Page 1

ฉบับที่ 487 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2013

ฉบับที่ 487 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2013

สั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

สั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ท่ านทั้งหลายจงเตรียมพร้ อมไว้ เพราะบุตรแห่ งมนุษย์ จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้ คาดหมาย

ท่ านทั้งหลายจงเตรียมพร้ อมไว้ เพราะบุตรแห่ งมนุษย์ จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้ คาดหมาย

ลก 12:40

ลก 12:40


สั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ลก 12:32-48

หลังจากตรั สสอนอุ ปมาเรื่ อง “เศรษฐี โง่ ” เพื่อชี้ ใ ห้เห็ นอันตรายของการใช้ ทรัพย์สมบัติในทางที่ผิดแล้ว (ลก 12:13-21) พระเยซูเจ้าทรงให้กาํ ลังใจแก่ผยู ้ ากไร้หรื อ “ฝูงแกะน้ อย ๆ” ว่า “อย่ ากลัวเลย เพราะพระบิดาของท่ านพอพระทัยจะประทานพระ อาณาจักรให้ แก่ ท่าน” (ลก 12:32) พร้อมกับทรงแนะนําให้ “สะสมทรั พย์ สมบัติที่ไม่ มี วันหมดสิ ้นในสวรรค์ ที่นั่นขโมยเข้ าไม่ ถึงและแมลงขมวนไม่ ทาํ ลาย” (ลก 12:33) ที่ทรงแนะนําเช่นนี้เพราะในสมัยของพระองค์ ชาวบ้านนิยมวัดความมัง่ คัง่ กันที่ เครื่ องแต่งกายซึ่ งอาจถูกขโมยหรื อถูกแมลงกัดกินและทําลายได้ ตรงกันข้าม หากเรา ประดับอาภรณ์ฝ่ายวิญญาณด้วยการให้ทาน ทําความดี และรักษาความบริ สุทธิ์ไว้ ก็ไม่มี ขโมยหรื อแมลงใดจะมาทําลายได้ และที่สําคัญ ตราบใดที่เรามุ่งมัน่ แสวงหาทรั พย์สมบัติในสวรรค์ ตราบนั้นใจ ของเราก็จะยึดติดอยูก่ บั สวรรค์และสิ่ งที่อยูเ่ บื้องบน แล้วนั้น เราจะตระหนักเช่นเดียวกับ ปั ญญาจารย์วา่ “อนิจจัง อนิจจัง ทุกสิ่ งล้ วนอนิจจัง” (ปญจ 1:2) เมื่อทรงสอนให้ใจของเรายึดมัน่ กับทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวนั หมดสิ้ นในสวรรค์ แล้ว พระองค์ตรัสต่อไปว่า “ท่ านทั้งหลายจงเตรี ยมพร้ อมไว้ เพราะบุตรแห่ งมนุษย์ จะ เสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้ คาดหมาย” (ลก 12:40) พระวาจานี้มีความหมาย 2 นัย 2

วัน เดือน ปี อา 11 ส.ค. 10.00 น.

จ. 12 ส.ค. อ. 13 ส.ค. พ. 14 ส.ค. พฤ.15 ส.ค. ศ. 16 ส.ค.

รายการมิสซา อุทศิ แด่ ยอแซฟ ฮวงไล้, มารี อา ตา แซ่เซี ยว อักแนส ธานี เศรษฐเสรี หลุยส์ พิชยั เจริ ญสุ ข คุณทองคํา ดิโพ, คุณชาร์ล ลามาช มารี อา ทัศนีย ์ หฤรางษ์กรู แอนโทนี เล็กเคี้ยง แซ่ล้ ี, มารี อา เซี่ ยมจี้ แซ่ฮง้ เปาโล พร, อันนา ละม่อม พึ่งผล มารี อา อรพินท์ สว่างนาม ผูส้ ูงอายุที่ล่วงลับไปแล้วทุกท่าน วิญญาณในไฟชําระ และวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง สุ ขสํ าราญ คุณจุฑาทิพย์ งามอารมณ์ และคุณแม่ทุกท่าน อุทศิ แด่ คาทารี นา ริ รินทร์ จิระดํารง สุ ขสํ าราญ เทเรซา ฐิติกาญจน์ นิลกําแหง และครอบครัว อุทศิ แด่ คุณชลินทร์ จิระดํารง อุทศิ แด่ คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์, เปาโล พร, อันนา ละม่อม สุ ขสํ าราญ มารี อา ธิดารัตน์ สุ นพิชยั อุทศิ แด่ คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์, เปาโล พร, อันนา ละม่อม

ผู้ขอมิสซา อนุกลู อนุกลู ชนันต์ธร ครอบครัว/อนุกลู ภัทรพล ชมรมผูส้ ู งอายุ สุ รพงษ์/ภัทรพล จารุ มณฑ์ อมรา มาลินี อมรา มาลินี -

“การให้ (GIVE)” ทีก่ ่ อให้ เกิดความสุ ข ควรมีลกั ษณะดังนี้ Gladly (ให้ ด้วยใจยินดี) Impartially (ให้ อย่ างไม่ ลาํ เอียง) Voluntarily (ให้ ด้วยความสมัครใจ) Expecting Nothing Back (ให้ โดยไม่ หวังสิ่ งตอบแทน)

การให้ เช่ นนี้ เป็ นการให้ ที่ “มีคุณค่ า” จากหนังสือ “การให้ มีความสุ ขยิง่ กว่ าการรั บ” 11


วัน เดือน ปี อา 11 ส.ค. 08.00 น.

รายการมิสซา อุทศิ แด่ เปโตร ยรรยง, ลูซีอา ละออ, มารี อา นิตยา อุชชิน ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มัทธิว เกียรติศกั ดิ์ สุ วรรณจิต, Thomas Adams คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง อา 11 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 10.00 น. สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว อันนา วนิดา ทวียานนท์ มารี อา มลิดา วงศ์รักศักดิ์ ยอแซฟ สิ รวิชญ์ คล้ายเพชร อันนา ศิวารี ย ์ แซ่โค้ว คุณจิณณะ ลีสิรวงศ์ ดอมินิก ภูวนัย หงษ์แก้ว และครอบครัว ครอบครัวคุณอัศวิน สุ ทธิจิตต์ และ ครอบครัวคุณวันชัย เล้าบํารุ ง ยวง บัปติสตา พัศพงศ์ สถิตสุ นทรพงศ์ อันนา บุญญรัตน์ สิ งหฬ และครอบครัว คุณชนันต์ธร หิ รัญนันท์พล โยเซฟ สุ รพงษ์ เตียวเจริ ญ คุณทวนทอง ศิริมงคลวิชย์ Mrs.Lolita Romero Ferrer และครอบครัว ครอบครัวชลทรัพย์, คุณแม่ทวั่ โลก ผูท้ ี่เกิดในเดือนสิ งหาคมทุกท่าน อุทศิ แด่ ยอแซฟ มานิตย์ วีระวัฒนะ เทเรซา สุ ภภรณ์ ฉวีนิลพิมล เปโตร เหลี่ยน ฮว่าง วัน, มารธา เฮียน ฮว่าง ถิ

10

ผู้ขอมิสซา คค.อุชชิน คค.อุชชิน คค.อุชชิน มาลี จินดา/วิไลวรรณ สุ รพงษ์ ธนกร บัญญัติ วิชชุดา/มาลินี ชมรมผูส้ ู งอายุ ประสม ธนกร

1. ความหมายโดยเฉพาะคือ “การเสด็จกลับมาอี กครั้ งหนึ่ งของพระเยซู คริ สตเจ้ า” หรื อที่เราคุน้ เคยกันคือ “วันสิ้นพิภพ” 2. ความหมายโดยทั่ว ไปคื อ “การที่ พ ระเป็ นเจ้ า ทรงเรี ยกเราแต่ ล ะคน กลับไปเฝ้ าพระองค์ ” หรื อพูดง่าย ๆ คือ “ตาย” พระองค์ตรัสว่า “ไม่ ว่านายจะมาเวลาสองยามหรื อสามยาม ถ้ าพบผู้รับใช้ กาํ ลัง ตื่นเผ้ ารอรั บ ผู้รับใช้ เหล่ านั้นก็เป็ นสุข” (ลก 12:38) แปลว่าไม่วา่ จะสิ้ นพิภพหรื อตาย ถ้าพระองค์ทรงพบเราตื่นเฝ้ าอยู่ เราก็เป็ นสุ ข !! พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงเล่าเรื่ อง “ผู้รับใช้ ที่ซื่อสั ตย์ ” เพื่อเป็ นแนวทางในการ “ตื่นเฝ้ า” แก่เราดังนี้ 1. ทําทุกสิ่ งให้ เสร็จ ปกติชาวยิวแต่งกายด้วยเสื้ อยาวซึ่งรุ่ มร่ ามและเกะกะเวลาทํางานหรื อวิ่ง พวกเขาจึงคาดสะเอวด้วยสายประคดแล้วดึงเสื้ อขึ้นมารวบไว้เหนื อสายประคดเพื่อให้ คล่องตัวเวลาทําสิ่ งต่าง ๆ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงสั่งให้เรา “คาดสะเอว” ย่อมเท่ากับว่าทรงปรารถนา ให้เราคล่องตัวและกระตือรื อร้นทําสิ่ งต่าง ๆ ให้สาํ เร็ จลุล่วง เราแต่ละคนต่างมี “จุดหมาย” หรื อ “ความตั้งใจ” ดี ๆ มากมายในชี วิต เช่ น จะเป็ นคนดี จะกลับใจ จะเลิ กสุ รา จะละเว้นการพนัน จะซื่ อสัตย์ จะให้อภัย จะ ช่วยเหลือผูข้ ดั สน ฯลฯ แต่น่าเสี ยดายที่หลายคนทําสําเร็ จเพียงบางจุดหมาย บางจุดหมาย ทําได้ครึ่ งเดียว บางจุดหมายก็ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกาํ หนด ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บางจุดหมายยังไม่ได้เริ่ มแม้แต่จะคิดด้วยซํ้าไป คําภาวนาของพระเยซูเจ้าที่ว่า “ข้ าพเจ้ าทําให้ พระองค์ ทรงได้ รับพระสิ ริ รุ่ งโรจน์ ในโลกนี แ้ ล้ ว โดยปฏิบัติภารกิจจนสํ าเร็ จตามที่ ทรงมอบหมายกับข้ าพเจ้ า” (ยน 17:4) คงช่วยเตือนใจเราให้ระลึกอยูเ่ สมอว่า แม้พระเยซูเจ้าเองยังต้อง “ปฏิบัติภารกิจให้ สําเร็ จ” 3


2.

เพราะฉะนั้น ก่อนคํ่าคืนนี้จะมาถึง ขออย่าให้เราปล่อยสิ่ งใดค้างคาไว้เลย! คืนดีกบั ผู้อนื่ ผูจ้ ดั การผูน้ ้ นั จะเป็ นสุ ขได้อย่างไรกันหากเขามีเรื่ องบาดหมางกับผูร้ ับใช้

คนอื่นๆ เช่ น เดี ย วกัน เราจะตาย “ตาหลั บ ” ได้อ ย่ า งไรกัน หากเรายัง มี เ รื่ อง บาดหมางกับคนอื่นๆ นักบุญเปาโลจึ งสอนว่า “จงเลิ กโกรธก่ อนดวงอาทิ ตย์ ตก” (อฟ 4:26) ด้วยเกรงว่าดวงอาทิตย์ตกครั้งนี้อาจจะเป็ นครั้งสุ ดท้ายสําหรับเรา 3. สร้ างสั นติสุข ด้วยการ “จุดตะเกียงเตรี ยมพร้ อมไว้ ” (ลก 12:35) “บาป” ก่อให้เกิดความมืดมิด ทําให้ตะเกียงดับ และทําให้ใจของเราไม่มี สันติสุข จะแตกต่างกันสักแค่ไหนสําหรั บคนที่ ด าํ เนิ นชี วิตอย่างมี สันติ สุขตาม หนทางของพระเยซูเจ้าและกําลังจะจากโลกนี้ ไปสู่ “อ้ อมพระหั ตถ์ ของพระเจ้ า” กับคนที่ ดําเนินชีวิตในความมืดและกําลังจะจากโลกนี้ไปหา “คนแปลกหน้ าหรื อศัตรู ” ?! เพราะฉะนั้น จง “จุดตะเกียงเตรี ยมพร้ อมไว้ ” ด้วยการสร้างสันติสุขใน จิตใจของเราเถิด ! ตรงกันข้ามกับผูร้ ับใช้ที่ตื่นเฝ้ าและเป็ นสุ ขก็คือ “ผู้รับใช้ ที่ไม่ ซื่อสัตย์ ” ! ผูจ้ ดั การในนิ ทานเปรี ย บเที ย บที่ พ ระเยซู เ จ้าทรงกล่ าวถึ งก็คือผูร้ ั บใช้ห รื อทาส นั่น เอง พวกเขาได้รับ การแต่ งตั้ง จากนายให้มี อ าํ นาจเต็ม ในการดู แ ลทาสด้ว ยกัน เอง รวมถึงดูแลบ้าน และทรัพย์สินต่าง ๆ ของนาย ความซื่ อสัตย์และความฉลาดรอบคอบจึง เป็ นคุณสมบัติที่จาํ เป็ นของผูท้ ี่จะเป็ นผูจ้ ดั การ ส่ วนผูจ้ ดั การที่ถูกปลดไปอยู่ร่วมกับผูร้ ับใช้ที่ไม่ซื่อสัตย์น้ นั (ลก 12:46) สาเหตุ เป็ นเพราะเขาทําผิดพลาดสําคัญ 2 ประการด้วยกัน คือ 4

มิสซาสั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C) วันอาทิตย์ ที่ 11 สิ งหาคม ค.ศ. 2013 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ส. 10 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 18.00 น. มารี อา ดอกบวบ, ครอบครัวเสาวไพบูลย์ คุณทิพย์มงคล อ่วมใจหนัก อุทศิ แด่ อันตน สําเริ ง โกญจนาท, คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช เปาโล พร, อันนา ละม่อม พึ่งผล ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ต้ งั บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง อา. 11 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. มารี อา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัว ยอแซฟ มานพ อดุลศิริสวัสดิ์ เปโตร มนัส อดุลศิริสวัสดิ์ และครอบครัว มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ, อันโตนีโอ จํารู ญ เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว และครอบครัวเตียวเจริ ญ ราฟาแอล ชัยพฤกษ์, มีคาแอล ธันวา ประคีนวินชา ครอบครัวธนะสาร, สาธรกิจ, เตรี ยมวิชานนท์ ครอบครัวสุ ทธิโอภาส, ครอบครัวรัตนบรรณสกุล ครอบครัวเขม้นงาน, เพียรช่างคิด, ลิ้มจิตรกร อุทศิ แด่ คุณอุย้ นิ้ว แซ่เซี้ ยว, ผูล้ ่วงลับสกุลสาธรกิจและธนะสาร คุณนวลจันทร์, ด.ช.ธงชัย ธนะสาร ยวง บัปติสต์ เสมียน สาธรกิจ, มารี อา ฮุยเกียว แซ่โง้ว Maria Vanna Xavier, Marcellina Marasri Xavier ยวง ใช้ เอี้ยพิน, มารี อา มักดาเลนา เง็ก เอี้ยพิน ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน

ผู้ขอมิสซา มาลินี เริ งจิต/ภัทรพล คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ศรี เจริ ญ มาลี มาลี ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ 9


1. เขาคิดว่ านายไม่ อยู่ “จึ งเริ่ มตบตีผ้ ูรับใช้ ทั้งชายและหญิง กิ นดื่ มจนเมา มาย” (ลก 12:45) แทนที่จะดูแลทุกข์สุขของผูร้ ับใช้ หรื อดูแลบ้านช่องและผลประโยชน์ จากทรัพย์สินของนาย หากเราเป็ นนายก็คงไล่ผจู ้ ดั การคนนี้ ออกแน่ โดยหารู ้ไม่ว่าเราเองก็ทาํ ตัวไม่ต่างไปจากเขาเท่าใดนัก เรามักแบ่งชี วิตของเราออกเป็ นส่ วน ๆ หรื อไม่ก็ขีดเส้นแบ่งระหว่าง “เรื่ องของวิญญาณ” กับ “เรื่ องทางโลก” ส่ วนใดเกี่ยวข้องกับวิญญาณ เราก็ดาํ เนิ นชีวิตไม่มีที่ติราวกับว่าพระเจ้า ทรงประทับอยูเ่ บื้องหน้า ส่ วนใดเป็ นเรื่ องทางโลก เราก็ดาํ เนินชีวิตราวกับว่า “พระเจ้ าไม่ อยู่” หรื อสถานที่น้ ีและเวลานี้ “ไม่ มีพระเจ้ า” แต่การดําเนินชีวิตเยีย่ งคริ สตชนที่ดีตอ้ งไม่มีคาํ ว่า “นายไม่ อยู่” และต้อง ไม่มีคาํ ว่า “ขอเวลานอก” ทุกลมหายใจและทุกเสี้ ยวนาทีของชี วิต ต้องอยู่ในสายพระเนตรของ พระเจ้าผูท้ รงเป็ นเจ้านายสู งสุ ดของเราเสมอ 2. เขาคิดว่ ามีเวลา เพราะ “นายจะมาช้ า” (ลก 12:45) ในโลกนี้ ไม่มีเคราะห์กรรมใดเลวร้ ายเท่ากับความคิดที่ ว่า “ยังมีเวลา เหลืออีกมาก” แม้พระเยซูเจ้าเองยังต้องเตือนพระองค์เองว่า “ตราบใดที่ยงั เป็ นกลางวันอยู่ เราทั้งหลายต้ องทํากิ จการของผู้ที่ทรงส่ งเรามา แต่ เมื่อกลางคื นมาถึง ก็ไม่ มีใครทํางาน ได้ ” (ยน 9:4) เพราะฉะนั้น เราต้อ งดํา เนิ น ชี วิ ต ราวกับ ไม่ มี ค าํ ว่ า “พรุ่ งนี ้” อยู่ใ น พจนานุกรม ! อนึ่ง การรู ้ใจนายถือเป็ นอภิสิทธิ์และพระพรสูงส่ งยิง่ เพราะนัน่ แสดงว่านายไว้ใจ จนกล้าบอก “ความในใจ” หรื อไม่ก็ตอ้ งเป็ นคนใกล้ชิดนายจนสามารถเรี ยนรู ้ใจของนาย ได้ 8

5


แต่ “อภิสิทธิ์ ” หรื อ “พระพรของพระเจ้ า” นั้นมาพร้อมกับ “ความรั บผิดชอบ” ดังที่ ทรงตรั สว่า “ผู้รับใช้ ที่ร้ ู ใจนายของตน แต่ ไม่ เตรี ยมพร้ อมและไม่ ทาํ ตามใจนาย จะต้ องถูกเฆี่ยนมาก” (ลก 12:47) พระองค์ท รงโปรดให้ เ ราเป็ นคริ ส ตชน ได้มี โ อกาสรู ้ จ ัก พระเจ้า และพระ อาณาจักรของพระองค์ รู ้ จกั ความหมายของชี วิตและหนทางที่ จะทําให้ชีวิตของเรา บรรลุเป้ าหมายสูงสุ ด การรู ้จกั “หนทาง ความจริ ง และชีวิต” เป็ นพระพรยิง่ ใหญ่ของพระเจ้า ! แล้ วเราจะรั บผิดชอบอย่ างไร ?!

..เราลองถามตัวเองซิว่า “พระคริสตเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางของชีวิตเราไหม เราได้ให้พระองค์เป็นศูนย์กลางของชีวิตหรือเปล่า” ทุกวันนี้ มีการประจญ ล่อลวงเกิดเป็ นประจําที่ตอ้ งการให้เรานําตัวเองเป็ นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เมื่อเรา ไม่ให้พระเยซูเป็ นศูนย์กลาง เราก็จะหลงผิดไปได้ - การรับใช้พระคริสตเจ้าคือการรักพระศาสนจักรอย่างจับต้องได้ และเรา ยังต้องรับใช้พระศาสนจักรด้วยจิตวิญญาณของการนบนอบด้วย - การปล่อยตัวเองให้พระเจ้านํ าทางเพื่ อจะได้รบั ใช้พระองค์ … เรื่องนี้ หมายถึงการให้พระเจ้าเป็ นที่หนึ่งในทุกสถานการณ์ของชีวิต เราควรถามตัวเอง ด้วยความจริงและอย่างจริงใจว่า “เราได้ทาํ อะไรให้กบั พระคริสตเจ้าบ้างหรือยัง ถ้า ยัง เราจะทําอะไรเพื่อพระองค์ และอะไรบ้างที่เราต้องทําเพื่อพระองค์” - การตระหนักถึงความน่าละอายในข้อจํากัดของตัวเองและบาปของตัวเรา ความสุภาพถ่อมตนจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องนี้ได้เป็ นอย่างดี ความสุภาพถ่อมตนจะ ผลักดันให้เราอุทิศตนให้กบั การรับใช้พระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ ไม่ใช่มารับใช้ความต้องการของตัวเราเอง ขอขอบคุณข้อมู ลจาก Pope Report 6

คัดย่ อจากบทความนิ ตยสารซี เครท

เงินทอง เวลา และสุขภาพ คือสิ่งสําคัญในชีวิตของเรา หากมีครบทัง้ สามอย่างชีวิตย่อมมี ความสุข และสามารถทําประโยชน์ให้แก่ผอู ้ น่ื ได้มาก แต่กล่าวโดยทัว่ ไปแล้ว การทีเ่ ราจะมีทงั้ สามอย่าง ครบถ้วนในเวลาเดียวกันนัน้ เป็นเรือ่ งยากมาก คนส่วนใหญ่มกั ไม่ตระหนักว่าสิ่งทีต่ นมีอยู่ตอนนี้ วันหน้าจะกลายเป็ นอดีต เรามักทึกทักเอา เองว่าอะไรทีเ่ รามีนนั้ จะอยู่กบั เราไปตลอด ดังนัน้ จึงไม่คอ่ ยเห็นคุณค่า หาไม่ก็ใช้ไปอย่างฟุ่ มเฟื อย เช่น เด็กและวัยรุ่น มักจะใช้เวลาที่มีอยู่มากมายไปอย่างเปล่าประโยชน์ พอโตเป็ นผูใ้ หญ่ถึงค่อยมานึ ก เสียดายเวลาที่ผลาญไปในวัยเด็ก แต่แล้วผูใ้ หญ่เองกลับไม่ค่อยถนอมสุขภาพ ใช้ร่างกายอย่างไม่ บันยะบันยัง เอาแต่ทาํ มาหากินจนไม่ได้พกั ผ่อน ยิ่งเครียดก็ยิ่งหันเข้าหาอบายมุข กินเหล้า สูบบุ หรี่ หรือเทีย่ วกลางคืน กว่าจะรูต้ วั ว่าทําอะไรกับร่างกายของตนเองก็ตอ่ เมื่อถูกโรคนานาชนิดเล่นงาน เมื่อถึงวัยชราหลายคนย่อมนึกเสียใจที่ก่อนหน้านัน้ ไม่รูจ้ กั ถนอมรักษาสุขภาพ ถึงตอนนี้มี เวลามากมายแต่ไม่มีแรงจะทําอะไรแล้ว จึงปล่อยเวลาให้ผา่ นไปอย่างเปล่าประโยชน์ นัง่ เหม่อลอยหวน คิด ถึ ง แต่อ ดีต หรือปล่อ ยใจไปกับ ความรู ส้ ึกโดดเดี่ย วอ้า งว้า ง แต่เขาอาจจะลื ม ไปว่า เวลาที่มี อ ยู่ มากมายในวันนี้ พรุ่งนี้ อาจไม่เหลือแม้แต่นาทีเดียว เพราะความตายมาพราก ถึงตอนนัน้ อาจนึ ก เสียดายทีไ่ ม่ได้ทาํ หลายอย่างทีค่ วรทํา โดยเฉพาะการเตรียมใจรับมือกับความตาย สิ่งที่เรามีมากมายจนล้นเหลือ เรามักไม่เห็นคุณค่า ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งนัน้ ไป เราจึงจะซาบซึ้ง ในคุณค่าของสิ่งนัน้ ไม่วา่ คุณจะอยู่ในวัยใด พึงระลึกไว้เสมอว่า ทัง้ หมดที่คุณมีอยู่ตอนนี้ จะไม่อยู่กบั คุณไปตลอด ดังนัน้ จึงควรรูจ้ กั ชื่นชมสิ่งเหล่านี้ และใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้จะมีไม่ครบถ้วน สมบูรณ์พร้อม แต่หากใช้ให้เป็ น ก็สามารถสร้างสุขแก่เราได้ ถึงจะมีแต่เวลาและสุขภาพ แต่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็ยงั สามารถใช้เวลาและกําลังวังชาให้เกิด ประโยชน์สุขแก่ตวั เองและผูอ้ ื่นได้ เช่นศึกษาหาความรูแ้ ละช่วยเหลือเกื้อกูลผูอ้ ื่น มีเงินมีสุขภาพ แต่ไม่ มีเวลา ก็ยงั มีความสุขได้หากรูจ้ กั ใช้เงินและสุขภาพอย่างถูกต้อง เช่น ใช้เลี้ยงตนและดูแลผูอ้ นื่ ให้ผาสุก ในทํานองเดียวกัน ถึงจะมีเวลาและเงิน แต่สุขภาพไม่คอ่ ยดี ก็ใช่วา่ ชีวติ จะไม่มีความสุข หากรูจ้ กั ใช้เวลา ทีม่ ีนนั้ ในการฝึ กฝนจิตจนเกิดสติและปั ญญา ความสุขและความดีนนั้ สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จาํ ต้องมีเวลา สุขภาพ และเงินทองครบทัง้ สามประการ แม้มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หากรูจ้ กั ใช้ ก็บนั ดาลให้เกิดความสุขและความดีได้ จะว่าไป แล้วแม้ชวี ติ จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งในสามประการนี้ แต่หากมีความสุขและความดีแล้ว ชีวติ ก็ย่อมเต็ม อิม่ จิตใจจะไม่รูส้ ึกพร่องเลย ใช้ชวี ติ โดยตระหนักว่าทุกอย่างทีม่ ีนนั้ จะต้องจากเราไปไม่วนั ใดก็วนั หนึ่ง นอกจากจะทําให้เราไม่ประมาทกับชีวติ แล้ว ยังช่วยให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้น ใช่หรือไม่วา่ เพียงแค่รูจ้ กั ชืน่ ชมสิง่ ทีม่ ี จิตใจก็เป็นสุขทันที 7


แต่ “อภิสิทธิ์ ” หรื อ “พระพรของพระเจ้ า” นั้นมาพร้อมกับ “ความรั บผิดชอบ” ดังที่ ทรงตรั สว่า “ผู้รับใช้ ที่ร้ ู ใจนายของตน แต่ ไม่ เตรี ยมพร้ อมและไม่ ทาํ ตามใจนาย จะต้ องถูกเฆี่ยนมาก” (ลก 12:47) พระองค์ท รงโปรดให้ เ ราเป็ นคริ ส ตชน ได้มี โ อกาสรู ้ จ ัก พระเจ้า และพระ อาณาจักรของพระองค์ รู ้ จกั ความหมายของชี วิตและหนทางที่ จะทําให้ชีวิตของเรา บรรลุเป้ าหมายสูงสุ ด การรู ้จกั “หนทาง ความจริ ง และชีวิต” เป็ นพระพรยิง่ ใหญ่ของพระเจ้า ! แล้ วเราจะรั บผิดชอบอย่ างไร ?!

..เราลองถามตัวเองซิว่า “พระคริสตเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางของชีวิตเราไหม เราได้ให้พระองค์เป็นศูนย์กลางของชีวิตหรือเปล่า” ทุกวันนี้ มีการประจญ ล่อลวงเกิดเป็ นประจําที่ตอ้ งการให้เรานําตัวเองเป็ นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เมื่อเรา ไม่ให้พระเยซูเป็ นศูนย์กลาง เราก็จะหลงผิดไปได้ - การรับใช้พระคริสตเจ้าคือการรักพระศาสนจักรอย่างจับต้องได้ และเรา ยังต้องรับใช้พระศาสนจักรด้วยจิตวิญญาณของการนบนอบด้วย - การปล่อยตัวเองให้พระเจ้านํ าทางเพื่ อจะได้รบั ใช้พระองค์ … เรื่องนี้ หมายถึงการให้พระเจ้าเป็ นที่หนึ่งในทุกสถานการณ์ของชีวิต เราควรถามตัวเอง ด้วยความจริงและอย่างจริงใจว่า “เราได้ทาํ อะไรให้กบั พระคริสตเจ้าบ้างหรือยัง ถ้า ยัง เราจะทําอะไรเพื่อพระองค์ และอะไรบ้างที่เราต้องทําเพื่อพระองค์” - การตระหนักถึงความน่าละอายในข้อจํากัดของตัวเองและบาปของตัวเรา ความสุภาพถ่อมตนจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องนี้ได้เป็ นอย่างดี ความสุภาพถ่อมตนจะ ผลักดันให้เราอุทิศตนให้กบั การรับใช้พระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ ไม่ใช่มารับใช้ความต้องการของตัวเราเอง ขอขอบคุณข้อมู ลจาก Pope Report 6

คัดย่ อจากบทความนิ ตยสารซี เครท

เงินทอง เวลา และสุขภาพ คือสิ่งสําคัญในชีวิตของเรา หากมีครบทัง้ สามอย่างชีวิตย่อมมี ความสุข และสามารถทําประโยชน์ให้แก่ผอู ้ น่ื ได้มาก แต่กล่าวโดยทัว่ ไปแล้ว การทีเ่ ราจะมีทงั้ สามอย่าง ครบถ้วนในเวลาเดียวกันนัน้ เป็นเรือ่ งยากมาก คนส่วนใหญ่มกั ไม่ตระหนักว่าสิ่งทีต่ นมีอยู่ตอนนี้ วันหน้าจะกลายเป็ นอดีต เรามักทึกทักเอา เองว่าอะไรทีเ่ รามีนนั้ จะอยู่กบั เราไปตลอด ดังนัน้ จึงไม่คอ่ ยเห็นคุณค่า หาไม่ก็ใช้ไปอย่างฟุ่ มเฟื อย เช่น เด็กและวัยรุ่น มักจะใช้เวลาที่มีอยู่มากมายไปอย่างเปล่าประโยชน์ พอโตเป็ นผูใ้ หญ่ถึงค่อยมานึ ก เสียดายเวลาที่ผลาญไปในวัยเด็ก แต่แล้วผูใ้ หญ่เองกลับไม่ค่อยถนอมสุขภาพ ใช้ร่างกายอย่างไม่ บันยะบันยัง เอาแต่ทาํ มาหากินจนไม่ได้พกั ผ่อน ยิ่งเครียดก็ยิ่งหันเข้าหาอบายมุข กินเหล้า สูบบุ หรี่ หรือเทีย่ วกลางคืน กว่าจะรูต้ วั ว่าทําอะไรกับร่างกายของตนเองก็ตอ่ เมื่อถูกโรคนานาชนิดเล่นงาน เมื่อถึงวัยชราหลายคนย่อมนึกเสียใจที่ก่อนหน้านัน้ ไม่รูจ้ กั ถนอมรักษาสุขภาพ ถึงตอนนี้มี เวลามากมายแต่ไม่มีแรงจะทําอะไรแล้ว จึงปล่อยเวลาให้ผา่ นไปอย่างเปล่าประโยชน์ นัง่ เหม่อลอยหวน คิด ถึ ง แต่อ ดีต หรือปล่อ ยใจไปกับ ความรู ส้ ึกโดดเดี่ย วอ้า งว้า ง แต่เขาอาจจะลื ม ไปว่า เวลาที่มี อ ยู่ มากมายในวันนี้ พรุ่งนี้ อาจไม่เหลือแม้แต่นาทีเดียว เพราะความตายมาพราก ถึงตอนนัน้ อาจนึ ก เสียดายทีไ่ ม่ได้ทาํ หลายอย่างทีค่ วรทํา โดยเฉพาะการเตรียมใจรับมือกับความตาย สิ่งที่เรามีมากมายจนล้นเหลือ เรามักไม่เห็นคุณค่า ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งนัน้ ไป เราจึงจะซาบซึ้ง ในคุณค่าของสิ่งนัน้ ไม่วา่ คุณจะอยู่ในวัยใด พึงระลึกไว้เสมอว่า ทัง้ หมดที่คุณมีอยู่ตอนนี้ จะไม่อยู่กบั คุณไปตลอด ดังนัน้ จึงควรรูจ้ กั ชื่นชมสิ่งเหล่านี้ และใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้จะมีไม่ครบถ้วน สมบูรณ์พร้อม แต่หากใช้ให้เป็ น ก็สามารถสร้างสุขแก่เราได้ ถึงจะมีแต่เวลาและสุขภาพ แต่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็ยงั สามารถใช้เวลาและกําลังวังชาให้เกิด ประโยชน์สุขแก่ตวั เองและผูอ้ ื่นได้ เช่นศึกษาหาความรูแ้ ละช่วยเหลือเกื้อกูลผูอ้ ื่น มีเงินมีสุขภาพ แต่ไม่ มีเวลา ก็ยงั มีความสุขได้หากรูจ้ กั ใช้เงินและสุขภาพอย่างถูกต้อง เช่น ใช้เลี้ยงตนและดูแลผูอ้ นื่ ให้ผาสุก ในทํานองเดียวกัน ถึงจะมีเวลาและเงิน แต่สุขภาพไม่คอ่ ยดี ก็ใช่วา่ ชีวติ จะไม่มีความสุข หากรูจ้ กั ใช้เวลา ทีม่ ีนนั้ ในการฝึ กฝนจิตจนเกิดสติและปั ญญา ความสุขและความดีนนั้ สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จาํ ต้องมีเวลา สุขภาพ และเงินทองครบทัง้ สามประการ แม้มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หากรูจ้ กั ใช้ ก็บนั ดาลให้เกิดความสุขและความดีได้ จะว่าไป แล้วแม้ชวี ติ จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งในสามประการนี้ แต่หากมีความสุขและความดีแล้ว ชีวติ ก็ย่อมเต็ม อิม่ จิตใจจะไม่รูส้ ึกพร่องเลย ใช้ชวี ติ โดยตระหนักว่าทุกอย่างทีม่ ีนนั้ จะต้องจากเราไปไม่วนั ใดก็วนั หนึ่ง นอกจากจะทําให้เราไม่ประมาทกับชีวติ แล้ว ยังช่วยให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้น ใช่หรือไม่วา่ เพียงแค่รูจ้ กั ชืน่ ชมสิง่ ทีม่ ี จิตใจก็เป็นสุขทันที 7


1. เขาคิดว่ านายไม่ อยู่ “จึ งเริ่ มตบตีผ้ ูรับใช้ ทั้งชายและหญิง กิ นดื่ มจนเมา มาย” (ลก 12:45) แทนที่จะดูแลทุกข์สุขของผูร้ ับใช้ หรื อดูแลบ้านช่องและผลประโยชน์ จากทรัพย์สินของนาย หากเราเป็ นนายก็คงไล่ผจู ้ ดั การคนนี้ ออกแน่ โดยหารู ้ไม่ว่าเราเองก็ทาํ ตัวไม่ต่างไปจากเขาเท่าใดนัก เรามักแบ่งชี วิตของเราออกเป็ นส่ วน ๆ หรื อไม่ก็ขีดเส้นแบ่งระหว่าง “เรื่ องของวิญญาณ” กับ “เรื่ องทางโลก” ส่ วนใดเกี่ยวข้องกับวิญญาณ เราก็ดาํ เนิ นชีวิตไม่มีที่ติราวกับว่าพระเจ้า ทรงประทับอยูเ่ บื้องหน้า ส่ วนใดเป็ นเรื่ องทางโลก เราก็ดาํ เนินชีวิตราวกับว่า “พระเจ้ าไม่ อยู่” หรื อสถานที่น้ ีและเวลานี้ “ไม่ มีพระเจ้ า” แต่การดําเนินชีวิตเยีย่ งคริ สตชนที่ดีตอ้ งไม่มีคาํ ว่า “นายไม่ อยู่” และต้อง ไม่มีคาํ ว่า “ขอเวลานอก” ทุกลมหายใจและทุกเสี้ ยวนาทีของชี วิต ต้องอยู่ในสายพระเนตรของ พระเจ้าผูท้ รงเป็ นเจ้านายสู งสุ ดของเราเสมอ 2. เขาคิดว่ ามีเวลา เพราะ “นายจะมาช้ า” (ลก 12:45) ในโลกนี้ ไม่มีเคราะห์กรรมใดเลวร้ ายเท่ากับความคิดที่ ว่า “ยังมีเวลา เหลืออีกมาก” แม้พระเยซูเจ้าเองยังต้องเตือนพระองค์เองว่า “ตราบใดที่ยงั เป็ นกลางวันอยู่ เราทั้งหลายต้ องทํากิ จการของผู้ที่ทรงส่ งเรามา แต่ เมื่อกลางคื นมาถึง ก็ไม่ มีใครทํางาน ได้ ” (ยน 9:4) เพราะฉะนั้น เราต้อ งดํา เนิ น ชี วิ ต ราวกับ ไม่ มี ค าํ ว่ า “พรุ่ งนี ้” อยู่ใ น พจนานุกรม ! อนึ่ง การรู ้ใจนายถือเป็ นอภิสิทธิ์และพระพรสูงส่ งยิง่ เพราะนัน่ แสดงว่านายไว้ใจ จนกล้าบอก “ความในใจ” หรื อไม่ก็ตอ้ งเป็ นคนใกล้ชิดนายจนสามารถเรี ยนรู ้ใจของนาย ได้ 8

5


2.

เพราะฉะนั้น ก่อนคํ่าคืนนี้จะมาถึง ขออย่าให้เราปล่อยสิ่ งใดค้างคาไว้เลย! คืนดีกบั ผู้อนื่ ผูจ้ ดั การผูน้ ้ นั จะเป็ นสุ ขได้อย่างไรกันหากเขามีเรื่ องบาดหมางกับผูร้ ับใช้

คนอื่นๆ เช่ น เดี ย วกัน เราจะตาย “ตาหลั บ ” ได้อ ย่ า งไรกัน หากเรายัง มี เ รื่ อง บาดหมางกับคนอื่นๆ นักบุญเปาโลจึ งสอนว่า “จงเลิ กโกรธก่ อนดวงอาทิ ตย์ ตก” (อฟ 4:26) ด้วยเกรงว่าดวงอาทิตย์ตกครั้งนี้อาจจะเป็ นครั้งสุ ดท้ายสําหรับเรา 3. สร้ างสั นติสุข ด้วยการ “จุดตะเกียงเตรี ยมพร้ อมไว้ ” (ลก 12:35) “บาป” ก่อให้เกิดความมืดมิด ทําให้ตะเกียงดับ และทําให้ใจของเราไม่มี สันติสุข จะแตกต่างกันสักแค่ไหนสําหรั บคนที่ ด าํ เนิ นชี วิตอย่างมี สันติ สุขตาม หนทางของพระเยซูเจ้าและกําลังจะจากโลกนี้ ไปสู่ “อ้ อมพระหั ตถ์ ของพระเจ้ า” กับคนที่ ดําเนินชีวิตในความมืดและกําลังจะจากโลกนี้ไปหา “คนแปลกหน้ าหรื อศัตรู ” ?! เพราะฉะนั้น จง “จุดตะเกียงเตรี ยมพร้ อมไว้ ” ด้วยการสร้างสันติสุขใน จิตใจของเราเถิด ! ตรงกันข้ามกับผูร้ ับใช้ที่ตื่นเฝ้ าและเป็ นสุ ขก็คือ “ผู้รับใช้ ที่ไม่ ซื่อสัตย์ ” ! ผูจ้ ดั การในนิ ทานเปรี ย บเที ย บที่ พ ระเยซู เ จ้าทรงกล่ าวถึ งก็คือผูร้ ั บใช้ห รื อทาส นั่น เอง พวกเขาได้รับ การแต่ งตั้ง จากนายให้มี อ าํ นาจเต็ม ในการดู แ ลทาสด้ว ยกัน เอง รวมถึงดูแลบ้าน และทรัพย์สินต่าง ๆ ของนาย ความซื่ อสัตย์และความฉลาดรอบคอบจึง เป็ นคุณสมบัติที่จาํ เป็ นของผูท้ ี่จะเป็ นผูจ้ ดั การ ส่ วนผูจ้ ดั การที่ถูกปลดไปอยู่ร่วมกับผูร้ ับใช้ที่ไม่ซื่อสัตย์น้ นั (ลก 12:46) สาเหตุ เป็ นเพราะเขาทําผิดพลาดสําคัญ 2 ประการด้วยกัน คือ 4

มิสซาสั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C) วันอาทิตย์ ที่ 11 สิ งหาคม ค.ศ. 2013 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ส. 10 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 18.00 น. มารี อา ดอกบวบ, ครอบครัวเสาวไพบูลย์ คุณทิพย์มงคล อ่วมใจหนัก อุทศิ แด่ อันตน สําเริ ง โกญจนาท, คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช เปาโล พร, อันนา ละม่อม พึ่งผล ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ต้ งั บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง อา. 11 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ 08.00 น. มารี อา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัว ยอแซฟ มานพ อดุลศิริสวัสดิ์ เปโตร มนัส อดุลศิริสวัสดิ์ และครอบครัว มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ, อันโตนีโอ จํารู ญ เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว และครอบครัวเตียวเจริ ญ ราฟาแอล ชัยพฤกษ์, มีคาแอล ธันวา ประคีนวินชา ครอบครัวธนะสาร, สาธรกิจ, เตรี ยมวิชานนท์ ครอบครัวสุ ทธิโอภาส, ครอบครัวรัตนบรรณสกุล ครอบครัวเขม้นงาน, เพียรช่างคิด, ลิ้มจิตรกร อุทศิ แด่ คุณอุย้ นิ้ว แซ่เซี้ ยว, ผูล้ ่วงลับสกุลสาธรกิจและธนะสาร คุณนวลจันทร์, ด.ช.ธงชัย ธนะสาร ยวง บัปติสต์ เสมียน สาธรกิจ, มารี อา ฮุยเกียว แซ่โง้ว Maria Vanna Xavier, Marcellina Marasri Xavier ยวง ใช้ เอี้ยพิน, มารี อา มักดาเลนา เง็ก เอี้ยพิน ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน

ผู้ขอมิสซา มาลินี เริ งจิต/ภัทรพล คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ คค.ศรี เจริ ญ มาลี มาลี ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ ณัฐวรรณ 9


วัน เดือน ปี อา 11 ส.ค. 08.00 น.

รายการมิสซา อุทศิ แด่ เปโตร ยรรยง, ลูซีอา ละออ, มารี อา นิตยา อุชชิน ยอแซฟ สมบัติ อุชชิน, มารี อา มยุรี ผลาวงศ์ มัทธิว เกียรติศกั ดิ์ สุ วรรณจิต, Thomas Adams คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง อา 11 ส.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ 10.00 น. สัตบุรุษวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ทุกท่าน เซซี ลีอา เพ็กล้วน แซ่เอี้ยว อันนา วนิดา ทวียานนท์ มารี อา มลิดา วงศ์รักศักดิ์ ยอแซฟ สิ รวิชญ์ คล้ายเพชร อันนา ศิวารี ย ์ แซ่โค้ว คุณจิณณะ ลีสิรวงศ์ ดอมินิก ภูวนัย หงษ์แก้ว และครอบครัว ครอบครัวคุณอัศวิน สุ ทธิจิตต์ และ ครอบครัวคุณวันชัย เล้าบํารุ ง ยวง บัปติสตา พัศพงศ์ สถิตสุ นทรพงศ์ อันนา บุญญรัตน์ สิ งหฬ และครอบครัว คุณชนันต์ธร หิ รัญนันท์พล โยเซฟ สุ รพงษ์ เตียวเจริ ญ คุณทวนทอง ศิริมงคลวิชย์ Mrs.Lolita Romero Ferrer และครอบครัว ครอบครัวชลทรัพย์, คุณแม่ทวั่ โลก ผูท้ ี่เกิดในเดือนสิ งหาคมทุกท่าน อุทศิ แด่ ยอแซฟ มานิตย์ วีระวัฒนะ เทเรซา สุ ภภรณ์ ฉวีนิลพิมล เปโตร เหลี่ยน ฮว่าง วัน, มารธา เฮียน ฮว่าง ถิ

10

ผู้ขอมิสซา คค.อุชชิน คค.อุชชิน คค.อุชชิน มาลี จินดา/วิไลวรรณ สุ รพงษ์ ธนกร บัญญัติ วิชชุดา/มาลินี ชมรมผูส้ ู งอายุ ประสม ธนกร

1. ความหมายโดยเฉพาะคือ “การเสด็จกลับมาอี กครั้ งหนึ่ งของพระเยซู คริ สตเจ้ า” หรื อที่เราคุน้ เคยกันคือ “วันสิ้นพิภพ” 2. ความหมายโดยทั่ว ไปคื อ “การที่ พ ระเป็ นเจ้ า ทรงเรี ยกเราแต่ ล ะคน กลับไปเฝ้ าพระองค์ ” หรื อพูดง่าย ๆ คือ “ตาย” พระองค์ตรัสว่า “ไม่ ว่านายจะมาเวลาสองยามหรื อสามยาม ถ้ าพบผู้รับใช้ กาํ ลัง ตื่นเผ้ ารอรั บ ผู้รับใช้ เหล่ านั้นก็เป็ นสุข” (ลก 12:38) แปลว่าไม่วา่ จะสิ้ นพิภพหรื อตาย ถ้าพระองค์ทรงพบเราตื่นเฝ้ าอยู่ เราก็เป็ นสุ ข !! พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงเล่าเรื่ อง “ผู้รับใช้ ที่ซื่อสั ตย์ ” เพื่อเป็ นแนวทางในการ “ตื่นเฝ้ า” แก่เราดังนี้ 1. ทําทุกสิ่ งให้ เสร็จ ปกติชาวยิวแต่งกายด้วยเสื้ อยาวซึ่งรุ่ มร่ ามและเกะกะเวลาทํางานหรื อวิ่ง พวกเขาจึงคาดสะเอวด้วยสายประคดแล้วดึงเสื้ อขึ้นมารวบไว้เหนื อสายประคดเพื่อให้ คล่องตัวเวลาทําสิ่ งต่าง ๆ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงสั่งให้เรา “คาดสะเอว” ย่อมเท่ากับว่าทรงปรารถนา ให้เราคล่องตัวและกระตือรื อร้นทําสิ่ งต่าง ๆ ให้สาํ เร็ จลุล่วง เราแต่ละคนต่างมี “จุดหมาย” หรื อ “ความตั้งใจ” ดี ๆ มากมายในชี วิต เช่ น จะเป็ นคนดี จะกลับใจ จะเลิ กสุ รา จะละเว้นการพนัน จะซื่ อสัตย์ จะให้อภัย จะ ช่วยเหลือผูข้ ดั สน ฯลฯ แต่น่าเสี ยดายที่หลายคนทําสําเร็ จเพียงบางจุดหมาย บางจุดหมาย ทําได้ครึ่ งเดียว บางจุดหมายก็ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกาํ หนด ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บางจุดหมายยังไม่ได้เริ่ มแม้แต่จะคิดด้วยซํ้าไป คําภาวนาของพระเยซูเจ้าที่ว่า “ข้ าพเจ้ าทําให้ พระองค์ ทรงได้ รับพระสิ ริ รุ่ งโรจน์ ในโลกนี แ้ ล้ ว โดยปฏิบัติภารกิจจนสํ าเร็ จตามที่ ทรงมอบหมายกับข้ าพเจ้ า” (ยน 17:4) คงช่วยเตือนใจเราให้ระลึกอยูเ่ สมอว่า แม้พระเยซูเจ้าเองยังต้อง “ปฏิบัติภารกิจให้ สําเร็ จ” 3


สั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ลก 12:32-48

หลังจากตรั สสอนอุ ปมาเรื่ อง “เศรษฐี โง่ ” เพื่อชี้ ใ ห้เห็ นอันตรายของการใช้ ทรัพย์สมบัติในทางที่ผิดแล้ว (ลก 12:13-21) พระเยซูเจ้าทรงให้กาํ ลังใจแก่ผยู ้ ากไร้หรื อ “ฝูงแกะน้ อย ๆ” ว่า “อย่ ากลัวเลย เพราะพระบิดาของท่ านพอพระทัยจะประทานพระ อาณาจักรให้ แก่ ท่าน” (ลก 12:32) พร้อมกับทรงแนะนําให้ “สะสมทรั พย์ สมบัติที่ไม่ มี วันหมดสิ ้นในสวรรค์ ที่นั่นขโมยเข้ าไม่ ถึงและแมลงขมวนไม่ ทาํ ลาย” (ลก 12:33) ที่ทรงแนะนําเช่นนี้เพราะในสมัยของพระองค์ ชาวบ้านนิยมวัดความมัง่ คัง่ กันที่ เครื่ องแต่งกายซึ่ งอาจถูกขโมยหรื อถูกแมลงกัดกินและทําลายได้ ตรงกันข้าม หากเรา ประดับอาภรณ์ฝ่ายวิญญาณด้วยการให้ทาน ทําความดี และรักษาความบริ สุทธิ์ไว้ ก็ไม่มี ขโมยหรื อแมลงใดจะมาทําลายได้ และที่สําคัญ ตราบใดที่เรามุ่งมัน่ แสวงหาทรั พย์สมบัติในสวรรค์ ตราบนั้นใจ ของเราก็จะยึดติดอยูก่ บั สวรรค์และสิ่ งที่อยูเ่ บื้องบน แล้วนั้น เราจะตระหนักเช่นเดียวกับ ปั ญญาจารย์วา่ “อนิจจัง อนิจจัง ทุกสิ่ งล้ วนอนิจจัง” (ปญจ 1:2) เมื่อทรงสอนให้ใจของเรายึดมัน่ กับทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวนั หมดสิ้ นในสวรรค์ แล้ว พระองค์ตรัสต่อไปว่า “ท่ านทั้งหลายจงเตรี ยมพร้ อมไว้ เพราะบุตรแห่ งมนุษย์ จะ เสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้ คาดหมาย” (ลก 12:40) พระวาจานี้มีความหมาย 2 นัย 2

วัน เดือน ปี อา 11 ส.ค. 10.00 น.

จ. 12 ส.ค. อ. 13 ส.ค. พ. 14 ส.ค. พฤ.15 ส.ค. ศ. 16 ส.ค.

รายการมิสซา อุทศิ แด่ ยอแซฟ ฮวงไล้, มารี อา ตา แซ่เซี ยว อักแนส ธานี เศรษฐเสรี หลุยส์ พิชยั เจริ ญสุ ข คุณทองคํา ดิโพ, คุณชาร์ล ลามาช มารี อา ทัศนีย ์ หฤรางษ์กรู แอนโทนี เล็กเคี้ยง แซ่ล้ ี, มารี อา เซี่ ยมจี้ แซ่ฮง้ เปาโล พร, อันนา ละม่อม พึ่งผล มารี อา อรพินท์ สว่างนาม ผูส้ ูงอายุที่ล่วงลับไปแล้วทุกท่าน วิญญาณในไฟชําระ และวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึกถึง สุ ขสํ าราญ คุณจุฑาทิพย์ งามอารมณ์ และคุณแม่ทุกท่าน อุทศิ แด่ คาทารี นา ริ รินทร์ จิระดํารง สุ ขสํ าราญ เทเรซา ฐิติกาญจน์ นิลกําแหง และครอบครัว อุทศิ แด่ คุณชลินทร์ จิระดํารง อุทศิ แด่ คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์, เปาโล พร, อันนา ละม่อม สุ ขสํ าราญ มารี อา ธิดารัตน์ สุ นพิชยั อุทศิ แด่ คุณทวีศกั ดิ์ ชินธรรมมิตร์, เปาโล พร, อันนา ละม่อม

ผู้ขอมิสซา อนุกลู อนุกลู ชนันต์ธร ครอบครัว/อนุกลู ภัทรพล ชมรมผูส้ ู งอายุ สุ รพงษ์/ภัทรพล จารุ มณฑ์ อมรา มาลินี อมรา มาลินี -

“การให้ (GIVE)” ทีก่ ่ อให้ เกิดความสุ ข ควรมีลกั ษณะดังนี้ Gladly (ให้ ด้วยใจยินดี) Impartially (ให้ อย่ างไม่ ลาํ เอียง) Voluntarily (ให้ ด้วยความสมัครใจ) Expecting Nothing Back (ให้ โดยไม่ หวังสิ่ งตอบแทน)

การให้ เช่ นนี้ เป็ นการให้ ที่ “มีคุณค่ า” จากหนังสือ “การให้ มีความสุ ขยิง่ กว่ าการรั บ” 11


 วันอาทิตย์น้ ี (11 สิ งหาคม ศกนี้ ) เป็ นวันแม่ของวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ขอเชิญพี่นอ้ ง

ร่ วมแสดงกตัญญุตาต่อ “คุณแม่ ” ระหว่างมิสซา 10.00 น. และขอเชิญร่ วมกิจกรรมวันแม่ o หลังมิสซา ณ ศาลาปี ติการุ ณย์ พบกับกิจกรรมเที่ยงทิพย์ เกมสานสัมพันธ์ แม่-ลูก และรับประทานอาหารร่ วมกัน o เวลา 12.30 น. ณ วัดน้อย ขอเชิ ญ “คุณแม่” และพี่น้องผูร้ ักสุ ขภาพทุกท่าน ร่ วมเสวนาด้านสุ ขภาพเรื่ อง “เราวัดความดันไปทําไม” โดยวิทยากรรับเชิญ นายแพทย์ ณั ฐ วุ ฒิ โตวนํา ชัย แพทย์ผู ้เ ชี่ ย วชาญประจํา หน่ ว ยโรคไต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเรื่ อง “ผูห้ ญิงกับมะเร็ ง.. ทําอย่างไรให้ไกลกัน” โดย แพทย์หญิง กนกพิศ โตวนําชัย แพทย์ผเู ้ ชี่ ยวชาญจากหน่ วยรังสี วิทยา และมะเร็ งวิทยา โรงพยาบาลภูมิพล อดุลยเดช  วันอาทิ ตย์หน้า (18 สิ งหาคม ศกนี้ ) เป็ นวันสมโภชพระนางมารี ยร์ ั บเกี ยรติ ยกขึ้ น สวรรค์ท้ งั กายและวิญญาณ ขอเชิ ญพี่นอ้ งร่ วมแห่ เทิดเกียรติแม่พระและถวายช่อดอกไม้ หลัง มิสซา 10.00 น.

ฉบับที่ 487 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2013

สั ปดาห์ ที่ 19 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ท่ านทั้งหลายจงเตรียมพร้ อมไว้ เพราะบุตรแห่ งมนุษย์ จะเสด็จมาในเวลาทีท่ ่ านมิได้ คาดหมาย ลก 12:40

12

สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ฉบับที่ 487 ประจำวันที่ 11สค13  

สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you