Issuu on Google+


ปกใน

เก็บใจ... เก็บไว้มานาน เก็บมัน... คล้ายๆ รอใคร


รายละเอียดหนังสือ

ผู้เขียน โมริสา พิสูจน์อักษร amany ปก-ศิลปกรรม amany พิมพ์ครั้งที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556


จากใจโมริสา สาหรับพยัคฆ์ร้ายในสายหมอก เป็นผลงานแนวตบจูบที่ คิดจะเขียนเป็ นเรื่อ งแรก และเมื่อ วางแผนจะเขียนก็เลยคิ ดถึ ง บรรยากาศในไร่ท างภาคเหนือ แต่ก็ยังหาโลเกชั่นที่ ถู กใจไม่ไ ด้ สุดท้ายมีโอกาสได้ไปเที่ยวนาตกทีลอซู จังหวัดตาก จึงมีโอกาสได้ น าสถานที่ เ หล่ า นั นมาใส่ ไ ว้ ใ นเรื่ อ ง แล้ ว ให้ ตั ว ละครได้ พ บเจอ ผูกพัน พลัดพราก โดยที่เขาและเธอต่างก็มีความหลังฝังใจจนต้อง กลับมาตามหาหัวใจ ณ ที่แห่งนี เรื่องราวของทังสองจะดาเนินไปในทิศทางใดนัน ผู้เขียน จึงขอฝากผลงานเรื่องนีไว้ด้วยค่ะ ด้วยความขอบคุณ โมริสา


ก่อนเข้าเนื้อหา

แด่… …พ่อและแม่ ผู้เป็นต้นกาเนิดจินตนาการ ในตัวของข้าพเจ้า


1 รถปิกอัปสีดาแล่นฝ่าฝุ่นสีแดง ผ่านทิวของไร่ชาในอาณาเขต ที่กว้างขวาง ตรงเข้าไปยังกระท่อมไม้หลังใหญ่บนเนินดิน ความเร็ว ของรถยังไม่ เท่าความร้อนรุมในใจของร่างสูงที่ก้าวลงจากรถด้ว ย ความกระวนกระวายกับข่าวที่ได้รับจากคาแปงพ่อบ้านซึ่ งโทรแจ้งให้ เขารู้ “คุณพลอยเธอไปแล้วครับ” “ไปไหน แล้วทาไมเรื่องแค่นี้ต้องโทรบอก” เขาดุไปอย่าง หัวเสียอยู่กลางไร่ชาซึ่งกาลังถูกเด็ดยอดเก็บในตอนเช้ามืด “เธอไม่ได้ไปคนเดียวครับ” ยิ่งฟังยิ่งหัวเสีย เพราะเรื่องที่ได้ไม่ชัดเจนพอ จึงต้องบอกให้ พ่อบ้านคนสนิทพูดความจริงทั้งหมด “คุ ณ พลอยเธอเก็ บ เสื้ อผ้าไปกั บ คุ ณ กรกฏครับ ” แค่ นั้ น ก็ ทาให้เขาต้องเหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อขับกลับบ้าน มาดูให้เห็นกับตา ว่าน้องสาวคนเดียวของเขาหนีตามชายหนุ่มทายาทไร่ตรงกันข้ามซึ่ง


เป็นไม้เบื่อไม้เมากับไร่ของเขามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า จนมาถึงพ่อแม่ และ เขาซึ่งได้รับการสั่งสอนให้รู้ว่าห้ามผูกมิตรกับคนในไร่นี้อย่างเด็ดขาด แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น น้องสาวเขาถึงหนีตามศัตรูของบ้านไปได้อย่าง ไม่เกรงกลัว คาสาปแช่งของคุณย่าที่ว่าหากใครฝืนชะตากรรม มั น ผู้นั้นจะพบกับความวิบัติและไร้ซึ่งความสุขไปตลอดชีวิต ห้อ งนอนทางปี ก ซ้ ายของบ้ านซึ่ ง มี พ ลอยใสน้ องสาวเป็ น เจ้าของมาตั้งแต่เกิด หล่อนเติบ โตอยู่ในไร่แ ห่งนี้ และถูก ส่งไปอยู่ โรงเรียนประจาในตัวจังหวัด เดือนละครั้งหล่อนจะกลับมาอยู่ที่ไร่ และจะกลั บ ไปเรี ย นตามปกติ จนกระทั่ ง น้ อ งสาวเขาสอบเข้ า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ จึงขออยู่หอพักแทนการกลับไร่ หล่อนอ้าง ว่าไม่อยากไปๆ มาๆ เพื่อจะเอาเวลาระหว่างเดินทางกลับไร่มาอ่าน หนังสือสาหรับการเรียนในสาขาวิชาสังคมศาสตร์ สี่ปี ข องการเรีย นเขาไม่ เห็น วี่ แ ววว่ าน้องสาวจะสนใจชาย คนไหน ทาให้เบาใจได้ว่าหล่อนไม่เหลวไหล รวมไปถึงเชื่อฟังคาสั่ง ของตระกูลอย่างดีที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนของไร่มณฑารพ ถึงแม้จะมี ข่าวกระเส็นกระสายมาตลอดว่าพี่น้องฝาแฝดของไร่ ทั้งสวยทั้งหล่อ ราวกับเทวดานางฟ้าจุติลงมาเกิดก็ไม่ปาน ร่างสูงถอนใจลึก กั บ จดหมายในซองสีน้ าตาลที่ว างอยู่บ น หมอนสีฟ้าตรงหัวเตียง มือคร้ามแดดเปิดอ่านอย่างหนักใจ พี่เสือคะ พลอยขอโทษที่ทำเรื่อ งน่ำอำยให้กับพี่ชำยคนเดียวที่มี รู้ว่ำ ผู้ ช ำยต้ อ งห้ ำ มของบ้ ำ นเรำคื อ ผู้ ช ำยจำกไร่ ม ณฑำรพ แต่ เ หมื อ น โชคชะตำฟ้ำลิขิตทำให้พลอยต้องรู้จักกับกรกฏ และควำมรักของเรำ สองคนเกิ ด ขึ้ น ทั น ที ที่ มี โ อกำสร่ ว มงำนคื น สู่ เ หย้ ำ ของชำว สังคมศำสตร์เมื่อหกเดือนที่ผ่ำนมำ พลอยรู้ ว่ ำ มั น เร็ ว เกิ น ไปและไม่ ส มควรจะคบหำกั บ เขำ

6


ยิ่งเป็นคนของมณฑำรพยิ่งต้องหลีกให้ไกลที่สุด แต่พลอยพยำยำม แล้วค่ะ พยำยำมที่จะไม่รัก พยำยำมที่จะบอกตัวเองว่ำหำกรักกับเขำ อำจพบควำมวิ บั ติต ำมค ำสำปแช่ งของคุ ณ ย่ำ แต่ พลอยกั บ กรกฏ ไม่กลัวค่ะ เรำตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน จะเป็นตำยร้ำยดีก็ขอให้ เป็นเรื่องของโชคชะตำ ดีกว่ำจะอยู่อย่ำงคนไร้หัวใจค่ะพี่เสือ พลอยขอนะคะ ขอไปตำมทำงของพลอยกับกรกฏ อย่ำตำม หำและอย่ำคิดแยกพลอยออกจำกกรกฏเด็ดขำด เพรำะนั่นเท่ำกับว่ำ พี่เสือกำลังฆ่ำพลอยทำงอ้อมค่ะ… รัก พลอยใส กรามของพยั ค ฆ์ ห นุ่ ม ขบจนเป็ น สั น ดวงหน้ า คมเข้ ม เคร่งเครียดกับเรื่องของน้องสาว ดวงตาสีสนิมเหล็กวาวระยับ ปากเม้ม จนเป็นเส้นตรง โมโหกับเรื่องราวเมื่อหกเดือนที่แล้ว เขามัวทาอะไร อยู่ ทาไมถึ งไม่ ระแคะระคายกั บ ความลับ ที่น้ องสาวปิ ด บั งไว้ เขา หลงเชื่อใจ และมั่นใจว่าน้ องจะไม่ทาเรื่องเสื่อมเสีย ให้วงศ์ตระกู ล เขาวางใจกับความคิดของหล่อนเสมอที่รู้กฎของตระกูลดีว่าผู้ชาย จากไร่มณฑารพเป็นของต้องห้ามสาหรับไร่กลางสายหมอก ยิ่งคิดยิ่งแค้นใจกับการกระทาของน้องสาว และรวมไปถึง กรกฏ ชายหนุ่มที่เขาไม่เคยคิดข้องแวะด้วย ถึงแม้จะเคยเดินเฉียดไป มาตามตลาดค้าส่ง หรือตามร้านขายพวกปุ๋ ยต้นไม้ เขายอมรับ ว่ า ศัตรูของไร่หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มไม่ใช่น้อย เขาไม่เคยเห็นหน้าตา ของน้องสาวนายกรกฏนั่น แต่เชื่อว่าคงหน้าตาดีไม่แพ้กันเพราะเป็น ฝาแฝดที่เกิดห่างกันแค่ห้านาที ตามคาบอกเล่าของคนงานในไร่ “นายเสื อ ครั บ ” ส าเนี ย งชาวเหนื อ ที่ คุ้ น เคยของค าแปง พ่อบ้านเก่าแก่ ทาให้ร่างสูงของพยัคฆ์ต้องหันไปสบตารอคารายงาน หลังเห็นสีหน้าอิหลักอิเหลื่ออยู่ตรงหน้าประตูห้อง

7


“มีคนมาหาครับ” “ไล่ก ลับ ไป!” เขาสั่งเสีย งห้วน ไม่มี อารมณ์ พอจะต้อนรับ แขกหรือพ่อค้ ารับ ซื้อใบชาคนไหนอีก เมื่ อเขามีเรื่องร้อนใจรอให้ จัดการ “ผมไล่เธอกลับแล้ว ครับ แต่เธอยืนกรานว่าจะขอพบนาย ให้ได้” “งั้น ก็ ไ ปไล่ ใ หม่ อี ก ครั้ ง ” คนสั่ง ยั ง เดิ น วนเวี ย นดู ข้ า วของ เครื่องใช้ของน้องสาวไม่รักดีอย่างขัดเคืองในอารมณ์ “ผมพยายามแล้วครับ แต่เธอยืนยันจะขอพบนายท่านให้ได้” ยิ่งฟังยิ่งฉุนเฉียว เขากวาดรูปถ่ายของน้องสาวในกรอบไม้ อย่างดีลงจากโต๊ะจนแตกกระจาย ตวาดสาทับไปอีกว่า “งั้นก็จับโยน ออกไป ผมไม่อยากพบใครตอนนี้!” “แต่เธอสั่งให้บอกว่าเธอมาจากไร่มณฑารพครับ!” ร่า งสู งไม่ อ ยู่ รอให้ เสี ย เวลา เขาก้ าวยาวๆ ลงบั น ไดมายั ง ห้ อ งรั บ แขกของบ้ า นไม้ ส นหลั ง ใหญ่ ดวงตาสี ส นิ ม เหล็ ก แทบจะ เคลือบไปด้วยสีแดงของเพลิงโทสะ หากว่ามันสามารถเปล่งประกาย ออกมาเป็นเปลวไฟได้ ร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงฝาผนังของ ห้องรับแขก คงมอดไหม้เป็นผงธุลีไปในชั่วพริบตา แต่เมื่อร่างนั้นหันกลับมา ดวงตาที่เคลือบไปด้วยเพลิงโทสะ กลับชะงักงัน กับดวงหน้ารูปไข่ที่เนียนใสกระจ่างตา เส้นผมสีน้าตาล ราวกลุ่ ม ไหมเนื้ อ นุ่ ม ยาวเคลี ย ไหล่ ดวงตาสี นิ ล กลมโตแวววาว แผงขนตางอนยาว จมูกโด่งได้รูป ปากสีแดงเต็มอิ่มจนน่าสัมผัสลูบไล้ เขาหวนนึกถึงคาบอกเล่าของเหล่าคนงานในไร่ที่ว่าหญิงสาว ผู้เป็นลูกสาวคนเดียวของไร่มณฑารพนั้นงดงามราวนางฟ้า มันเป็น ดังเช่นคาร่าลือจริงๆ! “ฉันชื่อกรพินธุ์…” แม้เส้นเสียงที่เปล่งออกมาจะบอกให้เขา รู้ว่าหล่อนเป็นคนเสียงนุ่ม ไพเราะ แต่หางเสียงห้วนๆ ผิดกับใบหน้า

8


แสนหวาน ทาให้ พ ยั ค ฆ์ ไ ม่ คิ ด จะพู ด ดี ด้ว ย และยิ่ ง เป็ น คนของไร่ มณฑารพ การที่ห ล่อนยืน อยู่ใ นไร่ข องเขาเกิ น สิ บ นา���ี เขาถื อว่ า เสียเชิงมากพอแล้ว “คุณกล้ามากนะที่มาเหยียบอาณาจักรของผม” หล่อนเบ้หน้ายักไหล่ ทาท่ายโสจนเขานึกอยากจับโยนออก ทางหน้าต่างให้รู้แล้วรู้รอด “นึกเหรอว่าฉันจะอยากมาเหยียบที่นี่ ฉันมาตามพี่ชายฉัน กลับบ้านหรอก” “ถ้าพี่ชายคุ ณอยู่ที่นี่ละก็ ป่ านนี้ มัน เป็ นผีไม่ มีญ าติไปแล้ว ละ” เขาตวาดเสียงเข้ม นึกโมโหกับวาจาโอหัง หล่อนกล้าดียังไงถึง คิดว่าเขาอยากได้พี่ชายหล่อนมาเป็นน้องเขย “ไอ้ฆาตกรใจโหด แกนึกเหรอว่า ถ้าพี่กฏตายไป แล้วแกจะ ไม่ตายตาม” หล่อนตะโกนเถียงเสียงดัง คงโกรธจัดเพราะหน้าแดง เหมือนมะเขือเทศสุก พยัคฆ์คิดแบบนั้น “อ๋อ ผมยินดีเป็นฆาตกรใจโหดอย่างคุณว่า ขอให้ผมได้เจอ พี่ชายคุณก่อนเถอะ จะยิงทิ้งให้เหมือนหมากลางถนนเลย” เขาคาด โทษเสียงลอดไรฟัน “นึ ก ว่ า มี ปื น คนเดี ย วหรื อ ไง อย่ า ให้ ฉั น เจอน้ อ งสาวคุ ณ ก็แล้วกัน จะยิงทิ้งเหมือนกัน!” ค าท้า ทายอวดดีม าจากสาวสวยหน้ าใส ร่างระหงไม่ ก ลั ว เกรงแม้จะยืนอยู่ในถ้าเสือ ทาเอาเจ้าถิ่นอย่างพยัคฆ์ต้องขบกรามข่ม ความโกรธที่มันกาลังปะทุอยู่ในอกเอาไว้ เพราะหากจะรุนแรงอะไร ออกไป ก็ เกรงว่ า จะเป็ น การรัง แกผู้ ห ญิ ง ซึ่ง ไม่ มี ทางรับ มื อ เขาได้ เด็ดขาด ก็หล่อนเอวบาง ทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้นปานนั้น แค่จูบ ทีเดียวขี้คร้านจะระทวยอยู่ในอ้อมกอดเขาเท่านั้น ร่างสูงคิดเยาะ “ผมให้เวลาคุณหนึ่งนาทีออกไปจากไร่ของผมให้เร็วที่สุด ” เขาตวาดเสียงดัง นึกโมโหที่พ่อบ้านคนสนิทยังไม่ยอมลงมาจากชั้นบน

9


“ฉันไม่ไปจนกว่าจะได้ตัวพี่ชายฉันคืน” “ผมว่ าคุ ณ เข้ าใจอะไรผิด หรือเปล่าคุ ณ กรพิน ธุ์ ” เขาถาม เสียงเยาะ ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ “น้องสาว ผมเป็นคนถูกพี่ชายคุณล่อลวงไป จะบอกให้นะว่าผมกาลังจะไปแจ้ง ตารวจลากคอพี่ชายคุณเข้าตะราง” “อายุตั้งยี่สิบสองเนี่ยนะโดนหลอก เชอะ! ฉันว่าน้องสาวคุณ ต่างหากที่เอาตัว เข้ าล่อพี่ชายฉั น จนติด กั บ น่ ะ ” ดวงหน้ าเนี ย นใส ลอยหน้าเถียงฉอดๆ ในขณะที่ ค นเป็ น เจ้ า ของบ้ า นกั ด ฟั น ดั ง กรอด ดวงตา สีสนิมเหล็กเคลือบเพลิงแห่งพายุอารมณ์จนร้อนแรง ยามบอกตัวเอง ว่าน้องสาวกาลังโดนสบประมาทจากปากสีแดงที่ทาท่ายโสโอหังอยู่ ในถิ่นของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทนไม่ได้ถึงแม้น้องสาวจะเหลวไหลแค่ ไหนก็ตาม ร่างสูงของพยัคฆ์จึงปราดเข้าหาหญิงสาว เขาตะปบหล่อน เข้ า หาตั ว กอดกระชั บ จนแน่ น แล้ ว ประกบปากลงบนกลี บ ปาก นุ่ ม ละมุ น อย่ า งร้ อ นแรง เนิ่ น นานจนร่ า งในอ้ อ มกอดสั่ น สะท้ า น แต่พยัคฆ์หนุ่มยังไม่หนาใจ เขาไซ้จมูกปากระเรื่อยไปจนทั่วใบหน้า ซอกคอ ทรวงอกภายใต้เสื้อเชิ้ต เนื้อบางเบาที่ถูกเขากระชากขาด บอกตัวเองว่าเพื่อสั่งสอนให้หล่อนรู้ว่ าไม่ ควรทาปากเก่ งกับ ผู้ชาย ที่เป็นศัตรูของบ้านอย่างเขา กรพิ น ธุ์ ดิ้ น ขลุ ก ขลั ก อยู่ ใ นอ้ อ มกอด หล่ อ นหอบหายใจ พยายามดิ้นรนผลักไส แต่ร่างบางอรชรหรือจะสู้แรงของพายุอารมณ์ ที่ร้อนดังไฟราวพยัคฆ์หนุ่มได้ ลูกกวางน้อยจึงหมดฤทธิ์อยู่ในวงแขน แข็งแรงที่ช้อนตัวไว้ได้ทัน พยั ค ฆ์ ช้ อ นตั ว แล้ ว พาขึ้ น ไปยั ง ชั้ น บนของบ้ า นอย่ า งคน ตัดสินใจที่จะทาการบางอย่าง!

10


“เปิดประตูห้อง แล้วลงไปรับหน้าคุณป้าไว้ก่อน” คนเป็นนายสั่งเสียงเฉียบกับพ่อบ้านที่ยืนละล้าละลังอยู่ตรง เชิงบันไดชั้นบน คาแปงรีบซอยเท้าลงบันไดเพื่อมาทาตามคาสั่งของนายใหญ่ ผู้เ อาแต่ ใ จ แทบท าอะไรไม่ ถู ก นี่ เ ขาจะท าอย่า งไรดี เรื่ อ งท าท่ า จะบานปลายเมื่อคุณหนูคนเล็กของบ้าน เกิดหนีตามผู้ชายไป เรื่อง มันจะไม่ร้ายแรงถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ชื่อ กรกฏ มณฑารพ ผู้เป็นศัตรู ของไร่ในสายหมอกมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษโน่นเลยทีเดียว “คาแปง เกิดอะไรขึ้น แล้วใครมาทาคุณเสือของฉันคาราม เสียงดัง?” คนถามเป็นหญิงสูงวัยชื่อประไพ ผู้ที่ทุกคนในไร่ให้ความ เคารพนับถือ เพราะคือญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และเป็น ผู้เลี้ยงดูทายาทของไร่ในสายหมอกจนเติบใหญ่แทนบิดามารดาผู้หา ชีวิตไม่ “เรื่ อ งมั น ยาวขอรั บ ” ค าแปงค้ อ มตั ว รายงาน ด้ ว ยรู้ กิตติศัพท์ความถือตัวของผู้อาวุโสดี ว่าไม่ชอบให้บ่าวคนไหนมายืน ค้าหัวพูดกับนาง “งั้น ก็ บ อกมาว่ าคุ ณ เสือของฉัน อยู่ที่ไหน?” เจ้าของค าสั่ง ยังคงเดินลิ่วเข้ามาในโถงของห้องรับแขก มีคาแปงเดินตาม “อยู่ข้างบนขอรับ” “แล้วคุณเสือทะเลาะกับใคร แล้วปล่อยให้ไอ้คนนั้นเข้ามา ทะเลาะกับหลานชายฉันได้ยังไง คนงานไปไหนกันหมดทาไมไม่จับ ตัวไว้ก่อน” คาถามรัวเร็ว จนคาแปงแทบจะตอบไม่ทัน และไม่แน่ใจ ว่าถ้าพูดความจริงไปแล้ว นายใหญ่ของบ้านจะชอบใจหรือไม่ แต่ค าแปงไม่ ต้องหนั ก ใจนาน เมื่ อร่างสูงของคนเป็ น นาย ก้ า วลงบั น ไดมาอย่ า งสง่ า ดวงหน้ า คมเข้ ม สงบนิ่ ง ราวผิ ว น้ า ในทะเลสาบ นั ย น์ ต าสนิ ม เหล็ ก ทอแสงนิ่ ง มายั ง คนเป็ น ป้ า ราว พยัคฆ์หนุ่มผู้ไร้เขี้ยวเล็บ

11


ปากหยักได้รูปยิ้มเพียงนิดยามรับการโอบรัดจากคนเป็นป้า “เกิดอะไรขึ้นเสือ คนงานพูดกันให้หึ่งว่านังศัตรูคนเล็กของ ไร่มณฑารพข้ามมาที่ไร่ของเรา” “ไม่มีอะไรนี่ครับ คุณป้าไปฟังใครมา” เขาตอบเสียงทุ้มทา ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็ไหนไอ้เจ้าคาแปงมันบอกป้าว่าเรื่องมันยาวล่ะ ?” คนถูก พาดพิงถึงสะดุ้ง รีบค้อมตัวยืนกุมมือไว้ด้านหน้ารอการชาระความ “คุณป้าก็น่าจะรู้ว่าคนของผมมันพูดสั้นๆ ไม่เป็น” คาแปงก้มหน้าอมยิ้ม เขารู้ว่าคนเป็นนายกาลังผลักความผิด ให้ออกห่างจากตัวเขา “งั้นคนงานมันเอาที่ไหนมาพูดว่านังกรพินธุ์เข้ามาที่นี่ มัน เกิดอะไรขึ้นบอกความจริงป้ามาเสือ แล้วนี่ยัยพลอยอยู่ไหน?” คาคาดคั้นเริ่มมีมากขึ้นจนนายใหญ่ของไร่หนักใจ เขาชวน คนเป็นป้านั่งลงบนโซฟาสีน้าตาลไหม้ หลังตัดสินใจจะพูดความจริง บางเรื่อง และบางเรื่องเขาจะเก็บไว้จัดการด้วยตัวเอง ฉะนั้นเรื่องของน้องสาวคนเดียวที่มีจึงไหลพรั่งพรูออกจาก ปากของเจ้าของไร่ในสายหมอกอย่างไม่มีปิดบัง ยกเว้นเพียงเรื่อง ของหญิงสาวตัวยุ่งบนห้องนอนส่วนตัวของเขาเท่านั้น ที่เขายังยืนยัน กับความคิดของตนเองว่าจะจัดการให้สาสมกับที่เขาโดนเหยี ยบจมูก จนถึงถิ่นเลยทีเดียว “อะไรนะ เกิด เรื่องบัด สีขึ้ นได้ยังไง ยัย พลอยทาไมใจง่าย แบบนี้ ” คนเป็ น ป้ า ยกมื อ ทาบอกตกใจกั บ ข่ า วเสื่ อ มเสี ย ของ วงศ์ ต ระกู ล ริ้ว รอยบนใบหน้ า ชัด เจนขึ้ น เพราะความหนั ก ใจกั บ ปัญหาที่จะตามมา “ผมก็ไม่รู้ว่าทาไมพลอยถึงได้ทาแบบนี้ ” เขาเปรย เอนตัว พิงพนักของโซฟาอย่างคนหนักใจ ดูเหมือนคาแปงจะรู้ใจคนเป็นนายดี เมื่อรินบรั่นดีใส่แก้วมาเสิร์ฟให้จนถึงมือ

12


“แล้วเสือจะทายังไง ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ คาสาปแช่งอีก ล่ะ ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา อาณาจักรที่พ่อแม่ปูย่าตายายสร้างมา มัน อาจถึงกาลวิบัติก็ได้นะ” “ผมก็คิดอยู่ครับ แต่ยังไม่ทันได้ …” เขายั้งคาพูดไว้เพียงแค่ นั้น จะพูดต่อไปได้อย่างไรเมื่อมีแม่ตัวยุ่งเข้ามาป่วนจนแผนที่คิดจะ ออกตามหาน้องต้องหยุดชะงัก แล้วทะเลาะกับหล่อนแทน สุดท้าย เขาได้ความคิดใหม่ “ป้ า ว่ าเราส่ ง คนออกตามหาดี ก ว่ า ปล่ อ ยไว้ อ ย่า งนี้ ไ ม่ ไ ด้ บอกตรงๆ ว่าป้ากลัวคาสาปแช่ง” “ผ���ออกตามแน่ครับ แต่ขอเวลาหน่อย ยังไงผมต้องลากตัว ไอ้เลวคนนั้นมาสั่งสอนให้ได้” คนพูดกัดฟันกรอด ก่อนสาดบรั่นดีแก้วนั้นเข้าปากจนหมด ความขมของแอลกอฮอล์ ห รื อ จะสู้ ค วามขมของความขุ่ น แค้ น ที่ เกิ ด ขึ้ น ในใจได้ ไม่ นึ ก ว่ า ตนเองจะโดนหยามหน้ า จนถึ ง ถิ่ น เมื่ อ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันพาน้องเขาหนี เขาเชื่อว่าทั้งสองต้องรู้ดีว่าคาสั่ง ของวงศ์ตระกูลมีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะคาสาปแช่งนั่นก็อีก มั น น่ า จะบอกได้ ว่ า ไม่ ค วรที่ จ ะคบหากั น ตั้ ง แต่ แ รก แต่ นี่ ก ลั บ ท า ตรงกันข้าม ยิ่งคิดยิ่งแค้นจนต้องร้องหาบรั่นดีแก้วใหม่ “แล้ ว เสือ ส ารวจทรัพ ย์ สิ น ของน้ องบ้ า งหรื อ ยัง เอาอะไร ออกไปบ้างก็ไม่รู้ เครื่องเพชรของแม่เขาล่ะ ตายละหรือมันจะรู้ว่า ทางเรามีข้าวของพวกนี้เยอะเลยพาไปปอกลอก” คนห่วงสมบัติเลย ลุกยืน เตรียมจะขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน “คุณป้าอย่าเพิ่งวิตกเลยครับ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง” “ไม่ได้หรอก ป้าจะขึ้น ไปดู เผื่อยังไงเราจะได้แจ้งความได้ ถูก” ประไพซอยเท้าขึ้นบันได ในขณะที่พยัคฆ์ลุกยืนอย่างหนักใจ “นายท่านครับ แล้วคุณ…” “เดี๋ยวผมจัดการเอง ว่าแต่ไปสั่งคนงานหรือยัง ” พยัคฆ์ถาม

13


เสียงเบาอยู่ตรงเชิงบันได “ยังครับ บังเอิญคุณท่านประไพเดินมาถึงก่อน” “งั้นก็ไปจัดการให้เรียบร้อย ถ้าทางโน้นส่งคนมาอีกก็ให้เขา รออยู่ที่หน้ าประตู แล้วผมจะไปคุยเอง” สั่งเพียงแค่นั้น พยัคฆ์จึง สาวเท้าก้าวตามคนเป็นป้าไปยังห้องนอนของน้องสาว ปรายตาไปยัง ห้องทางปีกขวาของบ้านซึ่งมีเขาครอบครอง หวังว่าแม่ตัวดีคงฟื้น จากรสจูบเขาแล้วเช่นกัน รอยยิ้มเยาะฉาบวาบขึ้นในดวงตาสีสนิมเหล็ก ยามยกมือขึ้น ลูบ ริ ม ฝีป าก รสละมุ น ละไมยัง สัม ผั สได้ อย่า งดี เขาหัว เราะอยู่ใ น ลาคอ นึ ก ว่าจะเก่ งสัก แค่ ไหน แค่ จูบทีเดียวก็ ห มดฤทธิ์ คอยดูกั น ต่อไปถ้าหล่อนยังแผลงฤทธิ์มากกว่านี้ เขาสัญญาว่าจะทามากกว่า จูบแน่นอน! กรพินธุ์กะพริบตาถี่ๆ หลังถูกวางกระแทกลงบนเตียงนอน หนานุ่มหลังใหญ่ภายในห้องนอนสีน้าตาลไหม้ มีเฟอร์นิเจอร์สไตล์ โมเดิร์น ถูก จัด วางอย่างครบครัน และมี รสนิ ย มให้ออกมาในโทนสี เดีย วกั น คื อ ด า น้ าตาล โดยไม่ มี สีอื่น ใดเจือปนราวกั บ จะบอกถึ ง ความคมเข้มของลักษณะนิสัยคนเป็นเจ้าของห้องได้อย่างดี ดวงตากลมโตกลอกไปมาเพื่อสารวจตรวจตรา รูปถ่ายของ สองพี่น้องตั้งวางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือริมหน้าต่าง ผ้าม่านหนาหนัก สีน้ าตาลไหม้ ถู ก รูด ปิ ด จนมิ อาจเห็น แสงเช้ าอัน อบอุ่น ของวั น ใหม่ แฟ้มเอกสารวางอย่างเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะ โทรศัพท์เครื่องเล็กวาง เคียงกัน บนฝาผนังแขวนกรอบรูปบรรพบุ รุษ ไล่ เรียงมาตั้งแต่รุ่น ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ผู้เป็นต้นกาเนิดของทายาทรุ่นปัจจุบัน ต่าลงมา เป็ น ภาพถ่ า ยของหญิ ง สาวในอิ ริ ย าบถยิ้ ม แย้ ม ก าลั ง เด็ ด ยอดชา ใส่ตะกร้า กรพินธุ์บอกตัวเองว่าคงเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนายพยัคฆ์ อย่างแน่นอน

14


หลังสารวจจนทั่ว กรพิน ธุ์พยายามดิ้นเพื่อให้เทปกาวตรง ข้อมือหลุดขาดจากกัน เพื่อที่เธอจะได้มีมือมาแกะผ้าจากปากที่มัน ทาให้หายใจอึดอัด รวมไปถึงข้อเท้าที่โดนรัดไว้จนแน่น ร่างบางอรชรดิ้นจนเหนื่อย แต่เครื่องพันธนาการก็ยังไม่ยอม หลุดขาด นึกโมโหที่พลาดท่าเสีย ทีไม่ ทันระวังตัว เพราะมัว แต่จะ หาทางถ่วงเวลาให้พี่ชายกับคนรักได้มีโอกาสหนีไปให้ไกลที่สุด นึกไปถึงคนทั้งคู่ ป่านนี้คงไปได้ไกลโขได้แต่หวังว่าเขาจะพา กันไปได้ตลอดรอดฝั่ง และอยู่กินกันอย่างมีความสุข ให้สมกับที่เธอ ลงทุนช่วยเหลือ และเห็นดีด้วยกับความคิดของทั้งสองกระทั่งเธอเอง ลงทุนเสี่ยงภัยเข้ามาที่นี่ เพื่อถ่วงเวลาไม่ ให้นายพยัคฆ์หนุ่มนั่นออก ตามล่าน้องสาวได้ในทันที แต่ดูเหมือนว่าเธอกาลังติดกับแผนการ ของตนอย่างไม่ น่ าให้อภัย แล้ว นี่ เขาจะทาอะไรกั บ เธอมากกว่ านี้ หรือไม่ แค่รสจูบนั่นก็ทาเธอวาบหวาม ใจเต้นระรัว จนต้องแกล้ง หมดสติ เพราะไม่ อย่างนั้ น เธอคงระทวยอยู่ใ นอ้อมกอดเขา และ อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น แค่คิดกรพินธุ์ก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างจนนึกโกรธความคิด ของตนเอง

15


2 “ตาเสื อ ยั ย พลอยไม่ ไ ด้ เ อาเครื่ อ งเพชรไปสั ก ชิ้ น เลย” คนเป็นป้าบอกเสียงหลง กล่องเครื่องเพชรที่ไขออกจากตู้เซฟถูกเปิด ออก สร้อยเพชรเส้น เล็ก สาหรับผู้ห ญิง รวมถึงนาฬิก าข้ อมือชั้ น ดี มีราคายังวางนิ่งอยู่ในกล่องกามะหยี่สีน้าเงิน เหมือนกับเอกสารสิทธิ์ ในการครอบครองที่ดินส่วนหนึ่งของไร่แห่งนี้ พยัคฆ์หนุ่มกัดฟันกรอด ไม่คิดว่าน้องสาวจะยอมทิ้งสมบัติ ทุ ก อย่ า งที่ มี เ พื่ อ ความรั ก เพี ย งอย่ า งเดี ย ว ไม่ ก ลั ว แม้ ก ระทั่ ง คาสาปแช่งของตระกูล เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทาลายความ เป็นปฏิญญากุลของไร่แห่งนี้แน่นอน ต่อให้ไอ้กรกฏมันพาน้องเขา หนีไปไกลจนถึงสุดขอบฟ้า เขาจะต้องตามตัวมันกลับมาเพื่อรับโทษ ที่มันก่อไว้อย่างสาสม รอยยิ้มเยาะเหยียดขึ้นตรงมุมปากเมื่อนึกถึง ตัวประกันแสนสวยในห้องส่วนตัว อยากรู้นักว่ามันจะห่วงน้ องตัวดี ของมันบ้างหรือเปล่า ถ้ามันอยากได้น้องคืน มันก็ต้องเอาน้องสาว ของเขาคืนมาเช่นกัน


“โธ่ยัยพลอยของป้า ทาไมถึงได้คิดโง่ๆ แบบนี้นะ ผู้ชายอื่น มีถมเถไป ทามั้ยทาไมต้องไปเอาไอ้ผู้ชายบ้านโน้นด้วยก็ไม่รู้” “อย่าเพิ่งเสียงดังไปเลยครับคุณป้า บ่นไปก็เท่านั้นยัยพลอย ไม่ได้ยินอยู่ดี ” เสียงพูดราบเรียบ เหมือนความเย็นชาในดวงตาคม เขารับกล่องเครื่องเพชรและข้าวของชิ้นอื่นๆ เก็บเข้าเซฟดังเดิม “แล้ว เสือจะทายังไงต่อ ” ประไพซับ น้ าตา บอกตัว เองว่ า เป็นน้าตาแห่งความเจ็บใจ เคียดแค้นชิงชัง ที่มีต่อคนของมณฑารพ ไม่นึกเลยว่าหลานสาวที่เลี้ยงมากับมือจะใจง่าย หนีตามผู้ชายโดยไม่ สนใจว่าพี่ชายหรือนางเองต้องผจญกับปัญหาอีกมากน้อยแค่ไหน “ผมคงต้อ งจ้า งนั ก สืบ ตามหาส่ว นหนึ่ ง แล้ว ก็ จ ะตามเอง ด้วย” “จะไปตามที่ไหน ป้าเชื่อว่าทั้งสองคนคงไม่หนีไปในที่ที่เรา จะตามเจอเขาง่ายๆ หรอก” “นั่นก็ถูกครับ แต่ยัยพลอยไม่เคยลาบาก ผมว่าคงไม่พากัน เตลิดเข้าป่าหรอกครับ มันหมดสมัยแล้ว ” เขาชวนคนเป็นป้าออก จากห้อง ล็อกประตูเสร็จสรรพ “แล้วงานทางนี้ล่ะใครจะดู” “มีพี่ประจักษ์กับผู้ช่วย ดูงานในไร่ กับคาแปงดูงานที่บ้านนี้ ผมว่าเหลือเฟือ” “เฮ้อ! ยัยพลอยนะยัยพลอย ถ้ากลับมาป้าจะตีให้ตัวเขีย ว เลย” ประไพยังบ่นกระปอดกระแปดไม่เลิก พยัคฆ์หัวเราะหึๆ ไม่อยากคิดไปไกลเลยว่า ถ้าถึงเวลานั้นจะ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเขายังบอกไม่ได้ ด้วยไม่เคยรู้นิสัยใจคอของศัตรู คู่อาฆาตเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่เคยสนใจและอยู่ในสายตา ถึงแม้ ข่าวต่างๆ จะแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ จากคนงานบ้างก็ตาม อาทิ เช่น “โอ๊ ย พี่ น้ อ งฝาแฝดคู่ นี้ ใ จดี ไม่ ขี้ โ มโห และเจ้ า อารมณ์

17


เป็นห่วงเป็นใยชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยเฉพาะคุณกรพินธุ์เธอน่ารัก มาก ชอบแหย่ ขี้เล่น ช่างพูด เจ้าความคิด ส่วนพี่ชายน่ะเหรอ ขรึมๆ ตามใจน้อง แล้วก็รักน้องมาก” ตอนนั้นเขาฟังยังรู้สึกหมั่นไส้ ผู้หญิงอะไรจะสวยสมบูรณ์ไป ทุกอย่าง ส่วนเรื่องรักน้อง เขาเชื่อว่าเขาไม่แพ้พี่ชายหล่อนแน่นอน “เกิดอะไรขึ้นสุดใจ ลูกชายลูกสาวฉันหายไปไหนหมด” คนถามหาลูกเป็นกันยาหญิงวัยห้าสิบห้า นางอยู่ในชุดทะมัดทะแมง เสื้อเชิ้ตลายสก็อต กางเกงยีนเข้ารูป สวมหมวกปีกกว้างบังแดด แต่ ไม่อาจปิดบังความงามสมวัยที่เจ้าตัวยังคงดูแลได้อย่างดี “สุดไม่ทราบอะไรมากค่ะคุณกัน ” คนตอบค้อมตัวรับหมวก จากคนเป็ น นาย เดิ น ตามเข้ า ไปนั่ ง ในบ้ านแบบบั งกะโลชั้ น เดี ย ว ใต้ถุ น สูงหัน หน้ าเข้ าหาภูเขามองเห็น ไร่ชาเป็ น แนวยาวอย่างเป็ น ระเบียบ “แล้วเขาอยู่ไหนกันล่ะ สองคนพี่น้องวันนี้เหลวไหล ไม่เข้า ไปที่ไร่ ปล่อยให้เราบัญชาการอยู่คนเดียว” กันยารับถ้วยน้าชาจาก แม่บ้านคนสนิทขึ้นจิบแก้เหนื่อย หลังจัดการกับงานในไร่เสร็จ โดย ไม่มีลูกสองคนออกไปช่วยเหมือนเคย “สุดเห็นแต่คุณพินธุ์เดินออกจากไร่ไปตั้งแต่ตอนสาย ถามก็ บอกว่ า จะไปจั ด การอะไรบางอย่ า ง ส่ ว นคุ ณ กฏ สุ ด ไปดู ที่ ห้ อ งก็ ไม่เห็นค่ะ” “แล้วมั น ยังไงกั น ละนี่ ” คนเป็ นแม่ วางถ้ว ยน้าชาในมือลง นึกเอะใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ นางเดินลิ่วไปยังห้องนอนของลูกชาย คนโต ความวังเวงของบ้านทาให้นางใจแป้ว กลัวเหตุร้ายๆ จะเกิด อย่างไม่คาดฝัน เพราะรู้สึกหลายวันมานี่ ลูกชายจะเก็บตัวอยู่ในห้อง มากขึ้น ไม่ค่อยพูดคุยเหมือนเคย ทั้งที่เวลาปกติจะพูดเล่นยิ้มหัวกับ นางหรือกับน้องสาวอยู่บ่อยๆ

18


หมอนสีขาวถูกวางอยู่บนเตียงหนานุ่มหลังใหญ่ ผ้านวมถูกพับ ไว้อย่างเรีย บร้อย ผ้าปู ที่นอนไม่ มีรอยยับ ย่น บ่งบอกให้รู้ว่าผู้เป็ น เจ้าของไม่ได้ใช้มันสาหรับพักผ่อนเมื่อคืนที่ผ่านมา กันยาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ริมห้อง พบว่าหลายชิ้น ถูกเอาออกไปใช้ กระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมอันตรธานหายไปจากตู้ แค่นี้ ก็ ท าให้ ค นเป็ น แม่ ใ จหาย ค าถามตามมาว่ าเกิ ด อะไรขึ้ น ท าไมลู ก ไม่บอกกล่าวสักคาว่าจะไปไหนทาอะไร มือเร็วเท่าความคิดในสมอง โทรศัพท์เครื่องเล็กถูกกดเลขหมายส่งตรงไปยังจุดหมายที่ต้องการ อย่างร้อนใจ ไม่มีสัญญาณจากเลขหมายที่ท่านเรียก เป็นคาพูดที่นาง เกลียดที่สุดในเวลานี้ กันยาเปลี่ยนเป้าหมายในการโทรใหม่ ครั้งนี้ เป็นการโทรหาลูกสาวคนเล็ก นางเชื่อว่ากรพินธุ์จะต้องรู้เรื่องพี่ชายดี เพราะทั้งสองคนเป็นฝาแฝดย่อมไม่ยอมให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยู่ห่าง จากตนแน่นอน เจ้าของโทรศัพท์หงุดหงิดเป็นยิ่งนักกับสัญญาณตอบรับแต่ ไม่ยอมรับสายของลูกสาว นางเดินลิ่วไปยังห้องของแฝดผู้น้องด้วย ความโมโห เปิดเข้าไปเพื่อหาร่องรอยของเรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้น กันแน่ เตีย งนอนหลังใหญ่ใ นห้ องแสนหวาน ผ้ าม่ า นสี ชมพู อ่อ น เหมื อ นสี ข องผ้ า ปู แ ละปลอกหมอน รวมไปถึ ง ข้ า วของเครื่ อ งใช้ สาหรับผู้หญิงที่มักมีสีชมพูอ่อนปะปน เพราะเป็นสีโปรดของเจ้าของ ห้อง ดูเหมือนคนเป็นลูกจะเพิ่งผละลุกไปเมื่อไม่นาน กันยาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ ทรุดนั่งหมดแรง อยู่บนเตียง คิดไม่ออกว่าเป็นเรื่องอะไร ที่ทาให้เช้านี้ของนางต้อง วุ่นวายไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นงานในไร่หรือเรื่องในบ้านก็ตาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอสุดใจ บอกฉันหน่อยสิ” “เท่าที่สุดพอจะเดาได้นะคะคือคุณกฏหนีออกจากบ้าน แล้ว คุณพินธุ์ออกตามหา”

19


“ตากฏจะหนีออกจากบ้านทาไม เขาไม่ได้มีเรื่องคับแค้นใจ ในบ้านนี้นี่นะ” กันยาบอกเสียงเนือย “เป็นไปได้ไหมคะว่าจะมีเรื่องผู้หญิงมาเกี่ยวข้อง” คนเป็ น นายหั น มาสบตาแม่ บ้ า นคนสนิ ท ยอมรั บ ว่ า ข้ อ สัน นิ ษ ฐานมี เ ค้ า ลางของความเป็ น ไปได้ อ ย่ า งมาก แต่ ถ้ า มั น จริ ง ทาไมจะต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ นางไม่เคยคิดกีดกันลูกในเรื่อง ความรักสักนิด ยกเว้นผู้หญิงเพียงคนเดียวของไร่ในสายหมอก! กันยาลุกยืนทะลึ่งพรวดอย่างตกใจ เดินกลับไปยังห้องของ ลู ก ชายอี ก ครั้ ง ภาวนาให้ เ รื่ อ งที่ น างคิ ด กลายเป็ น เรื่ อ งเข้ า ใจผิ ด เพราะถ้าไม่ใช่คงมีปัญหาตามมาให้แก้ไขไม่รู้จบ เสียงปลดล็อกจากประตู ด้านนอกทาให้คนถูกมัดนอนนิ่ง ก ไม่กล้าแม้จะขยับ เขยื้อนเคลื่อนไหว ลมหายใจหอบถี่เพราะความ ตื่นเต้น และถ้าเป็นไปได้เธอแทบจะหยุดลมหายใจเลยทีเดียว เพื่อที่ เขาจะได้ไม่ได้ยินเสียงของอาการหอบเหนื่อย หลังจากเธอพยายาม ดิ้นเพื่อช่วยตนเองให้หลุดเป็นอิสระจนตกลงมาข้างเตียง โชคดีที่ มี พรมหนานุ่มรองรับ และทาให้เห็นว่าใต้เตียงนั้นกว้างพอที่เธอจะใช้ เป็นที่หลบภัย และอาจหลอกเจ้าของห้องได้ว่าเธอหนีออกจากที่นี่ ไปแล้ว เสี ย งเปิ ด และปิ ด ประตู ท าให้ ก รพิ น ธุ์ ก ลั้ น ลมหายใจโดย อัตโนมัติ กระเถิบร่างที่ยังถูกมัดด้วยเทปกาวไปจนเกือบชิดขอบเตียง อีกด้าน เงี่ยหูฟังเสียงการก้าวเดินอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนการรอจะ เป็นไปอย่างยาวนาน เมื่อแต่ละวินาทีที่เฝ้ามองและฟัง ยังไม่มาถึง อย่างที่ตนเองคาดคิด ทาให้ต้องปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อย หอบ ก่อนกลั้นอีกครั้งเมื่อเห็นผิวสีนวลของเท้าที่สะอาดตามาหยุด ยืนอยู่ตรงหน้า กรพินธุ์ยอมรับกับตัวเองว่าช่างเป็นเท้าที่สวยและสะอาดจน

20


เธอนึกอิจฉา และปรายตาเปรียบกับเท้าของตน เธอเบ้หน้าเมื่อมัน สวยไม่เท่าเท้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ไง นึกว่าผมโง่เป็นควายหรือไง ถึงกับลงทุนไปแอบใต้เตียง นี่จะบอกให้น ะ ถ้ าผมเป็ น แบบนั้ น น่ ะ นะ ผมบี บ คอตัว เองตายไป นานแล้ว” จู่ๆ เจ้าของเท้าก็ก้มลงมาบอกเสียงห้วน ทาเอาคนใต้เตียง ตกใจ และถ้าปากจะส่งเสียงร้องได้ มันคงเปล่งออกไปสุดเสียง แต่ เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทาได้คืออาการเผลอตัวสะดุ้งและจะลุกขึ้นนั่ง ทาให้ศีรษะโขกกับไม้ใต้เตียงที่มีความสูงเพียงสองฟุตเข้าอย่างจัง พยัคฆ์หนุ่มตกใจไม่น้อย แต่เขาก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ ก้มตัว ลากร่างบางอรชรออกจากใต้เตียงแล้วช้อนตัวขึ้นมาโยนลงบนเตียง ใหม่อีกครั้ง ตีหน้าขรึมเย็นชาเข้าใส่ เมื่อหล่อนทาท่าทาทางให้ปล่อย และบอกให้รู้ว่าหล่อนเจ็บหัวไม่ใช่น้อย “ผมจะแก้มัดให้ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่โวยวาย” หล่อนรีบพยักหน้า ยื่นมือยื่นเท้ามาให้ ดวงตากลมโตแวววาว เต็มไปด้วยความหวัง “แต่ ยั ง ก่ อ น เรื่ อ งอะไรผมจะต้ อ งท าตามคุ ณ บอกด้ ว ย จริงไหม?” คราวนี้หล่อนกระแทกมือกระแทกเท้าลงบนเตียงอย่างไม่ พอใจ ความแวววาวในดวงตาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเคืองขุ่น แต่เขา ไม่ใส่ใจ เดินไปมาอยู่กลางห้องอย่างใช้ความคิดว่าเขาจะจัดการเรื่อง ที่เกิดขึ้นให้สาสมได้อย่างไร ถูกล่ะตัวประกันหน้าหวานยังนอนอยู่ บนเตียงเขา เสื้อเชิ้ตเนื้อดีแทบจะไม่อยู่ติดตัว เมื่อกระดุมหลุดขาด ตั้งแต่เขาปล้าจูบตอนเถียงกัน เนินอกสล้างนวลเนียนโผล่พ้นบรา สีช มพู ห วาน บ่ ง บอกให้ รู้ ว่ า มั น มี ข นาดเกิ น ร่ า งอรชรของคนเป็ น เจ้าของ ขาเรียวยาวนั้นอยู่ในกางเกงยีนเอวต่ารัดรูป เผยให้เห็นหน้า ท้องแบนราบกับสีผิวที่ขาวนวลเนียนละเอียด

21


กรพินธุ์พลิกตัวหันหลังให้คนเป็นเจ้าของห้องอย่างหงุดหงิด เขินอายกับสายตาโลมเลียที่บอกให้เธอรู้ว่าเขากาลังใช้สายตาสารวจ ตรวจตราเรือนร่างของเธออย่างเสียมารยาท ไม่นึกเลยว่าเธอจะต้อง มาผจญกั บ เรื่ อ งเช่ น นี้ ด้ ว ย ทั้ ง ที่ ต อนแรกคิ ด เพี ย งว่ า เธอจะคุ ม สถานการณ์เรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน ถึงตัดสินใจเข้ามาที่นี่เพียงลาพัง ไม่คิดเลยว่าเขาจะร้าย���าจสมชื่อพยัคฆ์แห่งไร่กลางสายหมอก รอยยิ้มเยาะฉาบวาบขึ้นในดวงตาของพยัคฆ์ เมื่อเขานั่งลง บนเตียงและจับตัวของเชลยสาวให้พลิกมาหา หล่อนดิ้นขัดขืนจน เขาต้องขู่ให้หยุดด้วยคาพูดตรงข้างหูว่า “จะนอนเฉยๆ หรือจะให้ผมปล้าแก้หื่นตอนนี้เลย” มันได้ผล ลูกกวางสาวของเขาหยุดดิ้น และใช้ดวงตากลมโต แสนหวานเว้าวอนขอร้องแทน “เราต้องตกลงกันก่อนว่าจะคุยกันดีๆ” หล่อนพยักหน้ารัวเร็ว รีบยื่นมือยื่นเท้าให้เขาอีกครั้ง พยัคฆ์ ตัดสินใจใช้คัตเตอร์ตรงกระเป๋ากางเกงยีนด้านหลัง เฉือนเทปกาว ตรงข้อมือจนหลุด จากนั้นหันไปเฉือนที่ข้อเท้า ยังไม่ทันที่จะแกะผ้า ที่ปากให้ เท้าเล็กๆ หนึ่งคู่ก็จู่โจมถีบเข้าที่ยอดอกของเขาอย่างแรง จนเขาล้มตัวหงายหลังบนเตียงนอนด้วยความจุก ร่างบางอรชรรีบกระชากผ้าที่ปากออกแล้ว กระโจนข้ามตัว เขาแทบทันที ขณะเดียวกันนั้นเสียงเพลงแปลกหูของโทรศัพท์ดังขึ้น ทาให้คนเป็น เจ้าของหยุดชะงัก เสียจังหวะการก้าวขาวิ่งหนี เป็ น โอกาสให้พยัคฆ์ได้ลุกจากเตียง กระโจนพรวดรั้งตัวลูกกวางน้อยไว้ใน วงแขนได้ทัน ฉวยมื อถื อเครื่องนั้ น มาเหวี่ ยงทิ้งจนแบตเตอรี่ห ลุด กระเด็น แล้วหันมาล็อกตัวให้ล้มลงนอนบนพรมหนาหน้าเตียงด้วย เพลิงโทสะที่แทบจะเผามอดไหม้สิ่งที่อยู่รอบกายให้เป็นจุณไปเลย ทีเดียว “ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กรพินธุ์ใช้มือใช้เท้าข้า งที่ว่างให้

22


เป็นประโยชน์ พร้อมกับปากที่ตะโกนด่า “หยุดเลยนะถ้ายังไม่หยุด ละก็ ผมรับรองได้ว่าคุ ณจะโดน ข่มขืนแน่นอน จะเอาไง?” เขาตวาดเสียงดัง ยื่นคาขาดให้หล่อนได้มี โอกาสเลือก มันได้ผล ร่างบางอรชรหยุดดิ้นทันควัน “คุณอย่าทาอะไรฉันนะ” “คุ ณ บอกไม่ ใ ห้ ผ มท า แล้ ว คุ ณ ล่ ะ ถี บ ผมท าไม?” เขารั้ ง หล่อนให้ลุกยืนพาไปนั่งบนเตียงอีกครั้ง กลุ่มไหมสีน้าตาลยุ่งเหยิง ระอยู่ตามใบหน้า ดวงตากลมโตหลบลงต่า มือเล็กบางคลาไปมาอยู่ ตามแขนสองข้าง ก่อนจะรู้ตัวรีบจับเสื้อเชิ้ตที่กระดุมหลุดไว้ให้เข้าที่ ด้ ว ยความร าคาญเขาหั น ไปหยิ บ เสื้ อ คลุ ม ตั ว ยาวส าหรั บ ชุดนอนโยนให้หล่อนได้ใช้ใส่ปิดบังของสงวนชั่วคราว “ขอบคุณ” กรพินธุ์บอกเสียงเบา เธอใช้เสื้อคลุมคลุมตัวไว้ เพียงหลวมๆ มากกว่าจะใส่แนบตัว บอกตัวเองว่าก็เขาไม่ใช่พี่ชาย ของเธอ เรื่องอะไรจะใช้ของคนแปลกหน้า เจ้าของเสื้อเหยียดยิ้มหมั่นไส้ ทาไมจะไม่รู้ว่าหล่อนรังเกียจ เสื้อคลุมชุดนอนของเขา ช่างปะไรถึงยังไงหล่อนอาจต้องใช้มันใส่ใน วันต่อๆ ไปก็ได้ เขาคิด “ทีนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” “ฉันว่าฉันพูดรู้เรื่องตั้งแต่ตอนแรกที่มาแล้วว่า ฉันมาตาม พี่ชาย” คาพูดเริ่มอวดดี พยัคฆ์หนุ่มฟันธงความคิดตนเอง “แล้วตอนเดินเข้ามา คุณเห็นศพพี่ชายคุณไหมล่ะ บอกแล้ว ไงว่าถ้ามันจะอยู่ที่นี่ก็ต้องเป็นศพไม่มีญาติอย่างเดียว” “คาก็จะฆ่า สองคาก็จะฆ่า” กรพินธุ์บ่นเสียงเบา แต่พยัคฆ์ ก็ยังได้ยิน “ถามจริงๆ เถอะคุณเข้ามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ ผมไม่เชื่อว่า คุณจะโง่ยอมเดินเข้าถ้าเสือเพื่อมาให้ผมปล้าจูบคุณหรอก จริงไหม” “ก็บอกแล้วว่ามาตามหาพี่ชาย”

23


“คุ ณ มาเพื่ อ ถ่ ว งเวลาไม่ ใ ห้ ผ มออกตามหาน้ อ งใช่ ไ หม เพื่อที่จะให้สองคนนั่นออกพ้นจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ได้ทัน ” คาพูด ดักคอ ทาเอาคนมีความผิดติดตัวถึงสะดุ้ง ปกปิดสีหน้าตกใจไม่มิด “รู้ตัวบ้างไหมว่ามันเป็นเรื่องโง่มากเลยที่คุณคิดทาแบบนี้” “ฉั น ไม่ รู้ คุ ณ คิ ด ไปเองทั้ ง นั้ น คุ ณ จะปล่ อ ยฉั น ได้ ห รื อ ยั ง ถ้าคุณบอกว่าพี่ชายฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ” กรพินธุ์เถียงข้างๆ คูๆ เธอจะ ยอมรับว่าตนเองโง่กับเขาได้อย่างไร ทั้งที่มันเป็นความจริงที่แทบจะ ไม่มีทางเถียงเขาได้เลย แต่ความคิดตอนนั้นมันบอกว่าเพอร์เฟ็กต์ มากสาหรับเธอ เข้ามาที่นี่แล้วพูดถ่วงเวลาสักครึ่งชั่วโมง อย่างน้อย ถ้าเขาจะออกตามหาก็อาจทาให้ล่าช้าไปได้บ้าง และพี่กฏกับพลอยใส ก็คงไปกันไกลแล้ว แต่ที่ไหนได้เธอไม่นึกว่านายเสือที่คนงานพูดถึง อยู่บ่อยๆ ว่าดุนั้น จะดุสมชื่อพยัคฆ์ ถึงแม้ความหล่อล่าของเขาจะ ร่าลือให้ได้ยินบ่อยๆ ว่าความคมเข้มของใบหน้าและดวงตา ขนาด น้องๆ แบรด พิท ทาให้เธอนึกอยากเจอตัวจริง และอยากทดลอง ทฤษฎีบางอย่าง เพราะว่ากันว่าเขาเป็นหนุ่มทันสมัย แต่กลับมีความ เชื่อฝังหัวในเรื่องคาสาปแช่งของต้นตระกูลที่ห้ามยุ่งเกี่ยวกับคนของ มณฑารพเด็ดขาด “อย่างคุณนี่น ะ ถ้าคิดจะเป็น ผู้ร้ายปากแข็งละก็ ผมว่าไป เกิ ด ใหม่ ดี ก ว่ า มั้ ง จะโกหกน่ ะ นะให้ มั น เนี ย นกว่ า นี้ ห น่ อ ยเถอะ แม่คุณ” คาพูดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ข้างหู ทาให้ความคิดของกรพินธุ์ หยุดชะงัก ต้องเอี้ยวตัวหลบใบหน้าคมเข้มที่ห่างแค่คืบ “ถ้ า ผมจะถามดี ๆ คุ ณ คงไม่ ต อบใช่ ไ หมว่ า พี่ ช ายคุ ณ พา น้ อ งสาวผมไปไหน?” คนถามเดิ น ไปเก็ บ ชิ้ น ส่ ว นมื อ ถื อ ที่ ก ระจั ด กระจายบนพื้นขึ้นมาจนครบ “คุ ณ ไม่ น่ า ถามให้ ตั ว เองแลดู โ ง่ เ ลย” กั ด เขาได้ ค าหนึ่ ง กรพินธุ์รู้สึกภูมิใจตนเอง อย่างน้อยเขาน่าจะเจ็บกับคาพูดเธอ ก็ดู หน้ าเขาตอนนี้ สิ มั น เต็มไปด้ว ยความโกรธเกรี้ยว มั น ออกมาทาง

24


ดวงตาคมแวววาวของเขาด้วยซ้า “อย่างคุณไม่โง่สินะ เดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเองน่ะ ” เขา เยาะทั้งน้าเสียงและแววตา หรือจะเป็น ปากหยักได้รูปก็ ต าม มั น เหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน จนกรพินธุ์ชักร้อนๆ หนาวๆ “ถามหน่อยเถอะ คุณคิดว่าเราคุยกันแล้ว ผมจะปล่อยให้ คุณเดินลอยชายกลับบ้านงั้นสิ” “มั น ต้ องเป็ น แบบนั้ น ไม่ ใ ช่เ หรอ?” เธอสวนค าพู ด เขาใน วินาทีนั้น “ผมไม่อยากโดนคุณด่าว่าโง่ซ้าสอง” คนไม่อยากโง่ประกอบ ชิ้นส่วนโทรศัพท์จนสาเร็จ “หมายความว่าไง?” “อ้าว! คุณฉลาดไม่ใช่เหรอกรพินธุ์ ไม่น่าถามให้ตัวเองแลดู โง่เลย พี่ชายคุณพาน้องสาวผมไป แล้วผมจะคายเนื้อกวางสดๆ จาก ปากทาไมให้โง่ล่ะจริงไหม” เขาจับคางหล่อนบีบด้วยความหมั่นไส้ ถึงแม้จะโดนปัดอย่างแรงก็ตาม “ฉันแจ้งตารวจไว้แล้วว่าถ้าฉันไม่ออกไปจากที่นี่ภายในวันนี้ ให้บุกเข้ามาช่วยได้เลย” พยัคฆ์หนุ่มหัวเราะเสียงดัง เขากดเลขหมายล่าสุดที่มีการ โทรเข้ า เครื่ อง ในขณะที่เขาชี้ นิ้ ว ห้า ม ปรามด้ว ยดวงตาที่มั น วาว ระยับจนดูน่ากลัว แม้แต่กรพินธุ์ยังยอมนั่งนิ่งมองโทรศัพท์เครื่องเล็ก ของตนทางานอย่างหนักใจ เขารอสัญญาณเพียงครู่เดียว ทางปลาย สายส่งเสียงมาให้ได้ยิน “พินธุ์ ลูกอยู่ที่ไหน พี่กฏล่ะไปไหน มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่เขา บอกแม่สิ จะให้แม่แจ้งความไหม” กันยาส่งเสียงมาอย่างร้อนใจ “คุณกันยาฟังนะครับ ” เขาบอกเสียงเย็น ทาให้ทางปลาย สายถามออกมาด้วยความตกใจกลัว “คุณเป็นใคร แล้วนี่เบอร์ลูก สาวฉัน คุณได้มายังไง หรือว่าคุณจะเรียกค่าไถ่?”

25


“อยากจะเรียกอยู่เหมือนกัน แต่เผอิญเงินผมมีเยอะจนไม่รู้ ว่าอีกกี่ชาติจะใช้หมด ตอนนี้เงินก็เลยไม่ใช่ปัญหาของเรื่องนี้” “แล้วคุณต้องการอะไร ลูกฉันอยู่ตรงนั้นไหม ขอฉันฟังเสียง เขาหน่อยว่าปลอดภัย” “ที่รักครับ ส่งเสียงให้คุณแม่ยายผมได้ฟังหน่อยสิครับ จะได้ หมดห่วง” เขายั่วโทสะของอีกฝ่าย ก่อนยื่นโทรศัพท์มาแนบหูคนต้น เรื่อง พยักหน้าอนุญาตให้หล่อนได้ส่งเสียงตอบกลับไปเพียงคาเดียว “แม่…” “ได้ยิน���ล้วใช่ไหมครับว่า กวางน้อยของผมสบายดี ” เขา เป็นฝ่ายพูดกวนโทสะอีกครั้ง “คุณเสือใช่ไหม พยัคฆ์ ปฏิญญากุลแห่งไร่กลางสายหมอก อย่ามัวเล่นลิ้นอยู่เลย คุณต้องการอะไร ถ้าไม่ใช่เงิน” กันยาคาดเดา ตามความรู้สึก หลังพยายามปะติดปะต่อเรื่อง จากบรรดาคนงาน ที่บ อกว่ าลูก สาวคนเล็ ก เธอเดิน หายเข้ าไปในไร่ข องศั ต รูคู่ อาฆาต หลังจากคนเป็ น พี่ชายขั บ รถออกจากไร่ไปเพีย งครึ่งชั่ว โมง โดยมี ผู้หญิงนั่งไปด้วยหนึ่งคน “คุณกันยาฉลาดนี่ครับ มิน่ากรพินธุ์ถึงฉลาดเป็นกรด” เขา ประชดหน้าตาเฉย ในขณะที่คนโดนพาดพิงทาปากมุบมิบ “งั้นคุณเสือก็คงรู้ว่าฉันจะทาอะไร ถ้าคุณไม่ปล่อยลูกสาว ฉันออกมา” “แจ้งเลยสิ อย่ามั ว ขู่ รีบ หน่ อยก็ ดีน ะเผื่อจะทัน ผมข่ ม ขื น กรพินธุ์เสร็จพอดี!” กันยาขบกรามข่ม โทสะ รู้ว่ากาลังถูกยั่ว จากผู้ชายที่ฉลาด เป็นกรด นางรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นต่อ มีลูกสาวเธอเป็นตัวประกันไม่ให้ เธอแจ้ งความ เพื่ อที่ จะท าข้ อตกลงบางอย่ าง ที่น างต้อ งตั้ งใจฟั ง ข้อเสนอของเขาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปได้!

26


3 รถปิกอัปสีไข่ไก่แล่นด้วยความเร็วพอประมาณอยู่บนทาง ลาดชันของไหล่เขาช่วงระหว่างรอยต่อของอาเภอปาย กับจังหวัด เชี ย งใหม่ หมอกสี ข าวเพิ่ ง จะระเหยกลายเป็ น ไอน้ าขึ้ น สู่ ชั้ น บรรยากาศ เมื่อแสงแดดเพิ่มความร้อนแรงมากขึ้นกับเข็มนาฬิกา ที่ขยับเดินหน้าไปอย่างเที่ยงตรง ผู้ทาหน้าที่ขับรถจับจ้องสายตาไป ยังถนนคดเคี้ยวราวงูยักษ์อนาคอนด้าที่เลื้อยรัดพันรอบภูเขาไว้ มีกิ่งไม้ ใบหนาเป็นที่อาพรางสายตานักเดินทางที่ผ่านไปมา บอกให้รู้ว่าหาก ประมาทเพียงนิด ชีวิตจะปลิดปลิวหลุดลอยลงไปอยู่ก้นเหวด้านล่าง อย่างไม่มีสิทธิ์ขอความช่วยเหลือจากใคร ฉะนั้ น นานครั้ ง เจ้ า ของดวงตาสี ด าคมจะปรายตามายั ง หญิงสาวผู้นั่งกอดอกเงียบอยู่ข้างๆ ใบหน้าเนียนใสดูวิตกกังวลอย่าง เห็นชัด จนต้องเอ่ยปากถามด้วยความห่วงใย “พลอย คิดอะไรอยู่” “ป่านนี้พี่เสือจะอาละวาดยังไงก็ไม่รู้นะคะ”


“ไหนว่าจะไม่กังวลเรื่องนี้ไง อย่าลืมว่าเราใช้เวลาคิดเรื่องนี้ อยู่เป็นเดือนนะ” กรกฏปลอบเสียงทุ้มให้กาลังใจคนรักที่ตัดสินใจ หนีตามกัน น่าขันไม่ใช่น้อยที่ทั้งเขาและหล่อนต่างก็อยู่ใ นฐานะมีอัน จะกิน สามารถจัดงานแต่งงานได้อย่างใหญ่โตหรูหรา แต่เงินที่เขา และหล่อนมี ไม่ สามารถทาอย่างใจต้องการได้ เมื่ อเขาเป็ น บุ ค คล ต้องห้ามสาหรับคนในไร่กลางสายหมอก “พลอยขอโทษค่ะ พลอยไม่คิดว่าจะต้องมาทาอะไรอย่างนี้” พูดได้แค่นั้นก็สะอื้นด้วยความรู้สึกผิดที่เกิดในใจ แม้จะรักเขามากแค่ ไหนก็ตาม “พลอย อย่าร้องไห้นะ ผมสัญญาว่ าจะดูแลพลอยอย่างดี เราสองคนจะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความรักของเราเป็นความรัก ที่ดีไม่ได้ทาร้ายใคร เราต้องทาให้พี่เสือของพลอยเห็นว่าคาสาปแช่ง ไม่ สามารถทาอะไรความรัก ของเราได้ ” เขาปลอบ บี บ มื อ คนรั ก ให้กาลังใจ เชื่อว่าสามารถจะพาชีวิตคู่ที่กาลังจะเริ่มต้นไปได้อย่าง ตลอดรอดฝั่ง ขอเพียงให้หล่อนอดทนเป็นพอ “แล้วเราต้องใช้เวลาเท่าไรคะ ถึงจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ ว่าคาสาปแช่งไม่เป็นผลกับความรักของเรา” “เมื่อพี่เสือของพลอยใจอ่อน ยอมให้ผมเข้าไปขอขมาน่ะสิ” มี เ สี ย งถอนใจของพลอยใสตามมา ท าให้ ก รกฏต้ อ งยิ้ ม ปลอบโยนให้กาลังใจ รู้ดีว่าเป็ นเรื่องหนัก ใจสาหรับ หล่อนและคง คิดมากไปอีกพักใหญ่ กับการตัดสินใจก้าวข้ามประเพณี หอบผ้าหนีตาม กันมา เพียงเพราะคาสั่งห้ามของบรรพบุรุษระหว่างสองตระกูลที่เขา ไม่รู้ว่าโกรธเคืองเรื่องอะไรกันมาก่อน ถึงได้สั่งห้ามลูกหลานข้องเกี่ยว กันอย่างเด็ดขาด แต่คนเหล่านั้นคงลืมไปว่าไม่มีอะไรห้ามความรัก ความต้องการในหัวใจของคนสองคนที่มีใจเดียวกันได้อย่างเด็ดขาด นึกไปถึงกรพินธุ์น้องสาวฝาแฝดที่คลานตามกันมาด้วยเวลา ห่างกันแค่ห้านาที น้องเขาสัญญาว่าจะสืบข่ าวให้รู้เป็นระยะๆ ว่ า

28


นายพยัคฆ์เจ้าของไร่ในสายหมอกจะมีปฏิกิริยาตอบโต้เรื่องนี้อย่างไร หวังเพียงว่าการสืบข่าวของน้องจะปลอดภัยพอ และไม่พาตัวเองเข้าไป ติดกับดักในถ้าเสือให้เขาต้องเป็นห่วง “ผมต้องการให้ งการ คุณ กั นยาพาน้องสาวของผมกลับ มาคื น ให้เร็วที่สุด” พยัคฆ์ยื่นความจานงข้อแรกให้กั นยาหญิงม่ายเจ้าของ ไร่ ม ณฑารพได้ รับ ฟัง มื อหนึ่ ง ก็ จั บ ข้ อมื อของตัว ประกั น แสนสวย ไว้แน่น “เราพอจะตกลงเรื่องนี้ได้บ้างไหม” กันยาพยายามต่อรอง มาถึ ง ขั้ น นี้ แ ล้ว สาหรับ นางไม่ เ คยกลัว ค าสาปแช่ง ของบรรพบุ รุ ษ ขอเพียงให้คนทั้งสองรักกันให้มั่นคงเป็นพอ “ผมไม่ ต กลงอะไรทั้ ง นั้ น นอกจากว่ า ถ้ า น้ อ งผมกลั บ มา เมื่อไร ลูกสาวคุณกันยาก็เป็นอิสระเมื่อนั้น” เขายื่นคาขาดเสียงห้วน “คุณ เสือ ฉั น ก็ รุ่น เดียวกั บ แม่ข องคุ ณนะ ถ้าจะฟังเหตุผล กันบ้างละก็ ขอเถอะอย่ากักตัวยัยพินธุ์ไว้เลย มันไม่เกี่ยวกัน” “รู้ ไ ด้ ยั ง ไงว่ า ไม่ เ กี่ ย ว ผมว่ า กรพิ น ธุ์ นี่ แ หละรู้ เ ห็ น เป็ น ใจ กับเรื่องนี้ดีทีเดียว แต่อย่าไปถามเชียวนะไม่มียอมรับหรอก ลูกสาว คุณกันยาน่ะประเภทยืนกระต่ายขาเดียว ดื้อตาใสเลยละ” “ก็ถ้าปล่อยให้แม่ลูกคุยกัน เขาอาจจะช่วยเรื่องพี่ชายเขา ได้ บ้ า ง” กั น ยาพยายามต่ อ รอง แต่ มั น ไม่ เ ป็ น ผล เมื่ อ เจ้ า ของไร่ กลางสายหมอกสั่งเสียงเข้มกลับมาว่า “คุณไม่มีสิทธิ์ต่อรอง นอกจากทาตามคาสั่ง ส่วนเรื่องจะไป ตามที่ไหนไม่ใช่หน้าที่ที่ผมจะต้องรับรู้ ” พูดเสร็จกดปุ่มปิดสัญญาณ ไม่เปิดโอกาสให้ทางปลายสายได้ต่อรอง เขาหันมาหาเชลยปากเก่ง ถามหาคาตอบจากหล่อนว่าใครอยู่เบื้องหลังความรักของสองคนนั้น “ฉันไม่รู้ว่าเขารักกันตอนไหน?” เป็นคาปฏิเสธที่เขาคาดว่า จะออกมาแบบนี้

29


“พี่น้องไม่ปรึกษากันเลยหรือไง?” “แล้วคุณทาไมไม่รู้ล่ะว่าน้องคุณรักกับพี่ชายฉันตอนไหน” หล่อนย้อนเสียงเย็น แต่ทาให้เขาต้องกัดฟันดังกรอด “น้องผมรู้ว่าใครคือผู้ชายต้องห้ามสาหรับไร่กลางสายหมอก ซึ่ ง ถ้ า เป็ น ผู้ ช ายทั่ ว ไปไม่ มี ท างเล็ ด ลอดสายตาผมไปได้ ห รอก ” เขาผลักศีรษะหล่อนด้วยความหมั่นไส้ คงนึกว่าวาจาย้อนยอกจะทา ให้เขาเจ็บปวดได้ เขาหัวเราะอยู่ในลาคอ กรพินธุ์ยังรู้จักนายพยัคฆ์ คนนี้น้อยไป “พี่ ช ายฉั น เขาก็ รู้ ว่ า ใครเป็ น ผู้ ห ญิ ง ต้ อ งห้ า มส าหรั บ เขา เพราะฉะนั้ น เรื่องนี้เขาก็ ไม่ เล่าให้ฉัน ฟังเหมื อนกัน ฉั น ก็เลยไม่ รู้ ” คนเถี ย งยังนั่ งกอดเสื้อคลุมตัว ยาวไว้ เป็ น โล่กาบั งสายตาดุดันของ พยัคฆ์หนุ่ม “ถ้ายืนยันว่าไม่รู้เรื่องนี้ด้วยละก็ งั้นก็ไปอาบน้า” “อาบทาไม?” กรพินธุ์ถามด้วยความซื่อ ดวงตาคู่หวานจึงดู ใสซื่อบริสุทธิ์ตามไปด้วย “อ้าว ผมชอบนอนกับผู้หญิงที่ตัวสะอาดๆ น่ะสิ” กรพิ น ธุ์ ถ อยหลัง กรู ด จนเกื อบตกเตีย งนอน เขาคว้ า แขน แล้ว รั้งให้เดินตามมาจนถึงห้องน้าส่วนตัวขนาดสามคูณสามเมตร หล่อนใช้มือเหนี่ยวบานประตูไว้แน่น “จะบ้าหรือไง ฉันไม่อาบ ปล่อยนะ” “ใ ค ร ป ล่ อ ย ก็ โ ง่ แ ล้ ว แ ม่ คุ ณ มั น ต้ อ ง อ ย่ า ง นี้ แ ห ล ะ สมน้าสมเนื้อกันดี มันอยากพาน้องผมหนี ผมก็จะข่มขืนคุณเอาคืน บ้างไง ไม่เห็น ยากเลย” คนพูด ปล่อยให้ห ญิงสาวเกาะหูจับ ประตู ทองเหลืองจนแน่น “ฉันไปเกี่ยวอ���ไรด้วย บอกแล้วว่าไม่รู้ไม่เห็น พูดไม่รู้เรื่อง หรือ ไง” กรพิ น ธุ์ ต วาดเสีย งดั ง เธอรีบ ฉวยโอกาสตอนที่เ ขาหยิ บ โทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาดูเบอร์ หลังมันมีเสียงเรียกเข้า เท้าสองข้าง

30


ถูกใช้ให้เป็นประโยชน์ตอนสวมวิญญาณนักวิ่งทีมชาติตรงไปยังประตู ห้อง แต่ ก วางน้ อ ยหรื อ จะสู้ แ รงของพยั ค ฆ์ ห นุ่ ม ที่ ค อยจ้ อ งจั บ เหยื่อตามสุมทุมพุ่มไม้ได้ ไหล่บอบบางถูกกระชากเข้าหาร่างสูงของ พยัค ฆ์ แล้ว ดัน ร่างอรชรไปจนชิด ฝาผนั ง ปากก็ ต ระโบมจูบ อย่าง จาบจ้วง มิไยที่กรพินธุ์จะดิ้นรนผลักไส สุดท้ายเธอยืนนิ่งหอบเหนื่อย ปล่อยให้เจ้าของอ้อมกอดตายใจสูดดอมดมกลิ่นหอมแถวซอกคอ อย่างเพลิดเพลิน กรพิ น ธุ์ ใ ช้ จั ง หวะนั้ น ยกเข่ า ขึ้ น เตรี ย มพุ่ ง เข้ า สู่ เ ป้ า หมาย สาคั ญ ที่แ สนหวงแหนของชายหนุ่ ม แต่เสือก็ คื อ เสือย่อมระวั งตัว ทุกฝีก้ าว เขาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน จนเจ้าของเข่ าลอยเสีย หลัก เซมา ปะทะกั บอกเขาอีก ครั้ง พยัคฆ์บีบ แขนสองข้างจนแน่น ด้ว ยความ โมโหกับฤทธิ์เดชที่มากเกินพอดี “จะยั่วผมไปถึงไหนกรพินธุ์ หือ…บอกหน่อยสิว่าเราจะพูด กันดีๆ ไม่ได้แล้ว” “โอ๊ย ! เจ็บนะ ใครกันล่ะพูด ไม่รู้เรื่อง คุณต่างหากล่ะนาย เสือกระดาษดีแต่รังผู้หญิงไม่มีทางสู้ ” ขาดคาร่างบางอรชรถูกยกขึ้น พาดบ่า แล้วมาโยนลงบนเตียงหลังใหญ่กลางห้อง มีร่างของพยัคฆ์ ขึ้นคร่อมด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพลุ่งพล่าน เสื้อเชิ้ตที่ขาดเพียงกระดุม ถูกกระชากจนฉีกขาดออกจากกัน เหลือเพียงบราสีชมพู มันกาลังจะ ปลิว หลุด ออกจากเนิ นอกอวบอิ่ม ถ้าไม่มี เสียงเคาะประตูรัวดังขึ้ น กรพินธุ์กาลังจะเปิดปากร้องให้คนช่วย เธอถูกปิดปากด้วยผ้าผืนใหญ่ อีกครั้ง จากนั้นเขาหันไปคว้าเทปกาวมาฉีกและปิดลงทันที รวมไป ถึงข้อมือและข้อเท้า กรพินธุ์จึงกลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเมื่ อ หลายชั่วโมงที่ผ่านมา “ใคร!” เจ้าของห้องตวาดถามออกไปอย่างหัวเสีย ยกมื อ เสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดในอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ

31


“ไทเกอร์คะ ไทเกอร์ขา เบญของคุณไงคะ” คนชื่อเสือถึงกับ เป่าลมออกจากปาก จาได้ทันทีว่าเสียงหวานแหลมนั้นจะเป็นใครไป ไม่ได้นอกจากคนรักซึ่งคบหาดูใจกันมาเกือบหนึ่งปีเข้านี่แล้ว “ให้เบญเข้าไปหน่อยสิคะ เห็นลุงคาแปงบอกว่าเสือไม่สบาย ต้องหาหมอไหมคะ” “ไม่ต้อง ลงไปก่อนเดี๋ยวผมตามไป” เขาตะโกนออกไป ก่อน ออกแรงแบกร่างอรชรไปในห้องน้า วางหล่อนลงในอ่างอาบน้าจากุซซี่ ทรงไข่ไก่ ภายใต้ฝักบัวเรนชาวเวอร์ขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตเต็มไป ด้วยคาถามเมื่อเขากาลังจะผละไป เขายิ้มเยาะบอกหล่อนว่า “ผมจะมาจัดการกับคุณทีหลัง เตรียมตัวให้พร้อมไว้เลยแล้ว กันนะ” เขากดปุ่มตรงริมอ่าง เพียงครั้งเดียวเครื่องก็ทางาน สายน้า ใสสะอาดโปรยปรายลงมาดั่งสายฝน ผิดกันตรงที่ว่ามันเป็นน้าฝน ที่อุ่นกาลังพอดี แต่ร่างบางอรชรกลับกระแทกกระทั้นไม่พอใจเมื่อ เธอยังอยู่ในชุดกางเกงยีน กับบราสีชมพูเพียงตัวเดียว กรพินธุ์พยายามทาไม้ทามือแม้แต่เท้าที่ถูกพันด้วยเทปกาว บอกให้เสือกระดาษรู้ว่าน้าในอ่างมันเพิ่มมากขึ้น และหากเขาปล่อย เธอไว้อย่างนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ถ้าหากเธอเกิดลื่นไถลล้มนอน อยู่ก้นอ่าง เธอคงไม่มีปัญญาช่วยตัวเองให้รอดชีวิตแน่นอน แต่ร่าง สู ง ไม่ ส นใจ เขากลั บ ถอดเสื้ อ เชิ้ ต สี น้ าตาลไหม้ อ อกเหวี่ ย งลงพื้ น ทั้งตัว จึงเหลือเพีย งกางเกงยีน สีซีด ผิว เนื้ อสีแ ทนดูเนี ย นละเอีย ด กล้ า มท้ อ งเต็ ม ไปด้ ว ยมั ด กล้ ามซิ ค แพค แลเห็ น ขนหน้ า ท้ อ งร าไร หลังไหล่ผึ่งผายจนเธอคิดว่าผู้หญิงคงอยากนอนซบทั้งคืนทั้งวัน กรพินธุ์รีบหันหน้าหนีเมื่อเขาถอดกางเกงยีนออกเหลือเพียง บอกเซอร์สีน้าตาลไหม้ จากนั้นเดินไปเปิดตู้หยิบกางเกงยีนตัวใหม่ ออกมาสวม เธอนึ ก ต าหนิ เ ขาในใจที่ ไ ม่ มี ม ารยาท เดิ น มารู ด ซิ ป กางเกงต่อหน้าเธอตรงอ่างอาบน้าจากุซซี่ที่น้าเริ่มขึ้นมาจนถึงเอว

32


ของเธอ พยัคฆ์กดปุ่มให้น้าหยุดไหล กรพินธุ์กระเถิบตัวหนีเมื่อร่างสูง ย่อตัว ลงนั่ งคุย ด้ว ยท่าทางสบายๆ “คนรัก ผมมาหา ผมต้องลงไป ต้อนรั บ เธอ คงไม่ มี เวลามาเล่น เกมแมวจับ หนู ด้ ว ย ฉะนั้ น ถ้ าคุ ณ จะหยุดสงครามระหว่างเราเอาไว้ก่อน มันจะดีสาหรับเราทั้งสองฝ่าย ผมจะปล่อยให้คุณได้อาบน้า ทานอาหารกลางวันทั้งที่มันบ่ายเต็มที จากนั้นก็พักผ่อน แล้วก็คิดไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ว่าหากคุณยังดื้อดึงที่จะ ยืนกรานว่าเรื่องนี้คุณไม่เกี่ยวข้องด้วยละก็ ผมรับรอง คืนนี้คุณได้ลิ้ม รสรักจากเสือกระดาษคนนี้แน่ ” คนพูดเลื่อนมือไปในอ่างน้า จนคน ในอ่างตกใจกระเถิบหนีไปจนชิดขอบอ่างอีกด้าน เขาหัวเราะอยู่ใน ลาคอ พลางดึงจุกสเตนเลสก้นอ่างออกเพื่อปล่อยให้น้าไหลออก “เดี๋ย วผมจะส่งคนขึ้ น มาดูแ ล พร้อมเสื้อผ้าของยัย พลอย หุ่นอย่างคุณคงพอๆ กับน้องผม ใส่ไปก่อนแล้วกัน ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ ถาวรละก็ค่อยซื้อใหม่” พยัคฆ์บอกเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมเข้มแวววาว ราวเสือร้ายที่พร้อมจะขย้าเหยื่อทันทีหากพบว่าภัยจะมาถึงตัว เบญจมาศตรงรี เบญจมาศ ่โผเข้ากอดร่างสูงของชายหนุ่มที่ตนหลงรัก เขาปล่อยให้เธอจูบแก้มซ้ายขวาจนพอใจ “ทาไมลงมาช้านักล่ะคะไทเกอร์ เบญคอยตั้งนาน เนี่ยถ้ า ไทเกอร์ ยั ง ไม่ ลงมานะจะขึ้ น ไปตามถึ ง ห้อ งนอนเลยละรู้ ไหมคะ” หล่อนงับปากทาท่าเหมือนแมวขยุ้มเหยื่ออย่างหลงใหล “พอดีผมมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จดี ขอผมสั่ ง งานค าแปงก่ อ นแล้ ว เราค่ อ ยคุ ย กั น ” เขาบอกเสี ย งทุ้ ม กั งวาน จูงมื อให้ค นรัก นั่ งลงบนโซฟาสีน้ าตาลไหม้ อย่างอ่ อนโยน จากนั้ น เดิ น มาหาพ่ อ บ้ า นคนสนิ ท ตรงคอนโซลบาร์ ส าหรั บ ชง เครื่องดื่มต้อนรับแขก และคนเป็นลูกน้องก็ดูจะรู้ใจเจ้านายดี สบตา รอฟังคาสั่งอย่างตั้งใจ

33


“หาแม่ บ้ า นที่ ไ ว้ ใ จได้ แ ละไม่ พู ด มากให้ ผ มด่ ว นเลย คน ข้างบนต้องการความช่วยเหลือ” ไม่ต้องให้สั่งซ้าสอง คาแปงเลื่อนถาดที่มีแก้วน้าผลไม้สองใบ ให้คนเป็นนาย จากนั้นเดินลิ่วออกไปทางบ้านพักคนงานอย่างเร่งรีบ พยัคฆ์ถือแก้วน้าผลไม้เดินกลับมาหาคนรัก นั่งลงเคียงข้าง ยิ้มเอาใจทั้งที่ความคิดเขาล่องลอยไปอยู่กับเรื่องของคนบนห้องนอน ส่วนตัวตลอดเวลา “ไทเกอร์ขา ทาไมทาหน้าเหมือนกังวลอะไรงั้นแหละ ไม่ดีใจ เหรอคะวัน นี้เบญมาหาแต่วัน เลยนะคะ” คนพูดออดอ้อนเหมื อน แมว “ผมกังวลเรื่องงานน่ะครับเบญ นี่เดี๋ยวก็ต้องออกไปไร่อีก ” เขาจิบน้าผลไม้ซึ่งเป็นผลิตผลมาจากไร่กลางสายหมอก “เมื่อกี้เบบี๋เห็นรถมอไซค์ผู้หญิงจอดอยู่ตรงบันได ไทเกอร์ ซื้อมาใช้เหรอคะ?” คนต้องตอบขมวดคิ้ วมุ่น นึกเดาได้ทันทีว่าไม่ใช่ของใครอื่น แน่นอน นอกจากแม่ตัวยุ่งข้างบนนั่น “ครับ ว่าแต่เบญมีธุระอะไรหรือเปล่า ผมอยากเข้าไปที่ไร่ หน่อย” “อะไรคะไทเกอร์ เบญเพิ่ ง มาแท้ ๆ ยั ง ไม่ ทั น หายเหนื่ อ ย หายร้อนเลย จะไล่เบญกลับซะแล้ว” แมวสาวกระเง้ากระงอด “หรื อ เบญจะเข้ า ไปที่ ไ ร่ กั บ ผมล่ ะ ไปไหมไปช่ ว ยกั น คั ด ใบชา” “ไม่เอา เดี๋ยวดา เบญไม่อยากผิวเสีย” เขานึ กอยู่เหมื อนกั นว่าหล่อนต้องตอบแบบนั้น เลยแกล้ง ชวนเพื่อให้หล่อนปฏิเสธ “เบญว่าเราขึ้นไปนอนคุยกันในห้องของไทเกอร์ให้เย็นๆ กัน ดีกว่าไหมคะ”

34


คนถูกชวนสะดุ้ง รั้งข้อมือแมวเหมียวแสนซนไว้แทบไม่ทัน เมื่อหล่อนลุกยืนทาท่าว่าจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านจริงๆ “อย่าเลยเบญผมมีงานต้องทาอีกเยอะ มานั่งนี่เถอะ” เขา ตบลงบนเบาะหนานุ่มของโซฟามีราคา “ไทเกอร์น่ะ วันนี้เป็นอะไรคะ ไม่รู้หรือไงว่าเบญคิดถึงคุณ แค่ไหน” เบญจมาศใช้มือสองข้างประคองใบหน้าเขาให้หันไปหา ก่อนจูบลงบนปากอย่างดูดดื่มจนเขาต้องสนองตอบ เสี ย งกระแอมกระไอของค าแปงท าให้ เ ขาต้ อ งผละออก ปล่อยให้คนรักนั่งกระฟัดกระเฟียด เขาลุกเดินไปหาพ่อบ้านคนสนิท ตรงบาร์น้าริมห้อง เช็ดลิปสติกด้วยหลังมือหลังพ่อบ้านชี้บอกพร้อม สายตาตาหนิ จนเขาต้องหัวเราะออกมา “นังตองอ่อน หลานเมียผมครับ” คาแปงแนะนาให้คนเป็น นายได้รู้จัก “คุณ สมบัติต รงตามที่ผมต้องการหรือเปล่า ” เขาพนมมื อ รับไหว้หญิงสาววัยรุ่นร่างอวบ “รับรองครับ อยู่บ้านมันพูดไม่เกินสามคา” “ปกติทาหน้ าที่อะไรในไร่ ” เขาหัน ไปสัม ภาษณ์ ต องอ่อน ถึงแม้พอจะจาหน้าได้บ้างแต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกับคนงานในไร่มากนัก ด้วยงานที่ทานั้นทาให้ต้องแข่งกับเวลาเสมอ “อยู่บนเรือนคุณท่านประไพค่ะ” เขาพยักหน้ารับกับสาเนียงชาวเหนือ “งั้นดีแล้ว งานที่จะให้ ช่ว ยเป็ น งานชั่ ว คราว แต่ ค นที่ท าต้ องสัญ ญาว่ า จะเป็ น ใบ้ ส าหรั บ ทุกคน ยกเว้นฉันที่ตองอ่อนจะต้องรายงานให้รู้ พอจะทาได้ไหม” “ได้ค่ะ” “งั้นตามมา ส่วนคาแปงช่วยหาอาหารกลางวันส่งขึ้นไปให้ ด้วย ผมจะกันให้คุณเบญกลับไปก่อน” พยัคฆ์สั่งงานเสร็จ เดินกลับมาหาคนรักที่นั่งกอดอกหน้างอ

35


เหมือนม้าหมากรุกอยู่ตรงโซฟาสีน้าตาลไหม้ เขาจูบแก้มเอาใจ “เดี๋ ย วผมมา ขอพาตองอ่ อ นไปจั ด การเรื่ อ งห้ อ งของผม หน่อย พอดีคนที่เคยทาเขาป่วย” เขาไม่รอคาตอบรับหรืออนุญาตจากเบญจมาศอีก รีบเดิน น าตองอ่ อ นไปยั ง ห้ อ งนอนส่ ว นตั ว ทางปี ก ขวา ซึ่ งปกติ บ นนี้ จ ะมี คาแปงจัดการทั้งสิ้น ด้วยเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งวุ่นวาย กับเรื่องส่วนตัวของเขามากนัก คาแปงจึงเป็นทั้งพ่อบ้านและแม่บ้าน ไปในตัวเสร็จสรรพ “ฉันต้องการให้ตองอ่อน คอยรับใช้คุณผู้หญิงที่อยู่ในห้อง ของฉั น เท่า ที่จ ะท าได้ ยกเว้ น เรื่อ งเดีย วห้ ามพาเธอออกจากห้ อ ง เด็ดขาด” เขาหยุดยืนสั่งอยู่หน้าประตู “ได้ค่ะ” “งั้นดีแล้ว เสื้อผ้าของยัยพลอยฉันไปหยิบมาวางเตรียมไว้ บนเตียงแล้ว ตองอ่อนหยิบไปฝากเขาตรงห้องน้าได้เลย” คนสั่งจัดแจงจะผละไป เขาชะงัก “อ้อ ฉันเข้าไปด้วยดีกว่า ไม่งั้นเป็นเรื่องอีกแน่” เขาเปิดประตูนาเข้าไปในห้องส่วนตัว เดินตรงไปยังห้องน้า ยิ้มมุมปากกับสภาพลูกกวางน้อยตกน้าที่ถูกมัดแขนขาให้ขยับเขยื้อน ไม่ได้ นอกจากกลอกตาค้อนปะหลับปะเหลือก ตองอ่ อ นดู จ ะตกใจไม่ น้ อ ยที่ เ จ้ า นายหนุ่ ม ซ่ อ นผู้ ห ญิ ง ไว้ บนห้อง แต่เธอก็ไม่ปริปากถาม หันไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ มาเตรียม เมื่อเขาใช้มีดคัตเตอร์ตัดเทปกาวให้อิสรภาพกับกรพินธุ์ ใหม่อีกครั้ง หล่อนรีบดึงผ้าผืนใหญ่ออกจากปากด้วยความโมโห “อีตาบ้า รู้ไหมว่าฉันหนาวแค่ไหน ปล่อยให้นั่งตัวเปียกอยู่ ได้ตั้งนาน” “ก็ช่ว ยไม่ ได้นี่ คุ ณ อยากดื้อทาไม แต่ต อนนี้ ผมมี ธุ ระต้อง จัดการให้เสร็จ นี่ตองอ่อนผมให้มาอยู่เป็นเพื่อน อยากได้อะไรบอก

36


เขา ยกเว้นอิสรภาพ” “ขอบคุ ณ ฉั น จะทาตามคุ ณ บอก พักครึ่งเวลา แต่แ ค่ค รึ่ง เวลาเท่านั้นนะ” หล่อนตะโกนบอกไล่หลัง แต่พยัคฆ์ไม่มีเวลามาต่อ ปากคาด้วย เดินลงมาหาคนรักใหม่อีกครั้ง “เบญจะกลับแล้ว รู้งี้นะไม่เสียเวลามาหรอก โทรมาถามก็ดี แล้ว” แมวสาวกระเง้ากระงอด “ผมบอกแล้วไงว่างานผมเยอะ ถ้าเบญจะมาก็ต้องมาตอน เย็นสิครับ ตอนนั้นผมว่าง มีเวลาคุยด้วยแน่ ” เขารับหมวกกับรีโมต รถมาจากคาแปง “แล้วเบญจะถามอะไรผม ถึงได้ลงทุนขับรถมาหาผมถึงที่นี่ คงเป็นเรื่องสาคัญมาก?” “ทีอย่างนี้อยากรู้ขึ้นมาเลย” พยัคฆ์หนุ่มโดนค้อนอีกครั้ง เขาเกือบจะหมดความอดทน หลังปรายตาดูนาฬิกาข้อมือ บ่ ายสองโมงที่เขายังไม่ ได้ขยับตัวทา อะไรมากไปกว่าสู้รบตบมือกับกรพินธุ์ ทาให้การออกตามหาน้องสาว ต้องล่าช้าไปหนึ่งวัน ทั้งที่ป่านนี้เขาน่าจะได้ข้อมูลบ้างแล้ว แต่คาถามจากคนรักทาให้เขาต้องตั้งใจฟัง และนึกขอบคุณ ที่หล่อนอุตส่าห์ขับรถมาหาเขาถึงไร่กลางสายหมอก!

37


ผลงานของโมริสาในรูปแบบ e-book แรงรักเงาริษยา

มีจาหน่ายแล้ว ในรูปแบบ e-book

เพราะรักไม่สมหวัง จึงเกิดเป็นแรงแค้นที่เคลือบด้วยแรงริษยา มันจึงนามาซึ่งความหายนะต่อคนรอบข้าง และผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ “นายแพทย์หฤษฎ์ สหัสรังสี” และหนึ่งในนั้นก็คือ “โมรี” นักเขียนนิทานแสนสวย ผู้ใช้นามปากกาว่า “นกยูง” เหตุการณ์เลวร้ายเกิดตามมามากมาย เมื่อจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากคาพูดของโมรีที่ว่า “ฉันจะใช้ควำมรู้สึกหำตัวจริงของนรสี ห์ให้เจอ!”

ผลงานลาดับต่อไปของโมริสา ในรูปแบบ e-book

ปลิดหัวใจสายลับ โปรดคอยติดตาม



ตัวอย่างพยัคฆ์ร้ายในสายหมอก