Page 1

เสนทางธรรมะไหวพระ

วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

วัดเมืองสกลนคร

สกลนครเปนเมืองพุทธศาสน พระธาตุหา แหง แหลงอารยธรรมสามพันป ตาม ตํานานเลาวา เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปจจุบันนั้น สรางขึ้น เมื่อพุทธศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ขอมมีอํานาจในดินแดนนี้ ตอมาเมื่ออิทธิพลขอม เสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยูในความปกครองของอาณาจักรลานชาง เรียกชื่อเมืองวา “เมืองเชียงใหมหนองหาน” และเมื่อมาอยูในความปกครอง ของไทย ไดเปลี่ยนชื่อเปน “เมืองสกลทวาป” ตอมา ในป พ.ศ. ๒๓๗๓ ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ใหเปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาป เปน “เมืองสกลนคร” ในปจจุบัน จังหวัดสกลนครยังไดรบั การขนานนามวาเปน “แองธรรมะแหงอีสาน” ดังเห็นหลักฐานไดจากวัดวาอารามเกาแกทมี่ อี ยูม ากมาย แสดงถึงความ รุงเรืองของพระพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแตครั้งอดีต เปนถิ่นกําเนิด และพํานักของอริยสงฆที่สําคัญเปนที่เคารพบูชาของชาวไทย หลายทาน อาทิ พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต พระอาจารยฝน อาจาโร พระอาจารยวนั อุตตโม หลวงปูห ลุยส จันทสาโร หลวงปูเทสก เทสกรังสี เปนตน

อําเภอเมืองสกลนคร ถนนเจริญเมืองใน

ภายในวัดเปนทีต่ งั้ พระธาตุเชิงชุม หันหนาไปทางหนองหาร ที่อยูทางทิศตะวันออก เปนเจดียกออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร ยอดฉัตรทองคําเหนือองคพระธาตุเชิง ชุมทําดวยทองคําบริสุทธิ์มีนํ้าหนัก 247 บาท มีซุมประตู 4 ดาน ขางในทึบ สรางครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจา สีพ่ ระองค ซึง่ หมายถึง พระกกุสนั ทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอารียเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจาทีช่ าวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยูท กุ วันนี)้ สรางขึ้นเมื่อใดไมปรากฏหลักฐานชัด แตนับเปนปูชนียสถาน สําคัญคูบานคูเมืองสกลนครมาแตโบราณ

สิ่งกอสรางภายในวัด

ภายในวิหารใกลพระธาตุเชิงชุม เปนที่ประดิษฐานหลวงพอ องคแสนอันศักดิ์สิทธิ์เปนที่เคารพนับถือ และเปนศูนยรวมจิตใจของ พุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ทุกวันพระในตอนคํา่ จะมีประชาชน ไปบูชากราบไหวพระธาตุ และหลวงพอองคแสนเปนจํานวนมาก งาน ประจําปของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแตวันขึ้น 9 คํ่า ถึงวันขึ้น 15 คํ่า เดือนยี่ (2) ของทุกป (กําหนดตามจันทรคติ) หลวงพอพระองคแสน บอนํ้าศักดิ์สิทธิ์ เปนบอนํ้าที่มีมาพรอมองคพระธาตุเชิงชุม เดิมมีนํ้าพุผุดขึ้นมา เนือ่ งจากเปนปลายทางของลํานํา้ ใตดนิ ซึง่ ไหลมาจากเทือกเขาภูพาน ผานศูนยราชการดานทิศเหนือ ผานใจกลาง เมืองขางวัดเหนือ แลวไหลมาผุดที่นี่ เรียกวา “ภูนาํ้ ซอด” หรือ “ภูนาํ้ ลอด” แลวไหลผานไป ที่สระพังทอง ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร ซึ่งอยูติดกับวัด เมื่อนํ้านอยลงเรื่อยๆ จึงไดมี การทําผนังกั้นไมใหดินพังลงไป ในอดีตจะมี การนํานํ้าจากบอนํ้าที่นี่ไปประกอบพิธีเมื่อมี หนาบันขององคพระธาตุเชิงชุม พิธีกรรมอันสําคัญตางๆ อีกดวย

วัดพระธาตุนารายณเจงเวง

อําเภอเมืองสกลนคร

เปนทีป่ ระดิษฐานของพระธาตุนารายณเจงเวง อยู หางจากตัวเมือง ประมาณ 6 กิโลเมตร พระธาตุองค นี้เปนพระธาตุเกาแก สมัยเดียวกันกับพระธาตุเชิงชุม แตศิลปากรกอสรางผิดไปคนละแบบ พระธาตุองคนี้ สรางดวยศิลาแลง แบบเดียวกับปราสาทหินพิมาย แต มีขนาดเล็กกวา เปนปรางคแบบขอม องคพระธาตุแบง เปนหลายสวน คือ สวนทีเ่ ปนฐาน สวนทีเ่ ปนองคหลังคา และสวนยอด สวนทีเ่ ปนฐานกอดวยศิลาแลงกอนขนาด ใหญ มีเอวคอดกิว่ เหมือนพานดอกไม สูง 18 เมตร กวาง ดานละ 15 เมตร องคเจดียเปนเจดียทรงสี่เหลี่ยม สวน ที่เปนหลังคาและยอด ปจจุบันหักพังหมดแลว ยังคง เหลือแตองคพระธาตุ ซึ่งมีประตูและซุมประตูดานละ ประตู ดานทิศเหนือและดานทิศตะวันออก ยังพอเห็น ความวิจิตรงดงามอยูพอสมควร ดานทิศตะวันออกตอ จากประตูออกมากอเปนคูหา ยื่นมาขางนอก 3 เมตร มีบันได 7 ขั้น กอนถึงองคพระ ธาตุ วงกบประตูสลักอยางดี มีรอ งรอยบัวแบบประตูโบราณ ทําดวยศิลาแทงใหญ บน ซุมประตูสลักลวดลายงดงาม ดานทิศเหนือเปนประตูเชนเดียวกับดานอื่นๆ แตซากที่ เหลืออยูเดนกวา ประตูดานอื่น ภายใตซุมขางบน สลักรูปพระนารายณบรรทมสินธุ ประดับดวยกนกกานขดออนชอยงดงาม สวนตรงมุมทั้งสี่ดานขององคพระธาตุ เปน รูปนาคหาเศียร ทําไดดีราวกับมีชีวิตจริง ตามตํานานกลาววา เมือ่ พระพุทธเจา เสด็จดับขันธปรินพิ พาน พระเจาสุวรรณ ภิงคาระไดทราบขาววา พระมหากัสสปะ เถระ พรอมดวยพระอรหันต 500 องค จะนําพระอุรงั คธาตุไปบรรจุไวทภี่ กู าํ พรา ที่ประดิษฐานพระธาตุพนม และจะตอง เสด็จยานสกลนคร ก็มีความศรัทธา ได ประชุมอํามาตยผใู หญ สรางพระเจดียไ ว สององค ไวคอยรับเสด็จ เพือ่ ขอสวนแบง พระบรมสารีรกิ ธาตุมาประดิษฐานไว เจดีย องคหนึ่งสรางไวที่พระราชอุทยานหลวง อยูบนเนินสูงดานทิศตะวันตก หางจาก พระราชวังสามพันวา โดยใหพระนาง เจงเวงเปนเจาศรัทธาสราง อีกองคหนึ่ง ใหอํามาตยผูใหญฝายชายเปนผูสราง ทํานองสรางแขงขันกันใหสราง เสร็จในคืนเดียว โดยถือเกณฑเมื่อดาว ประกายพรึกโผลพนขอบฟาเปนเวลา สิ้นสุดการกอสราง เมื่อตกกลางคืนฝาย

หญิงก็เอาโคมไปแขวนไวบนไมสงู ใหฝา ย ชายเขาใจวาดาวประกายพรึกขึ้นแลว ก็ เสียกําลังใจยังสรางไมเสร็จ ตองยอมแพ ไป สวนฝายหญิงทําเสร็จเพราะทําไดเต็ม เวลาและยังมีฝา ยชายซีง่ ระสํา่ ระสายมา ชวยสรางดวยเปนจํานวนมาก เมื่อพระ มหากัสสปะ พรอมทั้งพระอรหันต ได อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุผานมาถึง สกลนคร พระเจาสุวรรณภิงคาระไดขอ แบงสวนพระบรมสารีริกธาตุ แตพระ มหากัสสปะไดชี้แจงวา พระพุทธเจามี พระพุทธประสงคใหนําไปประดิษฐานที่ ภูกาํ พรา แตเพือ่ มิใหเสียศรัทธา พระมหา กัสสปะจึงใหพระอรหันตองคหนึง่ กลับไปนํา พระอังคารทีเ่ หลือจากการถวายพระเพลิง ที่เมืองกุสินารายณ มาประดิษฐานที่ พระธาตุเจดียนารายณเจงเวงแทน สวน พระเจดียท สี่ รางไมเสร็จ ก็ใหชอื่ วา พระ ธาตุภูเพ็ก

องคพระธาตุเชิงชุม และพระวิหาร

สิมหรืออุโบสถ วัดพระธาตุเชิงชุม

หอกลอง หอกลองหรือหอระฆัง เปน หอกลองสูงทัง้ หมดสามชัน้ สราง ขึ้นในป พ.ศ. 2503 โดยชาว เวียดนามที่ไดมาพํานักอาศัย ณ จังหวัดสกลนคร รวมใจกันสราง ขึ้นถวายองคพระธาตุเชิงชุมเพื่อ เปนพุทธบูชาเพื่อใชบอกเวลายามตางๆ

วัดปาอุดมสมพร อําเภอพรรณานิคม

ภายในวัดมี พิพิธภัณฑอาจารยฝน อาจาโร ลักษณะตัว พิพิธภัณฑเปนรูปเจดียฐานกลมกลีบบัวสามชั้น ภายในมีรูป ปนพระอาจารยฝนมีขนาดเทารูปจริง ในทานั่งหอยเทา และ ถือไมเทาไวในมือ มีตูกระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่องอัฐ บริขารที่ทานใชเมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเปนมา ตั้งแตเกิดจนมรณภาพ วัดปาอุดมสมพร เดิมเปนวัดรางมากอน พระอาจารยฝน ไดมาปฏิสังขรณขึ้น โดยรักษาสภาพเดิมและไดสรางโบสถนํ้า และถาวรวัตถุอนื่ ๆ รวมถึงเจดียพ พิ ธิ ภัณฑของทาน ซึง่ ศิษยเปน ผูสรางถวายบูชาพระอาจารยฝน อาจาโร ผูเปนพระอาจารย ที่หาที่เปรียบมิได การเดินทาง ใชทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) และเลีย้ วขวาผานตัวอําเภอพรรณนานิคม ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ประวัตพิ อสังเขป พระอาจารยฝน อาจาโร กําเนิดในสกุลสุวรรณรงค เมือ่ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่ตําบลบานมวงไข อําเภอพรรณานิคม และไดบรรพชาเปนสามเณรเมื่ออายุ 19 ป ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ 20 ป จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝายมหานิกาย ตอมาไดถวาย ตัวเปนลูกศิษยติดตามพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ในคราวเสด็จพระราชทานผาพระกฐินสวนพระองคครั้งแรกในปพุทธศักราช ๒๕๑๕ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวนมัสการถามหลวงพอพระอาจารยฝน มีความสําคัญดังนี้“ทํา อยางไร ประเทศชาติประชาชนจะอยูดีกินดี มีความสามัคคีปรองดองกัน” “ใหเขาหาพระ ศาสนา เพราะศาสนาสอนใหละชั่วกระทําความดี ทําใจใหผองใส” หลวงพอพระอาจารยฝน ถวายวิสชั นา“คนสวนมากทําดี คนสวนนอยทําชัว่ จะทําใหคนสวนมากเดือดรอนไหม ทําอยางไร จึงจะแกไขได”“ขอถวายพระพร ทุกวันนี้คนไมรูศาสนา จึงเบียดเบียนกัน ถาคนเรานึกถึงคน แลว ก็ไมเบียดเบียนกัน เพราะตองการความสุขความเจริญ คนอืน่ ก็เชนกัน คนทุกวันนีเ้ ขาใจวา ศาสนาอยูกับวัด อยูในตูในหีบ ในใบลาน อยูกับพระพุทธเจาที่ประเทศอินเดียโนน จึงไมสนใจ บานเมืองจึงเดือดรอนวุนวาย มองหนากันไมได ถาคนเราถือกันเปนบิดามารดา เปนพี่นองกัน แลวก็สบาย ไปมาหาสูกันได เพราะใจเราไมมีเวร เวรก็ไมมี ใจเราไมมีกรรม กรรมก็ไมมี ฉะนั้น ใหมีพรหมวิหารธรรม อยางมหาบพิตร เสด็จมานี้ ทุกอยางเรียบรอยหมด”

วัดปาสุทธาวาส

อําเภอเมืองสกลนคร ตรงขามศูนยราชการจังหวัด

ภายในวัดเปนที่ตั้งพิพิธภัณฑบริขาร พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต พิพิธภัณฑมี ลักษณะการกอสรางแบบสถาปตยกรรมสมัยใหมประยุกต สรางดวยกระเบื้องดิน เผา ภายในพิพิธภัณฑมีรูปหลอเหมือนองคของพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ในทานั่ง สมาธิ และมีตูกระจกบรรจุอัฐิของทานที่แปรสภาพเปนแกวผลึกใสสีขาว ยกฐาน สูง พื้นปูดวยหินออน พรอมทั้งตูแสดงเครื่องอัฐบริขาร รวมทั้งประวัติความเปน มาของทานตั้งแตเกิดจนมรณภาพ ประวัติ พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ทาน กําเนิดในสกุลแกนแกว ที่ตําบลโขงเจียม จังหวัด อุบลราชธานี บรรพชาเปนสามเณรเมือ่ อายุ 15 ป และอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ป ที่วัดเลียบ จังหวัด อุบลราชธานี ทานเปนพระทีย่ ดึ มัน่ ในปฏิมาธุดงค กรรมฐานเปนวัตร มีพระในสายเดียวกับทาน อีกหลายองคที่ไดเขามาปฏิบัติ และฝกวิปสสนา กรรมฐานตามแนวของทาน เชน หลวงปูฝน อาจาโร หลวงปูขาว อนาลโย หลวงปูแหวน สุจินตโน เปนตน ตอมาทานไดยา ยจากการธุดงคกรรมฐานเขา มาจํ า พรรษาทีว่ ดั ปาสุทธาวาส และมรณภาพเมือ่ รูปเหมือนพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ภายในพิพิธภัณฑ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 นอกจากนั้นยังมี พิพิธภัณฑหลวงปูหลุยส จันทสาโร ตั้งอยูในวัดปาสุทธาวาส สรางขึน้ เพือ่ บรรจุอฐั ธิ าตุหลวงปูห ลุยส (2444-2532) ซึง่ เปนพระเถระชัน้ ผูใ หญสาย วิปสสนา ศิษยของพระอาจารยมั่น หลวงปูหลุยส เปนผูที่มีปฏิปทาชอบจาริกไปใน ที่ตางๆ จนถึงวาระสุดทายแหงชีวิตทาน เมื่อทานมรณภาพและพระราชทานเพลิง ศพแลว พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ทรงมีพระราชกระแสวา “ควรสรางเจดีย ที่วัดปาสุทธาวาส อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้มีอัฐธิ าตุของพระอาจารยมนั่ ภูรทิ ตั ตเถระ ทานจะไดอยูใ กลกนั ” พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ฯ ทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯ รางแบบเจดียองคนี้ดวยพระองคเอง

พระอุโบสถ วัดปาสุทธาวาส

พิพิธภัณฑหลวงปูหลุย จันทสาโร (จันทสารเจติยานุสรณ)

แผนที่เสนทางธรรมะ


วัดพระธาตุภูเพ็ก อําเภอพรรณานิคม

ตั้งอยูที่ตําบลนาหัวบอ อําเภอพรรณนานิคม วัดพระธาตุภูเพ็กหางจากตัวอําเภอพรรณานิคม ประมาณ 31 กิโลเมตร และหางจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 22 มีทางรถยนตจากถนนเขาไปถึงหมูบ า นภูเพ็ก หรือแต เดิมเรียกชื่อ บานอาง ระยะทาง 10 กิโลเมตร เปน ทางลาดยาง และเปนระยะทางลาดยางขึ้นภูเพ็ก อีก 3 กิโลเมตร ซึ่งชวงนี้เปนเสนทางขึ้นภูเขาสูง คดเคี้ยวใหใชความเร็วอยางระมัดระวัง ผูที่จะไป นมัสการพระธาตุตองเดินขึ้นบันไดประมาณ 491 ขั้น จะถึงองคพระธาตุซึ่งสรางอยูบนยอดเขาภูพาน องคพระธาตุสรางดวยหินทราย อยูบนฐานศิลาแลง มีผงั เปนรูปสีเ่ หลีย่ มจัตรุ สั ยอมุม ดานหนาเชือ่ มตอกับ มณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผา ชั้นที่ 1 สูงประมาณ 1.58 เมตร ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 0.70 เมตร ตัวปราสาท สูง 7.67 เมตร ซึ่งยังสรางไมแลวเสร็จ ไมมีหลังคา และยอดปราสาท เพียงแตทําขื่อตั้งไวเทานั้น พระ ธาตุภูเพ็กสรางขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อ เปนศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเปนพุทธศาสนสถานและมีการยก เรือ่ งประวัตศิ าสตร การกอสรางไวในตํานานพระอุรังคธาตุ หรือตํานานพระธาตุพนม ซึ่งกลาวไววา พระธาตุภูเพ็กสรางโดยกลุมผูชายเพื่อแขงขันกับกลุมผูหญิงซึ่งสราง พระธาตุนารายณเจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจา แตกลุมผูช ายได ยุตกิ ารสรางเมือ่ เห็นดาวเพ็กบนทองฟา ซึง่ เปนกลลวงของกลุม ผูหญิงผูสรางพระธาตุ นารายณเจงเวง ปราสาทหลังนีจ้ งึ ไดชอื่ วา ปราสาทพระธาตุภเู พ็ก ตามชือ่ ดาว “เพ็ก”

คนโบราณจํานวนมากเชื่อวาโบราณสถานแหงนี้เกี่ยวพัน กับพุทธศาสนามาโดยตลอดถึง 4 ชวงสมัย สมัยที่ 1 กลาวถึง พระพุทธเจาเสด็จมาบริเวณที่เรียกวา “ดอยแทน” หลังจากที่ ไดทรงเทศนาธรรมแกพระสุวรรณภิงคารแลว สมัยที่ 2 หลังจาก พระพุทธเจาเสด็จปรินพิ พานแลวบรรดาชาวเมืองหนองหานหลวง และเมืองหนองหานนอยกออุโมงแขงขันกัน อุโมงเมืองหนองหาน นอย คือ องคพระธาตุภูเพ็กแหงนี้ สมัยที่ 3 พระมหากัสสัปะนํา พระอรหันต 500 รูป ไดนําอุรังคธาตุประดิษฐานที่ดอยแทนกอน แยกยายไปบิณฑบาต ในเมืองหนองหานหลวง หนองหานนอย และสมัยที่ 4 คือ สมัยหลังจากพระพุทธเจาปรินิพพานไปได 500 ป ทาวพระยาและฤาษี 2 ตน คือ อมรฤาษีและโบธิกฤาษี ไดนํากอนหินที่ดอยแทนไปรวมปฏิสังขรณพระธาตุ พนมดอย ภูกําพรา ความเชื่อดังกลาว ทําใหเกิดการเชื่อมโยง อธิบายสถานที่สําคัญๆ เชน 1. แคนแท เปนบริเวณลานหินขนาดกวางอยูหางจากตัวปราสาท ไปทางทิศตะวันตก สุดขอบไหลเขาที่ตั้งตัวปราสาท บริเวณแหงนี้มีทั้งกอนหิน ที่ถูกเครื่องมือโบราณสกัดขาด แลวเปนกอนขนาดใหญรอการเคลื่อนยาย และที่อยูระหวางสกัดเห็นเปนรองๆ จํานวนมาก แสดงใหเห็นวาชางผูสรางปราสาทแหงนี้มิไดนํากอนหินลามาจากเชิงเขาแตอยางใด แตหาก สกัดหินจากยอดเขาแหงนี้ดวยความพยายาม ที่เรียกบริเวณนี้วา “แคนแท” เพราะผูสกัดหิน ถูกเพื่อนๆ หลอกลวงวาอุโมงของสตรีที่หนองหานหลวงสรางเสร็จแลว ดาวเพ็กขึ้น แลวให วางมือจากการกอสราง ตอเมื่อรูวาเสียรูสตรีจึงมีแตความแคนในอก 2. ลานเพ็กมุสา เปนลานหินเล็กๆ อยูเชิงเขาไมหางจากบันไดทางขวามือ หรืออยูทางทิศ เหนือของสระแกว บริเวณนี้เชื่อวา บรรดาชายหนุมเห็นดาวเพ็ก ที่ฝายหญิงประดิษฐเปนโคม ไฟชักขึ้นไวเหนือยอดไม คลายดาวประกายพฤกษเชามืดที่ขึ้นขอบฟา 3. สระแกว มีอยู 2 แหง คือสระทีอ่ ยูด า นทิศเหนือหางจากพระธาตุหรืออาคารปราสาท 16 เมตร อยู ติดกับบริเวณลานหลังเขา 2 เมตร สระอีกแหงหนึ่งอยูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หางจากปราสาท 30 เมตร สระทั้งสองแหงกวาง 15 เมตร ยาว 20 เมตร นํ้าในสระแกวทิศ เหนือไมแหง ถือวาเปนสระนํา้ ศักดิส์ ทิ ธิ์ ในบริเวณยอดภูเพ็กยังมีถาํ้ ตางๆ อีกหลายแหงเหมาะ สําหรับนักทองเทีย่ วทีช่ อบเผชิญภัย เชน ถํา้ พลวง ถํา้ เปอย ถํา้ กบงา ถํา้ ซาววา ถํา้ เยือง เปนตน

วัดอภัยดํารงธรรม หรือ วัดถํา้ พวง

อําเภอสองดาว

ภายในวัดเปนทีต่ งั้ พิพธิ ภัณฑอาจารยวนั อุตตโม สรางเปนรูปทรงจตุรมุข 2 ชัน้ ประดับ ดวยหินออนทั้งหลัง ชั้นลางตกแตงเปนหองแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย ตั้งแตเกิด สวนชั้นบนมีรูปปนของทานในทานั่งขัดสมาธิ พรอมเครื่องสักการบูชาที่ตกแตง สวยงาม และตูกระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของทาน บริเวณใกลเคียงกันมีถํ้าพวงซึ่งเปน ที่ประดิษฐานพระมุจรินทรองคใหญ นอกจากนั้นยังมี สังเวชนียสถาน หมายถึง สถานที่ที่ทําใหเกิดความรูสึกระลึกถึง พระพุทธเจา เกิดความแชมชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทําความดี เมื่อไดไปพบเห็น สังเวชนียสถาน มี 4 แหง คือ สถานทีป่ ระสูติ สถานทีต่ รัสรู สถานทีแ่ สดงปฐมเทศนา สถานที่ ปรินิพพาน ทั้ง 4 แหงนี้ ทานวาเปนสถานที่ควรไปเคารพสักการะ ควรไปแสวงบุญ เพื่อให เกิดความสังเวชและเกิดพุทธานุสติ อันจักนํามาซึ่งบุญกุศลและความปลาบปลื้มแชมชื่นใจ

วัดดอยธรรมเจดีย

อําเภอโคกศรีสุพรรณ

วัดดอยธรรมเจดีย บานนาสีนวล ตําบลตองโขน เปนวัดปาสายปฏิบตั แิ นว หลวงปูม นั่ ภูรทิ ตั โต วัดนีเ้ ปน 1 ใน 4 วัด ทีห่ ลวงตามหาบัว ชมวาเปนมหาวิทยาลัย สงฆแหงภาคปฏิบตั ิ เพราะขอวัตรปฏิบตั ร คอนขางเครงครัดตามแบบฉบับกรรมฐาน สายนี้ เปนอีกวัดหนึ่งที่มีทัศนียภาพ สวยงามไปดวยปาเขา เนื่องจากสรางอยู บนภูเขามีบริเวณกวางขวาง บรรยากาศ สงบเรียบรมรื่นเหมาะแกการเขามา ปฏิบตั ธิ รรมกรรมฐาน จากประวัตวิ ดั แหง นี้สรางโดย “พระอาจารยกงมา จิรปุญโญ” หลังจากที่ทานไดสรางวัดปาวิสุทธิธรรม แลว นับวาเปนศูนยรวมจิตใจของประชาชนทัว่ ไปอยางดียงิ่ นอกจากนีย้ งั ประดิษฐาน องคพระพุทธรูปนอนองคใหญ ตราธรรมจักรปูนปนขนาดใหญ และชิ้นสวนโบราณ สถานสําคัญอีกหลากหลาย ทีส่ าํ คัญมีศาลาใหนงั่ พักผอนสงบกายใจและชมวิวทิวทัศน ไปพรอมๆ กัน

การเดินทาง ใชทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร ถึงอําเภอสวางแดนดินเลี้ยวซาย เขาอําเภอสองดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย พระเวสสันดร แลวเลี้ยวขวาไปวัดถํ้าอภัย ดํารงธรรมประมาณ 5 กิโลเมตร

ปจจุบนั นี้ หลวงพอแบน ธนากโร ทานไดพาํ นักอยูท วี่ ดั ดอยธรรมเจดีย หลวงพอแบน ธนากโร ทานเปนพระทีป่ ฏิบตั ดิ ี ปฏิบตั ชิ อบ กรอบดวยศีลและธรรม มีศลี าจาริยวัตรทีง่ ดงาม และยังคง รักษาขอวัตรปฏิบัติ ปฏิปทาของครูบาอาจารยพระกรรมฐาน สายหลวงปูมั่น ภูริทัตฺโต โดยมี หลวงปูก งมา จิรปุโฺ ญ ผูเ ปนบูรพาจารย พาประพฤติปฏิบตั สิ บื ทอดมา หลวงพอแบน ธนากโร นามเดิมทานชื่อ แบน นามสกุล กองจินดา เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 ตรงกับ วันเสารขึ้น 14 คํ่า เดือน 8 ปมะโรง ณ บานหนองบัว ตําบลหนองบัว อําเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี บิดาทานชือ่ นายเล็ก กองจินดา มารดาทานชื่อ นางหลิม กองจินดา ครัน้ พอถึงเกณฑ เขาโรงเรียนแลว บิดามารดาไดสงใหทานเขาศึกษาในโรงเรียนประจําหมูบาน จนจบประถม ศึกษาปที่ 4 ครั้นจบการศึกษาแลวทานก็ไดชวยบิดามารดาทําสวนทําไร เพราะในเขตจังหวัด จันทบุรีนั้น อาชีพหลักคือทําสวนเงาะ สวนทุเรียน การอุปสมบท เมื่ออายุ 21 ป หลวงพอ แบน ธนากโร ทานไดเขาไปศึกษาขอวัตรปฏิบัติกับหลวงปูกงมา จิรปุฺโญ ณ วัดทรายงาม อําเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเปนวัดประจําหมูบานของทาน พอทราบถึงขอวัตรปฏิบัติแลว หลวงปูกงมา จิรปุโฺ ญ จึงไดนําทานเขารับการอุปสมบทเปนพระภิกษุในทางพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ วัดเกาะตะเคียน ตําบลหนองบัว อําเภอเมือง จังหวัด จันทบุรี โดยมี พระอมรโมลี เปนพระอุปชฌาย พระครูพิพัฒนพิหารการ เปนพระกรรมวาจา จารยพระเมา เปนพระอนุสาวนาจารย การเดินทาง จากจังหวัดสกลนคร ไปตามถนนหมายเลข 223 เลีย้ วขวาเขาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร

วัดคําประมง อําเภอพรรณานิคม

ตัง้ อยูท บี่ า นคําประมง ตําบลสวาง อําเภอพรรณานิคม อาคารตางๆ สรางตามแบบสถาปตยกรรมสมัยใหม วัดนีเ้ ปน ที่วิปสสนาของพระครูสันติวรญาณ (หลวงปูสิม พุทธาโร) พระเกจิอาจารยชื่อดังรูปหนึ่งของไทย พระปพนพัชร จิรธัมโม (ภิบาลพักตรนิธี) เจาอาวาส วัดคําประมง เปนผูกอตั้งวัดคําประมงซึ่งเดิมเปนวัดปา ทางพระพุทธศาสนา รูจักในชื่อ วัดปาดอนขาม (พ.ศ. 2529) เมื่อ พ.ศ. 2547 ไดกอตั้ง “อโรคยศาล” เพื่อให บริการรักษาโรคมะเร็งดวยสมุนไพรไทยและธรรมบําบัด โดยผสมผสานการรักษาของแพทยแผนปจจุบันและแผนทางเลือกแบบธรรมชาติบําบัดดวย สมุนไพร มนตราบําบัด สมาธิบําบัด ดนตรีบําบัด การแพทยแผนจีน อยางเปนองครวมดวย หัวใจความเปนมนุษย ใหการรักษาพยาบาลผูปวยโดยไมเสียคาใชจาย ไมมีการเรียกเก็บเงิน คารักษาพยาบาลกับผูปวยใดๆ ทั้งสิ้น คาใชจายทั้งหมดมาจากเงินบริจาคของผูมีจิตศรัทธา นับตั้งแตป พ.ศ. 2548 ถึงป พ.ศ. 2550 ใชงบประมาณเพื่อผูปวยไปแลว 30 ลานบาท “อโรคยศาล” มีผูปวยเขามารับการรักษา กวา 650 คน กวาครึ่งสามารถกลับบานไปอยูกับ ครอบครัวไดอยางมีความสุข หรือเลือกตายไดอยางมีศักดิ์ศรี อโรคยศาล วัดคําประมง จังหวัดสกลนคร สถานบําบัดโรคมะเร็งเปนอีกทางเลือกหนึ่ง สําหรับผูป ว ยมะเร็งและญาติ ไดตดั สินใจเขารับการบําบัดเยียวยารักษา พยาบาลทัง้ กายใจ และ จิตวิญญาณ โดยผูปวยไมตองเสียคาใชจายในการรักษา คายา คาที่พัก คาหมอ คาพยาบาล คานํ้า คาไฟ แตประการใด ทั้งยังเปนสถานที่หลอมรวมความรัก ความเมตตาความเสียสละ อยางทุมเทของจิตอาสาทั้งหลายที่เขามาชวยเหลือกันคนละไม คนละมือ ตามความถนัดของ ตนเองในการดูแลผูอื่น และญาติมิตรที่เขามาพักรักษาตัว ณ อโรคยศาลาแหงนี้ ปจจุบันนี้ผูปวยและญาติตองมาทํากิจกรรมรวมกัน ทั้งในครอบครัวเดียวกันและตาง ครอบครัว โดยใหทกุ คนมีความสุขกอน และคอยรักษาทัง้ แผนทางเลือก แผนไทย แผนปจจุบนั ทีเ่ ปนอาสาสมัครจากสถาบันอืน่ เขาไปรวมกันเพือ่ ดูแลผูป ว ย คาใชจา ยทัง้ หมดมาจากเงินบริจาค ทั้งสิ้น ไมมีเรี่ยไรขายของใหกับคนไขหรือญาติ บทสรุปอยูที่ผูปวยระยะสุดทายสามารถเผชิญ ความตายอยางสงบ สิ้นทุกขทรมานครอบครัวเครือญาติหมดทุกข สิ้นกังวลกับการจากไปของ ผูปวย ทั้งยังการสรางคุณภาพในการดูแลผูปวยอีกดวย การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-พรรณานิคม) ประมาณ 37 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางอําเภออากาศอํานวยอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดปาสุทธาวาส วัดพระธาตุนารายณเจงเวง วัดปาอุดมสมพร วัดพระธาตุภูเพ็ก วัดคําประมง วัดถํ้าขาม วัดอภัยดํารงธรรม วัดดอยธรรมเจดีย

วัดถํ้าขาม

อําเภอพรรณานิคม

ตัง้ อยูบ นภูขาม ชาวบานมักเรียกวา ภูคาํ ขาม อยูใ นเขต บานคําปา เปนเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน วัดถํ้าขาม นีเ้ ดิมเปนทีป่ ฏิบตั ธิ รรมของพระอาจารยฝน อาจาโร ทาน ไดจาํ พรรษาอยูท วี่ ดั นีจ้ นถึงประมาณ พ.ศ. 2507 เมือ่ ทาน อาพาธจึงไดไปจําพรรษาทีว่ ดั ปาอุดมสมพร นอกจากนีย้ งั เปนวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารยเทศก เทศรังสี ซึ่งมี ผูคนยังเดินทางมาสักการะบูชาอยูเปนประจํา วัดถํ้าขามหรือภูขาม ตั้งอยูบนสันเขาภูพาน มี บรรยากาศรมรื่นงดงาม เปนอนุสรณวา หลวงปูเทสก ไดเคยมาจําพรรษาอยู ณ ที่นี้ และที่ตั้งของเทสกเจดีย เทสรังสีอนุสรณ เปนสถาปตยกรรม แบบเจดียจัตุรัสมุข ตามแนวศิลปกรรมอีสานผสมกับอยุธยา ภายในประดิษฐาน รูปหลอสําริดหลวงปูเทสก เทสรังสี ภายในวัดมีกุฏิเดิม ของหลวงปูฝน อาจาโร ซึ่งหลวงปูเทสก ไดมาจําพรรษา จนกระทั่งละสังขาร ณ ที่นี้ เมื่อป พ.ศ. 2537 ปจจุบัน ไดทําหุนเหมือนหลวงปูเทสก หลอดวยไฟเบอรกลาส ใน อิรยิ าบถนัง่ เกาอีใ้ นกฏิเพือ่ จําลองเหตุการณประหนึง่ วาหลวง ปูยังมีชีวิตอยู ตํานานของวัดถํ้าขามมีมากมายตั้งแตสมัย ทีเ่ รายังเด็ก สมัยหลวงปูฝ น ยังมีชวี ติ อยูเ ราจําไดตอนทีเ่ รา ตามคุณยาไปจําศีลในวันพระและไดชวยขนหินขนทราย ขึ้นไปทํากุฏิพระในวันหยุดเสาร-อาทิตย มีคนเฒาคนแก เลาใหฟงตอนที่หลวงปูฝนเดินธุดงค มาอยูใหมๆ มีเสือ แมลูกออนอาศัยอยูในถํ้าอยูแลวแตดวยบุญบารมี หรือ อะไรก็ไมรู เสือแมลูกออนยอมสละถํ้าใหหลวงปูอยู และ ไดสรางเปนที่ปฏิบัติธรรมเปนวัดถํ้าขามมาจนทุกวันนี้ การเดินทาง ใชเสนทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวง หมายเลข 22) ประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซายเขา ทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร กอนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไป ประมาณ 30 กิโลเมตร

วดัเมอืงสกลนคร

จัดทำโดย จังหวัดสกลนคร สอบถามขอมูลการทองเที่ยว สำนักงานประชาสัมพันธจังหวัดสกลนคร ศาลากลางจังหวัดสกลนคร ถนนศูนยราชการ โทรศัพท 0 4273 3770 โทรสาร 0 4271 7789 สำนักงานการทองเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร สนามกีฬาเทศบาลเมือง ถนน ไอ.ที.ยู. โทรศัพท 0 4272 8236 โทรสาร 0 4272 8165 http://sakonnakhon.mots.go.th

จังหวัดสกลนคร

เส้นทางธรรมA3  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you