Issuu on Google+

ฉบับที่ 497 วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013

ฉบับที่ 497 วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013

สั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

สั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

จาเป็ นต้ องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ ท้อถอย

จาเป็ นต้ องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ ท้อถอย

ลก 18:1

ลก 18:1


สั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ลก 18:1-8

พระเยซูเจ้าทรงระบุวตั ถุประสงค์ในการเล่าอุปมาเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนคือ “จําเป็ นต้องอธิ ษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ท้อถอย” (ลก 18:1) “เสมอ” ตรงกับภาษากรีก pántote (พานตอแต) บ่งบอกถึงการภาวนาโดย สมํ่าเสมอด้วยความพากเพียร ต่างจาก ádialeíptōs (อาดีอาเลฟโตส) ใน 1 ธส 5:17 ซึง่ หมายถึงการภาวนาโดยไม่รจู้ กั หยุด แปลว่า พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้เราภาวนายืดยาวไม่รู้จกั หยุด แต่ ทรง ปรารถนาให้เราภาวนาบ่อย ๆ ด้วยความสมําเสมอและพากเพี ่ ยรไม่ท้อถอย !! ผูพ้ ิ พากษา ในอุปมาเรื่องนี้คงไม่ใช่ชาวยิว เพราะชาวยิวไม่นิยมนําคดีความ ขึน้ ศาลให้ผพู้ พิ ากษาตัดสิน แต่จะนําไปให้ผอู้ าวุโสชีข้ าด และในการพิจารณาคดีของ ชาวยิว ผูอ้ าวุโสต้องประกอบด้วยองค์คณะอย่างน้อย 3 คน คนหนึ่งเป็ นตัวแทนฝา่ ย โจทก์ อีกคนหนึ่งเป็ นตัวแทนฝ่ายจําเลย ส่วนคนที่สามได้รบั การแต่งตัง้ โดยอิสระ เหมือนระบบอนุ ญาโตตุลาการในบ้านเรา สันนิษฐานว่าผูพ้ พิ ากษาคนนี้เป็ นหนึ่งในบรรดาข้าราชการทีโ่ รมหรือกษัตริย์ เฮโรดแต่งตัง้ ให้ทาํ หน้าทีพ่ พิ ากษา ซึง่ ทีผ่ า่ นมาคนพวกนี้ขน้ึ ชื่อลือชามากในเรื่องการ รับสินบน หากโจทก์ไม่จ่ายสินบนก็อย่าหวังเลยว่าคดีจะคืบหน้า และบางครัง้ พวก เขาบิดเบือนความยุตธิ รรมเพียงเพือ่ แลกกับเนื้อจานเดียว 2

วัน เดือน ปี อา 20 ต.ค. 08.00 น.

รายการมิสซา ผู้ขอมิสซา อุทศิ แด่ คุณอุย้ นิ้ว แซ่เซี้ ยว, คุณนวลจันทร์, ด.ช.ธงชัย ธนะสาร ณัฐวรรณ ยวง บัปติสตา เสมียน สาธรกิจ, มารี อา ฮุยเกียว แซ่โง้ว ณัฐวรรณ ผูล้ ่วงลับครอบครัวธนะสารและสาธรกิจ ณัฐวรรณ คุณพัสฬัสษ์ วราเปล่งสิ นทวี อัญชลี ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ วิภาวินี เปโตร เหลี่ยน ฮวาง วัน, มารธา เฮียน ฮวาง ถิ ธนกร ผูล้ ่วงลับครอบครัวสิ งห์สา บุญญรัตน์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึ กถึง คค.ธนาพานิชย์ อา 20 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ อดิสัย ยอแซฟ เอก วิรเทพ 10.00 น. ดอมินิก ภูวนัย หงส์แก้ว และครอบครัว เทเรซา นิราวัล กิจปกครอง ยอแซฟ วิทูล ฉัตรเทียนชัย รุ่ งนภา คุณศรี ชนะ พัฒนกิจสิ ริคุณ และครอบครัว มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง, มารี อา กรรณิ กา ลี้ยาง เทเรซา ชนินทร์ มาศ พนอําพน พลเอก พิจิตร, คุณหญิง วิมล กุลละวณิ ชย์ ครอบครัวพงษ์ศกั ดิ์, ครอบครัวแสงภักดี กาญจนา ครอบครัวคุณสัณหพล เหลืองอร่ าม วิไลวรรณ ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี ครอบครัวมูลเมือง และร้าน Family’s Pizza อุทศิ แด่ โรซา ราตรี ลี้ยาง, คุณด้วง ลี้ยาง, อันนา ยีส่ ุ น พานิช คุณวิชยั แสงสอน, คุณสอ ชูสอน, คุณพัฒนา ทองธิว คุณซี ฮวง, มารี อา กิมลี้, แบร์นาแด๊ต นิภา, ฟิ ลิป มุ่ยซิ ม รุ่ งโรจน์ คุณเช้ง แซ่จึง, เรนาโต ผดุง สุ ขสยาม, คุณเส่ ง แซ่ล้ ี รุ่ งโรจน์ รุ่ งโรจน์ คุณก้านทอง แสงปัญหา 11


มิสซาสั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C) วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ผู้ขอมิสซา ส. 19 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ ศศินาฏ/พิษญนาถ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว 18.00 น. ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี คุณศศินาฏ, คุณพิษญนาถ วีรานนท์ มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ อุทศิ แด่ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช ยอแซฟ เสถียร, มารี อา เสาวนีย ์ พงษ์เพิม่ มาศ วรัญญ์นิช เทเรซา ปรํา จําปาถิ่น ธี รธร อันตน สําเริ ง โกญจนาท เริ งจิต ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง ณัฐวรรณ อา.20 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ บุญญรัตน์ โมทนาคุณนักบุญเทเรซา, นักบุญอันตน, 08.00 น. ณัฐวรรณ นักบุญทั้งหลายและอารักขเทวดา ณัฐวรรณ มารี อา ธันยพร ศศิสุวรรณ อันนา บุญญรัตน์ และครอบครัว มารี อา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัวศรี เจริ ญ คค.ศรี เจริ ญ ครอบครัวธนะสาร, สาธรกิจ, รัตนบรรณสกุล ณัฐวรรณ ครอบครัวลิ้มจิตรกร, เตรี ยมวิชานนท์, เพียรช่างคิด ณัฐวรรณ ครอบครัวเขม้นงาน, สุ ทธิโอภาส, ทุกครอบครัวในโลก ณัฐวรรณ อุทศิ แด่ ยอแซฟ พยนต์, มารี อา โรซา โพธิ์ทอง ยุวลี ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน เปาโล จงออน ตันติโกสิ ชฌน์ บุตร ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั คค.ธนาพานิชย์ บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ 10

ชาวยิวเอือมระอากับพฤติกรรมของผูพ้ พิ ากษาพวกนี้ ถึงกับล้อเลียนพวกเขา ด้วยการเปลี่ยนชื่อตําแหน่ งทางการจาก Dayyaneh Gezeroth (ดัยยาเนห์ เกเซรอธ) ซึง่ หมายถึง “ผูพ้ พิ ากษาลงโทษ” เป็ น Dayyaneh Gezeloth (ดัยยาเนห์ เกเซลอธ) เพื่อ หมายถึง “ผูพ้ พิ ากษาโจร” หญิ งม่าย เป็ นสัญลักษณ์ของคนยากจนและปกป้องตัวเองไม่ได้ พระเจ้าจึง ทรงเอาพระทัยใส่พวกนางเป็ นพิเศษถึงกับตรัสสังว่ ่ า “ท่านจะต้องไม่ขม่ เหงหญิงม่าย หรือลูกกําพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะฟงั เสียง ร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านให้ตายในสงคราม ภรรยา ของท่านจะต้องเป็ นม่าย และลูกของท่านจะเป็ นกําพร้า” (อพย 22:21-23) นักบุญยากอบเสริมว่า “ความเลือ่ มใสศรัทธาบริสุทธิแ์ ละไร้มลทินเฉพาะพระ พักตร์ของพระเจ้าพระบิดา คือการเยีย่ มเยียนเด็กกําพร้าและหญิงม่ายทีม่ คี วามทุกข์ ร้อน” (ยก 1:27) แต่เนื่องจากผูพ้ พิ ากษาคนดังกล่าว “ไม่ยําเกรงพระเจ้าและไม่เกรงใจมนุ ษย์ ผูใ้ ด” (ลก 18:2) กอปรกับหญิงม่ายไม่มที งั ้ เงิน ไม่มที งั ้ อิทธิพล จึงดูเหมือนว่านางจะ หมดหวังโดยสิน้ เชิงทีจ่ ะได้รบั ความยุตธิ รรมจากผูพ้ พิ ากษาคนนี้ กระนัน้ ก็ตาม สิ ง่ เดียวทีน่ างมีคือความเพียร ! นางมาพบผูพ้ พิ ากษาครัง้ แล้วครัง้ เล่าพูดว่า “กรุณาให้ความยุตธิ รรมแก่ดฉิ นั สูก้ บั คูค่ วามเถิด” (ลก 18:3) เมือ่ เวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผูพ้ พิ ากษาคนนัน้ จึงคิดว่า “แม้ว่าฉันไม่ยาํ เกรงพระ เจ้าและไม่เกรงใจมนุ ษย์ผูใ้ ด แต่เพราะหญิงม่ายผูน้ ้ีมาทําให้ฉันรําคาญ ฉันจึงจะให้ นางได้รบั ความยุตธิ รรม เพือ่ มิให้นางรบเร้าฉันอยูต่ ลอดเวลา” (ลก 18:4-5) เขายอมจํานนต่อความเพียรของนาง ! อนึ่ง สิง่ ที่ต้องระลึกถึงอยู่เสมอคืออุปมาเรื่องนี้ไม่ต้องการเปรียบเทียบความ “เหมือน” แต่ต้องการชี้ให้เห็นความ “แตกต่ าง” อย่างสุดขัว้ ระหว่างพระเจ้ากับผู้ พิพากษาอธรรม 3


ประเด็นแรก ผูพ้ พิ ากษาในอุปมาเป็ นคนโลภ รับสินบน บิดเบือนความจริง หากินบนความทุกข์รอ้ นของคนอื่น ส่วนพระเจ้าทรงเปี่ ยมด้วยความรัก ความเมตตา และทรงเป็ นองค์ความดี บริบรู ณ์อย่างไม่มขี อบเขต ประเด็นทีส่ อง ผูพ้ พิ ากษาไม่รจู้ กั หญิงม่ายผูย้ ากจนและตํ่าต้อยคนนี้มาก่อน จึงไร้ความผูกพันอันใดต่อกันทัง้ สิน้ ส่วนเราเป็ นบุตรของพระเจ้าซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรร มีหรือที่พระองค์จะ ทรงทอดทิง้ หรือไม่หวงแหนบุตรของพระองค์ ? ในเมื่อผูพ้ พิ ากษาอธรรมยังยินยอมให้ความยุตธิ รรมแก่หญิงม่ายเพราะทน ความเพียรของนางไม่ได้ ไฉนเลยพระเจ้าผูเ้ ป็ น “บิ ดา” ผูท้ ���งรักและห่วงใยลูก จะ ไม่เต็มพระทัยมอบทุกสิง่ ทีล่ กู ต้องการดอกหรือ ? คําถามนี้ไม่ต้องคาดเดาหาคําตอบเลย เพราะพระเยซูเจ้าทรงยืนยันชัดเจน ว่า “เราบอกท่านทัง้ หลายว่า พระองค์จะประทานความยุตธิ รรมแก่เขาโดยเร็ว” (ลก 18:8) “โดยเร็ว” ตรงกับคํากรีก táchei (ตาเคิย) หมายถึง “ในไม่ชา้ ” หรือ “ใน เวลาอันสัน้ ” ไม่ใช่หมายถึง “ทันที” (เทียบ กจ 12:7; 22:18; 25:4) ั ๊ แล้วพาลบ่นว่า จึงไม่มเี หตุผลอันใดที่เราจะคาดหวังว่า “ขอปุ๊บต้องได้ปบ” พระเจ้าว่าทําไมไม่สดับฟงั คําอธิษฐานภาวนาของเราสักที ! อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงมีเหตุผลที่ “ดีทีส่ ดุ ” สําหรับเราเสมอ... บ่อยครัง้ ทีพ่ ่อแม่ปฏิเสธคําขอของลูกเพราะรูด้ วี ่าสิง่ ทีข่ อนัน้ ก่อให้เกิดผลร้าย มากกว่าผลดี เช่นลูกขอเงินเพือ่ ซือ้ ยาบ้า เล่นเกม เล่นการพนัน เป็ นต้น พระเจ้าก็ทรงเป็ นเช่นเดียวกัน พระองค์จะไม่ประทานสิง่ ทีเ่ ป็ นผลร้ายแก่ บรรดาบุตรของพระองค์เด็ดขาด ! อีก เหตุ ผ ลหนึ่ ง คือ เราไม่ รู้อ นาคต เราไม่ รู้ด้ว ยซํ้ า ไปว่ า อีก หนึ่ ง ชัว่ โมง ข้างหน้าหรืออีกหนึ่งวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึน้ ? แต่พระเจ้าทรงล่วงรูอ้ นาคต พระองค์ทรงทราบดีว่าอะไรดีทส่ี ุดสําหรับเราใน ระยะยาว พระองค์จงึ ไม่ประทานสิง่ ทีฉ่ าบฉวยหรือเป็ นเพียงผักชีโรยหน้าแก่เรา ! 4

นีไ่ งสิ่งที่พ่ออยากชีใ้ ห้เราเห็ นในวันนี้ นิสยั มนุษย์คือ "ขีส้ งสัย" สงสัยว่า ทําไมพระเจ้าไม่มาช่วยเหลือซะที เมื่อพระเจ้าไม่เข้ามาช่วย มนุษย์ก็หมดความ อดทนทันที แต่สาํ หรับพระเจ้า พระองค์ไม่เคยสงสัยมนุษย์ พระเจ้าทรงใช้เวลา ในการเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตมนุษย์ พระเจ้าทรงเฝ้ ารอและมีความอดทน มากกว่ามนุษย์ แล้วเราล่ะ เรามีความอดทนต่อพระเจ้า เหมือนที่พระเจ้ามีความ อดทนต่อเราบ้างไหม พระเจ้าทรงอดทนและรอคอยเราเสมอ แต่บ่อยครั้งพระองค์ไม่เผย แสดงพระองค์เอง ตัวอย่างชัดๆก็คือเหตุการณ์ที่พระเยซูเดินไปกับศิษย์สอง คนที่หมูบ่ า้ นเอ็มมาอุส พระเจ้าทรงมีส่วนในชีวิตเราตลอด พระองค์มีส่วนร่วม แน่นอน มีชวั ร์ๆ!! แต่บ่อยครัง้ เราไม่เห็นเท่านัน้ เอง การที่พระเจ้าไม่เผยแสดง พระองค์ในชีวิตเรา เรียกร้องความอดทนจากตัวเรานะ!! พ่อกําลังคิดถึง "ธรรมลํา้ ลึกแห่งความอดทนของพระเจ้า" ผูท้ รงเดิน ไปพร้อมกับเราในจังหวะการก้าวที่พร้อมกัน บางครั้งในชีวิต หลายสิ่งอาจดู ยํา่ แย่มดื มน เราพบปั ญหามากมาย มันมีอปุ สรรคมากจนเราอยากจะลงจากไม้ กางเขน เราไม่อยากถูกตรึงบนนัน้ แล้ว เราต้องการจะไปจากภาระเหล่านีใ้ ห้เร็ว ที่สดุ แต่ลองดูพระเยซูผถู้ กู ตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ทรงถูกท้าท้ายว่า "ถ้า เป็ นพระเจ้าจริง จงลงมาซิ ไปถูกตรึงบนนัน้ ทําไม" แต่เป็ นไง พระเยซูทรงอดทน จนวาระสุดท้ายของชีวิต พระองค์ทรงอดทนกับมนุษย์มากๆ นี่แหละคือการ แสดงให้เห็ นว่า พระเจ้าทรงมีส่วนร่วมในชีวิตของเรา พระองค์ทรงมีแนวทาง ของพระองค์ แนวทางที่พระเจ้ามีตอ่ เรานัน้ พระองค์ทรงคิดแล้วว่ามันเป็ นสิ่งที่ ดีที่สดุ สําหรับมนุษย์

ขอขอบคุณ Pope Report 9


สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ประมุขพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงสอน พระเจ้าทรงมีความ "อดทน" ต่อมนษุ ย์และจะประทานความ ช่วยเหลือให้มนษุ ย์เมื่อถึ งเวลาที่ ดีเหมาะสมที่ ส ุด ต่างจากมนษุ ย์ที่ "ไม่ อดทน" กับพระเจ้า เมื่อสวดขอหรือเจอเรือ่ งร้ายๆแล้วผลลัพธ์ไม่ได้ดงั ใจหวัง ก็พร้อมทิ้ งพระเจ้าไปทันที ทรงยืนยัน พระเจ้าอยู่กบั เราเสมอ เพียงแต่พระองค์ไม่เผยแสดงตัวออกมาเท่านัน้ ตัวอย่างชัดเจนสดุ คื อ "เหต ุการณ์ที่ เ อ็ ม มาอ ุส" ตอนท้าย ทรงยํ้า อี กรอบ พระเจ้าอดทนกับ มนษุ ย์มาก ถ้าวันนัน้ พระเยซไู ม่อดทนและทํ าตามคําท้าทายที่ บอกว่ า "ถ้าเป็นพระเจ้าจริง จงลงจากกางเขนซิ" ประวัติศาสตร์ความรอดและ สิ่งที่ดีที่ส ุดสําหรับมน ุษย์ก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขอเพี ยงให้ เ ราวางใจและพากเพี ยรในการสวดภาวนา อี กทัง้ มันคงในความเชื ่ อ่ เพือ่ ว่าเมือ่ พระองค์เสด็จกลับมา จะทรงพบความ เชือ่ ในโลกนี้ (ลก 18:8) และหนทางหนึง่ ทีจ่ ะรักษาความเชือ่ ไว้ได้กค็ อื ลงท้ายคําภาวนาของ เราทุกครัง้ ว่า “พระประสงค์จงสําเร็จในแผ่นดิน เหมือนในสวรรค์” (มธ 6:10)

ในประวัติศาสตร์ เราจะเห็ นการที่พระเจ้าเข้ามามีส่วนร่ วมกับชีวิตมนุษย์ หลายครั้ง ไล่ตงั้ แต่ยคุ อับราฮัมมาจนถึงปั จจุบัน เมื่อใดที่พระเจ้าเข้ามามีบทบาทใน ชีวิตมนุษย์ พระองค์ไม่เคยมาในรูปแบบที่ซํ้าๆกัน พระเจ้าไม่เคยกําหนด "ระเบียบ แบบแผน" ของพระองค์ในชีวิตของเราว่ า จะต้องเข้ามามีส่วนร่ วมกับชีวิตมนุษย์ ในช่วงไหน บ่อยครั้ง พระเจ้าทรงเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตเราแบบช้าๆ มันเป็ นแบบนี้่ บ่อยๆเลย เมือ่ เป็ นเช่นนี้ บ่อยครั้ง เวลาที่เราตกในอันตราย เรามักจะสูญเสีย "ความ อดทน" กับพระเจ้ากันใช่ไหม บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่เรา "สวด สวด แล้วก็สวด" แต่ พระเจ้าก็ไม่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา เมื่อเป็ นเช่นนี้ เราก็ "ไม่ทน" กับพระเจ้า เหมือนกันใช่ไหม

บางครั้ง เมื่อเราคิดถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับเรา เช่นเรื่องใหญ่ๆ สําคัญๆ เราก็มกั จะไม่เชือ่ เรามักจะมีความสงสัยตามมามากมาย ตัวอย่างชัดๆ ก็คืออับราฮัม ในบทอ่านวันนี้ อับราฮัม "ยิ้มแหยๆ" ตอบพระเจ้า เมื่อพระเจ้า ทรงสัญญาว่าจะให้นางซาร่าห์คลอดบุตร อับราฮัมสงสัยว่า จะเป็ นไปได้ไง เมื่อ ตนอายุเกือบ 100 ปี แล้ว มันจะเป็ นไปได้ไงที่ภรรยาของเขาที่อายุ 90 ปี จะมี บุตร 8

5


บทความจากคอลัมน์ “รั บอรุ ณ” นิตยสารสารคดี

ใครทีร่ กั ศิลปะ หากได้ไปอิตาลี ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องไปเมืองฟลอเรนซ์ และเมื่อถึงฟลอเรนซ์ สิ่งหนึ่งทีต่ อ้ งทําคือ ไปชมประติมากรรมอันเป็ นที่รูจ้ กั มากที่สุดในโลก นัน่ คือ “เดวิด” ผลงานของไม เคิลแอนเจโล ได้เห็นรู ปสลักชิ้นนี้ จากหนังสือหรือโปสการ์ด ย่อมให้ความรู ส้ ึกไม่เหมือนได้ดูกบั ตา เพราะ “เดวิด” ของจริงนัน้ ใหญ่โตมาก คือสูงกว่า 5 เมตร อีกทัง้ ยังยืนโดดเด่นเป็ นสง่า เป็ นงาน แกะสลักที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เพราะนอกจากจะแสดงออกถึงเรือนร่างตามแบบอุดมคติประหนึ่งเทพเจ้า โรมันแล้ว ยังดูเหมือนมีชีวติ เลือดเนื้อ และจิตใจ อย่างไม่น่าเชื่อว่าทีต่ ระหง่านอยู่นนั้ แท้จริงคือหินอ่อน ทึบตัน ท่วงท่าร่างกายและอวัยวะที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ กล้ามเนื้อที่ผุดเป็ นริ้วลอน รวมทัง้ เส้น เลือดและเส้นเอ็นที่ปูดโปนตามร่างกายอันเปลือยเปล่า โดยเฉพาะที่แขนและหลังมือ สามารถสะกดผูด้ ู ให้แน่น่ิง งงงัน และอัศจรรย์ใจไปพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายทีช่ ายหนุ่มวัย 26 จะสลักแท่งหินอ่อนขนาดใหญ่น้ ีให้กลายเป็ นผลงานทีง่ ดงาม ได้โดยลําพังผูเ้ ดียว ไมเคิลแอนเจโลใช้เวลาถึง 18 เดือนทํางานอย่างหามรุง่ หามคํา่ โดยไม่ย่อท้อต่อดิน ฟ้ าอากาศที่ผนั ผวน แต่ท่ีน่าพิศวงกว่านัน้ ก็คือ ผลงานอันยิ่งใหญ่น้ ีแกะสลักจากวัตถุดิบที่ใครต่อใคร ล้วนส่ายหน้าว่าไม่มีดีเสียแล้ว แท่งหินอ่อนขนาด 18 ฟุตทีไ่ มเคิลแอนเจโลได้รบั มานัน้ เคยผ่านมือช่าง แกะสลักมาแล้วสองคน คนแรกนัน้ ทําค้างไว้แล้วก็ท้ งิ ไป คนทีส่ องมาทําต่อ ก็ไม่สาํ เร็จ ผลก็คอื แท่งหิน ที่เสียรูป ยับเยิน จากนัน้ ก็ถูกทิ้งนานเกือบ 40 ปี โดยไม่มีช่างผูใ้ ดเหลียวแล แต่ไมเคิลแอนเจโลไม่ เหมือนคนอืน่ เขารับงานชิ้นนี้มาทําอย่างไม่เกี่ยงงอน แทนทีจ่ ะมองว่าแท่งหินอ่อนนี้เป็ นปั ญหา เขากลับ มองว่าเป็ นเรื่องท้าทาย ความมัน่ ใจในฝี มือของตนทําให้เขาพร้อมจะปลุกปลํา้ กับแท่งหินแท่งนี้ ด้วย ความวิรยิ ะอุตสาหะของเขา ผลงานเอกอุระดับโลกก็บงั เกิดขึ้นได้ในทีส่ ุด ความสําเร็จของไมเคิลแอนเจโลเป็ นตัวอย่างที่ช้ ีให้เห็นว่า ผลงานที่ดีเลิศนัน้ ไม่จาํ เป็ นต้อง อาศัยวัตถุดิบที่ดีหรือมีพร้อมทุกอย่าง แม้วตั ถุดิบจะมีคุณภาพตํา่ แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดผล งานชัน้ เลิ ศ ได้ สิ่ง สํา คัญ อยู่ที่ส ติปัญ ญาและความพากเพี ย รของผูก้ ระทํา มากกว่า อะไรอื่น ทํา นอง เดียวกับอาหารที่อร่อย รสชาติดี ไม่จาํ เป็ นต้องอาศัยเครื่องปรุงที่เพียบพร้อมหรือวัตถุดิบคุณภาพดี แม้ได้ของไม่ดมี า แต่แม่ครัวทีเ่ ก่งและใส่ใจ ย่อมปรุงให้อาหารอร่อยได้ ผลงานฉัน ใด ชีวิตคนเราก็ ฉ นั นัน้ แม้บ างคนจะเกิ ด มามี ร่างกายพิ ก ลพิ ก าร สุ ข ภาพไม่ ดี ลําบากยากจน เรียกว่ามีตน้ ทุนที่เสียเปรียบมาตัง้ แต่แรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวติ จะต้องลงเอย ด้วยความล้มเหลวตกตํา่ หากมี ความพากเพี ยรและใช้สติปัญญา ก็สามารถใช้ตน้ ทุนที่มีอยู่ในการ พัฒนาชีวติ ให้เจริญงอกงามได้ หลายคนทีต่ าบอด หูหนวก สามารถประสบความสําเร็จในชีวติ ได้ ไม่ใช่ เพราะโชค แต่เพราะเขาไม่ดูแคลนหรือรังเกียจสิ่งที่มีอยู่ในตัว หากรูจ้ กั ใช้หรือพัฒนาศักยภาพจนพบ ความสุขหรือสร้างสรรค์ความสําเร็จให้แก่ชวี ติ ได้ ในขณะทีบ่ างคนซึง่ มีพร้อมทุกอย่าง แต่ชวี ติ กลับตกตํา่ ระทมทุกข์ ซํา้ ยังไม่สามารถทําตนให้เป็ นประโยชน์แก่โลกได้ เคยมีคนถามไมเคิลแอนเจโลว่า เขามีเคล็ด ลับอย่างไรในการแกะสลักได้อย่างงดงาม เขาตอบว่า เขาเพียงแต่จินตนาการจนเห็นประติมากรรม 6

ปรากฏอยู่ในแท่งหิน จากนัน้ สิ่งที่เขาทําก็คือสลักเอาส่วนเกินออกมาเพื่อให้ประติมากรรมนัน้ แสดงตัว ออกมา นี้คือเหตุผลที่ไมเคิลแอนเจโลไม่ปฏิเสธแท่งหินอ่อนที่บิดเบี้ยวผิดรู ปแท่งนัน้ เพราะเมื่อเขา เพ่ งมอง สิ่งที่เขาเห็นคือรู ปสลัก อันงดงามที่ซ่อนอยู่ใ นแท่งหินสกปรกนัน้ พู ดอีกอย่างหนึ่ ง เขาเห็ น “แวว” หรือ “ศักยภาพ” ของสิ่งทีด่ ูเหมือนตํา่ ต้อย จะว่าไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรทีต่ าํ ่ ต้อยไร้คา่ อย่างแท้จริง ทุกสิง่ ล้วนมีประโยชน์หรือมีศกั ยภาพทีจ่ ะกลายเป็ นสิ่งประเสริฐได้เสมอ อยู่ทวี่ า่ เรา จะมองเห็นประโยชน์หรือนําเอาศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มทีห่ รือไม่ มูลสัตว์หากกองอยู่บนถนน ย่อมกลายเป็ นขยะหรือสิ่งปฏิกูลน่ารังเกียจ แต่ถา้ อยู่ในสวนก็กลายเป็ นปุ๋ ยที่บาํ รุงต้นไม้ให้งอกงาม ออก ดอกออกผลน่าชืน่ ชม กิ่งไม้แห้งใบไม้เหลือง ทีด่ ูไร้คา่ หากนํามาตกแต่งในแจกัน ก็กลายเป็ นสิ่งงดงามได้ คนทีส่ มองทึบอับปั ญญาแต่เล็ก สามารถกลายเป็ นนักเขียนหรือนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกได้ ไม่จาํ ต้อง พูดถึงพระอรหันต์จาํ นวนไม่นอ้ ยที่เคยเป็ นปุ ถุชนที่โง่งมหรือคนเกกมะเหรก แม้แต่วณิพก คนอัปลักษณ์ หรือฆาตกรทีใ่ ครๆ พากันรังเกียจเหยียดหยาม ก็มีศกั ยภาพทีจ่ ะบรรลุธรรมได้ทงั้ นัน้ ในการดึงศักยภาพออกมาให้เปล่งประกายนัน้ สิง่ สําคัญทีส่ ุดอย่างหนึ่ง ก็คอื วิริยะอุตสาหะ หาก ขาดความพากเพียรพยายาม แม้ไมเคิลแอนเจโลจะมีความมัน่ อกมัน่ ใจในฝี มืออย่างไร ก็ไม่สามารถผลิต งานชัน้ เลิศออกมาได้ จะว่าไปแล้วความพากเพียรพยายามนัน้ สําคัญยิ่งกว่าความมัน่ ใจในฝี มือด้วยซํา้ ห้า ปี หลังจาก “เดวิด” สําเร็จเสร็จสิ้น ไมเคิลแอนเจโลได้รบั การ “ขอร้อง” จากพระสันตะปาปา ให้วาดภาพ จิตรกรรมบนเพดานวิหารซิสตินในกรุงวาติกนั เขาปฏิเสธทันที เพราะเขาถนัดแต่งานแกะสลัก ไม่เคยวาด ภาพบนพื้นที่ขนาดใหญ่มาก่อน แต่ภายหลังก็จาํ ยอมรับงานชิ้นนี้ ทัง้ ๆ ที่คาดว่างานชิ้นนี้จะล้มเหลวไม่ เป็นท่า (ในส่วนลึกเขาเชือ่ ว่านี้เป็นแผนของศิลปิ นคูแ่ ข่งทีห่ วังทําลายชือ่ เสียงของเขา) เขาทํางานชิ้นนี้ดว้ ยความทุกข์ทงั้ กายและใจ เพราะนอกจากเป็ นงานที่ไม่ถนัดแล้ว ยังต้องวาด ภาพในท่าทีล่ าํ บากอย่างยิ่ง ทัง้ แหงนคอทัง้ นอนวาด แต่เขาไม่ย่อท้อ ทํางานอย่างทุม่ เท โดยใช้สติปัญญา และความสามารถอย่างเต็มที่ กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาถึงสี่ปี โดยที่ไม่มีใครช่วยวาดด้วยเลย (เพราะฝี มือไม่ ถูกใจเขา) ผลก็คอื ภาพจิตรกรรมทีส่ ร้างความตื่นตะลึงแก่ผคู ้ นไม่เว้นแม้แต่ศิลปิ นชัน้ นํา โดยเฉพาะภาพ “การสรรค์สร้างอดัม” ซึง่ มีพลังมาก ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะงดงามแล้วยังแหวกขนบทีถ่ ือปฏิบตั ิกนั ใน เวลานัน้ เกิดจิตรกรรมแนวใหม่ที่มีอิทธิพลต่อศิลปิ นยุคหลังๆ ความที่เขาเป็ นประติมากร ภาพบุ คคล มากหน้าหลายตาบนเพดาน จึงมีลกั ษณะคล้ายรูปแกะสลักทีม่ ีความลึกและทรวดทรงเหมือนจริงผสานกับ ลักษณะอุดมคติ อีกทัง้ ยังมีท่วงท่าหลากหลาย ที่เป็ นต้นแบบให้แก่งานชิ้นหลังๆ ทันทีท่ีผลงานชิ้นนี้ ปรากฏต่อสาธารณชน ไมเคิลแอนเจโลก็ได้รบั การยกย่องว่าเป็ นจิตรกรอัจฉริยะ กระทัง่ ทุกวันนี้ใครที่ไป กรุงโรมก็ยงั ต้องยอมเข้าแถวนานนับชัว่ โมงเพื่อเห็นภาพชุดนี้กบั ตา (เช่นเดียวกับภาพ “การพิพากษาครัง้ สุดท้าย” ทีเ่ ขาวาดบนผนังวิหารเดียวกัน 30 ปี ตอ่ มา) ไม่น่าเชื่อว่า นี้คือผลงานที่ไมเคิลแอนเจโลลังเลใจที่จะรับทําเพราะไม่ถนัดและไม่มีความมัน่ ใจ เลย แต่เป็ นเพราะความพากเพียรอันแรงกล้า เขาจึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานชัน้ เลิศทีล่ ือเลื่องมาจนทุก วันนี้แม้ผา่ นมา 5 ศตวรรษแล้วก็ตาม นี้เป็ นอีกตัวอย่างทีช่ ้ ใี ห้เห็นว่า ศักยภาพจะแสดงออกมาอย่างเต็มที่ นัน้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความพากเพียรพยายาม ปราศจากสิ่งนี้แล้วศักยภาพก็จะยังซุกซ่อนต่อไป และ ความสําเร็จก็มิอาจเกิดขึ้นได้ 7


บทความจากคอลัมน์ “รั บอรุ ณ” นิตยสารสารคดี

ใครทีร่ กั ศิลปะ หากได้ไปอิตาลี ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องไปเมืองฟลอเรนซ์ และเมื่อถึงฟลอเรนซ์ สิ่งหนึ่งทีต่ อ้ งทําคือ ไปชมประติมากรรมอันเป็ นที่รูจ้ กั มากที่สุดในโลก นัน่ คือ “เดวิด” ผลงานของไม เคิลแอนเจโล ได้เห็นรู ปสลักชิ้นนี้ จากหนังสือหรือโปสการ์ด ย่อมให้ความรู ส้ ึกไม่เหมือนได้ดูกบั ตา เพราะ “เดวิด” ของจริงนัน้ ใหญ่โตมาก คือสูงกว่า 5 เมตร อีกทัง้ ยังยืนโดดเด่นเป็ นสง่า เป็ นงาน แกะสลักที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เพราะนอกจากจะแสดงออกถึงเรือนร่างตามแบบอุดมคติประหนึ่งเทพเจ้า โรมันแล้ว ยังดูเหมือนมีชีวติ เลือดเนื้อ และจิตใจ อย่างไม่น่าเชื่อว่าทีต่ ระหง่านอยู่นนั้ แท้จริงคือหินอ่อน ทึบตัน ท่วงท่าร่างกายและอวัยวะที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ กล้ามเนื้อที่ผุดเป็ นริ้วลอน รวมทัง้ เส้น เลือดและเส้นเอ็นที่ปูดโปนตามร่างกายอันเปลือยเปล่า โดยเฉพาะที่แขนและหลังมือ สามารถสะกดผูด้ ู ให้แน่น่ิง งงงัน และอัศจรรย์ใจไปพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายทีช่ ายหนุ่มวัย 26 จะสลักแท่งหินอ่อนขนาดใหญ่น้ ีให้กลายเป็ นผลงานทีง่ ดงาม ได้โดยลําพังผูเ้ ดียว ไมเคิลแอนเจโลใช้เวลาถึง 18 เดือนทํางานอย่างหามรุง่ หามคํา่ โดยไม่ย่อท้อต่อดิน ฟ้ าอากาศที่ผนั ผวน แต่ท่���น่าพิศวงกว่านัน้ ก็คือ ผลงานอันยิ่งใหญ่น้ ีแกะสลักจากวัตถุดิบที่ใครต่อใคร ล้วนส่ายหน้าว่าไม่มีดีเสียแล้ว แท่งหินอ่อนขนาด 18 ฟุตทีไ่ มเคิลแอนเจโลได้รบั มานัน้ เคยผ่านมือช่าง แกะสลักมาแล้วสองคน คนแรกนัน้ ทําค้างไว้แล้วก็ท้ งิ ไป คนทีส่ องมาทําต่อ ก็ไม่สาํ เร็จ ผลก็คอื แท่งหิน ที่เสียรูป ยับเยิน จากนัน้ ก็ถูกทิ้งนานเกือบ 40 ปี โดยไม่มีช่างผูใ้ ดเหลียวแล แต่ไมเคิลแอนเจโลไม่ เหมือนคนอืน่ เขารับงานชิ้นนี้มาทําอย่างไม่เกี่ยงงอน แทนทีจ่ ะมองว่าแท่งหินอ่อนนี้เป็ นปั ญหา เขากลับ มองว่าเป็ นเรื่องท้าทาย ความมัน่ ใจในฝี มือของตนทําให้เขาพร้อมจะปลุกปลํา้ กับแท่งหินแท่งนี้ ด้วย ความวิรยิ ะอุตสาหะของเขา ผลงานเอกอุระดับโลกก็บงั เกิดขึ้นได้ในทีส่ ุด ความสําเร็จของไมเคิลแอนเจโลเป็ นตัวอย่างที่ช้ ีให้เห็นว่า ผลงานที่ดีเลิศนัน้ ไม่จาํ เป็ นต้อง อาศัยวัตถุดิบที่ดีหรือมีพร้อมทุกอย่าง แม้วตั ถุดิบจะมีคุณภาพตํา่ แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดผล งานชัน้ เลิ ศ ได้ สิ่ง สํา คัญ อยู่ที่ส ติปัญ ญาและความพากเพี ย รของผูก้ ระทํา มากกว่า อะไรอื่น ทํา นอง เดียวกับอาหารที่อร่อย รสชาติดี ไม่จาํ เป็ นต้องอาศัยเครื่องปรุงที่เพียบพร้อมหรือวัตถุดิบคุณภาพดี แม้ได้ของไม่ดมี า แต่แม่ครัวทีเ่ ก่งและใส่ใจ ย่อมปรุงให้อาหารอร่อยได้ ผลงานฉัน ใด ชีวิตคนเราก็ ฉ นั นัน้ แม้บ างคนจะเกิ ด มามี ร่างกายพิ ก ลพิ ก าร สุ ข ภาพไม่ ดี ลําบากยากจน เรียกว่ามีตน้ ทุนที่เสียเปรียบมาตัง้ แต่แรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวติ จะต้องลงเอย ด้วยความล้มเหลวตกตํา่ หากมี ความพากเพี ยรและใช้สติปัญญา ก็สามารถใช้ตน้ ทุนที่มีอยู่ในการ พัฒนาชีวติ ให้เจริญงอกงามได้ หลายคนทีต่ าบอด หูหนวก สามารถประสบความสําเร็จในชีวติ ได้ ไม่ใช่ เพราะโชค แต่เพราะเขาไม่ดูแคลนหรือรังเกียจสิ่งที่มีอยู่ในตัว หากรูจ้ กั ใช้หรือพัฒนาศักยภาพจนพบ ความสุขหรือสร้างสรรค์ความสําเร็จให้แก่ชวี ติ ได้ ในขณะทีบ่ างคนซึง่ มีพร้อมทุกอย่าง แต่ชวี ติ กลับตกตํา่ ระทมทุกข์ ซํา้ ยังไม่สามารถทําตนให้เป็ นประโยชน์แก่โลกได้ เคยมีคนถามไมเคิลแอนเจโลว่า เขามีเคล็ด ลับอย่างไรในการแกะสลักได้อย่างงดงาม เขาตอบว่า เขาเพียงแต่จินตนาการจนเห็นประติมากรรม 6

ปรากฏอยู่ในแท่งหิน จากนัน้ สิ่งที่เขาทําก็คือสลักเอาส่วนเกินออกมาเพื่อให้ประติมากรรมนัน้ แสดงตัว ออกมา นี้คือเหตุผลที่ไมเคิลแอนเจโลไม่ปฏิเสธแท่งหินอ่อนที่บิดเบี้ยวผิดรู ปแท่งนัน้ เพราะเมื่อเขา เพ่ งมอง สิ่งที่เขาเห็นคือรู ปสลัก อันงดงามที่ซ่อนอยู่ใ นแท่งหินสกปรกนัน้ พู ดอีกอย่างหนึ่ ง เขาเห็ น “แวว” หรือ “ศักยภาพ” ของสิ่งทีด่ ูเหมือนตํา่ ต้อย จะว่าไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรทีต่ าํ ่ ต้อยไร้คา่ อย่างแท้จริง ทุกสิง่ ล้วนมีประโยชน์หรือมีศกั ยภาพทีจ่ ะกลายเป็ นสิ่งประเสริฐได้เสมอ อยู่ทวี่ า่ เรา จะมองเห็นประโยชน์หรือนําเอาศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มทีห่ รือไม่ มูลสัตว์หากกองอยู่บนถนน ย่อมกลายเป็ นขยะหรือสิ่งปฏิกูลน่ารังเกียจ แต่ถา้ อยู่ในสวนก็กลายเป็ นปุ๋ ยที่บาํ รุงต้นไม้ให้งอกงาม ออก ดอกออกผลน่าชืน่ ชม กิ่งไม้แห้งใบไม้เหลือง ทีด่ ูไร้คา่ หากนํามาตกแต่งในแจกัน ก็กลายเป็ นสิ่งงดงามได้ คนทีส่ มองทึบอับปั ญญาแต่เล็ก สามารถกลายเป็ นนักเขียนหรือนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกได้ ไม่จาํ ต้อง พูดถึงพระอรหันต์จาํ นวนไม่นอ้ ยที่เคยเป็ นปุ ถุชนที่โง่งมหรือคนเกกมะเหรก แม้แต่วณิพก คนอัปลักษณ์ หรือฆาตกรทีใ่ ครๆ พากันรังเกียจเหยียดหยาม ก็มีศกั ยภาพทีจ่ ะบรรลุธรรมได้ทงั้ นัน้ ในการดึงศักยภาพออกมาให้เปล่งประกายนัน้ สิง่ สําคัญทีส่ ุดอย่างหนึ่ง ก็คอื วิริยะอุตสาหะ หาก ขาดความพากเพียรพยายาม แม้ไมเคิลแอนเจโลจะมีความมัน่ อกมัน่ ใจในฝี มืออย่างไร ก็ไม่สามารถผลิต งานชัน้ เลิศออกมาได้ จะว่าไปแล้วความพากเพียรพยายามนัน้ สําคัญยิ่งกว่าความมัน่ ใจในฝี มือด้วยซํา้ ห้า ปี หลังจาก “เดวิด” สําเร็จเสร็จสิ้น ไมเคิลแอนเจโลได้รบั การ “ขอร้อง” จากพระสันตะปาปา ให้วาดภาพ จิตรกรรมบนเพดานวิหารซิสตินในกรุงวาติกนั เขาปฏิเสธทันที เพราะเขาถนัดแต่งานแกะสลัก ไม่เคยวาด ภาพบนพื้นที่ขนาดใหญ่มาก่อน แต่ภายหลังก็จาํ ยอมรับงานชิ้นนี้ ทัง้ ๆ ที่คาดว่างานชิ้นนี้จะล้มเหลวไม่ เป็นท่า (ในส่วนลึกเขาเชือ่ ว่านี้เป็นแผนของศิลปิ นคูแ่ ข่งทีห่ วังทําลายชือ่ เสียงของเขา) เขาทํางานชิ้นนี้ดว้ ยความทุกข์ทงั้ กายและใจ เพราะนอกจากเป็ นงานที่ไม่ถนัดแล้ว ยังต้องวาด ภาพในท่าทีล่ าํ บากอย่างยิ่ง ทัง้ แหงนคอทัง้ นอนวาด แต่เขาไม่ย่อท้อ ทํางานอย่างทุม่ เท โดยใช้สติปัญญา และความสามารถอย่างเต็มที่ กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาถึงสี่ปี โดยที่ไม่มีใครช่วยวาดด้วยเลย (เพราะฝี มือไม่ ถูกใจเขา) ผลก็คอื ภาพจิตรกรรมทีส่ ร้างความตื่นตะลึงแก่ผคู ้ นไม่เว้นแม้แต่ศิลปิ นชัน้ นํา โดยเฉพาะภาพ “การสรรค์สร้างอดัม” ซึง่ มีพลังมาก ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะงดงามแล้วยังแหวกขนบทีถ่ ือปฏิบตั ิกนั ใน เวลานัน้ เกิดจิตรกรรมแนวใหม่ที่มีอิทธิพลต่อศิลปิ นยุคหลังๆ ความที่เขาเป็ นประติมากร ภาพบุ คคล มากหน้าหลายตาบนเพดาน จึงมีลกั ษณะคล้ายรูปแกะสลักทีม่ ีความลึกและทรวดทรงเหมือนจริงผสานกับ ลักษณะอุดมคติ อีกทัง้ ยังมีท่วงท่าหลากหลาย ที่เป็ นต้นแบบให้แก่งานชิ้นหลังๆ ทันทีท่ีผลงานชิ้นนี้ ปรากฏต่อสาธารณชน ไมเคิลแอนเจโลก็ได้รบั การยกย่องว่าเป็ นจิตรกรอัจฉริยะ กระทัง่ ทุกวันนี้ใครที่ไป กรุงโรมก็ยงั ต้องยอมเข้าแถวนานนับชัว่ โมงเพื่อเห็นภาพชุดนี้กบั ตา (เช่นเดียวกับภาพ “การพิพากษาครัง้ สุดท้าย” ทีเ่ ขาวาดบนผนังวิหารเดียวกัน 30 ปี ตอ่ มา) ไม่น่าเชื่อว่า นี้คือผลงานที่ไมเคิลแอนเจโลลังเลใจที่จะรับทําเพราะไม่ถนัดและไม่มีความมัน่ ใจ เลย แต่เป็ นเพราะความพากเพียรอันแรงกล้า เขาจึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานชัน้ เลิศทีล่ ือเลื่องมาจนทุก วันนี้แม้ผา่ นมา 5 ศตวรรษแล้วก็ตาม นี้เป็ นอีกตัวอย่างทีช่ ้ ใี ห้เห็นว่า ศักยภาพจะแสดงออกมาอย่างเต็มที่ นัน้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความพากเพียรพยายาม ปราศจากสิ่งนี้แล้วศักยภาพก็จะยังซุกซ่อนต่อไป และ ความสําเร็จก็มิอาจเกิดขึ้นได้ 7


สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ประมุขพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงสอน พระเจ้าทรงมีความ "อดทน" ต่อมนษุ ย์และจะประทานความ ช่วยเหลือให้มนษุ ย์เมื่อถึ งเวลาที่ ดีเหมาะสมที่ ส ุด ต่างจากมนษุ ย์ที่ "ไม่ อดทน" กับพระเจ้า เมื่อสวดขอหรือเจอเรือ่ งร้ายๆแล้วผลลัพธ์ไม่ได้ดงั ใจหวัง ก็พร้อมทิ้ งพระเจ้าไปทันที ทรงยืนยัน พระเจ้าอยู่กบั เราเสมอ เพียงแต่พระองค์ไม่เผยแสดงตัวออกมาเท่านัน้ ตัวอย่างชัดเจนสดุ คื อ "เหต ุการณ์ที่ เ อ็ ม มาอ ุส" ตอนท้าย ทรงยํ้า อี กรอบ พระเจ้าอดทนกับ มนษุ ย์มาก ถ้าวันนัน้ พระเยซไู ม่อดทนและทํ าตามคําท้าทายที่ บอกว่ า "ถ้าเป็นพระเจ้าจริง จงลงจากกางเขนซิ" ประวัติศาสตร์ความรอดและ สิ่งที่ดีที่ส ุดสําหรับมน ุษย์ก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขอเพี ยงให้ เ ราวางใจและพากเพี ยรในการสวดภาวนา อี กทัง้ มันคงในความเชื ่ อ่ เพือ่ ว่าเมือ��� พระองค์เสด็จกลับมา จะทรงพบความ เชือ่ ในโลกนี้ (ลก 18:8) และหนทางหนึง่ ทีจ่ ะรักษาความเชือ่ ไว้ได้กค็ อื ลงท้ายคําภาวนาของ เราทุกครัง้ ว่า “พระประสงค์จงสําเร็จในแผ่นดิน เหมือนในสวรรค์” (มธ 6:10)

ในประวัติศาสตร์ เราจะเห็ นการที่พระเจ้าเข้ามามีส่วนร่ วมกับชีวิตมนุษย์ หลายครั้ง ไล่ตงั้ แต่ยคุ อับราฮัมมาจนถึงปั จจุบัน เมื่อใดที่พระเจ้าเข้ามามีบทบาทใน ชีวิตมนุษย์ พระองค์ไม่เคยมาในรูปแบบที่ซํ้าๆกัน พระเจ้าไม่เคยกําหนด "ระเบียบ แบบแผน" ของพระองค์ในชีวิตของเราว่ า จะต้องเข้ามามีส่วนร่ วมกับชีวิตมนุษย์ ในช่วงไหน

บ่ อ ยครั้ง พระเจ้า ทรงเข้า มามีส่ว นร่ ว มในชีวิ ต เราแบบช้า ๆ มัน เป็ น ่ แบบนี้บ่อยๆเลย เมื่อเป็ นเช่นนี้ บ่อยครั้ง เวลาที่เราตกในอันตราย เรามักจะ สูญเสีย "ความอดทน" กับพระเจ้ากันใช่ไหม บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่เรา "สวด สวด แล้วก็ สวด" แต่พระเจ้าก็ ไม่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา เมื่อเป็ นเช่นนี้ เราก็ "ไม่ทน" กับพระเจ้าเหมือนกันใช่ไหม บางครั้ ง เมื่ อ เราคิ ด ถึ ง สิ่ ง ที่ พ ระเจ้า ทรงสัญ ญากับ เรา เช่ น เรื่ อ งใหญ่ ๆ สําคัญๆ เราก็มกั จะไม่เชือ่ เรามักจะมีความสงสัยตามมามากมาย ตัวอย่างชัดๆก็คือ อับราฮัม ในบทอ่านวันนี้ อับราฮัม "ยิ้มแหยๆ" ตอบพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา ว่าจะให้นางซาร่ าห์คลอดบุตร อับราฮัมสงสัยว่ า จะเป็ นไปได้ไง เมื่อตนอายุเกือบ 100 ปี แล้ว มันจะเป็ นไปได้ไงที่ภรรยาของเขาที่อายุ 90 ปี จะมีบตุ ร 8

5


ประเด็นแรก ผูพ้ พิ ากษาในอุปมาเป็ นคนโลภ รับสินบน บิดเบือนความจริง หากินบนความทุกข์รอ้ นของคนอื่น ส่วนพระเจ้าทรงเปี่ ยมด้วยความรัก ความเมตตา และทรงเป็ นองค์ความดี บริบรู ณ์อย่างไม่มขี อบเขต ประเด็นทีส่ อง ผูพ้ พิ ากษาไม่รจู้ กั หญิงม่ายผูย้ ากจนและตํ่าต้อยคนนี้มาก่อน จึงไร้ความผูกพันอันใดต่อกันทัง้ สิน้ ส่วนเราเป็ นบุตรของพระเจ้าซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรร มีหรือที่พระองค์จะ ทรงทอดทิง้ หรือไม่หวงแหนบุตรของพระองค์ ? ในเมื่อผูพ้ พิ ากษาอธรรมยังยินยอมให้ความยุตธิ รรมแก่หญิงม่ายเพราะทน ความเพียรของนางไม่ได้ ไฉนเลยพระเจ้าผูเ้ ป็ น “บิ ดา” ผูท้ รงรักและห่วงใยลูก จะ ไม่เต็มพระทัยมอบทุกสิง่ ทีล่ กู ต้องการดอกหรือ ? คําถามนี้ไม่ต้องคาดเดาหาคําตอบเลย เพราะพระเยซูเจ้าทรงยืนยันชัดเจน ว่า “เราบอกท่านทัง้ หลายว่า พระองค์จะประทานความยุตธิ รรมแก่เขาโดยเร็ว” (ลก 18:8) “โดยเร็ว” ตรงกับคํากรีก táchei (ตาเคิย) หมายถึง “ในไม่ชา้ ” หรือ “ใน เวลาอันสัน้ ” ไม่ใช่หมายถึง “ทันที” (เทียบ กจ 12:7; 22:18; 25:4) ั ๊ แล้วพาลบ่นว่า จึงไม่มเี หตุผลอันใดที่เราจะคาดหวังว่า “ขอปุ๊บต้องได้ปบ” พระเจ้าว่าทําไมไม่สดับฟงั คําอธิษฐานภาวนาของเราสักที ! อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงมีเหตุผลที่ “ดีทีส่ ดุ ” สําหรับเราเสมอ... บ่อยครัง้ ทีพ่ ่อแม่ปฏิเสธคําขอของลูกเพราะรูด้ วี ่าสิง่ ทีข่ อนัน้ ก่อให้เกิดผลร้าย มากกว่าผลดี เช่นลูกขอเงินเพือ่ ซือ้ ยาบ้า เล่นเกม เล่นการพนัน เป็ นต้น พระเจ้าก็ทรงเป็ นเช่นเดียวกัน พระองค์จะไม่ประทานสิง่ ทีเ่ ป็ นผลร้ายแก่ บรรดาบุตรของพระองค์เด็ดขาด ! อีก เหตุ ผ ลหนึ่ ง คือ เราไม่ รู้อ นาคต เราไม่ รู้ด้ว ยซํ้ า ไปว่ า อีก หนึ่ ง ชัว่ โมง ข้างหน้าหรืออีกหนึ่งวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึน้ ? แต่พระเจ้าทรงล่วงรูอ้ นาคต พระองค์ทรงทราบดีว่าอะไรดีทส่ี ุดสําหรับเราใน ระยะยาว พระองค์จงึ ไม่ประทานสิง่ ทีฉ่ าบฉวยหรือเป็ นเพียงผักชีโรยหน้าแก่เรา ! 4

นีไ่ งสิ่งที่พ่ออยากชีใ้ ห้เราเห็ นในวันนี้ นิสยั มนุษย์คือ "ขีส้ งสัย" สงสัยว่า ทําไมพระเจ้าไม่มาช่วยเหลือซะที เมื่อพระเจ้าไม่เข้ามาช่วย มนุษย์ก็หมดความ อดทนทันที แต่สาํ หรับพระเจ้า พระองค์ไม่เคยสงสัยมนุษย์ พระเจ้าทรงใช้เวลา ในการเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตมนุษย์ พระเจ้าทรงเฝ้ ารอและมีความอดทน มากกว่ามนุษย์ แล้วเราล่ะ เรามีความอดทนต่อพระเจ้า เหมือนที่พระเจ้ามีความ อดทนต่อเราบ้างไหม พระเจ้าทรงอดทนและรอคอยเราเสมอ แต่บ่อยครั้งพระองค์ไม่เผย แสดงพระองค์เอง ตัวอย่างชัดๆก็คือเหตุการณ์ที่พระเยซูเดินไปกับศิษย์สอง คนที่หมูบ่ า้ นเอ็มมาอุส พระเจ้าทรงมีส่วนในชีวิตเราตลอด พระองค์มีส่วนร่วม แน่นอน มีชวั ร์ๆ!! แต่บ่อยครัง้ เราไม่เห็นเท่านัน้ เอง การที่พระเจ้าไม่เผยแสดง พระองค์ในชีวิตเรา เรียกร้องความอดทนจากตัวเรานะ!! พ่อกําลังคิดถึง "ธรรมลํา้ ลึกแห่งความอดทนของพระเจ้า" ผูท้ รงเดิน ไปพร้อมกับเราในจังหวะการก้าวที่พร้อมกัน บางครั้งในชีวิต หลายสิ่งอาจดู ยํา่ แย่มดื มน เราพบปั ญหามากมาย มันมีอปุ สรรคมากจนเราอยากจะลงจากไม้ กางเขน เราไม่อยากถูกตรึงบนนัน้ แล้ว เราต้องการจะไปจากภาระเหล่านีใ้ ห้เร็ว ที่สดุ แต่ลองดูพระเยซูผถู้ กู ตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ทรงถูกท้าท้ายว่า "ถ้า เป็ นพระเจ้าจริง จงลงมาซิ ไปถูกตรึงบนนัน้ ทําไม" แต่เป็ นไง พระเยซูทรงอดทน จนวาระสุดท้ายของชีวิต พระองค์ทรงอดทนกับมนุษย์มากๆ นี่แหละคือการ แสดงให้เห็ นว่า พระเจ้าทรงมีส่วนร่วมในชีวิตของเรา พระองค์ทรงมีแนวทาง ของพระองค์ แนวทางที่พระเจ้ามีตอ่ เรานัน้ พระองค์ทรงคิดแล้วว่ามันเป็ นสิ่งที่ ดีที่สดุ สําหรับมนุษย์

ขอขอบคุณ Pope Report 9


มิสซาสั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C) วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013 วัน เดือน ปี รายการมิสซา ผู้ขอมิสซา ส. 19 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ ศศินาฏ/พิษญนาถ มารี อา ประทุม, คุณสมนึก ใช้สมบุญ และครอบครัว 18.00 น. ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี คุณศศินาฏ, คุณพิษญนาถ วีรานนท์ มารี อา จินดา เส็งเจริ ญ อุทศิ แด่ สตีเฟน จํารู ญ, มารี อา ละมุด เจริ ญพานิช ยอแซฟ เสถียร, มารี อา เสาวนีย ์ พงษ์เพิม่ มาศ วรัญญ์นิช เทเรซา ปรํา จําปาถิ่น ธี รธร อันตน สําเริ ง โกญจนาท เริ งจิต ผูล้ ่วงลับครอบครัวเจริ ญพานิช วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง ณัฐวรรณ อา.20 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้า และพระแม่มารี ย ์ บุญญรัตน์ โมทนาคุณนักบุญเทเรซา, นักบุญอันตน, 08.00 น. ณัฐวรรณ นักบุญทั้งหลายและอารักขเทวดา ณัฐวรรณ มารี อา ธันยพร ศศิสุวรรณ อันนา บุญญรัตน์ และครอบครัว มารี อา เอื้อพันธ์ ศรี เจริ ญ และครอบครัวศรี เจริ ญ คค.ศรี เจริ ญ ครอบครัวธนะสาร, สาธรกิจ, รัตนบรรณสกุล ณัฐวรรณ ครอบครัวลิ้มจิตรกร, เตรี ยมวิชานนท์, เพียรช่างคิด ณัฐวรรณ ครอบครัวเขม้นงาน, สุ ทธิโอภาส, ทุกครอบครัวในโลก ณัฐวรรณ อุทศิ แด่ ยอแซฟ พยนต์, มารี อา โรซา โพธิ์ทอง ยุวลี ยอแซฟ เกียจัว๊ แซ่คู, อันนา เย็น เอี้ยพิน เปาโล จงออน ตันติโกสิ ชฌน์ บุตร ยวง บัปติสตา ก๊กเคี้ยง แซ่แพ้, มารี อา กิมฮวย แซ่ ต้ งั คค.ธนาพานิชย์ บรรพบุรุษครอบครัวธนาพานิชย์ คค.ธนาพานิชย์ 10

ชาวยิวเอือมระอากับพฤติกรรมของผูพ้ พิ ากษาพวกนี้ ถึงกับล้อเลียนพวกเขา ด้วยการเปลี่ยนชื่อตําแหน่ งทางการจาก Dayyaneh Gezeroth (ดัยยาเนห์ เกเซรอธ) ซึง่ หมายถึง “ผูพ้ พิ ากษาลงโทษ” เป็ น Dayyaneh Gezeloth (ดัยยาเนห์ เกเซลอธ) เพื่อ หมายถึง “ผูพ้ พิ ากษาโจร” หญิ งม่าย เป็ นสัญลักษณ์ของคนยากจนและปกป้องตัวเองไม่ได้ พระเจ้าจึง ทรงเอาพระทัยใส่พวกนางเป็ นพิเศษถึงกับตรัสสังว่ ่ า “ท่านจะต้องไม่ขม่ เหงหญิงม่าย หรือลูกกําพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช���วยเหลือจากเรา เราจะฟงั เสียง ร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านให้ตายในสงคราม ภรรยา ของท่านจะต้องเป็ นม่าย และลูกของท่านจะเป็ นกําพร้า” (อพย 22:21-23) นักบุญยากอบเสริมว่า “ความเลือ่ มใสศรัทธาบริสุทธิแ์ ละไร้มลทินเฉพาะพระ พักตร์ของพระเจ้าพระบิดา คือการเยีย่ มเยียนเด็กกําพร้าและหญิงม่ายทีม่ คี วามทุกข์ ร้อน” (ยก 1:27) แต่เนื่องจากผูพ้ พิ ากษาคนดังกล่าว “ไม่ยําเกรงพระเจ้าและไม่เกรงใจมนุ ษย์ ผูใ้ ด” (ลก 18:2) กอปรกับหญิงม่ายไม่มที งั ้ เงิน ไม่มที งั ้ อิทธิพล จึงดูเหมือนว่านางจะ หมดหวังโดยสิน้ เชิงทีจ่ ะได้รบั ความยุตธิ รรมจากผูพ้ พิ ากษาคนนี้ กระนัน้ ก็ตาม สิ ง่ เดียวทีน่ างมีคือความเพียร ! นางมาพบผูพ้ พิ ากษาครัง้ แล้วครัง้ เล่าพูดว่า “กรุณาให้ความยุตธิ รรมแก่ดฉิ นั สูก้ บั คูค่ วามเถิด” (ลก 18:3) เมือ่ เวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผูพ้ พิ ากษาคนนัน้ จึงคิดว่า “แม้ว่าฉันไม่ยาํ เกรงพระ เจ้าและไม่เกรงใจมนุ ษย์ผูใ้ ด แต่เพราะหญิงม่ายผูน้ ้ีมาทําให้ฉันรําคาญ ฉันจึงจะให้ นางได้รบั ความยุตธิ รรม เพือ่ มิให้นางรบเร้าฉันอยูต่ ลอดเวลา” (ลก 18:4-5) เขายอมจํานนต่อความเพียรของนาง ! อนึ่ง สิง่ ที่ต้องระลึกถึงอยู่เสมอคืออุปมาเรื่องนี้ไม่ต้องการเปรียบเทียบความ “เหมือน” แต่ต้องการชี้ให้เห็นความ “แตกต่ าง” อย่างสุดขัว้ ระหว่างพระเจ้ากับผู้ พิพากษาอธรรม 3


สั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

ลก 18:1-8

พระเยซูเจ้าทรงระบุวตั ถุประสงค์ในการเล่าอุปมาเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนคือ “จําเป็ นต้องอธิ ษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ท้อถอย” (ลก 18:1) “เสมอ” ตรงกับภาษากรีก pántote (พานตอแต) บ่งบอกถึงการภาวนาโดย สมํ่าเสมอด้วยความพากเพียร ต่างจาก ádialeíptōs (อาดีอาเลฟโตส) ใน 1 ธส 5:17 ซึง่ หมายถึงการภาวนาโดยไม่รจู้ กั หยุด แปลว่า พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้เราภาวนายืดยาวไม่รู้จกั หยุด แต่ ทรง ปรารถนาให้เราภาวนาบ่อย ๆ ด้วยความสมําเสมอและพากเพี ่ ยรไม่ท้อถอย !! ผูพ้ ิ พากษา ในอุปมาเรื่องนี้คงไม่ใช่ชาวยิว เพราะชาวยิวไม่นิยมนําคดีความ ขึน้ ศาลให้ผพู้ พิ ากษาตัดสิน แต่จะนําไปให้ผอู้ าวุโสชีข้ าด และในการพิจารณาคดีของ ชาวยิว ผูอ้ าวุโสต้องประกอบด้วยองค์คณะอย่างน้อย 3 คน คนหนึ่งเป็ นตัวแทนฝา่ ย โจทก์ อีกคนหนึ่งเป็ นตัวแทนฝ่ายจําเลย ส่วนคนที่สามได้รบั การแต่งตัง้ โดยอิสระ เหมือนระบบอนุ ญาโตตุลาการในบ้านเรา สันนิษฐานว่าผูพ้ พิ ากษาคนนี้เป็ นหนึ่งในบรรดาข้าราชการทีโ่ รมหรือกษัตริย์ เฮโรดแต่งตัง้ ให้ทาํ หน้าทีพ่ พิ ากษา ซึง่ ทีผ่ า่ นมาคนพวกนี้ขน้ึ ชื่อลือชามากในเรื่องการ รับสินบน หากโจทก์ไม่จ่ายสินบนก็อย่าหวังเลยว่าคดีจะคืบหน้า และบางครัง้ พวก เขาบิดเบือนความยุตธิ รรมเพียงเพือ่ แลกกับเนื้อจานเดียว 2

วัน เดือน ปี อา 20 ต.ค. 08.00 น.

รายการมิสซา ผู้ขอมิสซา อุทศิ แด่ คุณอุย้ นิ้ว แซ่เซี้ ยว, คุณนวลจันทร์, ด.ช.ธงชัย ธนะสาร ณัฐวรรณ ยวง บัปติสตา เสมียน สาธรกิจ, มารี อา ฮุยเกียว แซ่โง้ว ณัฐวรรณ ผูล้ ่วงลับครอบครัวธนะสารและสาธรกิจ ณัฐวรรณ คุณพัสฬัสษ์ วราเปล่งสิ นทวี อัญชลี ยอแซฟ ทิวากร รักคิด และบรรพบุรุษ วิภาวินี เปโตร เหลี่ยน ฮวาง วัน, มารธา เฮียน ฮวาง ถิ ธนกร ผูล้ ่วงลับครอบครัวสิ งห์สา บุญญรัตน์ วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู้ ดนึ กถึง คค.ธนาพานิชย์ อา 20 ต.ค. สุ ขสํ าราญ โมทนาคุณพระเจ้าและพระแม่มารี ย ์ อดิสัย ยอแซฟ เอก วิรเทพ 10.00 น. ดอมินิก ภูวนัย หงส์แก้ว และครอบครัว เทเรซา นิราวัล กิจปกครอง ยอแซฟ วิทูล ฉัตรเทียนชัย รุ่ งนภา คุณศรี ชนะ พัฒนกิจสิ ริคุณ และครอบครัว มารี อา ภาณุมาศ พงศ์พนั ธุ์พฒั น์ มารี อา ปนัดดา ลี้ยาง, มารี อา กรรณิ กา ลี้ยาง เทเรซา ชนินทร์ มาศ พนอําพน พลเอก พิจิตร, คุณหญิง วิมล กุลละวณิ ชย์ ครอบครัวพงษ์ศกั ดิ์, ครอบครัวแสงภักดี กาญจนา ครอบครัวคุณสัณหพล เหลืองอร่ าม วิไลวรรณ ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี ครอบครัวมูลเมือง และร้าน Family’s Pizza อุทศิ แด่ โรซา ราตรี ลี้ยาง, คุณด้วง ลี้ยาง, อันนา ยีส่ ุ น พานิช คุณวิชยั แสงสอน, คุณสอ ชูสอน, คุณพัฒนา ทองธิว คุณซี ฮวง, มารี อา กิมลี้, แบร์นาแด๊ต นิภา, ฟิ ลิป มุ่ยซิ ม รุ่ งโรจน์ คุณเช้ง แซ่จึง, เรนาโต ผดุง สุ ขสยาม, คุณเส่ ง แซ่ล้ ี รุ่ งโรจน์ รุ่ งโรจน์ คุณก้านทอง แสงปัญหา 11


อา. 20 ต.ค. 10.00 น.

จ. 21 ต.ค. อ. 22 ต.ค. พ. 23 ต.ค. พฤ.24 ต.ค. ศ. 25 ต.ค.

อุทศิ แด่

อุทศิ แด่ สุ ขสํ าราญ สุ ขสํ าราญ สุ ขสํ าราญ สุ ขสํ าราญ

เปโตร วารี , มารี อา เล็กไทยประเสริ ฐ มารี อา มักดาเลนา วิระวัลย์ ดวงรัตน์ ยอห์น บัปติสต์ มณี , มารี อา เทเรซา สุ มาลี กิจนิตย์ชีว์ อังเยลา อาริ นทร์ มีสุขอําไพรัศมี มารี อา เล่าสี่ แซ่ฉวั่ มารี อา โรซา สมใจ กิจเจริ ญ ผูล้ ่วงลับครอบครัวจุลละมณฑลและครอบครัวลี้ยาง วิญญาณในไฟชําระและวิญญาณที่ไม่มีผใู ้ ดนึกถึง วิญญาณในไฟชําระ ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี คุณวันชัย กูลศิริ ครอบครัววิรเทพ, ครอบครัววงศ์ภกั ดี คุณวรรณา สาลิกา

สรัลชนา สุ ภคั วิไลวรรณ อิสอัคร,นาธาน จินดา มาลินี

 คริ สต์มาสปี นี้ ขอเชิ ญพี่น้องที่มีอายุต้ งั แต่ 7 ปี ขึ้นไป และมีความสามารถด้าน ขับร้ อง ไม่ว่าจะเป็ นเพลงไทยสากล ลูกทุ่ง หรื อทั้งร้ องทั้งเล่นกี ตาร์ เข้าร่ วม ประกวดร้องเพลงในโครงการ “KLT Award” ชิงเงินรางวัลพร้อมโล่เกียรติยศ มู ล ค่ า รวม 20,000บาท ผูส้ นใจโปรดสอบถามรายละเอี ย ดและสมัค รได้ที่ เจ้าหน้าที่สาํ นักงานวัด ตั้งแต่บดั นี้ ถึง 17 พฤศจิกายน ศกนี้  พี่น้องท่ านใดประสงค์นําบุตรหลานเด็กเล็กมารั บศี ลล้างบาปวันอาทิ ตย์ที่ 3 พฤศจิกายน ศกนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่สาํ นักงานวัด 12

ฉบับที่ 497 วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013

สั ปดาห์ ที่ 29 เทศกาลธรรมดา (ปี C)

จําเป็ นต้ องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ ท้อถอย ลก 18:1


สารวัดแม่พระกุหลาบทิพย์ ฉบับที่ 497 20 ตุลาคม 2013