Page 1


food stylist words pruet termpaisit styling apinya whangdee photograph phaitoon boonsong

คีบเส้นมาติดเป็นปก

เดือนนี้ถือว่าหินสำหรับผมมากๆ ครับ เราเริ่มไอเดียโดยคิดจะเอาเมนูเส้น ใส่ในขวดแก้วจัดแนววิทยาศาสตร์แบบล้ำๆ แต่กลัวว่าจะล้ำจนเกินไป

จึงขอคิดใหม่ ระหว่างที่เราหาเหตุผลให้กับการสร้างสรรค์ เชื่อไหมครับ ใครว่าความบังเอิญไม่มีในโลก เพราะความบังเอิญที่ได้มาจากพี่ช่างภาพ และพี่กราฟิกดีไซเนอร์ที่ระเบิดไอเดียอันบรรเจิดขึ้นมาให้ผมได้สัมผัสแบบ ไม่ทันตั้งตัว บรรเจิดสุดๆ ไปเลยครับ

54 foodstylist


การจัดวางองค์ประกอบเกี่ยวกับเส้น มีแนวคิดจาก movement ธรรมดาๆ ขณะที่

พี่เตย-วรรณศักดิ์ ศิริทรัพย์ ช่างภาพคีบเส้น ก๋วยเตี๋ยวรับประทานมีเส้น ผัก และชิ้นหมูติด ขึ้นมาพร้อมๆ กัน พี่กราฟิกดีไซเนอร์ก็วาดรูป ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยว การผนวกรวมของ

ไอเดียได้การจัดวางองค์ประกอบใหม่ที่มีความ น่าสนใจ โดยอาศัยความแตกต่างกันของเส้นทั้ง 3 ชนิด ซึ่งเป็นเส้นที่มาจากเมนูในคอลัมน์ dish of the month ทั้งเรื่องของสีสัน ขนาด และ รสชาติ เติมความสมบูรณ์แบบไว้ด้านบนเส้น ด้วยวัตถุดิบที่ตัวแต่งแต้มสีสันอีกเล็กน้อยด้วย ดอกไม้ สี ส วยๆ และยอดผั ก เล็ ก ๆ (micro cress) และจะให้เมนูนี้โดดเด่นมากขึ้นต้องจัด วางลงบนพื้นหลังสีดำสนิท เพื่อช่วยขับเน้นตัว อาหารให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น 55 foodstylist


chic dessert words & recipe & styling chef non (Instragram: nonshiro) photographs phaitoon boonsong

Churros - The Spanish Fried Eclair 50 foodstylist


churros หรือ ซูโรส เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะเคยรู้จักและเคยลิ้มลองขนม ตัวนี้นะครับ แต่อาจจะยังไม่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในเมืองไทยมากนัก ซึ่งประวัติของ Churros บ้างก็ว่าเป็นขนมของประเทศสเปน บ้างก็ว่า โปรตุ เ กสครั บ ถ้ า จะพู ด ว่ า เป็ น แอลแคร์ ท อดก็ ค งจะไม่ ผิ ด นั ก เพราะ กรรมวิธีทำและส่วนผสมก็คือการทำ choux pastry หรือแป้งชูที่เรานำมา ทำแอลแคร์นั่นเองครับ จะแตกต่างก็ตรงนำมาทอดแทนการนำไปอบ รูป ร่างของเจ้าขนมชนิดนี้จะเป็นแป้งทอดเส้นยาวๆ ผิวจะเป็นเกลียวแฉกๆ เพราะว่าใช้หัวบีบรูปดาวในการบีบนั่นเอง เรามาดูวิธีทำกันเลยครับ

churros

ส่วนผสม น้ำเปล่า 125 มิลลิลิตร / นม 125 มิลลิลิตร / เนย 100 กรัม / เกลือ 4 กรัม / น้ำตาลทราย 4 กรัม / แป้งอเนกประสงค์ 150 กรัม / ไข่ไก่ 3-4 ฟอง / อบเชยผงปริมาณเล็กน้อย / น้ำมันพืช สำหรับทอด chef non วิธีทำ นำน้ำเปล่า นม เนยจืด เกลือ และน้ำตาลทราย มาต้มให้เดือด ให้

ทุกอย่างละลายเข้ากัน พอเดือดแล้วยกลงจากเตา ใส่แป้งอเนกประสงค์ ลงไปจนหมดทีเดียว ใช้พายยางคนแรงๆ จนส่วนผสมเริ่มจับตัวกันเป็นก้อ นกลมๆ และเริ่มที่จะไม่ติดขอบหม้อ นำกลับตั้งเตาไฟอ่อน ใช้พายยางคน ไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มแห้ง จะสังเกตได้จากมีคราบบางๆ ติดที่ขอบ หม้อ แล้วจึงยกลงจากเตา ถ่ายใส่อ่างผสม คนไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการ คลายความร้อนให้กับส่วนผสม หลังจากนั้นค่อยๆ ใส่ไข่ทีละฟองแล้วผสม ไข่ให้เข้ากับส่วนผสม อาจใช้ไข่ 3-4 ฟอง ผสมให้เข้ากันจนส่วนผสม

เริ่มเหลวนุ่มขึ้นและมีความมันวาว ให้ดูจากการตักส่วนผสมขึ้นมาแล้ว ปล่ อ ยให้ไหลกลั บ ลงไปในอ่ า งผสม ถ้า ส่ ว นผสมขาดออกจากกันทั นที แสดงว่าไข่ยังน้อยไป ถ้าส่วนผสมไหลต่อเนื่องลงไป ปลายยืดเป็นมุม แหลมก็เป็นอันใช้ได้ครับ นำส่วนผสมมาใส่ถุงบีบ หัวบีบรูปดาวเตรียมไว้ เตรียมน้ำมันพืชสำหรับทอด ปริมาณกะเอานะครับ ไม่มากไม่น้อยไป สำหรับการทอดใช้ไฟปานกลางครับ รอจนน้ำมันพืชอุณหภูมิประมาณ 160 องศา (หรืออาจจะลองบีบส่วนผสมเล็กน้อยลงไป ถ้าอุณหภูมิได้ที่ ส่วนผสมจะจมลงไปในน้ำมันแล้วลอยขึ้นด้านบนทันทีพร้อมกับเกิดฟอง ขึ้นรอบๆ ขนมที่ทอด) ค่อยๆ บีบส่วนผสมลงไป ความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว หรือแล้วแต่ขนาดหม้อที่ใช้ทอดนะครับ พอได้ความยาวที่ต้องการก็ใช้ กรรไกรตัด ทอดอย่าให้สีเข้มจนเกินไปครับ อย่าลืมพลิกด้านทอดนะครับ สีจะได้สม่ำเสมอ เมื่อได้ที่นำมาพักบนกระดาษซับน้ำมัน แล้วนำไปคลุก กับน้ำตาลผสมกับผงอบเชยครับ หรือใครจะใช้วิธีโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งก็ ได้ครับ เวลาทานนิยมนำมาจิ้มกับซอสช็อกโกแลต หรือสตรอว์เบอร์รี่ก็ได้ครับ รสชาติหวานๆ มันๆ อร่อยดี แต่ถ้าจะให้อร่อยก็ต้องทำร้อนๆ แล้วทาน เลยครับ จะกรอบนอกนุ่มใน เพราะรอให้เย็นจะไม่กรอบ และไม่อร่อย เท่าทานร้อนๆ ครับ 51 foodstylist


chef we love words rina photographs wannasak sirisab

“รักในสิ่งที่เราทำและทำให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะออกมาดี ถึงวันนั้นเราจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลย”

Chef Renu Homsombat (เชฟเรณู หอมสมบัติ) Corporate Saffron Chef at BANYAN TREE Bangkok

58 foodstylist

จากร้านขายข้าวแกงเล็กๆ ของครอบครัวที่ได้ คลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก เกิดการซึมซับและหลงรัก ในอาหารไทย จึงเป็นสาเหตุให้เชฟเข้าสู่เส้นทาง สายงานเชฟ ปัจจุบันเชฟเรณู หอมสมบัติ เป็น ผู้ดูแล “แซฟฟรอน” ห้องอาหารไทยซิกเนเจอร์ ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ และดูแลห้อง

อาหารแซฟฟรอนทั้งหมดทุกสาขาทั่วโลก นอกจาก นี้ยังได้มีโอกาศไปร่วมงานกับเชฟมิชลินสตาร์ที่ เยอรมันทุกๆ ปี ประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 20 ปี เชฟได้นำมาปรับใช้ในการครีเอตเมนูให้ดีขึ้น อยู่เสมอ บอกได้เลยว่าเสน่ห์ปลายจวักของเชฟ เรณู หากใครได้มาลองเป็นต้องหลงใหลทุกราย ความพิเศษของเมนูวันนี้คือ แกงกะทิปู เมนูนี้ เป็ น การผสมผสานระหว่ า งภาคใต้ แ ละภาค กลางไว้ด้วยกัน เชฟใช้พริกแกงที่ตำเอง มีขมิ้น พริกเหลือง พริกแดง พริกแห้ง ข่า และตะไคร้ สมุนไพรทั้งหมดมาตำรวมกัน ซึ่งเป็นสูตรของ โรงแรม ตัวกะทิจะไม่มันมาก เพิ่มความสดและ หอมของแกงปูโดยใส่ใบชะพลูสดลงไปในน้ำแกง ด้ ว ย เมื่ อ กิ น กั บ ขนมจี น ก็ จ ะดู ค ล้ า ยขนมจี น น้ำยาปู เสิร์ฟมาร้อนๆ เมื่อเปิดฝาออก กลิ่นของ ใบชะพลูและเครื่องแกงก็โชยกลิ่นหอมฟุ้งปะทะ จมู ก เข้ า อย่ า งจั ง รู้ สึ ก ได้ ทั น ที ว่ า ต้ อ งอร่ อ ย แน่นอน แบบนี้กระมังที่เรียกว่าเสน่ห์ปลายจวัก แค่กลิ่นหอมก็สยบแล้วทุกราย ด้วยรสชาติอัน จัดจ้านของแกงใต้ จึงจัดเสิร์ฟคู่กับไข่ต้มเพื่อ ช่วยตัดรสเผ็ดลง จากนั้นน้ำแกงที่เต็มไปด้วย เนื้อปูก็ถูกราดลงบนขนมจีนและไข่ต้ม ตักทั้ง หมดทานพร้ อ มกั น บอกได้ ค ำเดี ย วว่ า ว้ า ว! อร่อยสุดยอด

เชฟกล่าวทิ้งท้ายว่า “อาหารที่เราทำออกไปทุก จาน พี่เชื่อว่าถ้าเราทำออกไปจากใจจริงๆ แล้ว ทำให้แขกมีความสุขจริงๆ อันนั้นจะเป็นอะไรที่ ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่ทำให้เรามีความสุข และ นั่นคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้สำหรับเรา ทำอย่างไร ให้แขกออกไปแล้วก็อยากกลับเข้ามาอีก ถ้ารัก ในสิ่งที่เราทำและทำให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะ ออกมาดี ถึงวันนั้นเราจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลย”

แกงกะทิเนื้อปู

ส่วนผสม เนื้อปูต้ม 100 กรัม / พริกแกงแดง 50 กรัม / กะทิ 1 1/2 ถ้วย / ใบชะพลู 10 ใบ / พริกชี้ฟ้า 10 กรัม / น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ / น้ำตาล 1

ช้อนโต๊ะ / ใบมะกรูด 5 ใบ / ไข่ไก่ (ต้มสุก) 1-2 ฟอง / ขนมจีน 50 กรัม วิธีทำ 1. นำหม้อตั้งไฟ ใส่กะทิลงไปครึ่งถ้วย ใส่พริก แกงลงไปผัดกับกะทิจนกลิ่นหอมและแตกมัน 2. ใส่กะทิที่เหลือลงให้หมด พอเดือดใส่เนื้อปูลง ไป ตามด้วยพริกชี้ฟ้าหั่น และใบมะกรูดฉีก 3. ปรุ ง รสด้ ว ยน้ ำ ปลา น้ ำ ตาลเล็ ก น้ อ ย ให้ ออกรสหวาน พอเดือดอีกครั้งใส่ใบชะพลูลงไป 4. ตักใส่ภาชนะสำหรับเสิร์ฟ จากนั้นนำขนมจีน มาม้วนให้พอดีคำ ผ่าไข่ต้มจัดใส่จาน เสิร์ฟเป็น เครื่องเคียงของแกงปู


แกงกะทิเนื้อปู


chef we love

word andaman photographs phaitoon boonsong

“ความสนุกเวลาทำอาหารคือการใส่ลูกเล่น

ลงไปในเมนู การทำอาหารไม่ควรจะให้ยุ่งยากมาก ให้มันง่ายๆ เพราะถ้ายากคุณก็จะไม่อยากทำ

แต่พอมันง่าย คุณก็ทำได้บ่อยๆ

แค่รู้สึกสนุกกับมันก็พอ”

Sven Erik Renaa Award Winning Chef of The Andre Engh’s Golden Pin 2008 สเว็ น อี รี ค เรโน เชฟผู้ เ ชี่ ย วชาญอาหาร

นอร์เวย์เจ้าของรางวัล The Andre Engh’s Golden Pin 2008 มีโอกาสเดินทางมาเมือง ไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การทำอาหาร จากวัตถุดิบธรรมชาติ เชฟสเว็น จัดได้ว่าเป็น เชฟที่มีชื่อเสียงมากในเวทีการประกวดอาหาร ระดับสากลของนอร์เวย์ เขาเคยเป็นอดีตหัวหน้าทีมชาตินอร์เวย์ในการ แข่ ง ขั น ประกอบอาหารโอลิ ม ปิ ก Culinary Olympics, Erfurt 2008 และชนะเลิศการ

แข่งขันประกอบอาหารจากปลา (Best Fish Dish in Bocuse d’Or 2007) ซึ่งถือเป็น รางวัลระดับโลกสำหรับเชฟ ที่สำคัญเขายังเป็น เจ้ า ของภั ต ตาคารที่ มี ชื่ อ เสี ย ง 3 แห่ ง ใน นอร์เวย์อีกด้วย

60 foodstylist

เชฟสเว็น ผูกพันกับอาหารทะเลของนอร์เวย์ อย่างมาก เห็นได้จากวัตถุดิบที่เขาเลือกใช้ใน ภัตตาคารของเขาเอง และเอกลักษณ์ในเลือก นำวั ต ถุ ดิ บ จากธรรมชาติ ม าใช้ ใ ห้ ม ากที่ สุ ด พร้อมกับนำเสนอที่ง่ายที่สุด “ผมจะพยายามใช้ ของปรุงแต่งน้อยมาก อะไรที่สามารถใช้ของ ธรรมชาติได้ ผมก็จะนำมาดัดแปลง อย่างเมนูที่ นำเสนอในครั้งนี้ เส้นที่อยู่บนจานมองครั้งแรก ทุกคนจะคิดว่ามันคือเส้นพาสต้า แต่พอได้กินจะ ต้ อ งประหลาดใจและต้ อ งคิ ด แล้ ว ว่ า สิ่ ง นี้ คื อ อะไร มันทำมาจากอะไรกันแน่ ซึ่งเส้นที่เห็นผม ใช้หัวไชเท้าหั่นเป็นเส้นให้เหมือนเส้นพาสต้าแค่ นั้นเอง ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย แค่คุณต้องคิดให้ แตกต่างเท่านั้น” อย่างเมนู Lightly Smoked Norwegian White Halibut Norwegian King Crab and Oyster “linguini” แน่นอนว่า ปลาฮาลิบัท พระเอกหลั ก ของจานเป็ น ที่ รู้ จั ก กั น ดี ใ นฐานะ ราชินีของปลาจากประเทศนอร์เวย์ เพราะอุดม ไปด้ ว ยเนื้ อ เชฟก็ ใ ช้ ก ารปรุ ง ที่ น้ อ ยที่ สุ ด เพื่ อ รักษารสชาติความหวานของปลาให้คงอยู่ “เมนู นี้ผมนำปูยักษ์และปลาฮาลิบัทจากนอร์เวย์มา เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ผมรู้สึกตื่นเต้น ทุ ก ครั้ ง ที่ น ำเอาวั ต ถุ ดิ บ เหล่ า นั้ น ไปแสดงนอก ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเมนูนี่มีเสิร์ฟในภัตตาคาร ของผมที่นอร์เวย์ด้วย” “ความสนุกเวลาทำอาหารคือการใส่ลูกเล่นลง ไปในเมนู การทำอาหารไม่ควรจะให้ยุ่งยากมาก ให้มันง่ายๆ เพราะถ้ายากคุณก็จะไม่อยากทำ แต่พอมันง่าย คุณก็ทำได้บ่อยๆ แค่รู้สึกสนุกกับ มันก็พอ”

Lightly Smoked Norwegian White Halibut Norwegian King Crab and Oyster “linguini”

ส่วนผสม Lightly Smoked Norwegian White Halibut เนื้อปลาฮาลิบัท 300 กรัม / น้ำตาล 40 กรัม / เกลือ 60 กรัม / สาหร่ายทะเลแห้ง 50 กรัม วิธีทำ 1. หมักปลาฮาลิบัทด้วยเกลือและน้ำตาลนาน ประมาณ 20-30 นาที และกลับด้านหลังอีก 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำเย็น ซับให้แห้ง 2. รมปลาฮาลิ บั ท ด้ ว ยความเย็ น ที่ อุ ณ หภู มิ

18 องศาเซลเซียส 10 นาที นำมาพัก แล้ว

ตัดออก 4 ส่วน 3. ตั้งกระทะให้ร้อน เติมน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ วางปลาฮาลิบัทลงในกระทะแล้วตามด้วยเกลือ รอ 1 นาที โ ดยไม่ ต้ อ งพลิ ก ปลาจนปลาเริ่ ม เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน 4. นำปลาออกจากกระทะแล้วโรยด้วยสาหร่าย ทะเลป่น จากนั้น นำสาหร่ายทะเลมาบดด้วย เครื่องบดเมล็ดกาแฟ พักไว้ ส่ว นผสม Norwegian King Crab and Oyster “linguini” เนื้อปูยักษ์นอร์เวย์สุก 300 กรัม / หัวไชเท้าหั่น เป็นเส้น 200 กรัม / หอยนางรมพร้อมน้ำจาก หอย 100 กรัม / น้ำมันพืช 100 มิลลิลิตร / น้ำ มะนาวเพื่ อ ปรุ ง รส เล็ ก น้ อ ย / เกลื อ และ

พริกไทยดำ ตามชอบ วิธีทำ ผสมหอนนางรมและน้ ำ มั น พื ช ปรุ ง รสด้ ว ย มะนาว ผสมหัวไชเท้า ปูยักษ์ และปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทยดำ


Lightly Smoked Norwegian White HalibutNorwegian King Crab and Oyster “linguini�


chef we love

word andaman photographs wannasak sirisab

“สิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นเชฟของผมคือ

ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และผมก็มีความสุข ที่ได้นำสิ่งที่ผมรู้มาสอนคนรุ่นหลัง สอนจน

เขาสามารถเก่งได้ พอเขาเก่ง เขาทำงานแทนผมได้ ผมก็มีเวลาออกไปหาไอเดียใหม่ๆ” “หลังจากที่ผมพบว่า การเป็นเชฟคงเป็นอาชีพ ที่ใช่ ผมก็ได้ไปทำงานที่โรงแรมแมริออทแปดปี ที่สิงคโปร์โรงแรมนี้มีชื่อเสียงด้านการทำอาหาร จี น มาก ระหว่ า งนั้ น ผมก็ ไ ด้ รั บ เลื อ กจากการ

ท่ อ งเที่ ย วสิ ง คโปร์ เ พื่ อ บิ น ไปอิ น เดี ย โปรโมต

อาหารจี น กลั บ มาก็ ไ ด้ ม าทำงานที่ แ กลอรี่

โฮเทล เป็นบูติกโฮเทล ที่นั่นผมได้เรียนรู้การทำ อาหารประเทศอื่นๆ ช่วยให้การทำอาหารของ Adrian Chua ผมเปิดกว้างขึ้น ผมก็เริ่มใช้การนำเสนออาหาร Executive Chinese Chef, Mandopop แบบตะวันตกมาให้กับอาหารจีน ก่อนที่จะได้มา ทำงานที่ห้องอาหารนี่ ผมเคยไปอยู่ที่เชอราตัน อาหารจีนในความรู้สึกของคนไทย คืออาหารที่ สตาร์ วู้ ด ที่ นิ ว เดลี และได้ ร างวั ล Best อุดมไปด้วยน้ำมัน แป้ง และตามมาด้วยความ Chinese Restaurant in New Dali เลี่ยน แต่ด้วยประสบการณ์และความใส่ใจของ เชฟ Adrian Chua เชฟชาวสิ ง คโปร์ ผู้ “คนจะมองว่า อาหารจีน น้ำมันเยอะ แป้งเยอะ เชี่ยวชาญการทำอาหารจีนมากกว่า 20 ปี ได้ ผมเลยอยากจะปรั บ เปลี่ ย นให้ อ าหารจี น เป็ น นำเสนออาหารจีนในรูปแบบใหม่ ที่ยังรสชาติ อาหารที่เบาและมีประโยชน์มากขึ้น ในขณะที่ แบบต้ น ตำรั บ แท้ ๆ แต่ น ำเสนอในรู ป แบบ รสชาติ ก็ ยั ง คงเป็ น อาหารจี น แท้ ๆ เราก็ แ ค่ โมเดิร์นและยังเข้าทางคนรักสุขภาพที่ชื่นชอบ เปลี่ยนวัตถุดิบหรือวิธีการนำเสนอให้โมเดิร์นขึ้น อาหารจีน ผมจะเน้นเรื่องสุขภาพ อย่างติ่มซำหรือฮะเก๊า ผมจะใช้สีเขียวของผักโขม นำไปปั่นให้ละเอียด เชฟ Adrian เริ่มต้นอาชีพเชฟตอนอายุ 20 แล้วผสมลงในแป้ง หรือสีชมพูผมก็นำมาจาก ด้วยการทำงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารฮ่องกงที่ บีทรูต สิงคโปร์ แต่ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ ภายในหนึ่งปี เขาได้รับการโปรโมตถึง 2 ครั้ง “เทคนิคต่างๆ ผมก็จะครีเอตขึ้นมาเอง บางครั้ง จนเขาคิดว่านี่คงเป็นทางของเขา ก็ผมก็ดูจากหนังสือ บางครั้งผมก็ได้ไอเดียตอน อยู่ในครัว มองดูจานว่าจะจัดวางยังไงดี ก็ลอง ไปเรื่ อ ยๆ คนจะเป็ น เชฟได้ ต้ อ งมี ค วามเป็ น ศิ ล ปิ น ต้ อ งมี ค วามคิ ด สร้ า งสรรค์ แต่ ก ารมี ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ บางครั้งก็ต้องเกิด จากการช่วยกันคิดกันทีม หรือบางทีไปหาอะไร กินแล้วเห็นก็จะคิดแล้วว่า เราจะสามารถนำมา ปรับใช้กับอาหารของเราอย่างไรบ้าง

62 foodstylist

“เมนู นี้ ผมลองนำโปรตี น มาใช้ ท ดแทนในไข่ เพราะมี ค วามเหนี ย วเหมื อ นกั น และยั ง มี ประโยชน์ด้วย ตัวหอยเชลล์เองก็อุดมไปด้วย โปรตีนเนื้อจะคล้ายปลา มีความเหนียว และ เมื่อทำออกมา เท็กซ์เจอร์จะเหมือนก๋วยเตี๋ยว แล้วก็ใช้วิธีการทำไอซิ่งบนเค้กคือนำส่วนผสม มาใส่ในถุงบีบ ตัดปลาย แล้วบีบออกมาให้เป็น เส้นลงในน้ำเดือด ส่วนซุปเป็นน้ำสต็อกใช้เวลา แปดชั่วโมง เราใช้เนื้อหมู ไก่ ยูนานแฮม แล้วก็ ตุ๋ น โดยใช้ ไ ฟน้ อ ย เป็ น เมนู ที่ เ บามากแต่ ห นั ก ด้วยประโยชน์ “สิ่ ง ที่ ดี ที่ สุ ด ในการเป็ น เชฟของผมคื อ ผมได้ เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และผมก็มีความสุขที่ได้ นำสิ่ ง ที่ ผ มรู้ ม าสอนคนรุ่ น หลั ง สอนจนเขา สามารถเก่งได้ พอเขาเก่งเขาทำงานแทนผมได้ ผมก็มีเวลาออกไปหาไอเดียใหม่ๆ”

Scallop Noodle in Superior Stock

ส่วนผสม หอยเชลล์ 600 กรัม / ไข่ขาว 100 กรัม / เกลือ เล็กน้อย / พริกไทยป่น 1 ช้อนชา / น้ำมันงา 1 ช้อนชา วิธีทำ 1. ใส่หอยเชลล์และไข่ขาวแล้วปั่นให้ละเอียด เข้ากันดี 2. เติมเครื่องปรุงแล้วปั่นอีกรอบ 3. เสร็จแล้วตักใส่ถุงบีบ ตัดปลายตามขนาด เส้นที่ต้องการ 4. ต้มน้ำให้เดือดแล้วค่อยๆ บีบลงให้เป็นเส้น อย่าให้ขาด และเมื่อสุกแล้วเล้นจะลอยขึ้นมา


Scallop Noodle in Superior Stock


coffee break words rina photographs wannasak sirisab

มุมโซฟานุ่มกับโต๊ะไม้ ติดผนังสีขาว ที่เพนต์ลาย การ์ตูนน่ารัก

Two Spoons Tale เรื่องเล่าของช้อน 2 คัน สัญลักษณ์ช้อน 2 คัน ตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของ 2 พี่น้องที่ชอบตระเวนหาของกิน และชอบ ทำขนม จนในที่สุดก็ได้เปิดร้านขายขนมขึ้น ด้วยคอนเซปต์ร้านที่เป็นเหมือน ห้องนั่งเล่นของตัวเอง การตกแต่งจึงได้ใส่ความชอบสไตล์ญี่ปุ่นลงไป ขนมทุกตัวในร้านเป็นแบบโฮมเมดและผ่านการปรับ สูตรเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจกลุ่มลูกค้า ขอการันตีว่าเมื่อใครได้มาชิมเป็นต้องตกหลุมรัก ความอร่อยแรกที่ถูกจัดเสิร์ฟ “cookie choux cream” มีหน้าเป็นเนื้อแป้งคุกกี้ ได้เท็กเจอร์กรอบ และหวานนิดหน่อย ตัวไส้เป็นเนื้อครีมข้นใส่เม็ดวานิลลา หอม หวานละมุน อร่อย ต่อมาเป็น “nutella chocolate lava” เค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่ม ซ่อนไส้ช็อกโกแลตอุ่นๆ ไว้ข้างใน พิเศษด้วย นูเทลล่าเข้มข้นถึงรสช็อกโกแลตกินคู่กับไอศกรีม วิปปิ้งครีมและสตรอว์เบอร์รี่สด เข้ากันได้ดีสุดๆ และอร่อยสุดท้าย คือ “white chocolate cheese cake” แตกต่างจากชีสเค้กทั่วไป ตรงความเข้ม ข้นถึงตัวไวน์ช็อกโกแลตมากกว่าชีส ราดด้วยซอสสตอรว์เบอร์รี่ทำเอง เมนูนี้ถึงกับทำทุกคนหลงรัก ปิดท้ายความชื่นใจด้วย “matcha latte” ชาเขียวแท้จากญี่ปุ่น ให้รสชาเขียวเข้ม หอม หวานเบาๆ แต่หากจะเพิ่มความสดชื่น แนะนำให้สั่ง “wild berries soda” เครื่องดื่มประเภทอิตาเลียนโซดา ที่ใส่ความซ่าลงในน้ำหวานเป็นรายการแรก

72 foodstylist

Contact: Two Spoons Tale

55/626 Sukhothai Ave 99, Bond St., Bangpood Amphoe Pak Kret, Nonthaburi 11120 Open: 11:00am - 2:00pm, 5:00pm 9:00pm (Tue-Fri), 11:00am - 9:00 (Sat-Sun) Tel. 0-2503-4390, 08-5332-0243


มุมพาเลตต์ กับโซฟายาวนั่งสบาย ที่มองเห็นวิว ด้านนอกผ่านผนังกระจกบานใหญ่

Think Café กล่องความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร

Contact: Think Café

94 The Bloc Thanon Ratchaphruek Rd., Bang Ra Mat, Taling Chan, Bangkok 10170 Open daily: 10:00am - 8:30pm Tel. 08-6555-8789

จากตู้ ค อนเทนเนอร์ ที่ ถู ก ดั ด แปลงมาทำเป็ น ร้ า น ด้ ว ยไอเดี ย ที่ ถู ก ระดมออกมาอย่ า งมากมาย Think Café จึงได้เกิดขึ้น คาเฟ่ดีไซน์เก๋ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มกระจกใสบานใหญ่ต่างผนัง เพือ่ ให้รา้ นดูโปร่งสบาย ตัวร้านแบ่งออกเป็นสัดส่วน และมีบรรยากาศให้เลือกนัง่ ชิลล์ ได้หลายอารมณ์ นอกจากดีไซน์ร้านที่โดนใจแล้ว ไอเดียการจัดแต่งตัวขนมและเครื่องดื่มยังก็มีคาแร็กเตอร์อันเป็น เอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครเช่นกัน อย่างเมนูยอดฮิต เค้กหมีแสนน่ารัก “teddy chocolate cake” เค้กเนื้อนุ่มตัดกับมูสช็อกโกแลตด้านบน ใช้แผ่นช็อกโกแลตมาทำเป็นหน้าหมี ทานคู่กับไอศกรีม วานิลลาและสตรอว์เบอร์รี่สด อร่อยอย่าบอกใคร ต่อด้วย “chocolate pot” เนื้อเค้กช็อกโกแลต เข้มข้น เพิ่มความกรอบบนหน้าเค้ก ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาและพุดดิ้งชาเย็น ได้ทั้งความสดชื่น และกลิ่ น หอมของชาเย็ น แบบเต็ ม ๆ ส่ ว นเครื่ อ งดื่ ม ที่ โ ดดเด่ น ยกให้ “chocolate signature” ช็อกโกแลตรสเข้มข้นแต่กลมกล่อม ได้กลิ่นหอมโกโก้ชัดเจน โรยหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและท็อปปิ้ง ด้วยช็อกโกแลตสด แล้วตบท้ายความเย็นแบบหวานซ่อนเปรี้ยวกับ “ชามะนาว” รสจัดจ้าน เปรี้ยว หวาน ชื่นใจ ใครที่ ก ำลั ง มองหาสถานที่ นั่ ง คิ ด งานใหม่ ๆ เราขอแนะนำ Think Café ความอร่ อ ยที่ บ รรจุ ไอเดียไว้เต็มกล่อง

73 foodstylist


foodproject words pairy styling pattana suwannakote

photographs wannasak sirisab

Anago Kabayaki ปลาไหลทะเลย่าง คุณภาพระดับพรีเมียม เมื่อเอ่ยถึง Anago หรือปลาไหลทะเล เราก็ มักจะพบเห็นบ่อยๆ ในเมนูซูชิหน้าปลาไหล (อะนาโหงะ ซูชิ) สำหรับกรรมวิธีการปรุง ให้โดนใจก็จะคล้ายกันกับเมนูปลาไหลน้ำจืด (Unagi) นั่ น ก็ คื อ การนำไปย่ า งกั บ ซอส หวานคาบายากิ ทาเระ ซึ่งคนญี่ปุ่นใช้การ ปรุงแบบนี้เพื่อให้ปลาไหลไม่มีกลิ่นคาว มี รสเลิศ และเป็นอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงที่มีราคา พรี เ มี ย มทั้ ง รสชาติ ทั้ ง คุ ณ ค่ า ทางอาหาร ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน เอ บี 1 บี 2 ดี อี และคอลลาเจน ฉบับนี้เรามีปลาไหลทะเล ย่างแช่แข็งที่รับประทานง่าย เพียงนำมา ละลาย หรื อ นำเข้ า ไมโครเวฟก็ ส ามารถ เนรมิตเมนูอร่อยได้หลากหลายตามสไตล์ คุณ ทั้งซูชิ ข้าวหน้าปลาไหล และอีกหนึ่ง เมนูสร้างสรรค์ที่เราจะทำในครั้งนี้ก็คือ ซูชิ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนหน้าปลาไหลทะเลย่าง ซึ่ง เราได้ลองเปลี่ยนจากข้าวซูชิมาเป็นเส้นหมี่ จากนั้นก็เพิ่มความสดชื่นด้วยผักกาดแก้ว ผักสมุนไพรต่างๆ และน้ำจิ้มซีฟู้ด พอทาน รวมกันแล้วเรียกความสดชื่นได้ดีทีเดียว จะ อร่ อ ยซี้ ด กั น แค่ ไ หน เตรี ย มอุ ป กรณ์ ใ ห้ พร้อมแล้วเริ่มกันเลยค่ะ

สนับสนุนวัตถุดิบโดย : 34 foodstylist

www.foodproject.co.th


ซูชิก๋วยเตี๋ยวลุยสวน หน้าปลาไหลทะเลย่าง ส่วนผสม เส้นหมี่ลวกสุก 110 กรัม / ปลาไหลทะเลย่างหั่น ตามขวาง 3 ชิ้น / สาหร่าย 1 แผ่น / มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ / ไข่กุ้ง 1 ช้อนโต๊ะ / ผักกาดแก้วเด็ด 1 ใบ / ใบโหระพา 3-4 ใบ / ผักชีใบเลื่อย 1 ใบ / ซอส พริกศรีราชา สำหรับรับประทานคู่ / เส้นหมี่ทอด กรอบ ปลาไหลย่างหั่นชิ้นพอคำ ไข่กุ้ง และดอกไม้ สำหรับตกแต่ง ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด พริ ก สั บ ละเอี ย ด 1-2 ช้ อ นโต๊ ะ / กระเที ย มสั บ ละเอี ย ด 1/2 ช้ อ นโต๊ ะ / รากผั ก ชี สั บ 1 ต้ น / น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ / น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ / น้ำ เชื่อม 2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน

วิธีทำ 1. นำเส้นหมี่ ปลาไหล 3 ชิ้น ไข่กุ้ง และผักต่างๆ วางลงบนสาหร่ า ย บี บ มายองเนสลงไป ม้ ว นให้ สวยงาม 2. หั่นเป็นชิ้นๆ วางลงบนเส้นหมี่ทอดกรอบ หยดน้ำ จิ้มซีฟู้ดลงไปทีละชิ้น 3. วางปลาไหลญี่ปุ่นย่างสำหรับแต่งหน้าลงไป หยด มายองเนส และซอสพริกลงไป 4 .ตกแต่งด้วยไข่กุ้ง และดอกไม้ให้สวยงาม (ดอก โมกและดอกพวงชมพู)

35 foodstylist


foodproject

words pairy styling pattana suwannakote

photographs wannasak sirisab

Warabi Mochi หวานนุ่ม ในแบบฉบับดั้งเดิม

วาราบิโมจิ (Warabi Mochi) เมนูของหวานดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมสูงสุดชนิดหนึ่งใน ญี่ปุ่น มีรสสัมผัสเหนียวนุ่มลื่น และมีรสหวานเล็กน้อย นิยมทานกันในหน้าร้อน เจ้า ขนมชนิดนี้เป็นโมจิที่ทำจากแป้งวาราบิ ซึ่งความพิเศษของแป้งวาราบิจะได้มาจากราก ของต้นวาราบิที่นำมาตากแห้งและสกัดเป็นแป้ง นำมาผสมน้ำตาลเชื่อม ผงคินาโกะที่ ผ่านการคั่วผสมกับอบเชย และคลุกกับผงชาเขียว วาราบิโมจินำมาทานให้อร่อยเด็ดได้ หลายๆ แบบ อาจทานพร้อมไอศกรีม ถั่วแดงกวน ราดด้วยน้ำตาลทรายแดงเชื่อมก็ เลือกได้ตามชอบ สำหรับในปัจจุบัน นอกจากวาราบิโมจิจะคลุกด้วยผงชาเขียวแล้ว ยัง มีหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต ราสป์เบอร์รี่ ซึ่งแต่ละรสก็ให้ความอร่อย แตกต่างกันไป แถมมีแบบแช่แข็งเพียงแค่นำออกมาละลายก็สามารถทานได้ทันที แถม รสชาติยังอร่อยแบบต้นตำรับอีกต่างหาก น่าอร่อยขนาดนี้ทนไม่ไหว เรารีบไปครีเอต เมนูอร่อยๆ เพื่อเพิ่มความหวานให้ร่างกายกันดีกว่า

36 foodstylist


วาราบิโมจิวานิลลาครีม

ส่วนผสม วาราบิโมจิชาเขียว และวาราโมจิรสช็อกโกแลต ปริมาณตามชอบ / ไข่แดง 2 ฟอง / นมสด 300 มิลลิลิตร / วานิลลา 1/2 ฝัก / แป้งข้าวโพด 30 กรัม / น้ำตาล 80 กรัม / ครีมสด 50 กรัม / ไอศกรีมรสรัมลูกเกด ถั่วแดง กวน และน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง สำหรับรับประทานคู่ วิธีทำ 1. นำนมและน้ำตาลตั้งไฟ กรีดฝักวนิลลาใส่ลงไป ต้มจนร้อน ปิดไฟ ช้อน ฝักวานิลลาออก 2. ตีไข่แดงในชามผสมให้แตกและคนให้เข้ากันดี 3. เทนมในข้อ 1 ลงไป ค่อยๆ คนให้เข้ากัน ไม่ควรใส่ทีเดียวหมดเพราะไข่ จะสุก 4. ค่อยๆ ใส่แป้งข้าวโพดลงไป คนจนแป้งละลายเข้ากันดี 5. นำกลับไปตั้งไฟปานกลางแล้วคนส่วนผสมจนข้นจึงปิดไฟ นำใส่อ่างผสม ใช้พลาสติกแร็ปปิดหน้าวานิลลาครีมไว้ จากนั้นนำไปแช่เย็น 3-4 ชั่วโมง หรือจนเย็นจัด จึงนำออกมาผสมกับครีมที่เหลือ ก่อนเสิร์ฟกับไอศกรีมและ โมจิ ราดด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง (วานิลลาครีมที่เหลือสามารถใส่ กล่องแช่เย็นเก็บไว้ทานครั้งต่อไปได้ค่ะ)

สนับสนุนวัตถุดิบโดย :

www.foodproject.co.th 37 foodstylist


health & beauty words cheewanuan potranun

Be Fresh and Feel Fresh สวยใสกับวุ้นเส้นใส สำหรับเมนูไทยเมื่อพูดถึงอาหารเส้นๆ เส้นที่สุขภาพดีที่สุดก็คงคิดถึงวุ้นเส้น เป็นอย่างแรก ซึ่งเรามักจะได้ยินข้อมูลเรื่องวุ้นเส้นกับการลดน้ำหนักอยู่ บ่ อ ยๆ ความเป็ น จริ ง ของเจ้ า เส้ น ใสๆ นั้ น เป็ น อย่ า งไร และมี ที่ ม าที่ ไ ป อย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

98 foodstylist


เส้นใสๆ มาแต่ที่ใด

วุ้ น เส้ น ทำมาจากแป้ ง ถั่ ว เขี ย วซึ่ ง มี โ ปรตี น สู ง แต่ ใ นการผลิ ต

วุ้นเส้นนั้นไม่ได้นำโปรตีนในถั่วเขียวมาผ่านกระบวนการผลิตด้วย โดยการผลิตจะใช้เมล็ดถั่วเขียวที่ทำความสะอาดและคัดแยกแล้ว มาแช่ในน้ำผสมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ประมาณ 24 ชั่วโมง ให้เมล็ด ถั่วเขียวพองตัวเต็มที่ แล้วจึงนำเข้าเครื่องโม่ โดยคัดเอาส่วนที่ เป็นแป้ง โปรตีน และน้ำ เข้าเครื่องปั่น เพื่อแยกแป้งออกจาก โปรตีน ส่วนที่เป็นแป้งนี้เองที่จะถูกส่งเข้าเครื่องเหวี่ยงเพื่อนำ แป้งไปทำเป็นวุ้นเส้น

พลังงานจากวุ้นเส้น

วุ้ น เส้ น จึ ง จั ด เป็ น อาหารประเภทคาร์ โ บไฮเดรตอย่ า งหนึ่ ง ซึ่ ง ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร และที่มากที่สุดคือ คาร์ โ บไฮเดรต สำหรั บ วุ้ น เส้ น สุ ก ปริ ม าณ 100 กรั ม จะให้ พลังงาน 80 กิโลแคลอรี ส่วนวุ้นเส้นดิบ 100 กรัม จะให้พลังงาน 338 กิโลแคลอรี ตามปกติเมื่อนำวุ้นเส้นมาทำอาหาร เส้นของ

วุ้นเส้นจะพองตัวใสเมื่อสุกเต็มที่ และไม่ขึ้นอืดไม่ว่าจะทิ้งไว้นาน แค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าวุ้นเส้นขึ้นอืดแสดงว่ามีการผสมแป้งอย่างอื่น ลงไปด้วย ดังนั้นต้องดูให้ดีก่อนที่จะเลือกรับประทานด้วยนะคะ ดังนั้นอย่าคิดว่า รับประทานวุ้นเส้นมากเท่าไรก็ได้ เพราะวุ้นเส้น ก็เป็นอาหารประเภทเดียวกับข้าว หรืออาหารจำพวกแป้งต่างๆ ไม่อย่างนั้นน้ำหนักอาจจะเพิ่มโดยไม่รู้ตัวได้นะคะ แต่การเลือกรับ ประทานวุ้นเส้นแทนก็ยังดีกว่าอาหารประเภทคาร์โบไอเครตอื่นๆ เพราะว่ า พลั ง งานที่ ไ ด้ รั บ จากการรั บ ประทานวุ้ น เส้ น เมื่ อ

เปรียบเทียบในปริมาณ 100 กรัมแล้ว เส้นใหญ่ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี เส้นเล็กให้พลังงาน 220 กิโลแคลอรี บะหมี่ให้พลังงาน 298 กิโลแคลอรี วุ้นเส้นให้พลังงานเพียง 80 กิโลแคลอรีเท่านั้น ***

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารจำพวกแป้งทั่วไป จะทำให้ ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วุ้นเส้นที่ผลิตจาก ถั่วเขียว 100% จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และน้อยที่สุด ดังนั้นร่างกายจึงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือดได้อย่างดี และยังส่งผลดีต่อการทำงานของตับอ่อน ซึ่ง เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

วุ้นเส้นกับระบบขับถ่าย

ยิ่งไปกว่านั้น วุ้นเส้นมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยในเรื่องของการ

ขับถ่าย และช่วยให้อิ่มท้องได้เร็วอีกด้วย เพราะฉะนั้นการหันมา รับประทานวุ้นเส้นแทนการรับประทานอาหารตามปกติ อาจจะ ไม่ใช่การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีที่สุด เพราะวุ้นเส้นก็ยังคงเป็น อาหารจำพวกแป้งที่ให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต และไขมันต่อ ร่างกายซึ่งสามารถกลายเป็นส่วนเกินของร่างกายได้ แต่ว่าหาก รับประทานแทนอาหารจำพวกแป้งอื่นๆ อย่างข้าวหรือเส้นเล็ก เส้นใหญ่ แล้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียวละค่ะ เพราะให้ทั้ง

ใยอาหาร อิ่มท้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ให้แคลอรีน้อยสุดเมื่อ เทียบกับอาหารอื่นๆ

สวยใสด้วยวุ้นเส้น

ได้ความรู้เรื่องวุ้นเส้นไปแล้ว เราก็ยังไม่ทิ้งเรื่องความงาม เมื่อ เราพูดถึงเรื่องเส้นๆ ที่ทำมาจากถั่วเขียว ฉบับนี้เราก็เลยเอาสูตร มาร์กสิวเสี้ยนจากถั่วเขียวมาฝากกัน โดยเหมาะกับคนที่มีปัญหา เรื่องจุดด่างดำบนใบหน้า หรือจะใช้กับผิวกายด้วยก็ไม่ว่ากันค่ะ นำถั่ ว เขี ย วต้ ม สุ ก 2 ช้ อ นโต๊ ะ มาบดให้ เ ข้ า กั บ สตรอว์ เ บอร์ รี่ ประมาณ 2-4 ผล ให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เติมนมเปรี้ยว 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมลงไป จากนั้นนำมาทาผิวหน้า โดยเว้นบริเวณ

รอบริมฝีปาก และดวงตาเอาไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นจึง

ล้างด้วยน้ำอุ่นๆ ให้สะอาด โปรตีนในถั่วเขียวและวิตามินจาก สตรอว์ เ บอร์ รี่ ส ดจะช่ ว ยเรื่ อ งสิ ว เสี้ ย น จุ ด ด่ า งดำ และทำให้ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขึ้น สูตรนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

เลยค่ะ

99 foodstylist


menu makeover

word & style chef ping-surakit khemkaew (instagram: ping_surakit) photographs phaitoon boonsong

52 foodstylist


Fabulous Passion Fruit Noodle

chef ping-surakit khemkaew

พอทราบโจทย์ว่าวัตถุดิบของเล่มนี้คือ “เส้น” ความกลัวก็ เกิดเล็กน้อย เนื่องจากผมเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก กับอาหารประเภทเส้น เริ่มจากประมาณต้นปีที่แล้ว ผมได้มี โอกาสเข้าร่วมทีมกับ Thailand Culinary Academy ไป แข่งยังประเทศมาเลเซีย สำหรับช่วงซักซ้อมของเรา อาหาร ประเภทเส้นถือว่าเป็นจานที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด ทำให้ไม่มี ความมั่นใจกับรายการนี้เลย เมื่อเทียบกับอีก 2 เมนูที่ต้อง สร้างสรรค์ขึ้น (ในการแข่งขัน) ก็ได้เหรียญมาหมดแล้ว และ แล้วเมื่อถึงเวลาของจานเส้น ซึ่งรายการสุดท้ายที่ผมแข่ง ผลออกมาทำให้ผมช็อก ผมได้เพียง “ใบประกาศฯ” เท่านั้น วื ด ไปจากเหรี ย ญรางวั ล ครั บ ส่ ง ผลให้ ร ายการนี้ ท ำให้ ผ ม พลาดการนับคะแนนรวม 3 รายการเพื่อชิงถ้วยรางวัลไป อย่างน่าเสียดาย หลังจากงานนั้นทำให้ผมมีแผลในความทรงจำ กับอาหารประเภทเส้นไปเลยครับ แต่สำหรับ foodstylist แล้วคงต้องขอลองอีกสักตั้ง! ซึ่งเล่มนี้ ผมจะนำ “วุ้นเส้น” ที่ทำมาจากผงวุ้นมานำเสนอเป็นเมนูที่ ชื่อว่า “ลวกจิ้มทะเลกับเส้นเสาวรส” ซึ่งเมนูนี้ได้แรงบันดาลใจ

มาจาก “วุ้นม้วน” ขนมของอาจารย์ที่เคยร่วมทีมคิดขึ้นมา หยิ บ มาปรั บ มาใช้ กั บ เมนู นี้ และความโดดเด่ น ของเส้ น เสาวรสจะมีรสชาติที่เปรี้ยวหวาน และกระตุ้นต่อมน้ำลายได้ ดี อีกทั้งจับเข้าคู่กับลวกจิ้มซีฟู้ดก็อร่อยโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม

ซีฟู้ดเลยเชียว แต่สำหรับคนที่ชอบทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด จานนี้ ก็เตรียมมาให้พร้อมครับ

ลวกจิ้มซีฟู้ด

ส่วนผสม ปลาหมึก 20 กรัม / กุ้ง 20 กรัม / เนื้อปลากะพงขาว 20 กรัม / หอยแมลงภู่ 20 กรัม / ขึ้นช่าย 30 กรัม / ตะไคร้ 30 กรัม / ใบมะกรูด 5 กรัม / น้ำเปล่า 1.5 ลิตร / เกลือ พริกไทย และน้ำมะนาว ปริมาณเล็กน้อย

วิธีทำ 1. หมักปลาหมึก กุ้ง ปลา และหอยด้วย เกลือ พริกไทย และน้ำมะนาว ตามต้องการ 2. ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และขึ้นช่าย ลงต้ม 3-5 นาที ให้กลิ่นช่วยลดกลิ่นคาว 3. จากนั้นค่อยๆ ลวกซีฟู้ดทีละอย่างแค่พอสุก Tips น้ำมะนาวเพียงเล็กน้อยก็ช่วยดับกลิ่นคาวของซีฟู้ดได้ เส้นเสาวรส ส่วนผสม น้ำเสาวรส 175 กรัม / น้ำเปล่า 125 กรัม / น้ำตาล 30 กรัม / ผงวุ้น 5 กรัม / แป้งมัน 3 กรัม วิธีทำ 1. นำน้ำเสาวรส น้ำเปล่า น้ำตาล และผงวุ้น ต้มจนเดือด ประมาน 85 องศาเซลเซียสขึ้นไป 2. จากนั้นผสมแป้งกับน้ำนิดหน่อยค่อยๆ ละลายใส่ในน้ำ เสาวรส คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำเสาวรสที่ต้มใส่ถาดแล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำมาตัด เป็นเส้นตามต้องการ น้ำจิ้มซีฟู้ด ส่วนผสม พริกขี้หนู 30 กรัม / ผักชีทั้งต้น 30 กรัม / กระเทียม 60 กรัม / น้ำปลา น้ำเปล่า น้ำมะนาว และน้ำตาล อย่างละ 80 กรัม วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดปั่นรวมกันจนละเอียด 53 foodstylist

Issue 74  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you