Page 1

บทความถอดจากเทปเสียง เจริญทิพย์มนต์ ของ ท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม

(เสียงสวดนี้จัดทาโดยคณะศิษย์ท่านพ่อลี )

เกริ่นนา, ทิพย์มนต์ , โพชฌงคปริตร, อภยปริตรปริตร, โอสถะปริตร คาสวดพระคาถามหาการุณิโก, คาสวดธัมมะจักร และสัพพมังคลคาถา


เจตนารมณ์ผู้จัดทา ผู้จัดทามีเจตนาที่จะเผยแพร่บทความถอดจากเทปเสียงนี้ ให้กับผู้ที่มีความสนใจในการสวดมนต์ เพื่อยังให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น ทาให้ผู้ที่พึงเจริญมนต์เหล่านี้อยู่เป็นนิจ มีสุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น มีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี อีก ทั้งยังเป็นศิริมงคลแก่ผู้นั้น บทความทั้งหมดที่ถอดความได้จากเทปนั้น ต้องการจะถอดความให้เหมือนกับต้นฉบับจากไฟล์เสียงมากที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วยคากล่าวเกริ่นนา และบทสวดมนต์ต่างๆ ได้แก่ 1. ทิพย์มนต์ (สวดธาตุ) 2. โพชฌงคปริตร 3. อภยปริตร(พระคาถายันทุน นิมิตตัง) 4. โอสถะปริตร (พระคาถากันโรคภัยไข้เจ็บ) 5. คาสวดพระคาถามหาการุณิโก 6. คาสวดธัมมะจักร 7. สัพพมังคลคาถา ทั้งนี้ผู้จัดทาข้อให้ผู้ที่สนใจศึกษาใช้บทสวดมนต์อย่างมีวิจารณญาน ผู้จัดทาได้พยายามถอดความ และ ตรวจทานซ้าๆ กันหลายครั้ง เพื่อให้มีความถูกต้องที่สุด หากมีข้อผิดพลาดประการใดบทสวดนั้น ทางผู้จัดทาต้อง ขอขมาในพระรัตนตรัย และผู้สนใจศึกษาทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย และข้อความกรุณาให้ผู้นั้นช่วยแจ้งข้อผิดพลาด ผ่านทาง szaqwedc@gmail.com เพื่อจะได้นาไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในครั้งต่อไปด้วย หากท่านใดต้องการ นาไปเผยแพร่ให้นาไปเผยแพร่ได้ทันที ยิ่งเผยแพร่มากเท่าไรก็ยิ่งดี สิ่งใดถูกต้องเหมาะสมไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์ใด ใดทั้งสิ้น แต่ถ้าผิดก็ขอสงวนสิทธิ์ไว้นะครับ เมื่อได้ไปแล้วก็หมั่นสวดให้เป็นนิจอันจะก่อให้เกิดอานิสงค์นานับประการกับตัวผู้สวด อีกทั้งยังเป็นทาง หนึ่งที่ช่วยปัญหาหลาย ๆ ปัญหาของสังคมยุคปัจจุบันด้วย โมทนากับทุกท่านครับ

ในนภา สมาชิกชาวเว็บพลังจิตดอทคอม


ต่อไปนี้จะได้เจริญทิพย์มนต์ของพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) ก่อนที่จะสวดจะขอกล่าวถึงความเป็นมาที่ท่านพ่อลีท่าน ได้ปรารภไว้ ทิพย์มนต์นี้จะเป็นเครื่องจูงใจให้ผู้ปฏิบัติได้บรรลุถึงความบริสุทธิ์ และให้ผลดีแก่ผู้ท่องบ่น เพราะเป็นเรื่องในตัวของตัวเอง ธรรมดาคนที่เกิดมาย่อมอาศัยธาตุทั้งหก ธาตุเหล่านั้นสะสมขึ้นด้วยการ กระทาของตนเอง ดีบ้างชั่วบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ ธาตุเหล่านั้นย่อมลงโทษแก่ผู้ อาศัยอยู่เปรียบเสมือนกับเด็ก มันเป็นสิ่งที่คอยรบกวนใจอยู่เสมอ ฉะนั้นการสวด มนต์ก็เท่ากับว่า เราเลี้ยงเด็กบารุงเด็กให้ได้รับความสมบูรณ์ เมื่อเด็กได้รับ ความสมบูรณ์เช่นนั้นแล้ว ผู้ใหญ่ย่อมได้รับความสะดวกสบาย ดังนั้นถ้า ใครเสกบ่นก็เท่ากับว่า เราเลี้ยงเด็กแล้วด้วยอาหาร เรากล่อมเด็กแล้วด้วยเพลง อันไพเราะ คือ พุทธคุณ อานาจพุทธคุณนี้อาจจะทาให้ธาตุของตนให้บริสุทธิ์ขึ้น เป็นธาตุกายสิทธิ์ เหมือนแร่ธาตุที่มีอยู่บนโลก ย่อมแล่น หรือดึงดูดถึงกันได้ทุก วินาที หรือเปรียบเสมือนสายไฟฟ้า ส่วนมนต์คาถาที่สวดเปรียบเหมือนกระแสไฟ เมื่อมุ่งไปทิศใดย่อมถึงที่นั้นๆ อาจจะทาให้ดินฟ้าอากาศเป็นมงคล เพราะมนต์ บทนี้เป็นมนต์กบิลฤาษีปนอยู่ด้วย ตามเรื่องที่เล่าไว้ดังนี้ ในอดีตกาลมีฤาษีตนหนึ่งไปเจริญทิพย์มนต์อยู่ในป่าสัก ณ ประเทศอินเดีย ตามตานานเล่าว่าในป่านั้นเป็นมหามงคล เช่น ต้นไม้ทั้งหลายสับเปลี่ยนกันเกิด ดอกออกผลเปลี่ยนสลับกันอยู่ทุกฤดูกาล มีน้าใสสะอาด สัตว์ตัวไหนเจ็บป่วยวิ่ง ผ่านเข้าไปได้กินน้าในที่นั้น อาการป่วยนั้นจะสูญสิ้นไป ใบหญ้าและเถาวัลย์สด


ชืน่ อยู่เป็นนิจ สัตว์ที่ดุร้ายและโหดร้ายเบียดเบียนกัน เมื่อเข้าไปผ่านในสถานที่ นั้น ก็ราวกับว่าเป็นเพื่อนเป็นมิตรกันเอง สัตว์ทั้งหลายก็อาศัยป่านั้นอยู่โดยความ รื่นเริง กลิ่นโสโครก ซากสัตว์ต่างๆ ที่ตายในที่นั้นไม่ปรากฏ ถ้าหากว่าความตาย จะมาถึงตนก็ต้องดิ้นรนหนีไปตายที่อื่น ในที่นี้ พวกชาวศากยะสกุลวงศ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ไปตั้งเมือง หลวงอยู่ ณ ที่นั้น เรียกว่ากรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งยังเป็นบ้านเมืองมาจนทุกวันนี้ นี่เกิด จากความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งกบิลฤาษีได้ไปเจริญพุทธมนต์อยู่ในที่นั้น วิธีเจริญของฤาษีตนนั้น วาระแรกเขาได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ได้ เจริญมนต์บทนี้อยู่ตลอดเจ็ดวัน วาระที่สองเขาหันหน้าไปทางทิศอุดร วาระที่สาม เขาหันหน้าไปทางทิศใต้ วาระที่สี่เขาได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก วาระที่ห้าเขา ได้หันหน้าลงไปใต้พื้นปฐพี วาระที่หกเขาได้ยกมือแหงนหน้าขึ้นไปในอากาศทา จิตให้สะอาดเอารัศมีของดวงดาวเป็นนิมิตร วาระที่เจ็ดเขาได้เจริญอานาปา ปล่อยลมของเค้าเองออกทุกทิศ โดยอานาจแห่งกาลังจิตที่ประกอบด้วยพรหม วิหารทั้งสี่ ที่เรียกว่า ทิพย์มนต์ ดังนี้ เล่ามานี้ตามเรื่องของชาวอินเดียเล่าให้ฟัง ต่อจากก็นั้นก็ให้นึกถึงพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าที่บริสุทธิ์ด้วยคุณธรรมอันเลิศ จนพระองค์สามารถจะเสก ธาตุของพระองค์เองให้บริสุทธิ์ยิ่งกว่าธาตุใดใดทั้งหมดในโลก เช่น พระบรมธาตุ อันเป็นธาตุกายสิทธิ์มีปรากฏอยู่ในผู้เคารพนับถือ ได้ทราบว่าเสด็จมาบ้าง เสด็จ หนีบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอยู่มาก สิ่งเหล่านี้ก็สาเร็จมาจากดวงจิตอัน


บริสุทธิ์นั่นเอง เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้วธาตุทั้งหกก็พลอยบริสุทธิ์ไปด้วย เมื่อธาตุ เหล่านี้เนื่องอยู่ในโลกก็อาจทาโลกให้ได้รับความชุ่มเย็นไปด้วยก็ได้ เพราะธาตุ ทั้งหมดย่อมเนื่องถึงกัน ถ้าพวกเราพุทธบริษัทตั้งใจประพฤติปฏิบัติเช่นนั้น เชื่อแน่ว่าต้อง ได้รับผลดีตามจานวนของปริมาณ ถ้าหากว่าจิตมิได้ฝึกหัดในทางนี้ มัวเมาแต่ สะสมความชั่วใส่ตนแล้ว จิตก็ต้องเดือดร้อน อานาจแห่งความร้อนของดวงจิตก็ จะทาให้ธาตุในตัวทุกส่วนร้อนเป็นไฟไปด้วย ไฟเหล่านั้นก็จะต้องระบายไปในที่ ต่างๆทั่วโลก ความร้อนอันนี้เมื่อมีปริมาณมากขึ้นก็จะจับกลุ่มกันขึ้นเป็น เครื่องสนับสนุนช่วยแสงอาทิตย์ให้แรงกล้า แล้วก็ตามอากาศธาตุ ดิน น้า ไฟ ลมให้วิบัติเปลี่ยนแปลงไปโดยอาการต่างๆ เช่น ฤดูทั้งสามก็จะไม่คงที่ เมื่อเป็นเช่นนี้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ก็จะต้องวิบัติ หรือเดือดร้อนไปตามกัน ขั้นที่สุด ของความชั่วก็จะทาให้โลกที่เราอาศัยอยู่นี้แตกสลายไป ที่เค้าเรียกว่า ไฟประลัย กัลป์ ไหม้โลก คนเราไม่ได้นึกคิดจึงเหมาให้ธรรมชาติเป็นเองเสียโดยมาก เมื่อเป็น เช่นนี้ก็ไม่ใช่นักเหตุผล เพราะสิ่งทั้งหลายต้องมีเหตุจึงมีผล โลกที่ปรากฏอยู่ย่อม สาเร็จมาจากดวงจิตเป็นตัวเหตุ จิตดี โลกต้องดี จิตชั่วโลกต้องชั่ว ฉะนั้นต่อไปนี้ จะได้เริ่มต้นเจริญทิพย์มนต์ ณ บัดนี้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ,


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ, นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ,

พุทธัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมปิ พุทธัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมปิ ธัมมัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมปิ สังฆัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมปิ พุทธัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมปิ ธัมมัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมปิ สังฆัง อายุวัฑฒะนัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ,

วาโย จะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ,


วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

วาโย จะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

วาโย จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา,


เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ

ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมุจจันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา, จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตารักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ,


มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน, กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ โสตถี โหนตุ นิรันตะรัง, อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหังฯ

เตโช จะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธภะคะวาติฯ เตโช จะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,


สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

เตโช จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโยทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมุจจันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา,


จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตา รักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน, กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ, โสตถี โหน ตุ นิรันตะรัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวานะมามิหังฯ


อาโป จะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธภะคะวาติฯ

อาโป จะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

อาโป จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,


ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมุจจันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา, จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตารักขันติ,


นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน, กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ, โสตถี โหน ตุ นิรันตะรัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวานะมามิหังฯ

ปะฐะวี จะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธภะคะวาติฯ


ปะฐะวี จะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

ปะฐะวี จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโตสาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ


ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมจุ จันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา, จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินังปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตา รักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน,


กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ, โสตถี โหน ตุ นิรันตะรัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวานะมามิหังฯ

อากาสา จะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธภะคะวาติฯ

อากาสา จะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ


อากาสา จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโตสาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมุจจันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา, จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ,


มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตารักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน, กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ, โสตถี โหน ตุ นิรันตะรัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวานะมามิหังฯ

วิญญาณัญจะ พุทธะคุณัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ,


วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิท,ู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวามะนุสสานัง พุทโธภะคะวาติฯ

วิญญาณัญจะ ธัมเมตัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

วิญญาณัญ จะ สังฆานัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง, สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา,


เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลี กะระนีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ ธาตุปะริสุทธานุภาเวนะ, สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วิมุจจันติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง, เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขา สะหะคะเตนะ เจตะสา, จะตุทิสัง ผะริตตะวา วิหะระติ, สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินังปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตา รักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ,


อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ, อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง อะเวรัง อะเวรา สุขะชีวิโน, กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุเต, ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา, สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ, โสตถี โหน ตุ นิรันตะรัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวานะมามิหังฯ

โพชฌังโค สติสังขาโต, ธัมมานัง วิจะโย ตะถา, วิริยัมปีติปัสสัทธิโพชฌังคา จะ ตะถาปะเร, สะมาธุเปกขะโพชฌังคา, สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา, ภาวิตา พะหุลีกะตา, สังวัตตันติ อภิญญายะ, นิพพานายะ จะ โพธิยา,


เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุสัพพะทา. เอกัสมิง สะมะเย นาโถ, โมคคัลลานัญจะ กัสสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา, โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ, เต จะ ตัง อะภินันทิตวา, โรคา มุจจิงสุง ตังขะเณ, เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา. เอกะทา ธัมมะราชาปิ, เคลัญเญนาภิปีฬิโต, จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง, สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส, เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.


ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง, มัคคาหะตะกิเลสา วะ, ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง, เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุส สุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ


สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง, โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง, หิตัง เทวะมะนุสสานัง, พุทธะเตเชนะ โสตถินา, นัสสันตุปัททะวา สัพเพ, ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต, สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง, โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง, ปะริฬาหูปะสะมะนัง, ธัมมะเตเชนะ โสตถินา, นัสสันตุปัททะวา สัพเพ, ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต, สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง, โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง,


ปะริฬาหูปะสะมะนัง, ธัมมะเตเชนะ โสตถินา, นัสสันตุปัททะวา สัพเพ, ภะยา วูปะสะเมนตุ เต, สักกัตตะวา สังฆะระตะนัง, โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง, อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง, สังฆะเตเชนะ โสตถินา, นัสสันตุปัททะวา สัพเพ, โรคา วูปะสะเมนตุ เต,

มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง


นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ จารีสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัดเถ ปะทักขิเณฯ

ภุมมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, จาตุมมะหาราชิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, จาตุมมะหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, ตาวะติงสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ตาวะติงสานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, ยามา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ยามานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, ตุสิตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ตุสิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, นิมมานะระตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง นิมมานะระตีนัง


เทวานัง สัททัง สุตวา, ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัททะ มะนุสสาเวสุง ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เท วานัง สัททัง สุตวา, พรหมะกายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, พรหมะกายิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, พรหมะปาริสัชชา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, พรหมะปาริสัชชานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, พรหมะปุโรหิตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, พรหมะปุโร หิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, มะหาพรหมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, มะหาพรหมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, ปะริตตาภา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, ปะริตตาภานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อัปปะมาณาภา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อัปปะมาณาภานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อาภัสสะระ เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อาภัสสะรานัง


เทวานัง สัททัง สุตวา, ปะริตตะสุภา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, ปะริตตะสุภานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อัปปะมาณะสุภา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อัปปะมาณะสุภานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, สุภะกิณหะกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, สุภะกิณหะกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อสัญญะสัตตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อสัญญะสัตตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, เวหัปผะลา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, เวหัปผะลานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อะวิหา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อะวิหานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, อะตัปปา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, อะตัปปานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, สุทัสสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, สุทัสสานัง เทวานัง สัททัง สุตวา, สุทัสสี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง, สุทัสสีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา,


ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะสะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ


ขอขอบพระคุณ คุณ F-5E , แอดมิน เว็บบอร์ด วัดอโศการาม, คณะศิษย์ท่านพ่อลี, คณะศิษย์ หลวงตามหาบัว, เว็บไซต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม),รวม ธรรมะของหลวงพ่อชุมพล พลปญฺโ , บทความของเว็บวัดน้้าพราย, ราชบัณฑิตยสถาน, คุณหนวดเต่า, กลุ่มเครือข่ายวาลูกา และทุกท่านที่ได้มีส่วน ช่วยผลักดันให้เกิดการถอดความบทสวดนี้จากไฟล์เสียงของคณะศิษย์ท่านพ่อลีขึ้น

ขออุทิศบุญจากการเผยแพร่ธรรมะเป็นทานนี้ให้กับ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ และเครือญาติทั้งหลายของตระกูล ชาญวิชา รวมถึงผู้มีความเกี่ยวข้องกันตามวัฏฏะ สังสารทั้ง ๓๑ ภูมิ จะเป็นความเกี่ยวข้องในลักษณะใดก็ดี ขอท่านจงพบแต่ความสุขและ ความดีตลอดไปไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งใดใน ๓ โลกธาตุ สาธุ สาธุ สาธุ

บทถอดความจากเทปเสียง ทิพย์มนต์  

เป็นบทสวดมนต์ที่ทรงคุณค่าที่ท่านพ่อลีท่านได้สร้างขึ้น เป็นการสวดเจริญธาตุที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราทั้ง 6 ธาตุ คือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณธ...

Advertisement