ พลงสดุดกี ล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าเคยเป็ นหนุ่ม บัดนี้ชราแล้ว ยังไม่เคยเห็นคนชอบ ธรรมคนใดถูกทอดทิ้ง หรือลูกหลานของเขาต้องขอข้าวใครกิน” (สดด 37:25) จึงเป็ น การง่ายจริง ๆ สําหรับคนรํ่ารวยทีจ่ ะเข้าสูพ่ ระอาณาจักรของพระเจ้า แต่พระองค์กลับเห็นตรงกันข้าม และทรงยํ้าถึงสองครัง้ สองคราว่า “ยากจริง หนอ... ยากจริงหนอ...ทีค่ นมังมี ่ จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 10:23 และ 24) พระองค์ตรัสเช่นนี้เพราะทรงเล็งเห็นอันตรายอันใหญ่หลวงของความรํ่ารวย มังมี ่ ทรัพย์สมบัติ กล่าวคือ 1. ทรัพย์สมบัตขิ องโลกนี้มกั ทําให้เราหลงผิดคิดไปว่า นี่คอื สิง่ ที่นํามา ซึ่งความสุขและความมันคงในชี ่ วติ จนทําให้เรายึดติดอยู่กบั โลกใบนี้และยากที่จะ คิดถึงสิง่ อื่นทีอ่ ยูเ่ หนือกว่าโลกใบนี้ 4

จึงไม่เพียงแต่ป่วยกายเท่านั้น ใจก็ป่วยด้วย กลายเป็ นการซํ้าเติมตัวเอง ทําให้ ทุกข์สองชัน้ มิหนําซํา้ ความทุกข์ใจนัน้ ยังฉุดกายให้ทรุดหนักกว่าเดิมด้วย บางคน พอรูว้ ่าเป็ นมะเร็ง อยู่ได้แค่สองสัปดาห์ก็ตายทั้ง ๆ ที่หมอบอกว่ามีชีวิตอยู่ได้อีก สามเดือน บางคนรักความสงบ เวลาทําสมาธิจนจิตสงบ ก็เป็ นสุขอย่างมาก แต่พอ ความสงบหายไป ทําเท่าไรความสงบก็ไม่กลับมา จึงเป็ นทุกข์อย่างมาก บางครั้ง กลับ กลุม้ ใจยิ่ ง กว่ า คนที่ ไ ม่ไ ด้ป ฏิ บัติธ รรมด้ว ยซํ้า ในทํา นองเดีย วกัน บางคน เกลียดเสียงรบกวน พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดงั หรือเสียงคนคุยกันขณะนัง่ สมาธิ จะรูส้ ึกหงุดหงิดมาก เพ่งโทษและพุ่งความโกรธไปที่เสียงเหล่านัน้ ทัง้ ๆ ที่มนั ไม่ได้ ดังอะไรเลย แท้จริงแล้วเสียงไม่เป็ นปั ญหา ความรูส้ ึกเกลียดเสียงต่างหากที่เป็ น ปั ญหา นีก้ ็ไม่ตา่ งจากลิงที่เกลียดกะปิ หากกะปิ เปื้ อนมือมัน มันจะถูมือกับหินหรือ เปลือกไม้จนเป็ นแผลเลือดไหลซิบ ถามว่าอะไรทําให้ลิงมีแผล กะปิ ใช่ไหม เปล่าเลย ความเกลียดกะปิ ในใจลิงต่างหาก แม้เราจะรักความสุขมากมายเพียงใด ความสุขก็หาได้รกั เราไม่ วันดีคืนดี ความสุขก็จากเราไป ถึงจะกลับมาใหม่ ก็อยู่กบั เราประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนความ ทุกข์นนั้ แม้เราจะเกลียดเพียงใด แต่มนั ก็มกั จะมาหาเราอยู่เสมอ ยิ่งพยายามหนี มัน มันก็ยิ่งเข้ามาพัวพัน เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเกลียดอะไร ก็ยิ่งเจอสิ่งนัน้ ในทาง ตรงข้ามยิ่งรักอะไร ก็มกั สูญเสียสิ่งนัน้ หรือเหนือ่ ยกับการไล่ล่ามากขึน้ เพราะมัน เอาแต่หนีห่างออกไป ลองวางใจเป็ นกลางต่อสุขและทุกข์ดบู า้ ง สุขมาก็ไม่ยินดี ทุกข์มาก็ไม่ยิน ร้าย เมื่อได้รับคําชมก็ไม่ระเริง เมื่อถูกตําหนิก็ไม่ห่อเหี่ยว ยามสําเร็ จก็ไม่ลิงโลด ยามล้มเหลวก็ไม่ซึมเซา แต่ถา้ อาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับใจ ไม่ว่าบวกหรือลบ ก็ แค่รับรูเ้ ฉย ๆ ด้วยใจเป็ นกลาง ดีใจก็รวู้ ่าดีใจ ไม่ไขว่คว้าคลอเคลีย เสียใจก็รวู้ ่า เสียใจ ไม่ปฏิเสธผลักไส ถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่นานก็จะพบว่าพอไม่รักสุข สุข กลับมา พอไม่เกลียดทุกข์ ทุกข์กลับลาจาก แม้ทกุ ข์กายยังต้องเจออยู่ แต่ใจไม่ ทุกข์ แม้เสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสียไปด้วย มาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า รักสุขไปเถิดถ้าคิดว่าสุขนัน้ เที่ยง เกลียด ทุกข์ไปเถิดถ้าคิดว่าหนีทกุ ข์พน้ แต่ถา้ หนีทกุ ข์ไม่พน้ ก็ควรเกลียดมันให้นอ้ ยลง ยอมรับมันให้มากขึ้น และถ้าไม่แน่ใจว่าสุขที่มีนนั้ เที่ยงแท้แน่นอน ก็ควรรักหรือ หวงแหนมันให้นอ้ ยลง บทความจากนิตยสาร Secret เดือนกันยายน 2555 9


ใครๆ ก็ รั ก สุข เกลี ย ดทุก ข์กั น ทั้ ง นั้น ที่ เ รามุ่ง แสวงหาทรั พ ย์ ส มบั ติ ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือเข้าวัด ก็เพราะรักสุข ขณะเดียวกันการที่เรามีอปุ กรณ์ อํานวยความสะดวกสบายอยู่รอบตัว ก็เพราะเกลียดทุกข์ กล่าวได้ว่าความรักสุข เกลียดทุกข์เป็ นตัวผลักดันให้มนุษย์สร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างที่เป็ นอยู่ทกุ วันนี้ แต่ความรักสุขเกลียดทุกข์บ่อยครั้งก็สร้างปั ญหาให้แก่เราอยู่ไม่นอ้ ย ทั้ง ๆ ที่เรามีความสุขสบายทางกายมากขึ้น แต่เหตุใดความสุขใจหาได้เพิ่มขึ้นตามไป ด้วยไม่ กลับลดลงไปด้วยซํ้า ไม่ผิดหากจะกล่าวว่าขณะที่ความทุกข์กายของคน สมัยนี้ลดลงแต่ความทุกข์ใจกลับเพิ่มมากขึน้ สาเหตุสาํ คัญประการหนึ่งก็เพราะ ความรักสุขเกลียดทุกข์ที่ฝังแน่นในใจนัน่ เอง ความรั ก สุข จะไม่ ก่ อ ปั ญ หาแก่ เ ราเลยหากว่ า เมื่ อ ดิ้ น รนพากเพี ย รได้ ความสุขมาครอบครองแล้ว ความสุขนัน้ จะอยู่กบั เราตลอดไป แต่ความจริงมีอยู่ ว่า ความสุขหรือสิ่งที่ให้ความสุขแก่เรานัน้ ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยงทัง้ นัน้ ไม่ชา้ ก็เร็วมัน ก็ตอ้ งจากเราไป ยิ่งรักสุข รักทรัพย์ รักชื่อเสียง มากเท่าใด ก็ยิ่งทุกข์มากเท่านัน้ เมือ่ มันหลุดลอยไปจากเรา คุณยายวัย 80 รักพลอยเม็ดงาม แต่เมื่อพบว่าพลอย หายไปเพราะหลานสาวเผลอกวาดลงถังขยะ ก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้ม ป่ วย นักการเมืองท้องถิ่นมีความสุขมากเมื่อได้รับเลือกเป็ นนายกอบจ.สมใจ ไป ไหนมาไหนก็มบี ริวารล้อมหน้าล้อมหลัง อยากเป็ นสมัยที่สอง แต่เมือ่ แพ้เลือกตัง้ ก็ เป็ นทุกข์จนเสียศูนย์ ไม่กล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะเพราะรูส้ ึกอับอาย ยิ่งได้ไป เยือนสถานที่ที่ตวั เองผลักดันก่อตัง้ แล้วพบว่าไม่มีใครมาห้อมล้อมเหมือนเคย ก็ เสียใจรํา่ ไห้และเครียดจัดจนนอนไม่หลับ จะว่าไปแล้วทันทีที่รักความสุข อยากได้อะไรมาครอบครองให้สขุ สบาย ความทุกข์ก็เกิดขึน้ โดยพลัน เพราะเมื่ออยากได้อะไร ก็ย่อมมีความกลัวหรือวิตก กังวลว่าจะไม่ได้สิ่งนัน้ และตลอดเวลาที่ยงั ไม่ได้มนั มา ก็เป็ นทุกข์เพราะรูส้ ึกพร่อง หรื อ ไม่ส มหวั ง กล่า วอี ก นัย หนึ่ง ทั น ที ที่ รัก สุข ซึ่ ง อยู่ข า้ งหน้า สุข ที่ มีอ ยู่เ ดิม ก็ หายไป มีความทุกข์มาแทนที่ ความเกลี ย ดทุก ข์ก็ เ ช่ น กั น แม้มั น จะผลั ก ดั น ให้เ ราหนี ค วามทุก ข์อ ยู่ ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครเลยที่จะหนีความทุกข์พน้ ใช่หรือไม่ว่าสักวันหนึง่ เราทุกคน ก็ ตอ้ งแก่ ต้องเจ็ บ แต่เป็ นเพราะเกลียดความแก่ความเจ็ บ ดังนั้นเมื่อพบว่าผม หงอกผิวย่นหน้าตกกระ จึงทุกข์ใจเป็ นอย่างมาก และเมือ่ พบว่าตัวเองเป็ นมะเร็ง 8

2. หากจิตใจของเราหมกมุ่นอยู่กบั ทรัพย์สมบัติ เราจะตีราคาทุกสิง่ ทุก อย่างเป็ นเงินเป็ นทองไปหมด เช่น จ่ายเงินเท่านี้จะได้อะไรกลับคืนมาบ้าง หรือเพื่อ จะได้สงิ่ นัน้ มาต้องจ่ายเท่าใด คุม้ ค่าไหม ? แต่จริง ๆ แล้วในโลกของเรายังมีอกี มากมายหลายสิง่ ทีม่ ี “คุณค่า” อัน ไม่อาจตีราคาเป็ นเงินเป็ นทองได้ ต่อให้มเี งินทองกองท่วมหัวก็ไม่สามารถซื้อหาสิง่ เหล่านี้ได้ จึงเป็ ���การยากทีจ่ ะเรียกหา “คุณค่า” จําพวกความเอือ้ อาทร ความมี นํ้าใจ ความชอบธรรม ความเสียสละ ความรูจ้ กั ประมาณตน ฯลฯ จากบรรดาผูม้ งมี ั่ 3. มี ค นจํ า นวนมากที่ ด้ิ น รนทํ า งานหนั ก แต่ น้ อ ยคนจะประสบ ความสําเร็จและมังมี ่ ด้วยเหตุ น้ี คนมังมี ่ จึงมักภาคภูมิใจ เย่อหยิง่ โอหัง ไม่ง้อคน รวมทัง้ ไม่งอ้ พระเจ้าด้วย เหล่านี้คอื อันตรายอันเกิดจาก “ความมังมี ่ ” จนพระเยซูเจ้าถึงกับตรัสว่า “อูฐจะ ลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมังมี ่ เข้าสูพ่ ระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 10:25) พระวาจานี้ ทํ า ให้บ รรดาศิษ ย์ต้ อ งประหลาดใจซํ้ า สอง เพราะว่ า คนมัง่ มี นอกจากไม่จําเป็ นต้องเป็ นคนดีอย่างทีเ่ คยเข้าใจแล้ว ยังเข้าสวรรค์ยากกว่าอูฐลอดรู เข็มเสียอีก แบบนี้ “ใครเล่าจะรอดพ้นได้” (มก 10:26) ประตูสวรรค์มติ อ้ งปิดตายดอกหรือ ? คําตอบของพระองค์คอื “สําหรับมนุษย์เป็ นไปไม่ได้ แต่ สาํ หรับพระเจ้า เป็ นเช่นนัน้ ได้” (มก 10:27) ความหมายคือถ้ามนุ ษย์วางใจตนเอง ใช้ความเพียรพยายามและทรัพย์สมบัติ ของตนเองเพือ่ จะพิชติ พระราชัยสวรรค์ ประตูสวรรค์ยอ่ มปิดตายแน่ ! แต่เนื่องจาก “ความรอดเป็ นของประทานจากพระเจ้า” ผูท้ ีว่ างใจในความรัก และฤทธิ อ์ าํ นาจของพระองค์เท่านัน้ จึงจะรอด และรอดได้จริง ๆ เพราะพระองค์ ทรงทําได้ทุกสิง่ นี่คอื พืน้ ฐานความเชื่อของเราคริสตชนทุกคน !

5


เมื่อเปโตรเห็นเศรษฐีหนุ่ มปฏิเสธที่จะติดตามพระเยซูเจ้า ท่านจึงเริม่ คิด เปรียบเทียบกับตัวท่านเองและเพื่อน ๆ ทีต่ ดิ ตามพระองค์มาระยะหนึ่งแล้วจะได้ อะไรตอบแทน คําตอบของพระองค์แบ่งเป็น 2 ประเด็นคือ 1. “ได้รบั การตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้” (มก 10:30) นี่ คือสิง่ ที่เกิดขึ้นจริงในพระศาสนจักรยุคเริม่ แรก ทุกคนที่ละทิ้ง บ้านเรือน พีน่ ้องชายหญิง บิดามารดา บุตรหรือไร่นา เพื่อมาเป็ นคริสตชน พวกเขา ล้วนได้พบกับครอบครัวใหม่ทย่ี งิ่ ใหญ่กว่า และผูกพันกันแน่ นแฟ้นกว่าเดิมในความ เชื่อและความรักต่อพระเยซูเจ้า ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดคือนักบุญเปาโล หลังจากกลับใจ บรรดา ญาติมิต รพากัน ทอดทิ้ง ประตู บ้า นถู ก ปิ ด ใส่ ห น้ า แต่ ไ ม่ ว่ า ท่ า นจะเดิน ทางไป หมูบ่ า้ นใดหรือเมืองใดในยุโรป และเอเชียไมเนอร์ ทุกแห่งมีบา้ นพร้อมให้ทา่ นเข้าพัก อาศัย และมีค รอบครัว คริส ตชนที่พ ร้อ มต้ อ นรับ ท่ า นด้ว ยความยิน ดีย ิ่ง ในจด หมายถึงชาวโรม ท่านได้ฝากความคิดถึงรูฟสั และมารดาของเขา ซึ่งเป็ นเสมือน มารดาของท่านด้วย (รม 16:13) และในจดหมายถึงฟี เลโมนข้อ 10 ท่านได้พูดถึง โอเนสิมสั บุตรชายทีท่ า่ นได้ให้กาํ เนิด (ทําให้กลับใจ) ขณะถูกจองจําในคุก 2. “ได้รบั การเบียดเบียน” (มก 10:30) คํา ตอบนี้ แ สดงถึง ความซื่อ สัต ย์แ ละจริง ใจของพระเยซูเ จ้า ที่ไ ม่ ต้องการหลอกลวงหรือติดสินบนเราให้ตดิ ตามพระองค์ แต่ทรงเชิญชวนและท้าทาย เราให้เป็ นศิษย์ตดิ ตามพระองค์แม้จะต้องเผชิญหน้ากับการเบียดเบียนก็ตาม หลายครัง้ การเบียดเบียนจบลงด้วยการพลีชพี ซึ่งทําให้การตอบ แทนร้อยเท่าในโลกนี้เป็ นไปไม่ได้ แต่แม้การตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้จะเป็ นไป ไม่ได้ ทว่าการตอบแทนด้วยชีวติ นิรนั ดรในโลกหน้ายังเป็ นไปได้เสมอ พระองค์ไม่เคยสัญญาว่าบัญชีชวี ติ ของเราจะต้องเคลียร์และปิ ดให้ เสร็จเรียบร้อยภายในโลกนี้... เพราะพระอาณาจักรของพระองค์ดาํ รงอยู่ทงั ้ ในโลกนี้ และใน โลกหน้ า !! 6

 

 

ความหมายตราสั ญลักษณ์ ตราสัญลักษณ์ “ปี แห่ งความเชื่ อ” ประกอบด้วยพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่ ง ด้า นในประกอบด้ว ยเรื อ บนเกลี ย วคลื่ น หมายถึ ง “พระศาสนจัก รได้แ ล่ น เรื อ ออกไปเพื่อประกาศข่าวดี” โดยมีเสากระโดงเรื อเป็ นรู ปกางเขน และมีใบเรื อที่ แสดงถึงเครื่ องหมายที่ทรงพลัง ซึ่ งประกอบด้วยอักษรสัญลักษณ์ที่หมายถึงพระ เยซูคริ สตเจ้า คือ IHS พื้นหลังของใบเรื อเป็ นรู ปดวงอาทิตย์ ที่เชื่อมโยงกับอักษร สัญลักษณ์ IHS หมายถึง “ศีลมหาสนิท เป็ นศูนย์กลางของชีวิตและความเชื่อของ คริ สตชน”

7


เมื่อเปโตรเห็นเศรษฐีหนุ่ มปฏิเสธที่จะติดตามพระเยซูเจ้า ท่านจึงเริม่ คิด เปรียบเทียบกับตัวท่านเองและเพื่อน ๆ ทีต่ ดิ ตามพระองค์มาระยะหนึ่งแล้วจะได้ อะไรตอบแทน คําตอบของพระองค์แบ่งเป็น 2 ประเด็นคือ 1. “ได้รบั การตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้” (มก 10:30) นี่ คือสิง่ ที่เกิดขึ้นจริงในพระศาสนจักรยุคเริม่ แรก ทุกคนที่ละทิ้ง บ้านเรือน พีน่ ้องชายหญิง บิดามารดา บุตรหรือไร่นา เพื่อมาเป็ นคริสตชน พวกเขา ล้วนได้พบกับครอบครัวใหม่ทย่ี งิ่ ใหญ่กว่า และผูกพันกันแน่ นแฟ้นกว่าเดิมในความ เชื่อและความรักต่อพระเยซูเจ้า ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดคือนักบุญเปาโล หลังจากกลับใจ บรรดา ญาติมิต รพากัน ทอดทิ้ง ประตู บ้า นถู ก ปิ ด ใส่ ห น้ า แต่ ไ ม่ ว่ า ท่ า นจะเดิน ทางไป หมูบ่ า้ นใดหรือเมืองใดในยุโรป และเอเชียไมเนอร์ ทุกแห่งมีบา้ นพร้อมให้ทา่ นเข้าพัก อาศัย และมีค รอบครัว คริส ตชนที่พ ร้อ มต้ อ นรับ ท่ า นด้ว ยความยิน ดีย ิ่ง ในจด หมายถึงชาวโรม ท่านได้ฝากความคิดถึงรูฟสั และมารดาของเขา ซึ่งเป็ นเสมือน มารดาของท่านด้วย (รม 16:13) และในจดหมายถึงฟี เลโมนข้อ 10 ท่านได้พูดถึง โอเนสิมสั บุตรชายทีท่ า่ นได้ให้กาํ เนิด (ทําให้กลับใจ) ขณะถูกจองจําในคุก 2. “ได้รบั การเบียดเบียน” (มก 10:30) คํา ตอบนี้ แ สดงถึง ความซื่อ สัต ย์แ ละจริง ใจของพระเยซูเ จ้า ที่ไ ม่ ต้องการหลอกลวงหรือติดสินบนเราให้ตดิ ตามพระองค์ แต่ทรงเชิญชวนและท้าทาย เราให้เป็ นศิษย์ตดิ ตามพระองค์แม้จะต้องเผชิญหน้ากับการเบียดเบียนก็ตาม หลายครัง้ การเบียดเบียนจบลงด้วยการพลีชพี ซึ่งทําให้การตอบ แทนร้อยเท่าในโลกนี้เป็ นไปไม่ได้ แต่แม้การตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้จะเป็ นไป ไม่ได้ ทว่าการตอบแทนด้วยชีวติ นิรนั ดรในโลกหน้ายังเป็ นไปได้เสมอ พระองค์ไม่เคยสัญญาว่าบัญชีชวี ติ ของเราจะต้องเคลียร์และปิ ดให้ เสร็จเรียบร้อยภายในโลกนี้... เพราะพระอาณาจักรของพระองค์ดาํ รงอยู่ทงั ้ ในโลกนี้ และใน โลกหน้ า !! 6

 

 

ความหมายตราสั ญลักษณ์ ตราสัญลักษณ์ “ปี แห่ งความเชื่ อ” ประกอบด้วยพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่ ง ด้า นในประกอบด้ว ยเรื อ บนเกลี ย วคลื่ น หมายถึ ง “พระศาสนจัก รได้แ ล่ น เรื อ ออกไปเพื่อประกาศข่าวดี” โดยมีเสากระโดงเรื อเป็ นรู ปกางเขน และมีใบเรื อที่ แสดงถึงเครื่ องหมายที่ทรงพลัง ซึ่ งประกอบด้วยอักษรสัญลักษณ์ที่หมายถึงพระ เยซูคริ สตเจ้า คือ IHS พื้นหลังของใบเรื อเป็ นรู ปดวงอาทิตย์ ที่เชื่อมโยงกับอักษร สัญลักษณ์ IHS หมายถึง “ศีลมหาสนิท เป็ นศูนย์กลางของชีวิตและความเชื่อของ คริ สตชน”

7


ใครๆ ก็ รั ก สุข เกลี ย ดทุก ข์กั น ทั้ ง นั้น ที่ เ รามุ่ง แสวงหาทรั พ ย์ ส มบั ติ ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือเข้าวัด ก็เพราะรักสุข ขณะเดียวกันการที่เรามีอปุ กรณ์ อํานวยความสะดวกสบายอยู่รอบตัว ก็เพราะเกลียดทุกข์ กล่าวได้ว่าความรักสุข เกลียดทุกข์เป็ นตัวผลักดันให้มนุษย์สร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างที่เป็ นอยู่ทกุ วันนี้ แต่ความรักสุขเกลียดทุกข์บ่อยครั้งก็สร้างปั ญหาให้แก่เราอยู่ไม่นอ้ ย ทั้ง ๆ ที่เรามีความสุขสบายทางกายมากขึ้น แต่เหตุใดความสุขใจหาได้เพิ่มขึ้นตามไป ด้วยไม่ กลับลดลงไปด้วยซํ้า ไม่ผิดหากจะกล่าวว่าขณะที่ความทุกข์กาย���องคน สมัยนี้ลดลงแต่ความทุกข์ใจกลับเพิ่มมากขึน้ สาเหตุสาํ คัญประการหนึ่งก็เพราะ ความรักสุขเกลียดทุกข์ที่ฝังแน่นในใจนัน่ เอง ความรั ก สุข จะไม่ ก่ อ ปั ญ หาแก่ เ ราเลยหากว่ า เมื่ อ ดิ้ น รนพากเพี ย รได้ ความสุขมาครอบครองแล้ว ความสุขนัน้ จะอยู่กบั เราตลอดไป แต่ความจริงมีอยู่ ว่า ความสุขหรือสิ่งที่ให้ความสุขแก่เรานัน้ ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยงทัง้ นัน้ ไม่ชา้ ก็เร็วมัน ก็ตอ้ งจากเราไป ยิ่งรักสุข รักทรัพย์ รักชื่อเสียง มากเท่าใด ก็ยิ่งทุกข์มากเท่านัน้ เมือ่ มันหลุดลอยไปจากเรา คุณยายวัย 80 รักพลอยเม็ดงาม แต่เมื่อพบว่าพลอย หายไปเพราะหลานสาวเผลอกวาดลงถังขยะ ก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้ม ป่ วย นักการเมืองท้องถิ่นมีความสุขมากเมื่อได้รับเลือกเป็ นนายกอบจ.สมใจ ไป ไหนมาไหนก็มบี ริวารล้อมหน้าล้อมหลัง อยากเป็ นสมัยที่สอง แต่เมือ่ แพ้เลือกตัง้ ก็ เป็ นทุกข์จนเสียศูนย์ ไม่กล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะเพราะรูส้ ึกอับอาย ยิ่งได้ไป เยือนสถานที่ที่ตวั เองผลักดันก่อตัง้ แล้วพบว่าไม่มีใครมาห้อมล้อมเหมือนเคย ก็ เสียใจรํา่ ไห้และเครียดจัดจนนอนไม่หลับ จะว่าไปแล้วทันทีที่รักความสุข อยากได้อะไรมาครอบครองให้สขุ สบาย ความทุกข์ก็เกิดขึน้ โดยพลัน เพราะเมื่ออยากได้อะไร ก็ย่อมมีความกลัวหรือวิตก กังวลว่าจะไม่ได้สิ่งนัน้ และตลอดเวลาที่ยงั ไม่ได้มนั มา ก็เป็ นทุกข์เพราะรูส้ ึกพร่อง หรื อ ไม่ส มหวั ง กล่า วอี ก นัย หนึ่ง ทั น ที ที่ รัก สุข ซึ่ ง อยู่ข า้ งหน้า สุข ที่ มีอ ยู่เ ดิม ก็ หายไป มีความทุกข์มาแทนที่ ความเกลี ย ดทุก ข์ก็ เ ช่ น กั น แม้มั น จะผลั ก ดั น ให้เ ราหนี ค วามทุก ข์อ ยู่ ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครเลยที่จะหนีความทุกข์พน้ ใช่หรือไม่ว่าสักวันหนึง่ เราทุกคน ก็ ตอ้ งแก่ ต้องเจ็ บ แต่เป็ นเพราะเกลียดความแก่ความเจ็ บ ดังนั้นเมื่อพบว่าผม หงอกผิวย่นหน้าตกกระ จึงทุกข์ใจเป็ นอย่างมาก และเมือ่ พบว่าตัวเองเป็ นมะเร็ง 8

2. หากจิตใจของเราหมกมุ่นอยู่กบั ทรัพย์สมบัติ เราจะตีราคาทุกสิง่ ทุก อย่างเป็ นเงินเป็ นทองไปหมด เช่น จ่ายเงินเท่านี้จะได้อะไรกลับคืนมาบ้าง หรือเพื่อ จะได้สงิ่ นัน้ มาต้องจ่ายเท่าใด คุม้ ค่าไหม ? แต่จริง ๆ แล้วในโลกของเรายังมีอกี มากมายหลายสิง่ ทีม่ ี “คุณค่า” อัน ไม่อาจตีราคาเป็ นเงินเป็ นทองได้ ต่อให้มเี งินทองกองท่วมหัวก็ไม่สามารถซื้อหาสิง่ เหล่านี้ได้ จึงเป็ นการยากทีจ่ ะเรียกหา “คุณค่า” จําพวกความเอือ้ อาทร ความมี นํ้าใจ ความชอบธรรม ความเสียสละ ความรูจ้ กั ประมาณตน ฯลฯ จากบรรดาผูม้ งมี ั่ 3. มี ค นจํ า นวนมากที่ ด้ิ น รนทํ า งานหนั ก แต่ น้ อ ยคนจะประสบ ความสําเร็จและมังมี ่ ด้วยเหตุ น้ี คนมังมี ่ จึงมักภาคภูมิใจ เย่อหยิง่ โอหัง ไม่ง้อคน รวมทัง้ ไม่งอ้ พระเจ้าด้วย เหล่านี้คอื อันตรายอันเกิดจาก “ความมังมี ่ ” จนพระเยซูเจ้าถึงกับตรัสว่า “อูฐจะ ลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมังมี ่ เข้าสูพ่ ระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 10:25) พระวาจานี้ ทํ า ให้บ รรดาศิษ ย์ต้ อ งประหลาดใจซํ้ า สอง เพราะว่ า คนมัง่ มี นอกจากไม่จําเป็ นต้องเป็ นคนดีอย่างทีเ่ คยเข้าใจแล้ว ยังเข้าสวรรค์ยากกว่าอูฐลอดรู เข็มเสียอีก แบบนี้ “ใครเล่าจะรอดพ้นได้” (มก 10:26) ประตูสวรรค์มติ อ้ งปิดตายดอกหรือ ? คําตอบของพระองค์คอื “สําหรับมนุษย์เป็ นไปไม่ได้ แต่ สาํ หรับพระเจ้า เป็ นเช่นนัน้ ได้” (มก 10:27) ความหมายคือถ้ามนุ ษย์วางใจตนเอง ใช้ความเพียรพยายามและทรัพย์สมบัติ ของตนเองเพือ่ จะพิชติ พระราชัยสวรรค์ ประตูสวรรค์ยอ่ มปิดตายแน่ ! แต่เนื่องจาก “ความรอดเป็ นของประทานจากพระเจ้า” ผูท้ ีว่ างใจในความรัก และฤทธิ อ์ าํ นาจของพระองค์เท่านัน้ จึงจะรอด และรอดได้จริง ๆ เพราะพระองค์ ทรงทําได้ทุกสิง่ นี่คอื พืน้ ฐานความเชื่อของเราคริสตชนทุกคน !

5


ทีบ่ อกว่าท้าทายเพราะพระองค์กําลังถามเศรษฐีหนุ่ มและเราทุกคนว่า “พวก ท่านต้องการชีวติ นิรนั ดรมากแค่ไหน ? พวกท่านต้องการเป็ นคริสตชนทีแ่ ท้จริงมาก เพียงใด ? พวกท่านต้องการสิง่ เหล่านี้มากพอทีจ่ ะสละตนเองและทรัพย์สมบัตทิ มี ่ อี ยู่ เพือ่ ผูอ้ นื ่ บ้างหรือไม่ ?” น่ าเศร้าที่เศรษฐีหนุ่ มคนนัน้ อยากได้ชวี ติ นิรนั ดรมาก แต่ยงั ไม่มากพอที่จะ สละทุกสิง่ ! ส่วนเราจะดําเนินตามรอยของเศรษฐีหนุ่ ม หรือตามหนทางของพระเยซูเจ้า ก็เป็ นเรือ่ งทีเ่ ราแต่ละคนต้องเลือกเอาเอง !?! เมือ่ เศรษฐีหนุ่มจากไปด้วยความทุกข์เพราะมีทรัพย์สมบัตมิ ากจนยากแก่การ เสียสละ พระองค์จงึ ตรัสว่า “ยากจริงหนอทีค่ นมังมี ่ จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระ เจ้า” (มก 10:23) บรรดาศิษย์แปลกใจกับพระวาจานี้เพราะมันขัดกับมาตรฐานของชาวยิวทีถ่ อื ว่า ความรํ่ารวยเป็ นเครื่องหมายของคนดี ความมังมี ่ คอื ข้อพิสูจน์ ถึงคุณธรรมและ ความโปรดปรานของพระเจ้า คนรวยคือผูท้ พ่ี ระเจ้าทรงพอพระทัยและอวยพระพร ดังทีเ่ พลงสดุดกี ล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าเคยเป็ นหนุ่ม บัดนี้ชราแล้ว ยังไม่เคยเห็นคนชอบ ธรรมคนใดถูกทอดทิ้ง หรือลูกหลานของเขาต้องขอข้าวใครกิน” (สดด 37:25) จึงเป็ น การง่ายจริง ๆ สําหรับคนรํ่ารวยทีจ่ ะเข้าสูพ่ ระอาณาจักรของพระเจ้า แต่พระองค์กลับเห็นตรงกันข้าม และทรงยํ้าถึงสองครัง้ สองคราว่า “ยากจริง หนอ... ยากจริงหนอ...ทีค่ นมังมี ่ จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 10:23 และ 24) พระองค์ตรัสเช่นนี้เพราะทรงเล็งเห็นอันตรายอันใหญ่หลวงของความรํ่ารวย มังมี ่ ทรัพย์สมบัติ กล่าวคือ 1. ทรัพย์สมบัตขิ องโลกนี้มกั ทําให้เราหลงผิดคิดไปว่า นี่คอื สิง่ ที่นํามา ซึ่งความสุขและความมันคงในชี ่ วติ จนทําให้เรายึดติดอยู่กบั โลกใบนี้และยากที่จะ คิดถึงสิง่ อื่นทีอ่ ยูเ่ หนือกว่าโลกใบนี้ 4

จึงไม่เพียงแต่ป่วยกายเท่านั้น ใจก็ป่วยด้วย กลายเป็ นการซํ้าเติมตัวเอง ทําให้ ทุกข์สองชัน้ มิหนําซํา้ ความทุกข์ใจนัน้ ยังฉุดกายให้ทรุดหนักกว่าเดิมด้วย บางคน พอรูว้ ่าเป็ นมะเร็ง อยู่ได้แค่สองสัปดาห์ก็ตายทั้ง ๆ ที่หมอบอกว่ามีชีวิตอยู่ได้อีก สามเดือน บางคนรักความสงบ เวลาทําสมาธิจนจิตสงบ ก็เป็ นสุขอย่างมาก แต่พอ ความสงบหายไป ทําเท่าไรความสงบก็ไม่กลับมา จึงเป็ นทุกข์อย่างมาก บางครั้ง กลับ กลุม้ ใจยิ่ ง กว่ า คนที่ ไ ม่ไ ด้ป ฏิ บัติธ รรมด้ว ยซํ้า ในทํา นองเดีย วกัน บางคน เกลียดเสียงรบกวน พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดงั หรือเสียงคนคุยกันขณะนัง่ สมาธิ จะรูส้ ึกหงุดหงิดมาก เพ่งโทษและพุ่งความโกรธไปที่เสียงเหล่านัน้ ทัง้ ๆ ที่มนั ไม่ได้ ดังอะไรเลย แท้จริงแล้วเสียงไม่เป็ นปั ญหา ความรูส้ ึกเกลียดเสียงต่างหากที่เป็ น ปั ญหา นีก้ ็ไม่ตา่ งจากลิงที่เกลียดกะปิ หากกะปิ เปื้ อนมือมัน มันจะถูมือกับหินหรือ เปลือกไม้จนเป็ นแผลเลือดไหลซิบ ถามว่าอะไรทําให้ลิงมีแผล กะปิ ใช่ไหม เปล่าเลย ความเกลียดกะปิ ในใจลิงต่างหาก แม้เราจะรักความสุขมากมายเพียงใด ความสุขก็หาได้รกั เราไม่ วันดีคืนดี ความสุขก็จากเราไป ถึงจะกลับมาใหม่ ก็อยู่กบั เราประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนความ ทุกข์นนั้ แม้เราจะเกลียดเพียงใด แต่มนั ก็มกั จะมาหาเราอยู่เสมอ ยิ่งพยายามหนี มัน มันก็ยิ่งเข้ามาพัวพัน เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเกลียดอะไร ก็ยิ่งเจอสิ่งนัน้ ในทาง ตรงข้ามยิ่งรักอะไร ก็มกั สูญเสียสิ่งน���น้ หรือเหนือ่ ยกับการไล่ล่ามากขึน้ เพราะมัน เอาแต่หนีห่างออกไป ลองวางใจเป็ นกลางต่อสุขและทุกข์ดบู า้ ง สุขมาก็ไม่ยินดี ทุกข์มาก็ไม่ยิน ร้าย เมื่อได้รับคําชมก็ไม่ระเริง เมื่อถูกตําหนิก็ไม่ห่อเหี่ยว ยามสําเร็ จก็ไม่ลิงโลด ยามล้มเหลวก็ไม่ซึมเซา แต่ถา้ อาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับใจ ไม่ว่าบวกหรือลบ ก็ แค่รับรูเ้ ฉย ๆ ด้วยใจเป็ นกลาง ดีใจก็รวู้ ่าดีใจ ไม่ไขว่คว้าคลอเคลีย เสียใจก็รวู้ ่า เสียใจ ไม่ปฏิเสธผลักไส ถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่นานก็จะพบว่าพอไม่รักสุข สุข กลับมา พอไม่เกลียดทุกข์ ทุกข์กลับลาจาก แม้ทกุ ข์กายยังต้องเจออยู่ แต่ใจไม่ ทุกข์ แม้เสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสียไปด้วย มาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า รักสุขไปเถิดถ้าคิดว่าสุขนัน้ เที่ยง เกลียด ทุกข์ไปเถิดถ้าคิดว่าหนีทกุ ข์พน้ แต่ถา้ หนีทกุ ข์ไม่พน้ ก็ควรเกลียดมันให้นอ้ ยลง ยอมรับมันให้มากขึ้น และถ้าไม่แน่ใจว่าสุขที่มีนนั้ เที่ยงแท้แน่นอน ก็ควรรักหรือ หวงแหนมันให้นอ้ ยลง บทความจากนิตยสาร Secret เดือนกันยายน 2555 9


มิสซาสั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B) วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ส. 13 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว 18.00 น. เทเรซา นิภาภรณ์ แสงไพบูลย์ (วันคล้ ายวันเกิด) Joshua Reedy คุณทองสุ ข ศักดิ์ชยั ภูมิ อุทศิ แด่ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช อันตน สําเริ ง โกญจนาท คุณแย้ม, คุณจําเนียร เทพทอง คุณอํา, คุณประเทียบ เมืองทองอ่อน ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง อา. 14 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. มารี อา เอื้อพันธ์ และครอบครัวศรี เจริ ญ เทเรซา วิริยา ราชกิจ (วันคล้ายวันเกิด) เทเรซา สุ พตั รา ราชกิจ มารี อา วิรัช ไพบูรณ์ศิลป์ อุทศิ แด่ ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน ฟังซิ สโก สุ เทพ, เทเรซา สมถวิล สมุทรคีรี ยอแซฟ สว่าง, อาคาทารี นา ชตา, มารี อา ชะลอศรี คุณอาวุธ, คุณชัยวัฒน์, คุณปรี ดี ผูล้ ่วงลับครอบครัวพานิชเกษม ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ บรรพบุรุษและผูล้ ่วงลับครอบครัวธนาพานิชย์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง 10

ผู้ขอมิสซา มาลินี มาลินี เริ งจิต ยิง่ ยศ ยิง่ ยศ เปาโล สร้างชัย วิชชุลดา คค.ศรี เจริ ญ คค. ธนาพานิชย์ สุ ชาดา ปัทมา ปัทมา ปัทมา วิภาวินี คค. ธนาพานิชย์ คค. ธนาพานิชย์

แต่พระองค์ไม่ทรงยินยอมให้ผใู้ ดมายึดติดอยูก่ บั พระองค์ แล้วไปไม่ถงึ พระเจ้า ด้ว ยเหตุ น้ี พระองค์จึง ตรัส ว่า “ทําไมเรีย กเราว่าผู้ท รงความดี ไม่มีใ ครทรงความดี นอกจากพระเจ้าเท่านัน้ ” นี่คอื แบบอย่างที่ “ผูป้ ระกาศข่าวดี” และ “ผูอ้ ภิบาล” ทุกคนพึงเอาแบบอย่าง ! หลัง จากทํ า ให้เ ศรษฐีห นุ่ ม ได้ห ยุ ด คิด แล้ว พระองค์ต รัส ถามเขาว่ า ได้ถือ บัญญัตดิ งั นี้คอื “อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็ นพยานเท็จ อย่า ฉ้อโกง จงนับถือบิดามารดา” แล้วหรือยัง เขาทูลตอบว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ ปฏิบตั ติ ามบทบัญญัตเิ หล่านี้ทุกข้อมาตัง้ แต่เป็ นเด็กแล้ว” (มก 10:19-20) น่ าสังเกตว่าสิง่ ทีเ่ ศรษฐีหนุ่ มได้ถอื ปฏิบตั มิ าตัง้ แต่เด็กคือ “อย่า” ทัง้ นัน้ เช่น อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็ นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง มียกเว้นข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียวทีส่ งให้ ั ่ “ทํา” คือจงนับถือบิดามารดา ซึ่งก็ เป็ นการทําดีเฉพาะภายในวงศาคณาญาติเท่านัน้ พระองค์จงึ ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิง่ หนึง่ จงไปขายทุกสิง่ ทีม่ ี มอบเงินให้ คนยากจน และท่านจะมีขมุ ทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มก 10:21) ความหมายของพระองค์คอื “ใช่ ท่านไม่เคยทําร้ายผูใ้ ดตัง้ แต่เกิดก็จริง แต่ ท่านเคยทําสิง่ ใดดีเพือ่ ผูอ้ นื ่ บ้าง” และนี่คอื ข้อสรุปสําหรับเราคริสตชนทุกคน “ไม่ทาํ ผิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องทําดีด้วย” ! และความดีสุดยอดที่พระองค์ทรงเชิญชวนและท้าทายให้เรากระทําคือ “จง ติ ดตามเรามาเถิ ด” พระดํารัสนี้มไิ ด้หมายความว่าเราต้องเข้าบ้านเณร เข้าอาราม ไปบวชเป็ น พระสงฆ์หรือซิสเตอร์กนั หมด สิง่ ทีพ่ ระองค์ตอ้ งการคือให้เรารูจ้ กั สละตนเองและทรัพย์สมบัตทิ ม่ี อี ยูเ่ พื่อผูอ้ ่นื บ้าง เพือ่ เราจะได้มคี วามสุขแท้จริงทัง้ ในโลกนี้และชัวนิ ่ รนั ดร เพราะการรัก และช่ว ยเหลือ ผู้อ่ืน โดยเฉพาะผู้ท่ีข ดั สนและตํ่ า ต้อ ยนัน้ คือ หนทางทีพ่ ระองค์ได้เดินนําหน้าไปแล้ว และกําลังเชิญชวนกึง่ ท้าทายให้เราทุกคนเดิน ตามพระองค์ 3


สั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B)

มก 10:17-30

ขณะทีพ่ ระเยซูเจ้ากําลังเดินอยูร่ ะหว่างทาง มีชายคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลง ทูลถามว่า “พระอาจารย์ผทู้ รงความดี ข้าพเจ้าต้องทําอะไรเพือ่ จะได้ชวี ติ นิรนั ดร” (มก 10:17) อันทีจ่ ริงต้นฉบับภาษากรีกเล่าว่า ชายคนนัน้ “วิง่ ” (prostréchō – พรอสเทร โค) เข้ามาหาพระองค์แล้ว “คุกเข่าลง” ก่อนจะทูลถามเรือ่ งชีวติ นิรนั ดร การที่เศรษฐีคนหนึ่งลงทุนวิง่ รีเ่ ข้ามาคุกเข่าต่อหน้าประกาศกจน ๆ จากนา ซาเร็ธผูไ้ ม่มเี งินติดตัวแม้แต่บาทเดียว บ่งบอกถึงความรูส้ กึ ภายในจิตใจทีร่ อ้ นรนและ กระตือรือร้นต้องการชีวติ นิรนั ดรมากจริง ๆ แต่ชวี ติ นิรนั ดรไม่ใช่เรือ่ งของอารมณ์ความรูส้ กึ .... เพราะฉะนัน้ แทนทีจ่ ะตอบคําถามในทันที พระองค์กลับถ่วงเวลาด้วยการตรัส ถามว่า “ทําไมเรียกเราว่าผูท้ รงความดี ?” วัตถุประสงค์ของพระองค์คอื ต้องการให้เขา “หยุดและคิดคํานวณ” ให้ดกี ่อน ตัดสินใจติด ตามพระองค์ ไม่ใ ช่คิด การใหญ่ ใ นขณะที่หวั ใจเอ่อล้น ไปด้ว ยอารมณ์ ความรูส้ กึ เช่นนี้ อีกประการหนึ่ง พระองค์ตอ้ งการสอนเราว่า เราจะเป็ นคริสตชนเพียงเพราะ “ความพึงพอใจ” ในตัวพระองค์เองไม่ได้ แต่เราจําต้องคิดให้ไกลและไปให้ถงึ “พระ เจ้าผูท้ รงความดี” ด้วย จริงอยู่ บุคลิกภาพ นิสยั ใจคอ และความสามารถของพระองค์ลว้ นมีอทิ ธิพล ในการดึงดูดผูค้ นดังเช่นเศรษฐีหนุ่มคนนี้ให้เข้ามาหาและ “ยึดติด” อยูก่ บั พระองค์ได้ 2

วัน เดือน ปี รายการมิสซา อา 14 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 10.00 น. สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน Mrs. Lolita R. Ferrer และครอบครัว ดอมินิก ภูวนัย หงษ์แก้ว และครอบครัว Sonitia Stephanie, มารี อา มาลี อดุลศิริสวัสดิ์ มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง, เทเรซา ชนินทร์มาศ พนอําพน เทเรซา รัตนา, คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ ยอแซฟ มานพ, เปโตร มนัศ อดุลศิริสวัสดิ์ อุทศิ แด่ ยอแซฟ ฮวงไล้, มารี อา กรุ ณา แซ่เซี ยว เอลิซาเบธ ธานี เศรษฐเสรี ฟรังซิ สโก วิจิตร กาญจนธานินทร์ คาทารี นา วงศ์ประยูร เทวารุ ทธ, คุณเส่ ง วชิรจุติพงศ์ ยอห์น บัปติสต์ มณี , เทเรซา สุ มลี กิจนิตย์ชีว์ โรซา บุญยิง่ , ซิ ลเวสเตอร์ สุ รพงษ์ กิจเจริ ญ โทมัส เง็กเซี่ ยง แซ่กงั , มารี อา ปุ่ นหม่วย แซ่จิว โรซา ราตรี ลี้ยาง, คุณสอ ชูสอน คุณวิชยั สายแสง, คุณพัฒนา ทองธิว เปโตร ยรรยง, ลูซีอา ละออ, มารี อา นิตยา อุชชิน ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มัทธิ ว เกียรติศกั ดิ์ สุ วรรณจิต เปาโล มงคล, เซซี ลีอา อรนุช, อักแนส ลดาวัลย์ สวีรวงศ์ คุณกรรณการ์, คุณจารุ วรรณ สวีรวงศ์, คุณสอางค์ ชุ่มชื่น คุณอรุ ณี เนตรวิจิตร, คุณเซ่งกี, คุณคิ้ม แซ่ลิ้ม ผูล้ ่วงลับครอบครัวจุลละมณฑล วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง ศ. 19 ต.ค. สุ ขสํ าราญ มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ

ผู้ขอมิสซา อรุ ณ อรุ ณ วิษณุ วิษณุ คค.กิจนิตย์ชีว์ ลัดดา อัญชลี คค.อุชชิน คค.อุชชิน คค.อุชชิน ลัดดา ลัดดา ลัดดา ปัทมา 11


 วันอาทิตย์น้ ี กลุ่มพิธีกรรม ขอเชิญ o ผูส้ นใจเป็ น “ผูอ้ ่านพระคัมภี ร์” ในพิธีมิสซา ฝึ กซ้อมการอ่านบทอ่าน เวลา 12.30-13.30 น. ณ วัดใหญ่ o ผูร้ ั บผิดชอบงานทุกฝ่ ายในกลุ่มพิธีกรรมร่ วมประชุ มและประเมิ นผล งาน เวลา 15.00 น. ณ ห้อง 23-24 สํานักงานวัด  วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม ศกนี้ o ขอเชิ ญเด็ก เยาวชน และผูส้ นใจเป็ นผูช้ ่วยพิธีกรรม (เด็กช่ วยมิสซา) อบรมและฝึ กปฏิบตั ิ โดยคุณพ่อพนมกร สง่าวงศ์และทีมงานเวลา 8.3012.00 น. ณ วัดน้อย โปรดลงชื่อที่สาํ นักงานวัดหรื อกลุ่มพิธีกรรม o ขอเชิญผูน้ าํ วิถีชุมชนวัดร่ วมอบรม “ผูน้ าํ วิถีชุมชนวัด เขต 2” ครั้งที่ 6 ณ วัดนักบุญเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน เวลา 8.00-16.30 น.  พี่น้องท่านใดที่สมรสกับคาทอลิกอย่างถูกต้องตามจารี ตแล้ว ต่อมาได้เรี ยนคํา สอนและรั บศีลล้างบาป ณ วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ แต่ยงั ไม่ได้แจ้งชื่ อคู่สมรส โปรดติดต่อสํานักงานวัดเพื่อเพิ่มข้อมูลในทะเบียนศีลล้างบาปให้เป็ นปัจจุบนั

ฉบับที่ 444 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012

สั ปดาห์ ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (ปี B)

จงไปขายทุกสิ่ งทีม่ ี มอบเงินให้ คนยากจน และท่ านจะมีขมุ ทรัพย์ ในสวรรค์ มก 10:21

12


สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์