Page 1

7 นิ สยั ของ เทรดเดอร์ ที่ประสบความสาเร็จ อย่างสูง แปลและเรียบเรียง โดย | เซียว จับอิดนึ้ ง


แปลจากหนังสือ 7 Habits of a Highly Successful Trader โดย Mark Crisp

สารบัญ นิ สยั ที่ 1. มีความรับผิดชอบที่สมบูรณ์ นิ สยั ที่ 2. มีระบบที่เหมาะกับตนเอง นิ สยั ที่ 3. วางแผนการเทรดและเทรดตามแผน นิ สยั ที่ 4. ทุม่ เทอย่างหนักเพื่ อเรี ยนรู ว้ ิ ธีการเทรดที่ถูกต้อง และไม่หยุด ศึ กษาหาความรู เ้ พิ่มเติ ม นิ สยั ที่ 5. มีความเชื่ อทางบวกต่อตนเอง นิ สยั ที่ 6. มองการเทรดให้เป็ นการทาคะแนนไม่ใช่ทาเงิน นิ สยั ที่ 7. ให้การเทรดเป็ นส่วนหนึ่ งของชีวิตที่สมดุล 8. สรุ ป


นิ สยั ที่ 1: มีความรับผิ ดชอบที่สมบูรณ์ เทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จจะรู ท้ ุกการกระทาของตัวเอง, ทุกการ ตัดสิ นใจ, และมีเพียงเขาที่เป็ นผูร้ ับผิดชอบต่อการกระทานั้น คุณจะไม่เคยพบเทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จหาเรื่ องตาหนิ คนอื่ นหรื อสิ่ ง อื่ นที่มีผลกระทบต่อของผลการเทรดของเขา - มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ คุณจะเห็ นชัดก็ตอ่ เมื่ อคุณยอมรับมัน 100%, ไม่มีคาถามที่ตอ้ งการความ รับผิดชอบในการกระทาของคุณ ไม่มีแม้แต่ "ข้อแก้ตวั " เพื่ อซ่อนความผิดนั้น เมื่ ออะไรผิดพลาด, แทนที่จะมองหาคนอื่ นมารับคาตาหนิ , คุณจะยอมรับ ความรับผิดชอบนั้น, บันทึกมันลงไปและสาบานว่าจะไม่ทาผิดซา้ อีก ผลที่ได้คือมันไม่เพียงแค่คุณมีความเต็มใจที่จะยอมรับความผิดพลาด, แต่ท่ ีสาคัญ กว่านั้นก็คือคุณกาลังจะเรียนรูแ้ ละจะไม่ยอมทาความผิ ดพลาดเหล่านัน้ ซา้ นี่ เป็ นองค์ประกอบสาคัญของเทรดเดอร์ท่ ีเป็ นผูช้ นะ ลองคิดดูนะ ว่าตอนที่ Warren Buffet สูญเงินเป็ นล้านเหรี ยญ จากการการ ลงทุน, เขาจะโทษเงื่ อนไขทัว่ ไปของตลาด หรื อโทษนายหน้าของเขาที่ให้คาแนะนา สุดโง่ตอ่ เขามัย้ ? ไม่มีทาง! มันไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด ผมกล้ารับประกันว่า-เมื่ อเทรดเดอร์ระดับท็อปขาดทุน สิ่ งแรกที่พวกเขาจะ ถามตัวเองคื อ "ฉันยังทาตามกฎที่ตงั้ ไว้หรือเปล่า?"


ถ้าคาตอบคื อใช่, แล้วพวกเขาก็จะกลับไปดูท่ ีกฎของพวกเขา มีบางสิ่ ง บางอย่างที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่ อหลีกเลี่ยงการสูญเสี ยแบบนี้ อีกครัง้ หรื อไม่ ในทางตรงกันข้าม, ถ้าหลังจากที่ถามตัวเองว่า "ฉันได้ทาตามกฎที่ตงั้ ไว้ หรื อไม่?" ถ้าคาตอบคื อ "ฉันไม่ได้ทาตามกฎเลย" แล้วล่ะก็ มันก็ตอ้ งมีการเรี ยกร้องให้หาคาอธิ บายตนเองที่ลึกขึ้น - ทาไมไม่ยอมตามกฎ? - ฉันสามารถหยุดตัวเองจากการทากาไรนั้นได้อย่างไร? - ฉันมีแนวโน้มที่จะทากาไรนั้นได้มยั้ ? ฯลฯ .. คุณได้สงั เกตุคาถามเหล่านั้นบ้างมัย้ ? ฉันจะสามารถ, ทาไมฉันจะ,

ทาไมฉันจึง, ฉัน, ฉัน, ฉัน และฉัน... เพราะเทรดเดอร์รูว้ า่ เขาจะต้องแสดงความรับผิดชอบในทุกการเทรดและกาลังหา ความเชื่ อมัน่ ว่าเขาจะไม่ทาลายกฎอีกครัง้ คุณเคยได้ยินคาพูดเก่าๆ เกี่ยวกับการเทรดที่วา่ : "ถ้าคุณเกิ ดคาถาม, คุณก็ ไม่ ควรจะเข้าเทรด" ("If you have to ask you shouldn't be trading") บ้างมัย้ ? ลองคิดต่อไปหน่อยสิ , หากคุณมีระบบที่ผา่ นการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่าใน ระยะยาวว่าจะมีประสิ ทธิ ภาพสูงกว่าตลาด และมันก็เป็ นระบบที่เหมาะกับคุณ, ทาไมคุณจะต้องตัง้ คาถามเกี่ยวกับมัน?


แล้ว...., ความเห็นพิเศษของคนอื่นๆ คื ออะไร? นอกจากมันจะทาให้เกิดความสับสนและทาให้ขุน่ มัวต่อความคิดเห็ นของคุณ? หากคุณเป็ น Trend follower ระยะยาว แล้วทาไมต้องไปถามคนเล่น day trade? หากคุณเป็ นวีไอ,แล้วการไปขอคาแนะนาจากโมเมนตัมเทรดเดอร์ก็จะเป็ นการเปล่า ประโยชน์ย่ ิง สิ่ งที่ผมต้องการพูดคื อ, มันไม่มีทางที่คนสองคนจะมีความเห็ นเหมื อนกันอยู ่ แล้ว....ทาไมคุณต้องเชื่ อคนอื่ นมากกว่ากฎการซื้ อขายของตัวคุณเองด้วยล่ะ? มันเป็ นความจริ งของชีวิต, และจริ งยิ่งกว่าในทางด้านการเทรด, ที่วา่ คนส่วน ใหญ่ตอ้ งการที่จะบอกให้คนอื่ นลงมื อทามากกว่าลงมื อเอง ซึ่งนี่ แหละคื อสาเหตุหลักที่ทาให้คนส่วนใหญ่ลม้ เหลวในการลงทุนหุน้ หากไม่สามารถยอมรับผิ ดชอบในการเทรดของตัวเอง ก็อย่าเทรดมันเลย ถ้ากฎเบอร์หนึ่ งของคุณคื อ........"ต้องปฏิบตั ติ ามกฎ" ทาไมคุณจะต้องถามกูรใู นสิ่งที่พวกเขาคิ ดเกี่ยวกับโพสิชนั ่ ของคุณล่ะ? หากคุณพบว่าตัวเองรู ส้ ึ กอยากจะขอความเห็ นของคนอื่ นเกี่ยวกับโพสิ ชน่ั ของคุณเอง ให้ทาเช่นนี้ : * ปิ ดโพสิ ชน่ั ออกมาก่อน * ทบทวนแผนและกฎของคุณ * ค้นหาออกมาว่าทาไมคุณไม่มีความรับผิดชอบในการปฏิ บตั ิตามแผนการที่ตงั้ ไว้


* จากนั้นเมื่ อคุณมีความมัน่ ใจแล้ว ไม่อยากจะขอความเห็ นของบุคคลที่สาม , ก็สามารถเริ่ มต้นการเทรดอีกครัง้ ได้เลย เทรดเดอร์จะเรียนรูท้ ี่จะยอมรับความรับผิ ดชอบทัง้ หมดได้อย่างไร? คาตอบก็คือ, คุณต้องมีชุดของกฎ, และตระหนักว่าจุดที่สาคัญที่สุดในซื้ อขายก็คือ การทาตามกฎเหล่านั้น เมื่ อคุณมีชุดของกฎที่ถูกจัดตัง้ อย่างมัน่ คง, คุณจะพบว่าตัวเองไม่อาจที่จะ ปฏิ บตั ิตามความเห็ นของคนอื่ นเลย ซึ่งในความจริ งแล้ว, ผมอยากจะขยายให้ไปถึง การไม่ตอ้ งไปรับฟังความคิดเห็ นของคนอื่ นเลยด้วยซา้ ไป เพียงเพราะผมรู ว้ า่ , โดยการทาตามกฎของตัวเอง - ผมจะอยูใ่ นด้านที่ถูกต้อง ของตลาดถึง 95% ของช่วงเวลาทัง้ หมด และผมจะไม่พลาดรอบใหญ่ของตลาด ดังนั้นจากวันนี้ ไป, ให้คุณพยายามเรี ยนรู ท้ ่ ีจะแสดงความรับผิดชอบทัง้ หมด ต่อทุกๆการตัดสิ นใจในการซื้ อขายของคุณ มีความมุง่ มัน่ ที่จะพัฒนาแล้วก็เคร่งครัดปฏิ บตั ิตามกฎการเทรดของตัวเอง ตระหนักรู ว้ า่ การปฏิ บตั ิตามกฎมันมีความสาคัญต่ออนาคตว่าคุณว่าจะชนะหรื อแพ้ ในระยะยาว เริ่ มยอมรับมันทัง้ หมด และแสดงความรับผิดชอบต่อทุกการเทรดตัง้ แต่วนั นี้ แล้วคุณจะประหลาดใจที่พบว่าการเทรดนั้นมันช่างง่ายจริ งๆ


นิ สยั ที่ 2: มีระบบเทรดที่เหมาะกับตัวเอง "ฉั นจะหาระบบที่ เหมาะกับตัวฉั นเอง และจะเป็ นเทรดเดอร์สไตล์น้ ี ที่ ดี ที่สุ ดในโลก" เทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จ, นักลงทุน, ผูจ้ ดั การเงิน ฯลฯ ทุกคนล้วนมี ระบบที่เหมาะกับพวกเขา บ้างก็เป็ นระยะยาว, บ้างก็สามารถปรับเปลี่ยนไปตาม สภาพ, บ้างก็ใช้งานง่าย, เดย์เทรด, scalpers, arbitrage, value, momentum โดยคาว่าระบบ, ในตัวมันเองนั้น, ก็ไม่ได้เป็ นปัจจัยที่สาคัญนักหรอก แต่จริ งๆแล้วมันคื ออะไร?.... มันก็คือระบบที่เหมาะกับบุคลิกของเทรดเดอร์ แต่ละคนซึ่งมันไม่ซา้ กันนั่นเอง ระบบการเทรดไม่สาคัญจริ งหรื อ?, - ผมเคยได้ยินของนักลงทุนมูลค่า (เช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์) สามารถทาเงินนับ ไม่ถว้ นจากการลงทุนในตลาดหุน้ - มีเดย์เทรดเดอร์ทาเงินมากกว่า $2 ล้านบาทต่อปี - มีแดนเซอร์ท่ ีทาเงินใด้ 2.5 ล้านเหรี ยญจากการซื้ อขายแบบโมเมนตัม สิ่ งที่พวกเขามีเหมื อนกันคื ออะไร? อย่างที่คุณเห็ น, แม้พวกเขาจะไม่เรี ยกมันว่าเป็ นระบบ แต่พวกเขาก็ทางานใน รู ปแบบของการเทรดที่พวกเขามีทงั้ ความสุขกับและสันทัดในสิ่ งนั้น พวกเขาจะไม่ ฝักไฝ่ ในการเทรดด้วยวิ ธีอ่ ื นๆ ไม่มีใครบอกพวกเขาให้ใช้แนวทางนี้ , แต่มนั ก็แค่ เกิดขึ้นตามแนวทางนั้นไปเอง


มีเทรดเดอร์จานวนมากมาย พยายามที่จะคัดลอกแฟชัน่ การเทรดล่าสุด (ตอนนี้ ก็น่าจะเป็ นการเล่นเดย์เทรด) แต่ผมเชื่ อว่ารู ปแบบของการเทรดแบบนั้นก็ไม่ เหมาะทุกคนหรอก การจะเป็ นเดย์เทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จ, คุณต้องรักใน การจับจังหวะการเคลื่ อนไหวขึ้นและลงของตลาดที่มนั แกว่งขึ้นลงในวัน มีสติอยูใ่ น ภาวะของการเสนอซื้ อ-ขายรายนาที-ชัว่ โมง ใช่, มีเทรดเดอร์จานวนมากที่ทารายได้จากการซื้ อขายวัน แต่ก็ยงั มีอีกหลาย คนที่หมดตัวภายในไม่ก่ ีเดื อน สุดท้ายจึงรู ต้ วั ว่าการเดย์เทรดนั้นไม่เหมาะกับนิ สยั ของพวกเขาเลย สาหรับผูค้ า้ หุน้ บางส่วน,การซื้ อหุน้ และถื อครองมันยาวนานเป็ นปี - เพื่ อที่จะ ได้ราคาเป็ นเด้ง, ถื อเป็ นความทรมานยิ่ง ถึงแม้วา่ การลงทุนระยะยาวจะสามารถให้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมเมื่ อเทียบ กับกับเวลาการทางานที่นอ้ ยมาก (ยกเว้นกรณี ท่ ีคุณมีความอดทนและมีระเบียบวินัย ที่จะนั่งชื่ นชมผลกาไรของคุณที่นับวันจะเพิ่มขึ้นๆ) บอกเลยว่าคุณจะไม่ประสบ ความสาเร็ จด้วยวิธีน้ ี (คื อซื้ อแล้วถื อ) มันก็คล้ายกับการเลื อกอาชีพเหมื อนกันนะ ผมจาได้วา่ เคยอ่านหนังสื อที่ เกี่ยวกับผูจ้ ดั การที่ดีท่ ีสุดของโลก มีหนึ่ งคาแร็ คเตอร์ท่ ีผูเ้ ขียนเน้นยา้ ว่า, สิ่ งที่ผู ้


ประสบความสาเร็ จในระดับชัน้ นาเหล่านั้นมีกนั ทุกคนก็คือ "ความรัก(Passion)" ต่อสิ่ งที่พวกเขาเลื อกประกอบอาชีพ เกื อบทัง้ หมดของพวกเขากล่าวว่า, พวกเขาไม่สามารถจะเชื่ อได้วา่ จะถูกจ้าง ให้ทาบางสิ่ งบางอย่างที่พวกเขารักมาก ซึ่งมันก็ไม่มีความแตกต่างกันกับการเทรด, คุณจะเป็ นเทรดเดอร์ระดับท็อป ได้เลย-ถ้าคุณเทรดในระบบที่คุณมีความรักที่จะเทรดนั้น และคุณจะไม่สลับเปลี่ยน วิธีการเทรดเพื่ ออะไรอื่ น คุณจะพบระบบที่คุณมีความสุ ขด้วยได้ยงั ไง? ก็ตอ้ งมองย้อนกลับไปที่ตน้ ตอ, เริ่ มต้นที่เป้ าหมายของคุณในครัง้ แรก โดยการตอบคาถามเหล่านี้ : * ฉันต้องการผลตอบแทนรายปี เท่าไหร่? * ฉันต้องการเทรดเต็ มเวลา, Part time, หรื อแทบจะตลอดเวลา? * ฉันสามารถจัดการกับความเครี ยดของการซื้ อขายรายวัน และการเทรด ระยะสัน้ ได้แค่ไหน? * ฉันมีความอดทนต่อการเทรดในระยะยาวหรื อไม่? * บุคลิกภาพของฉันเป็ นคนยังไง? ชอบใช้กาลัง หรื อ ใช้ความคิด? * ฉันเคยอ่านหนังสื อเกี่ยวกับการเทรดเล่มไหนมาบ้าง เทรดเดอร์คนไหนที่ ชื่ นชม, ทาไมถึงชอบ? สามารถคัดลอกรู ปแบบของการเทรดของเขาได้มยั้ ?


กระนั้น, สิ่ งที่ไม่ควรทาอย่างยิ่งก็คือ, อย่าไปอ่านเรื่ องราวเกี่ยวกับเดย์เทรด เดอร์ดาวรุ ่ง, แล้วพยายามที่จะเลียนแบบเขา – เพราะถ้าการเล่นเดย์เทรดไม่ได้ เหมาะสาหรับคุณแล้ว คุณจะเสี ยหายหนัก ให้พยายามที่จะหาวิธีการในการเทรดที่คุณจะมีความสะดวกสบายและมี จุดมุง่ หมายที่จะกลายเป็ นสุดยอดของโลกในรู ปแบบของการเทรดที่วา่ นั้น สาหรับตัวผมเอง, ผมชอบความคิดของการซื้ อหุน้ ที่ $30 และขายมันในอีก 9 เดื อนต่อมาที่ราคา $130 แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่มนั ใช้เวลาเพียงหนึ่ งหรื อสองของการ เคลื่ อนไหวเหล่านี้ ต่อปี เพื่ อให้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม ผมเป็ นคนที่อึดมาก, ไม่เพียงแต่ในขณะที่ทาการเทรด แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ถ้าต้องนั่งดูหุน้ อยูเ่ ฉยๆเป็ นเวลาหลายเดื อน หากเงื่ อนไขไม่เหมาะสาหรับผม, ผม ก็จะไม่เทรด ผมรักความคิดของการใช้เวลาเพียงไม่ก่ ีนาทีตอ่ วันในการตรวจสอบชาร์ต และใช้เวลาส่วนที่เหลื อเพื่ อศึ กษาและเขียน ฯลฯ .. สาหรับผมแล้ว, เงินก้อนใหญ่จะได้จากในการเคลื่ อนไหวรอบใหญ่, ไม่ใช่ ความผันผวนระยะสัน้ แน่นอนว่ารู ปแบบของการซื้ อขายแบบนี้ จะไม่เหมาะสาหรับทุกคน


แต่ประเด็นก็คือ, หลังจากการทดลองและเจอข้อข้อผิ ดพลาดมาหลายปี ผม ก็ได้พบระบบที่เหมาะกับตัวเอง และผมก็มุ่งมัน่ ที่จะกลายเป็ นเทรดเดอร์ที่ดี ที่สุดของโลกที่ใช้ระบบนี้ คุณต้องทาเช่นเดียวกัน หากคุณมีระบบเทรดที่ไม่เหมาะกับบุคลิกภาพของ คุณ คุณก็ไม่สามารถจะมีความเชื่ อมัน่ และไม่อาจทากาไรก้อนใหญ่ได้ หากคุณเป็ นเทรดเดอร์มือใหม่หรื อไม่เคยประสบความสาเร็ จอย่างใดอย่าง หนึ่ งเลย, ผมขอแนะนาให้คุณเริ่ มต้นด้วยการถามตัวเองก่อนว่า

"การเทรดแบบไหนที่เหมาะสาหรับบุคลิกภาพของฉัน?" แล้วใช้เวลาให้มากๆเพื่ อค้นหาสิ่ งที่ใช่ให้เจอ เพราะมันจะเป็ นรากฐานของคุณ หากคุณสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง - ระบบการซื้ อขายก็จะมีความแข็งแรง ด้วย และสามารถทนต่อการทดสอบของเวลาได้ยาวนาน แต่หากรากฐานนั้นอ่อนแอ -- ระบบการซื้ อขายของคุณก็จะล่มสลายไป พร้อมๆกับเงินของคุณ สาเหตุท่ ีเทรดเดอร์สว่ นใหญ่ยงั ขาดทุนก็เพราะพวกเขาเคยไม่รูว้ า่ รู ปแบบของ การเทรดแบบไหนที่เหมาะกับเขา พวกเขาจะรอซื้ อซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการเทรดใหม่ สุดหรื อฟังกูรูคนใหม่ๆ, หวังว่าสิ่ งเหล่านี้ จะเปลี่ยนผลการเทรดของพวกเขา คนส่วนใหญ่มองว่าเขาสามารถประสบความสาเร็ จในการเทรดได้ภายใน เวลาหกเดื อนเท่านั้น แต่ผมเชื่ อว่าเทรดเดอร์คนใดก็ตามสามารถยื นระยะการเทรด


ต่อเนื่ องได้มากกว่าสองปี ได้ เขาจะกลายเป็ นหนึ่ งในสายพันธุท์ ่ ีหายาก และมี โอกาสที่จะเป็ นผูช้ นะในตลาดหลักทรัพย์ ทาไมน่ะหรื อ? เพราะหลังจากสองปี ไปแล้ว, พวกเขาถึงจะมีความพร้อมที่จะ เริ่ มต้นในการพัฒนาชุดของกฎที่เหมาะกับพวกเขา เริ่ มต้นการซื้ อขายในแนวทางที่ จะสร้างความสะดวกสบายให้กบั ตัวเอง แต่น่าเสี ยดาย, ที่เหล่าเทรดเดอร์มือใหม่อยากรี บรวยไวๆ - ทาให้เงิ นต้นของ พวกเขาหมดไปก่อนถึงเวลาสองปี หรื อไม่ก็เลิกล้มความสนไปก่อนหน้านั้น ดังนัน้ .....ให้บอกตัวเองในวันนี้ ว่า

"ฉันจะหาระบบที่เหมาะกับตัวฉัน และฉันจะกลายเป็ นเทรดเดอร์ที่ดีที่สดุ ในโลกของสไตล์น้ ี "


นิ สยั ที่ 3: วางแผนการเทรด และเทรดตามแผน ไม่ตอ้ งสงสัยเลย, ไม่มีเทรดเดอร์คนใดที่อยูใ่ นตลาดได้นานถ้าเขาไม่ได้วาง แผนการเทรดทุกครัง้ แต่ก็ไม่มีเหตุผลในการทาแผนสาหรับการเทรด-ถ้าคุณไม่มีระเบียบวิ นัย พอที่จะปฏิ บตั ิตามนั้น แผนควรให้ความสาคัญสาหรับทุกเหตุการณ์ อย่างที่ Richard Dennis (Turtles fame) กล่าวว่า "ไม่ตอ้ งกังวลว่าราคาจะไปทางไหน ให้

กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกาลังจะทา และเมือ่ ไรที่พวกมันจะไปถึง" ลองคิดเกี่ยวกับสิ่ งที่เขาพูดให้ดี, เมื่ อคุณวางเงินลงในการเทรดไปแล้ว, คุณ จะไม่สามารถควบคุมราคาได้เลย ดังนั้นหยุดกังวลเกี่ยวกับสิ่ งที่อาจเกิดขึ้นและ มีสมาธิ ในช่วงราคาคุณตัง้ ลิมิตเอาไว้ จากนั้นก็คิดต่อไปว่าคุณจะทาอย่างไรเมื่ อจุด เหล่านี้ มีการละเมิด โดยการทาเช่นนี้ , การเทรดของคุณจะไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง มันจะกลายเป็ นระบบและปราศจากความเครี ยด ดูตวั อย่างนี้ นะ 1) คุณชอบทรงการฟหุน้ XYZ ที่ในปัจจุบนั ซื้ อขายอยูท่ ่ ี $40 และคุณซื้ อไป 100 หุน้ วาง stop loss ที่ $42


นี่ เป็ นเพียงการเริ่ มต้นเท่านั้น คุณต้องถามและตอบคาถามต่อไปนี้ : * ถ้าซื้ อไปแล้ว จุด stop แรกอยูต่ รงไหน นั่นคื อ "เงิ นทุนที่ ฉั นจะยอมเสี ยได้ เท่าไหร่?" * ถ้าซื้ อไปแล้ว, ฉันจะทากาไรอย่างไร? ราคาเท่าไหร่ท่ ีฉันจะยก Trailing stop ขึ้นตามไป , กลยุทธ์ exit แบบไหนที่จะเอามาใช้ * ถ้าซื้ อไปแล้ว, จะซื้ อเพิ่มอีกมัย้ * ถ้าซื้ อไปแล้ว หุน้ ไม่ว่ ิงภายใน x สัปดาห์ ฉันจะขายออกมัย้ * ถ้าขายหุน้ ออกมาแล้ว, จะกลับเข้าไปใหม่อีกมัย้ หรื อมองหาตัวอื่ นไปเลย 2) เพื่ อให้มีการทาแผนเสร็ จสมบูรณ์, ก่อนที่จะเข้าเทรดคุณอยากได้ หุน้ XYZ Corp ที่: 42$ จานวน 100 หุน้ 3) คุณจะได้หุน้ ที่ราคา $42 1/4 โดยอัตโนมัติ, โดยวางคาสัง่ หยุดขาดทุนที่ $39 อย่างไม่มีขอ้ สงสัย, คุณตัง้ ให้มนั ทาโดยอัตโนมัติ 4) หากการเทรดไปถูกทาง, คุณจะส่งคาสัง่ ซื้ อที่สองที่ $50 5) ซื้ อ 100 หุน้ เพิ่มเติมได้ท่ ี $50 และจุดล็อกกาไรจะถูกยกขึ้นไปที่ 45$ 6) ราคาวิ่งขึ้นไปตามทิศทางที่คุณมองไว้ และคุณก็ซ้ ื อเพิ่ม และยกระดับจุดล็อก กาไรตามไปทุกครั้ง 7) จุดขายเอากาไรของคุณจะถูกตัง้ ไว้ท่ ี $130 เมื่ อถึงเวลานั้นคุณก็ออกจากการ เทรดด้วยกาไรก้อนใหญ่ คุณจะเห็ นเลยว่าตอนนี้ , โดยการที่คุณมีแผนทุกอย่างเป็ นอัตโนมัติ


คุณจะรู ว้ า่ ตอนไหนควรเข้าซื้ อ, หยุด, ซื้ อเพิ่ม และขายออก ตอนนี้ คุณอยูใ่ นกระบวนของการซื้ อขายอย่างมื ออาชีพและไม่ได้มาจากอารมณ์ ความรู ส้ ึ กใดๆทัง้ สิ้ น ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่คุณจะต้องขอความเห็ นจากใคร ไม่แม้แต่จะกลัวในเรื่ อง ของการปล่อยให้ผลกาไรเติบโต, หรื อปล่อยให้การขาดทุนลุกลาม แค่ตดั สิ นใจเข้าซื้ อ, ถ้าคุณทาแผนการเทรดและมีวินัยในการปฏิ บตั ิตามนั้น การเทรดจะกลายเป็ นเรื่ องง่ายมากและไม่เครี ยดเลย ในหลายปี ของการเทรดที่ผ่านมา, ตลาดมักจะพยามอย่างเต็มที่เพื่อ จะกดดันให้คุณหมดความอดทน ทัง้ วิ่งขึ้ นหรือลงอย่างรุนแรง หากเทรด เดอร์ใช้แต่อารมณ์ในการเทรดก็จะพ่ายแพ้ต่อเกมส์ แต่ใครก็ตามที่เทรดอย่างมีวินยั , เขาแค่ทาตามแผนและจะได้รบั ประโยชน์จากการเคลื่ อนที่รอบใหญ่นนั้ หากคุณเคยพบว่าตัวเองต้องถามใครสักคนสาหรับความเห็ นในหุน้ ที่คุณถื อ อยู,่ นั่นอาจเป็ นเพราะคุณไม่ได้ทาแผนการเทรด, หรื อคุณมีความสงสัยในแผนแรก ของตัวเองก็ได้ การวางแผนเทรดนั้น, มันควรจะไม่แตกต่างจากการวางแผนการเดินทาง คุณต้องวางแผนสาหรับทุกชนิ ดของเหตุการณ์ท่ ีเกิดขึ้น โดยเฉพาะสิ่ งที่ไม่คาดฝัน


หากหุน้ วิ่งไปตามทิศทางที่คุณต้องการ-คุณแทบจะไม่จะต้องให้ความสนใจในแผน เลย แต่ถา้ มันเปิ ด gap ลงล่ะ? หรื อกระชากขึ้นอย่างรุ นแรง? หรื อไซด์เวย์ไป ด้านข้างเป็ นเวลาหกสัปดาห์, ตลาดถล่ม, บริ ษทั ออกข่าวสุดเซอร์ไพรซ์จนทาให้ ราคาวิ่งบวก $30 ในหนึ่ งวัน? ถ้าคุณไม่ได้เตรี ยมแผนไว้สาหรับความผิดปกติเหล่านี้ แล้ว, เมื่ อบางอย่าง เกิดขึ้น คุณจะพบว่าตัวเองมึนงงทาอะไรไม่ถูก ดังนั้น,เมื่ อคุณเริ่ มเทรดโดยไม่มีแผน ก็คาดหวังได้เลยว่าผลงานของคุณก็มีแต่จะจะเลวลง

การมีแผน, สามารถขจัดความคิดเห็น และอารมณ์ออกจากการเทรดได้หมดจด ในการสัมมนาและการประชุมครั้งแล้วครั้งเล่า, ผมมักได้ยินคาถามเดียวกันนี้ : "ฉั นซื้ อหุน้ ABC ที่ $25 ไม่กี่เดื อนที่ ผ่านมา, คุณคิ ดว่าฉั นยังควรถื อมันต่อมัย้ ?" เมื่ อได้ยินคาถามดังกล่าว, ผมได้แต่ขย่าหัวตัวเอง(อย่างสุขุม) คนพวกนี้ เขา เทรดในแนวทางนี้ ได้ยงั ไงกันนะ? แผนของเขาอยูไ่ หน? พวกเขาซื้ อกันตอนไหน และขายกันเมื่ อไหร่? พูดแบบหงุดหงิดก็คือ, พวกมันเทรดกันยังไงวะน่ะ? เขายังคาดหวังผลที่จะ ชนะตลาดได้อยูอ่ ีกหรื อ ในเมื่ อยังมัวแต่ถามคนอื่ นอยูอ่ ย่างนี้ ?


ถ้าผูช้ ายคนนี้ มีแผนการเทรด แถมมีวินัยที่จะทาตามแผนนั้น,เขาจะไม่มีวนั ตัง้ คาถามแบบนี้ นี่ อาจจะเป็ นเหตุผลเดียวที่คนส่วนใหญ่ชอบทาตามความเห็ นของคนอื่ น คนเรารักที่จะบอกให้คนอื่ นทาบางสิ่ งบางอย่างมากกว่าจะปล่อยให้คิดเอง ผมได้อา่ นนิ ตยสารออนไลน์ลา่ สุด, ก็ประหลาดใจกับจานวนผูต้ ิดตามกูรูช่ ื อ ดังที่โชว์ตรงหัวมุม คนที่อยูร่ ะดับท็อปจะมีผูต้ ิ ดตามตัง้ แต่ 15,000 ถึง 80,000 คน ผมแค่สงสัยว่าสาวกเหล่านี้ มีการเทรดของตัวเองดีข้ ึนบ้างมัย้ บอกได้เลยว่า “มี นอ้ ยมาก” , แล้วทาไมส่วนใหญ่ทาไม่ได้ เพราะอะไร? เพราะการที่ตอ้ งไปฟอลโลว์ใครสักคนนั้น, พวกเขาได้ละทิ้งหลักการเหล็กที่ วางไว้ในหนังสื อเล่มนี้ ไปแล้ว เมื่ อไม่มีระบบ, คุณไม่มีทางผลักความรับผิดชอบไปให้กูรูได้หรอก(เพื่ อให้มี ข้อแก้ตวั สาหรับความเสี ยหายที่เกิดขึ้นไง) เมื่ อไม่ได้มีการวางแผนที่จริ งจัง ผลที่ ได้รับก็มีแต่ความเลวร้าย เมื่ อคุณเริ่ มต้นที่จะทาตามแผนของคุณเอง ก็จะพบว่าตัวเองไม่ตอ้ งการที่จะ รับฟังความคิดเห็ นจากคนอื่ น ถ้าคุณถื อหุน้ ADF โดยซื้ อที่ $60 และ initial stop เอาไว้ท่ ี $56 แล้วคุณก็ อย่าไปแคร์ถา้ เกิดกูรูออกมาพูดว่า "ขายหุน้ ADF ออกซะ มันเกิ นมูลค่าแล้ว และ จะลดลงได้ถึง $20"


เหตุผลแรก, เขาอาจจะมองผิดหรื ออาจจะถูกก็ได้ และประการที่สอง, ถ้า stop ของคุณอยูท่ ่ ี $56 ก็รอให้มนั ลงมาถึงก่อนก็ได้ ระบบก็จะเตะคุณออกไปเอง อย่างน้อย, เมื่ อคุณถามตัวเองว่า "ฉั นทาตามกฎมัย้ วันนี้ ?" คุณจะได้ตอบ อย่างเต็มปากว่า "ใช่" ผมการันตีได้เลยว่า, ก่อนที่ Warren Buffet หรื อจอร์จ โซรอส จะซื้ อหุน้ มูลค่า $50,000,000 พวกเขารู ก้ อ่ นซื้ อแล้วว่าควรจะทาอะไรต่อจากนั้นหากราคา แกว่งตัวไปทางใดทางหนึ่ ง คุณคิดเหรอว่า Warren Buffet จะอุทาน "พระเจ้า! ฉั นซื้ อหุน้ DFG ไปถึ ง ยี่ สิ บล้านเหรี ยญ แล้วตอนนี้ มันลดลง 15% ต่อไปฉั นจะทายังไงดี ละ่ เนี่ ย?" ไม่มีทาง! และมันไม่ควรเกิดขึ้นกับการเทรดของคุณด้วย! ประเด็นก็คือว่า, มันไม่สาคัญหรอกว่าคุณซื้ อหุน้ ด้วยเงิน ห้าพัน หรื อ ห้าสิ บ ล้าน แต่หลักการก็ไม่ควรต่างกัน เพราะสิ่ งที่ตอ้ งทาคื อ,คุณต้องขจัดอารมณ์ ความรู ส้ ึ กทัง้ หมด และปฏิ บตั ิตามแผนของคุณ การจะเป็ นผูช้ นะในตลาดหุน้ , คุณต้องไม่เทรดด้วยอารมณ์และ ความรูส้ ึก และวิธีเดียวที่จะกาจัดอารมณ์คือการมีระเบียบวินยั อย่าง หนาแน่ นในการปฏิ บตั ิ ตามแผนของคุณเอง


นิ สยั ที่ 4: ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเรียนรูว้ ิธีการเทรดที่ถกู ต้อง และไม่หยุดศึกษาหาความรูเ้ พิ่มเติม การเทรดหุน้ นั้นไม่แตกต่างจากการค้าแบบอื่ นๆ คุณคงไม่คาดหวังว่าจะ กลายเป็ นศัลยแพทย์ทางสมองหลังจากที่เข้าร่วมการสัมมนาในวันหยุดสุดสัปดาห์ และอ่านหนังสื อจบไปไม่ก่ ีเล่มหรอกนะ? แต่ทาไมคนจานวนมากคาดหวังให้ตวั เองกลายเป็ นพ่อมดทางการเงิน ภายใน ช่วงเวลาสัน้ ๆ กันทัง้ นั้นเลยล่ะ? หากคุณเคยมีโอกาสถามเทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จ คุณจะเข้าใจถึง ความพยายาม, การให้เวลา, ความมุง่ มัน่ และการขาดทุน ที่เขาต้องจ่ายไปจนกว่า จะมาถึงจุดนี้ ได้ การเป็ นผูช้ นะในการลงทุนในตลาดหุน้ ก็ไม่แตกต่างจากการเป็ น ทนายความระดับท็อป นายแพทย์ หรื อนักธุ รกิจ เลยล่ะ แล้วถ้าอยากจะเป็ นเทรดเดอร์ระดับท็อบควรทายังไงบ้าง? อันดับแรกเลย, คือคุณจะต้องตัดสินใจว่าคุณต้องการที่จะเทรดเสียก่อน ถามตัวเองว่า: “ฉันสนใจการซื้ อขายบางสิ่งบางอย่างในตลาดหุน้ อย่าง แท้จริง หรือฉันกาลังถูกล่อด้วยจานวนเงินที่มีศกั ยภาพที่ตลาดมีให้?” ผมยังจาเนื้ อความในหนังสื อ "Grow Rich with Peace of Mind" ของ นโปเลียน ฮิ ลล์ ที่เขาสัมภาษณ์คนระดับท็อปของอาชีพต่างๆ และได้ขอ้ สรุ ปว่าคนเหล่านี้ รักงานของพวกเขา และจะทามันโดยไม่หวังในตัวเงิน


การเทรดก็เป็ นเหมื อนกันนะ, ถ้าเป้าหมายอันดับหนึ่ งในการเทรดของคุณคื อ แค่อยากทาเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ นไปได้ แล้วผมจะไม่สงสัยเลยว่า ถ้าคุณ มุง่ มัน่ ทามันจริ งๆ คุณสามารถเป็ นคนในสถานะซุปเปอร์เทรดเดอร์ได้เช่นกัน คุณก็แค่เริ่ มต้นด้วยการไล่ตามเงินที่จะสามารถสร้างแรงจูงใจให้ ตราบเท่าที่ คุณมีตวั กระตุน้ ก็ให้หมัน่ เรี ยนรู แ้ ละลงมื อทาจริ งๆในตลาด โดยไม่ตอ้ งวิ่งไล่ตามไอ เดีย(ระบบการเทรด, อินดิเคเตอร์ ซอฟท์แวร์)เพื่ อการเทรดตัวใหม่ลา่ สุดให้เสี ยเวลา ผมรู ส้ ึ กประหลาดใจที่พบว่ามีเทรดเดอร์จานวนมากไม่ได้อา่ นหนังสื อเกี่ยวกับ ตลาดหุน้ ระดับพื้ นฐานกันเลย มันดูเป็ นความพยายามที่มากเกินไปสาหรับพวกเขา ที่จะอ่านหนังสื อและเรี ยนรู ห้ ลักการพื้ นฐานบางอย่าง แต่คนเหล่านี้ พร้อมที่จะใช้เงิน $10,000 ในเวลาน้อยกว่า 6 เดื อน เพื่ อไล่ลา่ ความฝันที่จะรวยเป็ นล้านในระยะเวลาสัน้ ๆ ที่สุดเลื่ อนลอยนี้ ยอมรับความเป็ นจริ งกันเสี ยเถิด! การเทรดที่ประสบความสาเร็ จนั้น, ไม่เพียง แค่การสร้างฐานให้แน่น คุณยังต้องพยายามเต็มกาลังเพื่ อประคองตัวให้อยูด่ า้ น บนสุดของเกมด้วย ในหนังสื อ Market Wizards I และ II, คุณจะพบว่าเทรดเดอร์เกื อบทัง้ หมด ต้องผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกเป็ นปี ๆ, นี่ ยังไม่รวมถึงความพยายามแล้ว พยายามอีกจนกว่าพวกเขาจะเจอสิ่ งที่สอดคล้องกับตัวเอง, กระทัง่ พัฒนาเป็ นเทรด เดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จ เราก็ไม่ตา่ งกันหรอก, เพราะไม่ได้มีดีกว่าพวกเขาตรงไหนเลย


คุณต้องลงแรง, เหมื อนการใช้เวลาหลายปี ในการมุมานะศึ กษาอย่างคร่ าเครี ยดเพื่ อ เป็ นทนายความชัน้ นา, การจะเป็ นผูเ้ ทรดเดอร์ชนั้ นาก็ไม่แตกต่างกัน หากคุณเป็ นมื อใหม่, ก็อย่าเพิ่งคาดหวังที่จะเทรดให้ได้ผลตอบแทน 80% เป็ นอย่างน้อยนับตัง้ แต่วนั ที่คุณเริ่ มต้น ให้พิจารณาสามปี แรกของการเทรด, เป็ นการไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ตลาดหุน้ จะเป็ นครูผสู ้ อน และบัญชี เงินทุน เริ่มต้นของคุณนัน่ แหละคื อค่าใช้จ่าย (ดังนั้นควรเริ่ มต้นลงเงินแต่นอ้ ยๆ) แล้ว,... การทางานอย่างหนักทางการเทรดหมายถึงอะไรกันแน่? ผมจะแตกประเด็นนี้ ออกเป็ นสองส่วน ประการแรก, คุณจะต้องใช้เวลาให้มากในการวิเคราะห์ตวั คุณเอง, บุคลิก ของคุณ, หารู ปแบบการเทรดที่คุณมีความสะดวกสบายมากที่สุด, เรี ยนรู ว้ ิธีการ เทรดอย่างถูกต้อง, อ่านหนังสื อ, ลงมื อศึ กษา, ถามผูร้ ู ้ โดยทัว่ ไปแล้ว, คุณจะต้องเริ่ มต้นจากบาดแผล และสร้างระบบที่เหมาะกับ คุณเอง มันจะใช้เวลาสองสามปี ท่ ีเป็ นอย่างน้อย ถ้าคุณยอมรับในจุดนี้ ได้, คุณต้อง รักษาเงินในพอร์ตไม่ให้เสี ยหายเยอะเพื่ อยื นระยะให้ได้ แต่ถา้ เงินหมดพอร์ตไปเสี ยก่อน, ก็ให้ลืมการเทรดและย้ายไปทาสิ่ งที่คุณ สนใจอย่างแท้จริ งดีกว่า เมื่ อคุณได้มีการพัฒนาระบบการซื้ อขายที่เหมาะกับตัวเองและมีวินัยเหล็กใน การปฏิ บตั ิตามแผนอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้น,มันก็เป็ นการสู ร้ บอย่างต่อเนื่ อง เพื่ อให้เทรดแล้วมีกาไรสม่ าเสมอ


คุณต้องมุง่ มัน่ ที่จะมีการปรับปรุ งตัวเองตลอด อย่าพอใจกับระบบการเทรด แต่ผมไม่ได้บอกว่า "ให้มองหาข้อผิดพลาดจากระบบ" ผมแค่อยากสื่ อว่า.... ทุกระบบและเทรดเดอร์สามารถปรับปรุ งกันได้ ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยูต่ ลอด คุณต้องหมัน่ พัฒนาตัวเองเพื่ อที่จะตามมันให้ทนั , มุง่ มัน่ ที่จะมีระเบียบวินัยมากขึ้น และเรี ยนรู จ้ ากความผิดพลาดของคุณ ใช่, แม้แต่เทรดเดอร์ผูเ้ ก๋าเกมส์ก็ยงั คงทาผิดพลาดสุดโง่ ดู Jesse Livermore สิ (และผมขอแนะนาให้คุณอย่าเพียงแค่อา่ นหนังสื อของเขา, แต่ให้ศึกษาและ หวาดกลัวต่อวิธีการที่ผูช้ ายคนนี้ ทาลงไป) Livermore เป็ นนักค้าหุน้ และสิ นค้าโภคภัณฑ์ในช่วงต้นปี 1900 เขาเริ่ มต้น ด้วยเงินน้อยนิ ดและเทรดจนทาเงิ นได้หลายล้าน แต่ยงั คงสูญเสี ยมันในบัน้ ปลาย ในอีกมุม, เขาเป็ นหนึ่ งในเทรดเดอร์ท่ ีย่ ิงใหญ่ท่ ีสุดในตอนที่ยงั มีชีวิตอยู ่ แต่ในอีกด้าน, เขาเป็ นคนที่อนั ตรายในแง่ท่ ีเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตวั เองได้ การมีเงินในบัญชีเป็ นล้านแล้วทาให้มนั สูญเสี ยไปหมดได้น่ ี , คนทัว่ ไปต้องได้คิดแล้ว ว่า, ประสบการณ์น้ ี มันเจ็บปวดมากพอแล้ว และต้องไม่ทาผิดซา้ อีก? แต่เมื่ อความเจ็บปวดของเขาเริ่ มต้นจากรอยขีดข่วน, ก็กลับไปทาเงินล้านได้ อีกครัง้ , แต่มนั น่าเศร้า, เขาทาตัวเองให้หมดตัวอีกครัง้ โดยที่เขาไม่สามารถกลับมา เอาชนะตลาดได้อีกแล้ว


ปกติแล้ว, การขาดทุนหนักจนหมดตัวจากการเทรดที่ไม่ดีครัง้ เดียว, คุณก็ ต้องรู ส้ ึ กตัวจากสัญญาณเตื อนนั้นแล้ว ถ้าสามารถกลับมาได้, คุณต้องพยายาม รักษาเงินก้อนใหม่นั้นให้อยูน่ านที่สุด เพราะคุณต้องรู ส้ ึ กเข็ดขยาด

ทุกคนสามารถทาผิดพลาด, แต่การที่ไม่ได้เรียนรูจ้ ากมันนัน้ -ถือเป็ นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นในขณะที่ลิเวอร์มอร์เป็ นคนชัน้ หัวกระทิ , เป็ นเทรดเดอร์ระดับท็อปที่ไม่ เคยให้เวลามากพอกับจิตวิทยาของตัวเอง หากเขาได้ใส่ใจทางานในการวางแผน จัดการเงินทุนและปฏิ บตั ิตามแผนอย่างเคร่งครัดในทุกการเทรด เขาจะไม่มีจุดจบไม่ สวยแบบนี้ แน่ บทเรี ยนที่ได้จากลิเวอร์มอร์คืออะไร? ถึงแม้คุณจะกลายเป็ นเทรดเดอร์ท่ ี ประสบความสาเร็ จ, แต่ก็มีสกั วันหนึ่ งแน่ๆที่ความผิดพลาดอย่างร้ายแรง-ก้าว ออกมาทาร้ายคุณ ดังนั้นให้เพียรรักษาระดับอารมณ์ให้อยูใ่ นระดับสูงและตัง้ ใจเทรดแต่ละครัง้ ให้ เนี ยนที่สุด, คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงการทาความผิ ดพลาดครัง้ ใหญ่หลวงได้

กว่าจะกลายเป็ นเทรดเดอร์ท่ ีรอบรู ,้ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กนั นะ? มันก็ ไม่ได้เป็ นเวลาที่ระบุตายตัวหรอก, แต่ผมจะบอกเป็ นกฎทัว่ ไป, ดังนี้ :


0-1 ปี : * ทางาน(เทรด+หาความรู )้ เพื่ อหาว่าคุณมีความยินดีท่ ีจะใช้เวลาและพยายาม ในการหาระบบที่ใช้งานได้และยังเหมาะกับบุคลิกภาพคุณด้วย * อ่านหนังสื อพื้ นฐานเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุน้ แต่อย่าเพิ่งคิดว่า "มัน ช่างน่าสนใจจริ งๆ, เดี๋ ยวลองทาดูพรุ ่งนี้ เลย" แต่ให้พยายามเข้าถึงจิตใจของเทรด เดอร์ ให้รับความรู ส้ ึ กในถึงการใช้เวลาและความพยายามของพวกเขา, ก่อนที่จะ กลายเป็ นเทรดเดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จ, กี่ครัง้ ที่พวกเขาเจออุปสรรค? คาแรคเตอร์แบบไหนที่ทาให้พวกเขากลายเป็ นเทรดเดอร์ท่ ีดี? * เข้าร่วมฟังสัมนาบ้าง แต่อย่าไปฟั งหัวข้อประเภท "ความลับของ ตลาดหลักทรัพย์จะถูกเปิ ดเผย" เพราะการเผยความลับก็คือมันไม่ใช่ความลับ อีกต่อไป, ให้เข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับทักษะการอ่านกราฟหุน้ ขัน้ พื้ นฐาน, จิตวิทยา การเทรด, money management ฯลฯ .. และให้บนั ทึกข้อมูลการติดต่อของ ผูบ้ รรยายไว้เพื่ อสอบถามความรู เ้ พิ่มเติม * ฝึ กดูกราฟตามเว็บฟรี , หาจุดร่วม-จุดต่างจากทัง้ กราฟหุน้ และดัชนี ช่วงนี้ ไม่ตอ้ งทาอะไร(อย่าเพิ่งซื้ อขาย) แค่สงั เกตก็พอ * ซื้อหนังสือพัฒนาตัวเอง อาจจะเป็ นหนังสื อที่สร้างแรงบันดาลใจหรื อ งานที่คล้ายกันและปฏิ บิตตามมัน บอกได้เลยว่า, ชีวิตและการเทรดของผมดีข้ ึนมากตัง้ แต่ผมเริ่ มใส่ใจตัง้ แต่วิธี คิดของตัวเอง เพราะสิ่ งนี้ จะช่วยในการหาระบบที่เหมาะกับตัวผมเอง


ในตอนท้ายของปี ที่ 1, คุณควรรูว้ ่าการซื้อขายแบบไหนที่ เหมาะสาหรับคุณ และเทคนิ คการซื้อขายแบบไหนที่ควรให้ความ สนใจมากที่สุด ทามันอย่างเป็ นธรรมชาติ , เพราะมันต้องเหมาะกับบุคลิกภาพ ของคุณ แต่ถา้ หากในที่สุด,คุณพบว่าการเทรดนัน้ ไม่เหมาะกับตัวคุณ เลย! ถือเป็ นเรื่องที่ดีสุดๆ! คุณจะประหยัดเวลาและเงินได้เป็ น จานวนมาก เพราะการเทรดมันไม่ได้เหมาะสาหรับทุกคนหรอกนะ ผมเองก็รูว้ า่ มีเทรดเดอร์บางส่วนต้องกลับไปที่จุดเริ่ มต้นหากพวกเขาต้องการ ที่จะประสบความสาเร็ จ มันน่าเศร้าเพราะพวกเขาเทรดมาก็หลายปี แล้ว ก่อนหน้า นั้นเขาเป็ นคนแจกเงินให้กบั ตลาดมาโดยตลอด

ปี ที่ 2: * เปิ ดบัญชีเงินสด(cash balance)ด้วยจานวนเงินน้อยๆ นี่ คื อค่าธรรมเนี ยม เพื่ อการเรี ยนรู ้ คิดไว้เลยว่าคุณจะไม่เสี ยดายถ้าคุณขาดทุนมันไปหมดเกลี่ยง * ให้อา่ น, ศึ กษา, เข้าร่วมการสัมมนาและสอบถามเทรดเดอร์ผูป้ ระสบ ความสาเร็ จ * พัฒนารู ปแบบของการซื้ อขายที่คุณมีความสะดวกสบาย ทดสอบย้อนกลับ ด้วยตนเองและรับความรู ส้ ึ กที่มีตอ่ จานวนเงินที่เข้าเทรด, ความสม่ าเสมอและ จานวนของการซื้ อขายที่ระบบของคุณกาหนด


พยายามหาวิ ธีการที่ให้ความคุม้ ค่าสุด คื อดูอตั ราการชนะต่อการเทรดใน 10 ครัง้ เป็ นอย่างน้อย คิดเป็ นสัดส่วนได้เท่าไหร่ ถ้าแพ้ครึ่ งชนะครึ่ ง, คุณจะต้องรู ว้ า่ มี อะไรผิดปกติอยูต่ รงไหน พยายามทดสอบให้ครบทุกจุดของรอบการขึ้นลงของตลาด เพราะระบบที่ดี ที่สุดต้องชนะทุกสภาวะ * พัฒนาแผนการเทรด (อ่านบทที่ 2 อีกครัง้ ) โดยหาแนวทางที่มนั อานวย ความสะดวกให้ตวั เองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ นไปได้ * พยายามจับสังเกตกราฟหุน้ ว่ามีจุดร่มอะไรบ้าง * ถ้าคุณรู ส้ ึ กสะดวกสบายในการเทรดก็ให้ลงมื อ แต่ใช้เงินน้อยๆก่อน ผมไม่ เชื่ อมัน่ ในการซื้ อขายบนกระดาษ(paper trade)เลยนะ เหตุผลง่ายๆก็คือ, คุณไม่มี มีอารมณ์ร่วมขณะที่เล่นเกม ดังนั้นใช้เงินจริ งดีกว่า

หัวใจหลักของการเทรดก็คือการทาตามกฎ, การได้กาไรหรือ ขาดทุนนัน้ ไม่ใช่ประเด็นสาคัญ แม้การเทรดด้วยเงินจานวนน้อยๆ มันดูเหมือนว่าไม่ได้อะไร เป็ นชิ้นเป็ นอัน แต่ก็ทาให้เรารูว้ ่า - ฉันจะตอบสนองอย่างไรเมื่อขาดทุน? - ฉันสามารถทาตามกฎได้อย่างไร? - ระบบของฉันทางานได้ดีในระยะยาวหรือไม่?


ปี ที่ 3: คุณควรจะมีระบบที่เหมาะกับคุณ และเริ่ มต้นที่จะทากาไรก้อนเล็กๆ จาก ตลาดให้ได้กอ่ น หากคุณยังคงพบว่าตัวเองยังขาดระเบียบวินัยในการปฏิ บตั ิตามสัญญาณ, ก็ ให้ตงั้ คาถามว่าทาไม แล้วกลับไปฝึ กให้ตวั เองมีระเบียบวินัยมากขึ้น คุณจะพบว่าการขาดทุนเป็ นสิ่ งที่ยอมรับได้ตราบเท่าที่คุณสามารถจัดการ ความเสี่ ยงนั้นให้อยูม่ ื อ

ปี ที่ 4: ถึงตอนนี้ , ถ้าคุณยังคงมีเงินเหลื อและยังเทรดในตลาดได้, คุณควรจะมีกาไร ที่สม่ าเสมอและรู จ้ กั ตัวเองดีพอที่จะทาการเรี ยนรู อ้ ย่างต่อเนื่ อง ให้มองการเรี ยนรู เ้ พื่ อการเทรด, เป็ นเรื่ องเดียวกันกับการศึ กษาในระดับ ปริ ญญาตรี ในมหาวิทยาลัยตลาดหุน้ คุณยิ นดีที่จะเสียสละ 4 ปี เพื่อที่จะเรียนรูก้ ารเทรดหรือไม่? ถ้าไม่ยินดี , ก็ให้เดินออกไปตัง้ แต่ตอนนี้ แต่หากคุณยอมรับว่าสละได้, ก็ลงมือทาได้เลย หากคุณต้องการเป็ นเทรดเดอร์ระดับท็อป, ยังมีงานอีกมากที่ตอ้ งทา


นิ สยั ที่ 5: มีความเชื่ อทางบวกต่อตัวเอง ควรมีความเชื่ อที่แข็งแกร่งไม่เพียงแต่ในระบบที่คุณเทรด, แต่ตอ้ งรวมถึงวินัย ของคุณเพื่ อดาเนิ นการซื้ อและขายให้เนี ยนที่สุด, เพราะมันคื อความจาเป็ นที่จะไปสู ่ ความสาเร็ จในการเทรด เทรดเดอร์ระดับท็อปรู ว้ า่ วินัยจะถูกแสดงออกในรู ปแบบของการทาตามกฎ, ซึ่งเป็ นสิ่ งที่สาคัญในการเทรด และผลตอบแทนในตัวเงินเงินถื อเป็ นเรื่ องรอง เพราะ ถ้าคุณไม่สามารถทาตามสัญญาณทัง้ เข้าและออกโดยปราศจากคาถาม หากคุณมี ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว-คุณจะคื นกาไรที่เคยได้ ให้กบั ตลาดไปจนหมด การมีความเชื่ อทางบวกต่อตัวเอง, มันเกิดจากจากการทาตามกฎซา้ ๆ จน เป็ นนิ สยั ใช้ระบบการเทรดของคุณในการทดสอบย้อนหลังไปแบบยาวๆ และหมัน่ วิเคราะห์ตนเองอย่างต่อเนื่ อง คุณจะไม่สามารถทาตามระบบถ้าคุณมีขอ้ สงสัยในใจ นั่นเป็ นเหตุผลที่ผูค้ น จานวนมากที่ซ้ ื อระบบเทรดจากคนอื่ น ประสบความล้มเหลว เมื่ อระบบที่เขาซื้ อมาทาให้เขาขาดทุน, มันก็จะถูกโยนทิ้ง และเขาก็ตงั้ หน้า ตัง้ ตาค้นหาระบบใหม่ไปเรื่ อยๆ


แต่หากเทรดเดอร์ท่ ีมีความเชื่ ออย่างมัน่ คง จะทราบว่าระบบมันก็มีบางจังหวะ ที่ขาดทุนอยู ่ เขารู ม้ าก่อนและนั่งรอเล่นในจังหวะที่เขาชอบและแม่นที่สุด ก็ สามารถทาเงินได้มากมายจากจังหวะนั้น เพียงแค่การทาฐานให้แน่นตามบทที่ 4,เทรดเดอร์จะมีความมัน่ ใจในระบบ ของตัวเอง ว่ามันจะต้องรองรับข้อมูลของตลาดได้ในทุกกรณี นี่ คื อเหตุผลที่แม้แต่ เทรดเดอร์ท่ ีมีช่ ื อเสี ยงก็ยงั มีการขาดทุน ส่วนใหญน่าจะเคยทราบว่า George Soros ตานานยิ่งใหญ่ท่ ีมีชีวิตอยู,่ ชาย ผูท้ ่ ีทาเงินเป็ นพันล้านในปี 1980 และปี 1990, แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่เขาขาดทุน มหาศาลเช่นกัน กองทุนสารองเลี้ยงชีพของเขาสู ญเงินเป็ นพันล้าน สิ่ งเหล่านี้ ไม่ สร้างความราคาญให้กบั เขาหรอก เพราะเขารู ว้ า่ สไตล์การเทรดของเขาจะต้องผ่าน ช่วงเวลาที่กาไรและขาดทุน เช่นเดียวกับโลกของเราที่มีกลางคื นและกลางวัน เมื่ อมีชว่ งเวลาสู ญเสี ยก็ มักจะตามมาด้วยช่วงเวลาที่กาไร แต่ก็ยงั มีเทรดเดอร์จานวนมากที่โยนในผ้ายอมแพ้ หลังจากขาดทุนไปแค่สองสามครัง้ ส่งผลให้พลาดจังหวะที่ระบบนั้นทากาไรก้อน ใหญ่ให้ คุณเชื่ อสิ่ งใดก็จะได้รับสิ่ งนั้น ถ้าคุณมองแต่ปัญหาของตัวเอง, คุณก็จะ พบว่ามันมีรากของความเชื่ อที่ผิดพลาดและข้อจากัด ดังนั้นหากคุณมีปัญหา เกี่ยวกับผลการเทรดของตัวเอง, ก็ให้ทดสอบความเชื่ อของคุณเกี่ยวกับการซื้ อขาย นั้น ถ้าลึกลงไปคุณจะมีความรู ส้ ึ กเชิงลบเกี่ยวกับการซื้ อขาย, หรื อการทาเงิน, หรื อ


คุณขาดความมัน่ ใจในระบบที่คุณกาลังติดตาม, หรื อแม้แต่ตวั ของคุณเอง ก็ให้หยุด การเทรดและกลับไปสื บหาว่าทาไมถึงเป็ นเช่นนั้น ผมแน่ใจว่าใครก็ตามที่ถูกบังคับให้เทรดแบบการพนัน หากขาดทุนเป็ น จานวนมาก ก็จะกล่าวโทษตลาดและคนอื่ นที่แนะนาหุน้ ให้เขา, แต่ลึกลงไปถ้าพวก เขาวิเคราะห์ความเชื่ อของตัวเองเกี่ยวกับการซื้ อขาย ก็อาจจะยอมรับว่าพวกเขา เห็ นว่าตลาดหุน้ เป็ นคาสิ โนขนาดใหญ่

หากความเชื่อของคุณเกี่ยวกับการทาเงินเป็ นเชิ งลบแล้ว, มัน ยังจะมีวิธีที่คณ ุ สามารถคาดหวังที่จะทาเงินในหุน้ ได้อีกหรือ? ผมเคยได้ยินเรื่ องของเทรดเดอร์เรี ยกใช้บญ ั ชีในวงเงินสูงสุด เช่น $1 ล้าน, จากนั้นก็สูญเสี ยมันทัง้ หมด พวกเขาได้ทาซา้ หลายๆ ครั้งก่อนที่จะขอความ ช่วยเหลื อจากผูร้ ู ้ โดยส่วนใหญ่, มักจะพบว่าบางคนฝังใจ+มีความเชื่ อในเชิงลบเกี่ยวกับการทา เงินให้ได้มากๆ - ซึ่งส่งผลให้พวกเขากดปุ่มทาลายตัวเองไปโดยไม่รุต้ วั ดังนั้นคุณควรถามตัวเองว่า - ความเชื่ อเกี่ยวกับการเทรดของคุณคื ออะไร? - คุณได้พร่ าบอกว่าการเทรดเป็ นเกมที่ไม่มีทางชนะใช่หรื อไม่? - มันเป็ นการพนันหรื อเปล่า? - คุณไม่สามารถเอาชนะมันได้จริ งหรื อ? - การเกาะติดแนวโน้มไม่เวิร์คจริ งหรื อ ฯลฯ ...


คุณเชื่ อสิ่งเหล่านี้ มยั้ ? ให้เขี ยนลงไปในสิ่งที่คุณเชื่ อเกี่ยวกับการเทรด - ผลตอบแทนแบบไหนที่คุณคิ ดว่าเป็ นไปได้? - เวลาและความพยายามมากแค่ไหนที่คุณเชื่ อว่าต้องทุ่มเทไปในแต่ ละวันเพื่อที่จะได้รบั ค่าใช้จ่ายรายวัน? ตอนที่ผมเริ่ มเทรดครัง้ แรก, ผมรู ส้ ึ กว่าตัวเองจาเป็ นต้องทางานชัว่ โมงแล้วชัว่ โมง เล่าทุกวัน เพื่ อตรวจสอบราคาอย่างต่อเนื่ อง, โทรหาโบรคเกอร์, อ่านรายงาน, ฟัง ข่าว ฯลฯ .. ทาไม? เพราะผมเชื่ อว่าผมต้องทางานอย่างหนักเพื่ อได้รับค่าจ้าง มันใช้เวลานานที่จะสลัดความเชื่ อที่วา่ นั้นออกไปได้ หากคุณเชื่ อว่ามันค่อนข้างง่ายที่จะทากาไร 50% จากการลงทุนในตลาดหุน้ ปี แล้วปี เล่าด้วยความเสี่ ยงที่ต่ ามาก และใช้เวลาเพียงสิ บนาทีตอ่ การทางานหนึ่ งวัน เท่านั้น-มันสามารถเป็ นไปได้ สิ่ งที่คุณจะต้องทางานต่อคื อ-หาวิธีให้ได้วา่ มันควรจะ ทาแบบไหน ในทางกลับกัน, หากคุณเชื่ อว่าเพียงแค่การทางานสิ บนาทีตอ่ วันเพื่ อค่าจ้าง. มัน ก็เป็ นวิธีท่ ีข้ ีเกียจเกินที่จะประสบความสาเร็ จ และคุณรู ส้ ึ กอึดอัดกับเรื่ องนี้ แล้วคุณ จะต้องคิดหาคาตอบในความขัดแย้งนี้ ก่อนที่คุณจะสามารถได้รับการแก้โจทย์ เหล่านั้น


ผมแนะนาให้คุณเลื อกความเชื่ อของคุณอย่างชาญฉลาด ในทุกปัญหาเกี่ยวกับ การซื้ อขายของคุณเป็ นทัง้ ปัญหาและวิธีการแก้อยูใ่ นตัวของมันเอง เทรดเดอร์ ระดับท็อปรู เ้ รื่ องนี้ ดีท่ ีสุด หากพวกเขาผ่านระยะเวลาของการขาดทุนที่ยาวนานได้, ก็จะเริ่ มการวิเคราะห์ ความเชื่ อของตัวเอง เข้าไปสารวจภายในใจ(ไม่ใช่นอกกาย)เพื่ อหาคาตอบนั้น คุณจะทาอย่างไรเพื่ อพัฒนาความเชื่ อในเชิงบวกของตัวเอง? สาคัญที่สุดคื อ คุณต้องใช้เวลาเพื่ อกระบวนการนี้ ให้มากที่สุด (โปรดดูบทก่อนหน้า.) คุณจะต้องเริ่ มต้นด้วยการยอมรับความรับผิดชอบทัง้ หมดสาหรับทุกการเทรด ต้องยินดีท่ ีจะสละเวลาจานวนมากเพื่ อหาและการทดสอบระบบการเทรด ส่วนที่เหลื อจะมาจากประสบการณ์ คุณต้องใช้ประสบการณ์เป็ นปี ๆเพื่ อที่จะพัฒนา ความเชื่ อ แต่ทาอย่างไรคุณถึงจะได้รับประสบการณ์การจากการเทรดล่ะ? ก็โดย การอยูใ่ นเกม การเทรดด้วยวงเงินที่เสี่ ยงน้อยในช่วงเริ่ มต้น-มันดูเหมื อนว่าแทบจะ ไม่คุม้ ค่าสาหรับเวลาเป็ นปี เลยใช่มยั้ แต่ให้มองการเทรดเป็ นงานที่คุณต้องทา ต่อเนื่ องไปถึง 20 ปี สิ กรุ งโรมไม่ได้สร้างเสร็ จภายในวันเดียวหรอกนะ


นิ สยั ที่ 6: มองการเทรดเป็ นการทาคะแนน, ไม่ใช่การทาเงิน ลื มเรื่องจานวนเงินไปซะ มันดูแลตัวมันเองได้ สิ่งที่ตอ้ งกังวลที่สดุ ก็คือ "คุณทาตามกฎได้ดีแค่ไหน" จริ งๆแล้ว, สิ่ งที่ผมอยากบอกมากที่สุดก็คือ "แค่ทาตามกฎที่ คุณมี ความเชื่ อ อย่างสุ ดใจและลื มสิ่ งอื่ นให้หมด" คุณจะทาเช่นนั้นได้ยงั ไง-ในเมื่ อเราต้องใช้เงิ นในการซื้ อขาย? ลองจินตนาการดูสกั นิ ดนะ, ลองแสร้งทาเป็ นว่ามันไม่ได้เป็ นเงิน มันเป็ นเพียงแค่ การเล่นเกม และยอดเงินในบัญชีของคุณหมายถึงคะแนน หยุดนับยอดเงินทุกๆ เวลาที่ตลาดเคลื่ อนที่ และไปโฟกัสที่การปฏิ บตั ิตามกฎของคุณให้ราบรื่ นที่สุด เมื่ อคุณสามารถทางานในระดับนี้ ได้, ไม่เพียงแต่ผลกาไรของคุณจะทะยาน ขึ้นไปในระยะยาว ความเครี ยดในขณะเทรดก็หมดไปด้วย ถ้าทาแบบนี้ ได้, คุณจะไม่มีความคิดที่วา่ "ว้าววว..ฉั นทาเงิ นได้ขนาดซื้ อรถ ใหม่ได้คนั นึ งเลยนะเนี่ ย" หรื อ "อ๊ากกซ์...เงิ นสาหรับเที่ ยววันหยุดของฉั นหมดไป แล้ว" ในขณะที่ราคากาลังแกว่ง แต่เชื่ อเถอะ-ไม่มีใครทาแบบนี้ ได้สาเร็ จหรอก ผมเคยเป็ นแบบนี้ ในช่วงวันแรกๆ ผมจะจิตตกเมื่ อเห็ นตัวเองขาดทุน $500 และวันต่อมาผมกาไร $500 ก็จะมีชีวิตชีวาขึ้นมา แม้วา่ ผมจะประสบความสาเร็ จ


จากการเทรดด้วยวิ ธีน้ ี ก็ตาม, แต่ผมก็ไม่ได้มีความสุ ขกับมันนัก และจาเป็ นต้องเลิก ทาแบบนั้นไปในที่สุด มาถึงตอนนี้ , ด้วยระบบการซื้ อขายที่มีความเสี่ ยงต่ าแต่ผลตอบแทนสูงของ ผม, ผมจะใช้เวลาเพียง 5 นาทีเพื่ อเช็คกราฟตอนสิ้ นวัน และผมจะถามตัวเองว่า "ฉั นควรจะซื้ อ, ขายหรื อถื อ ตามกฎของฉั น" และผมจะให้เวลาตัวเอง 10 วินาที เพื่ อทาในสิ่ งที่ควรทา ผมไม่ได้เป็ นเทรดเดอร์อีกต่อไป - แต่เป็ นแค่ผูท้ าตามกฎ นั่น เป็ นวิธีท่ ีผมรู ส้ ึ ก (นี่ คื อเหตุผลว่าทาไมผมถึงมีเวลาเขียนหนังสื อได้อย่างมากมาย) จากการได้อา่ นหนังสื อ Market Wizards I และ II, มีคุณลักษณะที่โดด เด่นที่ผมสังเกตเห็ นในเทรดเดอร์ระดับท็อปทัง้ หลายก็คือ พวกเขาไม่เคยเห็น ตลาดหุน้ เป็ นกล่องเงินสด แต่มนั เป็ นเพียงวิธีการทาธุรกิจเท่านั้น ชื่ อของ ธุรกิจคื อการปฏิ บตั ิ ตามกฎและทาแต้ม คุณจะกลายเป็ นเทรดเดอร์ระดับท็อปไปไม่ได้, หากคุณมองทุกติ๊กเกอร์ใน กระดานหุน้ เป็ นยอดกาไรและขาดทุนในทุกๆช็อต หากกาไรและขาดทุนทาให้คุณมีทุกข์และสุ ข อารมณ์ความรู ส้ ึ กก็เป็ นส่วน หนึ่ งของเครื่ องมื อทาลายการเทรดของคุณให้ลม้ ไม่เป็ นท่า ดังนั้นถ้าคุณอยากจะ เป็ นผูช้ นะ, คุณก็ตอ้ งกาจัดอารมณ์จากการเทรดให้ได้ แล้วจะทายังไงล่ะ? มันง่ายมาก, คุณก็แค่ "ทาตามกฎ" แล้วจะทาตามกฎได้ยงั ไง?


ก็ทาให้มนั เป็ นองค์ประกอบที่สาคัญสุดของการเทรดของคุณน่ะสิ จงลื มเรื่ องจานวนเงินไปซะ มันดูแลตัวมันเองได้ สิ่ งที่ตอ้ งกังวลที่สุดก็คือ "คุณทาตามกฎได้ดีแค่ไหน" ถ้าคุณอยากอ่านหนังสื อสักเล่มเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุน้ แล้ว ผมอยาก ให้คุณอ่าน: "How I Made $2 million" โดย Nicolas Darvas ผมรักหนังสื อเล่มนี้ มาก, เพราะเมื่ อคุณอ่านมันหลายๆครัง้ อย่างผม (50 ครัง้ เป็ นอย่างน้อย) คุณจะเริ่ มตระหนักถึงวิ ธีการที่ดีผูช้ ายคนนี้ เปลี่ยนการเทรดของเขา, จากเทรดเดอร์ท่ ีจิดตกเพราะขาดทุน ไปเป็ น หุน่ ยนต์, ระเบียบวินัย, เครื่ องทาเงิน, การแพร่พนั ธุ ,์ หุน่ ยนต์ อะไรที่ทาให้เขาประสบความสาเร็ จได้ นอกเหนื อไปจากการรับผิดชอบอย่าง เต็มเปี่ ยม, พัฒนาระบบที่เหมาะกับแผนของเขา, การวางแผนการเทรดและ วางรากฐานทางความรู อ้ ย่างแน่นหนา เหตุผลที่แท้จริ งที่เขาทาเงินได้อย่างมากมาย-ก็คือเขาไม่เคยมองเงินใน ความหมายแบบคนทัว่ ไป เขามีชุดของกฎและเมื่ อมันส่งสัญญาณซื้ อ, เขาก็วางเงิน ไปตามสัดส่วนที่แผนเอาไว้ มันจึงไม่แตกต่างระหว่าง $5,000 หรื อ $500,000 มันเหมื อนกันทัง้ หมด สาหรับเขา เขาแค่หยุดนับเงินและปฏิ บตั ิตามกฎของเขาอย่างไม่มีขอ้ แม้ ผมอยากอธิ บายเนื้ อหาที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการซื้ อขายของผม


....มีครัง้ หนึ่ ง Darvas ใช้เงิน $350,000 ซื้ อหุน้ ตัวนึ งที่ราคา $53 1/2 จากนั้นมัน ก็ว่ ิงขึ้นไปสูงกว่า $100 และนายหน้าของเขา ก็สง่ โทรเลขมาหาด้วยข้อความว่า: "ตอนนี้ คุณทากาไรได้ $250,000 แล้วนะ" ตอนนั้น Darvas เริ่ มตระหนักว่าใน ขณะนั้นเขาเริ่ มยุง่ เกินกว่าที่จะทาตามกฎของเขาแล้ว เริ่ มลื มทุกอย่างเกี่ยวกับ แผนการสร้างผลกาไรที่เคยเขียนเอาไว้กอ่ นหน้านี้ ตอนที่ได้รับโทรเลข, ก็รูว้ า่ ถ้า ขายหุน้ ออกมาในทันทีนั้น เขาก็จะกลายเป็ นเศรษฐีทนั ที (ตอนนั้นคื อปี 1950) ดังนั้น, ทุกส่วนร่างกายของเขาบอกว่า "ขายมันซะ! ทิ้งกฎ และเอากาไร ออกมา" โชคดีท่ ีกอ่ นจะตัดสิ นใจ, เขาใช้เวลาเดินไปรอบๆ ปารี ส เพื่ อคิดหาข้อสรุ ปว่า จะทาอย่างไร ขณะนั้นก็ผุดคาถามเหล่านี้ วนเวียนขึ้นมาในหัว เช่น ถ้าหุน้ ตกจะทา ยังไง? ฉันควรจะขายเพื่ อให้แน่ใจว่าได้กาไรที่แน่นอนดีกว่ามัย้ ? ฉันจะทาลายกฎ ครัง้ นี้ เพียงครั้งเดียวได้มยั้ ? แต่ในที่สุดเขาก็ตดั สิ นใจที่จะไม่ขาย และยึดติ ดกับกฎของตัวเอง ซึ่งมันทาได้ ง่ายมาก และเขาก็พิสูจน์ได้วา่ คิดถูก ในสัปดาห์ถดั ๆไปราคาหุน้ ยังคงเพิ่มขึ้น นั่นทา ให้เขามัน่ ใจในการยึดมัน่ ต่อกฎ อันจะช่วยให้เขาทากาไรได้มากขึ้น....... ถ้าเขามัวแต่เช็ คยอดเงินที่ได้จากการเทรดทุกๆวัน, ผมเดาได้เลยว่า Darvas จะไม่มีทางถือหุน้ ได้ยาวนานขนาดนี้ การได้อา่ นเรื่ องราวแบบนี้ ถื อเป็ นสิ่ งที่เลอค่ามากสาหรับผม


จากวันนั้นถึงวันนี้ , เมื่ อผมเข้าเทรดและรู ส้ ึ กอยากเลี่ยงกฎ โดยบอกตัวเองว่า "แค่ครั้งเดี ยวเองน่า" แต่เพราะผมได้รับบทเรี ยนมามากพอที่จะเข้าใจว่า ผมไม่ควร แหกกฎแม้แต่ครัง้ เดียว ผมได้เรี ยนรู ส้ ่ ิ งนี้ จากการเปลี่ยนมุมมองจากตัวเงินให้ เห็ นในรู ปของแต้มคะแนนแทน อะไรที่แยกว่าใครเป็ นผูช้ นะหรือผูแ้ พ้? มันไม่ใช่ความรูอ้ ย่างแน่ นอน ผมเชื่ อว่าสิ่งที่แยกผูช้ นะออกจากผูแ้ พ้อย่างแท้จริงก็คือ ความสามารถในการปฏิ บตั ิ ตามกฎของคุณ โดยไม่มีขอ้ ยกเว้น, โดยไม่คานึ งถึงสภาพการณ์

.............แต่ก็มีเทรดเดอร์นอ้ ยคนมากที่มีวินัยในการทาเช่นนี้


นิ สยั ที่ 7 ให้การเทรดให้เป็ นส่วนหนึ่ งของชีวิตที่สมดุล การเทรดเป็ นอาชี พที่เครียดมาก, ไม่วา่ จะประสบความสาเร็ จหรื อไม่ก็ ตาม เมื่ อใครสักคนต้องเผชิญกับการได้กาไรและขาดทุน ด้วยการรับรู ข้ องเขาเอง จะทาให้เกิดความเครี ยดได้อย่างมหาศาล คุณต้องทาทุกอย่างเพื่ อขจัดความเครี ยด อย่างสุดความสามารถ ผมไม่เคยพบหรื อได้ยินว่าเทรดเดอร์ประสบความสาเร็ จในอาชีพนี้ ด้วย ความเครี ยดสูง ในความเป็ นจริ งมันตรงข้ามกันเลย ส่วนใหญ่ท่ ีผมได้พูดคุยด้วย, จะเป็ นคนที่ผอ่ นคลายและมัน่ ใจ ผมคิดว่านี่ คื อสิ่ งแรกที่ทาให้พวกเขาประสบความ สาเร็ จได้ จากที่ผมอ่าน Market Wizards' (เขียนโดย Jack Swager) เขาบอกว่า หนึ่ ง ในปัจจัยร่วมที่เทรดเดอร์ชนั้ ยอดมี, ก็คือความสามารถในการตัดการเชื่ อมโยง ระหว่างตัวเองกับตลาด พวกเขาเหมื อนจะไม่คอ่ ยแยแสกับหุน้ ที่เขาถื ออยูเ่ ลย ด้วยซา้ คิดดูสิวา่ , พวกเขาเหล่านี้ เทรดด้วยเงิ นนับร้อยล้านเหรี ยญในแต่ละครัง้ เลย นะ ขณะที่เทรดเดอร์ท่ ีผมรู จ้ กั เป็ นส่วนใหญ่จะตื่ นเต้นมากเมื่ อต้องถื อหุน้ แค่เพียง สองสามร้อยดอลลาร์


ผมรู ว้ า่ ผลการเทรดของตัวเองจะได้กาไรมหาศาล เมื่ อผมไม่เสี ยเวลาไปกับ ความพยายามที่จะควบคุมตลาด การควบคุมตลาดที่วา่ นี้ , มันหมายถึงการจ้องมองราคาและดูกราฟ ตลอดเวลานั่นแหละครับ ผมเอาเวลาไปเรียนเทนนิ ส, วิ่ง, อ่านหนังสือ, เขี ยน หนังสือ กระทัง่ ทาธุรกิจอื่น ๆ เพียงเพื่อให้ตวั เองไม่ตอ้ งใช้เวลาไปโฟกัส ตลาดทัง้ วัน เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ปรับปรุงผลการเทรดได้อย่างมาก แต่มนั ยัง ยกระดับคุณภาพชี วิตของผมด้วย เทรดเดอร์ระดับท็อปสามารถทาใจให้เย็นในสถานการณ์ท่ ีเสี่ ยงสูงได้ยงั ไง? ลองทบทวนหนังสื อเล่มนี้ อีกครัง้ : 1) พวกเขาตัดสิ นใจมานานแล้วที่จะรับผิดชอบและรู ว้ า่ จะทายังไง 2) พวกเขามีระบบที่เหมาะกับพวกเขา 3) พวกเขาวางแผนการเทรดด้วยรายละเอียดที่ชดั เจนกันทุกคน (แต่คุณจะ ไม่ทามันเหรอ, ถ้าคุณต้องถื อหุน้ มูลค่า $50 ล้าน?) ที่สาคัญกว่านั้นคื อ, เมื่ อมี เหตุการณ์ท่ ีตอ้ งตัดสิ นใจเกิดขึ้นมา, พวกเขาต้องทาปฏิ บตั ิตามกฎ 4) พวกเขาได้วางรากฐานอย่างเป็ นระบบและทาอย่าต่อเนื่ อง 5) พวกเขามีความมัน่ ใจทัง้ ในระบบที่ตอ้ งทาตามและทักษะของตนเองในการ ดาเนิ นการได้อย่างไม่มีท่ ีติ 6) พวกเขามองการเทรดเป็ นเกมในที่ใช้การนับคะแนนและหยุดนับเงินมา นานแล้ว เทรดเดอร์ชนั้ นาส่วนใหญ่จะรวยมาก ดังนั้นหากพวกเขาเทรดแล้วไม่รูส้ ึ ก สนุ ก (และชนะ) พวกเขาก็แค่ออกจากการเทรดนั้น


7) ในที่สุดพวกเขาเรี ยนรู ม้ านานแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถควบคุมตลาดได้ การนั่งเฝ้าจอราคาและซื้ อหุน้ ตามคาแนะนาของ "กูรู" เป็ นระบบที่มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ท็อปเทรดเดอร์สว่ นใหญ่จะไม่ให้ชีวิตยุง่ เกี่ยวกับการเทรดมากนัก พวกเขาจะ คิดถึงความสมดุลของชีวิตเป็ นหลัก การเทรดก็ไม่แตกต่างจากด้านอื่น ๆ ของชี วิต ถ้าคุณโฟกัสอยู่กบั การเทรดมากเกินไป คุณก็จะเกิดอารมณ์ความเครียด ซึ่งนอกจากจะทา ร้ายผลการเทรดแล้ว มันอาจจะเข้ามาทาลายตัวคุณได้เช่นกัน แม้วา่ เส้นทางของคุณคื อการทาเงินล้านจากตลาด, แต่จะมันคุม้ ค่ากับทุกสิ่ ง ที่คุณจ่ายไปหรื อเปล่า? แน่นอนมันเป็ นการเดินทางที่มีความสาคัญและมันก็ไม่ไช่ แค่เรื่ องของการเดินทางไปให้ถึงจุดหมายเท่านั้น, ยังมีอะไรอยูใ่ นระหว่างการ เดินทางอีกเยอะที่คุณต้องใส่ใจ เพื่อที่จะประสบความสาเร็จในการเทรด, คุณต้องการจะมีเวลาพัก เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่และได้รบั มุมมองบางอย่างเพิ่มเติม ผมจาได้วา่ ช่วงปี แรกๆ ในการเล่นหุน้ ในตลาด ผมจะใช้เวลาทุกวัน, ทุกคื น, วันหยุดสุดสัปดาห์เพื่ ออ่าน, ศึ กษา, ดูกราฟ, พยายามหาระบบใหม่ๆ ฯลฯ .... …..พูดตรงๆเลยนะ, ผมไม่ตอ้ งการให้ทุกคนทาแบบนี้ ใช่, ผมได้เรี ยนรู ม้ าก, แต่ก็ไม่ได้ทาให้ผมประสบความสาเร็ จได้เร็ วอย่างใจ (ผมใช้เวลาถึง 5 ปี )


แต่ถา้ ผมสามารถย้อนเวลากลับไปได้ หรื อให้คาแนะนากับเทรดเดอร์มือใหม่, ผมจะทาให้ชีวิตของผมสมดุลมากขึ้น และบอกกับพวกเขาว่า "เวลาทางานก็ทาให้เต็มที่ เวลาพักก็สนุ กให้สุดเหวี่ยง" ปฏิ บตั ิตอ่ การเทรดให้เหมื อนธุ รกิจอื่ น ๆ ควรทางานอย่างหนัก ตัง้ แต่ 9 โมง เช้า -5 โมงเย็นก็พอ จากนั้นก็ปิดจอและมีชีวิตตามแบบของคุณ บางส่วนของการเทรดที่ดีท่ ีสุดของผมมาจากการวางคาสัง่ ซื้ อในตลาดและ การตัง้ ค่า Stop loss ไว้กบั โบรกเกอร์ ออกไปเที่ยวเป็ นเดื อน โดยไม่มองราคาหุน้ เลย พอกลับบ้านก็พบว่ามันมีกาไรเพิ่มขึ้น 40% คุณเชื่ อมัย้ , ว่าวิ ธีการเทรดที่งา่ ย แบบนี้ มันสร้างความประหลาดใจให้ผมมาโดยตลอด การเทรดสามารถทาลายคุณ, ถ้าคุณรูส้ ึ กว่าตัวเองสามารถควบคุม ตลาดได้ การตรวจสอบราคาแค่ส่ ี ครัง้ ต่อวันจะทาให้คุณทางานได้ดีข้ ึน แต่การ เฝ้าจอตลอดเวลา-เป็ นการเสี ยเวลาอย่างแท้จริ ง และมันจะพาคุณไปทาอะไรโง่ ๆ ได้อีกด้วย ตราบใดที่คุณวางแผนระบบของคุณและปฏิ บตั ิตามกฎเหล่านั้น, ทาไมคุณจะ เคยต้องคอยเช็คราคาระหว่างวัน ใช้เวลาอย่างชาญฉลาดบ้างสิ และการทาแบบนี้ , คุณจะมีเวลาว่างมากขึ้น การซื้ อขายหุน้ เป็ นวิ ธีการทาเงินให้ได้เป็ นจานวนมากด้วยกระบวนการที่ แปลกๆ เราถูกทาให้เชื่ อว่าหากต้องการเงินใช้ในแต่ละวัน คุณต้องตัง้ ใจทางานให้


สมกัน แต่ถา้ คุณซื้ อหุน้ ด้วยเงิน $50,000 ในราคาหุน้ ละ $ 50 และขายมันในอีก 1 ปี ตอ่ มาที่ $200 คุณทากาไรได้ถึง $150,000 ซึ่งน่าอัศจรรย์มาก เพราะคุณแค่ ใช้เวลาเพียง 30 นาทีในกระบวนการเตรี ยมและเทรด จากนั้นก็หมัน่ ตรวจสอบ ราคาโดยใช้เวลาแค่ 1 นาทีทุกวันและทาตามกฎของคุณ ยังจะมีอะไรที่ตอ้ งทานอกจากนี้ อีกหรื อ? แต่คนส่วนใหญ่จะมีปัญหา-คื อคิด ว่าต้องทางานให้หนักเท่านัน้ ถึงจะได้เงินเยอะๆ ผมมัน่ ใจว่าเมื่ อหุน้ วิ่งขึ้นไปถึง $70 เทรดเดอร์สว่ นใหญ่ก็แย่งกันขายเอากาไรมากอดกันหมดแล้ว เมื่ อได้กาไรตัว นี้ -พวกเขาก็เอากาไรที่เพิ่งได้-ไปขาดทุนกับตัวอื่ น ดังนั้น, จะมีแต่เทรดเดอร์ที่มี การจัดสมดุลทางชี วิตและเวลาที่ฉลาดเท่านัน้ ที่จะทาเงินก้อนใหญ่ได้อย่าง สมา่ เสมอ จึงอยากให้มองภาพรวมเอาไว้ ตระหนักว่าคุณไม่สามารถควบคุมราคาได้ หากคุณพบว่าตัวเอง "คันไม้คนั มื อ" อยากทางานมากขึ้น ก็ให้ไปทาเรื่ องที่หา่ งๆจาก ตลาดหุน้ ไปเลย อย่าพยายามเทรดเพื่ อให้ได้เงินและความตื่ นเต้นที่มากขึ้น ถ้าคุณ ทาเช่นนี้ , แสดงว่าคุณกาลังบังคับให้ตลาดทาสิ่ งที่เป็ นไปไม่ได้

การเทรดที่ประสบความสาเร็จและทากาไร ก็คือ: * น่ าเบื่อ * ไม่ตอ้ งพยายามมาก * ง่าย * ปราศจากความเครียด


(บทสรุป) ผมวางโครงสร้างหนังสื อในลักษณะนี้ เพื่ อให้เทรดเดอร์ (หรื อคนที่ตอ้ งการจะ เป็ นเทรดเดอร์) ได้รับพื้ นฐานทัง้ หมดสาหรับการเทรดที่ประสบความสาเร็ จ ผมหมายถึงว่ามันยังมีขอ้ มูลที่เป็ นเท็จอื่ นๆอีกมาก เกิดขึ้นทุกวัน จึ งยากที่จะ เชื่ อใครหรื อสิ่ งไหนดี ก่อนอื่นต้องถามตัวคุณเอง คาถามที่ 1) "ฉั นจะกลายเป็ นเทรดเดอร์ที่ประสบความสาเร็ จ ที่ มี เวลาว่าง มาก และมี ชีวิตที่ สมดุลมากขึ้ น ได้อย่างไร? " ตอบ: มองการเทรดให้เป็ นเกมการแข่งขัน ในรู ปแบบของแต้ม และไม่ได้ มุง่ เน้นไปที่จานวนเงิน คาถามที่ 2) "ฉั นจะทาเช่นนี้ ได้อย่างไร? " ตอบ: มีความเชื่ อในตัวเองอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่ระบบของตนเท่านั้น แต่ ต้องเชื่ อในตัวคุณเองด้วย คาถามที่ 3) "ฉั นจะไปถึ งจุดนี้ ได้อย่างไร? " ตอบ: สร้างพื้ นฐานบนระบบของคุณและตัวคุณเอง พัฒนาไปเรื่ อยๆเพื่ อให้ เข้าไกล้ความสมบูรณ์แบบ


คาถามที่ 4) "ฉั นควรจะทางานแบบไหน? " ตอบ: วางแผนสาหรับทุกเหตุการณ์ท่ ีไม่แน่นอนในทุกการเทรด และที่สาคัญ กว่านั้นคื อมีวินัยในการปฏิ บตั ิตามแผนโดยไม่มีขอ้ แม้ คาถามที่ 5) "ฉั นจะวางแผนการเทรดและพัฒนาความเชื่ อมั่นในแผนนัน้ ได้ อย่างไร? " ตอบ: เริ่ มต้นจากความผิดพลาดของคุณ แล้วสร้างระบบที่ปิดข้อผิดพลาดนั้น และมันต้องเหมาะกับบุคลิกคุณด้วย หรื ออาจจะหาระบบที่ประสบความสาเร็ จแล้ว แถมยังเหมาะสมกับบุคลิกของคุณด้วย ก็ได้ ผมหวังว่าจากการอ่าน "7 Habits of a Highly Successful Trader" คุณจะ เห็ นอะไรที่มากกว่า "ประโยคน่าเบื่ อ" ที่วา่ : "Let your profits run" "ตัดขาดทุน" "ปฏิ บตั ิตามกฎของคุณ" ถึงกระนั้น,...... ผมก็เชื่ อว่าผูอ้ า่ นส่วนใหญ่ท่ ีอา่ นมาจนถึงหน้านี้ ก็ยงั มิวายมีความคิดแบบนี้ อยู:่ “การเทรดให้ได้กาไรมันดูเหมือนง่ายมาก แต่ก็มีความยากมากกว่านะ” ผมอยากจะอธิ บายให้เข้าใจแบบนี้ :


มันจะเป็ นเรื่ องที่งา่ ยมาก, ในกรณี ท่ ีคุณสามารถพัฒนาระบบที่เหมาะกับ บุคลิกภาพของคุณ และมีวินัยในการปฏิ บตั ิตามมัน นั่นคื อทัง้ หมดที่คุณต้องการ เพื่ อที่จะเป็ นผูช้ นะ แต่กระนั้นคุณก็อยากจะแย้งว่า, “ยังมี คนอี ก 95% ที่ พยายามเทรดให้ตาย ยังไงก็ ยงั ขาดทุน! ดังนัน้ จึ งไม่อาจบอกได้วา่ มันง่ายได้หรอก!” ผมขอตอบว่า, ที่คนส่วนใหญ่ขาดทุนก็เพราะพวกเขาทาสิ่ ง(ที่ผมว่ามันง่าย นั้น)ไม่ถูกต้อง คื อ....พวกเขาไม่ได้มีการวางแผน, ไม่มีระบบ, คิดแต่จะขอเคล็ดลับ จากคนอื่ น และไม่เคยไฝ่ รูว้ ิธีการที่จะเทรดให้ประสบความสาเร็ จเลย เช่นเดียวกับอาชีพอื่ นๆ เทรดเดอร์บางคนสามารถปรับตัวได้เร็ วกว่าเพื่ อนก็ สามารถสาเร็ จได้ไวกว่า แต่ผมมัน่ ใจว่า ใครก็ตามที่ "กระสันอยาก" จะเป็ นเทรด เดอร์ท่ ีประสบความสาเร็ จจริ งๆ ในที่สุดแล้วเขาจะสามารถทามันได้แน่นอน ถ้าคุณมีความอดทนในการอ่านหนังสื อของผมได้จนจบ แล้วไปเทรดตาม แนวทางนี้ อีกทัง้ สามารถทนรวยได้ ผมขอแสดงความยินดีท่ ีคุณมีความพยายาม มากกว่าคนอีก 95% ที่เหลื อ และจะกลายเป็ นหนึ่ งใน “เทรดเดอร์ที่ประสบ ความสาเร็จอย่างสูง” ได้แน่นอน

7 นิสัยของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง  

โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyo77 รวบรวม 7 นิสัยสำคัญที่นักลงทุนพึงนำมาปรับใช้กับจิตใจของตัวเองเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ปร...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you