Page 1


บรรณาธิการ

2556 / หนา 2

บรรณาธิการ

“ ตนกลาในเมืองใหญ “

ท่ ามกลางความทันสมัยความก้ าวหน้ าทางเทคโนโลยีที�ได้ ถาโถมเข้ ามาเปลี�ยนแปลง

ความเป็ นวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ความเป็ นท้ องถิ�นในหลายชุมชน แต่ทว่ายังมีชมุ ชนที�มีการปรับตัว ผสมผสานความเป็ นท้ องถิ�นกับความเป็ นชุมชนเมืองควบคูก่ นั ไป ชุมชนดอนแก้ วถื อว่าเป็ นหนึ�งในชุมชนที�ผสมผสานการพัฒนาของชุมชนเมืองและส่งเสริ ม ความเป็ นท้ องถิ�นได้ อย่างลงตัว โดยเฉพาะชาวบ้ านที�อยูอ่ าศัย มีการปรับตัวเข้ ากับสภาพแวดล้ อมของ ตําบลได้ อย่างดี เพราะคนในตําบลดอนแก้ วมีการอนุรักษ์ ทรัพยากรของพื �นที� รวมไปถึงการนําวัสดุหรื อ สิง� ที�ไม่ใช้ แล้ วนํากลับมาเพิ�มมูลค่าให้ กลับกลายเป็ นสินค้ าภายในตําบล เพื�อความเป็ นอยูท่ ี�พอเพียง เช่น การนําขี �หมูมาใช้ ผลิตพลังงานทางเลือก การนําเศษผ้ าที�เหลือใช้ มาดัดแปลงเป็ นผลิตภัณฑ์ประจํา ตําบล หรื อการอนุรักษ์ ธํารงไว้ ซงึ� วัฒนธรรมพื �นบ้ านอย่างเพลงซอ นอกจากนี �ทางเทศบาลตําบล ดอนแก้ วยังได้ ยดึ หลักทางสายกลางในการบริ หารงานที�จดั สรรปั นส่วนทรัพยากรให้ เกิดประโยชน์สงู สุด โดยทางเทศบาลและทางผู้นําชุมชนได้ ให้ ประชาชนภายในชุมชนสามารถนําไปสร้ างรากฐานความ เป็ นอยูใ่ ห้ เกิดผลผลิตที�งอกงามต่อไป ในนามคณะนักศึกษานิเทศศาสตร์ แขนงวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ขอ ขอบพระคุณทางเทศบาลตําบลดอนแก้ วและชาวบ้ านตําบลดอนแก้ ว ที�ให้ ความร่วมมือในการจัดทํา หนังสือพิมพ์ปฏิบตั ิการ “เสียงซึง” พวกเราเชื�อว่า ภูมิปัญญาท้ องถิ�นมีสว่ นช่วยรักษาให้ ชมุ ชนนันยั � ง� ยืน ในยุคที�ความทันสมัยอาจเข้ ามากลืนกินวิถีชีวิตแบบชนบท สิง� เหล่านี �จะเป็ นเกราะป้องกัน และ มีสว่ น ช่วยในการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสูร่ ุ่น

³µ ·Ô¾ÂÒ§¡ÙÃ

เจ้ าของ บรรณาธิการผู้พมิ พ์ โฆษณา คณะที�ปรึกษา

บรรณาธิการ กองบรรณาธิการข่ าว

กองบรรณาธิการสารคดี กองบรรณาธิการบทความ ฝ่ ายศิลป์ พิสูจน์ อักษร ฝ่ ายช่ างภาพ ฝ่ ายบัญชีและประสานงาน พิมพ์ ท� ี สํานักงาน

สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.ทิพย์พธู กฤษสุนทร ผศ.ศิรสา สอนศรี รศ.สมพงษ์ บุญเลิศ ผศ.ดร.ธรรมกิตต์ ธรรมโม ผศ.ดร.กมลณัฏฐ์ พลวัน ผศ.ดารารัตน์ ไชยาโส อ. จ.ส.ต. ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร อ.ศิโรช แท่นรัตนกุล อ.กมลวรรธ สุจริ ต อ.ศุภณิช จันทร์ สอง อ.อุไร ไชยเสน อ.พลศรัณย์ ศันยทิพย์ อ.อัญมณี ภักดีมวลชน อ.รักษิณา พวงลํา อ.รจนกร แบ่งทิศ อ.ศุภทัต แดงเครื� อง อ.ขวัญหล้ า นุตปิ ระพันธ์ น.ส.ณฐรักษ์ พรมราช นายณต ทิพยางกูร นางสาวอรุณี พุทธกาล นางสาวหทัยชนก สุภาเลิศ นางสาวสุขกนก ทองสุข นางสาวอรุณศรี สงวนจิตร์ นางสาวศิริพร กันทะรัตน์ นางสาวชนากานต์ ตาคําพฤกษ์ นางสาวสุชาดา สัทธานนท์ นางสาวกมลรส วิชยั นายจตุรงค์ อภิวงค์งาม นายอานนท์ เมฆเมืองทอง นายภูริทตั วิชาธร นายสาธิต ทิพย์กนั ทา นายอิศเรศ สมมิตร นายสมิทธิเกียรติ ดิษบรรจง นายพงษ์ ศกั ดิ� พยุงชาติ นางสาวศิริพร กันทะรัตน์ นางสาวนิศาลักษณ์ มะโนรี นางสาวหฤทัย แดนโพธิ� นางสาวพิมพ์พิกา จักรใจวงศ์ นางสาวจิตราพร กับปุลาวัลย์ นางสาวเอกอนงค์ ปิ นตาศรี นางสาวคัทลียา ศรี กนั ทา นางสาวณัฐริ กา คําวงศ์ นางสาวทิราภรณ์ สุภามูล นางสาววารุณี ธรรมขันแก้ ว นางสาวประภาพร พรพ้ นภัย นางสาวศิริวรรณ สุระวงษ์ นายณต ทิพยางกูร นางสาวนิตยา ร้ อยพุฒ นางสาวเดือนฉาย ขัตริ ัตน์ นางสาวธัญชนก สุขดี นางสาวไอยลดา ปั ญญาโสภา นายสาธิต ทิพย์กนั ทา นายณัฐวุฒิ ตาแก้ ว นายจตุรงค์ อภิวงค์งาม นายภุชงค์ ยืดยาว นางสาวอรุณี เชียงตา นางสาวเบญจพร ไชยวงค์ นายวัชรพล หมอกเมือง ห้ างหุ้นส่วนจํากัด กู๊ด-พริ น� ท์ติ �ง โทรศัพท์ 0-5341-2556 โทรสาร 0-5321-7264 ชมรม NJR สาขานิเทศศาสตร์ ชัน� 4 อาคารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 202 ต.ช้ างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศํพท์ 0-5388-5834 โทรสาร 0-5388-5809 เว็บไซค์ http://www.nithed.cmru.ac.th


บทความ

2556 / หนา 3

ไมไผมหัศจรรย จากภูมิ ปั ญ ญาของบรรพบุรุ ษ กลายเป็ นมรดกตกทอด มาสู่ นางอรทัย วงค์อนุกลู หรื อแม่ครูน้ ยุ ได้ รับการยกย่องให้ เป็ น “เพชรราชภัฎ เพชรล้ านนา” เมื�อปี 2552 ด้ วยเป็ นผู้ที�อนุรักษ์ และ ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้ องถิ�นการจักสานไม้ ไผ่ขดแม่ครู น้ ุยเป็ นผู้จดั ตังกลุ � ่มจักสานไม้ ไผ่ขดเพื�อถ่ายทอดภูมิปัญญาให้ คนในชุมชนได้ มีอาชีพและรายได้ เสริ มปั จจุบนั สมาชิกแต่ละครอบครัวมีรายได้ เฉลี�ยต่อเดือน 6,000 บาท จากต้ นทุนไม้ ไผ่ 200 บาท นํามาแปรรูป เป็ นผลิตภัณฑ์ไม้ ไผ่ขดรูปแบบต่างๆ เพิ�มมูลค่าเป็ น 2,000 บาท ใน เวลานี �มีสง่ ขายทังในและต่ � างประเทศ ผลตอบรับดี จนผลิตสินค้ า ไม่ทนั นอกจากนี แ� ม่ครู น้ ุยยังได้ จัดตัง� กลุ่มจักสานไม้ ไผ่ขดขึน� เพื�อเป็ นการอนุรักษ์ ภูมิปัญญาพื �นบ้ านถ่ายทอดไปสู่เยาวชนผู้สงู อายุกลายเป็ นกลุ่มเศรษฐกิจชุมชนที�มีประสิทธิภาพช่วยให้ ชุมชน สามารถอยู่ได้ ทงหมดเกิ ั� ดขึ �นจากความเสียสละของแม่ครู น้ ยุ ที�มีใจ เอื �อเฟื อ� ไม่เก็บภูมิปัญญาไว้ เพียงตัว

ดอนแกวตามรอยพอสอนพอเพียง เนื� อ งด้ ว ยพระองค์ ท รงตระหนัก ถึ ง เรื� อ งปากท้ อ งและความทุก ข์ ย ากของพสกนิ ก รของพระองค์ และด้ ว ยพระอัจฉริ ย ภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ฯ พระองค์จงึ ได้ พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ให้ ดําเนินการในพื �นที�ทํากินที�มีขนาดเล็กประมาณ ๑๕ ไร่ ด้ วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม ด้ วยการจัดสรรการใช้ ประโยชน์ในที�ดนิ โดยให้ มีการจัดสร้ างแหล่งนํ �าในที�ดนิ สําหรับการทําการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ ผล เพื�อให้ เกษตรกรสามารถเลี �ยงตัวเอง ทําให้ มีรายได้ ใช้ จา่ ยและมีอาหารไว้ บริ โภคตลอด ปี ซึง� ได้ ดําเนินการอย่างแพร่หลายในปั จจุบนั เพื�อการผลิตทางเกษตรกรรมที�ยงั� ยืนสําหรับเกษตรกรชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ได้ ทรงมีพระราชดํารัสว่า “ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่สองอย่างนี �จะทําความเจริ ญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร และ ต้ องอดทน ต้ องไม่ใจร้ อน ” “ พ่อสอนพอเพียง ” คงสงสัยใช่ไหมค่ะ ว่าพ่อที�คนไทยเรี ยกกันหรื อพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั สอนอะไรเกี�ยวกับความพอเพียง พระองค์ทรงสอนให้ คนไทยรู้จกั คําว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึง� เป็ นปรัชญาที�พระองค์ทรงพระราชทานพระราชดําริ ชี �แนะแนวทางการ ดําเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดตังแต่ � ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื�อภายหลังได้ ทรงเน้ นยํ �าแนวทางการแก้ ไข เพื�อให้ รอดพ้ นและสามารถดํารงอยูไ่ ด้ อย่างมัน� คง และยัง� ยืนที�จะสามารถอยูไ่ ด้ โดยไม่เดือดร้ อนคนอื�นและตัวเอง ความเป็ นอยูแ่ บบ พอเพียงนอกจากจะเป็ นการลดค่าใช้ จ่ายยังสามารถเก็บอดอ้ อมเพื�อใช้ จ่ายในอนาคตกิ นอยู่อย่างพอเพียงเป็ นสิ�งที�ควรทําตามแนว พระราชดําริ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั อาจจะเห็นได้ วา่ เศรษฐกิจของชุมชนของประเทศเรายังคงขึ �นอยู่ผลผลิตทางการเกษตรและมีรายได้ เสริ มจากการผลิตสินค้ าของ ชุมชนเช่นการจําหน่าย OTOP ส่งออกสินค้ าทํามือจากกลุม่ สตรี แม่บ้านที�คนในชุมชนเป็ นคนผลิตขึ �นเพื�อสร้ างรายได้ ให้ แก่ชมุ ชนจึงอาจ กล่าวได้ วา่ ความเจริ ญของประเทศต้ องอาศัยความเจริ ญของการเกษตรเป็ นสําคัญ แต่ทว่าการเกษตรยังคงมีปัญหาเช่นเรื� องของ ความขาดแคลนที�ดนิ ทํากินหรื อการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะในเขตที�ใช้ นํ �าฝนทํานาเป็ นหลักเกษตรกรจะมีความ เสี�ยงสูงเป็ นเหตุให้ ผลผลิตข้ าวอยูใ่ นระดับตํ�าไม่เพียงพอต่อการบริ โภค

à͡͹§¤ , ¤Ñ·ÅÕÂÒ , ³Ñ°ÃÔ¡Ò

ในช่วงแรกที�ลองทํานัน� แม่ครูน้ ยุ พบว่า งานนี �เป็ นงานที� ทําแล้ วมีความสุข กระทัง� มีการเข้ ามาศึกษาดูงานก็เริ� มมีการ ติดต่อเพื�อนําสินค้ าส่งออกไปจําหน่ายยังต่างประเทศ ต่อมามี ชาวต่า งชาติ ติ ด ต่อ เพื� อ ทํ า การขอจดลิ ข สิ ท ธิ� แ ต่แ ม่ค รู น้ ุย เห็ น ว่า ภูมิปัญญานี �เป็ นของคนไทย ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึง� จึงเกิด แนวคิดทําการสืบทอด โดยตังกลุ � ม่ จักสานไม้ ไผ่ขดขึ �น เมื�อวันที� 12 กันยายน 2545 โดยเริ� มจากการนําผู้สงู อายุในหมูบ่ ้ านมารวม กลุม่ กัน และสอนเด็กๆ ที�มีความสนใจ ปั จจุบนั กลุม่ ของแม่ครูน้ ยุ มีสมาชิกทังหมด � 50 คน กว่า 30 ปี ที�ผา่ นมา แม่ครูน้ ยุ ได้ ถ่ายทอด ประสบการณ์การทําจักสานไม้ ไผ่ขดให้ แก่ เด็ก ผู้สงู อายุ ผู้ขาดราย ได้ และเยาวชนในสถานพินิจและผู้ที�สนใจทัว� ไปจนประสบความ สําเร็จในวันนี �แม่ครูน้ ยุ กล่าวด้ วยสีหน้ าภูมิใจว่า อดีตที�ไม่ชอบเรี ยน เกเรนันไม่ � สําคัญเท่ากับปั จจุบนั ที�เราได้ ทําอะไรเพื�อสังคมและ ชุมชนบ้ าง และอาจเป็ นกําลังสําคัญที�รังสรรค์สงิ� ดีๆ ดังเช่นที�แม่ครู นุ้ยทําไว้

พอเพียงสูอาชีพพอใจ ส่วนต่อมาถึงไม่ใช่การทําเกษตรแต่ก็เป็ นการนําหลักของ เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เจ้ าของความคิดนี �คือ คุณวาสนา ถิ�นที� เจ้ าของร้ านวาสนาดอกไม้ ประดิษฐ์ เนื�องจากคุณวาสนา จบจาก สาขาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงใหม่ มีความชอบในการ จัดดอกไม้ เป็ นทุนเดิมอยูแ่ ล้ ว เลยคิดอยากทํางานด้ านนี �ซึง� เป็ นอาชีพ ที�ทํากันในเฉพาะครอบครัว โดยเริ� มแรกของการทําคือการเริ� มทําช่อ ตุ๊กตารับปริ ญญา เพื�อขายในเทศกาลรับปริ ญญาของทุกมหาลัยใน เชียงใหม่ จากนันค่ � อยขยับขยายเป็ นดอกไม้ ประดิษฐ์ ซงึ� อาชีพเดิมของ คุณวาสนาคือเป็ นลูกจ้ างร้ านดอกไม้ ที�ตลาดวโรรสหรื อที�เราคุ้นเคยกัน ก็คือกาดหลวงนัน� เอง ทํามาได้ สกั พักพอมีเงินเก็บจึงหันกลับมาตังหลั � ก ทําเป็ นอาชีพเสริ มของตัวเอง โดยการเปิ ดร้ านดอกไม้ ประดิษฐ์ ก่อนหน้ า นันที � �เป็ นลูกจ้ างจัดดอกไม้ ประดิษฐ์ มาเกือบ 10 ปี ต้ นทุนทังหมดที � �ลงทุน ไปมีราคาสูงมากเป็ นหลักหมื�นขึ �นไป การคิดราคาก็จะคิดตามแจกัน โดยแล้ วแต่การจัดและการใช้ วสั ดุ มีราคาตังแต่ � 50 บาท ขึ �นไปจนถึง หลักพัน ซึง� ร้ านของคุณวาสนาได้ เปิ ดร้ านเป็ นของตัวเอง เมื�อวันที� 4 ตุลาคม 2556 ที�ผา่ นมาเป็ นอาชีพที�เกิดขึ �นใหม่ในตําบลดอนแก้ วและ เป็ นที�นา่ ติดตาม เพราะเป็ นอาชีพหนึง� ที�นําหลักเศรษฐกิจพอเพียงมา ปรับใช้ โดยนําความรู้ที�ตวั เองมีอยูแ่ ล้ วมาต่อยอดและสร้ างรายได้ ให้ กบั ครอบครัว ดังนัน� ตามรอยพ่อสอนพอเพียง ที�นํามา ผสานทฤษฎีใหม่ แบบพอเพียงก็คือการนําเอาภูมิปัญญาชาวบ้ านมาผสมผสานกับการใช้ ที�ดนิ ขนาดเล็กให้ เกิดประโยชน์ทางการเกษตรอย่างสูงสุด แต่ไม่ใช่มี เพียงเกษตรกรเท่านัน� แต่รวมไปถึงการนําเอาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ เพื�อสร้ างรายได้


2556 / หนา 4

ขาว

โรคไขเลือดออก อาสาสมัครชุมชนตําบลดอนแก้ วกว่า 165 คนร่วมใจกัน ประสานโครงการนําร่อง ป้องกันโรคไข้ เลือดออก โดยมี อสม. และ โรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ ว เป็ นแกนนําในการจัดโครงการ สถานการณ์ ไ ข้ เ ลื อ ดออกในประเทศไทยและในชุม ชน ชนบทนันยั � งมีความน่าเป็ นห่วงอยูป่ ระจําทุกๆ ปี ผู้ป่วยไข้ เลือดออก นั �นมีอตั ราเพิ�มสูงขึ �นเรื� อยๆ และยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดป้องกัน ไข้ เลือดออกได้ อย่างดีเยี�ยม ไข้ เลือดออกจึงถือว่าเป็ นปั ญหา ใหญ่ในขณะนี � โดยเฉพาะพื �นที�ในชุมชนชนบท ที�อตั ราการผู้ป่วย ไข้ เลือดออกนั �นยังพุง่ สูงในทุกๆ ปี เนื�องด้ วยสภาพแวดล้ อม เอื �ออํานวยเป็ นแหล่งเพาะพันธุ์ยงุ ลายได้ อย่างดี เช่นเดียวกับตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก็ประสบปั ญหากับโรคไข้ เลือดออกในทุกๆ ปี ซึง� เขตอําเภอแม่ริม นัน� ติดอันดับที� 3 จาก 10 อันดับของโรคในจังหวัดเชียงใหม่และ ตําบลดอนแก้ วยังเป็ นพื �นที�เสี�ยงที�มีการระบาดของโรคไข้ เลือดออก อีกด้ วย โดย นางสาวอารี รัตน์ มาตัน นักวิชาการส่งเสริ มสุขภาพ โรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ ว เปิ ดเผยว่า “ โรคไข้ เลือดออกใน ตําบลดอนแก้ วนันมี � สถิตคิ ือ เพิ�มขึ �น 1 ปี ลดลง 1 ปี หากเปรี ยบเทียบ ลักษณะกราฟคือ จํานวนคนไข้ พงุ่ สูงแล้ วก็ลดลงต่อเนื�องมาตังแต่ � ปี 2546 ในปี นี �สถิติอาจไม่เป็ นดังทฤษฎี คือ อาจจะมีเพิ�มสูงขึ �นตาม สถิตขิ องประเทศไทย ทําให้ ในปี นี �เพียงระยะเวลาแค่ต้นปี มีจํานวน ผู้ป่วยโรคไข้ เลือดออกในตําบลดอนแก้ วพุง่ สูงถึง 58 คน เพราะ พืน� ที�ตําบลดอนแก้ วเป็ นกึ�งชุมชนเมืองและชุมชนชนบทจึงทําให้ อาจเป็ นพื �นที�เสี�ยงที�ก่อให้ เกิดโรคไข้ เลือดออกได้ และนอกจากนี � โรงพยาบาลนครพิงค์ยงั ตังอยู � ใ่ นพื �นที�ตําบลดอนแก้ ว เพราะฉะนัน� จะมีผ้ ปู ่ วยจากพื �นที�อื�นเข้ ามาใช้ บริ การเป็ นจํานวนมากจึงทําให้ เกิด ภาวะเสี�ยงเป็ นโรคติดต่อได้ ง่ายขึ �นจากสถิติในปี นี �ที�ควรจะลดลงแต่ กลับเพิ�มสูงขึ �น นางสาวอารี รัตน์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “โครงการ นํ า ร่ อ งของโรคไข้ เ ลื อ ดออกนัน� ต้ อ งอาศัย ความร่ ว มมื อ จากส่ว น รวม เช่น จาก อสม. ชาวบ้ าน อบต. โดยจะเกิดเวทีระดมความคิด เกี�ยวกับเรื� องโรคไข้ เลือดออกขึ �น เพราะปี นี �มีอตั ราผู้ป่วยพุง่ สูงโดย แนวทางการป้องกันนันมี � 2 แนวทางคือ ป้องกันลูกนํ �ายุงลาย และ ป้องกันยุงลายโตตัวเต็มวัย โดยมีการสํารวจลูกนํ �ายุงลายและมีการ ทําความสะอาดชุมชน คือ Big Cleaning Day เดือนละ 1 ครัง� และ มีการปั น� ปูนแดงใส่ในภาชนะที�มีนํ �าขัง เพื�อเป็ นการก้ องกันการใช้ สารเคมีและป้องกันอันตราย นอกจากนี �ยังมีการทําธนาคารปลา หางนกยูงซึง� เพาะพันธุ์ที�โรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ วโดยหาก บ้ านใดมีบอ่ นํ �าแต่ไม่มีปลาสามารถมาขอปลาที�โรงพยาบาลได้ ส่วน การป้องกันยุงลายที�โตตัวเต็มวัย ทางโรงพยาบาลได้ มีนวัตกรรม ปลูกตะไคร้ หอมเพื�อป้องกันยุงลาย และกิจกรรมพ่นสารเคมีเพื�อ ป้องกันยุงลาย ส่วนการควบคุมและรักษาโรคไข้ เลือดออกนัน� คือ หน่วยงาน อสม. จะเข้ ามามีบทบาทในการดูแลโรค คือ ควบคุมโรค พ่นยา ตรวจโรค โดยโครงการนําร่องกําจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยงุ ลายที� จัดขึ �นนี �หวังเป็ นอย่างยิ�งว่าจะช่วยลดปั ญหาผู้ป่วยโรคไข้ เลือดออก และป้ องกัน การแพร่ ก ระจายของโรคไข้ เ ลื อ ดออกภายในชุม ชน ตําบลดอนแก้ วเพื�อความเป็ นอยูท่ ี�ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย และมีสขุ ภาพดี ของผู้คนในชุมชนสืบไป” สําหรับโครงการนําร่องดังกล่าวมีกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั ง� กิ จ กรรมป้ องกั น โรคไข้ เลื อ ดออกและการรั ก ษาพยาบาล

โรคไข้ เลือดออก โดยกิจกรรมการป้องกันโรคไข้ เลือดออกนันได้ � มีวิธีป้องกันไข้ เลือดออกโดยการกําจัดตัวลูกนํ �ายุงลายและยุงลาย โตตัวเต็มวัยซึง� เป็ นสาเหตุหลักในการเกิดโรคไข้ เลือดออก โดยทาง โรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ วนัน� ร่วมมือกับ อสม. นันสร้ � างกับ ดักยุง โดยการปั น� ปูนแดงป้องกันลูกนํ �ายุงลายโดยการใช้ ปนู แดงนัน� เป็ นการทดแทนการใช้ ทรายอะเบท เพื�อเป็ นการลดสารเคมีที�อาจ เกิดขึ �นได้ โดยนางแดง ดวงดอก ประธาน อสม. หมูท่ ี�10 ต.ดอนแก้ ว เปิ ดเผยว่า “ โรคไข้ เลือดเป็ นโรคที�ทาง อสม.มีการรณรงค์ป้องกัน อยูต่ ลอดเพื�อเป็ นการสอดส่อง โดยจะมีการแบ่งระดับสีในการ รับมือกับไข้ เลือดออกสามารถแบ่งได้ 4 สี ตามความระดับความ รุนแรงจากมากไปหาน้ อย คือ สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว ซึง� จากข้ อมูลตําบลแม่แรมเป็ นพื �นที� ที�ระบาดหนักที�สดุ ในเขต อําเภอแม่ริม ในหมูท่ ี� 10 มีจํานวนผู้ป่วยรวม13 ราย โดย 8 ราย มีอาการดีขึ �นแล้ ว ทางอสม.มีขนตอนการปฎิ ั� บตั หิ ลังพบผู้ป่วย คือ อสม.จะแจ้ งเรื� องให้ เจ้ าหน้ าที�โรงพยาบาลชุมชนทราบ เพื�อ ลงพื �นที�สํารวจร่วมกันเพื�อตรวจสอบบริ เวณที�พกั ของผู้ป่วย หลัง จากนันก็ � จะรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การป้องกันการระบาดของ โรคให้ กับคนในชุมชนเพื�อเป็ นการป้องกันการแพร่ ระบาดของโรค ” นางแดงกล่าว

ระบาดจํานวน 4 หมูบ่ ้ านได้ แก่ หมูท่ ี� 2 , 4 , 5 , 8 และพื �นที�เสี�ยง จํานวน 4 หมูบ่ ้ านได้ แก่ หมูท่ ี� 1, 6 , 7 , 10 ส่วนพื �นที�ที�ไม่พบผู้ป่วยไข้ เลือดออกนัน� มีจํานวน 2 หมูบ่ ้ านได้ แก่ หมูท่ ี� 3, 9 นับว่าตําบลดอน แก้ วยังคงเป็ นพื �นที�ที�ต้องเฝ้าระวังเกี�ยวกับโรคไข้ เลือดออกอย่างใกล้ ชิดที�สดุ หากมีผ้ ปู ่ วยไข้ เลือดออกในชุมชน การรักษาพยาบาลใน เบื �องต้ น สามารถกระทําได้ ดงั นี � คัดกรองผู้ป่วยที�มีไข้ สงู ส่งต่อเข้ า รับการรักษา รายงานข้ อมูลเพื�อควบคุมโรคเบื �องต้ น โดยการดูแล เบื �องต้ นเหล่านี �เป็ นหน้ าที�ของโรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ วที� จะทําการรักษาผู้ป่วยโรคไข้ เลือดออก นอกจากการป้องกันดูแลรักษาแล้ ว ทางโรงพยาบาลและอสม. ของชุมชนยังควบคุมการเกิดโรคติดต่ออีกด้ วย โดยมีวิธีการดังนี � การประชุมเตรี ยมความพร้ อมก่อนการเกิดโรค การประเมินการ ทําลายเหล่งเพาะพันธุ์ที�ทําขึ �นในทุกๆ เดือน ประชาสัมพันธ์ตาม สายทุกหมูบ่ ้ าน อัดสปอต(วิทยุ) ความรู้ไข้ เลือดออก โดยอสมช. การพ่นหมอกควันในโรงเรี ยน ชุมชน และ หน่วยงาน รวมทังการพ่ � น สารเคมีในกรณีที�เกิดโรค ซึง� การป้องกันและควบคุมโรคไข้ เลือดออกดังกล่าวจะช่วยลด ปั ญหาการแพร่ระบาดของโรค และป้องกันการเพิ�มสูงของโรคใน แต่ละปี อีกด้ วย โครงการที�เป็ นประโยชน์แบบนี �นันจะจั � ดขึ �นในทุกๆ ปี เพื�อเป็ นโครงการนําร่องโครงการอื�นๆ ต่อไป

ดีเดย กาซหุงตมปรับขึ้นราคา

นอกจากนีท� างโรงพยาบาลชุมชนดอนแก้ วยังมีธนาคาร ปลาหางนกยูงที�เลี �ยงไว้ ภายในโรงพยาบาล เพื�อที�ชาวบ้ านใน ชุมชนสามารถมาขอปลาและนําไปปล่อยในบ่อนํา� ในบ้ านของตน ได้ เพื�อเป็ นการกําจัดลูกนํ �ายุงลายได้ อีกวิธีหนึง� ส่วนการกําจัด ยุงลายโตเต็มวัยนัน� ทางโรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ วได้ ปลุกตะไคร้ หอมเพื�อไล่ยงุ หากชาวบ้ านท่านใดสนใจก็สามารถ ขอนํ า ไปปลูก ไว้ ที� บ้ า นได้ แ ละนอกจากการกํ า จัด โดยวิ ธี ก าร ทางธรรมชาติเหล่านี �แล้ ว ทางอสม.ยังระดมกําลังฉีดพ่นยา กําจัดยุง และ ระดมกําลังชาวบ้ านทําความสะอาดชุมชนในวัน Big Cleaning Day ซึง� จัดขึ �นในเดือนละ 1 ครัง� อีกด้ วย โดยโครงการดังกล่าวนางอุบลลักษณ์ กุลริ นทร์ หนึง� ในอาสาสมัครชุมชนกล่าวถึงว่า “โครงการนําร่องไข้ เลือดออก ถือว่าเป็ นโครงการที�ดีต่อชุมชนเพราะประชาชนได้ มีส่วนร่ วมและ ได้ รับความรู้ เพิ�มมากขึน� เกี� ยวกับการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้ เลือดออก การร่วมมือร่วมใจกันจัดโครงการนี �จะทําให้ ทกุ ฝ่ ายได้ เห็นปั ญหาที�เกิดขึ �นและระดมสมองช่วยกันได้ อย่างเต็มที� ทําให้ โครงการเป็ นไปได้ อย่างราบรื� นและรวดเร็ วจึงถือว่าเป็ นโครงการที�ดี กับชุมชนและคนในชุมชน “ นางอุบลลักษณ์กล่าว

นอกจากการป้องกันโรคไข้ เลือดออกโดยการดําเนินการโดยวิธี ต่างๆ แล้ วโรงพยาบาลชุมชนตําบลดอนแก้ วยังรับมือกับปั ญหา โรคไข้ เลือดออกได้ เป็ นอย่างดี เพราะในชุมชนตําบลดอนแก้ วนัน� มีพื �นที�การเกิดโรคไข้ เลือดออกอยูป่ ระปราย โดยเป็ นพื �นที�แพร่

¨µØ礏,ÍÒ¹¹· ÀÙÃԷѵ, ÊÒ¸Ôµ

ก๊ าซหุงต้ มภาคครัวเรื อนปรับขึ �นราคาวันที� 1 ก.ย 2556 มีผลกระทบอาหารสําเร็จรูปเล็กน้ อย ผู้ สื� อ ข่ า วจากไทยรั ฐ ออนไลน์ ร ายงานว่ า ตั ง� แต่ วั น ที� 1 กันยายน 2556 เป็ นต้ นไป ก๊ าซหุงต้ ม (LPG) ภาคครัวเรื อน จะปรับขึ �นอีกกิโลกรัมละ 59 สตางค์ และจะทยอยปรับขึ �นเช่นนี �ไป 12 เดือน รวมแล้ วขึ �นราคาเป็ น 6 บาท จากเดิม ราคา 18.13 บาท/ กิโลกรัม เป็ น 24.82 บาท ซึง� เรื� องนี �ทําให้ ประชาชนเกิดความวิตกว่า ราคาอาหารจะปรับตัวตามไปด้ วย ในส่วนของร้ านขายส่ง ในพื �นที�ชมุ ชนดอนแก้ ว พ่อค้ า คนกลางในพื �นที�กล่าวว่า’’ ราคาก๊ าซหุงต้ ม จากเดิมก่อนจะปรับอยู่ ในราคา 262 บาท จากวันที� 1 กันยายน 56 ขันมาเป็ � น 8 บาท จะนํา มาขายในราคา 310 บาท ได้ กําไรประมาณ 30 – 40 บาท/ถัง จาก การที�ก๊าซราคาขึ �น ทางร้ านไม่มีผลกระทบ เพราะลูกค้ าจําเป็ นต้ อง ซื �อเพื�อการนําไปประกอบในอาชีพ ยอดขายก๊ าชหุงต้ มของทางร้ าน จึงไม่มีผลใดๆ’’ ด้ านพ่อค้ าแม่ค้าในพื น� ที� ชุมชนดอนแก้ วที� ใช้ ก๊าซหุงต้ ม กล่าวว่าผลกระทบที�ก๊าซหุงต้ มส่วนใหญ่ จะไม่มีผลกระทบมาก นักแต่กงั วลว่า ถ้ าปรับขึ �นราคาเรื� อยๆ จะมีผลในส่วนของต้ นทุน การผลิตอาหารที�แตกต่างจากร้ านอาหารขนาดใหญ่ที�ใช้ ก๊าซหุงต้ ม ส่วนในเรื� องของการปรับตัวของพ่อค้ าแม่ค้าจะเป็ นการลดปริ มาณ ข้ าวหรื ออาหารลงเพื�อให้ สมดุลกับต้ นทุน และในบางส่วนของพ่อค้ า แม่ค้า จะนําถ่านหุงต้ มมาช่วยลดต้ นทุนแทนการใช้ ก๊าซแอลพีจี ทางด้ านชาวบ้ านในพื �นที�ชมุ ชนดอนแก้ วได้ กล่าวว่า “ผลกระทบต่อพวกเราไม่คอ่ ยมีมาก แต่กลัวว่าในอนาคตจะมีผล กระทบมากกว่านี �” ชาวบ้ านส่วนใหญ่มองเห็นจุดนี �เหมือนๆ กัน เนื�องจากสถานการณ์ของราคาก๊ าซหุงต้ มนันยั � งไม่ถงึ จุดวิกฤต ที�จะ ทําให้ คนที�ใช้ ก๊าซในชุมชนเดือดร้ อน แต่มีความกังวลเล็กน้ อยต่อ ข่าวการขึ �นราคาก๊ าซหุงต้ ม


2556 / หนา 5

ขาว

กศน. เปดหลักสูตรเรงรัด จบ ม.6 ใน 8 เดือน กศน. เปิ ดโอกาสให้ ผ้ จู บ ป.6 ที�ประกอบอาชีพ มาเทียบ ระดับการศึกษา จบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ด้ วยหลักสูตร 9 วิชา ผ่ า นหลั ก สู ต รสามารถเที ย บเรี ยนต่ อ ในระดั บ อุ ด มศึ ก ษาได้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ เปิ ด หลักสูตร จบ ม.6 เร่งรัดภายใน 8 เดือน กําหนดขึ �น 9 วิชา ได้ แก่ 1.วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ 2.วิชาคณิตศาสตร์ ธรรมชาติ หลักการ ซื �อแลกเปลี�ยน-กู้ยืม 3.วิชาการผลิต การตลาด การบริ โภค นําไป สูช่ มุ ชน SMEs 4.วิชาระบอบประชาธิปไตย 5.วิชาการบริ หาร จัดการชุมชนหรื อองค์กรเข้ มแข็ง 6.วิชาการสนทนาภาษาอังกฤษ 7.วิชาภาษาไทย 8.วิชาการวิจยั ชุมชน และ 9.การจัดการอาหาร เพื�อครอบครัวและชุมชน โดยทําการเปิ ดสอนทัว� ประเทศทุกตําบล หากสอบไม่ผา่ นทัง� 9 วิชาถือว่าเรี ยนไม่จบหลักสูตร หรื อสอบ วิชาใดวิชาหนึง� ไม่ผา่ นจะต้ องลงเรี ยนวิชานันใหม่ � ในรุ่นต่อไป โดย ค่าลงทะเบี ยนพร้ อมอุปกรณ์ การเรี ยนในแต่ละหลักสูตรนัน� อยู่ที� 1,500 บาท สําหรับการจัดสอบมี 2ครัง� ครัง� ที� 1 จัดสอบโดย สทศ. ในเดือน ก.ค.-ส.ค. ครัง� ที� 2 จัดสอบโดย กศน. ในเดือน พ.ย.- ธ.ค. ทังนี � �การสอบมีทงภาคปฏิ ั� บตั ิ และภาคทฤษฏี สําหรับตําบลดอน แก้ วมีผ้ ศู กึ ษาหลักสูตร จบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ทังหมด � 14 คน มีผ้ ผู า่ นการสอบแล้ วหลายท่าน โดยการประสานงานการสอบแต่ละ ครัง� จะเป็ นหน้ าที�ของอาจารย์ที�ปรึกษาในเรี ยนการติวสอบและบอก เรื� องเวลาสอบให้ นกั เรี ยนเอง

นางสุนิตรา ไชยวัต หัวหน้ า กศน.ตําบลดอนแก้ ว กล่าวว่า “การเรี ยนหลักสูตรจบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ดีสําหรับคนวัยทํางาน เพื� อ ที� จ ะได้ วุฒิก ารศึก ษาไปปรั บใช้ ใ นการเรี ย นต่อหรื อประกอบ อาชีพ เพราะ ผู้สมัครต้ องมีอายุ 20ปี ขึ �นไป และมีงานทําแล้ วไม่ตํ�า กว่า 3ปี ซึง� หลักสูตรนี �เด็กทัว� ไปไม่สามารถที�จะมาเรี ยนได้ เนื�องจาก อายุไม่ถงึ แต่ถ้าอายุถงึ และไม่มีงานประจําทําก็จะไม่สามารถเข้ า เรี ยนหลักสูตรนี �ได้ ” อย่า งไรก็ ต ามการสอบทัง� สองครั ง� ผู้ส อบต้ อ งมี ค ะแนน เก็บรวม 60% ขึ �นไปถึงจะผ่านหลักสูตร และสามารถที�จะเรี ยนต่อ ในระดับอุดมศึกษาได้ หากสถาบันนันไม่ � ระบุเกรด และสําหรับ ผู้สนใจสมัครเข้ าเรี ยน สามารถสมัครได้ ที�ตําบลที�ตนเองอาศัยอยู่ หรื อสมัครข้ ามตําบลได้ แล้ วแต่ความสมัครใจและความสะดวกของ แต่ละบุคคล

ดอนแกว ลดเผากิ่งไมใบไม เพิ่มมูลคาทําปุยหมักชีวภาพ

ขยะจากภาคเชียงใหม่ และคณะรัฐศาสตร์ มช. ได้ ทําโครงการ เกี�ยวเนื�องกับการแก้ ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ นํามาให้ อบต. ที� ต้ องการทําปุ๋ยหมักชีวภาพใช้ ในชุมชน และสามารถทําได้ อย่างต่อ เนื�อง โดยมีคณ ุ คูณดิลก สงวนสัตย์ นักวิชาการเกษตรรักษาการ แทนผู้อํานวยการกองส่งเสริ มการเกษตร อบต. ดอนแก้ ว เป็ นผู้รับ ผิดชอบโครงการนี �โดยตรง นายวัชรพงส์ สําเนียก เจ้ าหน้ าที�งานพิมพ์ กองส่งเสริ ม การเกษตร อบต. ดอนแก้ ว ให้ สมั ภาษณ์วา่ โครงการปุ๋ยหมัก ชีวภาพนี � ได้ รับความร่วมมือจากชาวบ้ านผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร ที�มีเศษขยะทางการเกษตร เช่น เศษกิ�งไม้ ใบไม้ แห้ ง ซึง� ทาง เจ้ าหน้ าที�ของ อบต. จะเป็ นผู้ไปเก็บเศษขยะเอง โดยให้ ชาวบ้ าน เป็ นคนเก็บและแยกเศกิ�งไม้ ใบไม้ แห้ ง และแยกเป็ นกองๆ เพื�อให้ ง่ายต่อการนําไปเข้ าเครื� องย่อยขยะ โครงการปุ๋ยหมักชีวภาพนี � ได้ งบประมาณสนับสนุน ค่าวัสดุตา่ งๆ จําพวก ปุ๋ยยูเรี ย ปูนขาว สาร เพิ�มธาตุอาหาร และค่านํ �า ค่าไฟอาคารปุ๋ยหมัก จาก อบต. เป็ นเงิน จํานวน 20,000 บาท ต่อปี ทางด้ าน นางศิริเพ็ญ ปั ญญาเพิ�ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้ าน บ่อปุ๊ ตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ให้ ความเห็น เกี�ยวกับการทําปุ๋ยหมักชีวภาพนี �ว่า “อบต.ดอนแก้ ว ทําปุ๋ยหมักเป็ น สิง� ที�ดี เพราะวัตถุดิบที�ใช้ นํามาจากชุมชนคือใบไม้ กิ�งไม้ ที�ชาวบ้ าน ไม่ใช้ แล้ ว และไม่มีที�ทิ �ง ทาง อบต.แก้ ปัญหา โดยมาสร้ างโรงปุ๋ย หมักที�บ้านบ่อปุ๊ แล้ วให้ รถอีแต๋น และพนักงานออกเก็บเศษใบไม้ หญ้ าแห้ ง ของทัง� 10 หมู่ มาทําปุ๋ยหมักที�นี� ซึง� เป็ นประโยชน์ของ ชาวตําบลดอนแก้ วและบ้ านบ่อปุ๊ ที�ได้ รับคือ ได้ ป๋ ยหมั ุ กธรรมชาติไป ใช้ ฟรี บ้าง หรื อชาวบ้ านซื �อในราคาถูก ปุ๋ยที� อบต.แจกฟรี คือต้ องเอา มาใช้ ใส่กบั ต้ นไม้ ดอกไม้ หรื อผัก ผลไม้ ตามที�สาธารณะ หมูบ่ ้ าน ไหนต้ องการก็ไปเขียนใบคําร้ องขอจาก อบต. การใช้ ป๋ ยหมั ุ ก ที�ทําเองทําให้ ผ้ ใู ช้ และผู้บริ โภคปลอดภัยจากสารพิษและลดการเผา เศษหญ้ าและใบไม้ แห้ ง ซึง� หากเผาไปทําให้ เกิดหมอกควันได้ อีก ด้ วย เป็ นการแก้ ปัญหาลดการเผาอีกวิธีหนึง� ของ ต.ดอนแก้ ว คิดว่า ชาวบ้ านลดการเผาไปมากแต่ก็ยงั มีอีกบ้ านที�อยากให้ อบต.มาช่วย เก็บเศษใบไม้ กิ�งไม้ แต่รถเข้ าไม่ถงึ ก็เก็บไม่ได้ หรื อบางทีกิ�งใหญ่เกิน ไป อบต.ก็ไม่สามารถเก็บให้ ได้ เช่นกันและชาวบ้ านบางคนยังยึดติด กับความดังเดิ � มของท้ องถิ�นคือ การเผาตอฟาง ใบไม้ เล็กๆ น้ อยๆ ที� ตัวเองกวาดเสร็ จแล้ วก็เผาเลย บางคนคิดว่าการแจ้ ง อบต.มาเก็บ ใบไม้ แห้ งนั �นเป็ นสิง� ที�ยงุ่ ยาก กว่าจะไปเขียนคําร้ องกว่า อบต. จะมาเก็บก็ช้า เผาเองเลย” คุณอุบลลักษณ์ กุลริ นทร์ ชาวบ้ านหมูท่ ี� 4 ตําบลดอนแก้ ว กล่าวว่า การที� อบต. ดอนแก้ ว จัดทําโครงการเลิกเผาขยะทางการ เกษตรเพื� อ ที� จ ะนํ า เอาขยะไปทํ า นํ า� หมัก ชี ว ภาพนัน� เป็ นสิ� ง ที� ดี เนื� อ งจากที� ผ่ า นมาชาวบ้ า นมัก ใช้ วิ ธี ก ารเผาซึ�ง ทํ า ให้ เ กิ ด สภวะ หมอกควัน แถมปุ๋ยหมักชีวภาพที�ทาง อบต. ได้ ทําขึ �นนัน� ยังแจก ฟรี ให้ กบั ชาวบ้ านที�ต้องการ จึงเป็ นการช่วยประหยัดค่าใช้ จา่ ยของ เกษตรกรอีกทางหนึง� ด้ วย

อบต.ดอนแก้ วพลิ ก วิ ก ฤติ ห มอกควัน ลดการเผ่ า ขยะ ทางการเกษตร เปลี�ยนเป็ นปุ๋ยหมักชีวภาพใช้ ในชุมชน ได้ รับการ สนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ และชาวบ้ านในพื �นที� กรมส่งเสริ มการเกษตร องค์การบริ หารส่วนตําบลดอน แก้ ว อําเภอ แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับภาคจังหวัดเชียงใหม่ และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทําโรงปุ๋ยหมักชีวภาพ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้วา่ ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เนื�องจากวิกฤติหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการนี �เริ� มตัง� แต่ปีพ.ศ 2548 เรื� อยมาจนถึงปั จจุบนั พื �นที�จดั ทําโรงปุ๋ยหมักตังอยู � ่ เปิ ดงาน “วันรวมพล คนจิตอาสา ตําบลดอนแก้ ว” ครัง� ที� 2 เพื�อ ที� บ้ านบ่อปุ๊ หมูท่ ี� 1 ของตําบลดอนแก้ ว ซึง� เดิมเป็ นพื �นที�สาธารณะ แสดงพลังคนไทยใจอาสา ทําดีถวายในหลวง วันที� 9 กันยายน เวลา 8.00 น. ณ ห้ องประชุมอาคาร โดยชาวบ้ านในพื �นที�ได้ มอบให้ อบต.ดอนแก้ ว ใช้ ประโยชน์ ส่วนรวม โครงการปุ๋ยหมักชีวภาพได้ รับการสนับสนุนเครื� องย่อย บุญญาภรณ์ และลานอเนกประสงค์หน้ าที�ทําการ อบต.ดอนแก้ ว

รวมพลคนจิตอาสาป 2

ÈÈÔ¸Ã, ÍÃسÈÃÕ, ÍÃØ³Õ ¾Ø·¡ÒÅ

ตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้วา่ ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็ นประธานในพิธีเปิ ดงาน โดยมีนายนพดล ณ เชียงใหม่ นายกองค์การบริ หารส่วนตําบล ดอนแก้ ว ได้ กล่าวรายงาน มีหวั หน้ าส่วนราชการทุกภาคส่วน, ผู้นํา ศาสนา, ข้ าราชการ, เด็ก เยาวชน และประชาชนจํานวนมาก ร่วม กันเปิ ดงาน “วันรวมพล คนจิตอาสา ตําบลดอนแก้ ว” ครัง� ที� 2 ประจําปี 2556 เพื�อเป็ นการสร้ างเครื อข่ายจิตอาสา ปลูกจิตสํานึก ให้ เยาวชนและประชาชนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม อีก ทังยั � งเป็ นการทําดีเพื�อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ภูมิพล อดุลยเดชมหาราชด้ วย โดยที�ผา่ นมาได้ มีการจัดงานนี �ขึ �นเป็ นปี แรก และได้ รับ ความร่วมมือจากประชาชนเป็ นอย่างดี อีกทังเป็ � นกิจกรรมที�สร้ างให้ บุคคลต่างๆ และชุมชนมีความสามัคคี สามารถที�จะสร้ างเครื อข่าย สืบสานกิจกรรมให้ ดํารงต่อไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้ วย ข่วงเชิดชูคนดีศรี ดอนแก้ ว ,ข่วงฮอมบุญก๋องทุนจิตอาสา, ข่วงม่วนงันสันเล้ า เป็ นข่วง การประกวดร้ องเพลงและการเต้ นแอโรบิคประกอบเพลง, ข่วงกิ�น หอมต๋อมม่วน โดยทุกคนที�มาร่ วมงานได้ มีโอกาสรับประทานอาหารร่ วม กัน, ข่วงผลิตภัณฑ์ชมุ ชน ซึง� ชาวบ้ านแต่ละหมูบ่ ้ านได้ นําผลิตภัณฑ์ ชุมชนมาจัดแสดงโชว์, ข่วงนิทรรศการ เป็ นการประกวดการจัด นิทรรศการการนําเสนอผลงานด้ านยาเสพติดของชมรมทูบีนมั เบอร์ วันชุมชนดอนแก้ ว, และการมอบโล่เชิดชูเกียรติให้ ผ้ ทู ี�มีจิตอาสา ทัง� เด็ก เยาวชน ประชาชน ข้ าราชการ รวมทังพระภิ � กษุสงฆ์ ซึง� ในการ จัดงานครั ง� นี ม� ีชาวบ้ านเข้ าร่ วมกิ จกรรมดังกล่าวเป็ นจํานวนมาก เป็ นการแสดงให้ เห็นถึงศักยภาพความมีจิตอาสาและความสามัคคี ของราษฎรและส่วนราชการทุกภาคส่วนในตําบลดอนแก้ วอีกด้ วย

ทังนี � � นายนพดล ได้ กล่าวถึงการจัดงานในครัง� นี �ว่า ตาม ที� จัง หวัด เชี ย งใหม่ แ ละสํ า นัก งานพัฒ นาสัง คมและความมั�น คง ของมนุษย์จงั หวัดเชียงใหม่ ได้ คดั เลือก อบต.ดอนแก้ ว เป็ น องค์กรปกครองส่วนท้ องถิ�นต้ นแบบ โครงการ “คนไทย ใจอาสา” ตามนโยบายเร่ งด่วนของรัฐบาลในอันที�จะสร้ างความ สมัครสมานสามัคคี และ อบต.ดอนแก้ วได้ ขบั เคลื�อนโครงการนี �ได้ อย่างดี ได้ ขยายเครื อข่ายจิตอาสาในการรวมพลังช่วยเหลือสังคม เมื�อเกิดสถานการณ์ในสังคม ที�ต้องอาศัยความร่วมมือและพลังจิต อาสาในการขับเคลื�อนงาน ต้ องขอขอบคุณพลังเครื อข่ายจิตอาสาที� ให้ ความร่วมมือในการขับเคลื�อนกิจกรรมดีๆ ที�จะร่วมสร้ างคนไทย ให้ มีใจอาสาทัว� แผ่นดินร่วมปลูกจิตสํานึกในการทําความดี เพื�อร่วม สร้ างประเทศไทยให้ นา่ อยูต่ อ่ ไป


2556 / หนา 6

สารคดี

ซอพื้นบานลานนา คุณคาแหง ดนตรีที่ถูกเมิน เสี ย งป  จุ ม เครื� องดนตรี พืน� บ้ านของภาคเหนือดังมาแต่ไกล

ท่วงทํานองเสนาะหูแม้ จะฟั งไม่ร้ ูเรื� องรู้ภาษา ขอเพียงซึมซับท่วงทํานอง อันไพเราะและละเมียดละไม ก็ทําให้ เราสามารถเคลิบเคลิ �มไปกับทํานอง เพลงได้ อย่างไม่ร้ ูตวั เพราะด้ วยเหตุผลนี �กระมังที�คนสมัยก่อนถึงได้ ตดิ ใจ เสียงจ๊ อยซอกันนัก แต่ น่ า เสี ย ดายแทนเด็ ก หนุ่ม สาวสมัย ใหม่ ที� ไ ม่ เ คยแม้ แต่ จ ะได้ ยิ น เพลงจ๊ อยซอล้ านนาที� มี เอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี � แต่กลับไปหลงใหลเพลงจาก ต่างประเทศ ไม่วา่ เกาหลี ญี�ปนุ่ หรื อประเทศอื�นๆ จนบางครัง� ลืมที�จะเหลียวหลังกลับไปมองรากเหง้ าแห่งต้ นกํ าเนิ ด ทางวัฒนธรรมของตน เป็ นผลให้ ศิลปะทางดนตรี อย่าง เพลงจ๊ อยซอล้ านนาที�เป็ นมรดกอันเก่าแก่ถูกเยาวชนรุ่ น หลังละเลยจนใกล้ จะสูญหายไป คุณพ่อก๋วนดา เชียงตา ผู้สืบทอดดนตรี จ๊อยซอ ล้ านนาประจําจังหวัดเชียงใหม่ เป็ นผู้ที�สงั� สมประสบการณ์ มายาวนานมี ผ ลงานหลากหลายซํ า� ยั ง ถื อ เป็ นพ่ อ ครู

ËÄ·Ñ ,¨ÔµÃÒ¾Ã

ผู้เพียรสอนให้ บคุ คลรุ่นลูกรุ่นหลานได้ สืบต่อการเล่นดนตรี และการ ขับร้ องจ๊ อยซอล้ านนา เพื�อให้ ยงั คงมีผ้ สู ืบสานดนตรี ด้านนี �ต่อไป “การที�มีคนเข้ ามาให้ พอ่ สอน เข้ ามาเรี ยนอยูท่ ี�วา่ ตังใจมาก � แค่ไหน บางคนเข้ ามาก็ไม่ได้ ชอบ แต่พอได้ เรี ยนรู้ได้ สมั ผัสก็กลาย เป็ นว่าหลงรักไปเลยก็มีเหมือนกัน” คุณพ่อก๋วนดา เชียงตา ให้ ประโยคสันๆ � เริ� มต้ นเรื� องราวให้ ชวนขบคิด แล้ วจากนันจึ � งได้ เริ� มต้ นเล่าประวัตขิ องท่านต่อ “พ่อเอง ก็สืบทอดพวกดนตรี พื �นบ้ านมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ เอาแบบอย่างจาก เขามาทํามาตังแต่ � เล็กตังแต่ � 10 ขวบ ฝึ กฝนมาเรื� อยๆ กระทัง� ได้ เข้ า วงการตอนอายุ 17 ปี แต่ก็ยงั ไม่ได้ ออกงานต้ องฝึ กฝนต่อให้ เก่งพอที� จะเข้ าร่วมเล่นกับคนอื�นๆได้ จนถึงในช่วงปี พ.ศ.2520 ถึงจะได้ เข้ า ร่วมวงออกงาน เป่ าเครื� องดนตรี เล่นสะล้ อ ซอ ซึง ทัว� ไป ทําตังแต่ � ตอนนันมาจนถึ � งปั จจุบนั จึงยึดเอาเป็ นอาชีพหลักเลย” จากการเล่าถึงเรื� องราวชีวิตการเป็ นช่างซอ พ่อก๋วนดา เล่าต่ออย่างภาคภูมิใจว่า “พ่อเคยนึกท้ อ แต่ความท้ อนันก็ � ชว่ ยดัน ให้ พอ่ ได้ มีวนั นี � พ่อเคยคิดว่า เราต้ องฝึ กไปถึงเมื�อไหร่ เมื�อไหร่จะ เก่งได้ สกั ที ทําไมเราถึงทําไม่ได้ คิดจนเริ� มท้ อแต่พอ่ ก็ไม่เคยหยุด ฝึ ก จนวันที�พอ่ ได้ ขึ �นไปเล่นจริ งถึงรู้วา่ ที�เราฝึ กมาทังหมดมั � นยิ�งใหญ่ จริ งๆ” ด้ วยความสามารถที�มีอยูใ่ นตัวของพ่อก๋วนดา บวกกับความ พยายามฝึ กฝนของท่าน ก็ทําให้ ทา่ นประสบความสําเร็จได้ ในที�สดุ จากนัน� พ่อก๋วนดาก็ ได้ เล่าต่อถึงการทํ างานของช่างซอ การทํางานเป็ นคณะ เป็ นวงดนตรี วา่ “ในการทํางานไม่จําเป็ นต้ องมี สังกัด ไม่จํากัดคณะหรื อวง เราสามารถเข้ าไปเล่นได้ ทกุ วง จะติดต่อ กันไปหากมีงานเข้ ามา คนรับงานในวงการนี �จะรู้วา่ คนไหนสามารถ รับงานแบบไหนได้ บ้าง ถนัดแนวไหนก็จะติดต่อกันไป และไม่มี การแบ่งรุ่น พ่อครู หรื อรุ่นพี� หากคนใดเป็ นผู้รับงานถึงแม้ วา่ จะ เป็ นลูกศิษย์เรามาก่อนก็ตาม เราก็ต้องรับฟั ง ทําตามที�เขาบอก มา ว่าจะให้ เล่นบทอะไร ต้ องให้ เกียรติ นับถือเขาเป็ นหัวหน้ าวง


2556 / หนา 7

สารคดี

ผู้ขบั ซอกับเสียงปี� จุมว่าเข้ ากันหรื อไม่ จากนันจึ � งต่อด้ วยเพลงเงี �ยว เพลงพม่า เพลงจะปุ เพลงจ้ อยเจียงแสน เพลงละไม้ พระลอเดินดง และเพลงอื�อ ซึง� เป็ นเพลงที�ใช้ ในการอําลา ท่วงทํานองของปี� จุมมีทงหมด ั� 14 ทํานอง ปั จจุบนั สูญหาย แล้ วอย่างน้ อย 5 ทํานอง พ่อครูก๋วนดา เชียงตา ศิลปิ นเพลงพื �นบ้ าน จึงได้ อนุรักษ์ การละเล่นปี� จุม รวมถึงถ่ายทอดการละเล่น ตลอดจน การประดิษฐ์ เครื� องดนตรี พื �นบ้ านนี � ให้ คงอยูค่ เู่ มืองล้ านนาต่อไป

ดนตรี พนื � บ้ าน VS. กระแสโลกาภิวัตน์

การรับงานส่วนมากก็เกือบทุกประเภท แต่ที�เยอะที�สดุ คงเป็ น งานปอยหลวง งานวัด จ๊ อยซอที�นิยมเล่นมากที�สดุ ส่วนใหญ่ก็เป็ น เรื� องพื �นบ้ าน สะท้ อนสังคม การเปรี ยบเทียบชีวิตของคนรวยและ คนจน ซึง� แต่ละงานค่าตอบแทนก็มากพอสมควร เช่น บางงานก็ จ้ างเราตังแต่ � 20,000 บาทขึ �นไป ขึ �นอยูก่ บั งานนันเป็ � นงานพิธีอะไร ความยิ�งใหญ่ของงานขนาดไหน” หากการเกิดและดับเป็ นธรรมดาของโลก ซอเองก็เช่นกัน คงไม่สามารถหลีกหนี ความจริ งข้ อนี ไ� ด้ พ้นในปั จจุบันช่างซอพื น� เมืองทังหลายล้ � วนรู้แก่ใจดีวา่ ซอได้ ผ่านยุคแห่งความรุ่งเรื องมาแล้ ว และกําลังลดระดับลงมาเรื� อยๆ ซึง� พ่อก๋วนดา ก็ได้ พดู ต่อว่า “ซอยัง ได้ รับความนิยมสูงแต่คา่ นิยมของคนสมัยนี �มันเปลี�ยนไป ไม่ใช่แค่ เด็ก ผู้ใหญ่ก็เป็ น กลัวคนที�มองเห็นจะว่าให้ วา่ ล้ าสมัย บางก็กลัวคน นินทาว่าไม่ทนั สมัย แต่คนเหล่านี �ก็มีแอบฟั งบ้ าง” หลังจากนันพ่ � อก๋วนดาจึงได้ เริ� มเล่าต่อว่า ทําไมถึงมายึด อาชีพการซ่อมเครื� องดนตรี จ๊อยซอเป็ นอาชีพหลัก “เครื� องดนตรี ไม่วา่ จะประเภทใด เมื�อใช้ ไปนานๆ ก็เริ� มสึกหรอตามกาลเวลา ต้ องหาที�ซอ่ ม แต่เครื� องดนตรี จําพวก ปี จุม ที�ซอ่ มก็หาได้ ยากมาก พ่อจึงลองหยิบนุ้นหยิบนี� มาลองซ่อมเองจนพอทําได้ โดยส่วนแรกที� พ่อหัดทําคือลิ �นปี� จากนันจึ � งเริ� มหาวัสดุไม้ ไผ่ วิธีการเลือกไม้ ไผ่ชนิด ต่างๆที�เหมาะสม จนพ่อชํานาญจึงเอาเวลาว่างของพ่อมานัง� ทําถ้ า ใครอยากได้ ก็จะมาซื �อที�พอ่ รายได้ ก็ชดุ ละ 500 บาท แต่จะชุดจะมี ปี� 3 เล่ม แต่ละเล่มโทนเสียงจะเป็ น ตํ�า กลาง และสูง” สิ� ง ที� พ่ อ ก๋ ว นดาอยากให้ เ ยาวชนรุ่ น หลัง เข้ า มาหาความรู้ ประสบการณ์ และความสนใจ ไม่ถงึ ขันต้ � องมารํ� าเรี ยนก็ได้ แค่ เข้ ามาเป็ นสื�อกลาง เพื�อนําความรู้ ไปอธิบายหรื อบอกต่อคนอื�นๆ ให้ ร้ ู จักเครื� องดนตรี และการขับร้ องจ๊ อยซอล้ านนาของภาคเหนื อ เรามากขึน� ก็ดีใจแล้ ว”ผู้เฒ่าผู้แก่ที�นั�งอยู่บ้านทําเครื� องดนตรี และ รับงานจ๊ อยซอเป็ นบางครัง� บางคราว จํานวนเงินที�ได้ มาจาก ความสามารถ จากจิตวิญญาณไม่ใช่สงิ� ที�บคุ คลเหล่านี �ต้ องการ แต่สิ�งที�ท่านต้ องการคือคนที�มีจิตใจตังมั � น� ที�จะมาสืบสานสืบทอด ความรู้ เก็บไว้ ให้ รุ่ นลูกรุ่ งหลานให้ คนยุคหลังรู้ จกั ว่าจ๊ อยซอคืออะไร ท่านเข้ าใจว่าเมื�อดนตรี สมัยใหม่เข้ ามา ดนตรี สมันเก่าย่อมล้ าหลัง ตามกาลเวลา

ปี� จุมจังหวะล้ านนา ปี� จุมเป็ นเครื� องดนตรี ประเภทเครื� องเป่ าของล้ านนา คําว่า “จุม” เป็ นภาษาล้ านนา หมายถึงการชุมนุม ดังนัน� ปี� จุม จึงหมายถึง การนําปี� หลายๆ เล่มมาเป่ ารวมกัน โดยปี� จุมทําจากไม้ รวกลําเดียว นํามาตัดให้ มีขนาดสั �น ยาว เรี ยงจากขนาดเล็ก (ปลายไม้ ) ไปหาใหญ่ (โคนของลําไม้ ) สร้ างระดับเสียงที�แตกต่างกัน ปี� ขนาด เล็กมีระดับสูง ปี� ขนาดใหญ่มีเสียงตํ�า โดยนิยมนํามาเข้ าชุด ปี� จุม 3 ซึง� ประกอบด้ วย ปี� ตัด ปี� ก้ อย ปี� กลาง ปี� จุมนิยมนํามาเล่นในงานรื� นเริ งทางภาคเหนือ ก่อนการ เล่นเพลงซอ จะมีการเล่นเพลงตังเชี � ยงใหม่ เพื�อทดสอบเสียงของ

เสียงที่ควรระลึกในความเปนลานนาไทย เสียง….ที�กาํ ลังจะหายไป “สวัสดีปีน� ้ องตังหลาย ตึงญิงตึงจาย ม่วนลํ �า…….” เสียง ซอจากพ่อครูก๋วนดา เชียงตา ศิลปิ นเพลงพื �นบ้ านล้ านนา ขับขาน ต้ อนรับแขกผู้มาเยือน ประกอบเสียงเครื� องดนตรี พื �นเมืองอย่างปี� จุม ที�น้อยคนนักจะรู้จกั และเคยได้ ยิน พ่อครูก๋วนดา เล่าให้ ฟังว่า ปี� จุมเป็ นเครื� องเป่ าของล้ านนา คําว่า จุม เป็ นภาษาล้ านนา หมายถึง การชุมนุมหรื อประชุม ปี� จุม จึงเป็ นการนําปี� หลายๆ เล่มมาเป่ ารวมกัน โดยปี� จุมทําจากไม้ รวก เล่มเดียว นํามาตัดให้ มีขนาดสัน� ยาว โดยปี� ขนาดเล็ก จะมีเสียงสูง

¾ÔÁ¾¾Ô¡Ò, ÈÔÃÔ¾Ã, ¹ÔÈÒÅѡɳ

จากกระแสวัฒ นธรรมต่ า งชาติ ที� เ ข้ า มาในประเทศไทย ทําให้ หลายฝ่ ายเกรงว่าดนตรี พื �นบ้ านของไทยจะถูกกลืนหายไป แต่ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวตั น์ที�เปลี�ยนแปลงอย่างรวดเร็ วนัน� ยังมี พ่อ ครูก๋วนดา เชียงตา ศิลปิ นเพลงพื �นล้ านนา ผู้พยายามอนุรักษ์ ดนตรี พื �นบ้ านให้ คงอยูส่ ืบต่อไป ดังเช่นที�ได้ เห็น นายวิทวัส ทิโน เด็กหนุม่ วัย 22 ปี จาก อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผู้มีใจรักดนตรี พื �นบ้ าน หนึง� ในลูกศิษย์ ของพ่อครูก๋วนดา โดยเขาเล่าให้ ฟังว่า ความรักในดนตรี คือ แรงบันดาลใจที�ทําให้ เดินทางมาศึกษาวิชากับพ่อครู ที�นอกจาก จะเป็ นความรู้แล้ ว ยังสามารถสร้ างรายได้ ให้ กบั ตนเอง ขณะที� นายภาสกร มาธุระ นักศึกษาคณะดนตรี ไทยของมหาวิทยาลัย ราชภั ฏ เชี ย งใหม่ ก็ เ ป็ นอี ก หนึ� ง คนที� เ ดิ น ทางมาศึ ก ษาวิ ช ากั บ พ่อครูก๋วนดา เพื�อเพิ�มความสามารถ โดยเขาบอกว่า การได้ เห็นได้ ชมการละเล่นดนตรี พื �นบ้ านตามงานวัด ทําให้ เกิดความชอบ และเป็ นแรงบันดาลใจให้ สนใจอย่างจริ งจัง สิ�งที�พ่อครู มกั จะบอกอยู่เสมอว่าไม่อยากให้ วิชาความรู้ ของตนต้ องสูญสิ �นไปตามอายุขยั นัน� อย่างน้ อยเวลานี � ก็มีเด็กหนุม่ ที�มาสานต่อความตั �งใจของพ่อครูที�ต้องการอนุรักษ์ ทังสองคน � ดนตรี พื �นบ้ านล้ านนาให้ คงอยูก่ บั ลูกหลานต่อไป


2556 / หนา 8

หัตถกรรม

หัตถกรรมเศษผา ชุมชนตําบลดอนแกว งานหัตถกรรมผีมือนั �นถือว่าเป็ นงานประณีตละเอียดอ่อนและใช้ ความสามารถในการถักทอผลงาน เช่นเดียวกับ งานหัตถกรรมเศษผ้ าของกลุม่ แม่บ้าน ตําบลดอนแก้ ว ที�ชว่ ยกันคิดและประดิษฐ์ ผลงานจากเศษผ้ าไร้ คา่ จนได้ ผลิตภัณฑ์ที�มีประโยชน์และ สวยงาม กลุ่ ม หัต ถกรรมเศษผ้ า ดอนแก้ ว ก่ อ ตั ง� ขึ �นในปี 2553 มีสมาชิกกลุม ่ ทั �งหมดประมาณ 50 คน โดยริ เริ� มจากการไป ศึกษาดูงานการทําหัตถกรรมเศษผ้ า จ.น่าน จึงได้ แรงบันดาลใจมาสร้ างสรรค์ผลิตภัณฑ์เป็ นของกลุม่ ชุมชนเอง โดยมีผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิเช่น หมอนสุขภาพ ที�รองเขียง กระเป๋ า พวงกุญแจ เป็ นต้ น โดยสิ น ค้ าเหล่ า นี ผ� ลิ ต จากเศษผ้ าที� ไ ม่ ใ ช้ แล้ ว ซึ� ง เป็ นผ้ าสะอาด และยั ง สามารถนํ า มาประยุ ก ต์ ใ หม่ เ ป็ นสิ น ค้ าที� ส ร้ างรายได้ เช่ น กระเป๋ าเป้ พวงกุญแจตุ๊กตา ผ้ าเช็ดเท้ า และหมอน เป็ นต้ น การจัดจําหน่ายทําการจําหน่ายที�องค์การบริ หารส่วนตําบลดอนแก้ ว การรวมกลุม่ แม่บ้านตําบลดอนแก้ ว ที�ชว่ ยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากเศษผ้ า จนได้ รับรางวัลภูมิปัญญาท้ องถิ�นประจําปี 2553

"ผะหญาลานนา ภูมิปญญา"ชาปงหินไฟ

อย่างถาวร คุณนิคม พรหมเทพย์ เจ้ าบ้ าน และวิทยากรประจํา ศูนย์เรี ยนรู้ ทํางานไปพร้ อมกับสมาชิกกลุม่ ภายในแหล่งการ เรี ยนรู้ นี � แบ่งกิจกรรมเป็ นฐานต่างๆ ประกอบด้ วย ด้ านภาษา และวรรณกรรม, ด้ านศิลปะล้ านนา, ด้ านเกษตรพื �นบ้ าน, ด้ านสุขภาพ และสถานที�ให้ ความรู้ และบริ การต่างๆ เช่น การ อบสมุนไพร,การปรุงยา และการดองสมุนไพร เป็ นต้ น คุณนิคม บอกว่า "ผะหญา คือ ภูมิปัญญา" โดยทังหมดอยู � ใ่ นหลักคิด "จิตดี กายดี ชีวิตดี" “ชาปิ ง� หินไฟ” เริ� มด้ วยการนําใบฮ่อสะพานควายซึง� เป็ น สมุนไพรทางเหนือมาล้ าง และเช็ดให้ แห้ ง จากนันเมื � �อหินร้ อนได้ ที� แล้ วก็นําใบฮ่อสะพายควายมาทาบ เพื�อให้ หินปล่อยพลังงานธาตุ ดินผสมกับตัวยาสมุนไพร จนกลายเป็ นใบแห้ ง จากนันก็ � นําใบยา แห้ งไปหัน� เป็ นชิ �นเล็กๆ สําหรับต้ มเป็ นนํ �าชาดื�ม ชานี �จะมีกลิน� หอม เฉพาะตัวกรรมวิธีการปิ ง� สมุนไพรตามที�ได้ รับการถ่ายทอด วิชาตามตํานานดังกล่าว คุณนิคมได้ นําความรู้ที�ได้ จากการศึกษา จากพ่อครูซงึ� เป็ นพระธุดงค์ดงั กล่าวมาประยุกต์ใช้ ทําชาปิ ง� หินไฟ โดยที�เปลืย� นจากการใช้ หินธรรมดามาใช้ หิน 9 ชนิด แทน เช่น หินหยก, หินพระอุปคุต, หินสุริยนั จันทราพระราหู, หินนมผา และอื�นๆ ที�มี ที�มาแตกต่างกันออกไป สถานที�พบการสืบทอดชาปิ �งหินไฟล้ านนาทําโดยกลุ่ ม  ลายคนอาจสงสัยว่าชาปิ ง� หินไฟคืออะไร? เป็ นอะไร? อนุรักษ์ ผะหญาภูมิปัญญาล้ านนา ซึง� เป็ นแหล่งเรี ยนรู้สวนสมุนไพร มีประโยชน์อย่างไร? วันนี �เราจะมาทําความรู้จกั กับ "ชาปิ ง� หินไฟ" ที�เปิ ดโอกาสให้ ผ้ ทู ี�สนใจไปศึกษาที�บ้านป่ ารวกเลขที� 82 ม.6 กันเลย!!!!!!!!!!!!!!! ต.ดอนแก้ ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เริ� มต้ นมารู้จกั กับแหล่งการเรี ยนรู้สวนชาปิ ง� หินไฟ จัด ตั �งขึ �นโดยกลุม่ อนุรักษ์ ผะหญาภูมิปัญญาล้ านขึ �น เพื�อรักษา สืบทอดผะหญาล้ านนาให้ คงอยูใ่ นวิถีชีวิตคนล้ านนาในอนาคต

ÍÃØ³Õ àªÕ§µÒ , àºÞ¨¾Ã äªÂǧ¤


2556 / หนา 9

ประชาสัมพันธ

ขาวประชาสัมพันธ ชมรม TO BE NUMBER ONE นํารองเยาวชนตําบลดอนแกว โครงการทูบีนมั เบอร์ วนั ได้ จดั ตังขึ � �นในปี 2545 โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวฒ ั นาพรรณวดี ที�ทรงเล็งเห็นถึงปั ญหาและมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ�ง ในกลุม่ เด็กและเยาวชนที�อยูใ่ นวัยกําลังเจริ ญเติบโต อีกทังเป็ � นวัยที�อยากรู้ อยากลอง ซึง� เป็ นกลุม่ ที�ถือว่ามีความเสี�ยงสูงในเรื� องของยาเสพติด ดังนันพระองค์ � จงึ ทรงตระหนักถึงปั ญหาที�จะตามมาของวัยรุ่นและ ยึดวัยรุ่นและเยาวชนเป็ นศูนย์กลางหลักในการก่อตังและดํ � าเนินโครงการนี �ขึ �น และทรงรับเป็ นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ ไขปั ญหายาเสพติด เพื�อให้ การรณรงค์ป้องกันและแก้ ไขปั ญหายาเสพ ติดภายในประเทศดําเนินไปด้ วยความเรี ยบร้ อยและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความร่วมมือ และรวมพลังจากภาครัฐและเอกชน ในการสร้ างความรู้และความความเข้ าใจเพื�อให้ เด็กและเยาวชนสามารถต่อสู้ และเอาชนะปั ญหายาเสพติดได้ ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนดอนแก้ วได้ ก่อตังมานานกว่ � า 9 ปี แล้ ว โดยก่อตังเมื � �อ ปี พ.ศ.2547 ซึง� ปั จจุบนั ประธานของชมรม คือนายสหรัฐ บุญดี หรื อน้ องบอล กําลังศึกษาอยูร่ ะดับ มัธยมศึกษาปี ที� 6 โรงเรี ยน มงฟอร์ ตวิทยาลัย โดยน้ องบอลถือเป็ นเด็กที�มีจิตอาสาอย่างเต็มเปี� ยม เพราะน้ องบอลมักนําความรู้ที�ตนเองมี มาเผยแพร่ให้ กบั น้ องๆ ในชมรม เพื�อที�น้องๆ ในชมรมจะได้ สืบทอดและ ปฏิบตั ใิ นสิง� ที�ดีงามต่อไป นายสหรัฐ กล่าวว่า ตนมีความรู้สกึ ดีใจมาก ที�หมูบ่ ้ านตําบลดอนแก้ วเล็งเห็นความสําคัญของการจัดชมรม TO BE NUMBER ONE ขึ �น เพราะหลังจากที�ได้ มีการก่อตังชมรม � ก็สามารถช่วยลดปั ญหา เกี�ยวกับวัยรุ่นในตําบลดอนแก้ วได้ เช่น จากที�สว่ นมากเด็กและวัยรุ่นในหมูบ่ ้ านชอบไปเล่นเกมตามร้ านเกมส์ตา่ งๆ จนบางทีการรวมกลุม่ แบบนี �ก็นําไปสูก่ ารชักชวนไปในทางที�ไม่ดีได้ แต่พอเรามีกิจกรรม ที�นา่ สนใจ เช่น การเล่นกีฬาฟุตบอลเด็กและวัยรุ่นในหมูบ่ ้ าน ก็เกิดความสนใจและมาร่วมเล่นกีฬา จนในตอนนี �ปั ญหาเกี�ยวกับวัยรุ่นในหมูบ่ ้ านก็ลดลง และชีวิตของวัยรุ่นก็ดีขึ �นเรื� อยๆ วัตถุประสงค์หลักของชมรมจะเน้ นถึงเรื� องวัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด โดยจะใช้ กิจกรรมต่างๆ มาให้ เยาวชนได้ ปฏิบตั เิ พื�อใช้ เวลาว่างให้ เกิดประโยชน์ และชมรมยังเน้ นถึงกิ จ กรรมที� เกี� ยวกับ ด้ านจิตอาสาอีกด้ วย เช่น เยี�ยมบ้ านผู้พิการในชุมชนมีการอบรมอาสาสมัครป้องกันเด็กกลุม่ เสี�ยง โครงการเยาวชนคุณธรรมนําสังคมเข้ มแข็ง และค่ายพลังแผ่นดิน พลัง TO BE NUMBER ONE ต่อต้ านยาเสพติด ในขณะนี �ผลงานล่าสุดที�สร้ างความภูมิใจให้ กบั ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนดอนแก้ ว คือรางวัลอันดับ 1 การเต้ นฮูลาฮูป อ.แม่ริม และรางวัลขวัญใจเทสโก้ โลตัสภาคเหนือ ในการแข่งขันการ เต้ นแอโรบิก ซึง� จํานวนสมาชิกของชมรมมีทงหมด ั� 375 คน ส่วนใหญ่มีอายุตงแต่ ั � 10-17 ปี และอาจจะมีการขยายให้ เด็กอายุตํ�ากว่า 10 ปี เข้ าร่วมชมรม เพื�อเป็ นการเสริ มสร้ างรากฐานที�เข้ มแข็งให้ กับเด็กใน ตําบลดอนแก้ ว อีกทังยั � งเป็ นการปลูกฝั งเด็กให้ มคี ณ ุ ธรรม และห่างไกลยาเสพติด ตามวัตถุประสงค์ของชมรม คุณชญาณิศา กุลอ่อน ทีป� รึกษาสภาเด็ก และชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนดอนแก้ ว กล่าว

ตลาดสดนาซื้อแหงตำบลดอนแกว ตลาดสดป่ าแงะ หรื อ ตลาดสด หมูท่ ี� 4 บ้ านป่ าแงะ ตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็ นตลาดภายในชุมชน ตําบลดอนแก้ ว ที�สะอาด ปลอดภัย และราคาถูก ซึง� ทางตลาดได้ รับรางวัล ตลาดสดน่าซื �อ จากกระทรวงสาธารณสุข เพื�อยืนยันถึง ความสด สะอาดของสินค้ าภายในตลาด อีกทังบรรยากาศภายในตลาดยั � งเป็ นไปด้ วยความสัมพันธ์ที�ดีตอ่ กันของคนภายในชุมชน ที�มีความสนิทสนมกันเหมือนเป็ นญาติพี�น้อง ส่วนเวลาเปิ ดจําหน่วยสินค้ าเริ� มตังแต่ � เวลาตี 5 จนถึงในช่วงเช้ า ซึง� สินค้ าส่วนใหญ่ที� ขายในตลาดเป็ นอาหารปรุงสุกที�มีรสชาติอร่อย ปรุงสดใหม่ทกุ วัน อาหารพื �นเมือง เช่น ลาบ แกงฮังเล ไส้ อวั� นํ �าพริ กต่างๆ แคบหมู ข้ าวเหนียวห่อใบตอง ผักสด ผลไม้ สด เนื �อหมู เนื �อไก่ และอาหารต่างๆ อีกหลากหลายเมนู ที�หมุนเวียนไปตามแม่ค้าแต่ละคน และ ราคาของสินค้ าจะเริ� มต้ นที� 5-10 บาท จึงถือได้ วา่ เป็ นตลาดที�ขายสินค้ าราคาถูกมาก คุณจุไลวัน ติ�บปั� น ผู้ใช้ บริ การตลาดสดป่ าแงะ กล่าวว่า ตนมาซื �อสินค้ าที�นี�เป็ นประจํา ไม่วา่ จะเป็ นอาหารสดและ อาหารปรุงสุก ทุกอย่างทําสะอาดและราคาถูกมาก อีกทังคนในตลาดก็ � นา่ รักเป็ นกันเอง บางครัง� แถมของให้ ทงที ั � �ขายสินค้ าราคาถูก อยูแ่ ล้ วจึงทําให้ ประทับใจตลาดสดป่ าแงะและเลือกมาซื �อสินค้ าที�นี�เป็ นประจํา สุดท้ ายนี �คือคําขวัญประจําตลาดที�ทกุ คนในชุมชนต่างก็ให้ การยอมรับว่าเหมาะสมที�สดุ “อาหารปรุงสุกรสชาติอร่อย ราคาประหยัด”

ÊØ¢¡¹¡,˷Ѫ¹¡


2556 / หนา 10

เกร็ดความรู็

เกร็ดความรู

แกสขี้หมู ที�ไหนมีหมู ที�น� ันต้ องมีกลิ�นเหม็นเป็ นสัจธรรม ที�เป็ นไปตามหลักการธรรมชาติ หากแต่ ขีห� มูท� วี ่ านี � ถ้ าหากรู้ จกั วิธี ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็ นโอกาส ดังที�ตาํ บลดอนแก้ ว อําเภอแม่ ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทําได้ แม่หลวงเกี�ยงคํา คือผู้ที�พลิกวิกฤตกลิน� ให้ เป็ นโอกาส โดย เมื�อสิบกว่าปี ก่อน พ่อหลวง สุทศั น์ และ แม่หลวงเกี�ยงคํา คํามาลัย ทําธุรกิจโรงสี และสิง� ที�เหลือจากการสีข้าวก็คือ “รํ า” ซึง� หากคิดจะ กําจัดรํ า ก็ต้องเอาไปเป็ นอาหารหมู นัน� เป็ นที�มาของหมูตวั แรก จาก แม่พนั ธุ์ 1 ตัว ก็เริ� มเพิ�มพูน และจากแค่โรงสี ก็กลายเป็ นฟาร์ มหมู ที� มีหมูหลายร้ อยตัว ในปี 2537 กลิน� จากมูลหมูหลายร้ อยตัวนัน� ก็เริ� มออกฤทธิ� ในระดับชุมชน ส่งกลิน� ไปทัว� ทังบริ � เวณ ซํ �ายังเป็ นที�นําพาแมลงวัน กลายเป็ นสภาวะที�ไม่น่าชื�นชม จนเกิดการรวมตัวประท้ วงของ ชาวบ้ านละแวกนัน� ร้ ายแรงถึงขัน� ส่งจดหมายร้ องเรี ยนเรื� องกลิ�น เหม็นและความสกปรกถึงอําเภอ ลุกลามกลายเป็ นเรื� องขัดแย้ ง สุดท้ ายจังหวัดต้ องลงมาดู เมื� อ ทางราชการลงมาช่ ว ยเหลื อ ได้ มี ก ารแนะนํ า วิ ธี การแก้ ไข โดยการเอาความสกปรกที�ได้ มาทํา “แก๊ สขี �หมู” เป็ น ปฐมบททําให้ เกิดบ่อแก๊ สบ่อแรกขึ �น ซึง� ก็มาจากการลองผิดลองถูก ใช้ เงินของตัวเองทําบ่อขึ �นมา บวกกับการกู้เงินบางส่วน โดยใช้ สตู ร และวิธีที�ทางภาครัฐให้ ความรู้ พลังงานที�ได้ มาจากแก๊ สในช่วงแรก ก็ไม่แรงมาก ใช้ พอแค่ให้ ความอบอุน่ ลูกหมู หลายปี ต่อมาแม่หลวงเกี� ยงคํ าได้ งบประมาณจากทาง ราชการ เพราะบ่อระดับสมัครเล่นบ่อแรกอาจยังไม่พอ ต้ องทําเพิ�ม เป็ น 2 บ่อ โดยบ่อที�สองมีความเป็ นมืออาชีพ ลงทุนสูงกว่า ทําให้ ได้ แก๊ สแรงมีประสิทธิภาพ บ่อแก๊ สทัง� 2 บ่อ ตังอยู � ่ด้านหลังของ บริ เวณฟาร์ ม เป็ นด้ านที�อยู่ติดกับทุ่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แต่กลิ�นเหม็นซึ�งอาจเป็ นที�ไม่พึงประสงค์สําหรับบางคนก็ยงั ไม่ได้ หายไปเสียทีเดียว บ่อหมักแก๊ สแบบฝั งใต้ ดนิ เรี ยกว่า บ่อแบบโดมคงที� ซึง� มีลกั ษณะเป็ นทรงกลม ฝั งอยูใ่ ต้ ดนิ ด้ านบนเป็ นที�เก็บแก๊ ส มี ลักษณะเป็ นโดมการผลิตตามขันตอน � เริ� มโดยทางฟาร์ มจะมีการ ล้ างทําความสะอาดคอกทุกเช้ าและเย็น คนงานจะล้ างเอาขี �หมูให้ ไหลลงไปตามราง ที�ตอ่ เชื�อมไปยังถุงที�ฝังอยู่ใต้ ดิน โดยถังแรก นัน� เป็ นส่วนเติมมูลสัตว์ ซึง� ผสมกับนํ �าลงไปด้ วย ซึง� ถังนี �เป็ นถังที� ใช้ หมักให้ เกิดแก๊ สด้ วย โดยแก๊ สนี �เป็ นตัวผลักให้ เศษของเสียที�เหลือ อยูล่ งไปยังก้ นบ่อ แล้ วแก๊ สนันจะลอยตั � วขึ �นด้ านบน ใช้ เวลาหมัก ประมาณ 15 วัน กระบวนการหมักหมมก็จะผลิตแก๊ ส “มีเทน” ออก มา สามารถเช็คปริ มาณได้ จากวาล์วที�ตอ่ ไว้ แรงมากน้ อยดูกนั ตรงนี � ส่วนถังถัดมาที�ตอ่ เชื�อมกัน คือ บ่อล้ น จะเป็ นการแยกนํ �า ออกมาจากของเสียในถังแรก โดยแรงผลักของแก๊ ส จนทะลักมายัง ถังนี � นํ �านี �สามารถปล่อยลงแหล่งนํ �าได้ ทนั ที ส่วนกากที�ยงั ตกค้ าง อยูใ่ นถังแรกนันไม่ � มีกลิน� เหม็นแล้ ว เอาขึ �นมาตากแห้ งทําปุ๋ย และ สามารถเอาไปใช้ กบั ต้ นไม้ ทนั ที การทําแก๊ สขี �หมูนนจะประสบปั ั� ญหาในฤดูหนาว ช่วง อุณหภูมิลดลงตํ�ากว่า 15 องศาเซลเซียส กระบวนการหมักจะ

แล้ วเอาขึ �นมาตากแห้ งทําปุ๋ยและสามารถเอาไปใช้ กบั ต้ นไม้ ทนั ที ขึน� บางประการคือต้ องหมั�นทําความสะอาดหัวเตาบ่อยๆอย่าง การทํ าแก๊ สขี ห� มูนัน� จะประสบปั ญหาในฤดูหนาวช่วง น้ อยอาทิตย์ละครัง� เพื�อป้องกันการเกิดสนิมอุดตัน อุณหภูมิลดลงตํ�ากว่า 15 องศาเซลเซียส กระบวนการหมักจะ ผลิ ต แก๊ ส ออกมาน้ อ ยมากเพราะอุณ หภูมิ ท�ี เ หมาะสมนัน� อยู่ที� ประมาณ 32 – 37 องศาเซลเซียส แก๊ สที�ผลิตออกมานัน� สามารถจุดไฟได้ ทนั ที จะมีกลิน� ซึง� เป็ นเอกลักษณ์พวยพุง่ ออกมาด้ วย แต่หลังจากจุดไฟ กลิน� ที�วา่ ก็จะค่อยหายไป ซึง� แม่หลวงเกี�ยงคําเห็นว่า เมื�อทําให้ ชาวบ้ านคน อื�นเดือดร้ อน ก็อยากจะชดเชยให้ ด้ วยการทํา “ประปาไฟ” ซึง� เป็ น โครงการขยายการใช้ งานแก๊ สชีวภาพนี �ไปสูค่ รัวเรื อนอื�น เ ริ� ม โ ด ย มี ก า ร ต่ อ ท่ อ จ า ก ถั ง แ ก๊ ส ใ น ฟ า ร์ ม ข อ ง แม่ ห ลวงเกี� ย งคํ า ออกไปตามถนนท่ อ นั น� ก็ คื อ ท่ อ พี วี ซี สี ฟ้ า ธรรมดา…นี�คือที�มาของ “ประปาไฟ” โดยชาวบ้ านผู้สมัครใจใช้ แก๊ สขี �หมูนี � จะช่วยค่าใช้ จา่ ยในการเดินท่อบ้ านละ 400 บาท โดย ประปาไฟนี � ผลิ ต จากบ่ อ แก๊ ส 2 บ่ อ และเดิ น ไปสู่ก ว่ า 100 ครั ว เรื อน หรื อเกื อบทัง� หมู่บ้ า นเลยที เ ดี ยว ขณะที� ค่า แรงการ เดิ น ท่ อ นัน� ถูก ว่ า เดิ น ท่ อ นํ า� ประปาเพราะชาวบ้ า นช่ ว ยลงแรง กั น เอง โดยประปาไฟหรื อ แก๊ สชี ว ภาพที� เ ดิ น ไปตามท่ อ นี � ถูกใช้ มากในช่วงเช้ า หลังจากนัน� เมื�อหมดช่วงเร่งด่วนของประปา ไฟแก๊ สก็จะอ่อนลงบ้ านของแม่หลวงเกี�ยงคําเองจะกินข้ าวกันช่วง สายๆ เพราะต้ องเสียสละรอให้ คนในหมูบ่ ้ านใช้ แก๊ สก่อน บ้ านนี � ถึงจะเริ� มหุงข้ าวได้ นั�น คื อที� มาของการอยู่ร่ ว มกัน ระหว่า งผู้ประกอบการ และชาวบ้ านเมื� อ ต้ องให้ คนรอบข้ างทนเหม็ น กั บ กลิ� น ขี ห� มู ที�นี�ก็ตอบแทนด้ วยการผลิตแก๊ สให้ ชาวบ้ านใช้ ฟรี ๆแบบไม่ต้อง เสียรายเดือน ทําให้ ชาวบ้ านประหยัด ลดค่าใช้ จา่ ยในครัวได้ มาก แต่การใช้ ประปาไฟที�ได้ มาฟรี นี �ต้ องแลกกับความรับผิดชอบที�เพิ�ม

“เรารู้ สึกว่ าสร้ างความเสียหายมามากแล้ ว เลยให้ ชาวบ้ านใช้ ฟรี ๆ” แม่ หลวงเกี�ยงคํา ÊتҴÒ,ÊÁÔ·¸Ôà¡ÕÂõÔ,¾§ÉÈÑ¡´Ôì


2556 / หนา 11

วัดในตําบล

ÇÑ´ã¹µíÒºÅ´Í¹á¡ŒÇ :: วัดโสภณาราม :: วัดโสภณาราม ตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมมีชื�อว่า “ วัดป่ าตึง ” เพราะ รอบบริ เวณวัดที� ตัง� อยู่ปัจจุบัน นี � มีต้นไม้ ตงึ (ไม้ เต็ง,ไม้ รัง) ขึ �น อยู่ห นาแน่ น มากพอภายหลัง สงครามโลกครัง� ที� 2 สิ �นสุดลง ไม้ ตงึ เหล่านั �นก็ถกู ตัดลง เพื�อ นําไปใช้ เป็ นหมอนรางรถไฟและฟื นรถไฟจนเกือบจะไม่มีเหลือให้ เห็นเมื�อประมาณปี พ.ศ.2438ได้ มีพระธุดงค์รูปหนึง� ทราบชื�อว่า นัน ตา “ครูบานันตา” (ไม่ทราบฉายา) ได้ จาริ กเดินทางมาปั กกลดอยู่ ทางทิศเหนือของวัด (ปั จจุบนั นี �เป็ นที�ตั �งของกองพันสัตว์ตา่ ง) ชาวบ้ านต่างมีความเลื�อมใสศรั ทธาในครู บารู ปนีม� ากจึงได้ นิมนต์ ท่านอยูจ่ ําพรรษาและเริ� มสร้ างอารามชัว� คราวให้ ทา่ นอยู่ เพราะตอน นันบริ � เวณแห่งนี �ยังไม่ได้ กําหนดเป็ นวัด เมื�อศรัทธาสาธุชน

จะทําบุญกุศลต้ องไปทําบุญที�วดั อื�น ซึง� อยูห่ า่ งไกลจากหมูบ่ ้ าน มาก การเดินทางก็ไม่สะดวกและอารามที�สร้ างขึ �นใหม่นนั � เมื�อถึง ฤดูฝน มักจะถูกนํ �าป่ าไหลมาท่วมทุกปี ชาวบ้ านจึงได้ ทําการย้ าย จากสถานที�เดิม มาก่อสร้ างยังสถานที�ใหม่ใน (คือบริ เวณที�ตงวั ั � ดใน ปั จจุบนั นี �) เมื�อประมาณปี พ.ศ. 2440 จึงได้ มีกลุ บุตร สาธุชน ได้ เกิด ความศรัทธามาขอบรรพชา – อุปสมบท และจําพรรษา ทํานุบํารุง สืบต่อกันเรื� อยมา พ.ศ.2479ทางวั ด และชาวบ้ านได้ จั ด ตั ง� โรงเรี ยน ประชาบาลขึ �น เพื�อให้ กลุ บุตร กุลธิดาในละแวกนี � ได้ มีโอกาสได้ รับ การศึกษาเล่าเรี ยนหนังสือภาษาไทย มีพระภิกษุสามเณรภายในวัด เป็ นครูสอนชัว� คราว พ.ศ. 2488 ทางกรมการศาสนามีนโยบายให้ วดั ต่าง ๆ ทัว� ราชอาณาจักร ได้ เปลี�ยนชื�อใหม่ให้ เกิดความเหมาะสมตามกาลสมัย เจ้ าอาวาสในขณะนันคื � อ พระอธิการดํารงค์ คนฺธิโย จึงได้ ยื�นคําร้ อง ขอเปลี�ยนชื�อวัดใหม่วา่ “ วัดโสภณาราม ” ด้ วยเหตุผลคือ อุบาสก ท่านหนึง� นามว่า “ พ่อน้ อยโสภา ” เ พื�อเป็ นอนุสรณ์แก่พอ่ น้ อย โสภา มาจนถึงปั จจุบนั นี �

:: วัดดอนแกว :: วัดดอนแก้ ว ตังอยู � ใ่ นท้ องที�รอยต่อระหว่างบ้ านดอนแก้ ว หมู่ 2 กับหมู่ 9 ตําบลดอนแก้ ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีสถานะเป็ น วัดราษฎร์ ก่อตังเมื � �อปี พ.ศ.2380 โดยการนําของ “หาญเสือแผ้ ว” หรื อพญาหาญเสือแผ้ ว (สิทธิ นรา) ซึง� เป็ นขุนนางคนสําคัญของราช สํานักเชียงใหม่ในสมัยเจ้ าหลวงแผ่นดินเย็น หรื อเจ้ าหลวงพุทธวงศ์ เจ้ าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที� 4 (พ.ศ.2369 – 2389 ) และอยูใ่ น หน้ าที�ราชการต่อเนื�องมาจนถึงสมัยพระเจ้ ากาวิโลรสสุริยวงศ์ (เจ้ า มหาชีวิตอ้ าว) เจ้ าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที� 6 (พ.ศ.2399 – 2413) วัดดอนแก้ วได้ รับการสร้ างขึ �นในห้ วงที�บ้านเมืองกําลังเข้ าสู่ยคุ สงบ สุข ภายหลังการขับไล่กองทัพพม่าออกไปจากเมืองเชียงใหม่และหัว เมืองในล้ านนาผ่านไปแล้ ว 63 ปี

:: วัดปยาราม :: วัดปิ ยาราม ตังอยู � เ่ ลขที� 104 บ้ านป่ าแงะถนนโชตนา หมูท่ ี� 4 ตําบลดอนแก้ ว อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะ สงฆ์ ม หานิ ก ายที� ดิ น ตั ง� วั ด มี เนื �อที� 14 ไร่ 3 งาน 70 ตาราง วา สร้ างเมื�อ พ.ศ. 2410 เดิมชื�อ วัดสลีดอนชัย(ศรี ดอนชัย) มีเจ้ า เมื องเชี ยงใหม่เป็ นผู้ริเริ� มสร้ าง

:: วัดดาราภิมุข :: วัดดาราภิมขุ สร้ างขึ �นโดยพระเจ้ าอินทวิชยานนท์ เจ้ า ผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที� ๗ ทรงสร้ างให้ บตุ รี คือ เจ้ าดารารัศมี พระวรชายาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยูห่ วั รัชกาลที� ๕ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ในราวปี จุลศักราช ๑๒๔๗ หรื อพุทธศักราช ๒๔๒๘ การสร้ างวัดดาราภิมขุ ขึ �นนี �เป็ นดําริ ของเจ้ าดารารัศมีเพื�อ เป็ นการตอบแทนกตัญ�ูกตเวทิ ตาคุณต่อแม่นมซึ�งแม่นมตาม ปรากฏเล่า ขานสื บ ต่อ กัน มาคื อ นางเต็ ม (แม่น างกัล ยารั ก ษ์ ) ไม่ ทราบนามสกุลโดยมีบ้านอยูใ่ นเขตบ้ านบ่อปุ๊ หมูท่ ี� ๑ ในปั จจุบนั (จากคําบอกเล่าของ พ่อหลวงบุญสม ณ เชียงใหม่อดีตกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สายสกุล ณ เชียงใหม่) วัดดาราภิมขุ มีชื�อเรี ยกอีกอย่างหนึง� ว่า “วัดบ่อปุ๊ ” ที�มีชื�อ เรี ยกอย่างนี �เพราะเรี ยกตามชื�อหมูบ่ ้ าน เพราะภายในหมูบ่ ้ านห่าง จากวัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีบอ่ นํ �าขนาดใหญ่ มี ความกว้ างประมาณ ๔ เมตร ซึง� เป็ นบ่อนํ �าแร่ ที�ผดุ ขึ �นเองตาม ธรรมชาติ มีความสะอาดสามารถดื�มกินได้ ด้ วยนํ �าบ่อที�ผดุ ขึ �น มาซึง� ภาษาเหนือเรี ยกว่า “ปุ๊ ” จึงเป็ นชื�อหมูบ่ ้ าน และวัดในเขต หมูบ่ ้ านนี �ว่า บ่อปุ๊

อุทิศให้ โอรส ขณะนันมี � พระพุทธรู ปในโพรงของ ต้ นไม้ ใหญ่ ชาวบ้ านจึง เรี ย กว่ า วัด พระเจ้ านั� ง โกร๋ น(นัง� โพรงไม้ )ต่อมา ทางราชการเวนคื น ที� ชาวบ้ าน ย้ ายชาวบ้ าน มาอยูท่ างหน้ าวัดและเรี ยกวัดใหม่วา่ วัดป่ าแงะ ได้ รับพระราชทาน วิสงุ คามสีมา เมื�อวันที� 28 เมษายน พ.ศ. 2523 เขตวิสงุ คามสีมา กว้ าง 40 เมตร 8 เมตร ส่วนปูชนียสถานสําคัญภายในวัดได้ แก่ พระ สังกัจจายนะ ศิลปะแบบจีน

:: วัดพระนอนขอนมวง ::

จากตํานานธรรมของวัดพระนอนขอนม่วงเรียกพระพุทธรู ป ในวัดนี �ว่า " พระนอนพรัง� " พระพุทธเจ้ าเสด็จมาไสยาสน์ (นอน) บนขอนไม้ มะม่ว ง เนื� องจากวัด ตัง� อยู่ใ กล้ ลํ า ห้ ว ยแม่ช ะเยื อ ง ชาวบ้ านจึงเรี ยกว่า "พระนอนแม่ชะเยือง" เป็ นวัดเก่าแก่แห่งหนึง� ของเมืองเชียงใหม่

พ.ศ. 2406 พระเจ้ ากาวิโรรสสุริยวงศ์ (เจ้ าชีวิตอ้ าว) ได้ บรู ณะปฏิสงั ขรณ์วหิ าร แล้ วเปลีย� นชือ� เป็ น วัดพระนอน (ขอนม่วง) พ.ศ. 2460 เจ้ าอินทวโรรสและพระราชชายาเจ้ าดารารัศมี เป็ นประธานในการสร้ างพระบถถวาย(ผ้ าที�ปักเป็ นรู ปพระพุทธเจ้ า พร้ อมด้วยทั �งสอง คือ พระสารีบตุ รและพระโมคคัลลานะเถระ) ต่อมา พ.ศ. 2470 ครู บาศรี วิชัยได้ เ ป็ นประธานใน การบูรณะปฏิสงั ขรรณ์พระนอน และ พระธาตุ พร้ อมทังสร้ � างวิหาร ขึ �นหนึง� หลัง ซึง� นับเป็ นวิหารหลังทีแ� ปด อันเป็ นทีป� ระดิษฐานพระนอน ปั จจุบนั วัดพระนอนขอนม่วงเป็ นโบราณสถานแห่งชาติ ขึ น� ทะเบี ย นไว้ กับ กรมศิ ล ปากร โดยประกาศขึ น� ทะเบี ย น ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที� 71 ตอนที� 3 ลงวันที� 5 มกราคม 2497 และ ประกาศขอบเขตในราชกิจจานุเบกษา เล่มที� 96 ตอนที� 145 ลงวันที� 21 สิงหาคม 2522 ที�อยู่วดั 98 ม.5 ซ.วัดพระนอน ถ.โชตนา ต. ดอนแก้ ว อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ 50180 ÈÔÃÔÇÃó


รานขาวนึ่งแมวันดี จําหนายขาวเหนียวนึ่งหอใบตอง หอม นุม อรอย ไดธรรมชาติ ดวยการคัดสรรขาวพันธุดี ใสใจทุกรายละเอียด

จําหนายที่ ตลาดสดปาแงะ หมูที่ 4 ตําบลดอนแกว ราคายอมเยาว สนใจติดตอ ปาวันดี เบอร: 086-1145322 จําหนายทุกวันตั้งแตเวลา 06.00 - 08.30 น.

เสียงซึงเล่มที่ 2 ฉบับชุมชนดอนแก้ว  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you