Page 1

การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนอผลงาน

เสนอ อาจารย์ สุจิตตรา จันทร์ ลอย

จัดทาโดย สมาชิกกลุ่มที่ 8 นางสาวสุ นทรี รังกระโทก รหัสนักศึกษา 544148140 นางสาวปัญญพัฒน์ สายศรี รหัสนักศึกษา 544148144 นางสาววรรณา เรือนนุช รหัสนักศึกษา 544148164 เอกวิทยาศาสตร์ ทั่วไป หมู่ที่ 3

รายงานนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของการศึกษาค้ นคว้ ารายวิชาPC54504 เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู ปี การศึกษา 2555 ภาคเรียนที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง


คานา รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้ารายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร สาหรับครู จัดทาขึ้นเพื่อเผยแพร่ และเป็ นสื่ อการเรี ยนการสอนในเรื่ องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนอ ผลงานและการใช้โปรแกรมต่างๆในการนาเสนอ สาหรับนักเรี ยนนักศึกษาหรื อผูท้ ี่สนใจ ผูจ้ ดั ทาขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้รายงานสาเร็ จลุล่วงไปด้วยดี และหวังเป็ นอย่างยิง่ ว่า รายงานนี้จะมีประโยชน์กบั นักเรี ยนนักศึกษาหรื อผูท้ ี่สนใจ สมาชิกกลุ่มที่ 8


สารบัญ หน้า หลักการนาเสนอผลงาน เครื่ องมือที่ใช้ในการนาเสนอผลงาน -เครื่ องฉายสไลด์ -เครื่ องฉายข้ามศีรษะ รู ปแบบการนาเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ -การนาเสนอแบบ Slide Presentation - รู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (CAI = Computer Assisted Instruction) -รู ปแบบ Social Network สรุ ปสาระสาคัญ คาถาม อ้างอิง

1 1 2 5 7 7 32 42 47 48 49


1

การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนอผลงาน การนาเสนองานโดยใช้สื่อโสตทัศนศึกษานั้นมีเหตุผลเบื้องลึก คือ หลักจิตวิทยาการเรี ยนรู ้ซ่ ึ งได้มี การค้นพบจากนักวิจยั ว่า การรับรู ้ขอ้ มูลโดยผ่านทางประสาทสัมผัสสองอย่างคือ ทั้งตาและหูพร้อมกันนั้น ทาให้เกิดการเรี ยนรู ้ที่ดีกว่า รวมทั้งเกิดความสามารถในการจดจาได้มากกว่าการรับรู ้โดยผ่านตาหรื อผ่านหู อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการพัฒนาสื่ อโสตทัศนศึกษารู ปแบบต่างๆขึ้นมาใช้งาน

หลักการนาเสนอผลงาน หลักการขั้นพื้นฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้นสาคัญคือ 1.การดึงดูดความสนใจ โดยการออกแบบให้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตานั้นชวนมอง และมีความสบายตา สบายใจ 2.มีความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา คือข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความ ชัดเจนและ ภาพประกอบต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กบั ข้อความที่นาเสนอ 3.ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้ าหมาย การออกแบบสื่ อนาเสนอต้องคานึงถึงกลุ่ม เป้ าหมาย เช่น กลุ่มเป้ าหมายเป็ นเด็ก ควรออกแบบโดยการใช้สีสด ๆ และมีภาพการ์ ตูน ประกอบ แต่ถา้ กลุ่มเป้ าหมายเป็ น ผูใ้ หญ่และเนื้อหานาเสนอเป็ นเรื่ องวิชาการ การใช้สีสัน มากเกินไปและใช้ภาพการ์ ตูนมาประกอบก็อาจจะ ส่ งผลให้การนาเสนอดูไม่น่าเชื่อถื อ รู ปแบบการนาเสนอข้อมูล

เครื่องมือทีใ่ ช้ ในการนาเสนอผลงาน ก่อนยุคคอมพิวเตอร์ การนาเสนอผลงานในที่ประชุมสัมมนามักจะใช้เครื่ องมือสองอย่างคือ เครื่ อง ฉายสไลด์ (Slide projector) และเครื่ องฉายแผ่นใส (Overheard projetor) การใช้งานเครื่ องฉายสไลด์ค่อนข้าง ยุง่ ยาก เพราะต้องใช้กล้องถ่ายรู ปใส่ ฟิล์มพิเศษที่ลา้ งออกมาแล้วเป็ นภาพสาหรับฉายโดยเฉพาะ และต้องนา ฟิ ล์มนั้นต้องมาตัดใส่ กรอบพิเศษจึงจะนามาเข้าเครื่ องฉายได้ ข้อดีของการฉายสไลด์ คือ ได้ ภาพที่สวยงาม และชัดเจนแต่ขอ้ เสี ย คือ ต้องฉายในห้องที่มืดมาก เครื่ องฉายแผ่นใสเป็ นเครื่ องมือที่ใช้งานทัว่ ไปได้มากกว่า แผ่นใสที่ใช้ได้ตามปกติมีขนาดประมาณ 8 นิ้วคูณ 10 นิ้ว มีสองแบบคือการใช้ปากกา(พิเศษ)เขียน กับแบบที่ ใช้เครื่ องถ่ายเอกสาร แผ่นใสที่ใช้กบั เครื่ องถ่ายเอกสารใช้เขียนได้แต่แบบเขียนใช้กบั เครื่ องถ่ายเอกสารไม่ได้ เพราะแผ่นใสจะละลายติดกับเครื่ องถ่ายเอกสารทาให้เครื่ องเสี ยเวลา ซื้ อแผ่นใสจึงต้องระมัดระวังดูให้ดีวา่ เป็ นชนิดที่ตรงกับความต้องการหรื อไม่ การฉายแผ่นใสสามารถทาได้ในห้องที่ไม่ตอ้ งมืดมาก เมื่อมาถึงยุคคอมพิวเตอร์ เครื่ องมือที่ใช้นาเสนองานก็เปลี่ยนไป เครื่ องมือหลัก คือเครื่ อง คอมพิวเตอร์และเครื่ องฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ (Data projector) เครื่ องฉายภาพคอมพิวเตอร์ รุ่นแรกๆมี ขนาดใหญ่ตอ้ งติดตั้งประจาที่ ข้างในมีหลอดภาพ 3 หลอด ทาให้เกิดภาพแต่ละสี ฉายผ่านแผ่นเลนส์ออกมา ปรากฏภาพบนหน้าจอ ความคมชัดยังไม่ดีนกั และความสว่างของภาพก็ไม่มากพอทาให้ตอ้ งฉายในห้องที่ ค่อนข้างมืด เครื่ องฉายรุ่ นใหม่ได้แก้ไขจุดอ่อนเหล่านี้ได้หมดแล้ว โดยใช้แผ่นผลึกเหลว


2

(Liquid Crystal Display หรื อ LCD) เป็ นตัวสร้างภาพ ทาให้เครื่ องมีขนาดเล็กลงมาจนสามารถพกพาได้ อีก ทั้งความสว่างและความคมชัดก็ดีข้ ึนมากจนสามารถฉายในห้องที่มีแสงสว่างปานกลางได้ ตัวอย่างเครื่ องมือที่ใช้ในการนาเสนอผลงาน เครื่ องฉายสไลด์

เป็ นเครื่ องฉายวัสดุโปร่ งใสระบบฉายตรง (Direct Projection) ประกอบด้วย แผ่นสะท้อนแสง โค้ง หลอดฉายมีกาลังส่ องสว่างประมาณ 150-500 วัตต์ แผ่นกรองความร้อน เลนส์รวมแสงกลักใส่ สไลด์ เลนส์ฉายและพัดลมระบายความร้อนดังภาพด้านล่างแสดงส่ วนประกอบต่างๆภายในเครื่ องฉายสไลด์

เครื่ องฉายชนิดนี้สามารถบรรจุสไลด์ได้ครั้งละหลาย ๆ ภาพลงในกล่องหรื อถาดใส่ สไลด์ ทาให้ สะดวกและรวดเร็ ว ไม่ตอ้ งกังวลในเรื่ องบรรจุสไลด์ที ละภาพ สามารถเปลี่ยนสไลด์ได้โดยการกดปุ่ มเปลี่ยน ภาพที่เครื่ องฉาย หรื อควบคุมสไลด์ให้เดินหน้าหรื อถอยหลังได้ในระยะไกล ๆ โดยใช้สายต่อจากเครื่ องฉาย หรื อชนิดไม่ตอ้ งใช้สาย บางเครื่ องสามารถตั้งเวลาเพื่อเปลี่ยนสไลด์ได้โดยอัตโนมัติ และบางเครื่ องสามารถ ปรับความชัดได้โดยอัตโนมัติ


3

ภาพแสดง ส่ วนประกอบต่างๆภายในเครื่ องฉายสไลด์ กล่องใส่ สไลด์ที่ใช้กบั เครื่ องฉายชนิดนี้มี 2 ลักษณะ คือ 1. ลักษณะสี่ เหลี่ยม เรี ยกว่า แมกกาซี น (Magazine) มีขนาดกว้างกว่าสไลด์เล็กน้อย ความยาวของ กล่องสามารถบรรจุสไลด์ได้ประมาณ 30-40 ภาพ เมื่อนาไปบรรจุในเครื่ องฉายจะอยูใ่ นแนวนอนตัวเลขบอก ลาดับภาพจะอยูด่ า้ นบน 2. ลักษณะกลมหรื อที่เรี ยกว่าถาดกลม สามารถบรรจุสไลด์ได้ประมาณ 80-140 ภาพ มีท้ งั ชนิดถาด กลมแนวนอน เรี ยกว่า เทค (Tray) และถาดกลมแนวตั้ง เรี ยกว่า โรตารี่ (Rotary) ดังภาพด้านล่าง


4

ชนิดของเครื่ องฉายสไลด์ 1. ชนิดมีจอและเครื่ องเทปในตัว เครื่ องชนิดนี้มีเครื่ องเทปและจอขนาดประมาณ 9" x 9" อยูใ่ นตัวสามารถฉายสไลด์ให้ปรากฏบนจอนี้พร้อมเสี ยงที่สัมพันธ์กบั ภาพได้โดยอัตโนมัติ ดังภาพ ด้านล่าง

2. ชนิดบันทึกเสี ยงบนกรอบสไลด์ ซึ่ งเรี ยกว่า เครื่ องฉายชนิดซาวน์ดออนสไลด์ (Sound on Slide Projector Recorder) สไลด์ที่ใช้ฉายกับเครื่ องชนิดนี้มีกรอบขนาดใหญ่ฉาบด้วยสารแม่เหล็กโดยรอบสาหรับ การบันทึกเสี ยงคาบรรยายประกอบสไลด์ภาพนั้น เครื่ องฉายชนิดนี้ราคาสู ง จึงไม่ค่อยนิยมใช้ดงั ภาพ

การใช้เครื่ องฉายสไลด์ ในการใช้เครื่ องฉายสไลด์เพื่อให้ได้ผลสมตามความมุ่งหมาย ควรดาเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. บรรจุสไลด์ลงในถาดกลมหรื อกล่องสี่ เหลี่ยมหรื อกลักใส่ ฟิล์ม โดยให้ดา้ นมันหันเข้าหาหลอดฉาย และให้ภาพอยูใ่ นลักษณะหัวกลับ ด้านที่มนั น้อยกว่าหรื อด้านหลังสไลด์จะหันเข้าหาจอภาพ 2. นาถาดหรื อกล่องหรื อกลักที่บรรจุสไลด์เรี ยบร้อยแล้วใส่ หรื อวางบนเครื่ องฉาย ถ้าเป็ นชนิดถาด กลมแนวนอนให้หมายเลข 0 ที่ถาดใส่ สไลด์ตรงกับเครื่ องหมายในเครื่ องฉาย แต่ถา้ เป็ นถาดกลมแนวตั้งให้ หมายเลข 1 ที่ถาดใส่ สไลด์ตรงกับเครื่ องหมายในเครื่ องฉาย 3. เสี ยบปลัก๊ ไฟจากตัวเครื่ องกับแหล่งจ่ายไฟ (บางเครื่ องพัดลมจะทางานทันที) 4. ปิ ดหรื อหรี่ ไฟในห้องฉาย 5. เปิ ดสวิตซ์พดั ลมและสวิตซ์หลอดฉาย 6. ปรับความชัดและขนาดของภาพที่ปรากฏบนจอตามต้องการ 7. ปรับระดับสู งต่าของภาพ พึงระวังภาพอาจผิดเพี้ ยนเนื่องจากลาแสงจากเครื่ องฉายไม่ต้ งั ฉากกับ จอภาพ


5

8. เปลี่ยนสไลด์ภาพต่อไปตามลาดับ ถ้าเป็ นเครื่ องฉายชนิดธรรมดา เปลี่ยนภาพโดยดึงกลัก ใส่ สไลด์ออกทางด้านขวาของเครื่ อง บรรจุสไลด์ภาพใหม่ ลงไปแล้วผลักกลักนี้ไปในเครื่ อง ก็จะได้ ภาพใหม่ปรากฏบนจอ ถ้าเป็ นเครื่ องชนิดอัตโนมัติเปลี่ยนภาพโดยกดปุ่ มเปลี่ยนภาพที่เครื่ องฉาย หรื ออาจใช้เครื่ องบังคับสไลด์ (Remote Control) หรื ออาจใช้การตั้งเวลาเพื่อเปลี่ยนสไลด์ภาพใหม่ 9. เมื่อใช้สไลด์เสร็ จแล้วควรปิ ดสวิตซ์หลอดฉายทันที ปล่อยให้พดั ลมทางานต่อไปจนกว่าหลอดฉาย จะเย็นจึงเปิ ดสวิตซ์พดั ลม

เครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะ

ลักษณะและคุณสมบัติเฉพาะ เครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะหรื อบางทีเรี ยกว่า เครื่ องฉายภาพโปร่ งใส เพราะวัสดุฉาย เป็ นแผ่นโปร่ งใส (Transparency) หรื ออาจเรี ยกว่า กระดานชอล์กไฟฟ้ าเพราะใช้แทนกระดานชอล์กได้ เป็ นเครื่ องฉายที่จดั อยู่ ในระบบฉายอ้อม ใช้สาหรับฉายภาพ วัสดุ หรื อเครื่ องมือที่โปร่ งใส โดยเขียนข้อความหรื อวาดภาพบนแผ่น โปร่ งใส ซึ่ งอาจจัดเตรี ยมไว้ล่วงหน้า แล้วนามาวางบนเครื่ องฉายซึ่ งตั้งอยูห่ น้าชั้นเรี ยน ภาพที่ปรากฏบนจอ เหมือนการใช้กระดานชอล์ก ซึ่ งผูส้ อนจะอธิ บายประกอบการฉายก็ได้ สะดวกต่อการนามาใช้ โดยทัว่ ไปจะ มีคุณลักษณะเฉพาะของเครื่ องฉาย ดังนี้ 1. ใช้สอนได้ทุกวิชา เพราะใช้แทนกระดานชอล์กได้ 2. ห้องฉายไม่จาเป็ นต้องควบคุมแสงสว่างมากนัก ห้องเรี ยนธรรมดาก็ฉายได้ ผูเ้ รี ยน สามารถเห็นภาพบนจอได้ชดั เจน 3. เครื่ องฉายมีน้ าหนักเบา ใช้และบารุ งรักษาง่าย


6

4. สามารถตั้งไว้หน้าชั้นหรื อที่โต๊ะบรรยาย เวลาสอนหรื อบรรยาย ในขณะที่ใช้เป็ นการ สะดวกใน การสังเกตความสนใจของผูเ้ รี ยนเพื่อจะได้ปรับปรุ งการสอนได้อย่างเหมาะสม 5. ประหยัดเวลาในการวาดรู ปหรื อเขียนคาอธิบาย เพราะผูส้ อนสามารถวาด (หรื อให้ผอู้ ื่นวาด) หรื อถ่าย (เหมือนถ่ายเอกสาร) หรื อเขียนบนแผ่นโปร่ งใสมาก่อนล่วงหน้า เวลาใช้นามาวางบนเครื่ องฉายได้ ทันที 6. สามารถแสดงการใช้แผ่นโปร่ งใสให้เห็นเหมือนกับภาพเคลื่อนไหวได้ โดยใช้แผ่นโปร่ งใสชนิด เคลื่อนไหวได้ (Motion or Polarized Transparency) วางบนเครื่ องฉาย แล้วใช้กระจกตัดแสงอยูใ่ นกรอบกลม ๆ เรี ยกว่า Polarizing Filter หรื อ Polaroid Spinner โดยเปิ ดสวิตซ์ให้กระจกตัดแสงหมุนใต้เลนส์ฉาย ภาพที่ ปรากฏบนจอจะมีลกั ษณะเหมือนการเคลื่อนไหวได้ เช่น ภาพภูเขาไฟระเบิดการสู บฉี ดโลหิ ตการทางานของ เครื่ องจักรเครื่ องยนต์ 7. สามารถดัดแปลงการใช้แผ่นโปร่ งใสจากการฉายครั้งละแผ่น เป็ นการฉายครั้งละหลาย ๆ แผ่น ซ้อนกัน ซึ่ งเรี ยกว่า Overlays 8) สามารถฉายวัสดุหรื อเครื่ องมือที่ทาด้วยวัสดุโปร่ งใสได้ หรื อวัสดุทึบแสงได้ ซึ่ งจะให้ภาพเป็ นภาพดาบนจอ ไม่แสดงรายละเอียดเหมือนวัสดุโปร่ งใส จะเห็นเป็ นเพียงรู ปแบบของวัสดุ หรื อเครื่ องมือเท่านั้น 8. สามารถใช้แสดงการทดลองหรื อสาธิต โดยนาวัสดุมาวางบนเครื่ องฉายแผ่นโปร่ งใส วางแผ่น โปร่ งใสบนแท่งแม่เหล็ก โรยผงตะไบเหล็กบนแผ่นโปร่ งใส แล้วเคาะแผ่นโปร่ งใส ภาพของสนามแม่เหล็ก ที่เกิดขึ้นบนแผ่นโปร่ งใสจะปรากฏที่จอ

ภาพแสดงส่ วนประกอบของเครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะ


7

ส่ วนประกอบของเครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะโดยทัว่ ๆ ไป จะมีส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ผใู ้ ช้เครื่ องควรจะ ทราบไว้ เพื่อ สามารถใช้เครื่ องฉายได้ถูกต้อง ดังนี้ 1. หลอดฉาย (Projection Lamp) อยูภ่ ายในเครื่ อง ทาหน้าที่ให้แสงสว่างมีกาลังส่ องสว่างประมาณ 250-600 วัตต์ มีแผ่นสะท้อนแสงอยูภ่ ายในหลอด บางเครื่ องอยูใ่ ต้หลอด ทาหน้าที่สะท้อนแสงจากหลอด ฉายขึ้นไป ช่วยให้แสงมีความเข้มมากขึ้น 2. เลนส์เฟรสนัล (Fresnel Lens) เป็ นเลนส์ชนิดพิเศษเป็ นแผ่นสี่ เหลี่ยมมีร่องคล้ายแผ่นเสี ยง ทา หน้าที่เกลี่ยแสงจากหลอดฉายให้เสมอกันผ่านวัสดุฉายไปยังเลนส์ฉายพอดี 3. แท่นวางโปร่ งใส (Platen) เป็ นกระจกสาหรับวางแผ่นโปร่ งใส ช่วยกรองความร้อนไม่ให้ผา่ น มายังแผ่นโปร่ งใสมากเกินไป ซึ่ งอาจทาให้แผ่นโปร่ งใสเสี ยหายได้ อาจจะติดแผ่นกรองแสง (Glare Free) ใต้ แท่นนี้ดว้ ยก็ได้ เพื่อให้ผใู ้ ช้มองแผ่นโปร่ งใสได้สบายตาขึ้น 4. เลนส์ฉาย (Projection Lens) เป็ นชุดของเลนส์นูน ทาหน้าที่รับแสงจากหลอดฉายซึ่ งผ่านเลนส์ เฟรสนัล ผ่านวัสดุฉาย และขยายภาพออกสู่ จอ ที่ดา้ นบนของเลนส์ฉายจะมีกระจกเงาราบ ทาหน้าที่สะท้อน แสงจากแนวดิ่งให้กลับไปในแนวระดับสู่ จอ สามารถยกให้สูงหรื อต่าได้เพื่อให้ภาพบนจอสู งขึ้นหรื อต่าลง 5. ปุ่ มปรับความชัด (Focusing Knob) ใช้สาหรับหมุนเพื่อให้เลนส์ฉายเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ทาให้ภาพ บนจอมีความคมชัด 6. พัดลม (Fan) ทาหน้าที่ระบายความร้อนภายในเครื่ อง เหมือนเครื่ องฉายอื่น ๆ การทางานของพัด ลมในเครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะบางชนิดใช้การควบคุมแบบเทอร์โมสตัท (Thermostat) คือ พัดลมจะทางาน เองเมื่อเครื่ องเริ่ มร้อน และจะหยุดทางานเองเมื่อเครื่ องเย็นลง 7. สวิทซ์สาหรับเปิ ดปิ ดหลอดฉาย บางเครื่ องมีปุ่มสาหรับหรี่ และเพิ่มความสว่างของหลอดฉายได้ ด้วย 8. ปุ่ มสาหรับเปิ ดฝาเวลาเปลี่ยนหลอด

รู ปแบบการนาเสนอข้ อมูลโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ปัจจุบนั มี 3 รู ปแบบ 1.การนาเสนอแบบ Slide Presentationโดยใช้โปรแกรมนาเสนอ ซึ่ งเป็ นโปรแกรม ที่ใช้ง่ายมากมี รู ปแบบการนาเสนอให้เลือกใช้หลายแบบ สามารถเรี ยกใช้ตาราง แผนภูมิ หรื อรู ปภาพประกอบ และตกแต่ง ด้วยสี สัน ทั้งสี พ้นื สี ของตัวอักษร รู ปแบบฟอนต์ ของตัวอักษรได้ง่ายและสะดวก ในปั จจุบนั สื่ อนาเสนอ รู ปแบบ Slide Presentation หรื อ สไลด์ดิจิทลั มักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลุ่ม Presentation มี 3 รู ปแบบ


8

1.1โดยใช้โปรแกรม Power Point เป็ นโปรเเกรมในการนาเสนอได้ในหลายรู ปเเบบ ไม่วา่ จะเป็ น นาเสนอ เเบบเป็ นอักษร ภาพ หรื อเสี ยง โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนาสื่ อเหล่านี้มาผสมผสานได้ อย่างลง ตัวเเละมีประสิ ทธิภาพมากที่สุด ลักษณะการทางานของโปรแกรม Power Point การทางานในรู ปของภาพนิ่ง (slide) คือ แผ่นเอกสารเดี่ยวๆที่แสดงสิ่ งต่าง ๆ ตัวอักษร กราฟตาราง รู ปภาพ หรื ออื่นๆ และสามารถ เเสดงสไลด์ลงบนแผ่นกระดาษหรื อเครื่ องฉายข้ามศีรษะ หน้าจอคอมพิวเตอร์หรื อเครื่ องฉาย

การใช้โปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2007

เมื่อต้องการเรี ยกใช้โปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2007 ให้คลิกปุ่ ม เลือก All Programs > Microsoft Office > Microsoft Office PowerPoint 2007 ดังนี้

แล้ว


9

ปรากฏหน้าจอโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2007

ส่ วนประกอบของหน้าจอโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2007


10

A (Quick Access Toolbar : แถบเครื่ องมือด่วน) ปุ่ มคาสั่งที่เรี ยกใช้งานบ่อยๆ ซึ่ งสามารถเพิ่มเติม ขึ้นมาได้ในภายหลัง B (Office Button : ปุ่ มออฟฟิ ศ) ใช้ควบคุมการทางานของโปรแกรม เช่น การเปิ ด/ปิ ดโปรแกรม การบันทึก การสั่งพิมพ์ การกาหนดค่าคุณสมบัติ C (Titlebar : ไตรเติลบาร์ ) แสดงรายชื่อเอกสารและรายชื่อโปรแกรม D (Quick Style : รู ปแบบด่วน) เมื่อคลิกองค์ประกอบต่างๆ เช่น ข้อความ รู ปภาพ ตาราง กราฟ เป็ นต้น จะปรากฏแท็ปที่เกี่ยวข้องขึ้นเพื่อให้กาหนดรู ปแบบหรื อรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม E (Ribbon : ริ บบอน) ประกอบด้วย Tab ต่างๆ ประกอบด้วยคาสัง่ ต่างๆ เช่น ฟังก์ชนั การทางาน ที่วางเป็ นแถว และแถบเครื่ องมือย่อยให้ผใู ้ ช้ เลือกใช้งานมากมาย F (Slide Area : พื้นที่สไลด์) เป็ นพื้นที่ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยสามารถออกแบบ ตกแต่ง แก้ไข และแสดงสไลด์ที่กาลังทางานอยู่ G (Mini Toolbar : แถบเครื่ องมือจิ๋ว) เป็ นแถบเครื่ องมือขนาดเล็ก ใช้สาหรับคาสั่งที่เกี่ยวกับ ตัวอักษร เช่น การเปลี่ยนรู ปแบบ ปรับขนาด เปลี่ยนสี จัดตาแหน่ง เป็ นต้น ซึ่ งจะปรากฏขึ้นมาในขณะที่ เลือกข้อความไว้เท่านั้น H (Status Bar : แถบสถานะ) แสดงสถานะการทางานของ โปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2007


11

I (มุมมอง) ใช้สาหรับเปลี่ยนการทางานของมุมมองต่างๆ ได้แก่ มุมมองปกติ (Normal) มุมมอง ตัวเรี ยงลาดับภาพนิ่ง (Slide Sorter) และมุมมองนาเสนอภาพนิ่ ง (Slide Show) J (Zoom in – Zoom out : ย่อ-ขยายหน้าเอกสาร) ใช้ยอ่ -ขยายหน้าเอกสารให้มีมุมมองใหญ่ข้ ึน หรื อเล็กลง เครื่ องมือต่างๆ ในริ บบอน (Ribbon) ภายในริ บบอนจะประกอบไปด้วยเครื่ องมือคาสั่งการใช้งาน โดยปุ่ มคาสั่งเหล่านี้จะแบ่งเป็ น หมวดหมูแ่ ละมีหน้าที่การใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยในแต่ละริ บบอนมีเครื่ องมือพร้อมรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ หน้าแรก (Home)

เป็ นกลุ่มเครื่ องมือเกี่ยวกับการทางานพื้นฐาน เช่น การคัดลอก ตัด วาง สร้างสไลด์ใหม่ กาหนด รู ปแบบตัวอักษร วาดรู ปทรง เป็ นต้น แทรก (Insert)

ปุ่ มคาสั่งเกี่ยวกับการแทรกวัตถุและองค์ประกอบต่างๆ เช่น ตาราง รู ปภาพ คลิปอาร์ ต รู ปทรง ไดอะแกรม กราฟ การเชื่อมโยง กล่องข้อความ อักษรศิลป์ เป็ นต้น ออกแบบ (Design)

รวบรวมคาสัง่ ที่เกี่ยวกับการออกแบบงานพรี เซนเตชัน เช่น การกาหนดขนาดและตาแหน่ง ในการจัดวางของหน้าสไลด์ การกาหนดและปรับเปลี่ยนรู ปแบบสาเร็ จรู ป การกาหนดพื้นหลังสไลด์ เป็ น ต้น


12

ภาพเคลื่อนไหว (Animations)

ใช้กาหนดการเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์ต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวของวัตถุ การกาหนดเสี ยง ความเร็ ว และเอฟเฟกต์ในการเปลี่ยนหน้าสไลด์ การกาหนดเวลาในการแสดงหน้าสไลด์ เป็ นต้น การนาเสนอภาพนิ่ง (Slide Show)

ใช้จดั การเกี่ยวกับการแสดงสไลด์ กาหนดรู ปแบบในการแสดงสไลด์ สั่งซ่อนสไลด์ อัดเสี ยง ประกอบการบรรยาย จับเวลาในการบรรยาย และกาหนดความละเอียดของจอภาพ เป็ นต้น ตรวจทาน (Review)

ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เช่น ตัวสะกด การเปลี่ยนภาษา สามารถจัดการรับข้อคิดเห็น ไม่วา่ จะเป็ น การแสดง แทรก แก้ไข ลบ ไปยังข้อคิดเห็นต่างๆ รวมถึงการป้ องกันไฟล์พรี เซนต์ มุมมอง (View)

ใช้สาหรับเลือกเปลี่ยนทางานกับสไลด์ในมุมมองต่างๆ สามารถสร้างบันทึกย่อ เอกสารประกอบการ บรรยาย เลือกให้ซ่อน/แสดงไม้บรรทัดหรื อเส้ นกริ ด ปรับเปลี่ยนและกาหนดขนาดในการแสดงผล รวมถึง การจัดการกับหน้าต่างโปรแกรม


13

รู ปแบบ

ใช้สาหรับแทรกกล่องข้อความ สัญลักษณ์ต่างๆ เติมสี รูปร่ าง สี เส้นกรอบรู ปร่ าง ลักษณะพิเศษ รู ปร่ าง ออกแบบตัวอักษร จัดเรี ยงตัวอักษร ขนาดของตัวอักษรที่ออกแบบ 1.2 โดยใช้โปรแกรม ProShow Gold คือ โปรแกรมสาหรับเรี ยงลาดับภาพเพื่อนาเสนอแบบมัลติมีเดีย ที่มีความสามารถสร้างผลงานได้ในระดับมืออาชีพ ด้วยเทคนิคพิเศษมากมาย ใช้งานง่าย เหมาะสมต่อการ นาเสนอสื่ อ การเรี ยนการสอน การแนะนาอัตชีวประวัติ สามารถเขียนชิ้นงานออกมาในรู ปแบบของวีซีดีได้ อย่างรวดเร็ ว เป็ นโปรแกรมที่ช่วยสร้างแผ่นวีซีดีจากรู ปภาพต่าง ๆ ที่ทางานได้รวดเร็ ว โดยสามารถทาการใส่ เสี ยงเพลงประกอบได้ดว้ ย และสามารถแปลงไฟล์เป็ นไฟล์ต่าง ๆ ได้ เช่น VCD ,DVD หรื อ EXE ฯลฯ ภาพ ที่ได้จดั อยูใ่ นคุณภาพดี ซึ่ งโปรแกรมอื่นจะใช้เวลาในการทางานนานพอสมควร การเตรี ยมข้อมูลของภาพและเพลงต่าง ๆก่อนที่จะเริ่ มติดตั้งและใช้งาน 1. ProShow Gold 2.0 เป็ นซอฟต์แวร์สาหรับสร้างแผ่น VCD จากรู ปภาพต่าง ๆ ที่ทางานได้รวดเร็ ว หลายคนคงจะมีไฟล์รูปภาพต่าง ๆ เก็บสะสมไว้และเมื่อต้องการที่จะนาเอาภาพเหล่านั้นมา แปลงให้อยูใ่ น รู ปแบบของแผ่นVCDที่สามารถนาเอาไปใช้เป็ นกับเครื่ องเล่นVCDทัว่ ไปได้ ต้องมาลองดูซอฟต์แวร์ ตวั นี้กนั ค่ะ ProShow Goldเป็ นซอฟต์แวร์ที่สามารถนาเอาภาพมาทาเป็ นแผ่น VCDโดยที่สามารถทาการแปลงได้ อย่างรวดเร็ วและยังใส่ เสี ยงเพลงประกอบได้ดว้ ย โดยทัว่ ไปแล้ว ซอฟต์แวร์ สาหรับการทาแผ่น VCDจากรู ปภาพจะมีหลายตัว แต่ที่แนะนาProShow เนื่องจากเหตุผลหลักคือการใช้เวลาทาการแปลงที่รวดเร็ วมาก ปกติถ้ าเป็ นซอฟต์แวร์ตวั อื่นจะใน เวลาหลาย ชัว่ โมง แต่ตวั ProShow นี้ใช้เวลาแปลง ไม่ถึงชัว่ โมงก็เสร็ จแล้วภาพที่ได้ก็จดั อยูใ่ น คุณภาพดี โดยข้อเสี ยที่ พบในตัวโปรแกรมนี้คือค่อนข้างจะมีความยุง่ ยาก ในขั้นตอนของการใช้งาน บ้างแต่ก็ไม่มากมายอะไรนัก การเตรี ยมข้อมูลของภาพและเพลงต่าง ๆก่อนที่จะเริ่ มติดตั้งและใช้งานก่อนอื่น ก็ตอ้ งทาการหา ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ น้ ีมาก่อน โดยสามารถหาได้จาก เว็บไซต์ http://www.photodex.com และหารหัส สาหรับการลงทะเบียนจากเว็บไซต์ทวั่ ไปกันเองค่ะจากนั้น สิ่ งต่อไปที่จะต้องมีก็คือ ไฟล์รูปภาพต่าง ๆ ซึ่ง อาจจะเป็ นไฟล์.jpgก็ได้และไฟล์ของเพลงที่จะนามา ใส่ ประกอบ ซึ่ งจะใช้เพลงแบบMP3ทัว่ ไปก็ได้สุดท้ายก็ คือ เครื่ องเขียนซีพีหรื อ CD-R Writer สาหรับใช้ในการเขียนแผ่นVCDที่จะได้ เมื่อเตรี ยมไฟล์ต่าง ๆ พร้อม แล้ว ก็เริ่ มต้นขั้นตอนการ


14

2. หลังจากที่ติดตั้งและกด Nextไปเรื่ อย ๆ จนจบ เท่านี้ก็เสร็ จขั้นตอนต่อไปเมื่อเรี ยกใช้งานครั้งแรก ก็ทาการลงทะเบียนซะก่อน และเริ่ มต้นการใช้งานได้ทนั ที เริ่ มต้นการใช้งานโปรแกรมเพื่อแปลงไฟล์จาก ภาพให้เป็ นแผ่นVCDก่อนอื่นต้องมาทาความเข้าใจหลักการใช้งานโปรแกรมProShowนี้กนั ก่อนเพราะอย่าง ที่บอกไว้ แล้วว่า ตัวโปรแกรมค่อนข้างจะ มีความยุง่ ยากสักหน่อยคือกรณี ที่ตอ้ งการทาให้เป็ น VCDขึ้นมา โดยมีหลาย ๆAlbumจะต้องทาการสร้างไฟล์ข้ ึนมาเองทีละAlbumแล้วนาไปSaveไว้ก่อน ทาแบบ นี้จนครบ หมดจึงค่อยนาเอาไฟล์ที่ได้มาใช้สร้างเป็ นแผ่น VCDอีกครั้ง(จะเห็นว่าถ้าเป็ น โปรแกรม PictureToTV จะทา Album หลาย ๆ อันได้เลย ไม่ตอ้ งมาทาทีละ Album แล้วค่อยเอามารวมกันแบบนี้

เริ่ มต้นการใช้งาน อันดับแรก ต้องรู ้จกั หน้าตาของโปรแกรมก่อนว่าส่ วนไหนเรี ยกว่าอะไร มีคุณสมบัติ อย่างไรบ้าง เพื่อ สะดวกในกล่าวถึงในลาดับต่อไปจะแบ่งเป็ น 7 ส่ วน เริ่ มจากบนลงล่างตามรู ป เมนูบาร์


15

1. Main Menu เป็ นตัวเมนูหลักสาหรับควบคุมและทางานของโปรแกรมถ้าเรายังไม่รู้วา่ จะเริ่ มต้นอย่างไร เริ่ ม ที่น้ ีได้เลย คลิกดูไปแต่ละเมนูวา่ มีอะไรบ้าง

2. จากส่ วนนี้เราสามารถ ที่จะใช้รู้เวลาที่จะให้แสดงในสไลด์(timing)หรื อเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้จากที่นี่ ว่าจะจบตอนเพียงแค่น้ ี แต่มาดูแล้วว่าการตั้งค่า Program Preferences ก็มีส่วนสาคัญจึงต้องว่ากันต่ออีกสัก หน่อยจะกล่าวถึงแค่เป็ นตัวอย่างปูทางเท่านั้น เพราะมีรายละเอียดมาก เหมือนกันดังนั้น จึงต้องเน้นในวิธีใช้ งานโปรแกรม Program Preference ทาได้โดยการเข้าไปที่ เมนู Edit >Preferences รู ปแรกเป็ นAppearance Preference เกี่ยวกับรู ปแบบแสดงผลของโปรแกรม


16

หน้าที่การทางาน 1. Image/Video Option ออปชัน่ นี้เป็ นตัวควบคุมภาพว่าจะแสดงในสไลด์ในลักษณะไหนและอย่างไร เนื่องจากรู ปมีขนาดใหญ่ จาต้องแบ่งหน้าต่าง Image Option ออกเป็ น 3 ส่ วนตามรู ปแล้วจะ กล่าวถึงรายละเอียดที่ละส่ วนตาม หมายเลขในรู ป

ส่ วนชื่อของ Image Option เป็ นการกาหนดตาแหน่งและขนาดของภาพในสไลด์ดูจากรู ปได้เลย

ส่ วนชื่อของขนาด Image Option เป็ นตัวควบคุมวีดิโอคลิปที่เรานามาใช้ slide showจะโชว์ได้ก็ต่อเมื่อเรา นาไฟล์วดี ิโอมาใส่ เท่านั้น


17

ทั้งหมดที่แนะนาใน Image Options ในสามส่ วนตามรู ปเราต้องลองเล่นลองคลิกดูจึงจะเข้าใจแต่ ละอันมันใช้อย่างไหนที่บรรยายในรู ปก็ลองเล่นทุกตัวแล้วไม่สามรถบอกผลได้ละเอียดว่า function มันมี ผลอย่างไรต่อภาพเพราะต้องใช้รูปประกอบเยอะ มากมาต่อกัน ตัวที่ 2 Motion Effects ถ้าเราเลือกรู ป ภาพนิ่งมาสไลด์โชว์ Option นี่แหละจะเป็ นพระเอกที่จะใส่ ความเคลื่อนไหวให้กบั รู ปภาพมีชีวติ ชีวามาก ยิง่ ขึ้นในขณะที่เล่นเช่น การซูมเข้า – ออก ภาพหมุนขึ้นลงหรื อซ้ายทีขวาทีเป็ นต้นมาดูรายละเอียดกันค่ะ โดยดับเบิ้ลคลิกหรื อใช้ปุ่ม Ctrl1 + 1 เพื่อเป็ นหน้า Slitle Options แล้วเลือกแท็บที่ Motion Effects ก็จะ ได้ดงั รู ปฟังก์ชนั การใช้งานยูนิค คือ Pan , Zoom & Rotate Motion Effects จะแบ่งเป็ นส่ วนคือ เริ่ ม (Starting) และจบ (Ending) หมายถึงว่าเราต้องการเริ่ มต้นและจบลงแบบไหนระหว่างที่เล่นสไลด์

หน้าที่การทางาน หลังจากที่เริ่ มเข้าใจจากข้างต้นแล้ว หลังจากเข้าใจรู ปแบบแล้ว เราจะมาเริ่ มกันที่ฟังชัน่ แรกกันเลย


18

pan คือ การวางมุมกล้อง นัน่ เองวิธีทาง่ายๆ คือคลิกที่รูปแล้วเลื่อนขึ้นลงไปซ้ายหรื อไปขวา ทั้ง Staring & Ending ตามใจชอบ

Zoom คือภาพเข้า - ออกในรู ปตัวอย่าง starting ซูมเข้า Ending ใช้ซูมออก

Rotage คือการหมุนภาพตามที่เราต้องการต่อเนื่องจากรู ปที่แล้ว หลังจากซูมแล้ว ก็หมุน ภาพ Starting หัวรถทิ่มลง Ending หัวรถยกขึ้น


19

ตอนนี้เรายังอยูใ่ นขั้นตอนการตกแต่งภาพ (Slide Option) แล้วมาถึงแท็บที่ 3 ที่เราจะมาทาที่ข้ นั ตอน การใส่ ตวั หนังสื อให้กบั ภาพ ดูรายละเอียดที่ภาพ

การตกแต่งลาดับภาพที่ 4 เป็ นการใส่ เสี ยงหรื อเพลงในสไลด์โชว์รายละเอียดอยูใ่ นภาพ


20

มาถึงขั้นตอนสุ ดท้ายในการตกแต่งภาพและนั้นก็คือการใส่ Background ให้กบั ภาพ

ขั้นตอนการทางาน 1.เริ่ มต้นสร้าง Album เราก่อนโดยที่ Folder ให้ทาการเปลี่ยนไปที่โฟล์เดอร์ ที่เก็บภาพจากนั้น ด้านล่างเลือก File ภาพที่ตอ้ งการจะให้มาอยู่ Album แรกทั้งหมดตามต้องการ 2.กดเมาส์ขวา และเลือกที่ Add Show

หรื อลากภาพจาก Folder มาใส่ ช่องว่าดังรู ปด้านล่าง


21

จากภาพ เราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมให้เกิดเงาและเส้นขอบของภาพโดยใส่ เครื่ องหมายถูก หน้า Apply Shadow To Image และ Apply Ouline To Image 3.กดปุ่ ม Image/Video เพื่อปรับแต่งภาพในลักษณะต่างๆเช่นขยายภาพ ปรับแสง สี เพิ่มความเข้ม ความสว่างของภาพ หมุนภาพ เป็ นต้น

4. กดปุ่ ม Motion and Effects เพื่อปรับแต่ง Effects ให้กบั ภาพ ภาพซ้ายมือเป็ น Motionเริ่ มต้น ส่ วน ขวามือเป็ น Motion สุ ดท้ายการแสดงผลของภาพที่จอภาพขึ้นอยูก่ บั สองส่ วนนี้ เช่น ถ้าเราเลื่อนแถบ Zoom ที่ End Position ไปทางขวามือภาพจะขยายขึ้นเรื่ อยๆ หรื อ ถ้าต้องการให้ภาพหมุนก็เลื่อนแถบRotateไป ทางขวามือเช่นกัน


22

5.กดปุ่ ม Caption สร้างข้อความ Text โดยกดปุ่ ม Add ดังรู ปด้านล่างจะแสดงกล่องข้อความด้าน ขวามือให้ป้อนข้อความ Text และสามารถเปลี่ยน Font สี ขนาดต่างๆเช่นเดียวกับโปรแกรมอื่นๆแต่ขอ้ ดี ของ Software นี่คือสามารถใส่ Affects ของ Text ได้ทนั ทีและแสดงผลทันทีดงั ภาพด้านล่าง

1.3 โปรแกรม Flip Album เป็ นโปรแกรมลักษณะโปรแกรมสาเร็ จรู ปโดยโปรแกรมที่นิยมสร้าง อีบุค๊ หรื อหนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ มี ความสามารถมากมาย คือ มีการเชื่อมโยงกับหนังสื ออิเล็กทรอนิกส์เล่ม อื่นๆได้และมีบราวเซอร์ ที่ทาหน้าที่ดึงข้อมูลมาแสดงให้ตามที่ตอ้ งการเหมือนอินเตอร์ เน็ตทัว่ ไป หนังสื อ อิเล็กทรอนิกส์สามารถแสดงข้อความ รู ปภาพ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหวแบบทดสอบและสามารถสั่งพิมพ์ เอกสารที่ตอ้ งการออกทางเครื่ องพิมพ์ได้ และสามารถปรับปรุ งข้อมูลให้ทนั สมัยได้ตลอดเวลา วิธีใช้ โปรแกรม Flip Album Pro ทาอัลบั้มภาพ บันทึกภาพความประทับใจ เก็บไว้ใน Flip Album Pro กับ บรรยากาศอันสุ ดแสนประทับใจในขณะนี้ คิดว่าหลายๆท่านน่าจะมีรูปภาพอันสุ ดแสนประทับใจอีกเช่นกัน อยูเ่ ป็ นจานวนมาก หลากหลายวิธีบนั ทึกที่จะเก็บไว้ในความทรงจา ด้วยโปรแกรมต่างๆมากมาย อาทิเช่น Pro Show Gold, Memories OnTV, Wondershare Flash Slide Show Builder หรื อ ANVSOFT Flash Slide Show Maker รวมถึง Pictures ToExe หลากหลายวิธีบนั ทึก แตกต่างในจุดประสงค์ของการนาไปใช้งาน แต่


23

ที่เหมือนกันคือ เป็ นการสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์จากรู ปภาพที่เราต้องการ ขอแนะนาการบันทึกในอีกหนึ่งรู ปแบบ ที่ไม่แตกต่างจากการบันทึกด้วยโปรแกรมที่กล่าวมาตาม ข้างต้นเท่าใดนัก แต่เป็ นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และอยากแนะนา กับ Flip Album Pro การบันทึกใน รู ปแบบ 3D Page-Flipping Digital Albums

lip Album Professional v6.0 (26.50 MB) http://www.flipalbum.com/ Create and Sell 3D Page-Flipping Digital Albums on CDs* Flip Album® 6 Pro offers professional photographers an easier, better way to showcase, distribute, and sell their photos. วิธีใช้งาน Flip Album Pro เบื้องต้น ก่อนอื่นอยากให้มาทาความเข้าใจกันว่าการสร้างอัลบั้มสไลด์โชว์โดย Flip Album Pro ก็เหมือนกับการ ที่เรากาลังสร้างหนังสื อขึ้นมาเล่มหนึ่งจะได้เข้าใจในฟี เจอร์ ต่างๆได้ง่ายยิง่ ขึ้น เริ่ มแรกเมื่อเปิ ดโปรแกรม Flip Album Pro ขึ้นมา ก็จะพบกับหน้าต่าง QuickStart ใช้ตวั นี้ทาให้ เข้าใจ ง่ายและสบายต่อการใช้งาน เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งพอที่จะคล่องมือ ค่อยเปลี่ยนวิธีทาเป็ นวิธีอื่น ซึ่งมีวธิ ี ทา Album อยูห่ ลายวิธี และถ้าเปิ ดโปรแกรมขึ้นมาแล้วไม่พบกับหน้าต่าง Quickstart ให้ไปที่ Files > Start Wizard


24

1. Open Folder คลิกที่ Open Folder > เลือกโฟลเดอร์รูปภาพที่ตอ้ งการ > เสร็ จแล้วกด Next ในส่ วนนี้ เราสามารถสร้างโฟลเดอร์รูปภาพที่ตอ้ งการทา Album รอไว้ก่อนที่จะสร้างงานก็ได้ จะสะดวก และประหยัดเวลาได้พอสมควร โดยที่ไม่ตอ้ งมานัง่ ลบรู ปภาพที่ไม่ตอ้ งการในภายหลัง

2. Page Layout เลือกรู ปแบบการจัดวางรู ปภาพต่อ 1 หน้า ซึ่งมีให้เลือกใช้ 2 แบบSingle Image per page: 1 รู ปภาพ ต่อ 1 หน้า เหมาะสาหรับรู ปภาพขนาดทัว่ ไป Centerfold page: 1 รู ปภาพต่อ 2 หน้า เหมาะสาหรับรู ปภาพ ขนาดใหญ่ เมื่อเลือกเสร็ จแล้วกด Next


25

3. Theme เลือก Theme หรื อ Template ให้กบั อัลบั้มที่ตอ้ งการสร้าง เสร็ จแล้วกด Finish เป็ นอันเสร็ จสิ้ น กระบวนการสร้างอัลบั้มในขั้นตอนที่ 1

คราวนี้ก็มาถึงการปรับแต่งในรายละเอียดต่างๆ ซึ่ ง Flip Album Pro มีลูกเล่นต่างๆให้ใช้งาน มากมายเหลือเกิน ดังนั้นในฟี เจอร์ ที่ยงั ไม่คุน้ เคย แนะนาให้อยูใ่ นค่าปกติก่อนไปที่แท็บ Options จะพบกับ เมนูยอ่ ยตามภาพประกอบด้านบน

Book Binder เรี ยกว่าเป็ นการใส่ ห่วงให้กบั สันปกของหนังสื อ เลือกหรื อไม่เลือกก็ได้ ตามความ พอใจและสไตล์ของเรา Enable Background Music สาหรับเปิ ด-ปิ ดเพลงประกอบอัลบั้ม และสามารถใส่ เพลงประกอบ อัลบั้มได้ในฟี เจอร์ น้ ี Set Flipping Speed การตั้งค่าความเร็ วในการเปิ ดอัลบั้มในแต่ ละหน้า พร้อมค่าอื่นๆ ฟี เจอร์ น้ ีปล่อย ให้เป็ นค่าปกติได้ครับ Set Auto Flipping การตั้งค่าความเร็ วในการเปิ ดอัลบั้มแบบอัตโนมัติ Set Slide Show การตั้งค่าต่างๆของสไลด์โชว์ Set Theme การเลือก Theme ให้กบั อัลบั้ม


26

Set Preferences อันนี้จะเป็ นตัวเดียวกันกับ Set Flipping Speed

Set Book Options การตั้งค่าต่างๆของอัลบั้มที่ไม่อยากให้ขา้ มไป จึงขอขยายความต่อสาหรับฟี เจอร์ นี้หากเราเลือกที่จะไม่ปรับแต่งใดๆก็จะแสดงเป็ นค่ามาตรฐานของ Theme ที่เราเลือกใช้ตามขั้นตอนที่ 1 • Book Cover เลือกหน้าปก และหลังปกให้กบั อัลบั้ม โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ 1. Color เลือกเป็ นสี พ้นื สี เดียว 2. Texture เลือกเป็ นรู ปภาพจากเครื่ องของเรา โดยกดปุ่ ม Browse 3. Texture เลือกรู ปภาพจาก Theme ของโปรแกรม Flip Album Pro โดยกดปุ่ ม Browse To Theme • Book Background เลือกฉากหลังให้กบั อัลบั้ม ลองกดเลือกดูจะได้เข้าใจยิง่ ขึ้น (วิธีเลือกเหมือนกับ Book Cover) • Page Background เลือกพื้นหลังให้กบั แต่ละหน้าซ้าย-ขวาของอัลบั้ม (วิธีเลือกเหมือนกับ Book Cover) • Page Margins เลือกรู ปแบบการจัดวางภาพในแต่ละหน้าของอัลบั้ม • Display เลือกรู ปแบบการแสดงรายละเอียดหรื อชื่อของไฟล์ภาพในแต่ละหน้า และรู ปแบบการจัดวาง • Audio เลือกใส่ เพลงประกอบอัลบั้ม หลังจากปรับแต่งจนได้ที่แล้ว ก็เป็ นอันจบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 2 จากกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 2 ฟี เจอร์ ต่างๆที่เราได้ปรับแต่งลงไป จะมีผลต่อหน้าหนังสื อใน ทุกๆหน้าของหนังสื อหรื ออัลบั้มที่เรากาลังสร้าง เข้าสู่ กระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 3


27

คราวนี้ลงลึกไปถึงรายละเอียดกันแบบหน้าต่อหน้ากันเลย ฟี เจอร์ ท้ งั หมดตามรายการแสดงด้านล่าง จะมีผลต่อหน้าหนังสื อที่เราต้องการปรับแต่งเพียงหน้าเดียวเท่านั้น และขอให้เข้าใจว่า ขณะที่เรากาลังใช้งาน ในฟี เจอร์ ดงั กล่าวอยู่ หมายถึงเรากาลังปรับแต่งในรายละเอียดของหนังสื อเฉพาะหน้าที่เรากาลังเปิ ด อยู่ เท่านั้น และไม่มีผลต่อหน้าอื่นๆ แต่อย่างใด

คลิกขวาบริ เวณขอบๆ ด้านนอกของรู ปภาพ จะปรากฏเมนูยอ่ ยให้เราใช้งานดังนี้ Zoom Page การดูภาพแบบขยาย Information รายละเอียดของไฟล์ภาพ Bookmarks การใส่ Bookmarks Markers คล้ายๆกับการใส่ ที่คนั่ หนังสื อครับ Flip To การเปิ ดหนังสื อข้ามหน้าไปยังหน้าต่างๆ Copy Page การก็อปปี้ หน้าหนังสื อหน้าต่างๆ แล้วนาไป Past ในหน้าใหม่ Cut Page การตัดหน้าหนังสื อหน้าต่างๆ เฉพาะส่ วนที่ตอ้ งการ แล้วนาไป Past ในหน้าใหม่ Past Special การ Past จาก Copy Page หรื อ Cut Page ที่มีให้เลือกใช้งาน 2แบบ (E BookSys Page: Past ภาพเหมือนต้นฉบับ) (Bitmap: Past ในแบบไฟล์บิทแม็พ) Insert Page การเพิ่มหน้าใหม่ให้กบั หนังสื อ Delete Page การลบหน้าหนังสื อที่ไม่ตอ้ งการ Print Page การสั่งพิมพ์รูปภาพ Annotate การใส่ ขอ้ ความให้กบั รู ปภาพ


28

Multi Media Object การใส่ Clip Art ให้กบั รู ปภาพ

Page Properties การปรับเปลี่ยนพื้นหลังให้กบั หน้าหนังสื อ การจัดวางตาแหน่งของรู ปภาพ และการใส่ เพลง ประกอบซึ่ งจะมีผลต่อหน้านี้เพียงหน้าเดียว เป็ นอัน จบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 3 มาถึงกระบวนการ สร้างในขั้นตอนที่ 4


29

เมื่อคลิกขวาที่รูปภาพ ก็จะปรากฏเมนูยอ่ ยให้เราได้ใช้งานกันอีกแล้ว ซึ่ งจะเน้นไปที่รูปภาพ ว่าเรา ต้องการให้แสดงหรื อปรากฏในแบบไหน แต่คงจะไม่กล่าวถึงทั้งหมด เอาเฉพาะที่สาคัญๆ

การซ้อนภาพด้วย "Copy Selection" คลิกขวาที่รูปภาพ > Copy Selection > คลิกขวาที่รูปภาพอีก ครั้ง > Past จะได้รูปภาพใหม่ที่เราสั่ง Copy > ใช้เมาส์ลากขยายขนาด และปรับตาแหน่งของรู ปภาพตาม ต้องการ กรณี ที่ตอ้ งการภาพอื่นที่ไม่ใช่ภาพเดียวกัน แต่ตอ้ งเป็ นภาพที่อยูใ่ นอัลบั้มที่เรากาลังสร้างอยูน่ ะครับ ก็ใช้วธิ ี เดียวกัน คือเลือก Copy Selection ภาพที่ตอ้ งการในหน้าไหนก็ได้แล้วนามา Past ในหน้าไหนก็ได้อีก เช่นกัน


30

การซ้อนภาพด้วย "Copy File From" ไปที่แท็บเครื่ องมือด้านบนครับ เลือก > Copy File From > เลือกตาแหน่งที่เก็บภาพจากเครื่ องของเรา > Open ภาพที่สั่ง Copy จะปรากฏในหน้าหนังสื อหน้าใหม่ > คลิกขวาที่ภาพ > Cut Selection > นาไป Past ในหน้าที่ตอ้ งการ

ใส่ เอฟเฟกต์ให้กบั รู ปภาพด้วย "Effects" คลิกขวาที่รูปภาพ > Effects > กรอบรู ปภาพแบบ3D, สร้าง ขอบเงาให้กบั รู ปภาพ หรื อแบบปกติ Tranparent รวมถึงการใส่ Shape ให้กบั รู ปภาพ ดังภาพประกอบ ด้านบน นอกจากนี้ก็ยงั มีฟีเจอร์ Edit ที่เราสามารถปรับแต่งรู ปภาพในเรื่ องความคมชัดได้อีก รวมถึงฟี เจอร์ อื่นๆที่ท่านต้องใช้เวลาในการศึกษาเพิ่มเติม เป็ นอันจบกระบวนการสร้างในขั้นตอนที่ 4


31

ผ่านมา 4กระบวนการสร้าง ก็มาถึงขั้นตอนสุ ดท้าย การไลท์ลงแผ่นเก็บไว้ ด้วยคาสั่งที่แท็บบาร์ ดา้ นบน CD Maker เลือกไลท์ตามความต้องการงานสร้างและหากต้องการผูช้ ่วยเหลือ ก็ ใช้ปุ่ม How to Burn CD


32

2 .รู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน ( CAI =Computer Assisted Instruction) คือ โปรแกรมบทเรี ยน คอมพิวเตอร์ ช่วยสอนที่มีหน้าที่เป็ นสื่ อการสอนเหมือนแผ่นสไลด์หรื อวิ ดีทศั น์ที่ใช้ประกอบการเรี ยนการ สอน เพื่อให้ผเู ้ รี ยนเข้าใจง่ายในเวลาจากัดและตรงตามจุดประสงค์ของบทเรี ยนนั้นๆ โดยมีการใช้โปรแกรม ที่นามาสร้างคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน 2 รู ปแบบ ได้แก่ 2.1 การใช้โปรแกรม Authorware เป็ นโปรแกรมประยุกต์ที่นิยมนามาสร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนมากที่สุด เพราะเนื่องจากว่าเข้าใจง่าย มีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ง่าย การเรี ยกใช้โปรแกรม Authorware 1.เลือก Start ---> Programs ---> Macromedia Authorware (ตาแหน่งของโปรแกรม)


33

2. จะปรากฏหน้าจอการทางานของ Macromedia Authorware ขึ้นมา

การพัฒนางานด้วยโปรแกรม Authorware ลักษณะการทางานของโปรแกรม Authorware จะประกอบไปด้วยไอคอนที่วางเรี ยงบนเส้น ซึ่งเป็ น การกาหนดการทางานของโปรแกรมนัน่ เอง ไอคอนที่อยูด่ า้ นซ้ายมือของจอภาพจะถูกนามาเรี ยงไว้บนเส้น Flow Line ตามสคริ ปต์ที่ผพู ้ ฒั นาเตรี ยมไว้ เพื่อกาหนดขั้นตอนการทางาน จากนั้นก็ทดสอบรันโปรแกรมดู ได้


34

นอกจากนี้ยงั มีคาสั่งให้เลือกใช้ คือ - Manu Bar - Tool Bar ในขั้นสุ ดท้ายหลังจากทาการพัฒนาและออกแบบแล้ว ยังสามารถจัดเก็บไฟล์ในรู ปแบบนามสกุล .EXE หรื อนามสกุล .A5R ที่มีคาสั่ง Package เพื่อนาไปใช้กบั คอมพิวเตอร์ เครื่ องอื่นๆ ส่ วนประกอบโปรแกรม Authorware

1.Beginning of File ตาแหน่งเริ่ มต้นวางไอคอน 2.Paste Head ตัวชี้ตาแหน่ง 3.Flow Line เส้นลาดับการทางาน 4.End of File ตาแหน่งจบไฟล์ 5.Icon Palette ไอคอนคาสั่งต่างๆ


35

ความหมายของไอคอนที่ใช้ในโปรแกรม Authorware

Diskplay Icon เป็ นไอคอนที่ใช้สาหรับแสดงผลทางจอภาพ แสดงตัวอักษร แสดงภาพ แสดง ภาพเคลื่อนไหวการใช้งานไอคอนนี้ ให้ใช้เมาส์คลิกรู ปไอคอนนี้บนแถบเครื่ องมือค้างไว้ลากมาวางบนเส้น ผังงาน

ดับเบิลคลิกเปิ ดหน้าต่างไอคอนแสดง หน้าต่างนี้ประกอบด้วย คอนโทรบล็อก แถบคาสัง่ กล่อง เครื่ องมือ


36

การวาดรู ป คลิกเมนู Window เลือก Inspectors เลือก Colors

ได้หน้าต่างกล่องสี คลิกอุปกรณ์ในกล่อง คลิกเลือกสี แล้ววาดรู ป จะได้รูปตามต้องการ


37

การพิมพ์ตวั อักษรและข้อความ ใน Diskplay Icon สามารถพิมพ์ตวั อักษร ใส่ รูป วาดเส้นตรง วงกลมรู ปสี่ เหลี่ยมต่างๆได้โดยใช้ เครื่ องมือจาก Toolbox เมื่อต้องการพิมพ์ขอ้ ความเพียง 1. ดับเบิล้ คลิกที่ไอคอน Diskplay Icon 2. คลิกเลือกรู ปแบบที่ตอ้ งการ 3. คลิกวางเมาส์ที่บริ เวณที่ตอ้ งการแล้วทาการพิมพ์ขอ้ ความตามที่ตอ้ งการ

การกาหนดลักษณะอักษร ขนาด และการจัดแบบตัวอักษร 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Text เพื่อเลือก Font เลือกที่ Other เพื่อทาการปรับเปลี่ยน

3. ถ้าต้องการกาหนดลักษณะตัวอักษรให้เลื อก Style


38

4. ถ้าต้องการเปลี่ยนขนาดตัวอักษรให้เลือก Text Size

5. ถ้าต้องการปรับตาแหน่งของข้อความให้เลือก Alignment

การใช้เครื่ องมือวาดใน Toolbox เราสามารถเลือกรู ปแบบการวาดรู ปได้ โดยเลือกที่ Toolbox แล้วทาการวาดที่ตาแหน่งที่ตอ้ งการ

การกาหนดลักษณะของเส้น Line 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle


39

2.คลิกเมนู Window เพื่อเลือก Inspectors เลือกที่ Line เราสามารถเลือกรู ปแบบของเส้นตามต้องการ

การกาหนดลวดลาย Fill 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Window เพื่อเลือก Inspectors เลือกที่ Fill


40

การกาหนด Mode 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Window เพื่อเลือก Inspectors เลือกที่ Mode

การกาหนด Color 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Window เพื่อเลือก Inspectors เลือกที่ Color


41

การกาหนด Align การจัดวางตาแหน่องของภาพ 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Modefy เพื่อเลือก Align

การกาหนด Number Format การกาหนดรู ปแบบของตัวเลข 1. คลิกเลือก Object ที่ตอ้ งการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle 2. คลิกเมนู Modefy เพื่อเลือก Number Format


42

2.2 การใช้ระบบการจัดการเรี ยนการสอนในระบบออนไลน์ Moodle (Moodle ย่อมาจาก Modular Object-Oriented Dynamic Learning Environment) คือระบบการเรี ยนการสอนในระบบออนไลน์ให้มี บรรยากาศเหมือนเรี ยนในห้องเรี ยนหรื อระบบจัดคอร์ สการเรี ยนการสอน ผ่านระบบเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต สาหรับสถาบันการศึกษาหรื อผูส้ อน 3. รู ปแบบ Social Network หมายถึง สังคมออนไลน์ที่จะช่วยหาเพื่อนบนโลกอินเตอร์ เน็ตได้ง่ายๆ สามารถที่จะสร้างพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมาและได้ทาความรู ้จกั กับเพื่อนๆคนอื่นๆและยังสามารถแนะนาตัวเองได้ เช่น Hi5,Bkog,Facebook เป็ นต้นและมีรูปแบบ Social Network 3รู ปแบบ ได้แก่ 3.1 การใช้เว็บบล็อกเพื่อการเรี ยนการสอน Blog มาจากศัพท์คาว่า WeBlog บางคนอ่านคา ๆ นี้วา่ We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ท้ งั นี้ท้ งั นั้น ทั้งสองคาบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านัน่ คือบล็อก ความหมายของคาว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่ อง ไม่วา่ จะเป็ นเรื่ องราวส่ วนตัว หรื อเป็ นบทความเฉพาะด้า น ต่าง ๆ เช่น เรื่ องการเมือง เรื่ องกล้องถ่ายรู ป เรื่ องกีฬา เรื่ องธุ รกิจ เป็ นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็ นที่นิยม ก็คือ ผูเ้ ขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะ มีอิทธิ พลในการโน้มน้าวจิตใจผูอ้ ่านสู งมาก แต่ในขณะเดี ยวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันใน กลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรื อครอบครัวตนเอง จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็ นเครื่ องมือสื่ อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่ อถึงความเป็ น กันเองระหว่างผูเ้ ขียนบล็อก และผูอ้ ่านบล็อกที่เป็ นกลุ่มเป้ าหมาย ที่ชดั เจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนัน่ เอง 3.2การนาเสนอแบบ Web page หมายถึง หน้าหนึ่ง ๆ ของเว็บไซต์ ที่เราเปิ ดขึ้นมาใช้งาน โดยทัว่ ไป เว็บเพจส่ วนใหญ่จะอยูใ่ นรู ปของเอกสาร HTML หรื อ XHTML (ซึ่งมักมีนามสกุลไฟล์เป็ น htm หรื อ html) มีลิงค์สาหรับเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น ๆ สามารถใส่ รูปภาพและรู ปภาพยังสามารถเป็ นลิง ค์ กล่าวคือ สามารถคลิกบนรู ปเพื่อกระโดดไปหน้าอื่นได้ นอกจากนี้ยงั สามารถใส่ แอพเพล็ต (applet) ซึ่งเป็ นโปรแกรม ขนาดเล็กแสดงภาพเคลื่อนไหว มีปฏิสัมพันธ์กบั ผูใ้ ช้ หรื อสร้ างเสี ยง ได้อีกด้วย โปรแกรมที่ใช้เปิ ดดูเว็บเพจ เรี ยกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ ที่เป็ นที่นิยม เช่น อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ , Netscape, มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์, และ ซาฟารี เป็ นต้น โปรแกรมสาหรับสร้าง เว็บเพจ เช่น โปรแกรม Macromedia Dreamweaver , PHP & MySQL , Flash Professional เป็ นต้น ประโยชน์ของ weblog 1.เปิ ดตัวเองให้โลกรู้ เรื่ องของ blog มักเป็ นเรื่ องราวของเจ้าของ blog เป็ นการเล่าประสบการณ์หรื อ ความคิดของเจ้าของ เป็ นการถ่ายทอดความคิดความรู ้สึกของเจ้าของ blog เป็ นการระบายความเครี ยดอีกทาง หนึ่ง


43

2.ทันข่าวทันเหตุการณ์ ประสบการณ์บางคนก็เป็ นข่าวเห็นอีกหลายคนได้ ข่าวจาก blog หลายแห่ง เป็ นข่าววงใน บางคนเล่าเหตุการณ์หรื ออุบตั ิเหตุที่เจอมา หลาย blog พูดถึงแนวโน้มหรื อความเปลี่ยนแปลง ใหม่ ๆ 3. กลัน่ กรองข้อมูล blog บาง blog จะมีการกลัน่ กรองข้อมูลก่อนนาลง blog ทาให้ผอู ้ ่าน blog ไม่ตอ้ ง เสี ยเวลาในการกลัน่ กรองข้อมูล เพราะมีการนาเสนอข้อมูลหรื อมีไกด์ในการท่องเว็บ 4. รายงานการท่องเว็บ เป็ นวัตถุประสงค์หลักที่เป็ นต้นกาเนิดของการทา blog หลาย blog มีการลิงค์ ไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน blog ซึ่ งเป็ นการแนะนาว่าเว็บไหนดีก็ไปที่เว็บนั้น 5. การแสดงความคิดเห็น ไม่วา่ จะเป็ นความในใจของเรื่ องต่างๆ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรื อการบ่นที่ ทุกคนมีอยูใ่ นใจ การทา blog เป็ นช่องทางถ่ายทอดความคิดเห็นให้คนอื่นรับรู ้ 6. ถ่ายทอดประสบการณ์ หรื อไดอารี่ ออนไลน์ เป็ นการถ่ายทอดเรื่ องราวในชีวติ ประจาวัน หรื อเป็ น การเล่าเรื่ องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น www.terrystrek.com 7. โน้มน้าวใจผูอ้ ่าน ลักษณะนี้เป็ นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กรณี แบบนี้เป็ นการขายความคิด อย่าง blog สาหรับคอการเมืองอาจจะมีฝ่ายซ้าย - ฝ่ ายขวา,สายเหยีย่ ว - สายพิราบ จะพบว่าเนื้อหาจะเป็ นการโพสต์โจมตี ฝ่ ายตรงข้าม แล้วก็สนับสนุนแนวความคิดของตนเอง วิธีสร้างบล็อกกับ Blogger ขั้นที่ 1 การสมัครใช้งาน Blogger สามารถใช้ email ของระบบใดก็ได้ แต่ในระยะยาวแล้วการเชื่อมโยงกับ บริ การหลายๆอย่างของ google ควรจะใช้ email ของ Gmail ดีที่สุด ดังนั้น ในขั้นแรกนี้ให้คุณเข้าไป ที่ www.gmial.com เพื่อสร้างบัญชีผใู ้ ช้กบั google


44

ขั้นที่ 2 หลังจากได้บญั ชีผใู้ ช้แล้ว ให้ไปที่ www.blogger.com เพื่อสร้างบล็อก โดยในการสร้างบล็อกนั้น ก็ ให้ใช้ บัญชีผใู้ ช้ (user name + password) ที่ได้สร้างไว้ในขั้นที่ 1

ขั้นที่ 3 ในขั้นต่อมาให้กรอก email ที่ได้จากขั้นที่ 1 ชื่อผูเ้ ขียนบล็อก วันเกิด และยอมรับข้อตกลง แล้ว Click ที่ปุ่มดาเนินการต่อ


45

ขั้นที่ 4 การตั้งชื่อเว็บบล็อกสามารถใช้ชื่อที่ชอบได้ตามใจ แต่การกาหนด URL จะต้องไม่ให้ซ้ ากับคนอื่น ๆ ถ้าซ้ าก็ใช้วธิ ี เปลี่ยนเป็ นคาหรื อวลีที่ใกล้เคียงไปเรื่ อย ๆ (การตั้งชื่อและ URL ของบล็อกควรมี keyword ที่ สัมพันธ์กบั เรื่ องที่จะเขียนด้วย)

ขั้นที่ 5 ในขั้นสุ ดท้ายนี้เป็ นการเลือกแม่แบบของบล็อก ให้เลือกแม่แบบใดก็ได้เพราะเราจะมาทาการ ปรับแต่งแม่แบบได้ในภายหลัง

เมื่อจบ 5 ขั้นตอนข้างต้นถือว่าเสร็ จสิ้ นขั้นตอนการสร้างบล็อกแล้ว


46

ขั้นที่ 6 ในขั้นตอนนี้เป็ นการเลือกจัดการกับบล็อกที่สร้างขึ้น คุณสามารถเข้าไปจัดการส่ วนต่าง ๆ ของบล็อก ได้จาก www.blogger.com หรื อ draft.blogger.com

6.1 ถ้าคุณอาจจะเริ่ มเขียนบล็อกเลย ให้อ่านข้อแนะนาการเขียนบล็อกจากบทความ วิธีเขียน และ จัดการบทความ 6.2 แต่ถา้ ต้องการเปลี่ยนแม่แบบก่อนให้อ่านบทความ วิธี เปลี่ยน Templates ของ Blogger หรื ออ่าน วิธีออกแบบแม่แบบด้วยตัวเองจากบทความ เครื่ อง มือสาหรับออกแบบแม่แบบด้วยตนเอง 3.2 Word press Wordpress คือโปรแกรมชนิดหนึ่ง ที่มีระบบในการช่วยจัดการเนื้อหาบนเว็บ ได้อย่างง่ายดาย หรื อที่ หลายๆ คนใช้คาว่า Contents Management System (CMS) ซึ่งจริ ง แล้ว โปรแกรมประเภท CMS มีเยอะ อย่างเช่น PHP Nuke, Joomla, Mambo, OScommerce, Magento เป็ นต้น Wordpress เป็ น CMS ประเภท Blog ซึ่ งพัฒนาขึ้นโดยภาษา PHP และทางานบนฐานข้อมูล MySQL ภายในสัญญาอนุญาตใช้งานแบบ General Public Licensen(GNU) มีเว็บไซต์หลักอยูท่ ี่ http://www.wordpress.org และมี free hosting สาหรับขอรับบริ การฟรี ที่ http://www.wordpress.com Wordpress เป็ นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย สาหรับคนที่ตอ้ งการมีบล็อกส่ วนตัว เป็ นที่โปรแกรมที่ นิยมกันทัว่ โลก รวมทั้งในประเทศไทยเราด้วย นอกจากการติดตั้งง่ายแล้ว Wordpress ยังมีขอ้ ดีก็คือ เรา สามารถหาดาวน์โหลดธี ม (Themes) หรื อหน้าตาของเว็บรู ปแบบต่างๆ


47

สรุปสาระสาคัญ การนาเสนองานมีวตั ถุประสงค์คือ เพื่อให้ผชู ้ มเข้าใจสาระสาคัญของการนาเสนอ และให้ผชู ้ มเกิด ความประทับใจ ซึ่ งจะนาไปสู่ ความเชื่อถือในผลงานที่นาเสนอ การใช้สื่อ โสตทัศนศึกษาช่วยให้เกิดการรับรู ้ ที่ดีข้ ึน รวมทั้งช่วยให้จดจาเนื้อหาได้มากขึ้น ทั้งนี้ หลักการขั้นพื้นฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้น สาคัญคือ การดึงดูดความสนใจ ความชัดเจนของเสี ยงประกอบที่เหมาะสมด้วย เครื่ องมือที่ใช้ในการนาเสนอผลงานนั้น แต่เดิมมักใช้เครื่ องฉายสไลด์และเครื่ องฉายแผ่นใสเป็ น หลัก แต่ในปั จจุบนั นี้นิยมใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ และเครื่ องฉายแอลซี ดี รู ปการนาเสนอที่ยงั นิยมใช้กนั มากคือ การนาเสนอแบบ Slide Presentation โดยใช้โปรแกรม Power Point แต่มีแนวโน้มว่าการนาเสนอแบบ Web Page อาจเข้ามาแทนที่


48

คาถาม 1. หลักการขั้นพื้นฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้นสาคัญ คืออะไรบ้าง 2. เครื่ องฉายสไลด์ คืออะไร 3. รู ปแบบการนาเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

เฉลย (1) 1.1 การดึงดูดความสนใจ 1.2 มีความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา 1.3 ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้ าหมาย (2) เป็ นเครื่ องฉายวัสดุโปร่ งใสระบบฉายตรง (3) มี 3 รู ปแบบ 1. การนาเสนอแบบ slide Presentation 2. รู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (CAI) 3. รู ปแบบ Social Network


49

อ้างอิง วิวรรธน์ จันทร์เทพย์. เอกสารประกอบการสอนวิชาเทคโนโลยีสารเทศและการสื่ อสารสาหรับครู . มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง.2554 ค้นเมื่อ 13ธันวาคม 2555. จาก http://titpsocial.blogspot.com/ ค้นเมื่อ13 ธันวาคม 2555. จาก. http://www.edu.nu.ac.th/wbi/355201/p77-5.html ค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2555.จาก http://patpooh03.blogspot.com/2011/02/proshow-gold.html ค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2555. จาก http://www.sorncomputer.com/index.php/topic,1125.0.html ค้นเมื่อ 5 มกราคม2556. จาก http://thaidarat.blogspot.com/2007/09/authorware.html ค้นเมื่อ 9 มกราคม 2556.จาก http://blog.eduzones.com/help/178 ค้นเมื่อ 20 มกราคม 2556. จาก http://www.oknation.net/blog/Hackublog/2010/06/28/entry-1


รายงานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอผลงาน  

การนำเสนองานโดยใช้สื่อโสตทัศนศึกษานั้นมีเหตุผลเบื้องลึก คือ หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ซึ่งได้มีการค้นพบจากนักวิจัยว่า การรับรู้ข้อมูลโดยผ่านทาง...

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you