Issuu on Google+

โครงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง “ ใช้ยาถูกหลัก ... คนที่เรารักปลอดภัย ” จัดทาโดย เด็กหญิงณัฐฐาพร ยินดี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เด็กหญิงณัฐฐินันท์ ทองสุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เด็กหญิงนิศา จันทร์แจ่ม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ครูท่ปี รึกษา นางสุนีย์ คงสมจิตร นายวรพงษ์ วัฒนเวช รายงานโครงงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านใหม่หนองไทร สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๒


กิตติกรรมประกาศ การจัดทาโครงงานเรื่อง “ ใช้ยาถูกหลัก ... คนที่เรารักปลอดภัย ”คณะผู้จัดทาได้รับความอนุเคราะห์ ข้อมูล และคาปรึกษาแนะนา จากคุณหมอชาญเฉลิม สุขย้อย และคณะเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตาบลบ้านใหม่หนองไทร จึงขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณท่านผู้อานวยการโรงเรียน ชุมชนบ้านใหม่หนองไทร นางสมฤทัย รอดประเสริฐ และคุณครูสุนีย์ คงสมจิตร คุณครูวรพงษ์ วัฒนเวช ตลอดจนคณะคุณครูทุกท่านที่ให้คาปรึกษาแนะนา ให้กาลังใจในการทาโครงงานมาโดยตลอดและที่จะลืมไม่ได้ คือ ผู้ปกครอง ตลอดจนพี่ๆ น้องๆ นักเรียนของเรา ที่เป็นกาลังใจและให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างดียิ่งทาให้ การทาโครงงาน “ ใช้ยาถูกหลัก...คนที่เรารักปลอดภัย” สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี


บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง “ ใช้ยาถูกหลัก ... คนที่เรารักปลอดภัย ” จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ ประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษายาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ทั้งนี้เพราะยา เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สาคัญต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าปัจจุบันวิทยาการจะเจริญก้าวหน้า แต่เมื่อถึงยาม เจ็บป่วยผู้ปกครองและประชาชนส่วนหนึ่งก็ยังต้องช่วยเหลือตนเอง ซื้อยาจากร้านขายยามารับประทานเอง จึงจาเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว คณะผู้จัดทาจึงได้ลงมือศึกษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ นาความรู้ที่ได้มาเรียบเรียงและนามาบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยนามาแต่งและร้องเป็นเพลงพวงมาลัย เป็นตอนๆ ทั้งเรื่องประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษายาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ จากนั้นก็ได้นาเพลงพวงมาลัยดังกล่าวไปแสดงให้พี่น้องนักเรียน และผู้ปกครองได้รับชมรับฟัง ผู้จัดทาได้ประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของยาก่อนการนาเสนอเพลงพวงมาลัย จากนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ - ๖ จานวน ๖๒ คนและผู้ปกครอง จานวน ๕๔ คน พบว่าทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้ง 116 คน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาในระดับที่ควรปรับปรุง จานวน ๘๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๘๖ ระดับพอใช้ จานวน ๒๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๑๔ และเมื่อได้นาเสนอเพลงพวงมาลัยเกี่ยวกับเรื่อง ยาแล้ว ได้ประเมินความรู้ความเข้าใจพบว่า นักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาในระดับ พอใช้ จานวน ๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๔๕ ระดับดี จานวน ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๒๘ ระดับดีมาก จานวน ๘๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๓๗ แสดงว่าหลังจากที่ได้ฟังเพลงพวงมาลัยแล้ว นักเรียนและผู้ปกครองมี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาเพิ่มขึ้น จากการสารวจความพึงพอใจที่มีต่อโครงงานนี้พบว่า นักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อ รูปแบบ การนาเสนอโครงงานและความสามารถ, บุคลิกการนาเสนอ ในระดับมาก คิดเป็น ร้อยละ 100 ส่วนด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพและความ เหมาะสมของเวลาที่นาเสนอ ก็ได้รับความพึงพอใจในระดับมากเช่นกัน เฉลี่ยร้อยละ ๙๓.๒๕ การจัดทา โครงงานนี้นับว่าได้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่งเพราะนอกจากผู้จัดทามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาแล้ว ยังได้ ฝึกทักษะกระบวนการคิด รู้จักวางแผนการทางาน และทางานอย่างเป็นระบบ และได้เผยแพร่ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยา ให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่นเพื่อนาไปใช้ ในพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว


บทที่ ๑ บทนา ที่มาและความสาคัญ จากการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ และชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๕ สาระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต หน่วยการเรียนรู้ ชีวิตปลอดภัย เรื่อง การใช้ยา คณะผู้จัดทาเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์มาก เพราะยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สาคัญและจาเป็นต่อการดารงชีวิต ของมนุษย์ แม้ว่าปัจจุบันวิทยาการจะเจริญก้าวหน้า แต่เมื่อถึงยามเจ็บป่วย ผู้ปกครองและประชาชนส่วนหนึ่งก็ ยังต้องช่วยเหลือตนเอง ซื้อยาจากร้านขายยามารับประทานเองจึงจาเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องยาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการใช้ยาทุกครั้งสิ่งสาคัญคือ ต้องใช้ยาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ ประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษายาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพเพื่อความ ปลอดภัยของชีวิตและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว คณะผู้จัดทาจึงได้คิดทาโครงงานเรื่อง “ ใช้ยาถูกหลัก ... คนที่เรารักปลอดภัย ” ขึ้น จุดประสงค์ ๑. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษายาและการ สังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ๒. เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บ รักษายาและการ สังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ให้นักเรียนและผู้ปกครองได้นาไปใช้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครองที่มีต่อโครงงาน ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องยา ใน ๕ ประเด็นคือ - ประเภทของยา - หลักการใช้ยา - การอ่านฉลากยา - การเก็บรักษายา - การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ – วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ สถานที่ที่ศึกษาค้นคว้า โรงเรียนชุมชนบ้านใหม่หนองไทร


บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ความหมายของยา ยา หมายถึง สารที่มีผลต่อสุขภาพและร่างกายของคนเรา สามารถใช้ป้องกันโรค บรรเทาอาการ เจ็บป่วย และรักษาโรค ยามีไว้เพื่อใช้บรรเทาและรักษาอาการเจ็บป่วยอีกทั้งยังใช้ป้องกันโรคต่างๆ แต่ถ้าเราใช้ยาผิดวิธี หรือผิด หลักการใช้ ยาก็จะให้โทษต่อร่างกายของเรา อาจจะทาให้อาการป่วยของเราไม่หาย เรื้อรังและเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราควรรู้จักประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษายา และการสังเกตยาที่ เสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามเราสามารถแบ่งกลุ่มยาออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ๆ คือ ยาใช้ภายใน และยาใช้ภายนอก

ประเภทของยา ยาที่ใช้ในปัจจุบันมีอยู่หลายชนิด แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท ดังนี้ ๑. ยาแผนปัจจุบัน เป็นยารักษาโรคแผนปัจจุบัน ที่ผลิตขึ้นในลักษณะต่างๆ เช่น ยาเม็ด ยาแคปซูล ยาน้า แล้วบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดผนึกไว้โดยมีฉลากที่ระบุชื่อยา สรรพคุณ วิธีใช้ วันหมดอายุ ๒. ยาแผนโบราณ เป็นยาที่ใช้รักษาโรคแผนโบราณ ยาชนิดนี้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นตารับยาแผนโบราณ อย่างถูกต้อง เช่น ยาเขียวหอม ยาธาตุบรรจบ เป็นต้น ๓. ยาสามัญประจาบ้าน (ยาตาราหลวง) เป็นทั้งยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ เช่น ยาเม็ดพาราเซตตามอล ยาใส่แผลสด ยาหม่อง ยาหอม ๔. ยาอันตราย เป็นยาที่ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคปัจจุบัน ที่ขวดหรือกล่องใส่ยาจะเขียนคาว่า “ยาอันตราย” ซึ่งต้องใช้ภายใต้คาแนะนาของแพทย์หรือเภสัชกร เช่น ยานอนหลับ ยาแก้อาเจียน ๕. ยาสมุนไพร เป็นยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุบางชนิด ยาที่ได้จากพืชเช่น ว่านหางจระเข้ ใบมะรุม ยาที่ได้จากสัตว์เช่น ดีหมี ยาที่ได้จากแร่ธาตุเช่น ดินประสิว กามะถัน เป็นต้น

หลักการใช้ยา ในชีวิตประจาวัน เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยแล้ว สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายวิธี วิธีหนึ่งที่สาคัญ คือ การใช้ยา ยาที่เรานามาใช้นั้นมีอยู่หลายชนิด บางชนิดเราอาจหาซื้อกินเองได้ ยาบางชนิดต้องซื้อตามใบสั่ง แพทย์เท่านั้นเพราะเป็นยาอันตราย ดังนั้นก่อนการใช้ยาทุกครั้งต้องอ่านฉลากยาเสมอ และเราควรทราบ หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง ซึ่งมีหลักการใช้ยาดังนี้ ๑. ใช้ยาให้ถูกวิธี ต้องใช้ยาให้ถูกวิธี เช่น ยาทาต้องใช้ทา ห้ามนามารับประทาน ไม่นาผงยาใน แคปซูลมาโรยแผล ๒. ใช้ยาให้ถูกเวลา ยาแต่ละชนิดกาหนดเวลาที่ใช้ไว้ดังนี้ ยากินก่อนอาหารให้กินก่อนอาหาร ๓๐ นาที ถึง ๑ ชั่วโมง เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที ส่วนยากินหลังอาหาร ให้กินหลังอาหาร ๑๕ นาที ถึง ๓๐ นาที ถ้าเราลืมกินยาในระยะเวลาที่กาหนด ให้กินทันทีที่นึกได้โดยกินในขนาดปกติ แต่ถ้านึกได้ใกล้เวลาที่ ต้องกินยาครั้งต่อไปก็ให้รอกินในมื้อต่อไปตามปกติ


๓. ใช้ยาให้ตรงกับโรค ใช้ยาให้ตรงกับโรคที่เราเป็น ใช้ยาก็ต่อเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยที่ไม่อาจแก้ไขได้ ด้วยวิธีการอื่น โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร(แพทย์ผู้ปรุงยาหรือผู้ที่ศึกษาเรื่องยาจนได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ให้ คาแนะนาในเรื่องยาซึ่งช่วยแนะนาให้ผู้เจ็บป่วยใช้ยาได้อย่างปลอดภัย) ๔. ใช้ยาให้ถูกกับบุคคล สภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยาที่ให้เด็กกินต้องมีปริมาณไม่เท่า ผู้ใหญ่ ยาบางชนิดไม่ควรให้หญิงมีครรภ์กิน ๕. ใช้ยาตามขนาด ควรใช้ยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกาหนดไว้ เพราะการใช้ยาเกินขนาดทาให้เกิด อันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าใช้น้อยเกินไปการรักษาก็อาจไม่ได้ผล

การอ่านฉลากยา ฉลากยามี ๒ ประเภท คือ ฉลากยาสาหรับยาใช้ภายนอก เป็นฉลากสีแดงหรือตัวอักษรสีแดง และ ฉลากยาสาหรับใช้ยาภายใน เป็นฉลากสีน้าเงินหรือตัวอักษรสีน้าเงิน มาตราที่ ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ กาหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบัน ต้องจัดให้มีฉลากตามที่ขึ้นทะเบียนตารับยาปิด ไว้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยา หรือฉลากและเอกสารกากับยาโดยแสดงรายละเอียดดังนี้ ๑. ชื่อยา เช่น ดีคอลเจน ซาร่า นูต้า เป็นต้น ๒. เลขทะเบียนตารับยา มักมีคาว่า Reg. No หรือเลขทะเบียนที่ หรือทะเบียนยาถ้ามีตัวยาออกฤทธิ์ เพียงตัวเดียวจะมีการแสดงดังนี้ - 1A ….. กรณีที่เป็นยาผลิตในประเทศ - 1B ….. กรณีที่เป็นยาที่สั่งนาเข้ามาจากต่างประเทศแล้วนามาแบ่งบรรจุในประเทศ - 1C ….. กรณีที่เป็นยาที่สั่งนาเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น 1A 12/35 , 1B 3/45ตัวเลขที่แสดง ต่อท้ายอักษรภาษาอังกฤษ คือ เลขลาดับที่ได้รับใบอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตารับยาและทับเลขท้ายของปี พ.ศ. ที่ ได้รับการขึ้นทะเบียน สาหรับตัวยาที่ออกฤทธิ์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป จะขึ้นต้นด้วย 2A …. 2B ….2C แล้วตามด้วย ลาดับที่และเลขท้ายของปี พ.ศ.ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยา ๓. ปริมาณหรือขนาดบรรจุของยา เช่น ยาเม็ด จะต้องแจ้งขนาดบรรจุไว้ในฉลากด้วยว่ายานั้น บรรจุกี่เม็ด ๔. เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต ซึ่งมักใช้คาย่อยเป็นภาษาอังกฤษ เช่น Lot. No. , Cont. No , Batch No. แล้วตามด้วยเลขครั้งที่ผลิต ๕. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ยาที่ผลิตในประเทศต้องมีชื่อผู้ผลิต จังหวัดที่ตั้ง สถานที่ผลิตยาด้วย กรณี เป็นยาที่ผลิตในต่างประเทศหรือสั่งนาเข้ามาต้องมีชื่อเมือง และประเทศที่ผลิตพร้อมทั้งชื่อผู้นาเข้าหรือสั่งมา ๖. วันเดือนปีที่ผลิตยา มักมีอักษรย่อภาษาอังกฤษ Mfd. หรือ Mfd. Date. แล้วตามด้วยวัน เดือนปี ที่ผลิต หากยานั้นผลิตมานานเกิน ๕ ปีก็ไม่ควรนามารับประทาน ส่วนยาบางชนิดเช่นยาปฏิชีวนะ จะมีการ ระบุวันที่หมดอายุ โดยมีคาย่อว่า Exp. Date. ซึ่งย่อมาจาก Expiration Date แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่ยานั้น หมดอายุ ๗. คาว่า “ยาอันตราย” “ยาควบคุมพิเศษ” “ยาใช้เฉพาะที”่ ”ยาใช้ภายนอก” จะเขียนด้วย อักษรสีแดง อ่านได้ชัดเจน ๘. วิธีใช้และคาเตือน จัดให้มีคาเตือนไว้บนฉลากและเอกสารกากับยานั้นใช้สาหรับยาที่รัฐมนตรี ประกาศ หรือในกรณีที่กฎหมายบังคับ


วิธีเก็บรักษายา ยาแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเก็บรักษายาที่ดีจะต้องคานึงถึงการรักษาคุณภาพ ของยาไว้ให้ได้ด้วย วิธีเก็บรักษายามีดังนี้ ๑. ควรเก็บยา ไว้ในตู้ยาที่ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง และไม่อับชื้นเพราะยาบางชนิดถ้าถูกแสงแดดอาจ เสื่อมคุณภาพได้ ๒. แยกเก็บยาสาหรับใช้ภายในและยาสาหรับใช้ภายนอกไม่ให้ปะปนกัน ๓. ยาที่เก็บต้องมีฉลากระบุไว้ชัดเจน ไม่เลอะเลือน มีฉลากบอกชื่อยา ขนาด สรรพคุณ วิธีใช้และ วันหมดอายุ เพราะจะได้ไม่หยิบผิด ๔. ปิดผนึกยาให้สนิท เพราะยาบางชนิดอาจถูกความชื้นไม่ได้ แต่มียาบางชนิดที่ต้องการความชื้น เช่น ครีม ขี้ผึ้ง จึงต้องปิดฝาให้แน่นเพื่อเก็บความชื้นไว้ ๕. ควรเก็บยาไว้ให้พ้นมือเด็กหรือเด็กหยิบไม่ถึง ๖. ยาที่หมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพต้องนาไปทิ้งทันที โดยทั่วไปยาฉีดจะมีอายุการใช้งานประมาณ ๒ ปี นับจากวันที่ผลิต ยาเม็ดจะมีอายุการใช้ ๓ – ๕ ปี นับจากวันผลิต ส่วนยาหยอดตาเมื่อเปิดและเก็บในตู้เย็นจะมี อายุใช้งาน ๑ เดือน หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก ๗. ยาที่ระบุให้เก็บในตู้เย็น ให้เก็บในช่องธรรมดา ไม่ควรเก็บในช่องแช่แข็งทั้งนี้เพื่อความคงตัวของยา ๘. ตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพของยาอย่างสม่าเสมอ

การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ยาที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ ต้องนาไปทิ้งทันที ซึ่งยาที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพจะสังเกตจากสิ่ง ต่อไปนี้ ๑. ยาเม็ด : แตก ร่วน บิ่น กะเทาะ สีซีด เยิ้ม เช่น วิตามินซีจะมีสีเข้มขึ้น ยาแอสไพริน (แก้ปวด) จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ๒. ยาขี้ผึ้ง ยาครีม : เนื้อยาเยิ้ม เหลว แยกชั้น กลิ่นและสีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ๓. ยาหยอดตา : สีเปลี่ยนไปจากเดิม มีลักษณะขุ่น ตกตะกอน ๔. ยาน้าใส : เกิดตกผลึกหรือตะกอน เนื้อยาไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ๕. ยาน้าแขวนละออง : เช่น น้ามันตับปลาเมื่อเขย่าแล้วยาไม่รวมตัวกันเป็นเนื้อเดียวเนื้อยาแยกเป็นชั้น ๖. ยาน้าแขวนตะกอน : เช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร จะมีการเปลี่ยนสี กลิ่น หรือตะกอนผิดไป เมื่อเขย่าขวดผงยาที่ตกตะกอนไม่กระจายตัว ๗. ยาแคปซูล : มีลักษณะบวม โป่ง พอง สีของยาในแคปซูลเปลี่ยนไป ขึ้นราหรือจับกันเป็นก้อน


กลอนเพลงพวงมาลัย เพลงพวงมาลัย จะขึ้นต้นเพลงในวรรคแรกว่า เอ้อระเหยลอย...” คาที่ต่อจะเป็นคาใดก็ได้ เช่น เอ้อระเหยลอยมา เอ้อระเหยลอยไป เอ้อระเหยลอยล่อง และจบด้วยวรรคแรกของบทสุดท้ายว่า พวงเจ้าเอ๋ย...” หรือ เจ้าช่อ...���คาที่ต่อจะเป็นคาสัมผัสกับท้ายวรรคที่สองของบทก่อนบทสุดท้าย และลงท้าย วรรคที่สองของบทสุดท้ายว่า เอย” แผนผัง เอ้อระเหยลอย 0

0 0 00 0

000000

000000

000000

00000 0

พวงเจ้าเอ๋ย 0 0

0 0 0 0 0 0 เอย

เอ้อระเหยลอยลม

ชั้นประถมปีที่หกเศร้าใจ

๑ คากลอน

ต้องจากเพื่อนที่แสนรัก

ยากจะหักความอาลัย

๑ คากลอน

ต้องจากครูบาอาจารย์

สถานศึกษาให้ร้าวฤทัย

จากกันเพราะเราเรียนจบ

แล้วจะพบกันเมื่อไร

พวงเจ้าเอ๋ยมาลัย

ตัวจากไปไกลใจไม่ห่างเอย... (ลูกคู่รับ)

๑ คากลอน ๑ คากลอน

เพลงพวงมาลัยบทหนึ่งจะมีความยาวกี่คาก็ได้ ๑ คากลอนมี ๒ วรรค ในแต่ละวรรคมี ๖ คา ยกเว้นวรรคแรกของบทต้นจะมี ๕ คา คาสัมผัส คาสุดท้ายของวรรคหน้า สัมผัสกับคาที่ ๑,๒ หรือ ๓ ของวรรคหลัง คาท้ายของวรรคหลังทุกคากลอน จะมีเสียงสระเดียวกันจนจบบทเพลง การร้องเล่นโต้ตอบระหว่างชาย-หญิง ลูกคู่จะรับคากลอนแรก เอ้อระเหย ...” และคากลอนสุดท้าย พวงเจ้าเอ๋ย...” หรือ เจ้าช่อ...” ทั้งคากลอนส่วนคากลอนอื่นลูกคู่จะรับ ๒ คาท้ายของวรรคหลังเท่านั้น


บทที่ ๓ วัสดุอุปกรณ์และวิธีการศึกษา วัสดุอุปกรณ์ ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗.

กระดาษ A4 ๑ รีม ปากกาดา น้าเงิน ดินสอ อย่างละ ๒ แท่ง สีไม้ ๑ กล่อง กระดาษปก ๑ ห่อ สันปก ๖ อัน คัตเตอร์ / ใบคัตเตอร์ ๑ อัน เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ ๑ เครื่อง

วิธีการศึกษา ๑. ปรึกษาครูเพื่อขอคาแนะนาเกี่ยวกับแนวทางการทาโครงงาน ๒. ประชุมคณะทางานเพื่อหารือกันในเรื่อง - กาหนดวัน เวลา - กาหนดขอบเขตของเนื้อหาที่ต้องการศึกษา - กาหนดแหล่งข้อมูลที่ใช้ศึกษาค้นคว้า ๓. แบ่งหน้าที่กันศึกษาค้นคว้าตามประเด็นที่กาหนด ๕ ประเด็น ๔. รวบรวมข้อมูล และบันทึกข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าทั้ง ๕ ประเด็น ๕. ประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนและผู้ปกครอง ให้ครอบคลุมทั้ง ๕ ประเด็น โดย ปรึกษาครูที่ปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบข้อทดสอบ แล้วนาไปทดสอบ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และ จดบันทึกข้อมูลไว้ ๖. นาข้อมูลที่ศึกษามาแต่ละประเด็น มาช่วยกันแต่งเป็นเพลงพวงมาลัยจนครบทุกประเด็น และให้ครู ที่ปรึกษาตรวจสอบและให้คาแนะนา ๗. นาเพลงพวงมาลัยที่ช่วยกันแต่งขึ้น ไปนาเสนอให้นักเรียนชั้นประถมปีที่ ๓ –๖ และผู้ปกครอง นักเรียนได้รับชมและรับฟัง (ในวันที่โรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครอง) ๘. ประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนและผู้ปกครอง และประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ โครงงาน ๙. เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบข้อมูลและบันทึกข้อมูลที่ได้ระหว่างการประเมิน ครั้งแรกและครั้งหลัง ๑๐. สรุปผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า จัดทารายงานโครงงาน จัดทาแผงโครงงานเพื่อนาเสนอโครงงาน ให้ผู้สนใจทราบ


บทที่ ๔ ผลการศึกษาค้นคว้า จากการศึกษาค้นคว้าในประเด็นที่เกี่ยวกับ ประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การ เก็บรักษายา และการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ นั้นคณะผู้จัดทาโครงงานได้นาองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า มาบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ มาช่วยกันแต่งเป็นเพลงพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ชมผู้ฟังได้รับความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลิน ง่ายต่อการจดจาเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวัน อีกทั้งได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด การวางแผนการทางาน การทางานอย่างเป็นระบบ ทักษะการ แต่งคาประพันธ์และยังได้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยด้วย โดยได้แต่งเป็นเพลงพวงมาลัยไว้ดังนี้

โครงงาน “ ใช้ยาถูกหลัก .... คนที่เรารักปลอดภัย ” เอ่อระเหยลอยมา หนูขอวันทา

คณะ............

พวกหนูบ้านใหม่หนองไทร เราตั้งใจนาเสนอโครงงาน โครงงานเรื่องการใช้ยา เราศึกษาค้นคว้ามานาน ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ รู้ให้ถ้วนถี่

วิธีใช้ยาต้องอ่าน

ทั้งยาฉีดยาทายากิน เราได้ยิน

ได้ฟังมานาน

ยามีคุณโทษต่อเรา ป้องกันบรรเทารักษา

อาการ

ใช้ยากินยาตามหมอแนะนา เราต้องจดจาเพื่อให้ปลอดภัย พวงเจ้าเอ๋ยมาลัย เราควรรู้ไว้ในห้าเรื่องเอย

วัตถุประสงค์ในการศึกษา เอ่อระเหยลอยลง วัตถุประสงค์ในการศึกษา ข้อแรกรู้จัก ประเภทยา

ข้อสองนั่นหนารู้หลักการใช้

ข้อสามฉลากยาอ่านไว้

ข้อสี่นั้นไซร้เก็บรักษายาได้

ข้อห้าสังเกตยาเสื่อมสภาพ

ทุกคนควรทราบและควรใส่ใจ

พวงเจ้าเอ๋ยมาลัย ฟังหนูต่อไปหนูจะบอกให้เอย


ประเภทของยา เอ่อระเหยลอยมา ประเภทของยามีห้าประเภท หนึ่งยาแผนปัจจุบัน

รักษาโรคพลันได้ตามต้องการ

ยาได้จากพืชจากสัตว์

ยาสมุนไพรแน่ชัดเรารู้มานาน

ยาเขียวยาหอมราชรถ จากันไม่หมดยา เป็นแผลปวดท้องเป็นไข้

แผนโบราณ โปรดเรียกใช้ยาสามัญประจาบ้าน

ยาอันตรายจากันไว้หนอ หมอต้องสั่งใช้ตามอาการ พวงเจ้าเอ๋ยคิดมานาน หนูขอกล่าวขานให้ท่านทราบเอย

หลักการใช้ยา เอ่อระเหยลอยมา หลักการใช้ยาเราควรรู้ไว้ ใช้ยาให้ถูกวิธี ดูฉลากถ้วนถี่ใช้ที่ตรงไหน ใช้ยาให้ถูกกับโรค

ไม่เศร้าไม่โศกโรคหายทันใจ

ใช้ยาให้ถูกเวลา

ก่อนหรือหลังอาหารจาให้ได้

ใช้ยาให้ถูกขนาด

อย่าให้ผิดพลาดที่หมอสั่งใช้

ใช้ยาให้ถูกบุคคล

อย่าได้สับสนเด็กหรือผู้ใหญ่

พวงเจ้าเอ๋ยมาลัย ได้โปรดจาไว้ใช้ประโยชน์เอ


การอ่านฉลากยา เอ่อระเหยลอยมา การอ่านฉลากยาเราควรรู้ไว้ ฉลากยาต้องบอกชื่อยา

ทั้งสรรพคุณยาและวิธีใช้

คาเตือนและเลขทะเบียนยา อย.เขาบอกมาควรสังเกตไ

ด้

วันผลิตดูเอ็มเอฟดี (Mfd.)

ไว้

บอกวันเดือนปีที่เขาผลิต

ตัวอักษรอีเอ็กซ์พี (Exp.)

บอกวันที่ยาหมดอายุได้

ยาฉีดมีอายุสองปี

นับจากวันที่มีการผลิต

ยาเม็ดสามถึงห้าปี เราน้องพี่อ่านแล้วจงคิด ยาหยอดตาอย่าไปซื้อเจ๊เช็ง(เอาเอง) ใช้แล้วเซ็งตาบอดสนิท พวงเจ้าเอ๋ยมะขวิด หนูฝากข้อคิดกับทุกท่านเอย

การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ เอ่อระเหยลอยมา การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ ยาทีเ่ สื่อมสภาพนั้นหนา

การรักษาไม่เกิดผลดี

อาจเป็นอันตรายรุนแรง

เราขอชี้แจงมาฟังหน่อยซี

ยาเม็ดบิ่นแตกเปลี่ยนสี ดูให้ดีดีบางที่เหม็นเปรี้ยว ยาแคปซูลบวมชื้นเปลี่ยนสี ดูให้ดีดีมีโทษเยอะเชียว ยาน้าที่แขวนละออง เขย่าแล้วมองต้องเป็นเนื้อเดียว ยาน้าเขย่าแล้วนึก หากตกผลึกก็อย่ากินเชียว ยาหยอดตาถ้ามีสีขุ่น พวกคุณคุณก็ไม่ต้องใช้ ส่วนครีมและยาขี้ผึ้ง กลิ่นเหม็นหึ่งโยนทิ้งไปได้ พวงเจ้าเอ๋ยจาไว้ โปรดอย่าใช้ยาที่เสื่อมสภาพเอย


การเก็บรักษายา เอ่อระเหยลอยมา การเก็บรักษายาถูกวิธี ตู้ยาพ้นแดดพ้นเด็ก น้องตัวเล็กนึกว่าเป็นขนม ตู้ยาอากาศถ่ายเท อย่าโลเลให้มีทางลม แยกยาภายนอกภายใน

ป้องกันไม่ให้เราหยิบยาผิด

ยาภายในใส่ขวดสีชา จาไว้หนาปิดฝามิดชิด ฉลากยาต้องสีน้าเงิน อย่ามัวเพลินสังเกตสักนิด ยาภายนอกใช้ทาใช้ถู ทุกคนต้องรู้ฉลากสีแดง ยาภายนอกหรือยาภายใน

ฉลากแผ่นใหญ่ติดไว้ให้แจ้ง

พวงเจ้าเอ๋ยฟักแฟง ขอบคุณอย่างแรงที่ฟังหนูเอย

ประโยชน์จากการทาโครงงาน เอ่อระเหยลอยละโลด

หนูเห็นประโยชน์ที่ได้แน่ชัด

ทุกคนรู้จักประเภทยา

หลักการใช้ยาสารพัด

ใช้ยาเก็บยาอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกคนได้ทราบได้ฝึกได้จัด

ตู้ยาที่บ้านที่โรงเรียน เราพากเพียรจัดอย่างเคร่งครัด พวงเจ้าเอ๋ยสารพัด พวกเรารู้ชัดรู้แจ้งจริงเอย เอ่อระเหยลอยใกล้ หนูขอกราบไหว้ทุกท่านด้วยใจ สิ่งใดที่พวกหนูนาเสนอ

หากหนูพลั้งเผลอได้โปรดอภัย

ท่านมีเรื่องใดสงสัย ได้โปรดถามไถ่ให้เร็วทันใด ท่านมี

เรื่องใดแนะนา หนูจะทาตามได้โปรดว่าไป

พวงเจ้าเอ๋ยมาลัย บ้านใหม่หนองไทรตั้งใจจริงเอย ****************************************************


เมื่อนาเพลงพวงมาลัยที่แต่งขึ้นไปนาเสนอให้นักเรียนและผู้ปกครอง จานวน ๑๑๖ คน ได้ รับชมรับฟัง และเมื่อได้ทาการประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่าน ฉลากยา การเก็บรักษายาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพพบว่า นักเรียนและผู้ปกครองทั้ง ๑๑๖ คน มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการประเมินก่อนการนาเสนอด้วยโครงงานด้วยเพลง พวงมาลัย ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ ก่อนการนาเสนอโครงงานด้วยเพลงพวงมาลัยนักเรียนและผู้ปกครอง มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอยู่ในระดับที่ควรปรับปรุง จานวน ๘๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๘๖ ระดับพอใช้ จานวน ๒๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๑๔ และหลังจากที่ได้นาเสนอด้วยโครงงานด้วยเพลงพวงมาลัยทาให้ นักเรียนและผู้ปกครอง ความรู้ความเข้าใจในระดับพอใช้ จานวน ๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๔๕ ระดับดี จานวน ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๒๘ และระดับดีมาก จานวน ๘๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๒๗ และจากการ ประเมินความพึงพอใจพบว่านักเรียนและผู้ปกครอง มีความพึงพอใจ ต่อรูปแบบการนาเสนอโครงงานและ ความสามารถ, บุคลิกการนาเสนอ ในระดับมาก คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ ส่วนด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การสังเกตยาที่เสื่อมสภาพและความเหมาะสมของเวลาที่ นาเสนอ ก็ได้รับความพึงพอใจในระดับมากเช่นกัน เฉลี่ยร้อยละ ๙๓.๒๕


บทที่ ๕ สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ จากการทาโครงงาน “ ใช้ยาถูกหลัก คนที่เรารักปลอดภัย ” สรุปผลได้ดังนี้ ๑. คณะผู้จัดทามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษา ยาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ และสามารถสรุปเป็นองค์ความรู้และเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้อื่นได้ ๒. นักเรียนและผู้ปกครองความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพและนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง และครอบครัวได้ ๓. นักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อโครงงานนี้โดยรวมในระดับมาก

ข้อเสนอแนะ ๑. ควรศึกษาและทาโครงงานในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น ยาเสพติด สิ่งแวดล้อมในชุมชน และสรุปเป็นองค์ความรู้และนาเสนอโครงงานในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่น เพลง นิทาน ฯลฯ ๒. ควรสารวจความต้องการของชุมชนว่าต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเรื่องใดบ้าง เช่น ด้านสุขภาพ อนามัย ความปลอดภัยในการบริโภค ฯลฯ เพื่อให้การทาโครงงานเกิดประโยชน์และตรงตามความต้องการของ ผู้ปกครองและประชาชนในชุมชน

ประโยชน์ที่ได้รับ ๑. ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับของยา หลักการใช้ยา การอ่านฉลากยา การเก็บรักษา ยาและการสังเกตยาที่เสื่อมสภาพ และเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น ๒. ได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด รู้จักวางแผนการทางานและทางานอย่างเป็นระบบ ๓. ได้มีโอกาสทาดีและทาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับชุมชน และหน่วยราชการ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตาบลบ้านใหม่หนองไทร และสานักงานสาธารณสุขอาเภออรัญประเทศ ได้ขอให้นาผลงานโครงงานไป นาเสนอในงานการประกวดสาธารณสุขดีเด่นระดับประเทศ ๔. เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง


บรรณานุกรม คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สานักงาน. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2552. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สานักงาน.. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด, ๒๕๕๑ คณะกรรมการอาหารและยา, สานักงาน. คู่มือ อย. น้อย. ม.ป.ป. วัฒนา รวยสาราญ, และคณะ. หนังสือเรียน สาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียน สุขศึกษาและ พลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ กรุงเทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๕๒. ชูชาติ รอดถาวา, ภาสกร บุญนิยม. หนังสือเรียน สาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียน สุขศึกษาและ พลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๕๒. เอกรินทร์ สี่มหาศาล. แม่บทมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลางฯ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ พิมพ์ครัง้ ที่ ๓. กรุงเทพฯ : บริษัทไทยร่มเกล้า จากัด, ๒๕๕๓. เอกรินทร์ สี่มหาศาล. แม่บทมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลางฯ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๕ พิมพ์ครัง้ ที่ ๓. กรุงเทพฯ : บริษัทไทยร่มเกล้า จากัด, ๒๕๕๓.


โครงงานการใช้ยาถูกหลัก